ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายพยากรณ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อสิรวิทย์ได้ภาพจากกล้องวงจรบริเวณที่รถของภูมินทร์จอดทิ้งไว้ ก็รีบนำไปให้ก้องภพ สัณชัยและแสงโชติดู เปรมสุดาพาปณิตาตามมาสมทบซักถามสิรวิทย์ว่าได้เรื่องอะไรบ้างไหม

“ดูจากภาพเหมือนภูกำลังจะหนี”

วีดิโอเผยให้เห็นภาพภูมินทร์วิ่งหนีคนร้ายในชุดดำสวมหน้ากากอนามัยอำพรางใบหน้า พร้อมอาวุธครบมือ สิรวิทย์ไล่ดูภาพไปจนถึงช็อตสุดท้าย เห็นภูมินทร์หนีขึ้นรถคันหนึ่งได้ทัน

“เบาะแสสุดท้ายน่าจะอยู่ที่เจ้าของรถเต่าคันนี้ ถ้าเรารู้เจ้าของ ก็น่าจะตามตัวภูได้ไม่ยาก เพียงแต่เห็นทะเบียนรถไม่ชัด ก็เลยเช็กไม่ได้” สิรวิทย์สีหน้าหนักใจ ทุกคนพากันสงสัย รถเต่าปริศนาคันนั้นเป็นของใคร...

รถเต่าคันที่ว่าจอดอยู่ในอู่ซ่อมรถ พิณชนิดาผู้เป็นเจ้าของรถถึงกับบ่นอุบเมื่อช่างบอกว่าต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะซ่อมเสร็จเนื่องจากต้องรอสั่งอะไหล่ ภูมินทร์ไม่วายปากเสีย ให้เธอซื้อใหม่ง่ายกว่า เก่าขนาดนี้คนคงนึกว่าเป็นรถขยะ พิณชนิดาโวยกลับ ตนไม่ได้มีโรงกษาปณ์พิมพ์แบงก์เอง และที่สำคัญรถคันนี้เป็นมรดกจากพ่อของเธอ ไม่ว่าจะอย่างไร เธอก็ไม่มีทางขาย ภูมินทร์หาว่าไร้รสนิยม พิณชนิดาปรี๊ดแตก

“นายไม่มีสิทธิ์มาต่อว่าฉัน ที่รถฉันพังเป็นเพราะนาย แล้วอีกอย่างอย่ามาดูถูกน้องฟ้าของฉัน ยังอึด” พิณชนิดาไม่พูดเปล่าตบหลังคารถโครม กันชนรถร่วงตามแรงตบ เธอถึงกับหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ พยายามเดินเชิดหน้ารักษาฟอร์มที่ไม่ค่อยมีออกจากอู่ โดยมีภูมินทร์เดินตาม...

ทางด้านแสงโชติหึงหวงที่เปรมสุดาแสดงทีท่าเป็นห่วงภูมินทร์จนออกนอกหน้า ตามมาดักที่หน้าห้องน้ำ พอเธอเปิดประตูออกมา กระชากแขนไปยังที่ลับตาคน ต่อว่าที่เธอห่วงใยคู่หมั้นจนไม่เห็นหัวผัวอย่างเขา เปรมสุดารู้ว่าเขากำลังร้อน จึงพยายามอธิบายอย่างใจเย็น

“ที่สุดาทำไปก็แค่แสดง ไม่งั้นคนจะไม่เชื่อว่าสุดารักภูจริงๆ อย่างอนสุดานะคนดี” เปรมสุดาหอมแก้มเขาหนึ่งฟอด แสงโชติจะเลิกงอน หากคืนนี้เธอทำให้เขามีความสุข เปรมสุดาหอมแก้มเขาแทนคำตอบรับ...

พิณชนิดารู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูกเมื่อมาถึงร้านอาหารตามที่ลูกค้านัด สักพักเฮียตี๋ออกมาพบ พอเห็นหน้าเธอเท่านั้น ชมว่าสวยไม่หยุดปาก เธอถึงกับเคลิ้มไปด้วย ภูมินทร์ที่นั่งข้างๆต้องกระซิบเตือนว่าเฮียพูดตามมารยาทเท่านั้น พิณชนิดาหันมาตาเขียวใส่ ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้เฮียตี๋

“เราเริ่มดูกันเลยนะคะ...นี่นายไข่เจียวไปนั่งที่อื่น เรื่องของลูกค้าเป็นความลับ”

ภูมินทร์ไม่ยอมขยับไปไหนทั้งสิ้น พิณชนิดาสุดจะทน บิดหูเขาให้ลุกขึ้น เขาร้องลั่นให้ปล่อย เธอจะปล่อยก็ต่อเมื่อเขายอมไปนั่งที่อื่น แล้วออกแรงบิดหนักมือขึ้น ภูมินทร์เจ็บทนไม่ไหว จำต้องลุกหนี

ooooooo

เมื่อได้นั่งกันตามลำพัง เฮียตี๋เริ่มลายออกแทนที่ จะเปิดไพ่ยิปซีเพื่อให้พิณชนิดาทำนาย กลับจับมือเธอไว้ มองด้วยสายตาหื่นเต็มที่ เธอพยายามดึงมือออก เขายิ่งจับไว้แน่น

“อั๊วอยากรู้ว่าลื้อเคยดูดวงให้ตัวเองบ้างหรือเปล่าว่าลื้อจะมีชีวิตที่สุขสบาย ได้ผัวรวย”

ก่อนที่เธอจะถูกลวนลามไปมากกว่านี้ เจ๊เคียวเข้ามาเห็นเสียก่อน โวยวายลั่นร้านว่านังนี่ใช่ไหมเมียน้อยที่เฮียตี๋ซุกเอาไว้ พิณชนิดาปฏิเสธทันทีว่าไม่ใช่ แต่เธอไม่สนใจหันไปสั่งให้สมุนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังส่งพวกนี้ไปลงนรก ทั้งเฮียตี๋และพิณชนิดาตกใจสุดขีดเมื่อเห็นสมุนชักปืนออกมา ภูมินทร์เห็นท่าไม่ดี เข้ามาคว้าแขน พิณชนิดาวิ่งหนี เจ๊เคียวสั่งให้สมุนไล่ตาม แล้วหันมาเล่นงานผัวเฮงซวยของตัวเองซึ่งยกมือไหว้ปลกๆ...

ภูมินทร์พาพิณชนิดาวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ปากก็ต่อว่าว่าไม่น่ามากับเธอตั้งแต่แรก อยู่กับเธอทีไรซวยทุกที พิณชนิดายังไม่ทันจะโต้ตอบ สมุนกราดกระสุนไล่หลังไม่ยั้ง ภูมินทร์รวบตัวเธอพุ่งหลบไปหลังที่กำบัง

พิณชนิดาชะงักเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด เขาเองก็รู้สึกแปลกๆก้มมองหญิงสาวที่ซบอกตัวเองก็พลอยเคลิ้มไปด้วย เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง ภูมินทร์ได้สติผลักเธอหัวทิ่ม

“คิดจะทำอะไรฉัน”

“บ้า...ใครอยากทำอะไรนายไม่ทราบ ชิ...ทุเรศ คิดสกปรก” พิณชนิดาโวยวายกลบเกลื่อน แล้วนึกขึ้นได้ว่าเสียงปืนเงียบไป ใช้ให้ภูมินทร์โผล่หน้าไปดูทีว่าพวกนั้นอยู่ไหน เขาไม่ยอมทำตาม เธอจำใจโผล่หัวไปดูด้วยตัวเอง ไม่เห็นใครก็โล่งใจ พอหันกลับมาอีกทีต้องตกใจแทบช็อกที่เห็นสมุนของเจ๊เคียวล็อกแขนภูมินทร์อยู่

ทั้งคู่ถูกสมุนของเจ๊เคียวจับตัวไว้ เตรียมจะพากลับมาที่ร้านอาหาร จังหวะนั้นมีรถคันหนึ่งแล่นมาจอด พิณชนิดารู้สึกคุ้นๆเหมือนในฝันเมื่อวันก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ตอนนั้นมีระเบิดถูกโยนออกมาจากรถที่มาจอดเทียบ คิดได้ดังนั้นก็ตะโกนเตือนภูมินทร์ว่ามีระเบิดให้รีบหนี

แล้วหันหลังจะวิ่ง เจ๊เคียวเปิดประตูรถออกมาพอดี พิณชนิดาชนประตูเต็มแรง หงายหลังจะล้ม ภูมินทร์พุ่งมารับตัวเธอไว้ทัน

พิณชนิดามองหน้าเขาแล้วชะงัก แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่มีระเบิดเหมือนในความฝัน แต่ครั้งนี้เธอเห็นหน้าชายที่มารับตัวเธอไว้ชัดเจน ภูมินทร์เห็นเจ๊เคียวลงจากรถก็ตกใจ ปล่อยมือจากพิณชนิดาจนล้มก้นจ้ำเบ้า เธอถึงกับหน้าซีดที่เจ๊เคียวมายืนค้ำหัว ปลงตกว่านี่คงเป็นคราวเคราะห์ของตัวเอง...

ขณะที่พิณชนิดากับภูมินทร์ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ภิชาสินีในชุดนักศึกษากำลังเดินไปที่ป้ายรถเมล์โดยไม่รู้ว่าอรรถพรสะกดรอยตาม เขาเอาหนังสือพิมพ์มากางบังหน้าแต่เจาะรูตรงลูกตาไว้มอง ปราชญ์ปรากฏตัวตรงหน้าผู้หมวดหนุ่ม แล้วหันไปถามกานต์กมลว่าหมอนี่สะกดรอยตามลูกของเราทำไม

พัณทิพาชิงตอบคำถามแทน “ง่ายๆแค่นี้ คิดไม่เป็นหรือไง ผู้ชายที่เดินตามผู้หญิงก็แสดงว่าชอบผู้หญิงคนนั้น คุณตำรวจคนนี้คงกำลังคิดจะจีบยัยภิ”

“คิดได้แต่เรื่องพวกนี้ เรื่องอื่นคิดไม่เป็นหรือไงพี่” ปราชญ์แดกดัน สองผีพี่น้องจะเปิดศึกน้ำลายกันอีก กานต์กมลรีบสะกิดว่าอรรถพรเข้าไปใกล้ภิชาสินีแล้ว ทั้งคู่ถึงหยุดต่อปากต่อคำกันได้ แล้วลอยตามเขาไป

ooooooo

ภิชาสินีเดินมาถึงป้ายรถเมล์ เห็นไทยมุงกลุ่มหนึ่งอยู่ริมถนน มีรถร่วมกตัญญูจอดอยู่ เธอมองผ่านๆไม่ได้ให้ความสนใจนัก ชะเง้อคอรอรถเมล์เป้าหมายโดยไม่เห็นอรรถพรที่กระเถิบเข้ามาใกล้มากขึ้น

มีเสียงไทยมุงวิจารณ์ถึงคนที่โดนรถชนดังมาเข้าหู ภิชาสินีจึงหันไปมอง เห็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ หามศพที่มีผ้าคลุมทั้งตัว แต่แขนห้อยลงมา เผยให้เห็นว่าคนตายใส่กำไลวงใหญ่มาก เธอมองอย่างปลงๆ แล้วนั่งรอรถเมล์ต่อไป พอหันกลับไปมองอีกที มีผู้หญิงหน้าซีดนั่งอยู่ข้างๆแขนข้างหนึ่งใส่กำไลวงใหญ่ยักษ์ ค่อยๆหันใบหน้าเละไปครึ่งซีกมาหา ภิชาสินีถึงกับผงะ กรีดร้องลั่น คนแถวนั้นเหลียวมองเป็นตาเดียวกัน เธอรีบแก้ตัว

“เอ่อ มดน่ะค่ะ มดกัด” ภิชาสินีทำเป็นเกาแขนกลบเกลื่อน ผีผู้หญิงพุ่งมาประชิดตัว

“คุณเห็นฉัน...ช่วยฉันด้วย ช่วยฉัน”

ภิชาสินีตัวสั่นด้วยความกลัวสุดๆ อรรถพรที่แอบมองอยู่ กลับหาว่าสั่นเพราะอยากยา ปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ภิชาสินีร้องทักพวกท่านด้วยความดีใจ อรรถพรเห็นเธอพูดคนเดียว ยิ่งมั่นใจข้อสรุปของตัวเอง ปราชญ์ขอร้องผีผู้หญิงให้ไปที่ชอบๆ อย่ามายุ่งกับลูกสาวตน พัณทิพาเห็นผีไม่ขยับเข้าไปจับแขนจะดึงออกห่าง เธอหันแต่หัวมามอง พัณทิพาตกใจรีบปล่อยมือ ผีหันหัวกลับไปหาภิชาสินี

“ฉันยังไปไหนไม่ได้ ฉันยังมีภาระ ช่วยฉันเถอะนะ ฉันขอร้อง” ผีผู้หญิงอ้อนวอนทั้งน้ำตา...

ขณะที่ภิชาสินีลังเลจะช่วยผีตนนั้นดีหรือไม่

เจ๊เคียวสั่งให้สมุนนำตัวพิณชนิดากับภูมินทร์กลับมาชำระความที่ร้านอาหาร เฮียตี๋ยอมเปิดปากว่าพิณชนิดาไม่ใช่เมียน้อยของเขา แต่เป็นหมอดูที่เขานัดมาดูดวงเรื่องปรับปรุงร้านอาหาร เจ๊เคียวยิ้มเหี้ยม วางปืนกระแทกลงบนโต๊ะ พิณชนิดากับภูมินทร์สะดุ้งโหยง

“ถ้าเป็นหมอดูจริงๆ ก็ต้องรู้ว่าผัวอั๊วมันซ่อนอีหนูไว้ที่ไหน ตอบให้ได้ ถ้าไม่ได้...ตาย”

พิณชนิดาเปิดไพ่ยิปซีด้วยมือสั่นเทา แล้วทำนายว่าเมียน้อยของเฮียตี๋ทำงานอยู่ที่นี่ เธอบอกไม่ได้ว่ารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าอยู่ที่แผนกเครื่องดื่ม เฮียตี๋แทบจะลงไปดิ้นตายตรงนั้นเพราะหมอทายแม่น

“แผนกนั้นมีชะนีตัวเดียว อีอ้อย” เจ๊เคียวลุกพรวด ขณะที่เฮียตี๋ทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น ขอร้องอย่าฆ่าตนเลย แล้วระดมจูบขาโต๊ะบิลเลียดของเจ๊เคียวไม่ยั้ง เจ๊ไม่ปรานี สั่งให้สมุนจัดหนักให้เขาสามชุดใหญ่ สมุนไม่รอช้า ลากเฮียตี๋ที่ร้องโวยวายออกไป พิณชนิดาและภูมินทร์มองตามด้วยความสยอง...

เจ๊เคียวปลื้มหมอดูพิณชนิดามาก ถึงขั้นสมัครเป็นแฟนคลับ มอบเงินค่าเหนื่อยให้ปึกใหญ่ก่อนจะผละจากไป พิณชนิดาถอนใจโล่งอกที่รอดเงื้อมมือโหดของเจ๊มาได้ ภูมินทร์ไม่วายแดกดัน ตกลงดูแม่นจริงๆ หรือแค่ฟลุก เพราะถ้าเธอดูแม่นอย่างที่คุย ก็น่าจะดูได้ว่าเขาเป็นใคร บ้านอยู่ไหน

“ฉันเคยดูแล้ว แต่ไม่เห็นอะไรเลย”

“ถ้างั้นเธอมันก็ไอ้หมอดูจอมปลอม ไอ้หมอดูจอมลวงโลก ไอ้หมอดูไม่จริงใจ” ภูมินทร์ด่าเสร็จ จ้ำพรวดๆ จากไปทิ้งให้พิณชนิดายืนโมโหเพียงลำพังที่หาคำด่ามาโต้ตอบไม่ทัน

ooooooo

ผีผู้หญิงพาภิชาสินี ปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพามาถึงทางเข้าสลัม โดยมีอรรถพรตามมาห่างๆ ภิชาสินีเดินเข้าไปได้ เช่นเดียวกับอรรถพร แต่ผีพ่อ แม่และป้าเข้าไม่ได้เนื่องจากผีเจ้าถิ่นขวางทางไว้

“ที่นี่ห้ามเข้า ผีแก่ๆ หน้าบ้านๆ อย่างพวกแกออกไป”

พัณทิพาโกรธ ชี้หน้าจะเอาเรื่อง ปราชญ์กับกานต์กมลรีบดึงแขนแล้วพากันหายตัวไปโผล่ยังอีกจุดหนึ่ง

ไม่ห่างกันนัก เธอบ่นอย่างขัดอกขัดใจ น่าจะปล่อยให้เธอได้ด่าไอ้ผีบ้านั้นให้จบก่อน ปราชญ์ไม่อยากให้เธอไปแลกกับผีชั้นต่ำพวกนั้นมันไม่คุ้มกัน เดี๋ยววิญญาณของเธอจะแตกดับไม่ได้ผุดได้เกิด กานต์กมลอดเป็นห่วงลูกไม่ได้ ไม่รู้ว่าผีตนนั้นจะให้ลูกทำอะไรกันแน่

“ไม่ต้องห่วง มีผู้หมวดหนุ่มตามติดไปด้วยแบบนั้น ถ้าเกิดอะไรขึ้น เขาต้องช่วย” พัณทิพาปลอบใจน้องสะใภ้ แต่ไม่ได้ทำให้เธอสบายใจขึ้น...

ผีผู้หญิงแค่ต้องการให้ภิชาสินีช่วยพาลูกของเธอซึ่งอยู่บ้านคนเดียวไปกินข้าว เนื่องจากเธอออกมาซื้อข้าวให้ลูก แต่ถูกรถชนตายเสียก่อน ภิชาสินีรับปากจะจัดการให้และจะช่วยบอกลูกของเธอว่าแม่ของแกตายแล้ว อรรถพรเห็นภิชาสินีเข้าไปในบ้านหลังเก่าๆโทรมๆ คิดว่าเป็นรังโจร จัดแจงโทร.ขอกำลังเสริม

ด้านภิชาสินีเข้าไปหาจนทั่วบ้านแต่ไม่เจอใคร สอบถามผีผู้หญิง พอจะรู้ไหมว่าลูกของเธอไปไหน เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ

“งั้นเอาอย่างนี้ไหมคะ ฉันจะบอกเพื่อนบ้านคุณให้ว่าคุณ เอ่อ คุณเสียชีวิตไปแล้ว และก็ให้เขาช่วยหาข้าวให้ลูกคุณกินด้วย”

“ฉันไม่มีเพื่อน ฉันไม่มีใคร คุณต้องช่วยฉันหาลูกให้เจอ”

ภิชาสินีเห็นว่าสายมากแล้ว จำต้องขอตัวกลับก่อน ให้สัญญาว่าหลังเลิกเรียนแล้วจะกลับมาช่วยเรื่องลูก

ของเธอ ผีผู้หญิงพยักหน้ารับรู้ ภิชาสินีเดินยังไม่ทันพ้น

ปากทางเข้าชุมชนแออัดก็ถูกอรรถพรรวบตัวใส่กุญแจมือ คุมตัวไปโรงพัก โดยไม่แจ้งข้อหาใดๆทั้งสิ้น

ooooooo

ก้องภพร้อนใจมาก ป่านนี้ยังไม่ได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติม ทั้งเรื่องการหายตัวไปของภูมินทร์และเรื่องเจ้าของรถเต่าคันนั้น จึงแนะให้สัณชัยลงหนังสือพิมพ์ตามหา ก่อนที่จะเกิดอันตรายขึ้นกับภูมินทร์ เขา

ยืนกรานจะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นหุ้นของบริษัทได้ร่วงกราวแน่

“แล้วดูจากกล้องวงจรปิด ตาภูน่าจะรอดเพราะรถคันนั้นดูเหมือนจะมาช่วยชีวิตไม่ได้เป็นรถของคนร้าย เธอก็รู้ว่าตาภูฉลาดเป็นกรด เขาเอาตัวรอดได้แน่”...

ไม่ได้มีแต่ก้องภพที่เป็นห่วงความปลอดภัยของภูมินทร์ นวลจันทร์เองก็คิดมากเรื่องนี้ เผลอทำมีดบาดมือตัวเอง ป่านแก้วหอบตะกร้าใส่ผักเข้ามาเห็นพอดี รีบวิ่งไปหยิบล่วมยามาทำแผลให้ นวลจันทร์หาว่าเป็นลางร้าย จะต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับคุณหนู เธอปลอบว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุเท่านั้น พลันมีเสียงปูเปรี้ยวดังขึ้น

“แต่ฉันว่าใช่นะ ไม่เคยเห็นในละครหรือ เวลาที่มีของแตก มีเลือดออก แสดงว่ากำลังเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ลองอีหรอบนี้คุณหนูต้องเป็นอะไรแน่ๆ ถ้าไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต”

ป่านแก้วโกรธที่ปูเปรี้ยวปากเสีย จัดแจงเปิดขวดน้ำสาดใส่หน้าหวังจะเอาล้างปากให้หายเหม็น นวลจันทร์ต้องเข้ามาแยกสองสาวออกจากกัน ปูเปรี้ยวจะเอาเรื่องอีกฝ่ายให้ได้ ผลักนวลจันทร์พ้นทางจนเซจะล้ม โชคดีที่ก้องภพเข้ามาประคองไว้ทัน สองสาวถึงหยุดทะเลาะกันได้

ชายหนุ่มประคองนวลจันทร์มานั่งพัก แล้วนำยาหอมมาให้ดื่ม พลางปลอบไม่ให้เธอคิดอะไรในแง่ร้าย เขาเชื่อว่าคุณภูต้องไม่เป็นอะไร เธอฝากเขาช่วยพาคุณหนูของเธอกลับมาให้ได้

“ครับ ต่อให้พลิกแผ่นดินหา ผมก็ต้องหาคุณภูให้เจอ”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อภูมินทร์มาถึงห้องโถงของอพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ จ้ำพรวดๆจะให้ถึงห้องพักเร็วๆ เพราะเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน พิณชนิดาแกล้งเดินช้าๆ ยิ่งเขาหันมาเร่ง เธอก็ยิ่งถ่วงเวลา ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟารับแขกหน้าตาเฉย ภูมินทร์ไม่พอใจ เดินย้อนกลับดึงกระเป๋าถือไปจากมือพิณชนิดาเพื่อจะเอากุญแจห้อง เธอไม่ยอมให้กระชากคืน เขาไม่ทันระวังตัวเสียหลักลงไปนั่งแปะบนโซฟาตัวเดียวกัน หญิงสาวจะลุกหนีแต่เขาคว้าเอวไว้ ทำให้เธอหงายหลังลงไปนั่งบนตักเขาพอดี ตัวแนบชิดกันมาก

สองผัวเมียเจ้าของอพาร์ตเมนต์เข้ามาเห็นพอดี ทั้งคู่รีบผละออกจากกัน ขวัญทิพย์อดสงสัยไม่ได้ตกลงสองคนนี่เป็นอะไรกันแน่ เพราะดูแนบชิดจนแทบจะเป็นคนคนเดียวกัน พิณชนิดาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วดึงมือภูมินทร์ออกไป ขวัญทิพย์นินทาไล่หลัง ไหนบอกไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมจับมือถือแขนรีบเดินไปขนาดนั้น แพนเค้กสรุปว่าคู่นี้ต้องมีอะไรลึกซึ้งกันแน่นอน ขวัญทิพย์จิตอกุศลขึ้นมาทันที

“หรือว่า...น้องพิณจะท้องกับผู้ชายคนนั้น”

หนึ่งมาทันได้ยิน เหมือนถูกฟ้าผ่าโดยฝนไม่ตั้งเค้า ถามย้ำว่าเมื่อครู่นี้แพนเค้กกับขวัญทิพย์พูดอะไร...

ที่ห้องสอบสวนบนโรงพัก ภิชาสินีอธิบายให้อรรถพรฟังเป็นครั้งที่หนึ่งร้อยหนึ่งว่าตนไม่ได้ค้ายาบ้า ที่ไปบ้านหลังนั้นก็แค่ไปหาเพื่อน แต่เธอไม่อยู่ เขาดักคอ หากเป็นจริงอย่างพูดก็ให้บอกมาว่าเพื่อนชื่ออะไร เบอร์ โทร.เบอร์อะไร เขาจะได้โทร.ตามให้มาเป็นพยาน เธอจะได้ถูกปล่อยตัว ภิชาสินีตอบไม่ได้แกล้งโวยวาย

“มันจะมากไปแล้วนะหมวด คุณจะมารังแกประชาชนอย่างฉันไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้อง”

อรรถพรท้าให้ฟ้องได้เลย จังหวะนั้นสารวัตรเข้ามาสั่งให้เขาปล่อยตัวภิชาสินี ในเมื่อไม่มีหลักฐานเอาผิด จะมาจับใครสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ไม่ได้ แล้วหันไปขอโทษหญิงสาว และเชิญให้กลับบ้านได้ ภิชาสินีค้อนอรรถพรขวับ ก่อนจะออกจากห้อง สารวัตรไม่พอใจที่อรรถพรทำเกินกว่าเหตุสั่งให้ทำรายงานเรื่องนี้มาให้ตนด่วนที่สุด

อรรถพรมองตามสารวัตรที่เดินออกไปอย่างขัดใจ คิดหาทางจับผิดภิชาสินีให้ได้...

ระหว่างที่อรรถพรวางแผนจะเล่นงานภิชาสินีอีกครั้ง สัณชัยยื่นรูปรถโฟล์คเต่าปริศนาให้ยอดกับวัตรดู สั่งให้ตามหารถคันนี้ให้เร็วที่สุด เขาเป็นห่วงหลานชายตัวเองมาก ไม่รู้ป่านนี้จะไปตกระกำลำบากที่ไหน...

พิณชนิดาทนไม่ไหวที่ภูมินทร์ไม่แตะไม่จับไม่ช่วยทำอะไรสักอย่าง เอาแต่นั่งกระดิกเท้ากินขนมอยู่บนโซฟาอย่างสบายใจ ปรึกษากับภิชาสินี จะทำอย่างไรให้ความจำเขาฟื้นคืนมาจะได้ไล่ไปให้พ้นหน้า แล้วนึกถึงในหนังซีรีส์ของฝรั่ง เห็นเขาเอาไฟช็อตเพื่อกระตุ้นประสาท ทำให้ความทรงจำกลับคืนมา คิดจะทำตามบ้าง

“นั่นมันซีรีส์ ของจริงกระแสไฟต้องเท่าไหร่ รายละเอียดยังไงเราไม่รู้ ถ้าพลาดถึงตาย”

“พี่ก็ว่างั้น เฮ้อ...จะทำอย่างไรดี” พิณชนิดาถอนใจหนักใจ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น หัวข้อสนทนาของปราชญ์ กานต์กมลและพิณทิพายังคงไม่พ้นเรื่องที่ทำอย่างไรให้ภูมินทร์ฟื้นความทรงจำ โดยมีพิณชนิดาเดินครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อยู่เช่นกัน พิณทิพาจำได้ สมัยที่เคยเป็นพยาบาล เจอคนไข้คนหนึ่งถูกรถชนความจำเสื่อมอยู่ 3 เดือน ปรากฏว่า ความจำคืนมาเพราะถูกเมียใช้ไม้ตีพริกแพ่นกบาล

“หมายความว่าต้องฟาดหัวอีกครั้ง” ปราชญ์สรุป

“ฟาดหัวอีกครั้ง!” ภิชาสินีที่นั่งฟังอยู่ด้วยโพล่งขึ้นอย่างตกใจ พิณชนิดาและภูมินทร์หันขวับ

“ความคิดนี้ดี ความจำหายเพราะหัวถูกกระแทก ถ้าโดนกระแทกอีกทีอาจจะกลับมา” ไม่พูดเปล่า หมอดูสาวคว้าของแข็งใกล้มือจะฟาดหัวภูมินทร์ซึ่งรีบโดดหนี ปากก็โวยวาย เกิดฟาดผิดเขาเอ๋อขึ้นมาเธอจะรับผิดชอบได้อย่างไร พิณชนิดาแค่ล้อเล่นเท่านั้น จังหวะนั้น อรรถพรซึ่งพยายามหาทางจับผิดภิชาสินี ทำทีมาขอยืมโน่นขอยืมนี่เพื่อจะสอดแนม เธอรู้ทันจึงโกหกว่าหมด ดันตัวเขาออกนอกห้องแล้วปิดประตูใส่หน้า

“วันนี้เข้าไม่ได้ วันหน้าฉันจะเข้าไปให้ได้” อรรถพรพึมพำด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

พิณชนิดาอดแปลกใจกับการกระทำของน้องสาวไม่ได้ ซักว่ามีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า เธอแค่ไม่ถูกชะตาด้วยเท่านั้น แล้วบอกพี่สาวว่าอย่าไปสนใจนายนั่น เอาเรื่องฟื้นความทรงจำให้นายไข่เจียวก่อนจะดีกว่า

“ภิ...ให้พิณดูดวงให้ไอ้เบื๊อกนี่สิ ถึงจะไม่ละเอียดมาก อย่างน้อยก็รู้คร่าวๆ” ปราชญ์สั่งการ

ภิชาสินีพูดตามที่พ่อสั่งไม่มีตกหล่น พิณชนิดาตัดสินใจทำตามที่น้องสาวว่า หยิบไพ่ยิปซียื่นให้ภูมินทร์จับ เขาไม่ยอมทำตาม จำได้ว่าตอนอยู่โรงพยาบาลเธอเคยหลอกให้จับครั้งหนึ่งแล้ว ไม่เห็นมีอะไร ทำไมจะต้องดูอีก พิณชนิดาต้องหลอกล่อว่าหากเขาอยากรู้ว่าตัวเองเป็นใครก็จับไพ่ให้เธออีกครั้ง ภูมินทร์ถึงได้ยอม

พิณชนิดาทำนายดวงชะตาของภูมินทร์ว่ามีพื้นฐานเป็นคนฐานะดี แต่ใจร้อนวู่วาม เพราะเลือกได้ไพ่เดอะซัน เป็นไพ่ประจำตัว เธอบอกอีกว่าเขาเป็นโรคนอนไม่หลับเพราะชอบฝันร้าย มีปมจากเหตุการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก ภูมินทร์เถียงว่าไม่น่าจะใช่ เธอเองก็เห็นเขานอนหลับสบายดี

“ที่แน่ๆคือนายมีศัตรูเต็มไปหมด มีศัตรูเยอะพอๆ กับเงิน นายกำลังเจอเนื้อคู่ หรือไม่ก็เจอแล้วในเร็วๆนี้”

ภูมินทร์ชักจะสนใจขึ้นมา ซักเป็นการใหญ่ว่าเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร ฐานะดีหรือเปล่า มีการศึกษาไหม พิณชนิดาได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ ภิชาสินีสงสัยท่าทางของพี่สาว ก้มดูไพ่ที่เป็นเนื้อคู่ของเขา ถึงกับร้องเอะอะว่านี่เป็นไพ่ประจำตัวพี่พิณซึ่งรีบกลบเกลื่อนว่า อาจจะหมายถึงคนอื่น ต้องเปิดไพ่เพิ่มอีก แล้วยื่นสำรับไพ่ให้ภูมินทร์เลือก พอหงายไพ่ขึ้นมา หมอดูสาวหัวเราะอย่างมั่นใจว่าไม่ใช่ตัวเอง

“เนื้อคู่นายคือผู้หญิงที่นายเพิ่งเจอและช่วยชีวิตนาย”

“นั่นมันพี่พิณชัดๆ...เพิ่งเจอ แล้วก็ช่วยชีวิต” คำพูดของภิชาสินีทำเอาทุกคนถึงกับอึ้ง โดยเฉพาะคู่กรณีทั้งสองคนต่างรับไม่ได้ เชิดใส่กันก่อนจะชิ่งไปคนละทาง

ooooooo

พิณชนิดาหนีออกไปสงบสติอารมณ์ที่สวนหย่อมของอพาร์ตเมนต์ ภิชาสินีตามมาปลอบให้ใจเย็นๆ ในเมื่อเธอไม่ใจร้ายพอจะไล่ตะเพิดภูมินทร์หรือนายไข่เจียวให้ไปตกระกำลำบากข้างถนนก็ให้ทนต่อไป

“แล้วถ้านายไข่เจียวเป็นเนื้อคู่พี่จริงๆจะทำยังไง... จำได้หรือเปล่า วันเกิดตอนพี่ดูดวง ไพ่บอกว่าพี่จะได้สัตว์สองเท้า เนื้อคู่ชัดๆ แต่ถ้าพี่พิณไม่มั่นใจว่าใช่หรือไม่ใช่พี่ต้องพิสูจน์” ภิชาสินียื่นไพ่ยิปซีให้ “ภิหยิบมาให้จะได้รู้กันไปเลย” ไม่ใช่แต่ภิชาสินีที่ลุ้นระทึกว่าไพ่จะทำนาย อย่างไร ปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพาก็ลุ้นไปด้วยต่างช่วยกันภาวนาอย่าให้เป็นภูมินทร์หรือนายไข่เจียวปากเสียคนนั้น

คำภาวนาไม่เป็นผล พิณชนิดาเปิดไพ่ที่เลือกไว้ออกดู กลายเป็นไพ่เดอะซัน ไพ่ประจำตัวของภูมินทร์ ทั้งผีทั้งคนต่างอึ้งไปตามๆกันที่รู้ว่าเขาคือเนื้อคู่ของพิณชนิดา...

ในเวลาเดียวกัน อรรถพรกำลังตากผ้าอยู่ที่ระเบียงห้องตัวเองไปก็บ่นพำพึมไปด้วย หากจับผิดได้ว่าภิชาสินีเป็นพวกค้ายานรก ตำแหน่งผู้กองคงไม่ไกลเกินเอื้อม พลันมีเสียงร้องฮือๆดังขึ้น ผู้หมวดหนุ่มเหลียวหาที่มาของเสียงแต่ไม่เห็นใครก็เริ่มหน้าซีดตัวสั่น หยิบสร้อยพระที่ห้อยคอตัวเองขึ้นมาหลับตาไหว้ปลกๆ

“อย่ามาหลอกมาหลอนผมเลย ผมกลัวแล้ว ผมจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้นะครับ ผมสัญญา”

เสียงร้องยังดังไม่หยุด อรรถพรท่องคาถากันผีเป็นชุด แต่แล้วมีเสียงของหนึ่งร้องเรียกเขาดังขึ้น อรรถพรชะงัก ลืมตาเห็นหนึ่งเพื่อนข้างห้องอีกด้านหนึ่งยืนน้ำตาไหลอาบแก้มอยู่ที่ระเบียงห้อง ถึงกับโล่งอกที่ไม่ใช่เสียงผีถามว่าร้องไห้ทำไม หนึ่งเล่าเรื่องที่พิณชนิดาผู้หญิงที่ตัวเองรักสุดหัวใจ ไปมีอะไรกับชายอื่นจนตั้งท้อง

“เป็นผู้ชายห้ามร้องไห้”

“ผมพยายามแล้ว แต่ผมห้ามไม่ได้จริงๆ” หนึ่งพูดจบคว้ากีตาร์ขึ้นมาบรรเลงเพลงอกหัก แล้วร้องตามด้วยเสียงเพี้ยนสุดๆ สองหนุ่มไม่ล่วงรู้เลยว่าตุ๊กแกปิ่นเพชรเกาะอยู่แถวนั้น ได้ยินที่คุยกันโดยตลอด...

ทางด้านผีปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพาหายตัวกลับมาที่ห้องพักของลูกๆ เห็นภูมินทร์นั่งลอยหน้าอยู่ก็ทนไม่ได้ โดยเฉพาะปราชญ์ ต้องการจะกำจัดเขาไปให้พ้นๆ พัณทิพาเห็นด้วยกับน้องชาย ขอสงบศึกชั่วคราวเพื่อร่วมมือกันจัดการเนื้อคู่ของพัณชนิดาให้สิ้นซาก กานต์กมลถึงกับออกปาก

“อะเมซซิ่งสุดๆ นี่เป็นครั้งแรกที่คุณกับพี่พามีความเห็นตรงกัน”

พัณทิพาแนะให้แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกให้วิ่งป่าราบ แล้วผีทั้งสามตนช่วยกันแหกอก แลบลิ้นยาวถึงพื้น แต่ไร้ประโยชน์เพราะภูมินทร์ไม่เห็น ปราชญ์คิดหนัก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ooooooo

เมื่อปณิตารู้เรื่องที่เปรมสุดาเอาเงินไปชำระหนี้บางส่วนให้เสี่ยมานพจนเขายอมยืดเวลาให้ ก็อดถามไม่ได้ว่าไปเอาเงินมาจากไหน เธอไม่ได้มีภูมินทร์คนเดียว แต่มีตัวเลือกเผื่อไว้ แม้จะไม่ได้เป็นมหาเศรษฐีเท่าภูมินทร์แต่ก็พอแก้ขัดไปได้ ปณิตาไม่ขัดข้องที่ลูกมีคนแก้ขัด แต่คนที่ลูกจะแต่งด้วยต้องเป็นภูมินทร์เท่านั้น

“อย่าหวังอะไรมากเลยค่ะแม่ เพราะจนป่านนี้ยังไม่ได้เบาะแสเรื่องภู บางทีอาจจะถูกอุ้มหายไปแล้วก็ได้”

“แม่มีวิธีจะตามหาตาภูแล้วลูก วิธีนี้ต้องได้ผลแน่นอน” ปณิตายิ้มพอใจ...

ขณะที่พิณชนิดากำลังบ่นให้น้องสาวฟังเรื่องที่ไม่ต้องการได้ภูมินทร์มาเป็นเนื้อคู่ของตัวเองอยู่ที่สวนหย่อมของอพาร์ตเมนต์ ปิ่นเพชรในคราบเด็กชายมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า บอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อไป ผู้เช่ารายหนึ่งเดินมาแสดงความยินดีกับพิณชนิดาที่กำลังจะมีลูก และยังบอกอีกว่าไม่ได้มีแต่เธอเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ คนทั้งอพาร์ตเมนต์ก็รู้เช่นกัน แล้วเดินยิ้มออกไป พิณชนิดาตกใจแทบจะตกเก้าอี้

“ก็เนี่ยแหละ ที่ปิ่นจะบอก คนทั้งอพาร์ตเมนต์เขาเม้าท์กันให้แซ่ดว่าเจ๊ท้องกับนายไข่เจียว”

“ไอ้ไข่เจียว ฉันจะทำให้นายเละเป็นไข่ตุ๋นเลย คอยดู” พิณชนิดากำมือแน่นด้วยความแค้น และยิ่งแค้นหนักเมื่อกลับถึงห้องพัก ภูมินทร์ล็อกประตูไม่ให้เข้า เธอทุบประตูปังๆสั่งให้เปิด เขาก็ไม่ยอมทำตาม เธอจึงหันไปสบตากับปิ่นเพชรซึ่งรู้เท่าทันความต้องการของพี่สาว แปลงร่างเป็นตุ๊กแก คลานเข้าไปตรงช่องประตู

พิณชนิดากับภิชาสินีช่วยกันจับเวลา ยังไม่ทันจะถึงสามวินาที ภูมินทร์ร้องลั่นด้วยความตกใจ พร้อมกับประตูห้องเปิดออกมา เห็นตุ๊กแกปิ่นเพชรเกาะอยู่บนหัวเขาที่หน้าซีดเป็นกระดาษ ทำท่าจะเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น สองพี่น้องพากันหัวเราะสะใจ

หลังจากภูมินทร์หายสติแตกที่ถูกตุ๊กแกปิ่นเพชรเล่นงาน พิณชนิดาเล่าถึงเรื่องที่คนในอพาร์ตเมนต์แห่งนี้พากันเม้าท์กระจายว่าเขาทำเธอท้อง เขาตีหน้าเศร้าว่า เกิดเรื่องแบบนี้เขาเสียหาย พิณชนิดาโกรธ

“ฉันต่างหากที่ต้องพูดประโยคนี้ ฉันเป็นผู้หญิง ยังไงก็เสียหายมากกว่า”

“ผู้หญิงสารรูปอย่างคุณ ผมว่ามันไม่มีอะไรเสียอยู่แล้ว ผมสิทั้งหล่อ ทั้งหุ่นดีเพอร์เฟกต์ขนาดนี้ แต่มีคนเข้าใจว่าผมกับคุณมีอะไรกันในกอไผ่ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกขยะแขยง” ภูมินทร์ไม่พูดเปล่า มองเธออย่างดูแคลน พิณชนิดา

ปรี๊ดแตก ตรงเข้าทุบตีเขาไม่ยั้ง ภิชาสินีพยายามห้ามแต่เธอไม่ฟัง ภูมินทร์ทนไม่ไหวแบกเธอขึ้นพาดบ่าขู่ถ้าไม่หยุดทำร้ายเขาจะเอาไปปล้ำ พิณชนิดาถึงสงบลงได้

“ภิว่าถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง งานนี้บานปลายใหญ่โตแน่ รู้ๆกันอยู่ว่าที่นี่เต็มไปด้วยคนขี้เม้าท์”

“จริงอย่างที่น้องพูด ป่านนี้คงจะเอาพี่กับนายนี่ไปพูดเสียๆหายๆแล้ว เวรของกรรม กรรมของเวรจริงๆ”

ภูมินทร์บอกให้เลิกคร่ำครวญได้แล้ว เราสองคนควรจะจัดแถลงข่าวเพื่อให้ทุกอย่างเคลียร์ ภิชาสินีเห็นด้วยกับเขา พิณชนิดานิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะตัดสินใจทำตาม...

ขณะที่พิณชนิดาคิดหาทางสยบข่าวลือที่สร้างความเสียหายให้กับตัวเอง ปณิตาชวนเปรมสุดาออกตระเวนหาหมอดูที่ใครต่อใครบอกว่าดูดวงแม่น ไม่ว่าจะเป็นหมอดูหูทิพย์ซึ่งนั่งทางในแล้วทำนายว่าภูมินทร์ตายแล้ว หรือจะเป็นหมอดูลายเท้า รวมทั้งร่างทรงสารพัดร่าง ไม่ได้เรื่องเลยสักคน ถึงกระนั้นปณิตาก็ไม่ยอมแพ้ ตั้งมั่นจะหาภูมินทร์ให้เจอก่อนคนอื่นให้ได้ เปรมสุดาไม่เข้าใจจะทำแบบนั้นเพื่ออะไร

“คิดดูให้ดี ถ้าเกิดเราช่วยตาภูเป็นคนแรกเราก็จะกลายเป็นผู้มีพระคุณกับตาภู แล้วเมื่อถึงเวลานั้น ลูกขออะไรเขาก็จะต้องให้” ปณิตายิ้มภูมิใจกับความคิดแยบยลของตัวเอง...

ครู่ต่อมาพิณชนิดา ภิชาสินีและภูมินทร์ลงมาถึง

ที่ห้องโถงของอพาร์ตเมนต์ เจอพวกผู้เช่า แพนเค้กและ ขวัญทิพย์กำลังเม้าท์เรื่องพิณชนิดาท้องกันอย่างเมามัน ผู้ตกเป็นขี้ปากโกรธควันแทบออกหูถึงกับพูดไม่ออก

ภิชาสินีจึงขอร้องให้แพนเค้กกับขวัญทิพย์ช่วยเรียกผู้เช่าทุกคนมาตรงนี้หน่อย พิณชนิดามีเรื่องจะประกาศ

ooooooo

เมื่อชาวอพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์มารวมกันพร้อม หน้าที่ห้องโถง พิณชนิดาประกาศให้รับรู้ทั่วกันว่าตนเองไม่ได้ท้อง ทุกคนอึ้ง แพนเค้กจอมสอดรู้สอดเห็นซักทันทีถ้าไม่ได้ท้องแล้วผู้ชายที่เธอพาขึ้นห้องด้วยเป็นใคร

“ผู้ชายคนนี้เป็นญาติพิณกับภิค่ะ ญาติสนิทชื่อ ไข่เจียวและที่พิณต้องพาเขามาอยู่ด้วยเพราะเขาไม่สบายค่ะ เขาสติไม่ดี พิณก็เลยต้องดูแลอย่างใกล้ชิดค่ะ” พิณชนิดาหันไปยักคิ้ว พร้อมกับยิ้มกวนๆให้ภูมินทร์ซึ่งแค้นใจมากที่ถูกหาว่าบ้า คิดแก้เผ็ด ดึงพิณชนิดามากอดไว้แน่น รับสมอ้างว่าเป็นญาติสนิทของสองพี่น้อง

“สนิทมากขนาดที่ว่าตอนเด็กๆแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันมาแล้ว ท่าทางทุกคนยังไม่เชื่อว่าเราเป็นญาติสนิทกัน งั้นผมจะแสดงให้ดู” ภูมินทร์เอาจมูกขยี้แก้มพิณชนิดาทั้งซ้ายทั้งขวา ก่อนจะผละออก

ภิชาสินีเห็นพี่สาวตั้งท่าจะเอาเรื่อง ชิงตัดบท“เห็นกันแล้วนะคะว่าญาติคนนี้สติไม่ดีจริงๆ พี่พิณ ภิว่าพานายไข่เจียวไปพักเถอะ” จากนั้นพี่น้องสองสาวจับแขนภูมินทร์คนละข้างกึ่งจูงกึ่งลากกลับห้อง ทุกคนพากันสลายตัวด้วยความเซ็งที่หมดเรื่องจะนินทา มีเพียงหนึ่งเท่านั้น ที่ดีใจออกนอกหน้า เมื่อรู้ว่าพิณชนิดาไม่ท้อง...

ได้เวลานอนแล้ว แต่ภิชาสินียังนอนไม่หลับ ดึกดื่นป่านนี้ไม่รู้ พ่อ แม่กับป้าหายไปไหน ตอนแถลงข่าวเรื่องพิณชนิดาไม่ได้ท้องก็ไม่เห็น ผีสามตนไปฝึกวิทยายุทธ์เคลื่อนย้ายสิ่งของกับเจ้าที่ผู้มีวิชาแก่กล้าซึ่งประจำอยู่ที่ตรอกแคบๆแห่งหนึ่ง ท่านอาจารย์แสดงฝีมือให้ลูกศิษย์ดูก่อน แค่เพ่งมองไปยังกระป๋องน้ำที่วางบนพื้น มันก็ลอยไปกระแทกกำแพงราวกับมีมือจับขว้าง พัณทิพาตบมือชมว่าสุดยอด

“ท่านทำยังไง ถึงทำให้มันลอยได้ครับ” ปราชญ์ถามอย่างตื่นเต้น เจ้าที่อธิบายว่าใช้พลังจิต แล้วให้ผีทั้งสามตนลองทำดู เพ่งกันจนหน้ามืดลมแทบจับ วัตถุต่างๆก็ไม่ขยับ เจ้าที่ถึงกับส่ายหน้าเหนื่อยใจ...

กลางดึกคืนเดียวกัน ขณะที่พิณชนิดาและภิชาสินีกำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง ทันใดนั้น หน้าต่างห้องเปิดผลัวะ ลมพัดวูบเข้ามา ปิ่นเพชรในคราบตุ๊กแกเกาะอยู่บนผนังห้อง รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ โดดลงมาที่พื้นกลายร่างเป็นเด็กน้อยเดินไปที่หน้าต่างห้อง พร้อมกับกางแขนออก “ห้ามเข้ามาในห้อง”

วิญญาณดวงนั้นไม่ฟัง พุ่งผ่านตัวปิ่นเพชรเข้ามาอย่างโกรธเกรี้ยว เด็กน้อยวิ่งไปปลุกพี่สาวคนรองละล่ำละลักว่ามีผีเข้ามา เธอลุกพรวดขึ้นนั่ง ยังไม่ทันจะตื่นเต็มตา ผีผู้หญิงที่ถูกรถชนตายเมื่อวานพุ่งเข้ามาประจันหน้า ภิชาสินีตกใจแทบกรี๊ด แต่เอามือปิดปากไว้ทัน ผีตนนั้นมาทวงถามเรื่องลูกของตนเอง

“จริงด้วย ฉันขอโทษ ฉันลืมไปเลย มัวแต่ยุ่งเรื่องที่บ้าน ฉันสัญญาพรุ่งนี้จะไปช่วยดูลูกให้พี่นะ”

ผีผู้หญิงพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะค่อยๆเลือนหายไป แต่แล้วภิชาสินีต้องตกใจเป็นรอบที่สองเมื่อหันไปเห็นพิณชนิดานั่งมองตาแป๋วอยู่ ถามว่าพูดกับใคร เธอไม่อยากให้พี่สาวตกใจ โกหกว่าคุยอยู่กับปิ่นเพชร แล้วหันไปพยักพเยิดกับน้องชายซึ่งรับสมอ้าง พิณชนิดาไม่ติดใจสงสัยอะไร ล้มตัวลงนอนต่อไป

ooooooo

แม้ความจำจะเสื่อม แต่นิสัยคุณหนูของภูมินทร์ไม่เสื่อมไปด้วย กินข้าวเช้าเสร็จ กวักมือเรียกพิณชนิดามาเก็บจานข้าวไปล้าง เธอโวยลั่นว่าไม่ใช่คนใช้ของเขา กินเองต้องเอาไปล้างเอง ครั้งก่อนๆที่เธอทำให้เพราะเห็น เขาเพิ่งหายป่วย ตอนนี้แข็งแรงดีแล้วก็ควรจะช่วยกันทำงาน แล้วโยนตะกร้าใส่เสื้อผ้าของเขาลงตรงหน้า

“เสื้อผ้าของนาย ถ้าไม่ซักวันนี้ก็คงต้องแก้ผ้า”

“เธอไม่กล้าให้ฉันแก้ผ้าหรอก”

“ทำไมฉันต้องไม่กล้า ในเมื่อฉันเคยเห็นของนายแล้ว มันก็แค่...หนอนชาเขียว จิ๊บๆ” พิณชนิดายักไหล่ ก่อนจะเดินจากไป ภูมินทร์มองตามแค้นใจ คว้าตะกร้าใส่เสื้อผ้าตัวเองลงไปชั้นล่างของอพาร์ตเมนต์ ด้วยความที่เป็นคุณหนูมาตลอด แม้แต่เอาผ้าใส่เครื่องซักผ้าเขาก็ทำไม่เป็นต้องแอบทำตามคนอื่น แต่ดันเทผงซักฟอกเกือบหมดกล่องหวังจะให้เสื้อผ้าสะอาด แล้วนั่งกระดิกเท้าคอยให้เครื่องทำงานอย่างสบายอารมณ์...

ฝ่ายปณิตายังไม่ละความพยายามที่จะตามหาภูมินทร์ให้เจอด้วยวิธีไสยศาสตร์ เธอได้คำแนะนำจากเพื่อนสนิทว่าหมอพิณพูดเลยดูแม่นมาก สามารถทำให้เพื่อนของเธอจับกิ๊กได้สำเร็จ เธอจึงโทร.นัดแนะพิณชนิดาจะไปหาที่ห้องพัก โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าภูมินทร์อยู่ที่นั่น...

ภูมินทร์หยุดกระดิกเท้าเมื่อเห็นฟองในเครื่องซักผ้าล้นทะลักออกมานองเต็มพื้นห้อง ลองปิดเครื่องดู มันก็ไม่ยอมดับ ตัดสินใจดึงปลั๊กออก พิณชนิดาเห็นเขาหายไปนานก็ลงมาตาม ถึงกับกุมขมับ เมื่อเจอสภาพห้องซักผ้าที่เต็มไปด้วยฟองจากผงซักฟอก แต่ที่ร้ายกว่านั้น เธอถูกขวัญทิพย์และแพนเค้กเรียกค่าเสียหายจากเครื่องซักผ้าพังและห้องซักผ้าที่ยับเยินเป็นเงินถึง 3 หมื่นบาท

“พี่ให้เวลาน้องพิณถึงเย็นนี้ ต้องมีเงินมาให้พี่ ไม่มีการต่อรอง โอเคนะคะ” ขวัญทิพย์พูดจบ เรียกให้ แพนเค้กตามออกมา พิณชนิดากลับห้องตัวเองด้วยความหงุดหงิด หันไปเล่นงานภูมินทร์ที่เดินตามหลัง ฐานที่ทำให้ต้องเสียทรัพย์ เขากลับโทษว่าเป็นเพราะเธอเองต่างหากที่บอกให้เขาไปซักผ้า

“ถ้าเธอไม่ให้ฉันไปซักผ้า เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น”

“นายมันก็ดีแต่โทษคนอื่น ไอ้เรื่องเงินสามหมื่น นายต้องรับผิดชอบ ฉันจะออกเงินให้นายก่อน แต่นายต้องทำงานชดใช้ ถ้าไม่ทำ ฉันจะไล่นายไม่ให้อยู่ที่นี่ อยากไปนอนข้างถนนก็เชิญ”

“คิดว่าฉันไม่กล้าไปงั้นหรือ...ไม่ง้อหรอกเว้ย” ภูมินทร์พูดจบ จ้ำพรวดๆออกจากอพาร์ตเมนต์ ยังไม่ทันพ้นปากซอย เดินหลบรถที่ทับน้ำกระเด็นใส่ ตกลงไปในท่อระบายน้ำ กว่าเจ้าหน้าที่ กทม.จะช่วยฉุดขึ้นมาได้ เขาก็อยู่ในสภาพตัวดำปี๋ เท่านั้นยังไม่โชคร้ายพอ ขณะภูมินทร์ยืนคุยกับเจ้าหน้าที่ กทม.อยู่ดีๆ มีมอเตอร์ไซค์เสียหลักพุ่งขึ้นมาบนทางเท้าเฉี่ยวเขาหงายหลังก้นกระแทก เจ็บน้ำตาแทบร่วง...

พิณชนิดาเห็นภูมินทร์กลับมาในสภาพลูกหมาตกน้ำครำก็ตกใจ ไม่ใช่เพราะเป็นห่วง แต่กลัวพื้นห้องที่ตัวเองเพิ่งถูจะเลอะ รีบไล่ไปอาบน้ำ แล้วสั่งให้ล้างห้องน้ำให้สะอาดด้วย เขาได้แต่มองเธออย่างแค้นสุดๆ...

ในที่สุด ยอดและวัตรก็ตามหารถเต่าปริศนาจนเจอ พยายามหลอกถามถึงเจ้าของรถแต่เจ้าของอู่ไม่ยอม บอก ยอดจึงฝากเบอร์ โทร.ไว้ให้เจ้าของรถอ้างอยากจะซื้อรถคันนี้ ขณะออกจากอู่ซ่อมรถ เขาคิดแผนขึ้นมาได้

“ฉันคิดออกแล้ว ถ้ารถคันนั้นพัง เจ้าของอู่ต้องโทร.เรียกเจ้าของรถมาแน่ๆ”

คิดได้ดังนั้น วัตรกับยอดรอจนปลอดคน แอบเอาก้อนหินขว้างกระจกรถเต่าแตกกระจาย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน
12 พ.ค. 2564

03:05 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 04:03 น.