ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ผู้กองยอดรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'เต๋อ' หยอดมุขฮาจีบ 'มาร์กี้' จับตา 'ผู้กองยอดรัก' ม้ามืดกวาดเรตติ้ง




ที่ห้องพักแพทย์ในกรม ผู้พันสุทธิสารเอากล่องนมมาวางไว้ที่โต๊ะผู้กองฉวีผ่อง มีหนังสือเขียนไว้ว่า “ห่วงนะ” ลงชื่อผู้พันสุทธิสาร

วางกล่องนมแล้วผู้พันพูดกับโต๊ะอย่างมีความสุขว่า “วันนี้คนไข้เยอะ คงไม่มีเวลาทานข้าว ผมเลยเอานมมาฝากนะผู้กอง”

พอผู้พันออกไปแล้ว อึดใจเดียวก็มีกล่องนมที่ใหญ่กว่ามาวางและเบียดกล่องนมของผู้พันเลื่อนไปที่โต๊ะหมวดอัจฉรา กล่องนมนั้นวางที่โต๊ะผู้กองมีข้อความเขียนไว้ว่า “ห่วงมากกว่านะ” ลงชื่อพัน

พันมองผลงานของตัวเองยิ้มๆแล้วเดินออกไป

ครู่หนึ่ง ผู้กองฉวีผ่องกับหมวดอัจฉราเข้ามาเห็นกล่องนมวางที่โต๊ะ หมวดอุทานตื่นเต้น

“โอ้โห ของใครเอ่ยหนูแดง ดูซิ” แล้วหยิบกล่องนมที่โต๊ะผู้กองอ่าน “ห่วงมากกว่านะ แหมๆ อิจฉาจังมีคนดูแลดีขนาดนี้ พันนี่ดีจริงๆนะหนูแดง”

“ก็เป็นหน้าที่ของทหารรับใช้อยู่แล้ว ไม่เห็นมีอะไรพิเศษเลย”

“อยากมีใครเป็นห่วงแบบนี้บ้างจัง อัจว่ามันพิเศษนะ ความรู้สึกแบบนี้” อัจฉราวางกล่องนมลง แล้วเหลือบเห็นนมกล่องเล็กที่โต๊ะตัวเอง อุทานตื่นเต้น “ว้าวววว ความฝันเป็นจริงแล้ว หนูแดง”

ผู้กองแซวว่ามีคนเป็นห่วงเหมือนกันล่ะสิ หมวดพูดปลื้มว่าไม่คิดว่าจะมีคนเป็นห่วง ตื้นตันจริงๆ ผู้กองถามว่าของใครขอดูหน่อย หมวดทำเหนียมแต่รีบยื่นให้ พอผู้กองเห็นเป็นชื่อสุทธิสารก็ยิ้มพอใจบอกว่า

“ก็ดีแล้วนี่ อัจกับผู้พันจะได้ดีกันบ้าง หวังว่านมกล่องนี้จะทำให้มิตรภาพของเธอกับผู้พันแข็งแรงและยืนนานนะจ๊ะ”

“หนูแดงนี่พูดอะไรไปไกลขนาดนั้น แค่นมกล่องเดียว ยังไงก็สู้นมกล่องใหญ่ของพันไม่ได้หรอก”

สองสาวหยอกล้อกันไปมา สุดท้ายผู้กองตัดบทว่าไม่เอาดีกว่า พูดไปมีแต่เสียเปรียบ หยิบกล่องนมอ่านแล้วเปิดดื่มอย่างมีความสุข

อัจฉราหยิบกล่องนมขึ้นอ่าน คิดในใจว่า “ขอเก็บมิตรภาพนี้ไว้นะคะผู้พัน แม้นมมันจะมีวันหมดอายุ แต่สิ่งดีๆที่บรรจุอยู่ในกล่องจะไม่มีวันบูดนะจ๊ะผู้พันสุทธิสาร ว้าว...อายจังเลย” หมวดเอามือปิดหน้าตัวเองอย่างเขินอาย ผู้กองมองอาการของเพื่อนแล้วขำ

ooooooo

ผู้พันสุทธิสารตรวจคนไข้อยู่ในห้อง ตรวจเสร็จคนไข้ออกไป หมวดอัจฉราก็ถือกล่องนมเดินเข้ามา

“ขอบคุณผู้พันนะคะ สำหรับนมกล่องนี้ อัจจะเก็บรักษาไว้อย่างดี”

“นมนั่นของ...”

“ไม่ต้องเขินหรอก ไงต่อไปอัจจะพยายามพูดดีๆ กับผู้พัน พยายามมองผู้พันในแง่ดีมากกว่าเดิมนะคะ อัจไปทำงานต่อล่ะ วันนี้อัจไม่เหนื่อยเลยค่ะผู้พัน ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”

พออัจฉราเดินออกไป ผู้พันสุทธิสารถึงหายงง พอจะบอกว่าหมวดเข้าใจผิด...อัจฉราก็ออกไปแล้ว เลยบ่นกับตัวเองมึนๆ “เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย??” แล้วรีบเดินไปหาผู้กองฉวีผ่อง

แต่พอเดินออกจากห้องตรวจ ผู้พันได้ยินเสียงผู้กองคุยกับพันอยู่ เลยแอบฟัง

“พัน...ทีหลังไม่ต้องเอานมมาซะกล่องใหญ่ขนาดนั้นนะ ฉันกินไม่หมดหรอก”

“แช่ตู้เย็นไว้กินวันหลังก็ได้นี่จ๊ะ”

“มันเปลือง ต่อไปนี้ไม่ต้องซื้ออะไรต่อมิอะไรมาให้ฉันอีกแล้วนะ เก็บเงินส่งไปที่บ้านบ้าง”

“ไม่เป็นไรจ้ะ ปีนี้ข้าวได้ราคาดี” ผู้กองบ่นว่าพูดไม่ค่อยจะฟังกันเลย “เรื่องอื่นฟังจ้ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องดูแลผู้กอง ไอ้พันเต็มใจและเต็มที่จ้ะ”

ทนฟังได้แค่นั้น ผู้พันก็กัดฟันกรอด คำรามในคอ

“ไอ้พันนะไอ้พัน เอ็งอีกแล้วเหรอ คิดจะจีบผู้กองแข่งกับข้าเหรอ ไอ้พลทหารปลายแถว คอยดูให้ดีเถอะ ทหารหัวแถวอย่างผู้พันสุทธิสารจะเล่นงานเอ็งไม่ให้มีแถวยืนเลย!”

อยู่ๆ พันก็สะดุ้งร้องอุ้ย... ผู้กองถามว่าเป็นอะไร พันบอกว่ารู้สึกเหมือนมีคนแทงข้างหลัง พลางหันมองไปรอบๆ ผู้พันรีบหลบ แต่ยังคำรามแค้นว่า

“ไม่ใช่แค่แทงข้างหลังไอ้พัน แต่เอ็งจะโดนแทงทะลุถึงหัวใจเลย รอให้ถึงพรุ่งนี้ตอนไปออกหน่วยก่อนเถอะ!”

ooooooo

คืนนี้ พันนวดให้คุณนาย ทำให้ผู้พันหึง เลยมีปากเสียงกับคุณนายเล็กน้อย พอดีผู้กองเข้ามาบอกว่า

“คุณพ่อคะ พรุ่งนี้หนูต้องไปออกหน่วยนะคะ”

ผู้พันกำลังอารมณ์เสียไม่ตอบพูดว่าจะไปอาบน้ำ คุณนายพูดตามหลังว่าอย่าใช้น้ำเปลืองล่ะ

“โธ่เว้ย!” ผู้พันสบถหัวเสียที่ไม่ว่าจะขยับทำอะไรก็ถูกว่าไปเสียหมด

ผู้กองมองคุณพ่องงๆ ถามคุณนายว่า คุณพ่อเขาเป็นอะไร ตนพูดด้วยก็ไม่พูด

“ไม่มีอะไรหรอกหนูแดง แค่คนแก่อยากเรียกร้องความสนใจเท่านั้นน่ะลูก” พูดแล้วก็นอนพัดให้พันนวดต่อผู้กองมองหน้าพัน ต่างรู้สึกกังวล...

ผู้พันผวน โทรศัพท์คุยกับผู้พันสุทธิสารพูดเป็นนัยอย่างรู้กันว่า “ยังไงฝากผู้พันสุทธิสารดูแลไอ้พันมันเป็นกรณีพิเศษหน่อยนะ” ผู้พันบอกว่าตนตั้งใจทำอย่างนั้นอยู่แล้ว “ดี ผมจะรอฟังข่าวดีอยู่ที่นี่นะ ไงผมหวังว่าผลมันจะไม่ออกมาเหมือนหมู่ทองนะ”

“งานนี้ สั่งโต๊ะจีนรอได้เลยครับคุณพ่อผู้พันผวน” ผู้พันสุทธิสารแอบนับญาติทันที

“ฮ่ะๆๆ ดี...ดี...เอาสักห้าสิบโต๊ะเลย ฮ่าๆ” ผู้พัน ผวนสะใจล่วงหน้า

“จัดเป็นงานแต่งงานผมกับผู้กองเลยดีไหมครับ” ผู้พันฉวยโอกาสทันที แต่ผู้พันผวนไม่เผลอ เบรกว่า

“พอ...พอก่อนผู้พันนอกประเด็น อันนั้นมันต้องร้อยโต๊ะขึ้นไปผู้พันสุทธิสาร”

แล้วทั้งสองก็หัวเราะกันอย่างถูกคอถูกใจและทันกัน

ooooooo

วันนี้ “หน่วยแพทย์เคลื่อนที่” ออกต่างจังหวัด ผู้พันสุทธิสารประเดิมแกล้งพันทันที

พอมาถึง ผู้พันสุทธิสารบอกจินดาคนขับรถไม่ต้องขนของปล่อยให้พันขนคนเดียว อัจฉราติงว่าของเยอะขนาดนี้ทำไมไม่ให้จินดาช่วยพันก่อน พันบอกว่าไม่เป็นไร ตนทำได้

“ยกของเสร็จแล้วรีบไปทำความสะอาดบ้านพัก ด้วย” ผู้พันสุทธิสารสั่งต่อ พอผู้กองถามว่าทางนี้เขาไม่ทำให้หรือ “พอดีเราไม่อยากรบกวนน่ะครับ มาออกหน่วยที่ต่างจังหวัดมันก็ต้องอดทนหน่อย จริงไหมพัน”

พันรีบตอบว่าจริงจ้ะ ตนยังไงก็ได้ ผู้พันก็ชวนผู้กองไปเข้าที่พักกันก่อน ผู้กองติงว่าลืมไปหรือเปล่า ตรงนี้ยังมีอีกคน ผู้พันจึงหันชวนอัจฉราแกนๆ

ผู้กองฉวีผ่องหันมองพันอย่างเห็นใจก่อนเดินตามผู้พันสุทธิสารกับอัจฉราไป

ooooooo

คืนนี้ ขณะผู้กองออกมายืนดูดาว ได้ยินเสียงพันตบยุงก็ถามว่าทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้

“ผู้พันสุทธิสารให้มายืนเฝ้ายามจ้ะ” ผู้กองถามว่าทำไมต้องเฝ้ายาม ที่นี่ออกจะปลอดภัย “เป็นเพราะคราวนี้มีฉันมาด้วย ผู้พันท่านคงคิดว่าไม่น่าจะปลอดภัยมังจ๊ะ”

“พูดเล่นอีกแล้ว” ผู้กองดุ พันเลยเปลี่ยนเรื่องถามว่าแล้วผู้กองออกมาทำอะไร คงไม่ได้ออกมาหาตนใช่ไหม “อย่าเยอะ ฉันออกมาดูดาวต่างหาก”

พันช่างซักช่างถามตามเคยว่า ผู้กองไม่เคยเห็นดาวหรือ ถามว่าแล้วผู้กองรู้จักดาวอะไรบ้าง

“ดาวจระเข้ ดาวลูกไก่ ก็ดาวที่เขารู้จักกันนั่นแหละ”

“แล้วดาววีนัส ดาวแห่งความรักล่ะจ๊ะ ผู้กองรู้จัก ไหม” พอผู้กองบอกว่าไม่รู้จัก ถามว่ามันอยู่ไหนหรือ

“อยู่ไม่ไกลจ้ะ อยู่ใกล้ๆแค่นี้เอง” พันเหล่ใส่ผู้กองแล้วชี้ชวนให้ดูดาว จนผู้กองบ่นว่าเมื่อยคอ แล้วบ่นพันว่า

“ตั้งแต่ฉันรู้จักกับเธอ ฉันรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะเพี้ยนตามเธอขึ้นทุกวันแล้วนะ”

“แล้วผู้กองมีความสุขมากขึ้นใช่ไหมล่ะจ๊ะ” ผู้กองถามว่ารู้ได้ไง “ฟังจากเสียงหัวใจของผู้กองจ้ะ” พันพูดพลางส่งสายตาปิ๊งๆให้ เลยถูกผู้กองปรามว่าให้เก็บคำหวานๆ ไปพูดกับเมียดีกว่า “ผู้กองเล่นมุกนี้ ฉันขอจบข่าวในประเทศจ้ะ” พันทำหน้าละห้อยละเหี่ย จนผู้กองส่ายหน้าบ่นว่าทะเล้นจริงๆ

ผู้พันสุทธิสารเดินออกมาที่ระเบียงเห็นเข้าพอดี พึมพำอย่างเจ็บใจ

“ไอ้พัน ไอ้หมามองเครื่องบิน บังอาจมาชวน

ผู้กองคุยดึกๆ ดื่นๆ กลับไปจะสั่งขังเสียให้เข็ด!” แล้วหันกลับเข้าข้างใน เจออัจฉราถือโทรศัพท์มายื่นให้บอกว่า โทรศัพท์จากผู้พันผวน ผู้พันสุทธิสารขอบใจห้วนๆ รับโทรศัพท์เดินเลี่ยงไปคุย อัจฉรามองแล้วค้อนอย่างหมั่นไส้ บ่นงึมงำ “ทีเราล่ะห้วนซะไม่มี”

อัจฉรามองผู้กองกับพันคุยกันอย่างถูกคอ

ผู้กองบอกพันว่า เดี๋ยวจะไปเอาบะหมี่กับยากันยุงมาให้ดีกว่าคืนนี้จะได้ไม่ถูกยุงหามไป แล้วเดินกลับไป

“ไอ้พันไม่เสียชาติเกิดแล้วเว้ย เกิดมามีคนห่วงใยกับเขาเหมือนกัน”

อัจฉรายืนมองอยู่ ยิ้มดีใจแทนพัน แต่แล้วก็รำพึง เศร้าๆ

“เธอโชคดีนะพัน ได้ทั้งบะหมี่ ได้ทั้งยากันยุง ผิดกับฉัน เกิดมาเพิ่งได้นมแค่กล่องเดียว แถมกล่องยังเล็กอีกต่างหาก”

ooooooo

ผู้พันสุทธิสารมุ่ง “จัดหนัก” ให้พัน ทั้งเพราะแค้นส่วนตัวและตามคำขอของผู้พันผวน

เช้านี้ พันทำข้าวต้มกุ้งมาให้ทั้งผู้พัน ผู้กองและผู้หมวด ผู้พันระแวงว่าพันจะวางยาจึงให้พันกินให้ดูก่อน พันกินให้ดูจนหมดชาม ผู้พันจึงเชื่อบอกให้พันเอามาให้ตนใหม่ พันบอกว่า ทำมาพอดีเท่านั้น หมดแล้วหมดเลย

เช้านี้ผู้พันสุทธิสารเลยต้องหิ้วท้องไปทำงาน

ที่เต็นท์หน่วยแพทย์ มีคนเมายาบ้าแทรกเข้ามาในหมู่ชาวบ้าน พอถึงคิวก็อาละวาดชักมีดออกมาหาว่ามีคนตามฆ่าตน

เหตุการณ์ตึงเครียดเมื่อคนเมายาบ้าจับผู้กองฉวีผ่องไปเป็นตัวประกัน

ผู้พันสุทธิสารสั่งแบบทหารให้ปล่อยผู้กองเดี๋ยวนี้ อัจฉราติงว่ามันเป็นคนเมายาบ้าไม่ใช่ทหาร แต่พันมีวิธีของตน เขาใช้น้ำเย็นเข้าลูบกลับถูกผู้พันหาว่าคิดจะเป็นฮีโร่คนเดียว เลยเอาอย่างพัน ชูมือให้เห็นว่าตนมามือเปล่าแล้วเดินเข้าหา คนเมายาบ้าไม่เชื่อบอกว่าผู้พันต้องซ่อนอาวุธไว้ในตัวแน่

ขณะผู้พันกำลังมึนไม่รู้จะทำอย่างไรพันเสนอให้พิสูจน์ตัวเองด้วยการถอดเสื้อให้ดูว่าไม่ได้ซ่อนอะไรไว้จริงๆ แต่ผู้พันถอดเสื้อแล้วมันก็ยังไม่เชื่อ พันเสนอให้ถอดกางเกงเพื่อหลอกให้มันเผลอแล้วทหารจะได้เข้าชาร์จ ทีแรกผู้พันไม่ยอมแต่พอพันบอกว่าขอให้คิดว่าทำเพื่อผู้กองก็แล้วกัน ผู้พันจึงยอมถอดกางเกงทั้งที่อายมาก

คนเมายาบ้าก็ยังไม่ยอม พันเสนอว่างั้นตนกับผู้พันจะเต้นระบำให้ดู ผู้พันอิดออด พอพันบอกว่าขอให้ทำเพื่อผู้กอง ผู้พันสุทธิสารทั้งอายทั้งแค้นแต่ก็ยอมเต้นกับพัน ฝ่ายหมวดอัจฉราแม้จะตึงเครียดกับเหตุการณ์แต่พอเห็นผู้พันออกไปเต้นระบำก็ตั้งหน้าตั้งตาถ่ายคลิปไปยิ้มไป

ผู้พันยอมเต้นกับพันตั้งแต่เพลงระบำชาวเกาะ เมียงู จนกระทั่งเพลงชักกระตุกๆ ผู้พันก็ทนอายไม่ไหวตัดสินใจพุ่งเข้าชาร์จเอง เกิดชุลมุนเมื่อคนเมายาบ้าเหวี่ยงผู้กองฉวีผ่องลงกับพื้น ผู้พันเข้าไปก็ถูกต่อยหน้าจนกระเด็นหัวไปโขกกับผู้กองอย่างจังจนผู้กองสลบไปทันที ผู้พันเองก็มึน

“เอ็ง! นี่เอ็งจะทำร้ายผู้หญิงหรือ ผู้ชายภาษาอะไรวะทำร้ายผู้หญิง อย่าอยู่เลย” ชายเมายาบ้ากำมีดจะเข้าแทงผู้พัน ดีแต่พันเข้าไปปัดมีดออก พันเลยโดนมีดกรีดที่มือจนเลือดไหล แต่พันก็เตะมีดกระเด็นไปได้ จังหวะนั้นพวกทหารที่อยู่รายรอบก็เข้าล็อกชายคนนั้นไว้ได้

อัจฉรารีบมาดูแผลให้พัน แต่พันบอกให้ไปดูผู้กองก่อนตนไม่เป็นอะไรมาก

ooooooo

ผู้กองฉวีผ่องถูกนำตัวไปที่อนามัยอำเภอ ไม่นานก็รู้สึกตัว เธอบ่นปวดหัวจำเหตุการณ์ตอนต้นได้ว่าถูกคนเมายาบ้าจับเป็นตัวประกันและผู้พันก็พยายามช่วย แต่หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย

ผู้พันสุทธิสารกลัวเสียหน้าไม่กล้าเล่าที่เธอถูกตนเอาหัวโขกจนสลบ ตัดบทว่าอย่าไปสนใจมันเลย

ผู้กองปลอดภัยก็ดีแล้ว บอกว่าตนเป็นห่วงเธอมาก พวกพยาบาลเห็นผู้กองฟื้นก็ดีใจพากันเล่าว่า ต้องยกความดีให้ผู้พันสุทธิสารที่ไม่ห่วงตัวเองเลย อีกคนหัวเราะคิกๆว่า... “นั่นสิ...ภาพพจน์ตัวเองก็ไม่ห่วง ทำไปได้...”

ผู้พันเสียหน้ามากที่ถูกล้อ แต่พอผู้กองขอบคุณที่ช่วยตน ผู้พันก็ยิ้มหน้าบานบอกว่าไม่เป็นไรสำหรับ

ผู้กองแล้ว ยิ่งกว่านี้ตนก็ยินดี พันยืนอยู่ที่ประตูเห็นผู้พันเอาหน้ากับผู้กองก็หน้าจ๋อย มองมือตัวเองที่พันผ้าพันแผลเพราะโดดเข้าไปช่วยผู้พันพอดี ผู้กองฉวีผ่องหันมาเห็นถามว่ามือพันไปโดนอะไรมา พันปดว่าโดนน้ำร้อนลวก

นอกจากพันจะถูกผู้พันแกล้ง ถูกขโมยความดีแล้ว ผู้พันยังกีดกันพัน บอกว่าขากลับตนจะกลับไปกับผู้กอง ให้พันกลับไปกับหมวด พอผู้กองจะท้วงติง ผู้พันก็เบี่ยงเบนความสนใจทำเป็นร้อง

“โอ๊ย...ปวดคอจังเลยครับ สงสัยเป็นเพราะบุกเข้าไปช่วยผู้กองเมื่อวานแน่ๆเลย อูยยยย...”

“งั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันนั่งรถไปเป็นเพื่อนผู้พัน

เองค่ะ” อัจฉรามองผู้พันเดินไปกับผู้กองอย่างไม่พอใจ ส่วนพันมองตามตาละห้อยเมื่อเห็นผู้กองทำดีกับผู้พันสุทธิสาร

ooooooo

เมื่อพันไม่อยู่ หน้าที่ทำความสะอาดบ้านจึงตกเป็นของผู้พันผวน ผู้พันต้องทำงานเหน็ดเหนื่อยเหงื่อไหลไคลย้อย แต่คุณนายหุงข้าวหักกับผักที่ขึ้นเองในบริเวณบ้านให้กิน

ผู้พันทนไม่ไหวก็ไปฝากท้องไว้กับร้านหมู่ทอง หมู่ทองเห็นใจจะให้กระรอกทำอาหารไปส่งทุกวัน ผู้พันไม่รบกวนเพราะเดี๋ยวพันกลับมาตนก็สบายแล้ว หมู่ทองถามว่าผู้พันพูดเหมือนจะไม่เกลียดพันแล้ว จะไม่หาเรื่องไล่พันออกแล้วหรือ

ผู้พันจาระไนโทษของพันถึงสามกระทงล้วนเป็นข้อหาฉกรรจ์ทันที คือหนึ่งสนิทกับคุณนายเกินไป สองจิ๊จ๊ะกับลูกสาวตน กระทงอุกฉกรรจ์คือสามเอาเงินที่ตนซ่อนไว้ที่ศาลพระภูมิไปหมด จะกระทืบก็ไม่ได้กลัวเมียรู้

กระทงที่สามที่ทำให้ผู้พันแค้นมาก เพราะเป็นเงินที่ตนเก็บไว้จะเอาไปใช้หนี้ หมู่ทองถามอย่างไม่อยากเชื่อว่าผู้พันมีหนี้ด้วยหรือ ผู้พันจึงระบายความลับแต่หนหลังเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนให้ฟังว่า

ผู้พันกับพูนเป็นเพื่อนสนิทกัน เวลานั้นต้องไปยืมเงินพูนเพื่อเอาไปสู่ขอไฉววงศ์ พูนบอกว่าตนต้องหลอกแม่จันทร์ว่าจะเอาเงินมาลงนาปลูกข้าว ถ้าแม่จันทร์จับได้ตนคงถูกกระทืบตายแน่ เวลานั้นผู้พันบอกพูนอย่างซึ้งใจว่า

“งั้นข้าแต่งเมียเสร็จเมื่อไหร่ จะรีบหาเงินมาคืน

ให้เร็วที่สุด คนอย่างข้าไม่มีวันโกงเพื่อนหรอกเว้ย”

เล่าแล้วผู้พันรำพึงหน้าเศร้าว่าแต่ตนก็ไม่ได้เอาเงินไปคืนเสียที อายจนไม่กล้ากลับบ้านมายี่สิบกว่าปีแล้ว เพราะเงินเดือนถูกคุณนายยึดไปหมดให้ไปกินกันตายวันละไม่กี่สิบบาท เพิ่งได้ปรับเพิ่มเป็นสี่สิบบาทเมื่อเร็วๆนี้เอง พูดน้ำตารื้นว่า

“คิดดูว่า กว่าจะเก็บได้เป็นหมื่น ข้าลำบากเลือดตาแทบกระเด็น แล้วไอ้พันมันก็เอาเงินของข้าไปถลุงจนหมด”

หมู่ทองฟังแล้วอินจัดบอกว่าอย่างนี้มันอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันไม่ได้แล้ว ผู้พันตบเข่าฉาดประกาศก้อง

“เออสิวะ ถ้ามีข้าก็ต้องไม่มีไอ้พัน ถ้ามีมัน ก็ต้องไม่มีข้าเว้ย พูดแล้วของขึ้น”

ooooooo

ผู้พันสุทธิสารเอาใจคุณนายและผู้พันผวน กลับมาก็ซื้อขนมมาฝากคุณนายและซื้อหนังสือพระเครื่องมาฝากผู้พันผวน แถมเย็นนี้จะพาไปเลี้ยงข้าวด้วย

ผู้กองชวนพันไปด้วย พันตอบอย่างเจียมตัวว่า “ฉันกินข้าวกล่องก็ได้จ้ะ”

ผู้พันสุทธิสารจีบผู้กองฉวีผ่องแต่ไม่รู้นิสัยใจคอเธอเลย ซื้อดอกกุหลาบแดงมาให้ทั้งที่ผู้กองชอบกุหลาบสีขาว พาไปทานอาหาร ระหว่างทางผู้กองอยากฟังเพลงก็เปิดบทสวดไล่เสนียดจัญไรให้ฟังแทน เมื่อไปถึงร้านอาหาร เมนูที่ผู้กองเลือกถูกปฏิเสธนิ่มๆ อ้างว่าไม่มีประโยชน์บ้าง รสจัดไม่ดีต่อสุขภาพบ้าง กลัวสารพิษตกค้างบ้าง พอผู้กองให้เขาเลือกเอง ผู้พันก็สั่ง

“ขอสุกี้ชุดผักสุขภาพครับ”

ทานอาหารเสร็จ ผู้กองได้รับโทรศัพท์จากอัจฉราที่นัดจะไปช็อปปิ้งกัน ผู้พันก็อาสาจะไปช่วยถือของให้ แต่ครู่เดียวผู้พันก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณแม่ ฟังปลายสายแล้วถามว่า “ตอนนี้เลยหรือครับ ได้ครับแล้วเจอกัน” วางสายแล้วหันบอกผู้กองว่า

“เสียดายจังเลยครับ ผมคงอยู่ช่วยถือของให้ผู้กองไม่ได้แล้ว พอดีผมต้องรีบไปธุระกับคุณแม่น่ะครับ”

“งั้นผู้พันรีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณแม่จะรอนาน” ผู้กองรีบบอก ผู้พันจึงกลับไปอย่างเสียดาย

พันกับพวกอ่ำที่มานั่งกินอาหารในร้านเดียวกัน พันเห็นความสัมพันธ์ของผู้พันกับผู้กองแล้วกินไม่ลง เมื่อทั้งสองออกจากร้าน พันรีบตามออกมาแต่ไม่เห็นใครแล้ว

ooooooo

ผู้กองฉวีผ่องกับหมวดอัจฉราไปเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ลานโปรโมชั่น บังเอิญอัจฉรากับศรีวันถูกใจเสื้อตัวเดียวกัน ต่างจับเสื้อไว้คนละข้างอ้างว่าตนเห็นก่อน ไม่มีใครยอมใครดึงกันไปดึงกันมาจนเสื้อขาดแควก นอกจากไม่ได้เสื้อแล้วยังต้องเสียค่าเสื้อที่แย่งกันจนขาดให้ทางห้างด้วย

หลังเกิดเหตุ อัจฉราเซ็งเลยชวนกลับ ผู้กองบอกว่าอยากเดินเล่นอีกสักประเดี๋ยว อัจฉราถามว่าเซ็งเรื่องผู้พันหรือ ยุว่าถ้าเธอรำคาญเขามากก็พูดไปตรงๆเลย

จะทนไปทำไม ผู้กองบอกว่าเกรงใจที่เขาอุตส่าห์ช่วยชีวิตตน

หมวดอัจฉราเลยเอาคลิปที่ถ่ายไว้ในวันเกิดเรื่องให้ผู้กองไปดู บอกว่า

“เธอเอาคลิปนี้ไปดูแล้วเธอจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนช่วยเธอเอาไว้”

หลังจากดูคลิปรู้ความจริงแล้ว ผู้กองฉวีผ่องถามพันด้วยความเป็นห่วงว่าแผลที่มือเป็นอย่างไรบ้าง แล้วล้างแผลทายาให้ ความใกล้ชิดขณะผู้กองทำแผลให้ ทำเอาพันปลื้มแทบลืมหายใจ ระหว่างทำแผล ผู้กองพูดเบาๆว่า

“ขอบใจมากนะพัน” พันถามว่าผู้กองพูดอะไรนะจ๊ะ ผู้กองทำฟอร์มแก้เขินว่า “ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย หูฝาดรึเปล่า” แล้วฉวีผ่องก็ทำแผลให้พันต่อไป แอบยิ้มบางๆ ออกมาอย่างรู้สึกดีกับคนที่ช่วยชีวิตตนไว้ในวันนั้น

ooooooo

แม้มือจะบาดเจ็บ แต่พันก็ทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง เวลาซักผ้าก็เอาถุงก๊อบแก๊บใส่เพื่อไม่ให้แผลเปียกน้ำ เวลาขัดรองเท้าให้ผู้พันก็เอาเท้าตัวเองใส่ในรองเท้าแล้วอีกมือก็ทายาแล้วขัดรองเท้าจนขึ้นเงาวับยกโชว์ผู้พันว่าใสเหมือนกระจกเลย

ผู้พันผวนด่าพันว่าลามปาม คุณนายได้ยินบอกสามีว่าพันเจ็บมือแล้วยังขยัน ให้ผู้พันหัดมีน้ำใจกับเด็กมันบ้าง ผู้พันขัดใจหาว่าคุณนายถือหางพัน พอดีผู้กองลงมาจะไปทำงาน ผู้พันหาข้ออ้างว่าพันเจ็บมือเดี๋ยวให้ผู้พันสุทธิสารมารับก็แล้วกัน

พันบอกว่าแผลแค่นี้ไม่เป็นไร ผู้กองก็บอกว่าตน รีบเร่งให้พันไปกันเลย ผู้พันผวนมองตามบ่นอย่างขัดใจว่า

“ไอ้นี่ชักจะลามปามขึ้นทุกวัน ปล่อยไว้ไม่ได้ซะแล้ว” ผู้พันคิดหาทางกำจัดพันให้หายแค้น

ระหว่างพันขับรถไปส่งผู้กอง พันยิ้มอารมณ์ดีจนผู้กองถามว่ายิ้มอะไร พันบอกว่ามีความสุขที่ผู้กองห่วงใยตน แถมยังทำแผลให้อีกด้วย ผู้กองทำฟอร์มบอกว่าตนทำไปตามหน้าที่ของหมอ ใครบาดเจ็บมาตนก็ต้องรักษา

“งั้นถ้าฉันบาดเจ็บที่หัวใจ ผู้กองจะช่วยรักษาไหมจ๊ะ” พอถูกเรียกปราม พันก็ยิ้มหน้าเป็น “แหม...อย่าเพิ่งโมโหสิจ๊ะ ฉันก็แค่ถามเผื่อเอาไว้เฉยๆ”

ผู้กองเก๊กหน้าดุแต่แอบยิ้ม พันมองผู้กองผ่านกระจกมองหลังยิ้มเปิดเผยอย่างมีความสุขมาก

ooooooo

หมู่ทองกับอ่ำและเพื่อน ยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด อ่ำตามจีบกระรอก แต่กระรอกโหยหาแต่พัน ซ้ำหมู่ทองยังกีดกันตลอดเวลา จนอ่ำบอกเพื่อนๆว่าสักวันเถอะหมู่ทองจะต้องมาง้อขอให้ตนเป็นเขย

เพื่อนๆถามว่าจะทำอย่างไร อ่ำบอกว่าตนมีวิธีก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออก

ต่อมาขณะที่พวกอ่ำกำลังถูกหมู่ทองลงโทษให้ไปกวาดลาน เห็นศรีวันเดินถือของมาเต็มมือ อ่ำปากอยู่ ไม่สุขทักว่าคิดถึงตนจนทนไม่ไหวเลยต้องมาหาใช่ไหมจ๊ะ ศรีวันตอบตัดรำคาญว่าที่บ้านฝากของมาเยอะตนเลยแบ่งมาให้พันกิน หมู่ทองเห็นศรีวันก็เข้ามาหลี พอถูกศรีวันเรียกลุงก็สะดุ้ง คิดหาวิธีทำให้หน้าหล่อใสดูอ่อนกว่าวัย ตะโกนว่า “ใครก็ได้ช่วยข้าที!!”

รุ่งขึ้นอ่ำเอาครีมหน้าเด้งสูตรดินสอพองผสมขี้ควายไปให้หมู่ทองบอกว่าเป็นสูตรโบราณจากสุพรรณสืบทอดกันมาแต่ปู่ย่าตายาย พอหมู่ทองเปิดกระปุกก็ผงะบอกว่ากลิ่นมันชอบกล พวกอ่ำช่วยกันลุ้นว่าสมุนไพรก็กลิ่นอย่างนี้แหละ ทาไปเดี๋ยวก็ดีเอง พอหมู่ทองควักครีมจะทา พวกอ่ำก็ทำหน้าสยอง หมู่ทองถามว่าทำไมทำหน้าอย่างนั้น

พวกอ่ำบอกว่าเปล่า พวกตนแสบหน้าเพราะเดินตากแดดมา

หมู่ทองหยุดมองหน้าพวกอ่ำทีละคน...ทีละคน จนพวกอ่ำใจคอไม่ดีไม่รู้หมู่จะมาไม้ไหน อ่ำบอกว่าครีมสูตรนี้ ยายให้มาไว้ทาเวลาออกแดด ถ้าหมู่ไม่ใช้ก็ไม่ว่าอะไร

“ใช้สิ...ใช้...แต่ของดีๆอย่างนี้จะเก็บไว้หล่อคนเดียวได้ยังไง” แล้วหมู่ทองก็ยื่นครีมไปตรงหน้าอ่ำบอกให้ทุกคนทาด้วยกันนี่แหละ “ไหนเมื่อกี๊ใครบอกว่าแสบหน้าเพราะโดนแดด ทาซะหน้าจะได้เด้งดึ๋งดั๋งเหมือนกันทุกคน”

พวกอ่ำถูกหมู่ทองแก้เผ็ดเอาเจ็บแสบก็แทบจะร้องไห้

หมู่ทองกับพวกอ่ำทาครีมแล้วนั่งเรียงหน้ากันเหม็นหึ่ง ศรีวันมาหาพันไม่เจอจึงฝากของไว้กับอ่ำให้เอาไปให้พันด้วย หมู่ทองถามศรีวันว่าหน้าตนใสขึ้นไหม

“แก่ แล้วยังเหม็นอีก” ศรีวันทำหน้าเหม็นถอยห่างบอกว่าอย่าเข้าใกล้ ตนจะอ้วก ทำท่าขยะแขยงแล้วเดินหนีไป

“ไอ้อ่ำ!” หมู่ทองหันกลับมาจะเล่นงานพวกอ่ำ ปรากฏว่าเปิดหนีกันไปหมดแล้ว หมู่ทองเต้นเหยงๆ ตะโกนด่า “ไอ้อ่ำ ไอ้เวรตะไล ไหนบอกว่าใช้แล้วหญิงรักหญิงหลงไง ไอ้อ่ำ...กลับมาให้ข้าเตะซะดีๆ ไอ้อ่ำ!!”

หมู่ทองร้องโวยวายอยู่ตรงนั้น เพราะไม่มีใครยอมกลับมาให้เตะเลย

ooooooo

วันนี้คุณนายใช้พันให้ปีนเก้าอี้ขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟ เก้าอี้โยกไปเยกมา พันโงนเงนคุณนายเลยบอกให้ลงมาแล้วปีนขึ้นไปเอง คุณนายขึ้นไปไม่ทันทำอะไรเก้าอี้ก็หักโครม!

พันรับคุณนายไว้หงายลงไปบนที่นอนพอดี ผู้พันได้ยินเสียงพรวดเข้ามาดูตวาดลั่น

“ไอ้พัน! เอ็งทำอะไรเมียข้า”

เรื่องบานปลายเพราะผู้พันหาว่าพันมีอะไรกับคุณนาย ไม่ว่าคุณนายจะอธิบายอย่างไรก็ไม่ยอมเชื่อ หาว่าคุณนายชื่นชมพันจนลืมผัว คุณนายสั่งให้ถอนคำพูดและขอโทษตนเดี๋ยวนี้ ผู้พันไม่ยอมถอนและไม่ยอมขอโทษ คุณนายฉุนขาดพุ่งเข้าโน้มตัวตีเข่า แล้วกระบวนท่าแม่ไม้มวยไทยก็กระหน่ำใส่ผู้พันเป็นชุด จนพันที่นั่งดูอยู่ทำหน้าสยองสะดุ้งแล้วสะดุ้งอีก

จนเย็น ผู้กองฉวีผ่องกลับมารู้เรื่องจากพันและได้ยินเสียงพ่อร้องโอ๊ย...โอย...รีบวิ่งไปดู เจอคุณนายกำลังตวาดไล่ผู้พันให้ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้ ผู้พันโต้ว่านี่บ้านตน ถูกคุณนายตวาดว่าถ้าแน่จริงให้เข้ามา จะตีให้หัวแตกคามือเลย

พอผู้พันเห็นผู้กองก็ร้องให้ช่วยพ่อด้วย ฉวีผ่องถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ

“ก็ไอ้ตัวดีนี่สิ” ผู้พันชี้หน้าพัน “มันเป็นต้นเหตุทำให้แม่ไล่พ่อออกจากบ้าน”

ผู้พันถูกไล่ออกไปนั่งตากยุงที่หน้าบ้าน พันสงสารเอาข้าวไปให้กิน ผู้พันทิฐิไม่ยอมกิน ด่าพันว่ากินบนเรือนขี้รดบนหลังคา พันสาบานว่าตนไม่เคยคิดอะไรกับคุณนายเลยที่ผู้พันเห็นนั่นเป็นอุบัติเหตุ

“ชะ! เอ็งไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี ยังไงข้าก็ไม่เชื่อ แล้วข้าก็ไม่กินของเอ็งด้วย” ผู้พันเสียงแข็ง

ผู้กองฉวีผ่องมองจากสนาม เห็นความมีน้ำใจของพันที่มีต่อพ่อก็รู้สึกดีๆกับพัน เมื่อพันเอาอาหารกลับไปเจอกัน ผู้กองปรารภว่าตนไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย จะทำอย่างไรคุณพ่อถึงจะเลิกระแวงเขากับคุณแม่ บอกพันว่าถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นเห็นทีต้องเปลี่ยนทหาร
รับใช้หาคนใหม่มาแทนพันเสียแล้ว

พันใจเสียกลัวไม่ได้อยู่รับใช้ใกล้ชิดผู้กองอีก นิ่งไปอึดใจ นึกอะไรได้รีบบอก

“อ๋อ...ฉันนึกออกแล้ว รับรองว่าวิธีนี้วินวินกัน ทั้งสองฝ่ายแน่จ้า แต่ฉันต้องขอความร่วมมือจากผู้กองด้วยนะจ๊ะ”

ผู้กองฉวีผ่องมองหน้าพันอย่างอยากรู้ว่าเขามีวิธีอย่างไร?

ooooooo

ผู้พันผวนถูกคุณนายไล่ให้ไปนั่งตากยุงที่หน้าบ้าน คนข้างบ้านผ่านมาถามว่าโดนเมียไล่ออกมานอนนอกบ้านหรือ ผู้พันตอบหน้าตาเบิกบานว่าในบ้านมันร้อนเลยออกมานอนตากลมเล่น

พันออกมาดูเห็นผู้พันเอาเสื้อคลุมหดขาเข้าไปไม่ให้ยุงกัดก็สงสาร ชวนไปนอนที่ห้อง ผู้พันทำเชิดว่าผู้พันหรือจะไปนอนห้องทหารรับใช้ ฝันไปเถอะ แต่พอตกดึกปรากฏว่าผู้พันไปนอนกรนเป็นโรงสีอยู่ในห้องพันแล้ว โดยพันยกเตียงให้ผู้พันนอน ตัวเองไปนอนพื้น

รุ่งขึ้นผู้กองพยายามไกล่เกลี่ยให้พ่อกับแม่ดีกัน เมื่อทั้งพ่อและแม่ต่างเชิดใส่กัน ผู้กองเสนอจะไล่พันออกเพราะเป็นต้นเหตุให้พ่อกับแม่ทะเลาะกัน พันแย้งทันทีว่าถ้าตนไม่อยู่แล้วใครจะทำงาน ผู้กองจึงเสนอให้เอาอีกคนมาช่วยงานด้วย แม่กับพันจะได้ไม่ต้องอยู่กันสองต่อสอง คุณนายค้านเสียงหลงว่าไม่ได้เปลืองตายเลย ชี้อ่ำที่ยืนทำท่าน่ารักสุดฤทธิ์ว่าเจ้านี่กินอย่างกับยัดทะนาน

พันรู้ฤทธิ์ความเค็มของคุณนายดีเตรียมแผนรุกแผนรับไว้แล้ว เสนอว่าเอาอ่ำมาอยู่ด้วยแล้วตนจะให้ทางบ้านที่สุพรรณส่งข้าวสารมาเดือนละสองกระสอบ คุณนายบอกให้ส่งข้าวสารมาเมื่อไรอ่ำค่อยย้ายเข้ามา พันบอกว่าจะให้ส่งมาวันนี้เลย

เพียงสายๆ ศรีวันก็เอารถขนข้าวมาถึงบ้านผู้พันผวนแล้ว คุณนายมีปัญหาอีกว่าแล้วค่าน้ำค่าไฟจะทำอย่างไร พันให้หักเอาจากเบี้ยเลี้ยงอ่ำไปได้เลย คุณนายทำเป็นเห็นใจเพราะเบี้ยเลี้ยงได้น้อยอยู่แล้วแต่ก็รักษาน้ำใจจึงรับไว้ คุณนายเหลือบเห็นเนื้อเค็มกับปลาช่อนแดดเดียวถามพันว่าของเขาหรือ พันตอบทันทีอย่างรู้ใจคุณนายว่า

“จ้ะคุณนาย แม่ฉันฝากมากับน้องศรีวันเมื่อวานนี้เองจ้ะ ของแห้งนั่นฉันยกให้คุณนายหมดเลยจ้ะ”

“ขอบใจนะจ๊ะ” คุณนายรีบขอบใจแล้วออกจากบ้านไป เลยไม่ได้ยินศรีวันบ่นตามหลังว่าคนอะไร เค็มเป็นบ้า!

ooooooo

เพราะเมื่อคืนอัจฉราอยู่เวรและเข้าห้องผ่าตัดเพิ่งออกมาตอนตีสี่จึงมานั่งพักแต่เผลอหลับไป ผู้พันสุทธิสารมาทำงานมองหมวดอัจฉราที่หลับเหมือนเด็กห่อตัวเหมือนหนาวจึงเอาเสื้อแจ็กเกตของตนคลุมให้

อัจฉราตื่นพอดีทักผู้พันว่ามาทำงานแต่เช้า หยิบเสื้อแจ็กเกตคืนให้พร้อมคำขอบคุณ ผู้พันแกล้งทำไก๋บ่นว่าผู้หญิงอะไรนอนกรนอย่างกับโรงสี แถมน้ำลายยังไหลยืดย้อยมาถึงหัวไหล่ อัจฉราเอาเสื้อคืนให้ ผู้พันไม่รับคืนบอกให้เอาไปซักก่อนเพราะเหม็นน้ำลาย อัจฉราทั้งอายทั้งโมโห พึมพำหมายมาดว่า “ฝากไว้ก่อนผู้พันปากจัด ฉันเอาคืนแน่”

โอกาสเหมาะเมื่อวันนี้พันมารับผู้กองสาย ผู้พันจึงชวนไปทานอาหารจีนกันเพราะเพื่อนๆบอกว่าร้านนี้อร่อย ผู้กองจึงชวนอัจฉราไปด้วย อัจฉรารีบตอบรับก่อนที่ผู้พันจะท้วงติง ซ้ำเธอยังชวนทั้งอาป๊า อาม้า อากู๋ อากิ๋ม อาตี๋พร้อมแฟน ไปช่วยกันถล่มล้มทับผู้พันด้วย กะเอาคืนผู้พันที่ว่าตนเมื่อเช้านี้ให้สาแก่ใจ

ไม่เพียงเท่านั้นอัจฉรายังมีน้ำใจสั่งอาหารกลับไปฝากผู้พันผวนและคุณนายที่บ้านด้วย ผู้พันสุทธิสารกัดฟันยิ้มบอกว่า

“สั่งเลยครับ เต็มที่ วันนี้ผมเป็นเจ้ามือเอง”

เมื่อขับรถไปส่งผู้กองที่บ้าน ผู้พันตำหนิพันที่เหลวไหลแล้วอาสาจะรับส่งผู้กองเป็นประจำ ผู้กองเกรงใจว่างานผู้พันยุ่งอยู่แล้ว ผู้พันปากหวานว่าถึงงานตนจะยุ่งแต่สำหรับผู้กองตนว่างเสมอเพราะผู้กองเป็นคนพิเศษของตน เลยถูกผู้กองตัดบทว่า “อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยค่ะ แค่เป็นเพื่อนที่ดีก็พอแล้ว” ผู้พันเลยหน้าม้านไป

ooooooo

ศรีวันกับกระรอกไปหาพัน ไปเจอกันที่หน้าบ้านผู้พันผวน ต่างอ้างว่าตนเป็นแฟนพันจนทะเลาะตบตีกัน พันให้อ่ำเข้าไปห้ามเพราะขืนปล่อยไว้ คงตีกันจนตายไปข้างเป็นแน่

อ่ำทำหน้าสยองบอกว่าโบราณสอนไว้ว่าผู้หญิงตีกันอย่าเอาหน้าเข้าไปสอด พันเห็นด้วยบอกว่างั้นก็ปล่อยให้ตีกันจนหมดแรงเองก็แล้วกัน แต่ทั้งคู่ไม่ทันหมดแรง ผู้กองกลับมาเจอสั่งให้หยุด ทั้งศรีวันและกระรอกหยุดทันที ผู้กองไม่ได้ว่ากล่าวศรีวันกับกระรอก แต่บอกพันว่าจะฟ้องคุณพ่อที่เขาบกพร่องในหน้าที่แล้วยังปล่อยให้บรรดาผู้หญิงของเขามาตบตีกันถึงหน้าบ้านด้วย ผู้พันสุทธิสารได้ทีถล่มซ้ำว่าพันมีเมียอยู่แล้วยังไปยุ่งกับผู้หญิงอื่นอีกตั้งสองคน

อ่ำกลัวพันจะถูกลงโทษรีบออกรับแทนว่าผู้หญิงสองคนนี้เป็นแฟนตนเอง แล้วกระซิบบอกศรีวันกับกระรอกให้รับไปก่อนไม่อย่างนั้นพันโดนหนักแน่ ทั้งสองเลยยอมรับว่าเป็นแฟนอ่ำ ทำเอาอ่ำหน้าบานเป็นจานเชิงไปเลย

“ทีหลังอย่าเข้ามาวุ่นวายในบ้านนี้อีก ฉันไม่ชอบ เข้าใจนะ” ผู้กองปรามสองสาวแล้วเดินเข้าบ้านไป

“รอดไปนะเอ็ง แต่อย่าหวังว่าจะรอดไปได้บ่อยๆ นะเว้ย” ผู้พันสุทธิสารเยาะเย้ยพัน ส่วนสองสาวกับอ่ำต่างโล่งใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 14:42 น.