ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักออกฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่ร้านไอศกรีมในย่านวัยรุ่น ปลายฝนพาป๋องไปเลี้ยงไอติมขอบคุณที่เขาช่วยตนในวันนั้น พร้อมกับมอบหมวกไหมพรมให้แทนคำขอบคุณ

ป๋องปลื้มสุดๆ บอกปลายฝนว่าชอบมาก แล้วใส่ให้ดู ปลายฝนเอามือถือถ่ายรูปไว้แล้วยื่นให้ดู

“โห...หมวกอะไรเนี่ย ใส่แล้วหล่อขึ้นทันตาเห็น... ขอบคุณมากนะ ซื้อมาจากไหนเนี่ย”

“ไม่ได้ซื้อมาหรอก ฉันถักเอง”

ป๋องที่ปลื้มอยู่แล้ว ถึงกับอึ้งมองปลายฝนตาโต บอกเธออย่างปลื้มมากๆว่า

“ปลายฝน...ฉันจะเก็บรักษามันไว้อย่างดีที่สุด จะดูแลมันด้วยชีวิตของฉัน” ป๋องรวบรวมความกล้ากอดหมวกไว้กับอก พูดด้วยเสียงหล่อสุดๆ “ปลายฝน...ฉันมีเรื่องอยากบอกเธอ ตอนแรกฉันก็ลังเล แต่ตอนนี้ฉันกล้าบอกแล้ว...ฉัน...ฉันชอบเธอนะ” เห็นปลายฝนอึ้ง ตกใจป๋องย้ำ “ฉันชอบเธอ เธอว่าไง” พูดแล้วมองลุ้นคำตอบตาฉ่ำ

“ฉัน...ขอโทษนะป๋อง...ฉันมีคนที่ชอบแล้ว”

ป๋องอ้าปากค้าง หน้าซีดแทบหงายตกเก้าอี้ แต่พอปลายฝนขอโทษที่ทำให้เขาเข้าใจผิด ป๋องสูดลมเต็มปอดยืดอกแบบแมนๆ ทำใจแข็งบอกว่าไม่ต้องขอโทษ ตนไม่เป็นไร ไม่ต้องซีเรียส เรื่องแบบนี้แค่ขำๆเท่านั้น แล้วทำเสียงร่าเริงชวนกินไอติมกันชิลๆ

“เธอชิลๆ เหรอ” ปลายฝนถามเหมือนจะผิดหวัง พอป๋องยืนยัน เธอยิ้มบอกว่าชิลๆก็ชิลๆป๋องท่องเสียงปร่าแปร่ง“ชิลๆชิลๆ” กล้ำกลืนไอศกรีมอย่างฝืดคอ

พอกลับถึงบ้าน ป๋องก็นั่งร้องไห้ฮือๆจนโจที่กำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับโหร การทำนายดวงชะตาราศีดูลายมือซึ่งต้องการสมาธิมาก ทนไม่ไหวบ่นว่าหนวกหู ป๋องยิ่งร้องไห้บอกว่าตนหยุดไม่ได้ บอกโจให้ทำงานไปเถอะอย่ามาสนใจตนเลยเพราะสภาพแบบนี้ตนไม่กล้ากลับบ้าน

สุดท้าย โจต้องเอาหนังสือไปอ่านที่อื่น บ่นงึมงำ “น่าสงสารก็น่าสงสาร น่าถีบก็น่าถีบ”

โจไปอ่านหนังสือต่อที่ระเบียงอย่างมีสมาธิ เจาะทุกตัวอักษร

“ทารกแรกเกิดนั้นเป็นธาตุบริสุทธิ์ ปัจจัยภายนอกเพียงเล็กน้อยที่มากระทบ ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรุนแรงและถาวร คลื่นรังสีจากดวงดาวต่างๆบนฟากฟ้าก็เช่นกัน แต่ละดวงล้วนมีผลทั้งในทางที่ดีร้าย โดยเฉพาะตอนที่เราออกจากครรภ์มารดาสู่โลก มันจะมีอิทธิพลต่อชีวิตของเราไปจนตาย”

อ่านหนังสือแล้ว โจเงยหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้าอย่างครุ่นคิด

วนิษาไปกราบขออโหสิกรรมหม่อมจันเพื่อลาบวช แม้หม่อมจันจะไม่เห็นด้วยที่เธอจะบวชแต่ก็ไม่ห้าม เชื่อว่าเธอไตร่ตรองมาดีแล้ว

หม่อมจันพูดอย่างเมตตา เอ็นดูว่า การขออโหสิเป็นเรื่องประเพณี แต่วนิษาไม่เคยล่วงเกินอะไรตนเลย ทั้งยังชื่นชมว่า

“วนิษา เธอดีกับฉันเหมือนลูกแท้ๆของฉัน 

ฉันขออวยพรให้เธอพบความสงบสุขร่มเย็นจากพระ-พุทธศาสนา อย่าให้มีอุปสรรคหรือความทุกข์ยากใดๆ มาแผ้วพานเธอเลย”

วนิษากราบขอบพระคุณ หม่อมจันลูบศีรษะอย่างเมตตา สงสาร ไม่ไกลจากตรงนั้นหญิงจุ๋มกับพจน์มาได้ยินพอดี!

ooooooo

ที่วังวาสุวงศ์ หญิงจุ๋มกับพจน์แอบคุยกันว่าถ้าวนิษาบวชแล้วทรัพย์สมบัติของเธอจะตกเป็นของใคร พจน์บอกว่าก็ยังเป็นของวนิษาอยู่

หญิงจุ๋มเสนอว่าเมื่อวนิษาบวชแล้วเราต้องช่วยกันบิ๊วให้คืนเงินให้ชายแจ้ พจน์พลั้งปากว่าแบบนี้ง่ายกว่าตั้งเยอะ พอหญิงจุ๋มถามว่าพูดอะไร พจน์ก็กลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร ตนเห็นด้วยว่าต้องหาทางพูดให้วนิษาคืนเงินให้ชายแจ้ ท่าทางเธอก็ปลงๆอยู่ไม่น่าจะยาก

“ขอให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่จะบวชแล้วยังงก

เงินอยู่” หญิงจุ๋มลุ้น

เวลาเดียวกัน วนิษาบอกปฐมว่าถ้าตนบวชเขาคงต้องช่วยดูแลบ่อน ปฐมขอให้เธอทบทวนให้ดีให้คิดถึง

พี่น้องเราด้วย เพราะ “ผมรู้ตัวว่าผมไม่มีบารมีพอจะดูแลเรื่องธุรกิจของตั่วเฮียได้หรอกครับ”

“ฉันเชื่อว่าคุณปฐมทำได้ค่ะ” วนิษามั่นใจ ปฐมเงียบ แอบมองวนิษาคิดอะไรบางอย่าง โจแอบสังเกตปฐมอีกต่อหนึ่ง

คืนนี้โจพาวนิษาไปกินอาหารร้านริมถนน บอกว่ามื้อนี้ตนเลี้ยงเนื่องในโอกาสที่เธอจะบวช วนิษาถามว่าเลี้ยงแบบนี้แสดงว่าเห็นด้วยให้ตนบวชใช่ไหม โจตอบแบบผ่านๆ ไปว่า “ถ้าใจคุณอยากบวช ก็บวชไปเถอะครับ”

“ฉันก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วฉันอยากบวชจริงๆ หรือเปล่า หรือฉันแค่รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้พวกเขามีอันเป็นไป พวกเขาทั้งสามคนดีกับฉันมาก”

“อะไรทำให้คุณรู้สึกผิด คุณฆ่าพวกเขาเหรอ?”

วนิษาบอกว่าถึงไม่ฆ่าก็เหมือนฆ่าเพราะดวงกาลกิณีของตน ถ้าพวกเขาไม่มาแต่งงานกับตนก็ไม่ต้องตาย พูดแล้วเห็นโจเงียบ เลยแกล้งแหย่ว่า “เมื่อก่อนเวลาพูดเรื่องนี้นายจะเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่มีจริง แต่ทำไมวันนี้เงียบ นายเริ่มเชื่อแล้วใช่ไหม” โจยอมรับว่าเริ่มลังเล “ไหนๆ ฉันก็จะบวชแล้ว นายจะบอกฉันได้รึยังว่านายเป็นใคร...ขอร้องนะ อย่าบอกว่าความจำเสื่อมอยู่”

ถูกวนิษาดักคอและดักทางไว้หมด โจมีเงื่อนไข

ถ่วงเวลาว่า เอาไว้วันที่เธอบวชตนจะบอกและจะได้อโหสิกันไปเลย

“ได้...ฉันจะรอ”

ระหว่างไปส่งเธอที่คอนโด วนิษาเอ่ยขึ้นอีกว่า ตนมีอีกคำถามอยากจะถาม พอโจสนใจฟัง เธอถามว่า

“นายอยากให้ฉันบวชไหม”

“ความรู้สึกของผมน่ะเหรอ...ถ้าคุณบวช ผมต้องบอกความลับของผม แถมยังตกงานอีกด้วย ถ้าคุณไม่บวชทุกอย่างก็เหมือนเดิม ผมไม่อยากให้คุณบวช”

วนิษาถามว่าเพราะไม่อยากบอกความลับกับไม่อยากตกงานแค่นั้นหรือ พอโจบอกว่าใช่ เธอฝืนยิ้ม...

“ก็ดี...ฉันจะบวช”

โจนิ่งเงียบไปตลอดทางจนเมื่อส่งเธอถึงคอนโดแล้ว จึงพึมพำอย่างเจ็บลึกว่า

“คุณวนิ...คุณบวชหรือไม่บวช ยังไงเราก็ต้องจากกันอยู่ดี”

แต่พอจะออกรถ ก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อหนุงหนิงเอาหน้าแนบกระจกรถจนดูบู้บี้ไปทั้งหน้า บอกว่า

“คุณนักสืบ...คุณยายอยากพบคุณ ท่านรออยู่แถวนี้”

ooooooo

ยายวรางค์ไปนั่งรออยู่ที่ร้านไอศกรีมราวกับวัยรุ่น พอโจไปหาก็ชี้แจงว่าที่ต้องทำแบบนี้เพราะไม่อยากให้วนิษารู้

ยายวรางค์มาขอให้โจช่วยล้มงานบวชของวนิษา เพราะการบวชแบบนี้ของเธอเป็นแค่การหลอกตัวเองเพื่อซ่อนตัวจากโลกภายนอกที่เธอกลัวและไม่กล้าที่จะอยู่

ต่อไปเท่านั้น โจอึ้งไปนาน เขาหัวเราะเบาๆถามคุณยายว่า

“ยากไปมังครับ ในเมื่อตอนนี้ใจเขาอยากบวชเต็มแก่ ส่วนผมก็เป็นแค่คนขับรถ คุณยายจะให้ผมทำยังไงหรือครับ”

ยายวรางค์ทั้งอ่อยทั้งยอว่าเขาเป็นคนเก่งทำได้อยู่แล้ว ทีเด็ดอยู่ที่คุณยายบอกว่าถ้าเขาทำสำเร็จมีค่าจ้างให้ หยิบกล่องกระดาษเล็กๆออกมาเปิดฝากล่องให้ดูพอโจมองอึ้ง คุณยายก็ปิดฝากล่องทันที พูดหยั่งเชิงว่า

“เธอคงเข้าใจความหมายของมันดี ฉันไม่ได้เชียร์เธอ แต่ฉันให้โอกาสเธอ”

“ผมยอมรับว่าคุณยายดูไม่ผิด แต่คุณยายเก็บมันไว้เถอะครับ ผมมีฉายาโจตัวซวย ใครเป็นนายจ้างผมน่ะ ซวยตลอด”

“ฉันไม่เชื่อแล้วก็ไม่กลัว ฉันให้เธอทำงานก็ต้องมีค่าจ้างให้ ตกลงเธอจะรับงานนี้ไหม” เห็นโจเงียบ คุณยายเสียงอ่อนลง “ช่วยวนิด้วยเถอะนะนายดาว”

“ขอผมคิดดูก่อนนะครับ” โจตอบไปอย่างนั้นเมื่อนึกถึงที่วนิษาเพิ่งพูดไปหยก ๆ ว่า “ก็ดี...ฉันจะบวช”

 ยายวรางค์มองโจอย่างผิดหวังมาก...

ooooooo

โจกลับไปนั่งคิดหนักไม่พูดไม่จาจนป๋องอึดอัดถามว่ากำลังคิดอะไรอยู่หรือโจจึงวิเคราะห์เรื่องวนิษาจะบวชให้ฟังว่า

“ถ้าวนิษาเป็นกาลกิณี เป็นผู้หญิงกินผัว ก็ถือว่าเธอเป็นฆาตกรทางอ้อม การบวชก็ถือเป็นการชดใช้เหยื่อ ถือว่าทำถูกต้องแล้ว แต่ถ้าวนิษาไม่มีดวงกินผัว การตายของผัวสามคนก็ไม่เกี่ยวกับเธอ ดังนั้นบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลก็ถือว่าไม่ถูกต้อง” ป๋องติงว่าเรายังพิสูจน์เรื่องดวงไม่ได้ “ไม่แน่ เช่น ถ้าฉันหาหลักฐานได้ว่าทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องของการฆาตกรรม เป็นฝีมือของคน เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดวงอีกต่อไป”

ทั้งสองวิเคราะห์กันทั้งในแง่ฆาตกรรมและแง่ดวง แต่จนป่านนี้เรื่องฆาตกรรมก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ โจบอกว่าเรื่องดวงตนก็เริ่มลังเลว่ามีจริง แต่ก็พอนึกถึงผลพลอยซวยที่ว่าถ้าดวงกินผัวมีจริง โจตัวซวยก็มีจริง โจก็รับไม่ได้ บอกป๋องว่า

“เพราะคนที่มีพระคุณที่สุดในชีวิตของฉัน คนที่เป็นครูที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของฉันบอกฉันว่าโลกนี้ไม่มีโจตัวซวย ท่านย้ำสอนฉันมาตั้งแต่เด็ก จนฉันรู้สึกว่าถ้าฉันเชื่อเรื่องนี้ ฉันจะเป็นคนเนรคุณต่ำช้าสามานย์ไปทันที”

ป๋องรู้ว่าโจหมายถึงหลวงพ่อสีสุกที่ตัวเองก็เคารพนับถือ ถามว่าแล้วโจจะเอาอย่างไร

“เฮ้อ...สับสนมากเลยว่ะ” โจลุกไปหยิบหนังสือเรื่อง “ตรวจกรรมระดับนาโน โดย เม้ง จิตทิพย์” บอกป๋องว่าหมอนี่อาจจะแก้ปัญหาให้เราได้ ป๋องถามว่าจะไปหาหรือ พอโจพยักหน้า ป๋องติงว่าคิวแน่นมากจองกันเป็นเดือนๆ

“จะยากอะไร คิวยาวนักเราก็ลัดคิวสิ”

แล้วโจกับป๋องก็ลัดคิวตามวิธีของตน ทั้งสอง

ใส่หน้ากากไอ้โม่งไปดักที่สำนักงานของเม้ง จิตทิพย์ พอเม้งมาเปิดสำนักงานทั้งสองก็จู่โจมเข้าไปจับตัว

เอาปืนจ่อ บอกให้ตอบคำถามตามจริงถ้าโกหกจะยิงทันที ถามว่าตกลงไหม เม้งถูกปืนจ่ออยู่รีบตกลง

โจถามเรื่องดวงกินผัวของวนิษา เม้งยืนยันว่าดวงของเธอเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่มีใครจ้าง ไม่ว่าโจขู่จะยิงส่วนไหนของร่างกาย เม้งกลัวจนแทบจะร้องไห้ แต่ก็ยืนกรานว่าไม่มีใครจ้าง ตนดูตามตำราที่เรียนมา อ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย

“ขอถามอีกข้อ ดวงกินผัวมีจริงหรือ” โจถามคำถามสุดท้ายหลังจากรีดอะไรจากเม้งไม่ได้เลย เม้งยืนยันว่าตำราว่าไว้อย่างนั้น แล้วหยิบตำรามาอ่านให้ฟัง โจถามว่ามีทางแก้ไหม

“ดวงนี้เป็นหนึ่งในดวงอาถรรพณ์โทษทั้งเจ็ด คือหมายถึงเป็น 7 พื้นดวงที่ไม่มีทางแก้เคล็ด ไม่มีทางผ่อนหนักเป็นเบา ถ้าเจ้าของดวงไม่อยากให้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นก็มีทางเดียวคือห้ามมีผัว”

“ผมขอโทษนะครับที่รบกวน ผมบอกคุณไม่ได้ว่าผมเป็นใคร แต่ผมทำไปเพราะอยากรู้ความจริงเท่า นั้นเอง” โจเอ่ย ป๋องก็ขอโทษด้วย โจขอบคุณแล้วทำท่าจะกลับ เม้งถามว่า

“ไม่แกะหน้ากากออกมาให้ดูหน้าหน่อยเหรอ อยากเห็น”

“ถ้าถอดให้คุณดูแล้วผมจะใส่มาทำแมวอะไรวะ ไม่ฆ่าปิดปากก็บุญแล้ว อย่าเรื่องมากนะ” โจเสียงเข้มจนเม้งจ๋อย แล้วโจกับป๋องจึงเดินออกไป

ooooooo

ออกจากเม้งแล้ว ป๋องถามว่าปล่อยให้วนิษาบวชดีกว่าไหม เพราะฟังตำราแล้วตรงเป๊ะเลย

โจบอกว่าตนเชื่อคุณยายว่าวนิษาไม่อยากบวช เธออยากให้ใครสักคนช่วย ตนเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อเรื่องดวงกินผัว ถึงเชื่อก็แค่ครึ่งๆ กลางๆ โจหาที่พึ่งสุดท้าย บอกป๋องว่า “ฉันจะไปหาหลวงพ่อ”

โจไปหาหลวงพ่อสีสุกที่วัด เจอท่านกำลังกวาดใบไม้ ท่านบอกโจให้เข้าไปนั่งสมาธิในโบสถ์ก่อน ค่ำๆ ค่อยคุยกัน แต่โจอยู่ในภาวะจิตที่สับสนร้อนรุ่ม ไปนั่งหน้าพระประธานแล้วจิตก็ไม่สงบ นั่งลืมตา จนถูกหลวงพ่อเข้ามาเอาตะพดเคาะหัวถามว่า สั่งให้นั่งสมาธิแล้วนี่ทำอะไร

“ผมไม่มีสมาธิน่ะครับ” หลวงพ่อถามว่าทำไมไม่มีสมาธิ “ก็...มันฟุ้งซ่านครับ” หลวงพ่อถามว่าฟุ้งซ่านเรื่องอะไร ในที่สุดโจยอมรับว่าฟุ้งซ่านเรื่องคนคนหนึ่ง หลวงพ่อถามว่าทำไมเป็นคนคนนี้

“เพราะผมชอบเขา เขากำลังเดือดร้อน ผมอาจจะช่วยเขาได้ แต่ผมไม่รู้ว่าควรจะช่วยเขาดีไหม ผมเลยตั้งใจจะมาถามหลวงพ่อเรื่องนี้ เรื่องดวงเนี่ย...”

“เรื่องที่เธอถามฉัน ฉันเคยตอบไปแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วจะมาถามซ้ำทำไม คำตอบของฉันเหมือนเดิม ถ้าเธอไม่แน่ใจคำตอบของฉัน ฉันก็จนปัญญา เธอต้องหาคำตอบด้วยตัวเธอเอง”

“งั้นผมถามใหม่ ถามดื้อๆ เลยแล้วกัน ผมควรจะช่วยเธอไหมครับ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะช่วยหรือไม่ควรช่วยดี”

หลวงพ่อถามว่าทำไมต้องช่วย โจบอกว่าเขาน่าสงสาร ท่านถามอีกว่าแล้วทำไมถึงไม่ควรช่วย โจคาดว่าเขาอาจจะเป็นฆาตกรไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

“ถ้าใครคนหนึ่งเป็นฆาตกร เราสงสารคนคนนั้นไม่ได้หรือ” โจตอบว่าได้ “เราจะช่วยคนที่เป็นฆาตกรไม่ได้หรือ” โจว่าได้อีก หลวงพ่อถามว่า “ได้คำตอบหรือยัง จะช่วยหรือไม่ช่วย”

“ผมจะช่วยเธอครับ ขอบคุณหลวงพ่อมากครับ”

“ฉันยังไม่ได้บอกอะไรเธอเลย ฉันแค่ถาม ทุกคำตอบมาจากตัวเธอเอง” โจสารภาพว่าตนคงสับสนจริงๆ หลวงพ่อถอนใจ “ปกติเธอเป็นคนมีสตินะโจ...แต่ฉันก็เข้าใจ รัก โลภ โกรธ หลง มันทำให้ขาดสติได้เหมือนกัน งั้นฉันจะแนะนำอะไรเธอสักอย่าง ไหนๆก็มาถึงที่นี่แล้ว ถ้าจะช่วยเขา จงช่วยด้วยเมตตา อย่าช่วยด้วยเสน่หา”

โจตั้งใจฟังหลวงพ่ออย่างมีสติ

ooooooo

ปฐมให้ชายคนหนึ่งหามือป่วนมา 3–4 คน เพื่อป่วนไม่ให้วนิษาบวช แต่เสียท่าเสี่ยเพ้งที่ต้องการให้วนิษาบวชเลยจับชายทั้ง 4 ซ้อมสะบักสะบอม

ตัดตอนเสียก่อน

หักเหลี่ยมกันแค่นั้นไม่พอ เสี่ยเพ้งยังมาบอกปฐมว่า ยังไงงานบวชก็ต้องสำเร็จ เมื่อตั่วเจ๊บวชสำเร็จแก๊งของตั่วเฮียก็คงอยู่ได้อีกไม่นาน พูดตบท้ายให้ปฐมเจ็บใจว่า

“อั๊วชอบลื้อว่ะ อั๊วว่าลื้อเก่ง พอแก๊งตั่วเฮียเจ๊ง อั๊วอยากได้ลื้อมาเป็นลูกน้อง อั๊วพูดจริงๆนะ ขอจองตัวลื้อก่อนเลย”

แล้วเสี่ยเพ้งก็เข้าไปนั่งในศาลาการเปรียญดูพิธีการบวชตาไม่กะพริบ

ooooooo

เมื่อไม่มีใครทำให้วนิษาเปลี่ยนใจได้ ญาติผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง จึงมาร่วมงานบวชและอนุโมทนาด้วย แต่ยายวรางค์ยังเชื่อว่ามีคนที่จะเปลี่ยนใจวนิษาได้ เขาคือ คนขับรถ

แต่พอทุกคนมองหาก็ไม่เห็นโจอยู่แถวนั้นแล้ว กลับเห็น เม้ง จิตทิพย์ เดินยิ้มร่าเข้ามา ถูกหนุงหนิงสะอึกออกไปสกัด เม้งอ้างว่า มีคนโทร.บอกให้ตนมางานนี้ แต่มองหาคนโทร.เรียกให้มาไม่เจอ

ระรินกับเพ็ญแขมางานนี้ด้วย แต่มาอย่างต้องการจับผิด ป่วน และสะใจ

เมื่อพิธีกรประกาศการปลงผมโดยเชิญคุณยายวรางค์เป็นอันดับแรก แต่พอคุณยายจะตัดผม โจก็เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน ร้องเสียงดัง “เดี๋ยวครับ” คุณยายมองโจมีรอยยิ้มขึ้นนิดหนึ่ง

“คุณวนิษา คุณไม่ต้องบวชหรอก เพราะสามีคุณทั้งสามคนไม่ได้ตายเพราะดวงกินผัวของคุณ แต่เขาตายเพราะผม”

“หมายความว่ายังไงนายดาว”

“สามคนนั่นเขาตายเพราะผม พวกเขาทั้งสามคนคือนายจ้างผม ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าวันที่คุณบวชผมจะบอกความจริงกับคุณว่าผมเป็นใคร ผมคือ...โจตัวซวย”

เสียงฮือฮาดังขึ้น ระรินได้ยินก็ตกใจ ในขณะที่โจยังคงพูดต่อ เล่าความเป็นตัวซวยของตนว่า ไปทำงานกับใครนายจ้างก็มีอันเป็นไปหมด สามีทั้งสามคนของวนิษาล้วนแต่เป็นนายจ้างตนทั้งสิ้น และก็มีอันเป็นไปกันหมดทุกคน

อันดับแรก  ชายแจ้จ้างตนทำชื่อป้ายตลาด เสี่ยป๊อกจ้างตนทำอาหารกล่องเลี้ยงพวกในบ่อน ส่วนกริชจ้างตนให้เปิดทางให้เขาได้ใกล้ชิดวนิษา วนิษาถามว่าตนก็เป็นนายจ้างของเขาทำไมไม่ตาย

“ผมแกล้งเป็นลูกจ้างของคุณเพื่อการสืบสวน แปลว่าจริงๆแล้วคุณไม่ใช่นายจ้างผม” แต่พอวนิษาถามว่าใครจ้างเขามา โจไม่ยอมบอกแต่พูดให้เชื่อว่าเขาอาจตายไปแล้วก็ได้ โจบอกว่าเพื่อความน่าเชื่อถือตนชวนคนคนหนึ่งมายืนยันเรื่องนี้ แล้วแนะนำเม้ง จิตทิพย์ แก่ทุกคน พลางยื่นวันเดือนปีเกิดให้ เม้งหลับตานับนิ้วคำนวณครู่หนึ่งก็ลืมตาทำนาย...

“ใช่...ชายคนนี้คือตัวซวย ไม่ใช่ซวยธรรมดานะ คุณน่ะมีลักษณะบ่าวพิฆาตนาย...ใครรับเลี้ยงดูให้ข้าวให้น้ำคุณหรือเป็นเจ้านาย เป็นนายจ้าง ต้องเจอแต่ความหายนะอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”

วนิษาถามว่าสามีทั้งสามคนที่ตายไป   ตายเพราะตนหรือโจ เม้งบอกว่าดวงอาถรรพณ์ของผู้ชายจะแรงกว่าผู้หญิงหลายเท่า สามีเธอทั้งสามน่าจะตายเพราะดวงของโจมากกว่า ไม่น่าเกี่ยวกับดวงของเธอ

“งั้นที่วนิษาบวชอุทิศส่วนกุศลก็ไม่จำเป็นน่ะสิ” ยายวรางค์ถามขึ้น

“การบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลนั้น ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องดี แต่ไม่ใช่เรื่องจำเป็น ถ้าจะมีใครสักคนจำเป็นต้องบวช ก็น่าจะเป็นตัวต้นเหตุมากกว่า ดวงบ่าวพิฆาตนายหรือไอ้ตัวซวยนั่นเอง” เม้งหันไปชี้โจ แต่โจหายไปไหนแล้วไม่มีใครรู้

โจเดินจ้ำอ้าวออกไป ระรินวิ่งตามร้องเรียกให้รอก่อน แต่โจไปถึงก็ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ที่ป๋องจอดรออยู่ไปลิ่วแล้ว

“ใช่คุณหรือเปล่า” ระรินพึมพำยืนหอบแฮ่ก

ในที่สุดวนิษาไม่บวชแต่เปลี่ยนเป็นทำบุญใหญ่ ถวายสังฆทานให้สามีทั้งสามแทน คุณยายเห็นด้วยอย่างโล่งใจ

“หาเรื่องเดือดร้อนซะแล้ว ยัยตั่วเจ๊” เสี่ยเพ้งที่อยากให้วนิษาบวช ลุกขึ้นฮึดฮัดพาลูกน้องกลับไป

หลังจากถวายสังฆทานแล้ว วนิษากรวดน้ำด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย เทน้ำลงที่โคนต้นไม้ใหญ่บอกกล่าว...

น้ำตานอง

“ขออุทิศส่วนกุศลให้คุณชายแจ้ ตั่วเฮีย แล้วก็...คุณกริชค่ะ...”

ooooooo

พอโจกลับถึงบ้าน ก็ทิ้งตัวนั่งอย่างหมดแรง บ่นตัวเองว่า

“เหนื่อยว่ะ...ไม่น่ารับคดีนี้แต่แรกเลยไอ้โจเอ๊ย” มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น โจพูดโดยไม่หันมอง “รู้จักเคาะประตูด้วยเว้ย มารยาทดีขึ้นนี่หว่า” แต่เห็นเงียบผิดปกติ พอหันมอง โจหงายตกเก้าอี้ เพราะคนที่มาคือ ปฐม!

“ขอโทษที่ทำให้คุณตกใจ ผมเองก็ตกใจกับเรื่องที่คุณพูดที่วัดเหมือนกัน ถือว่าเราหายกัน ตกลงไหม” โจถามว่ามาหาตนทำไม “ผมอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงปั้นเรื่องโกหกหลอกตั่วเจ๊ด้วย”

โจถามว่ารู้ได้ไงว่าตนโกหก ปฐมชี้ว่าก็เรื่องที่โจ ดึงตนเข้าไปเกี่ยวเรื่องทำข้าวห่อส่งบ่อนตั่วเฮียซึ่งตนไม่รู้เรื่องด้วยเลย ปรามว่า “คุณกล้ามากๆนะ”

ผมเดาว่าคุณจะช่วยผมโกหกตั่วเจ๊เพราะคุณก็ไม่อยากให้ตั่วเจ๊บวชเหมือนกันโจอ้างหลักฐานที่ปฐมให้พวกกุ๊ยมาทำร้ายตั่วเจ๊คราวนั้นเชื่อว่าเขาทำเพื่อใส่ร้ายเสี่ยเพ้งแต่ก็เชื่อว่าเขาทำเพราะหวังดีกับตั่วเจ๊หวังจะให้ตั่วเจ๊ไปลุยกับเสี่ยเพ้งแต่จนถึงทุกวันนี้ทั้งสองกลุ่มยังไม่ได้ทำสงครามกันเลยเสี่ยเพ้งก็ยังอยู่ดีดังนั้นเขาจะยอมให้ตั่วเจ๊บวชไม่ได้

 “ถ้าตั่วเจ๊บวชเสี่ยเพ้งจะบดขยี้เราเสร็จแล้วก็ไปกำจัดตั่วเจ๊ต่อ...คุณอ่านเกมขาดใช้ได้นี่ขอชม

 “ได้รับคำชมจากคุณผมภูมิใจมากโจเอ่ยแต่พอปฐมถามเรื่องที่เขาไปทำป้ายที่ตลาดของคุณชายโจยอมรับว่าตนโกหกแต่ตนก็ได้ติดสินบนกับผู้จัดการตลาดไปแล้วปฐมถามเรื่องกริชจ้างให้เขาช่วยจีบตั่วเจ๊อีก? “อันนั้นเรื่องจริงแต่เรื่องเม้งจิตทิพย์ไม่มีใครจ้างเขาเป็นคนมีสัจจะ

แล้วฉายาโจตัวซวยของคุณล่ะ

เรื่องจริงโจตอบเซ็งๆคุณไปถามใครก็ได้ในวงการผมมีชื่อเสียงพอสมควรเรื่องนี้ปฐมถามว่าในความคิดของเขาระหว่างดวงตัวซวยกับดวงกินผัว? โจตัดบททันทีว่าไม่รู้เมื่อก่อนผมไม่เชื่อเรื่องดวงแต่ตอนนี้ผมชักสับสนแต่นั่นไม่เกี่ยวผมพูดและทำวันนี้เพื่อช่วยตั่วเจ๊เท่านั้นแล้วผมก็ทำสำเร็จ

แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าตั่วเจ๊เขาจะเกลียดขี้หน้าคุณที่ไปโกหกเขา

ไม่เป็นไรมีคนเตือนผมว่าถ้าจะช่วยเขาให้ช่วยด้วยเมตตาไม่ใช่ด้วยเสน่หาผมยอมให้เขาเกลียดดีกว่าให้เขาหมดความมั่นใจในตัวเองพูดแล้วพากันเดินออกจากบ้านโจเป็นฝ่ายถามบ้างว่าทำไมคุณถึงจงรักภักดีต่อตั่วเจ๊คนอย่างคุณถ้าจะกำจัดตั่วเจ๊คิดฮุบแก๊งเอาไว้เองก็ทำได้

ปฐมเงียบแววตาฉายความเจ็บปวดแว่บหนึ่งพริบตาเดียวก็หายไปเขาไม่ตอบแต่กลับย้อนถามโจว่าทำไมต้องช่วยตั่วเจ๊คราวนี้โจเป็นฝ่ายเงียบไปปฐมถามแทงใจดำว่า

คุณช่วยเขาเพราะคุณรักเขาถึงคุณจะปฏิเสธผมก็ไม่เชื่อแล้วถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมผมภักดีกับตั่วเจ๊ละก้อ...คุณก็ต้องหาคำตอบด้วยตัวของคุณเองผมไม่ตอบปฐมตบบ่าโจแล้วเดินไปโจมองท้องฟ้าแล้วหันเดินไปอีกทางตามลำพัง...

เวลาเดียวกันวนิษาอยู่ที่คอนโดเธอคิดทบทวนวันเวลาและการเผชิญปัญหาร่วมกับโจมาคิดแล้วรำพึงน้ำตาซึม

ในโลกนี้มีนายคนเดียวที่ฉันอยู่ด้วยแล้วรู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดนายดาวอยู่กับนายฉันไม่ต้องเป็นชาววังฉันไม่ต้องเป็นนักเลงไม่ต้องเป็นคนดีด้วยซ้ำแต่...ทำไมนายถึงไม่เป็นตัวของนายเองนายโกหกฉันตลอดเวลาฉันเกลียดนาย...ไอ้โจตัวซวย

ooooooo

หญิงจุ๋มเพิ่งได้รับข่าวจากเพื่อนว่าวนิษาเลิกล้มงานบวชแล้วหญิงจุ๋มรีบโทร.เช็กข่าวในขณะที่พจน์ฟังแล้วนิ่งคิด

คืนนี้พจน์ไปสถานบันเทิงเจอภาคย์หนุ่มไม้เลื้อยเสน่ห์พราวจีบสาวง่ายแต่หน่ายเร็วตามแบบฉบับของแบดบอยพจน์รี่เข้าไปชวนคุยทันทีภาคย์ฟังพจน์แล้วจำได้ว่า...

วนิษาเหรอผมจำได้พี่เคยคุยเรื่องผู้หญิงคนนี้ให้ฟังทีหนึ่งพี่บอกว่ารวยมากถ้าผมจีบได้ก็กลายเป็นเศรษฐีสบายทั้งชาติแต่จู่ๆพี่ก็เงียบไป

พจน์บอกว่าพอตนจะลงมือวนิษาก็ประกาศแต่งงานเลยต้องพับโปรเจกต์ไปก่อนแต่ตอนนี้สามีเธอตายแล้วแถมยังทิ้งมรดกให้วนิษารวยกว่าเก่าอีกภาคย์ตาลุกถามว่าแล้วตนจะแทรกเข้าไปได้อย่างไรพจน์บอกว่าเข้าทื่อๆคงยากเพราะเธอค่อนข้างระวังตัวแต่ตนมีข้อมูลเด็ดไว้เป็นทางลัดให้ถามว่าสนใจไหม

สนสิครับถามได้รวยก็รวยแถมสวยอีกต่างหากพจน์บอกว่าถ้าอย่างนั้นเราต้องคุยกันเรื่องผลประโยชน์ก่อนภาคย์ตอบทันทีว่าไม่มีปัญหาครับแล้วทั้งสองก็ชนแก้วกันเป็นสัญญา

เวลาเดียวกันเสี่ยเพ้งก็เร่งดำเนินแผนการของตนต่อไปโดยส่งสาส์นท้ารบถึงตั่วเจ๊ปลุกใจล่อใจลูกน้องให้ฮึกเหิมว่า

งานนี้ใครเจ็บได้รางวัลเป็นเงินใครตายได้รางวัลเป็นทองไม่ต้องห่วงเรื่องครอบครัวอั๊วจะดูแลให้เป็นอย่างดี

เมื่อปฐมได้รับสาส์นเขาบอกลูกน้องเสี่ยเพ้งให้กลับไปบอกเจ้านายเขาว่าให้รอคำตอบ

ลูกน้องถามปฐมว่าจะทำอย่างไรเพราะตั้งแต่ตั่วเจ๊ไม่บวชก็ยังไม่มาทำงานเลยโทร.ไปก็ไม่รับสายที่คอนโดก็ไม่อยู่

ใจเย็นเดี๋ยวอั๊วจัดการเองปฐมบอกแล้วเดินกลับเข้าไปข้างใน

หลังจากนั้นปฐมไปที่บ้านยายวรางค์ขอพบวนิษาหนุงหนิงออกมารับหน้าบอกว่าวนิษาไม่อยู่ที่นี่ถูกปฐมจับโกหกว่าเห็นรถอยู่หนุงหนิงถามว่าจะคุยกับรถดูไหมล่ะพูดวกวนกวนประสาทจนปฐมกลับไปแต่บอกว่าแล้วจะมาใหม่

คอปบร้าเพิ่งได้อ่านหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวตัวไม้ว่าแม่ม่ายชื่อดังเลิกบวชกลางคันหลังคนขับรถยอมรับเป็นตัวซวยจริงคอปบร้าพลิกอ่านรายละเอียดอย่างเร็วแล้วพึมพำอย่างอัศจรรย์ใจ...

ไอ้โจ..ลองแกทำถึงขนาดนี้แปลว่าแกคงรัก

ยัยแม่ม่ายนี่มากเลยสินะหึๆดีใจด้วยนะที่แกมีความรักอีกแล้วฉันจะได้ทำลายมันอีกครั้งฮ่ะฮ่าๆ

ป๋องมาที่บ้านโจเห็นจดหมายมากมายเสียบไว้เต็มไปหมดเห็นแล้วบ่น...

อะไรของเขานะไม่เข้าบ้านหลายวันแล้วหรือว่า...โดนรถชนตายข้างทางไม่มีใครรู้ใครเห็น

ป๋องไปหาที่วัดหลวงพ่อสีสุกเจอโจนั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำก็แกล้งเข้าไปเอานิ้วจิ้มๆดูว่ามีเนื้อหนังจับต้องได้หรือเปล่าพอโจหันมองก็ถามว่าพี่ไม่ไปช่วยคุณวนิษาหน่อยเหรอเห็นปลายฝนมาหาผมบอกที่บ่อนกำลังวุ่นเพราะคุณวนิษาหายหน้าไปติดต่อไม่ได้เลยโจถามว่าที่บ่อนมีอะไรเขาไม่ได้บอกปลายฝนตรงๆแต่ปลายฝนแอบรู้มาว่ามีคนมาท้าตี

เสี่ยเพ้ง...เรื่องใหญ่นะเนี่ยโจเดาออกแต่พอป๋องถามว่าจะทำยังไงเขากลับเงียบ

เมื่อติดต่อตั่วเจ๊ไม่ได้ปฐมวางแผนรับมือกับ

เสี่ยเพ้งเองระดมพลมาประกาศว่าตนจะทำหน้าที่แทนตั่วเจ๊พาพวกเราลุยเสี่ยเพ้งเองงานนี้ใครที่ไม่กล้าเสี่ยงตายก็ให้ออกจากแก๊งไปเลยแล้วไม่ต้องกลับมาอีก

หลายคนอ้างเหตุผลโน่นนี่ปฐมบอกว่างั้นออกไปเลยแต่มีอีกหลายคนไม่ยอมทิ้งที่นี่บอกปฐมว่า

ถ้าต้องเสี่ยงเพื่อปกป้องแก๊งพวกเรายินดีถึงตายก็ไม่ว่าแต่ศึกครั้งนี้ผมว่า...”

ถ้าเราถอยมันจะได้ใจศึกครั้งนี้เป็นเรื่องจำเป็นฉันขอย้ำคำเดิมใครไม่ไปก็ให้ลาออกไปซะปฐมประกาศลูกน้องอีกคนถามว่าตั่วเจ๊อยู่ไหนไม่รู้แต่ถึงไม่มีเขาเราก็ต้องลุยคืนพรุ่งนี้เจอกัน

พวกลูกน้องส่งเสียงพึมพำงึมงำแล้วแยกย้ายกันไปปฐมบ่นหน้าเครียด...

ไอ้พวกรุ่นใหม่นี่มีแต่พวกขี้ขลาดรักตัวกลัวตายไม่ได้เรื่องเล้ย

ooooooo

วันต่อมาโจไปหาวนิษาที่บ้านยายวรางค์หนุง-หนิงโกหกตามเคยว่าวนิษาไม่อยู่ที่นี่ถูกโจหลอกล่อจนงงยอมว่าวนิษาอยู่ที่นี่พอโจรู้ก็ลุยเข้าไปเลยไปเจอคุณยายวรางค์ที่มีใจเข้าข้างโจอยู่แล้วบอกว่า

วนิษาอยู่ในสวนแต่เตือนให้รู้ว่าเวลานี้เธอไม่ต้องการพบใครโดยเฉพาะเขาและอวยพรให้เขาโชคดี

เพียงรู้ว่าโจมาหาวนิษาไล่ให้กลับไปเสียตนไม่อยากเห็นหน้าทั้งที่ยังไม่ได้หันมองหน้าเลยโจบอกว่าตนรู้แต่ตนต้องมามาลากเธอออกจากกระดองเต่าถูกวนิษาสวนทันทีว่าตนจะเป็นอะไรอยู่อย่างไรแล้วมันหนักหัวใคร!

แน่ใจหรือว่าเรื่องของคุณคนเดียวใช่ไหมหม่อมจันไม่มีคุณก็ได้ใช่ไหมพวกคนงานที่บ่อนไม่มีคุณก็สุขสบายดีใช่ไหมปลายฝนไม่มีคุณก็สดใสราบรื่นปลอดภัยดีไหมโจรุกจนวนิษาเงียบเขาเสียงอ่อนลงว่าแล้วผมล่ะ...คุณไม่เคยคิดถึงผมเลยใช่ไหมไม่มีคุณผมอยู่ไม่ได้หรอกนะคุณวนิ

วนิษาใจอ่อนยวบคิดว่าโจจะสารภาพความในใจโจยังคงพล่ามต่อไปว่า

จริงๆนะพอคุณไม่อยู่ผมถึงรู้ว่าคุณสำคัญกับผมแค่ไหน...คุณมาอยู่ที่นี่ผมก็สืบเรื่องคุณไม่ได้คนที่เขาจ้างผมเขาก็คงไม่จ่ายเงินให้ผมแน่ๆแล้วผมจะเอาอะไรกิน

ฟังจบวนิษาถามเซ็งๆว่าเหตุผลแค่นี้หรือโจเว้าวอนต่อว่าอีกนิดนึง...ถ้าคุณกลับมาผมจะเป็นคนขับรถให้คุณเหมือนเดิมก็ได้ค่าจ้้างเพิ่มอีกส่วนเลยถูกวนิษาด่าทุเรศไล่ให้กลับไปเลยโจอ้อนต่อกลับไปด้วยกันสิครับผมมานี่ผมมาแท็กซี่กะว่าขากลับจะทำหน้าที่คนขับรถให้คุณขับกลับไปด้วยกัน

ลีลาอ้อนกวนประสาทของโจแทนที่จะได้รับความเห็นใจกลับถูกวนิษาคว้ากิ่งไม้ขว้างใส่ตะโกนเรียกหนุงหนิงให้เอาปืนมาหนุงหนิงโผล่พรวดจากพุ่มไม้มาพร้อมปืนเพราะมาแอบฟังอยู่ก่อนแล้ววนิษาสั่งให้ยิงไล่โจไปเลยโจโดดแผล็วออกไปทันทีเธอส่งปืนคืนหนุงหนิงด่าว่าไม่แน่จริงแล้วคว้ากระเป๋าไปขวดยานอนหลับหล่นก็ไม่สนใจ

ยายวรางค์โผล่ออกมาจากที่หนุงหนิงซุ่มอีกคนมองขวดยาที่พื้นยิ้มพอใจเพราะเธอจะได้ไม่มียานอนหลับกินอีก

ooooooo

เพื่อศักดิ์ศรีในวงการปฐมปิดบ่อนเตรียมลุยเปิดลิ้นชักล้วงเอากรรไกรขาเดียวที่เก็บไว้อย่างดีคมกริบขาววับออกมาดูและควงอย่างชำนาญ

คืนนี้ขณะปฐมระดมพลเตรียมลุยกับเสี่ยเพ้งเขาปลุกขวัญให้กำลังใจลูกน้องว่า

พวกเราไม่ใช่พี่น้องแต่ก็เหมือนพี่น้องแม้ไม่ได้เกิดวันเดียวกันแต่ขอตายวันเดียวกันเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของพวกเราวันนี้มันไม่ตายเราก็ม้วย

ลูกน้องทุกคนฮึกเหิมมากพลันประตูด้านหลังก็เปิดผลัวะออกพวกลูกน้องที่กำลังฮึกเหิมบางคนเข่าอ่อนหลายคนหาที่หลบชนกันจนล้มแต่พอเห็นเป็นตั่วเจ๊เดินเข้ามาพวกลูกน้องถอนใจโล่งอกปฐมโค้งคำนับวนิษาถามว่ากำลังทำอะไรกันพอปฐมบอกว่ากำลงจะไปลุยกับเสี่ยเพ้งวนิษาเรียกปฐมเข้าไปที่ห้องทำงานให้อ่านสาส์นท้ารบให้ฟัง

ปฐมพาซื่อหยิบสาส์นท้ารบที่เป็นภาษาจีนมาอ่านให้ฟังวนิษาฟังไม่ออกให้แปลให้ฟังเลยดีกว่า

ครับ...ถึงไอ้พวกเศษสวะหมาขี้เรื้อนพรุ่งนี้

เที่ยงคืนเจอกันที่ตรอกตระกูลจ้าววัดกันแบบลูกผู้ชายใช้มีดดาบไม่ใช้ปืนใครดีใครอยู่ด้วยศักดิ์ศรีของเพ้งลูกเตี่ยกิมคำไหนคำนั้น...” อ่านจบปฐมถามเอาไงดีครับตั่วเจ๊

ในเมื่อมันคิดจะลุยกับเราก็ดีฉันก็รอเวลานี้อยู่เหมือนกันวนิษาได้กลับมาใช้ภาษานักเลงอีกครั้ง

ปฐมยิ้มกว้างดีใจมาก

ooooooo

 

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.