ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายพยากรณ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เปรมสุดาเข้ามาอยู่ในบ้านอัครมโหฬารไม่ทันข้ามวันก็วางก้ามใส่ป่านแก้ว เพราะรู้จากปูเปรี้ยวว่าเธอเป็นพวกเดียวกับพิณชนิดา ขู่จะให้ภูมินทร์ไล่ออก ป่านแก้วเก็บเรื่องนี้ไปเล่าให้นวลจันทร์ฟัง

“คอยดูนะคุณนม ป่านแก้วจะฟ้องคุณภูว่าลับหลังคุณเปรมสุดาร้ายกาจแค่ไหน”

“คิดหรือว่าคุณหนูจะเชื่อ จะทำอะไรต้องมีหลักฐาน จะมาพูดจาลอยๆไม่ได้”

“คุณภูสงสารถึงให้มาอยู่ในบ้าน แต่คุณเปรมสุดาทำตัวไม่ต่างจากงูเห่า จ้องจะแว้งกัดคุณภูได้ทุกเมื่อ” คำพูดของป่านแก้ว ทำให้นวลจันทร์กลุ้มใจแทนเจ้านาย...

ในเวลาเดียวกัน ขณะภิชาสินีกำลังกินมื้อเย็นอยู่กับอรรถพร ผีพ่อของสรพงษ์มาปรากฏตัวให้เห็น พยายามจะบอกว่าคนลอบฆ่าภูมินทร์คือสัณชัย เนื่องจากพลังมีไม่พอเขาได้แต่ขยับปาก ไม่มีเสียงออกมา ภิชาสินีร้องถามว่าเขาพยายามจะบอกอะไร แต่เขาหายตัวไปเสียก่อน...

ทางด้านเปรมสุดายังคงใช้แผนเดิม สั่งอาหารจากเหลามาเอาใจภูมินทร์โดยแอบอ้างว่าทำเองกับมือ เขากลับไม่สนใจแม้แต่จะชิม เชิญเธอกินคนเดียวตามสบาย แต่พอพิณชนิดากลับมาถึงเท่านั้น เขาออดอ้อนเอาใจป้อนข้าวให้เปรมสุดาซึ่งแม้จะงงกับท่าทีของเขาแต่ก็ยอมกินโดยดี สองคนผลัดกันป้อนข้าว

“สุดาครับ คืนพรุ่งนี้มีงานเลี้ยงครบรอบ 30 ปีของบริษัท สุดามาเป็นคู่ควงผมนะครับ”

“ได้ค่ะ กินต่อนะคะ” เปรมสุดาว่าแล้วตักข้าวป้อนเขาอีกคำ พิณชนิดาทนไม่ไหวหันหลังเดินหนี บ่นคนเดียวด้วยความเสียใจและน้อยใจ ไหนไลน์มาบอกว่าชอบตนแล้วทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร...

ค่ำวันเดียวกัน ภูมินทร์นึกถึงเรื่องที่โต๊ะอาหารแล้วอยากจะเขกหัวตัวเองนัก พลันมีเสียงสัญญาณจากมือถือว่ามีข้อความเข้า เขาคว้ามือถือที่โต๊ะหัวเตียงขึ้นมาดู เห็นก้องภพไลน์มาแจ้งว่าพรุ่งนี้ต้องไปถึงงานเลี้ยง ตอนห้าโมงเย็น แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นข้อความที่ไลน์หาพิณชนิดา รีบเปิดดู

“ฉันชอบเธอ...เฮ้ย เราไม่ได้ส่งนี่หว่า แล้วมันส่งได้ไงวะ”...

ระหว่างที่ภูมินทร์ครุ่นคิดหนักกับไลน์ที่หลุดออกไป พิณชนิดาเองก็กำลังสับสน ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วภูมินทร์คิดอะไรกับเธอกันแน่ สองคนเกิดใจตรงกัน ลงมาเดินทอดอารมณ์ที่สวนข้างบ้าน ต่างเจอหน้ากันก็ชะงัก พิณชนิดาจ้องหน้าอีกฝ่ายเหมือนจะให้ทะลุไปถึงหัวใจ คนถูกจ้องทำอะไรไม่ถูก เสหาวกลบเกลื่อน แล้วขอตัวไปนอนก่อน เธอเรียกไว้ ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าที่ส่งไลน์มาหาหมายความว่าอย่างไร

ทีแรกเขาคิดจะสารภาพความในใจให้เธอรับรู้ แต่ฉุกคิดถึงคำพูดของเธอที่บอกว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงของเขาแต่เป็นผู้หญิงของแสงโชติขึ้นมาเสียก่อนก็เลยเปลี่ยนใจ โกหกว่าส่งผิด ที่จริงจะส่งไปให้คนอื่น แล้วเดินหนีเข้าบ้าน ทิ้งให้พิณชนิดายืนอึ้งอยู่เพียงลำพัง

ooooooo

แสงโชติยังคาใจไม่หาย เปรมสุดามาอยู่บ้านอัครมโหฬารเพื่ออะไรกันแน่ ตัดสินใจโทร.ไปถาม เปรมสุดาได้ทีแดกดัน ที่เขาพล่านเป็นหมาโดนน้ำร้อนลวกแบบนี้ คงกลัวเธอจะแฉเรื่องลูกให้พิณชนิดารู้ใช่ไหม

“อย่าทำอะไรบ้าๆ ฉันไม่เอาเธอไว้แน่”

“ระหว่างผู้ชายที่กลัวแฟนใหม่จะหลุดมือกับผู้หญิงที่ท้องไม่มีพ่อ แกว่าใครจะบ้าได้มากกว่ากัน” พูดจบเธอวางสายแถมถอดแบตเตอรี่ออก แล้วมองตัวเองในชุดนอนเซ็กซี่ พลางลูบท้องน้อยเบาๆ “ลูกต้องมีพ่อดีๆ มีชีวิตสุขสบาย แม่สัญญา” คำขู่กลายๆของเธอทำให้แสงโชตินั่งไม่ติด รีบตรงไปยังตึกใหญ่ทันที

เปรมสุดาไม่รอช้า ตรงไปเคาะประตูห้องนอนภูมินทร์หวังจะเผด็จศึกเอาเขามาเป็นพ่อของลูกในท้อง พิณชนิดามาเห็นพอดีถึงกับชะงัก พอภูมินทร์เปิดประตูห้องออกมาเปรมสุดาซึ่งเห็นพิณชนิดามองอยู่ก็โผกอดเขากระซิบข้างหูขอเข้าไปคุยธุระในห้อง เขากำลังจะปฏิเสธแต่เหลือบเห็นแสงโชติเข้ามาโอบเอวพิณชนิดาก็เลยเปลี่ยนใจ พาเปรมสุดาเข้าห้อง พิณชนิดาปวดร้าวใจ ขณะที่แสงโชติรีบใส่ไฟเพื่อปัดความรับผิดชอบ

“ท่าทางพี่ภูกับสุดาจะมีข่าวดีพร้อมๆกับเรา เผลอๆอาจจะมีลูกก่อนแต่งเสียด้วยซ้ำ”

พิณชนิดาไม่มีอารมณ์จะเล่นละครตบตาด้วย ถามเสียงเครียดว่ามีอะไรกับเธอหรือเปล่า เขาจัดแจงยื่นหน้าจะจูบ เธอเบี่ยงตัวหลบ ขอร้องให้เลิกทำแบบนี้ หากรักกันจริง แล้วเดินหนีเข้าห้องปิดประตูใส่ แสงโชติงง ไม่รู้ว่าเธอไปหงุดหงิดอะไรมา แต่อย่างน้อยเขาก็มีเรื่องให้พอใจที่ภูมินทร์ได้ของเหลือเดนไปจากเขา

ทางฝ่ายเปรมสุดาพยายามอ่อยภูมินทร์สุดฤทธิ์ แต่เขาไม่สนใจ ยังยืนกรานว่ามีให้เธอได้แค่คำว่าเพื่อนเท่านั้น เปรมสุดาร้องไห้อย่างสุดจะกลั้น จำต้องเดินออกจากห้องของเขา กลับห้องตัวเองอย่างเจ็บช้ำ แต่คนอย่างเธอ ถูกปฏิเสธแค่นี้ไม่ทำให้ถอดใจง่ายๆ ไม่ว่าอย่างไรเธอจะต้องเอาภูมินทร์มาเป็นพ่อของลูกให้ได้...

พิณชนิดาคิดมากที่เห็นเปรมสุดาเข้าไปในห้องภูมินทร์จนนอนไม่หลับ ลุกไปยืนเหม่อใจลอยที่หน้าต่างห้อง ภิชาสินีงัวเงียขึ้นมามอง เห็นพี่สาวยืนหน้าเศร้าเดินเข้าไปถามว่าเป็นอะไร เธอเล่าเรื่องที่เปรมสุดาย้ายมาอยู่ที่นี่และแถมเข้าไปในห้องนอนของภูมินทร์ให้ฟัง ภิชาสินีโวยเสียงลั่นว่าทำแบบนี้ได้อย่างไร เธอต้องรีบบอกให้เบาเสียงลง เดี๋ยวปิ่นเพชรตื่น ภิชาสินีรีบลดเสียงลง

“แต่คิดไปคิดมา แค่เข้าห้องด้วยกันไม่ได้หมายความว่าจะมีอะไรกันนะพี่พิณ นายภูมินทร์อาจจะแค่ประชดพี่ ที่พี่ควงนายแสงโชติออกหน้าออกตา...เรายกเลิกแผนการทั้งหมดดีไหม ถ้านายภูมินทร์กับยัยสุดามีอะไรกันจริงๆ พี่ก็ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองเสี่ยงเพื่อผู้ชายคนนั้น”

พิณชนิดายืนยันจะต้องทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับภูมินทร์ว่าจะช่วยสืบหาคนลอบฆ่าเขาให้ได้...

ระหว่างที่พิณชนิดายังคงเดินหน้าทำตามแผนการที่วางไว้ ผีพ่อ แม่และป้าอ่อนแรงเต็มทีแทบจะไม่มีพลังเหลือ เจ้าที่บ้านอัครมโหฬารเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ แนะว่ายังพอมีวิธีที่จะยื้อเวลาออกไปได้โดยต้องให้คนทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ผีทั้งสามตนไม่มีพลังเหลือจะไปบอกภิชาสินีถึงเรื่องนี้ เจ้าที่จึงอาสาจัดการให้ หายตัววับไปโผล่ที่ห้องนอนของสองพี่น้อง ปลุกภิชาสินีมาบอกว่าพรุ่งนี้เช้าให้ทำบุญตักบาตรให้พ่อ แม่และป้าด้วย กำชับว่าห้ามลืมเด็ดขาด แล้วหายตัวไป เธออดสงสัยไม่ได้ทำไมพ่อ แม่และป้าถึงไม่มาบอกด้วยตัวเอง

ooooooo

ทันทีที่ภิชาสินีใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลไปให้ร่างของทั้งปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพาก็เลิกติดๆดับๆ

ภิชาสินีไม่เห็นผีพ่อ แม่และป้าที่แอบมองอยู่ ใส่บาตรเสร็จก็เดินเข้าบ้าน

“เราคงยื้อเวลาได้ไม่เท่าไหร่ พี่ว่าคงถึงเวลาที่เราจะต้องบอกยัยภิ” พัณทิพาแนะ...

พิณชนิดาตัดสินใจจะลองไปค้นหาหลักฐานในห้องของแสงโชติ ภิชาสินีไม่อยากให้ทำอย่างนั้นมันเสี่ยงอันตรายเกินไป เธอรับปากจะระวังตัว ที่สำคัญเธอมีทั้งเครื่องช็อตไฟฟ้ากับสเปรย์พริกไทย คนชั่วนั่นทำอะไรเธอไม่ได้แน่ แล้วคว้ากระเป๋าถือขอตัวไปทำงานก่อน

พอพิณชนิดาคล้อยหลัง ผีพ่อ แม่และป้าปรากฏตัวขึ้น ช่วยกันเล่าเรื่องที่พวกตนใกล้จะหมดเวลาอยู่บนโลกนี้ให้ภิชาสินีฟัง เธอยอมรับความจริงไม่ได้ ร้องไห้โฮที่พวกท่านต้องมาจากไปอีกครั้ง กานต์กมลต้องปลอบอยู่นานจนลูกเชื่อว่าลูกกับพี่สาวแกร่งพอจะอยู่กันตามลำพังโดยไม่มีพวกตนได้ และจะต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อีกครั้ง ภิชาสินียังคงร้องไห้ไม่หยุด ปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพาทำได้แค่กอดปลอบใจ...

แสงโชติเห็นว่าใกล้จะถึงงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 30 ปีของบริษัท จึงชวนพิณชนิดาไปเลือกซื้อชุดหรูสำหรับใส่ออกงาน ให้บังเอิญเหลือเกินที่เปรมสุดาควงแขนภูมินทร์มาซื้อชุดร้านเดียวกัน แถมยังเลือกชุดใส่ไปงานชุดเดียวกันอีกด้วย แสงโชติไล่ให้เธอไปเลือกชุดอื่น ชุดนี้เขาเลือกให้พิณชนิดาก่อนแล้ว

“แต่สุดาอยากได้ชุดนี้ พิณชนิดาช่วยดูดวงให้ฉันหน่อยสิ ฉันอยากรู้ว่าฉันจะได้ชุดนี้กลับบ้านหรือเปล่า ที่สำคัญ ตอนนี้ชีวิตของฉันมีผลกระทบกับใครบ้าง” เปรมสุดาจ้องแสงโชติอย่างถือไพ่เหนือกว่า เขากลัวว่าหากพิณชนิดาดูดวงให้เธอจะรู้เรื่องที่เธอท้อง รีบบอกให้พิณชนิดาไปดูชุดอื่นแทน อ้างชุดนี้ไม่เหมาะกับเธอ

“ถ้าคุณสุดาอยากได้จริงๆ ก็เอาไปเถอะค่ะ เดี๋ยวพิณดูชุดใหม่ก็ได้”

“ขอบใจนะ...ภูขา สุดาขอลองชุดสักครู่นะคะ” เปรมสุดาคว้าชุดจากมือพนักงานขายเข้าไปด้านใน พิณชนิดาทนเห็นภูมินทร์กับเปรมสุดาทำหวานใส่ไม่ได้ ชวนแสงโชติไปหาอะไรกินกันก่อน เธอหิวแล้ว กินเสร็จค่อยกลับมาเลือกชุดอีกครั้ง ภูมินทร์มองตามหญิงที่ตัวเองรักออกไปกับชายอื่นด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย...

ระหว่างกินอาหารด้วยกัน พิณชนิดาพยายามคุยโน่นคุยนี่เพื่อให้แสงโชติตายใจว่าเธออยู่ข้างเดียวกับเขา และเกลียดภูมินทร์ จนเขาเผยความรู้สึกออกมาว่าถ้าหากชีวิตนี้ไม่มีภูมินทร์สักคน เขาอาจจะได้ดีกว่านี้ เธอแสร้งเอามือไปจับแก้มแสงโชติเบาๆ

“ยิ่งรู้จัก พิณยิ่งรู้สึกว่าพิณเลือกคนไม่ผิด พิณอยากรู้จักคุณให้มากกว่านี้”

“ผมพร้อมจะเปิดใจ เปิดทุกอย่างให้คุณพิณได้สำรวจทุกซอกทุกมุม” แสงโชติมองเธอตาเป็นประกาย เข้าทางพิณชนิดาทันที จึงยอมให้เขาพาไปที่ห้องนอนของเขาในบ้านสัณชัย เธอมองสำรวจไปทั่วเพื่อหาหลักฐาน แสงโชติไม่รอช้าเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง ยื่นหน้าจะหอมแก้ม เธอเอามือดันหน้าเขาไว้

“เดี๋ยวค่ะ พิณหิวน้ำ ตอนกินอาหารสงสัยดื่มน้ำน้อย คุณแสงโชติเอาน้ำหวานๆให้พิณทีนะคะ...นะ”

แสงโชติหลงกลออกไปเอาให้ พิณชนิดารีบค้นตามโต๊ะ ตามลิ้นชักเผื่อจะเจออะไรที่เป็นประโยชน์แต่ไม่พบ พลันมีเสียงมือถือของแสงโชติดังขึ้น พิณชนิดาคว้ามาดู เห็นเป็นเบอร์ไม่มีชื่อรีบกดรับ

“ฮัลโหลคุณแสงโชติ ผมฉัตรเอง...ฮัลโหลๆได้ยินหรือเปล่า คุณแสงโชติ”

พิณชนิดาได้แต่ยืนอึ้ง จังหวะนั้นแสงโชติกลับเข้ามาพร้อมแก้วน้ำ เห็นเธอถือโทรศัพท์ตัวเองอยู่ถามว่าใครโทร.มา เธอคิดคำตอบไม่ทันได้แต่อึกๆอักๆ เขาดึงมือถือไปคุยเอง

“คุณแสงโชติช่วยพวกผมด้วย พวกผมกำลังเดือดร้อน”

แสงโชติรีบเดินไปคุยนอกห้อง พิณชนิดาตามไปแอบฟังแต่ไม่ได้ยินอะไรเพราะเสียงเบามาก เขาห้ามฉัตรโทร.มาอีกไม่อย่างนั้นจะเอากระสุนยัดปาก แล้ววางสายอย่างหงุดหงิด พิณชนิดารีบวิ่งกลับไปที่เดิมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แสงโชติเข้ามาถามเสียงเครียดว่ารับโทรศัพท์ของเขาทำไม เธอตีหน้าเศร้า

“พิณเห็นเป็นเบอร์แปลกๆคิดว่าเป็นผู้หญิงเลยรับสาย พิณแค่หึงคุณ ผิดด้วยหรือคะ” พิณชนิดาแกล้งงอนจะเดินหนี แสงโชติดึงเธอมากอด งอนง้อว่าอย่าเพิ่งโกรธ เขาแค่แปลกใจที่จู่ๆเธออยากรู้เรื่องของเขา

“พิณไม่อยากคุยกับคุณแล้ว พิณจะกลับ”

แสงโชติไม่ยอมให้ไปไหน ซุกไซ้ไปทั่วตัว เธอจะขัดขืนมากก็ไม่ได้เกรงแผนแตก ได้แต่เบี่ยงหน้าหนี ทันใดนั้นมีเสียงทุบประตูห้องดังปังๆๆๆ แสงโชติโมโหที่ถูกขัดจังหวะ ถามเสียงเขียวว่าใคร

“เจ๊พิณ ช่วยเขาด้วย ช่วยด้วย” ปิ่นเพชรแหกปากเสียงลั่น พิณชนิดาเห็นแสงโชติชะงัก ดิ้นรนจนเป็นอิสระ วิ่งไปเปิดประตูห้อง ถามว่าเป็นอะไร ปิ่นเพชรแอบขยิบตาให้ ก่อนจะกุมท้องร้องโอดโอยว่าปวดท้อง

“ปิ่นเพชรไม่สบาย พิณขอพาน้องไปกินยาก่อนนะคะ”

ปิ่นเพชรเห็นแสงโชติทำท่าจะไม่ให้ไป แกล้งร้องงอแงบ้านแทบแตก เขาจึงต้องปล่อยทั้งคู่ไป...

ขณะที่พิณชนิดารอดเงื้อมมือแสงโชติมาได้หวุดหวิด ภูมินทร์กลับถึงออฟฟิศไม่เห็นพิณชนิดาอยู่หน้าห้อง ถามก้องภพว่าเธอไปไหน พอเขารู้ว่าเธอโทร.มาขอลาครึ่งวัน ถึงกับหัวเสียหาว่าอู้งานเพื่ออยู่ออดอ้อนแสงโชติ

ooooooo

แม้การเสี่ยงของพิณชนิดาครั้งนี้จะไม่ได้หลักฐานอะไรมัดตัวแสงโชติ แต่อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าฉัตรติดต่อมาหาเขา ถ้าได้ตัวฉัตร แสงโชติต้องดิ้นไม่หลุดแน่ ดังนั้นเธอต้องล่อเขาออกมาให้ได้ เดินไปเดินมาครุ่นคิดหนักจะทำอย่างไรดี ปิ่นเพชรเสนอว่าอย่างแรกที่เธอต้องทำก็คือเอาเบอร์ของฉัตรมาให้ได้ก่อน

“เออใช่ ลืมสนิทเลย เจ๊ต้องกลับไปเอาเบอร์ที่มือถือนายแสงโชติ”

“เรื่องแค่นี้ เจ๊ไม่ต้องเปลืองตัวให้มันจับ มันจกหรอก เดี๋ยวเขาจัดการให้เอง” ปิ่นเพชรยิ้มเจ้าเล่ห์...

ขณะที่ฉัตรกับยอดอับจนหนทางไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหนใช้เป็นทุนในการหนี เลิศสมุนของสัณชัยโทร.มาบอกว่ามีงานอุ้มคนให้ทำ ทั้งคู่ดีใจมาก...

ทางด้านผีพ่อ แม่และป้าเห็นอรรถพรปลอบใจภิชาสินีจนคลายความเศร้าลงได้ก็เบาใจไปเปลาะหนึ่งที่อย่างน้อยเธอก็มีคนคอยดูแลเมื่อถึงเวลาที่พวกตนต้องจากไป กานต์กมลอดเป็นห่วงพิณชนิดาไม่ได้ ไม่รู้จะผ่าน เรื่องนี้ไปได้เหมือนภิชาสินีหรือเปล่า ปราชญ์เห็นด้วย ถึงพิณชนิดาจะดูเก่งกล้าสามารถ แต่ลึกๆแล้วเธอเปราะบางกว่าน้องสาวมาก พัณทิพากลับเห็นตรงกันข้าม

“อย่าประเมินยัยพิณต่ำนัก แกอย่าลืมนะตอนที่พวกเราตาย ยัยพิณไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นว่าเราอยู่ข้างๆ ยัยพิณยอมรับความพลัดพรากและยืนอย่างเข้มแข็งด้วยตัวเองมาตลอด”...

ปิ่นเพชรแอบเข้าไปในบ้านสัณชัยอีกครั้งหนึ่ง เห็นแสงโชติกำลังหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาดู โดยวางมือถือไว้บนโต๊ะ รีบวิ่งเข้าไปหา เขาหันมาเห็นก็ทักว่าหายปวดท้องแล้วหรือ ถึงมาวิ่งเล่นที่นี่ได้ แล้วพิณชนิดาอยู่ไหน ปิ่นเพชรแกล้งชี้ไปด้านหลังแสงโชติ พร้อมกับตะโกนลั่นว่าเจ๊พิณจะไปไหน เขาหลงเชื่อหันมองตามมือ เด็กน้อยฉวยมือถือใส่กระเป๋าวิ่งออกไปทันที แสงโชติหันกลับมาอีกทีไม่เห็นเขาแล้ว

“เด็กอะไร ไปไม่ลามาไม่ไหว้” พูดจบ แสงโชติคว้าเอกสารจะออกไป นึกถึงมือถือขึ้นมาได้ หันไปจะหยิบ แต่ไม่เจอ หาจนทั่วก็ไม่เห็น มั่นใจว่าปิ่นเพชรจะต้องหยิบติดมือไปด้วย รีบจ้ำพรวดๆตาม

เด็กน้อยวิ่งหน้าตั้งมาหาพิณชนิดาพร้อมด้วยมือถือของแสงโชติ เร่งให้รีบค้นหาเบอร์ที่โทร.เข้าเครื่องนี้ใกล้ๆเวลาที่เธอรับสาย พิณชนิดาไล่ดู เห็นมีอยู่หลายเบอร์ไม่รู้เป็นเบอร์ไหน ยิ่งปิ่นเพชรเร่งว่าแสงโชติตามมาโน่นแล้ว เธอยิ่งลนลานบันทึกไว้ได้แค่ห้าหมายเลข ก่อนที่ปิ่นเพชรจะคว้ามือถือไปถือไว้เองทันเวลาที่แสงโชติมาถึงพอดี เขาพุ่งมาคว้ามันไปจากเด็กน้อย พร้อมกับเอ็ดเสียงเขียว เอามือถือของตนมาทำไม

“พิณขอโทษแทนน้องด้วยนะคะ ปิ่นเพชรยังเด็ก ทำไปเพราะไม่ได้คิด ปิ่นเพชรชอบเอามือถือมาเล่นเกมค่ะ ปิ่นเพชรขอโทษคุณแสงโชติเดี๋ยวนี้”

เด็กน้อยยกมือไหว้แบบไม่ค่อยเต็มใจนัก แสงโชติไม่พอใจตวาดใส่ ทีหน้าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก ปิ่นเพชรหมั่นไส้แกล้งปล่อยกลิ่นไม่พึงประสงค์ อ้างว่ากลั้นอุจจาระไม่อยู่ ขอให้พิณชนิดาพาไปล้างก้นหน่อย แล้วดึงเธอออกมาทันที พอพ้นสายตาแสงโชติ พิณชนิดาลองสุ่มโทร.เบอร์ที่ได้มาจากมือถือของแสงโชติ

เหมือนโชคจะเข้าข้าง เป็นเบอร์โทร.ของฉัตรพอดี พิณชนิดาแกล้งทักว่าเขาเป็นพี่แมวผัวของตัวเอง ฉัตรปฏิเสธว่าไม่ใช่ผัวของเธอ แล้ววางสาย พิณชนิดาได้ยินเสียงก็จำได้ว่าเป็นฉัตร รีบแจ้งให้อรรถพรทราบทันที

ooooooo

ในเวลาต่อมา หลังจากพิณชนิดา ภิชาสินี อรรถพรและจ่าเหยินช่วยกันวางแผนจะทำอย่างไรถึงจะล่อให้ฉัตรออกมาพบ พิณชนิดาส่งรูปสาวสวยเซ็กซี่พร้อมกับข้อความเข้ามือถือของฉัตรว่า

“หนูเหงา คิดถึงอยากเจอพี่แมว จุ๊บๆ”

ฉัตรซึ่งกำลังวางแผนอุ้มภูมินทร์อยู่กับเลิศ ดวงและยอด ถึงกับตาโตด้วยความสนใจ เลิศซักว่าใครส่งข้อความมา ฉัตรเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เธอเคยโทร.มาผิดเบอร์เพราะคิดว่าเขาเป็นผัวเก่า เลิศรีบเอาซิมการ์ดในมือถือของฉัตรมาหักทิ้ง สั่งให้ไปซื้อซิมใหม่และห้ามติดต่อกับคนแปลกหน้าอีก ฉัตรพยักหน้ารับคำอย่างเซ็งๆ...

ในขณะเดียวกัน พิณชนิดา ภิชาสินี อรรถพรและจ่าเหยินนั่งมองมือถือของพิณชนิดาอย่างใจจดจ่อว่าฉัตรจะติดต่อกลับมาไหม แต่เงียบ พิณชนิดาลองโทร.กลับไปก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ อรรถพรรู้ทันทีว่าพวกนั้นไหวตัวทัน ป่านนี้คงเปลี่ยนเบอร์ไปแล้ว พิณชนิดาเสียดายมาก อุตส่าห์ได้เบอร์มาด้วยความยากลำบาก

“ถ้าอย่างนั้นในระหว่างนี้ พิณจะพยายามจับตานายแสงโชติเองค่ะ พิณคิดว่านายฉัตรกับนายแสงโชติ ต้องติดต่อกันอีกแน่นอน” พิณชนิดาสีหน้ามั่นใจมาก...

หลังจากพิณชนิดาแยกไปแล้ว ภิชาสินีนึกบางอย่างขึ้นมาได้ กระซิบบอกอรรถพรว่าที่พ่อของสรพงษ์มาหาเธออาจไม่ได้มาขอส่วนบุญ แต่มาเพื่อบอกเบาะแสบางอย่าง จ่าเหยินเห็นทั้งคู่กระซิบกระซาบกัน จัดแจงยื่นหน้ามาขอเอี่ยวด้วย แต่ถูกอรรถพรกับภิชาสินีมองเหล่ จำต้องถอยออกไป

“ภิต้องติดต่อพ่อของสรพงษ์ให้ได้”

ไม่นานนัก ภิชาสินีเดินนำอรรถพรกับจ่าเหยินเข้าไปในบ้านของสรพงษ์ เป็นอย่างที่เธอคาดไว้ไม่มีผิด ผีพ่อของสรพงษ์แสดงอิทธิฤทธิ์ทำรูปที่แขวนบนผนังหล่นตกแตก เผยให้เห็นผนังที่แขวนรูปมีช่องเล็กๆซ่อนอยู่ ภิชาสินีเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นซองสีน้ำตาล อยู่รวมกับปืนและมือถือ รีบหยิบซองมาเปิดดู พบรูปถ่ายของภูมินทร์ ก็อดแปลกใจไม่ได้ ทำไมพ่อของสรพงษ์ถึงเก็บของพวกนี้เอาไว้ อรรถพรอธิบายว่า

“ส่วนใหญ่จะเก็บเอาไว้แบล็กเมล์ครับ ถ้าไม่อยากให้ความลับเปิดเผยก็ต้องจ่ายเงินปิดปาก”

ภิชาสินีเชื่อว่าพ่อของสรพงษ์ต้องได้รับการจ้างวานให้ฆ่าภูมินทร์ อรรถพรลองเช็กมือถือดูเห็นใช้งานไปแค่ครั้งเดียว เป็นไปได้ว่าเบอร์นี้ อาจเป็นเบอร์ของคนที่จ้างวาน จ่าเหยินบอกให้เขาลองโทร.เช็กดู...

ขณะแสงโชติกำลังนั่งรออยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของพ่อเพียงลำพัง มีเสียงมือถือดังขึ้น เขาแปลกใจมากที่ไม่ใช่เสียงเรียกทั้งมือถือของเขาและของพ่อที่วางอยู่บนโต๊ะ พยายามเงี่ยหูฟังว่าเสียงมาจากไหน ปรากฏว่าดังมาจากในลิ้นชัก เขายังไม่ทันจะรับสายสัณชัยเดินเข้ามาเสียก่อน บอกว่าจะรับเอง แต่เสียงเรียกกลับเงียบไป

“ไม่ยักรู้ว่าพ่อมีมือถือสองเครื่อง”

สัณชัยไม่ตอบอะไรกลับเปลี่ยนเรื่องพูด ถามลูกว่ามารอตนทำไม เขาจะมาคุยเรื่องงานเลี้ยง 30 ปีของบริษัท ทันใดนั้นมีเสียงมือถือเครื่องที่อยู่ในลิ้นชักดังขึ้นอีกครั้ง สัณชัยบอกให้เขาออกไปก่อน ตนมีธุระสำคัญต้องคุย รอจนลูกชายออกจากห้อง ถึงได้หยิบมือถือออกมาดู เห็นเบอร์โชว์ “kill 1” สัณชัยถึงกับผงะ...

อรรถพรรอลุ้นให้มีคนรับสาย แต่สัญญาณกลับถูกตัดทิ้ง ลองโทร.อีกครั้ง คราวนี้ปิดเครื่องไปเลย จ่าเหยินถึงกับเซ็ง แบบนี้จะตามได้อย่างไร ภิชาสินีแนะให้ลองตามกับเครือข่ายดูว่าเป็นเบอร์ของใคร จ่าเหยิน

ไม่คิดว่าจะตามได้ คนร้ายมักจะใช้ซิมแบบเติมเงิน ไม่มีลงทะเบียน ไม่มีหลักฐานให้สาวไปถึง

อีกมุมหนึ่งนอกหน้าต่าง ผีสรพงษ์ที่ยืนดูทั้งสามคนอยู่กับพ่อ อดสงสัยไม่ได้ ทำไมพ่อถึงต้องช่วยพวกนั้น เขาแค่อยากไถ่บาปที่เคยทำชั่วไว้ แต่ตอนนี้พลังของเขาน้อยมาก ติดต่อผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ คงทำได้แค่นี้ ผีสองพ่อลูกยังคงมองไปที่กลุ่มของภิชาสินี จ่าเหยินมองซ้ายมองขวารู้สึกสะท้านขึ้นมา เหมือนมีใครจ้องมองอยู่

“คุณภูมินทร์กำลังจะมีงานใหญ่ นายแสงโชติเพิ่งติดต่อกับนายฉัตรวันนี้ พวกนั้นต้องวางแผนเคลื่อนไหวอะไรแน่ๆ คุณภูมินทร์อาจจะกำลังอยู่ในอันตราย”

อรรถพรสรุปตบท้าย...

ด้านสัณชัยหักซิมการ์ดในมือถือที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทิ้งแล้วหยิบซิมใหม่มาใส่แทน ก่อนจะโทร.ถามเลิศ

“เตรียมงานไปถึงไหนแล้ว”

พอรู้จากสมุนว่าทุกอย่างเรียบร้อย รับรองในวันงานไม่พลาดแน่ๆ สัณชัยวางสายสีหน้าพอใจ

ooooooo

งานฉลองครบรอบ 30 ปีของบริษัทมโหฬารถูกจัดขึ้นในโรงแรมหรูกลางกรุง พิณชนิดาในชุดสวยสง่าควงแขนเข้ามาในงานพร้อมกับแสงโชติ สักพักภูมินทร์ก้าวตามมาโดยมีเปรมสุดาเกาะแขนแจ ท่ามกลางนักข่าวที่รุมถ่ายภาพและสัมภาษณ์ถึงการกลับมาคืนดีกันอีกครั้งของทั้งคู่ เธอรีบออกตัวว่าเราสองคนไม่เคยทะเลาะกัน

“ดูท่าทางคงจะมีข่าวดีเร็วๆนี้นะครับ” คำสัมภาษณ์ของนักข่าวทำเอาเปรมสุดายิ้มหน้าบาน

ภิชาสินียืนอยู่กับอรรถพรซึ่งแฝงตัวมาเพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยให้ภูมินทร์ มองเปรมสุดาอย่างหมั่นไส้ ส่วนปณิตาที่มารอท่าอยู่ในงานกับฟ้ารุ่ง มองลูกสาวตัวเองอย่างชื่นชมที่ในที่สุดลูกก็ทำสำเร็จ

“ยังไม่สำเร็จค่ะ ต้องทำให้นังพิณมันอายจนแทรกแผ่นดินหนีด้วย” ฟ้ารุ่งมองพิณชนิดาอย่างเคียดแค้น ก่อนจะหยิบซองใส่ยาบ้าฟรุ้งฟริ้งที่บดละเอียดออกจากกระเป๋าถือ

ขณะที่ภูมินทร์กำลังยืนให้นักข่าวเก็บภาพอยู่กับเปรมสุดา ก้องภพเข้ามาแจ้งว่าได้เวลาขึ้นเวทีแล้ว ภูมินทร์ขอตัวพวกนักข่าวแล้วเดินตามลูกน้องคนสนิทออกไปโดยไม่ล่วงรู้ว่าถูกยอดกับฉัตรในคราบเด็กเสิร์ฟจับจ้องมองอยู่ แต่แล้วยอดถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเหลือบเห็นจ่าเหยินในชุดเด็กเสิร์ฟกำลังตั้งหน้าตั้งตาหยิบของกินใส่ปากอยู่ที่มุมอาหารไม่ไกลกันนัก ฉัตรต้องบอกให้นิ่งๆไว้อย่ามีพิรุธ จ่าเหยินเดินผ่านทั้งคู่ไปโดยไม่ทันเห็น

ที่ด้านหลังเวที ก้องภพเตือนภูมินทร์อย่าลืมปิดเสียงมือถือก่อนจะขึ้นไปกล่าวเปิดงาน เขาปิดเสียงเสร็จ เป็นจังหวะเดียวกับเจ้าหน้าที่จัดคิวให้สัญญาณภูมินทร์ขึ้นบนเวทีได้

ระหว่างภูมินทร์เล่าประวัติความเป็นมาเป็นไปของบริษัท ฟ้ารุ่งเทยาบ้าใส่แก้วเครื่องดื่มในถาดของเด็กเสิร์ฟโดยมีปณิตาคอยดูต้นทางให้ สักพักเปรมสุดาตามมาสมทบ ฟ้ารุ่งเอานิ้วคนยาจนละลายเรียบร้อย แล้วยื่นแบงก์หนึ่งพันบาทให้เด็กเสิร์ฟเป็นค่าจ้างให้ไปทำงานตามแผนการที่วางไว้

“งานนี้แกไม่มีที่ยืนในสังคมแน่ นังพิณชนิดา” ฟ้ารุ่งเสียงกร้าว

ภูมินทร์กล่าวเปิดงานจบพอดี ตอนที่ฟ้ารุ่งตีหน้าเศร้าเข้าไปหาพิณชนิดาที่ยืนอยู่เพียงลำพัง ขอโทษที่เคยทำไม่ดีเอาไว้ และชวนดื่มฉลองเพื่อการเริ่มต้นเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง พิณชนิดาใจอ่อนยอมยกโทษให้ ฟ้ารุ่งรีบโบกมือเรียกเด็กเสิร์ฟที่เตี๊ยมกันไว้ ถือถาดใส่เครื่องดื่มเหมือนกันสองแก้วเข้ามาหา ยังไม่ทันจะหยิบแก้วใส่ยายื่นให้พิณชนิดา ภิชาสินีเข้ามาเตือนพี่สาวให้คิดดีๆ งูพิษแบบนี้โบราณว่าให้ตีให้ตายไม่ใช่กลับไปคบหา

“ไม่เอาน่าภิ คนมาขอโอกาส เราก็ควรจะให้” พิณชนิดาพูดจบ เด็กเสิร์ฟจะหยิบแก้วเครื่องดื่มให้อีกครั้ง

แต่อรรถพรเอาแก้วเครื่องดื่มที่เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยนอีกสองใบมาวางรวมกันในถาด แล้วขอร่วมฉลองกับฟ้ารุ่งและพิณชนิดาด้วย แม้จะงงอยู่บ้างแต่ด้วยความไว้ใจเขา ภิชาสินีก็เลยเออออไปด้วย อรรถพรสับแก้วสี่ใบไปมาจนเด็กเสิร์ฟงงไม่รู้แก้วไหนเป็นแก้วไหน แล้วหยิบแก้วที่มียาบ้าส่งให้ฟ้ารุ่ง ส่วนแก้วที่เหลือส่งให้ภิชาสินี พิณชนิดาและตัวเอง แล้วชวนให้ดื่มร่วมกัน ฟ้ารุ่งหนีไม่ออกจำต้องดื่มจนหมดแก้ว

ภิชาสินีมองอรรถพรสีหน้าเต็มไปด้วยคำถามแล้วลากเขาออกมาอีกมุมหนึ่ง ถามว่าทำไมต้องเข้ามายุ่ง

“ผมแอบเห็นเด็กเสิร์ฟคนนี้แปลกๆ มองตากับคุณฟ้ารุ่งตลอดเวลาเหมือนส่งซิกอะไรกัน ที่สำคัญจงใจยื่นแก้วนั้นให้คุณพิณ จากประสบการณ์ด้านการสืบสวน ผมคิดว่าในเครื่องดื่มต้องมีอะไรผสมแน่ๆ”

“เฮ้ย...แล้วใครกินแก้วที่ผสมไป” ภิชาสินีร้องเอะอะ อรรถพรไม่ตอบอะไรได้แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

ไม่นานนัก ยาบ้าเริ่มออกฤทธิ์ ฟ้ารุ่งออกไปเต้นอย่างบ้าคลั่ง แถมลากแขนเปรมสุดากับปณิตามาร่วมสนุกด้วยกัน สองแม่ลูกอายแทบแทรกแผ่นดินหนีภูมินทร์รีบสั่งการให้ก้องภพพาฟ้ารุ่งออกไปก่อนที่งานจะล่ม

นักข่าวรุมถ่ายช็อตเด็ดกันไม่ยั้ง อรรถพรกับจ่าเหยินเห็นก้องภพเอาเธอไม่อยู่รีบเข้าไปช่วยกันลากตัวออกจากงาน พิณชนิดามองตามงงๆ ภิชาสินีรีบเฉลยให้ฟัง

“ยัยนั่นเอายามาให้พี่กิน ถ้าหมวดอรรถไม่ช่วยเอาไว้ คนที่วิ่งพล่านตอนนี้น่าจะเป็นพี่ไม่ใช่ยัยฟ้าร่วง”

พิณชนิดาเจ็บใจมากที่อุตส่าห์ไว้ใจเพื่อน เปรมสุดากับปณิตาร้อนตัวรีบพากันกลับ ยังไม่ทันพ้นห้องจัดเลี้ยง ฟ้ารุ่งคว้าถังน้ำแข็งสาดจนเปียกโชก อรรถพร ก้องภพและจ่าเหยินเข้ามารวบตัวฟ้ารุ่งลากออกไป

ยอดกับฉัตรในคราบเด็กเสิร์ฟอาศัยจังหวะที่กำลังชุลมุนวุ่นวายเดินก้มหน้าก้มตาเข้ามาบอกภูมินทร์ว่าสัณชัยมีเรื่องด่วนต้องการพบ เขาหลงเชื่อยอมไปด้วย พิณชนิดามองตามภูมินทร์ที่เดินออกไปกับเด็กเสิร์ฟสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...

พอถึงลานจอดรถ ยอดกับฉัตรตรงเข้าล็อกตัวภูมินทร์ซึ่งพยายามต่อสู้ พิณชนิดาตามมาทัน รีบเข้าไปเอากระเป๋าถือทุบหัวยอด จังหวะนั้นมีรถตู้ติดฟิล์มทึบ แล่นมาจอดเทียบ เลิศกับสมุนลงมาใช้ปืนขู่บังคับให้ทั้งคู่หยุดขัดขืน ก่อนจะลากตัวขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงกระเป๋าถือของพิณชนิดาตกอยู่...

ก้องภพกับอรรถพรมัวแต่วุ่นอยู่กับฟ้ารุ่ง กว่าจะรู้ว่าภูมินทร์และพิณชนิดาหายไปก็กินเวลาไปพอสมควร ถามแขกในงานไม่มีใครเห็นสักคนว่าทั้งคู่หายไปไหน ก้องภพรีบคว้ามือถือขึ้นมาโทร.ทันที...

ภูมินทร์กับพิณชนิดาถูกมัดมือมัดเท้าอยู่ในรถตู้โดยมียอดกับฉัตรนั่งคุม มือถือในเสื้อสูทของภูมินทร์สั่น เขาจะหยิบเองก็ไม่ถนัด กระซิบบอกพิณชนิดาให้กดรับ มือถือในเสื้อของตัวเองด้วย เธอขยับเข้าไปใกล้ยังไม่ทันจะล้วงเข้าไปในเสื้อ ฉัตรเห็นเสียก่อน สั่งให้อยู่ห่างๆกันไว้ถ้าไม่อยากตาย

ทางฝ่ายก้องภพ ภิชาสินีและอรรถพรเริ่มใจคอไม่ดีที่ภูมินทร์ไม่รับสาย จังหวะนั้นสัณชัยออกมาจากงานเลี้ยงพอดี บอกกับก้องภพว่ารู้สึกเพลียๆจะขอตัวกลับก่อน วานแสงโชติช่วยส่งแขกแทนตนด้วย แล้วขยับจะไป

“เดี๋ยวครับคุณสัณชัย เห็นคุณภูหรือเปล่าครับ ไม่รู้หายไปไหน โทร.ไปก็ไม่รับสาย”

“น่าจะอยู่ในงานนั่นแหละ ภูเป็นเจ้าของงานจะหายไปไหนได้ คนมันเยอะ หาดีๆ” สัณชัยทำเนียนเหมือนไม่มีอะไร แล้วเดินลอยนวลออกไปโดยไม่มีใครสงสัย แสงโชติขอตัวไปส่งแขกก่อน เชิญทั้งสามคนหาภูมินทร์กับพิณชนิดาตามสบาย ก้องภพเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองติดตั้งแอพพลิเคชั่นในมือถือของทั้งคู่ไว้ ทำให้เช็กได้ว่าอยู่ที่ไหน แล้วรีบกดมือถือของตัวเองค้นหา ครู่ต่อมา ก้องภพ อรรถพรและภิชาสินีตามพิกัดมือถือของพิณชนิดามาถึงลานจอดรถของโรงแรมแต่ต้องแปลกใจที่พิกัดของเธออยู่ที่นี่ แต่ของภูมินทร์กลับอยู่อีกที่หนึ่ง

“หมายความว่าสองคนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ลองโทร. หาดูอีกทีดีกว่า พี่พิณมาทำอะไรที่ลานจอดรถ” ภิชาสินีพูดจบ กดมือถือหาพี่สาว เสียงมือถือของเธอดังขึ้นทั้งสามคนเดินตามต้นเสียงจนกระทั่งเจอกระเป๋าถือของพิณชนิดาตกอยู่ ภิชาสินีชักใจเสีย กลัวจะเกิดเหตุร้ายกับพี่สาว อรรถพรแนะให้ลองเช็กกล้องวงจรปิดของที่นี่ดู แต่ก็คว้า น้ำเหลว กล้องวงจรปิดเกิดไฟลัดวงจรช่วงที่มีงานเลี้ยงพอดี

“เหลือทางเดียว คือตามมือถือคุณภูมินทร์” อรรถพรแนะ...

ภูมินทร์ยื่นข้อเสนอให้พวกคนร้าย หากปล่อย พวกตนไปจะให้เงิน 30 ล้านบาทเป็นค่าตอบแทนฉัตรกับยอดลอบมองกันแต่ไม่แสดงทีท่าอะไร เลิศชักปืนขู่ให้เขาหุบปากก่อนที่ตนจะหมดความอดทน ภูมินทร์รู้ทันทีว่าพวกนี้ต้องไม่ใช่โจรธรรมดา กระซิบบอกพิณชนิดาว่าต้องหาทางหนีไม่อย่างนั้นไม่รอดแน่ แล้วร้องเอะอะขึ้น

“จอดๆๆๆ ผู้หญิงปวดฉี่”

ฉัตรสั่งให้อั้นไว้ก่อน พิณชนิดาโกหกว่าอั้นไม่ไหวจะราดอยู่แล้ว เลิศสั่งให้สมุนจอดรถข้างทาง...

ฝ่ายก้องภพ อรรถพรและภิชาสินีขับรถตามพิกัดมือถือของภูมินทร์จนกระทั่งเข้าไปใกล้ทุกขณะ ก้องภพรีบบอกอรรถพรซึ่งทำหน้าที่สารถีว่าเจอแล้ว คุณภูอยู่ข้างหน้านี่เอง ผู้หมวดหนุ่มรีบเร่งความเร็วขึ้นอีก

ขณะที่ภูมินทร์กับพิณชนิดาแกล้งเดินหาทำเลฉี่ เห็นยอดกับฉัตรซึ่งตามมาคุมเผลอ หันไปถีบทั้งคู่เต็มแรง แล้วพากันวิ่งหนี แต่ไปได้แค่สองก้าว เลิศยิงปืนใส่กระสุนเฉียดเท้าไม่ถึงคืบ ทั้งคู่หยุดกึกไม่กล้าขยับ นับเป็นโชคร้ายของเหยื่อทั้งคู่ ยอดเกิดเอะใจ ลองค้นตัวภูมินทร์ดู
เจอมือถือในเสื้อสูทของเขาก็เลยเอาโยนทิ้ง...

คล้อยหลังไม่นาน ก้องภพ อรรถพรและภิชาสินีมาถึงป่าข้างทางตรงจุดที่รถตู้จอด ก้องภพลองโทร.เข้ามือถือภูมินทร์ เห็นมีแสงวาบๆอยู่ในกอหญ้า ภิชาสินีเดินไปดูเห็นมือถือของภูมินทร์ตกอยู่

“ลักษณะแบบนี้ แสดงว่าคุณภูมินทร์ถูกอุ้มไปพร้อมกับคุณพิณแน่ๆ” อรรถพรสรุป...

เมื่อถึงทางตัน ภิชาสินีกับพวกจึงต้องกลับมาตั้งหลักที่บ้านอัครมโหฬาร พอนวลจันทร์รู้ว่าภูมินทร์กับพิณชนิดาถูกจับตัวไป เข่าอ่อนจะเป็นลม ปูเปรี้ยวกับป่านแก้วต้องช่วยกันประคองเอาไว้ ภิชาสินีถึงกับน้ำตาซึมเป็นห่วงความปลอดภัยของพี่สาว อรรถพรโอบเธอไว้ปลอบใจว่าพิณชนิดาต้องไม่เป็นอะไร...

ผีพ่อ แม่และป้ารู้เรื่องที่พิณชนิดากับภูมินทร์ถูกจับตัวไป อาสาจะช่วยตามหาทั้งคู่ให้ แต่ตอนนี้พลังของพวกตนเหลือน้อยเต็มที อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย จากนั้น ผีทั้งสามตนนั่งสมาธิทำมุมเป็นรูปสามเหลี่ยมก่อนจะจับมือกันหลับตาประสานพลัง โดยมีภิชาสินีและปิ่นเพชรนั่งลุ้นอยู่ใกล้ๆจนหลับคาที่

ooooooo

กว่าปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพาจะรู้สถานที่กักขังตัวพิณชนิดากับภูมินทร์ก็เป็นตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น เนื่องจากใช้พลังไปมากทำให้ผีสามตนไม่สามารถไปช่วยทั้งคู่ด้วยตัวเองได้

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ภิกับหมวดอรรถจะช่วยพี่พิณให้ได้” ภิชาสินีสีหน้ามุ่งมั่น...

ในเวลาต่อมา ปณิตากับเปรมสุดาเดินเข้ามาในบ้านอัครมโหฬาร อดแปลกใจไม่ได้ทำไมบ้านถึงเงียบนัก ปูเปรี้ยวถือโถข้าวต้มปลาเข้ามาพอดี รีบรายงานว่าภูมินทร์ถูกจับตัวไปเมื่อคืน สองแม่ลูกตกใจถึงกับร้องเอะอะ

“ถูกจับไปพร้อมกับนังพิณ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง แต่ไม่ต้องเครียดนะคะ ตำรวจกำลังเร่งตามหา ระหว่างนี้กินข้าวต้มปลาร้อนๆรอฟังข่าวดีกว่าค่ะ”

ปูเปรี้ยวจัดแจงตักข้าวต้มใส่ถ้วยมาวางให้เปรมสุดาทนกลิ่นไม่ไหว รีบวิ่งไปอาเจียน ปณิตา ชักเอะใจ ตามไปดู เห็นลูกอาเจียนน้ำหูน้ำตาเล็ด ก็รู้ทันทีว่าท้อง ยิ่งรู้ว่าแสงโชติเป็นพ่อของเด็กก็ยิ่งโกรธ ด่าว่า ต่างๆนานา สองแม่ลูกมีปากเสียงกันรุนแรง ปณิตาทนไม่ได้ที่ลูกหาว่าเธอเป็นแม่ที่ไม่ดีถึงได้เลี้ยงลูกเป็นแบบนี้ จึงตบหน้าหัน แล้วเดินจากไปอย่างเจ็บปวด...

ในที่สุดภูมินทร์ก็รู้เหตุผลที่โดนจับตัวมา และคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอาแท้ๆของเขาเอง สัณชัยสั่งให้เลิศเอาพินัยกรรมมาให้เขาเซ็นยกทรัพย์สินทั้งหมดให้สัณชัยหากเขาตาย แต่เขาไม่ยอมเซ็น เพราะถ้าทำอย่างนั้นก็เท่ากับเซ็นคำสั่งตายให้ตัวเอง แม้จะถูกซ้อมอย่างหนัก ภูมินทร์ก็ไม่ยอมเซ็นพินัยกรรมให้ พิณชนิดาสงสารเขาจับใจแต่ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้...

ทางด้านนวลจันทร์กินไม่ได้นอนไม่หลับ เป็นห่วงสวัสดิภาพของภูมินทร์ อีกทั้งไม่มีใครส่งข่าวมาบอกความคืบหน้า จึงตัดสินใจไปหาสัณชัยที่บ้านเผื่อจะรู้อะไรเพิ่มเติม โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังไปหาที่ตาย...

ภูมินทร์ถูกซ้อมสะบักสะบอมจนหมดสติ เลือดออกจากทั้งปากและจมูกเปรอะไปหมด พิณชนิดาร้องไห้ด้วยความเป็นห่วง แต่เข้าไปหาไม่ได้เพราะถูกฉัตรกับยอดจับตัวไว้ ส่วนเลิศกำลังโทร.รายงานสัณชัย

“ผมซ้อมมันยับ มันก็ยังไม่ยอมเซ็นครับนาย จะให้ผมทำยังไงต่อ”

“ซ้อมมันอีก ซ้อมจนแขนขามันหัก เอาให้ซี่โครงมันร้าว ทรมานไอ้ภูมินทร์จนกว่ามันจะร้องขอความตาย คุณหนูใจเสาะอย่างมัน ทนได้ไม่นานหรอก พอมันเซ็นพินัยกรรมเรียบร้อย ก็ฆ่ามันสองคนซะ” สัณชัยวางสาย หันไปเห็นนวลจันทร์ยืนอยู่ถึงกับผงะ เธอเองก็ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน หันหลังจะวิ่งหนี เขาไวกว่าล็อกตัวไว้ได้...

ขณะที่นวลจันทร์ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ภิชาสินีกับปิ่นเพชรพร้อมด้วยอรรถพร จ่าเหยินและตำรวจอีกจำนวนหนึ่งมาถึงชายป่าตามแผนที่ที่ผีพ่อ แม่และป้า

บอกตำแหน่งสถานที่กักขังพิณชนิดา แต่เนื่องจากหนทางยังอีกไกล ภิชาสินีเกรงจะไปช่วยพี่สาวไม่ทันกาล จึงกระซิบให้ปิ่นเพชรเรียกพรรคพวกไปช่วยจัดการให้ก่อน เด็กน้อยพยักหน้ารับคำ แล้วเดินแยกไป จ่าเหยินเห็นเข้าก็ร้องทัก เดินไปคนเดียวเดี๋ยวจะหลงทาง

“ไม่ต้องกลัวค่ะ ปิ่นเพชรแค่ไปยิงกระต่าย เดี๋ยวมาค่ะ”

พอลับสายตาคนอื่น ปิ่นเพชรกลายร่างเป็นตุ๊กแก ส่งเสียงร้องเรียกเพื่อนๆให้มาช่วย จากนั้นเด็กน้อยก็รีบกลับไปสมทบกับกลุ่มของภิชาสินี ทำมือให้เธอเป็นทำนองว่าเรียบร้อย อึดใจ ตุ๊กแตในป่าส่งเสียงร้องกันเป็นทอดๆ

จนไปถึงกระท่อมกลางป่าที่กักขังตัวพิณชนิดา ภูมินทร์ซึ่งนอนหลับหนุนตักเธออยู่ สะดุ้งตื่น ยอดบ่นอุบตุ๊กแกที่ไหนร้องดังลั่นป่าขนาดนี้ พิณชนิดารู้ทันทีว่าเป็นฝีมือปิ่นเพชร กระซิบบอกภูมินทร์

“เข้มแข็งเอาไว้นะ ปิ่นเพชรตามมาช่วยแล้ว”

จังหวะนั้นเลิศเดินถือค้อนเข้ามาจะซ้อมภูมินทร์เพื่อบังคับให้เซ็นพินัยกรรม ยังไม่ทันจะเงื้อค้อนในมือ ตุ๊กแกจากไหนไม่รู้นับร้อยตัวหล่นใส่ ทั้งยอด ฉัตรและสมุนของเลิศก็ถูกตุ๊กแกกัดเลือดสาด พิณชนิดาอาศัยจังหวะนั้นพยุงภูมินทร์หนี ยอดกับฉัตรมีตุ๊กแกเกาะไม่มาก จึงวิ่งตามทั้งคู่ไป พิณชนิดาเห็นจวนตัวรีบพาภูมินทร์ไปซ่อนในพุ่มไม้หนา ยอดกับฉัตรไม่เห็น จึงเดินไปหาที่อื่น ทั้งคู่พากันถอนใจโล่งอก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 18:00 น.