ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายพยากรณ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภูมินทร์อาบน้ำเสร็จ ออกมาเจอพิณชนิดายืนอยู่หน้าห้องน้ำ โวยวายลั่นว่ามายืนอยู่ตรงนี้คิดจะแอบดูตนอาบน้ำหรือ เธอไม่ได้พิศวาสขนาดนั้นแค่จะบอกให้เขาอยู่แต่ในห้องนอนของเธอ ห้ามออกมาข้างนอกเด็ดขาด วันนี้เธอมีลูกค้า พลันมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น เจ้าของอู่ซ่อมรถโทร.มาแจ้งว่ากระจกรถของเธอแตก

ไม่นานนัก พิณชนิดามาถึงอู่ซ่อมรถ เห็นสภาพกระจกที่แตกในลักษณะเหมือนถูกทุบ พึมพำหน้าเครียด

“หรือจะเป็นไอ้พวกที่ตามล่านายไข่เจียว”...

ขณะที่พิณชนิดาใจคอไม่ดีกับเรื่องที่เกิดขึ้น ปณิตาพาเปรมสุดามาถึงอพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ แต่ดันลืมว่าหมอพิณพูดเลยอยู่ห้องไหน จึงพากันไปถามขวัญทิพย์เจ้าของอพาร์ตเมนต์ที่กำลังใช้ให้แพนเค้กดัดตัวให้

“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าหมอพิณพูดเลยอยู่ห้องไหน”...

ทางฝ่ายภูมินทร์นั่งอยู่ในห้องนอนของพิณชนิดาอยู่นานสองนานชักเมื่อย ลุกขึ้นไปหยิบรูปถ่ายเจ้าของห้องกับน้องสาวที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

“เธอเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้คนอย่างฉันอยู่แต่ในห้อง คิดว่าจะสั่งฉันได้หรือไงหา” ภูมินทร์บ่นเสร็จเดินไปเปิดประตูห้อง แต่เปิดไม่ออก “เฮ้ย...ปิดประตูขัง มันจะป่าเถื่อนเกินไปแล้ว”

ที่ภูมินทร์เปิดประตูไม่ได้ ไม่ใช่เพราะพิณชนิดาล็อกกุญแจ แต่ปิ่นเพชรดึงประตูเอาไว้ เนื่องจากได้รับคำสั่งจากพี่สาว ห้ามให้เขาออกจากห้องเด็ดขาด ภูมินทร์พยายามเปิดประตูจนหอบก็ไม่สำเร็จ

“ถ้าฉันจำได้เมื่อไหร่ว่าตัวเองเป็นใคร ฉันจะแจ้งตำรวจให้จับเธอ ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว” เขาล้มเลิกความตั้งใจจะออกไปข้างนอก เดินสำรวจในห้องแทนที่ รื้อไปค้นมาเจอไดอารี่ของพิณชนิดา

“ยัยประหลาดนั่นเขียนไดอารี่ด้วยหรือ คิขุจริงนะ”

ภูมินทร์ค่อยๆไล่ดูไปทีละหน้าๆ จนเจอรูปครอบครัวพ่อ แม่และป้าซึ่งถ่ายภาพร่วมกับพิณชนิดาและภิชาสินีตอนเด็กๆ ก็หยิบขึ้นมาดูแล้วก้มอ่านข้อความในไดอารี่

“วันนี้เป็นวันครบรอบ 2 ปีที่พ่อแม่ฉันจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์”

ตอนนั้นเจ้าของไดอารี่อายุแค่ 10 ขวบ นั่งอยู่กับภิชาสินีวัย 5 ขวบที่เบาะหลังรถ ปราชญ์เป็นคนขับ โดยมี กานต์กมลนั่งเบาะข้างๆ เด็กน้อยสองคนร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน พอเพลงจบ ปราชญ์หอมแก้มลูกๆเป็นรางวัล พิณชนิดาได้รางวัลฟอดใหญ่จากพ่อก่อน

ขณะเขาหันหน้าไปหอมแก้มภิชาสินี เป็นจังหวะเดียวกับรถสิบล้ออีกฝั่งถนนแล่นกินทางเข้ามา กานต์กมลตกใจร้องเตือนเสียงลั่นให้ระวัง ปราชญ์หันไปเห็นรถบรรทุกก็รีบหักพวงมาลัยหลบ รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

“อุบัติเหตุครั้งนั้น เราสองพี่น้องรอดตายราวกับปาฏิหาริย์ แต่ฉันกลับรู้สึกว่าฉันเหมือนตายทั้งเป็นมากกว่า” ชายหนุ่มอึ้งกับสิ่งที่ได้อ่าน ทันใดนั้นมีเสียงกดออดดังขึ้น

ooooooo

ปณิตาลองกดออดอีกครั้ง ยังคงเงียบไม่มีใคร เปิดรับ เปรมสุดาตั้งข้อสังเกต หมอพิณพูดเลยอาจลืมนัดก็ได้ ปณิตาชักหงุดหงิดจะลืมได้อย่างไรในเมื่อเพิ่งคุยกันเมื่อเช้า แล้วกดออดรัวไม่ยั้ง

ภูมินทร์ซึ่งถูกขังอยู่ในห้องนอนนิ่วหน้าแปลกใจ “ยัยประหลาดนั่นไม่อยู่หรือไง ถึงปล่อยให้คนกดกริ่งไม่หยุด...ไอ้ประตูบ้านี่ก็เปิดไม่ออกอยู่ได้” แล้วพยายาม กระชากประตูให้เปิด แต่ไร้ผลเพราะปิ่นเพชรดึงเอาไว้

“เมื่อไหร่เจ๊จะกลับมา เค้าจะไม่ไหวแล้วนะ” ผีเด็กน้อยบ่นอุบ...

ความโชคร้ายยังมาเยือนพิณชนิดาไม่หยุดหย่อน เจ้าของอู่ซ่อมรถปฏิเสธความรับผิดชอบ เธอโวยลั่น ไม่รับผิดชอบได้อย่างไรในเมื่อเขาดูแลรถของเธอไม่ดี เขาชี้ไปที่ป้ายซึ่งเขียนข้อความตัวใหญ่เป้ง

“ถ้ามีความเสียหายใดๆเกิดขึ้นภายในอู่ ทางอู่จะไม่รับผิดชอบเพราะที่นี่ไม่ใช่ที่ฝากรถ” พิณชนิดาอ่าน ป้ายอย่างเซ็งจัด อารามเป็นห่วงเรื่องรถ หมอดูสาวเพิ่งนึกได้ว่านัดกับปณิตาไว้ รีบวิ่งหน้าตื่นออกจากอู่...

ระหว่างที่พิณชนิดาปวดตับกับความซวยซ้ำซวยซากของตัวเอง ภิชาสินีตามหาลูกของผีผู้หญิงที่ชุมชนแออัดอีกครั้ง พบว่าเด็กน้อยรอแม่กลับจากซื้อข้าวไม่ไหว

ออกไปคุ้ยขยะหาของกินแล้วเกิดเป็นลมหมดสติ พวก ชาวบ้านได้แต่ยืนดูพร้อมกับก่นด่าแม่ใจยักษ์ที่ทิ้งให้ลูกต้องอดอยาก ภิชาสินีโกรธจัดหันไปต่อว่า

“ถ้าไม่รู้อะไรก็ไม่ต้องพูด แทนที่จะมานั่งด่าเขา ช่วยเด็กก่อนไม่ดีกว่าหรือ มีน้ำใจกันบ้างหรือเปล่า” ภิชาสินีต่อว่าเสร็จ อุ้มเด็กน้อยไปส่งโรงพยาบาลทันที...

กว่าพิณชนิดาจะถึงห้องพักตัวเอง ปณิตาและเปรมสุดาก็กลับไปแล้ว เธอกลัวจะเสียความน่าเชื่อถือที่นัดแล้วไม่เป็นนัด คว้าโทรศัพท์จะโทร.ไปขอโทษ แต่ต้องเงื้อมือค้างเมื่อได้ยินเสียงปิ่นเพชรร้องเรียกด้วยเสียง

อันแหบแห้ง เธอหันมองตามเสียง เห็นเด็กน้อยนั่งหมดสภาพพิงประตูห้องนอนอยู่ รีบวิ่งไปหา

“ปิ่นเพชร พี่ขอโทษ พี่ลืมไปเลย ว่าแต่นายนั่นยังอยู่ในห้องใช่ไหม” พิณชนิดาเห็นเด็กน้อยพยักหน้ารับ ลูบหัวน้องชายพร้อมกับขอบใจแล้วเปิดประตูห้องเข้าไป ถึงกับผงะเมื่อเห็นภูมินทร์รื้อข้าวของส่วนตัว ทั้งอัลบั้มรูปถ่ายทั้งไดอารี่เกลื่อนไปทั้งห้อง แถมยังนั่งวิจารณ์รูปถ่ายของเธอตอนเด็กๆอยู่บนเตียงอย่างสนุกปาก เธอด่าเขาว่าไม่มีมารยาท รื้อข้าวของของคนอื่น แถมยังอ่านไดอารี่ของเธออีก

“ใช่ มันทำให้ฉันรู้ว่าไม่ใช่แค่ฉันที่เห็นเธอเป็นตัวประหลาด แต่เพื่อนๆที่โรงเรียนก็เรียกเธอกับน้องสาวว่ายัยประหลาดด้วยเหมือนกัน” พูดจบ เขาหัวเราะชอบใจ พิณชนิดาโกรธ เอาไดอารี่ฟาดแขนอย่างแรง

ภูมินทร์โวยลั่นมาตีเขาทำไม เธอสั่งสอนมารยาทแทนพ่อแม่ของเขาที่คงไม่เคยสั่งสอนแล้วไล่ฟาดซ้ำอุตลุด เขาจับแขนสองข้างของเธอไว้ไม่ให้ตี เธอเลยเตะหน้าแข้งเขาแทน ภูมินทร์เจ็บมากดันเธอจนล้มลงบนเตียงแล้วขึ้นคร่อมกดแขนสองข้างของเธอเอาไว้ พิณชนิดาดิ้นจนหมดแรงสู้ สั่งให้ปล่อย

“เพราะเธอเป็นแบบนี้ ทั้งพ่อแม่ทั้งป้าของเธอ ถึงทิ้งเธอไปหมด” ภูมินทร์รู้ตัวว่าพูดแรงไปรีบปล่อยเธอเป็นอิสระ ยังไม่ทันจะขอโทษถูกเธอตบหน้า ก่อนจะไล่ออกจากห้อง ทันทีที่เขาลับสายตา เธอร้องไห้โฮ

ooooooo

ภิชาสินีนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงเด็กน้อยที่ยังนอนหลับไม่ได้สติ พยาบาลให้น้ำเกลือเด็กน้อยเสร็จหันมาบอกเธอว่า หมดน้ำเกลือขวดนี้ก็กลับบ้านได้ สักพักเด็กน้อยละเมอเรียกหาแม่ ก่อนจะสะดุ้งตื่น เห็นภิชาสินีนั่งเฝ้าอยู่ ถามว่าเป็นใคร แม่ของตนไปไหน ภิชาสินีน้ำตาซึมด้วยความสงสาร

“พี่เป็นเพื่อนของแม่หนูจ้ะ แม่ของหนู...เอ่อไปสวรรค์แล้ว”

ผีผู้หญิงปรากฏตัวขึ้นข้างเตียงมองลูกด้วยความเสียใจ ภิชาสินีบอกทั้งน้ำตาว่าแม่ของหนูเป็นห่วงหนูมาก ท่านเสียใจที่อยู่ดูแลหนูต่อไปไม่ได้ ท่านยังฝากมาบอกด้วยว่ารักหนูที่สุด

“พี่เห็นแม่หนูหรือ แม่หนูอยู่ไหน”

“อยู่ข้างๆหนูนั่นแหละ” ภิชาสินีชี้ไปยังทิศทางที่ผีผู้หญิงยืนอยู่ เด็กน้อยมองตามมือ แล้วบอกแม่ว่าแกก็รักแม่เช่นกัน แม่ไม่ต้องเป็นห่วง แกโตแล้วดูแลตัวเองได้ ภิชาสินีเจ็บปวดใจที่เห็นเด็กตัวแค่นี้พยายามเข้มแข็ง ดึงแกมากอดไว้แน่น โดยไม่รู้ว่าอีกมุมหนึ่งของโรงพยาบาล อรรถพรมาช่วยเล่นกีตาร์ให้เด็กที่ป่วยเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายได้ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน เด็กๆชอบใจ มากไม่อยากให้เขากลับ จะขอร้องเพลงอีก

“วันนี้พี่เตรียมมาสามเพลง ถ้ายังไงคราวหน้าพี่จะเตรียมมาห้าเพลงเลย แต่ทุกคนต้องสัญญากับพี่นะครับว่า อาทิตย์หน้าเราจะมาเจอกัน เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องทำอะไร”

“กินข้าวให้หมด นอนแต่หัวค่ำ กินยาให้ตรงเวลา” เด็กๆตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ถูกต้อง เก่งมาก ตบมือให้ตัวเอง” อรรถพรกับเด็กๆและพยาบาลตบมือให้กัน ครู่ต่อมา อรรถพร สะพายกีตาร์เดินมาตามทางจะออกจากโรงพยาบาล เจอภิชาสินีนั่งก้มหน้าร้องไห้อยู่กับพื้นถนนก็เข้าไปทัก

เธอไม่ชอบขี้หน้าเขาเป็นทุนเดิม จัดแจงลุกหนี เขารีบตามไปคว้าแขนไว้ ยื่นจมูกดมๆไปทั่วตัว หาว่าถ้าเธอไม่เมาเหล้าก็ต้องเมายา ภิชาสินีดันหน้าเขาออก ปฏิเสธว่าไม่ได้เมาอะไรอย่างที่เขาว่า แล้วสั่งให้ปล่อย

“ถ้างั้นก็ตอบมาว่ามานั่งทำอะไรตรงนี้”

หญิงสาวยังไม่ทันจะตอบคำถาม ต้องชะงัก เมื่อเห็นผีชายแก่ยืนหน้าเศร้าข้างหลังอรรถพร แค่ละสายตาแวบเดียว มองไปอีกทีเขาหายไปแล้ว ถามผู้หมวดหนุ่มเสียงเครียดว่าเคยฆ่าใครไหม เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ

“แล้วลุงคนนั้นเป็นใคร” ภิชาสินีพึมพำกับตัวเอง อรรถพรเห็นเธอพูดคนเดียวยิ่งมั่นใจว่าต้องเมายา จับใส่กุญแจมือลากตัวเข้าไปในโรงพยาบาล เพื่อให้ตรวจหาสารเสพติด ปรากฏว่าไม่พบอะไร ภิชาสินีสั่งให้เขาเอากุญแจมือออก แล้วเตรียมตัวถูกถอดยศได้เลย เพราะเธอจะร้องเรียนเจ้านายของเขาเรื่องที่เขาพยายามยัดข้อหาโดยไม่มีหลักฐาน อรรถพรหน้าเสีย ขอร้องไม่ให้ทำอย่างนั้น แต่เธอไม่ฟังจ้ำอ้าวไม่เหลียวหลัง...

ยอดกับวัตรเซ็งจัดเมื่อรู้จากเจ้าของอู่ซ่อมรถว่าเจ้าของรถเต่ามาแล้วไปแล้วและเขาไม่ได้ให้เบอร์โทร.ของยอดไปด้วย เพราะถูกเธอด่าเนื่องจากรถถูกทุบกระจก และวันพรุ่งนี้เธอจะให้รถมาลากไปซ่อมที่อื่น วัตรกับยอดหน้าเครียดไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี จังหวะนั้น สัณชัย โทร.มาถามยอดว่าได้ข่าวคืบหน้าบ้างไหม

“ผมยังไม่รู้เลยครับว่าใครเป็นเจ้าของรถ” ยอดสะดุ้งก่อนจะวางสาย แล้วบอกวัตรว่าเจ้านายให้เวลาเราอีกสามวัน “เมื่อครู่นี้ไอ้เจ้าของอู่บอกว่าเจ้าของรถเต่าจะเข้ามาเอารถวันพรุ่งนี้ ถ้างั้นเราก็เฝ้ามันที่นี่แหละ”

ooooooo

อรรถพรพยายามขอร้องให้ภิชาสินีล้มเลิกความตั้งใจจะเอาเรื่องตน ตั้งแต่โรงพยาบาลยันถึงอพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ แต่เธอเดินลิ่วไม่สนใจจนมาถึงหน้าห้องพักตัวเอง กำลังจะเปิดประตูเข้าไป ผู้หมวดหนุ่มเอามือยันประตูไว้ไม่ให้เปิด จนกว่าเธอจะเปลี่ยนใจไม่ฟ้องเจ้านายของเขา ภิชาสินีถามเยาะๆว่ากลัวหรือ

“ผมไม่ได้กลัว แต่...ผมเพิ่งได้ตำแหน่งยังมีอนาคตอีกไกล ผมไม่อยากต้องมาหมดอนาคตเพราะคุณ”

ภิชาสินีไม่พอใจ ถ้าพูดแบบนี้เธอจะโทร.หาเจ้านายของเขาเดี๋ยวนี้เลยไม่ต้องรอถึงเช้า อรรถพรตาเหลือก รีบขอโทษที่เข้าใจเธอผิด หวังว่าเธอคงจะพอใจ ภิชาสินียังไม่พอใจ แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะให้เขาทำอย่างไรให้ตนเองพอใจ ไว้นึกออกแล้วจะบอก ดันตัวเขาพ้นทางก่อนจะเข้าห้องปิดประตูใส่หน้า หญิงสาวยังไม่ทันจะขยับพ้นประตู ปิ่นเพชรเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาฟ้อง

“นายไข่เจียวของเจ๊พิณก่อเรื่อง ทำเอาเจ๊พิณโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนลืมให้ข้าวเค้าเลย”

ภูมินทร์ที่นั่งท้องร้องจ๊อกๆอยู่บนโซฟา เห็นภิชาสินีกลับมาก็ดีใจ สั่งให้หาอะไรให้กินหน่อย เธอไม่สนใจเดินผ่านไปหน้าตาเฉย เขาบ่นไล่หลังทั้งหงุดหงิดทั้งหิวว่าประหลาดพอกันทั้งพี่ทั้งน้อง ภิชาสินีเข้ามาในห้องนอนเห็นข้าวของในห้องกระจุยกระจาย ถามพี่สาวที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงว่านายนั่นทำอะไร

“เขาไม่ได้ทำ แต่คำพูดของเขาทำให้พี่นึกถึงเรื่องเก่าๆ”

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของพิณชนิดา หลังจากพ่อแม่ตาย เธอกับน้องก็ไปอยู่กับ พัณทิพาผู้เป็นป้า แต่อยู่ได้ไม่กี่ปีป้าก็มาด่วนจากไปในงานศพของท่าน เธอได้ยินแขกในงานสองคนนินทาว่าร้ายว่าเธอกับน้องเป็นตัวซวยเป็นมารมาเกิด ทำให้พ่อกับแม่ตายไม่พอ มาอยู่กับป้าป้าก็มาตายไปอีกคนหนึ่ง

คำพูดเหล่านี้ พิณชนิดาจำได้ดีเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน และจากนั้นเป็นต้นมา คนรอบข้างก็มองเราสองคนพี่น้องเป็นตัวประหลาด มันไม่ใช่ความผิดเราสักหน่อยที่พวกท่านต้องมาตาย ภิชาสินีกุมมือพี่สาวไว้

“วันนี้ภิไปเจอเด็กคนหนึ่ง แม่แกตายมาสองวันแล้ว แต่เด็กคนนั้นไม่รู้ พอแกรู้ว่าแม่แกตาย แกพูดอะไร พี่รู้ไหม แกบอกให้แม่ไม่ต้องห่วง แกจะดูแลตัวเอง เด็กตัวนิดเดียวยังเข้มแข็ง เราตัวโตกว่าตั้งเยอะ เราก็ต้องเข้มแข็งนะพี่” คำพูดให้กำลังใจของน้องสาว ทำให้พิณชนิดารู้สึกดีขึ้นพลอยทำให้ภิชาสินีสบายใจไปด้วย

“แล้วพี่จะทำยังไงต่อไปกับนายไข่เจียว”

“มันต้องมีบทลงโทษนิดหน่อย สำหรับความปากเสียของนายนั่น” พิณชนิดายิ้มเจ้าเล่ห์...

ขณะที่สองศรีพี่น้องเตรียมแผนไว้แก้เผ็ดภูมินทร์ ปิ่นเพชรนั่งกอดอกจ้องหน้าภูมินทร์ด้วยความแค้นที่ทำให้ตัวเองอดกินข้าว กลายร่างเป็นตุ๊กแกโดดไปอยู่บนตัก แม้จะตกใจ แต่เขาไม่กลัวอีกแล้ว จับหางตุ๊กแกขึ้นมาด้วยท่าทางรังเกียจ ก่อนจะเหวี่ยงออกไปนอกหน้าต่าง ปิ่นเพชรกลายเป็นฝ่ายตกใจเสียเองร้องเสียงลั่น

ไม่นานนัก พิณชนิดาและภิชาสินีออกมาจากห้องนอน ภูมินทร์หันไปต่อว่าว่ากว่าจะออกมาได้ เขาหิวไส้จะขาดอยู่แล้ว สองพี่น้องแกล้งไม่ได้ยิน ชวนกันออกไปหาอะไรอร่อยๆกิน แล้วพากันลั้ลลาออกจากห้อง

“แกล้งทำเป็นไม่เห็นเรา นึกว่าเราจะง้อหรือ หากินเองก็ได้” ภูมินทร์หัวเสียมาก

ooooooo

ครู่ต่อมาพิณชนิดาเดินสีหน้ายิ้มแย้มออกมากับภิชาสินี เนื่องจากถูกใจที่แกล้งภูมินทร์สำเร็จ แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นปิ่นเพชรนอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นหน้าอพาร์ตเมนต์ ถามว่ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้

“นายไข่เจียวของเจ๊พิณน่ะสิ”

จากนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็พรั่งพรูออกจากปากเด็กน้อย...

ขณะที่พิณชนิดาเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมแย่ๆ ของภูมินทร์ ปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพาก็ฝึกวิชาเคลื่อนย้ายของสำเร็จ เจ้าที่ประจำตรอกแคบๆยังใจดี สอนวิชาเพิ่มเติมให้อีกสองอย่าง คือการทำของให้ลอยกับการสิงร่าง ผีทั้งสามตนไม่รอช้า รีบกลับมาที่ห้องพักของพิณชนิดา พบว่าเจ้าของห้องทั้งสองคนไม่อยู่

ปราชญ์สบช่อง เชิญชวนให้กานต์กมลและพัณทิพาใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาเล่นงานภูมินทร์ โดยเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ทำห่อขนมที่วางอยู่บนโต๊ะหล่นลงพื้น ภูมินทร์ไม่รู้สึกรู้สมอะไร หยิบมาวางไว้อย่างเดิม ก่อนจะคว้ารีโมตฯมาเปิดทีวี แล้ววางไว้บนโต๊ะ กานต์กมลแผลงฤทธิ์ให้รีโมตฯลอยเหนือโต๊ะ เป็นจังหวะที่ภูมินทร์ก้มหยิบนิตยสาร ก็เลยไม่เห็น เธอเพ่งสมาธินานไปจนหน้าจะมืด ทำต่อไม่ไหว ปล่อยให้รีโมตฯตกพื้น

“หล่นได้ไง” ภูมินทร์มองรีโมตฯงงๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปเก็บ

ผีสามตนถึงกับเซ็งที่ทำให้ภูมินทร์กลัวไม่ได้ พัณทิพาจึงอาสาจะใช้วิชาสิงร่างจัดการ แล้วทั้งสามตนก็พากันหายตัวไปโผล่ที่ห้องโถงของอพาร์ตเมนต์ พัณทิพาตั้งใจจะสิ่งร่างขวัญทิพย์ แต่แพนเค้กเข้ามาขวางเสียก่อน ก็เลยถูกสิงร่างแทนที่ ครั้นจะออกจากร่างนี้แล้วไปสิงขวัญทิพย์ก็ทำไม่ได้เพราะสิงร่างได้แค่วันละครั้งเท่านั้น พัณทิพาในร่างแพนเค้ก จึงขึ้นลิฟต์ไปที่ห้องพักของพิณชนิดาอย่างเสียไม่ได้...

ในเวลาเดียวกัน ภิชาสินีกับปิ่นเพชรทนฟังเสียงร้องคาราโอเกะแสนจะเพี้ยนของพี่สาวไม่ไหว บอกให้พอได้แล้ว เราปล่อยนายไข่เจียวไว้ที่ห้องนานเกินไปเกิดเขาโมโหแล้วทำลายข้าวของขึ้นมา เราจะซวยกันอีก

“มันก็จริง แล้วทำไมภิเพิ่งมาบอก” พิณชนิดาว่าแล้ว เรียกบ๋อยมาเก็บเงิน...

ไม่กี่อึดใจ พัณทิพาในร่างแพนเค้กมากดออดห้องพักของพิณชนิดา ทันทีที่ภูมินทร์หรือนายไข่เจียว เปิดประตูรับ พัณทิพาทำตากลับเห็นแต่ตาขาว พร้อมกับไล่ตะเพิดเขาออกไป ปราชญ์กับกานต์กมลที่ปรากฏตัวขึ้นมายืนข้างๆ พากันชมไม่หยุดปากว่าแสดงได้เก่งมาก แต่ภูมินทร์กลับไม่กลัว หาว่าเป็นแค่มุกเด็กๆ

“เด็กเหรอ...งั้นฉันจะโชว์ของจริงให้ดู” พูดจบพัณทิพากระโดดเกาะผนัง ไต่ขึ้นเพดานอย่างรวดเร็ว ภูมินทร์ช็อกเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น ปราชญ์และกานต์กมลอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอไปเรียนทำแบบนั้นมาจากไหน

“ไม่รู้สินะ อยู่ๆมันก็ทำได้เอง...นายนั่นได้กลัวหัวหดจนไม่กล้าอยู่ที่นี่แน่” พัณทิพามองภูมินทร์สะใจ...

ไม่นานนัก ภูมินทร์รู้สึกตัวตื่นขึ้น เห็นพี่น้องสองสาวก้มหน้ามองอยู่ ถึงกับลุกพรวดขึ้นนั่ง กวาดตาไปรอบห้องสีหน้าตื่นๆ พิณชนิดาตำหนิ หากง่วงมากก็ควรจะไปนอนที่โซฟาไม่ใช่ไปนอนหน้าห้อง เธอกับน้องต้องช่วยกันแบกเขาเข้ามา ภูมินทร์พาลคิดไปว่าผีที่เห็นเมื่อครู่เป็นแค่ความฝัน ปราชญ์ถึงกับเซ็ง

“มันคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือความฝัน...โอ้! มายก๊อด”

ooooooo

สิรวิทย์กลัวเปรมสุดาจะทุกข์ใจกับการหายไปของภูมินทร์ ก็เลยแวะซื้อโจ๊กของโปรดไปฝากพร้อมกับมาเป็นกำลัง ใจ เธอรู้ว่าเขามีใจให้ จัดแจงโปรยเสน่ห์ใส่เผื่อไว้เป็นตัวเลือกอีกตัวหนึ่งนอกจากแสงโชติ ปณิตารู้ทันลูกสาว เตือนว่าจะบริหารเสน่ห์อะไรก็ให้เลือกบ้าง เธอคุยว่าสิรวิทย์ไม่ใช่ไก่กาที่ไหน เป็นถึงเจ้าของบริษัท

“เป็นเจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยเนี่ยนะจะมีเงินสักกี่มากน้อยเชียว แม่ว่าคุณแสงโชติยังดีซะกว่า”

“สุดาก็แค่ขำๆ ไม่ได้คิดจะจริงจังเพราะยังไงคนที่สุดาจะแต่งงานด้วยก็คือภูคนเดียวเท่านั้น” พูดยังไม่ทันขาดคำ พิณชนิดาโทร.เข้ามือถือของเปรมสุดา ขอโทษที่เมื่อวานผิดนัด พอดีมีธุระที่เลี่ยงไม่ได้

“คุณว่างวันไหน พิณจะไปดูให้ที่บ้าน...วันนี้!...เออ ไม่ใช่ไม่ว่างค่ะ ได้ค่ะได้ ถ้าไงรบกวนคุณไลน์แผนที่บ้านมาให้พิณด้วยนะคะ” พิณชนิดาวางสาย สีหน้าครุ่นคิด “ต้องให้ใครไปที่อู่แทน ยัยภิก็ไปเรียนเสียด้วยสิ”

พิณชนิดานิ่งคิดไปอึดใจ แล้วนึกถึงหนึ่งขึ้นมาได้ รีบไปขอร้องเขาช่วยไปเอารถที่อู่ซ่อมรถให้ หนึ่งไม่ขัดข้องยินดีทำให้เธอทุกอย่างต่อให้ต้องไปคว้าเดือนคว้าดาวก็จะไป เธอเพิ่งนึกได้ว่าไม่ควรทิ้งนายตัวแสบไว้ในห้องตามลำพัง เกรงจะก่อเรื่องให้ปวดหัวอีก จึงขอร้องให้เขาเอานายนั่นไปด้วย

หลังจากหนึ่งตอบตกลงโดยไม่มีอิดออด พิณชนิดากลับมาที่ห้องเพื่อบอกเรื่องนี้กับภูมินทร์ แต่เขายืนกรานจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น หญิงสาวร้องเรียกปิ่นเพชรให้มาจัดการ เด็กน้อยโผล่มาจากด้านหลังเธอ แล้วกลายร่างเป็นตุ๊กแกต่อหน้าต่อตา เขาถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่าเล่นกลหรือ ปิ่นเพชรกลายร่างกลับมาเป็นเด็กน้อยอีกครั้ง ภูมินทร์ชะงัก มองอย่างไม่เชื่อสายตา พิณชนิดาอธิบายว่าปิ่นเพชรคือตุ๊กแกเจ็ดสี

“ฉันไม่มีทางเชื่อ เด็กจะกลายเป็นตุ๊กแกได้อย่างไร เธอกับไอ้เด็กนี่กำลังเล่นกลหลอกฉัน” ภูมินทร์พูดจบ ค้นตัวปิ่นเพชรเพื่อหาตุ๊กแกที่ซ่อนไว้ เด็กน้อยสุดทนกับการค้นตัวของเขาวิ่งหนีออกไปทันที ไม่ว่าพิณชนิดาจะนั่งยันนอนยันว่าปิ่นเพชรเป็นตุ๊กแกแปลงกายได้จริง ภูมินทร์ก็ไม่ยอมเชื่อ เธอจึงต้องใช้วิธีข่มขู่แทนที่

“เชื่อหรือไม่เชื่อนายก็ต้องออกไปกับหนึ่ง ไม่อย่างนั้นเตรียมอดข้าวอดน้ำ นอนข้างถนนได้เลย”...

“ผมหนีไปอยู่บ้านเพื่อนเป็นอาทิตย์ กลับมาอีกที ปู่ผมก็จากไปแล้ว ปู่ป่วยเป็นโรคปอดติดเชื้อ แล้วลามเข้ากระแสเลือด คนแถวบ้านเล่าให้ฟังว่าปู่มายืนรอผมหน้าบ้านทุกวัน ช่วงนั้นเป็นหน้าฝน ปู่เริ่มจากปอดบวมแล้วไม่ยอมไปรักษาเพราะ...กลัวผมกลับมาบ้านแล้วไม่เจอ จนในที่สุด...” พูดได้แค่นั้น อรรถพรรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกคอหอย ภิชาสินีมองเขาอย่างเห็นใจ ไม่นานนัก อรรถพรขับรถพาภิชาสินีมาถึงบ้านของปู่

เธอเห็นวิญญาณของท่านรออยู่หน้าบ้าน เร่งให้ผู้หมวดหนุ่มเข้าไปข้างใน เขาถามด้วยเสียงเศร้าว่าปู่ต้องการให้เขากลับมาเพื่อจะด่าว่าที่เขาเป็นต้นเหตุให้ท่านต้องตายใช่ไหม ท่านคงเกลียดเขามาก ภิชาสินีมองชายแก่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาบอกเขาว่าท่านไม่เคยโกรธเขา ท่านรักเขามาก ชายหนุ่มกลั้นน้ำตาไม่ไหว

“ผมขอโทษครับปู่ ผมขอโทษ ผมไม่ได้เกลียดปู่ ผมรักปู่ ผมขอโทษ”

“ท่านรู้ค่ะว่าคุณไม่ได้ตั้งใจพูด ตอนนั้นคุณยังเด็ก ท่านขอร้องให้คุณเลิกโทษตัวเอง ยิ่งคุณเป็นทุกข์ท่านก็ทุกข์เป็นห่วงคุณ ไปเกิดไม่ได้สักที ที่ท่านให้คุณมาที่นี่ ก็เพราะมีบางอย่างที่ท่านอยากจะมอบให้” ภิชาสินีหันมองปู่อีกครั้ง ก่อนจะพาอรรถพรไปที่หีบไม้โบราณ บอกว่าลูกกุญแจอยู่ใต้หีบใบนั้น อรรถพรหยิบกุญแจมาไข พบว่าข้างในหีบมีสมุดบัญชีธนาคาร

“คุณปู่เก็บเงินไว้ให้คุณ ท่านย้ำว่าอย่าเอาไปซื้อมอเตอร์ไซค์ น้องชายของท่านเสียเพราะขี่มอเตอร์ไซค์ สิ่งสุดท้ายท่านขอให้คุณจงให้อภัยตัวเอง ปล่อยอดีตให้ผ่านไป ท่านถึงจะจากไปอย่างสบายใจ”

ทันทีที่อรรถพรรับปากจะไม่เจ็บปวดกับอดีตอีกต่อไป ผีปู่ยิ้มมีความสุข ก่อนร่างจะสลายเป็นควันสีทองลอยขึ้นไปบนฟ้า ภิชาสินีมองตาม รู้สึกดีไปด้วยที่ได้ช่วยปลดปล่อยวิญญาณอีกดวงหนึ่ง ก่อนจะหันไปบอกอรรถพรว่าปู่ของเขาไปดีแล้ว และชี้ไปที่หน้าต่าง เขาวิ่งไปที่นั่นตะโกนไล่หลัง

“ชาติหน้า เราเกิดมาเป็นปู่เป็นหลานกันอีกนะครับ ผมรักปู่”...

การกลับมาบ้านปู่ครั้งนี้นอกจากจะได้ปรับความเข้าใจกับปู่ อรรถพรยังได้รู้อีกว่าที่ภิชาสินีมักจะพูดคนเดียวอยู่บ่อยๆที่แท้เธอคุยกับผี ความสามารถนี้เป็นมาตั้งแต่เธอ 5 ขวบหลังจากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ แรกๆเธอกลัวมาก แต่พอเห็นผีบ่อยๆก็ชิน ยกเว้นมาในสภาพเละจริงๆ และที่สำคัญไม่มีใครรู้เรื่องนี้แม้แต่พี่สาวของเธอ อรรถพรแปลกใจ ทำไมถึงไม่บอกคนอื่น เธอเคยบอกตอนเด็กๆ แต่ถูกจับตัวส่งโรงพยาบาลประสาท

“เลยไม่กล้าบอกใครอีก กลัวโดนหาว่าบ้า”

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน พิณชนิดากำลังจะเปิดหนังสือพิมพ์ ถึงหน้าประกาศคนหายที่ลงรูปภูมินทร์ แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นภูมินทร์กดรีโมตทีวีไปที่ช่องข่าวดารา มีข่าวแอบกิ๊กกันของเหล่าดารา เธอเลยวางหนังสือพิมพ์หันไปสนใจทีวีแทน เขาไม่ชอบดูอะไรไร้สาระ กดเปลี่ยนไปดูช่องที่นักข่าวกำลังวิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจและการเงิน

อยู่ๆภูมินทร์เกิดปวดท้องขึ้นมาปัจจุบันทันด่วน วิ่งปรู๊ดไปเข้าห้องน้ำ ปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพา มองตาม ก่อนจะหันไปสนใจทีวี นักข่าวรายงานว่าดัชนีหุ้น ของบริษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังร่วง สาเหตุจากนายภูมินทร์ ประธานใหญ่ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แล้วขึ้นภาพนายไข่เจียวประกอบข่าว

“แม้จะประกาศหาตัว แต่ยังไร้เบาะแส หลายฝ่ายคาดว่านายภูมินทร์ นักธุรกิจหมื่นล้านน่าจะปลอดภัย หากผู้ใดพบเห็นชายในภาพ กรุณาแจ้งเบอร์ที่ขึ้นด้านล่างนี้”

พิณชนิดาตะลึงอ้าปากค้าง ผีสามตนก็เช่นกัน ที่รู้ว่านายตัวแสบปากเสียเป็นมหาเศรษฐี ปิ่นเพชรเตือนเธอรีบโทร.แจ้งญาติมารับตัวนายนั่น พวกเราจะได้อยู่กันอย่างสงบสุขสักที พิณชนิดาเห็นด้วยรีบโทร.ตามเบอร์ที่ทีวีให้ไว้ โชคไม่ดีที่สัณชัยลืมมือถือทิ้งไว้ แสงโชติเป็นคนรับสายแทน เธอนัดให้มารับภูมินทร์ที่อพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์วันพรุ่งนี้ ภิชาสินีรู้ข่าวนี้ก็อดดีใจไม่ได้ ในที่สุดก็กำจัดนายไข่เจียวปากเสียได้สักที

ooooooo

หลังกินมื้อเช้าเสร็จ พิณชนิดาพาภูมินทร์ลงมารอใต้ถุนอพาร์ตเมนต์โดยบอกเพียงว่าครอบครัวของเขากำลังจะมารับ ภูมินทร์อดถามไม่ได้ว่าเธอติดต่อพวกนั้นได้อย่างไร พิณชนิดาเห็นข่าวในทีวีเมื่อคืน

“ถึงขั้นออกข่าวเลยหรือ นี่แสดงว่าฉันต้องเป็นคนสำคัญมีเงินมากแน่ๆ ฉันจะได้ไปอยู่สุขสบาย ไม่ต้องทนอุดอู้ อยู่กับคนไร้รสนิยมอย่างเธออีก” ภูมินทร์ไม่วายปากเสีย ปิ่นเพชรแอบดูอยู่ ไม่พอใจที่เขาพูดจาไม่ดี คิดจะเอาคืน แปลงร่างเป็นตุ๊กแกคลานเข้าไปในถุงใส่เสื้อผ้าของภูมินทร์ที่พิณชนิดาถือ อึดใจมีรถแล่นมาจอด ชายชุดดำสองคนเข้ามาแจ้งว่าจะมารับคุณภูมินทร์ แล้วช่วยกันจับแขนพาเขาไปที่รถ พิณชนิดาหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ หนึ่งในชายชุดดำไม่อยากให้เป็นหลักฐานมัดตนเอง ตรงเข้ามาแย่งมือถือ ภูมินทร์โวยลั่น

“แค่ถ่ายรูป ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องด้วย”

ชายชุดดำกลับผลักภูมินทร์กระเด็น แล้วล็อกคอพิณชนิดาจะแย่งมือถือให้ได้ ภูมินทร์ไม่พอใจเข้าไปช่วย ชายชุดดำอีกคนหนึ่งล็อกตัวเขาไว้ พิณชนิดาสู้สุดฤทธิ์จนมือถือหล่น ชายชุดดำเงื้อมือจะตบ ตุ๊กแกปิ่นเพชรโดดกัดมือเขาถึงกับร้องลั่น ภูมินทร์รู้ทันทีว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลศอกใส่คนร้ายในชุดดำที่ล็อกคอตัวเองแล้วถีบซ้ำ ก่อนจะคว้ามือพิณชนิดาวิ่งหนี พร้อมกับต่อว่าว่าโทร.ตามครอบครัวของเขาหรือศัตรูกันแน่

“ครอบครัวจริงๆนะ ฉันจดเบอร์ตามทีวีเลย”

คนร้ายไล่ตามทัน ชักปืนขู่ถ้าภูมินทร์ไม่ไปกับพวกตนดีๆจะยิงพิณชนิดาทิ้ง ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด กระสุนเฉียดขาหนึ่งในคนร้าย พร้อมกับเสียงตะโกนของอรรถพร

“นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ วางอาวุธเดี๋ยวนี้”

แทนที่จะทำตามสั่ง คนร้ายกลับยิงโต้ตอบ ภูมินทร์กับพิณชนิดารีบวิ่งหาที่กำบัง หนึ่งในคนร้ายเห็นเขาจะหนี ยิงใส่ศีรษะถึงกับทรุดฮวบ พิณชนิดากรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนจะเข้าไปประคอง คนร้ายสบช่องหนีขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ภูมินทร์เห็นภาพพิณชนิดาที่โอบกอดตัวเองไว้อย่างเลือนรางก่อนจะดับวูบ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

บอส กลายเป็นผู้นำแฟชั่น แต่งตัวจัดเต็มเกินเพื่อนตลอด ใน "ผู้ดีดงอิโด่ย"

บอส กลายเป็นผู้นำแฟชั่น แต่งตัวจัดเต็มเกินเพื่อนตลอด ใน "ผู้ดีดงอิโด่ย"
14 พ.ค. 2564

05:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 06:11 น.