ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายพยากรณ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภูมินทร์ฟื้นขึ้นในห้องพักผู้ป่วยในเช้าวันถัดมา เขาไม่ได้เป็นอะไรมากกระสุนแค่ถากไปเท่านั้น เหตุการณ์ ครั้งนี้ทำให้ความจำของเขากลับคืนมา จำได้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่กลับจำเรื่องราวก่อนจะถูกยิงไม่ได้ จำหน้าพิณชนิดาที่อุตส่าห์นั่งเฝ้าตั้งแต่เมื่อวานยันเช้าก็ไม่ได้ แถมทำท่ารังเกียจอีกต่างหาก อรรถพรไม่พอใจมาก

“คุณควรให้เกียรติผู้หญิงที่ช่วยชีวิตคุณบ้างนะครับ เธอเฝ้าคุณทั้งคืน ที่มากกว่านั้นช่วงที่คุณถูกทำร้ายจนความจำเสื่อม คุณพิณให้ที่พักให้อาหาร ดูแลคุณมาตลอด”

นายปากเสียตั้งแง่หากผู้หญิงคนนี้หวังดีจริงๆ ทำไมไม่พาเขาไปส่งบ้าน เธอโวยกลับจะไปบ้านของเขาถูกได้อย่างไรในเมื่อเขาเองยังจำตัวเองไม่ได้

ภูมินทร์ปากเสียไม่เลิกพูดจาดูถูกหาว่าเธออยากรวยทางลัดถึงเก็บตัวเขาเอาไว้ หรือไม่ก็อยากจะมีสามีรวยจนตัวสั่น พิณชนิดาทนไม่ไหวตบเขาหน้าหัน ก่อนจะคว้าแก้วน้ำสาดหน้า สาปส่ง ชาตินี้ขออย่าให้เจอะให้เจอกันอีกแล้วออกจากห้องทั้งเสียใจ ทั้งโกรธที่ถูกดูแคลน...

ทางด้านขวัญทิพย์สนใจเหตุยิงกันเมื่อวาน ซักถามแพนเค้กว่าได้เรื่องอะไรจากอรรถพรบ้างไหม เขาส่ายหน้า ทางนั้นไม่ยอมเล่าอะไรเนื่องจากกลัวจะเสียรูปคดี เธอบ่นอุบแล้วจะไปถามจากใครได้ วันนั้นพวกคนเช่าก็ออกไปทำงานกันหมด กล้องวงจรปิดของเราก็ดันมาเสีย จังหวะนั้นพิณชนิดาเดินหน้าหงิกเข้ามา ขวัญทิพย์อยากรู้เรื่องชาวบ้านมาก ปรี่เข้าไปถามว่าทำไมถึงมีคนมาไล่ยิงกันที่นี่ เธอไม่ตอบเดินลิ่วกลับห้องพัก

“ถามก็ไม่ตอบ เป็นอะไรของเขา” ขวัญทิพย์มองตามเซ็ง

แพนเค้กเหลือบเห็นหนังสือพิมพ์ลงภาพข่าวของภูมินทร์ รีบเอาให้ศรีภรรยาอ่าน เธอถึงกับตะลึง

ooooooo

ตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาล พิณชนิดาเอาแต่กินไม่หยุดปาก ทั้งของคาวของหวานเกลื่อนโต๊ะไปหมด ยิ่งคิดถึงคำพูดของนายปากเสียก็ยิ่งแค้น ยิ่งแค้นก็ยิ่งกิน ปากก็บ่นถึงความเลวร้ายของเขาไปด้วย ภิชาสินีไม่ได้สนใจมัวแต่อ่านประวัติของภูมินทร์จากหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวข่าวตัวใหญ่เป้ง “พบตัวแล้วภูมินทร์ไฮโซชื่อดัง”

“เปิดประวัติภูมินทร์ อัครมโหฬาร เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้าน ทั้งห้างสรรพสินค้า คอนโดฯ บ้านจัดสรร ติดอันดับ 20 อภิมหาเศรษฐีในเอเชีย บิดามารดาเสียชีวิตแล้วทั้งคู่”

“ภิ...จะอ่านทำไม พี่ไม่อยากรู้ประวัติคนนิสัยแย่ๆแบบนั้น” พิณชนิดาพูดจบ คว้าของกินเดินเข้าห้องนอน

ภิชาสินีมัวแต่ตะลึงในความร่ำรวยของภูมินทร์ไม่ได้สนใจพี่สาวตัวเอง ปิ่นเพชรต้องสะกิดให้รู้สึกตัว ผีพ่อ แม่และป้าปรากฏตัวขึ้น ปราชญ์ชวนทุกคนมาร่วมกันฉลองที่ผู้ชายแย่ๆไปจากชีวิตลูกสาวของตนได้ พัณทิพาเสียดายแทนหลานสาว ถ้าได้แต่งกับมหาเศรษฐีคงสบายไปทั้งชาติ ปราชญ์ไม่พอใจมากทำให้มีปากเสียงกัน ภิชาสินีต้องขอร้องให้ทั้งคู่เลิกเถียงกันได้แล้ว เถียงกันทุกวันตั้งแต่มีชีวิตอยู่ยันตาย ไม่รู้จักเบื่อบ้างหรือ...

เมื่อได้รู้ความจริงจากหนังสือพิมพ์ว่าภูมินทร์เป็นมหาเศรษฐี ขวัญทิพย์กับแพนเค้กพากันเม้าท์แตก ว่าเขาไม่น่าใช่ญาติของพิณชนิดา แต่อาจเป็นเสี่ยที่เลี้ยงเธอแล้วกลัวข่าวรั่วก็เลยโกหกว่าเป็นญาติ และที่เกิดเรื่องยิงกัน อาจเป็นเพราะแฟนตัวจริงของภูมินทร์จับได้ก็เลยส่งคนมาทำร้าย...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทันทีที่ภูมินทร์เห็นก้องภพโผล่หน้าเข้ามาในห้องพักฟื้นผู้ป่วย โวยวายใส่ทำไมมาช้านัก ปล่อยให้ตนรอตั้ง 20 นาที แล้วถามหาเสื้อผ้าของตนอยู่ไหน ก้องภพส่งกระเป๋าใส่เสื้อผ้าให้ ยังไม่ทันจะอ้าปากถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขายกมือเป็นทำนองไม่ให้ถาม สั่งให้ไปคุยกับตำรวจให้เขาก่อน

ครู่ต่อมา ก้องภพมายืนอยู่ตรงหน้าอรรถพร พร้อมกับแจ้งว่าเจ้านายของเขาไม่ต้องการแจ้งความเอาเรื่องใคร เนื่องจากไม่อยากเป็นข่าว เกรงจะส่งผลถึงดัชนีหุ้นของบริษัท

“คุณภูต้องการให้ทางตำรวจเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วย” ก้องภพพูดจบ เดินกลับห้องพักฟื้น

“ถูกตามฆ่าไม่ใช่โดนเหยียบเท้า ถึงได้ไม่เอาเรื่อง” อรรถพรบ่นไล่หลัง...

ระหว่างขับรถพาภูมินทร์กลับบ้าน ก้องภพอดถามไม่ได้ว่าตกลงเรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมเขาถึงมาอยู่โรงพยาบาล แล้วที่ผ่านมาหายไปอยู่ไหน อยู่กับใคร ภูมินทร์นึกถึงตอนที่โดนพิณชนิดาเอาน้ำสาดหน้า แล้วสาปส่งไม่ขอเจอเขาอีก ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ สั่งห้ามก้องภพถามอะไรอีก อารมณ์ดีเมื่อไหร่จะเล่าให้ฟัง

ooooooo

เมื่อภูมินทร์กลับถึงคฤหาสน์อัครมโหฬาร เห็นสัณชัย แสงโชติ ป่านแก้ว ปูเปรี้ยวกับนวลจันทร์ และ ปณิตากับเปรมสุดามารอต้อนรับ เขาจะเดินไปหานวลจันทร์ แต่สองแม่ลูกถลาเข้ามาเสนอหน้าเสียก่อนโดยเฉพาะเปรมสุดาจะโผกอด แต่เขาไม่สนใจเดินผ่านหน้าทั้งคู่ไปกอดนวลจันทร์ ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง

“หายไปไหนมาตั้งหลายวัน มันเกิดอะไรขึ้น จริงหรือเปล่าที่ก้องภพบอกว่าหลานถูกยิง แจ้งความหรือยัง อาจะช่วยหาคนบงการมาลงโทษให้เร็วที่สุด” สัณชัยสอบถามด้วยความเป็นห่วง ภูมินทร์กลับบอกเสียงห้วน

“ขอตัวก่อนนะครับ มีธุระต้องไปทำ” แล้วหันไปพูดกับนวลจันทร์ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “เดี๋ยวกลับมานะจ๊ะนม ภูขอไปจัดการธุระก่อน” ภูมินทร์พูดจบ เดินออกไปกับก้องภพ แสงโชติโมโหมาก ที่เขาไม่เห็นหัวพ่อของตน ทั้งที่ท่านอุตส่าห์เสนอตัวช่วย สัณชัยต้องจับแขนลูกชายไว้ พร้อมกับส่งสายตาเป็นเชิงให้เงียบ...

ขณะเดินกลับไปที่รถ ปณิตาเร่งให้ลูกสาวรีบรวบหัวรวบหางภูมินทร์โดยเร็วที่สุด เธอทักท้วงจะทำได้อย่างไร ในเมื่อแม่ก็เห็นแล้วว่าเขาไม่ได้ไยดีเธอแม้แต่น้อย

“เพราะแบบนี้ฉันถึงได้บอกให้แกรีบหาทาง ถ้าแกไม่ได้ตาภูเป็นผัว มีหวังพวกเราได้นอนข้างถนน”...

ธุระที่ว่าของภูมินทร์คือไปพบสิรวิทย์ที่ทำงานเพื่อขอให้ช่วยสืบหาว่าใครกันที่ต้องการฆ่าเขา ก้องภพติงทำไมตอนที่คุยกับตำรวจถึงไม่แจ้งความ ทางนั้นจะได้ช่วยเราอีกแรงหนึ่ง

ภูมินทร์ไม่อยากให้เป็นข่าวใหญ่ เพราะอาจทำให้คนบงการไหวตัวทัน เขาอยากให้สืบเงียบๆมากกว่า และย้ำว่าเรื่องนี้ต้องเป็นความลับ...

ฝ่ายอรรถพรพยายามจะสืบให้ได้ว่าคนร้ายที่ดักทำร้ายภูมินทร์เป็นใคร แต่ไม่ได้เบาะแสอะไร กล้องวงจรปิดที่ถนนก็ไม่เห็นหน้าคนร้าย ส่วนกล้องที่อพาร์ตเมนต์ก็เสีย ตัดสินใจโทร.นัดภิชาสินีให้มาเจอกันที่หน้าอพาร์ตเมนต์ ขอร้องเธอช่วยถามวิญญาณแถวนั้นให้ทีว่ามีใครเห็นเหตุการณ์ยิงกันบ้างไหม

“ฉันไม่ใช่คนเรียกผี จะได้เห็นผีทุกตัว เอาเป็นว่าถ้าติดต่อผีแถวนั้นได้จะลองถามให้...มาโน่นแล้ว”

อรรถพรตกใจวิ่งไปหลบหลังภิชาสินีคิดว่าผีมา ที่แท้เธอแค่หลอกเล่นเพราะรู้ว่าเขากลัวผีขึ้นสมอง...

พิณชนิดายังเอาแต่กินไม่หยุด ปิ่นเพชร ปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพาเริ่มเป็นห่วงกลัวท้องไส้จะพัง ปิ่นเพชรพยายามห้ามปรามก็เหมือนยิ่งยุ เธอตั้งหน้าตั้งตากินเหมือนอดอาหารมาเป็นเดือนๆ ภิชาสินีที่เพิ่งกลับเข้ามา ช่วยห้ามพี่สาวอีกแรงหนึ่ง แต่เธอไม่ฟัง ปิ่นเพชรเล่นตลกให้ดูเพื่อดึงความสนใจจากของกิน เธอก็ไม่ขำด้วย ภิชาสินีจนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไร

“แม่คุ้นๆว่าพิณเคยมีอาการแบบนี้ตอนเด็กๆ” จากนั้นกานต์กมลก็กระซิบบอกวิธีแก้ไขให้ภิชาสินีฟัง เธอพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินเข้าไปกอดพี่สาวเอาไว้ ตบหลังเบาๆอย่างอ่อนโยน

“โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะ...ไม่เป็นไร” ขาดคำ ของกินร่วงจากมือพิณชนิดา ก่อนจะปล่อยโฮลั่น

“ยัยพิณต้องการการสัมผัส เวลาที่มีปัญหา ถ้าได้ร้องไห้ออกมาเดี๋ยวก็ดีขึ้น” กานต์กมลมองลูกสาวคนโตอย่างโล่งอก เช่นเดียวกับ ปราชญ์ พัณทิพาและปิ่นเพชร หลังจากปล่อยให้พิณชนิดาร้องไห้จนสาแก่ใจ ภิชาสินีตะล่อมถามว่าที่เป็นแบบนี้เสียใจที่ภูมินทร์ด่าหรือเสียใจที่เขาไป เธอชะงัก ก่อนจะโวยวายกลบเกลื่อน

“เสียใจที่ถูกด่าสิ อุตส่าห์เป็นห่วง ตื่นมาก็ด่าพี่ฉอดๆๆแถมเอาเงินฟาดหัวทำท่ารังเกียจดูถูกพี่สุดๆ”

ภิชาสินีอดสงสัยไม่ได้ ถ้าพิณชนิดาไม่ได้สนใจที่ภูมินทร์จากไป แล้วจะแคร์ที่เขาด่าทำไม คราวนี้เธออึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร รีบตัดบทขอตัวไปอาบน้ำ แล้วเดินหนีไปหน้าตาเฉย กานต์กมลและพัณทิพาพอจะมองออกว่าเธอมีใจให้นายปากเสีย ขณะที่ปราชญ์ไม่เชื่อว่าลูกจะรู้สึกกับนายปากเสียแบบนั้น

ooooooo

ดึกคืนเดียวกัน ภูมินทร์ฝันร้ายเห็นตัวเองในวัยเด็กกำลังจมน้ำ ดิ้นทุรนทุรายหายใจไม่ออก แต่แล้วมีมือคู่หนึ่งมาดึงร่างเขาให้พ้นจากน้ำ แทนที่จะเจอขอบสระ เขากลับมาโผล่ในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล เห็นพ่อตัวเองนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย เด็กน้อยโผไปหา จับมือท่านไว้ร้องไห้

“พ่อครับ...พ่ออย่าทิ้งภูไป...พ่อ...”

ภูมินทร์ตกใจสะดุ้งตื่น เหงื่อท่วมตัวหายใจหอบ มองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป นวลจันทร์ได้ยินเสียงร้องของเขา รีบเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงว่าฝันร้ายอีกแล้วหรือ อาสาจะไปเอานมอุ่นๆมาให้ดื่มเผื่อจะนอนหลับ เขาส่ายหน้า ไม่มีอะไรทำให้เขาหลับได้ เธอก็รู้ดี นวลจันทร์มองเขาอย่างเห็นใจ

“เรื่องมันเกิดขึ้นมาตั้งนานแล้ว ทำไมคุณหนูของนมถึงยังไม่ลืมสักที”

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของภูมินทร์ ตอนนั้นเขายังเป็นแค่เด็กอายุไม่ถึง 7 ขวบ วิ่งเข้าไปหาพ่อที่กำลังคร่ำเคร่งอยู่ในห้องทำงาน ชวนไปว่ายน้ำด้วยกัน ท่านกำลังงานยุ่งบอกให้ไปเล่นกับ นวลจันทร์ก่อน เขากลัวจมน้ำเพราะแม่นมว่ายน้ำไม่เก่ง ส่วนเขาเองก็ยังว่ายน้ำไม่แข็ง พ่อชักหงุดหงิด

“มัวแต่กลัวเมื่อไหร่จะว่ายน้ำเป็น จะไปไหนก็ไป พ่อต้องการสมาธิ”

ด.ช.ภูมินทร์ออกจากห้องทำงานอย่างเซ็งๆ จะไปชวนแม่ให้มาว่ายน้ำด้วย ท่านก็ไม่อยู่ ตัดสินใจลงไปว่ายน้ำในสระเพียงลำพัง แผ่นโฟมสำหรับหัดว่ายน้ำเกิดหลุดมือ เด็กน้อยจมน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทะลึ่งพรวดพ้นน้ำ ร้องให้คนช่วย นวลจันทร์ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ รีบวิ่งมาดู เห็นเด็กน้อยจมลงก้นสระ

“ช่วยด้วยๆ...คุณหนูจมน้ำ...ช่วยด้วย”

พ่อของภูมินทร์รีบโดดลงไปช่วย ส่วนพวกคนรับใช้ต่างกรูกันเข้ามาดู เขาช่วยดึงตัวภูมินทร์ขึ้นเหนือน้ำ นวลจันทร์กับพวกคนรับใช้รีบรับร่างของเด็กน้อยไปปฐมพยาบาล พ่อมองตามรู้สึกผิดที่ไล่ลูก อยู่ๆเกิดแน่นหน้าอก พยุงตัวเองให้ขึ้นจากสระไม่ไหว พยายามจะเรียกให้คนช่วยแต่ไม่มีเสียง ค่อยๆจมลงก้นสระโดยที่ไม่มีใครสังเกตเพราะมัวแต่เป็นห่วงภูมินทร์ กว่าจะมีคนเห็นก็สายเกินไป...

ด.ช.ภูมินทร์ใจเสียเมื่อเห็นพ่อนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ พยายามเขย่าตัวเรียกให้ตื่นแต่พ่อยังคงนอนนิ่ง แม่ของเขาบอกทั้งน้ำตาว่าท่านคงไม่ตื่นอีกแล้ว ท่านตายจากเราไปแล้ว เด็กน้อยไม่เชื่อจับมือพ่อเขย่า

“พ่อครับ พ่อตื่นมาเล่นกับภูสิครับ พ่อ” ภูมินทร์เห็นพ่อนอนนิ่งไม่ไหวติง ซบหน้ากับมือท่านร้องไห้โฮ นวลจันทร์สงสารจับใจ เข้าไปกอดปลอบใจ แต่เขายังคงซบหน้าร้องไห้อยู่อย่างนั้น...

แม้เหตุการณ์จะผ่านมาหลายสิบปี แต่เมื่อนึกถึงเมื่อไหร่ ภูมินทร์น้ำตาไหลทุกครั้ง นวลจันทร์กอดเขาไว้ ขอร้องให้เลิกโทษตัวเองได้แล้ว คุณท่านตายเพราะโรคหัวใจไม่ใช่เพราะเขา ไม่ว่านวลจันทร์จะพูดอย่างไร ภูมินทร์ก็ไม่อาจจะลืมเหตุการณ์นั้นได้ เมื่อใดที่หลับตาลงเป็นต้องฝันถึงทุกครั้ง ทำให้เขานอนไม่หลับ เธอแนะให้เขาหาสาวสักคนมากอดเผื่ออาการนอนไม่หลับจะหายและฝันร้ายอาจจะดีขึ้น

“ความรักเยียวยาความเจ็บปวดได้นะคะ คุณหนูต้องลองรักผู้หญิงสักคนแล้วคุณหนูจะเข้าใจสิ่งที่นมพูด”

“ก็รักนมอยู่นี่ไง รักนมสุดๆไปเลย” ภูมินทร์กอดนวลจันทร์อย่างประจบประแจง เธอนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้เล่าเลยว่าหายไปไหนมา มีอะไรเกิดขึ้น เขาไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ โกหกว่ามีอุบัติเหตุนิดหน่อย นวลจันทร์โล่งใจ ไม่ติดใจจะซักถามอะไรอีก...

ในเวลาเดียวกัน คนร้ายสองคนที่ได้ดักอุ้มภูมินทร์ ได้รับคำสั่งจากชายลึกลับที่ยืนอยู่ในเงามืดให้สืบหาว่าคนที่ช่วยภูมินทร์เป็นใคร เกี่ยวข้องอะไรกับเขาหรือเปล่า...

ขณะที่พิณชนิดาและภิชาสินีกำลังหลับสบาย มีเสียงทุบประตูปังๆๆ สองสาวสะดุ้งตื่น รีบวิ่งออกจากห้องนอนไปดู เสียงทุบประตูยังคงดังต่อเนื่อง ทั้งคู่มองหน้ากันรู้สึกเป็นกังวล ใครกันถึงมาเอาดึกดื่นป่านนี้ พิณชนิดากลั้นใจเปิดประตูรับ ถึงกับโล่งอกที่เห็นหนึ่งยืนอยู่ เขาโผกอดเธอไว้แน่น

“พี่พิณเป็นอย่างไรบ้าง ได้ข่าวว่าถูกไล่ยิง เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ”

“อย่าบอกนะว่าที่มาทุบประตูปังๆหยั่งกับไฟไหม้ เพื่อจะมาถามแค่นี้” พิณชนิดาเดือดปุดๆ

“ครับ ผมเป็นห่วงพี่พิณมาก ห่วงจนจะขาดใจอยู่แล้ว...” หนึ่งยังพูดไม่ทันจบ พิณชนิดาปิดประตูใส่หน้าด้วยความโมโห ทิ้งให้หนึ่งพร่ำเพ้ออยู่ตรงนั้นคนเดียว ระหว่างที่สองพี่น้องกำลังจะกลับเข้าห้องนอน ภิชาสินีเหลือบเห็นมือถือพังยับเยินของพี่สาว ร้องทักว่าจะทิ้งมันไว้แบบนั้นหรือ เธอจะลองเอาไปให้ช่างซ่อมดูเผื่อจะใช้ได้ แล้วเดินไปหยิบมาดู พลันนึกถึงเหตุการณ์ตอนเกิดยิงกัน

“ลืมสนิทเลยว่าถ่ายรูปคนร้ายเอาไว้ได้ แต่เยินขนาดนี้ จะกู้ภาพได้หรือเปล่า”

ooooooo

เสร็จจากใส่บาตร พิณชนิดาและภิชาสินีต่างหลับตาพนมมืออธิษฐานขอให้เรื่องร้ายๆและคนเลวๆออกไปจากชีวิตของพวกตนให้หมด จากนี้ไปขอให้เจอแต่สิ่งดี แต่พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เจอขวัญทิพย์และแพนเค้กยืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงหน้า ทั้งคู่ถึงกับสะดุ้งถามว่ามีอะไรกับพวกตนแต่เช้า

“พี่จะรบกวนน้องพิณไปคุยกับคุณภูมินทร์ แฟนไฮโซคนดังของน้องพิณให้พี่ค่ะ”

“นายนั่นไม่ใช่แฟนพิณนะคะ” พิณชนิดาโต้ทันควัน แพนเค้กคิดว่าเธอไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ อาสาจะปิดเป็นความลับ เพียงแต่เธอต้องขอร้องคุณภูมินทร์ไม่ให้ฟ้องร้องพวกตนที่เคยด่าเขาเรื่องเครื่องซักผ้า

“คนไม่เห็นหัวใคร บ้าเงินแบบนั้น ไม่เสียเวลามาฟ้องร้องคนธรรมดาอย่างพวกเราหรอกค่ะ” พูดจบ พิณชนิดาชวนน้องสาวกลับห้อง สองผัวเมียนินทาไล่หลังว่าเธอคงโดนภูมินทร์เขี่ยทิ้ง ก็เลยไม่อยากพูดถึง...

ขณะที่ภิชาสินีกลับห้องพัก พิณชนิดาแวะไปคุยกับอรรถพรที่ห้องของเขาพร้อมกับเอามือถือที่พังยับเยินของตัวเองให้ดู บอกว่าเธอถ่ายรูปคนร้ายเอาไว้ได้ เขาไม่แน่ใจว่าจะกู้ภาพได้หรือไม่ แต่ถ้าเธอจำหน้าคนร้ายได้ เขาจะขอให้ดูรูปจากไฟล์อาชญากรในโน้ตบุ๊กของเขา พิณชนิดาไล่ดูอยู่หลายรอบก็ไม่เจอ อรรถพรฟันธงว่าคนร้ายคงไม่ใช่พวกที่เคยต้องคดีมาก่อน

“เพราะฉะนั้น คุณคงต้องไปสถานีตำรวจเพื่อให้เจ้าหน้าที่สเกตช์ภาพคนร้าย”

“ได้...แล้วนายภูมินทร์ไม่พูดถึงหน้าตาคนร้ายให้หมวดฟังบ้างหรือ”

อรรถพรส่ายหน้า นอกจากจะไม่เล่าอะไรแล้ว ยังไม่แจ้งความอีกต่างหาก ภูมินทร์ให้เหตุผลว่ากลัวมีข่าวแล้วหุ้นของบริษัทจะตก พิณชนิดาถึงกับของขึ้น ด่าเขาว่าไอ้คนหน้าเงิน ชาตินี้ไม่มีทางมีความสุข...

ในเวลาเดียวกัน ฟ้ารุ่งเพิ่งเห็นข่าวภูมินทร์จากหนังสือพิมพ์ จำได้ว่าเป็นแฟนของพิณชนิดา เส้นริษยาแตกซ่าน โวยวายให้เอกฟังไม่อยากจะเชื่อว่ามหาเศรษฐีอย่างภูมินทร์จะมาคว้าผู้หญิงกระจอกๆอย่างพิณชนิดาเป็นแฟน เขารีบคว้าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นจากมือฟ้ารุ่งมาอ่าน ถึงกับตะลึง...

ด้านเปรมสุดาพยายามเอาใจภูมินทร์สุดฤทธิ์ ซื้อโจ๊กปูของโปรดมาฝาก สั่งให้ปูเปรี้ยวจัดใส่ถ้วยแล้วยกมาวางที่โต๊ะอาหาร โกหกเนียนๆว่าทำเองกับมือ เขาอ้างมีงานด่วนต้องเข้าบริษัทคงกินด้วยไม่ได้ แล้วหันไปพูดกับสัณชัยว่าช่วงที่เขาไม่อยู่ บริษัทคงรวนไปไม่น้อย สัณชัยจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง

“ถ้างั้นก็ดี อ้อ สงสัยผมจะลืมบอกคุณอาไป ต่อไปนี้คุณอาไม่ต้องมากินข้าวที่นี่แล้วนะครับ ให้คนทำอาหารไปส่งให้ที่บ้านเล็ก ผมไม่ได้รังเกียจคุณอานะครับ เพียงแต่ผมไม่ค่อยกินอาหารเช้า ส่วนตอนเย็น ผมก็คงจะกินจากข้างนอกแล้วค่อยกลับมา ขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” ภูมินทร์พูดจบรีบร้อนออกไป เปรมสุดาตามไปรั้งตัวไว้ เย็นนี้จะชวนเขาไปกินดินเนอร์ด้วยกัน ภูมินทร์ไม่สนใจเดินขึ้นรถขับออกไปหน้าตาเฉย

ooooooo

จากนั้นไม่นาน ภูมินทร์มาถึงออฟฟิศ ด่าว่าลูกน้องตัวเองไล่ตั้งแต่ รปภ.ที่รอต้อนรับตรงหน้าประตูทางเข้า ยันไปถึงพนักงานเดินเอกสาร ทุกคนพากันกลัวหัวหด ก้องภพที่เดินตามเจ้านายต้องคอยปลอบพวกพนักงานไปตลอดทาง เอ๋ เลขาฯหน้าห้องภูมินทร์ก็ไม่วายโดนเหวี่ยงวีนไปด้วย

“บอกกี่ทีแล้วขาใหญ่อย่าใส่กระโปรงสั้น นึกถึงจิตใจฉันบ้าง ต้องทนเห็นขาใหญ่ๆของเธอทั้งวัน มันเป็นภาพที่ทรมานมากรู้หรือเปล่า รีบหากระโปรงมาเปลี่ยนเดี๋ยวนี้...อ้อ ยัยขาใหญ่ เอากาแฟมาให้ฉันด้วย” พูดจบภูมินทร์เข้าห้องทำงาน ก้องภพมองเอ๋อย่างเห็นใจ ก่อนจะเดินตามเจ้านายเข้าไป เตือนอย่างสุภาพว่าเขาควรเรียกชื่อเธอมากกว่าจะเรียกด้วยฉายาแบบนั้น ภูมินทร์อ้างว่าจำชื่อยัยขาใหญ่ไม่ได้

“เอ๋ครับ เธอชื่อคุณเอ๋ ทำงานกับเรามา 5 ปีแล้ว คุณภูควรจะจำให้ได้”

ภูมินทร์รับปากจะพยายาม แล้วหันไปหยิบแฟ้มงานบนโต๊ะขึ้นมาอ่าน เจอเส้นผม 2 เส้นอยู่ในเอกสาร กดอินเตอร์คอมฯเรียกยัยขาใหญ่เข้ามาต่อว่า และสั่งให้มัดผมให้เรียบร้อยห้ามปล่อยสยายอีก...

พฤติกรรมเหวี่ยงวีนของเจ้านายสร้างความหวาดหวั่นไปทั่วบริษัท ซึ่งผิดจากการกระทำของสัณชัยลิบลับ นอกจากจะจำชื่อพนักงานทุกคนได้ไม่มีตกหล่น ทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขายังจำได้แม้กระทั่งวันเกิดของพนักงานคนนั้น แถมยังมีซองเงินเป็นของขวัญให้อีกต่างหาก พนักงานพากันชื่นชมถึงขนาดอยากให้เขา

เป็นท่านประธานแทนภูมินทร์ แสงโชติพยายามยุให้พ่อทำอย่างที่พวกพนักงานต้องการ แต่เขากลับไม่สนใจ...

หลังจากซื้อมือถือเครื่องใหม่เสร็จ พิณชนิดาชวนภิชาสินีเดินช็อปปิ้งกันต่อ โชคร้ายมาเยือนเธออีกครั้งเมื่อเจอเอกมาช็อปปิ้งที่เดียวกัน ครั้นจะเดินหนี เขาจับแขนไว้จะขอคุยด้วย พิณชนิดาไม่อยากเสวนากับคนโลเลพยายามดึงมือเขาออก ฟ้ารุ่งไม่รู้มาจากไหนพุ่งเข้าหาอย่างเอาเรื่อง

“ไม่มีที่ไปหรือไง ถึงได้กลับมาแย่งแฟนฉัน” ด่าจบเธอเงื้อมือจะตบ ภิชาสินีปราดมาขวางไว้ ชี้หน้าขู่ หากแตะต้องพี่สาวของตนแม้แต่ปลายเล็บได้เห็นดีกัน ฟ้ารุ่งถึงกับชะงัก

“ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็ดูแลพี่สาวดีๆ อย่าให้มาเที่ยวอ่อยแฟนคนอื่น”

ภิชาสินีไม่พอใจมาก ด่าฟ้ารุ่งกลับเป็นชุด เธออ้าปากจะด่าคืนบ้าง แต่นึกอะไรขึ้นมาได้ ถามพิณชนิดาว่าวันนี้แฟนไม่มาด้วยหรือ เธอนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะรับสมอ้างว่าเขาไม่อยู่ไปทำธุระที่ยุโรป อีกไม่กี่วันก็กลับ ฟ้ารุ่งไม่อยากจะเชื่อว่ามหาเศรษฐีหน้าตาดี คุณสมบัติพร้อมอย่างภูมินทร์จะคิดสั้นคว้าเธอมาเป็นแฟน

“ผู้ชายบางคนเขาไม่ได้มองผู้หญิงที่ภายนอก เขามองที่ใจ” พิณชนิดาโต้ไม่ยอมแพ้

“ถ้างั้นงานแต่งยัยเก๋ พาแฟนไฮโซของเธอมาด้วย ถ้าพามาไม่ได้ ก็แสดงว่าโกหก”

ด้วยความโกรธปนความกลัวเสียหน้า พิณชนิดารับปากฟ้ารุ่ง จะพาภูมินทร์ไปให้ได้ แต่พออารมณ์เย็นลงเธอถึงกับกุมขมับ เพราะไม่รู้จะทำอย่างที่คุยอวดไว้ได้อย่างไร...

พิณชนิดาคิดมากเรื่องจะพาภูมินทร์ไปงานแต่งงานของเก๋จนเก็บเอาไปฝันร้ายว่าถูกฟ้ารุ่งแย่งเขาไป แถมควงไปเปิดตัวกลางงานเลี้ยงว่ากำลังจะแต่งงานกับเขา พิณชนิดารับไม่ได้ กรีดร้องลั่นว่าไม่เป็นความจริง สะดุ้งตื่นเหงื่อท่วมตัว ภิชาสินีพลอยตกใจตื่นไปด้วย ถามว่าเป็นอะไร เธออายที่จะเล่า จึงบอกว่าแค่ฝันไม่ดี

“สวดมนต์แล้วก็นอนซะนะพี่พิณ” ภิชาสินีแนะเสร็จล้มตัวลงนอนต่อ พิณชนิดานอนไม่หลับออกมานั่งฟุบหน้ากับโต๊ะกินข้าว คิดไม่ตกจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี โดยมีปิ่นเพชรนั่งเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ

ooooooo

ขวัญทิพย์เอาขยะมาทิ้งที่ถังขยะหน้าอพาร์ตเมนต์แต่เช้าตรู่ เจอถุงกระดาษดูดีใบหนึ่งวางอยู่ข้างๆ ด้วยความงกหยิบของข้างในออกมาดู เห็นตุ๊กตาเซรามิกเป็นรูปเด็กผู้หญิง หน้าตาน่ารักแต่มีรอยบิ่นเล็กน้อย

“น่ารักจุงเบย ใครกันที่ใจร้ายเอาหนูมาทิ้งไว้ ท่าทางจะแพงซะด้วยนะเนี่ย มาอยู่กับพี่เนอะ”...

พิณชนิดายังคงนั่งฟุบอยู่อย่างนั้นจนเช้า ปิ่นเพชรเห็นท่าไม่ดี รีบตามภิชาสินีไปดูให้ทีว่าเจ๊เป็นอะไรหรือเปล่า เธอเข้าไปเขย่าตัวพี่สาวด้วยความเป็นห่วง พิณชนิดาตกเก้าอี้โครมเนื่องจากหมดสติเพราะไม่ได้หลับมาทั้งคืน ภิชาสินีรีบประคองไปนอนพักที่โซฟา แล้วฝากปิ่นเพชรดูแลเธอแทนตนเองด้วย เพราะมีเรียนช่วงเช้า...

ทางฝ่ายนวลจันทร์เห็นขอบตาคล้ำเป็นหมีแพนด้าของคุณหนูสุดสวาท ร้องทักว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับอีกแล้วหรือ แบบนี้มันไม่ดีต่อสุขภาพ เขาน่าจะไปปรึกษาหมอ ภูมินทร์เคยไปหาแล้ว ยานอนหลับขนานไหนก็ไม่สามารถทำให้เขาหลับได้ วันนี้เขาจะทำงานแค่ครึ่งวัน จะลองนอนตอนกลางวันดูบ้างเผื่อจะหลับ นวลจันทร์ได้แต่มองอย่างเห็นใจ ปูเปรี้ยวที่แอบฟังอยู่ ตาวาวทันที รีบหลบไปโทรศัพท์

“คุณสุดา นี่ปูเปรี้ยวนะคะ”...

ฝ่ายอรรถพรในชุดตำรวจเดินออกจากอพาร์ตเมนต์โดยไม่ล่วงรู้ว่ามีเด็กหญิงคนหนึ่งแต่งตัวเหมือนตุ๊กตาเซรามิกที่ขวัญทิพย์เก็บได้จากถังขยะยืนมองอยู่ก่อนจะเดินตาม ไม่นานนัก ผู้หมวดหนุ่มมาถึงโรงพัก ทั้งจ่าเวร และแม่บ้านต่างทักว่าวันนี้เขาพาหลานสาวมาด้วยหรือ เขาคิดว่าทั้งคู่อำเล่น นั่งทำงานโดยไม่ได้สนใจอะไร...

ในที่สุดโชคก็เข้าข้างพิณชนิดา ปิ่นเพชรเจอนาฬิกาของภูมินทร์ตกอยู่ใต้โซฟา หญิงสาวถึงกับยิ้มออก รู้แล้วว่าจะทำอย่างไรให้เขาไปงานแต่งงานของเก๋กับตนเอง รีบคว้ากระเป๋าถือออกไปทันที

ครู่ต่อมา พิณชนิดามาถึงออฟฟิศของภูมินทร์ แต่ รปภ.ไม่ให้เข้า เนื่องจากเจ้านายยังไม่มาทำงาน เธอพยายาม จะขอที่อยู่ที่บ้านภูมินทร์ เขาก็ไม่ยอมให้แถมไล่ให้กลับไปก่อน แล้วเดินเข้าไปในบริษัท เธอจะตามแต่ประตูปิดเสียก่อน พิณชนิดาพยายามจะเปิดประตูก็เปิดไม่ได้เพราะต้องใช้บัตรพนักงานสแกนตัวล็อก เธอถึงกับยืนเซ็ง จังหวะนั้นก้องภพออกมากับพนักงานคนหนึ่ง

“ฉันจะเอาเอกสารไปให้คุณภูมินทร์เซ็นที่บ้าน”

พิณชนิดาหูผึ่งทันที มองตามก้องภพที่เดินไปขึ้นรถ ก่อนจะโบกเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้ขับตาม...

ทางด้านอรรถพรชักเอะใจ เพราะนอกจากจ่ากับแม่บ้านแล้ว ยังมีแม่ค้าขายข้าวแกงทักอีกว่าทำไมเขาถึงไม่สั่งอาหารกลางวันเผื่อเด็กน้อยที่นั่งข้างๆด้วย คราวนี้ เขาถึงกับหน้าซีด ปากคอสั่นมั่นใจว่าต้องมีผีเดินตามตั้งแต่เช้า รีบพุ่งไปที่รถตัวเอง ตรงไปหาภิชาสินีซึ่งอยู่ที่มหาวิทยาลัย ขอร้องให้เธอช่วยดูทีว่ามีผีเด็กตามเขาหรือเปล่า ปรากฏว่ามีจริงๆ อรรถพรถึงกับตาเหลือกกระโจนไปแอบหลังภิชาสินีด้วยความหวาดกลัว

ooooooo

ขณะที่อรรถพรมีผีเด็กน้อยตามติดเหมือนเป็นเงาตามตัว เปรมสุดาบุกถึงห้องนอนของภูมินทร์เสนอตัว จะนวดน้ำมันอโรม่าให้เขาเพื่อจะช่วยทำให้หลับสบาย นอกจากจะนวดด้วยมือให้แล้ว เธอยังคิดจะเอาตัวนวด ให้เขาอีกด้วย ภูมินทร์รู้ทันสั่งให้เธอติดกระดุมเสื้อ แล้วเชิญให้กลับไปได้แล้ว เขาต้องการจะพักผ่อน

เปรมสุดาเจ้าเล่ห์ แกล้งเซจะเป็นลม หวังจะให้เขารับตัว ภูมินทร์กลับไม่สนใจปล่อยให้เธอล้มกระแทกพื้น เสียงดังตึงสนั่น ปูเปรี้ยวที่รออยู่หน้าห้องจัดแจงเอาหูแนบประตูเพื่อจะได้ยินเสียงในห้องชัดๆ ป่านแก้วถือไม้ขนไก่เข้ามาเห็น นิ่วหน้าสงสัย ก่อนจะเดินเข้ามาเอาไม้ขนไก่แกล้งปัดๆไปทั่วตัวปูเปรี้ยว

“สาระแนทำอะไรอยู่หน้าห้องคุณหนูหา”

ปูเปรี้ยวไม่สนใจ เอาหูแนบประตูต่อไป ป่านแก้ว เอาไม้ขนไก่ปัดหนักมือขึ้น เธอไม่พอใจสั่งให้หยุด แต่ไร้ผล ปูเปรี้ยวรำคาญหันหลังพิงประตูพยายามปัดป้อง ไม้ขนไก่ เป็นจังหวะเดียวกับภูมินทร์เปิดประตูออกมา ทำให้เธอหงายหลังก้นจ้ำเบ้า สองสาวใช้เห็นเจ้านายจอมเฮี้ยบ ก็หน้าเสียรีบคุกเข่ากับพื้นก้มหน้างุดๆ

“มาก็ดีแล้ว ช่วยพาคุณเปรมสุดาไปส่งที่รถที” ภูมินทร์สั่งเสียงเฉียบ

ป่านแก้วกับปูเปรี้ยวมองเข้าไปในห้องเห็นเปรมสุดา นอนหมดสภาพอยู่กับพื้นก็ตกใจ...

อีกมุมหนึ่งหน้าคฤหาสน์ พิณชนิดาเห็นรถของก้องภพแล่นเข้าไปข้างใน รีบสั่งให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างจอดรถ พอเห็นความโอ่อ่าของสถานที่ถึงกับอ้าปากค้าง ตกลงนี่บ้านหรือวังกันแน่ จังหวะนั้น พิณชนิดาเหลือบเห็น ปูเปรี้ยวกับป่านแก้วหิ้วปีกเปรมสุดามาที่รถ จำเปรมสุดาได้ว่าเป็นลูกค้าที่เคยไปดูไพ่ยิปซีให้ รีบหลบมุมแอบดู

“คนที่ยัยนั่นถามคือนายภูมินทร์จอมปากเสียหรือเนี่ย แต่เสียใจด้วยนะ เขาเป็นเนื้อคู่ฉันไม่ใช่เนื้อคู่คุณ” พิณชนิดาหัวเราะสะใจแล้วไปมองอีกด้านหนึ่ง เจอนวลจันทร์จ้องอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง...

ขณะที่ก้องภพเอาเอกสารมาให้ภูมินทร์เซ็น อดถามไม่ได้ว่าเจ้านายนอนไม่หลับอีกแล้วหรือ เขาสังเกต เห็นช่วงที่เจ้านายหายตัวไป รู้สึกว่าช่วงนั้นน่าจะหลับสนิท ที่สุดเพราะเห็นจากสีหน้าตอนเจอกันที่โรงพยาบาลเหมือนคนได้นอนหลับเต็มอิ่ม ภูมินทร์คิดตามคำพูดของเขา แต่ยังไม่ทันจะว่าอะไร นวลจันทร์พาพิณชนิดาเข้ามาเสียก่อน เขาชักสีหน้าไม่พอใจ หาว่าจะมาไถเงิน รีบดันหลังเธอออกนอกตัวบ้าน

“ไอ้บ้า” พิณชนิดาด่าเต็มปากเต็มคำ นวลจันทร์อึ้งเพราะไม่เคยมีสาวที่ไหนกล้าด่าภูมินทร์มาก่อน

ภูมินทร์ขู่ถ้าไม่กลับออกไปดีๆจะโทร.เรียกตำรวจ พิณชนิดารีบหยิบนาฬิกาข้อมือขึ้นมาคืนให้ ยังไม่ทันจะบอกว่าไม่ต้องขอบใจ แต่ขอเปลี่ยนเป็นไปงานแต่งงานเป็นเพื่อนเธอแทนได้ไหม ก็ถูกเขาไล่ตะเพิดเสียก่อน แถมจะให้เงินเป็นค่ารถที่อุตส่าห์เอานาฬิกามาคืน แล้วหันหลังกลับเข้าบ้าน

“ไอ้...ไอ้คนไม่มีมารยาท ไอ้คนไม่รู้จักสำนึกบุญคุณคน ไอ้คนเฮงซวย ทั้งๆที่ฉันเป็นคนช่วยชีวิตนาย ให้นายอยู่ห้องพัก ทำกับข้าวให้นายกิน พานายไปซื้อเสื้อผ้า แล้วนายทำกับฉันแบบนี้ได้อย่างไร” พิณชนิดาด่าเป็นชุด เพิ่งสังเกตเห็นก้องภพกับนวลจันทร์จ้องตาเป๋ง รีบสงบปากสงบคำ

“ผมชื่อก้องภพเป็นผู้ช่วยคุณภูมินทร์ มีเวลาคุยกับผมสักครู่ไหม”...

ทางฝ่ายภูมินทร์เอานาฬิกาวางบนโต๊ะ พึมพำว่าแค่เอานาฬิกามาคืน คิดว่าจะทำให้ตนซาบซึ้งใจหรือ แล้วทิ้งตัวลงบนโซฟา พลันภาพที่ตัวเองนอนหลับสบายบนโซฟาของพิณชนิดาผุดขึ้นมาในความคิด

“ที่แท้ก็เป็นโซฟาของยัยนั่น”

ooooooo

ทั้งก้องภพและนวลจันทร์ต่างชื่นชมพิณชนิดา ที่ช่วยภูมินทร์เอาไว้โดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน นวลจันทร์ขอร้องเธออย่าไปถือสาคุณหนูของตน ที่เขาทำตัวร้ายกาจเพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าจริงๆแล้วเขาเป็นคนอ่อนแอ หากเธอเปิดใจทำความรู้จักกับเขาให้มากกว่านี้ก็จะรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น

“ไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ คุณหนูของคุณไม่อยากเจอหน้าฉันอีกแล้ว” พิณชนิดาว่าแล้วขยับจะไป ภูมินทร์พุ่งออกมาจากบ้าน ร้องห้ามไว้ พร้อมกับยื่นข้อเสนอจะขอซื้อโซฟาของเธอด้วยเงินจำนวนมหาศาล อ้างมันทำให้เขานอนหลับได้ ทีแรกพิณชนิดาทำท่าจะไม่ขายให้ แต่พอนึกถึงงานแต่งงานของเก๋ขึ้นมาได้ก็เปลี่ยนใจ

“ฉันจะขายโซฟาตัวนั้นกับนายก็ได้ แต่ไม่ได้แลกด้วยเงิน นายต้องไปงานแต่งงานเพื่อนฉันกับฉัน”

“ตกลง...แต่การที่คนอย่างภูมินทร์ อัครมโหฬาร ออกงานคู่กับใคร คนนั้นจะต้องไร้ที่ติ”

ด้วยความกลัวจะเสียหน้าที่คุยอวดฟ้ารุ่งเอาไว้เยอะ พิณชนิดาจึงยอมทำตามที่ภูมินทร์ต้องการ...

หลังซักประวัติผีเด็กน้อยคร่าวๆ ภิชาสินีกลับมาหาอรรถพรที่ยืนรออยู่ เขาไม่ทันจะอ้าปากถามอะไร เธอตบหน้าเขาฉาดใหญ่ โทษฐานไม่รับผิดชอบ รักสนุก ปล่อย ให้ฝ่ายหญิงตั้งท้อง แทนที่จะเลี้ยงดูกลับทิ้งขว้างทำเหมือน เด็กน้อยไม่มีชีวิต ผู้หมวดหนุ่มงุนงง ไม่เข้าใจว่าเธอหมายความ ว่าอย่างไร ภิชาสินีสรุปสั้นๆว่าเด็กน้อยคนนี้เป็นลูกสาวของเขา อรรถพรปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เคยทำใครท้อง

ภิชาสินีไม่อยากพูดกับคนไม่รับผิดชอบ จ้ำพรวดๆ เข้ามาในอพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ ผ่านหน้าห้องโถงถึงกับชะงัก เมื่อเห็นบนเคาน์เตอร์มีตุ๊กตาเซรามิกสวมชุดเหมือนผีเด็กน้อยซึ่งขี่คออรรถพรตั้งอยู่ ร้องถามขวัญทิพย์ว่าไปเอาตุ๊กตาตัวนี้มาจากไหน พอรู้ว่าเก็บได้จากกองขยะหน้าอพาร์ตเมนต์ถึงกับอึ้ง
“ขอยืมตุ๊กตาตัวนี้ก่อนนะคะ” ภิชาสินีพูดจบคว้าตุ๊กตาเซรามิกออกไปทันทีโดยมีอรรถพรตามไปติดๆ

เมื่อมาถึงห้องพัก ภิชาสินีเล่าให้ชายหนุ่มฟังว่าผีเด็กน้อยมากับตุ๊กตาตัวนี้ อรรถพรยกมือไหว้ท่วมหัวขอให้แกไปที่ชอบๆ อยากกินอะไรจะทำบุญไปให้ ขอแค่อย่าตามเขาเท่านั้น ภิชาสินีมองไปที่ด้านหลังของเขาไม่เห็นผีเด็กน้อยเกาะอยู่ พลันได้ยินเสียงปิ่นเพชรเหมือนคุยกับใครอยู่ตรงระเบียง รีบคว้าตุ๊กตาเดินไปหา เห็นเขากำลังคุยกับผีเด็กน้อยด้วยท่าทางอายๆ เธอไล่เขาไปเล่นที่อื่น ก่อนจะย่อตัวลงตรงหน้าผีเด็กน้อยซักถามรายละเอียดต่างๆอีกครั้ง ขณะอรรถพรมองภิชาสินีที่กำลังคุยกับความว่างเปล่า ปิ่นเพชรเข้ามาสะกิด

“อย่าบอกนะว่าฉันเห็นผี...แต่นี่มันเด็กผู้ชาย”

ปิ่นเพชรนึกสนุก กลายร่างเป็นตุ๊กแกหลอก อรรถพร กลัวสุดขีดร้องลั่นก่อนจะเป็นลมล้มพับ ภิชาสินีรีบเอายาดมมาอังที่จมูกให้ สักพักผู้หมวดหนุ่ม รู้สึกตัวลืมตาขึ้นมอง ปิ่นเพชรยื่นหน้าพรวดเข้ามา เขาตกใจ โดดผลุงเดียวไปหลบหลังภิชาสินี บอกเสียงสั่นว่าเรื่องเห็นผียังพอน่าเชื่อ แต่เรื่องตุ๊กแกแปลงร่างเป็นเด็ก เหลือเชื่อเกินไป ภิชาสินีปลอบว่าอยู่ๆไปเดี๋ยวก็จะชิน แล้วขอโทษที่ตบหน้าเขา

“เด็กคนนั้นเสียพ่อไปตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ภาพที่แกจำได้ก็คือพ่อใส่ชุดตำรวจ แกก็เลยเข้าใจว่าคุณเป็นพ่อ”

อรรถพรแนะให้ช่วยกันตามหาพ่อให้แก ภิชาสินีทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะพ่อของแกตายไปแล้ว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:53 น.