ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ผู้กองยอดรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'เต๋อ' หยอดมุขฮาจีบ 'มาร์กี้' จับตา 'ผู้กองยอดรัก' ม้ามืดกวาดเรตติ้ง



นับวันทั้งคุณนายและผู้กองก็ยิ่งพอใจการทำงานของพัน คุณนายชมว่าพันทั้งฉลาดและขยันทำงานเรียบร้อย แบ่งเบาภาระของตนได้มากทีเดียว ส่วนผู้กองตั้งข้อสังเกตว่าบางทีก็รู้สึกว่าพันเหมือนคนมีความรู้

“คงไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายนักหรอก แค่เป็นคนฉลาดหัวไวเท่านั้นแหละ” คุณนายคาดเดาแล้วเอาเสื้อผ้าเก่าของผู้กองมาบอกว่าถ้าไม่ใช้แล้วจะได้เอาไปฝากเขาเปิดท้ายขาย ผู้กองไม่มีความเห็นแต่หยิบเสื้อผ้าที่ดูดีออกมาสองสามชุดให้พันเอาไปฝากเมียที่บ้าน

พันลืมไปแล้วว่าเคยปดผู้กองไว้ว่ามีเมียแล้ว พอนึกได้ก็บอกว่าเมียตนไม่ชอบใส่เสื้อผ้าพวกนี้หรอก เขาใส่เสื้อคอกระเช้ากับผ้าถุงกัน ผู้กองถามว่ากินหมากปากแดงด้วยหรือเปล่า

“ใช่เลยจ้ะ แต่อย่างว่าแหละจ้ะ ผู้หญิงบ้านนอกจะมาแต่งตัวสวยทาปากแดงเหมือนสาวๆในกรุงได้ยังไง”

“พันก็อย่านอกใจเมียหลงสาวๆในเมืองเสียล่ะ รู้ไหมฉันน่ะเกลียดคนเจ้าชู้ ยิ่งผู้ชายที่มีลูกมีเมียแล้วแต่ยังไปเจ๊าะแจ๊ะกับผู้หญิงอื่น ฉันยิ่งเกลียดมาก แทบไม่อยากมองหน้าเลยด้วยซ้ำ”

พันเครียดไม่รู้จะแก้ปมนี้ของตนอย่างไร อ่ำเร่งให้รีบสารภาพกับผู้กองเสียว่าตนยังไม่มีเมีย ไม่อย่างนั้นพันส่งมุกจีบไปเท่าไรก็แป้กหมด พันบ่นว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดแล้วตนจะหาเวลาคุยกับผู้กองได้ตอนไหน หูตาผู้พันอย่างกับตาสับปะรด

อ่ำวางแผนให้แอบไปตอนผู้กองไปวิ่งออกกำลังตอนเช้าโดยตนจะคอยดูต้นทางกันผู้พันผวนไว้ให้

รุ่งขึ้นเมื่อผู้กองไปวิ่งออกกำลัง พันไปตามแผน อ่ำอยู่ดูต้นทางให้ คุณนายถามหาพัน อ่ำอึกอักเอ้ออ้าคุณนายเลยสั่งให้อ่ำไปเอารองเท้ามา ผู้พันจะไปวิ่ง

อ่ำแกล้งเซ่อหยิบรองเท้าแตะมาให้ ถูกด่าก็ไปหยิบรองเท้าสีแดงของผู้กองมาให้บอกว่าเข้าชุดกับเสื้อผ้าของผู้พัน ถูกด่าอีกรอบ สั่งให้เอารองเท้าผ้าใบ อ่ำหยิบรองเท้าผ้าใบเน่าๆของตัวเองมาให้ อ่ำป่วนเสียจนผู้พันหัวเสียหมดอารมณ์จะวิ่ง

อ่ำถอนใจโล่งอก โดนด่าหน่อยแต่ก็กันผู้พันได้สำเร็จ

พันเด็ดดอกสายหยุดไปให้ผู้กอง ผู้กองชมว่าพันช่างรู้ใจตนไปหมด เมียพันคงรักน่าดูเลย พันได้จังหวะเลยบอกว่าตนยังไม่มีเมีย ถูกผู้กองหาว่าโกหก อบรมว่า

“เธอน่ะเป็นคนดีคนซื่อนะพัน ฉันว่าเธอรักษาความดีของเธอไว้ดีกว่า” พันยืนยันอีกว่าตนยังไม่มีเมีย ผู้กองบอกว่ายังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับตน พันบอกว่าเกี่ยว เพราะ...เพราะ...คำพูดติดคอจนพันพูดไม่ออก ผู้กองมาเท้าแขนที่โต๊ะถามว่าเพราะอะไร? มือเท้าถูกยางหมากฝรั่งเข้าเต็มๆ พันรีบเอาผ้าเย็นเช็ดให้จนหมดแล้วลองดมดู

“เสร็จแล้วจ้ะ รับรองว่าสะอาดหอมฉุยเหมือนเดิมเลยจ้ะ”

“ไอ้พัน!! เอ็งกล้าจูบมือลูกข้ารึ!” เสียงของผู้พันผวนกระชากทั้งสองผละจากกัน

ผู้กองฉวีผ่องพยายามอธิบายก็ถูกผู้พันหาว่าแก้ตัวแทนพัน หลักฐานเห็นชัดๆเต็มตาจะให้เข้าใจเป็นอื่นได้อย่างไร ตำหนิว่าพันหยามเกียรติขนาดนี้แล้วยังจะปกป้องอีก หลงมันมากเลยใช่ไหม ผู้กองฉุนถามผู้พันว่าเพราะพันเป็นพลทหารใช่ไหม พลทหารก็คนเหมือนกับเรา ก็ถูกผู้พันหาว่าเถียงแทนไอ้พลทหารต๊อกต๋อย

“แล้วไม่ใช่พลทหารนี่เหรอคะที่คอยดูแลรับใช้พวกเรา เวลามีศึกสงครามก็ไม่ใช่พลทหารพวกนี้เหรอคะที่ไปเสี่ยงอันตรายก่อนนายพันนายพล หนูไม่เข้าใจว่าคนที่เสียสละขนาดนี้มันน่าดูถูกตรงไหน”
ผู้พันโกรธจัดจนลืมตัวตบหน้าผู้กองฉาดใหญ่แล้วทั้งผู้พัน ผู้กอง และพัน ต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์นี้

ooooooo

คนที่ต้องรับเคราะห์กลายเป็นพัน ถูกผู้พันสั่งขัง แม้ผู้กองจะพยายามชี้แจง ผู้พันก็ไม่สนใจสั่งขังท่าเดียว พันเห็นพ่อลูกโต้เถียงกันก็บอกผู้กองว่าให้ตนเข้าคุกไปเถอะ เอาไว้ค่อยๆคุยกันทุกอย่างเคลียร์กันได้ เวลาจะพิสูจน์เอง
พอเอาพันเข้าคุกไปแล้ว ผู้พันผวนยังโทษว่า

“ไอ้พันนะไอ้พัน เอ็งบังอาจมากที่ทำให้พ่อลูกเขาผิดใจกัน” มองมือตัวเองพูดอย่างสะเทือนใจ “ข้าไม่เคยตบลูกเลยเพราะเอ็งแท้ๆ ไอ้พัน...เอ็งอย่าออกมาอีกเลยเว้ย”

ผลจากการกระทำของผู้พัน ทำให้ผู้กองฉวีผ่องหนีไปอยู่กับอัจฉรา แล้วคุณหญิงก็ตามไปอีกคน เมื่อไม่ใครอยู่ทำอาหารให้กิน ผู้พันใช้อ่ำให้ทำอาหาร แต่อาหารที่อ่ำทำ แค่ตักเข้าปากก็คายออกมาแทบไม่ทัน สุดท้ายผู้พันไปพึ่งร้านของหมู่ทอง กระรอกกระวีกระวาดทำให้

แต่ระหว่างผัดข้าวให้ผู้พันผวนกับอ่ำนั้น กระรอกได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าพันติดคุกเพราะถูกผู้พันผวนสั่งลงโทษ กระรอกขว้างตะหลิว คว้ากระเป๋าเดินผ่านโต๊ะผู้พันไปราวกับเดินผ่านหัวหลักหัวตอ ทำเอาทั้งผู้พันและอ่ำมองเหวอ

ผู้พันนั่งไม่เป็นสุข เพราะคนที่ผ่านไปมาต่างมองอย่างตำหนิที่ผู้พันจับพันเข้าคุก ทั้งๆที่พันเป็นคนดีคอยช่วยเหลือทุกคน บางคนถึงกับบอกว่า “พี่พันนี่เป็นพ่อพระของพวกราจริงๆ”

กระรอกลิ่วไปหาพันที่คุก เบียดแทรกทุกคนเข้าไปถึงหน้าสุดมองบรรดาผู้ที่มาเยี่ยมพันตาขวางไล่ให้กลับไปกันได้แล้ว แฟนของพันจะได้อยู่กันสองต่อสอง พันปรามว่า

“กระรอกก็พูดไปเรื่อย” แล้วบอกบรรดาผู้มาเยี่ยม “ขอบใจทุกคนมากนะจ๊ะ แต่กลับกันไปก่อนเถอะจ้ะ อยู่ที่นี่นานๆมันไม่ดี เดี๋ยวฉันก็ได้ออกไปแล้ว”

พอใครๆกลับไปแล้ว กระรอกถามพันว่าเหงาไหม ตนจะมาอยู่เฝ้าเอาไหม แล้วเอาของเยี่ยมให้พันยืนฉอเลาะอยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหน ไกลออกไป ผู้กองฉวีผ่องหิ้วอาหารและโอเลี้ยงมาให้พัน เห็นกระรอกเกาะแจอยู่ตรงนั้นก็หึงไม่รู้ตัว วางของฝากที่หิ้วมาให้พันไว้ที่พื้นแล้วเดินจากไปเงียบๆ กว่ากระรอกจะกลับไปได้ พันก็ต้องบอกแล้วบอกอีก พอกระรอกกลับไป พันเหลือบไปเห็นโอเลี้ยงที่ผู้กองฉวีผ่องวางไว้หกนองพื้น พันมองอย่างสงสัย

ooooooo

ผู้กองฉวีผ่องกลับไปตรวจคนไข้ ก็เหม่อใจลอยปล่อยให้คนไข้อ้าปากรอให้ตรวจคอจนเมื่อย เลยถูกคนไข้แซวว่าใจลอยแบบนี้สงสัยคิดถึงแฟนแน่ๆเลย

พอมาที่ห้องพักแพทย์ ผู้กองก็ยังนั่งใจลอย อัจฉราถามว่าคิดถึงพันหรือ ผู้กองตอบประชดว่ารายนั้นไม่ต้องห่วงหรอกมีคนไปเยี่ยมเยอะแยะ อัจฉราดักคอว่าแสดงว่าไปเยี่ยมมาแล้ว ผู้กองแก้เกี้ยวว่าก็แค่รู้สึกผิดแทนคุณพ่อเท่านั้น

ขณะนั้นเอง ผู้พันสุทธิสารมาชวนว่าเที่ยงแล้วไปทานข้าวกันเถอะ เห็นผู้กองเงียบๆ เหงาๆ ผู้พันถามว่าไม่สบายหรือเปล่า อัจฉราบอกว่าหนูแดงคงอยากพักผ่อน ชวนผู้พันว่าเราไปกันดีกว่า

พอเห็นผู้กองทำท่าจะไม่ไปด้วย ผู้พันก็ลังเล ถูกอัจฉราทั้งหยอกทั้งล้อจนสุดท้ายอัจฉราพูดแทงใจผู้พันว่า

“หนูแดงพักเถอะ เดี๋ยวฉันไปหาอะไรกินแล้วจะซื้อนมกับขนมปังที่พันชอบซื้อให้เธอมาฝากนะ”

เวลาเดียวกัน กำนันพูนที่ถูกแม่จันทร์คุมให้หัดเต้นแอโรบิกในเน็ตเพื่อลดพุง กำนันบ่นว่า พอแล้วตนขอไปเกี่ยวข้าวในนายังจะดีเสียกว่า แม่จันทร์ถามว่าจะขยันอะไรนักหนา แค่นี้ก็รวยจนไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บที่ไหนแล้ว

“ก็เก็บไว้ให้ลูกไปขอเมียแหละแม่” พอกำนันพูดถึงลูก แม่จันทร์ก็เศร้าไปทันทีบ่นว่าป่านนี้ไอ้หมาจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ ตนสังหรณ์ใจยังไงบอกไม่ถูก บ่นว่าไม่โทร.กลับมาเลยหรือว่าไปติดสาวที่ไหน

หารู้ไม่ว่าพันไม่ได้ติดสาวแต่ติดคุก! แต่ถึงติดคุกพันก็ไม่เหงา บรรดาแฟนคลับโดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนๆ หิ้วท้องไปเยี่ยมพัน พากันสวาปามอาหารที่คนเอามาเยี่ยมกันจนพุงกาง

พันถามว่าแต่ละคนแต่งตัวกันเสียหล่อจะไปไหนกันหรือ อ่ำเลยเล่าเสียยาวเหยียดว่า

“ผู้พันผวนน่ะสิ ไม่มีตังค์สักบาท หมู่ทองก็เลยชวนผู้พันไปกินข้าวจะเอาหน้า แถมเบื้องหลังยังชวนพวกข้าไปช่วยหารค่าอาหารอีก ผู้พันไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อวานเย็น ก็เพราะเอ็งนั่นแหละไอ้พัน”

พันถามว่าแล้วเกี่ยวอะไรกับตน พวกเพื่อนๆเลยช่วยกันเล่าว่านับแต่มีเรื่องวันนั้น ผู้กองก็ไปอยู่กับอัจฉราต่อมาคุณนายก็ตามไปอีกคน ผู้พันเลยอดอยากปากแห้ง พันฟังแล้วนึกเป็นห่วงผู้กองฉวีผ่องขึ้นมา

ooooooo

หมู่ทองพาผู้พันผวนไปเลี้ยงที่ร้านอาหาร ผู้พันกินอย่างหิวโหย กินอาหารไม่พอยังสั่งเครื่องดื่มด้วย พวกอ่ำพากันกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ นึกถึงเงินในกระเป๋าไม่รู้จะพอจ่ายหรือไม่เพราะถ้าไม่พอจ่ายมีหวังติดคุกกันเป็นระนาว

เมื่อเห็นท่าไม่ดี พวกอ่ำก็ค่อยๆหายไปทีละคน...

ทีละคน...หมู่ทองเห็นดังนั้นก็แว้บหายไปด้วย แต่โชคดีที่ผู้พันสุทธิสารเดินมาทัก บอกผู้พันผวนว่าเต็มที่เลยวันนี้ตนขอเป็นเจ้ามือเอง สิ้นเสียงผู้พันสุทธิสาร พวกอ่ำและหมู่ทองก็กลับมานั่งกันหน้าสลอนเต็มโต๊ะ สวาปามกันอย่างเต็มคราบ

งานนี้ ผู้พันถูกรบเร้าให้ดื่มจนเมา แล้วทั้งผู้พันสุทธิสารและผู้พันผวนก็ออกไปดิ้นกันสุดฤทธิ์ ผู้พันสุทธิสารถึงกับเต้นรูดเสา อ่ำถ่ายภาพเก็บไว้ทุกลีลาบอกว่าจะเก็บไว้ให้ลูกหลานดู

แต่ไม่ทันได้ถึงลูกหลาน เพียงรุ่งขึ้น ก็ถูกอัจฉราจับได้ พอเอาไปดูเห็นผู้พันสุทธิสารเต้นรูดเสาก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ ผู้พันสุทธิสารมาเห็นคลิปตัวเองเต้นรูดเสาก็ตกใจจะแย่งมือถือไป แต่อัจฉราไวกว่าดึงมือหนีทัน

“หมวดไปเอามาจากไหน” ผู้พันถามเครียด

“เอามาจากไหนไม่สำคัญเท่ากับจะเอาไปทำอะไรต่างหากล่ะคะ”

อัจฉราเอาคลิปนี้เป็นไม้ตายมาขู่ผู้พันว่าหากไม่อยากให้คลิปนี้ไปอยู่บนยูทูบก็ต้องยอมทำตามที่ตนต้องการ ต้องปฏิบัติต่อตนอย่างดี ผู้พันสุทธิสารแค้นนัก แต่ไม่กล้าขัดใจเพราะนาทีนี้ตัวเองเหมือนลูกไก่ในกำมือของอัจฉราแล้ว

ooooooo

เพราะเมากันเมื่อวาน ทั้งผู้พันสุทธิสารและผู้พัน ผวนต่างก็เฮฮา ตบหัวลูบหลังกับพวกอ่ำ บอกว่าต่อไปนี้ให้เรียกพี่เรียกน้องกันได้ เพราะเราคือเพื่อนกัน

แต่พอวันนี้มาที่กรม พวกอ่ำที่ยึดถือตามนั้นเรียกผู้พันผวนว่าพี่ เลยถูกลงโทษสั่งขังทุกคน พวกอ่ำเลยต้องไปยืนเกาะลูกกรงกันหน้าสลอนในคุกทหาร ไม่เว้นแม้แต่หมู่ทอง!

กระรอกเอาของมาเยี่ยมพัน เห็นหมู่ทองก็ถามว่าพ่อมาทำอะไร หมู่ทองประชดว่ามาซ่อมรถถังมั้ง แล้วบอกมีอะไรให้เอามากินกัน กระรอกไม่ให้เพราะจะเอามาฝากพัน แต่พอพันบอกว่าให้หมู่ทองไปเถอะ กระรอกจึงยื่นให้พ่อ

“เออ...เชื่อแล้วว่าลูกนี่มันเลี้ยงได้แต่ตัวจริงๆ” หมู่ทองปลงๆ อ่ำคะนองปากบอกว่างั้นหัวใจน้องกระรอกเอามาให้พี่อ่ำเลี้ยงนะจ๊ะ ทั้งกระรอกและหมู่ทองด่าอ่ำว่าทะลึ่ง อ่ำก็ทะเล้นว่าผู้หญิงด่าแปลว่าผู้หญิงรัก หมู่ทองถามว่าแล้วถ้าตนเตะล่ะ อ่ำลอยหน้าบอกว่า ก็แปลว่าพ่อตาจะยกลูกสาวให้ เลยถูกหมู่ทองไล่เตะในคุกกันอึกทึก

“พ่อนี่ทำตัวเป็นเด็กอยู่เรื่อยเชียว” กระรอกบ่นขำๆแกมระอา

ooooooo

คุณนายไฉววงศ์ค้นพบวิธีดัดนิสัยผู้พันผวนได้ เย็นนี้เลยลากกระเป๋าไปหาผู้กองที่โรงพยาบาล บอกว่าหมั่นไส้ผู้พันจนทนไม่ไหวแล้ว ผู้กองถามว่าคุณแม่มาอย่างนี้แล้วใครจะดูแลคุณพ่อ?

“เก่งนักก็ดูแลตัวเองแล้วกัน ใครทำผิดก็ต้องได้รับบทเรียน แม่คิดมาแล้วจะจัดการเรื่องนี้ยังไง”

เย็นนี้พอผู้พันกลับถึงบ้านพบแต่บ้านที่เงียบเหงาว่างเปล่า มีแต่กระดาษที่คุณนายเขียนข้อความทิ้งไว้ว่า

“เชิญอยู่คนเดียวให้พอใจเลย ฉันจะไปอยู่กับลูก”

พวกอ่ำถูกขังในคุกทหารจนเช้าทุกคนบ่นหิว ค้นในถุงที่กระรอกเอาของมาฝากก็เหลือแต่ลูกอม ยาดม หมากฝรั่ง เท่านั้น สืบจองลูกอม อ่ำเอาหมากฝรั่ง พอแกะหมากฝรั่งเคี้ยวไม่ทันไรผู้พันผวนก็มา ทุกคนลุกขึ้นยืน อ่ำถึงกับหมากฝรั่งติดคอไอค่อกแค่กจนหมากฝรั่งกระเด็นไปติดลูกกรง

ผู้พันมาถึงก็ด่าพันว่าเป็นตัวการทำให้บ้านแตก พันบอกว่าไม่ต้องห่วงเดี๋ยวตนจะทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมเอง

แล้วผู้พันก็ตกใจเมื่อเห็นคุณนายกับผู้กองอยู่ในห้องขังด้วย ถามว่าใครสั่งขัง คุณนายบอกว่าตนกับลูกสั่งขังตัวเองเพราะไม่อยากอยู่ข้างนอกกับคนไม่มีเหตุผล ผู้พันสะเทือนใจถามว่าตนน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยหรือ ยืนเซๆจนต้องคว้าลูกกรงไว้ ปรากฏว่าจับหมับเข้าที่หมากฝรั่งพอดี!

อ่ำรีบขอโทษบอกว่าตนจะบอกแล้วแต่ไม่ทัน รีบเอามือผู้พันไปเช็ดให้ พันได้ทีเอ่ยขึ้นว่า

“ผู้พันว่าแต่ฉัน ผู้พันก็ทำบัดสีบัดเถลิงกับไอ้อ่ำเหมือนกันนะจ๊ะ” ผู้พันตวาดว่าพูดบ้าอะไร “ก็ที่ไอ้อ่ำกับผู้พันทำกัน มันก็เหมือนกับที่ฉันทำกับผู้กองเด๊ะเลยจ้ะ จริงไหมจ๊ะผู้กอง” พันหันไปถามผู้กองฉวีผ่องที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เห็นผู้พันงง พันอธิบายต่อ “ฉันแค่จะเอาหมากฝรั่งออกจากมือผู้กองให้เท่านั้น ไม่นึกเลยว่าจะทำให้ผู้พันเข้าใจผิดไปได้”

ผู้พันถามว่าจริงหรือ ผู้กองจึงเสริมว่าตนพยายาม บอกคุณพ่อแต่คุณพ่อไม่ฟังเลย คุณนายร่วมถล่มว่า มีแต่ผู้พันนั่นแหละที่ไม่ยอมฟังอะไรเลย มีแต่ใช้อำนาจใช้กำลัง

จากความเป็นจริงของตัวเองและคำยืนยันจากพันและผู้กอง ทำให้ผู้พันรู้สึกผิด ขอโทษทั้งผู้กองและคุณนาย ผู้กองเองก็ขอโทษผู้พันที่ทำอะไรไม่ระวัง แถมยังไม่มีความอดทน หนีออกจากบ้านด้วย

“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไรเลย ทหาร...เปิดประตูให้ลูกกับเมียข้าออกมา” พวกพันต่างชะเง้อกันหน้าสลอน ผู้พันเลยสั่ง “เปิดประตูให้ไอ้พวกนี้ด้วย” พวกพันเฮกันลั่น ผู้พันขู่พันอีกว่า “ถ้าข้าเห็นเอ็งทำอะไรลูกข้าอีก คราวนี้โดนของจริงแน่”

พวกพันกรูกันออกจากห้องขังเหมือนปล่อยลิงทโมนออกจากกรง

ooooooo

รุ่งขึ้นพันก็ทำหน้าที่ขับรถส่งผู้กองไปทำงานตามปกติ แต่จู่ๆพันก็เบรกรถกะทันหันเพราะศรีวันวิ่งตัดหน้ารถในระยะกระชั้นชิด ผู้กองเห็นศรีวันก็ประชดพันว่าเมียเธอมาตามแล้ว

ศรีวันวิ่งมาเกาะแขนพันร้องไห้กระซิกๆ แต่ไม่พูดอะไรสักทีจนพันบอกว่างั้นก็ร้องไห้ให้เสร็จเสียก่อนแล้วค่อยไปตาม ตนจะไปส่งผู้กองก่อน ศรีวันเลยรีบเล่าว่า

มีเสี่ยที่พยายามตามจีบแต่ตนไม่เล่นด้วย เสี่ยเลยให้ลูกน้องตามไปเฝ้าถึงหน้าอพาร์ตเมนต์ ตนจะออกไปไหนก็ไม่กล้า แล้วจู่ๆเมียเสี่ยก็โทร.มาขู่ว่าถ้ายังไม่เลิกคบกับเสี่ยจะให้คนเอาคัตเตอร์กรีดหน้า ตนไปแจ้งความแต่ก็ไม่มี หลักฐานอะไรเลย แม้แต่ชื่อของเสี่ยก็รู้แต่ว่าชื่อเสี่ยหยองเท่านั้น ตำรวจจึงทำอะไรไม่ได้ ผู้กองจึงพาศรีวันไปที่บ้าน บอกว่า

“เธอหลบอยู่ในกรมทหารนี่แหละดีแล้ว ปลอดภัยดี ถึงเมียเสี่ยนั่นเขาจะมีอิทธิพลยังไง เขาก็คงไม่กล้าให้ลูกน้องบุกเข้ามาทำร้ายเธอถึงในนี้หรอก”

ศรีวันหยุดร้องไห้เป็นปลิดทิ้ง ถามว่าห้องพันอยู่ไหน พันตกใจบอกว่าตนก็อาศัยใบบุญผู้พันกับคุณนายอยู่แล้วจะให้ศรีวันมาอยู่ด้วยได้ยังไง ศรีวันร้องไห้โฮหาว่าพันจะทิ้งให้ตนตายหรือ พันอึดอัดใจมองผู้กองเชิงขอความเห็นผู้กองก็เมินหน้าไปทางอื่น หันมองศรีวันก็เอาแต่ร้องไห้ฮือๆ ไม่มีทีท่าจะหยุด

สุดท้ายพันเอาศรีวันไปฝากไว้ที่บ้านหมู่ทอง บอกว่าถ้าพวกนั้นเลิกราวีศรีวันเมื่อไรค่อยเอากลับ หมู่ทองเฒ่าหัวงูยินดีดี๊ด๊าต้อนรับเต็มที่ แต่พอศรีวันเข้าไปอยู่ บ้านก็ลุกเป็นไฟ เพราะศรีวันกับกระรอกนั้นเหมือนขมิ้นกับปูน ต่างก็ถือว่าตนเป็นแฟนพัน พอไปอยู่ด้วยกันเลยตีกันบ้านแทบแตก

ooooooo

อ่ำถูกหมู่ทองลงโทษวิดพื้นแล้วยังเอาเป้ทั้งใหญ่ทั้งหนักให้พันแบกใส่หลังไว้ด้วย หมู่ทองหาว่าอ่ำไม่ทำ ผิดระเบียบ อ่ำโต้ว่าเพราะหมู่ทองหึงตนกับศรีวันต่างหาก

เมื่อถูกลงโทษหนัก อ่ำกับพวกจึงหาทางเอาคืน วางแผนกันหลอกหมู่ทองว่าอ่ำถูกลงโทษจนแย่แล้ว หมู่ทองกับหมู่ชาญยุทธคู่หูตกใจกลัวอ่ำจะเป็นอะไรไปเลยทิ้งชามก๋วยเตี๋ยวที่กำลังกินวิ่งไปดู อ่ำกับพวกจึงแอบเอายาถ่ายขวดใหญ่เทใส่ชามก๋วยเตี๋ยวของหมู่ทองจนหมดขวด

ฝ่ายหมู่ทองกับหมู่ชาญยุทธวิ่งไปไม่เจอใครสักคนเลยรู้ว่าถูกหลอก กลับมากินก๋วยเตี๋ยวต่อ หมู่ทองกินไม่ทันหมดชามก็ปวดท้องจนร้องโครกคราก ไม่ทันไรก็ปล่อย ลมปู้ดออกมาจนต้องลุกวิ่งไปห้องน้ำก็ถูกพวกอ่ำแกล้งเข้าไปนั่งแช่อยู่ในห้องน้ำจนหมู่ทองต้องเอามือกุมก้นไว้ไม่ให้ทะลักออกมา

เมื่อครอบครัวผู้พันเข้าใจกันและกลับมาอยู่บ้านกันอย่างมีความสุขแล้ว ไม่กี่วันต่อมาผู้พันก็จะออกหน่วยไป ช่วยชาวบ้านที่จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้กองขอไปด้วย พันดีใจกว่าเพื่อนบอกคุณนายว่าไม่ต้องห่วงเพราะที่นั่นเป็นบ้านตน ตนรู้หมดทุกตารางนิ้ว รับรองผู้กองปลอดภัยแน่

สองสามวันต่อมาเมื่อจะออกเดินทางปรากฏว่าผู้พันผวนนัดผู้พันสุทธิสารไปด้วย ซ้ำผู้พันสุทธิสารยังให้ผู้กองไปรถตนและให้พันขับรถไปเอง แต่ผู้พันสุทธิสารก็ฝันค้าง เพราะพอจะออกเดินทางอัจฉราก็โผล่มาเป็นก้างขวางคอจนได้

ooooooo

ศรีวันไปกับรถหมู่ทอง เอาของไปแจกชาวบ้านที่มาช่วยกันลอกคูคลอง กระรอกแอบที่ท้ายรถกระบะไปด้วย พอไปเจอกับศรีวันที่ริมคลองต่างก็เขม่นกัน

ไม่นานพันก็ขับรถขนเสบียงมาถึง พันตะโกนบอกพรรคพวกว่าของกินมาแล้วพักกินข้าวกันก่อน พวกอ่ำกรูกันมามะรุมมะตุ้มที่รถ พอกระรอกได้ยินว่าพันมาก็จะลงจากรถ ถูกศรีวันแกล้งจับขาไว้จนกระรอกเสียหลักร่วงลงมาเซไปเข้าอ้อมกอดอ่ำที่มือเลอะโคลนพอดี๊...พอดี กระรอกกรี๊ดให้ปล่อย ศรีวันสะใจรีบถ่ายคลิปไว้

โดนคนที่ไม่ใช่กอด ทำให้ตัวเลอะโคลน ซ้ำยังมาโดนศรีวันถ่ายคลิปอีก กระรอกโมโหสุดๆ กระโจนเข้าล็อกคอศรีวันเลยเกิดมวยปล้ำคู่พิเศษที่เรียกเสียงเชียร์ได้ฮือฮา ยิ่งเมื่อสองสาวลากกันลงไปตบตีกันในคลองยิ่งเรียกเสียงเชียร์ได้ครื้นเครง

ผู้กองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ยิ่งไม่พอใจที่พันมีผู้หญิงตามมาตบตีแย่งชิงกันถึงสองคนทั้งที่มีเมียแล้ว เลยหยิบกระเป๋ายาเดินไป พันรีบตามถามว่าจะไปไหน

“ฉันจะไปตรวจสุขภาพตามบ้าน” พันจะช่วยถือกระเป๋ายา “ไม่ต้อง ฉันไปเองได้ เธอไม่ต้องมายุ่งหรอก กลับไปดูผู้หญิงของเธออย่าให้ก่อเรื่องเสียชื่อเสียงกรมเราก็แล้วกัน”

“กระรอกกับศรีวันไม่ใช่ผู้หญิงของฉันนะจ๊ะ ผู้กองอย่าเข้าใจผิดฉันสิจ๊ะ”

แต่เพราะผู้กองปักจิตฝังใจไปแล้วว่าพันมีเมียอยู่ที่บ้านแล้ว พันยิ่งชี้แจงก็เหมือนยิ่งโกหก พูดกับพันอย่างผิดหวังว่า

“ฉันเคยคิดนะว่าถึงเธอจะล้นๆเกินๆไปบ้าง แต่เธอก็เป็นคนดีมีน้ำใจ แต่ที่แท้เธอมันก็แค่ผู้ชายกะล่อนๆ ที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น” ผู้กองฉวีผ่องสะบัดหน้าเดินหนีไป พันเกาหัวแกรกบ่นอุบว่าไม่น่าผูกเรื่องจนรัดคอตัวเองเล้ย...

ooooooo

พอผู้พันสุทธิสารกับหมวดอัจฉราจะตั้งโต๊ะตรวจชาวบ้านก็บ่ายแก่ๆแล้ว ปรากฏว่าชาวบ้านหายไปหมดแล้ว เลยตกลงกันว่าพรุ่งนี้ค่อยตรวจก็แล้วกัน

ผิดกับผู้กองฉวีผ่อง ไปถึงหมู่บ้านก็ลงมือตรวจชาวบ้านทันที มีลุงนักดื่มคนหนึ่งมาตรวจบอกว่าปวดท้อง พอ ผู้กองถามว่าลุงดื่มหรือเปล่า แกรีบบอกทันทีว่าสักแก้วก็ดี พันแอบยิ้มขำ พอผู้กองถามเสียงเขียวว่ายิ้มอะไร พันก็ชิ่งไปช่วยพยาบาลชั่งน้ำหนักให้พ้นจากรัศมีอำมหิตของผู้กอง

ยายคนหนึ่งกำลังจะขึ้นชั่งน้ำหนัก พันบอกให้ถอดรองเท้าแล้วชั่งน้ำหนักเลย คุณยายถอดรองเท้าวางไว้ที่ตาชั่งแล้วก้มมองบอกพันว่า “ไม่ถึงขีดเลยไอ้หมา” พันไม่กล้าขำได้แต่ทำตาปริบๆ

เพราะคืนนี้ต้องค้างที่หมู่บ้านนี้ พรหมมาถามว่าผู้กองพักที่ไหน

“เห็นว่าบ้านเศรษฐีแถวนี้ ชื่อกำนันพูนหรือไงนี่แหละ”

“บรรลัยเกิดแล้วไอ้พัน” อ่ำสะดุ้งเฮือก แต่พันรอบคอบมาก แอบไปบอกกำนันกับแม่จันทร์ไม่ให้แสดงตัวเป็นพ่อแม่ลูกกับตน อ้างเขินๆว่า

“คือ...คือหนึ่งในหมอทหารที่จะพักบ้านเรา ฉัน... ฉันแอบชอบเขาอยู่จ้ะ”

กำนันตบเข่าฉาดปลื้มลูกชายที่หมายสูงจะคว้าหมอทหารมาเป็นแฟน แม่จันทร์ถามว่าแล้วหมอนั่นชื่ออะไร ลูกเต้าเหล่าใครล่ะ?

“ชื่อผู้กองฉวีผ่องจ้ะ เป็นลูกเจ้านายฉันเอง บอกไปพ่อกับแม่ก็ไม่รู้จักหรอก แต่เรื่องของเรื่องคือผู้กองเขาเข้าใจผิดฉันมาตั้งแต่ต้น แล้วฉันก็ยังหลอกเขาไว้อีกหลาย เรื่อง ถ้าเขารู้ต้องโกรธเกลียดฉันแน่ พ่อกับแม่ต้องช่วยฉันปิดเอาไว้ก่อนนะจ๊ะ”

กำนันบ่นว่าทำไมไม่เหมือนพ่อเลย พันถามว่าพ่อทำยังไง ปล้ำเลยหรือ แม่จันทร์บอกว่าตนนี่แหละปล้ำพ่อเขาเองเพราะหมั่นไส้ที่เล่นตัวดีนัก

“แซ่บจริงๆ แม่ของไอ้พัน มาขอหอมหน่อย”

ผู้กองฉวีผ่องเดินมาเห็นพันกำลังหอมแม่จันทร์ซ้ายขวา...ซ้ายขวา...ก็มองอึ้ง ในขณะที่ผู้พันเห็นแล้วสะใจว่าพันหอมเมียตัวเองแน่ๆ

แม่จันทร์จัดข้าวปลาอาหารเลี้ยงบรรดาหมอที่มาพักที่บ้านอย่างดี ระหว่างนั้นกำนันร้องถามว่าเห็นวิทยุของตน ไหม ผู้กองเงี่ยหูฟังจับความได้ว่าทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน ก็โกรธพันขึ้นมาอีกหาว่าพันเป็นกิ๊กกับเมียกำนัน

พอมืด พันกับแม่จันทร์ก็ทำเสียงสัตว์ส่งสัญญาณเพื่อแอบไปพบกันไม่ให้ผู้กองเห็น แต่ไม่พ้นสายตาผู้กอง เธอพึมพำว่าถึงกับแอบมาพบกันเลยหรือเนี่ย เมื่อแอบดูและแอบฟังต่อก็ยิ่งไม่พอใจ เมื่อเห็นพันเอาห่อของขวัญให้แม่จันทร์ และแม่จันทร์ก็ควักเงินให้ แม่จันทร์หอมแก้มพันขอบใจไอ้หมาที่หาของได้ตามที่สั่งเพราะตนหามานานแล้วแต่หาไม่ได้สักที ย้ำว่า

“อย่าบอกให้พ่อเอ็งรู้เชียวนาเพราะเป็นของขวัญที่แม่จะแอบเซอร์ไพรส์พ่อ”

แม่จันทร์เอาเงินให้พัน พันบอกไม่ต้องตนซื้อให้พ่อ แม่จันทร์ยัดเยียดให้เพราะรู้ว่าพันเป็นทหารเกณฑ์ ได้ เบี้ยเลี้ยงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พันจึงรับไว้ โผเข้าไปกอดและหอมแม่จันทร์อย่างมันเขี้ยว

เป็นเรื่องอย่างแรง ผู้กองฉวีผ่องจิกตาพึมพำ “ให้ของขวัญ เพื่อจะหลอกเอาเงินจากคนแก่อย่างนั้นเหรอ เลวมาก!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 15:52 น.