ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายพยากรณ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภิชาสินีนั่งนิ่งอยู่อึดใจ ก่อนจะเล่าให้พี่สาวฟังว่า อรรถพรบอกรักเธอแต่เธอปฏิเสธไปแล้ว พิณชนิดาไม่เข้าใจทำไมภิชาสินีถึงทำแบบนั้น ในเมื่อเธอก็ชอบเขาเหมือนกัน ภิชาสินีได้แต่พึมพำว่าไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว ระหว่างเธอกับอรรถพรคงจบลงแค่นี้

“ยังไม่จบ พี่จะไม่ยอมให้ภิตัดโอกาสตัวเองกับหมวดอรรถแบบนี้ ไหนลองบอกพี่มาสิ ภิกลัวอะไร”

“ภิ...ภิกลัวว่าถ้าภิรักหมวด ภิจะอยู่ไม่ได้ถ้าต้องเสียเขาไปเหมือนที่เสียพ่อ แม่กับป้า ภิไม่อยากเจ็บปวดอีกแล้ว มันทรมานมากถ้าต้องจากคนที่เรารัก” ภิชาสินีร้องไห้โฮ ผีพ่อ แม่และป้าน้ำตาซึม สงสารเธอจับใจ

พิณชนิดาบีบมือน้องสาวไว้ ก่อนจะพูดให้สติว่า ความตายเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่มีใครหนีพ้น เราเลือกไม่ได้ว่าจะจากกันหรือสูญเสียกันเมื่อไหร่ แต่เราเลือกได้ว่าระหว่างที่เราได้อยู่ด้วยกัน เราใช้ทุกวินาทีด้วยกันอย่างคุ้มค่าที่สุด คนดีๆความรักดีๆไม่ได้มีมาบ่อยๆ เธอควรจะคว้ามันไว้ และทำให้ดีที่สุด

“อนาคตเรากำหนดไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีได้ ปล่อยวางความกลัว ลุกขึ้นเผชิญหน้ากับความจริงอย่างกล้าหาญ คนขี้ขลาดไม่มีทางมีความสุขอย่างแท้จริง” พิณชนิดาพูดจบดึงน้องมากอด ผีพ่อ แม่และป้าตื้นตันใจมาก จากนี้ไปคงไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว สองพี่น้องสามารถดูแลกันได้ดีโดยไม่ต้องมีพวกตน

ooooooo

แสงโชติโยนซองใส่เงินลงพื้น สั่งให้ยอดกับฉัตรปิดปากให้สนิท ยอดถามยียวนถ้าปิดไม่สนิท เขาจะทำไม

“ที่ฉันให้ครั้งนี้เพราะเห็นแก่พวกแกเคยทำงานให้ฉัน แต่ถ้าพวกแกไม่รู้จักพอ ฉันจะใช้กระสุนปิดปากแกเอง” แสงโชติมองทั้งคู่ด้วยแววตาเหี้ยมเอาจริง ก่อนจะผละจากไป ทั้งสามคนไม่ล่วงรู้เลยว่าอีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนักคนของสิรวิทย์จับตาดูอยู่พร้อมด้วยกล้องถ่ายรูปในมือ...

อรรถพรยังคงนั่งจมอมทุกข์อยู่ในห้องพักตัวเองตั้งแต่เมื่อคืนยันเช้า ภิชาสินีเข้ามาเห็นสภาพของเขาแล้วอดสงสารไม่ได้ เขาเห็นเธอมาหาก็ดีใจมาก ขอโทษในสิ่งที่ตัวเองทำไปเมื่อวาน รับปากจากนี้ไปจะไม่วุ่นวายและไม่ทำให้เธอลำบากใจอีก ภิชาสินีไม่ได้ลำบากใจเพราะเขา เพียงแต่เขาทำให้เธอกลัว

“ภิกลัวว่าถ้าภิรักหมวด ภิจะทนไม่ได้ถ้าต้องเสียหมวดไปเหมือนที่เสียพ่อ แม่และป้า ภิกลัวหมวดจะเปลี่ยนใจ กลัวว่าวันหนึ่งหมวดหมดรักภิ แต่ภิยังรักหมวดอยู่”

อรรถพรถึงกับยิ้มออก ดึงภิชาสินีมากอดปลอบใจว่าไม่ต้องกลัว ถึงเราจะไม่ล่วงรู้อนาคต แต่ในระหว่างที่เรายังมีกันและกัน เขาสัญญาจะรัก จะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ ภิชาสินีรู้สึกดีมาก กอดเขาตอบ และตกลงใจจะเป็นแฟนกัน อรรถพรดีใจมากขโมยหอมแก้มภิชาสินีแล้ววิ่งหนี เธอวิ่งไล่เขาทั่วห้องอย่างมีความสุข...

ทางด้านภูมินทร์หวงพิณชนิดาจนออกนอกหน้า เห็นชุดไปทำงานของเธอสั้นโชว์ขาสวย จัดแจงไล่ให้ขึ้นไปเปลี่ยน หาว่าแต่งตัวไม่สุภาพยั่วน้ำลายผู้ชาย เธอด่าเขากลับว่าหาเรื่องกันชัดๆ ชุดแบบนี้ใครๆก็ใส่กันทั้งนั้น มัวแต่ไปมุดหัวอยู่ไหนถึงไม่รู้เรื่อง ภูมินทร์ขู่ ถ้าไม่ขึ้นไปเปลี่ยนชุดเอง เขาจะเปลี่ยนให้

“เปลี่ยนก็ได้ ไอ้เจ้านายโรคจิต บ้าอำนาจ เอาแต่ใจ ไร้รสนิยม” พิณชนิดาด่าจบเดินกลับห้องอย่างหัวเสีย

“เล่นกะใครไม่เล่น เล่นกับภูมินทร์...ไร้รสนิยมมันเป็นคำด่าของฉัน อย่าใช้ให้ได้ยินอีกนะ” ภูมินทร์ตะโกนไล่หลัง นวลจันทร์ได้แต่ส่ายหน้าที่เขาชอบทำตัวเป็นเด็กเกเร...

เช้านี้มีประชุมเรื่องการจัดงานฉลองครบรอบ 30 ปีของบริษัท โดยมีพิณชนิดาและก้องภพนั่งอยู่มุมห้องคอยจดบันทึกการประชุม ภูมินทร์ต้องการให้ทุกฝ่ายช่วยกันคิดคอนเซปต์ของงานครั้งนี้ แต่มีข้อแม้ต้องมีรสนิยมและสร้างสรรค์ พิณชนิดาขยับเข้าไปใกล้ก้องภพกระซิบว่าแผลโดนน้ำกรดเป็นอย่างไรบ้าง แล้วขอดูมือข้างที่บาดเจ็บ ภูมินทร์เห็นเข้าก็หงุดหงิด สั่งงานผิดๆถูกๆ ยิ่งเห็นพิณชนิดาหยิบเศษผงที่ติดตรงหน้าผากก้องภพออกให้อย่างสนิทสนม ความหึงหวงของเขาพุ่งปรี๊ดถึงกับตบะแตก ตวาดลั่น

“พิณชนิดา หัดมีมารยาทบ้างสิ ไม่เห็นหรือไงว่ากำลังประชุมงานสำคัญอยู่ ถ้าอยากคุยมากนัก ก็ออกไปคุยนอกห้องโน่นไป” ภูมินทร์ไล่ตะเพิดไม่ไว้หน้า คนโดนเล่นงานอายมาก ลุกออกไปทันที ก้องภพจะตาม แต่เขาเรียกไว้ “จะไปไหน อยู่บันทึกการประชุม”

ด้านพิณชนิดาวิ่งหนีไปร้องไห้ในห้องน้ำ ร้องไห้ไปปากก็ด่าภูมินทร์อย่างเอาเป็นเอาตายไปด้วย...

ไม่นานนัก แสงโชติหลบออกจากห้องประชุมเพื่อจะตามหาพิณชนิดา แต่เธอเดินสวนเข้ามาเสียก่อน เขาเห็นตาเธอแดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ถามอย่างปลอบโยนว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“พิณโอเคแล้ว ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง”

“ตายังแดงๆอยู่เลย ผมว่าไปหาอะไรหวานๆดื่มหน่อยดีกว่า จะได้อารมณ์ดีขึ้น”

พิณชนิดาพยักหน้ารับคำ แล้วเดินออกไปกับแสงโชติ แม่บ้านกำลังทำความสะอาดอยู่แถวนั้นละสายตามองตามแวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้าทำงานของตัวเองต่อไป สักพักทุกคนทยอยออกจากห้องประชุม ก้องภพพยายามส่ายสายตามองหาพิณชนิดา แต่ถูกภูมินทร์สั่งให้ไปทำสรุปการประชุมมาให้ เขาจำต้องไปทำตามสั่ง พอเขาคล้อยหลัง ภูมินทร์หันไปถามแม่บ้านว่าพิณชนิดาไปไหน พอรู้ว่าไปกับแสงโชติ ยิ่งหัวเสียเป็นทวีคูณ

ooooooo

ในขณะที่พิณชนิดากำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่กับแสงโชติ ภูมินทร์ปรี่มากระชากข้อมือดึงให้กลับไปทำงาน เธอร้องโอ๊ยลั่น พยายามสะบัดมือหนีแต่เขาจับไว้แน่น แสงโชติคว้ามืออีกข้างหนึ่งของเธอดึงไว้ บอกให้เขาปล่อย เขาถามเสียงเขียวว่าแสงโชติเกี่ยวอะไรด้วย พิณชนิดาเกรงจะมีเรื่องรีบบอกแสงโชติให้ปล่อยมือ

“บอสจะรีบไปทำงานไม่ใช่เหรอคะ” พิณชนิดาเห็นภูมินทร์ยังจ้องหน้าแสงโชติไม่ยอมขยับ ก็เลยเป็นฝ่ายลากเขาออกมา เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานของภูมินทร์ เธอต่อว่าเขาว่าเป็นถึงประธานบริษัทไปมีเรื่องกับน้องชายแบบนั้นคนอื่นจะมองไม่ดี

“มองยังไงมันก็เรื่องของฉัน เคลียร์เรื่องของเธอก่อนเถอะ” พูดจบ ภูมินทร์ลากเธอเข้าห้องทำงานปิดประตูตามหลัง ก้องภพจะเข้าไปด้วยแต่ประตูล็อกกลอน รีบเอาหูแนบประตูฟังเสียงข้างใน

ภูมินทร์ลากพิณชนิดาไปนั่งที่เก้าอี้ด้วยความโมโหหึงที่เธอออกไปกับแสงโชติ หาเรื่องด่าว่าต่างๆนานา พิณชนิดามองข้อมือตัวเองที่ถูกเขาลากไปลากมาจนแดงเถือก ชักจะโกรธขึ้นมาบ้างด่ากลับ

“วันนี้นายเป็นบ้าอะไร ทำฉันอับอายกลางห้องประชุมไม่พอ ยังทำมือฉันเจ็บอีก” พูดจบ เธอคลำมือตัวเองป้อยๆ ภูมินทร์เห็นมือของเธอแล้วรู้สึกผิด รีบดึงมาเป่าให้อย่างอ่อนโยนราวกับเธอเป็นเด็กตัวเล็กๆ พิณชนิดาเห็นความห่วงใยที่เขามีให้ ความโกรธก็มลายไปสิ้น

“เวลานายทำตัวดีๆก็น่ารักเหมือนกันเนอะ น่ารักจุงเบย”

ชายหนุ่มถูกชมซึ่งหน้าก็เขิน ไม่กล้าสบตาด้วย พิณชนิดาชอบใจที่เห็นเขาอาย ยื่นหน้าเข้าไปยิ้มยั่ว สองคนแหย่กันไปแหย่กันมา พิณชนิดาหมั่นไส้คว้าแฟ้มงานใกล้มือไล่ตีภูมินทร์ จังหวะนั้น ก้องภพกดอินเตอร์คอมแจ้งว่าสิรวิทย์มีเรื่องด่วนจะขอพบ ภูมินทร์จึงขอพักรบกับพิณชนิดาไว้ก่อน

ครู่ต่อมา สิรวิทย์เข้ามารายงานความคืบหน้าคดีลอบฆ่าให้ภูมินทร์รับทราบว่าผู้ต้องสงสัยคดีนี้น่าจะเป็น แสงโชติ แล้วเอารูปแสงโชติ ยอดและฉัตรให้ดู จากนั้นก็เล่าให้ฟังว่าวันก่อน เขาหวังจะไปเซอร์ไพรส์เปรมสุดาที่บ้าน แต่เห็นเธอขับรถสวนออกไปจึงขับรถตาม เจอเธอกับแสงโชติเข้าไปในคอนโดฯของฝ่ายหลังด้วยกัน

“ฉันเลยให้คนไปสืบ ได้ความว่าสองคนนั่นนัดเจอแล้วก็ค้างด้วยกันที่นั่นเป็นประจำ หลังจากรู้เรื่อง แสงโชติกับคุณสุดา ฉันก็ให้คนสะกดรอยตามแสงโชติทันที คนเราฆ่ากันได้เพราะเรื่องชู้สาว” สิรวิทย์สรุป

“ขอบใจแกมากนะ อกหักขนาดนี้ยังอุตส่าห์เป็นห่วงฉัน”

สิรวิทย์พยักหน้ารับเศร้าๆ ก้องภพมองภาพยอดกับฉัตรก่อนจะถามว่าพวกนี้เป็นใคร สิรวิทย์ให้คนไปสืบมา ได้ความว่าสองคนนี้ชื่อยอดกับฉัตร เคยเป็นพนักงานเก่าของที่นี่ ภูมินทร์มองรูปถ่ายของทั้งคู่อย่างพิจารณา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเคยเจอพวกนี้ตอนไปเอารถเต่าของพิณชนิดาจากอู่ซ่อมรถ ที่จำได้ก็เพราะหนึ่งในนั้นจะขอซื้อรถเต่า พิณชนิดางงจะซื้อรถของตนไปทำไม สิรวิทย์อธิบายว่าตอนที่ภูมินทร์หายตัวไป เบาะแสเดียวที่ทางเรามีคือภาพรถเต่าสีชมพูที่ได้จากกล้องวงจรปิด หากหาเจ้าของรถเจอก็จะหาภูมินทร์เจอด้วย

“แบบนี้ยิ่งชัดเจนเลยนะครับ เพราะคนที่มีภาพรถเต่าของคุณพิณ มีแต่ผม คุณวิทย์และคุณแสงโชติ”

ภูมินทร์ฟันธงนั่นเท่ากับแสงโชติคือคนบงการฆ่าตนอย่างที่คาดไว้ ฮึดฮัดจะตามไปลากคอเขาเข้าคุกให้ได้ สิรวิทย์ปรามให้ใจเย็นๆ ควรจะรอให้ได้หลักฐานแน่นหนาก่อน แล้วค่อยรวบตัว ไม่อย่างนั้นแสงโชติอาจไหวตัวทัน ชิงหนีไปเสียก่อน ก้องภพแนะให้แจ้งหมวดอรรถเพื่อจะได้เอาตัวยอดกับฉัตรมาสอบสวน สิรวิทย์เห็นด้วย เพราะดูท่าแล้ว พวกนี้ไม่ใช่พวกมือปืนอาชีพ หากโดนตำรวจเค้นหนัก อาจสารภาพได้ไม่ยาก...
หลังจากก้องภพส่งภาพถ่ายของยอดกับฉัตรไปให้อรรถพรทางอีเมล ผู้หมวดหนุ่มส่งต่อให้จ่าเหยินอีกทอดหนึ่งเพื่อจัดการตามหาตัวพวกนั้นเอามาสอบปากคำให้ได้

ooooooo

เอกยังหน้าด้านไม่เลิกไม่แล้ว ตามมาตื๊อพิณชนิดาถึงบ้านอัครมโหฬาร แต่เธอไม่อยู่ ไปทำงาน รปภ.ก็เลยไม่ยอมให้เข้า นอกจากจะได้รับอนุญาตจากภูมินทร์เสียก่อน เอกหัวเสียโวยลั่น

“เรื่องมากจริงๆ ถ้าเข้าไม่ได้ ผมจะคอยอยู่ตรงนี้จนกว่าพิณจะมา”

ป่านแก้วกำลังจะออกไปตลาดมาทันได้ยินพอดี รีบโทร.แจ้งให้พิณชนิดาทราบ เธอวางสายแล้วขยับจะไป เห็นก้องภพเดินสวนเข้ามา จึงแจ้งว่ามีธุระด่วน ขอไปจัดการก่อนแล้วจะรีบกลับ ก่อนจะวิ่งปรู๊ดออกไป...

ผีพ่อ แม่และป้าเห็นเอกที่บ้าเข้าขั้น ถึงขนาดเอาเต็นท์มา เตรียมพร้อมสำหรับค้างคืน ก็พากันไม่พอใจ คิดหาทางกำจัดเขาไปให้พ้นทาง จึงรวมหัวกันแกล้งหลอกผี ทั้งแลบลิ้นปลิ้นตา ทั้งแหกอก ถอดหัวออกจากตัว เอกกลับไม่กลัวแม้แต่น้อย หาว่าทั้งสามตนแสดงเป็นผีได้เหมือนมาก ปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพาได้แต่มองเซ็ง จังหวะหนึ่งมีลมพัดวูบเข้ามา พัดร่างของผีทั้งสามตนเลือนหายไปบางส่วน ต่างผงะ
“หรือว่า...เวลาของพวกเราจะใกล้หมดแล้ว” กานต์กมลอดหวั่นใจไม่ได้...

พอภูมินทร์รู้จากก้องภพว่าพิณชนิดาไม่อยู่ มีธุระด่วนต้องรีบไปทำก็หน้าหงิกทันที ก้องภพมองออกว่าเจ้านายตัวเองมีใจให้พิณชนิดาก็หน้าสลด...

ทางฝ่ายพิณชนิดาปรี่เข้าไปหาเอกที่นั่งรออยู่หน้าบ้านอัครมโหฬารอย่างสบายอารมณ์ เตะหน้าแข้งอย่างแรงจนเขากระโดดโหยงด้วยความเจ็บ จากนั้นทั้งด่า ทั้งไล่ตะเพิดให้เขากลับไป แต่เอกดื้อด้านสุดฤทธิ์ ยืนยันเป็นตายอย่างไรก็จะไม่ยอมทิ้งเธอไปไหนอีกแล้ว พิณชนิดาโกรธจัดคว้ามือถือขึ้นมาโทร.ตามอรรถพรให้มาช่วย ไม่กี่อึดใจ ผู้หมวดหนุ่มซ้อนมอเตอร์ไซค์จ่าเหยินมาถึงหน้าบ้านภูมินทร์ พิณชนิดาขอร้องให้เขาจับเอกไปโรงพัก อรรถพรอยากรู้ว่าจะให้จับข้อหาอะไร เพราะเท่าที่เห็น เอกไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่าง

“แล้วจะปล่อยให้เขารังควานฉันแบบนี้เนี่ยนะ”

แม้จะเอาผิดเอกไม่ได้ แต่อรรถพรจะส่งสายตรวจมาดูที่นี่ให้บ่อยขึ้น พิณชนิดาเซ็งมากจำต้องปล่อยให้เอกปักหลักอยู่ตรงนั้นต่อไป ปูเปรี้ยวไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยรีบโทร.ไปใส่ไฟให้ภูมินทร์ฟังว่าพิณชนิดาจู๋จี๋กับผู้ชายชื่อเอกอยู่หน้าบ้านโดยไม่อายฟ้าดิน เขาหลงเชื่อคำโป้ปด โกรธควันแทบออกหู...

ทันทีที่พิณชนิดากลับถึงออฟฟิศ ภูมินทร์ซึ่งต่อมหึงแตกซ่าน ด่าเธอเป็นชุดว่าหน้าไม่มียางอายถึงได้กลับไปกินของเก่า อดอยากปากแห้งมากนักก็น่าจะบอกกันดีๆ เขาจะได้ช่วยสงเคราะห์ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทิ้งงานไปเขี่ยถ่านไฟเก่าที่หน้าบ้านเขา พิณชนิดาหมดความอดทนตบเขาหน้าหัน เสียใจสุดๆที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเหลือเขา แต่เขากลับดูถูกเธอไม่เว้นแต่ละวัน

“พอกันที ฉันจะไม่เสียเวลาช่วยคนจิตใจสกปรก คนที่ไม่เคยเห็นความดีอย่างคุณอีก อย่าพบอย่าเจอกันอีกเลย...ลาขาด” พิณชนิดาวิ่งหนีไปทั้งน้ำตา จนไปถึงหน้าบริษัท แสงโชติขับรถผ่านมาเห็นก็จอดรถถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงร้องห่มร้องไห้ เธอยังไม่ทันจะตอบคำถาม ได้ยินเสียงภูมินทร์ตะโกนเรียกไล่หลัง รีบหนีขึ้นรถของแสงโชติแล้วบอกให้ออกรถทันที ภูมินทร์วิ่งไล่ไม่ทันได้แต่มองตามสีหน้าเป็นกังวล

“...พิณน่าจะกลับไปเก็บของที่บ้าน” คิดได้ดังนั้น ภูมินทร์รีบโทร.หานวลจันทร์ “ฮัลโหล นมเหรอครับ ถ้าพิณชนิดากลับไปที่บ้าน นมพยายามรั้งเอาไว้ก่อนนะครับ อย่าให้ไปไหน ผมกำลังจะรีบกลับไป”

ooooooo

แสงโชติทำตัวเป็นผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้าย อาสาจะขับรถไปส่งพิณชนิดาที่บ้าน แต่ขอแวะคอนโดฯที่พักตัวเองเพื่อเอาของก่อน แต่แกล้งลืมมือถือทิ้งไว้ในรถ สักพักก็โทร.บอกให้พิณชนิดาซึ่งรออยู่ในรถช่วยเอา

มือถือของเขาขึ้นมาให้ เธอไม่ได้เอะใจอะไรทำตามที่เขาร้องขอ ลูกน้องของสิรวิทย์ที่ซุ่มดูอยู่มองตามสนใจ...

ภูมินทร์ใจคอไม่ดีเมื่อรู้จากนวลจันทร์ว่าพิณชนิดายังไม่ถึงบ้านทั้งที่ออกมาก่อนหน้าตนเอง ไม่รู้แสงโชติพาเธอไปไหน แล้วนึกถึงสิรวิทย์ขึ้นมาได้ รีบโทร.ถามว่าคนของเขายังคอยตามแสงโชติอยู่หรือเปล่า ถ้าตามอยู่รู้ไหมว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน

“ลูกน้องฉันบอกว่ามันมาที่คอนโดฯกับผู้หญิงสวยๆหน้าคมๆ ผู้หญิงเพิ่งจะขึ้นไป”

ภูมินทร์เดาได้ไม่ยากว่าผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นพิณชนิดา รีบบึ่งรถไปที่นั่นทันที...

ขณะแสงโชติเอาน้ำส้มผสมยานอนหลับให้พิณชนิดาดื่ม ภูมินทร์โทร.เข้ามือถือของเธอเพื่อเตือนให้ออกจากที่นั่น แต่เธอไม่ยอมรับสายแถมยังปิดเครื่องหน้าตาเฉย เขาหงุดหงิดมา ตัดสินใจโทร.เข้ามือถือของแสงโชติแทน ขอคุยกับพิณชนิดา เขารีบเดินเข้าห้องนอนพร้อมกับพูดจายั่วประสาท

“เสียใจด้วยครับพี่ภู ตอนนี้ผมกับคุณพิณไม่ว่าง เราสองคนกำลังจะขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดกัน” ยั่วเสร็จ แสงโชติปิดมือถือ ภูมินทร์แทบคลั่ง เร่งความเร็วรถเพิ่มขึ้นราวกับจะแข่งกับพายุ...

ไม่กี่อึดใจยานอนหลับเริ่มออกฤทธิ์ พิณชนิดามึนหัวอย่างบอกไม่ถูก เห็นแสงโชติออกจากห้องนอนในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำ เอะใจว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล ลุกขึ้นจะกลับ เขากระชากเธอไปที่ห้องนอน เธอทั้งผลักทั้งถีบจนเป็นอิสระ ตะเกียกตะกายไปที่ประตูห้องพัก แต่ทำได้แค่เปิดล็อกก็หมดแรงเสียก่อน เธอตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติแต่สู้ฤทธิ์ยาไม่ไหว แสงโชติตามมาอุ้มเธอไปวางที่เตียงนอนแล้วลงมือถอดเสื้อ

พิณชนิดาเอานิ้วจิ้มตาเขาจนร้องลั่นแล้วพลิกตัวหนี ตบหน้าตัวเองสุดแรงเพื่อให้ได้สติ แสงโชติเห็นเธอคลานหนีก็คว้าขาไว้ พิณชนิดาถีบสุดแรงปากก็ตะโกนลั่น

“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”

แสงโชติกลัวคนได้ยิน รีบตะครุบปากเธอไว้ พิณชนิดาสู้สุดฤทธิ์ เขาทนไม่ไหวต่อยท้องเธอจนจุกตัวงอ ก่อนที่พิณชนิดาจะเสียทีให้คนโฉดชั่ว ภูมินทร์เข้ามากระชากเขาออก ต่อยไม่ยั้งจนคนสารเลวสิ้นสภาพ ส่วนมือของภูมินทร์แตกยับ พิณชนิดากลัวเขาจะฆ่าคนตาย คลานเข้าไปกอดเขาไว้ทางด้านหลัง

“พอแล้วค่ะคุณภู พอแล้ว...พอ”

ภูมินทร์ได้สติ หยุดต่อยแสงโชติ หันมองพิณชนิดาที่สภาพย่ำแย่มาก ดึงมากอดแนบอก ปมความหวาดกลัวในอดีตที่ต้องสูญเสียพ่อกับแม่ทำให้เขาโพล่งขึ้นอย่างลืมตัว

“ต่อไปห้ามปิดเครื่องหนีผมอีก ถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมา ผมจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร”

พิณชนิดาชะงัก จ้องเข้าไปในดวงตาของเขาเห็นความหวาดกลัวในนั้น ดึงเขามากอด เป็นฝ่ายปลอบโยนแทน “ฉันไม่เป็นไรแล้ว ฉันยังอยู่กับคุณตรงนี้ ไม่เป็นไรแล้ว”

ooooooo

จากนั้นไม่นาน แสงโชติถูกควบคุมตัวไปขังไว้ที่โรงพัก ภูมินทร์โกรธมากที่เขาทำอนาจารหญิงที่ตัวเองรัก ขอร้องให้อรรถพรขังลืมไปเลย ผู้หมวดหนุ่มทำอย่างนั้นไม่ได้ ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย พิณชนิดากลัวภูมินทร์จะของขึ้นอีก หันไปบอกอรรถพรว่าพร้อมจะให้ปากคำแล้ว

“พอลงบันทึกเสร็จ คุณพิณรีบไปตรวจร่างกายเลยนะครับ จะได้เป็นหลักฐานมัดตัวให้คนชั่วดิ้นไม่หลุด”

พิณชนิดาพยักหน้ารับคำ แล้วเดินไปกับอรรถพรและจ่าเหยิน ภูมินทร์จะตามไปด้วย แต่สัณชัยดึงแขนไว้เสียก่อน ขอร้องไม่ให้เอาเรื่องแสงโชติ ถึงอย่างไรเราก็เป็นสายเลือดเดียวกัน

“สายเลือดเดียวกันแล้วทำชั่วใส่กันได้หรือไง ที่ไอ้แสงโชติมันเลวได้ขนาดนี้ก็เพราะคุณอาคอยแต่ให้ท้าย เป็นพ่อประสาอะไรไม่รู้จักสั่งสอนให้ลูกรู้จักผิดชอบชั่วดี มันอาจจะจริงอย่างโบราณว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น”

สัณชัยฟิวส์ขาดตบภูมินทร์หน้าหัน พอได้สติรีบขอโทษ อ้างไม่ได้ตั้งใจ เขาบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าคนที่คุณอาควรจะตบคือแสงโชติไม่ใช่ตน ถ้าคุณอาลงโทษลูกไม่ได้ ตนจะจัดการแทนเองแล้วผละจากไปทันที สัณชัยมองตาม ขบกรามแน่นด้วยความแค้น จากนั้นเข้าไปเยี่ยมลูกที่ห้องขัง เห็นหน้าตายับเยินของลูกก็ตกใจ ถามเสียงเครียดว่าใครทำเขาขนาดนี้

“ไอ้ภู...พ่อต้องช่วยผมนะ ผมไม่อยากติดคุก พ่อครับ เอาผมออกไปที ผมไม่อยากอยู่ในนี้”...

ขณะที่สัณชัยพยายามหาทางช่วยลูกให้พ้นผิด เอกยังรอพิณชนิดาอยู่หน้าบ้านอัครมโหฬาร แถมยังบ้าเข้าขั้น ถ่ายคลิปตัวเองนุ่งกางเกงขาสั้นกำลังตักน้ำจากถังพลาสติกราดตัว ถูสบู่ด้วยท่าทางเซ็กซี่สุดชีวิต

“พิณจ๋า มาอาบน้ำด้วยกันไหม”

กานต์กมลกับพัณทิพาเห็นหุ่นของเอกแล้วทำท่าเคลิ้ม ปราชญ์ไม่พอใจเตือนทั้งคู่ ลืมไปแล้วหรือว่า

ไอ้บ้านั่นกำลังตามรังควานยัยพิณ ทั้งคู่ถึงได้สติรุมด่าเอกกันยกใหญ่ แต่ก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีจะไล่เขาไปได้อย่างไร ปิ่นเพชรปรากฏตัวขึ้น อาสาจะจัดการให้เอง แล้วแปลงร่างเป็นตุ๊กแกคลานไปหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

ด้วยความร่วมมือจากแมลงสาบเพื่อนซี้ของปิ่นเพชร ทำให้เอกกลัวจนเผ่นแน่บกลับไปแทบไม่ทัน...

สัณชัยเห็นพิณชนิดาออกมาจากห้องสอบสวน รีบเข้าไปหาเพื่อจะขอร้องให้ถอนฟ้องแสงโชติ ภูมินทร์รู้เท่าทันความคิดของเขา รีบดึงเธอออกไปทันที เธอทักท้วงว่าเหมือนสัณชัยมีอะไรจะคุยกับเธอ

“ไม่ต้องคุยอะไรทั้งนั้น” ภูมินทร์พาเธอไปที่รถ แล้วเปิดประตูให้ขึ้นนั่ง เธอหันไปบอกอรรถพรที่ตามมาส่ง

“หมวดอย่างบอกเรื่องนี้กับภินะคะ พิณขอคุยกับน้องเอง”

“ครับ...คุณภูรีบทำแผลนะครับ เดี๋ยวจะอักเสบ”

ภูมินทร์รับคำ แล้วขึ้นรถขับออกไป พิณชนิดาเห็นมือของเขาแตกยับก็เป็นห่วง แนะให้แวะไปทำแผลที่โรงพยาบาลก่อนไม่ดีกว่าหรือ เขาส่ายหน้า แผลแค่นี้ไม่ถึงตาย แล้วขอให้เธอช่วยหยิบขวดน้ำที่เบาะหลังให้ เนื่องจากมือเจ็บแถมกำลังขับรถ พิณชนิดาจึงต้องป้อนน้ำให้แต่ป้อนไม่ถนัด แถมเขาดันเบรกตามรถคันข้างหน้า

ที่เบรกกะทันหัน ทำให้น้ำหกหมดขวด ภูมินทร์โวยวายลั่นจนเธอต้องขอร้องให้ใจเย็นๆแล้วชี้ปากตัวเอง

“ดูปากพิณชนิดานะ เดี๋ยวจะซื้อน้ำให้ใหม่ เลิกเหวี่ยงแล้วขับรถหาร้านค้า เข้าใจตรงกันนะ”

เขาหันไปขับรถต่ออย่างหงุดหงิด พิณชนิดาได้แต่ถอนใจ เหนื่อยใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 18:11 น.