ข่าว

วิดีโอ



ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู

อ่านเรื่องย่อ

แนว: คอมมาดี้ แอคชั่น

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ณัชภีม – สมภพ เวชชพิพัฒน์

กำกับการแสดงโดย: ซ้ง ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์

ผลิตโดย: บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: รัฐภูมิ โตคงทรัพย์,สุษิรา แอนจิลีน่า

อัลบั้ม: ฟิล์ม-ซูซี่ แท็กทีมประชันบู๊ใน "ร้ายรักพยัคฆ์กังฟู"


การต่อสู้บนเวทีแห่งจินตนาการ จางซื่อระดมบุกหลายร้อยเพลง แต่อาจารย์โกวเพียงหลบเท่านั้น จนในที่สุด เมื่ออาจารย์โกวขยับเพียงปาดดรรชนีออกครั้งเดียว จี้ไปที่จุดตรงขมับข้างหนึ่ง จางซื่อก็หน้าบิดเบี้ยวและยอมแพ้

แต่พอแพ้แล้ว จางซื่อมีข้อแม้อีกว่า

“ท่านต้องสัญญา จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของอสูรเทวาอีก...หลังจากวันนี้ฉันกับพวกมันถือเป็นน้ำคนละบ่อ ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ถ้าท่านไม่รับปาก ฉันจะส่งสัญญาณให้ลูกน้องของฉันฆ่าตัวประกันที่มีอยู่ในห้องนั้น ต่อให้ท่านเก่งกว่านี้อีกสิบเท่าก็ไม่มีทางห้ามพวกมันทัน ตกลงหรือไม่”

เมื่ออาจารย์โกวรับปาก จางซื่อสั่งให้ปล่อยคน พอลูกน้องไขกุญแจปล่อยคน จางซื่อก็สั่งให้พวกตนกลับ โดยไม่มีใครสนใจพายุเลย พายุเรียก “ท่านเจ้าสำนัก” แต่จางซื่อเดินผ่านไปเหมือนไม่ได้ยิน พายุพยายามลุกขึ้นแต่ก็ล้มโครมลงมีมือมาประคองเขาขึ้น ฮูหยินนั่นเอง...

เฮียเฉินรีบเข้าไปประคองเฮียเก้า คนอื่นๆพากันเดินออกจากห้อง เฮียหลอกับกังฟูรีบเข้าไปดูแล แต่ไม่มีเมลดากับเฮียเต๋า พอกังฟูถาม เหมยอิงบอกว่า

“พอพวกเราได้สติก็ไม่เห็นเมลดากับเฮียเต๋า... เห็นแต่รอยเลือดหย่อมหนึ่ง”

กังฟูวิ่งตามจางซื่อไปทันที พอไปทันถามจางซื่อว่าเมลดากับเฮียเต๋าล่ะ จางซื่อบอกว่าเฮียเต๋าตายไปแล้ว แล้วคนขับรถก็เคลื่อนรถออกไปเลย กังฟูวิ่งตาม ระหว่างนั้นจางซื่อสั่งคนขับรถ “เปลี่ยนไปห้องพักของพายุ เร็ว!”

ooooooo

แม้เนตรนภาจะปฏิเสธไม่ยอมช่วยเหลือเมลดาเพราะกลัวความโหดร้ายของพายุ แต่เมลดาก็ยังไม่ละความพยายาม

“เนตร...ช่วยฉันเถอะ ฉันเป็นน้องสาวพี่นะ” เห็นเนตรนภายังสับสน “เนตร...เธอคิดว่าพ่ออยากให้เธอทำยังไง...”

“พ่อ...” เนตรนภาพึมพำ แล้วลุกเดินเข้าไปในห้องหยิบกล่องไม้ออกมาบอกว่า “พายุเขาเก็บกุญแจสำรองไว้ในนี้” แล้วเปิดฝากล่องไม้ ล้วงเข้าไปพลันก็ร้องลั่นชักมือกลับทันที มีเลือดไหลออกมาพร้อมกับงูตัวเล็กๆ เลื้อยหล่นจากกล่อง เมลดากระทืบงูตายทันที!

เนตรนภาล้มลง กล่องไม้ร่วงจากมือ กุญแจดอกหนึ่งกระเด็นตกพื้น เนตรนภาสบถอย่างแค้นใจ...

“พายุ...ไอ้ชั่ว มันวางกับดักไว้...รอเดี๋ยวนะเม” เนตรนภาพยายามเอื้อมหยิบกุญแจแต่หยิบไม่ถึง พิษงูทำให้ตัวหงิกงอ บอกเมลดาเสียงกระท่อนกระแท่น “ขอโทษนะ...น้องสาวคนเดียวของพี่...พี่ช่วยเธอไม่ได้...” แล้วหมดสติไป

เมลดากอดร่างเนตรนภาอ้อนวอนอย่าทิ้งตนไป

ทันใดนั้นประตูเปิดผาง! จางซื่อเดินอาดๆเข้ามา เมลดาตกใจถามว่าแกเป็นใคร “ฉันชื่อจางซื่อ”

“จางซื่อ ฟังนะ ฉันไม่รู้ว่าแกต้องการอะไร แต่ช่วยพี่สาวฉันก่อนได้ไหม”

พอรู้ว่าเนตรนภาเป็นพี่สาวของเมลดา จางซื่อตบสกัดจุดให้เนตรนภาบอกว่าตอนนี้พี่สาวเธอปลอดภัยแล้ว เดินเข้าหาบอกว่า “ฉันมีธุระสำคัญกับแก...เมลดา”

แล้วจางซื่อก็พาเมลดาไปคุยกันที่ห้องทำงาน มองเมลดาอย่างพินิจพิจารณาถี่ถ้วนบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์มาก พลางหยิบแท่งยาสีแดงยาวประมาณหนึ่งคืบ บอกเมลดาว่า

“นี่คือยาถอนพิษงูที่กัดพี่สาวแก ภายในครึ่งชั่วโมง ถ้าพี่สาวแกไม่ได้ยานี่ พี่สาวแกจะต้องตาย” เมลดาถามว่าแลกกับอะไร “แกต้องเป็นผู้หญิงของฉัน”

เมลดาถามว่าเขาเป็นผู้ชายแบบนั้น ต้องการอะไรกันแน่ จางซื่อตัดบทว่านั่นเรื่องของตน เอาเป็นว่าถ้าเธอปฏิเสธ พี่สาวเธอก็ต้องตาย ถามว่า “จะยอมเป็นผู้หญิงของฉันไหม”

เมลดาตัดสินใจช่วยชีวิตเนตรนภา บอกจางซื่อว่าไม่ต้องห่วง ตนจะเป็นผู้หญิงของเขา ถึงตนจะเป็นผู้หญิงแต่ก็รักษาสัจจะเสมอ จางซื่อยิ้มพอใจ ยกแม่โป้งให้อย่างชื่นชม

ooooooo

พายุทำเป็นสำนึกผิดเอาหัวโขกพื้นปังๆ จนฮูหยินบอกว่าตนให้อภัย หยุดเถิดอย่าทำอย่างนี้อีกเลย ขณะนั้นเองติงลี่เข้ามาถามว่าเฮียเต๋าเป็นอย่างไรบ้าง

“จางซื่อบอกเฮียเต๋าตายแล้ว ตายอย่างจอมยุทธ์ เสียใจด้วยนะครับ” กังฟูบอก ติงลี่เงยหน้ามองฟ้า ยิ้มเล็กน้อยเอ่ย...

“ลาก่อน...เพื่อนรัก”

กังฟูเดินเข้าไปข้างใน เห็นฮูหยินกำลังกอดปลอบใจพายุอยู่ เขาเดือดพล่านทันทีถามพายุว่ายังมีหน้าอยู่ตรงนี้อีกหรือ?

พายุทำเป็นสำนึกและขออภัย ฮูหยินช่วยพูดให้กังฟูอภัยให้พายุ “ลื้อสองคนดีกันเถอะนะ พายุ ลื้อก็ควรฟังกังฟูไว้บ้าง จะได้ไม่ก้าวผิดทางอีก เข้าใจไหม” พายุตอบอย่างอ่อนน้อมว่าเข้าใจครับ “อย่าลืมล่ะ จดจำคำพูดของกังฟูเอาไว้”

พายุรับคำไปอย่างนั้นเอง กังฟูถามพายุว่าเมลดาอยู่ไหน พายุอึกอักไปอึดใจ ก็ตอบหน้าตาเฉยว่า

“อั๊วก็ไม่รู้ จางซื่อเป็นคนดูแลเรื่องเชลยที่โดนจับตัวได้”

“จางซื่อ!” กังฟูกำหมัดแน่น

ooooooo

อาจารย์โกวบอกกับทุกคนว่าท่านเสียรู้จางซื่อเสียแล้ว เพราะไม่รู้ว่ายังมีเมลดาถูกจับขังอยู่อีก เฮียเก้าเสนอให้ใช้ค่ายกลดอกเหมยสู้กับจางซื่ออีกครั้ง โดยเสนอให้กังฟูกับพายุร่วมด้วย

พายุมาหลบอยู่กับพวกฮูหยินที่โรงงิ้วทำทีสำนึกผิด แต่พอตกดึกก็รมยาทุกคนแล้วหนีไปบอกจางซื่อให้มาถล่ม ไม่รู้เลยว่าตัวเองหลงกลฮูหยิน เพราะถูกพวกฮูหยินยกกำลังไปถล่มสำนักอสูรเทวา จางซื่อไปถึงโรงงิ้วจึงรู้ บอกพายุหน้าเหี้ยมว่า

“ฉันรังเกียจคนอย่างแกมากที่สุด ดังนั้นอย่าหวังว่าฉันจะลงมือเอง” สั่งลูกน้อง “กระทืบไอ้เศษสวะนี่ให้ตายฉันสั่งให้กระทืบห้ามใช้มือกับคนอย่างมัน จำไว้ ใครที่อกตัญญูกับพ่อแม่ อกตัญญูกับครูอาจารย์ มีแต่เท้าเท่านั้นที่เหมาะสมกับมัน”

ก่อนถูกกระทืบตาย พายุจึงรู้ซึ้งถึงที่ฮูหยินเคยบอกให้ตนฟังกังฟูไว้บ้าง เพราะกังฟูเคยบอกว่า

“มังกรโบราณกล่าวว่า คนที่ชอบคิดว่าคนอื่นเป็นคนโง่ตลอดเวลา จึงเป็นคนที่โง่ที่แท้จริง” รำพึงก่อนตาย ว่า “อั๊วเข้าใจแล้ว อั๊วหลอกคนอื่นมาตลอด สุดท้ายแล้ว อั๊วนี่แหละ ซีปังโต้ว ไอ้ซื่อบื้อ ที่แท้จริง”

ooooooo

เมลดาตัดสินใจช่วยชีวิตเนตรนภาบอกพี่สาวว่าตนจะแต่งงานกับจางซื่อ เพราะจางซื่อเป็นหัวหน้าสำนักอสูรเทวา เมื่อแต่งงานกับเขาแล้วย่อมไม่มีใครกล้ามาทำอะไรตน

เมื่อพวกกังฟูบุกเข้าไปในสำนักอสูรเทวา ลูกน้องจางซื่อพากันหนีหมด เจอแต่เนตรนภา เธอบอกกังฟูว่าเมลดาจะแต่งงานกับจางซื่อและเขาเป็นผัวเมียกันแล้วด้วย กังฟูแค้นมากพรวดออกไปบอกว่าจะไปตามหาเมลดา

“ไปแบบนี้ไม่ได้นะ...ช่วยด้วยค่ะ” เนตรนภาร้องเรียกให้คนมาช่วยกันยับยั้งกังฟู

เมื่อพากันกลับไปที่วัดจีน มิเชลให้ข้อคิดว่า “จางซื่อเป็นคนเลว โหดเหี้ยมอำมหิต แต่เขาไม่ใช่คนบ้ากาม ไม่ได้หลงใหลในตัณหาราคะ ฉันคิดว่าเรื่องนี้มีพิรุธอยู่” แต่เธอก็บอกว่า “พายุเป็นคนบ้ากาม แต่จางซื่อให้พายุฝึกลมปราณคล้ายวิชาระฆังทองซึ่งจะยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงไม่ได้ ฉะนั้นคุณเมน่าจะยังปลอดภัยอยู่”

กระนั้นกังฟูก็ยังร้อนใจจนเฮียเฉินต้องเตือนว่า ร้อนใจแบบนี้ ตนยิ่งมั่นใจว่านี่เป็นหลุมพรางของจางซื่อแน่ๆ

พวกอสูรเทวาแผ่ขยายอิทธิพลเรียกค่าคุ้มครองจากบรรดาพ่อค้าไม่เว้นแม้กระทั่งรถเข็นผลไม้ขาย เหม่งที่เข็นรถขายผลไม้ถูกมันรีดไถ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็ซ้อมจนกระอักเลือด เป๋งกุ่ยจึงสำนึกว่าตนผิดไปแล้วที่ไปช่วยพวกอสูรเทวา ไม่อย่างนั้นป่านนี้มันอาจแพ้และเฮียเหม่งก็ไม่ต้องเป็นแบบนี้

หลินหลินกับจางซื่อมาเห็นเหตุการณ์ จึงเอาเงินให้เป๋งกุ่ยปึกหนึ่งบอกให้พาพี่ชายไปโรงพยาบาลเสีย เป๋งกุ่ยรับเงินไปด้วยความซาบซึ้งใจ

การกดขี่รีดไถของพวกอสูรเทวาทำให้เฮียป้อกับเจ๊ยี้จะนำมวลชนทั้งสิบซอยแถวนั้นไปประท้วงจางซื่อในวันแต่งงานที่ได้แจกการ์ดไปทั่วแล้ว พอบู๊ลิ้มเห็นชื่อเจ้าสาวคือเมลดาก็ชะงัก รีบกลับไปบอกกังฟู แต่กังฟูไม่เชื่อ

พวกผู้ใหญ่ปรึกษากันอยู่ที่วัดจีน จะบุกไปฆ่าจางซื่อในวันแต่งงานของมัน ติงลี่เตือนว่าระวังจะเป็นกับดักของมัน

“อย่ากังวลเรื่องกับดักมากนัก อย่าลืมว่าตอนนี้จางซื่อไม่มีลูกน้องเก่งๆเหลืออยู่เลย” มิเชลชี้จุดอ่อน ติงลี่จึงเห็นด้วย

“ตอนนี้ค่ายกลดอกเหมยมีคนครบแล้ว อั๊ว ไอ้เก้า ไอ้หลอ มิเชล แล้วก็กังฟู ถ้าเราตั้งใจ ถ้าโชคเข้าข้าง เราเอาชนะมันได้ แต่ถ้าเราแพ้ ก็คงตายกันหมด” เฮียเฉินสรุป ทุกคนฟังแล้วเงียบ สีหน้าเคร่งเครียดเอาจริงเอาจัง

ooooooo

เมลดาถามจางซื่อว่าแจกการ์ดแต่งงานเพื่ออะไร จางซื่อจึงเล่าแผนของตนให้ฟังว่า ในคืนวันแต่งงานกังฟูต้องมาแน่ๆและตนก็จะฆ่าเธอ เมลดาถามว่าทำอย่างนี้เพื่อให้กังฟูแค้นเขาใช่ไหม

จางซื่อยอมรับว่าตนต้องการให้กังฟูแค้นตน เค้นพลังสุดยอดของเขาออกมาแล้วฆ่าตน เพื่อกังฟูจะได้เป็นมาร บอกว่า

“ที่ฉันอยากให้มันเป็นมาร เพราะฉันต้องการให้กังฟูเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักอสูรเทวา” แต่ถ้ากังฟูไม่ฆ่าตน ตนก็จะฆ่ากังฟู เพราะ “ฉันจนตรอกแล้ว ฉันไม่เหลือใครให้สืบทอดสำนักอสูรเทวาแล้ว”

จางซื่อขอให้เมลดาร่วมมือกับตน เมลดาปฏิเสธ และภาวนาขอให้กังฟูอย่าแพ้

กังฟูอยู่ที่วัดจีน ได้อ่านข่าวการแต่งงานระหว่างจางซื่อกับเมลดา เขาเสียใจมาก จนฮูหยินปรารภกับพวกเฮียๆว่าตอนนี้กังฟูหมดสภาพแล้ว ไม่ว่าพวกเราจะดุด่าอย่างไรกังฟูก็ไม่ดีขึ้น ฮูหยินจึงขอให้อาจารย์โกวช่วยกังฟูด้วย

อาจารย์โกวเตือนสติกังฟูว่า เวลาคือยาดีที่สุดและเสนอวิธีว่า “ต้องเปลี่ยนความเศร้าเป็นพลัง ใช้พลังสร้างวิทยายุทธ์”... “ยิ่งเจ็บปวดก็ยิ่งต้องมีสมาธิ สร้างสรรค์ตัวตนใหม่ขึ้นมาจากความเจ็บปวดนั้น” และ “เวลาอกหัก นับเป็นโอกาสดีที่สุดที่จะสร้างสรรค์ความเป็นตัวของตัวเอง จิตรกรเขียนรูป กวีแต่งกลอน นักร้องแต่งเพลง จอมยุทธ์สร้างเพลงมวย”

กังฟูจึงตั้งสมาธิแน่วแน่ จนคิดท่ามวยได้และร่ายรำเพลงมวยอย่างเอาจริงเอาจัง

พรุ่งนี้จะเป็นวันแต่งงานของจางซื่อแล้วแต่กังฟูยังไม่กลับมาเลย ฮูหยินจึงตัดสินใจร่วมค่ายกลดอกเหมยแทนกังฟู

เฮียป้อที่เขียนรูปดอกท้อไว้ที่มือเพื่อเตือนตัวเองให้ซื่อสัตย์ต่อดอกท้อ บอกเจ๊ยี้ว่า “ถ้าวันนี้เราแพ้ เราคงตายอยู่ที่นั่น แต่ถ้าเราชนะ อั๊วจะลบรูปนี้และเราจะเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน” ทำให้เจ๊ยี้ตัดสินใจเป็นตายอย่างไรวันนี้ก็ต้องเอาชนะจางซื่อให้ได้

เมื่อได้เวลา เฮียป้อก็นำขบวนชาวบ้านไปร้องตะโกนขับไล่จางซื่อกันอื้ออึง จางซื่อแค้นใจประกาศว่าตนจะไปกระทืบพวกนี้เอง แต่ไม่ทันสิ้นเสียง พลพรรคค่ายกล ดอกเหมยก็กระโดดไปล้อมเขาไว้ ฮูหยินประกาศกร้าว “ลงมือ!”

จางซื่อหัวเราะเยาะค่ายกลดอกเหมย พลันก็ชะงักเมื่อกังฟูกระโดดเข้ามาในสภาพผมบนศีรษะเปลี่ยนเป็นสีขาวหมด กังฟูบอกพวกฮูหยินว่า

“อาจารย์ ศิษย์ขอโทษที่มาช้า ศิษย์คิดค้นเพลงยุทธ์สำเร็จ จึงกลับไปที่วัด พวกเขาบอกว่าอาจารย์มาที่นี่ ศิษย์เลยรีบตามมา” จางซื่อเยาะเย้ยว่าขอดูเปิดหูเปิดตา หน่อย กังฟูประกาศก้อง “เพลงหมัดหัวใจสลาย” แล้วจู่โจมจางซื่อทันที

จางซื่อเยาะเย้ยว่าเพลงหมัดขาดความดุดันไปหน่อย จะให้ดีต้องเป็นแบบนี้ แล้วเอามีดแทงกลางอกเมลดาทันที

กังฟูแค้นประกาศจะฆ่าจางซื่อ ทั้งสองต่อสู้กันกลางอากาศ ในที่สุดจางซื่อแพ้ จางซื่อพยายามยั่วโทสะให้กังฟูขาดสติฆ่าตน กังฟูเกือบจะฆ่าจางซื่ออยู่แล้วพลันก็ชะงัก เมื่อนึกถึงคำสอนของจางเหลียงสมัยตนยังเด็กว่า

“จำไว้ สิ่งสำคัญของจอมยุทธ์ไม่ใช่แก้แค้น แต่เป็นพิทักษ์คุณธรรม”

ไม่ว่าจางซื่อจะยั่วยุอย่างไร กังฟูก็มีสติบอกว่า “อั๊วจะไม่ฆ่าลื้อ ฆ่าลื้อไปไม่มีประโยชน์ วันข้างหน้ายังมีคนอย่างลื้อเกิดขึ้นมาอีก แต่อั๊วจะทำลายวิชาฝีมือของลื้อ ให้ลื้อตกต่ำและน่าสมเพช จนไม่มีใครคิดจะเป็นคนอย่างลื้ออีก”

เมื่อยั่วยุอย่างไรกังฟูก็ไม่ฆ่า จางซื่อด่าว่าขี้ขลาดตาขาว กังฟูสวนไปอย่างมีสติจนจางซื่ออึ้งว่า

“ลื้อพูดผิดแล้ว อั๊วกล้าที่จะไม่ฆ่าลื้อต่างหาก เพราะอั๊วไม่ใช่มารเหมือนลื้อ”

เมื่อกังฟูหันไปขอโทษเมลดาที่ช่วยเธอไม่ทัน จึงรู้ว่าเมลดายังไม่ตายเพราะมีดที่แทงเธอนั้นเป็นมีดปลอมและเลือดที่ทะลักออกมาก็คือน้ำแดงนั่นเอง เธอเล่าความจริงให้ฟังว่า “นี่เป็นการเดิมพันระหว่างเราสามคน ฉัน จางซื่อ แล้วก็นาย”

แผนของจางซื่อคือเธอต้องแกล้งตาย ถ้ากังฟูแค้นจนฆ่าตน ก็ถือว่าตนชนะ ถ้ากังฟูไม่ฆ่าตนถือว่าเมลดาชนะ แต่ถ้ากังฟูฆ่าตน ตนก็จะฆ่าเธอให้ตายจริงๆแล้วตนจะรับกังฟูเป็นศิษย์เพื่อเป็นหัวหน้าอสูรเทวาคนต่อไป แต่ถ้ากังฟูฆ่าตน สำนักอสูรเทวาไม่มีผู้สืบทอด ตนจะยุบสำนักอสูรเทวา เมลดาถามว่าถ้าตนไม่เล่นเกมด้วยล่ะ?

“ฉันจะฆ่าแก ฆ่ากังฟู ฆ่าอาจารย์ของพวกมันทุกคน แล้วจะยุบสำนักอสูรเทวา ทางเลือกนี้แต่คนแพ้ไม่มีคนชนะ”

“ตกลงฉันจะเล่นเกมกับแก” เมลดารับคำหนักแน่น จางซื่อพอใจมาก

ooooooo

เล่าแผนของจางซื่อแล้วเมลดาบอกกังฟูว่า ที่ตนเล่นเกมนี้ด้วยเพราะมั่นใจในตัวเขาว่าไม่มีใจมาร เขาฆ่าใครไม่ได้

เมลดาย้ำเตือนจางซื่อให้ทำตามสัญญา ยุบอสูรเทวาเสีย จางซื่อตระบัดสัตย์ตามเคยประกาศจะฆ่าทุกคนให้หมด

กังฟูตะโกน “เพลงหมัดหัวใจสลาย” พร้อมกับจางซื่อก็ตะโกน “ลมปราณย้ายสุริยัน” แล้วเข้าปะทะกันท่ามกลางสายตาของทุกคน

“วิชาลึกลับที่จางเหลียงคิดค้นขึ้น บันทึกอยู่ในป้ายประจำตำแหน่งหัวหน้าพรรค คนที่จะฝึกได้มีแต่หัวหน้าพรรคอสูรเทวาเท่านั้น ฉันเคยได้ยินชื่อ แต่เพิ่งได้เห็นของจริงวันนี้” มิเชลบอก

เมลดาใช้พหุยุทธ์เข้าช่วยกังฟูที่ถูกจางซื่อฟาดกระเด็นออกมาแล้วเธอก็กระเด็นออกมาอีกคน พวกที่เหลือทุกคนโถมเข้าสู้แต่ก็ถูกจางซื่อฟาดกระเด็นออกมาหมด ไม่มีใครทำอะไรจางซื่อได้เลย ขณะจางซื่อกำลังจะฆ่าทุกคนนั่นเอง อาจารย์โกวก็สวดมนต์เดินออกมาจากฝูงชนเพราะทนเป็นห่วงไม่ได้

ทันใดนั้นจางซื่อกระเด็นกระอักเลือด อาจารย์โกวบอกว่านี่คือฝีมือของจางเหลียง อาจารย์เล่าว่า

“ก่อนเขาตาย ได้ถ่ายทอดวิชาลมปราณย้ายสุริยัน ให้ประสก ลมปราณนี้มีข้อห้ามชนิดหนึ่งคาดว่าประสกจางซื่อต้องไม่รู้แน่ คือ ห้ามทำร้ายผู้ที่ฝึกลมปราณสุริยันเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นจะโดนลมปราณของตัวเองย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง” อาจารย์โกวยังบอกว่า “โชคดี ที่ในใจประสกกังฟูไม่มีมาร”

“อ้อ...นี่สินะลิขิตสวรรค์ที่อาจารย์บอกว่าพูดไม่ได้ เพราะมันเป็นบททดสอบจิตใจของกังฟูกับจางซื่อ ใครคิดร้ายคนนั้นคือแพ้” ฮูหยินเพิ่งเข้าใจ

กังฟูบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจฆ่าจางซื่อ อาจารย์โกวบอกว่าจางซื่อแค่สลบเท่านั้น ตอนนี้วิชาฝีมือของเขาถูกทำลายกลายเป็นคนไม่มีฝีมือไปแล้ว

ooooooo

เมื่ออสูรเทวาถูกทำลายลง ทุกคนพากันไชโยโห่ร้อง เฮียป้อกับเจ๊ยี้ลงเอยกันตามคำสัญญาที่เฮียป้อให้ไว้

มิเชลขอให้เมลดาลงโทษตนที่ฆ่าพ่อเธอ เมลดาบอกว่าตนยกโทษให้เพราะมิเชลคนนั้นไม่อยู่แล้ว

เนตรนภาเสียใจกับอดีตติงลี่ขอให้ผ่านไปเสีย แล้วทั้งสองก็ช่วยกันตั้งมูลนิธิช่วยเด็กเกเรตามที่ติงลี่เคยคุยกับเฮียเต๋าไว้

เฮียหลอจะพามิเชลไปหาเมียที่ฮ่องกง เฮียเฉินถามว่าจะไปปักหลักที่นั่นเลยหรือจะพากลับมาที่นี่

“อยากพากลับมาที่นี่ว่ะ อั๊วรักเมืองไทย รักคนไทย รักในหลวง ถึงจะเกิดที่อื่น แต่ตอนนี้อั๊วเป็นคนไทยทั้งตัวและหัวใจแล้ว”

“พวกเราขออวยพรให้ลื้อสองคนเดินทางปลอดภัย โชคดี” เฮียเฉินลุกชูจอกให้เพื่อนรัก ทุกคนชูตามด้วยความยินดี

เหมยอิงกลับไปทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าสัวเพ้งและเมฆาที่คฤหาสน์หรูขอให้ทั้งสองมีความสุข

จางซื่อถูกใส่กรงไปประจานข้างทางมีข้อความเขียนติดไว้ที่กรงว่า “นี่คือจางซื่อ ก่อนหน้านี้เคยเป็นคนเก่ง มีความสามารถแต่เพราะความบ้าอำนาจละโมบทรัพย์สินทำร้ายแผ่นดิน สุดท้ายก็มีจุดจบแบบนี้ ขอให้ทุกคนโดยเฉพาะเด็กๆดูเป็นตัวอย่าง อย่าทำแบบมัน ไม่ว่าเก่งแค่ไหน ฉลาดแค่ไหน รวยแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ความยุติธรรม ไม่มีทางหนีพ้น”

พวกเด็กๆผ่านมาหยุดอ่านแล้วผ่านไป ทุกสายตามอง จางซื่อที่อยู่ในกรงที่มีเพียงข้าวและน้ำให้อย่างสมเพช

ส่วนกังฟูกับเมลดา ได้แต่งงานกันอย่างสมเกียรติท่ามกลางความยินดีของผู้ใหญ่ที่เอาใจช่วยมาตลอด

ในที่สุด... ยุทธภพก็กลับสู่ความสงบสุขอีกครั้ง...

–อวสาน–


ละครร้ายรักพยัคฆ์กังฟู ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านร้ายรักพยัคฆ์กังฟู ติดตามร้ายรักพยัคฆ์กังฟู ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย รัฐภูมิ โตคงทรัพย์,สุษิรา แอนจิลีน่า 18 ต.ค. 2557 07:25 2014-10-25T00:48:18+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ