ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายพยากรณ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คำทำนายของพิณชนิดาแม่นราวกับจับวาง ผีพรายที่ดักฉุดคนจมน้ำตายยังไม่ยอมไปผุดไปเกิดตามมาหลอกหลอนภูมินทร์ถึงห้องทำงานซึ่งมีเพียงเขากับเอ๋ เลขาฯหน้าห้องที่ยังทำงานอยู่ ระหว่างที่เอ๋ไปเข้าห้องน้ำ ผีพรายแกล้งทุบประตูห้องทำงาน ทีแรกภูมินทร์คิดว่าเอ๋เป็นคนเคาะ แล้วไม่เปิดเข้ามาก็เล่นงานยกใหญ่

เธอปฏิเสธว่าไม่ได้เคาะไปเข้าห้องน้ำเพิ่งกลับมา เขาแปลกใจมาก ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใคร เอ๋หน้าตาเลิ่กลั่ก ทำท่าจะร้องไห้ เพราะทั้งชั้นตอนนี้มีเพียงเขากับเธอเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เราสองคนเคาะ ก็น่าจะเป็นผี เขาหาว่าเธอพูดจาเหลวไหล

“ฉันเซ็นเอกสารหมดเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ดำเนินการต่อด้วย” ภูมินทร์พูดจบเดินออกจากห้อง เอ๋หน้าตื่น รีบคว้ากระเป๋าถือตัวเองวิ่งตาม ผีพรายเนื้อตัวซีดเซียวชุ่มไปด้วยน้ำ มองตามภูมินทร์อย่างอาฆาตมาดร้าย...

ครู่ต่อมา ภูมินทร์เปิดรถตัวเองเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ เห็นทางหางตามีผู้หญิงสวมชุดขาวยืนอยู่ไกลๆ หันขวับไปดู แต่ไม่เจอใคร ชักใจคอไม่ดี รีบสตาร์ตรถ ทันใดนั้นมีเสียงเคาะกระจก เขาสะดุ้งโหยง หันไปเห็นเอ๋ยืนยิ้มแหยๆอยู่ข้างรถ ก็โกรธมากที่ทำให้ตกใจ เลื่อนกระจกรถลง ตวาดใส่ว่าเคาะทำไม

“เอ๋จะมาเตือนคุณภูมินทร์ว่าอย่าลืมประชุม 11 โมงเช้าพรุ่งนี้ค่ะ”

“รู้แล้ว” ภูมินทร์เลื่อนกระจกรถขึ้น แล้วเคลื่อนรถออกไป เอ๋มองตามแปลกใจที่เห็นคนนั่งเบาะหลังรถของเขา บ่นพึมพำทำไมเมื่อครู่นี้ถึงไม่เห็น เธอขยี้ตาแล้วมองอีกครั้งกลับไม่เห็นใคร

“สงสัยจะตาฝาด...วังเวงยังไงก็ไม่รู้ รีบกลับดีกว่า” เอ๋วิ่งปรู๊ดไปที่รถของตัวเอง

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ภิชาสินีเห็นพิณชนิดานั่งเหม่ออยู่หน้ากองไพ่ยิปซี เข้ามาสะกิดถามว่าคิดอะไรอยู่ เธอเล่าให้ฟังว่าดูดวงให้ภูมินทร์ซึ่งตอนนี้กำลังแย่ ดวงตกสุดขีด วันนี้ก็เกือบถูกยิงตาย ถ้าไม่ได้เธอช่วยไว้ป่านนี้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว พิณชนิดาดูจากการลงมือแล้ว พวกคนร้ายน่าจะเป็นมืออาชีพ

“ทำไมพี่พิณถึงได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของนายภูมินทร์อยู่เรื่อย”

“เนื้อคู่กันก็แบบนี้แหละ” ปิ่นเพชรกระเซ้า พิณชนิดาแก้เกี้ยวว่ามันก็แค่เหตุบังเอิญ ภิชาสินีเห็นไพ่ที่พี่สาวกำลังทำนายหงายอยู่ซักว่าหมายถึงอะไร พิณชนิดาถอนใจก่อนจะบอกว่าช่วงนี้ภูมินทร์กำลังถูกวิญญาณชั่วร้ายตามรังควาน ไพ่ Devil หมายถึงความรุนแรงโทสะและความอาฆาตแค้น แสดงว่าเขาคงเคยทำบางอย่างให้วิญญาณดวงนี้เจ็บใจมาก เธอกลัวว่าเขาจะเกิดอันตราย ถ้าไม่ช่วยคงอยู่ไม่พ้นปีนี้แน่

ปิ่นเพชรเห็นพิณชนิดาเป็นห่วงเป็นใยภูมินทร์ก็อดกระเซ้าไม่ได้ แม้ปากจะเถียงว่าไม่ได้เป็นห่วงแค่ทำเพื่อมนุษยธรรม แต่การกระทำมันฟ้อง พิณชนิดาแก้ตัวไม่ขึ้น รีบตัดบทขอตัวไปอาบน้ำแล้วเข้าห้องนอนไปเลย

ภิชาสินีพลอยเป็นกังวลไปกับพี่สาวด้วยหันไปปรึกษาผีพ่อ แม่และป้าจะเอาอย่างไรดี จะให้พิณชนิดาช่วยภูมินทร์ดีไหม กานต์กมลกับพัณทิพาเห็นควรให้ช่วยแต่ปราชญ์ค้านหัวชนฝา ภิชาสินีเห็นด้วยกับพ่อจึงเข้าไปบอกพิณชนิดาว่าน่าจะอยู่ห่างๆภูมินทร์เอาไว้ ในเมื่อเขาไม่ได้ขอให้ช่วยก็ไม่ใช่ความผิดของเราหากเกิดอะไรขึ้น พิณชนิดาทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าเธออยู่เฉยแล้วเขาเกิดตายขึ้นมา คงเป็นบาปติดตัวที่เธอรู้แล้วไม่เตือน

“เตือนแล้ว นายภูมินทร์อาจจะไม่เชื่อพี่ก็ได้นะ เรื่องผีสาง ถ้าไม่เห็นกับตัวไม่มีใครเชื่อง่ายๆ โดยเฉพาะคนหัวแข็งแบบนั้น ขืนพี่บอกไป จะโดนเขาตอกหน้ากลับมาว่าบ้า”

พิณชนิดาครุ่นคิดคล้อยตามคำพูดของน้อง แต่ในใจอดเป็นห่วงภูมินทร์ไม่ได้...

คนที่พิณชนิดาเป็นห่วงกำลังถูกผีพรายจ้องมองอยู่ เขาเองก็รู้สึกได้ เหลือบดูกระจกส่องหลัง แต่ไม่เจอใคร

ถึงกับบ่นอุบ สงสัยจะทำงานมากไปจนฟุ้งซ่าน คิดไปเองว่ามีใครมาจ้องมองตลอดเวลา ภูมินทร์สะบัดหัวไล่ความมึน ก่อนจะขับรถต่อไป โดยไม่รู้เลยว่าผีพรายปรากฏตัวขึ้นที่เบาะหลังรถ มองเขาอย่างอาฆาต

“แกต้องชดใช้ในสิ่งที่แกทำกับฉัน”...

หลังจากคิดอยู่หลายตลบ ในที่สุดพิณชนิดาตัดสินใจจะช่วยเหลือภูมินทร์ คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หา ก้องภพ เตือนเรื่องที่เจ้านายของเขากำลังถูกผีร้ายตามรังควาน เขาถึงกับออกปากไม่รู้จะพูดอย่างไรดี

“ไม่ต้องพูดค่ะ แค่ทำตามที่บอกก็พอ คุณก้องต้องหาสร้อยพระให้นายภูมินทร์ใส่ป้องกันตัว ถ้าเป็นไปได้ ก็พาไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร”

“ต่อให้ผมพูดให้ตาย คุณภูก็ไม่มีทางเชื่อผมหรอกครับ”

“คุณก้องต้องพยายามนะคะ ผีตนนี้เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น เธอต้องเอานายภูมินทร์ถึงตายแน่”

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ขณะภูมินทร์กำลังขับรถบ่ายหน้ากลับบ้านท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืน เห็นผู้หญิงในชุดขาวคนหนึ่ง ตัวเปียกโชก ยืนโบกรถอยู่ริมถนนเบื้องหน้า เขาได้แต่ขับรถผ่าน ไม่กล้าจอดรับ

“แต่งตัวประหลาด ยืนโบกรถแบบนั้น ใครจะกล้ารับ น่ากลัวยังกับผี” ภูมินทร์พูดยังไม่ทันขาดคำ เห็นผู้หญิงในชุดขาวตัวเปียกปอน ยืนโบกรถอยู่ริมถนนอีกครั้ง คราวนี้เขารู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เหยียบคันเร่งผ่าน โดยไม่กล้าแม้แต่จะมอง ไม่กี่อึดใจ ผู้หญิงในชุดขาวก็ปรากฏตัวขึ้นริมถนนเป็นครั้งที่สาม

เขาตัดสินใจหันมองระหว่างที่รถแล่นผ่าน เธอเอาแต่ก้มหน้า พอเขาหันมองที่ถนนอีกครั้ง ผู้หญิงชุดขาวคนเดิมยืนขวางอยู่เบื้องหน้า ภูมินทร์หักพวงมาลัยหลบ รถเสียหลักไถลลงข้างทาง พุ่งเข้าหาต้นไม้ใหญ่ โชคยังดี ที่เหยียบเบรกได้ทันก่อนจะชน ชายหนุ่มถอนใจเฮือก แล้วซบหน้ากับพวงมาลัยรถ มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น ก้องภพโทร.มาถามว่าอยู่ที่ไหน ทำไมยังไม่ถึงบ้าน

“เกิดอุบัติเหตุขึ้นนิดหน่อย”

“ที่ไหนครับ คุณภูบาดเจ็บหรือเปล่า”

ภูมินทร์ยังไม่ทันจะตอบ รู้สึกเหมือนมีเงาบางอย่างที่ประตูรถฝั่งตัวเองนั่ง กลัวสุดๆไม่กล้ามอง ก้องภพเห็นเขาเงียบไปพยายามร้องเรียก เขารีบกดวางสาย แล้วนั่งตัวแข็ง มีเสียงเคาะกระจกรถดังขึ้น เขายังคงก้มหน้าไม่กล้ามอง เสียงเคาะแรงและถี่ขึ้น ภูมินทร์กลัวตัวสั่น ยกมือไหว้ปลกๆ

“ผมกลัวแล้ว อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย ไปที่ชอบๆเถอะ”

ปรากฏว่าที่เขาไหว้ไม่ใช่ผี แต่เป็นคุณลุงพลเมืองดีเห็นรถประสบอุบัติเหตุจึงเข้ามาช่วยเหลือ ภูมินทร์กลัวเกินกว่าจะขับรถไหว วานให้คุณลุงช่วยพาไปส่งบ้าน

ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็มาถึงหน้าประตูรั้วบ้านอัครมโหฬาร ภูมินทร์ควักเงินให้คุณลุงสองพันบาทเป็นค่าเสียเวลา เขาไม่ต้องการเงิน แค่อยากจะช่วยเหลือคนเดือดร้อน

ภูมินทร์ไหว้ขอบคุณเขา แล้วรีบเรียก รปภ.มาเปิดประตูให้ ผีพรายจะพุ่งตาม แต่ถูกลำแสงสว่างกระแทกร่างกระเด็น เจ้าที่ปรากฏตัวขึ้น ชี้หน้าผีพรายอย่างเอาเรื่อง

“นี่ไม่ใช่ที่ของเจ้า เข้าไม่ได้” เจ้าที่เบ่งพลังอวดศักดา ผีพรายรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ จำต้องล่าถอย...

โดนผีหลอกเต็มๆ ทำให้ภูมินทร์กลัวขึ้นสมอง ยิ่งได้ยินเสียงหมาหอนลอยมาจากนอกกำแพงบ้าน โดดกอดเอวนวลจันทร์ที่มารอท่าเขากลับบ้านไว้แน่น

“คืนนี้ภูอยากนอนกับนมครับ อยากให้นมกล่อมนอนเหมือนตอนเด็กๆ ให้ภูนอนด้วยเถอะครับ คืนนี้ภูไม่อยากนอนคนเดียว” ออดอ้อนเสียงหวานขนาดนั้น นวลจันทร์จะปฏิเสธลงได้อย่างไร

ooooooo

ก้องภพรีบมาที่บ้านอัครมโหฬารแต่เช้า ทันทีที่เจอหน้าเจ้านาย ซักด้วยความเป็นห่วง เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ภูมินทร์เห็นปูเปรี้ยว ป่านแก้วและนวลจันทร์อยู่แถวนั้น คว้าแขนลูกน้องคนสนิทไปคุยกันตามลำพัง ปูเปรี้ยวชะเง้อคอมองตามอย่างสอดรู้สอดเห็น เลยโดนป่านแก้วเล่นงานฐานสาระแนเรื่องของเจ้านาย

สองสาวจะวางมวยกัน นวลจันทร์เห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาแยก ขู่ถ้าไม่หยุดทะเลาะกัน จะให้ไปทำงานที่สวนแทนงานบ้าน ทั้งคู่ถึงสงบปากสงบคำกันได้

ภูมินทร์ลากก้องภพมาถึงมุมปลอดคน เล่าเรื่องที่เจอผีให้ฟัง เขาตกใจมาก นี่เท่ากับว่าเรื่องที่พิณชนิดา โทร.มาบอกเขาว่าเจ้านายถูกผีตามรังควานก็เป็นเรื่องจริง ภูมินทร์ฟันธงว่ายัยประหลาดต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หรือไม่ก็อาจเป็นคนส่งผีมาหลอกตน ก้องภพไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ เธอจะไปเอาผีมาจากไหน

“ยัยนั่นเลี้ยงตุ๊กแกผีได้ ทำไมจะเลี้ยงผีไม่ได้ ฉันไม่ยอมให้ยัยนั่นทำกับฉันแบบนี้แน่” ภูมินทร์พูดจบ เดินออกไปอย่างหัวเสีย ก้องภพรีบเดินตาม...

ที่อพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ พิณชนิดาหลงด่าภูมินทร์ยกใหญ่ว่าเป็นโรคจิต ขโมยชุดชั้นตัวเองที่ตากไว้ตรงระเบียงห้องพัก แต่ปรากฏว่า หนูต่างหากที่คาบชุดชั้นในไปซุกซอกตู้เพื่อทำรัง เธอเจอตอนกำลังกวาดบ้าน ภิชาสินีกับปิ่นเพชรมองพิณชนิดาอย่างตำหนิที่กล่าวหาว่าร้ายคนอื่นโดยไม่มีหลักฐานแน่ชัดเสียก่อน

“คนไม่รู้ ย่อมไม่ผิด” พิณชนิดาทำไม่รู้ไม่ชี้กวาดห้องต่อไป ภิชาสินีขอให้วางมือไว้ก่อน ออกไปหาอะไรกินกันดีกว่า เธอหิวตาลายแล้ว ครู่ต่อมา ขณะพี่น้องสองสาวออกมาที่หน้าอพาร์ตเมนต์ที่พัก ภูมินทร์ลงจากรถปรี่เข้ามาต่อว่าพิณชนิดาว่าอยากได้เขาเป็นสามีจนตัวซีดตัวสั่น ถึงขั้นส่งผีไปทำร้าย เธอปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ และที่สำคัญไม่สิ้นคิดขนาดเอาผู้ชายปากขยะอย่างเขามาเป็นสามีแน่นอน

“เลิกโกหกเรียกร้องความสนใจสักที ถ้าไม่ใช่ฝีมือเธอแล้วจะเป็นใคร”

พิณชนิดายังไม่ทันจะว่าอะไร ภิชาสินีชิงพูดขึ้นก่อนว่าผีผู้หญิงคนนั้นมาหาเขาเพราะตัวเขาเอง ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น ภูมินทร์แปลกใจ เธอรู้ได้อย่างไรว่าเป็นผู้หญิง ภิชาสินีเห็นผีตนนั้นยืนอยู่ด้านหลังของเขา ภูมินทร์ไม่เชื่อว่าเธอจะเห็นผี ภิชาสินีบอกลักษณะของผีตนนั้นได้อย่างถูกต้อง เขาถึงกับพูดอะไรไม่ออก

เพื่อให้รู้ความจริงว่าทำไมผีตนนั้นถึงตามรังควานภูมินทร์ ภิชาสินีตัดสินใจเข้าไปซักถามสาเหตุ ผีพรายยืนนิ่งไม่ยอมตอบคำถาม นายปากเสียยังไม่ปักใจเชื่อภิชาสินีเท่าใดนัก ถามกวนๆว่าคุยกันรู้เรื่องหรือยัง ผีที่เธอว่าเป็นใครมาจากไหน ผีพรายพุ่งเข้าหาเขาอย่างเอาเรื่อง ภิชาสินีรีบขวางไว้

“ฉันช่วยคุณขึ้นมาจากน้ำเพื่อให้คุณไปเกิดในภพภูมิที่ดี ไม่ใช่มาตามจองล้างจองผลาญคนอื่นแบบนี้”

“ถ้าไม่ใช่เพราะมัน ฉันคงไม่ตาย” ผีพรายชี้หน้าภูมินทร์ ตาวาวด้วยความแค้น

ooooooo

จากนั้นเรื่องราวแสนรันทดก็พรั่งพรูออกจากปากผีพราย เธอชื่อชมพู่ เคยทำงานที่บริษัทอัครมโหฬาร แต่ถูกภูมินทร์ไล่ออกเมื่อปีก่อนเพราะตรวจทานเอกสารการเงินผิดพลาดติดต่อกันเป็นครั้งที่สาม

ชมพู่คิดสั้นใช้เหล้าดับความกลุ้ม นั่งดื่มอยู่ในร้านลาบส้มตำข้างถนนจนเมามายครองสติไม่อยู่ โวยวายด่าทอภูมินทร์ว่าใจร้าย ผิดพลาดแค่นี้ทำไมถึงต้องไล่ออก หนี้บัตรเครดิตท่วมหัว งานการก็ไม่มีทำ เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของโจรกระจอก 2 คนที่แอบมองเธออยู่

ระหว่างชมพู่เดินเมาปลิ้นมาตามทางจะกลับที่พัก ถูกโจรกระจอกเข้ามากระชากกระเป๋า เธอขัดขืนไม่ยอมให้ทั้งๆที่มีเงินในนั้นไม่กี่บาท ปากก็ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังลั่น โจรตกใจชักมีดขู่

“ถ้าไม่หุบปาก แทงไส้ไหลแน่”

“ของจริงหรือเปล่า ฉันว่ามีดปลอมแน่ๆ ไหนดูซิ มีดจริงหรือปลอม” ความเมาทำให้ชมพู่บ้าบิ่นเข้าไปแย่งมีดในมือโจร ยื้อกันไปแย่งกันมา โจรเสียหลักหงายหลัง เธอล้มตามทับมีดเสียบหัวใจพอดี พวกโจรกลัวความผิด ช่วยกันจับศพชมพู่มัดกับก้อนหินถ่วงแม่น้ำ ตั้งแต่นั้นเธอต้องกลายเป็นผีพรายเฝ้าท้องน้ำ

ทั้งพิณชนิดาและก้องภพต่างเศร้าใจที่ได้ยินเรื่องราวของเธอจากปากภิชาสินี แต่ภูมินทร์กลับโวยวายใส่ผีพราย ทำไมไม่ไปจัดการไอ้คนที่ทำให้เธอตาย มารังควานเขาเรื่องอะไร เขาไม่เกี่ยวด้วยสักหน่อย ผีพรายชี้หน้า ถ้าไม่เป็นเพราะภูมินทร์ไล่เธอออก เธอคงไม่กินเหล้าเมาไปเจอโจรชั่วแล้วโดนฆ่าตายแบบนั้น

ภูมินทร์ไม่ได้ยินที่ผีพรายต่อว่า อ้าปากจะโวยวายอีก ภิชาสินีรีบห้ามไว้ ยิ่งพูดก็จะยิ่งทำให้เรื่องบานปลาย ถึงเขาจะไม่ได้ฆ่าผีพราย แต่อย่างน้อยก็ทำให้เธอสียใจ ดังนั้นเขาควรจะขอโทษเธอ ภูมินทร์ไม่ยอมทำตาม อ้างตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด ผีพรายฉุนขาดพุ่งเข้าสิงร่างเขาทันที ภิชาสินีจะขวางก็ไม่ทัน ภูมินทร์หัวร่อร่าเป็นเสียงของผู้หญิง ก้องภพกับพิณชนิดาตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ผีพรายที่สิงร่างเขาด่าลั่น

“ฉันจะเอาเลือดชั่วๆของแกออกมาให้หมด”

ขาดคำผีพรายบังคับร่างภูมินทร์ที่ตัวเองสิงให้คุกเข่าแล้วเอาหัวโขกพื้น ก้องภพ พิณชนิดาและภิชาสินีพยายามช่วยกันจับตัว แต่สู้แรงผีไม่ได้ อรรถพรมาเห็นเหตุการณ์ชุลมุน ก็ร้องถามว่ากำลังเล่นอะไรกันอยู่ ภิชาสินีขอสร้อยห้อยพระเครื่องของพ่อของเธอที่ให้เขาคล้องไว้ แล้วจะเอาสวมให้ภูมินทร์ แต่ผีพรายที่สิงร่างเขาไม่ยอมให้สวมง่ายๆ ขัดขืนสุดชีวิต พิณชนิดาตะโกนลั่น

“หมวดอรรถช่วยกันจับนายภูมินทร์เร็วเข้า”

ในที่สุดภิชาสินีก็เอาสร้อยพระคล้องคอภูมินทร์จนได้ ทันใดนั้นมีแสงสีแดงพุ่งออกจากร่างเขา ทุกอย่างอยู่ในความสงบ พร้อมกับร่างภูมินทร์ที่ทรุดลงสลบเหมือด อรรถพรมองทุกคนงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น

ครู่ต่อมา ก้องภพกับอรรถพรช่วยกันพยุงภูมินทร์ที่หมดสติเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ ผ่านหน้าแพนเค้กกับขวัญทิพย์ที่มองอย่างสอดรู้สอดเห็น ก่อนจะชวนกันตามไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับภูมินทร์ถึงต้องหิ้วปีกกันแบบนั้น แต่ต้องก้าวขาค้างเมื่อได้ยินเสียงร้องของ

ปิ่นเพชรในคราบตุ๊กแก ทั้งคู่เงยหน้ามองตามเสียงเห็นปิ่นเพชรเกาะอยู่บนเพดานจ้องมองเขม็ง ก่อนจะส่งเสียงร้องอีกรอบ สองผัวเมียทรุดลงนั่งกับพื้นรีบยกมือไหว้

“ไม่อยากรู้ไม่อยากเห็นแล้วจ้า น้องปิ่นเพชร”

จากนั้นทั้งคู่พากันหลบฉาก...อรรถพรและก้องภพประคองภูมินทร์ให้ลงนอนที่โซฟาในห้องพักของพิณชนิดา โดยมีผีพ่อ แม่และป้ายืนดูอยู่ พิณชนิดายังคาใจไม่หายหันไปหาน้องสาว ตกลงที่น้องเคยบอกว่าเห็นผีตอนเด็กๆก็เป็นเรื่องจริงใช่ไหม

“เรื่องนั้นเอาไว้คุยกันทีหลังเถอะค่ะพี่พิณ ตอนนี้เราต้องช่วยนายภูมินทร์ก่อน ไม่งั้นแย่แน่”

ปราชญ์อาสาจะไปเจรจากับผีพรายให้ กานต์กมลกับพัณทิพาขอตามไปช่วยอีกแรงหนึ่ง ผู้หญิงกับผู้หญิงคุยกันน่าจะง่ายกว่า แล้วผีทั้งสามตนก็หายวับไป ก้องภพถามภิชาสินีว่าจะทำอย่างไรต่อไป เธอขอให้รอก่อน ตอนนี้กำลังไปเจรจา พิณชนิดานึกว่าน้องสาวส่งปิ่นเพชรไปทำหน้าที่นี้ให้ ภิชาสินีจำต้องปล่อยให้เธอคิดอย่างนั้นไปก่อน เนื่องจากไม่กล้าบอกว่าเป็นผีพ่อ แม่และป้าต่างหากที่ไปคุยกับผีพราย

การเจรจาล้มเหลว เพราะความอาฆาตแค้นของผีพรายที่มีต่อภูมินทร์รุนแรงมาก ถึงขนาดจะเอากันให้ตาย ผีพ่อ แม่และป้าจำต้องล่าถอย ปิ่นเพชรเองรับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตของเธอ ไม่กล้ายุ่งเช่นกัน

ooooooo

ขณะที่พิณชนิดาเอายาหม่องมาทาหัวของภูมินทร์ที่ยังนอนหมดสติ ปิ่นเพชรในคราบตุ๊กแกคลานเข้ามาดูใกล้ๆ ก่อนจะส่งเสียงร้องเป็นทำนองกระเซ้าเธอเล่น พิณชนิดาเขิน ก็เลยทายาหม่องให้ภูมินทร์หนักมือไปหน่อย เขาเจ็บจนสะดุ้งตื่น โวยวายใส่เธอเสียงลั่นไปหมด แล้วหันไปหาก้องภพ

“ทำไมฉันถึงเจ็บหัว แล้วมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”

“คุณถูกผีชมพู่เข้าสิง แล้วเอาหัวโขกพื้นครับ พอผีออกจากร่างพวกเราก็เลยพาคุณมาที่ห้องคุณพิณ”

ภูมินทร์ไม่วายเหวี่ยงวีนใส่ ทำไมถึงไม่พาตนกลับบ้าน พามาที่รังหนูนี่ทำไม ภิชาสินีอธิบายว่าที่นี่มีเจ้าที่ ผีพรายเข้ามาไม่ได้ ขืนพาเขากลับไปมีหวังโดนผีพรายเล่นงานตายกลางทาง จังหวะนั้น ผีพ่อ แม่และป้าปรากฏตัวขึ้น ภิชาสินีมองด้วยสายตาเป็นเชิงถามว่าสำเร็จไหม ทั้งสามตนส่ายหน้า เธอจึงบอกทุกคนว่าการเจรจาล้มเหลว อรรถพรเสนอให้เรียกหมอผีมาจัดการ พิณชนิดาไม่เห็นด้วย นั่นเท่ากับเป็นการต่อเวร

“ถ้าพวกเราจัดการไม่ได้ ก็ต้องให้คนอื่นจัดการ” พิณชนิดายิ้มพอใจกับแผนการของตัวเอง ครู่ต่อมา ทุกคนพากันลงมาที่รถของภูมินทร์ ผีพรายซึ่งรออยู่หน้าอพาร์ตเมนต์เห็นคู่อาฆาตแค้นออกมาก็พุ่งใส่ แต่เจอสร้อยพระเครื่องที่ห้อยคอเขาอยู่ถึงกับผงะ ขณะที่ทุกคนกำลังขึ้นรถ ปิ่นเพชรในคราบเด็กน้อยขอตามไปด้วย

“ใครหรือครับคุณพิณ” ก้องภพอดถามไม่ได้

พิณชนิดาไม่อยากให้กลัวกันจึงบอกว่าเป็นน้องชายของตัวเอง ภูมินทร์รู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเจอที่ไหน เธอกลัวเขาจะจำได้เร่งก้องภพให้ออกรถไวๆ โดยผีพรายมองตามรถที่เคลื่อนออกไปอย่างเอาเรื่อง...

ขณะที่พิณชนิดากับพวกบ่ายหน้าไปหาตัวช่วย ปณิตาเร่งให้เปรมสุดาหาทางจับภูมินทร์ให้ได้โดยเร็ววัน ไม่ใช่มามัวแต่นั่งเสริมสวย เธอขอพักบ้าง ตอนนี้ยังคิดวิธีอ่อยเขาไม่ออก ต่อมมารยามันไม่ทำงาน

“รีบคิดให้ออก เพราะดอกเบี้ยมันบานขึ้นทุกวัน ขืนแกคิดไม่ออกนานๆ ทั้งบ้านทั้งรถจะหลุดจำนำ ถึงเวลานั้น ได้นอนข้างถนนกันทั้งแม่ทั้งลูก...”

ระหว่างที่นั่งรถมาตามทาง ภูมินทร์ไม่วายปากเสีย พิณชนิดาต้องขู่ ถ้าขืนพูดมาก เธอกับน้องจะลงจากรถ ปล่อยให้เขาลุยกับผีพรายเอาเอง เขาจำต้องหุบปาก แม้จะขัดใจมากก็ตาม จังหวะนั้นมีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เอ๋โทร.มาถามว่าตอนนี้อยู่ไหนแล้ว หุ้นส่วนทุกคนมาเข้าประชุมครบแล้ว รอแค่เขาคนเดียว

“ลืมสนิทเลย...วันนี้ฉันมีธุระด่วน คงไปไม่ได้แล้ว บอกยกเลิกการประชุมไปก่อน ไว้ฉันว่างเมื่อไหร่จะนัดใหม่อีกที” ภูมินทร์พูดจบรีบตัดสาย เอ๋ถึงกับหน้าจ๋อย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ รายงานให้ทุกคนในห้อง ประชุมทราบว่าท่านประธานติดธุระด่วน มาประชุมไม่ได้ ต้องนัดใหม่วันหลัง หุ้นส่วนทุกคนชักสีหน้าไม่พอใจ สัณชัยรีบเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ ขอโทษทุกคนแทนหลานชายด้วย คงติดธุระสำคัญจริงๆ

“สำคัญยังไงก็ต้องรีบแจ้งยกเลิกตั้งแต่เช้าไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ใหญ่มานั่งคอยแบบนี้ พี่ภูทำเหมือนไม่เห็นหัวใคร” คำยุแยงของแสงโชติได้ผล หุ้นส่วนยิ่งโกรธ เขา ไม่รอช้ายื่นข้อเสนอเอาหน้า “ไหนๆ ทุกคนก็มากันแล้ว เราไปรับประทานอาหารอร่อยๆ ใกล้ๆบริษัทกันดีกว่าครับ ผมขอเลี้ยงทุกคนเพื่อเป็นการขอโทษแทนพี่ภูเอง”

ooooooo

ตัวช่วยที่จะเจรจากับผีพรายก็คือหลวงตาที่พิณชนิดานับถือนั่นเอง ท่านเห็นผีพรายยืนอยู่หน้าประตูอุโบสถ ร้องเรียกให้เข้ามาข้างใน เธอลอยเข้ามานั่งอยู่ด้านหลังพิณชนิดากับพวก แล้วก้มลงกราบหลวงตาซึ่งถามเธอว่าอาฆาตพยาบาทแล้วมีความสุขหรือเปล่า ผีพรายส่ายหน้า

“ยิ่งโกรธก็ยิ่งทุกข์ ยิ่งทุกข์ก็ยิ่งโกรธ จะแบกทุกข์อีกนานเท่าไหร่ล่ะโยม”

“จนกว่ามันจะชดใช้เจ้าค่ะ”

หลวงตาแสดงธรรมให้ฟังจนความคั่งแค้นของผีพรายลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้มีแต่เธอเท่านั้นที่ซาบซึ้งในรสพระธรรม ภูมินทร์เองก็สำนึกผิด พอรู้จากภิชาสินีว่าผีพรายนั่งอยู่ตรงไหน หันไปขอโทษในสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำไม่ดีเอาไว้ ขอให้เราอโหสิกรรมต่อกัน ผีพรายใจอ่อนยวบ ใบหน้าที่โกรธแค้นกลายเป็นอ่อนโยน และอโหสิกรรมให้เขา ภิชาสินีรู้ว่าภูมินทร์ไม่ได้ยิน จึงถ่ายทอดคำพูดนั้นให้ฟังว่าผีพรายอโหสิกรรมให้เขาแล้ว

“ขอบคุณนะชมพู่ ขอบคุณ” ภูมินทร์ยิ้มให้อย่างจริงใจ ผีพรายยิ้มตอบ ก่อนจะสูญสลายกลายเป็นควันลอยขึ้นสู่เบื้องบน หลวงตาหันไปหยิบน้ำมนต์มาพรมให้กับทุกคน พร้อมกับสวดมนต์ให้พร...

หลังจากสถานการณ์ระหว่างภูมินทร์กับผีพรายจบลงด้วยดี พิณชนิดาและภิชาสินี ชวนทุกคนทำทานซื้อ อาหารให้ปลาที่ท่าน้ำของวัด ก้องภพมองพิณชนิดาที่กำลังหัวเราะขำปิ่นเพชรซึ่งโดนปลาดีดน้ำใส่อย่างรู้สึกดี โดยมีภูมินทร์มองเหล่อยู่ ส่วนอรรถพรยืนให้อาหารปลาอยู่ใกล้ๆกับภิชาสินี

ห่างออกมาเล็กน้อย ผีแม่และป้ายืนเชียร์ให้คู่นี้ได้เป็นแฟนกัน ขณะที่ปราชญ์พยายามจะจับคู่ก้องภพให้พิณชนิดา เนื่องจากไม่ชอบขี้หน้าภูมินทร์ที่เป็นเนื้อคู่ของลูก กานต์กมลเตือนให้ระวังเอาไว้ ยิ่งเกลียดจะยิ่งได้เขามาเป็นลูกเขย ก้องภพขยับเข้าไปใกล้ๆพิณชนิดา ขอบคุณเธอที่ช่วยเจ้านายของเขาไว้ได้อีกครั้ง

พิณชนิดาจงใจพูดเสียงดัง “คนที่ต้องขอบคุณ ควรจะเป็นเจ้านายคุณมากกว่า”

ทุกคนหันมองภูมินทร์เป็นตาเดียวกัน เขาทนสายตากดดันไม่ไหว เอ่ยขอโทษแบบไม่เต็มใจนัก พิณชนิดาหมั่นไส้ ด่าสวนทันทีว่าโตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้วหัดขอบคุณ หัดขอโทษให้มันจริงใจบ้าง ชีวิตจะได้มีคนดีๆเข้ามา ไม่ใช่มีแต่ศัตรูคอยไล่ล่าแบบนี้ ทั้งคนทั้งผีตามฆ่าไม่เว้นแต่ละวัน เขาถึงกับหน้าเสีย เธอต้องรีบขอโทษ

“ไม่เป็นไร สิ่งที่เธอพูดมันเป็นความจริง ยังไงฉันก็ต้องขอบคุณเธอกับน้องสาวเธอมากที่ช่วยฉันเอาไว้อีกครั้ง ขอบคุณนะ” ภูมินทร์ละลายทิฐิในใจตัวเองได้ พิณชนิดายิ้มพอใจที่เขาเปลี่ยนแปลงตัวเอง แล้วชวนทุกคนกลับ ภูมินทร์ปรี่เข้าไปขอคุยกับอรรถพรเป็นการส่วนตัว เนื่องจากมีเรื่องให้เขาช่วยในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากนั้นภูมินทร์กับก้องภพเดินนำอรรถพรไปที่มุมหนึ่งของวัด แจ้งให้ทราบว่าต้องการให้เขาช่วยทำคดีที่ถูกลอบยิง ผู้หมวดหนุ่มรับปากโดยไม่ต้องคิด แต่เขาต้องเอาหลักฐานทุกอย่างที่มีมาให้

“โอเค หวังว่าเราจะจับตัวไอ้คนที่ตามฆ่าผมได้สักที ผมอยากรู้ว่ามันต้องการฆ่าผมเพราะอะไร”...

จากการที่สองพ่อลูก สัณชัยและแสงโชติดูแลเอาใจใส่คณะหุ้นส่วนของบริษัทอัครมโหฬารเป็นอย่างดี ทำให้ได้ใจจากพวกนั้นไปเต็มๆ บางคนถึงกับเอ่ยปากอยากให้สัณชัยได้เป็นประธานบริษัทแทนภูมินทร์

“ถ้ามีโครงการหรือโปรเจกต์รีบนำเสนอเลยนะครับ พวกเราพร้อมจะผลักดันคนมีฝีมืออย่างพวกคุณ”

“ขอบคุณมากครับที่ให้โอกาสเราพ่อลูก ขอบคุณครับ” สัณชัยค้อมหัวให้อย่างนอบน้อม ยิ่งทำให้เหล่าหุ้นส่วนเป็นปลื้มไปตามๆกัน

ooooooo

เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับน้องสาวในห้องพัก พิณชนิดาขอโทษที่เคยคิดว่าน้องเป็นบ้าที่ชอบพูดคนเดียว ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าน้องเห็นผีได้จริงๆ และขอโทษที่ตนเป็นพี่ที่แย่มากๆ เกือบเอาน้องตัวเองไปส่งโรงพยาบาลบ้า ภิชาสินีไม่ถือโทษโกรธเธอแม้แต่น้อย หากเป็นตัวเองก็คงทำแบบเดียวกัน

“เอ่อ จริงสิ พี่ว่าจะไปซื้อพิซซ่ามาให้ปิ่นเพชรเป็นรางวัลที่ไปช่วยเจรจากับผีชมพู่”

ภิชาสินีอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจบอกว่าไม่ใช่ปิ่นเพชรที่ไปเจรจา แต่เป็นผีพ่อ แม่และป้าต่างหาก พิณชนิดาตะลึง ละล่ำละลักว่าพวกท่านยังไม่ไปผุดไปเกิดอีกหรือ ผีพ่อ แม่และป้าปรากฏตัวขึ้นข้างๆสองสาว

ภิชาสินีอธิบายว่าที่พวกท่านยังไม่ไปเกิดเพราะเป็นห่วงเราสองคน พิณชนิดาปล่อยโฮ ถามว่าตอนนี้พวกท่าน อยู่ไหน พอรู้ว่าอยู่ข้างๆตัวเอง ยิ่งร้องไห้เป็นเผาเต่า

“พิณไม่เคยรู้เลยว่าพ่อแม่ป้าอยู่กับพิณตลอดเวลา พิณขอโทษนะคะที่ทำให้พ่อแม่ป้าเป็นห่วง ทำให้ไม่ได้ ไปผุดไปเกิดเพราะเป็นกังวลเรื่องพิณกับภิ แต่ต่อไปนี้ พ่อแม่ป้าไม่ต้องห่วงแล้วนะคะ พิณจะดูแลน้องเอง”

“คนเป็นพ่อเป็นแม่ ยังไงก็ไม่มีวันหมดห่วงลูก ยังไงซะพ่อแม่แล้วก็พี่พา ยังไปไหนไม่ได้จนกว่าพวกเราจะแน่ใจว่าจะมีคนดีมาคอยดูแลลูกทั้งสอง เมื่อถึงเวลานั้นเราจะไปเอง” ปราชญ์พูดพลางน้ำตาซึม เนื่องจากพิณชนิดาไม่ได้ยินสิ่งที่พ่อพูด ภิชาสินีจึงถ่ายทอดคำพูดของท่านให้เธอฟังอีกทอดหนึ่งแบบไม่มีตกหล่น พิณชนิดาซาบซึ้งใจมากร้องไห้โฮอีกรอบ ภิชาสินีพลอยร้องไห้ไปด้วย...

แม้แสงโชติจะได้รับคำชมจากพ่อตัวเองที่รู้จักพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ทำให้หุ้นส่วนของบริษัทเห็นความสำคัญของเราสองคนพ่อลูก แต่ท่านก็ไม่ยอมให้เขาเป็นคนเสนอโปรเจกต์ใหญ่ที่เตรียมไว้ เพราะกลัวจะพลาดเหมือนครั้งก่อน คราวนี้เราจะต้องละเอียดรอบคอบให้มากขึ้น จะผิดพลาดอีกไม่ได้

แสงโชติไม่พอใจ แต่ไม่กล้าแสดงออก เก็บเอาความขุ่นข้องหมองใจไปลงกับเหล้า นั่งดื่มอยู่ในผับหมดไปหลายแก้ว เปรมสุดาเห็นเขาเริ่มเมา พูดเตือนสติ ดื่มไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น รังแต่ดิสเครดิตตัวเองเปล่าๆ

“คืนนี้กลับไปพักผ่อนนอนหลับให้เต็มที่ แล้วพรุ่งนี้เสนอตัวช่วยพ่อคุณ ทำให้พ่อคุณเห็นว่าคุณตั้งใจกับงานชิ้นนี้จริงๆ สุดาว่าอีกไม่นานพ่อคุณก็ต้องให้คุณรับผิดชอบ ถ้าอยากชนะพ่อคุณ อยากชนะภู คุณต้องอดทนนะคะ อดทนเพื่อวันของเรา” เปรมสุดายิ้มพอใจที่เห็นเขาคิดคล้อยตามคำแนะนำของตัวเอง

ooooooo

ระหว่างรอเจ้านายเช็กความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผม ก้องภพเสนอว่าในเมื่อเย็นนี้ตารางนัดของเขาว่าง เขาน่าจะเลี้ยงตอบแทนพิณชนิดากับน้องสาวที่ช่วยเหลือเขาไว้ ภูมินทร์เห็นว่าเลี้ยงข้าววุ่นวายให้เงินตอบแทนน่าจะดีกว่า ก้องภพทักท้วง ทำอย่างนั้นเธอจะว่าเอาได้ว่าไม่จริงใจ เขาหาว่าก้องภพเรื่องมาก

“ถ้าอย่างนั้นผมไปจัดการเลยนะครับ” ก้องภพไม่รอคำตอบ เดินลิ่วออกจากห้อง เจอสิรวิทย์เดินสวนเข้ามา จึงแจ้งให้ทราบว่าเจ้านายจะเลี้ยงข้าวขอบคุณพิณชนิดากับน้องสาว แต่ตนไม่ถนัดเรื่องร้านอาหาร อยากให้สิรวิทย์ช่วยคิดทีว่าจะเลี้ยงที่ร้านไหนดี ภูมินทร์ไม่ต้องการให้ไปกินนอกบ้าน สั่งให้ก้องภพ โทร.ไปชวนสองพี่น้องมากินข้าวที่นี่ แล้วหันไปชวนสิรวิทย์ให้ไปหาตำรวจกันได้แล้ว...

แทนที่ก้องภพจะโทร.ไปบอกพิณชนิดา กลับไปเชิญด้วยตัวเอง หนึ่งกำลังจะออกไปข้างนอกเห็นเธอยืนคุยกับหนุ่มแปลกหน้าที่ห้องโถงของอพาร์ตเมนต์ หยุดมองอย่างสนใจ แพนเค้กกับขวัญทิพย์เข้ามายืนข้างๆ พูดขึ้นลอยๆ ว่านั่นคือคุณก้องภพคนสนิทของคุณภูมินทร์ หนึ่งตกใจอ้าปากจะร้อง แพนเค้กรีบเอามือปิดปาก

“เงียบๆสิ เดี๋ยวน้องพิณได้ยินก็อดรู้กันพอดีว่าเขาคุยอะไรกัน”

พอรู้ว่าภูมินทร์ให้ก้องภพมาเชิญพิณชนิดากับภิชาสินีไปกินข้าวเย็นที่บ้านของเขา ทั้งหนึ่ง แพนเค้กและขวัญทิพย์ถึงกับตาโต เงี่ยหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ทีแรกพิณชนิดาจะไม่ยอมรับคำเชิญ เพราะไม่ต้องการให้ภูมินทร์มาตอบแทนอะไร ก้องภพต้องขอร้องอยู่นานเธอถึงได้ตอบตกลง เขาอาสาจะมารับเธอกับน้องสาว พิณชนิดาจะขับรถไปเอง ไม่ต้องรบกวนเขา แล้วบอกว่าเรื่องแค่นี้โทร.มานัดก็ไม่ได้ต้องเสียเวลามาเอง

“เอ่อ พอดีผมต้องผ่านมาแถวนี้อยู่แล้วนะครับ ผมไปนะครับแล้วเจอกัน”

พิณชนิดามองตามก้องภพครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับขึ้นห้อง หนึ่งรอจนเธอลับสายตา จึงหันไปถามสองผัวเมียรู้ได้อย่างไรว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนของภูมินทร์ แพนเค้กเคยจะขายอพาร์ตเมนต์ให้ก็เลยรู้จักกัน แล้วตั้งข้อสังเกตว่าการที่ภูมินทร์เชิญพิณชนิดาไปกินข้าวถึงบ้าน คงคิดจะจริงจังด้วยแน่ๆ

หนึ่งได้แต่กำมือแน่น ความหึงหวงในตัวพิณชนิดาปรี๊ดขึ้นสมอง จ้ำพรวดๆไปที่ห้องของเธอ พยายามพูดยุยงให้เธอเปลี่ยนใจเลิกไปตามนัด หาว่าภูมินทร์ไว้ใจไม่ได้ ระวังจะมีแผนร้ายรอต้อนรับเธออยู่ ปิ่นเพชรเห็นด้วยกับเขา พิณชนิดาจะไม่ไปได้อย่างไรในเมื่อรับปากแล้ว ไม่อย่างนั้น ภูมินทร์จะหาว่ากลัว

“เอางี้ ผมไปด้วย อย่างน้อยผมจะได้ช่วยสอดส่อง เกิดเห็นท่าไม่ดีจะได้ช่วยกัน”

ปิ่นเพชรขอตามไปด้วย ไปกันหลายๆคน ภูมินทร์จะได้ไม่กล้าทำอะไรที่ไม่ดี...

ในขณะเดียวกันภูมินทร์พาสิรวิทย์มาแนะนำให้อรรถพรรู้จัก เผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกันได้เลย เพราะ สิรวิทย์เป็นเจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยที่ดูแลบริษัทของเขาอยู่ และที่ภูมินทร์ต้องทำแบบนี้เนื่องจากไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาติดต่อกับตำรวจ เกรงจะทำให้คนบงการลอบฆ่าตนไหวตัวได้ อรรถพรพยักหน้ารับรู้

“เย็นนี้หมวดว่างหรือเปล่า ผมขอเชิญมากินอาหาร ที่บ้านผม ผมจัดปาร์ตี้เล็กๆ แกด้วยนะไอ้วิทย์”...

ทันทีที่ปูเปรี้ยวรู้ว่าภูมินทร์จะเชิญพิณชนิดากับน้องสาวมากินข้าวเย็นที่บ้าน รีบโทร.ไปบอกเปรมสุดาซึ่งร้องกรี๊ดๆวิ่งไปฟ้องแม่ว่าภูมินทร์ชวนนังหมอดูไปกินข้าวที่บ้าน ทั้งๆที่ตลอดเวลาไม่เคยชวนเธอสักครั้ง

“ในเมื่อตาภูชวนมันกินข้าว เราก็ต้องไป...ไปทำให้มันรู้ว่าเราเป็นใครและมันเป็นใคร” ปณิตายิ้มร้าย

ooooooo

ด้วยความที่ไม่ไว้ใจภูมินทร์ เมื่อมาถึงบ้านอัครมโหฬาร พิณชนิดาสั่งให้ปิ่นเพชรไปสำรวจรอบๆบ้านดู หากมีอะไรไม่ชอบมาพากลให้รีบมารายงาน ภิชาสินีหาว่าเธอระแวงมากไป เขาอาจจะเลี้ยงขอบคุณเราจริงๆก็ได้ หนึ่งยุส่ง คนอย่างภูมินทร์ไม่มีวันจริงใจกับใคร แล้วชวนพิณชนิดากลับ

“มาขนาดนี้แล้ว จะกลับง่ายๆได้อย่างไร นายภูมินทร์จะได้คิดว่าเจ๊ขี้ขลาด ไปเถอะ พวกเรามากันตั้งสามคน พ่วงตุ๊กแกเทพอีกหนึ่งตัว กลัวอะไร...ลุย” พิณชนิดาก้าวฉับๆเข้าข้างใน เจอเปรมสุดาเดินวางมาดราวกับคุณนายเจ้าของบ้านอยู่กับปณิตา แถมพูดจากระแนะกระแหนว่าเธอหมดทางจะหาผู้ชายถึงได้มาแย่งแฟนของตน หนึ่งไม่พอใจด่ากลับให้บ้าง เปรมสุดาถึงกับปรี๊ดแตก สั่งให้พิณชนิดาหัดสอนมารยาทน้องชายบ้าง ภิชาสินีทนไม่ไหว เถียงแทนพี่สาวฉอดๆๆ เปรมสุดาโกรธ ปรี่เข้ามาจะตบ พิณชนิดาจับมือเธอไว้

“อย่าแตะต้องน้องสาวฉันเด็ดขาด”

ก่อนเรื่องจะบานปลาย ก้องภพเข้ามาเชิญพิณชนิดากับพวกไปที่ห้องอาหารเสียก่อน เธอขยับจะเดินแต่ถูกสองแม่ลูกจงใจกระแทกกระเด็น แล้วพากันเดินนำหน้าเข้าไปในห้องอาหาร...

ขณะนวลจันทร์กำลังสั่งการให้ปูเปรี้ยวกับป่านแก้วดูแลความเรียบร้อยของอาหารบุฟเฟ่ต์ที่นำมาตั้งโต๊ะ พิณชนิดาพาภิชาสินีกับหนึ่งเข้ามาไหว้อย่างนอบน้อม แล้วแนะนำน้องๆให้เธอรู้จัก นวลจันทร์รีบออกตัว

“ลองดูนะคะว่าอาหารถูกใจหรือเปล่า ถ้าไม่ชอบหรืออยากได้อะไรเป็นพิเศษก็บอกได้นะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะ แค่นี้ก็วิเศษแล้ว น่ากินทั้งนั้นเลย”

เปรมสุดาและปณิตาได้ทีแดกดันพิณชนิดาต่างๆ นานา หนึ่งแอบกระซิบกับเธอ ตกลงภูมินทร์เชิญเธอมาเลี้ยงขอบคุณหรือเชิญมาให้แฟนตัวเองด่าเล่นกันแน่

พิณชนิดาไม่อยากจะมีปัญหา บอกเขาให้รีบกินจะได้รีบกลับ แล้วหยิบจานไปตักอาหาร ก้องภพจะเข้ามาช่วยดูแล แต่มีโทร.มาเรียกตัวเสียก่อน

นวลจันทร์บอกให้ภูมินทร์ไปดูแลแขกของตัวเองด้วย เขาเกรงใจแม่นมสุดเลิฟ จำใจเข้าไปตักอาหารให้พิณชนิดาซึ่งมองอย่างไม่ไว้ใจว่าจะมาไม้ไหน เปรมสุดาเห็นภูมินทร์ตักอาหารให้คู่แข่งก็ฮึดฮัดไม่พอใจ ปณิตาต้องคอยรั้งตัวไว้...

หลังหนีรอดสายตาเจ้าที่ประจำบ้านอัครมโหฬารมาได้ ปิ่นเพชรเดินสำรวจมาถึงบริเวณบ้านของสัณชัยซึ่งอยู่ในรั้วเดียวกัน เด็กน้อยเห็นสภาพทึมๆมืดๆก็มองอย่างสนใจ ยังไม่ทันจะเข้าไปดูข้างใน เจองูห้อยหัวลงมาจากต้นไม้ ปิ่นเพชรถึงกับผงะ ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต...

ภิชาสินีเห็นพี่สาวตัวเองเอาแต่จ้องอาหารในจานไม่ยอมแตะต้อง กระเซ้าว่านั่งจ้องแบบนั้นจะไปอร่อยได้อย่างไร เธอไม่ไว้ใจ กลัวภูมินทร์แอบเอาอะไรใส่ไว้ หนึ่งไม่สนใจตักอาหารใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ

จังหวะนั้น ก้องภพพาอรรถพรและสิรวิทย์เข้ามา พิณชนิดาดีใจที่เห็นอรรถพรมาด้วยจะได้มีคนมาช่วยกันจับตามอง ผู้หมวดหนุ่มงงจะให้จับตามองอะไร เธอยังไม่ทันตอบ ภูมินทร์เห็นเธอไม่กินอาหารที่ตักให้ ก็เข้ามาถาม พิณชนิดาสวนทันทีจะกินได้อย่างไร เขาอาจจะแอบเอาอะไรใส่ลงไปในอาหารพวกนี้เพื่อแกล้งเธอก็ได้

“อาหารทั้งหมดนี่ แม่นมฉันเป็นคนทำ ไม่มีทางทำอะไรทุเรศๆแบบนั้น”

นวลจันทร์เห็นท่าไม่ดี รีบบอกว่าอาหารทุกอย่างปลอดภัย ไม่มีสิ่งแปลกปลอมใดๆ แล้วตักให้ภูมินทร์กินเพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง พิณชนิดาขอโทษนวลจันทร์ด้วยที่ทำให้เสียความรู้สึก เธอกับภูมินทร์ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ เธอก็เลยระแวง แล้วตักอาหารใส่ปากกินอย่างเอร็ดอร่อย ไม่คลางแคลงใจอะไรอีก

เปรมสุดามองเธออย่างหมั่นไส้ คิดหาทางกลั่นแกล้ง รอจังหวะที่พิณชนิดาเดินไปหยิบเครื่องดื่ม จงใจแหย่เท้าขัดขาเธอหน้าคะมำ น้ำหกกระจาย โดยไม่รู้ว่าภูมินทร์มองอยู่ตลอด เปรมสุดายังไม่หนำใจ หาเรื่องด่าว่าพิณชนิดาสาดเสียเทเสีย แต่พอโดนด่ากลับให้บ้างก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ คว้าชามใส่น้ำพันช์จะสาดหน้า พิณชนิดาคว้ามือไว้ทัน สองสาวยื้อชามใส่น้ำพันช์กันไปมา เปรมสุดาสู้ไม่ได้ถูกน้ำพันช์ราดเต็มๆ เธอเจ็บใจมากเงื้อมือจะตบ ภูมินทร์จับมือเธอไว้ สั่งไม่ให้ทำแบบนี้กับแขกของตน

“แต่แขกของภูทำกับสุดาแบบนี้ ภูต้องจัดการมันให้สุดา”

ภูมินทร์เห็นกับตาว่าเธอเป็นฝ่ายแกล้งขัดขาพิณชนิดาก่อน และถ้าเธอไม่คิดจะเอาน้ำพันช์สาดอีกฝ่ายหนึ่ง ก็คงจะไม่โดนแบบนี้ แล้วเตือนว่าถ้ายังอยากจะอยู่ในงานนี้ด้วยกันอย่างสงบ กรุณาอย่าหยาบคายกับแขกของตนอีก สิรวิทย์เห็นไม่เข้าทีรีบชวนเปรมสุดาไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนดีกว่า

“สุดาคงทนหายใจร่วมกับแขกของภูไม่ได้อีก ขอตัวนะคะ” เปรมสุดาเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไปโดยมี ปณิตาและสิรวิทย์เดินตาม ขณะที่พิณชนิดามองภูมินทร์ด้วยความรู้สึกดีขึ้น

ooooooo

เปรมสุดาจ้ำพรวดๆออกมาที่รถ แล้วปล่อยโฮอย่างอัดอั้น ทั้งน้อยใจทั้งเสียหน้าที่ภูมินทร์ไปเข้าข้างคนอื่น ปณิตาปลอบใจว่าไม่ต้องเสียใจไป วันพระไม่ได้มีหนเดียว เปรมสุดาเกลียดนังหมอดูนั่นมากอยากจะบีบคอให้แหลกคามือ ปณิตาเองก็รู้สึกไม่ต่างจากลูกเช่นกัน สิรวิทย์เป็นห่วงเปรมสุดา จึงถอดเสื้อตัวนอกมาคลุมให้

“รีบไปเถอะครับ ยืนโกรธเกลียดอยู่ตรงนี้ก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งเหนียวตัวเปล่าๆ”

จังหวะนั้น แสงโชติเข้ามาเห็นสภาพของเปรมสุดาก็ร้องทักมีอะไรกันหรือ เธอรีบตัดบทว่าไม่มีอะไรแค่อุบัติเหตุนิดหน่อย แล้วทั้งสามคนก็พากันขึ้นรถออกไป ขณะที่แสงโชติมองเข้าไปในตึกใหญ่อย่างสงสัย...

พิณชนิดกับพวกกำลังขอบคุณนวลจันทร์กับภูมินทร์สำหรับอาหารแสนอร่อย ตอนที่แสงโชติเข้ามาทักทายเธอว่าญาติดีกับพี่ชายของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

พิณชนิดาไม่ตอบได้แต่ยิ้มๆ ก่อนจะแนะนำเขาให้รู้จักกับภิชาสินี หนึ่งและอรรถพร เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าอรรถพรเป็นนายตำรวจ จากนั้นพิณชนิดาก็ขอตัวกลับ

“อ้าว ผมเพิ่งมาคุณพิณก็จะกลับเสียแล้ว ยังไม่ทันได้คุยกันเลย กลับยังไงครับ ให้ผมไปส่งไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะ พวกเราเอารถมา ขอบคุณนะคะ”

แสงโชติยินดีรับใช้เธอทุกเมื่อ ไว้วันหลังนัดกินข้าวกันอีก พิณชนิดารับคำตามมารยาท ภูมินทร์ไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นทั้งคู่มีท่าทีสนิทสนมกัน ครู่ต่อมา พิณชนิดามาถึงที่รถจอด ไม่เห็นปิ่นเพชรรออยู่ก็ชักจะเป็นห่วง หนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าเขาอาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้ ภิชาสินีรู้สึกไม่ดี ชวนทุกคนรีบกลับไปดู...

ไม่นานนัก พิณชนิดา ภิชาสินี อรรถพรและหนึ่งก็กลับถึงอพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ แล้วช่วยกันค้นหาจนทั่วก็ไม่พบแม้แต่เงาของปิ่นเพชร ปรากฏว่าไปเจอเขาแอบอยู่ในตู้เสื้อผ้าของพิณชนิดา ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เนื่องจากไปเจองูที่บ้านภูมินทร์ พิณชนิดาดึงเขามากอดปลอบใจแล้วถามว่าเจองูตรงไหนของบ้าน

“แถวบ้านหลังเล็กๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าบ้านใคร แต่บ้านหลังนั้น รังสีมืดๆดำๆ น่ากลัวยังไงบอกไม่ถูก ไอ้เจ๊ปลอบ ตอนนี้เค้าหายดีแล้ว” ปิ่นเพชรยิ้มเจ้าเล่ห์ พิณชนิดาและภิชาสินีส่ายหน้าให้กับความทะเล้นของเขา

อรรถพรเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็ชวนหนึ่งกลับ เขาไม่ยอมไปจะขออยู่เป็นเพื่อนพิณชนิดาสักพักหนึ่งก่อน ปิ่นเพชรขู่ ถ้าไม่รีบกลับห้องตัวเองจะหักขาหักแขนกินตับ หนึ่งสยองมาก รีบออกจากห้องแทบไม่ทัน...

ดึกมากแล้ว ภูมินทร์ยังนอนไม่หลับ ไม่ใช่เพราะฝันร้ายเหมือนที่เคยๆ แต่เป็นเพราะมัวแต่นึกถึงภาพพิณชนิดากำลังหัวเราะขณะให้อาหารปลาที่ท่าน้ำในวัด พยายามสลัดภาพเธอออกจากสมอง พอพลิกตัวไปอีกข้างด้านหนึ่งกลับคิดถึงภาพตอนที่เธอคุยกับแสงโชติอย่างสนิทสนม ก็หงุดหงิด เอามือทุบที่นอนอย่างลืมตัว

“สนิทกับคนง่ายจริงนะ...หงุดหงิดทำไมยัยประหลาดไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราสักหน่อย นอนๆๆ” ภูมินทร์พยายามข่มตา แต่ก็หลับไม่ลง...

ไม่ใช่มีแต่ภูมินทร์คนเดียวที่ยังนอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียงตัวเอง พิณชนิดาก็นอนไม่หลับเช่นกัน ผุดลุกผุดนั่งอยู่บนเตียง พลันภาพของภูมินทร์ตอนที่เข้ามาช่วยปกป้องไม่ให้เปรมสุดาทำร้ายเธอผุดขึ้นมาในความคิด ถึงกับเผลอยิ้ม ภิชาสินีตื่นมาเห็นพอดี ถามว่ายิ้มอะไร ทำไมยังไม่นอน เธอรีบล้มตัวลงนอนทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 16:03 น.