ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักออกฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อถึงเวลานัดหมาย เสี่ยเพ้งนั่งเก้าอี้ตัวใหญ่ขวางกลางซอยตระกูลจ้าว ด้านหลังมีลูกน้องเป็นฝูงถือมีด ดาบ กระทั่งปังตอ ท่าทางทุกคนฮึกเหิมมาก

ท่ามกลางแสงสลัวในซอย เสี่ยเพ้งเห็นกลุ่มคนกำลังเดินมา เสี่ยสั่งลูกน้องให้เตรียมพร้อมเก็บกวาดให้ราบคาบในทีเดียวเลย

พอกองกำลังนั้นเคลื่อนใกล้เข้ามา เสี่ยเพ้งแสดงความเป็นนักเลง ลุกยืนอย่างเท่ ปรบมือให้คนที่เดินนำหน้ามาว่า

ตั่วเจ๊ ไม่เสียทีเป็นเมียตั่วเฮีย กล้ามาตามนัด อั๊วนับถือ...นับถือ...เอ๊ะ!” เสี่ยหยุดกึกหน้าเสียเมื่อเห็นชัดๆ ว่าคนที่เดินนำมานั้น เป็นตำรวจ!

ที่แท้ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าจะมีการซ่องสุมผู้คนเพื่อก่อความวุ่นวาย ถามเสี่ยเพ้งว่ามาทำอะไรกันที่นี่ เสี่ยตอบนอบน้อมว่าตนมาจัดงานวันเกิด ตำรวจถามว่าแล้วทำไมต้องถือมีด

เอาไว้ตัดเค้กวันเกิดไง” เสี่ยเพ้งตะแบงไปหน้าด้านๆ ตำรวจขอตรวจค้น พบว่ามีปืนด้วย ตำรวจทุกคนจึงชักปืนออกมา ลูกน้องถามว่าสู้เลยไหม ตำรวจกับเสี่ยเพ้งมองหน้าวัดใจกัน สุดท้าย เสี่ยเพ้งสั่งลูกน้องทุกคนวางปืน

ตัดสินใจถูกแล้ว ขอเชิญทุกคนไปที่ สน.ด้วยครับ” ตำรวจกระจายกำลังกวาดต้อน

ยัยตั่วเจ๊ฮึ่ม!!” เสี่ยเพ้งคำรามแค้นใจ

ooooooo

เสี่ยเพ้งกับลูกน้องถูกตำรวจต้อนออกมาทางปากซอย วนิษากับปฐมและลูกน้องอีกสามคนซุ่มดูอยู่

เรียบร้อย เป็นไปตามแผน” วนิษาพูดอย่างพอใจ แต่ปฐมติงว่าแบบนี้มันเสียศักดิ์ศรี ตนอยู่วงการนี้มาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยมีใครแจ้งตำรวจจับอีกฝ่ายเลย บอกวนิษาว่าเราเป็นนักเลงต้องสู้กันด้วยใจล้วนๆ วนิษาพูดเรียบๆ ว่า “แต่วิธีนี้ไม่มีใครตาย ไม่มีใครเจ็บ คุณปฐมคิดว่าพี่น้องเราสำคัญกว่าหรือศักดิ์ศรีสำคัญกว่า

ผมยอมตายเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของพวกเราครับ

วนิษาถามว่าเขามีลูกเมียหรือเปล่า พอปฐมบอกว่าไม่มี เธอให้เขาถามลูกน้องดู พอปฐมหันมองเท่านั้น คนหนึ่งก็ยกมือขึ้นบอกว่า เมียตนเพิ่งคลอดลูก ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอยู่ให้ได้ยินลูกเรียกตนว่าพ่อ อีกคนบอกว่า แม่ป่วยอยู่ตนต้องคอยดูแล แค่นั้นปฐมก็รีบยกมือห้าม “พอแล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว” แต่ก็ยังหันบอกวนิษาว่า “แต่ทำแบบนี้มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย เสี่ยเพ้งมันต้องหาทางเอาคืนแน่ๆ

 “แล้วการที่เขาพกปืนมามันลูกผู้ชายรึไง” วนิษาย้อนถาม ปฐมเงียบพูดไม่ออก เธอหันสั่ง “กลับเถอะ” แล้วเธอก็เดินนำไป ลูกน้องทั้งสามรีบตาม ปฐมเดินรั้งท้ายเซ็งๆ

กลับมาถึงห้องทำงานที่บ่อน ปฐมก็ยังสับสนถามตัวเองว่าหรือตนจะตกยุคไปแล้ว ถ้าตั่วเฮียอยู่จะเห็นด้วยกับตั่วเจ๊ไหมเขาเปิดลิ้นชักเก็บกรรไกรขาเดียว พลันก็รู้สึกมีคนอยู่ในห้อง หันขวับไปเจอโจเข้าจังๆ

ปฐมถามเสียงเข้มว่าเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ โจ

บอกว่านานแล้ว ตนอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ปฐมถามว่าเป็นห่วงตั่วเจ๊หรือ โจพยักหน้า ปฐมถามทันทีว่า “แล้วทำไมไม่ไปช่วย” โจบอกว่าไม่กล้า ขอดูห่างๆอย่างห่วงๆ ปฐมหัวเราะเยาะ “คุณไม่ต้องห่วงเขาหรอก เขาเก่งกว่าที่เราคิด วันนี้มันพิสูจน์แล้วว่า ที่ตั่วเฮียยกตำแหน่งตั่วเจ๊ให้เขาไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นเมียหรอกนะ แต่เพราะเขาเหมาะสมจริงๆ

เมื่อรู้ชัดเจนแล้วโจจะกลับ บอกปฐมว่าเราคงไม่ได้เจอกันอีก ปฐมหันไปเปิดตู้หยิบแก้วสองใบออกมา หยิบขวดอะไรบางอย่างออกมาเทของเหลวลงในแก้ว โจเอ่ยอย่างอ่อนน้อม “ในฐานะผู้เยาว์ ผมขอคารวะคุณปฐมก่อนแล้วกัน

คุณช่วยตั่วเจ๊หลายครั้ง ก็เหมือนช่วยผม ผมขอคารวะเช่นกัน” แล้วต่างก็ยกแก้วขึ้นดื่ม

ooooooo

วันที่วนิษาเปลี่ยนใจไม่บวชและโจเดินอ้าวออกมา ระรินวิ่งไล่ตามแต่ไม่ทันเพราะโจขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่ป๋องมารอรับไปเสียก่อน วันนี้เธอมาดักวนิษาที่หน้าคอนโด

พอเห็นวนิษาลงมาจะขับรถออกไป ระรินปาดรถเข้าขวางเห็นวนิษาขับรถเองก็ถามว่าคนขับรถไปไหน วนิษาบอกว่าเขาหายหน้าไปเฉยๆ แต่พอย้อนถามว่าเธอมีธุระอะไรกับเขาหรือ ระรินไม่ยอมบอกแต่จะเอาเบอร์โทร.ของโจให้ได้

เขาทำอะไรคุณแน่ เขาล่วงเกินอะไรคุณรึเปล่า” ระรินบอกว่าไม่เกี่ยวกับเธอ “ฉันจะให้เบอร์คุณก็ได้แต่คุณต้องบอกมาก่อนว่าทำไมคุณต้องการเจอเขา

ระรินยืนยันว่าบอกไม่ได้จริงๆ วนิษาพูดอย่างไม่แยแสว่าไม่บอกก็ไม่ได้เบอร์แล้วขับรถอ้อมรถระรินออกไป

ต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ...นายโจตัวซวย นายไปทำอะไรเขา” วนิษามองระรินทางกระจกหลังอย่างสงสัย กังวล

ooooooo

ฝ่ายโจ พอกลับบ้านก็รู้จากป๋องว่าหญิงจุ๋มโทร.มาบอกว่าอยากเจอ โจเดาได้ว่าอยากเจอเรื่องอะไร บอกป๋องว่าตนยังไม่อยากเจอ แต่ในที่สุดก็ต้องไปเจอ!

โจนั่งคุยกับหญิงจุ๋มในร้านกาแฟ สาธยายถึงการรับงาน และตั้งใจทำงานของตน แต่จนวันนี้ก็ยังไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าวนิษาเป็นคนฆ่าชายแจ้ จึงขอบายดีกว่า

หญิงจุ๋มไม่ยอมให้คืนงาน บีบด้วยเงื่อนไขในสัญญาว่าถ้าจะคืนงานก็ต้องคืนเงินที่รับไปแล้วครึ่งหนึ่ง โจไม่มีเงิน ต่อรองขอผ่อนก็ไม่ยอม จนโจขู่ว่าตนได้ชื่อว่าโจตัวซวย ทำงานกับใครเจ้านายไม่ตายก็ฉิบหายวายวอด หญิงจุ๋มไม่กลัว ตัดบท

หาเงินมาคืนฉัน  ไม่งั้นทำต่อจนกว่าจะหาหลักฐานมัดตัวยัยวนิษาได้แค่นี้แหละพูดแล้วลุกไปเลยทิ้งโจให้นั่งเครียดอยู่ตรงนั้น

วันนี้วนิษาพาหม่อมจันไปทำบุญเก้าวัดหม่อมจันถามว่าทำไมจู่ๆจึงชวนมาทำบุญ

วนิษาบอกว่าได้มรดกจากกริชเป็นลาภไม่พึงประสงค์เลยมาทำบุญเพื่อความสบายใจหม่อมจันถามว่าเห็นว่ามีปัญหามากจบแล้วหรือ?

ค่ะ...โชคดีที่ผลนิติเวชยืนยันว่าคุณกริชถึงแก่กรรมด้วยสาเหตุธรรมชาติครอบครัวเขาจึงยอมจบให้เงินสดมาก้อนหนึ่งแล้วก็รีสอร์ตที่ทำแล้วไม่ค่อยมีกำไรมาให้หนูพูดแล้ววนิษาถอนใจเซ็งๆ

หญิงจุ๋มแอบได้ยินเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ว่าทำเป็นกลุ้มอกกลุ้มใจ  ดีใจจนเนื้อเต้นละไม่ว่า  และพอกลับถึงคอนโดก็เล่าให้พจน์ฟังอย่างหมั่นไส้อีกแต่พจน์ไม่ได้สนใจอารมณ์ของหญิงจุ๋มหูผึ่งกับมรดกมหาศาลที่วนิษาได้รับจากกริช  มีทั้งรีสอร์ตรถสปอร์ตอีก 3-4 คันเล่นหุ้นด้วย  เงินสดด้วยรวมๆแล้วน่าจะถึงพันล้านเผลอพูดว่า

โชคดีเหมือนกันที่ตอนชายแจ้ตายยัยนี่ไม่ตายไปด้วยพอหญิงจุ๋มถามว่าพูดอะไรนะพจน์ก็กลบเกลื่อนว่าผมหมายถึงโชคดีของวนิษาผัวตายทีไรได้เงินตลอด

แต่โชคร้ายของผู้ชายที่มาเป็นผัวมันหญิงจุ๋มยังไม่หายแค้นเรื่องชายแจ้แต่พจน์ไม่ได้สนใจเพราะมัวแต่คิดวางแผนอย่างกระหยิ่ม

ooooooo

ที่ผับคาราโอเกะพจน์นั่งคุยกับภาคย์อย่างตื่นเต้นกับแผนการที่จะเริ่มต้นใหม่พจน์พูดอย่างกระหยิ่มว่า

โชคดีที่ไอ้กริชมันตายตอนนี้วนิษาเลยยิ่งรวยหนักกว่าเดิมอีก

เรื่องที่ไอ้กริชตายผมว่าไม่เกี่ยวกับโชคดีโชคร้ายหรอกพี่อย่าถ่อมตัวเลยครับภาคย์มองอย่างรู้ทันพจน์เบรกว่า

ไม่ต้องพูดมากเอาเป็นว่าแกเชื่อฉันเราทำงานเป็นทีมรับรองพันล้านของวนิษาจะเป็นของเราแน่ๆ

เอาครับงั้นเราต้องรีบลงมือก่อนที่จะมีไอ้บ้าที่ไหนมาจีบยัยนั่นอีกผมหล่อก็จริงแต่ประเทศนี้ยังมีอีกหลายคนที่หล่อกว่าผมและที่สำคัญชอบเกาะผู้หญิงรวยๆเหมือนกันขืนชักช้าโดนสอยไปแน่ๆ

พจน์บอกว่าเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเพราะเราได้เปรียบพวกนั้นอย่างน้อยตนบอกได้ว่าจะเข้าหาวนิษาทางไหนภาคย์สนใจจี๋ที่ได้ตัวช่วยพอรู้ว่าวนิษาสนิทกับคุณยายวรางค์มากกว่าแม่อีกภาคย์ยิ้มกริ่มพูดอย่างมั่นใจว่า

สบายครับมีข้อมูลเด็ดๆอย่างนี้ค่อยยังชั่วจะได้ไม่ต้องแย่งจีบเสน่ห์แม่คุณแรงเหลือเกิน

พจน์ติงแกมเตือนว่าเขาก็ต้องระวังอย่าไปหลงวนิษาจนหัวปักหัวปําไปอีกคนก็แล้วกันย้ำว่าอย่าประมาทภาคย์พูดอย่างมั่นใจว่าผู้หญิงสำหรับตนไม่ได้มีความหมายอะไรเหมือนส้วมสาธารณะฉี่เสร็จก็จบไปต่อ 

ไม่มีอาลัยอาวรณ์

ถ้าอยากได้เงินพันล้านแกอาจจะต้องทำมากกว่าฉี่แล้วชิ่งนะ

วางใจเถอะจะให้ฆ่าก็ฆ่าได้ไม่มีปัญหาภาคย์ยิ้มเหี้ยมพจน์ยิ้มพอใจ

ooooooo

โจคิดหนักว่าจะหาเงินที่ไหนไปคืนให้หญิงจุ๋มหน้ามืดคิดจะปล้นธนาคารแต่จิตใต้สำนึกเตือนว่าแผนอาจเวิร์กแต่ชีวิตจะไม่เวิร์กสุดท้ายบอกป๋องว่าคงต้องกลับไปทำงานกับวนิษาต่อ

ก็ไปดิไม่เห็นเป็นอะไรเลยป๋องลุ้นโจพูดอย่างห่อเหี่ยวว่า

ปัญหาคือไม่รู้จะทำยังไงให้เขารับกลับไปทำงานต่อน่ะซิยากกว่าวางแผนปล้นธนาคารอีกจะบอกให้

รุ่งขึ้นโจเดินไปที่ประตูบ่อนเข้าไปทำทีทักทายอย่างสนิทสนมกับคนเฝ้าประตูว่าจำกันได้ไหม

ลูกน้องที่เฝ้าประตูบอกว่าจำได้แต่ชี้ให้โจดูรูปโจที่ปิดประกาศไว้มีข้อความใต้รูปว่าโจตัวซวยอีกบรรทัดสั่งว่าบุคคลอันตรายห้ามเข้าเด็ดขาดถ้าฝ่าฝืนกระทืบได้ลงชื่อตั่วเจ๊

อ่านแล้วโจบ่นว่าโหดเกินไปแล้วหันไปหว่านล้อมคนเฝ้าประตูถามว่าตนซื้อโอเลี้ยงให้กินบ่อยๆจะกระทืบกันลงหรือคนเฝ้าประตูตอบอย่างแยกแยะว่า

มองตาผมสิ  เราเป็นพี่น้องกัน  ถึงวันนี้หัวใจผมก็ยังรักและเคารพพี่เสมอ  แต่ผมคงต้องกระทืบตามคำสั่งครับ

ทีแรกโจก็ยิ้มแต่พอฟังประโยคหลังก็ดีดตัวถอยออกไปแทบไม่ทัน

จากนั้นไม่นานก็มีชายแก่คนหนึ่งมาที่หน้าบ่อนเจ้าหน้าที่ชุดเดิมมองออกบอกว่าต้องเป็นโจปลอมตัวมาแน่ๆคราวนี้ไม่ต้องเจรจากันให้เสียเวลารุมกันเข้าหาชายแก่ถามว่าจะทำอะไรไม่มีคำตอบมีแต่มือกับตีนที่รุมยำจนชายแก่ร้องลั่นลงไปกองน่วมกับพื้นระหว่างนั้นมีอาซิ้มคนหนึ่งเดินยักแย่ยักยันเข้าไปพวกคนเฝ้าประตูไม่ทันเห็นพอซ้อมชายแก่จนน่วมแล้วก็ช่วยกันกระชากวิกผมดึงหนวดปลอมออกเสร็จแล้วหนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นว่า

โทษทีนะพี่โจกระทืบตามออเดอร์ครับพี่ชายคนนั้นถามว่าโจไหนของแกพวกนั้นมองหน้าชัดๆแล้วถามกันงงๆว่าอะไรวะแล้วแกปลอมตัวทำไมเนี่ย

มียัยซิ้มคนนึงจ้างให้แต่งแบบนี้อูยยย...เมื่อกี้ตอนพวกแกรุมกระทืบฉันมันเดินเข้าไปในบ่อนแล้ว...อูยยยย

พวกคนเฝ้าประตูรู้ว่าเสียทีพากันวิ่งเข้าไปในบ่อน

ooooooo

พวกลูกน้องวิ่งเข้าไปเจอโจยืนทักทายปฐมกับวนิษาอยู่ในบ่อนแล้วพวกเขารีบขอโทษบอกว่าจะจับโจโยนออกไปเดี๋ยวนี้เลยวนิษาโบกมือห้ามพวกลูกน้องจึงพากันถอยออกไป

ผมว่าแล้วคุณวนิคงไม่ใจร้ายสั่งให้ลูกน้องกระทืบผมจริงๆหรอกใช่ไหมโจกระหยิ่มวนิษาทำท่าจะเรียกลูกน้องกลับมาโจยกมือห้ามแทบไม่ทันเธอเอามือลงพูดอย่างรำคาญใจว่ามีธุระอะไรก็รีบว่ามาแล้วรีบออกไปเสีย

ธุระของผมให้รีบพูดก็ได้แต่ถ้าพูดจบแล้วให้รีบกลับคงไม่ได้โจเล่นลิ้น

วนิษาตัดบทว่างั้นไม่ต้องพูดรีบออกไปเลยปฐมขอให้ฟังโจก่อนโจรีบบอกว่า

ผมจะขอกลับมาเป็นคนขับรถให้คุณวนิครับวนิษาด่าว่ากล้าพูดหน้าด้านมากโจทำหน้าเป็นบอกว่าปกติตนก็ไม่ใช่คนขี้อายหรอก

วนิษากล่าวโทษว่าเขาโกหกหลอกลวงตนแล้วยังมีหน้าขอกลับมาทำงานอีกหรือโจอ้างว่าถึงตนจะเคยโกหกหลอกลวงเธอแต่ตนเป็นคนขับรถที่ไม่เคยมีอุบัติเหตุไม่เคยโดนตำรวจเรียกให้ราคาตัวเองว่าผมเป็นคนขับรถที่ดีนะครับ

เมื่อถูกคาดคั้นว่าทำไมจึงกลับมาของานทำ  โจบอกว่านายจ้างตนไม่ยอมให้ตนเลิกแต่ไม่ว่าโจจะพูดอย่างไรวนิษาก็ไม่สนใจบอกว่าถ้าเขาไม่ออกไปเองก็จะให้คนมาจัดการโจรู้ฤทธิ์เดชเธอดีรีบบอกไปเองก็ได้ครับ

แต่ระดับอย่างโจตัวซวยไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ  ยิ่งจับจุดอ่อนจุดแข็งของวนิษาได้ก็เปลี่ยนวิธีอย่างรู้ทาง

คืนนี้เขาไปที่คอนโดของเธอวนิษากลับมานึกแปลกใจว่าทำไมวันนี้ไม่มีรถจอดอยู่เลยซ้ำพอลงจากรถ

ไฟทั้งชั้นก็ดับมืดเธอตกใจมองไปรอบๆพลันก็มีเสียงดนตรีพร้อมสไลด์ฉายขึ้น  พอเสียงเพลงหรี่ลงก็มีเสียงโจบรรยายราวกับกำลังเล่นละครฉากใหญ่...

วันแรกที่ผมเจอเธอเธอดูลึกลับเคร่งขรึมเย็นชาแต่หลังจากนั้นเมื่อผมได้มีโอกาสรู้จักเธอก็พบว่าเธอเป็นคนมองโลกในแง่ดีมีน้ำใจงดงามโอบอ้อมอารีต่อเพื่อนมนุษย์ชื่อของเธอคือวนิษา...”

ขณะวนิษากำลังคิดว่าโจจะมาไม้ไหนอีกก็มีรถบังคับวิทยุมีกุญแจดอกหนึ่งอยู่บนรถแล่นมาชนเธอ  อึดใจเดียวโจก็เดินตีหน้าเศร้ามาหา...

ตัวผมตอนนี้เหมือนถูกจองจำด้วยความรู้สึกผิดในโลกนี้มีเพียงคุณคนเดียวเท่านั้นที่จะให้อิสระแก่ผมได้ยกโทษให้ผมด้วยนะครับโจเดินหน้าเศร้าเข้ามายื่นมือที่ถูกสวมกุญแจไปตรงหน้าเธอถามว่าถ้าไม่ล่ะกุญแจมือคู่นี้มีลูกแค่ดอกเดียวถ้าคุณไม่ไขมันให้ผม  ผมคงถูกจองจำแบบนี้ไปตลอดชีวิต

วนิษาน้ำตารื้นถามว่าเขาต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือโจบอกว่าเพราะต้องการให้เธอรู้ว่าตนรู้สึกผิดจริงๆวนิษาพึมพำโจ...” แล้วก้มหยิบกุญแจดอกนั้นพริบตานั้นเธอโยนมันออกไปนอกอาคารโจชะงักหน้าเผือดผิดคาด!

ดี! อยู่อย่างนี้ไปก็ดีเหมือนกันพูดแล้วหันเดินไปเลยโจรีบตาม  สะบัดมือทีเดียวกุญแจมือก็หลุด  เขาตามถามอ้อนว่าอุตส่าห์ทำถึงขนาดนี้แล้วยังไม่เห็นใจอีกหรือที่ฉันทนดูทนฟังนี่ก็ถือว่าใจเย็นพอแล้วเอาเป็นว่าฉันไม่ยกโทษให้จบนะ

โจยังอ้อนต่อด้วยมุกสนุกตลกแต่ก็ไม่อาจทำให้วนิษาใจอ่อนได้เธอย้ำว่าต่อไปนี้ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีกแล้วเดินเชิดไปเลยโจยืนมองพึมพำว่าความจริงผมยังเหลืออีกมุกนะมุกสุดท้าย...”

ooooooo

มุกสุดท้ายของโจคือเอาช่อดอกไม้ไปวางไว้หน้าห้องมีการ์ดเขียนไว้ว่าผมขอโทษครับโจวางช่อดอกไม้ไว้แล้วโจไปแอบดูที่บันไดหนีไฟ

ปรากฏว่ามุกนี้แป้ก  เพราะวนิษามาหยิบช่อดอกไม้ดูอ่านการ์ดแล้ววางไว้ข้างประตูก่อนเข้าไปโจเดินคอตกลงบันไดไปแต่หารู้ไม่ว่าอึดใจเดียววนิษาก็เปิดประตูมาหยิบช่อดอกไม้ไปปักแจกันในห้อง  นั่งดูดอกไม้และอ่านการ์ดในมือพึมพำ...

ทำเป็นมาขอโทษคิดว่าแค่ฉันยกโทษให้แล้วจะจบหรือไงรู้จักฉันน้อยไปซะแล้วนายโจพูดแล้วดีดการ์ดในมือเพียะ!

ส่วนโจแม้จะรู้สึกผิดหวังที่ง้อวนิษาไม่สำเร็จแต่เขาก็บอกป๋องที่มาปลอบใจว่ายังไงตนก็ดีใจเพราะ...

ตอนนี้คุณวนิเขาดูเข้มแข็งขึ้นมากกลับมาเป็นคุณวนิคนเดิมที่ฉันเคยรู้จักไม่ปวกเปียกอับเฉาเหมือนตอนก่อนจะบวชได้เห็นแบบนี้ฉันก็ดีใจแล้วถือว่าทำมาทั้งหมดไม่สูญเปล่า

เมื่อไปของานทำไม่สำเร็จโจเอาสมุดบัญชีธนาคารมาดูตัวเลขแล้วกลุ้มบอกตัวเองว่ายังไงก็ไม่พอแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปคืนเขาตายแน่ๆไอ้โจเอ๊ย...

แต่...ในโชคร้ายยังมีโชคดีในความมืดยังมีแสงสว่างขณะที่โจกำลังมืดแปดด้านไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรนั้นจู่ๆปฐมก็มาหาที่บ้านบอกว่ามีคนอยากพบเขาพลันวนิษาก็เดินเข้ามาปฐมออกไปยืนนอกบ้านอย่างรู้หน้าที่

วนิษามาบอกว่าตนเปลี่ยนใจแล้วตกลงรับเขากลับไปขับรถตามเดิมโจดีใจถามว่าหายโกรธแล้วหรือ

เปล่า...ฉันยังคงโกรธคุณอยู่แต่ฉันยกโทษให้ไม่ใช่แค่นั้นฉันยังจะให้คุณตามสืบฉันเท่าที่คุณอยากสืบเอาให้มันรู้ดำรู้แดงไปเลยโจถามว่าทำไมถึงกลับหน้ามือเป็นหลังเท้าได้แบบนี้เพื่อที่คุณจะได้บอกลูกค้าคุณได้เต็มปากว่าฉันบริสุทธิ์ไงเขาจะได้เลิกอคติกับฉันเสียที

คุณรู้เหรอว่าใครคือลูกค้าผมวนิษาบอกว่าพอเดาได้แน่ใจเหรอถ้าผมพิสูจน์ได้ว่าคุณคือฆาตกรขึ้นมาจริงๆละก็...คุณอาจจะติดคุกนะครับ

เริ่มงานพรุ่งนี้วนิษาสั่งตัดบทแล้วเดินออกไปด้วยสีหน้าเย็นชาแต่โจยิ้มอย่างมีความสุขสุขที่แก้ปัญหาหนี้ได้แต่ลึกๆแล้วสุขมากกว่านั้น...คือ...สุขใจ...

วนิษาออกมาบอกปฐมว่าเสร็จธุระแล้วกลับได้พอเดินผ่านปฐมไปแล้ววนิษาก็แอบยิ้มออกมาเช่นกัน

ooooooo

เมื่อเริ่มมาทำงานใหม่ในยามเช้าที่สดใสโจนั่งรอวนิษาอยู่ที่ล็อบบี้คอนโดพอเธอลงมาเขาลุกขึ้นเอ่ยอรุณสวัสดิ์

ไง...คิดได้รึยังว่าวันนี้จะสืบเรื่องอะไร

โจบอกว่านอนคิดมาทั้งคืนรับรองเด็ดแน่แต่พอเธอถามโจบอกว่าจริงๆแล้วไม่ควรบอกแต่เมื่อเธอกล้าถามตนก็กล้าบอกแล้วสาธยายอย่างเป็นการเป็นงานว่า

ที่ผ่านมาผมตั้งสมมติฐานว่าคุณคือฆาตกรผมจึงสืบหาว่าคุณใช้วิธีไหนฆ่าอดีตสามีของคุณแต่ผมก็ไม่ได้คำตอบเสียทีซึ่งนั่นเป็นไปได้สองอย่างอย่างแรกคือคุณเก่งมากฉลาดมากจนผมตามไม่ทันวนิษาขอบใจที่ชมแต่พอฟังโจพูดต่อว่าแต่เท่าที่ผมรู้จักคุณคุณไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น

วนิษาชักสีหน้าถามว่าหาว่าตนโง่หรือโจบอกเปล่าแค่ไม่ฉลาดพอจะฆ่าคนสามคนโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้วนิษาถามว่าแล้วอย่างที่สองล่ะ  ดวงกินผัวของตนหรือ?

เรื่องนั้นผมยังไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียวเพราะคุณไม่ใช่ฆาตกรฆาตกรคือคนอื่นวนิษาถามว่าใครจะมาตามฆ่าสามีตนถึงสามคน? “ใครบางคนที่แอบหลงรักคุณเขาอาจหลงรักโดยคุณไม่รู้ตัว

ไม่มีย่ะ

อย่ามั่นใจสิอย่างผมไงโจพลั้งปากออกไปทำเอาวนิษาอึ้งถามเหมือนฟังไม่ถนัดว่าอย่างเขาทำไมหรือ? โจตาล่อกแล่กคิดหาทางแก้ตัวพอคิดได้ก็เฉไฉว่าอย่างผม...ก็เคยมีผู้หญิงแอบชอบกว่าจะรู้ตัวก็ตั้งนาน...”

วนิษาถามว่าสมมติว่ามีผู้ชายมาแอบชอบตนแล้วไงเขาคือฆาตกรหรือโจบอกว่าตนยังไม่ได้สรุปแค่ยกตัวอย่างให้เห็นว่า  เป็นแนวทางการสืบสวนอีกมุมของตน  วนิษาเห็นว่าเป็นแนวทางการสืบสวนที่มองตนในแง่ดีขึ้นติงแกมบ่นนิดๆว่าน่าจะสืบแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว

ก็ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักคุณดีพอนี่นา

ตอนนี้ถึงเพิ่งรู้ว่าฉันโง่เกินกว่าจะเป็นฆาตกรคนนั้น?”

เปล่า...ตอนนี้ถึงเพิ่งรู้ว่าจิตใจคุณดีเกินกว่าจะเป็นฆาตกรต่างหาก

วนิษามองหน้าโจอย่างทึ่งในคำตอบของเขาทั้งสองมองหน้ากันนานจนวนิษาเป็นฝ่ายหลบตาเอง...

ooooooo

พองานที่ทำกับวนิษาเริ่มลงตัวซูซี่ก็มาเร่งคดีของตนบอกว่ายังมีอีกที่ที่โจควรไปดูคือรถของสถาพรอาจมีหลักฐานบางอย่างอยู่ในรถ

โจสนใจมากถามว่ารถอยู่ไหนซูซี่บอกว่าอยู่บ้านพี่ชายของสถาพรคือสลัมซอยกระดุมได้ชื่อว่าเป็นสลัมที่ดุที่สุดในกรุงเทพฯ  ป๋องถึงกับขนหัวลุกบอกว่ามันเป็นงานยากถึงยากที่สุดนักเลงที่นั่นโคตรดุเลย

เดี๋ยวผมจัดการเองไม่มีปัญหาโจบอกซูซี่แต่เมื่อป๋องไม่กล้าไปโจจึงตัดสินใจจะไปคนเดียว

วันนี้ป๋องไปทำงานอย่างไม่สบายใจเพราะจะปล่อยให้โจไปสลัมซอยกระดุมเองก็ไม่ได้  ครั้นตัดสินใจไปด้วยก็กังวลกลัวจนใจไม่อยู่กับตัวปลายฝนมาที่ร้านเห็นอาการป๋องแปลกๆถามว่าเป็นอะไรพอป๋องเล่าให้ฟังเธอขอไปด้วยแม้ป๋องจะพยายามห้ามปรามกระทั่งบอกว่าไม่ยอมให้เธอไปด้วยเกรงจะไปเป็นภาระมากกว่า

ฉันเนี่ยนะเป็นภาระฉันว่าฉันเก่งกว่าเธออีกโต้เถียงกันอยู่นานสุดท้ายป๋องตัดบทว่ายังไงก็ไม่ให้เธอไปจบ!

ooooooo

หลังจากวางแผนกับพจน์แล้วภาคย์จัดฉากแสดงตัวเป็นคนดีแม้จะเป็นมุกเดิมๆที่คนร้ายใช้กันมากแต่ก็ยังได้ผล

ในวันที่ยายวรางค์กับหนุงหนิงไปช็อปปิ้งกันนั้นมีคนร้ายมาชิงกระเป๋าถือคุณยายร้องขอความช่วยเหลือพระเอกขี่ม้าขาวชื่อภาคย์ก็ปรากฏตัวไล่จับคนร้ายได้พร้อมกระเป๋าถือ

การณ์กลับกลายเป็นว่านักวิ่งราวที่ถูกภาคย์ไล่จับได้คนนั้นสารภาพว่าลูกกำลังไม่สบายมากหมอบอกว่าค่ารักษาพยาบาลสูงมากตนทำเพื่อหาเงินไปรักษาลูกภาคย์ฟังแล้วสงสารนอกจากไม่เอาเรื่องแล้วยังมอบเงินให้ไปรักษาลูกอีกด้วย  ระหว่างนั้นเขาทำเป็นไม่เห็นคุณยายจนปล่อยคนร้ายไปแล้วจึงทำเป็นเห็นคุณยายทักทายและคืนกระเป๋าให้

ภาคย์แสดงตัวเป็นสุภาพบุรุษผู้มีเมตตาเปี่ยมด้วยคุณธรรมคุณยายเห็นเขาปากแตกจะพาไปโรงพยาบาลเขาบอกว่าเรื่องเล็กมากไกลหัวใจแต่พอคุณยายบอกว่างั้นไปทำแผลที่บ้านภาคย์ตอบรับทันทีนึกกระหยิ่มว่าเข้าทางพอดี!

ทำแผลให้ภาคย์เสร็จคุณยายขอบใจที่เขาช่วยให้ได้กระเป๋าคืนมาภาคย์คุยอย่างภูมิใจว่าพ่อสอนตนว่าถ้าเจอคนเดือดร้อนอะไรที่เราช่วยได้ก็ต้องช่วยทั้งยังเล่าอย่างสงบเสงี่ยมว่าตนปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่เด็ก  ธรรมะของพระพุทธเจ้าเลยซึมซับเข้าไปในจิตใจโดยไม่รู้ตัว

ระหว่างคุณยายเอากระเป๋ายาไปเก็บภาคย์ฉวยโอกาสสำรวจทรัพย์สินในห้องไปหยุดที่รูปถ่ายของคุณยายกับวนิษาพอคุณยายออกมาเขาทำเป็นตกอยู่ในภวังค์บอกว่าตนติดใจความสวยน่ารักของผู้หญิงที่ถ่ายรูปกับคุณยายพูดเคลิ้มว่า

ดวงตาของเธอทำให้ผมรู้สึกว่าโลกหยุดหมุนกะทันหันผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยครับ”  พอคุณยายถามว่าอยากรู้จักไหมเขาตอบทันทีไม่อยากครับทำเอาคุณยายงงถามว่าทำไมล่ะ?

แค่เห็นรูปถ่ายผมยังใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวถ้าเจอตัวจริงมีหวังหัวใจวายตายแน่

ภาคย์ใช้ลีลาและโวหารอย่างช่ำชองของตัวเองพูดจนคุณยายเห็นใจพอใจแต่พอภาคย์กลับไปหนุงหนิงก็บอกคุณยายว่าตอนภาคย์จับโจรนั้นตนดูเหมือนเตี๊ยมกันยังไงไม่รู้

เธอนี่นิสัยไม่ดีคนเขามีน้ำใจยังไปเหน็บแนมเขาอีกผู้ชายดีๆแบบนี้น่ะหายากออกคุณยายพูดอย่างชื่นชมมาก

หารู้ไม่พอภาคย์ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปไม่นานก็ถูกคนร้ายคนนั้นวิ่งออกมาขวางถนนทวงค่าจ้างภาคย์จ่ายไปอีกสามพันรวมที่จ่ายล่วงหน้าไปแล้วสองพันเป็นห้าพันอดบ่นไม่ได้ว่า

แพงว่ะแต่แอคติ้งขั้นเทพคุ้มราคาไว้มีอะไรจะเรียกใช้ใหม่โว้ยขอบใจมากภาคย์หันมองรอบตัวอย่างระวังอีกครั้ง  เห็นไม่มีใครก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างสบายใจ

ooooooo

วันนี้วนิษากับคุณยายวรางค์ไปกินข้าวนอกบ้านโดยมีหนุงหนิงติดตามไปดูแลคุณยายด้วย

ดูเธอดีขึ้นเยอะเลยนะเลิกใช้ยานอนหลับแล้วใช่ไหมวนิษาบอกว่าไม่ได้ใช้อีกแล้วดีแล้วล่ะเอ่อ...ทำไมไม่ชวนหนูปลายฝนมาด้วยล่ะ

คุณยายหาเหตุโยงสู่เรื่องที่อยากจะคุยพอวนิษาบอกว่าปลายฝนออกไปหาเพื่อนคุณยายก็ปรารภว่าอีกหน่อยปลายฝนก็มีแฟนเหลือเธอคนเดียวไม่เหงาหรือวนิษาตอบอย่างเห็นเป็นเรื่องเล็กว่าก็คงเหงาบ้างแต่ไม่เป็นไรถามอย่างเดาใจคุณยายออกว่า

คุณยายห่วงกลัวหนูจะไม่มีแฟนเหรอคะ

ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกแค่อยากให้เธอคิดเรื่องนี้บ้างคือเมื่อก่อนยายเห็นเธอจมอยู่กับเรื่องดวงร้ายๆของตัวเองจนไม่กล้าคิดเรื่องความรักแต่ตอนนี้เธอก็รู้ความจริงแล้วนี่ว่าเรื่องแย่ๆมันเกิดจากดวงตัวซวย

ของคนอื่นไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเธอควรจะเรียกความมั่นใจในตัวเองกลับมามีความสุขได้แล้ว

พูดแล้วเห็นวนิษาพยักหน้ายิ้มๆแววตาเป็นประกายเล็กน้อยคุณยายถามตรงๆว่า

มีใครเข้ามาในชีวิตมั่งหรือเปล่าล่ะวนิษาบอกว่าไม่มีถามว่าหรือคุณยายมีแม้จะเข้าทางแต่คุณยายก็ยังไว้เชิงตอบแบ่งรับแบ่งสู้ว่ายังไม่มีเหมือนกันแต่เดี๋ยวจะดูให้

กินข้าวเสร็จคุณยายฝากเป็นการบ้านว่ายังไงเธอก็เอาที่ยายพูดไปคิดด้วยล่ะ...วนิเปิดตัวเปิดใจหน่อยนะยายอยากเห็นหลานมีความสุข

ค่ะวนิษารับคำใจคิดถึงใครบางคน...

หนุงหนิงอึดอัดขัดใจพอกลับถึงบ้านก็ถาม

คุณยายว่าทำไมไม่บอกวนิษาไปตรงๆเลยว่าคุณยายจะจับคู่ให้ภาคย์คุณยายบอกว่าเรื่องแบบนี้ต้องค่อยไปเป็นค่อยไป

ตอนแรกหนุงหนิงนึกว่าคุณยายจะเชียร์นักสืบที่ชื่อโจอะไรเสียอีก

เอาจริงๆแล้วฉันก็ไม่เชียร์ใครหรอกนะแค่แนะนำผู้ชายดีๆให้เขาส่วนเขาจะเลือกใครก็แล้วแต่เขา

ooooooo

ป๋องตัดสินใจไปสืบที่สลัมตรอกกระดุมกับโจส่วนปลายฝนก็ได้รับอนุญาตจากโจให้ไปงานนี้ด้วยป๋องถามว่าให้ปลายฝนไปด้วยได้ไงรู้ไม่ใช่เหรอว่ามันอันตราย

โจบอกว่าปลายฝนอุตส่าห์มาขอถึงที่นี่จะให้ปฏิเสธได้ยังไงป๋องดักคอว่าเพราะอยากให้ปลายฝนช่วยเชียร์ใช่ไหมปลายฝนมาได้ยินพอดีถามว่าเชียร์อะไรป๋องทำท่าจะบอกแต่พออ้าปากก็ถูกโจยิงหนังยางเข้าปากแล้วโจก็ชี้แจงว่า

ปลายฝนอย่าไปสนใจป๋องมันแล้วพูดกับป๋องที่ฉันให้ปลายฝนไปด้วยเพราะคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับการทำงานส่วนเรื่องอันตรายฉันไปคุมเกมด้วยไม่ต้องห่วงถ้าแกไม่พอใจก็ไม่ต้องไปจะเอาไงไปไม่ไป?”

ไปครับป๋องตอบทันทีโจสรุปสั้นๆว่าจบนะแต่ปลายฝนไม่จบถามว่าเมื่อกี๊ป๋องว่าโจชอบใครชอบตนหรือ? โจทำหน้าหน่ายบอกว่าไปกันใหญ่แล้วสั่งให้จบเร่งให้ไปกันได้แล้ว

แต่พอจะออกจากบ้านโจหันกลับบอกทั้งสองอย่างตื่นตกใจว่าวนิษามาให้รีบหลบเร็ว!

วนิษามาถึงหน้าบ้านแล้วแต่มัวยับยั้งชั่งใจว่าจะเข้าไปดีหรือไม่ดีพอตัดสินใจจะเข้าก็มีปัญหาอีกว่าแต่งตัวแบบไหนดีมากไปหรือน้อยไปจนหาจุดลงตัวได้อย่างพอใจว่าดูดีไม่เว่อร์แล้วจึงลงจากรถตรงไปที่หน้าบ้านโจ

ภายในบ้านโจกำลังวุ่นวายกันเพราะปลายฝนกับป๋องไม่รู้จะไปหลบที่ไหนจวนตัวเข้าเลยหลบไปหลังม่านพอทั้งสองหาที่ซ่อนได้แล้วโจจึงไปเปิดประตู

พอโจเปิดประตูก็เจอวนิษาที่มาแบบสวยโทรมๆเธอต่อว่าทันทีว่าไม่อยากคุยกันหรือโจทำเป็นบอกว่าไม่มีอะไรแค่ตะลึงนิดหน่อยแล้วปากหวานว่า

คุณสวยมากครับ...คุณวนิรอแป๊บนึงนะครับบ้านมันรกมากเดี๋ยวผมจัดให้เรียบร้อยก่อนโจรีบกลับเข้ามาในบ้านวนิษาเดินตามเข้ามาเลยบอกว่าไม่เป็นไรคราวก่อนตนก็มาเห็นแล้วเธอเดินเข้ามาพลางมองไปรอบๆ

โจมองไปที่ม่านเห็นเท้าของปลายฝนกับป๋องโผล่ออกมาเขารีบเลื่อนโซฟาไปบังไว้แล้วเชิญวนิษานั่งปลายฝนกับป๋องที่ซ่อนอยู่หลังม่านเกร็งกันแทบจะกลั้นหายใจโจไปเอาน้ำเย็นมาให้ขอโทษเธอที่ไม่มีน้ำเก๊กฮวยมีแต่น้ำเปล่า

ขอบคุณค่ะคุณรู้ได้ไงว่าฉันชอบน้ำเก๊กฮวยโจอึกอักบอกว่ามีคนบอกแต่จำไม่ได้แล้วว่าใครแล้วโจก็แทบหัวใจวายเมื่อวนิษาบอกว่าได้กลิ่นหอมเหมือนกลิ่นน้ำหอมของปลายฝนโจเลยทำหน้าทะเล้นบอกว่ากลิ่นเต่าของตนเองวนิษาทำหน้าแหวะโจเลยตัดบทรีบเปลี่ยนเรื่องถามว่ามาหาตนทำไมหรือ

เอ่อ...รถฉันได้เวลาต่อภาษีแล้วเลยแวะเอาสมุดทะเบียนมาให้เดี๋ยวลืมพลางหยิบสมุดทะเบียนส่งให้เธอทำทีดูนาฬิกาบ่นว่าหิวแล้วถามว่าแถวนี้มีอะไรอร่อยๆกินไหม

อ๋อ...เลยไปตรงสี่แยกครับมีร้านดังๆอยู่ 3-4 ร้านอร่อยมากครับวนิษาทำท่าอยากกินโจถามเร่งหิวไม่ใช่เหรอครับ

ใช่...งั้นฉันไปก่อนนะเธอลุกไปพอเห็นโจลุกไปส่งเธอบอกไม่เป็นไรไม่ต้องไปส่งหรอก

ครับโจตอบง่ายๆ...ซ้ำพอวนิษาเดินพ้นประตูเท่านั้นโจก็ปิดประตูทันที

ปลายฝนพรวดออกจากหลังม่านจ้องโจอย่างโกรธมากไล่ให้ออกไปเดี๋ยวนี้บ่นว่า

เขาชวนไปกินข้าวไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเลยรึไงเขาอุตส่าห์มาหาพี่มาพูดซะขนาดนี้แล้วยังทำไม่รู้ไม่ชี้ผู้ชายอะไรทุเรศจริงๆนี่เหรอสุภาพบุรุษอ้วกแตก!”

เธอก็รู้ฉันมีงานต้องทำ

อย่ามาอ้างงานหนูดูออกนะว่าพี่ชอบเขาแล้วทำไมทำแบบนี้อย่าบอกนะว่าพี่กลัวดวงกินผัวน่ะโจทำหน้าเหวอปฏิเสธว่าเปล่าพี่ทำแบบนี้นะเขาจะต้องเสียใจมากหนูจะบอกอะไรให้พี่พลาดไปแล้ว

พลาดเพลิดอะไรไร้สาระน่ะโจทำไก๋เดินเข้าห้องทำงานแบบไม่ยี่หระแต่พอปิดประตูก็วิ่งจู๊ดไปปีนหน้าต่างออกไปเห็นรถวนิษาขับไปไกลแล้วเขาวิ่งตามตะโกนเดี๋ยวครับคุณวนิอย่าเพิ่งไปนะครับ...” แล้วบ่นไม่ทันจนได้เฮ้อ...” แต่ก็ปลอบใจเหมือนหลอกตัวเองว่าคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง...” แล้วเดินคอตกเข้าบ้าน

ส่วนวนิษาพอขับรถออกมาก็บ่นตัวเองวนิษายัยโง่เอ๊ย...ทำอะไรลงไปเนี่ย

 

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.