ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายพยากรณ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภายในห้องพักของแยมส้ม ขณะเทพค้นหากระเป๋าเงินตัวเองง่วนอยู่ มีเสียงอรรถพรดังขึ้นด้านหลัง

“หานี่อยู่ใช่ไหม...แกนี่เองที่เป็นคนฆ่าแยมส้ม”

เทพหันขวับเห็นอรรถพรยืนถือกระเป๋าเงินตัวเองอยู่ก็ตกใจ วิ่งชนจนล้มคว่ำ แล้วเผ่นหนีไปกดลิฟต์ แต่อรรถพรไล่ตามมาเสียก่อน เขาจำต้องใช้บันไดหนีไฟแทนที่ กำลังจะวิ่งลงข้างล่าง แต่มีคนเดินสวนขึ้นมาพอดี เทพตัดสินใจวิ่งหนีขึ้นดาดฟ้า ผู้หมวดหนุ่มวิ่งตามขึ้นมาตะโกนแข่งกับเสียงฝนที่เทกระหนำให้มอบตัว เขาละล่ำละลักว่าไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าใคร แล้วถอยหลังไปจนถึงที่กั้นดาดฟ้า ขู่ถ้าเข้ามาใกล้จะโดดลงไปฆ่าตัวตาย...

ภิชาสินีกำลังกินข้าวต้มอยู่ในห้องพักตัวเอง ผีแยมส้มปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าสีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอรู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่อง รีบวิ่งออกจากห้อง...

ทางด้านอรรถพรพยายามกล่อมไม่ให้เทพคิดสั้น พลางขยับเข้าใกล้ โดยไม่รู้ว่าเขาซ่อนมีดไว้ด้านหลัง พอได้ระยะ ผู้หมวดหนุ่มจะเข้าชาร์จ แต่ภิชาสินีพรวดพราดออกมาเสียก่อน ทำให้เขาชะงักหันไปมอง เทพฉวยโอกาสเอามีดแทงเข้าท้องเขาเต็มๆถึงกับทรุด ภิชาสินีตกใจรีบเข้าไปประคอง ฝนที่ตกหนักเมื่อครู่ขาดเม็ดดื้อๆ เทพจะวิ่งหนีลงบันได แต่ประตูดาดฟ้าปิดปัง เขาพยายามจะเปิดแต่ไม่ออก เนื่องจากผีปราชญ์ดันเอาไว้

“คนชั่วอย่างแก ไม่มีทางหนีรอด ฟ้าดินต้องลงโทษ”

เทพรวบรวมกำลังดึงประตูสุดแรง ปราชญ์แกล้งเดินหนี ทำให้ประตูเปิด เขาไม่ทันตั้งตัวหงายหลังตึง พอเห็นประตูเปิด จัดแจงพุ่งเข้าหา ผีพัณทิพาแสดงอิทธิฤทธิ์ ปิดประตูไม่ให้ออก เทพตะลึงอ้าปากค้าง ปราชญ์จับคอเสื้อเขาเหวี่ยงชนที่กั้นดาดฟ้า คราวนี้เขาถึงกับตาเหลือก เหลียวซ้ายมองขวาเลิ่กลั่ก

“นี่มันอะไรกัน...ใครเหวี่ยงฉันมาตรงนี้วะ ใคร”

อรรถพรถามภิชาสินีว่าเป็นฝีมือพ่อ แม่กับป้าของเธอใช่ไหม หญิงสาวพยักหน้า ห้ามไม่ให้เขาพูดอะไรอีก เดี๋ยวเธอจะโทร.เรียกรถพยาบาลให้ แล้วนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้หยิบมือถือติดมา จะพยุงเขาลงข้างล่าง ทันใดนั้น เทพตัวลอยขึ้นเหนือพื้น ไม่ใช่ฝีมือของปราชญ์ แต่ถูกแยมส้มบีบคอยกตัวเขาไว้ด้วยความแค้นสุดๆ

“เพราะแก แกเดียวทำให้ฉันต้องตาย ทั้งๆที่ฉันยังไม่อยากตาย ไอ้เทพ ไอ้ชาติชั่ว” แยมส้มออกแรงบีบคอหนักมือขึ้นจนเทพหายใจไม่ออก กานต์กมลเตือนสติเธอว่าหากฆ่าคนตายจะทำให้วิญญาณไม่ได้

ไปผุดไปเกิด ขอร้องให้เธอเลิกทำร้ายเขา อีกไม่นานเขาต้องได้รับกรรมที่ทำไว้เอง

แยมส้มไม่ฟัง ยกร่างเทพยื่นไปนอกที่กั้น เขากลัวลนลานเพราะมองเห็นผีแยมส้มชัดเต็มสองตา อ้อนวอนให้เธอไว้ชีวิตอย่างยากลำบากเพราะถูกบีบคอ อรรถพรขอร้องให้ภิชาสินีทำอะไรสักอย่าง เธอมองแยมส้มที่จ้องหน้าเทพด้วยแววตากร้าวน่ากลัว แล้วสวดมนต์แผ่เมตตา ขอร้องให้แยมส้มหยุดจองเวรจองกรรม

“ฉันรู้ว่าเธอโกรธแค้นแต่ความโกรธนั้นเหมือนไฟที่มีแต่จะเผาทำลายตัวเอง ปล่อยวางแล้วเริ่มต้นใหม่นะ”

สีหน้าแยมส้มกลับมาเป็นปกติ ไม่น่ากลัวเหมือนเมื่อครู่ มือที่จับคอเทพคลายออก ก่อนจะปล่อยเขาลงบนพื้น แล้วหันไปพยักหน้าให้ภิชาสินี พลันใบหน้าซีดขาวของแยมส้มกลับมีสีชมพูระเรื่อ ริมฝีปากแดง

สวยงามเหมือนเมื่อครั้งยังมีชีวิต พลันมีแสงสีทองส่องมาจากท้องฟ้า ผีพ่อ แม่และป้ามองตะลึง อรรถพรก็เห็นเช่นกัน ร้องทักว่าแสงอะไร ภิชาสินีแปลกใจ ถามว่าเห็นด้วยหรือ เขาพยักหน้ารับคำ

“หรือว่า...ที่ผมเห็น เป็นเพราะผม...ใกล้ตายแล้ว”

“บ้าสิ คุณยังไม่ตายง่ายๆหรอก” ภิชาสินีมองวิญญาณของแยมส้มที่ค่อยๆจางหายไปพร้อมกับแสงสีทอง แต่พอหันกลับมาอีกทีต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นอรรถพรนอนแน่นิ่ง

ooooooo

ไม่นานนัก อรรถพรถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยมีภิชาสินีผุดลุกผุดนั่งกระวนกระวายใจอยู่หน้าห้องผ่าตัด พอหันไปมองที่ประตูห้องอีกทีเห็นอรรถพรยืนอยู่ อารามดีใจไม่ทันคิดอะไรรีบวิ่งเข้าไปจะกอด แต่จับตัวเขาไม่ได้ ถึงกับหน้าเสีย ก้มมองที่เท้าของเขาเห็นลอยเหนือพื้น ใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ปากคอสั่น

“นี่หมวด...หมวด...ตายแล้ว” พูดได้แค่นั้นก็เข่าอ่อน ทรุดลงไปกองกับพื้น หันไปเห็นหมอเจ้าของไข้เดินออกมาก็ยิ่งใจเสีย รีบยกมือห้าม “หมอไม่ต้องพูด ฉัน...ฉันยังทำใจไม่ได้” ภิชาสินีน้ำตาคลอเบ้า

“เอ่อ...เพื่อนคุณยังไม่ตายนะครับ...เพียงแต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย แต่ผมไม่อยากให้คุณถอดใจ ถ้าให้กำลังใจดีๆเพื่อนคุณก็อาจจะปลอดภัย”

ภิชาสินีดีใจมาก ขอบคุณหมอยกใหญ่ แล้วหันไปยิ้มให้อรรถพรซึ่งยิ้มตอบด้วยความโล่งใจ เธอรอจนหมอคล้อยหลัง จึงถามเขาว่าจะกลับเข้าร่างได้อย่างไร เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยรู้สึกแปลกๆตัวเบาโหวง ไม่รู้ร้อนรู้หนาวแบบนี้มาก่อน แล้วมองมือที่โปร่งแสงของตัวเอง

“ฉันว่าตอนนี้เรากลับบ้านกันก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที” ภิชาสินีเพิ่งสังเกตเห็นคนแถวนั้นมองอยู่ แกล้งเอามือจับหูตัวเอง ทำเหมือนกำลังคุยมือถือผ่านบลูทูธ ก่อนจะรีบจ้ำอ้าว...

ในเวลาต่อมา ภิชาสินีและอรรถพรมาถึงอพาร์ต– เมนต์ขวัญทิพย์ ยังไม่ทันจะก้าวเท้าเข้าข้างใน ผีพ่อ แม่และป้ามายืนรอต้อนรับผู้หมวดหนุ่มเข้าสู่โลกของวิญญาณ เขาสะดุ้งโหยงรีบไปหลบหลังภิชาสินี ขอร้องอย่ามาหลอกหลอนกันเลย ปราชญ์ปลอบใจว่าไม่ต้องกลัว ตอนนี้เราเหมือนกันแล้ว

“พ่อคะ หมวดอรรถไม่ใช่ผีนะคะ เขายังไม่ตาย แค่วิญญาณหลุดออกจากร่างเท่านั้น”

กานต์กมลเห็นด้วยเพราะถ้าอรรถพรตาย ลูกของเธอจะกลายเป็นม่ายตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน พัณทิพา

ยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ สั่งห้ามเขาตายเด็ดขาดจนกว่าจะได้เป็นสามีของภิชาสินีเสียก่อน เจ้าตัวอายมาก

“ป้าคะ แม่คะ พูดอะไรเกรงใจภิบ้างสิคะ”

ยังไม่ทันขาดคำ สองผัวเมียจอมสอดรู้สอดเห็นเดินทะลุผีพ่อ แม่และป้าเข้ามาถามว่าหมวดอรรถพรยังไม่ตายใช่ไหม ทั้งคู่ไม่ได้ถามเพราะเป็นห่วงแต่กลัวจะไม่ได้ค่าเช่าห้องเดือนนี้ อรรถพรไม่พอใจที่พวกนั้นห่วงเงินมากกว่าคน ภิชาสินีก็ไม่ค่อยชอบใจนัก ขอตัวกลับห้อง แล้วเดินนำอรรถพรในสภาพร่างกายโปร่งใส เข้าลิฟต์...

ครู่ต่อมา พิณชนิดาถึงกับร้องเอะอะเมื่อรู้จากน้องสาวว่าวิญญาณของอรรถพรออกจากร่าง ตอนนี้อยู่ในห้องกับพวกเรา ซักด้วยความเป็นห่วงจะทำอย่างไรให้วิญญาณของเขากลับเข้าร่างเดิม เธอเองก็ยังไม่รู้ พรุ่งนี้

จะพาเขาไปโรงพยาบาลแล้วค่อยดูอีกทีว่าจะทำอย่างไร แล้วถามพี่สาวว่าหาของที่ว่าเจอหรือยัง

“ยัง ผ่านไปหนึ่งวันแล้ว เหลืออีกแค่สองวัน พี่ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะไปหาที่ไหน”

ภิชาสินีขอโทษด้วยที่ช่วยเหลืออะไรพิณชนิดาไม่ได้เพราะต้องหาทางช่วยอรรถพรกลับเข้าร่าง เธอเข้าใจดีและอวยพรให้ช่วยเขาสำเร็จ

ooooooo

พิณชนิดาครุ่นหนักคิดถึงของหายที่ต้องหาให้เจอจนเผลอทำอาหารเช้าไหม้ จังหวะนั้นมีเสียงนักข่าวทีวีรายงานข่าวคดีฆาตกรรมแยมส้มดังขึ้น เธอรีบวางตะหลิว ออกไปดูข่าว โดยมีปิ่นเพชรตามไปยืนข้างๆ นักข่าวรายงานว่าคดีนี้ได้คลี่คลายลงแล้ว ตำรวจจับเทพแฟนเก่าของผู้ตายได้ที่อพาร์ตเมนต์ของผู้ตายเมื่อคืน

“ทำให้นายแสงโชติ อัครมโหฬาร พ้นข้อกล่าวหา”

ภาพแสงโชติที่ปรากฏขึ้นในทีวี ทำให้พิณชนิดาคิดได้ว่าบ้านของเขาคือเป้าหมายต่อไปที่จะไปค้นหาของหายที่ท้าพนันไว้กับภูมินทร์ ปิ่นเพชรปฏิเสธทันทีว่าจะไม่ยอมเข้าบ้านนั้นเด็ดขาด

“ใครให้ปิ่นเพชรไป งานนี้เจ๊ไปเอง” พิณชนิดาว่าแล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาแสงโชติ แต่งเรื่องว่าภูมินทร์วานให้เธอหาของหายให้ เธอไปหาที่บ้านภูมินทร์จนทั่วแล้วไม่เจอ ก็เลยคิดว่าอาจจะอยู่ที่บ้านของเขา แสงโชติเชิญเธอมาค้นได้เลย วางสายอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง ที่อยู่ๆเหยื่อก็มาหาถึงที่...

ทางด้านภิชาสินีพาร่างโปร่งแสงของอรรถพรมาที่ห้องไอซียูแต่เช้า แนะให้เขาลองนอนทับร่างดูเผื่อจะกลับเข้าไปได้ อรรถพรทำตามแต่ไม่สำเร็จ ภิชาสินีตั้งข้อสังเกต หรือเป็นเพราะร่างกายของเขายังอ่อนแอ วิญญาณก็เลยกลับร่างไม่ได้ สักพักหมอกับพยาบาลเดินเข้ามา

“เพื่อนฉันอาการเป็นไงคะ” ภิชาสินีซัก

“เมื่อเช้าผมเข้ามาตรวจร่างกายอย่างละเอียด ทุกอย่างเป็นไปในทางดีขึ้น ผมว่าวันพรุ่งนี้เพื่อนคุณน่าจะออกจากห้องไอซียูไปเข้าห้องพักปกติได้แล้ว คราวนี้ก็เหลือแค่ว่าเพื่อนคุณจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่” หมอ

พูดจบก็ออกไปกับพยาบาล ภิชาสินีหันไปบอกอรรถพรอย่างมีความหวังว่าบางทีพรุ่งนี้เขาอาจกลับเข้าร่างได้...

เมื่อเหยื่อหมอดูสาวสวยมาถึงถ้ำเสือ แสงโชติคุยอวดว่าเขาไม่มีความลับ เธอสามารถเข้าได้ทุกห้อง แล้วเสนอให้เริ่มจากห้องนอนเป็นที่แรก อ้างว่าสมัยเด็กๆที่เขากับภูมินทร์ยังญาติดีกัน ภูมินทร์แอบมานั่งเล่นที่ห้องของเขาเป็นประจำ บางทีอาจจะทำของชิ้นนั้นหล่นในห้องนอนของเขาก็เป็นได้

“อือ...มีความเป็นไปได้ ถ้างั้นพิณไม่เกรงใจนะคะ”

แสงโชติพาพิณชนิดาไปยังห้องนอนของตัวเอง ผายมือให้ค้นหาตามสบาย แล้วหลบมายืนตรงประตูห้อง หันมองอีกทีเห็นพิณชนิดากำลังโก้งโค้งดูใต้เตียง หันก้นโด่งๆมาทางตนเอง สีหน้าฉายแววลามกขึ้นมาทันที คว้ามือถือขึ้นมาเก็บภาพบั้นท้ายของเธอ แล้วไลน์ไปให้ภูมินทร์ซึ่งกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะอาหารในบ้านอัครมโหฬาร พร้อมกับฟังก้องภพสรุปตารางนัดวันนี้ว่าต้องไปเจอะเจอใครบ้าง

เขาถึงกับชะงักเมื่อเห็นบั้นท้ายของพิณชนิดาที่มีแบ็กกราวนด์เป็นห้องนอนของแสงโชติจากในมือถือตัวเอง ก้องภพถามอะไรก็นั่งเงียบจนต้องสะกิด เขากลับลุกพรวดขึ้น

“เออ จริงสิ ฉันลืมเอกสารไว้ในรถ ต้องรีบเอาให้นายดู ฉันออกไปเอาก่อน” พูดจบ ภูมินทร์ก้าวฉับๆออกไปโดยไม่ฟังเสียงก้องภพที่อาสาจะไปเอาให้...

ฝ่ายพิณชนิดายังคงโก้งโค้งก้นโด่งอยู่ข้างเตียงนอน โดยไม่รู้ว่าแสงโชติเอียงคอมองบั้นท้ายตัวเองด้วยสีหน้าลามกสุดๆ ทันใดนั้นภูมินทร์เดินหน้าหงิกด้วยความหึงหวงเข้ามา เอ็ดลั่นว่าทำอะไร แสงโชติสะดุ้งสุดตัวแทบหงายหลัง ขณะที่พิณชนิดาไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วยหันมายังไม่ทันจะบอกเขาว่ากำลังหาของให้เขาอยู่ ภูมินทร์สั่งห้ามพูดอะไรทั้งสิ้น เดินกระแทกไหล่แสงโชติเข้าไปคว้าแขนพิณชนิดาลากออกมา

“เฮ้ย...จะพาฉันไปไหน”

“นั่นสิพี่ภู พี่จะพาคุณพิณไปไหน คุณพิณกำลังหาของให้พี่อยู่นะ” แสงโชติตะโกนไล่หลัง ภูมินทร์หันขวับมองเขาอย่างเอาเรื่อง แล้วกึ่งจูงกึ่งลากพิณชนิดาต่อไป แสงโชติมองตามแค้นใจ

“สักวันฉันจะทำให้แกหายไปจากโลกนี้ ไอ้ภูมินทร์”...

พิณชนิดาถูกลากแขนมาได้พักหนึ่งก็สะบัดมือภูมินทร์ออก ถามว่าโกรธอะไรตนเอง เขาด่าว่าทำตัวทุเรศ ทำอะไรไม่รู้จักคิด ในเมื่อเขาสั่งให้หาของของเขา แล้วมันเรื่องอะไรถึงไปหาที่บ้านแสงโชติ เธอโต้ไม่ยอมแพ้ ในเมื่อหาในบ้านของเขาไม่เจอเธอก็ต้องไปหาที่อื่น เรื่องแค่นี้ทำไมต้องโกรธกันด้วย

“แต่ไม่ใช่บ้านนายนั่น ฉันขอสั่งห้ามเธอไปที่บ้านนายนั่นอีก” ภูมินทร์พูดจบ จ้ำพรวดๆจากไปอย่างหัวเสีย พิณชนิดาบ่นอุบ ไม่ให้ไปหาที่นั่นแล้วจะให้หาที่ไหน นี่เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองวัน จังหวะนั้นก้องภพเดินเข้าหยุดตรงหน้า อาสาจะช่วยเธอหาของที่ว่านั่นเอง แล้วเล่าเรื่องห้องลับของเจ้านายให้ฟัง

“ผมเคยบังเอิญได้ยินคุณนมพูดถึงห้องนั้น มันเป็นห้องของแม่คุณภูครับ ซึ่งห้องนั้นเป็นห้องที่คุณภูไม่เคยให้ใครเข้าไป แม้กระทั่งคุณนม บางทีของสำคัญของคุณภูอาจจะซ่อนอยู่ในห้องนั้นก็ได้”

“มีความเป็นไปได้สูงมาก แล้วเราจะเข้าห้องนั้นได้อย่างไรคะ”

“ผมมีแผนครับ”

ooooooo

แผนการที่ก้องภพว่า คือรอจนคุณชัยยงเข้ามาคุยธุรกิจกับภูมินทร์ที่บริษัท จึงขออนุญาตเจ้านายลางานสักสองชั่วโมง อ้างมีธุระด่วนต้องไปทำ จากนั้น เขากลับมาที่บ้านอัครมโหฬาร เจอนวลจันทร์เข้ามาทักว่า

“อ้าวคุณก้อง...กลับมาแบบนี้เพราะคุณหนูลืมอะไรเอาไว้ใช่ไหมคะ”

“แหมคุณนมนี่รู้ใจคุณภูจริงๆเลยนะครับ ใช่ครับ คุณภูให้ผมกลับมาเอาเอกสารสำคัญ ลืมไว้ในห้องนอนน่ะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” ก้องภพว่าแล้วรีบขึ้นไปที่ห้องเป้าหมาย มองไปรอบๆ สีหน้าครุ่นคิด

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเขา ตอนนั้นเขายืนรอภูมินทร์อยู่ตรงประตูห้องนอน เห็นเจ้านายเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบกุญแจออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วใส่เข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทสีขาวที่แขวนอยู่

“ต้องเป็นกุญแจดอกนั้นแน่ๆ ถึงซ่อนเอาไว้มิดชิด” ก้องภพเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทสีขาว เจอกุญแจอยู่ในนั้นจริงๆ รีบเอาไปให้พิณชนิดาที่ซุ่มรออยู่ จากนั้นทั้งคู่ตรงไปยังห้องลับ ภายในห้องถูกตกแต่งไว้อย่างน่ารัก มีตุ๊กตาและรูปถ่ายวางอยู่เต็มไปหมด ก้องภพเชิญเธอหาของตามสบาย ส่วนเขาจะไปเฝ้าต้นทางให้ เธอรอจนเขาออกไปแล้วรีบปิดประตูห้อง...

โชคไม่เข้าข้างก้องภพกับพิณชนิดาเท่าใดนัก ภูมินทร์ลืมเอกสารสำคัญที่ต้องเอาให้คุณชัยยงดูไว้ที่บ้าน รีบโทร.กลับไปหานวลจันทร์เพื่อจะให้คนขับรถเอาเอกสารสำคัญชิ้นนั้นมาให้ ถึงได้รู้ว่าก้องภพไปที่นั่น อ้างว่าเขาสั่งให้มาเอาเอกสาร ภูมินทร์รับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากล...

ก้องภพเริ่มเป็นกังวลที่พิณชนิดาหายเข้าไปในห้องลับจะเป็นชั่วโมงแล้วยังไม่เห็นออกมาสักที พลันได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามา เขาค่อยๆโผล่หน้าไปดูตกใจแทบลมจับเมื่อเห็นภูมินทร์กลับมา รีบเข้าไปบอกพิณชนิดา

“คุณภูกลับมา ผมต้องรีบเอากุญแจไปคืนที่เดิม ถ้าคุณภูจับได้ ทั้งผมทั้งคุณซวยแน่ ถ้าไงคุณอยู่ในห้องนี้ไปก่อนนะครับ...อ้อ ล็อกห้องด้วยนะครับ” ก้องภพผลุนผลันออกไป พิณชนิดาเร่งค้นหาสีหน้าเป็นกังวลสุดๆ

จากนั้นไม่นานก้องภพเอากุญแจไปคืนที่เดิมแต่ยังไม่ทันจะปิดตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ภูมินทร์เปิดประตูผลัวะเข้ามาเสียก่อน เขาทำเป็นแปลกใจ ร้องทักว่ามาได้อย่างไร ภูมินทร์สวนทันที ตนน่าจะเป็นคนถามเขามากกว่าว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าตนลืมเอกสารสำคัญไว้ที่บ้าน ทั้งๆที่ตนไม่ได้บอกสักคำ

“เพราะว่าผมนึกได้น่ะสิครับว่าคุณภูจะเตรียมเอกสารนั้นมาหรือเปล่า ผมก็เลยเช็กที่ห้องทำงานคุณภูก่อนผมจะออกมา แล้วก็เห็นว่าไม่มีเอกสารนั้นจริงๆ ผมก็เลยมาหาให้คุณภูที่บ้านน่ะครับ แต่ก็ยังหาไม่เจอ”

ภูมินทร์ไม่พูดอะไร เดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน หยิบแฟ้มเอกสารออกมา แล้วถามก้องภพไม่ต้องไปทำธุระแล้วหรือ เขาแต่งเรื่องว่าทางบ้านโทร.มาเลื่อนนัด ภูมินทร์สั่งให้เขาเอาเอกสารนี้กลับไปออฟฟิศ ก้องภพเดินหน้าจ๋อยออกมาเพราะเจ้านายไม่กลับไปด้วย ภูมินทร์เห็นประตูตู้เสื้อผ้าแง้มอยู่ก็เอะใจ เดินไปเปิดดูเห็นเสื้อสูทสีขาวมีร่องรอยเหมือนถูกดึงออกมา ถึงกับหน้าเครียด

ooooooo

ก้องภพมองออกว่าภูมินทร์จับพิรุธตัวเองได้ รีบโทร.เร่งให้พิณชนิดาออกจากห้องลับโดยด่วน เธอวางสายจะเอามือถือเก็บใส่กระเป๋า อารามรีบร้อน ทำมันตกพื้น ก้มไปเก็บ สังเกตเห็นพื้นใต้เตียงไม่เสมอกัน

ทางฝ่ายภูมินทร์คว้ากุญแจตรงรี่ไปที่ห้องลับ ไขกุญแจเข้าไปกลับไม่เจอใคร พิณชนิดาซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงลุ้นระทึกกลัวเขาจะหาเจอ เขารู้ทันว่ามีคนซ่อนอยู่ ทำทีออกจากห้องไปแล้ว พิณชนิดาหลงกล ค่อยๆคลานออกจากใต้เตียง พอเงยหน้ามองต้องตกใจแทบช็อกที่เห็นเขายืนกำมือแน่น สีหน้าบูดบึ้ง เธอรีบยกมือห้ามไว้

“อย่าเพิ่งด่า ฉันคิดว่าฉันเจอของที่คุณให้หาแล้ว” พิณชนิดายื่นกล่องใส่คุกกี้ให้ภูมินทร์ซึ่งรับไปเปิดดู ถึงกับตะลึงเมื่อเห็นเครื่องดรีมแคชเชอร์ เครื่องรางจับฝันร้ายอยู่ข้างใน พลันภาพในอดีตผ่านเข้ามาในความคิดของเขา ตอนนั้นเขายังเป็นแค่เด็กชายภูมินทร์ แม่ของเขาเอาเครื่องดรีมแคชเชอร์แขวนไว้หน้าประตูห้องนอนของเขา อ้างว่ามันจะช่วยทำให้เขานอนหลับ

“จริงนะครับ ภูจะไม่ฝันร้ายอีกแล้วนะครับ” เด็กชายภูมินทร์ดีใจมากโผกอดแม่ไว้แน่น...

หลายวันถัดมา เด็กชายภูมินทร์ถึงได้รู้ว่าเครื่องดรีมแคชเชอร์ที่แม่ให้เป็นแค่เรื่องโกหก เพราะเขายังคงฝันร้ายและนอนไม่หลับเหมือนเดิม เด็กน้อยไม่รู้ว่านั่นคือความหวังดีของแม่ จึงเอาเจ้าเครื่องนั่นปาใส่ท่าน ต่อว่าที่ท่านโกหก และประกาศจะไม่รักท่านอีกต่อไป

พิณชนิดาฟังเรื่องราวของภูมินทร์แล้วตำหนิ อย่างแรงที่เขาไปต่อว่าแม่แบบนั้น รู้ตัวบ้างไหมว่าทำให้ท่านเสียใจ เขารู้ก็ต่อเมื่อมันสายไปแล้ว หลังจากวันนั้นเขาไม่เคยคุยกับท่านอีกเลย จนกระทั่งท่านป่วยหนักกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไม่ฟื้นขึ้นมาอีก เขาเสียใจมากที่ไม่มีโอกาสขอโทษท่าน เธอมองเขาอย่างเห็นใจ

“ฉันคิดว่ามันหายไปแล้ว ไม่นึกว่าแม่จะเก็บมันไว้ให้ฉัน”

“นายคิดว่ามันหายแต่ก็ยังให้ฉันหา นายตั้งใจหลอกฉันน่ะสิ เพราะไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่มีทางหาเจอ”

ภูมินทร์ยอมรับว่าเป็นอย่างที่เธอกล่าวหา และขอโทษด้วยที่มองเธอในแง่ไม่ดี พิณชนิดารับคำขอโทษของเขา และเตือนว่าต่อไปจะพูดจะจาอะไรให้คิดถึงใจเขาใจเราด้วย ส่วนเรื่องที่เขาถูกวางยาก็คงต้องสืบหากันต่อไป ภูมินทร์แนะให้เธอใช้ไพ่หาตัวคนบงการ พิณชนิดาออกตัวว่าไม่ใช่หมอดูเทวดาที่หยั่งรู้ได้ทุกอย่าง ไพ่ยิปซีบอกได้แต่คร่าวๆเท่านั้น แล้วขอตัวกลับก่อน วันหลังค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกครั้ง

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ปูเปรี้ยวกำลังทำความสะอาดบ้านเห็นภูมินทร์ออกมาจากห้องลับกับพิณชนิดา รีบหลบมุมแอบดู พาลคิดอกุศลว่าสองคนนั้นต้องเข้าไปทำอะไรกันแน่ๆ รีบโทร.ไปฟ้องเปรมสุดาซึ่งเป็นเดือดเป็นแค้นมาก วางสายแล้วจ้ำพรวดๆจะออกจากบ้าน ปณิตาร้องทักจะรีบร้อนไปไหน เธอจะไปตบนังหมอดูพิณพูดเลย มันให้ท่าภูมินทร์จนเสร็จมันไปเรียบร้อยแล้ว ปูเปรี้ยวเพิ่งโทร.มาบอกเธอเมื่อครู่นี้

“มันเชื่อได้จริงเหรอลูก แม่ว่าลูกอย่าทำอะไรวู่วาม เพราะทำทีไรคนที่ซวยคือลูกทุกที แม่ว่าถ้าคิดจะกำจัดศัตรู มันก็ต้องเป็นมิตรกับศัตรูเพื่อหาจุดอ่อนเล่นงานมัน” คำแนะนำของปณิตาทำให้เปรมสุดาคิดคล้อยตาม...

ตั้งแต่หมอดูทำนายทายทักว่าจะต้องเลิกรากับเอก ฟ้ารุ่งวิตกจริตจิตฟุ้งซ่าน พอเห็นเลยเวลาเลิกงานก็โทร.จิกเอกให้รีบกลับบ้าน โดยไม่สนว่างานของเขาจะเสร็จหรือยัง ครั้นเขากลับถึงบ้าน เธอจะเอามือถือของเขามาเช็กว่าวันนี้โทร.หาใครบ้าง แถมยังไล่ดมกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงตามตัวเขา ราวกับสุนัขตำรวจดมหายาเสพติด สร้างความอึดอัดใจให้เขาเป็นอย่างมาก

ooooooo

เช้านี้หนึ่งตามภิชาสินีมาเยี่ยมอรรถพรด้วย เห็นเธอเอาแต่จ้องร่างคนป่วยตาไม่กะพริบ โดยไม่รู้ว่าเธอกำลังลุ้นให้วิญญาณอรรถพรที่นอนทับร่างตัวเองกลับเข้าร่างได้ ก็เลยกระเซ้าเธอว่าอยากจะอยู่กันสอง ต่อสองก็ให้บอกมา เธอตัดรำคาญ จึงรับสมอ้าง แล้วไล่หนึ่งออกไปข้างนอก เขาออกจากห้องพักฟื้นอย่างงงๆ

ภิชาสินีหันมาเจออรรถพรยืนหน้าเศร้าก็รู้ทันทีว่ายังกลับเข้าร่างไม่ได้ ปลอบใจว่าอย่าเพิ่งท้อ แล้วหยิบมือถือโทร.ตามพิณชนิดาซึ่งคว้ากระเป๋าออกจากห้องพักทันที กานต์กมลปรากฏตัวขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“ต้องเกิดเรื่องกับว่าที่ลูกเขยของเราแน่ๆ”

ทั้งปราชญ์และพัณทิพา พลอยใจคอไม่ดีไปด้วย...

ไม่นานนัก พิณชนิดามาถึงโรงพยาบาล รีบร้อนเข้าไปในห้องพักฟื้นของอรรถพร แล้วปิดประตูล็อกไม่ให้หนึ่งตามเข้ามา หลังจากเปิดไพ่ยิปซีดูดวงให้อรรถพรแล้ว พี่น้องสองสาวพากันโล่งอกที่ดวงของเขายังไม่ถึงฆาต แต่ที่ต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนก็เพราะเขาเคยไปรับปากอะไรกับใครเอาไว้ แล้วไม่ทำตามสัญญา

“คิดให้ดีนะหมวด นี่มันเป็นความเป็นความตายของหมวดเลยนะ” ภิชาสินีเตือน

อรรถพรครุ่นคิดหนัก ในที่สุดก็จำได้ว่าเมื่อตอนที่เพิ่งจบ ม.ปลาย ไปดื่มฉลองกับเพื่อนจนเมา ขากลับบ้านเดินผ่านศาลเจ้าพ่อสักทอง เพื่อนของเขาคุยให้ฟังว่าศาลเจ้าแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์ เคยขอให้ถูกหวยแล้วก็ถูกจริงอย่างที่ขอ ด้วยความเมาทำให้อรรถพรท้าทายศาลเจ้าหากศักดิ์สิทธิ์จริงก็ให้เขาถูกเลขท้ายสามตัว แล้วจะจัดนางรำมารำถวาย ปรากฏว่าเขาถูกรางวัล แต่ดันลืมไปแก้บน

“ทำอะไรไม่คิด สมน้ำหน้า ฉันไม่น่าช่วยคุณเลยจริงๆ” ภิชาสินีโวยลั่น

“พี่จะโทร.หาคนที่พี่รู้จัก ลองถามดูว่าวันนี้มีนางรำว่างหรือเปล่า ยิ่งแก้บนได้เร็วมากเท่าไหร่ หมวดอรรถก็จะได้กลับเข้าร่างได้เร็วขึ้นเท่านั้น” พิณชนิดาว่าแล้ว หยิบมือถือขึ้นมา โทร.หาอยู่หลายเจ้าแต่ไม่มีใครว่างสักคน ภิชาสินีร้อนใจมาก เราจะทำอย่างไรกันดี อรรถพรแนะให้ทั้งคู่รับหน้าที่นางรำเสียเอง พิณชนิดาส่ายหน้าดิกไม่ยอมทำเด็ดขาด ภิชาสินีต้องขอร้องให้เห็นแก่มนุษยธรรม ถ้าเราไม่ช่วยก็ไม่มีใครช่วย

“พี่พิณเคยบอกเองไม่ใช่หรือว่าที่เป็นหมอดูก็เพื่อช่วยคน หมวดอรรถเป็นตำรวจที่ดี ฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่หมวดอรรถจะช่วยคนได้อีกมาก” คำอ้อนวอนของภิชาสินีได้ผล พิณชนิดาใจอ่อนยอมช่วยเหลือ แต่ติดตรงที่จะไปฝึกรำแก้บนกับใคร ผีพ่อ แม่และป้าปรากฏตัวขึ้น อรรถพรสะดุ้งโหยงเพราะยังไม่ชิน พัณทิพาอาสาจะจัดการให้เอง ภิชาสินีรู้ว่าพี่สาวไม่ได้ยินที่ป้าพูด จึงหันไปบอกเธออีกทอดหนึ่งว่า ป้าจะสอนให้พวกเราเอง...

ระหว่างที่พิณชนิดาและภิชาสินีกำลังหัดรำแก้บน แม่ของหนึ่งกับสามีใหม่แวะมาที่อพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ เพื่อชวนหนึ่งไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ด้วยกัน เพราะทำห้องเผื่อไว้ให้ เหตุการณ์น่าจะลงเอยด้วยดี แต่หนึ่งยืนกรานไม่ยอมอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสามีใหม่ของแม่ ซึ่งเขาถือว่าเป็นคนที่ทำให้พ่อของเขาต้องตาย สองแม่ลูกจึงมีปากเสียงกัน แม่เสียใจที่ถูกลูกต่อว่าว่าไม่เคยรักไม่เคยสนใจไยดี ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า

“แกไม่เคยเป็นแม่คน แกไม่มีทางเข้าใจ ไม่มีแม่คนไหนไม่รักลูก” พูดจบเธอเดินจากไปทั้งน้ำตา หนึ่งเองก็เสียใจไม่แพ้ท่านเช่นกัน มองตามแม่น้ำตาไหลพราก

ooooooo

ในเมื่อพิณชนิดาทำได้จริงอย่างที่คุย ก้องภพจึงเสนอให้ภูมินทร์จ้างเธอมาทำงานให้ จะได้ช่วยสืบหาคนร้ายที่จ้องทำร้ายเขาไม่เลิกไม่แล้ว และที่สำคัญเธอยังสามารถเตือนเขาล่วงหน้าก่อนเหตุร้ายจะเกิดได้อีกด้วย ภูมินทร์ไม่แน่ใจว่าจะเป็นความคิดที่ดี

“ดีสิครับ ไม่ใช่เพราะคุณพิณหรือครับ คุณภูถึงยังนั่งอยู่ตรงนี้ได้”

มีเสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น สิรวิทย์เปิดประตูเข้ามาเห็นเพื่อนรักนั่งหน้าเครียด กระเซ้าว่ากำลังประชุมลับอะไรกันอยู่หรือ ภูมินทร์ไม่ได้ประชุมอะไร แค่ก้องภพเสนอให้เอาพิณชนิดามาทำงานด้วย สิรวิทย์นิ่วหน้าแปลกใจ หมอดูจะมาทำงานอะไรได้

“แต่หมอดูอย่างคุณพิณเคยช่วยชีวิตคุณภูไว้ได้หลายครั้งนะครับ ในเมื่อคุณภูไม่ยอมใช้บอดี้การ์ด ก็น่าจะให้คุณพิณช่วยเรื่องความปลอดภัย”

สิรวิทย์เป็นห่วงความรู้สึกของเปรมสุดา ทักท้วงว่าแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆแบบนั้นจะดูแลความปลอดภัยให้ภูมินทร์ได้ดีเท่ากับบอดี้การ์ดของเขาได้อย่างไร ก้องภพชักจะไม่ไว้ใจสิรวิทย์ขึ้นมา แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากเถียง ภูมินทร์ชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าบอดี้การ์ดอาจจะรู้เรื่องอาวุธ จัดการกับคนที่มาทำร้ายเขาโดยตรงได้ แต่ถ้ามีคนมาทำร้ายเขาทางอ้อม อย่างการวางยา บอดี้การ์ดจะทำอะไรได้ สิรวิทย์มองเขาด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม

“ใช่...ฉันเพิ่งโดนวางยา แต่คนรับเคราะห์คือเอ๋ เลขาฯ ถ้าไม่ได้พิณชนิดาเข้ามาเตือน ป่านนี้ฉันคงไม่ได้มายืนคุยกับแก ฉันไม่ได้บอกว่าระหว่างหมอดูกับบอดี้การ์ด ใครดีกว่าใคร ฉันแค่เลือกสิ่งที่เหมาะกับฉันมากกว่า หวังว่าแกคงจะเข้าใจ”...

ขณะที่สิรวิทย์ดูจะไม่ชอบใจนักที่พิณชนิดาจะมาอยู่ใกล้ชิดภูมินทร์ กานต์กมลเห็นท่ารำเก้ๆกังๆของลูกสาวทั้งสองแล้วถึงกับออกปาก ขืนรำในสภาพแบบนี้ เจ้าพ่อสักทองน่าจะโกรธมากกว่าเดิม ก็เลยแนะให้เปลี่ยน ไปเต้นแก้บนแทน โดยเธอจะสอนให้เอง อรรถพรติงว่าบนนางรำไว้ อยู่ๆเปลี่ยนเป็นเต้น เจ้าพ่อจะยอมหรือ

ปราชญ์อาสาจะไปเจรจากับท่านให้ จากนั้นไม่นาน ขบวนแก้บนก็ยกกันไปที่ศาลเจ้าเป้าหมาย ปราชญ์เข้าไปกระซิบกับเจ้าพ่อขอเปลี่ยนเป็นเต้นแก้บนแทนการรำ ทีแรกนึกว่าท่านจะโกรธ ที่ไหนได้ท่านกลับชอบใจ

“ดูแต่รำแก้บนทุกวัน เบื่อจะแย่ ข้าอยากดูอย่างอื่นบ้าง”

ปราชญ์จัดให้ตามคำขอ ส่งสัญญาณให้ปิ่นเพชรเปิดวิทยุ เพลงจังหวะสนุกสนานดังขึ้น พิณชนิดาในชุดหางเครื่องจัดเต็ม ส่วนภิชาสินีมาในคราบนักร้อง สวมชุดจัดเต็มไม่แพ้กัน ทั้งเต้นทั้งร้อง เข้าจังหวะบ้างไม่เข้าจังหวะบ้าง เน้นเอามันส์ไว้ก่อน ผีพ่อ แม่และป้านึกสนุกเต้นตาม อรรถพรกับปิ่นเพชรทนไม่ไหว เข้าไปร่วมวงด้วย บรรยากาศครื้นเครงสนุกกันสุดเหวี่ยง เมื่อเสียงเพลงจบ ร่างของอรรถพรเหมือนโดนกระชากหายไปในอากาศ ทั้งผีทั้งคนตกใจมาก โดยเฉพาะภิชาสินีใจกระตุกวูบ หันไปโวยใส่เจ้าพ่อว่าทำอะไรกับเขา

“สัญญาเมื่อเป็นสัญญา ถึงเวลา สัญญาต้องสิ้นสุดลง” เจ้าพ่อพูดจบหายวับไป

ครู่ต่อมา ภิชาสินีกับพิณชนิดาซึ่งยังอยู่ในชุดเต้นแก้บน วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องพักฟื้นของอรรถพรต่างดีใจแทบโดดตัวลอยเมื่อเห็นเขากลับเข้าร่างตัวเองเรียบร้อย อรรถพรขอบคุณสองพี่น้องสำหรับความช่วยเหลือครั้งนี้ ผีแม่และป้าก็พลอยโล่งใจไปด้วย คราวนี้จะได้หมดทุกข์หมดโศกกันเสียที แต่ปราชญ์ไม่คิดเช่นนั้น

“ตราบใดที่ทุกคนยังเกี่ยวข้องกับนายภูมินทร์ คงจะไม่มีใครหมดเคราะห์ง่ายๆ”

ooooooo

ทั้งภูมินทร์และก้องภพพยายามจะสืบในทางลับให้ได้ว่าคนร้ายแอบเอายาพิษใส่คัพเค้กตอนไหน แต่ไม่ได้ความคืบหน้าอะไร นวลจันทร์ยืนยันว่าทำเค้กคนเดียว ส่วนคนขับรถก็รับเค้กที่ทำเสร็จแล้วเอาไปส่งให้เอ๋ที่บริษัททันที ไม่ได้แวะที่ไหน ก้องภพอดถามเจ้านายไม่ได้ว่าคนขับรถคนนี้ไว้ใจได้มากแค่ไหน

“ทำงานกันมาหลายปี ไว้ใจได้ สิรวิทย์เป็นคนหามาให้”

ก้องภพชะงักความไม่ไว้ใจในตัวเพื่อนรักของเจ้านาย ผุดขึ้นในใจอีกครั้ง แต่ไม่กล้าพูดอะไร ภูมินทร์สรุปว่าถ้าถึงขั้นใส่ยาพิษในอาหารได้ คนร้ายที่เราตามหาต้องเป็นคนใกล้ตัวเขามาก ก้องภพก็คิดเช่นเดียวกัน ดังนั้นเราจึงต้องรีบให้พิณชนิดามาทำงานกับเราให้เร็วที่สุด ภูมินทร์ยังไม่รู้เลยว่าเธอจะยอมมาหรือเปล่า

“ผมจะลองเกลี้ยกล่อมดู”

ด้วยความเป็นห่วงภูมินทร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก้องภพจึงกล่อมพิณชนิดาให้รับงานนี้ได้ไม่ยาก แถมเธอยังตกปากรับคำจะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านอัครมโหฬารอีกด้วย เพื่อจะได้ช่วยสืบหาตัวคนร้ายได้เร็วขึ้น ทั้งผีพ่อ แม่ ป้า ปิ่นเพชรและภิชาสินีรู้เรื่องนี้ก็ค้านหัวชนฝาไม่ยอมให้เธอไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้น ไม่ว่าจะห้ามปรามอย่างไร พิณชนิดายืนกรานจะไปช่วยภูมินทร์ให้ได้ และรับปากจะดูแลตัวเองอย่างดีไม่ให้เป็นอันตราย

“ในเมื่อพี่พิณตัดสินใจแล้วว่าต้องไปให้ได้ ภิก็จะไปด้วย ภิไม่มีทางปล่อยพี่ไว้ในดงเสือคนเดียวแน่”

ปิ่นเพชรเองก็จะไปช่วยดูแลพิณชนิดาอีกแรงหนึ่ง ปราชญ์ถึงกับเซ็งจัดที่ห้ามลูกไม่ได้ พัณทิพาปลอบใจน้องชาย ถึงจะเป็นพ่อเป็นแม่ แต่ก็กำหนดทางเดินของลูกไม่ได้ กานต์กมลเข้าไปหาภิชาสินี

“ถึงห้ามไม่ได้ พวกเราจะไม่มีทางทิ้งภิกับพิณไปไหน ตราบใดที่เรายังอยู่ใกล้ๆ ลูกๆจะต้องปลอดภัย”

พิณชนิดาถึงกับซาบซึ้งน้ำตาร่วงเมื่อภิชาสินีถ่ายทอดคำพูดของแม่ให้ฟัง...

หลังจากพิณชนิดาตอบกลับมาว่าจะเริ่มทำงานให้ภูมินทร์ในวันพรุ่งนี้ เขาบอกให้นวลจันทร์ช่วยสั่งการให้ปูเปรี้ยวกับป่านแก้วจัดห้องพักให้ด้วยหนึ่งห้อง พรุ่งนี้ยัยประหลาดกับน้องสาวจะมาอยู่ที่บ้านอัครมโหฬาร มาเป็นเลขาฯคนใหม่ของเขา ช่วงนี้งานเยอะ ถ้าเธอมาอยู่ที่นี่จะได้ช่วยงานเขาได้เต็มที่ ก้องภพเพิ่งนึกได้ว่าเธอจะพาน้องชายมาด้วย นวลจันทร์คงต้องจัดห้องใหญ่ๆให้เพื่อที่พี่น้องจะได้พักรวมกันได้

ทันทีที่รู้จากนวลจันทร์ว่าจะมีแขกมาพักที่บ้านอัครมโหฬาร ป่านแก้วรีบดักคอปูเปรี้ยว ไม่ต้องสาระแนเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่น ไม่อย่างนั้นตนจะไปฟ้องภูมินทร์ สองสาวใช้เปิดศึกน้ำลายกันอุตลุด นวลจันทร์รำคาญตบโต๊ะปัง สั่งให้เลิกเถียงกันแล้วไปจัดห้องตามคำสั่ง ทั้งคู่ถึงได้ แยกย้ายกันไปทำงานหน้าที่ของตัวได้

ooooooo

เย็นวันเดียวกัน ขณะพิณชนิดา ปิ่นเพชรและ ภิชาสินีกำลังเก็บข้าวของที่ต้องเอาไปวันรุ่งขึ้น หนึ่งมาเห็นเข้าก็ตกใจ ถามว่าจะย้ายไปไหนกัน พิณชนิดาไม่ได้ย้าย แค่เปลี่ยนที่อยู่ชั่วคราวไปทำงานที่บ้านภูมินทร์ เขาโวยวายไม่ยอมให้ไป ภิชาสินีเห็นท่าไม่ดี ปลอบให้เขาใจเย็นๆพี่พิณไม่ได้ไปไหนไกล หากคิดถึงก็โทร.หาได้

“พี่ไม่ได้ไปอยู่ถาวร ไปแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับ”

“ทุกคนก็พูดแบบนี้ ไปแป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับสุดท้ายก็ทิ้งผมไป ทิ้งผมไปกันหมด ไม่มีใครรักผมสักคน”

หนึ่งพูดจบวิ่งออกจากห้อง พิณชนิดา ปิ่นเพชรและภิชาสินีพากันงง ทำไมเขาต้องเสียใจขนาดนี้ด้วย...

หนึ่งพกเอาความน้อยอกน้อยใจไปบ่นให้อรรถพรซึ่งยังคงนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลฟังว่าเขาทำอะไรผิด ทำไมทุกคนต้องทิ้งเขาไปกันหมด ผู้หมวดหนุ่มเดาได้ไม่ยากว่าเขามีปมในใจ จึงบอกให้ระบายออกมาเผื่อจะสบายใจ ขึ้น จากนั้นความอัดอั้นใจที่มีอยู่ก็พรั่งพรูออกจากปากของเขา

เริ่มตั้งแต่ตอนที่หนึ่งยังเรียนอยู่มัธยมศึกษาตอนต้น อุตส่าห์ขยันเรียนจนสอบได้เกรดสี่เกือบทุกวิชา รีบเอา สมุดพกจะมาอวดแม่ แต่ท่านกลับไม่แลแม้แต่น้อย เพราะมัวสนใจว่าพ่อจะกลับบ้านเมื่อไหร่ พอเขาคะยั้นคะยอให้ดู ท่านก็หาว่าเซ้าซี้น่ารำคาญ แล้วลุกหนีไปอย่างหัวเสีย หนึ่งได้แต่มองสมุดพกสีหน้าเศร้าสร้อย

“หนึ่งแค่อยากให้แม่อารมณ์ดีขึ้น ถ้าแม่ดูสมุดพก แม่อาจจะหายโกรธพ่อ”...

ความร้าวฉานในครอบครัวของหนึ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พ่อกับแม่ทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน พ่อเอาแต่ทำงาน ส่วนแม่ก็เอาแต่ต่อว่าพ่อที่ไม่มีเวลาให้ครอบครัว มีอยู่ครั้งหนึ่ง การทะเลาะกันรุนแรงขึ้น แม่ทุบตีพ่อซึ่งได้แต่ปัดป้อง หนึ่งพยายามเข้าไปห้าม แต่ไม่มีใครฟัง พ่อทนเจ็บไม่ไหวเหวี่ยงแม่กระเด็น เสียงด่าทอกันไปมาดังลั่นบ้านไปหมด หนึ่งทนไม่ไหวตะโกนลั่นให้หยุดทะเลาะกันสักที

“มันไม่ใช่เรื่องของเด็ก ไปนอนซะอย่ายุ่ง” แม่ เอ็ดเสร็จ หันไปชี้หน้าพ่อ “วันนี้เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”

“ผมทำงานมาทั้งวัน เหนื่อย อยากพัก ไม่มีอะไรจะคุย” พ่อพูดจบเดินหนี โดยมีแม่ยังตามไปหาเรื่อง...

เรื่องราวเริ่มเลวร้ายมากขึ้น แม่หันไปคบหาชายอื่น บ้านช่องไม่กลับ พ่อถูกแม่ทิ้งก็หันไปดื่มเหล้าดับความกลัดกลุ้มใจจนเมามายไม่ได้สติ เขาต้องประคองท่านไปนอนพัก แล้วไปหยิบผ้าชุบน้ำจะมาเช็ดเนื้อตัวให้ พ่อเครียดจัดเรื่องแม่ อีกทั้งยังดื่มหนัก เกิดเกร็งชักกระตุก แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก หนึ่งกลับมาเห็นอาการของพ่อก็ตกใจ รีบเข้ามาประคอง แต่ท่านอาการหนักเกินเยียวยา

หลังงานเผาศพพ่อไม่นาน แม่แวะมาที่บ้าน สั่งให้หนึ่งเก็บข้าวเก็บของย้ายไปอยู่กับท่าน ส่วนบ้านนี้ท่านจะขายทิ้งเพราะคงอยู่ไม่ได้อีกแล้ว จังหวะนั้นแฟนใหม่ของแม่เดินเข้ามา หนึ่งมองแม่ด้วยสายตาเจ็บปวด ก่อนจะตะโกนใส่หน้าว่าเป็นเพราะแม่กับผู้ชายคนนี้ใช่ไหม ที่ทำให้พ่อต้องตาย ท่านโกรธมากทุบตีเขาไม่ยั้ง

“แกไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้กับแม่”

“แล้วแม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับหนึ่งหรือ” แล้วหันไปทางแฟนใหม่ของแม่ “สะใจหรือยังที่เห็นครอบครัวเราพังแบบนี้ สะใจหรือยังที่เห็นพ่อตาย” คำต่อว่าของหนึ่งทำให้แม่ฟิวส์ขาด ตบเขาหน้าหัน สั่งไม่ให้พูดแบบนี้กับสามีใหม่ของตนซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อของเขา หนึ่งประกาศกร้าวไม่มีวันเรียกผู้ชายคนนี้ว่าพ่อเด็ดขาด

“ถ้าเป็นแบบนี้ก็คงอยู่ร่วมกันไม่ได้ แกไม่ต้องไปอยู่บ้านใหม่ ฉันจะส่งแกไปอยู่โรงเรียนประจำ”

คำพูดของแม่ที่ทำร้ายจิตใจหนึ่ง ยังดังก้องอยู่ในหัวของเขาเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน อรรถพรฟังแล้วอดสงสารไม่ได้ ดึงหนึ่งมากอดปลอบใจว่าแม่อาจมีเหตุผลของท่านก็ได้ หากหนึ่งเปิดใจ อาจจะเข้าใจท่านมากขึ้นและให้อภัยกับสิ่งที่ท่านทำ เขายืนกรานไม่มีวันเข้าใจและให้อภัยผู้หญิงที่ทิ้งลูกทิ้งผัวไปมีคนอื่น...

เมื่อเปรมสุดารู้จากปูเปรี้ยวว่าภูมินทร์สั่งให้จัดห้องรับรองแขก พรุ่งนี้จะมีคนย้ายเข้ามา แต่ไม่รู้ว่าใครเพราะนวลจันทร์ไม่ยอมบอก เธอรีบโทร.ถามสิรวิทย์พอจะรู้ไหมว่าเป็นใคร ทีแรกเขาไม่ยอมบอก แต่ทนเสียงรบเร้าของเธอไม่ไหว สุดท้ายก็ยอมบอกว่าพิณชนิดาจะย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่นในฐานะเลขาฯคนใหม่ของภูมินทร์

เปรมสุดาปรี๊ดแตก วิ่งไปฟ้องแม่ว่าภูมินทร์พานังหมอดูนั่นเข้าไปอยู่ในบ้าน เธอสั่งให้หยุดโวยวายแล้วเดินตามแผนการที่เธอเคยบอกไว้ว่าศัตรูไกลไม่น่ากลัวเท่ามิตรใกล้ยังจะได้ประโยชน์กว่า...

ฟ้ารุ่งวิตกจริตเรื่องหมอดูทำนายทายทัก ถึงขั้นเก็บเอาไปฝันว่าเอกเก็บข้าวของใส่กระเป๋าจะทิ้งเธอไปหาพิณชนิดาที่มารอรับถึงห้องนอน เธอยื้อยุดฉุดเขาไว้ คร่ำครวญว่าไม่รักเธอแล้วหรือ เอกดึงมือเธอออกตอบชัดเจนว่าไม่เคยรักเธอ รักแต่พิณชนิดาคนเดียว แล้วจะพากันออกจากห้อง ฟ้ารุ่งไม่ยอมให้ไปคว้าแขนเขาไว้

“เอก...เอกอย่าไป อย่าทิ้งฟ้าไป...เอก” ฟ้ารุ่งตะโกนสุดเสียงก่อนจะสะดุ้งตื่น เอกนอนอยู่ข้างๆพลอยตื่นไปด้วยถามว่าเป็นอะไร ฝันร้ายหรือ ละเมอเรียกชื่อเขาเสียงดังลั่น ฟ้ารุ่งอินจัด ทุบเขาไม่ยั้ง ด่าว่าต่างๆนานา เอกคว้ามือเธอไว้ ถามว่าเป็นบ้าอะไร อยู่ๆก็มาทุบตีกัน เธอฝันว่าเขาทิ้งเธอกลับไปหาพิณชนิดา

“ที่ทุบผม โวยวายอาละวาดเพราะแค่ฝันเนี่ยนะ”

“ไม่ใช่แค่ฝัน ฟ้าดูหมอมา หมอดูบอกว่าเราจะเลิกกัน”

เอกเหนื่อยใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง คนเราจะเลิกกันไม่เกี่ยวกับหมอดู บอกให้เธอนอนได้แล้ว ไม่ต้องคิดมาก แล้วจับเธอลงนอนด้วยกัน ฟ้ารุ่งนอนไม่หลับ ครุ่นคิดหนักกลัวจะเป็นอย่างที่หมอดูทำนายไว้

ooooooo

ภิชาสินี พิณชนิดา และปิ่นเพชรขนข้าวของจำเป็นมารออยู่ที่หน้าอพาร์ตเมนต์ที่พัก โดยไม่ลืมฝากสองผัวเมียจอมงกช่วยดูแลห้องพักแทนด้วย ไม่วายกำชับว่าห้ามมาถอดฟิวส์ในห้องของพวกตนไป ไม่อย่างนั้นจะโดนตุ๊กแกกินตับไม่รู้ด้วย ขวัญทิพย์ไม่เคยเห็นปิ่นเพชร ในคราบเด็กน้อยมาก่อนก็ร้องทักว่าเป็นใคร

พิณชนิดายังไม่ทันจะตอบ ก้องภพขับรถเข้ามาจอดเสียก่อน เธอกับน้องสาวและปิ่นเพชรรีบขึ้นรถ สองผัวเมียถึงกับชะงัก จำได้ว่านั่นเป็นคนของภูมินทร์ หรือว่าพี่น้องสองสาวนั่นจะย้ายไปอยู่บ้านเขา

“เด็กคนนั้นอาจจะเป็นลูกของน้องพิณกับคุณภูมินทร์ก็ได้”

แพนเค้กดูจากช่วงเวลาที่สองคนนั่นเริ่มคบหากันจนถึงบัดนี้ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะมีลูกโตขนาดนี้ ขวัญทิพย์อดสงสัยใคร่รู้ไม่ได้ว่าเด็กผู้ชายคนเมื่อครู่นี้เป็นใครกันแน่ แล้วสองพี่น้องนั่นไปอยู่ที่ไหน...

ทางด้านเปรมสุดาเริ่มแผนการขั้นแรกทันที รีบไปหาภูมินทร์ที่บ้านแต่เช้าเพื่อรอการมาถึงของศัตรูหัวใจ พอเห็นพิณชนิดา ภิชาสินีและปิ่นเพชรก้าวเข้ามาในบ้าน เธอคล้องแขนภูมินทร์ไว้แสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแล้วส่งยิ้มหวานพร้อมกับตีสีหน้าเป็นมิตรสุดฤทธิ์

“ยินดีต้อนรับนะจ๊ะ ที่ผ่านมาเราอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิด ทำให้ไม่ลงรอยกันบ้าง หลังจากเกิดเรื่องวันนั้น ฉันก็เอาไปคิดไตร่ตรอง เลยคิดได้ว่าฉันทำเกินไป ยกโทษให้ฉันด้วยนะจ๊ะ ฉันรู้สึกผิดจริงๆ ในเมื่อต่อไปนี้เธอจะมาเป็นเลขาฯของภู เราก็ควรจะดีต่อกันไว้มากๆ เรามาเริ่มกันใหม่นะจ๊ะ” เปรมสุดายื่นมือให้พิณชนิดาซึ่งมองไม่แน่ใจ “เธอคงรังเกียจฉันมาก ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ เธอคงให้อภัยฉันไม่ได้” เปรมสุดาจะชักมือกลับ

พิณชนิดาสงสารก็เลยจับมือด้วย ยินดีจะเริ่มต้นกันใหม่ ที่แล้วมาก็ให้แล้วกันไป โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าการกระทำของเปรมสุดา ต่างจากความคิดชั่วร้ายที่อยู่ในใจของเธอลิบลับ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 15:59 น.