ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ผู้กองยอดรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'เต๋อ' หยอดมุขฮาจีบ 'มาร์กี้' จับตา 'ผู้กองยอดรัก' ม้ามืดกวาดเรตติ้ง




พันแยกกับแม่จันทร์เดินไปตามหลังบ้าน จ๊ะเอ๋เข้ากับผู้กองฉวีผ่องเข้าอย่างจัง พันทำเป็นตกใจผงะแล้วทำกรุ้มกริ่มทักว่านึกว่านางฟ้าที่ไหน เห็นผู้กองปั้นหน้าปึ่งก็ทำเป็นถามว่าผู้กองมีอะไรไหมจ๊ะ

“ไม่มี แต่ที่มีคือเธอต่างหาก”

“ฉันเหรอจ๊ะ” พันทำหน้างง ทำให้ผู้กองยิ่งโกรธ พูดรัวราวกับปืนกลจนพันเถียงไม่ทัน

“พูดตรงๆนะพัน สิ่งที่เธอทำอยู่ตอนนี้มันผิดศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม น่ารังเกียจที่สุดจนฉันรับไม่ได้ ฉันขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายนะ ถ้าเธอไม่เห็นแก่อนาคตของตัวเอง ก็เห็นแก่เมียของเธอบ้าง คิดว่าเจ้าชู้แล้วมันเท่งั้นเหรอ ทุเรศต่างหาก!!”

พันอ้าปากจะพูดครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ผู้กองพูดไม่หายใจจนพันไม่มีจังหวะจะแทรกเลย พอผู้กองหยุดพูด พันก็อึกอัก เอ้ออ้า กว่าจะพูดว่าตนไม่มีเมีย ผู้กองก็เดินไปลิบแล้ว พันเลยยืนเกาหัวแกรก บ่นอุบอิบ

“ใส่เป็นชุดให้คะแนนไม่ทันเลย อะไรของเขาเนี่ย”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่กำลังจัดเตรียมข้าวของขึ้นรถเพื่อออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง ฝ่ายหมู่ทองก็เตรียมทหารที่จะไปปฏิบัติภารกิจขุดลอกคลองต่อให้เสร็จในวันนี้

พันหลบออกมาเพื่อขับรถให้ผู้กองฉวีผ่อง แต่พอมาถึง เธอชักสีหน้าบอกว่าไม่ต้อง พวกตนไปกันเองได้ ให้พันไปปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองเถอะ พันติงว่าถนนสายนั้นเป็นหลุมเป็นบ่อมากตนเป็นคนพื้นที่ให้ตนขับให้ดีกว่า

“เฮ้ย...ผู้บังคับบัญชาสั่งแล้วบอกว่าไม่ต้องไปก็ไม่ต้องไปไง” ผู้พันเสียงดังใส่พันแล้วหันยิ้มหวานกับผู้กองถามว่า “จริงไหมครับผู้กอง”

อัจฉราเสนอว่าให้พันขับให้ก็ดีเพราะเป็นคนพื้นที่รู้เส้นทางดี ผู้กองทำท่าจะทำตามนั้น แต่ศรีวันกับกระรอกก็ตามมาโวยวายแย่งกันเข้านัวเนียพัน ผู้กองเลยบอก

ผู้พันสุทธิสารให้ไปกันเถอะ ผู้พันกระวีกระวาดออกรถไปทันที

พันได้แต่มองตามรถที่ขับไปตาละห้อย

ปรากฏว่า เมื่อผู้พันสุทธิสารขับรถไปไม่นาน รถติดหล่ม ผู้กองกับหมวดเลยต้องลงไปช่วยเข็น แต่ผู้พันก็ไม่สามารถเอารถขึ้นจากหล่มได้ แล้วทุกคนก็ดีใจเมื่อเห็นรถคันหนึ่งตะบึงตามมา ต่างหวังว่าจะอาศัยรถคันนั้นเข้าไปในหมู่บ้านเพราะป่านนี้ชาวบ้านมารอกันแล้ว

พอรถมาจอด ผู้กองรีบไปที่คนขับกำลังจะบอกว่ารถพวกตนเสีย พันก็ยิ้มกว้างก้าวลงจากรถ ผู้กองชะงักถามว่ามาได้ไง พันบอกว่าพอดีตนห่วงผู้กองเห็นว่าไม่ชำนาญทางก็เลยตามมาดู หันมองรถถามว่า “รถติดหล่มเหรอจ๊ะ”

ผู้พันสุทธิสารสะอึกออกมาพูดเกือบเป็นตวาดว่า เห็นอยู่แล้วยังจะถามอีก แล้วสั่งทันที

“แกมาก็ดีแล้ว แกหาทางเอารถขึ้นจากหล่มหน่อยก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะขับรถผู้กองไปออกตรวจก่อน”

อัจฉราติงว่าพันอุตส่าห์มาช่วยแล้วยังจะยึดรถเขาอีกหรือ พันเตือนว่าทางข้างหน้ายังมีหลุมมีบ่อมากกว่านี้ ถ้าเกิดผู้พันขับไปติดหล่มอีกจะทำอย่างไร เสนอว่า “ให้ฉันขับไปส่งก่อน แล้วฉันค่อยย้อนกลับมาเอารถขึ้นจากหล่มดีไหมจ๊ะ” ผู้กองบอกไม่ดี อัจฉราถามว่าทำไมล่ะ ฉวีผ่องอึกอักหาเหตุผลไม่ทัน เพราะที่แท้ตนงอนพันเท่านั้น

พันบอกว่าก็ได้ แต่ถ้าติดหล่มอีกก็ต้องช้าไปอีก เกรงใจเภสัชกับพยาบาลเขาแย่ ผู้กองหน้าเสียเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ รู้สึกผิดขึ้นมา พันดูออก รุกต่อว่า

“ไหนจะพวกชาวบ้านอีก ป่านนี้คงตั้งหน้าตั้งตารอหมอ แต่หมอก็ไม่มาเสียที คงผิดหวังกันน่าดู สงสารก็แต่คนป่วยคนไข้”

ผู้กองฉวีผ่องเดินไปขึ้นรถพันอย่างเจ็บใจ อัจฉราแอบขำ ตามไปนั่งที่เบาะหลัง ผู้พันสุทธิสารจิกตามองพันอย่างหมั่นไส้แล้วจะขึ้นรถที่ประตูหลัง ปรากฏว่าประตูล็อก ครั้นจะไปนั่งข้างหน้าพันก็ขึ้นรถขับออกไปแล้ว

“เฮ้ย ไอ้พัน...ไอ้พัน...รอก่อนโว้ย!” ผู้พันตะโกนโหวกเหวกมองไปเห็นแต่ฝุ่นตลบฟุ้งไปทั้งถนน

ooooooo

“บ้านหนองอีห้อยยินดีต้อนรับ” คือป้ายผ้าที่ขึงต้อนรับคณะหมอที่มารักษาชาวบ้าน พอรถของผู้กองฉวีผ่องแล่นเข้ามาพวกเด็กๆก็เฮโลวิ่งแข่งกันมารุมล้อม พวกผู้ใหญ่มาพาคณะหมอเข้าไปในเต็นท์ที่เตรียมไว้พร้อมแล้ว

ครู่ใหญ่ รถอีแต๋นก็ขับแท่ดๆๆ เข้ามา มีผู้พันสุทธิสารนั่งหน้าดำหัวแดงโด่มาแต่ไกล พอมาถึงก็กระฟัดกระเฟียดลงจากรถปัดๆๆ ทั้งหัวทั้งตัวอย่างหัวเสีย อัจฉราจับตาดูอยู่ เธอหัวเราะคิก...

พันช่วยผู้กองฉวีผ่องอยู่ไม่ห่าง พันทะเล้นตามประสา จึงทำงานไปทะเลาะกันไปแต่ก็มีความสุข

กลางคืน กำนันพูนจัดเลี้ยงหมอและทหารที่มาช่วยทำประโยชน์ให้กับตำบล ข้าวปลาอาหารและเครื่องดื่มเพียบ ผู้พันสุทธิสารเป็นตัวแทนทหารขอบคุณกำนันและภรรยาที่ต้อนรับพวกตนเป็นอย่างดี

“จะขอบอกขอบใจทำไมจ๊ะ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง ขนหน้าแข้งพี่กำนันฉันไม่ร่วงหรอก” แม่จันทร์ยิ้มแย้ม แล้วหันสั่งวงดนตรี “มิวสิก!!!”

พอเพลงรำวงขึ้น พวกชาวบ้านก็ขยับแข้งขยับขากันอย่างคึกคัก กระรอกกับศรีวันแย่งกันเข้าไปหาพันหมายโค้งมารำวง แต่พันกลับไปอ้อนผู้กองให้รำวงกับตน ผู้กองทนลูกตื๊อของพันไม่ได้ลุกเดินออกไปกับพัน ศรีวันกับกระรอกหน้างอหงิกทันที ผู้พันสุทธิสารก็หน้าตึง พวกอ่ำเฮกันลั่น แล้วออกรำเฉิบๆ สนุกกันสุดฤทธิ์ กำนันกับแม่จันทร์สบตากันยิ้มแป้น

เวลาผ่านไป...อ่ำกับเพื่อนๆนั่งเล่นกีตาร์ร้องเพลงลูกทุ่งกันอย่างสนุกสนาน แล้วจู่ๆอ่ำก็ลุกขึ้นบอกเพื่อนๆ ว่าจะไป “ปฏิบัติภารกิจมันมากับความรัก” ที่เรือนกำนัน หมายมั่นปั้นมือว่าคืนนี้กระรอกต้องเป็นของตน บอกพรรคพวกให้ไปดูหมู่ทองไว้ให้ดีอย่าให้ออกจากบ้านตนเป็นอันขาด

นุ้ยบอกให้พรหมมาไปดูว่าหมู่ทองอยู่ที่ห้องหรือเปล่า ครู่เดียวพรหมมาก็วิ่งหน้าตั้งมาบอกว่าหมู่ทองไม่อยู่ในห้อง

“บรรลัยเกิด!!” พวกทโมนร้องพร้อมกัน

ooooooo

คืนนี้เป็นคืนที่ทั้งหมู่ทองและอ่ำต่างหมายมั่น ปั้นมือที่จะเผด็จศึกสาวที่ตนหมายปองหมู่ทองโด๊ปยาเข้าไปหลายขนานแล้วย่องไปหาศรีวัน อ่ำก็ไปที่บ้านกำนันหาทางที่จะย่องขึ้นไปหากระรอก

ฝ่ายผู้พันสุทธิสารชวนผู้กองฉวีผ่องไปเดินเล่นอย่างมีแผนกระรอกเข้าไปแอบกอดพันจากข้างหลังขณะพันนั่งเล่นอยู่ที่เถียงนา กระรอกกอดพันไว้เอาเป็นเอาตาย พันบอกให้ปล่อยก็ยิ่งกอด พอพันดิ้นเลยล้มไปด้วยกันบนกองฟาง ผู้พันสุทธิสารเดินมากับผู้กองเห็นเข้าพอดีเป๊ะ!

ผู้กองฉุนขาดด่าพันว่ามาทำอะไรตรงนี้บัดสีบัดเถลิง พอพันชี้แจงก็ถูกทั้งผู้พันและผู้กองด่า หาว่าไม่เป็นลูกผู้ชายทำแล้วไม่ยอมรับ กระรอกก็ตีโพยตีพาย เรียกร้องให้พันต้องรับผิดชอบท่าเดียว

ฝ่ายหมู่ทองไปนอนคลุมโปงรอศรีวันที่เตียง อ่ำย่องเข้าไปเลียปากแผล็บแบบหวานคอไอ้อ่ำแล้ว โถมเข้ากอดทับร่างใต้ผ้าห่ม หมู่ทองที่โด๊ปเข้าไปเยอะกำลังคึกเต็มที่ พอมีร่างมาทับก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างเมามัน

ศรีวันได้ยินเสียงร้องรีบขึ้นไปดู เห็นผู้ชายสองคนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันก็ร้องกรี๊ด อ่ำกับหมู่ทองตกใจหันมองหัวชนกันโครม สลบไปด้วยกันบนเตียงนั่นเอง

กำนันมาดูเหตุการณ์ เห็นอ่ำกับหมู่ทองนอนกอดก่ายกันหมดสติอยู่บนเตียงก็สะดุ้งแปดกลับอุทานตาเหลือก

“ฟ้าผ่าล่ะมึง!!”

ฝ่ายศรีวันมือหนึ่งปิดตาแต่ถ่างนิ้วดู อีกมือเอาโทรศัพท์ถ่ายรูปเอาจริงเอาจัง

ooooooo

เมื่อผู้พันกับผู้กองพาพันกับกระรอกมาแก้ปัญหากันที่บ้านกำนัน ศวีวันโวยวายว่ากระรอกปล้ำพัน พันเองก็ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำอะไร กระรอกเป็นคนมาปล้ำตน อ่ำถามว่ามีหลักฐานหรือเปล่าว่าพันปล้ำกระรอก

ผู้พันสุทธิสารเป็นพยานให้ว่า “เมื่อคืนตอนที่ผมกับผู้กองเดินผ่านไปที่กองฟาง ผมกับผู้กองก็เจอพันกับกระรอกกำลัง...กำลัง...” ผู้พันเล่าตามจินตนาการของตนแล้วสรุป “โชคดีที่ผมกับผู้กองห้ามเอาไว้ทัน ไม่งั้น กระรอกคงจะ...”

กระรอกฟังถึงตอนนี้ก็แผดเสียงร้องไห้โฮๆ แม่จันทร์ถามผู้กองว่าจริงหรือ ผู้กองอึกอักบอกว่ามันก็ไม่ถึงขั้นนั้นหรอก แล้วเล่าตามความคิดของตัวเองแบบโรแมนติกสุดๆ

“โอ๊ยยยย...ไม่ใช่แล้วจ้า เล่าไม่ตรงกันสักคนมโนกันไปทั้งนั้นเลย” พันโวยวาย ถูกผู้พันถามว่าจะไม่รับผิดชอบใช่ไหม พลันทุกคนก็หยุดกึก เมื่ออัจฉราโพล่งขึ้นว่า

“พันไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้นล่ะค่ะ เพราะฉันมีความจริงอีกอย่างจะเล่าให้ฟัง”

ทุกคนหันมองอัจฉราเป็นตาเดียว แล้วหมวดก็เอาคลิปที่แอบถ่ายและอัดเสียงไว้ทั้งภาพและเสียงชัดแจ๋วแหววเปิดให้ดูกัน เป็นภาพที่กระรอกปล้ำพันและพันบอกให้หยุด กระรอกบอกว่า “ไม่หยุด จนกว่าพี่พันจะเป็นของกระรอก” พันพยายามดิ้นเอาตัวรอดสุดฤทธิ์จนล้มไปบนกองฟางด้วยกัน

พอถูกอัจฉราเอาหลักฐานมาแฉ ผู้พันสุทธิสารหน้าแตกรีบหลบออกไป อัจฉราตามไปถามว่าอารมณ์เสียหรือที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่ผู้พันวางไว้ แล้วเอาคลิปที่แอบถ่ายผู้พันวางแผนให้กระรอกไปปล้ำพันให้ดู ผู้พันแทบเต้นถามว่าไปเอาคลิปนี้มาจากไหน สั่งให้ลบทิ้ง อัจฉราไม่ลบ ผู้พันถามว่าจะเก็บไว้แฉตนหรือ

“ก็ไม่แน่ค่ะ ถ้าผู้พันยังไม่สำนึกสิ่งที่ตัวเองทำลงไป” อัจฉราพูดอย่างเป็นต่อ ผู้พันฮึดฮัดพูดไม่ออก อัจฉราเลยกดลบคลิปต่อหน้า ผู้พันมองอึ้งคาดไม่ถึง อัจฉราพูดต่อว่า “คราวนี้ถือว่าผู้พันติดหนี้บุญคุณฉันแล้วนะ” แล้วเดินผละไปปล่อยให้ผู้พันยืนแปลกใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ผู้กองฉวีผ่องจึงขอโทษที่ตบหน้าพัน พันยิ้มแป้นบอกว่าไม่เป็นไร หน้าตนผู้กองจะตบจะกัดหรือจะข่วนก็ได้

“ฉันดีด้วยแล้วลามปามใหญ่เลยนะ” ผู้กองปรามแล้วจะไปนอน พันเรียกไว้ พอผู้กองหันมองก็ทำตาหวานอวยพร

“ฝันดีนะจ๊ะ ถ้าไม่ลำบากมากนักก็ฝันถึงไอ้พันด้วยนะจ๊ะ เพราะฉันฝันถึงผู้กองทู้กกกก...วันเลยจ้ะ”

“ฉันคงไม่ว่างฝันถึงเธอหรอกพัน เธอเองก็เอาเวลาว่างไปฝันถึงเมียเธอดีกว่านะ”

พันเจ็บจี๊ดที่ผู้กองหันมาย้ำเรื่องเมียกับตนอีก

เมื่อได้เวลากลับ ผู้กองฉวีผ่องและหมวดอัจฉรานั่งรถไปกับผู้พันสุทธิสาร ส่วนพันขับรถกลับคนเดียว แม่จันทร์กับกำนันที่มายืนส่งแอบสังเกต แม่จันทร์บ่นกับกำนันว่า

“ท่าทางความรักของไอ้หมาจะมีอุปสรรคเยอะเนอะพี่กำนัน”

“เรื่องของลูกเราไม่เกี่ยว คนมันจะคู่กันมันก็ต้องคู่กันวันยังค่ำเหมือนแม่จันทร์กับฉันไง” กำนันมั่นใจ

ooooooo

ผู้พันสุทธิสารส่งผู้กองฉวีผ่องที่หน้าบ้านพักแล้วทำอ้อยอิ่ง อัจฉราที่คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าผู้พัน บอกให้ไปส่งตนได้แล้ว ผู้พันสุทธิสารบอกว่าตนไม่ใช่คนขับรถของหมวด อัจฉรารีบล็อกประตูรถ ตั้งท่าปักหลักบอกว่า

“แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่ลงจากรถ ถ้าผู้พันไม่พาฉันไปส่งที่หอ ก็อยู่กันในนี้แหละ”

ผู้พันรู้ฤทธิ์เดชของอัจฉรามานักต่อนักแล้ว กระชากรถพรืดออกไปอย่างเร็วจะได้หมดเรื่องเสียที

ฝ่ายผู้กองกลับถึงบ้านเห็นพันกำลังถูบ้านพลางก็คุยโทรศัพท์ฉอเลาะออดอ้อนก็หยุดฟัง...

“ถึงตั้งนานแล้วจ้า แหม...ไม่ทันไรก็คิดถึงกันแล้วเหรอ เดี๋ยวกำนันเขาก็น้อยใจเอาหรอก”

ผู้กองหูผึ่งรีบแอบฟังหน้าเครียด ที่แท้พันคุยโทรศัพท์กับแม่จันทร์ แม่จันทร์บ่นว่ามาแป๊บเดียว แม่ยังกอดไม่ทันได้ชื่นใจเลย พันยิ้มหน้าบานบอกว่า

“ก็ฉันเป็นทหารนี่จ๊ะ ภาระหน้าที่ต้องมาก่อน เอาไว้วันหยุดเมื่อไหร่ ฉันจะรีบกลับไปให้กอดให้ฉ่ำปอดเลยจ้า”

ผู้กองของขึ้นทันที ด่าพันว่าตีท้ายครัวชาวบ้านแล้วยังพูดอย่างนี้อีก ซ้ำเมื่อแม่จันทร์ถามพันว่าเงินพอใช้ไหม พันบอกว่า

“เหลือเฟือจ้า เอาไว้ถ้าฉันไม่พอเมื่อไหร่แล้วจะบอกนะจ๊ะ”

“หน้าด้าน หลอกเงินคนแก่” ผู้กองทนไม่ไหวเดินเข้าไป พันรีบบอกแม่จันทร์ขอวางสายก่อน แล้วยิ้มหวานทักผู้กองว่ามาไม่ให้สุ้มเสียงเลย ผู้กองตบหน้าพันเพียะ! พันถามว่าตบหน้าตนทำไม ตนทำอะไรผิด

“ยังจะถามอีกเหรอ เธอนอกใจเมีย แอบคบกับแม่จันทร์ลับหลังกำนันแล้วยังหลอกเอาเงินจากแม่จันทร์มากินมาใช้อีกเธอทำได้ยังไงพัน” ผู้กองโมโหจนน้ำตาคลอ “ฉันผิดหวังเธอจริงๆพัน เราคงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว”

ผู้กองเดินฉับๆขึ้นข้างบน พันมองมึนงานเข้าอย่างแรงจนตั้งรับไม่ทัน เมื่อปรับทุกข์กับอ่ำ อ่ำแนะให้พันบอกความจริงไปเลย พันกลัวว่าถ้าผู้กองรู้ว่าโดนโกหกแต่ต้นคงฆ่าตนแน่เพราะผู้กองเกลียดคนโกหกมาก

“แต่ถ้าเอ็งไม่บอก เอ็งต้องตายเดี๋ยวนี้ เลือกเอาแล้วกันโว้ย”

พันคิดตามที่อ่ำบอกแล้วนั่งถอนใจเฮือก...เฮือก...

ooooooo

รุ่งขึ้น พันพยายามจะดักบอกความจริงแก่ผู้กอง แต่ผู้กองยังโกรธติดพันมาถึงเช้าไม่เปิดโอกาส จนคุณนายบอกให้ช่วยเอาเงินไปฝากธนาคารให้ด้วยตนไม่ว่างเพราะเดี๋ยวจะมีคนมาซื้อกล้วยไม้

แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง เมื่อมีโจรบุกปล้นธนาคาร ทั้งลูกค้าและเจ้าหน้าที่ธนาคารต่างกรีดร้องกันด้วยความตกใจกลัว พันดึงตัวผู้กองไปกอดไว้เอาตัวบังอย่างปกป้องเพราะโจรมีปืนและส่ายขู่ไปรอบๆ

เกิดการต่อสู้ชุลมุนขึ้น ผู้กองฉวีผ่องแสดงความกล้าหาญแย่งปืนโจรมาได้ก็ยิงมือโจรจนปืนกระเด็น พันมองอึ้งกับฝีมือแม่นปืนของผู้กอง โจรฉวยโอกาสนั้น

แทงท้องพันจมมีด ไม่นานตำรวจสายตรวจผ่านมาโจรถูกจับทั้งหมดและรีบนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล พันอยู่ในสภาพสาหัสเพราะเสียเลือดมาก สะลึมสะลือจะหมดสติ ผู้กองพยายามเรียกให้เขารู้สึกตัวตลอดเวลาพันที่บาดเจ็บจนเกือบหมดสติ แต่ก็ยังพยายามพูด ผู้กองบอกอย่าเพิ่งพูดอะไรเลย...

“ให้ฉันพูดเถอะจ้ะ ก่อนที่ฉันจะไม่มีโอกาส...” พันสบตาผู้กองนิ่ง “ความจริงก็คือ ฉันรักผู้กอง หัวใจของฉันไม่เคยมีคนอื่น นอกจากผู้กอง...แล้วผู้กองล่ะ รักฉันบ้างไหม บอกฉันหน่อยสิจ๊ะ”

ในภาวะนี้ผู้กองต้องทำให้พันมีกำลังใจและอยู่รอด ผู้กองอึกอัก แต่ในที่สุดก็บอกพันว่า

“ฉันรักเธอนะพัน เธอได้ยินไหม...เธอตื่นขึ้นมาฟังฉันก่อนสิพัน” ผู้กองน้ำตาไหลพยายามเรียกพัน แต่พันได้ฟังผู้กองพูดจบก็ค่อยๆหลับตาหมดสติไป...

เมื่อพันรู้สึกตัวหูก็ยังแว่วเสียงผู้กองบอกรักตน นึกว่าผู้กองยังเฝ้าตนอยู่ แต่พอมองชัด ๆ กลายเป็นพวกอ่ำ กำลังสวาปามของเยี่ยมกันเต็มคราบ

พอพวกอ่ำออกไปอึดใจเดียว ผู้กองฉวีผ่องก็มาถึง พันดีใจมากลุกขึ้นทันที ผู้กองท่าทางยังเขินๆ บอกว่าพันโชคดีที่แผลไม่ลึกเท่าไร แถมยังไม่โดนอวัยวะสำคัญด้วย พักผ่อนอีกไม่กี่วันก็กลับบ้านได้แล้ว พันกุมมือผู้กองมองหน้านิ่ง เอ่ย...

“ต่อให้ไอ้พันต้องตาย มันก็คุ้มแล้วจ้ะ เพราะก่อนตาย มันได้ยินคำพูดที่มันใฝ่ฝันมาทั้งชีวิตแล้ว” ผู้กองทำไก๋ถามว่าพูดอะไรของเธอ “ก็...คำพูดที่ผู้กองบอกว่ารัก...” ผู้กองขัดทันทีว่าพอแล้วไม่ต้องพูด แต่พันหยุดไม่ได้ พูดต่ออย่างปลื้มปีติว่า “ฉันดีใจเหลือเกินจ้ะ ที่ผู้กองไม่รังเกียจพลทหารบ้านนอกคนนี้”

แล้วพันก็ใจแป้ว เมื่อผู้กองบอกว่าถึงตนไม่รังเกียจแต่มันก็เป็นไปไม่ได้เพราะเขามีเมียแล้ว พันหน้าเสียบ่นว่า

“เรื่องนี้อีกแล้ว จะให้ฉันไปสาบานที่ไหนก็ได้ว่าฉันยังไม่มี...”

พันพูดไม่ทันจบก็ต้องหยุดกึก เมื่อศรีวันกับกระรอกแย่งกันผลักประตูเข้ามา ต่างโผหาพันแย่งกันเรียกเขาจนแซ่ดไปหมด ชิงกันนัวเนียพัน จนในที่สุดก็เปิดฉากปะทะกันจนพันหัวหมุนไปหมด

ผู้กองฉวีผ่องถอนใจอย่างเบื่อหน่ายแล้วเดินออกจากห้องไป พันได้แต่มองตามไปอย่างหนักใจ

ooooooo

ผู้พันสุทธิสารพยายามเอาอกเอาใจจับจุดคุณนายและผู้พันผวนได้ มีของฝากที่ชอบติดมือมาฝากเสมอ

นอกจากนี้ ผู้พันก็เพียรบอกเล่าถึงทรัพย์สมบัติและความร่ำรวยของครอบครัวตนให้ฟัง จนทั้งผู้พันผวนและคุณนายทึ่งในความร่ำรวยมหาศาลของเขา โดยเฉพาะที่ดินที่สาทรสองไร่ที่เขาบอกว่าเก็บไว้สร้างเรือนหอ ล่อใจยิ่งนัก

“ใครได้ผู้พันสุทธิสารไปยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งสิบงวดซ้อนเสียอีก รวยก็รวย ชาติตระกูลก็ดี จบหมอ อนาคตราชการรุ่งโรจน์ แถมยังใจกว้างอีกต่างหาก ไม่รู้ตอนแต่งงานจะให้สินสอดพ่อแม่ฝ่ายหญิงเท่าไหร่ อาจจะสักสิบยี่สิบล้านได้มั้ง”

“ยี่สิบล้านเลยเหรอ” คุณนายอุทานตาลุก

“นี่ผมแค่เดานะ ของจริงอาจจะมากกว่านี้ก็ได้ใครจะไปรู้”

คุณนายตื่นเต้นจนหยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมากดดู ผู้พันแอบมองคุณนายยิ้มเจ้าเล่ห์ที่บิ๊วต์คุณนายได้สำเร็จ

ooooooo

หลังจากผู้พันสุทธิสารเอาอกเอาใจและคุยถึงความร่ำรวยของตนจนทั้งผู้พันผวนและคุณนายชื่นชมกระทั่งเปิดโอกาสให้ได้ใกล้ชิดกับผู้กองมากขึ้นแล้ว ผู้พันสุทธิสารก็เกริ่นการเจรจาสู่ขอพันกลับมาได้ยินผู้พันสุทธิสารกำลังคุยกับผู้พันผวนและคุณนาย พันแทบหมดแรง นึกในใจเศร้าๆ ว่า ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง แต่พออ่ำรู้ก็ยุให้พันสู้ บอกว่าไอ้พันที่ตนรู้จักไม่ใช่คนแบบนี้ คำว่าแพ้คำว่าถอยไม่มีอยู่ในสมองคนอย่างไอ้พัน นุ้ยเสริมว่าเสียชื่อลูกกำนันพูนหมด

พอเอ่ยถึงกำนันพูน พันก็นึกถึงพ่อกับแม่ มีความหวังขึ้นมาทันที โทรศัพท์ไปคุยกับแม่จันทร์และกำนันพูน บอกว่าตนจะแต่งงาน แต่ติดอยู่สองปัญหาคือ หนึ่งไม่แน่ใจว่าผู้กองจะโอเคกับตนหรือเปล่า สองไม่รู้ว่าพ่อของผู้กองจะดูถูกคนบ้านนอกคอกนาอย่างตนหรือไม่

แม่จันทร์ฟังแล้วเลือดขึ้นหน้า บอกกำนันว่าจะไปขนทองขนเพชรที่มีอยู่ในกรุไปเป็นสินสอดให้ดู ส่วนกำนันก็จะไปถอนเงินเก็บในธนาคารไปขอเมียให้พัน

พันนัดพ่อกับแม่ว่าอีกสองวันเจอกัน พอวางสายก็น้ำตาซึมพึมพำอย่างมีความสุขมากว่า

“บุญของไอ้พันแล้ว ที่มีพ่อแม่อย่างนี้ ขอบคุณมากเลยนะจ๊ะพ่อกับแม่ ชาตินี้ไอ้พันทดแทนบุญคุณ ไม่หมดแล้ว ขอไปชดใช้ชาติหน้านะจ๊ะ”

ooooooo

กำนันพูนกับแม่จันทร์ช่วยกันเอาแก้วแหวนเงินทองจำนวนมากมายรวมทั้งโฉนดที่ดินมากองไว้เตรียมเอาใส่กระเป๋า แต่พอเห็นทรัพย์สมบัติจำนวนมาก แม่จันทร์ก็ถามกำนันว่าไม่เสียดายหรือ

“คนอย่างกำนันแม้จะงก แต่นี่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี กำนันพูนไม่ยอมอยู่แล้ว”

ฟังกำนันแล้วแม่จันทร์พลอยสะใจที่จะได้เอาเพชรเอาทองไปข่มคนหยิ่งในเมืองสักที กำนันปรารภว่าเรื่องเงินทองเราไม่เป็นรองใครอยู่แล้วจะขาดก็แต่คนมีหน้ามีตาที่จะไปสู่ขอสะใภ้ให้ไอ้หมา ไม่รู้จะเอาใคร คิดไปคิดมาถามแม่จันทร์ว่าจำไอ้ห่อยเกลอเก่าของตนได้ไหม ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้เป็นใหญ่เป็นโตคับกรม

“ไอ้คนหนีหนี้นั่นน่ะเหรอ ไม่เจอกันตั้งหลายสิบปี แล้วจะหาเจอเหรอ” แม่จันทร์จำได้ กำนันเชื่อว่าถ้าใหญ่จริงก็ต้องหาเจอ “เอาๆ เพื่อลูก ถึงไหนถึงกัน” แม่จันทร์ทุ่มเทเต็มที่

ว่าแล้วสองผัวเมียก็ช่วยกันขนสินสอดที่วางอยู่ใส่กระเป๋า ต่างกลุ้มใจกับความรวยของตน

แต่ทั้งกำนันและแม่จันทร์ก็โชคดีจริงๆ เมื่อมาถึงกรมทหาร กำนันขับรถวนหาบ้านไอ้ห่อยอยู่สามรอบก็ไม่เจอ จนเห็นคนวิ่งออกกำลังกายสวนมา กำนันร้องด้วยความดีใจ

“เฮ้ย! นั่นมันไอ้ห่อยนี่!!!” กำนันจอดรถเปิดประตูลงไปโบกมือตะโกนโหวกเหวก “ไอ้ห่อย...ไอ้ห่อย...!!!”

“ใครเรียกชื่อเก่าข้าวะ” ผู้พันผวนหันมอง พอเจอกันต่างก็ดีอกดีใจ ก่อนอื่นผู้พันผวนขอร้องอย่าเรียกชื่อไอ้ห่อยกลัวลูกน้องจะหัวเราะเอา แล้วพาทั้งกำนันและ แม่จันทร์ไปที่บ้าน

พอเข้าบ้าน แม่จันทร์คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยมาที่นี่ กำนันถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ฉันว่าบ้านนี้มันคุ้นๆนะ โดยเฉพาะไอ้กล้วยไม้หน้าบ้านนั่น มันมีรังสีอำมหิตยังไงไม่รู้” กำนันตัดบทว่ามาคุยธุระกันดีกว่าเดี๋ยวอดอุ้มหลานหรอก ผู้พันผวนถามว่าตกลงจะให้ตนช่วยเรื่องอะไรหรือ

กำนันจะให้ช่วยเป็นเถ้าแก่ขอเมียให้ลูก ผู้พันหัวเราะลงลูกคอบอกว่าเรื่องกล้วยๆ พอกำนันบอกว่าพ่อตาคนนี้เป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่างดูถูกคนบ้านนอกคอกนาอย่างพวกเรา ผู้พันตบโต๊ะปังผสมโรงว่าคนแบบนี้ต้องสั่งสอนเสียให้เข็ด ถามว่าคนเลวๆอย่างนี้จะไปขอลูกสาวมันทำไม แม่จันทร์ถล่มซ้ำว่าแถมแม่ยายยังขี้งกอีกด้วย ผู้พันแนะว่าแบบนี้เลิกๆไปเลยดีกว่า

“ก็ลูกข้ามันรักของมันนี่หว่า...เอางี้ ถ้าเอ็งขอเมียให้ลูกข้าสำเร็จ หนี้เก่าที่เอ็งติดข้า ข้าจะยกให้เลิกแล้วต่อกัน”

“ดี งั้นข้าจะจัดการกับไอ้คนบ้ายศกับนังเมียขี้งกให้อยู่หมัดเลย” ผู้พันมันเขี้ยว พอดีคุณนายไฉววงศ์เดินกรีดกรายเข้ามา ผู้พันแนะนำให้รู้จักกัน

พอคุณนายกับแม่จันทร์เห็นหน้ากันเท่านั้น อารมณ์เก่าคุทันที คุณนายถามแม่จันทร์ว่าจะมาขโมยอะไรในบ้านตนอีก

ผู้หญิงสองคนไม่ทันได้ทักทายก็ทะเลาะกันขโมงโฉงเฉงแล้ว อึดใจเดียวก็บรรเลงเพลงตบกันสนั่น ผู้ชายสองคนไม่กล้าเข้าห้ามเพราะกลัวลูกหลง

อึดใจเดียวพันก็หิ้วของพะรุงพะรังเข้ามา ความเลยแตกว่าพันคือลูกชายของกำนันและสาวที่จะมาสู่ขอให้พันก็คือลูกสาวของไอ้ห่อยนั่นเอง!

ผู้พันเปลี่ยนโฉมหน้าทันที เป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมยกลูกสาวที่เป็นผู้กองแพทย์ทหารให้พลทหารอย่างพันเด็ดขาด กำนันโมโหเลยประกาศวุฒิการศึกษาของพันให้รู้เสียเลยว่า

“ลูกข้ามันเป็นถึงมหาบัณฑิตนิติศาสตร์จากประเทศอังกฤษ แถมจบเนติบัณฑิตแล้วและกำลังจะสอบเป็นผู้พิพากษาเว้ย” ผู้พันผวนมองอย่างไม่เชื่อ “เออ ถ้าไม่เชื่อก็ดูหลักฐานได้เลย” แล้วกำนันก็หยิบโทรศัพท์โชว์รูปตอนไปงานรับปริญญาของพันให้ดู ผู้พันผวนจึงเชื่อ คุณนายไฉววงศ์อึ้งด่าไม่ออก

แต่แทนที่จะเป็นผลดี กลับทำให้ผู้กองฉวีผ่องไม่พอใจพันเพราะโกหกตนตั้งแต่ต้นและโกหกตลอดมา ผู้กองโมโหตรงเข้าตบหน้าพันอย่างลืมตัวแล้วเดินฉับๆ ออกไป พันรีบตามไปเพื่อชี้แจง

กำนันด่าผู้พันว่าเจ้ายศเจ้าอย่างเรื่องเลยกลายเป็นแบบนี้ ผู้พันสวนทันควันว่ากำนันนั่นล่ะสอนลูกให้ขี้ปด

เมื่อผิดใจกันเช่นนี้กำนันทวงหนี้คืน ผู้พันบอกว่า “ชักดาบเว้ย” แล้วไล่กำนันออกจากบ้าน กำนันปักหลักประกาศไม่ไปไหนจนกว่าจะได้เงินคืน ผู้พันผวนก็ประกาศ ว่ายังไงตนก็ไม่ยกลูกสาวให้ กำนันลุกขึ้นเผชิญหน้าท้าทาย

“แล้วเราจะได้เห็นดีกันไอ้ห่อย!”

ฝ่ายผู้กองไม่ยอมฟังคำชี้แจงใดๆ บอกพันว่า “หมดเวลาสนุกแล้วพัน ฉันไม่เชื่อถือคำพูดของเธออีกต่อไปแล้ว!”

ผู้กองฉวีผ่องเดินเชิดไป ทิ้งพันยืนหน้าละห้อยอยู่บ้านไอ้ห่อยไม่รู้จะทำอย่างไร

ooooooo






นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”
19 มิ.ย 2564

10:25 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 18:28 น.