ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักออกฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วลัยนัดวนิษามาทานอาหารที่ร้านหรู วนิษามาถึงแล้วจึงรู้ว่าวลัยหาคู่ให้ตนอีกแล้ว เพราะวลัยนัดกริช พระเอกหนุ่มไฮโซรูปงามฐานะดีมีความสามารถมาด้วย

วนิษาบ่นเบื่อๆว่า “อีกแล้วนะแม่ หนูบอกแล้วไงว่าอย่าทำแบบนี้กับหนูอีก หนูกลับล่ะ”

พอดีกริชมาถึง วลัยเรียกแล้วแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน แล้ววลัยก็อ้างเหตุผลที่นัดมาทานอาหารกันว่า เพราะกริชสนใจโรกิจตลาดเลยให้มาปรึกษากันดูเพราะวนิษาดูแลตลาดของตระกูลวาสุวงศ์อยู่ ส่วนกริชก็แนะนำตัวเองว่า

“ตอนนี้ผมทำรีสอร์ตอยู่ที่ต่างจังหวัด ยังมีที่ดินเหลืออีก อยากบุกเบิกด้านนี้บ้าง” กริชชิงพูดเพื่อกันไม่ให้วนิษาปฏิเสธว่า “ยังไงผมขอบคุณล่วงหน้านะครับ”

ทานอาหารและคุยกันแล้ว ระหว่างเดินออกมา วลัยกระซิบถามวนิษาว่าอึ้งเลยใช่ไหมที่แม่พาพระเอกคนโปรดมา วนิษาบอกว่าเป็นพระเอกคนโปรดแต่ไม่ได้แปลว่าอยากให้แม่พามาจับคู่ให้แบบนี้ วลัยพยายามหว่านล้อม บอกว่ากว่าตนจะตีสนิทตะล่อมนัดกินข้าวกันได้นึกว่าง่ายนักหรือ แล้วหยอดถาม “ไง...น่ารักดีไหม”

กริชเดินมาหยุดรอตรงใกล้ทางออก โจรออยู่แถวหน้าประตู พอเห็นวนิษาเดินมาก็มารอใกล้ๆ วนิษาบอกแม่ว่านั่นคือดาวคนขับรถของตนและบอกดาวว่านี่แม่ตน วลัยถามว่าเดี๋ยววนิษาจะพากริชไปดูตลาดเลยไหม เธอไม่ขัดข้อง วลัยจึงสั่งโจให้ขับรถไปส่งตนที่บ้านเพื่อน วนิษางง ถามว่าแล้วตนล่ะ

“ลูกก็ไปรถคุณกริชสิคะ ถามได้” วลัยตอบยิ้มเป็นนัย วนิษาพูดไม่ออก ส่วนกริชก็ผายมือเชิญอย่างสุภาพ

“ถ้าไม่รังเกียจก็เชิญครับ”

พอวลัยขึ้นรถก็ถามโจว่า ขับรถให้ลูกสาวตนเห็นผู้ชายที่ไหนมาจีบบ้างไหม โจบอกว่ามีบ้างแต่ไม่เห็นวนิษาสนใจใคร วลัยยิ้มพอใจถามต่อว่า เมื่อกี๊เจอกริชตื่นเต้นไหม โจไม่ตอบแต่ถามว่า “เขาเป็นใครหรือครับ”

วลัยพูดอย่างภูมิใจว่าเขาเป็นพระเอกละคร บ้านไฮโซ รวยมาก” โจถามว่ายังไม่มีแฟนหรือ วลัยบอกว่าน้อยไปสิ หล่อรวยแบบนี้ผู้หญิงค่อนประเทศมองตาเป็นมัน กริชเลยมีข่าวกับคนนั้นคนนี้ประจำ แต่เท่าที่สังเกตเขาก็ยังไม่มีตัวจริงหรอก

“แล้วถ้าคุณวนิษาเป็นแฟนกับเขา คุณแม่ไม่กลัวดาราสาวๆ พวกนั้นจะเขม่นเอาเหรอครับ”

“มาเล้ย! ฉันก็จะทำหน้าที่แม่ที่ดีให้ดู ใครหน้าไหนมายังไงฉันจะปักหลักซัดไม่มีถอย ด่าเป็นด่า ตบเป็นตบ รบกันได้ทุกมิติ” วลัยประกาศกร้าว จนโจนิ่งไปเลย

ooooooo

ระรินกับเพ็ญแขผู้เป็นแม่ นวดกันอยู่ในสปา ระรินเอารูปบรรดาชายหนุ่มที่พัวพันกับตนอวดแม่ ที่ให้ดูเป็นพิเศษคือกริช มีทั้งรูปไปทานอาหาร ช็อปปิ้ง เที่ยวชายทะเลด้วยกัน

“ยังไงลูกก็อย่าประมาทล่ะ ผู้ชายแบบคุณกริชน่ะมีน้อยจะใช้สอยต้องแย่งกัน ตอนนี้เขาควงกับเธอ ก็รักษาตำแหน่งไว้ให้ดี แต่เธอออกตัวมากไม่ได้นะ เดี๋ยวจะดูไม่ดี เล่นบทอ้อนๆดีกว่า บทบู๊น่ะแม่ลุยเอง”

สองแม่ลูกหัวเราะกันคิกคัก มือถือระรินดังขึ้น คุยเสร็จวางสาย เพ็ญแขถามว่ามีอะไรหรือ

“เพื่อนน่ะค่ะ โทร.มาบอกว่าเมื่อกลางวันเห็นสาวสวย คนหนึ่งนั่งรถคุณกริชไปด้วยกัน” เพ็ญแขถามว่าดาราหรือ “ไม่ใช่ดาราค่ะ ยัยวนิษา...ยัยตัวแสบ” เพ็ญแขบอกว่าไม่รู้จัก แต่พอระรินเปิดรูปในมือถือให้ดูก็ของขึ้นทันที

“ว้าย...ยัยนี่เอง ครั้งที่แล้วก็แย่งชายแจ้ไปจากลูกใช่ไหม เสียดายตอนนั้นแม่อยู่เมืองนอก ฮึ่ม! คราวนี้ฉันอยู่นี่ ฉันจะไม่ปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยแน่นอนแกเตรียมตัวได้เลย ฉันจะตบแกแถมดอกเบี้ยครั้งที่แล้วให้ด้วย”

 ที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง กริชเดินออกมากับวนิษา วนิษาขอบคุณสำหรับมื้อค่ำชมว่าอาหารอร่อยมาก กริชบอกว่าขอให้ถือว่าเป็นการตอบแทนที่เธอให้ความรู้ตนก็แล้วกัน

วนิษาพูดออกตัวว่าตนรู้แค่พื้นๆ ถ้าเขาอยากรู้ลึกรู้จริงเดี๋ยวจะแนะนำกูรูให้ กริชรีบบอกว่าไม่เป็นไรคุยกับเธอดีกว่าเพราะ “คุณเป็นคนคุยสนุก ผมคุยด้วยแล้วสบายใจ ถ้าเจอกูรูเดี๋ยวผมจะเครียดซะเปล่าๆ”

กริชกำลังจะนัดพบกันคราวหน้า ก็มีเสียงแตรรถกดเรียก กริชถามอย่างผิดหวังว่าเธอเรียกคนรถมารับหรือ วนิษาบอกว่าไม่อยากรบกวนเขาแล้วขอตัวเลย พอวนิษาขึ้นรถโจก็ขับออกไปเลย กริชมองตามบ่นเซ็งๆ

“คนขับรถบีบแตรเรียกเจ้านายเนี่ยนะ คุณวนิรับคนแบบนี้มาทำงานได้ไงเนี่ย”

กริชไม่ทันขยับไปไหน ระรินกับเพ็ญแขก็มาถึง พอระรินลงจากรถก็มองซ้ายมองขวาเหมือนหาอะไร แต่เมื่อไม่พบก็ชวนกริชเข้าไปแนะนำอาหารอร่อยของร้านทานกันข้างใน กริชบอกว่าตนเพิ่งแยกกับเพื่อนเมื่อกี๊นี้เองแล้วขอตัวไปเลย

“ยังไม่ทันไรเลย แกโดนเชี๊ยะแล้วเหรอเนี่ย” เพ็ญแขบ่น ในขณะที่ระรินโกรธจนตัวสั่น

ส่วนวนิษาพอขึ้นรถก็ถามโจว่าใครสั่งใครสอนให้บีบแตรเรียกกันแบบนี้ โจชี้แจงหน้าซื่อๆว่า ก็เธอสั่งไว้ว่า ถ้าเห็นใครมาจีบตนให้ช่วยขัดขวาง

“ก็ใช่ แต่ให้มันมีมารยาทบ้าง อย่าให้มันน่าเกลียด” โจอ้างว่าตนความจำเสื่อม “ที่ผ่านมาคุณรู้จักหยุดรถให้คนข้ามถนน รู้ว่าขับช้าต้องอยู่เลนซ้าย แล้วทำไมอยู่ดีๆ ต่อมมารยาทมันต้องมาเสื่อมเอาเมื่อกี๊นี้ด้วย”

โจตอบซื่อจนเหมือนกวนๆ ว่าต้องไปถามหมอ เลยถูกผลักเบาะหนุนคอแรงๆ กระแทกท้ายทอยจนโจร้องโอ๊ย ถามว่าทำอะไร?

“ไม่ต้องบ่น ขับไป” วนิษาสั่ง ค้อนให้ทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้

ตกกลางคืน กริชส่งไลน์มาคุยด้วย วนิษาจะส่งข้อความกลับแต่เหลือบเห็นรูปคุณชายแจ้กับตั่วเฮียบนโต๊ะเครื่องแป้งก็เปลี่ยนใจไม่ส่ง กริชยังส่งมาถามโน่นถามนี่ วนิษาลังเลว่าจะตอบดีไหม จนสุดท้ายเขาบอกว่ามีเรื่องรบกวน ขออนุญาต วนิษาจึงตัดสินใจตอบ ถามว่า “เรื่องอะไรคะ?”

“ขออนุญาตฝันถึงคุณวนิครับ จะได้ฝันดีไงครับ”

วนิษาบ่นกับมือถือว่า “คุณกริช คุณอย่าหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเลยค่ะ” กริชก็ยังส่งข้อความมาขออนุญาตอีก เธอพูดกับมือถืออีกว่า “ขอโทษนะคะ คุณดูเป็นผู้ชายที่ดี อยู่ห่างๆฉันเถอะค่ะ” กริชรอนานจนแน่ใจว่าเธอไม่ตอบก็บ่น

“ใจแข็งจริงนะครับคุณวนิ รู้ตัวบ้างไหมว่ายิ่งเล่นตัวแบบนี้มันยิ่งเร้าใจ” เปิดดูรูปวนิษาในนิตยสารแล้วจูบรูปไปหลายฟอด “อยากจูบตัวจริงจังเลยโว้ย คุณวนิษา คุณฮอตมาก ถ้าผมได้คุณเป็นเมียนะ...ฮึ่ม...” กริชมองรูปอย่างมันเขี้ยว

ooooooo

ป๋องไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ต แต่วันนี้บังเอิญจริงๆ ที่ปลายฝนกับเพื่อนๆไปกินอาหารร้านที่ป๋องไปเป็นพนักงานเสิร์ฟ ปลายฝนทักทายกันอย่างสนิทสนม

ระหว่างนั้นเพื่อนมาเตือนให้รีบเลิกคุยเสียคนอื่นมาเห็นไม่ดีที่ไปสนิทสนมกับเด็กเสิร์ฟ ปลายฝนถามว่าทำไมหรือ บอกว่าป๋องเป็นเพื่อนที่ตนเคยซื้อบัตรคอนเสิร์ตให้ถามว่า “จะคบเพื่อนต้องแคร์สายตาคนอื่นด้วยหรือ” เพื่อนคนนั้นเลยไม่กล้าพูดอะไรอีก ปลายฝนบอกป๋องว่าอย่าโกรธนะ เพื่อนตนพูดไม่ทันคิด

“ไม่เป็นไรหรอก เราไม่ถือ พวกติ่งก็งี้แหละ” ป๋องดูถูกคืน ปลายฝนทำหน้าตึงบ่นว่าบอกแล้วว่าอย่าเรียกติ่ง ป๋องถามว่าไม่เรียกติ่งแล้วจะให้เรียกว่าอะไร ปลายฝนสั่งให้ขอโทษตนกับเพื่อนเดี๋ยวนี้ ป๋องไม่ยอมเพราะทีพวกเธอดูถูกตนยังไม่ขอโทษเลย ปลายฝนบอกว่าเพื่อนตนพูดโดยไม่ตั้งใจ พูดอย่างเอาเรื่องว่า “ได้...เจอกัน”

 ผลคือป๋องถูกเพื่อนๆของปลายฝนรุมกันจับแปลงโฉมเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีพาไปบังคับให้เต้นท่าเกิร์ลกรุ๊ปแล้วถ่ายคลิปไว้ ซ้ำยังเอาไปโพสต์ลงในเน็ตด้วย

เมื่อป๋องกลับบ้านเปิดดูทั้งอายทั้งเจ็บใจบอกกับตัวเองว่างานนี้ต้องหาทางเอาคืนให้สาสมแน่ๆ

ระหว่างเปิดดูคลิป โจเข้ามาทำเอาป๋องปิดแทบไม่ทัน โจถามว่าประวัติกริชที่ให้สืบเป็นยังไงบ้าง

ป๋องสาธยายยืดยาวแต่เป็นกระพี้เสียส่วนใหญ่จนโจถามว่าจะนอกเรื่องไปถึงไหน ป๋องจึงเข้าเรื่องทิ้งกระพี้เอาแก่นมาเล่าว่า

“อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรแล้ว เขาเป็นคนดีเลยไม่มีเบื้องหลังอะไรมาก เรื่องคาวๆกับผู้หญิงคนนู้นคนนี้

ส่วนใหญ่ก็ผู้หญิงปล่อยข่าวเอง ความจริงนายกริชเป็นสุภาพบุรุษคนนึง”

“งั้นเราคงต้องรีบกระชากหน้ากากคุณวนิษาให้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้คุณกริชคนดีของแกทำท่าจะปิ๊งคุณวนิษา ถ้าเราลงมือช้าไป ทั้งสองอาจจะถึงขั้นแต่งงานกัน แล้วกริชคนดีของแกก็คงไม่รอด”

“เจออาถรรพณ์ดวงกินผัวใช่ไหมครับ”

“ป๋อง ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้ว อาถรรพณ์ไม่มีจริง ทุกอย่างเกิดจากเจตนาของคน”

พูดแล้วโจสะพายเป้ชวนป๋องออกไปข้างนอกกัน

ooooooo

 โจไปที่ร้านส้มตำของซูซี่เพื่อนที่รู้จักกับพ่อของโจในคุกและพ่อฝากให้ช่วยแหลือเพราะถูกภัยมืดคุกคามจนต้องปลอมตัวเป็นกะเทยเปลี่ยนชื่อเป็นซูซี่

แต่ที่ร้านปิดเหมือนร้าง โจเข้าไปกับป๋องตรวจสภาพหาสิ่งผิดสังเกต เจอแต่สากกะเบือที่หนักผิดปกติเพราะมันเป็นสากกะเบือทองเหลือง! เมื่อไม่มีอะไรผิดสังเกตจึงพากันออกไป โจเผลอถือสากกะเบือทองเหลืองติดมือไปด้วย

ออกมาถึงตรอกแคบๆ จึงเจอซูซี่ที่ซุ่มซุกตัวอยู่แถวกองเข่งกองลังกระดาษ บอกว่าต้องหลบเจ้าหนี้เลยต้องพบกันหลบๆซ่อนๆ เพราะกลัวคนอื่นเดือดร้อนไปด้วย โจถามอย่างสมเพชว่า

“หนีตำรวจยังไม่พอยังไปกู้พวกดอกโหดอีกหรือ” บอกซูซี่ว่า “เรื่องของคุณผมเพิ่งเริ่มสืบ ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรหรอกนะ” ซูซี่บอกว่ารู้แล้ว ที่ตามมานี่จะให้ช่วยเรื่องอื่นต่างหาก “เรื่องอะไร บอกก่อนนะ ถ้าจะยืมเงินเลิกพูดไปเลย”

“ไม่ยืมหรอกน่า” ซูซี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “แค่อยากจะรู้ว่านายเป็นตัวซวย อภิมหาซวย ซวยล้นฟ้าจริงรึเปล่าเท่านั้นเอง”

โจหน้าบึ้ง ด่าซูซี่ด้วยสายตาอย่างรุนแรง

งานทดสอบครั้งนี้ ซูซี่ให้โจปลอมตัวเข้าไปในบ่อนของเสี่ยเพ้ง โจเสียความรู้สึกมากที่ โจแอ๊บพันหน้า ปลอมตัวเข้าบ่อนรู้ถึงไหนอายถึงนั่น แต่ต้องตกกระไดพลอยโจน

ปรากฏว่าความซวยของโจยังขลัง เพราะเขาไปกับซูซี่ครั้งนี้ทำเอาเสียเพ้งเจ๊งไปยี่สิบกว่าล้าน พอออกมานับเงินแบ่งกันยังไม่ทันเสร็จดี ลูกน้องเสี่ยเพ้งก็มาตามทวงเงินคืน ต่างพุ่งเข้าตลุมบอนกัน แต่ฝ่ายโจมีกันแค่สองคน ลูกน้องเสี่ยเพ้งมากันเป็นฝูง โจคว้าไม้ได้ท่อนหนึ่งขว้างใส่ลูกน้องเสี่ยเพ้ง มันหลบไม้เลยพุ่งเข้าใส่ตำรวจที่เดินสวนมา น็อกไปคนหนึ่ง อีกคนตะโกน

“เฮ้ย! ลอบสังหารเจ้าพนักงานเหรอ”

แค่นั้นเอง ทั้งโจ ซูซี่ และลูกน้องเสี่ยเพ้งก็แตกกันกระเจิง วิ่งหนีตัวใครตัวมัน ตำรวจเป่านกหวีดไล่ตาม

 ลูกน้องเสี่ยเพ้งเข้าไปรายงานเสี่ยว่าตำรวจล้อมบ่อนไว้หมดแล้ว สงสัยว่าพวกที่มาถล่มบ่อนเราแล้วพาตำรวจมาจับอาจเกี่ยวข้องกับแก๊งของเสี่ยป๊อกก็ได้

“ถ้าใช่ละก็...อั๊วไม่เอามันไว้แน่ ยัยตั่วเจ๊” เสี่ยเพ้งคำราม

 ooooooo

ตั่วเจ๊หรือวนิษาไม่รู้เรื่องนี้เลย เพราะหม่อมจันกำลังชวนเป็นเพื่อนไปงาน “รินน้ำใจสู้ภัยแล้ง” วนิษาขอพาคุณยายวรางค์ไปด้วย หม่อมจันยินดี จะได้เป็นเพื่อนคุยกัน

หม่อมจันบอกให้ชวนแม่ไปด้วย วนิษาบอกว่าไม่ดีกว่า เพราะพักนี้แม่พยายามจะหาคู่ให้อีกแล้วเลี่ยงได้ก็เลี่ยงดีกว่า

แต่วลัยก็รู้จากเพื่อนที่ไปเสริมสวยในร้านเดียวกันจนได้ ฉวยโอกาสนัดกริชไปงานเดียวกันหมายเซอร์ไพรส์วนิษา

โจขับรถพาวนิษาไปถึงโรงแรมที่จัดงาน เธอบอกว่า

“ระหว่างที่ฉันอยู่ในงาน คุณจะไปหาอะไรนั่งกินในโรงแรมหรือไปสปาก็ได้นะ บอกชื่อฉันไปก็แล้วกัน” โจขอเปิดห้องสวีตนอนสักงีบได้ไหม “ได้...นอนสักงีบแล้วไปนอนยาวๆต่อที่โรงพักแล้วกัน เพราะฉันไม่จ่ายให้แน่ๆ” สุดท้ายวนิษาบอกให้ไปนอนพักในห้องคนขับรถก็แล้วกัน

โจบ่นเสียดาย แล้วออกรถไป มองวนิษาทางกระจกหลัง วนิษาก็หันมองเขาพอดี เธอยิ้มให้เขาแล้วเดินเข้าโรงแรมไป

ในงานมีการนำของมาบริจาค เอาไปประมูลหารายได้ วนิษาเอาไวน์ของเสี่ยป๊อกมาบริจาค หญิงจุ๋มจับตามองอย่างจับผิดว่าเธอเอาแก้วแหวนเงินทองที่เป็นสมบัติของชายแจ้มาบริจาคด้วยหรือเปล่า เตรียมจะเล่นงานแต่มีอะไรให้จับผิดได้ หญิงจุ๋มพูดกับพจน์ว่า

“ยังดีนะที่ยัยวนิษาไม่เอาสมบัติของชายแจ้มาประมูล ไม่อย่างนั้นฉันจะวีนเหวี่ยงให้งานล่มเลย”

พจน์บอกให้ดูดีๆ หญิงจุ๋มบอกว่ารู้จักกับคนจัดงาน ไปขอดูมาแล้วไม่มีรายการ ของวนิษาเป็นไวน์ซึ่งไม่ใช่ของชายแจ้แน่ๆ

“โชคดีไป ของเก่าของคุณชายแจ้น่ะ แต่ละอย่างเป็นของหายากราคาแพงๆทั้งนั้น เอามาประมูลการกุศลแบบนี้เสียดายแย่ เป็นผม เอาไปขายให้เศรษฐีเมืองนอกดีกว่า”

“จะยังไงก็ไม่ได้ทั้งนั้นแหละ สมบัติของตระกูลฉัน ยัยนั่นไม่มีสิทธิ์” หญิงจุ๋มท่าทางเอาเรื่อง

 ooooooo

ระรินเข้ามาในงานกับเพ็ญแข พอเห็นวนิษาก็สบตากันอย่างหมายมาด เพ็ญแขบอกว่าดีเลย อยากเจอมานานแล้ว

ส่วนวลัยมาถึงก็โทร.ถามกริช

“คุณกริช ตอนนี้ถึงไหนแล้วคะ...จอดรถอยู่เหรอคะ...ค่ะ...ฉันรอคุณกริชอยู่ที่งานแล้วนะคะ”

วางสายจากกริชแล้ว วลัยมองไปเห็นวนิษากับหม่อมจัน แต่พอจะเดินไปหาก็ชะงักเพราะรู้สึกเขม่นตาข้างซ้าย วลัยนึกคำทำนาย...

“เอ๊ะ เป็นอะไร จู่ๆ เขม่นตาข้างซ้ายซะด้วย ขวาสหายซ้ายศัตรู หรือว่ามีศัตรูที่ไหนจะลอบกัด”

วลัยมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

 ooooooo

หม่อมจันถูกคุณหญิงพาไปคุยกับเพื่อนๆ วนิษาจึงเดินแยกไปดูนิทรรศการ ระรินรี่เข้าไปทักเสียงดังจน ใครๆหันมอง

ระรินกับเพ็ญแขประสานกันกระแนะกระแหนวนิษา เรื่องเป็นม่ายถึงสองครั้ง เย้ยว่าระวังจะม่ายเป็นครั้งที่สาม

“ขอร้องเถอะนะวนิษา ไหนๆ เธอก็เป็นคนใจบุญสุนทาน อย่าแต่งงานกับผู้ชายคนไหนอีกเลย ไม่อย่างนั้น จะมีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องดับสูญก่อนวัยอันควร”

ระริน หัวเราะระริกคิกคักจนคนรอบข้างหันมอง วนิษาหน้าชาไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร ระรินยังคะนองปากต่อไปว่า

“เอ...หรือที่จริงแล้ว เธอควรไปแต่งงานกับพวกโกงกินชาติก็ดีนะ ถ้ามันเจ้าเล่ห์มากนัก เธอก็แต่งงานกับมันซะเลย ถือว่าแต่งเพื่อชาติ แต่งปุ๊บวายร้ายตายปั๊บ ประเทศไทยเจริญทันตาเลยนะเธอ”

วนิษาทนไม่ไหวเดินฝ่าผู้คนออกไป ระรินถามอย่างสะใจว่าจะรีบไปไหน ตนยังพูดไม่จบเลย พลันวลัยก็แทรกเข้ามา

“วนิษาคงรีบไปหาหมอน่ะค่ะ สงสัยจะเป็นหูอักเสบเพราะได้ยินคำพูดเหม็นเน่าเข้าหูมากเกินไป เฮ้อ...วนิเอ๊ย แม่เลี้ยงเธอมาดีเกินไป ให้อยู่แต่ในสิ่งแวดล้อมดีๆ พอมาเจอคำพูดเลวๆ สกปรกๆ เข้า หูจะอักเสบติดเชื้อโรคได้นะ”

พอระรินรู้ว่าวลัยเป็นแม่ของวนิษา ก็หันมาต่อปาก ต่อคำด้วยทันที แต่ฝีปากคนละชั้น เพ็ญแขเลยต้องโดดเข้าช่วยลูก ถูกวลัยยั่วจนโมโหเถียงสู้ไม่ได้ก็จะตบ ระรินรีบเข้าไปกระซิบแม่ให้ระวังเสียเปรียบเสียภาพลักษณ์ เพ็ญแขเลยพูดอาฆาตว่า ถ้าเจอกันอีก ฉันไม่ปล่อยแกแน่ๆ พอระรินพาเพ็ญแขออกไป วลัยก็แสยะใส่

“ฮี่โธ่!” แล้วหันหาวนิษา ปรากฏว่าหายไปแล้ว

ooooooo

วนิษาออกมาโทร.เรียกนายดาวให้เอารถมารับ หนุงหนิงพาคุณยายวรางค์ออกมาบอกว่าตนเห็นวนิษาแว้บๆ ตรงนี้

คุณยายวรางค์แปลกใจว่างานยังไม่เริ่มวนิษาจะออกมาทำไม ก็พอดีวนิษานึกได้ว่านัดคุณยายไว้จึงเดินมาหา คุณยายถามว่าจะไปไหน พอวนิษาบอกว่าจะกลับ คุณยายรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เตือนสติว่า

“วนิษา เธอกำลังจะหนีปัญหาอีกแล้วนะ” วนิษาบอกว่าตนเบื่อและอายคนอื่นด้วย “ฉันเข้าใจ เธอจะหนีไปตลอดเลยเหรอ เธอหนีไปถึงขั้วโลกแล้วถ้าพวกเขาตามไปอีกล่ะ” เห็นวนิษาเงียบคุณยายบอกว่า “ลองหันหน้ากลับไปสักครั้งไหม ดูซิว่าจะเป็นยังไง” คุณยายจับตัววนิษาหันกลับไป

วนิษากำลังจะพูดอะไร ก็ถูกแตรรถกดเรียกดังลั่น ทุกคนหันมอง เห็นโจขับรถมารออยู่ ทั้งยังลดกระจกลงชี้ไปที่ตัววนิษาแล้วกวักมือเรียกให้ไปขึ้นรถ คนทั้งงานพากันมองวนิษา เธอปรี๊ดทันที กดมือถือด่าโจ

“ฉันเคยสั่งว่าไง ห้ามบีบแตรเรียกใช่ไหม หา!”

“อ้าว ก็คุณเรียกให้ผมมารับ พอผมมา คุณดันยืนเม้าท์มอยกัน แถมทำท่าจะกลับไปในงานอีก เห็นผมเป็นตัวอะไรครับ” วนิษาแว้ดใส่ว่าตนเป็นเจ้านายจะเปลี่ยนใจยังไงก็ได้ “เปลี่ยนใจก็บอกผมหน่อยสิ ปล่อยผมเก้อแบบนี้ถือว่าคุณไม่ให้เกียรติคนทำงาน”

วนิษากดตัดสายมองโจด้วยสายตาพิฆาต โจยิ้มให้กวนๆ แล้วเอารถกลับไปจอด เธอจึงหันไปชวนวลัยที่เดินออกมาตามพากันกลับเข้าไปในงาน

หญิงจุ๋มดูเหตุการณ์อยู่ บอกพจน์ว่านายโจปลอมตัวเป็นคนขับรถให้วนิษา ชมว่าฝีมือไม่เบาเลย

ooooooo

วลัยเซอร์ไพรส์วนิษาด้วยการให้คนมาประมูลเต้นรำกับเธอและคนที่ประมูลได้คือกริชนั่นเอง วนิษาจะไม่เต้นแต่กริชคุกเข่าขอ เธอจึงต้องออกไปเต้นด้วย

หนุงหนิงดูการเต้นรำของวนิษากับกริชแล้วบ่นว่าไม่แซ่บเหมือนลำซิ่งเลย ไปหาอะไรกินดีกว่า แล้วเดินออกไป

“อะโด่...นึกว่ากลับเข้ามาทำอะไร มาเต้นกับพระเอกละครเนี่ยนะ” โจมายืนดูบ่นเซ็งๆ แล้วเดินออกไป

ระรินจิกตามองเม้มปากแน่นตัวสั่นริก พยายามข่มไม่ให้หลุด ส่วนเพ็ญแขถามว่าจะให้เข้าไปตบวนิษาเลยไหมเดี๋ยวจัดการให้ เอามันกลางงานนี่แหละ แม่ยอมติดคุก

หนุงหนิงยืนกินกวยจั๊บอยู่แถวนั้นได้ยินเต็มสองหูถึงกับสะดุ้งหันมองสองแม่ลูก ทั้งสองยังไม่รู้ตัวคุยกันต่อ ระรินห้ามแม่อย่าไปตบเพราะวนิษาจะยิ่งได้ใจ เพ็ญแขมองไปรอบๆ กระซิบกับระรินแต่หนุงหนิงก็หูผึ่งฟังจนได้

เพ็ญแขบอกว่าจะเอากระเพาะปลาไปราดหัววนิษาดีไหม ระรินเห็นด้วยบอกให้ใส่จิ๊กโฉ่วเยอะๆ เพ็ญแขบอกว่าจะใส่น้ำส้มด้วย รับรองทั้งเหม็นเปรี้ยวและแสบตาจนร้องกรี๊ดแน่ๆ

พอเพ็ญแขหมุนตัวจะออกไป หนุงหนิงที่พร้อมอยู่แล้วทำเซไปชนจนกวยจั๊บหกราดตัวเพ็ญแขเปื้อนไปทั้งตัว ถูกเพ็ญแขด่าว่าซุ่มซ่าม เงื้อมือจะตบ หนุงหนิงตั้งการ์ดมวยท้า “ฮึ่ย...เข้ามาเดะ...เข้ามา...” ระรินบอกแม่อย่าไปมีเรื่องกับคนแบบนี้เลยเปลืองตัวเปล่าๆ ชวนรีบไปกัน

หนุงหนิงหัวเราะคิกคักสะใจอยู่คนเดียว

ooooooo

ระรินกับเพ็ญแขออกมาถึงลานจอดรถ เห็นรถหรูของกริชจอดอยู่ เธอสั่งนายสุดใจที่เป็นคนขับรถให้ไปเจาะยาง สุดใจบอกว่าอยู่ดีๆไปแกล้งคนอื่นมันบาป

ระรินกระชากมีดสปาตาจากเอวสุดใจตรงดิ่งไปเจาะยางรถกริชทั้งสี่เส้นเสร็จแล้ววิ่งกลับมา เพ็ญแขสั่งสุดใจให้รีบออกรถเลย พอออกมาแล้ว เพ็ญแขชมระรินว่าเก่งมาก ใจเด็ดจริงๆ

“ปล่อยไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ขืนให้คุณกริชไปส่งยัยวนิษา เกิดสป๊งสปาร์กกันในรถเรื่องมันจะยุ่งกันใหญ่” เพ็ญแขนึกได้บอกว่าแม่ไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย “ก็หนูเคยมาแล้ว หนูเลยรู้” หลุดไปแล้วระรินทำกระแอมแก้เขิน เพ็ญแขรู้แกวเลยเปลี่ยนเรื่องชมว่า “ทำดีแล้วล่ะลูก ถือเป็นการสั่งสอนนายกริชไปด้วย ที่ดันไปยุ่งกับตัวซวย”

สุดใจติงว่าถ้าวนิษาไปส่งกริชก็อาจเกิดสปาร์กขึ้นมาได้เหมือนกัน ระรินนึกได้สั่งให้กลับรถเร็ว สุดใจบอกว่าไม่ทันแล้วเพราะมาไกลแล้ว

“แล้วทำไมแกเพิ่งเตือนฉัน ไอ้บ้า” ระรินบ่นหงุดหงิด

ooooooo

เพราะรถตัวเองถูกเจาะยาง กริชจึงนั่งรถวนิษากลับ โจขวางหูขวางตามาก ยิ่งได้ยินกริชนั่งจีบวนิษาคุยโวโอ้อวดตัวเองไปตลอดทางก็มีปฏิกิริยาต่างๆ ทั้งกระแอม ทั้งคันไม้คันมือ ทั้งขนลุก กระทั่งจะอ้วก

วนิษารู้ทันจ้องหน้าเอาเรื่องก็หยุดโจไม่ได้ จนเมื่อส่งกริชแล้ว โจขับรถออกมาถึงถนนใหญ่ เธอสั่งให้จอดรถแล้วไล่โจลงจากรถ แย่งกุญแจรถไปสั่ง...

“ฉันไล่คุณออก อ้ะ...เงินชดเชย” โจถามว่าไล่ตนออกด้วยเรื่องอะไร “นายห่ามเกินไปแล้วนะ เสียมารยาทที่สุด ทำท่าหัวเราะเยาะมั่ง ทำท่าขนลุกมั่ง แล้วที่ร้ายที่สุดทำท่าจะอ้วกด้วย ถ้าคุณกริชเขาเห็นเข้า เขาจะรู้สึกยังไง”

โจบอกว่าตนหมั่นไส้จนทนไม่ได้ วนิษาโต้ว่ามันเป็นเรื่องระหว่างกริชกับตน เขาไม่มีสิทธิ์ดูถูกกริช และถ้าไม่ชอบก็คิดในใจได้ ห้ามแสดงออก

“ยอมให้คนเลวทำความเลว ถือเป็นความเลวชนิดหนึ่ง” โจโต้ทุกเม็ด วนิษาตัดบทว่าแค่นี้นะแล้วขึ้นรถขับออกไป โจยืนมองคิดว่าเดี๋ยวเธอก็ต้องกลับมาง้อ แต่ปรากฏว่าวนิษาขับรถไปจนลับสายตา

“ไปจริงหรือเนี่ย...โห...ทิ้งกันงี้ได้ไง ยัยตัวแสบ” โจเซ็งสุดๆ

ooooooo

โจกลับไปเล่าให้ป๋องฟัง ถูกป๋องสมน้ำหน้าที่ไม่ใช่ธุระอะไรของตัวสักหน่อยก็ไปแสดงความเห็นมากมาย บอกให้โจไปขอโทษวนิษาและขอกลับไปทำงานต่อ

โจไม่ยอมเพราะตนไม่ผิด ป๋องตั้งข้อสังเกตว่าปกติเขาไม่ใช่คนแบบนี้ ถามว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า? อิจฉานายกริชหรือเปล่า? โจบอกว่าไม่ชอบที่กริชตอแหล

“เขาไม่ได้ตอแหลกับพี่ เขาตอแหลกับคุณวนิษา พี่จะเดือดร้อนแทนทำไม” พูดแล้วเห็นโจเงียบ ป๋องรุกฆาต “พี่โจ ผมสงสัยว่าพี่จะชอบคุณวนิษาแล้วล่ะ”

โจแก้ตัวพัลวัน ด่าป๋องว่าไร้สาระ ตนเจอผู้หญิงที่สวยเซ็กซี่กว่านี้ยังเฉยๆ ทำไมต้องมาอะไรกับยัยตั่วเจ๊นี้ด้วย

“ถ้าไม่มีเรื่องรัก เรื่องงอน แล้วพี่จะทิ้งหน้าที่ทำไม”

“ได้...ถ้าแกไม่สบายใจ ฉันจะกลับไปขอโทษเขา จะได้ขับรถให้เขาต่อ”

โจถูกต้อนจนเถียงไม่ออกต้องยอม ถูกป๋องย้ำว่าต้องไปสืบเรื่องงานไม่ใช่แค่ไปขับรถ โจก็ยังตะแบงว่าเหมือนกันนั่นแหละ พอป๋องถามว่าเขาเป็นอะไรไปแล้ว โจก็หาว่าป๋องนั่นแหละเพี้ยนเอง ตัดบทว่าไปฉี่ดีกว่า แต่ไปผิดทาง พอป๋องบอกก็ทำเฉไฉว่ารู้แล้ว แต่จะไปกินน้ำก่อน ไปหยิบน้ำรินดื่มแล้วเดินไปห้องน้ำ ป๋องจับตามองตามตลอด

พอโจเข้าห้องน้ำมองตัวเองในกระจกรำพึง “จริงของไอ้ป๋อง เราเป็นอะไรไปเนี่ย ตั้งสติหน่อยโว้ยโจ” เขาตบหน้าตัวเองเรียกจิตวิญญาณของ “โจ แอ๊บพันหน้า” กลับคืนมา!

รุ่งขึ้น โจใช้วิธีของตัวเองไปง้อวนิษาที่หน้าคอนโดขณะเธอขับรถออกมา โจพูดดูถูกตัวเองว่าเหมือนแมลงวันหัวเขียวที่พยายามจะทาบรัศมีกับนกอินทรี ทะยานฟ้าอย่างกริชที่เป็นคนดี รูปหล่อ นิสัยดี 

แต่พออยู่กับตัวเอง โจมุ่งมั่นอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“ฉันจะต้องหาหลักฐานจับเธอเข้าคุกให้ได้ ยัยตั่วเจ๊”

แต่เมื่อได้ขับรถให้วนิษาแล้ว เธอบอกว่า “เรื่องที่นายพูดเมื่อกี๊น่ะ ฉันไม่เห็นด้วยนะ เรื่องที่นายเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น นายไม่ควรดูแคลนตัวเองขนาดนั้น ในสายตาฉัน นายก็เป็นอินทรีได้เหมือนกัน”

โจรู้สึกตัวเบาหวิวเหมือนจะลอยได้ เหลือบมองวนิษาเห็นสีหน้าเธอเรียบเฉย แต่เขาเองจิตใจฟุ้งซ่านจนแทบคุมไม่อยู่ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปมา พอมองกระจกมองหลังเห็นวนิษามองอยู่ก็เขินจนต้องรีบหลบมองไปทางอื่น

ooooooo

ส่วนป๋องก็ได้รับการขอร้องจากปลายฝนให้แกล้งทำตัวเป็นแฟนตนหน่อย เพื่อกีดกันชายคนหนึ่งที่ตามเซ้าซี้ตนจนน่ารำคาญ ใครๆก็ปราบไม่อยู่

พอไปเจอชายคนนั้นกลายเป็นตี๋อ้วนเตี้ยวัยสิบขวบเท่านั้น แต่เจ้าเล่ห์หลอกเตะผ่าหมากจนป๋องทรุดไปกุมเป้า แต่พอลุกขึ้นได้สู้กันพักหนึ่ง สุดท้ายตี๋อ้วนก็แพ้เพราะถูกป๋องถ่มเสมหะใส่ ตี๋อ้วนรังเกียจจนต้องถอย แต่แอบจิกตาคำราม

“ไอ้ป๋อง ฉันต้องแก้แค้นแกให้ได้”

เพื่อตอบแทนป๋องที่ทำงานสำเร็จ ปลายฝนพาไปเลี้ยงร้านหรูที่ทำเอาป๋องงงเพราะมีช้อน ส้อม มีด วางซ้ายขวาเรียงรายจนไม่รู้จะใช้อันไหนทำอะไร แต่ป๋องก็มีความสุขเพราะมีปลายฝนคอยแนะนำให้กำลังใจว่า

“เหนื่อยนิดหน่อยแต่รับรองคุ้ม เพราะร้านนี้อร่อยมากนะ”

ooooooo

โจขับรถไปส่งวนิษา ไปถึงคอนโดปรากฏว่าเธอหลับอยู่จึงไม่ปลุก ได้ยินเธอละเมอเรียก “นายดาว... นายดาว...” โจดี๊ด๊าดีใจที่วนิษาละเมอเรียกหา แต่พอเข้าไปฟังใกล้ๆ ว่าเธอจะพูดอะไรต่อ ก็สะดุ้งเฮือก “ไอ้บ้า! ปากเสียไปตายซะไป!” โจเสียความรู้สึกบ่นเซ็งๆ “อะไรวะขนาดหลับยังด่าได้อีก”

พอถอยออกมาได้ยินเธอละเมอเรียก “คุณชาย... เฮีย...วนิขอโทษ...ขอโทษ...” น้ำตาไหลลงอาบแก้ม โจเอาผ้าเช็ดหน้าตัวเองออกมาซับน้ำตาให้ด้วยความสงสาร...

เมื่อวนิษาตื่น โจปลอบใจเธอว่า “มันไม่ใช่ความผิดของคุณเลย ไม่มีใครอยากเห็นเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับคนที่ตัวเองรักหรอก” วนิษาบอกว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างตน โจถามว่า “เป็นผู้หญิงกินผัวน่ะหรือ” พูดไม่ทันขาดคำก็ถูกตบหน้าเพียะ! วนิษาเจ็บปวดที่ถูกกรีดย้ำรอยแผลแล้วรีบลงจากรถไป โจยังพูดตามหลังว่า

“ถ้าคุณอยากเอาชนะคำคำนี้ คุณก็ต้องเริ่มต้นใหม่แล้วให้โอกาสตัวเอง การขังตัวเองอยู่กับสิ่งเก่าๆ มันไม่ทำให้คุณดีขึ้นมาได้หรอก”

“แต่การขังตัวเอง มันก็ทำให้ไม่มีใครต้องมาโชคร้ายเพราะฉันอีกไม่ใช่เหรอ” วนิษาพูดโดยไม่หันมองแล้วเดินเข้าคอนโดไป โจได้แต่มองตามด้วยความสงสาร เห็นใจ แต่ก็ไม่เห็นด้วยที่เธอเอาแต่โทษตัวเองอยู่อย่างนี้...

ooooooo

โจไปสืบเรื่องการตายของสถาพร โดยให้ซูซี่พาไปบ้านเมียของสถาพรที่ซูซี่เคยเห็นจากรูปที่สถาพรเอาให้ดูแต่ถ้าได้ไปเห็นบ้านตนจำได้แน่

ไปถึงซูซี่จำได้จริงๆ แต่จากสภาพบ้านที่มีจดหมายอยู่เต็มกล่องจดหมายหน้าบ้านและใบไม้ใบหญ้าที่รกภายในบริเวณบ้าน โจคะเนว่าไม่มีคนอยู่บ้านนี้แล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งเดือน แต่สถาพรเพิ่งตายไปสิบกว่าวัน โจอนุมานว่า เจ้าของบ้านไปก่อนที่สถาพรจะเสียชีวิต

เมื่อเข้าไปดูในบ้าน โจเห็นโบรชัวร์สถานที่แห่งหนึ่งเขาหยิบดูแล้วพับใส่กระเป๋า ซูซี่ถามว่าได้อะไรบ้างไหม โจบอกว่าไม่มี ชวนกลับไปก่อนดีกว่าเดี๋ยวเจ้าของบ้านมาเห็นเข้า ซูซี่เห็นด้วยเร่งให้รีบไปกันเลย

ระหว่างทางกลับ โจถามซูซี่ว่าคิดอย่างไรกับสถาพร ซูซี่ยอมรับว่าตนชอบสถาพรแต่สถาพรไม่ได้ชอบตน ที่เขาโอบตนในวันสอนตำส้มตำนั้นทำเพื่อรั้งตนไว้เท่านั้น เพราะถ้าตนลาออกต้องกระทบกิจการของเขาแน่ เพราะตนมีฝีมือจนได้รับรางวัลครกทองคำรับประกัน โจเลยเอ่ยปากว่า “งั้นว่างๆ ตำให้ผมกินหน่อยสิครับ”

“ได้สิ วันไหนว่างๆ ฉันไปตำให้เธอกินที่บ้าน ถ้าไม่อร่อยให้เหยียบเลย”

กลับถึงบ้านโจโยนสากทองเหลืองที่หยิบติดมือมาถามป๋องว่าจำไอ้นี่ได้ไหม พอป๋องจำได้ โจวิเคราะห์ให้ฟังว่า

“ตอนนั้นเราคาดว่าอาจเป็นเคล็ดลับทำให้ซูซี่ตำส้มตำได้อร่อย แต่วันนี้ตอนที่ฉันถามเขาเรื่องส้มตำ เขาไม่พูดถึงไอ้สากนี่ซักกะแอะ แม้กระทั่งตอนที่บอกว่าจะตำให้ฉันกินเขาก็บอกว่าได้เลยให้มาตำที่บ้านก็ได้ ถ้าไม่อร่อยให้เหยียบ หมายความว่า สากหนักๆอันนี้ไม่เกี่ยวกับเคล็ดลับความอร่อยเลย”

แต่โจกลับบอกว่าปัญหาเรื่องสากนี้เอาไว้ก่อน ตอนนี้มีเรื่องใหม่ต้องทำ แล้วโจก็เอาโบรชัวร์ใบนั้นให้ป๋องดูบอกว่าหยิบมาจากโต๊ะเครื่องแป้งของเมียสถาพร มันเป็นสถาบันลดความอ้วนด็อกเตอร์แพรว ป๋องถามว่ามันคืออะไรหรือ?

“อะไรไม่รู้แต่ฉันเดาว่าเมียสถาพรอาจจะอยู่ที่นี่ เราต้องไปสืบดูว่าเขาอยู่ที่นี่จริงไหม ถ้าจริง เกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่ออกมา??”

 

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.