ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายพยากรณ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แม้ผีพรายชมพู่จะเลิกตามรังควานภูมินทร์และไปผุดไปเกิดแล้วก็ตาม แต่พิณชนิดายังอดเป็นห่วงเขาไม่ได้ เนื่องจากคนที่ตามฆ่าเขายังลอยนวลอยู่เท่ากับเขายังไม่ปลอดภัย ภิชาสินีแนะให้เธอลองเปิดไพ่ยิปซีตรวจดวงชะตาให้ภูมินทร์อีกครั้งหนึ่งเผื่อจะได้เบาะแสคนร้าย พิณชนิดาเห็นดีด้วย เปิดไพ่ขึ้นมาทีละใบ

ปราชญ์ที่ยืนดูอยู่ข้างๆภิชาสินี กานต์กมลและพัณทิพาบ่นอย่างไม่ค่อยจะชอบใจนัก ทำไมลูกสาวคนโตของตัวเองถึงต้องเข้าไปยุ่งกับเรื่องของนายคนนี้ กานต์กมลเถียงแทนลูก ว่าเป็นเพราะแกเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น จังหวะนั้นมีเสียงมือถือของภิชาสินีดังขึ้น เธอรีบรับสาย

“ว่าไงแก...ลืมไปเลยว่าวันนี้มีสอบ แย่แล้ว...ภิไปก่อนนะพี่พิณ” ภิชาสินีพูดจบ คว้ากระเป๋าใส่หนังสือวิ่งปรู๊ดออกจากห้อง พิณชนิดามองตาม ก่อนจะเปิดไพ่ใบสุดท้ายขึ้นมาดูถึงกับร้องเอะอะ

“นายภูมินทร์กำลังจะโดนวางยา”...

คนที่พิณชนิดาดูดวงให้กำลังนั่งอ่านเอกสารการประชุมอยู่ที่โต๊ะสนามข้างบ้าน พลันใบหน้ายิ้มแย้มของหมอดูสาวผุดขึ้นมาในห้วงความคิด เขาเผลอยิ้มมีความสุข แล้วนึกขึ้นได้ว่าจะยิ้มให้เกิดอะไรขึ้นมา รีบสะบัดหัวไล่ภาพของเธอออกไป แล้วก้มหน้าอ่านเอกสารต่อ แสงโชติเดินผ่านมาเห็นพอดี เข้ามากระเซ้าว่ายังไม่ไปง้อเปรมสุดาแฟนตัวเองอีกหรือ เห็นร้องห่มร้องไห้ออกจากงาน ภูมินทร์ปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่แฟนของเขา

“ถ้าไม่ใช่แฟนแล้วจะเป็นอะไร คนทั้งสังคมรู้กันทั้งนั้นว่าพี่กับสุดาเป็นคู่หมั้นคู่หมายกัน”

“คนอื่นจะมองยังไงฉันไม่รู้ แต่สำหรับฉัน สุดาเป็นแค่เพื่อน” ภูมินทร์พูดจบ จะลุกหนี แสงโชติแกล้งพูดดักคอ ถ้าเปรมสุดาเป็นแค่เพื่อนแล้วพิณชนิดาเป็นอะไร เขาถึงกับหยุดกึก แสงโชติมองอย่างรู้ทัน

“ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นพี่พาผู้หญิงมากินข้าวที่บ้าน ท่าทางคุณพิณคงจะมีความสำคัญกับพี่มาก”

ภูมินทร์หันขวับ “เอาเวลาที่มายุ่งเรื่องของฉันไปเตรียมเรื่องพรีเซนต์ที่ประชุมวันนี้ดีกว่า อย่าให้เสียหน้าเหมือนครั้งที่แล้วอีก ฉันอายแทน” แดกดันจบ ภูมินทร์ผละจากไป แสงโชติยิ้มร้ายเพราะรู้แล้วว่าจุดอ่อนของญาติผู้พี่ก็คือพิณชนิดานั่นเอง

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน พิณชนิดาเดินงุ่นง่านอยู่ในห้องพัก คิดไม่ตกจะเตือนภูมินทร์อย่างไรดี ผีกานต์-กมลถึงกับออกปากกับสามีและพี่สามี ดูท่าลูกสาวของตนจะห่วงภูมินทร์มาก แบบนี้เดาได้ไม่ยากว่าแกมีใจให้

“ไม่มีทาง ลูกพิณเป็นคนฉลาด ไม่มีทางชายตาแลผู้ชายเฮงซวยอย่างนายนั่น” ปราชญ์เถียงคอเป็นเอ็น

ทั้งกานต์กมลและพัณทิพาต่างส่ายหน้าให้กับการไม่ยอมรับความจริงของเขา จังหวะนั้นแสงโชติโทร.เข้ามือถือของพิณชนิดา ถามว่าวันนี้ว่างหรือเปล่า เธอยังไม่ทันจะตอบอะไร เจ๊ตุ่มลูกค้าที่นัดทำนายดวงกับไพ่ยิปซีมาหาเสียก่อน เธอรีบบอกเขาว่าไม่ว่างแล้ววางสายทันที แสงโชติชักสีหน้าไม่พอใจ คิดว่าเธอเล่นตัว จัดแจงโทร.หาสมุนของตัวเอง สั่งการให้สืบหาที่อยู่ของพิณชนิดาโดยด่วน...

ทางด้านสัณชัยเห็นลูกชายจะไปข้างนอก ทักท้วงว่าทำไมไม่เข้าออฟฟิศ วันนี้มีประชุมโปรเจกต์สำคัญของเรา เขาไม่ลืมแน่นอน แต่กว่าจะประชุมก็ตั้งบ่ายโมง เขามีธุระสำคัญต้องไปทำ แล้วขึ้นรถขับออกไป สัณชัยพึมพำเสียงเครียดจะมีอะไรสำคัญกว่าการประชุมครั้งนี้

ธุระสำคัญที่แสงโชติว่าก็คือจะแวะไปหาพิณชนิดาที่ห้องพักพร้อมด้วยดอกกุหลาบแดงช่อใหญ่ ขณะเขากำลังโทร.ถามสมุนถึงเส้นทางไปอพาร์ตเมนต์ที่พักของเธอ มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งข้ามถนน แต่เกิดสะดุดขาตัวเองหกล้ม แสงโชติเหยียบเบรกตัวโก่ง ด่าเสียงลั่นข้ามถนนประสาอะไร แล้วบอกสมุนว่าอีกสักครู่จะโทร.กลับ จากนั้นก็ลงจากรถเข้าไปดูคู่กรณีว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

พอเห็นความงามของคู่กรณีชัดๆ แสงโชติถึงกับยิ้มกริ่ม แยมส้มเองก็ดูจะสนใจชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูดีมีเงิน แถมขับรถหรูราคาแพงระยับ ต่างฝ่ายต่างต้องตาต้องใจกัน เดาได้ไม่ยากว่าจะลงเอยอย่างไร...

ที่ห้องพักของพิณชนิดา เจ๊ตุ่มกะเทยร่างยักษ์กรีดร้องห้องแทบแตกเมื่อพิณชนิดาทำนายว่าเจ๊จะโดนแฟนคนใหม่ปอกลอกเหมือนรายอื่นๆที่ผ่านมา เจ๊ตุ่มต้องการให้เธอช่วยแก้กรรมให้ เธออธิบายว่ากรรมเกิดจากความคิดและการกระทำของเราเอง ถ้าจะแก้กรรมก็ต้องเริ่มแก้ที่ความคิดของเราเสียก่อน

“ถ้าอยากเจอผู้ชายที่รักเจ๊จากตัวตนของเจ๊จริงๆ เจ๊ก็ต้องเริ่มที่จะรักผู้ชายที่ตัวตนของเขาจริงๆ ไม่ใช่รักจากหน้าตาของเขา แก้กรรมไม่ต้องทำพิธีอะไร แค่เปลี่ยนวิธีคิดของเจ๊เท่านั้น ความคิดเปลี่ยนชีวิตก็เปลี่ยน”

“ขอบคุณมากนะฮะหมอพิณ เจ๊คิดอะไรได้เยอะเลย” เจ๊ตุ่มว่าแล้วขอตัวกลับ พิณชนิดาเดินมาส่งที่ประตูห้องพัก มองตามเจ๊จากไปอย่างรู้สึกดีที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น แล้วนึกเรื่องของภูมินทร์ขึ้นมาได้ ยังคิดไม่ตกจะทำอย่างไรดี ปิ่นเพชรแนะให้โทร.ไปเตือน ถ้าเขาไม่ฟังก็ให้โทร.ไปบอกลูกน้องคนสนิทของเขา

พิณชนิดารีบหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาก้องภพ แต่ไม่มีใครรับสาย เพราะเขามัววุ่นวายอยู่กับการต้อนรับผู้ถือหุ้นของบริษัทอัครมโหฬารที่มาร่วมประชุม เธอวางสายอย่างเซ็งจัด

“บางทีนายภูมินทร์อาจจะดวงถึงฆาตแล้ว คนมันจะตายใครหน้าไหนก็ช่วยไม่ได้”

“ทำไมไปแช่งเขาแบบนั้นล่ะปิ่นเพชร ถึงนายภูมินทร์จะดวงตก แต่คงไม่ถึงฆาต แค่โทร.ไปเตือน มันยังไม่ถือว่าช่วยเต็มที่ เราต้องพยายามให้มากกว่านี้”

ปิ่นเพชรทักท้วงทำไมต้องพยายามด้วย ในเมื่อไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย หรือว่าเธอมีใจให้ภูมินทร์ พิณชนิดาปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่ได้ชอบ แต่ที่ช่วยเหลือก็เพื่อเห็นแก่มนุษยธรรม ปิ่นเพชรเบือนหน้าหนี ขี้เกียจเถียงกับคนปากแข็ง อะไรก็อ้างเพื่อมนุษยธรรม เธอขอร้องให้เขาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะช่วยภูมินทร์อย่างไร แล้วเดินครุ่นคิดไปมาอยู่ในห้อง สักพักก็คิดแผนแยบยลขึ้นมาได้

ooooooo

ที่ห้องพักของแยมส้ม แสงโชติเพิ่งเสร็จกิจกับเจ้าของห้อง นอนตระกองกอดกันอยู่บนเตียง พลันมีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น สัณชัยโทร.มาตามให้เข้าบริษัท ผู้ถือหุ้นมาพร้อมหน้าและจะเริ่มประชุมกันแล้ว เขามัวแต่ไปมุดหัวอยู่ไหน แสงโชติรับคำจะรีบไปเดี๋ยวนี้ วางสายแล้วลุกขึ้นสวมกางเกง

“ผมมีประชุมด่วน ต้องรีบไป”

แยมส้มนึกสนุกหยิบมือถือมาถ่ายรูปตัวเองโดยมีแสงโชติที่กำลังสวมเสื้อผ้าเป็นแบ็กกราวด์อยู่ด้านหลัง เขาตกใจ สั่งให้ลบรูปทิ้ง เธอสงสัยทำไมต้องลบ เขาไม่ต้องการให้มีเหตุภาพหลุดออกไป เกิดเป็นข่าวฉาวขึ้นมา พ่อของเขาต้องไม่ชอบใจแน่ เธอไม่เห็นจะต้องกลัว ก็บอกท่านไปเลยว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน พอเห็นเขาก้มหน้าก้มตาแต่งตัวต่อไปไม่พูดอะไร เธอโวยใส่ คิดจะเก็บเธอไว้เงียบๆใช่ไหม

“มันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องเอาไปป่าวประกาศ แล้วอีกอย่างเราเพิ่งเจอกันเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว ทำไมผมต้องให้ความสำคัญกับคุณด้วย ในเมื่อคุณง่ายมาผมก็ง่ายไป แค่สนุกชั่วคราวก็เท่านั้น แต่ถ้าคุณเรื่องมากนัก เราก็จบกันแค่นี้” แสงโชติตัดบท แยมส้มประกาศลั่นหากคิดจะทิ้งกันง่ายๆ รับรองได้เป็นข่าวฉาวแน่ เขาหันขวับ มองเธอด้วยสายตากร้าว...

ด้วยความช่วยเหลือของปิ่นเพชรทำให้พิณชนิดาเล็ดลอดเข้าไปข้างในบริษัทอัครมโหฬารได้สำเร็จ แอบขโมยชุดแม่บ้านของบริษัท สวมหน้ากากอนามัยตรงไปยังห้องทำงานของภูมินทร์...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขวัญทิพย์กับแพนเค้กทุบประตูห้องพักของแยมส้มอยู่นานสองนานไม่มีใครขานตอบ จึงขู่จะพังประตูเข้าไปถ้าเธอไม่ออกมา เงียบไม่มีเสียงใดๆออกมาจากห้อง ขวัญทิพย์สั่งให้แพนเค้กพังประตู เขาใช้ตัวกระแทกประตูอยู่หลายครั้งแต่มันไม่ยอมเปิด เธอจึงต้องช่วยอีกแรงหนึ่ง


สองแรงแข็งขันกระแทกประตูจนเปิดผลัวะ สองผัวเมียล้มกลิ้งตามแรงกระแทกไปกองอยู่ข้างศพแยมส้มที่นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น ตาลืมโพลง ในมือกำแบงก์พันบาทเอาไว้หลายใบ พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่ง สองผัวเมียเห็นศพน่าสยดสยองของเธอ ก็ร้องลั่นอพาร์ตเมนต์แทบแตก...

ขณะที่แยมส้มถูกพบเป็นศพตายอนาถอยู่ในห้องพักของตัวเอง แสงโชติค่อยๆย่องเข้ามาในห้องประชุม สัณชัยกำลังพรีเซนต์โครงการโรงแรมริมทะเลให้ผู้ถือหุ้นฟัง ชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นลูกชายตัวเองเพิ่งมาถึง ส่วนภูมินทร์มองแสงโชติด้วยสายตาตำหนิ แต่เจ้าตัวทำไม่รู้ไม่ชี้

ooooooo

พิณชนิดาในคราบแม่บ้านของบริษัทมีหน้ากากอนามัยอำพรางใบหน้า เข้ามาชะเง้อคอยาวดูในห้องทำงานของภูมินทร์ แต่ไม่เจอทั้งก้องภพและภูมินทร์ กำลังเคว้งไม่รู้จะไปตามหาทั้งคู่ที่ไหน เอ๋เข้ามาถามว่าใช่แม่บ้านที่มาแทนคนที่ลาป่วยใช่ไหม พิณชนิดารีบสวมรอยทันทีว่าใช่

“ถ้างั้นมาช่วยฉันจัดอาหารว่างให้ผู้ร่วมประชุมเร็ว” เอ๋ว่าแล้วเดินนำพิณชนิดาไปที่หน้าห้องประชุม

ระหว่างที่สองสาวกำลังจัดกาแฟกับอาหารว่างง่วนอยู่ คนขับรถของภูมินทร์ถือกล่องใส่อาหารเข้ามาบอกเอ๋ว่าคุณนวลจันทร์ฝากมาให้คุณภูมินทร์ แล้วกลับออกไป เธอรีบเปิดกล่องดูเห็นคัพเค้กหน้าตาน่ากินก็จัดใส่จานไว้สำหรับเจ้านาย แล้วกันชิ้นหนึ่งเก็บไว้กินเอง พอเห็นพิณชนิดาจ้องอยู่ก็รีบออกตัว

“มันมีตั้งหลายชิ้น คุณภูมินทร์กินคนเดียวไม่หมดหรอก อย่ามัวแต่มองฉัน รีบยกเข้าไปในห้องประชุม”

แม่บ้านตัวปลอมทำตามคำสั่ง พอเธอคล้อยหลัง เอ๋หยิบคัพเค้กชิ้นนั้นขึ้นมากินอย่างมีความสุข ครู่ต่อมาพิณชนิดายกกาแฟกับคัพเค้กวางตรงหน้าภูมินทร์ แต่เขาจำเธอไม่ได้ เธอจึงเสิร์ฟกาแฟกับของว่างให้ผู้ถือหุ้น

รายอื่นๆ โดยพยายามส่งสายตาให้ก้องภพที่นั่งอยู่มุมห้อง แล้วรอจังหวะที่ทุกคนพุ่งความสนใจไปที่ภาพสไลด์บนจอติดผนังซึ่งสัณชัยฉายให้ดู พิณชนิดาเปิดหน้ากากอนามัยส่งสัญญาณให้ก้องภพที่มองตะลึง ตามเธอออกมานอกห้อง โดยที่คนอื่นยังคงประชุมกันอยู่

พิณชนิดายังไม่ทันจะเตือนเขาเรื่องที่ภูมินทร์จะถูกวางยา มีเสียงจานตกแตกดังขัดจังหวะเสียก่อน ทั้งคู่หันมองตามเสียง ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นเอ๋นอนชักน้ำลายฟูมปากอยู่ที่พื้น ก้องภพรีบเข้าไปประคองเอาไว้ พร้อมกับโทร.เรียกรถพยาบาล พิณชนิดามองคัพเค้กที่ยังเหลืออีกครึ่งหนึ่งที่พื้น ถึงกับหน้าตาตื่นวิ่งกลับเข้าห้องประชุม เห็นภูมินทร์กำลังจะตักคัพเค้กใส่ปาก ร้องห้ามเสียงหลง ทุกคนชะงักหันมองเธอเป็นตาเดียวกัน

“คุณมาทำบ้าอะไรที่นี่” ภูมินทร์เอ็ดลั่น

“ถ้าคุณไม่อยากตายก็วางเค้กนั่นลงซะ มันมียาพิษ”

ภูมินทร์ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้เพราะขนมนี่แม่นมของเขาเป็นคนทำ พิณชนิดายืนยัน คนที่เพิ่งกินคัพเค้กนั่นกำลังชักแหง็กๆอยู่ ถ้าเขาไม่เชื่อก็ให้ไปดูที่หน้าห้องประชุม ภูมินทร์รีบออกไปนอกห้อง โดยมีทุกคนเดินตาม แต่ไม่เจอใคร มีเพียงจานแตกกับคัพเค้กครึ่งชิ้นตกอยู่ที่พื้น ภูมินทร์ตวาดลั่น เธอคิดจะทำอะไรกันแน่ พิณชนิดาบอกให้เขาลองโทร.ถามก้องภพดู เชื่อว่าตอนนี้น่าจะกำลังพาเอ๋ไปส่งโรงพยาบาล เขาไม่รอช้า โทร.หาลูกน้องคนสนิท ปรากฏว่าเป็นจริงอย่างที่พิณชนิดาอ้าง เขาจึงขอยกเลิกการประชุมทันที

“ยกเลิกง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร พ่อฉันเตรียมโครงการนี้มาตั้งนาน” แสงโชติโวยวาย ภูมินทร์ไม่สนใจ ดึงมือพิณชนิดาออกไปทันที ผู้ถือหุ้นต่างมองหน้ากัน สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่...

นอกจากจะไม่ได้รับคำขอบคุณจากภูมินทร์แล้ว การช่วยชีวิตครั้งนี้ยังกลายเป็นทำคุณบูชาโทษ เขาหาว่าพิณชนิดาเป็นคนจัดฉากเรื่องนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะปลอมตัวเป็นแม่บ้านเข้ามาในบริษัท แอบวางยาในคัพเค้กแล้วทำทีเข้ามาช่วยเพื่อจะได้เป็นฮีโร่ เธอยืนยันว่าไพ่ยิปซีทำนายว่าเขากำลังจะโดนวางยา เขาสั่งให้เธอเลิกเอาไพ่ไร้สาระนั่นมาอ้างได้แล้ว พิณชนิดาโกรธที่เขาบังอาจมาด่าไพ่ของตน

“ไพ่ของฉันช่วยเหลือคนไม่เคยทำร้ายใคร ไม่เหมือนคนสกปรกอย่างนายที่คิดได้แต่เรื่องสกปรก”

ภูมินทร์ท้าทาย หากไพ่ของเธอวิเศษจริงอย่างที่ว่า จะให้เวลา 3 วัน หาของสำคัญที่สุดของเขาที่หายไปให้เจอ แล้วเขาถึงจะเชื่อว่าเธอไม่ได้สร้างเรื่องเพื่อจะจับเขาเป็นสามี

“แต่ถ้าเธอทำไม่สำเร็จ ฉันจะแจ้งตำรวจจับเธอข้อหาพยายามฆ่า”

ด้วยความโมโหทำให้พิณชนิดารับคำท้าทันที

ooooooo

ผู้เช่ารายอื่นๆที่รู้ข่าวแยมส้มถูกฆ่าตายต่างตกใจไปตามๆกัน รวมทั้งหนึ่งที่เพิ่งกลับจากโรงเรียน อรรถพรในฐานะร้อยเวรเจ้าของคดีแจ้งกับขวัญทิพย์และแพนเค้กว่ามีพยานเห็นผู้ตายเข้าไปในห้องกับผู้ชายคนหนึ่ง แต่เห็นหน้าไม่ชัด ดังนั้นเขาคงต้องของดูภาพจากกล้องวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์
หนึ่งเห็นสีหน้าของสองผัวเมียก็พูดดักคอว่ากล้องเสียอีกใช่ไหม แพนเค้กแก้ตัวว่าไม่ได้เสีย แค่ใช้งานได้บ้างไม่ได้บ้างเท่านั้น เพราะตัวเองมีฝีมือซ่อมได้แค่นี้ อรรถพรตำหนิ ถ้าซ่อมเองไม่ได้ทำไมไม่ส่งร้านซ่อม

“ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ล่าสุดน้องแยมส้มก็ค้างค่าเช่าพี่อยู่ตั้งสามเดือน พี่จะเอาเงินที่ไหนไปซ่อม”

ผู้หมวดหนุ่มสรุปคร่าวๆจากสภาพคนตายที่กำเงินกับใบทวงหนี้ค่าเช่าห้องเอาไว้ในมือ แสดงว่าเธอ กำลังจะเอาเงินค่าเช่าไปจ่ายให้สองผัวเมีย ขวัญทิพย์กลัวจัดยกมือไหว้ท่วมหัว วิงวอนแยมส้มไม่ต้องเอาค่าเช่ามาให้อีกแล้ว เธอยกหนี้ให้ หนึ่งได้ทีเข้ามากระซิบเสียงน่ากลัว ให้ทั้งคู่ระวังตัวให้ดี คืนนี้เจอดีแน่ แล้วหัวเราะชอบใจ ยิ่งเห็นสองผัวเมียกลัวหัวหดยิ่งแหย่เรื่องผีแยมส้มอย่างสนุกปาก...

เหตุการณ์ที่พิณชนิดาบุกเข้ามาในห้องประชุมผู้ถือหุ้นเป็นประเด็นให้สัณชัยและแสงโชติใช้โจมตีภูมินทร์ หาว่ามากรักมากหญิง เคลียร์กันไม่ลงตัว ผู้หญิงคนนั้นก็เลยมาสร้างเรื่องป่วนบริษัทเพื่อเรียกร้องความสนใจ บรรดาหุ้นส่วนต่างลงความเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งประธานบริษัท แสงโชติได้ทียุส่ง

“นั่นสิครับ หรือว่าจะถึงเวลาที่เราจะเลือกประธานบริษัทกันใหม่”

หุ้นส่วนหลายคนเห็นด้วยกับความคิดนี้และเสนอว่าคนที่จะมาแทนที่ภูมินทร์น่าจะเป็นสัณชัย...

ที่ด้านนอกห้องประชุม เหล่าพนักงานต่างจับกลุ่มเม้าท์กันเรื่องที่เอ๋ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการชักน้ำลายฟูมปากว่าเป็นการกินยาตายประชดเจ้านายที่ด่าเช้าด่าเย็น หุ้นส่วนที่เพิ่งออกจากห้องประชุมได้ยินเข้าก็มองหน้ากันอึ้งๆ พวกพนักงานเห็นพวกนั้นก็รีบยกมือไหว้ ก่อนจะพากันสลายตัว...

ภายในห้องประชุม แม้สัณชัยจะแอบปลื้มที่เหล่าผู้ถือหุ้นจะดันตัวเองขึ้นแท่นประธานบริษัท แต่ยังต้องเตือนแสงโชติไม่ให้พูดอะไรมากเกรงจะรู้ถึงหูภูมินทร์ เขากลับไม่สนใจ เพราะรู้ว่าพวกพนักงานไม่มีใครชอบขี้หน้าภูมินทร์สักคน รับรองไม่มีใครเอาไปฟ้องมันแน่ๆ แล้วลุกขึ้นจะไป สัณชัยเหลือบเห็นรอยเล็บที่คอและที่หน้าของลูกชาย ร้องทักไปโดนอะไรมา เขาโกหกว่าเล่นกับแมวข้างถนนมาก็เลยโดนข่วน

“เล่นอะไรให้มันระวัง แมวพวกนั้นมันดุ เกิดข่วนโดนตาขึ้นมาจะว่ายังไง”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับพ่อ แมวตัวนี้สิ้นฤทธิ์แล้ว”...

ฝ่ายขวัญทิพย์กับแพนเค้กกลัวผีแยมส้มจะตามมาหลอกหลอน รีบนำดอกไม้ธูปเทียนพร้อมเครื่องเซ่นไหว้ไปตั้งไว้ในห้องใกล้ๆรูปถ่ายของเธอ และขอให้เธออโหสิกรรมหากพวกตนทำอะไรล่วงเกิน ขณะสองผัวเมียจะออกจากห้อง อรรถพรโผล่พรวดเข้ามาต่อว่าว่าเข้ามาในที่เกิดเหตุได้อย่างไร เดี๋ยวไปรบกวนหลักฐาน

“พี่ขอโทษ พี่แค่อยากมาขออโหสิกรรมน้องแยมส้มน่ะค่ะ”

“พวกพี่ยังไม่ได้แตะต้องอะไรทั้งนั้น รับรองไม่มีลายนิ้วมือพวกพี่แน่นอน” แพนเค้กว่าแล้วชวนเมียรักกลับ อรรถพรร้องเรียกทั้งคู่ไว้ ขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์ เผื่อช่วงเวลาที่เกิดเหตุมันจะใช้งานได้...

ระหว่างเกิดเรื่องวุ่นๆที่อพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ ฟ้ารุ่งถึงกับหน้าเครียดเมื่อหมอดูทำนายว่าเธอกับเอกไม่ใช่คู่แท้กัน อีกไม่นานต้องเลิกกัน ผู้ชายคนนี้เธอได้มาอย่างไรก็จะเสียเขาไปในแบบเดียวกัน

ooooooo

ปราชญ์เห็นลูกสาวคนโตกลัดกลุ้มใจที่หลุดปากรับคำท้าของภูมินทร์ ถึงกับโวยวายว่าไม่น่าไปช่วยไอ้คนห่วยๆพรรค์นั้น แทนที่จะเห็นความดีกลับต้องมานั่งปวดหัวอีก กานต์กมลขอให้เขามองในมุมกลับกันบ้าง ลูกของเราอยู่ๆก็ปลอมตัวเข้าไปเตือนเขาแล้วดันอยู่กับคัพเค้กพวกนั้นก่อนเกิดเรื่อง เป็นใครก็ต้องเข้าใจผิด

“ทำไมต้องเข้าข้างไอ้ภูมินทร์ด้วย”

“ไม่ได้เข้าข้าง แค่อยากให้คุณมองภาพกว้างๆ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ยัยพิณก็ต้องเรียนรู้เรื่องการช่วยเหลือคน ที่ต้องคิดไตร่ตรองวิธีการให้ดีๆ มีสติไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นเอ็นดูเขา เอ็นเราเกือบขาดแบบนี้”...

เอ๋ซาบซึ้งใจมากเมื่อเห็นภูมินทร์มาเยี่ยมพร้อมด้วยกระเช้าผลไม้ และยังถามไถ่อาการของเธอด้วยความเป็นห่วง ส่วนค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดเขาจะออกให้เอง บอกให้เธอนอนพักผ่อนต่อไป แล้วเดินออกจากห้อง เอ๋เพิ่งตระหนักตอนนี้เองว่าลึกๆแล้วเจ้านายของเธอเป็นคนใจดีอย่างที่ก้องภพเคยบอกเอาไว้จริงๆ

ทันทีที่เจอหน้าภูมินทร์ ก้องภพรายงานอาการป่วยของเอ๋ให้ฟังว่าหมอพบสารไซยาไนด์ปนเปื้อนมากับอาหาร โชคดีที่เธอกินไม่เยอะ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงทีก็เลยรอดตาย ภูมินทร์ฟันธงว่าต้องเป็นฝีมือของพิณชนิดา เพราะเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับขนมพวกนั้น ก้องภพไม่เชื่อ เธอจะทำอย่างนั้นไปทำไม

“เรื่องทุกอย่างมันบังเอิญเกินไป ข้ออ้างของยัยนั่นก็เชื่อไม่ได้ จู่ๆดูไพ่เจอว่าฉันถูกวางยาก็เลยมาเตือน แต่ดันเกิดเหตุการณ์ขึ้นพอดี สร้างสถานการณ์ขึ้นมาชัดๆ”

“แล้วถ้าคุณพิณเธอพูดความจริงล่ะครับ”

“จริงหรือไม่จริง อีกไม่เกินสามวันก็รู้”...

ค่ำวันเดียวกัน อรรถพรถึงกับหน้าตาตื่นเมื่อรู้จากภิชาสินีที่เพิ่งกลับจากมหาวิทยาลัยว่าผีแยมส้มมาปรากฏตัวให้เห็น เขารีบขยับไปยืนเบียดเธอ กระซิบเบาๆเหมือนกลัวผีแยมส้มจะได้ยิน

“ใจจริง ผมอยากให้คุณคุยกับคุณแยมส้มเรื่องฆาตกรมาก แต่ขอเป็นตอนกลางวันแล้วกัน ตอนนี้ผมคงไม่ไหว” อรรถพรกลัวจัดไม่กล้ากลับห้องคนเดียว ต้องขอร้องให้ภิชาสินีเดินไปส่ง พอเธอเข้าห้องตัวเองไปแล้ว เขายังไขกุญแจห้องไม่ได้เนื่องจากมือไม้สั่นทำลูกกุญแจหล่น เท่านั้นไม่พอ ยังโดนหนึ่งแกล้งเอาผ้าคลุมหัวหลอกผีอีกต่างหาก แต่พอเขาไขกุญแจเปิดประตูห้องได้ หนึ่งที่เที่ยวหลอกผีคนโน้นคนนี้กลับขอนอนด้วย...

ไฟในห้องของขวัญทิพย์เกิดดับเพราะฟิวส์ขาด แพนเค้กไม่มีฟิวส์สำรอง ก็เลยไปถอดจากห้องของแยมส้มมาใส่ ขวัญทิพย์อดถามไม่ได้ว่าไปเอาฟิวส์มาจากไหน เขายังไม่ทันตอบคำถาม มีเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังฝ่าความเงียบสงัดยามค่ำคืนเข้ามา สองผัวเมียถึงกับตาเหลือกโผกอดกันแน่น

ไม่ใช่แต่ขวัญทิพย์กับแพนเค้กเท่านั้นที่ได้ยินเสียงร้องไห้ของแยมส้ม ผู้เช่าทั้งอพาร์ตเมนต์ก็ได้ยินเช่นกัน พากันกลัวหัวหด บ้างก็นำพระพุทธรูปมาถือไว้กับตัว บ้างก็นอนเบียดกันเตียงเดียวสี่คน อรรถพรกับหนึ่งกลัวไม่แพ้คนอื่น นอนกอดกันกลม ยิ่งเสียงร้องโหยหวนของผีแยมส้มเคล้าเสียงหมาหอนยิ่งชวนให้ขนหัวลุก

ooooooo

พิณชนิดาหลับไปนานแล้ว แต่ภิชาสินีนอนไม่หลับยืนฟังเสียงร้องไห้อยู่ที่ระเบียงห้องด้วยความสงสาร ยิ่งได้รู้จากปิ่นเพชรว่าเธอถูกฆ่าตาย ยิ่งอยากจะช่วยสืบหาคนร้าย ตัดสินใจชวนผู้หมวดหนุ่มข้างห้องไปเป็นเพื่อน ทีแรกเขาไม่ตกปากรับคำ เธอต้องขู่ ถ้าไม่ยอมไปด้วย วันหลังไม่ต้องมาขอความช่วยเหลือจากเธอ

ครู่ต่อมา ภิชาสินีที่มีอรรถพรเกาะแขนเธอแน่นยิ่งกว่าปลิงมาถึงห้องพักของแยมส้ม ยังไม่ทันจะเปิดประตูเข้าไปก็มีเสียงร้องไห้ดังขึ้นอีกครั้ง เขาสะดุ้งโหยง หัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทั้งคู่ก้าวเข้าไปในห้องโดยแง้มประตูเอาไว้ อรรถพรเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟ แต่มันไม่ติด จึงใช้ไฟฉายจากมือถือส่องไปที่ตู้ไฟ เห็นฟิวส์หายไป หันมาเร่งหญิงสาว จะทำอะไรก็ให้รีบทำ เขาชักใจคอไม่ดี

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ขวัญทิพย์เอ็ดแพนเค้กที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด ไปขโมยฟิวส์จากห้องพักของแยมส้มมาทำไม เขาไม่ได้ขโมย ในเมื่อฟิวส์นั่นเราเป็นคนซื้อ แสดงว่าเป็นของเรา

“ผีมันไม่ฟังผัวอธิบายหรอก รีบๆเดินเข้าเถอะ” ขวัญทิพย์สีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด...

ระหว่างที่ภิชาสินีกับอรรถพรกำลังหาหลักฐานคดีฆาตกรรมเพิ่มเติม มือถือที่ให้แสงสว่างเกิดแบตเตอรี่หมด เธอถึงกับเซ็งเพราะตัวเองก็ไม่ได้พกมือถือมาด้วย พลันมีเสียงสัญญาณเตือนว่ามีข้อความเข้าดังขึ้น

“ไหนว่าแบตฯหมด แล้วมีข้อความเข้าได้อย่างไร” ภิชาสินีโวย

“ไม่ใช่เสียงมือถือของผม” อรรถพรมองหน้าภิชาสินี

มีเสียงสัญญาณเตือนว่ามีข้อความเข้าดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งคู่หันมองตามเสียงไปที่ตู้เสื้อผ้า ภิชาสินีล้วงเข้าไปใต้ตู้ เจออะไรบางอย่างนิ่มๆมีขนอีกต่างหาก ตกใจโดดผลุงเดียวมาเกาะแขนอรรถพรไว้ เขาเองกลัวแทบตายแต่ต้องทำใจดีสู้เสือ ล้วงมือเข้าไปใต้ตู้ ก่อนจะดึงตุ๊กตาหมาออกมา ทั้งคู่ต่างถอนใจโล่งอก ภิชาสินีเหลือบเห็นมือถือตกอยู่บนพื้น หยิบขึ้นมาดูด้วยความดีใจ ทั้งสองคนไม่ล่วงรู้เลยว่าขวัญทิพย์กับแพนเค้กมายืนอยู่หน้าห้อง หยิบกุญแจกับผ้ายันต์ขึ้นมาถือไว้

ภิชาสินีกับอรรถพรไล่ดูข้อความในมือถือเผื่อจะเจอเบาะแส แต่ไม่พบอะไรผิดปกติ ลองเปิดไฟล์ภาพดู เห็นรูปแยมส้มถ่ายตัวเองโดยมีแสงโชติกำลังสวมเสื้อเป็นแบ็กกราวด์อยู่ด้านหลัง ก็จำได้ว่าเขาเป็นญาติของภูมินทร์ ทันใดนั้นมีเสียงประตูปิดดังปัง ทั้งคู่หันขวับไป โดยไม่รู้ตัวว่าถูกขวัญทิพย์กับแพนเค้กล็อกกุญแจขังไว้ แถมยังปิดผ้ายันต์กันผีไว้ที่ประตูอีกด้วย จากนั้นสองผัวเมียจูงมือกันกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับห้องตัวเอง อรรถพรและภิชาสินีพยายามจะเปิดประตูก็เปิดไม่ได้ เธอหันไปมองในห้องสีหน้าเอาเรื่อง

“แยมส้ม พวกเราช่วยเธอแล้ว ทำไมถึงต้องขังพวกเราไว้ในห้องด้วย เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ ได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า” ภิชาสินีอาละวาดเตะข้าวของในห้อง อรรถพรต้องขอร้องให้ใจเย็นๆอย่าไปเหวี่ยงไปวีนใส่ผี เกิดเธอโกรธขึ้นมาจะโดนหักคอเอาได้ ภิชาสินีไม่กลัว ขืนทำแบบนั้นจะปล่อยให้ตายฟรีไม่ช่วยสืบหาคนฆ่า ความเงียบยังคงปกคลุมไปทั่วห้องพักของแยมส้ม

“มีใครได้ยินฉันไหม พวกเราติดอยู่ในห้อง ช่วยด้วย” ภิชาสินีทั้งทุบทั้งร้องให้คนช่วยแต่ไร้ผล อรรถพรบอกให้พอได้แล้ว ร้องไปทุบไปก็เท่านั้น เพราะคนอื่นๆคิดว่าเป็นผีแยมส้ม ภิชาสินีถึงกับเซ็ง สงสัยเราสองคนอาจจะต้องอยู่ที่นี่ถึงเช้าก็เป็นได้ ผีพ่อ แม่และป้าได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของภิชาสินี รีบมาปรากฏตัวหน้าห้องแยมส้ม ปราชญ์จะทะลุประตูเข้าไปหาลูก แต่ต้องกระเด็นออกมาเนื่องจากมียันต์ปิดอยู่

“เราจะทำอย่างไรดี” กานต์กมลมองประตูห้องแยมส้มอย่างสิ้นหวัง ผีทั้งสามตนนึกถึงปิ่นเพชรขึ้นมาได้ กลับไปปลุกปิ่นเพชรในคราบตุ๊กแกที่เกาะผนังหลับอยู่ แต่เขานอนขี้เซาปลุกเท่าไรก็ไม่ตื่น...

ภิชาสินีทนง่วงไม่ไหว นั่งหลับอยู่ใกล้ๆอรรถพร สักพักตัวเอนลงเรื่อยๆจนนอนหนุนตักเขาพอดี แถมยังดึงมือเขาไปกอดแนบแก้มตัวเองโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มยิ้มเขินอยู่คนเดียวอย่างมีความสุข

ooooooo

เช้าวันถัดมา ฟ้ารุ่งเกิดวิตกจริตเมื่อนึกถึงคำทำนายของหมอดูว่าเอกจะถูกผู้หญิงอื่นแย่งไปเหมือนที่เธอไปแย่งเขามา เธอยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ เข้าไปสำรวจเอกที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จกำลังจะไปทำงานตั้งหัวจดเท้า ได้กลิ่นน้ำหอมฟุ้งจากตัว ก็โวยวาย ทำงานที่ใหม่ ทำไมต้องใส่น้ำหอมขนาดนี้ด้วย

ไม่ว่าเขาจะอธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องฉีดน้ำหอมอย่างไร ฟ้ารุ่งก็ไม่ฟัง สั่งให้เขาไปเปลี่ยนเสื้อ เอกอ้างสายมากแล้วเปลี่ยนเสื้อไปเปลี่ยนเสื้อมาไม่ทันเข้างานพอดี เขาเพิ่งไปทำงานวันแรกไม่อยากไปสาย เธอยืนกรานหากเขาไม่เปลี่ยนเสื้อก็ไม่ต้องไปทำงาน เอกขอร้องให้เธอหึงแต่พองาม อย่าหึงโดยไม่มีเหตุผล

“เอกลองคิดดูเองนะ ว่าจะเสียเวลาเถียงกับฟ้าหรือจะเอาเวลาไปเปลี่ยนเสื้อ” เอกจำต้องไปเปลี่ยนเสื้ออย่างหงุดหงิด...

ด้านภิชาสินีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเห็นตัวเองนอนหนุนตักอรรถพรอยู่ รีบลุกพรวดขึ้นนั่ง หน้าแดงด้วยความขวยเขิน ถามว่าตนไปนอนตักเขาได้อย่างไร เขาเห็นเธอสัปหงกเอนลงมานอนตักเขาหลับสบายก็เลยไม่อยากปลุก ภิชาสินีเขินจัดเดินไปที่ประตูทุบเรียกให้คนมาช่วยเพื่อกลบเกลื่อน

ผีพ่อ แม่และป้าได้ยินเสียง รีบปลุกปิ่นเพชรให้ไปช่วยภิชาสินี ไม่นานนัก พิณชนิดาไปตามขวัญทิพย์กับแพนเค้กมาช่วยไขกุญแจห้องแยมส้ม ปล่อยอรรถพรกับภิชาสินีเป็นอิสระ สองผัวเมียขอโทษขอโพยทั้งคู่เป็นการใหญ่ แล้วอดสอดรู้สอดเห็นไม่ได้ เข้าไปหาหลักฐานในนั้น เจออะไรบ้าง ภิชาสินีกำลังจะบอกว่าเจอมือถือของแยมส้มตกอยู่ แต่อรรถพรจับมือเธอ แล้วชิงพูดขึ้นก่อนว่าไม่เจออะไร พิณชนิดามองทั้งคู่ด้วยความสงสัย แต่ไม่ได้ถามอะไรจนกระทั่งกลับมาที่ห้องตัวเอง จึงคาดคั้นให้บอกมาว่าไปเจออะไรในห้องนั้น

“เราเจอผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าแยมส้มแล้ว”...

ในเวลาต่อมา แสงโชติถูกอรรถพรจับตัวจากบ้านมาสอบปากคำที่โรงพัก แล้วเอาคลิปในมือถือของแยมส้ม ตอนที่เขากำลังสวมเสื้อผ้าให้ดู เขาถึงกับหน้าถอดสี ปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่ได้ฆ่าแยมส้ม ยอมรับว่าไปที่ห้องพักของเธอจริง แต่อยู่แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็กลับ

“สารภาพมาซะดีๆว่าคุณกับผู้ตายมีความสัมพันธ์ถึงขั้นไหน”

แสงโชติยังไม่ทันจะตอบคำถามของอรรถพร จ่าเวร พาทนายของแสงโชติเข้ามาเสียก่อน เขาสั่งไม่ให้ลูกความตอบคำถามใดๆทั้งสิ้น...

ด้านสิรวิทย์ยังคงรักและหวังดีต่อเปรมสุดาไม่มีเปลี่ยนแปลง แม้จะรู้แก่ใจว่าเธอสนใจแต่ภูมินทร์ แต่เพื่อความสุขของเธอแล้ว เขายินดีทำทุกอย่าง แม้กระทั่งแนะวิธีจะทำอย่างไรให้ภูมินทร์ยอมออกมาเจอเธอ

“ฟุตบอลนัดพิเศษ ภูอยากดูมาก ถ้าคุณชวนภูไป ภูต้องไปกับคุณแน่นอน” สิรวิทย์ว่าแล้วหยิบตั๋วดูฟุตบอลสองใบมอบให้เปรมสุดาซึ่งไม่รอช้า รีบตรงไปหาภูมินทร์ที่บ้านทันที ที่นั่นเธอได้ยินปูเปรี้ยวเม้าท์แตกให้ป่านแก้วกับนวลจันทร์ฟังว่า แสงโชติถูกตำรวจจับข้อหาฆ่าคนตาย เมื่อตอนเช้าก็ตกใจแทบช็อก

ไม่นานนัก เปรมสุดาซึ่งสวมผ้าโพกหัวใส่แว่นดำอำพรางใบหน้า เดินขึ้นไปบนโรงพักเพื่อขอเยี่ยมแสงโชติซึ่งยังไม่ได้ประกันตัวออกไปเพราะสัณชัยสั่งห้ามทนายความ เอาไว้ เขาเห็นเธอมาเยี่ยมก็ดีใจ ขอร้องให้ช่วยประกันตัว เขาออกจากที่นี่ ยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นฆาตกร แล้วยื่นมือมาจับมือเธอไว้

“คุณต้องเชื่อใจผม ผมถูกใส่ร้าย ช่วยผมด้วยนะสุดา”

“แล้วคุณจะให้สุดาช่วยคุณยังไง”

แสงโชติมีโฉนดที่ดินเก็บไว้ในตู้เซฟที่ห้องนอนของเขา เธอต้องไปเอามาค้ำประกันเพื่อเอาตัวเขาออกจากห้องขังภายในวันนี้ ทั้งคู่มัวแต่คุยกัน ไม่ทันสังเกตเห็นนักข่าวแอบมองอยู่

ooooooo

พิณชนิดาเปิดไพ่ยิปซีดูแล้วพบว่าของที่ภูมินทร์ท้าให้หาอยู่ในบ้านของเขา แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร อยู่ส่วนไหนของบ้านอันใหญ่โตกว้างขวาง และที่สำคัญเธอไม่รู้จะเข้าบ้านเขาได้อย่างไร ภิชาสินีแนะให้ใช้บริการของปิ่นเพชรซึ่งยืนกรานไม่ยอมกลับไปที่นั่นอีก พิณชนิดาต่อรอง หากเขายอมช่วย เธอจะพาไปเที่ยวสวนสนุก

ปิ่นเพชรอยากไปมาก จึงลืมเรื่องกลัวงูไปสิ้น ตกลงใจยอมช่วยเธอค้นหาของหาย ครู่ต่อมา พิณชนิดานำตัวปิ่นเพชรในคราบตุ๊กแกไปปล่อยหน้าบ้านภูมินทร์ แล้วไปซ่อนตัวรอฟังข่าวดีอยู่นอกกำแพงบ้าน ปิ่นเพชรเข้าไปค้นหาในห้องเก็บของเป็นที่แรก แต่ไม่พบอะไร ปูเปรี้ยวกำลังทำความสะอาดบ้านได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากในนั้น เปิดเข้าไปดู ตกใจแทบช็อกที่เห็นจิ้งจก ตุ๊กแกยั้วเยี้ยเต็มห้อง รีบวิ่งไปตามนวลจันทร์กับป่านแก้ว มาดู กลับไม่พบสัตว์เลื้อยคลานแม้แต่ตัวเดียว ยังความประหลาดใจให้ปูเปรี้ยวเป็นอย่างมาก...

ระหว่างที่พิณชนิดาซุ่มรอปิ่นเพชรอย่างใจจดจ่ออยู่นอกกำแพงบ้านอัครมโหฬาร เห็นเปรมสุดาขับรถมาจอดหน้าบ้าน แล้วเปิดประตูเล็กเข้าไป แทนที่จะตรงไปยังตึกใหญ่ เธอกลับเดินเลี้ยวไปทางสนามหญ้าด้านหลัง พิณชนิดามองตามสงสัย รีบปีนกำแพงแอบดู เห็นเธอตรงไปยังบ้านหลังเล็กที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน

เปรมสุดามองซ้ายมองขวาก่อนจะย่องเข้าไปข้างใน ยังไม่ทันจะหยิบโฉนดที่ดินในตู้เซฟของแสงโชติ ก็ถูกสัณชัยจับได้เสียก่อน อีกทั้งยังเดาแผนการของลูกชายทะลุปรุโปร่งว่าจะเอาโฉนดไปประกันตัวเองออกมา ฝากเธอไปบอกเขาด้วยว่าตนจะไม่ยอมให้เขาออกมาง่ายๆ จนกว่าจะสำนึกผิดที่ทำอะไรไม่คิด

“แต่แสงโชติไม่ได้ฆ่าใครจริงๆนะคะ”

“เรื่องนั้นอารู้ อาแค่ต้องการสั่งสอนลูกชายของอา เชิญหนูกลับไปได้แล้ว” สัณชัยผายมือไปทางประตูบ้าน เป็นการไล่ทางอ้อม เปรมสุดาจำต้องกลับไปมือเปล่า จังหวะนั้นมีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งโทร.มานัดแนะกับเขา ไม่กี่อึดใจถัดมา เปรมสุดาเดินหน้าบอกบุญไม่รับกลับมาที่รถตัวเอง

“บ้าชะมัด พูดดักคอขนาดนั้น คงช่วยไม่ได้แล้วล่ะ นอนเล่นในคุกไปก่อนก็แล้วกันนะที่รัก...เฮ้อ”

พิณชนิดาโผล่ออกจากที่ซ่อนมองตามเธอสีหน้าฉงน “ที่รัก! นอนเล่นในคุก! ไม่ใช่นายภูมินทร์แน่ๆ”...

ในเวลาต่อมา สัณชัยมาถึงร้านกาแฟตามนัด ผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารของบริษัท อัครมโหฬาร แจ้งให้เขาทราบว่าบรรดาผู้ถือหุ้นที่เคยจะเสนอให้เขาเป็นประธานบริษัทคนใหม่เห็นชอบให้ระงับเรื่องนี้ไว้ก่อนเนื่องจากมีข่าวว่อนเน็ตว่า แสงโชติ ลูกชายคนเดียวของเขาโดนจับข้อหาฆ่าคนตาย

“ผมยอมรับว่าแสงโชติถูกจับไปจริง แต่มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ลูกผมไม่ได้ฆ่าใคร”

“ถึงอย่างนั้นคุณก็มีประวัติด่างพร้อยแล้ว ผมว่าคุณรีบเคลียร์ปัญหานี้ให้ขาวสะอาดก่อน แล้วเราค่อยมาว่ากัน” ผู้ถือหุ้นพูดจบลุกออกจากร้าน สัณชัยกำมือแน่น โกรธจัดควันแทบออกหู รีบคว้ามือถือโทร.หายอด ให้จัดการประกันตัวแสงโชติออกจากห้องขัง พากลับบ้านทันที...

ทางด้านพิณชนิดาซึ่งรอลุ้นอยู่นอกกำแพงบ้านอัครมโหฬาร ต้องผิดหวังเมื่อปิ่นเพชรกลับออกมามือเปล่า แล้วนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้ไปค้นหาที่บ้านแสงโชติ จึงขอให้เขาช่วยไปจัดการ

“ไม่นะ เค้าไม่อยากเข้าไปในบ้านหลังนั้น มันน่ากลัว เค้าขอร้องล่ะนะ” ปิ่นเพชรทำท่าจะร้องไห้...

ที่ห้องพักของอรรถพร หลังรู้ข่าวจากอรรถพรว่าแสงโชติประกันตัวออกไปแล้ว ภิชาสินีถึงกับบ่นอย่างเป็นกังวล หากแยมส้มรู้เรื่องนี้ คงตายตาไม่หลับแน่พลัน ผีแยมส้มปรากฏตัวขึ้นด้านหลังอรรถพร ภิชาสินีตกใจร้องเอะอะ ชายหนุ่มคิดว่าเธอแกล้งหลอกผี แต่พอรู้ว่าผีมาจริงๆ เขาโดดผลุงเดียวมานั่งตักภิชาสินี

หนึ่งเปิดประตูห้องเข้ามาพอดี กระเซ้าว่าทำอะไรกันอยู่ ภิชาสินีรีบผลักผู้หมวดหนุ่มหล่นจากตักลงไปกองกับพื้น ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด อรรถพรนั่งตักเธอก็เพราะมีผีอยู่ในห้อง หนึ่งเป็นสมาชิกชมรมกลัวผีขึ้นสมองเช่นกันกับอรรถพร หันไปเห็นแยมส้มยืนอยู่ก็ร้องจ๊าก รีบวิ่งไปแอบหลังภิชาสินี...

ทันทีที่ลูกชายกลับถึงบ้านสัณชัยปรี่เข้าไปตบหน้าด่าซ้ำว่าไม่รักดี เพราะเขาคนเดียวทำให้ผู้ถือหุ้นเปลี่ยนใจไม่สนับสนุนตน นอกจากจะด่าว่าลูกชายที่ชอบหาเหาใส่หัวแล้วยังเล่นงานที่เขาแอบเป็นกิ๊กกับเปรมสุดา

“หลังจากวินาทีนี้ ฉันจะยึดรถแก...ไอ้ยอด ไอ้วัตรจะจับตาดูแกทุกฝีก้าว” สัณชัยพูดจบ เดินขึ้นบ้าน แสงโชติหงุดหงิดมาก ขยับจะออกจากบ้าน ยอดกับวัตรขวางไว้ไม่ยอมให้ไป

ooooooo

ภิชาสินีอนุญาตให้แยมส้มสิงร่างเพื่อจะได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อรรถพรฟัง เธอกระตุกสองทีก่อนจะคอพับหมดสติ อึดใจเธอลืมตาขึ้นอีกครั้งในคราบผีแยมส้ม

“แสงโชติ ไม่ได้เป็นคนฆ่าฉัน” แล้วเหตุการณ์ก่อนเธอจะตายก็พรั่งพรูออกจากปาก ตอนนั้นแยมส้มขู่แสงโชติ หากคิดจะทิ้งกันง่ายๆ รับรองเรื่องถึงนักข่าวแน่ แล้วเอารูปที่ถ่ายเขากำลังสวมเสื้อผ้าจากในมือถือตัวเองให้ดูเขาไม่พอใจ เข้ามายื้อแย่ง แยมส้มสู้สุดฤทธิ์ข่วนไม่ยั้ง เขาทนเจ็บไม่ไหวผลักเธอล้มลงกับพื้น มือถือกระเด็นไปอยู่ใต้ตู้ แสงโชติไม่อยากมีปัญหาหยิบเงินปึกใหญ่ให้พร้อมกับยื่นข้อเสนอ หากเธอไม่บอกเรื่องนี้กับใคร เขาจะโอนเงินมาให้อีก แยมส้มรับข้อเสนอโดยไม่ต้องคิด มองแสงโชติที่ผละจากไปด้วยสีหน้าแช่มชื่น

“มีเงินจ่ายค่าเช่าอีเจ๊จอมงกแล้ว” พูดจบเธอหยิบใบทวงหนี้ของขวัญทิพย์จะเอาไปจ่าย แต่ต้องหยุดกึก ตาเบิกโพลงก่อนจะล้มหน้าคว่ำ เนื่องจากถูกแทงข้างหลัง ไม่นานก็สิ้นใจ แยมส้มจึงไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่า

อรรถพรซักแยมส้มในร่างภิชาสินีว่ามีปัญหากับใครหรือเปล่า ได้ความว่าไม่มีแต่เพิ่งเลิกกับแฟนเก่า เขายังไม่ทันจะได้ชื่อชายคนนั้น ภิชาสินีทนให้ถูกสิงต่อไปไม่ไหว ทันทีที่วิญญาณแยมส้มออกจากร่าง เธอก็หมดสติ อรรถพรเข้าไปรับไว้ทัน แล้วพากลับไปนอนพักบนโซฟาที่ห้องของเธอ คอยดูแลด้วยความเป็นห่วง

พักใหญ่ภิชาสินีก็ได้สติ พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายยังไม่เต็มร้อย โงนเงนจะล้ม อรรถพรรีบโอบไหล่ไว้ สองคนใกล้ชิดกันมาก เขาเห็นเธอมองมือที่โอบไหล่เธออยู่ก็รีบปล่อย ถามแก้เขินว่าหิวหรือยัง

“ไม่” ปากปฏิเสธ แต่ท้องเจ้ากรรมดันไม่ไว้หน้า ส่งเสียงประท้วง

“รอเดี๋ยวนะ ผมจะไปทำอะไรให้คุณกิน” อรรถพรลุกไปเข้าครัว ภิชาสินีมองตามรู้สึกดี

ผีพ่อ แม่และป้ามองชายหนุ่มที่กุลีกุจอทำอาหารให้ภิชาสินีอย่างชื่นชม ขนาดปราชญ์ที่หวงลูกสาวตัวพ่อ ยังออกปากอยากได้เขามาเป็นลูกเขย ด้วยความรีบร้อนกลัวภิชาสินีจะรอนาน ชายหนุ่มเผลอจับหูหม้อข้าวต้มร้อนๆ ด้วยมือเปล่า ส่งเสียงร้องลั่น ภิชาสินีตกใจเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่ามือถูกไฟลวกรีบคว้ามาดู ปราชญ์เห็นทั้งคู่แล้วอดนึกถึงตัวเองตอนจีบกานต์กมลใหม่ๆไม่ได้ ตอนนั้นเขาจะชงกาแฟให้เธอดื่มแต่ทำน้ำร้อนลวกมือ เธอก็เลยทำแผลให้ แถมยังร้องเพลงปลอบใจอีกด้วย กานต์กมลอินจัดร้องเพลงนั้นให้ฟัง

“หยุดร้องเพลงได้ไหมคะ” ภิชาสินีโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด

อรรถพรรู้ว่าพ่อ แม่และป้าของภิชาสินีอยู่ในครัวด้วยรีบยกมือไหว้ทักทาย ปราชญ์ปลื้มมาก บอกภิชาสินีว่าหากจะรักชอบพอกันตนก็ไม่ว่า เธอหน้าแดงด้วยความเขิน รีบลากอรรถพรออกไปทำแผลที่โซฟา เขาบ่นเสียดายที่แยมส้มยังไม่ทันบอกว่าใครคือแฟนเก่าของเธอ ก็ต้องออกจากร่างของภิชาสินีเสียก่อน

“ถ้าคุณรู้สึกดีขึ้น ให้แยมส้มเข้าร่างอีกได้ไหม”

ภิชาสินีจะให้วิญญาณสิงร่างได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น อรรถพรตัดสินใจจะกลับไปหาเบาะแสที่ห้องของแยมส้มอีกครั้ง เธอตามไปด้วย เขาเป็นห่วงไม่อยากให้เธอต้องเหน็ดเหนื่อยอีก สั่งให้กินข้าวต้มแล้วนอนพัก...

ที่หน้าอพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ เทพแฟนเก่าของแยมส้มแหงนมองไปยังหน้าต่างห้องของแยมส้มด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก พลันภาพตอนที่ตัวเองแอบเข้าไปขโมยของในห้องของเธอผุดขึ้นมาในสมอง ตอนนั้นเทพได้ทรัพย์สินตามที่ต้องการกำลังจะออกจากห้อง ได้ยินเสียงประตูเปิด รีบซ่อนตัว เห็นแยมส้มเดินคลอเคลียมากับแสงโชติ ก่อนจะพากันเข้าห้องนอน เทพจะย่องออกจากห้อง แต่เกิดเปลี่ยนใจ เข้าไปหยิบมีดในครัว

“ฉันไม่มีวันให้แกมีความสุข” เทพซ่อนตัวรอจนแสงโชติกลับออกไป เห็นแยมส้มกำเงินอยู่ในมือ แล้วคว้าใบทวงหนี้จะออกจากห้อง เขาย่องเข้ามาทางด้านหลังพร้อมกับมีด แต่เกิดสะดุดขาตัวเอง ถลาเข้าหามีดปักกลางหลังเธอพอดี แยมส้มล้มคว่ำจมกองเลือด เทพเอานิ้วไปอังจมูกเธอ ถึงกับผงะหงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้า

“ตาย!!! ทำไงดี ฉันไม่ได้ตั้งใจ ทำไงดี” เทพลนลานลุกขึ้น ไม่รู้ว่าทำกระเป๋าเงินของตัวเองหล่น อารามรีบร้อนจะหนี เตะกระเป๋าใบนั้นกระเด็นไปใต้กองข้าวของที่สุมๆกันอยู่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 16:01 น.