ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักออกฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

โจค้นห้องวนิษาจนทั่วก็ไม่มีอะไรน่าสงสัย ขณะยกมือเกาหัวว่าจะทำอย่างไรต่อไปนั้น ก็ได้รับโทรศัพท์จากป๋องบอกว่าตนคลาดกับวนิษาแล้ว

“ให้มันได้งี้สิวะ! คลาดกันนานรึยัง” พอป๋อง บอกว่าประมาณยี่สิบนาที “งั้นฉันต้องเผ่นแล้วสิ แค่นี้นะ”

โจวางสาย ปิดไฟ เตรียมออกจากห้อง ก็พอดีวนิษาไขกุญแจเข้ามา โจวิ่งพรวดเข้าห้องนอน แง้มประตูดูเห็นกริชมาด้วย “อ๊ะ...มาด้วยกันแบบนี้ สงสัยคุณวนิจะรู้สึก...เปลี่ยว” แต่พอได้ยินกริชอ้อนว่าเขาปวดหัวมาก โจก็รู้ทันทีว่ากริชวางแผนฟันวนิษา

วนิษาไปเอายาและเอาน้ำมาให้ กริชถามว่าปลายฝนไม่อยู่หรือ วนิษาบอกว่าปลายฝนไปเรียนเปียโนยังไม่กลับ

กริชทำเป็นขอโน่นขอนี่ให้วนิษาไปหยิบให้ แล้วเขาก็แอบเอายาเทใส่แก้วน้ำของเธอ โจแกล้งโทร.เข้ามือถือเธอแต่โทร.แล้วไม่พูด กริชทำเวลาพูดหวานหว่านล้อมกระทั่งกุมมือเธอ วนิษาดึงมือตัวเองกลับพูดอย่างสุภาพแต่จริงจัง

“คุณกริชคะ ฉันเห็นท่าทีแปลกๆของคุณตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว เรามาพูดกันตรงๆดีกว่านะคะ ฉันค่อนข้างจะหัวโบราณน่ะค่ะเรื่องความสัมพันธ์กับผู้ชาย ฉันอยากขอร้องคุณว่า อย่าคิดอะไรฟุ้งซ่านกับฉันเลยนะคะ กรุณาเปลี่ยนความคิดเพื่อที่เราจะได้เป็นเพื่อนกันต่อไปดีกว่า”

กริชอึ้งอ้อนว่า “อย่าปิดโอกาสผมอย่างนั้นสิครับ แค่ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมรักคุณ” พูดแล้วกริชทำท่าจะกอด

“หยุดค่ะ...ถ้าคุณใช้กำลังกับฉัน ฉันจะสู้ สู้จนกว่าจะสู้ไม่ได้ หลังจากนั้นฉันจะแจ้งความ จะล้างแค้นจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณสำนึกเสียใจ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่คุณเคยเห็นในละคร ฉันจะไม่รักผู้ชายที่ข่มขืนฉัน ไม่มีวันค่ะ”

กริชชะงักมองหน้าเธอ วนิษาสบตาเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน กริชปล่อยมือ...ยอมถอยและขอโทษ

“ไม่เป็นไรค่ะ ตราบใดที่มันหยุดลงแค่นั้น ฉันก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไรหรอกค่ะ”

โจแอบดูแอบฟังอยู่ เขาโล่งใจที่ไม่ต้องออกกำลัง ส่วนกริชเมื่อผิดแผนเขาแสดงความเสียใจ ชี้แจงว่า

“ผมอยากบอกคุณว่า ถึงผมจะคิดอะไรที่ไม่เหมาะสม แต่ผมก็ไม่เคยคิดอะไรที่ไม่ดีกับคุณเลย คุณยังคงเป็นผู้หญิงที่ผมรัก” วนิษาขอบคุณแต่รักษาระยะห่างกับเขาไว้อย่างเหมาะสม กริชคิดว่าต่อไม่ติดแล้วจึงขอตัวกลับ

แต่กริชยังไม่ทันออกไป เสียงปลายฝนก็แว่วเข้ามา วนิษากลัวปลายฝนเห็นกริชอยู่ในห้องกับตนจะ

ไม่ดี เธอบอกให้เขาหลบเข้าไปในห้องก่อน โจแอบฟัง

อยู่พึมพำสยอง “ซวยแล้ว...” มองหาที่หลบ สุดท้ายมุดเข้าใต้เตียง กริชเข้ามาอึดใจเดียวก็ได้ยินเสียงปลายฝนเปิดประตูเข้ามา

สถานการณ์ตึงเครียด วนิษากำลังคิดแก้สถานการณ์ ปลายฝนก็เกิดจะใช้เราเตอร์ในห้องเธอ กริชใจหายไม่รู้จะหลบไปทางไหนเลยมุดเข้าใต้เตียงไปอีกคน โจมุดหนีแทบไม่ทัน กริชมุดลึกเข้าไปจนโจถอยออกไปนอกเตียง ปลายเท้าโผล่ออกไป

ปลายฝนเห็นปลายเท้าโจก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอช่วยดึงความสนใจของวนิษาไปทางอื่นทำให้โจรีบมุดเข้าใต้ผ้าห่ม แต่ปลายเท้าของกริชยังโผล่ออกมาจากใต้เตียง

ปลายฝนทำทีเป็นห่วงวนิษาที่บอกว่าปวดหัว จึงพาเธอออกจากห้องไปหายากิน

ooooooo

กริชคลานออกจากใต้เตียง อดใจไม่ได้หันมองบนเตียงกอบผ้าห่มไปดมไปหอมทำท่าชื่นอกชื่นใจ โจที่ซุกอยู่ใต้ผ้าห่มขนลุกขนพองแต่ไม่กล้าเอะอะ

โชคดีที่วนิษากลับเข้ามา ทำให้กริชรีบทำตัวปกติ วนิษาเร่งกริชให้รีบออกไปเพราะปลายฝนกำลังเข้าห้องน้ำอยู่ กริชทำพิรี้พิไร วนิษาไม่ฟังเสียงจับมือลากออกไปเลย โจโผล่ออกจากผ้าห่มบิดตัวสะบัดแขนขาอย่างขยะแขยง

วนิษาเจอปลายฝนออกจากห้องน้ำพอดี เธอบอกวนิษาว่าชักโครกเป็นอะไรไม่รู้ให้ไปดูหน่อย พอวนิษาไปดู ปลายฝนก็เข้าไปเรียกโจให้รีบออกมา พอโจออกมา ปลายฝนก็ลากไปเลย โจพูดอย่างรีบเร่งว่า “ขอบใจนะ แล้วเจอกัน”  พอโจลับร่างไป วนิษาก็ออกจากห้องน้ำพอดีบอกปลายฝนว่าลูกลอยค้างเท่านั้น ปลายฝนหัวเราะแหะๆ แล้วยิ้มให้กัน 

พอโจกลับถึงบ้าน ป๋องถามว่าเจอหลักฐานอะไรไหม พอรู้ว่าไม่เจอ ป๋องทำเสียงท้อใจว่าขนาดนักสืบมืออาชีพอย่างโจยังหาไม่เจอ สงสัยว่า “หรือว่าจริงๆ แล้วคุณวนิษาเขาจะเป็นผู้บริสุทธิ์ครับ”

“ผู้บริสุทธิ์ หรือไม่ก็ฆาตกรเซียนเหนือเมฆ” โจตอบอย่างไม่ทิ้งประเด็น พลางเอาน้ำยาเช็ดซอกคออย่างรังเกียจ

ooooooo

กริชเข้าทางวลัยตามภาษิต “หนาวผู้หญิงเขาให้อิงผู้ใหญ่” บอกกับวลัยว่าตนหลงรักวนิษาหมดหัวใจแล้ว ยิ่งรู้ซึ้งว่าวนิษาไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นก็ยิ่งรักยิ่งหลง

วลัยแอบกระซิบอะไรบางอย่างทำให้กริชยิ่งตื่นเต้นถามว่าแล้วสามีสองคนก่อนล่ะ

“ก็คงเจออะไรคล้ายๆ กับที่คุณเจอนั่นแหละจนถึงวันแต่งงานก็ดันมาตายกันซะก่อน เพราะฉะนั้นวนิเขาก็เลยยังคง...”

กริชตื่นเต้นจนทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้พึมพำกับ

ตัวเองเหมือนตกอยู่ในความฝัน...

“ไม่น่าเชื่อจริงๆ ผู้หญิงที่สวยมีเสน่ห์แบบคุณวนิษาจะยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่...”

กริชเดินเกมรุกทันที เขาไปหาซื้อแหวนแต่งงาน เจอระรินเดินเข้ามาทัก พอรู้ว่าเขาซื้อแหวนแต่งงานไปให้วนิษา ระรินแสดงความยินดี ถามว่าเขาชอบวนิษาตรงไหน

“ซิงครับ เอ๊ยไม่ใช่” กริชพลั้งปาก พอตั้งหลักได้ก็พูดจริงจัง “ทำไมผมถึงรักเธอขนาดนั้นน่ะเหรอ คุณวนิษาเธอเป็นคนดี ผมไม่เคยเจอคนอย่างนี้มาก่อน เธอไม่ใช่คนเสแสร้ง เวลาผมอยู่ใกล้เธอ ผมจะรู้สึกสบายใจ ภายนอกเธออาจจะดูแข็ง ก้าวร้าว แต่ภายในใจกลับอ่อนโยนและบอบบางรวมๆกัน เป็นเสน่ห์ที่ผมหลงใหลและกลัวว่าจะเสียเธอให้คนอื่น ถ้าผมไม่รีบขอเธอแต่งงาน”

“น่ารักจัง” ระรินยิ้มแย้ม แล้วทำเป็นตกใจบอกว่าลืมของไว้ที่ร้านเสื้อ บอกกริชอย่าเพิ่งไปไหนเดี๋ยวตนมา ยิ้มหวานให้กริชแล้วผละไป พอพ้นหน้ากริชเท่านั้น ระรินก็ด่าวนิษายาวเหยียดไม่ซ้ำคำด่า ด่าจนไม่รู้จะด่าอย่างไร เลยตะโกน “ยัย...ยัย...ยัยสะดือ

ตือบะ!”

ออกมาด่าระบายอารมณ์แล้ว ระรินกลับไปชวนกริชกินข้าวกัน เธอยังทำเป็นยินดีกับเขา แล้วจึงทำทีห่วงใยถามเขาว่าไม่กลัวคำทำนายของหมอเม้ง จิตทิพย์หรือ กริชบอกว่าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะไม่มีคำทำนายของใครแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์

“ถูกค่ะ แต่ของอาจารย์เม้งเนี่ย ถึงไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็มากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แน่ๆ แล้วอย่างนี้คุณกริชจะเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเหรอคะ” กริชบอกว่าตนรักวนิษา “ระรินก็ไม่ได้บอกให้คุณเลิกกับวนิษานะคะ ของแบบนี้มันมีทางแก้ค่ะ” พอกริชถามว่าทำอย่างไรหรือ ระรินพูดขึงขังจนกริชต้องตั้งใจฟัง...

“ผู้หญิงกินผัวน่ะไม่ได้มีวนิษาเป็นคนแรกหรอกนะคะ โบราณเขามีวิธีแก้เคล็ดนะคะ คือ...เราก็ทำพิธี หลอกๆไงคะ” พอกริชบอกว่าตนไม่เข้าใจ ระรินแนะว่าก็ไม่ ต้องจดทะเบียนสมรส ไม่ต้องมีขบวนขันหมาก ไม่ต้องมีพิธีรดน้ำอะไรทั้งนั้น

“เอ...มันจะไม่เหมาะมังครับ มันจะดูเหมือนผมไม่ให้เกียรติคุณวนิษากับครอบครัว” กริชติง

“แต่ถ้าคุณกริชกลัวว่าคุณวนิษาจะไม่เข้าใจ ก็ต้องใช้อีกวิธี แต่ว่าต้องใจกล้าหน่อยนะคะ”

พอกริชถามหมายความว่าอย่างไร ระรินก็ทำกระซิบกระซาบ แล้วบอกว่า “วิธีนี้น่ะ บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่นค่ะ”

“ผมไม่อยากหลอกเขา แต่เพื่อความรักของเราสองคน ผมอาจจะต้องยอมโกหกเขา แล้วระรินจะช่วยผมไหมครับ”

ระรินอ้างว่าแค่ตนเสนอไอเดียก็เป็นการก้าวก่ายชีวิตคู่ของเขามากไปแล้ว กริชอ้อนว่าเมื่อเธอจะช่วยก็ขอให้ช่วยถึงที่สุด เธอก็ยังไม่รับปาก

“ผมเข้าใจครับ ว่าแต่คุณวนิษาเขาจะยอมแต่งงานกับผมรึเปล่ายังไม่รู้เลย” กริชรำพึง ระรินฝืนยิ้มให้เขา เมื่อแยกกันแล้วระรินพึมพำอย่างสะใจ...

“ยัยวนิษา ถ้าแกปฏิเสธเขาก็ถือว่าเป็นโชค

ของแก แต่ถ้าแกคิดจะแต่งงานกับเขาล่ะก็ ฉันจะเล่นงานแกแน่ รับรองว่าแกจะต้องเจ็บแสบที่สุดในชีวิตเลย หึๆ!”

ooooooo

คืนนี้ ขณะอยู่ในร้านอาหารหรูกับวนิษา จู่ๆ กริชก็คุกเข่าขอเธอแต่งงาน บอกว่าจะคุกเข่าอยู่อย่างนี้จนกว่าเธอจะตอบว่าเยสหรือโน

“ไม่ค่ะ” วนิษาปฏิเสธทันที เพราะมันเร็วเกินไป ตอบแล้วถามกริชว่าตนให้คำตอบแล้วจะลุกขึ้นนั่งได้หรือยัง วนิษาพูดหน้านิ่งๆ ว่า “คุณกริชคะ ฉันบอกตรงๆ ฉันตกใจนะคะ เอาเป็นว่าฉันขอร้องว่าอย่าพูดเรื่องนี้

อีกเลยไม่อย่างนั้นฉันจะลุกออกไปเดี๋ยวนี้” กริชจึง

ยอมลุกขึ้น

เมื่อออกมาเจอโจ วนิษาบอกว่าเมื่อกี้เห็นเขาอยู่นอกร้าน ถามอย่างรู้ทันว่าเขาคิดอย่างไร ตนควรแต่งงานกับกริชไหม โจตกใจถามว่าทำไมมาถามตน? วนิษาไม่ ตอบแต่บรรยายคุณสมบัติของกริชว่า เขาหล่อ รวย นิสัยดี และรักตน ผู้ชายแบบนี้ตนควรแต่งงานกับเขาไหม แต่พอโจถามว่าเธอรักกริชไหม วนิษากลับตอบว่า

“ไม่รู้...แต่ฉันอยากมีครอบครัวที่อบอุ่น มีความสุข สองครั้งที่ผ่านมา ฉันตกลงแต่งงานเพราะเชื่อว่าฉันจะมีครอบครัวที่อบอุ่นกับพวกเขาได้ ฉันไม่เคยถาม

ตัวเองเรื่องความรัก”

โจบอกว่าคิดอย่างเธอก็ไม่ผิด สมัยก่อนปู่ย่าตายายคลุมถุงชนกันโครมๆ ไม่ได้รักกันแต่ก็มีครอบครัวที่อบอุ่นได้เหมือนกัน พอวนิษาถามว่า แปลว่าตนควรแต่งงานกับกริชใช่ไหม โจตอบไม่เต็มเสียงว่า

“คงงั้นมั้ง” วนิษาถามว่าเขาไม่คัดค้านหรือ “ผมเป็นแค่คนขับรถ จะคัดค้านได้ไง แค่คุณวนิมาคุยกับผมเรื่องนี้ก็พิลึกแล้ว”

วนิษามองโจด้วยสายตาตัดพ้อ ผิดหวัง โจเมินมองไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาเธอ...

ooooooo

แม้ว่าวลัยจะหย่ากับวิษณุแล้วแต่ยังไปมาหาสู่และปรึกษากันเรื่องวนิษา เมื่อวลัยตั้งใจจับกริชให้วนิษาจึงเล่าให้วิษณุฟังเพื่อขอให้เขาช่วยเชียร์

วิษณุบอกว่าแม้กริชจะรวยแต่เขาไม่ชอบและไม่เห็นด้วย ระหว่างคุยกัน วิษณุมีอาการเหนื่อยผิดปกติเขาเอายาออกมากิน วลัยจึงรู้ว่าเขาเป็นมะเร็ง วิษณุขอร้องอย่าบอกลูก แต่วลัยทำใจไม่ได้ เมื่อพบกันที่บ้านวรางค์ เธอจึงเล่าเรื่องวิษณุให้วรางค์กับวนิษาฟัง วนิษาบอกว่าตนจะพาพ่อไปรักษาที่เมืองนอก

วลัยบอกว่าเพื่อนที่ยุโรปบอกว่าที่นั่นมีสถาบันหนึ่งที่รักษาได้ แต่มีแค่ 150 เตียงและคนไข้ต้องต่อคิวกันเป็นปีๆ รวยแค่ไหนก็ต้องเข้าคิว เงินไม่อาจซื้อได้ทุกอย่าง สภาพนี้มีเงินก็เหมือนไม่มี

วนิษานัดพบวิษณุ เมื่อเขารู้ว่าวนิษาหาทุกวิถีทางที่จะรักษาตน เขาบอกว่าไม่ต้องการให้ทำอย่างนั้น ตำหนิตัวเองว่าที่ผ่านมาตนไม่ใช่พ่อที่ดี รู้ตัวตอนนี้จึงไม่อยากให้ลูกเหนื่อยอีก อย่าให้ตนต้องเป็นตัวถ่วงชีวิตของลูกเลย

วนิษาเชื่อว่ามันเป็นเวรกรรมของตนต่างหาก อย่างไรเสียตนก็จะต้องช่วยพ่อให้ได้

เมื่อพากันเดินกลับไปที่รถ เห็นโจร้องไห้สะอึกสะอื้น วนิษาถามว่าเป็นอะไร โจพูดไปสะอื้นไปว่าตนเห็นความรักของพ่อกับลูกแล้วซาบซึ้งใจ

วนิษาพาวิษณุไปกินอาหารร้านชานเมืองที่เธอเคยพาโจมานั่งกิน เธอเล่าเรื่องของโจนับแต่พบกันจนต้องรับโจไว้เป็นคนขับรถให้วิษณุฟัง วิษณุบอกเธอ

ว่าตัวจริงของโจเป็นคนฉลาด วนิษาบอกว่าโจเล่นกลเป็นด้วย แล้วบอกให้โจโชว์ให้พ่อดูหน่อย

โจโชว์ด้วยการเสกดอกกุหลาบมาอยู่ในมือแล้วเอาไปเสียบกระเป๋าให้วิษณุ วิษณุมองโจตาคมกริบ แกล้งใช้วนิษาไปซื้อปลาหมึกย่างเจ้าที่เคยซื้อกินกันไม่รู้ว่ายังอยู่หรือเปล่า

พอวนิษาลุกไป วิษณุถามโจว่าวนิษาเคยเล่าให้ฟังหรือเปล่าว่าตนทำอาชีพอะไร โจบอกว่าไม่เคยเล่า

วิษณุเล่าอดีตของตนให้ฟังว่า ชีวิตคลุกคลีอยู่แต่ในบ่อน อยู่กับคนที่หลอกคนตลอดมา คนอย่างเขาตนก็เจอมาเยอะ ยิ่งกว่าเขาก็เจอมาแล้ว มองหน้าโจอย่างจับพิรุธบอกว่า “นายอาจจะหลอกวนิได้ แต่หลอกฉันไม่สำเร็จหรอก”

เจอของจริงแบบนี้โจถึงกับไปไม่เป็นต้องยอมจำนน สารภาพว่า

“ผมชื่อโจเป็นนักสืบเอกชน มีคนจ้างให้ผมมาสืบว่าคุณวนิคือฆาตกรที่ฆ่าสามีของเธอหรือเปล่า”

“รู้ไหมว่านายรอดตายอย่างหวุดหวิด” วิษณุยกมือที่มีปืนจากใต้โต๊ะขึ้นมาโบกมือทีเดียวปืนก็หายวับไป “อย่าคิดว่านายเล่นกลเป็นอยู่คนเดียว ถ้าเมื่อกี๊คำตอบของนายฟังดูเป็นอันตรายกับวนิ ฉันยิงนายทันที”

วิษณุบอกโจว่าต่อให้เขาสืบให้ตายก็ไม่ได้หลักฐานอะไรทั้งนั้น เพราะตนรู้จักลูกสาวดีและดูออกว่าเขา...

วิษณุหยุดกึกเมื่อเห็นวนิษากลับมาบอกว่าปลาหมึกย่างเจ้านั้นเลิกไปแล้ว วิษณุจึงชวนกลับกัน แต่พอเขาลุกก็ล้มโครม จนต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล

 ooooooo

หมอตรวจวิษณุแล้วถามอาการและการรักษาของวิษณุที่ผ่านมา วนิษาบอกว่า หมอที่เคยรักษาพ่อบอกว่ารักษาไม่ได้ หมอพูดกับเธออย่างเห็นใจว่า ก็คงต้องตามนั้น

ขณะที่ทุกคนอยู่ในภาวะสิ้นหวังนั้น พยาบาลก็ถือโทรศัพท์เข้ามาบอกหมอว่า “สายจากท่านผู้อำนวยการค่ะ”

“สวัสดีครับอาจารย์ทรานสเฟอร์เหรอครับ ที่ไหนครับ...อะไรนะครับ ถ้าอย่างนั้นก็...ครับ เข้าใจแล้วครับ” วางสายจากผู้อำนวยการแล้วหมอบอกทุกคนว่า “ปาฏิหาริย์ครับ ทางสถาบันรักษามะเร็งที่ยุโรปตอบรับคุณพ่อของคุณเป็นคนไข้กรณีพิเศษ เราจะทำการส่งตัวให้เร็วที่สุด”

วนิษายิ้มทั้งน้ำตา วลัยทำคะแนนให้กริชทันทีว่าอาจเป็นฝีมือของกริช

ส่งวิษณุไปเรียบร้อยแล้ว ขณะวนิษาอยู่กับกริชที่ร้านอาหารหรูนั้น ก็ได้รับโทรศัพท์จากวิษณุเล่าว่าทุกอย่างราบรื่นเรียบร้อย วางสายจากพ่อแล้ววนิษาพูดกับกริชอย่างซาบซึ้งใจว่าไม่รู้จะขอบคุณเขาอย่างไรดี เพราะใครๆก็รู้ว่าสถาบันนี้ไม่รับคนไข้เพิ่ม กว่าเขาจะพาพ่อตนเข้าไปได้คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ

กริชบอกว่าพ่อเขาเป็นอาจารย์แพทย์ เมื่อสามสี่สิบปีก่อนท่านไปเรียนที่เยอรมัน ได้ช่วยชีวิตคนคนหนึ่ง ต่อมาคนนั้นได้เป็นผู้อำนวยการของสถาบันนี้ พอตนรู้เรื่องพ่อของเธอเลยขอให้คุณพ่อช่วยพูดให้ ทางนั้นก็รับปากทันที วนิษาอยากไปกราบขอบคุณพ่อเขา กริชตอบรับด้วยความดีใจ บอกเธออย่าคิดมากอาจเป็นเพราะพวกเราสองครอบครัวเคยทำบุญร่วมกันมา

“คุณวนิษาก็เชื่อเรื่องดวงไม่ใช่เหรอครับ เป็นไปได้นะครับ เราสองคนอาจจะมีดวงที่สมพงศ์ผูกพันกันมาตั้งแต่ปางก่อนทำให้เราได้มารู้จักกันในชาตินี้”

“ก็เป็นไปได้ค่ะ” วนิษาตอบยิ้มๆ ในอารมณ์ที่กำลังดีใจ เธอมองออกไปนอกร้านเห็นโจนั่งอ่านหนังสือกีฬารออยู่

ooooooo

พอเลิกงาน ป๋องก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดดำใส่หมวกไหมพรมสวมแว่นตาดำ เสร็จแล้วออกจากร้านไปอย่างระแวดระวัง แต่หารู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบมองและตามป๋องไปอย่างกระชั้นชิด

ป๋องไปถึงใกล้ร้านส้มตำแล้วจึงรู้ว่าปลายฝนตามตนมาเมื่อถูกเธอเอามือตะปบไหล่อย่างแรง บอกว่าเห็นท่าทางเขาลับๆล่อๆ เลยตามมา ถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม ทีแรกป๋องไม่ยอมบอกเพราะอันตราย แต่ปลายฝน

คาดคั้นจนต้องบอกว่า

“มีคนนึงชื่อสถาพร เมื่อก่อนเขาอยู่แถวนี้ แต่ตอนนี้เขาตายไปแล้ว เราต้องมาสืบดูว่าเมื่อก่อนเขาเคยเป็นโรคปวดหัวจนต้องกินยาจริงหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวพันกับความตายของเขาและความอยู่รอดของคนอีกคนหนึ่ง เราต้องเลือกเป้าหมายให้ดีว่า เราจะไปคุยกับใคร วิเคราะห์ก่อนว่าเราควรจะคุยแบบข่มขู่หรืออ้อนวอนเพื่อให้ได้ข้อมูล ถ้าเราอ่านเกมผิดพลาด เราอาจตาย”

ป๋องบรรยายราวกับอบรมนักสืบ แต่พอหันมองอีกทีปลายฝนหายไปแล้ว เห็นเธอกำลังคุยอย่างสนุกสนานสนิทสนมกับพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้น ป๋องถึงกับอ้าปากค้าง

ปรากฏว่าปลายฝนได้ข้อมูลมามากมาย ป๋องพาเธอไปเลี้ยงร้านอาหารริมทาง บอกว่าตนเลี้ยงเธอได้

แค่นี้แหละ มองปลายฝนยิ้มๆ พอเธอถามว่ายิ้มอะไร ป๋องสะดุ้ง...

“เฮ้ยเปล่า แต่กำลังคิดว่าเธอดูไม่ค่อยเหมือนพวกคุณหนูทั่วไปเลยนะ”

“พ่อฉันไม่ได้เลี้ยงฉันแบบนั้นนี่นา เขาสอนฉันให้เข้มแข็ง กล้าได้กล้าเสียและต้องเป็นผู้นำ ไม่ใช่ผู้ตาม ตอนย่ายังอยู่ ย่าเขาทะเลาะกับพ่อประจำ เขากลัวว่าพอฉันโตขึ้นจะไม่มีแฟน”

ป๋องชมเขินๆ ว่าน่ารักอย่างเธอยังไงก็ต้องมีแฟน ปลายฝนบอกว่าที่จริงก็มีอยู่เหมือนกันเพิ่งรู้จักกันแต่สนิทกันเร็วมาก ชมว่าเขาน่ารักดีอาจจะไม่รวยแต่เขาก็สู้ชีวิต ป๋องฟังเคลิ้มคิดเข้าข้างตัวเองแล้วยิ่งเขินถามว่ามันจะเร็วไปไหม ดูกันไปอีกนิดดีกว่า ปลายฝนเห็นด้วย ป๋องนึกอะไรได้รีบบอกว่า

“ถึงเธอกับเขาจะยังไม่ได้เป็นแฟนกันก็จริง แต่เธอก็อย่าเพิ่งไปมองผู้ชายคนอื่นนะ”

“ไม่หรอก ฉันคงชอบเขาได้คนเดียวเท่านั้นแหละ”

ป๋องยิ้มปลื้มดีใจมาก ปลายฝนยิ้มให้ป๋องแล้วกินข้าวต่อ ปล่อยป๋องยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนกินข้าวแทบไม่ลงอยู่ตรงนั้น

ผลการสืบของปลายฝนดีมาก ทำให้ป๋องมีผลงานไปรายงานโจว่า คุยกับพ่อค้าแม่ค้ายี่สิบคน มีคนยืนยันว่าสถาพรเคยบ่นเรื่องนอนไม่หลับอยู่สองสามคน แต่ทุกคนพูดตรงกันว่าสถาพรกับซูซี่เป็นแค่นายจ้างกับลูกจ้าง

เท่านั้น โจถามทึ่งว่าแค่ครั้งเดียวคุยได้ถึงยี่สิบกว่าคนเชียวหรือ ป๋องจึงยอมรับว่าปลายฝนเป็นคนช่วยคุยให้

“เอาล่ะ ถึงจะไม่มีคนรู้เรื่องการใช้ยา แต่อย่างน้อยก็รู้ว่าซูซี่ไม่ได้โกหกเรา เราต้องลองสืบจากทะเบียนคนไข้โรงพยาบาลต่างๆ เริ่มจากโรงพยาบาลแถวๆนั้น” โจสรุป ป๋องจะลองให้รุ่นพี่ตนช่วยดูให้ “ดี...ตอนนี้รอหลักฐาน ถ้าสถาพรเป็นโรคนอนไม่หลับจริงๆ เราก็จะช่วยซูซี่ได้” โจสรุป

ooooooo

วลัยเร่งทำคะแนนให้กริชเต็มที่ วันนี้ถึงกับไปหาวนิษาที่ไปถวายสังฆทานกับยายวรางค์ที่วัด พาวนิษาแยกไปนั่งคุยที่ศาลาริมน้ำในวัด

วลัยพร่ำพรรณนาคุณงามความดีความหล่อความรักความจริงใจที่กริชมีต่อวนิษา จนเธอบอกแม่ว่า

“วนิรู้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่หายาก”

“แล้วเขาก็ช่วยพ่อของลูกด้วย...ถ้าไม่มีเขา ป่านนี้พ่อหนูคง...” วลัยทำหน้าซึ้งจนพูดไม่ออก เท่านั้นไม่พอ วลัยยังบอกว่ากริชเป็นคนดีมากช่วยพ่อเราขนาดนี้แล้วยังไม่ให้บอกวนิษาเกรงเธอจะลำบากใจ “เขาดีกับครอบครัวเราขนาดนี้ แม่...ไม่รู้จะตอบแทนความดีของเขายังไง”

วลัยพูดจนวนิษาร้องไห้ออกมาเบาๆ เมื่อโจขับรถมาส่งเธอที่คอนโด วนิษาถามเขาก่อนลงจากรถไปว่า

“นายดาว...ถ้าฉันจะแต่งงานกับคุณกริช...นายคิดว่าไง”

“มันเป็นเรื่องของคุณครับ”

วนิษาอึ้งไปครู่หนึ่ง จึงบอกโจด้วยน้ำเสียงน้อยใจว่า “ถือว่าฉันไม่ได้ถาม ลืมมันไปเถอะ” วนิษาเดินลงจากรถเช็ดน้ำตาพึมพำ “มันเป็นเรื่องของฉัน...ตอบได้ดี...ขอบใจมาก” แล้ววนิษาก็ตัดสินใจหยิบมือถือกดโทร.ออกหากริช

เมื่อนัดพบกันที่ร้านอาหาร วนิษาเป็นฝ่ายถามกริชว่าเรื่องที่เขาขอแต่งงานกับตนนั้นแน่ใจแล้วหรือ ไม่กลัวที่คนเขาพูดกันว่าตนเป็นผู้หญิงกินสามีหรือ

“ผมอยากแต่งงานกับคุณจริงๆครับ ไม่กลัวครับความรักที่ผมมีต่อคุณมันมีอานุภาพมากกว่าความกลัว” วนิษาติงว่าเขาอาจจะเสียใจ “ไม่มีอะไรเสียใจไปกว่าคุณตอบปฏิเสธผม คุณวนิษาครับ อย่ากังวลเลยนะครับ ผมรักคุณและผมก็รู้ว่าคุณก็รักผม ความรักของเราจะเอาชนะทุกอุปสรรคครับ”

วนิษานิ่งไปครู่หนึ่ง จึงตอบเขาว่า “ค่ะ ฉันจะแต่งงานกับคุณ” กริชกุมมือเธอด้วยความดีใจมาก

ooooooo

พอแยกกับวนิษา กริชก็นัดพบระรินที่ร้านกาแฟ บอกเธอว่าวนิษาตกลงแต่งงานกับตนแล้ว ระรินแสดงความยินดีด้วย

กริชถามว่าเธอเต็มใจจะช่วยตนเรื่องแก้เคล็ดดวงกินผัวไหม เพราะตนกังวลมาก เมื่อระรินเต็มใจช่วย จึงเริ่มวางแผนกัน แต่กริชย้ำกับระรินว่าต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะถ้าวนิษาผิดหวังครั้งนี้เธออาจคิดสั้นเลยก็ได้

ระรินเผลออุทาน ว้าว...ออกมา แต่พอกริชถาม เธอเฉไฉไปอย่างอื่น แต่รับปากว่าจะรักษาความลับนี้เท่าชีวิต กริชถามว่าเธอจะให้ตนตอบแทนอะไรบ้าง ระรินทำตัวเป็นคนดีอย่างที่สุด บอกว่าช่วยเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ แต่เอาไว้ทำสำเร็จแล้วจะบอกก็แล้วกัน แล้วระรินก็แนะวิธีแก้เคล็ดให้ว่า

“หลักๆ คือจัดงานแต่งแบบปลอมๆ เช่นพระที่จะมาในพิธีก็ใช้พระปลอม หรือมงคลที่ใช้สวมศีรษะก็เอาเชือกที่ไม่ได้ผ่านพิธีอะไรมาใช้ ส่วนเรื่องจดทะเบียนสมรส เราก็อย่าไปจดที่เขต เราจะให้เจ้าหน้าที่ปลอมมาจดที่โรงแรม ถ้าทำแบบที่ว่านี้ ทุกอย่างก็เหมือนไม่แต่ง ไม่มีผลทางพิธีกรรมและกฎหมาย แต่มันยากตรงที่จะปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสมรสจากเขตน่ะค่ะ คนคนนี้ต้องคล่องมากๆ”

“เรื่องนี้ไม่มีปัญหาครับ” กริชมั่นใจ แล้วเขาก็ติดต่อพี่หมูอาร์ตไดที่กองถ่าย ชวนไปคุยว่า “ผมอยากให้พี่ช่วยหาคนให้ผมหน่อย เอามือเจ๋งๆ คล่องๆ ผมมีงานร้อนให้ทำ พี่หมูมองหน้ากริชอย่างชั่งใจ แต่พอกริชยัดเงินปึกหนึ่งให้ พี่หมูดูเงิน เอาใส่กระป๋าแล้วเอามือถือกริชไปกดเบอร์บอกว่า “มันชื่อคอปบร้า บอกว่าผมแนะนำมา”

กริชไปออกงานคืนนี้ ถูกนักข่าวรุมถามถึงข่าวการแต่งงานของเขา กริชบอกว่าเป็นเรื่องจริง เจ้าสาวของตนชื่อวนิษา นักข่าวคนหนึ่งที่รู้เรื่องราวของวนิษาดีถามว่า “ไม่กลัวอาถรรพณ์์ดวงกินผัวใช่ไหมคะ” กริชหันจ้องหน้านักข่าวตอบเสียงขุ่น

“ผมไม่กลัวครับ ยังยืนยันแต่งแน่นอน” ตอบแล้วผละไปเลย

ooooooo

คืนนี้โจนั่งดูทีวีกับป๋องอย่างใจลอย จนป๋องปิดทีวีโจก็ยังจ้องจออยู่ ป๋องถามว่าเหม่ออะไรหรือ  พอโจบอกว่าไม่มีอะไร ป๋องถามว่าเรื่องงานจะเอาอย่างไรต่อ เพราะเขาจะแต่งงานกันแล้ว

โจพูดอย่างเหนื่อยใจว่าสืบและทำมาทุกทางแล้วก็ยังหาหลักฐานเอาผิดอะไรวนิษาไม่ได้เลย ป๋องถามว่าแล้วจะบอกลูกค้าอย่างไร?

“ถ้าพิธีแต่งงานผ่านไปด้วยดี นายกริชสุขกายสบายใจกับการเป็นสามีของวนิษา ฉันก็คงต้องวางมือจากเคสนี้ไปหางานอื่นทำ” ป๋องถามว่าเขายังไม่วางใจใช่ไหม “ฉันยังไม่เชื่อว่าการตายของคุณชายแจ้กับเสี่ยป๊อกเป็นเพราะดวงกินผัว แต่มันต้องมีเบื้องหลังที่ฉันยังไม่รู้ ที่ฉันกลัวที่สุดคือกลัวว่านายกริชจะตายเหมือนสองคนนั้น เฮ้อ...นายกริชนี่ก็ใจกล้าเหมือนกัน”

“เขาคงรักคุณวนิษาแบบสุดหัวใจเลย”

“อืม...ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น...ต่อไปฉันจะจับตามองวนิษาทุกฝีก้าว ถ้าวนิษาคิดจะลงมือกับนายกริช ฉันจะได้ปกป้องเขาทัน แล้วใช้โอกาสนี้แหละจับวนิษาให้ได้คาหนังคาเขา”

“ถ้านายกริชตายอีกคนแล้วพิสูจน์ว่าวนิษาไม่ใช่ฆาตกร พี่จะยอมเชื่อเรื่องดวงกินผัวไหม”

“ไม่รู้เหมือนกัน” โจตอบหลังจากนิ่งไปนานมาก

ฝ่ายระรินกับเพ็ญแขสองแม่ลูกพากันสะใจที่งานแต่งของกริชเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์และสื่อมวลชนจะมากันเพียบ

“ยิ่งเยอะยิ่งสะใจค่ะ หนูจะแฉกลางงานเลยว่าเป็นพิธีแต่งงานแหกตา เพราะเจ้าบ่าวกลัวอาถรรพณ์เจ้าสาว เลยไม่กล้าจัดของจริง แม่นึกสิคะยัยวนิษาจะเจ็บปวดหัวใจแค่ไหนที่รู้ความจริงว่าเจ้าบ่าวเองก็กลัว รวมทั้งคุณกริชเองก็คงจะเสียสุนัขไปเหมือนกัน” เพ็ญแขถามว่าเล่นงานวนิษาตนเข้าใจ แต่ทำไมต้องเล่นงานกริชด้วย “ก็สะใจไงคะแม่ ใครใช้ให้ทิ้งหนูไปหายัยนั่น

ล่ะคะ หยามกันชัดๆ เพราะฉะนั้นต้องโดนจัดหนักแบบนี้ล่ะค่ะ” ระรินยิ้มเลือดเย็น

หญิงจุ๋มที่จ้างโจสืบเรื่องการตายของชายแจ้ ปรารภกับพจน์ว่ากลัวกริชจะตายแล้วสมบัติทั้งหมดตกไปเป็นของวนิษาคนดวงกินผัว หรือไม่ก็ฆาตกรต่อเนื่อง บ่นกับพจน์ว่า

“นายโจยังหาหลักฐานจับยัยนั่นไม่ได้ นายกริชก็ต้องตายเหมือนชายแจ้กับเสี่ยป๊อกแน่ๆ”

พจน์ชำเลืองมองหญิงจุ๋มยิ้มเยาะ โดยที่หญิงจุ๋มไม่รู้ตัว

ooooooo

วนิษาบอกปลายฝนเรื่องจะแต่งงาน แต่ยังจะดูแลปลายฝนจนอายุ 25 ตามที่เสี่ยสั่งเอาไว้ และแต่งแล้วก็จะไม่พากริชมาอยู่ที่นี่ ขอให้ปลายฝนสบายใจได้

“ถามจริงๆเหอะ ที่คุณคิดจะแต่งงานเนี่ย คุณไม่กลัวเจ้าบ่าวจะตายอีกเหรอ”

“กลัว...กลัวมากด้วย แต่ฉันคิดว่ามันคุ้มที่จะเสี่ยง” ปลายฝนดักคอว่าอย่าบอกนะว่าแต่งเพื่อเงิน วนิษาส่ายหน้าบอกว่า “เพื่อครอบครัวที่อบอุ่นต่างหาก”

ที่บ่อน ลูกน้องเอาหนังสือพิมพ์ลงข่าววนิษาจะแต่งงานไปให้ปฐมดู ถามว่าจะเอาอย่างไรดี ปฐมไม่ตอบแต่หน้านิ่งอย่างตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่าง

ฝ่ายกริชไปหาคอปบร้าที่แฟลตแออัดแห่งหนึ่ง บอกว่ามีงานให้ทำ คือให้ปลอมตัวเป็นพนักงานจดทะเบียนสมรส

“ไม่มีปัญหา ผมเคยทำมาแล้ว มีทั้งผู้ชายหลอกผู้หญิง ผู้หญิงหลอกผู้ชาย บางคนหลอกสมรสซ้อน บางคนหลอกเอาเงิน บางคนหลอกพาขึ้นเตียง ใช่ไหมล่ะ” กริชบอกว่าก็ทำนองนั้น เลยถูกปราม “อย่าตอบส่งๆ ถ้าคุณไม่บอกให้ละเอียดผมไม่รับงานนี้ เพราะถ้าผมไม่รู้ผมไม่ทำ” “เจ้าสาวของผมเป็นพวกดวงกินผัว ผมเลยต้องแก้เคล็ดด้วยการแต่งงานแบบปลอมๆ”

คอปบร้าฟังแล้วยอมรับงาน ขอรายละเอียดจะได้เตรียมเอกสารที่จำเป็นและยังจะแถมพระรักยืนยงให้ด้วย นัดว่า

“ถึงเวลาคุณให้คนไปรับผมที่หน้าสำนักงานเขตจะได้แนบเนียนหน่อย คุณสบายใจได้ งานนี้ไม่มีพลาดแน่”

บนโต๊ะที่วางรูปถ่ายในสมัยและงานต่างๆ มีรูปหนึ่งที่ซีดกว่าเพื่อน ด้านหลังเขียนว่า “สำนักงานนักสืบ สมยศ” เป็นรูปคอปบร้าตอนหนุ่มถ่ายกับพนักงานออฟฟิศประมาณ  7-8  คน หนึ่งในพนักงานนั้นมีโจในวัยหนุ่มอยู่ด้วย

เพื่อเร่งทำงานแข่งกับเวลา โจให้ปลายฝนช่วยสังเกตวนิษาเวลาอยู่ในห้องด้วยกัน เขาบอกป๋องว่าตอนนี้ตนมีคนจับตาวนิษาตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าเธอคิดเตรียมการเพื่อฆ่ากริช ยังไงเราก็ต้องรู้ ไม่มีทางพลาดแน่ สั่งป๋องพรุ่งนี้ไปหาปลายฝนถามว่าเธอเห็นวนิษามีพิรุธอะไรบ้าง

“ครับ เดี๋ยวผมนัดเขาเลยครับ” ป๋องกระตือรือร้นมากจนโจรู้สึกถึงความผิดปกติ

เมื่อป๋องไปพบปลายฝนเธอบอกว่าไม่มีอะไรผิดสังเกตเลย แต่ระหว่างเดินออกมาด้วยกัน ก็เจอตี๋อ้วนที่พาลูกน้องตามล่าป๋องอยู่ ตี๋อ้วนสั่งลูกน้องให้จัดการเลย ย้ำให้เอาแค่ร้องไห้แงๆก็พอ

ลูกน้องตี๋อ้วนสองคนรุมกันเข้าเล่นงานป๋อง ปลาย–

ฝนช่วยปกป้องบอกตี๋อ้วนว่าถ้าชอบตนจริงก็อย่าทำให้ตนเสียใจ ตี๋อ้วนสั่งลูกน้องหยุดแล้วเดินร้องไห้แงๆ พาลูกน้องกลับไป

“พ่อแม่มันเลี้ยงมายังไงของมัน จะกลับมาอีกไหมเนี่ย” ป๋องมองตี๋อ้วนอย่างสมเพช “ผมดีใจมากที่คุณรักผมขนาดนี้ ผมก็...ผมก็...รู้สึกแบบเดียวกับคุณ” ปลายฝนถอนใจพึมพำว่า

“เฮ้อ...โล่งอก ในที่สุด” ป๋องยิ้มรับ “ครับ...ในที่สุด” แล้วจับมือปลายฝน เธอปล่อยให้ป๋องจับ แต่มองป๋องแปลกๆ

ooooooo

วนิษาถูกหม่อมจันเรียกให้ไปช่วยจัดการพวกแม่ค้าพ่อค้าในตลาดที่กำลังรวมตัวเรียกร้องอะไรบางอย่าง หม่อมจันขอโทษที่ต้องวานวนิษาไปจัดการเพราะหญิงจุ๋มกับพจน์ไม่เอาเรื่อง

วนิษาไปถึงตลาดก็ถูกแม่ค้าออกมาด่าทอสำนักงานตลาดเสียๆหายๆ กระทั่งจะทำร้ายวนิษา โจยิงปืนขึ้นฟ้าและใช้ความสามารถพิเศษล็อกแป๋วตัวการไว้เป็นตัวประกันขู่ว่าถ้าไม่ยอมเจรจากันดีๆ แม่ค้าแป๋วจะได้รับอันตราย

เมื่อแม่ค้าพ่อค้ายอมเจรจา วนิษาจึงให้ตัวแทนเข้าไปเจรจาในที่ทำการสำนักงานตลาด ถามว่ามีปัญหาอะไรถึงต้องมาต่อสู้กันอย่างนี้ แม่ค้าบอกว่าเพราะทางตลาดจะไล่พวกตนออกและจะขึ้นค่าเช่าให้คนใหม่เข้ามาขายแทน วนิษาบอกว่าทางตลาดไม่มีนโยบายนี้เลย แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเอาบันทึกที่ประชุมให้ดู พวกแม่ค้าพ่อค้าเชื่อจึงยอมสลายการชุมนุม

โจมองวนิษาอย่างชื่นชมความสามารถในการแก้ปัญหาของเธอ แต่พอแก้ปัญหาแม่ค้าเสร็จ โจกลับถูกเรียกไปเล่นงาน ถามอย่างเอาเรื่องว่า เอาปืนมาจากไหน ท่าทางชำนาญการใช้ปืนมาก นอกจากนี้ทักษะการต่อสู้ ไหวพริบในการเอาตัวรอด การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็ชำนาญคล่องแคล่ว ถามว่าเหล่านี้ไปฝึกมาจากไหน ดักคอว่าอย่าอ้างว่าความจำเสื่อมเด็ดขาด

วนิษาขู่จนโจบอกว่าปืนนั้นตนเจอที่รถเธอในวันเอารถไปล้างสีดูดฝุ่น คาดว่าเป็นของเสี่ยป๊อก ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่ถามนั้นตนไม่รู้จริงๆ ว่าไปฝึกมาจากไหน มันเป็นทักษะติดตัวมาเหมือนอ่านหนังสือกินข้าวอะไรทำนองนั้น ตนอาจเป็นหน่วยสืบราชการลับก็ได้ ตนไม่รู้จริงๆ วนิษาพูดขู่ๆ ว่า “อีกไม่นานฉันต้องรู้ให้ได้ว่านายเป็นใครกันแน่”

โจทำท่าจะทวงปืนคืนแต่พอเห็นวนิษามองหน้าโจจึงทำเฉย เดินตามเธอออกไปเงียบๆ

ooooooo

 

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.