ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักออกฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วนิษาเอาปืนกระบอกนั้นไปให้ปฐมดู ปฐมไม่แน่ใจว่าเป็นของตั่วเฮียหรือเปล่าเพราะตั่วเฮียมีปืนหลายกระบอกและเป็นไปได้ที่ตั่วเฮียจะซ่อนไว้ในที่ที่เขารู้เพียงคนเดียวเท่านั้น

วนิษาสรุปว่า ถ้าอย่างนั้นที่นายดาวพูดก็เป็นความจริง ปฐมทักท้วงทันทีว่าเปล่า มันเป็นสิ่งที่เราพิสูจน์ไม่ได้ว่าจริงหรือไม่ วนิษาบอกว่าแต่ที่เขาช่วยตนนั้นเป็นเรื่องจริงแน่นอน ถามปฐมว่า “มีทางไหนที่เราจะสืบเรื่องของเขาได้ไหม”

“หมอนั่นไม่มีหลักฐานอะไรเลย มีแต่ตัวตนของเขาเท่านั้น ถ้าเราโชคดีอาจมีใครบางคนที่รู้จักเขาโผล่มาทักเขาต่อหน้าเรา เราถึงจะรู้ว่าเขาเป็นใคร”

“ฉันไม่ชอบแบบนี้เลย” ปฐมฉวยโอกาสเสนอให้ไล่โจออกเลย “จนถึงนาทีนี้เขาก็ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย จะไปไล่เขาออกได้ไง...” วนิษาหงุดหงิดบ่นว่าไม่รู้จะทำอย่างไรกับเขาดี ปฐมสังเกตสีหน้าเธอ รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ติงเบาๆว่า

“ดูตั่วเจ๊จะให้ความสำคัญกับเขามากเกินไปแล้วนะครับ” พอวนิษาถามว่าหมายความว่ายังไง ปฐมก็ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร เป็นแค่คำเตือนเท่านั้น พูดแล้วเดินผละไป วนิษามองงงๆ

ooooooo

ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่ง พวกพ่อค้าแม่ค้าที่ชุมนุมมานั่งคุยกับพจน์ด้วยท่าทางจ๋อยๆอย่างคนทำงานไม่สำเร็จ

“เรื่องแค่นี้ก็ทำไม่ได้” พจน์จิกมองทุกคน พวกแม่ค้าชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เพื่อนถูกจับเป็นตัวประกันพวกตนกลัวเพื่อนได้รับอันตรายเลยต้องยอม ถูกพจน์ด่าว่า “อย่ามาแก้ตัวเลย ไม่อยากฟัง กระทืบไม่ได้ก็ไม่ต้องกระทืบ แค่เอาทุเรียนตบหน้าเปรี้ยงเดียวให้ยัยวนิษาเป็นแผล แค่นี้มันก็ต้องเลื่อนพิธีแต่งงานแล้ว ยัยแป๋ว แกทำแผนการฉันเสียหายหมดรู้ตัวไหม”

ด่าแล้วพจน์ไล่จะไปไหนก็ไป พอพวกแม่ค้าทวงค่าเหนื่อย พจน์ก็โยนให้อย่างเสียไม่ได้ แล้วไล่ให้รีบๆ ไปเสียเห็นหน้าแล้วโมโห พอพวกแม่ค้ารับเงินไปแล้ว แอบหันด่าพจน์...

“ไอ้ชั่ว มาทำเสียงดัง เปลือกทุเรียนน่ะเอามาตบหน้าคนอย่างแกดีกว่า”

ส่วนพจน์นั่งคิดอะไรอยู่คนเดียว พึมพำลำพัง “อย่างนี้คงต้องหาวิธีอื่นแทน”

ooooooo

งานแต่งงานของกริชกับวนิษามาถึงแล้ว บรร-ยากาศคึกคักอลังการสมกับงานของเศรษฐีร้อยล้าน

ระรินอยู่กับเพ็ญแขที่มุมหนึ่งของงาน เธอบอกแม่อย่างลำพองใจว่าทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผน

โจหลบอยู่ในกลุ่มแขกที่มาร่วมงาน เขาจับตาดูทุกอย่างคุยกับป๋องผ่านบลูทูธถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยใช่ไหม ส่วนทางตน เรียบร้อย ไม่มีพิรุธอะไรเลย

ปฐมอยู่อีกด้านหนึ่ง มองไปรอบงาน แล้วมองไปทางวนิษาบ่นอย่างเสียความรู้สึกว่า...

“คุณไม่น่าทำแบบนี้เลย...ตั่วเจ๊”

หลังจากพิธีสวมแหวนให้เจ้าสาวแล้ว กริชมาหาโจที่ล็อบบี้สั่งให้ไปรับเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสมรสมา โจเกี่ยงว่าตนไม่ว่าง กริชขู่ว่าถ้าไม่ไปก็จะไล่ออก โจเลยต้องไป แต่แอบโทร.บอกป๋องว่าตนต้องออกจากที่นี่ไปพักหนึ่งให้ป๋องจับตาดูวนิษาให้ดีด้วย

ระหว่างที่โจคุยโทรศัพท์กับป๋องเดินผ่านพจน์ที่กำลังให้อะไรกับหญิงคนหนึ่งที่ยืนหันหลังให้โจอยู่ แต่โจไม่ได้สนใจ

ooooooo

กริชโทร.บอกคอปบร้าว่า ตนส่งคนขับรถของเจ้าสาวไปรับจะได้ไม่มีใครสงสัย พอดีระรินเดินมา กริชรีบตัดสาย

ระรินถามกริชว่าแผนแก้เคล็ดราบรื่นดีไหม กริชบอกว่าเรียบร้อยดี เกือบทุกอย่างที่ใช้ในพิธีนี้เป็นของปลอมทั้งนั้น ส่วนเจ้าหน้าที่ปลอมกำลังจะมา “คนนี้เก่งมาก พลิ้วราวกับนักแสดง แนบเนียนสุดๆเลยครับ” กริชอวดอย่างมั่นใจ

โจไปถึงสำนักงานเขต พอเห็นคอปบร้า เขาสะดุ้งเฮือก รีบเอาแว่นกันแดดดำมืดมาใส่ ทำเป็นหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านแล้วดัดเสียงถามว่า “คุณประกิต เจ้าพนักงานจดทะเบียนสมรสใช่ไหมครับ” พอคอปบร้ารับว่าใช่ โจก็เชิญขึ้นรถ

แต่ในจังหวะคอปบร้าเผลอ โจต่อยเปรี้ยงเข้าเต็มกราม คอปบร้าหมดสติทันที โจรีบขับรถไปที่ตึกร้าง เอาน้ำราดให้รู้สึกตัว พอฟื้นคอปบร้ารู้ว่าถูกมัดอยู่ก็โวยวาย “เฮ้ย...ปล่อย แกทำแบบนี้ทำไมวะ”

“บอกมาซิ คุณปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ทำไม” โจดัดเสียงถาม คอปบร้าปากแข็งว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่จริงๆ โจเอามีดออกมาบอกว่าถ้าโกหกอีกจะตัดหู พลันคอป–

บร้าก็ร้องเสียงดัง

“ไอ้โจ!! แก...ไอ้โจตัวซวย ฉันจำแกได้แล้ว!”

ooooooo

ที่สำนักงานนักสืบสมยศในอดีต สมยศเป็นพ่อของคอปบร้า เวลานั้นโจไปสมัครเป็นนักสืบ คอปบร้าพยายามกีดกัน แต่สมยศรับโจไว้ทั้งที่เพิ่งทดลองงานไม่ถึงเดือน

“เธอเก่งมาก เป็นนักสืบมืออาชีพได้แล้ว เธอน่าจะเป็นนักสืบที่เก่งที่สุดในบริษัทนี้ด้วยซ้ำ” คอปบร้าค้านว่าอย่ารับโจมาทำงานเลย “ทำไม คอปบร้า อย่าบอกนะว่าแกอิจฉา เลิกได้ไหมไอ้นิสัยอิจฉาคนอื่นของแกเนี่ย แกกับโจก็รุ่นเดียวกันมีดีคนละอย่าง ควรจะเป็นเพื่อนกันร่วมกันทำงานมากกว่าเป็นศัตรูกัน”

“เรื่องนั้นผมไม่สนหรอก แต่ผมไปสืบประวัติไอ้โจมาแล้ว ไอ้โจมันเป็นประเภทเข้าแก๊งไหนหัวหน้าตายหมด ก่อนจะมาทำงานกับพ่อ มันทำงานมาตั้งหลายที่แล้ว ทุกๆที่เหมือนกันหมด คือเข้าไปที่ไหน ที่นั่นก็บรรลัย เจ๊งมั่ง เกิดอุบัติเหตุมั่ง เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว ฉันพูดผิดรึเปล่าวะไอ้โจ”

โจนิ่งเงียบตลอด

“ขนาดคนแถวบ้านยังตั้งฉายาให้แกเลย พวกฉันควรจะเรียกแกแบบนั้นด้วยไหม ว่าไงวะ ไอ้โจตัวซวยดีไหมพวกเรา” พนักงานคนอื่นๆพากันหัวเราะขำ แต่สมยศดุคอปบร้าว่าไร้สาระ ตนจะรับโจเข้าทำงาน คอปบร้าบอกว่าเดี๋ยวพ่อก็ซวยหรอก สมยศบอกว่า ไม่กลัว

ไม่ทันสิ้นเสียงสมยศ มีเสียงระเบิดตูม! แม่บ้านวิ่งออกมาร้องบอกอย่างตื่นตระหนกว่าไฟไหม้ห้องครัว รีบหนีเร็ว ทุกคนพากันวิ่งหนีแม้ในยามคับขัน คอปบร้าก็ยังไม่วายหันมาด่าโจว่า

“เห็นไหม ไม่ทันขาดคำเลย เพราะแกไอ้โจ

ตัวซวย” โจโต้ว่าเพราะคอปบร้าต่างหาก เขาเป็นคนสุดท้ายที่เข้าครัวแล้วปิดแก๊สไม่สนิท “ไม่! ฉันปิดสนิทแล้ว!”

“อย่าเพิ่งเถียงกัน ออกไปกันก่อน” สมยศเร่ง แต่พอวิ่งออกไปอึดใจเดียว สมยศก็วิ่งกลับเข้าไปเพื่อเอาแผ่นดิสก์ แต่เขาวิ่งเข้าไปไม่ทันไร ก็เกิดเสียงระเบิดตูมอีก คอปบร้าจะวิ่งเข้าไปดูพ่อ โจรั้งไว้ ถูกคอปบร้าตวาดด่า

“ปล่อยฉัน! เพราะแกไอ้โจตัวซวย! ปล่อยฉัน!!”

ooooooo

คอปบร้าโทษว่าโจทำให้พ่อตนตาย ทำให้บริษัทโดนไฟไหม้ ด่าว่า เพราะแก “ไอ้โจตัวซวย” โจไม่ยอมโทษว่าคอปบร้านั่นแหละที่ลืมปิดแก๊ส แถมยังเป็นคนทำให้คนในวงการเรียกตนว่า “โจตัวซวย” อีกด้วย แล้วโจก็ตัดบทว่า  ไม่อยากพูดเรื่องที่ผ่านมาตอนนี้  ตนอยากรู้ว่า คอปบร้าปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่จดทะเบียนทำไม

คอปบร้าไม่ยอมบอก ให้ตายก็ไม่บอก โจนิ่งไปอึดใจ ถามคอปบร้าว่า “แกเชื่อจริงๆหรือว่าฉันคือตัวซวย” คอปบร้ายืนยันว่าใช่ เพราะโจไปเข้าแก๊งไหนหัวหน้าก็ตายหมด โจเลยทิ้งไม้ตายว่า ถ้าอย่างนั้นตนจะขังเขาไว้ที่นี่แล้วจะไปสมัครงานที่ปั๊มน้ำมันแม่เขาที่รังสิตลองดู

ไม้นี้เอาอยู่! คอปบร้ายอมรับว่าตนรับแผนการของกริชมา แล้วเล่าให้ฟัง โจสมเพชกริชที่ทำเป็นแมนที่แท้ปอดแหก ถามว่าเขาเชื่อเรื่องงมงายแบบนี้ด้วยหรือ

“เชื่อสิวะ ในเมื่อโลกนี้มีโจตัวซวย ทำไมจะมีผู้หญิงกินผัวไม่ได้”

“งั้นฉันจะพิสูจน์ให้พวกแกเห็นว่าโลกนี้ไม่มีผู้หญิงกินผัว แล้วก็ไม่มีโจตัวซวยด้วย” โจเดินออกไป บอกคอปบร้าว่า “ถ้างานแต่งผ่านพ้นไปได้ด้วยดี คืนนี้ฉันจะมาปล่อยแก”

คอปบร้าที่ถูกมัดกับเสา ปากถูกมัดจนได้แต่ดิ้นขลุกขลักร้องอู้อี้ๆ

ooooooo

ที่งานแต่ง...กริชร้อนใจเพราะจะได้เวลาจด ทะเบียนแล้วแต่เจ้าหน้าที่ยังไม่มา

ทันใดนั้น โจพาเจ้าหน้าที่เข้ามา กริชชะงักเพราะไม่ใช่ประกิตหรือคอปบร้าที่ตนติดต่อไว้ โจบอกว่าประกิตไม่ว่างจึงให้อดิเรกเพื่อนเขามาแทน

การจดทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่นเรียบร้อย!

คอปบร้าพยายามเขี่ยมีดโกนจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้เข็มขัดออกมาตัดเชือกที่มัดออกทีละนิด...ทีละนิด...

พอคู่บ่าวสาวเซ็นชื่อในทะเบียนสมรสเสร็จ

คอปบร้าก็มาถึงพอดี เขามองเข้าไปเซ็งจนบอกไม่ถูกที่มาห้ามไม่ทัน! เขาหาโอกาสดักพบกริชในห้องน้ำ กระซิบขอโทษที่ตนมาไม่ทัน กริชถามว่าเขาส่งเพื่อนมาแล้วไม่ใช่หรือ?

“หมอนั่นมันไม่ใช่เพื่อนผม ผมเดาว่านั่นเป็นเจ้าหน้าที่ตัวจริง!” กริชแทบช็อกถามว่าเกิดอะไรขึ้น! “ความผิดของคุณเองที่ส่งไอ้โจตัวซวยไปรับผม คนขับรถของเจ้าสาวคุณนั่นแหละมันคือไอ้โจตัวซวย เรารู้จักกันมานานแล้ว”

โจตัวซวย ถึงคราวซวย ถูกกริชเรียกให้ไปดูรถ แต่ที่แท้หลอกให้ไปเคลียร์กับคอปบร้า

โจกับคอปบร้านั้นกุมไต๋รู้กึ๋นกันดี ต่างไม่มีใครยอมใคร กริชถามโจว่ามาสืบอะไร โจบอกว่าไม่เกี่ยวกับเขา กริชต่อยท้องโจจนตัวงอ ตวาด “ฟังนะ ไอ้สิบแปดมงกุฎ”

“แกนั่นแหละฟังฉัน...แกต้องปล่อยฉัน ไม่งั้น

ฉันจะบอกให้วนิษารู้ว่าแกวางแผนทุเรศๆอะไรไว้มั่ง” กริชเย้ยว่าคิดหรือว่าวนิษาจะเชื่อ “ฉันอัดเสียงตอนคุณคุยกับไอ้คอปบร้าไว้” โจวางมาดเข้มอย่างเป็นต่อ  จนทั้งกริชและคอปบร้าหน้าเสีย พอฝ่ายนั้นขอดู โจก็ทำเป็นกดหา กริชโมโหด่าคอปบร้าว่าโง่

“อย่ามาด่าผมนะ อย่าลืมว่าถ้าผมโกรธ ผมแฉคุณได้นะ” คอปบร้าขู่

“เฮ้ย คอปบร้า ถ้าฉันเป็นแก ฉันจะแบล็กเมล์นายกริช เรียกเงินเพิ่มว่ะ” โจโพล่งขึ้น คอปบร้านิ่ง กริชกลัวห้ามลั่น

“อย่านะเว้ย ฉันให้เงินตามที่แกเรียกร้องไปแล้วแต่แกทำงานล้มเหลว ปล่อยให้ไอ้โจพาเจ้าหน้าที่ตัวจริงมาให้ฉันเซ็นสมรสของจริง แผนแก้เคล็ดของฉันพังหมด แกยังจะมีหน้ามาแบล็กเมล์ฉันอีกเหรอ”

คอปบร้าโต้กริชว่าตนยังไม่ได้พูดสักคำว่าจะแบล็กเมล์เขา พลันโจก็ร้องดีใจบอกว่าเจอแล้วเป็นวีดิโอด้วย ชัดแจ๋วเลย แล้วโจก็เปิดให้ดูเห็นหน้าคอปบร้ากับกริชชัดแจ๋วอยู่ในจอพร้อมคำสนทนาชัดเจน...

“เฮ้ย คอปบร้า ถ้าฉันเป็นแก ฉันจะแบล็กเมล์นายกริช เรียกเงินเพิ่มว่ะ” เสียงโจดังขึ้น

“อย่านะเว้ย ฉันให้เงินตามที่แกเรียกร้องไปแล้ว แต่แกทำงานล้มเหลว ปล่อยให้ไอ้โจพาเจ้าหน้าที่ตัวจริงมาให้ฉันเซ็นสมรสของจริง ทำแผนแก้เคล็ดของฉันพังหมด แกยังจะมีหน้ามาแบล็กเมล์ฉันอีกเหรอ” เสียงกริชฉุนเฉียว

ทั้งคอปบร้าและกริชอึ้ง เมื่อรู้ว่าถูกโจหลอกอัดเมื่อกี๊นี้เอง! คอปบร้าจะยิงโจทิ้ง  ถูกโจยกมือห้ามบอกว่าตนเอาคลิปลงยูทูบไปแล้ว ถ้าตนตายตำรวจก็จะเริ่มสืบจากข้อมูลพวกนี้ก่อน โจยิ้มเยาะพูดเย้ยว่า

“สงสารพ่อแกจริงๆ ที่มีลูกโง่ๆอย่างแกเนี่ย”

คอปบร้าใบ้กินสนิท กริชถามโจว่าแล้วจะเอายังไงให้ว่ามา

“แทนที่เราจะมาสาวไส้ให้กากิน คุณกับผม เราช่วยกันเก็บไส้ให้กันและกันดีกว่า คุณไม่แฉผม ผมก็ไม่แฉคุณ ทุกอย่างเป็นไปตามที่ควรจะเป็น ผมเป็นคนขับรถให้คุณวนิษาต่อไป คุณก็เป็นสามีของวนิษาตามที่คุณต้องการ” โจยื่นหมูยื่นแมว

กริชเงียบไม่ถึงอึดใจก็ตอบตกลง โจยกแม่โป้งชมว่าเยี่ยม แล้วทั้งสองก็จับมือแสดงความพอใจกัน

แต่พอเข้าไปในล็อบบี้ คอปบร้าติงกริชว่าไม่น่าไปตกลงเลย มันไว้ใจไม่ได้ กริชพูดอย่างหมายมาดว่า

“รอให้ผ่านคืนนี้ไปก่อน ฉันจะแฉมัน ถึงเวลาแกเป็นพยานให้ฉันด้วยแล้วกันว่าคลิปนั่นน่ะถ่ายหลอกๆ”

“แล้วทำไมต้องรอให้ผ่านคืนนี้ล่ะครับ” คอปบร้าหงุดหงิด

“อย่างน้อยที่สุด ให้ฉันได้ทำหน้าที่สามีโดยสมบูรณ์ก่อนสิ ดูซิเจ้าสาวฉันสวยขนาดนั้น แค่คิดถึงคืนนี้ฉันก็แทบอดใจไม่ไหวแล้ว ฉันไม่พร้อมที่จะเสี่ยงกับอะไรทั้งนั้น...รอพรุ่งนี้ก่อน”

คอปบร้าพึมพำเซ็งๆ “ไอ้บ้ากาม” กริชแว่วๆ ถามว่าอะไรนะ “เปล่า ผมจะบอกว่าตามใจคุณแล้วกัน ผมไปล่ะ”

ooooooo

ในห้องจัดเลี้ยง...ได้เวลาที่ระรินจะเริ่มแผนของตัวเองแล้ว เธอทำทีไปกระซิบกระซาบกับนักข่าวว่าได้กลิ่นตุๆ อะไรไหม เรียกความสนใจแล้วอ่อยว่า

“เขาเม้าท์กันว่า...” พูดทิ้งไว้แค่นั้นแล้วย้ำกับนักข่าวว่า “อย่าบอกนะคะว่ามาจากระริน ไม่งั้นระรินตายแน่ๆ” พวกนักข่าวทั้งสัญญาสาบานกันแข็งขัน ระรินลดเสียงให้ตื่นเต้น “คือเจ้าบ่าว คุณกริชน่ะ เขากลัวดวงกินผัวของวนิษาน่ะค่ะ เขาเลยจ้างพวกสิบแปดมงกุฎมาเป็นเจ้าหน้าที่จากเขต จดทะเบียนปลอมๆขึ้น เพื่อแก้เคล็ดน่ะค่ะ” พูดแล้วยุ “ระรินได้ยินมาอย่างนั้น จริงไม่จริงพวกพี่ก็ไปสืบดูนะคะ”

พวกนักข่าวสุมหัวกันก่อนพากันวิ่งไปยังเป้าหมาย ระรินจับตาดูอยู่ เห็นความกระหายข่าวของนักข่าวก็พูดสะใจ...

“เยส! ยัยวนิษา คราวนี้แกต้องช้ำในตายแน่ๆ ดีไม่ดีถึงขั้นกระอักเลือดกลางงานเลยล่ะ ฮิๆๆ” แล้วตัวเองก็ตามไปดูผลงาน

นักข่าวเจาะข่าวทันที ถามกริชกับวนิษาว่า ได้ข่าวว่ามีการแก้เคล็ดดวงกินผัวของเจ้าสาวด้วยการจ้างพวกสิบแปดมงกุฎปลอมมาเป็นเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสมรส ดิเรกฉุนขาด เอาหลักฐานมาแสดงว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่ตัวจริง เอาบัตรประจำตัวมายืนยันจนพวกนักข่าวพูดไม่ออก

กริชปลอบใจวนิษาว่าอย่าไปใส่ใจเลย วนิษายิ้มหวานพูดกับนักข่าวสบายๆว่า

“ขอบคุณพี่สื่อมวลชนทุกคนนะคะที่ช่วยตรวจสอบข่าวลือให้ ถ้าไม่ได้พวกพี่ๆ ข่าวนี้ก็คงลือกันไปเรื่อยๆ แบบนี้ ดีแล้วค่ะจะได้จบ”

พวกนักข่าวหน้าแตก กำลังจะถอยทัพก็ถูกกริชเรียกไว้ถามว่า “พวกคุณไปเอาข่าวลือนี้มาจากไหน”

“น้องระรินค่ะ เขาบอกมีข่าวฮอตแห่งปีมาบอกค่ะ”

ทุกคนมองขวับไปที่ระรินทันที ระรินไม่ทันตั้งตัวหน้าซีดเผือดพูดไม่ออก ถูกกริชมองคาดคั้นก็แก้ตัว...

“คือ...ระรินก็ได้ยินมาจากคนอื่นอีกที แต่ก่อนที่จะถามว่าระรินได้ยินมาจากไหน ระรินว่าเช็กดูอีกทีดีกว่าว่าเจ้าหน้าที่คนนี้น่ะตัวจริงหรือตัวปลอม ได้ข่าวว่าเป็นสิบแปดมงกุฎที่ปลอมตัวเก่งมากนะคะ หลักฐานที่เอามาโชว์น่ะของจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้” ระรินพูดอย่างมั่นใจเพราะกริชเป็นคนบอกเธอเอง

อดิเรกฉุนขาด คราวนี้เอาทั้งบัตรประจำตัว รูปถ่ายคู่กับผู้ว่า เว็บไซต์ของเขต มาโชว์เต็มที่ ระรินถึงกับจ๋อย อดิเรกไม่ยอมจบง่ายๆ บอกระรินต้องขอโทษตนต่อหน้าทุกคนนี่เลย ระรินไม่ยอม อดิเรกขู่ว่าถ้าอย่างนั้นตนจะให้คนจากเขตไปตรวจบ้านเธอว่ามีการต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือเปล่า ระรินเลยต้องยอมขอโทษอ้างว่าตนรู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ แล้วรีบชวนเพ็ญแขกลับ

“เข้าไปข้างในเถอะครับ” กริชประคองวนิษาเดินไปด้วยกัน

ooooooo

ที่ดาดฟ้าโรงแรม หญิงจุ๋มเดินไปหาโจที่ยืนชมวิวอยู่ถามว่าได้เบาะแสอะไรแล้วใช่ไหม โจบอกว่าไม่มีเบาะแสอะไรเลย

โจบอกว่าถ้างานคืนนี้ผ่านไปด้วยดีพรุ่งนี้ตนจะคืนงานให้เธอ เพราะตนเสียเวลากับคดีนี้มามากแล้ว ถึงตอนนี้ก็ยังไม่พบพิรุธอะไรเลยถึงทำต่อไปก็คงไม่เจออะไร

“ถ้ารู้ว่าคุณไม่มีฝีมือขนาดนี้ ฉันไม่น่าจ้างคุณเลย” หญิงจุ๋มบ่น บอกโจว่าตนจะต้องเอาวนิษาเข้าคุกให้ได้ ซ้ำยังหาว่าโจอาจไปหลงเสน่ห์วนิษาเข้าแล้ว นักสืบคนต่อไปตนจ้างนักสืบหญิงดีกว่า โจฟังแล้วได้แต่ส่ายหน้าแล้วเหม่อดูวิวต่อไป

ที่ห้องแต่งตัวเจ้าสาว วนิษานั่งเหงาๆ ช่างแต่งหน้ากะเทยคนที่พจน์เอาห่ออะไรให้ก่อนเข้ามาแต่งหน้าเจ้าสาว ทักวนิษาว่า หน้ามันแล้ว เติมแป้งหน่อยดีกว่า วนิษานั่งให้ช่างเติมหน้า กะเทยหยอกว่า

“ตื่นเต้นเหรอคะ ดูไม่ค่อยยิ้มเลยนะคะ” วนิษาแค่ยิ้ม กะเทยช่างแต่งหน้าเลยไม่ชวนคุยอีก

ครู่หนึ่งโจลงมาสังเกตการณ์ประสานกับป๋องอย่างจริงจัง

พิธีกรเชิญชวนแขกเป็นประจักษ์พยานในความรักของหนุ่มสาว ทุกคนพร้อมต้อนรับคู่บ่าวสาวอย่างตื่นเต้น

เมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวควงกันเยื้องย่างมาสวยสง่าราวกับเทพบุตรเทพธิดา สะกดทุกคนเงียบกริบ โจสั่งป๋องให้ดูข้างในตนจะไปดูข้างนอก ป๋องถามว่ามีอะไรหรือ

“บอกไม่ถูก มันมีอะไรแหม่งๆ ซักอย่างรบกวนจิตใจฉันอยู่ แต่นึกไม่ออก” โจเดินออกจากห้องไป เป็นเวลาที่แขกผู้ใหญ่อวยพรแก่คู่บ่าวสาวพอดี โจแทบไม่ได้ยินอะไรเพราะมัวแต่ใช้สมาธิคิดว่า “มันมีอะไรที่มันผิดปกติ...อะไรนะ...”

ระหว่างที่พิธีกรบนเวทีเชียร์ให้เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวอยู่นั้น โจเดินกลับเข้ามาในงาน ป๋องถามว่ามีอะไรไหม?

“ไม่...นึกอะไรไม่ออกเลยว่ะ”

พจน์เป็นตัวการตะโกนอย่างสนุกสนานให้เจ้าบ่าวจูบแก้มเจ้าสาว ได้รับเสียงเชียร์ก้องไปทั้งห้อง กริชจึงจูบแก้ม วนิษาทั้งสองข้างท่ามกลางเสียงเฮชอบใจของแขกที่มาร่วมงาน โจหันมองกริชจูบวนิษาเศร้าๆ พึมพำกับตัวเอง

“คุณวนิ...คืนนี้คุณสวยมาก...พรุ่งนี้ผมจะบอกความจริงคุณ แล้วเราคงจะไม่ได้เจอกันอีก...ขอให้คุณมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุขอย่างที่คุณต้องการ...”

โจหันหลังเดินออกไป ไม่ทันพ้นประตูก็ได้ยินเสียงล้มตึง! หันมองบนเวทีเห็นกริชล้มลง หน้าแดงก่ำ คอบวม หายใจไม่ออก วนิษาคุกเข่าประคองกริชตกใจสุดขีด พิธีกรตะโกนบอก “เรียกรถพยาบาลค่ะ เรียกรถพยาบาล...”

“เจ้าหน้าที่โรงแรมตามหน่วยปฐมพยาบาลเดี๋ยวนี้ ขอเครื่องช่วยหายใจด้วย” วนิษาสั่ง แล้วพูดออกไมค์ “นายดาวนายดาวอยู่ไหน นายดาว...” โจวิ่งเข้าไปหา “พาคุณกริชไปโรงพยาบาลเร็ว!!”

กริชถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทันที ระหว่างนั้น วนิษาเข้าไปในหอพระ จุดธูปตั้งสมาธิขอพรให้กริช...

“ฉันขออธิษฐานให้คุณกริชปลอดภัยด้วยเถอะ หากบาปหรือเวรกรรมใดที่ดลบันดาลให้คุณกริชเป็นแบบนี้ ฉันขอให้บาปหรือเวรกรรมนั้นตกลงที่ฉันแทน ฉันขอแลกชีวิตคุณกริชด้วยชีวิตของฉัน”

โจยืนมองอยู่ข้างหลังวนิษา ช่วยภาวนาไปกับ เธอด้วย...

แต่...ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น กริชเสียชีวิตในคืนนี้เอง...วนิษาร้องไห้ปานหัวใจสลาย...

ooooooo

ที่ศาลาวัด... วนิษาที่อยู่ในความเศร้าเสียใจอย่างที่สุด ซ้ำยังถูกญาติพี่น้องของกริชแสดงความรังเกียจ ไม่เสวนาด้วย ญาติคนหนึ่งแกล้งเอาหนังสือพิมพ์มาวางให้แล้วเดินหนีไป

วนิษาหยิบหนังสือพิมพ์อ่าน มีพาดหัวตัวไม้ “ลือสนั่นดวงกินผัว สามรายตายคาชุดเจ้าบ่าว” มีรูปประกอบตอนกริชหอมแก้มวนิษาบนเวที

วนิษาเบือนหน้าจากหนังสือพิมพ์อย่างไม่อาจทนดูได้ โจจับตาดูอยู่ห่างๆ เขาสงสารเธอจับใจ...

บรรดาสื่อที่จับตาเรื่องนี้อยู่ ระหว่างนั้นมีเสียงฮือฮาขึ้น ทุกคนมองไปทางระรินกับเพ็ญแขที่เดินอยู่นอกศาลา

ระรินกระซิบกับเพ็ญแขว่า

“ยัยโป๊งตัวแสบนั่นมาด้วย ครั้งที่แล้วมันทรยศหนู บอกคุณกริชว่าหนูเป็นคนปล่อยข่าว อยากตบมันจริงๆ”

“เอาเหอะ พักไว้ก่อน วันนี้เราไม่ได้จะมาทะเลาะกับสื่อนะ” เพ็ญแขเตือนสติ

ระรินหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา สื่อเข้ามาถามว่าทำใจได้หรือยัง ระรินทำเสียงสะอื้นตอบว่า

“ทำใจไม่ได้ค่ะ และไม่มีวันทำได้ด้วย คุณกริชเป็นคนดี ไม่น่าเลย ไม่น่าต้องมาตายแบบนี้เลย ระรินเตือนเขาแล้วแท้ๆ” นักข่าวถามว่าเตือนเรื่องอะไร “เรื่องที่เรารู้ๆ กันอยู่น่ะค่ะ แต่เขาไม่ฟังระรินเลย”

ระรินอ่อยให้สื่อถาม พอสื่อถามเธอตอบเสียงดังว่า “ก็เรื่องดวงกินผัวไงคะ”

“คุณกริชไม่เชื่อเรื่องนี้ใช่ไหมคะถึงได้แต่ง” นักข่าวซักต่อ

“เขาก็ดูเหมือนจะเชื่อนะคะ แต่คงมีใครบางคนยุเขาให้ไม่สนใจฟังเรื่องพวกนี้”

สื่อเงียบ มองไปด้านหลังของระริน เธอเอะใจหันมองเห็นวนิษาออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ยืนมองอยู่

“คุณระริน เชิญค่ะ” วนิษาเอ่ยนิ่งๆ

“ขอบคุณค่ะคุณวนิษา แต่ระรินยังพูดกับพี่ๆ สื่อไม่เสร็จ เรากำลังคุยถึงใครบางคนที่เขาหลงมากจนยอมเชื่อทุกอย่าง ใครบางคนที่ฆ่าเขาทางอ้อมด้วยดวงอัปรีย์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดน่ะค่ะ”

บรรดาสื่อมองขวับไปทางวนิษาที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ แต่ยังพูดเสียงนิ่งๆ ว่า

“ถ้าคุณมาเคารพศพคุณกริช ฉันยินดีต้อนรับค่ะ แต่ถ้ามาเพื่อด่าฉัน เชิญที่อื่น ที่นี่งานศพหัดมีมารยาทเสียบ้าง”

“ใครด่าคุณ ฉันกำลังพูดถึงฆาตกรต่อเนื่อง มันฆ่ามาแล้วสามศพ ที่น่ากลัวคือไอ้ฆาตกรรายนี้มันไม่รู้สึกผิดสักนิด ยังกล้ายืนเชิดหน้าต่อหน้าคนอื่นๆ อีกต่างหาก โหดเหี้ยมแล้วก็เลือดเย็นที่สุด”

“ถ้าหมายถึงฉันก็พูดตรงๆ ไม่ต้องมาทำเป็นกระแหนะกระแหน น่ารำคาญ” วนิษาเริ่มขุ่นมัวมากขึ้น

“ใช่! ฉันด่าแกน่ะแหละยัยผู้หญิงกินผัว แกเข้ามาในชีวิตเขาทำไม เขากำลังคบกับฉันอยู่ดีๆ แกก็เข้ามาเหมือนตอนคุณชายแจ้ แล้วแกก็ทำลายความสุขของทุกคน คนอย่างแกอย่ายุ่งกับผู้ชายที่ไหนอีกเลย แกมันถูกสาปไม่รู้ตัวรึไง!”

วนิษาอึ้ง พูดไม่ออก ทั้งสองโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อนท่ามกลางนักข่าวที่หันมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ทีราวกับดูกีฬา

พ่อแม่ของกริชเดินออกมาสมทบ ระรินยกมือไหว้ พ่อของกริชแม้จะไม่พอใจแต่ก็พูดเตือนกลางๆ ว่า

“นี่เป็นงานศพนะหนู ขอให้ทุกคนมีสติกันหน่อย” ทั้งวนิษาและระรินจ๋อยไปทั้งคู่ แต่แม่ของกริชปรายตามาทางวนิษา เอ่ยกับระรินว่า

“คุณระรินเชิญจ้ะ ใครไม่ต้อนรับหนูก็เรื่องของเขา แต่ฉันเป็นแม่ของกริช ฉันยินดีต้อนรับ ส่วนคนที่แม่ไม่ต้อนรับจริงๆ น่ะ มันยังไม่รู้ตัว ยังมีหน้ามาไล่คนอื่นอีก” พูดแล้วพาระรินกับเพ็ญแขเข้าไปในศาลา พ่อกริชเดินตาม แต่เพ็ญแขจงใจรั้งท้าย เดินเฉียดวนิษาจิกเบาๆ โดยไม่มองหน้า...

“สมน้ำหน้า ยัยกาลกิณี!”

วนิษายืนอย่างโดดเดี่ยว พยายามสะกดอารมณ์ พวกสื่อพากันถ่ายรูปกันมันมือ วนิษาไม่สนใจหันมองไปรอบๆ เห็นโจยืนหลบอยู่มุมหนึ่ง เธอพยักหน้าบอกว่าจะกลับแล้ว โจพยักหน้ารับทราบอย่างรู้กัน...

ooooooo

วนิษามาที่ลานจอดรถพอขึ้นรถก็ร้องไห้โฮ โจถามว่าจะไปไหน เธอบอกว่าไปไหนก็ได้ โจจึงพาขึ้นไปบนดาดฟ้าตึก เธอขึ้นไปยืนมองดวงดาวด้วยดวงตาที่บอบช้ำ รำพึง...

“ดวงกินผัว...ดาวดวงไหนนะที่ทำให้ชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้...”

โจเฝ้ามองอยู่ห่างๆอย่างเคลือบแคลงใจ...

เมื่อกลับถึงบ้าน โจรำพึง “คุณวนิษา ผมอยากรู้จริงๆ ว่าคุณใช้วิธีไหนฆ่าคุณกริช คุณลงมือตอนไหนกันแน่” แล้วโจก็หันบอกป๋องว่า “ฉันอยากถามเขาอย่างนี้จริงๆนะ”

“แล้วได้ถามไหมครับ” ป๋องถามมองตาเป๋ง

“ไม่อ่ะ ไม่กล้าว่ะ ถ้าเขาไม่ได้ฆ่า คำถามของฉันก็เหมือนมีดไปกรีดแผลเดิมของเขาให้มันเหวอะมากขึ้นไปอีก ฉันทำไม่ลง...” ป๋องตั้งข้อสังเกตว่าถ้าวนิษาไม่ได้ฆ่าแล้วใครฆ่า? “หมอลงความเห็นว่า คุณกริชตายเพราะอาการแพ้อย่างรุนแรง แต่ก่อนหน้านั้นไม่มีใครเห็นเขากินอะไรเลย แล้วอยู่ดีๆ เขาตายได้ยังไง...บางที...โลกนี้อาจจะมีดวงกินผัวจริงๆก็ได้”

ป๋องร้องเฮ้ย...เมื่อก่อนหัวเด็ดตีนขาดเขาก็ไม่ยอมรับเรื่องนี้ โจยอมรับว่าการตายของกริชทำให้ตนหมดความมั่นใจไปเลย เพราะตนระวังทุกจุด วนิษาไม่มีทางวางแผนหรือลงมือทำอะไรทั้งนั้น โจพูดอย่างอ่อนใจว่า

“แต่กริชก็ตายจนได้ตายต่อหน้าฉันด้วย ถ้า

วนิษาไม่ใช่ฆาตกร คำตอบที่เหลือก็คงเป็นดวง...ดวง

กินผัวของเขา”

ป๋องเปรยว่าถ้าดวงกินผัวมีจริง...“โจตัวซวยก็มีจริง” โจพูดต่อทันทีและว่า “ถ้าโลกใบนี้มีกฎแบบนี้อยู่

ฉันค้านหัวชนฝาไปก็ไม่มีประโยชน์ มีดวงกินผัว มีโจตัวซวย มีเม้งจิตทิพย์ มีโหราศาสตร์ มีฤกษ์งามยามดี มีเคราะห์หามยามร้าย มีโชคชะตาที่กำหนดชีวิตคนเรา...” พูดแล้วโจถอนใจทั้งท้อทั้งเซ็ง

ooooooo

หลังจากวันแต่งงานที่กลายเป็นวันตายของกริช วนิษาก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องพักที่คอนโดมา 3–4 วันแล้ว จนวันนี้ปลายฝนจะออกไปข้างนอกจึงชวนเธอไปด้วย

“นึกไงชวนฉัน” วนิษาถามหน้าซีดเซียวซึมเศร้า ปลายฝนคะยั้นคะยอ วนิษาถามว่าแล้วจะชวนไปไหน

“ก็แบบไปกินฟาสต์ฟู้ด ไปซื้อของเน่าๆ ถ่ายรูปเล่น อะไรเงี้ย”

ที่หน้าคอนโด โป๊งนักข่าวสาวที่ติดตามข่าวเรื่องดวงกินผัวของวนิษามาตลอดกับพี่หมีช่างภาพคู่ใจ มาดักวนิษาอยู่ 3-4 วันแล้วเช่นกัน แม้จะร้อนจะเหนื่อยแต่ก็วัดใจกันว่าใครจะอึดกว่ากัน

ขณะทั้งคู่กำลังรอเซ็งๆนั่นเอง ต่างก็ตื่นตัวเมื่อเห็นวนิษาเดินออกจากคอนโด ต่างคว้าเครื่องมือทำงานพุ่งออกไป

“สวัสดีค่ะคุณวนิษา หายหน้าไปนานเลยนะคะ

ขออัพเดตข่าวคราวหน่อยนะคะ มีข่าวลือว่าคุณวนิษาเก็บตัวเพราะเตรียมตัวบวชตลอดชีวิต ไม่ทราบจริงหรือเปล่าคะ” วนิษาถามว่าใครลือหรือ “คุณระริน อุ๊ยตาย...

หลุดปาก ไม่ทราบ จริงหรือไม่จริงคะ”

“ไม่จริงค่ะ แค่นี้นะคะ ขอตัวก่อน” วนิษาตอบนิ่งๆ แล้วจะเดินไป ถูกโป๊งมาดักหน้าถามอีกว่า

“คิดยังไงกับเรื่องที่คุณระรินไปช่วยทางบ้านคุณกริชทำพิธีไล่เสนียดปัดรังควาน คุณระรินเขาเชิญสื่อไปด้วยนะคะ ไม่รู้ว่าคุณวนิษาได้ดูรึเปล่า” วนิษาไม่ตอบ โป๊งถามใหม่ “แล้วตอนนี้มีใครเข้ามาใกล้ชิดบ้างหรือเปล่าคะ”

ปลายฝนทนไม่ได้ผลักไมค์ออกมองหน้าโป๊ง พูดอย่างไม่พอใจว่าคนเขาไม่อยากตอบก็ถามอยู่ได้ โป๊งแว้ดว่าไม่ได้ถามเธอ ปลายฝนสวนทันควันว่า “ฉันก็ไม่ได้ตอบ แต่กำลังเตือนคุณ”

โป๊งถูกปลายฝนสะอึกออกมารับหน้าแทนวนิษาด้วยลีลาวัยรุ่นที่ไม่ต้องวางมาด โป๊งแสบมาอย่างไรก็แสบคืนไปอย่างนั้น เลยถูกโป๊งถามว่าใครสอนมารยาทให้ หรือไม่มีใครมีเวลาสอน ปลายฝนขยับจะลุย วนิษาจับไว้ แต่ปรามโป๊งว่า

“คุณหาเรื่องฉันไม่เป็นไร มาหาเรื่องปลายฝนทำไม รปภ.คะ”

รปภ.ที่จับตาดูอยู่กรูกันเข้ามาบอกโป๊งว่านี่เป็นสถานที่ส่วนบุคคล วนิษาฉวยโอกาสพาปลายฝนออกไป ช่างภาพพยายามถ่ายรูปแต่ถูก รปภ.กันไว้

พอไปถึงลานจอดรถ ปลายฝนพูดอย่างเข้าใจเห็นใจว่า รู้แล้วว่าทำไมวนิษาถึงไม่อยากออกมา ถามว่าจะกลับขึ้นห้องไหม วนิษาบอกว่าไม่กลับเพราะไหนๆ ก็ออกมาแล้ว ขอบใจปลายฝนที่ตอนนี้ตนมีเธอเป็นพันธมิตรแล้ว

“ไปหาอะไรกินกันเถอะ ให้เธอเลือกร้านตามใจเลย ฉันเป็นเจ้ามือเอง” วนิษาอารมณ์แจ่มใสขึ้น

“เปลี่ยนใจแล้วค่ะ ฝนว่าเราไปที่ที่มันปลดปล่อยกว่านั้นดีกว่า” ที่ที่ปลายฝนว่าคือสวนสนุกนั่นเอง

ooooooo

เพราะรู้ว่าพรุ่งนี้ยายวรางค์จะไปทำบุญ คืนนี้ วนิษาจึงมาที่บ้านขอค้างด้วยพรุ่งนี้จะได้ไปทำบุญด้วยกัน

ยายวรางค์บอกวนิษาให้พักตามสบาย ทักโจว่าเปลี่ยนไปจากวันแรกที่เห็นเยอะเลย แล้วขอแรงเขาให้ไปช่วยในสวนหน่อย พอเข้าไปในสวน ยายวรางค์ถามโจว่า

“รู้เรื่องการตายของกริชแค่ไหน บ้านตรงข้ามฉันน่ะเป็นบ้านนายตำรวจ หน้าบ้านเขามีกล้องวงจรปิด ไม่กี่วันก่อนเขามาหาฉัน จากกล้องที่เรคคอร์ดไว้เห็นเธอแอบปีนเข้าออกบ้านฉันด้วย” โจตกใจ อึ้ง “ถ้าฉันเห็นเธอก่อนหน้านี้ ฉันคงบอกวนิให้จับตัวเธอส่งตำรวจแล้ว แต่นี่ฉันได้ดูหลังจากที่เธอเป็นคนขับรถให้วนิมาสักพัก แล้วเธอก็ช่วยวนิให้รอดพ้นจากอันตรายหลายครั้ง ฉันก็เลยคิดว่าเธอคงมีจุดประสงค์บางอย่างที่ปิดบังไว้ ฉันก็เลยไม่ได้บอกเขา จนกว่าจะได้คุยกับเธอก่อน”

โจอึ้งแล้วอึ้งอีก ในที่สุดยอมรับว่าเป็นอย่างที่คุณยาย พูดจริง พอคุณยายบอกว่าทีแรกจะคุยกับเขาในคืนแต่งงานของวนิษาแต่เกิดเรื่องร้ายขึ้นเสียก่อน โจถามว่า “คุณยายเลยคิดว่าผมมีส่วนรู้เห็นในการตายของคุณกริช?”

“ฉันไม่คิดว่าเธอจะเป็นฆาตกรหรอกนะ แต่มันน่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันระหว่างเธอกับเรื่องที่เกิดขึ้น”

โจบอกว่าตนพยายามป้องกันแล้วแต่ก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ยายวรางค์ให้โจเล่ารายละเอียดให้ฟัง ย้ำอย่าโกหก แม้ตนจะมองโลกในแง่ดีแต่ไม่ใช่คนโง่

“จนถึงวินาทีนี้ ผมเชื่อว่าคุณยายเป็นคนฉลาดและรอบคอบมากๆ ถ้าผมพยายามจะโกหกคุณยาย ผมก็คงเป็นคนโง่มากๆเหมือนกัน...ผมชื่อโจครับเป็นนักสืบ”

ฟังโจเล่าแล้ว ยายวรางค์บอกว่าตนจะเก็บความลับของโจไว้จนกว่าเขาจะทำงานเสร็จ โจขอบคุณ ถามว่าคุณยายให้ตนทำอย่างนี้ไม่กลัวว่าวนิษาจะติดคุกหรือ

“ถ้าทำผิดก็ต้องติดคุก ฉันไม่กลัว แต่เรื่องของเรื่องคือฉันเชื่อมั่นในตัววนิษา และอยากให้นักสืบอย่างเธอเป็นคนพิสูจน์ให้คุณหญิงจุ๋มและคนอื่นๆรู้ว่าวนิษาเป็นผู้บริสุทธิ์ เธอจะเป็นคนที่ทำให้ข้อสงสัยและข่าวลือไร้สาระทั้งหลายเงียบหายไป ตั้งใจทำงานของเธอนะโจ”

โจยิ้มให้ยายวรางค์แล้วขับรถกลับไปเพราะวนิษาอนุญาตให้เขาพักผ่อนให้สบาย ตนจะค้างที่นี่สักสองสามคืน ถ้ามีอะไรจะโทร.บอกอีกที

ooooooo

 รุ่งขึ้น วนิษาไปทำบุญที่วัดกับยายวรางค์ เห็นความสงบของผู้คนที่นุ่งขาวห่มขาวและบรรดาแม่ชี

ในวัดแล้ว เธอถามคุณยายว่าถ้าตนบวชบ้างจะช่วยจิตใจเราไหม

“บวชชีน่ะมากกว่าทำให้จิตใจสงบนะ หมายถึงตัดทางโลกเลยนะ...ยายว่าเธอถามตัวเองดีกว่า”

วนิษามองความสงบอิ่มเอิบของผู้ใส่ชุดขาวและแม่ชีที่เปี่ยมด้วยเมตตา เห็นคนถวายสังฆทานแล้วกรวดน้ำ ทำให้เธออดคิดถึงคนที่ผ่านมาไม่ได้...

ในวันที่อยู่ในสวนวังวาสุวงศ์ด้วยกัน ชายแจ้มอบหีบเงินเล็กๆให้วนิษาเปิดดู เป็นแหวนทองคำฝังอัญมณีลวดลายวิจิตร วนิษาชมว่าสวยจัง

“เป็นแหวนที่ท่านพ่อทำให้ท่านแม่ และท่านแม่ให้ผมเพื่อให้กับผู้หญิงที่คู่ควร...วนิษา คุณคือผู้หญิงคนนั้น แต่งงานกับผมนะครับ”

ส่วนเสี่ยป๊อก ในวันที่นัดเธอไปพบที่บ่อนนั้น ถูกคู่แข่งพาพวกมาดักแทงจนขากางเกงขาดเลือดชุ่มขากางเกง วนิษาถามว่าเสี่ยไม่รู้หรือ เสี่ยบอกว่ารู้ แต่ถึงต้องฝ่าพวกมันเป็นกองทัพ ตนก็ต้องมาหาหว่าหวาให้ได้ แล้วหยิบกล่องกำมะหยี่เปื้อนเลือดออกมา

“หว่าหวา อั๊วอยากให้ลื้อรู้ว่า ถึงอั๊วจะใช้วิธีขู่ให้ลื้อแต่งงาน แต่อั๊วก็รักลื้อจริงๆไม่ได้เห็นลื้อเป็นของเล่น หว่าหวา อั๊วนัดลื้อมาเพราะอั๊วอยากให้นี่กับลื้อ” เสี่ยป๊อกหยิบแหวนเพชรสวมให้วนิษา “หว่าหวา...แต่งงานกับ

อั๊วนะ”

วนิษามองเสี่ยป๊อกอย่างซึ้งใจ และวันนี้ เธอนึกถึงพวกเขาแล้ว พึมพำอย่างรู้สึกผิดมาก...

“คุณชายแจ้ ตั่วเฮีย คุณกริช ฉันขอโทษนะคะ...”

ooooooo

วนิษาตัดสินใจบวช เธอถามปลายฝนว่าถ้าตนบวชจะอยู่คนเดียวได้ไหม ปลายฝนรับปากอย่างหนักแน่นว่าได้ ถามเธอว่าจะบวชจริงหรือ

“ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นตัวกาลกิณีอย่างที่เขาว่า

จริงๆนั่นแหละ ทั้งคุณชายแจ้ พ่อเธอ แล้วก็คุณกริช 

ต้องมาตายเพราะฉัน ฉันอยากบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พวกเขา แล้วก็จะขอยึดบารมีของพระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่ง”

“คุณพูดเหมือนจะบวชยาวอย่างนั้นแหละ”

“ฉันอยากจะบวชตลอดชีวิต...ตั้งใจว่าอย่างนั้น”

ทั้งสองต่างเงียบไป ปล่อยใจไปกับความคิดของตัวเอง...

ส่วนยายวรางค์บ่นกับหนุงหนิงว่า “เสียดาย เขาน่าจะมีชีวิตที่มีความสุขกว่านี้ จะมีทางไหนช่วยเขาได้บ้างนะ...”

ooooooo

 

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.