ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายพยากรณ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ค่ำวันเดียวกัน พิณชนิดากลับถึงบ้านอย่างอารมณ์ดี เล่าให้ภิชาสินีฟังว่าภูมินทร์รับปากว่าจะไปงานแต่งงานกับเธอแล้ว คราวนี้เธอจะได้ลบคำสบ ประมาทของยัยฟ้ารุ่งได้สักที ภิชาสินีนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะหยิบตุ๊กตาเซรามิกขึ้นมาให้พี่สาวดู เล่าว่าตุ๊กตาตัวนี้เป็นของเด็กหญิงอายุ 8 ขวบคนหนึ่ง

“พ่อของแกเสียไปตั้งแต่ยังจำหน้าพ่อไม่ได้ แกไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าไม่มีพ่อ ก็เลยโกหกสร้างเรื่องว่าพ่อเป็นนักธุรกิจที่รวยมาก ทำให้ไม่มีเวลามางานวันพ่อที่โรงเรียน จนกระทั่งวันหนึ่งเพื่อนรู้ความจริงว่าพ่อของแกเป็นตำรวจยศจ่า โดนคนร้ายฆ่าตาย เพื่อนๆพากันล้อและหาว่าแกเป็นยัยขี้โกหก”

ภิชาสินีหยุดมองหน้าพี่สาวอึดใจ ก่อนจะเล่าเพิ่มเติมว่าเมื่อวันก่อน แม่ของเด็กน้อยจะเอาตุ๊กตาเซรามิก ซึ่งพ่อให้ไปทิ้งเนื่องจากเห็นว่าบิ่น แกไม่ยอมให้เอาไปทิ้ง กลัวพ่อกลับมาไม่เห็นจะเสียใจ แม่ขอร้องให้ลูกยอมรับ

ความจริงว่าพ่อตายไปแล้วแล้วเอาตุ๊กตาใส่ถุงกระดาษไปทิ้งขยะ เด็กน้อยแอบออกจากบ้าน กำลังจะวิ่งข้ามถนนไปเอาตุ๊กตาคืนแต่ถูกรถชนเสียก่อน
“เด็กคนนั้นไม่ตาย แต่หมอบอกว่าสมองของเธอได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรงอาจจะไม่ฟื้น”

ที่ภิชาสินีเล่าเรื่องนี้ให้พิณชนิดาฟัง ก็เพราะไม่อยากให้พี่เป็นเหมือนเด็กคนนี้ การโกหกอาจทำให้เรามีความสุข แต่มันเป็นความสุขแค่ชั่วครู่เท่านั้น พิณชนิดาบ่นอุบโกหกไปแล้วจะให้ทำอย่างไร

ooooooo

เช้าวันถัดมา ภูมินทร์ลงทุนขับรถไปรับพิณชนิดาเพื่อพาไปศูนย์บริการความงามด้วยตัวเอง สร้างความประหลาดใจให้ก้องภพ ป่านแก้วและนวลจันทร์เป็นอย่างมาก ก้องภพถึงกับออกปาก

“ยี่สิบปีที่ผมรู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณภูเป็นแบบนี้มาก่อน คนเดียวที่คุณภูทำแบบนี้ด้วย คือแฟนคนแรกที่หักอกคุณภู”

“คุณก้องคิดว่าคุณหนูสนใจแม่หนูพิณคนนั้น” นวลจันทร์เห็นก้องภพนั่งเงียบ อดคลางแคลงใจไม่ได้

ทั้งสามมัวแต่คุยกัน ไม่ทันเห็นปูเปรี้ยวแอบฟังอยู่ด้วยความตกใจ...

ทางด้านพิณชนิดาขึ้นรถของภูมินทร์ได้จัดแจงเอื้อมมือจะเปิดเพลงฟัง แต่เขาสั่งห้ามเธอแตะต้องอะไรในรถทั้งนั้น แล้วกดปุ่มที่พวงมาลัยรถ เสียงเพลงบรรเลงดังขึ้นเบาๆ พิณชนิดาทำหน้าเซ็ง ก่อนจะติงว่าไม่มีเพลงที่ฟังแล้วสนุกสนานกว่านี้หรือ เพลงแบบนี้ฟังแล้วจะหลับ แล้วอ้าปากหาว ภูมินทร์เบ้ปาก

“คนไร้รสนิยมอย่างเธอก็คิดได้เท่านี้ การฟังเพลงบรรเลงเป็นการช่วยฝึกสมอง ทำให้เราฉลาด อย่างเธอควรจะฟังทั้งวันแล้วก็ทุกวัน...” ภูมินทร์บ่นยังไม่ทันขาดคำ ได้ยินเสียงกรนเบาๆ หันไปเห็นพิณชนิดาหลับเงยหน้าอ้าปากไปแล้ว พยายามเขย่าตัวปลุก เธอยังคงหลับต่อไม่รู้เรื่อง

“น่าอิจฉาจริงๆ หลับได้ทุกที่ หลับได้ตลอดเวลา” ภูมินทร์เห็นรถติดไฟแดง ใช้มือดันคางพิณชนิดาให้ปิดปาก แต่พอปล่อยมือเธอก็อ้าปากกว้างเหมือนเดิม เขาอดขำไม่ได้ ทันใดนั้น เธอเอนหัวมาซบไหล่ เขาสะกิดเรียกก็ไม่ยอมตื่น เป็นจังหวะไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว รถคันหลังบีบแตรไล่ เขาจำต้องปล่อยเลยตามเลย...

ขณะที่ภูมินทร์พาพิณชนิดาไปปรับลุคใหม่ให้งามไร้ที่ติ ภิชาสินีชวนอรรถพรไปเยี่ยมเด็กน้อยซึ่งนอนไม่ได้สติอยู่ที่ห้องไอซียู พร้อมกับคืนตุ๊กตาเซรามิก
ให้แม่ของแกซึ่งร้องไห้โฮเมื่อเห็นมัน เธอโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุให้ลูกต้องโดนรถชน แล้วนำตุ๊กตาตัวนั้นไปวางบนเตียงข้างๆเด็กน้อย ภิชาสินีเห็นวิญญาณของแกยืนลูบหลังแม่ราวกับจะปลอบใจ จึงบอกให้เธอรู้ตัว แม่หันขวับ ถามเสียงเข้มว่าพูดจริงหรือ

“ค่ะ คุณอาจจะไม่เชื่อ แต่ฉันเป็นคนมีเซ้นส์ น้องแกรู้สึกผิดกับคุณแม่มากนะคะ แกฝากให้ฉันขอโทษคุณแม่ แล้วแกก็รู้สึกเสียใจที่แกต้องโกหกเพื่อนๆว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่”

แม่ของเด็กน้อยอยากรู้ว่าลูกอยู่ตรงไหน ภิชาสินีชี้ไปทางที่เด็กยืนอยู่ เธอหันตามทิศทางที่ภิชาสินีบอก อ้อนวอนขอให้ลูกกลับมาหา เธอไม่เคยโกรธลูกแม้แต่น้อย เพื่อนๆของลูกทุกคนก็ไม่มีใครโกรธ เด็กน้อยหน้าเศร้าสุดๆ พลอยทำให้ภิชาสินีเศร้าใจตามไปด้วย สักพัก ภิชาสินีกับอรรถพรก็ขอตัวกลับ

ระหว่างเดินออกจากห้องไอซียู เห็นตำรวจนายหนึ่ง เดินสวนเข้ามา หญิงสาวชะงักฝีเท้า อรรถพรถามดักคอว่าเห็นอะไรบางอย่างใช่ไหม เธอพยักหน้ารับ พอตำรวจคล้อยหลัง เธอสังเกตเห็นมีรอยมีดฟันที่คอของเขา เหลือบมองเข้าไปในห้องไอซียู เห็นวิญญาณเด็กน้อยเงยหน้ามาเจอผี ตำรวจนายนั้นก็ดีใจวิ่งเข้ามากอด ภิชาสินียิ้มทั้งน้ำตา อรรถพรซักเป็นการใหญ่ว่าเธอเห็นอะไรช่วยบอกให้รู้ด้วย

“น้องแกเจอพ่อแล้ว”

“จริงเหรอ...เดี๋ยวนะ วิญญาณพ่อน้องมาที่นี่ไม่ใช่จะมาเอาตัวน้องไปนะ”

ภิชาสินีหันกลับไปมองอีกครั้งถึงกับหน้าเสีย

เมื่อไม่เห็นทั้งพ่อทั้งเด็กน้อย ทันใดนั้น แม่ของเด็กน้อยวิ่งหน้าตื่นออกมาบอกว่าลูกของเธอฟื้นแล้ว ขอบคุณทั้งคู่มาก ภิชาสินียกความดีให้พ่อของเด็กน้อยว่าเป็นคนที่ช่วยให้แกฟื้นไม่ใช่พวกตน แม่ถึงกับอึ้ง ก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความปีติ

ooooooo

ณ ศูนย์บริการความงามครบวงจร ภูมินทร์สั่งให้พนักงานของศูนย์จับพิณชนิดาขัดสีฉวีวรรณ ตั้งแต่หัวจดเท้า ทั้งมาส์กหน้า ทาขมิ้น สปาเส้นผม อบตัวด้วยสมุนไพร และแวกซ์ขน ตรงไหนที่เธอมีจุดบกพร่อง เขาสั่งให้จัดการให้เรียบร้อย พิณชนิดาถึงกับหน้าเหลอมารู้จุดบกพร่องของตัวเองตั้งแต่ตอนไหน แล้วนึกขึ้นได้

“นายนี่มันไร้มารยาทจริงๆ แอบดูสัดส่วนฉันตอนที่ฉันหลับใช่หรือเปล่า”

ภูมินทร์ยิ้มแทนคำตอบ พอเห็นพิณชนิดาอ้าปากจะด่า รีบยกมือห้าม “หยุด...บอกแล้วไง ถ้าอยากให้ฉันออกงานคู่กับเธอเธอต้องไร้ที่ติ”...

ในขณะที่พิณชนิดากำลังเข้าคอร์สเสริมความงามแบบจัดเต็ม เปรมสุดาเพิ่งงัวเงียลุกขึ้นจากที่นอน มองไปที่นาฬิกาติดผนังซึ่งบอกเวลาเที่ยงตรง คว้ามือถือขึ้นมาดู เห็นมิสคอลจากปูเปรี้ยวเป็นสิบหน ถึงกับตาสว่าง คิดว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับภูมินทร์ รีบโทร.กลับ ปูเปรี้ยวแอบเข้าไปรับสายในห้องน้ำ

“ไม่ทันแล้วล่ะค่ะคุณสุดา มัวแต่นอนกินบ้าน กินเมืองแบบนี้ ก็ไม่ต้องสู้ใครเขาแล้วล่ะค่ะ”

“นี่...ฉันเป็นเจ้านายแกนะ พูดจาให้มันดีๆ ที่แกพูดว่าไม่ต้องสู้ใครเขาแล้ว หมายความว่าอย่างไร”

พอรู้จากปูเปรี้ยวว่าภูมินทร์มีกิ๊กเท่านั้น เปรมสุดาร้องกรี๊ดๆบ้านแทบแตก วิ่งลงไปฟ้องแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ปณิตาซักเป็นชุดว่านังกิ๊กนั่นเป็นใคร อยู่ที่ไหน ลูกเต้าเหล่าใคร เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ปณิตาสั่งไม่ให้เธอนิ่งเฉยเด็ดขาด ต้องทำอะไรสักอย่าง เปรมสุดาไม่รู้จะทำอย่างไรในเมื่อภูมินทร์ไม่แลเธอสักนิด

“ในเมื่อเข้าทางตาภูไม่ได้ผล ก็ต้องสืบหาให้เจอว่ากิ๊กตาภูเป็นใคร แล้วเราก็เล่นงานนังนั่นแทน”...

สามชั่วโมงผ่านไป พนักงานก็พาพิณชนิดาที่ถูกขัดสีฉวีวรรณในสภาพราศีคุณนายจับออกมาจากห้องด้านใน ภูมินทร์มีชะงักเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ

“ทำตั้งนานได้แค่เนี้ย”

พิณชนิดาแทบล้มทั้งยืน อุตส่าห์ทนเจ็บ ทนร้อน ทนให้พนักงานขัดหนังแทบถลอก กลับไม่ได้แม้แต่คำชม เดินตามภูมินทร์ออกไปอย่างหัวเสีย ครู่ต่อมา เขาพาเธอไปที่ร้านเสริมสวย เพื่อทำผมทำเล็บ จากนั้นภูมินทร์พาไปที่ร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์เนม สั่งให้พนักงานนำชุดที่ใส่แล้วดูดีมีสไตล์มาให้ แล้วเหลือบไปเห็นพิณชนิดาเอาชุดโน้นชุดนี้มาทาบกับตัว พลางส่องกระจกสีหน้าแฮปปี้มาก เดินไปกระชากชุดจากมือด่าว่า “ไร้รสนิยม”

“พูดคำอื่นเป็นบ้างไหม” พิณชนิดาชักฉุน คราวนี้เขาเน้นคำว่าไร้รสนิยมทีละคำเสียงดังฟังชัด แล้วไล่ให้ไปลองชุดที่พนักงานเลือกให้ ไม่นานนัก พิณชนิดาออกมาในชุดราตรียาวแขนกุด คอเสื้อคว้านลงมาถึงอกแต่มีผ้าลูกไม้ปิดเอาไว้ ภูมินทร์ไม่ค่อยจะถูกใจ หันไปบอกพนักงานว่าดูตันๆไปหน่อย พิณชนิดาจัดแจงหันหลังให้ดู เขาถึงกับอึ้ง เพราะด้านหลังคว้านลึกถึงเอว ช่วงหมุนตัวกลับเธอสะบัดกระโปรงเผยให้เห็นรอยผ่าสูงถึงต้นขา

“แบบนี้โอหรือยังคะ” ไม่พูดเปล่า พิณชนิดายื่นขาเรียวสวยออกมาโชว์ ภูมินทร์ถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก

จากนั้นไม่นาน ภูมินทร์ขับรถมาส่งพิณชนิดาที่หน้าอพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ นัดแนะว่าพรุ่งนี้หกโมงเย็นจะมารับ ห้ามให้เขามารอเด็ดขาด เธอรับคำแล้วหันไปหยิบถุงที่วางอยู่เบาะหลัง เขาหันมาเจอหน้าเธออยู่ใกล้แค่คืบ ถึงกับหยุดกึก ก่อนจะรีบเบือนหน้าไปทางอื่น พิณชนิดาซุ่มซ่ามยกถุงกระแทกหัวเขาถึงกับร้องโอ๊ย

“อุ๊ย...โทษที” พิณชนิดาพูดจบ หอบถุงใส่เสื้อผ้าหลายใบลงจากรถ โดยมีภูมินทร์มองค้อนไล่หลัง...

พัณทิพาเห็นชุดที่หลานสาวจะใส่ไปงานถึงกับร้องวี้ดว้าย ชมไม่หยุดปากว่าเริ่ดมาก กานต์กมลกับปิ่นเพชรก็พากันชื่นชมเช่นเดียวกัน ปราชญ์ไม่พอใจที่ทุกคนสนใจแต่ชุดแทนที่จะเป็นห่วงพิณชนิดากันบ้าง พัณทิพาไม่เข้าใจ มีอะไรต้องให้เป็นห่วง

“อยู่ดีๆไอ้หมอนั่นก็ยอมไปกับยัยพิณ พายัยพิณไปซื้อของ มันต้องคิดมิดีมิร้ายกับลูกแน่ๆ ตกลงไม่มีใครคิดจะทำอะไรเลยใช่ไหม” เงียบไม่มีใครตอบ ปราชญ์ชักฉุน “ผมทำเองคนเดียวก็ได้”

ooooooo

เลยเวลาต้องจ่ายค่าเช่าห้องพักมาสามวันแล้ว หนึ่งลองเช็กเอทีเอ็มดูอีกครั้งก็ไม่เห็นแม่เข้าเงินให้ ทั้งเนื้อทั้งตัวเหลืออยู่แค่ 300 บาท ถึงกับหน้าเครียด ครั้นจะกลับขึ้นห้องก็เห็นขวัญทิพย์กับแพนเค้กเดินเตร่อยู่ เขาพยายามจะหลบ แต่ไม่พ้นสายตาของสองผัวเมีย ปรี่มาดักหน้า ทวงค่าเช่าที่ค้างอยู่ หนึ่งทำเป็นนึกได้

“อุตะ จริงด้วย ผมลืม ถ้าไงพรุ่งนี้ผมเอามาให้นะครับ”

“พูดแบบนี้มาสามวันแล้ว จะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกต่อไป” แพนเค้กเสียงกร้าว

“เออคือ...ถ้าไม่มีวันพรุ่งนี้ ก็เป็นวันมะรืนนี้ก็ได้ครับ”

แพนเค้กคิดไม่ทันก็เลยเออออไปด้วย กว่าจะรู้ตัวว่าเสียรู้ให้เด็ก หนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้าไปข้างในแล้ว เมื่อกลับถึงห้องพัก หนึ่งรีบโทร.หาแม่เพื่อทวงถามเรื่องเงินแต่กลับเป็นพ่อเลี้ยงของเขารับสายแทน ยิ่งได้รู้ว่าแม่กำลังมีความสุขกับครอบครัวใหม่อยู่ที่ญี่ปุ่น ทั้งน้อยใจทั้งเจ็บใจที่แม่ไม่นึกถึงตนเอง ไม่รอให้ท่านมาพูดสาย ปามือถือทิ้ง พอเห็นมันแตกเป็นเสี่ยงๆก็ได้สติ รีบเข้าไปลูบๆคลำๆ ด้วยความเสียดาย เงินจะซื้อเครื่องใหม่ก็ไม่มี

พลันมีเสียงออดหน้าห้องดังขึ้น หนึ่งเดินไปเปิด ประตูรับ อรรถพรยิ้มทักทายพร้อมกับยื่นถุงใส่บะหมี่จับกังของฝากให้ เขาน้ำตาแทบร่วงกับความมีน้ำใจของพี่ข้างห้อง คว้ามือมากุมไว้ ตัดสินใจขอยืมเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้าน ผู้หมวดหนุ่มควักเงินให้ไม่มีอิดออด ยิ่งทำให้หนึ่งซาบซึ้งใจมากโผกอดเขาแน่น เขาต้องรีบดันตัวออก

“พี่ขอถามอะไรหน่อยสิ ตั้งแต่พี่มาอยู่ที่นี่ ไม่เคยเห็นพ่อแม่แกเลย เขาอยู่ต่างจังหวัดหรือ”

“พ่อผมอยู่สวรรค์ แม่ผมอยู่กรุงเทพฯนี่แหละ แต่มีครอบครัวใหม่แล้ว...ผมเอาเงินไปจ่ายพี่ขวัญก่อนนะพี่” หนึ่งตัดบท ก่อนจะเดินยิ้มร่าเริงออกไป พอพ้นสายตาอรรถพร เท่านั้น ถึงกับทรุดตัวลงนั่งร้องไห้...

ฝ่ายเปรมสุดาไม่รอช้า แจ้นไปขอความช่วยเหลือจากสิรวิทย์ให้ช่วยสืบหากิ๊กของภูมินทร์ แม้จะไม่เชื่อว่าเพื่อนรักของตัวเองจะมีกิ๊ก แต่เพื่อความสบายใจของเธอ เขายินดีจะทำให้...

ด้วยความที่หวงลูกสาวมาก ปราชญ์หายตัวไปโผล่หน้าคฤหาสน์ของภูมินทร์ หวังจะหลอกเขาให้หัวโกร๋นจะได้ไม่มาข้องแวะกับพิณชนิดาอีกต่อไป แต่เข้าข้างในไม่ได้เพราะผีบ้านผีเรือนไม่อนุญาต ปราชญ์ไม่สนใจจะเข้าให้ได้ เจอผลักกระเด็นจนตัวลอยไปไกล

“มีฝีมือแค่นี้เองน่ะหรือ” ปราชญ์ลุกขึ้นมองผีเจ้าที่อย่างเอาเรื่อง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่...

ไม่กี่อึดใจถัดมา ปราชญ์พาหน้าตาบอบช้ำ ปากแตก กลับไปให้กานต์กมลช่วยทำแผลให้ โดยมีพัณทิพยายืนมองอย่างหมั่นไส้ แถมยังสมน้ำหน้าเขาซ้ำ ปราชญ์โวยใส่ แทนที่จะเห็นใจน้องชายตัวเองกลับมาเยาะเย้ย

“ก็แกอยากทำอะไรไม่คิดทำไม มันก็สมควรแล้วที่ต้องเจอแบบนี้ จะได้หายปากเก่งสักที”

กานต์กมลขอร้องสามีให้เลิกยุ่งกับเรื่องของลูกได้แล้ว เราเป็นแค่วิญญาณ ไม่สามารถทำอะไรได้ เขาไม่ฟัง ยืนกรานจะยุ่งต่อไป ในเมื่อลูกเจอคนไม่ดี เราเป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องขัดขวาง แม้จะทำด้วยตัวเองไม่ได้ เขาจะวานให้ภิชาสินีทำแทน

ooooooo

เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่ปราชญ์หวัง นอกจากภิชาสินีจะไม่ยอมช่วยแล้ว ยังบอกอีกว่าชีวิตใครชีวิตมัน เราไปขีดเส้นให้ใครเดินไม่ได้ ปราชญ์ไม่ยอมรามือสั่งเสียงเข้มให้เธอทำตามที่ตนต้องการ ภิชาสินีหมดความอดทนตบโต๊ะดังปัง ทั้งปิ่นเพชรกับสามผีพ่อแม่ป้าพากันสะดุ้งโหยง ปิ่นเพชรรู้งานรีบหายตัวไปทันที

“พ่อเลิกยุ่งกับพี่พิณสักทีได้ไหมคะ”

“ยัยภิ ลูกพูดแรงไปหรือเปล่า”

“ภิพูดไม่แรงหรอกค่ะแม่ ภิเหนื่อย แล้วก็เบื่อมากที่ต้องมานั่งฟังทุกคน ใครๆก็มองภิเป็นคนประหลาดที่ชอบพูดคนเดียว พ่อแม่ป้าทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว นี่มันเป็นเรื่องของคนไม่ใช่เรื่องของผี”

ปราชญ์โกรธมาก ตบหน้าภิชาสินีฉาดใหญ่ โทษฐานไม่รักดี พูดจากับพ่อ แม่และป้าแบบนี้ได้อย่างไร ที่พวกตนทำไปทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วงลูกทั้งสองคน ภิชาสินีเชื่อว่าแม่กับป้าเป็นห่วงพวกเรา แต่สำหรับพ่อ น่าจะเป็นห่วงพี่พิณคนเดียว เธอรู้อยู่เต็มอกว่าพ่อรักพี่พิณมากกว่าตนเอง พูดได้แค่นั้นก็เดินหนีเข้าห้องนอน

ทั้งพัณทิพาและกานต์กมลต่างมองเขาอย่างตำหนิก่อนจะพากันหายตัวตามไปปลอบภิชาสินีไม่ให้คิดอะไรมาก ปราชญ์แค่เห็นเธอเข้มแข็งกว่าก็เลยเป็นห่วงพิณชนิดามากกว่า ภิชาสินีปล่อยโฮอย่างอัดอั้น...

วันนี้สิรวิทย์มีนัดมาไดรฟ์กอล์ฟกับก้องภพ จึงถือโอกาสสอบถามถึงเรื่องที่เปรมสุดาบอกเขาว่าภูมินทร์มีกิ๊ก ก้องภพขอร้องอย่าเรียกว่ากิ๊ก เรียกว่าผู้หญิงที่คุณภูสนใจจะเหมาะกว่า สิรวิทย์หูผึ่ง อยากรู้มากว่าเป็นใคร เขาได้แต่ยิ้มไม่ยอมบอกอะไรอีก...

ใกล้ถึงเวลานัดหมาย ภูมินทร์ดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมในกระจกเงาเป็นครั้งสุดท้าย ตอนที่นวลจันทร์ถือกล่องกำมะหยี่ใส่เครื่องเพชรเข้ามาให้ เขาเปิดกล่องดูเห็นสร้อยเพชรพร้อมต่างหูน้ำงาม ยิ้มพอใจก่อนจะปิดไว้อย่างเดิม แล้วหอมแก้มนวลจันทร์หนึ่งฟอดก่อนจะออกจากห้อง

“ปากบอกไม่สนใจหนูพิณ แต่นมว่าคุณหนูไม่รู้ใจตัวเองมากกว่า” นวลจันทร์พึมพำไล่หลัง...

ในเวลาต่อมา ก้องภพขับรถพาภูมินทร์มาจอดรอพิณชนิดาหน้าอพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ แล้วอาสาจะลงไปตามเธอให้ เขาเห็นยังไม่ถึงเวลานัดจึงบอกว่าไม่ต้อง จนกระทั่งเลยเวลานัดไปครึ่งชั่วโมงแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของสาวคู่เดต ภูมินทร์เริ่มบ่นอย่างหงุดหงิด ถ้าไม่เป็นเพราะอยากได้โซฟาตัวนั้น เขาคงกลับไปแล้ว

“ถ้างั้นผมไปตามนะครับ” ก้องภพไม่รอคำตอบ รีบลงจากรถ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นพิณชนิดาในชุดราตรีสุดหรูก้าวออกมาจากอพาร์ตเมนต์ ภูมินทร์เห็นเขายืนตาค้าง ลงจากรถมาถามว่าเป็นอะไร พอหันไปเห็นความงามสง่าของพิณชนิดาที่ก้าวมายืนประจันหน้าถึงกับตะลึงอ้าปากค้าง

“ขอโทษนะคะที่มาช้า”

“ไม่เป็นไร ขึ้นรถได้แล้ว” นอกจากจะไม่เหวี่ยงไม่วีน ภูมินทร์ยังเปิดประตูรถให้พิณชนิดานั่งคู่กับตัวเองที่เบาะหลังอีกด้วย ก้องภพอึ้งเป็นรอบที่สองเพราะไม่เคยเห็นเจ้านายทำอย่างนี้ให้ใครมาก่อน พอตั้งสติได้รีบขึ้นนั่งประจำที่คนขับ ก่อนจะเคลื่อนรถออกไป ภูมินทร์ยังคงตะลึงต่ออีกพักหนึ่ง ถึงหยิบกล่องเครื่องเพชรให้ เธอเปิดดูถึงกับตาวาว ถามว่าให้ตนหรือ เขาแค่ให้ยืมเท่านั้นเพราะเขาออกงานคู่ใครคนนั้นจะต้องไร้ที่ติ

พิณชนิดาสวมต่างหูก่อน แล้วหยิบสร้อยขึ้นมาใส่แต่ไม่ถนัด ภูมินทร์เห็นแล้วขัดใจ อาสาจะใส่ให้ แล้วโน้มตัวเข้าไปหา ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันมาก พิณชนิดาใจเต้นไม่เป็นส่ำ ก้องภพมัวแต่มองกระจกส่องหลังไม่ทันดูถนน พอหันกลับไปมองอีกที รีบเหยียบเบรกแทบไม่ทัน รถเกือบจะชนท้ายรถคันหน้า

ภูมินทร์เสียหลักหน้าคะมำ ปากแตะปากพิณชนิดาพอดี ต่างคนต่างนิ่งงันเหมือนต้องมนต์สะกดเป็นจังหวะเดียวกับก้องภพหันมาขอโทษ เห็นทั้งคู่กำลังจูบกันก็ตกใจ

“เชิญตามสบายครับ” ละล่ำละลักจบ ก้องภพหันกลับ แทบไม่ทัน ภูมินทร์ได้สติรีบถอยห่าง โวยวายใส่เขาเพื่อกลบเกลื่อนว่าขับรถประสาอะไร แล้วเบือนหน้ามองไปนอก หน้าต่างรถ เอามือแตะปากตัวเองรู้สึกหวิวๆอย่างบอกไม่ถูก พิณชนิดาก็รีบหันหน้าไปทางหน้าต่างรถ แตะปากตัวเองอย่างเขินๆ

ooooooo

ภายในห้องจัดงานแต่งงานของเก๋ ฟ้ารุ่งที่ควงคู่มากับเอกกำลังเม้าท์แตกอยู่กับเพื่อนๆกลุ่มใหญ่ พร้อมกับอวดแหวนหมั้นเพชรที่นิ้วนางข้างซ้ายว่ากำลังจะมีข่าวดีกับเอกในไม่ช้า หนึ่งในกลุ่มเพื่อนอดสงสัย ไม่ได้ว่า เธอกับพิณชนิดาดันมาแย่งผู้ชายคนเดียวกันแบบนี้จะมองหน้ากันติดได้อย่างไรถ้าเกิดฝ่ายนั้นมางาน

“ฉันไม่ได้แย่ง เอกเลิกกับพิณก่อนแล้วต่างหาก แล้วอีกอย่าง พิณไม่มางานนี้หรอก” ฟ้ารุ่งมั่นใจมาก

ยังไม่ทันขาดคำ พิณชนิดาเดินควงภูมินทร์เข้ามาในงาน เพื่อนๆเห็นเขาก็จำไว้ว่าเป็นใครต่างวิ่งเข้าไปรุมล้อม ฟ้ารุ่งหัวเสียมากที่พวกนั้นพากันตื่นเต้นที่คู่อริของตัวเองมากับมหาเศรษฐี ยิ่งเห็นเขาทำท่าสวีตหวานกับเธอ ยิ่ง ทนไม่ไหวทำทีเข้ามาทักทาย แล้วโผกอดพิณชนิดาราวกับเป็นเพื่อนรักกัน

“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คิดทึ้ง คิดถึง” ไม่กอดเปล่า ฟ้ารุ่งแอบหยิกเอวคนที่ตัวเองกอด

แม้จะเจ็บแต่พิณชนิดายังฝืนยิ้ม แล้วหยิกเอวยัยชอบแย่งแฟนคนอื่นคืนให้บ้าง สองสาวต่างผละออกจากกันเพราะทนเจ็บไม่ไหว ฟ้ารุ่งหันไปทักทายภูมินทร์ว่าเราเคยเจอกันแล้วจำได้ไหม

“ขอโทษนะครับ ผมจำคุณไม่ได้” ภูมินทร์ตอบ

เสียงเข้ม ฟ้ารุ่งหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ เอกเห็นท่าไม่ดีรีบชวนทุกคนไปถ่ายร่วมกับคู่บ่าวสาว เธอค้อนคู่อริหนึ่งวงก่อนจะควงแขนเอกออกไปกับเพื่อนๆ พิณชนิดาหันมาขอบใจภูมินทร์ที่ช่วยตอกหน้าแทนตัวเอง จนยัยฟ้าร่วงหน้าซีดไปเลยตอนที่เขาบอกว่าจำยัยนั่นไม่ได้

“ผมไม่ได้ช่วย ผมจำไม่ได้จริงๆ ตามเพื่อนคุณไปได้แล้ว”...

เพื่อนๆยังคงรุมล้อมพิณชนิดากับภูมินทร์ โดยที่ฟ้ารุ่งกับเอกยืนอยู่ด้วยแต่ไม่ได้ร่วมวงสนทนา เพื่อนคนหนึ่งเห็นสร้อยเพชรเม็ดเป้งบนคอพิณชนิดาอดชมไม่ได้ว่า
สวยมาก พิณชนิดารีบควงแขนภูมินทร์ คุยอวดเสียงดังหวังจะข่มฟ้ารุ่งว่าแฟนของตนเป็นคนซื้อให้ เพื่อนๆรุมถามว่าเพชรเม็ดใหญ่ขนาดนี้คงจะแพงมาก

“ไม่เท่าไหร่หรอกครับ สร้อยกับต่างหูก็ประมาณสิบล้าน”

พิณชนิดาแทบสำลัก ฟ้ารุ่งกับเอกก็เช่นกัน หมอดูสาวทนความตื่นเต้นที่แบกเพชรราคาสิบล้านอยู่บนตัวไม่ไหว ต้องหาอะไรกินให้ผ่อนคลาย ชวนภูมินทร์ไปตักอาหาร เขายังไม่หิวจึงบอกให้เธอไปกินก่อนได้เลย

“งั้นเดี๋ยวพิณกลับมา” พิณชนิดาจ้ำพรวดๆออกไป โดยมีฟ้ารุ่งมองตามด้วยความริษยา...

พิณชนิดากินทุกอย่างที่ขวางหน้า มือหนึ่งหยิบอาหารใส่ปากอีกมือหนึ่งจับสร้อยคอที่สวมอยู่ พึมพำไม่อยากจะเชื่อว่าชาตินี้ตัวเองจะได้ใส่ของราคาแพงเว่อร์ขนาดนี้ แล้วหันหลังจะกลับไปหาภูมินทร์ แต่ต้องชะงักเมื่อเจอฟ้ารุ่งยืนเขม่นอยู่ เธอแกล้งสะบัดผมโชว์สร้อย แสงวิบวับของเพชรกระแทกสายตาคู่อริเต็มๆ

“ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจ พอดีเพชรมันใหญ่ก็เลยทำให้เธอแสบตา” พิณชนิดายิ้มเย้ย ฟ้ารุ่งปรี๊ดแตกทนความริษยาไม่ไหว เอาแก้วน้ำหวานในมือสาดใส่ชุดสวยเลอะตรงบริเวณลูกไม้พอดี

“อุ๊บ...ซอร์รี่ ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจ” ฟ้ารุ่งยิ้มสะใจก่อนจะเดินจากไป พิณชนิดารีบวิ่งเข้าห้องน้ำ พยายามล้างคราบน้ำหวานออกแต่ไม่สำเร็จ มองตัวเองในกระจกเงาก่อนจะคิดอะไรขึ้นมาได้...

ทางด้านภูมินทร์ชักหงุดหงิดที่พิณชนิดาหายไปนาน พยายามกวาดตามองหาโดยไม่ทันเห็นว่ามีนักข่าวคนหนึ่งยืนสังเกตเขาอยู่ จังหวะนั้นมีเสียงฮือฮาดังขึ้น ภูมินทร์หันไปเห็นคนทั้งงานมองไปที่พิณชนิดาที่เดินเข้ามาเป็นตาเดียวกันเพราะเธอฉีกลูกไม้ที่เปื้อนคราบน้ำหวานออก เผยให้เห็นเนินอกซึ่งดูเซ็กซี่มาก

เอกถึงกับทำอาหารร่วงจากปาก ฟ้ารุ่งเห็นพิณชนิดาเป็นจุดสนใจของผู้คนรวมทั้งแฟนตัวเองด้วยก็ยิ่งหัวเสีย บิดหูเขาจนแดงเถือก ภูมินทร์เห็นผู้ชายมองพิณชนิดาด้วยสายตาโลมเลียก็ไม่พอใจ รีบเข้าไปหา ถอดสูทคลุมตัวเธอไว้กันโป๊ แล้วลากแขนออกจากงาน เธอไม่ทันตั้งตัวจะล้ม เขารีบประคองเอาไว้

คนทั้งงานส่งเสียงฮือ เนื่องจากกระโปรงตรงที่ผ่าเปิดออก เผยให้เห็นเรียวขาสวยเซ็กซี่ ภูมินทร์ประคองพิณชนิดาให้ยืน แล้วจับมือไว้แน่น ก่อนจะจูงออกไป นักข่าวคนนั้นไม่พลาดใช้มือถือเก็บช็อตเด็ดเอาไว้ได้

ooooooo

ระหว่างที่ภิชาสินีนั่งกินข้าวอยู่กับอรรถพร ปราชญ์ปรากฏตัวมานั่งข้างๆเขาทำหน้าเศร้า ขอโทษลูกเรื่องเมื่อเช้า เธอไม่สนใจก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป ปราชญ์หายตัวมายืนข้างๆ ขอโทษลูกอีกครั้ง

“ภิขอกินข้าวก่อน แล้วค่อยคุยกัน”

“เออ ผมยังไม่ได้คุยอะไรเลย” อรรถพรคิดว่าเธอพูดด้วย ภิชาสินีไม่ได้พูดกับเขา แต่พูดกับพ่อตัวเอง ชายหนุ่มถึงกับทำช้อนในมือร่วง มองไปรอบๆสีหน้าตื่นๆ ถามว่าพ่อไหน เธอชี้ไปที่วิญญาณของพ่อ แม่กับป้าที่ยืนอยู่ข้างๆเขา แม้จะมองไม่เห็น อรรถพรรีบยกมือไหว้สวัสดีทั้งสามท่านด้วยเสียงสั่น พัณทิพาชอบใจที่เขามีมารยาทถึงขนาดคิดจะจับคู่ให้หลานสาวคนรอง ภิชาสินีขอร้องว่าไม่ต้องมาจับคู่ให้ อรรถพรงงว่าจับคู่อะไร

“ไม่มีอะไร กินข้าวต่อเถอะ” ภิชาสินีก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ ปราชญ์ถอนใจเฮือก ก่อนจะหายตัวไปกานต์กมลกับพัณทิพามองสบตากัน ไม่สบายใจก่อนจะหายตัวตาม
ปราชญ์เศร้ามากเพราะคิดว่าลูกเกลียดชังถึงขนาดไม่ยอมคุยด้วย น้อยใจมากจะขอไปเกิดใหม่ พัณทิพากับกานต์กมลต้องช่วยกันปลอบว่าภิชาสินีไม่ได้โกรธอะไรเขาสักหน่อย ไม่ได้ยินที่เธอพูดหรือว่าขอกินข้าวก่อนแล้วค่อยคุยกัน ปราชญ์คิดตามก่อนจะฉีกยิ้ม...

ครู่ต่อมา ภูมินทร์ลงมาส่งพิณชนิดาที่หน้าอพาร์ตเมนต์โดยมีก้องภพยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง เธอบอกให้เขาส่งคนมาขนโซฟาพรุ่งนี้ได้เลย แล้วจะถอดสูทคืน เขาบอกให้ใส่ไว้ เธอถึงบ้านแล้วไม่จำเป็นต้องใช้มันอีก

“ต้องใส่ ผู้หญิงของภูมินทร์ ใครก็มองไม่ได้ทั้งนั้น” ไม่ได้มีแต่คนพูดที่ชะงักกับคำพูดของตัวเอง พิณชนิดาก็อึ้งไปด้วย เขารีบเปลี่ยนเรื่องพูด “เครื่องเพชรชุดนี้ก็ไม่ต้องคืนถือเป็นค่าโซฟา ฉันไม่ชอบรับของใครฟรีๆ”

พิณชนิดาอ้าปากจะปฏิเสธ ภูมินทร์สั่งไม่ให้ขัดใจเด็ดขาด แล้วกลับไปขึ้นรถ เธอมองตามด้วยความสงสัยว่าผู้หญิงของภูมินทร์ที่เขาพูดเมื่อครู่นี้หมายความว่าอย่างไร...

ไม่ใช่พิณชนิดาเท่านั้นที่สงสัย ก้องภพเองก็เฝ้าถามภูมินทร์ตั้งแต่ออกจากอพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ยันถึงคฤหาสน์ของเจ้านายว่าที่เขาพูดกับพิณชนิดาเมื่อครู่นี้หมายความว่าอย่างไร

“ไม่ได้หมายความว่ายังไงทั้งนั้น เลิกเซ้าซี้ถามได้แล้ว” ภูมินทร์ตัดบทดื้อๆ

ooooooo

ปณิตาโวยวายลั่นเมื่อเห็นภาพข่าวของภูมินทร์ประคองสาวที่ไหนไม่รู้ทางหน้าจอทีวีในรายการเม้าท์มันส์ยามเช้า เปรมสุดาต้องขอร้องให้ท่านเบาเสียงลงหน่อย แล้วตั้งใจฟังพิธีกรสองคนเม้าท์กันอย่างสนุกปากเรื่องที่ภูมินทร์ควงสาวปริศนาสุดเซ็กซี่ไปงานแต่งงาน แถมพาดพิงถึงเปรมสุดาสาวคนสนิทหากรู้เรื่องนี้จะว่าอย่างไร

“อัยยะ จะเป็นรักสามเส้าหรือเปล่า งานนี้คงต้องรอคุณภูมินทร์ออกมาเคลียร์เองว่าตกลงระหว่างสาวปริศนากับคุณเปรมสุดาใครคือตัวจริง” สิ้นเสียงพิธีกร เปรมสุดาร้องกรี๊ดๆบ้านแทบแตกที่รู้ว่าภูมินทร์มีกิ๊ก

“แม่ว่าหน้าตามันคุ้นๆ...ใช่แล้วนั่น หมอพิณพูดเลย”

เปรมสุดาแค้นใจมากลุกพรวดจะตามไปตบ ปณิตา ร้องห้ามไว้ ขืนทำตัวเป็นนางร้าย ผู้ชายได้หนีกันหมดผู้ชายชอบผู้หญิงสวมบทนางเอกเท่านั้น เปรมสุดาเห็นด้วยกับคำแนะนำของแม่ แต่อดสงสัยไม่ได้ทำไมนังหมอดูนั่นถึงได้ควงภูมินทร์ออกงาน หรือว่ามันแอบตลบหลังเธอตอนดูดวง

“มันคงจะไปสืบข้อมูลของสุดาพอรู้ว่าสุดามีแฟนหล่อรวยอย่างภู มันก็คงไปอ่อย นังหมอดูงูพิษ”...

เอกมองภาพข่าวของพิณชนิดาที่ถ่ายคู่กับภูมินทร์แล้วเสียดายสุดๆ จ้องเอาๆด้วยสีหน้าอยากจะกลืนกิน ฟ้ารุ่งเข้ามาทันเห็นพอดีถึงกับปรี๊ดแตก ฟาดแขนเขาเต็มแรง ขู่ซ้ำถ้าขืนยังอาลัยอาวรณ์กลับไปหานังนั่น เธอจะยึด

ทุกอย่างคืนให้หมด รถคันใหม่ที่เขาอยากได้ก็อย่าหวัง เอกเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามากอดเอาใจ

“เอกไม่มีทางกลับไปหาพิณหรอกจ้ะ ฟ้าให้เอกทุกอย่าง เอกรักฟ้าคนเดียว อย่าคิดมากนะจ๊ะ”...

สัณชัยเห็นแสงโชติเอาแต่นั่งจ้องแท็บเล็ต ติงว่ามัวแต่อ่านข่าวอยู่ได้ เตรียมโปรเจกต์เรียบร้อยแล้วหรือ วันนี้ต้องพรีเซ็นต์ต่อที่ประชุม จะมีอะไรผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด เขาไม่วายคุยโวว่าโปรเจกต์ห้าร้อยล้านบาทขนาดนี้ เขาไม่ยอมให้พลาดแน่นอน แล้วเหลือบเห็นข่าวผู้หญิงคนใหม่ของภูมินทร์ถึงกับชะงัก

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของแสงโชติ ตอนนั้นเขากับภูมินทร์เป็นแค่เด็กชายตัวน้อย เขามักจะถูกภูมินทร์แย่งชิงทุกอย่างไปตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่เขาได้ของเล่นชิ้นใหม่ ภูมินทร์จะมาแย่งเอาไป พอเล่นจนพังหรือเบื่อ ก็จะเอามายกให้เขา หากแสงโชติแข็งขืนจะแย่งคืน พ่อของเขาก็จะสั่งให้เขายกให้ภูมินทร์

แสงโชติจำความเจ็บช้ำเหล่านั้นได้ดีเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน จ้องมองรูปพิณชนิดาอย่างมาดร้าย

“ทุกอย่างที่เป็นของแกไอ้ภู จะต้องเป็นของฉัน”...

ที่คฤหาสน์ของภูมินทร์ ก้องภพรอจนเจ้านายกินอาหารเช้าเรียบร้อย จึงยื่นไอแพดที่มีภาพข่าวของเขากับพิณชนิดาให้ดู รายงานว่าเรื่องนี้เป็นที่สนใจของนักข่าวและมีคนโทร.ถามตนถึงพิณชนิดาสายแทบไหม้

“แล้วนายตอบไปว่าอย่างไร”

ก้องภพไม่ได้รับสายด้วยซ้ำ จะรอถามเจ้านายก่อน ภูมินทร์ไม่ต้องการให้เขาตอบอะไรนักข่าวทั้งสิ้น อีกสักพักผู้คนก็จะลืมไปเอง ก้องภพกลัวจะไม่ง่ายอย่างนั้นตอนนี้สื่อเล่นข่าวนี้กันแทบทุกสำนัก

“สื่อเล่น แต่ฉันไม่เล่น เดี๋ยวก็เงียบไปเองเชื่อเถอะ วันนี้ฉันมีธุระให้นายจัดการ”...

เรื่องไม่เงียบอย่างที่ภูมินทร์คาด สื่อเล่นข่าวนี้กันหนักข้อ ถึงขนาดประกาศทางหน้าจอทีวี หากใครมีเบาะแสเรื่องสาวปริศนาของภูมินทร์ให้แจ้งข่าวไปทางช่องนั้นๆ ขวัญทิพย์เห็นช่องทางจะทำให้อพาร์ตเมนต์ของตัวเองเป็นที่จดจำ จะได้มีคนมาเข้าพักเยอะๆจึง โทร.แจ้งเบาะแสไปยังสื่อแทบจะทุกแขนง

ไม่นานนัก นักข่าวมากันแน่นอพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ ต่างรุมสัมภาษณ์สองผัวเมียขี้งกว่าผู้หญิงปริศนาคนนั้นเป็นใคร พักอยู่ที่นี่จริงไหม ทั้งคู่ยังไม่ทันจะตอบอะไร พิณชนิดาลงมาพอดี แพนเค้กรีบบอกพวกนักข่าว

“นั่นไงครับ น้องพิณ ผู้หญิงของคุณภูมินทร์ มหาเศรษฐีชื่อดัง”

นักข่าวรุมล้อมพิณชนิดา ยิงคำถามเป็นชุดเสียงอื้ออึงไปหมด เธอทนไม่ไหววิ่งฝ่าฝูงนักข่าวกลับห้อง สองผัวเมียเสนอหน้าให้สัมภาษณ์แทนว่าภูมินทร์เคยมาพักที่นี่ อยู่ห้องเดียวกับพิณชนิดา ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ห้องเดียวกันแบบนั้น คิดเอาเองแล้วกันว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะไปถึงไหน นักข่าวพากันส่งเสียงฮือฮา

ooooooo

พิณชนิดาวิ่งหน้าตื่นกลับเข้าห้อง บ่นอุบว่าเป็น ข่าวแบบนี้จะหาความสงบสุขในชีวิตได้อย่างไร พลัน มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ก้องภพโทร.มาแจ้งว่าจะมารับโซฟาให้ภูมินทร์ เธอรีบบอกว่าอย่าเพิ่งมาตอนนี้ นักข่าวอยู่เต็มทางขึ้นอพาร์ตเมนต์

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีวิธีเข้าไป”

จากนั้นไม่นาน ก้องภพในคราบพนักงานส่งพิซซ่ากับลูกน้องอีกสองคนก็มาถึงห้องพักของพิณชนิดาเพื่อมาขนโซฟาตามคำสั่งของภูมินทร์ พิณชนิดาซักว่าเขาใช้วิธีนี้หลบนักข่าวบ่อยหรือ เขามีของพวกนี้ติดรถอยู่ตลอด เพราะภูมินทร์มีข่าวบ่อยมาก นักข่าวตามเจ้านายไม่ได้ก็จะมาตามที่เขาแทน ผีปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพาต่างชอบใจก้องภพที่ท่าทางดูดี แถมพูดจาภาษาดอกไม้ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นลูกน้องของภูมินทร์

ก้องภพเห็นสภาพโซฟาที่จะมาขน ถึงกับออกปากไม่อยากจะเชื่อว่าคนเรื่องเยอะอย่างเจ้านายของตนจะอยากได้โซฟาแบบนี้ พิณชนิดาถึงกับหน้าเสีย เขารู้สึกตัวว่าพูดมากไปรีบขอโทษที่วิจารณ์โซฟาของเธอ

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณพูดถูก เชิญเอาไปได้เลยค่ะ”

“ช่วงนี้คุณพิณไปไหนก็จะถูกคนมอง คนสนใจหรือไม่ก็พวกปาปาราซซี่ตาม อดทนหน่อยนะครับ อีกสักพักก็ซาไปเอง ถ้าไม่อยากเป็นเป้าสายตา ลองใช้วิธีของผมดูนะครับ” ก้องภพพูดจบ เดินตามลูกน้องที่ขนโซฟาออกไป ปราชญ์ชื่นชมว่าเขาเหมาะสมกับพิณชนิดาถึงขนาดจะจับคู่ให้ กานต์กมล เตือนว่าเรื่องคู่ไม่ได้อยู่ที่ใครเหมาะกับใคร แต่อยู่ที่โชคชะตามากกว่า ปราชญ์ไม่เชื่อว่าโชคชะตาจะสู้มานะของผีอย่างตนได้...

ขณะที่ปราชญ์วางแผนจะจับคู่ลูกสาวคนโตกับก้องภพ หนึ่งรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวและไอเป็นระยะๆ หันไปหยิบขวดยาแก้ไข้จะเอามากิน ปรากฏว่าไม่เหลือสักเม็ด พลันมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก่อนแม่ของเขาจะเปิดประตูเข้ามา ยื่นซองใส่เงินประจำเดือนให้ แล้วกลับออกไปโดยไม่ถามสักคำว่าเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร

หนึ่งถึงกับน้ำตาร่วง วิ่งไปหาพิณชนิดาที่ห้องโผกอดเธอร้องไห้โฮ เธอรู้ทันทีว่าเขามีปัญหากับแม่ พูดปลอบใจจนเขาคลายเศร้า และเลิกเข้าใจแม่ตัวเองผิดๆว่าท่านไม่รัก พิณชนิดาเห็นหนึ่งไอแค้กๆ ลองเอามือแตะหน้าผากเขาดู ถึงได้รู้ว่ามีไข้ เดินไปหยิบยาแก้ไข้กับน้ำมาให้กิน แล้วบอกให้นอนพัก

“ผมนอนที่ห้องพี่ได้หรือเปล่า เวลาไม่สบาย ผม ไม่อยากนอนคนเดียว”

“ได้สิ เดี๋ยวพี่ไปเอาหมอนกับผ้าห่มมาให้นะ” พิณชนิดาเข้าไปในห้องนอน หนึ่งมองตามรู้สึกอบอุ่นใจ

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน แสงโชติโกรธมากที่ถูกภูมินทร์หักหน้ากลางที่ประชุมหุ้นส่วนของบริษัท เนื่องจากโครงการสร้างโรงแรมที่เขานำเสนอซึ่งต้องสร้างติดชายป่า ยังไม่ผ่านการตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม แทนที่จะโทษตัวเองที่ไม่รอบคอบ กลับหาว่าภูมินทร์กลั่นแกล้ง คิดหาทางเอาคืนหยิบมือถือขึ้นมาโทร.

“ฉันมีงานให้แกทำ” แสงโชติยิ้มเหี้ยม...

หลังจากขนโซฟามาไว้ที่คฤหาสน์ ก้องภพโทร.รายงานภูมินทร์ว่าธุระที่ให้ทำเรียบร้อยแล้ว

“บอกป่านแก้วกับปูเปรี้ยวให้ทำความสะอาดโซฟาตัวนั้นทุกซอกทุกมุม เอาให้สะอาดหมดจด แล้วให้คนยกขึ้นไปบนห้องนอน ฉันเซ็นเอกสารแล้วจะกลับไป” ภูมินทร์วางสายสีหน้าพอใจมาก...

วันนี้ภูมินทร์เลิกงานเร็วกว่าปกติ คนขับรถพาเขานั่งรถออกมายังไม่ทันพ้นเขตบริษัท ถูกสมุนของแสงโชติสองคนแกล้งขี่มอเตอร์ไซค์ตัดหน้า จังหวะที่ภูมินทร์ลงมาเคลียร์ถูกพวกนั้นรุมทำร้าย คนขับรถจะเข้าไปช่วย ก็โดนถีบกระเด็น ก่อนทั้งคู่จะเสียทีให้พวกคนร้าย สิรวิทย์เข้ามาช่วยไว้ทัน ด้วยฝีมือที่เหนือกว่า เขาเล่นงานพวกนั้นกระเจิดกระเจิง หนีขึ้นมอเตอร์ไซค์แทบไม่ทัน ครู่ต่อมา ภูมินทร์พาสิรวิทย์มาที่ห้องทำงานของเขา

“มาหาฉันมีอะไร หรือว่าได้ความคืบหน้าไอ้คนที่จะฆ่าฉันแล้ว”

“ยัง พอดีฉันเห็นข่าวแกวันนี้ ก็เลยจะแวะมาคุย...ฉันสงสารคุณเปรมสุดา”

“สงสารทำไม สุดาไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน แกก็รู้ สุดาเองก็รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่มีสิทธิ์อะไรมาหึงหวงฉัน” พูดจบภูมินทร์เบ้หน้าเพราะเจ็บแผล สิรวิทย์มองเพื่อนรักอย่างเป็นห่วง ก่อนจะแนะให้ไปแจ้งความ เขาไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร สิรวิทย์ยืนกรานว่ามีประโยชน์ เผื่อตำรวจจะสาวถึงตัวคนบงการได้...

ด้านแสงโชติเจ็บใจมากที่แผนลอบทำร้ายภูมินทร์ล้มไม่เป็นท่า เนื่องจากมีคนมาช่วยไว้ทัน

“โชคไม่เข้าข้างแกทุกครั้งแน่ ไอ้ภู” แสงโชติขบกรามแน่น...

ระหว่างเดินไปขึ้นรถ สิรวิทย์ยังพยายามกล่อมให้ภูมินทร์ไปแจ้งความ แต่ไร้ผล เขากลัวจะเป็นข่าวขึ้นมาอีก สิรวิทย์เสนอจะส่งคนมาคอยอารักขาเขาให้ ภูมินทร์บอกปัด อ้างไม่ชอบเวลามีคนมาเดินตาม

“ขอบใจนะที่เป็นห่วง ถึงฉันจะมีเพื่อนน้อย แต่ฉันมั่นใจแกเป็นเพื่อนที่จริงใจกับฉันจริงๆ”

พิณชนิดาเห็นหนึ่งตื่นแล้วจึงเดินไปเปิดทีวีดู เห็นพิธีกรกำลังเม้าท์ข่าวตัวเองกับภูมินทร์อย่างมันปาก

“ข่าววงในเม้าท์ว่าคุณภูมินทร์อยู่กินกับสาวปริศนาในอพาร์ตเมนต์ค่ะ เรื่องนี้มีสักขีพยานเป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์ของฝ่ายหญิง แว่วว่าสวีตหวานรักกันน่าดู” ระหว่างนั้น หน้าจอทีวีมีภาพภูมินทร์ตระกองกอดพิณชนิดาในงานแต่งงาน หนึ่งโวยวายลั่น

“พี่พิณทำแบบนี้ได้อย่างไร ทั้งๆที่พี่ก็รู้ว่าผมชอบพี่ พี่พิณใจร้าย ใจร้ายที่สุด” ฟูมฟายจบ หนึ่งวิ่งหนีออกจากห้อง พิณชนิดามองตามไม่เข้าใจว่าเขาเกิดบ้าอะไรขึ้นมา...

เปรมสุดาแทบจะอกแตกตายเมื่อรู้จากข่าวในทีวีว่าช่วงที่ภูมินทร์หายตัวไป ก็ไปกกอยู่กับพิณชนิดา ฮึดฮัดจะตามไปฆ่านังนั่นให้ได้ ปณิตาทักท้วง ก่อนจะไปฆ่ามัน ลูกต้องเอาภูมินทร์มาเป็นผัวให้ได้ก่อน

“สุดาอ่อยจนไม่รู้จะอ่อยอย่างไรแล้ว แต่ภูก็ไม่เคยชายตามอง กลับไปคว้านังหมอดูกากๆ มันมีดีกว่าสุดาตรงไหน” เปรมสุดาว่าแล้วเปิดไอแพดดูรูปพิณชนิดาในชุดออกงาน เห็นหน้าอกของอีกฝ่ายก็ถึงบางอ้อทันที

“หรือว่าภูชอบผู้หญิงตู้มๆ ถ้าอย่างนั้นสุดาจะไปทำนม”

แม้ไม่มีปัญญาจะหาเงินมาจ่ายค่าเสริมหน้าอกให้ลูก แต่ปณิตาก็มีวิธีจะทำให้อกตู้มแข่งกับนังนั่น แล้วเอาถุงเท้ากับกระดาษทิชชูยัดใส่หน้าอกลูกจนดูใหญ่เว่อร์ เปรมสุดามองตัวเองในกระจกเงาอย่างพึงพอใจ จังหวะนั้น ปูเปรี้ยว โทร.มารายงานว่าภูมินทร์ให้คนขนโซฟาเก่าๆไปไว้ในห้องนอน ท่าทางจะรักและทะนุถนอมมันมาก เปรมสุดารู้สึกแปลกๆชอบกล ที่อยู่ๆเขาเกิดอยากจะสะสมของเก่าขึ้นมา

“แม่ว่าไม่แปลกหรอก คนรวยเขาก็สะสมของเก่ากันทั้งนั้น ถ้าตาภูมีโซฟา แกก็ควรจะซื้อของที่เข้ากับโซฟาไปให้ตาภู จะได้เป็นข้ออ้างไปหาตาภูด้วย”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน นวลจันทร์เห็นรอยช้ำที่หน้าของภูมินทร์ อดถามไม่ได้ว่าไปโดนอะไรมา เขาไม่อยากให้เธอเป็นกังวล โกหกว่าเดินชนประตู แล้วบอกว่าเย็นนี้เขาไม่กินอะไร วันนี้เหนื่อยมาก อาบน้ำแล้วจะขอนอนเลย ห้ามให้ใครขึ้นไปรบกวนเด็ดขาด จากนั้นเดินขึ้นห้องอย่างอารมณ์ดี

ooooooo

ขณะที่ภูมินทร์หมายมั่นปั้นมือจะนอนหลับบนโซฟาที่ยกมาจากห้องพิณชนิดาให้ฉ่ำปอด เกิดเหตุการณ์ประหลาดกับภิชาสินีอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างที่เธอเดินอยู่แถวริมแม่น้ำเพื่อไปตามนัดกินข้าวกับเพื่อน เห็นผู้หญิง โดดลงน้ำก็ตกใจ รีบวิ่งไปดูแต่ไม่เจอใคร พยายามกวาดตามองลงไปในแม่น้ำก็ไม่เห็น

พลันมีมือขาวซีดยื่นขึ้นมาจากในน้ำ จับข้อเท้าภิชาสินีดึงลงน้ำ เธอพยายามจะว่ายหนี แต่มือนั้นจับไว้แน่น เธอรวบรวมกำลังเท่าที่มีตะกายขึ้นสู่ผิวน้ำ ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ อรรถพรเดินมากับเพื่อนพอดี ได้ยินเสียงร้องก็ชะงัก ภิชาสินียังคงดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองไม่จมน้ำ แต่สุดท้ายก็สู้ไม่ไหวโดนมือนั้นดึงลงไปใต้น้ำ

ก่อนที่เธอจะขาดอากาศหายใจ อรรถพรช่วยพาเธอขึ้นมาสู่ผิวน้ำ พวกเพื่อนๆของเขาช่วยกันดึงร่างที่หมดสติของเธอขึ้นฝั่ง ผู้หมวดหนุ่มเห็นหน้าเธอชัดๆก็ตกใจ

รีบช่วยผายปอดและปั๊มหัวใจให้ สักพักภิชาสินีก็ได้สติ เห็นปากเขาแตะที่ปากตัวเองถึงกับผงะ อายจนบอกไม่ถูก เขาเห็นเธอปลอดภัยแล้วก็เลิกผายปอดให้ แล้วพยุงเธอไปที่รถของเขา ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงลงไปอยู่ในน้ำ

“ฉันเห็นผู้หญิงกระโดดน้ำ แต่พอไปถึงก็ไม่เจอใคร”

อรรถพรสงสัย แล้วทำไมเธอถึงตกน้ำ ภิชาสินีเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ที่แปลกก็คือเธอว่ายน้ำเป็น แต่กลับขึ้นมาจากใต้น้ำไม่ได้ เขาเห็นเธอหนาวสั่น เปิดประตูรถหยิบเสื้อแจ็กเกตมาคลุมให้ แล้วชวนกลับบ้าน

ไม่นานนัก ภิชาสินีกลับถึงห้องพัก พิณชนิดาเห็นสภาพลูกหมาตกน้ำของน้องสาวแล้วตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น เธอไม่อยากให้พี่เป็นกังวล แต่งเรื่องว่าฝนตกที่ร้านอาหาร เธอลืมเอาร่มไปด้วยก็เลยเปียก แล้วขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หนาวจะแย่แล้ว พิณชนิดามองตามสงสัย

“แล้วเอาเสื้อผู้ชายที่ไหนมาใส่ หรือว่าจะของเพื่อน”

ooooooo

อรรถพรเดินผ่านหน้าห้องพักของหนึ่งแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเขาจะมีอะไรกินหรือเปล่า เคาะประตูเรียกก็ไม่มีเสียงขานตอบ ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป เห็นหนึ่งนอนตัวร้อนเป็นไข้อยู่บนเตียง ถามว่ากินข้าวกินยาหรือยัง เขาไม่ตอบคำถาม กลับฟูมฟายเรื่องพิณชนิดาไปคบหากับภูมินทร์ อรรถพรถอนใจหนักใจ

“แม่มาหาบ้างไหม”

ได้ความว่ามาแล้วเมื่อเช้า เอาเงินมาให้แล้วก็ไป ไม่ถามสักคำว่าเขาเป็นอย่างไร แล้วหันไปหยิบเงินคืนให้อรรถพร ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ ก่อนจะฟูมฟายต่อ

“ผมจะทำอย่างไรกับเรื่องพี่พิณดี ผมไปต่อยไอ้ไฮโซนั่นเลยดีไหม”

อรรถพรอธิบายอย่างใจเย็นว่าความจริงแล้ว หนึ่งไม่ได้รักพิณชนิดา แค่ต้องการความอบอุ่นจากใครสักคนเพื่อทดแทนความอบอุ่นจากแม่ และที่เขาฟูมฟายไม่อยากให้พิณชนิดาไปรักใคร เพราะกลัวเธอจะไม่มีเวลาให้เหมือนที่แม่กำลังทำกับเขา หนึ่งเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่จริง เขาอยู่ได้โดยไม่ต้องมีแม่

“ค่อยๆค้นหัวใจตัวเองให้เจอ แล้วยอมรับมันซะ นายต้องปล่อยความโกรธในใจของนายออกไปให้หมด นายถึงจะรู้จักความรักที่แท้จริง...นอนพักเถอะ เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อข้าวมาให้”...

ด้านภูมินทร์นอนกระสับกระส่ายอยู่บนโซฟาของพิณชนิดาเป็นนานสองนานก็ไม่ยอมหลับสักที อดแปลกใจไม่ได้ทำไมตอนอยู่ที่ห้องยัยประหลาด เขาถึงหลับได้หลับดี...

ภิชาสินียังสงสัยไม่หายว่าเกิดอะไรขึ้นที่ริมแม่น้ำ รู้สึกเหมือนถูกดึงขาจนตกน้ำเกือบเอาชีวิตไม่รอด หรือว่าเธอคิดไปเอง ความจริงแล้วเธอไม่ได้คิดไปเอง มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินกดมือถือส่งไลน์มาหยุดตรงจุดที่ภิชาสินีตกน้ำ พลันผีพรายโผล่ขึ้นมาจากน้ำ มองผู้หญิงที่กำลังง่วนกับการเล่นมือถือด้วยสายตามุ่งร้าย...

ฝ่ายเปรมสุดาถือหมอนสกรีนหน้าตัวเองพร้อมด้วยอกอึ๋มจะขึ้นไปหาภูมินทร์ที่ห้องนอน แต่ถูกนวลจันทร์กับป่านแก้วขวางไว้สุดฤทธิ์ อ้างว่าเขาสั่งห้ามใครรบกวนเด็ดขาด เปรมสุดาไม่ฟัง จะฝ่าขึ้นไปให้ได้ ภูมินทร์ได้ยินเสียงเอะอะ ลงมาต่อว่า ว่าเสียงดังอะไรกัน เปรมสุดาฟ้องว่าป่านแก้วไม่ยอมให้เธอขึ้นไปหาเขา

“ป่านแก้วทำถูกแล้ว คุณไม่เข้าใจภาษาคนหรือไง ผมสั่งแล้วว่าห้ามใครรบกวน” ภูมินทร์ด่าเสร็จเดินหนี

เปรมสุดาตามตื๊อจะช่วยนวดตัวให้ เขาจะได้หลับสบาย ภูมินทร์กำลังใช้ความคิดว่าเหตุใดมีโซฟาแล้ว ยังนอนไม่หลับ แต่เปรมสุดาตอแยไม่เลิกจนเขารำคาญ เอาหมอนที่เธอถือติดมือมาปิดปาก แล้วหนีไปหามุมสงบครุ่นคิดหนักว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในที่สุดเขาก็คิดออกว่าเป็นเพราะอะไร

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 16:06 น.