ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายพยากรณ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขณะที่ภิชาสินีตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน พิณชนิดาพรวดพราดเข้าไปบอกภูมินทร์ที่กำลังคุยงานอยู่กับก้องภพในห้องทำงาน ว่าคิดวิธีที่จะหาตัวคนบงการฆ่าเขาได้แล้วโดยจะทำนายจากไพ่ แม้จะฟันธงไม่ได้ว่าเป็นคนไหน แต่ก็สามารถตัดคนที่ไม่น่าสงสัยออกไปได้ จะทำให้กลุ่มเป้าหมายแคบลง

“วิธีของคุณพิณน่าสนใจนะครับ ลองดูก็ไม่เสียหาย”

“แต่ว่าออฟฟิศนี้มีพนักงานเป็นร้อย เธอจะดูหมดทุกคนได้อย่างไร” ภูมินทร์ไม่วายทักท้วง

“สาเหตุที่คนร้ายต้องการฆ่าคุณ เป็นเพราะเงิน คุณคิดว่าคนแบบไหนที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดหลัง จากการตายของคุณ” พิณชนิดามองสองหนุ่มอย่างรอคำตอบ และคำตอบที่ได้ก็คือคณะผู้บริหารของบริษัทนั่นเอง ดังนั้นผู้บริหารทุกคนจึงถูกเรียกตัวมาที่ห้องประชุมเล็กเพื่อให้พิณชนิดาในคราบหมอดูยิปซีสวมวิกผม ใส่แว่นหนาเตอะอำพรางใบหน้าที่แท้จริง ทำนายดวงจากไพ่ทีละคน

พอเปิดไพ่ดูเท่านั้น พวกเขาก็เผยธาตุแท้ภายใต้ใบหน้าที่ดูน่าเคารพและน่าเชื่อถือออกมา ผู้บริหารชายบางรายแอ๊บแมน บางรายแก่จนจะเข้าโลงยังชอบเล่นตุ๊กตาหมี ส่วนผู้บริหารหญิงมาดคุณนายผู้เคร่งขรึม แต่เบื้องหลังกลับชอบแต่งกายด้วยชุดหนังรัดรูปเป็นนางแมวยั่วสวาท กินเด็กหนุ่มๆเป็นของว่าง...

ระหว่างที่พิณชนิดาใช้ไพ่ยิปซีคัดกรองผู้ต้องสงสัยอยู่ที่บริษัทของภูมินทร์ ปิ่นเพชรในคราบเด็กน้อยวิ่งหน้าตื่นไปที่โรงพัก แจ้งกับอรรถพรว่าเกิดเรื่องกับภิชาสินี ไม่รู้หายตัวไปไหน ที่บ้านภูมินทร์ก็ไม่เห็นตนกลับ ไปหาที่บ้านของสรพงษ์ก็ไม่เจอ ครู่ต่อมา อรรถพร ปิ่นเพชรกับจ่าเหยินมาถึงบ้านของสรพงษ์ ปิ่นเพชรกับอรรถพรเข้าไปค้นในตัวบ้าน ส่วนจ่าเหยินแยกไปดูหลังบ้าน อรรถพรร้องเรียกภิชาสินีไปทั่ว แต่ไม่มีเสียงขานตอบ

“เจ๊ภิไม่อยู่ที่นี่หรอก เค้าหาจนทั่วแล้วจริงๆทั้งในบ้านและรอบบ้าน”

ทันใดนั้นมีเสียงจ่าเหยินร้องเอะอะดังขึ้น ทั้งคู่ตกใจรีบวิ่งไปดู เห็นเขานั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้น หน้าตาตื่น ชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปยังโอ่งน้ำท้ายบ้าน อรรถพรชักปืนขึ้นมา กระชับในมือ ค่อยๆย่องไปดู ตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นสรพงษ์นอนตายคุดคู้อยู่ในนั้น นึกถึงภิชาสินีขึ้นมาทันที

“คุณภิต้องกำลังตกอยู่ในอันตรายแน่ๆ”

ooooooo

เป็นอย่างที่อรรถพรหวั่นใจ ภิชาสินีในสภาพหมดสติถูกพ่อของสรพงษ์จับมัดมือมัดเท้านำไปขังไว้ที่โกดังร้างริมแม่น้ำ ระหว่างรอให้คนเอาเงินค่าปิดปากเรื่องลอบฆ่าภูมินทร์มาให้ สักพักหญิงสาวได้สติเห็นสรพงษ์นั่งอยู่ใกล้ๆก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่คน เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง โวยวายใส่พ่อของสรพงษ์ที่ยืนชะเง้อคอยาวอยู่

“คุณฆ่าลูกชายตัวเองทำไม เขายังเด็กอยู่แท้ๆ ยังมีอนาคตอีกตั้งไกล จิตใจคุณทำด้วยอะไรหา”

“ผมไม่ได้ตั้งใจ...ผมไม่ได้ตั้งใจ” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของเขาเศร้ามาก

จากนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็พรั่งพรูออกจากปากพ่อของสรพงษ์ ตอนนั้นเขากลับถึงบ้านในสภาพเมาหนักแทบทรงตัวไม่อยู่ สรพงษ์เข้าไปเกาะแขน ชวนให้เล่นหุ่นยนต์ด้วยกัน เขากำลังหงุดหงิดจึงผลักลูกกระเด็นหงายหลังหัวกระแทกขอบโต๊ะนอนแน่นิ่ง พ่อเอะใจเดินเข้าไปดู ถึงได้เห็นว่าเลือดนองเต็มพื้น เขาหายเมาเป็นปลิดทิ้ง รีบเขย่าลูกให้ตื่น แต่ลูกหยุดหายใจไปแล้ว จึงได้แต่กอดศพลูกร้องไห้

ภิชาสินีสลดใจมากเมื่อได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น พ่อของสรพงษ์ยังคร่ำครวญขอโทษลูกไม่เลิกที่ทำให้ต้องมาตายเพราะความเมาของตัวเอง

“มาขอโทษตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อทำไปแล้ว ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคนยังชอบดื่มเหล้า ทั้งๆที่น้ำเมาทำให้คนขาดสติ ทำเรื่องเลวร้ายได้โดยไม่รู้สึกผิด บาปกรรมครั้งนี้จะตามสนองคุณเร็วๆนี้แน่”

พ่อสรพงษ์ไม่พอใจที่ถูกเธอต่อว่า ปรี่เข้ามาตบสุดแรง ภิชาสินีสลบเหมือดไปอีกครั้ง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน พิณชนิดาในคราบหมอดูสาวยิปซีทำนายไพ่ให้ผู้บริหารไปหลายรายแต่ไม่พบใครมีพิรุธ ผู้บริหารรายต่อไปที่เข้ามาให้เธอทำนายไพ่ก็คือสัณชัยซึ่งรู้สึกคุ้นหน้าเธอมาก ทักว่าเคยเจอกันที่ไหนหรือเปล่า เธอเห็นว่าเขาเป็นญาติกับภูมินทร์จึงถอดวิกผม และแว่นตาออก สัณชัยนิ่วหน้าประหลาดใจมาก

“อ้าว...หนูพิณ แล้วทำไม...”

“เรื่องมันยาวค่ะ แต่พิณจะอธิบายสั้นๆก็แล้วกัน คุณภูให้พิณช่วยหาอะไรบางอย่าง...สับไพ่ก่อนนะคะ” พิณชนิดาพูดจบส่งไพ่ให้สัณชัยสับ ยังไม่ทันจะเปิดไพ่ทำนายดวงให้เขา อรรถพรโทร.มาตามเธอเสียก่อน ขณะพิณชนิดารีบร้อนจะออกไปหาผู้หมวดหนุ่ม เจอภูมินทร์เดินสวนมาพอดี ถามว่าดูไพ่เสร็จแล้วหรือ เธอยังดูไม่เสร็จ แต่ต้องรีบไปเพราะเกิดเรื่องกับภิชาสินี ภูมินทร์ไม่อยากให้เธอขับรถเอง ก็เลยอาสาจะขับรถให้

ไม่นานนัก พิณชนิดากับภูมินทร์มาถึงบ้านของสรพงษ์ อรรถพรแนะให้เธอเอาไพ่ออกมาทำนายเผื่อจะรู้ที่ที่ภิชาสินีถูกเอาตัวไปกักขัง พิณชนิดาเอาไพ่ขึ้นมาเทินไว้เหนือหัว อธิษฐานขอให้ครูบาอาจารย์ช่วยให้ตามหาน้องสาวเจอ แล้วเลือกไพ่ออกมาสามใบ ทำนายว่าภิชาสินีถูกขังไว้ในที่มืดใกล้กับน้ำ ภูมินทร์โพล่งขึ้นทันที

“ถ้าผมจำไม่ผิด มีท่าเรือถูกทิ้งร้างเอาไว้ อยู่ไม่ห่างจากที่นี่”

ooooooo

ที่โกดังร้างริมแม่น้ำ ผู้บงการสังหารภูมินทร์ไม่ต้องการจ่ายเงินค่าปิดปากให้พ่อของสรพงษ์ จึงส่งยอดกับฉัตรมาจัดการเขา ขณะยอดชักปืนจะยิงพ่อของสรพงษ์โดดแย่งปืน วิญญาณของสรพงษ์เป็นห่วงพ่อมาก ปลุกภิชาสินีให้ตื่นไปช่วย เธอเหลือบเห็นเศษกระจกที่พื้น หยิบขึ้นมาตัดเชือกที่มัดมือตัวเอง

อีกมุมหนึ่งแถวท่าน้ำ ภูมินทร์พาอรรถพร พิณชนิดากับจ่าเหยินและปิ่นเพชรเข้ามา อรรถพรกับจ่าเหยินแยกตัวไปตามหาภิชาสินีโดยให้พวกที่เหลือรออยู่ตรงนี้ก่อน ภูมินทร์เห็นพิณชนิดาสีหน้าไม่ดีปลอบว่า

“หมวดอรรถมาแล้ว น้องสาวคุณจะไม่เป็นอะไร”...

ฝ่ายภิชาสินีตัดเชือกที่มือจนขาด หนีออกมาเจอพ่อของสรพงษ์กำลังต่อสู้แย่งปืนกับยอดโดยมีฉัตรยืนลุ้นอยู่ใกล้ๆ ทันใดนั้น ปืนลั่นใส่พ่อของสรพงษ์ เสียงปืนดังไปทั่วบริเวณ อรรถพรใจเสียรีบวิ่งตามเสียงปืนไปกับจ่าเหยิน เสียงปืนดังไปถึงหูพิณชนิดากับพวกที่รออยู่ เธอใจคอไม่ดี กลัวน้องสาวจะได้รับอันตราย ขยับจะไปหา ภูมินทร์คว้าตัวไว้ไม่ยอมให้เธอไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้น พิณชนิดาเองก็ปล่อยให้น้องเป็นอะไรไม่ได้

“ผมก็ให้คุณเป็นอะไรไม่ได้เหมือนกัน...ถ้างั้นเราก็เข้าไปด้วยกัน” ภูมินทร์ว่าแล้วจับมือพิณชนิดาวิ่งไปยังทิศทางที่เสียงปืนดัง โดยมีปิ่นเพชรวิ่งตามไปติดๆ...

ยอดกับฉัตรหันมาเห็นภิชาสินีกำลังจะหนีจากที่เกิดเหตุ รีบไล่ตาม พอทั้งคู่คล้อยหลัง อรรถพรกับจ่าเหยินวิ่งเลี้ยวมุมตึกเข้ามา เห็นพ่อของสรพงษ์นอนจมกองเลือด วิ่งมาตรวจสัญญาณชีพพบว่าตายแล้ว

“จ่า...ติดต่อรถพยาบาลมาด่วน ผมจะไปตามหาคุณภิ” อรรถพรสั่งการเสร็จวิ่งหน้าตั้งออกไป

ทางด้านภิชาสินีหนีสองโจรชั่วไม่พ้นถูกจับตัวไว้ได้ ยอดจะยิงเธอทิ้งเพื่อปกปิดความผิด แต่ฉัตรกลัวเปลืองกระสุนเสนอให้จับไปถ่วงน้ำ แล้วพาตัวไปริมแม่น้ำ เอาเข็มขัดมัดแขนขาของเธอไว้ ภิชาสินีสาปแช่งให้ทั้งคู่รับกรรมที่ตัวเองได้ก่อไว้ ยอดทนฟังไม่ไหวเอาผ้าเช็ดหน้ามาปิดปาก ก่อนเธอจะถูกโยนทิ้งน้ำ อรรถพรเข้ามาขวางไว้ทัน ยิงต่อสู้กับคนร้ายจนพวกนั้นต้องล่าถอย...

พิณชนิดากับปิ่นเพชรเห็นภิชาสินีปลอดภัยก็โผกอดด้วยความดีใจ เด็กน้อยขอโทษเป็นการใหญ่ที่ทำให้เจ๊ภิเกือบเอาชีวิตไม่รอด เธอไม่ถือโทษโกรธอะไรเพราะรู้ดีว่าเขาทำไปเพราะเป็นห่วงเพื่อน อรรถพรเพิ่งสังเกตเห็นมือภิชาสินีมีเลือดไหล บอกให้รีบไปโรงพยาบาล

หลังจากทำแผลเสร็จ อรรถพรเชิญภิชาสินีไปให้ปากคำที่โรงพัก จ่าเหยินอาสาจะสเกตช์ภาพตามคำบอกเล่าของเธอให้ คุยว่าตัวเองจบปริญญาด้านอาร์ตมา แต่ปรากฏว่าภาพที่เขาสเกตช์เหมือนฝีมือเด็กอนุบาลวาดไม่มีผิดเพี้ยน อรรถพรกับภิชาสินีได้แต่ถอนใจเซ็ง

อีกมุมหนึ่งหน้าโรงพัก พิณชนิดาเห็นปิ่นเพชรนั่งหน้าเศร้าเข้ามาถามว่าเป็นอะไรไป เขาสงสารสรพงษ์กับพ่อที่ต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน เธอเสนอจะจัดงานศพให้สองพ่อลูก ปิ่นเพชรถึงกับยิ้มออก

“ดีจ้ะ ดีมาก สรพงษ์กับพ่อของเขาจะได้ได้บุญ แล้วไปเกิดในชาติภพที่ดีกว่าชาตินี้”

“ผมจะเป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้เอง” การเสนอตัวครั้งนี้ของภูมินทร์ได้ใจพิณชนิดาไปเต็มๆ...

ด้านยอดกับฉัตรได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้หนีไปกบดาน และหากทำให้เขาเดือดร้อน เขาจะให้ทั้งคู่กินลูกตะกั่วแทนข้าว ฉัตรถึงกับหน้าเครียด จะหนีไปไหนได้อย่างไรในเมื่อเงินแทบไม่เหลือติดกระเป๋า...

ค่ำวันเดียวกันที่บ้านอัครมโหฬาร พิณชนิดาเห็นน้องสาวยังหน้าเครียด เข้าไปนวดบ่าให้เผื่อจะผ่อนคลาย ภิชาสินีจับมือเธอไว้ ขอบคุณที่เธอเป็นพี่สาวของตน พิณชนิดาชะงัก มองน้องสีหน้าฉงน

“ตอนที่เกิดเรื่องวันนี้ ภินึกว่าภิจะต้องตายแล้ว คนที่ภินึกถึงคนแรกคือพี่พิณ ภิดีใจที่ภิรอดมาได้ ถ้าชาติหน้ามีจริง ภิอยากให้เราเกิดมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีก”

พิณชนิดาซาบซึ้งใจมากดึงน้องมากอด ผีพ่อ แม่และป้ามองสองพี่น้องน้ำตาซึมไปด้วย ต่างอธิษฐานขอให้พวกเราได้เกิดมาเป็นครอบครัวเดียวกันทุกชาติไปเช่นกัน แล้วเข้าไปกอดสองสาวไว้ ภูมินทร์เห็นภาพพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวกันก็อดยิ้มไม่ได้ หวนนึกถึงพ่อกับแม่ของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นบนท้องฟ้า

“พ่อครับ แม่ครับ ถ้าชาติหน้ามีจริง ภูขอเกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่อีกนะครับ”

ooooooo

เช้าวันถัดมา เกิดเหตุระทึกขวัญที่อพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ อยู่ๆก็มีชายแปลกหน้าเข้ามาถามหาพิณชนิดา แพนเค้กกับขวัญทิพย์แจ้งว่าไม่อยู่ เขาไม่เชื่อหาว่าทั้งคู่โกหก หยิบแกลลอนน้ำมันขึ้นวางกระแทกบนเคาน์เตอร์

“ถ้าพวกแกไม่บอกว่านังนั่นอยู่ห้องเบอร์อะไร ฉันจะจุดไฟเผาที่นี่”

สองผัวเมียกลัวมากรีบวิ่งออกมาจากเคาน์เตอร์ บอกปากคอสั่นว่าพิณชนิดาไม่อยู่ที่นี่จริงๆ จะให้ไปสาบานที่ไหนก็ได้ ชายคนนั้นไม่ฟังเทน้ำมันราดพื้น สองผัวเมียผลักกันไปมาเกี่ยงว่าใครจะเป็นคนไปห้าม แพนเค้กแรงดีกว่าผลักขวัญทิพย์ถลาเข้าไปหาชายแปลกหน้า ทำให้โดนน้ำมันสาดเต็มๆ ชายคนนั้นไม่สนใจจุดไม้ขีดไฟโยนใส่ ทันทีที่ไม้ขีดไฟตกพื้นกลับดับดื้อๆ

“ถ้าฉันมาคราวหน้า แล้วไม่เจอหมอพิณ จะไม่ใช่น้ำแต่เป็นน้ำมัน” ชายคนนั้นทิ้งเบอร์โทร.ของตัวเองไว้

แล้วผละจากไป สองผัวเมียกลัวลนลาน รีบโทร.รายงาน พิณชนิดาถึงเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งเธอรับปากจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง จากนั้นพิณชนิดาโทร.ไปหาชายแปลกหน้าตามเบอร์ที่ให้ไว้ เขาอ้างว่าเคยเป็นลูกค้าดูหมอกับเธอ ต้องการเจอเธอเดี๋ยวนี้เพื่อให้แก้กรรมให้ เธอต้องทำงานจึงขอเลื่อนเป็นตอนเย็นแทน

“ไม่ได้ ถ้าแกไม่ออกมาเจอฉันตอนนี้ นังผัวเมียสองคนนั่นถูกไฟคลอกตายแน่”

หมอดูสาวหนีไม่ออกจำต้องรับปาก ครู่ต่อมาเธอเข้าไปขออนุญาตภูมินทร์เพื่อออกไปพบลูกค้าดูหมอ เขาขอตามไปด้วย จะได้รู้ว่าเธอโกหกหรือเปล่า ก้องภพทักท้วงว่าไปไม่ได้ เขามีนัดคุยธุรกิจสำคัญในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า ภูมินทร์ไปเองไม่ได้ จึงสั่งให้ก้องภพไปแทน พอพ้นสายตาภูมินทร์ พิณชนิดาบอกให้ก้องภพมีอะไรทำก็ไปทำได้เลย เธอไปเองได้ เขาปฏิเสธว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ คุณภูสั่งอะไรไว้ต้องทำตาม

“แล้วอีกอย่าง ที่คุณภูสั่งให้ผมไปกับคุณพิณก็เพราะคุณภูเป็นห่วงคุณพิณ”

“ห่วงฉันเนี่ยนะ เขาคิดว่าฉันโกหก ถึงส่งคุณมาประกบ เมื่อไหร่เจ้านายคุณจะมองโลกในแง่ดีบ้างก็ไม่รู้”

ก้องภพยืนยันว่าภูมินทร์เป็นห่วงเธอจริงๆ แต่ที่แสดงอารมณ์ไม่พอใจใส่เธอก็เพราะกลัวเสียฟอร์ม ในเวลาต่อมา พิณชนิดากับก้องภพมาถึงตึกร้างตามนัด เขาอดสงสัยไม่ได้ที่อื่นที่ดีกว่านี้มีถมเถไปทำไมถึงนัดมาเจอที่นี่ พิณชนิดาตั้งข้อสังเกตว่าชายปริศนาคนนั้นคงไม่ต้องการไปในที่ที่คนเยอะๆ

“คุณก้องรอตรงนี้นะคะ มันเป็นจรรยาบรรณของหมอดู เราจะไม่ให้คนอื่นรู้เรื่องของลูกค้าเด็ดขาด”

“งั้นผมจะรออยู่แถวๆนี้นะครับ ถ้ามีอะไรก็ตะโกนออกมาดังๆเลยนะครับ” ก้องภพมองตามพิณชนิดาที่เดินเข้าไปด้านในตึกร้างด้วยสีหน้าเป็นกังวล...

เป็นอย่างที่ก้องภพหวั่นใจ ชายแปลกหน้าไม่ได้มาดี แต่เตรียมน้ำกรดมาสาดหน้าพิณชนิดา โชคดีที่ก้องภพเอะใจ จึงตามไปช่วยดึงเธอหลบได้ทัน น้ำกรดพลาดถูกมือเขาอย่างจัง ชายคนนั้นกลัวความผิด เผ่นแนบ ก้องภพจะตาม พิณชนิดาห้ามไว้ ขอให้เขาไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่า

“ก่อนจะไปโรงพยาบาล ไปแจ้งความก่อนเถอะครับ”

ในเวลาต่อมา ก้องภพกับพิณชนิดาไปพบอรรถพรที่โรงพักเพื่อแจ้งความ ผู้หมวดหนุ่มจะส่งตำรวจไปตรวจที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานและดูว่ามีกล้องวงจรปิดหรือเปล่าเผื่อจะได้รูปพรรณของคนร้าย พิณชนิดาเห็นก้องภพท่าทางไม่ค่อยดี มือที่ถูกน้ำกรดสาดแดงเถือกไปหมด จึงรีบพาไปส่งโรงพยาบาล...

ทันทีที่ภูมินทร์รู้เรื่องที่เกิดขึ้นก็โมโหมาก กำชับก้องภพให้คอยตามด้วยว่าคดีนี้คืบหน้าไปถึงไหน จะได้จับคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด เกิดมันย้อนกลับมาแล้วพิณชนิดาอยู่คนเดียว จะเอาตัวรอดได้อย่างไร เธอเห็นเขาเป็นห่วงจนออกนอกหน้า ถึงกับยิ้มไม่หุบ ภูมินทร์เห็นเข้าก็โวยใส่เพิ่งจะโดนทำร้าย ยังมีหน้ามายิ้มอีก

“ที่ยิ้มเพราะดีใจที่มีคนเป็นห่วงต่างหาก” พิณชนิดาไม่วายตีหน้าทะเล้นใส่

“ฉันไม่ได้ห่วงเธอ ฉันห่วงคนอื่นต่างหาก กลัวไอ้หมอนั่นมันบ้าไปทำร้ายคนอื่นด้วยและอีกอย่าง ขืนเธอเป็นอะไรขึ้นมาใครจะช่วยฉันจับคนร้าย...ไป แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว” ภูมินทร์แสร้งโวยวายกลบเกลื่อน พอเห็นก้องภพกับพิณชนิดาออกไปแล้ว นิ่วหน้าสงสัยตัวเอง “นี่เราเป็นห่วงยัยประหลาดนั่นจริงๆน่ะหรือ”

ooooooo

ชายแปลกหน้าที่เอาน้ำกรดสาดพิณชนิดาไม่ใช่ลูกค้าดูหมออย่างที่แอบอ้าง แต่เป็นคนที่เปรมสุดากับ ฟ้ารุ่งรวมหัวกันจัดหามา พอรู้ว่างานพลาดเปรมสุดาถึงกับบ่นอุบว่านังหมอดูนั่นทำบุญด้วยอะไรถึงได้แคล้วคลาดตลอด ฟ้ารุ่งเร่งให้คิดแผนจัดการพิณชนิดาไวๆ ตนร้อนใจอยากจะเห็นความพินาศของมัน

“จะทำงานใหญ่ มันต้องอดทน” เปรมสุดายิ้มร้าย ขณะที่ฟ้ารุ่งฮึดฮัดหัวเสียที่ไม่ได้ดั่งใจ...

พอรู้จากพิณชนิดาว่าภิชาสินีนอนพักผ่อนอยู่บ้านไม่ได้ไปเรียนหนังสือ อรรถพรแวะซื้อดอกไม้ช่อสวยมาเยี่ยม ปิ่นเพชรรู้งานว่าเขาอยากอยู่ตามลำพังกับเธอก็เลยชิ่งหนีไปแอบดูอยู่กับผีพ่อ แม่และป้าที่คอยเชียร์ให้ภิชาสินีกับอรรถพรลงเอยกันเสียที

ปราชญ์เห็นอรรถพรเอาแต่เขินไม่กล้าสารภาพความในใจให้ภิชาสินีรับรู้ ตัดสินใจสิงร่างเขาเพื่อช่วยพูดแทน แต่พอปราชญ์มีเลือดมีเนื้อขึ้นมาอีกครั้ง ก็อยากจะกอดลูกให้หายคิดถึงโดยลืมไปว่าตัวเองอยู่ในร่างอรรถพร ดึงลูกมากอดแนบอก ภิชาสินีตกใจคิดว่าผู้หมวดหนุ่มฉวยโอกาส ผลักเขาออกห่างแล้วตบหน้าหัน แรงตบทำให้วิญญาณของปราชญ์กระเด็นออกจากร่างอรรถพรลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้า แล้วด่าซ้ำอีกเป็นชุด อรรถพรเจ็บหน้ามาก มองเธออย่างงวยงง ไม่รู้ว่าถูกตบถูกด่าเรื่องอะไร

“ยังมีหน้ามาถามอีก” ภิชาสินีเอาช่อดอกไม้ปาหน้าเขาแล้วจ้ำพรวดๆจากไปอย่างหัวเสีย อรรถพรคว้าช่อดอกไม้วิ่งตาม กานต์กมลกับพัณทิพามองหน้าปราชญ์อย่างเซ็งจัด

“ผมไม่ได้ตั้งใจ พอได้อยู่ใกล้ลูก มันทำให้ผมอยากกอดลูกอีกครั้ง มันผิดด้วยเหรอ”

ทั้งกานต์กมลและพัณทิพาตอบพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายว่าผิด แล้วรีบตามภิชาสินีกับอรรถพรไป

ผู้หมวดหนุ่มไล่ตามภิชาสินีจนทัน ถามว่าตนไปทำอะไรให้ถึงได้โกรธขนาดนี้ เธอหาว่าเขาแกล้งไม่รู้เรื่อง ไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า ขู่ซ้ำถ้าไม่ยอมไปดีๆจะเรียกตำรวจมาลากออกไป แล้วเดินหนีขึ้นห้องอย่างอารมณ์บูด พัณทิพาหันไปเอ็ดน้องชาย

“เพราะแกแท้ๆเรื่องใหญ่เลยเห็นไหม ถ้าเกิดยัยภิไม่ให้อภัยหมวดรูปหล่อไปตลอดชีวิต จะทำยังไงแกต้องไปสารภาพความผิดกับยัยภิเดี๋ยวนี้” จากนั้นสามผี พ่อ แม่ ป้าและปิ่นเพชร ตามภิชาสินีมาที่ห้องนอนแล้ว

ช่วยกันเล่าความจริงให้ฟัง ที่อรรถพรทำไปอย่างนั้นก็เพราะถูกวิญญาณของปราชญ์สิง พวกตนหวังดีอยากให้ภิชาสินีลงเอยกับผู้หมวดหนุ่ม แต่ผิดแผนไปหน่อยก็เลยทำให้เธอเข้าใจเขาผิด

“ก็...พ่ออยากกอดลูกบ้างอะไรบ้าง ก็เลยลืมไปว่าตัวเองอยู่ในร่างของหมวด พ่อขอโทษ พ่อผิดไปแล้ว ยกโทษให้พ่อ ยกโทษให้หมวดเถอะนะ” ปราชญ์อ้อนวอน...

ทางฝ่ายอรรถพรกลุ้มใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น โทร.ตามหนึ่งให้มาช่วยคิด จะทำอย่างไรให้ภิชาสินีหายโกรธ ขณะหนึ่งกำลังครุ่นคิดแผนการอันแยบยล ภิชาสินีไลน์มาขอนัดเจอกับอรรถพร

“งั้นก็ให้พี่ภิมาหาที่นี่เลยสิพี่อรรถ ผมจะคิดแผนให้เอง”

“ไม่ต้อง แกอยู่เฉยๆก็พอ ฉันจัดการเอง มันถึงเวลาที่ฉันจะบอกให้คุณภิรู้ว่าฉันรู้สึกอย่างไร” อรรถพรสีหน้ามุ่งมั่น ไม่นานนัก ภิชาสินีก็มาถึงสถานที่นัดหมาย ยังไม่ทันจะเอ่ยปากขอโทษ อรรถพรคว้ามือเธอขึ้นมากุม สารภาพความในใจว่ารักเธอมากมายแค่ไหนและจะขอดูแลและปกป้องเธอตลอดไป หนึ่งที่แอบดูอยู่ใกล้ๆลุ้นเอาใจช่วยให้เขาสมหวัง ภิชาสินีกลับดึงมืออรรถพรออก

“ฉันขอโทษ...ฉันขอโทษจริงๆ” พูดได้แค่นั้น เธอหันหลังเดินหนี ทิ้งให้อรรถพรยืนอกหักอยู่อย่างนั้น ก่อนจะทรุดตัวลงอย่างสิ้นเรี่ยวแรง หนึ่งรีบเข้าไปประคองเขาด้วยความเป็นห่วง...

ในเมื่อภูมินทร์เปิดไฟเขียวให้ สิรวิทย์ตัดสินใจจะจีบเปรมสุดาเป็นเรื่องเป็นราว ซื้อดอกไม้ช่อสวยจะมาสารภาพรักถึงบ้านฝ่ายหญิง แต่เห็นเธอขับรถแล่นสวนออกไปเสียก่อน ด้วยความรีบร้อนเธอไม่ทันสังเกตเห็นเขายืนอยู่ สิรวิทย์รีบขับรถตาม จนกระทั่งรถของเธอแล่นมาจอดใต้ถุนคอนโดฯแห่งหนึ่ง อึดใจแสงโชติขับรถมาจอดเทียบ จากนั้นทั้งคู่เดินคลอเคลียกันเข้าไปในคอนโดฯ สิรวิทย์ได้แต่มองตะลึง...

ระหว่างที่สิรวิทย์ล่วงรู้ความลับของเปรมสุดาโดยบังเอิญ ยอดกับฉัตรอับจนหนทาง จึงนำเงินที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดไปเล่นพนันในบ่อนหวังจะเอาเงินต่อเงิน แต่กลับเสียหมดตัวแถมเป็นหนี้อีกก้อนใหญ่ ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ ยอดนึกถึงแสงโชติขึ้นมาได้ รีบโทรศัพท์หา เขาอดแปลกใจไม่ได้ว่าโทร.มาทำไม

“คุณแสงโชติคงไม่อยากให้คุณภูมินทร์รู้เรื่องที่คุณยักยอกเงินบริษัท”

“แกต้องการอะไร” แสงโชติเสียงเครียด...

ขณะที่อรรถพรนั่งจมอยู่ในความเศร้าที่ถูกภิชาสินีปฏิเสธความรักอย่างไม่มีเยื่อใย ภิชาสินีเองก็เศร้าใจไม่แพ้กัน นั่งเหม่อลอยอยู่ริมสระน้ำบ้านอัครมโหฬาร พิณชนิดาเห็นแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ เข้ามานั่งข้างๆถามว่าเป็นอะไรไป อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ผีพ่อ แม่และป้าแอบฟังอยู่ด้วยความสนใจ ปราชญ์อดสงสัยไม่ได้ทำไมไม่ไปฟังใกล้ๆ แล้วขยับจะเข้าไป กานต์กมลคว้าตัวไว้ ขืนลูกเห็นเราอยู่ด้วยก็จะไม่ยอมพูด

“ใช่ เรื่องแบบนี้ต้องให้พี่น้องคุยกันเอง” พัณทิพาเสริม

“เรื่องแบบเนี้ย มันแบบไหน”

“เรื่องหัวใจ” กานต์กมลกับพัณทิพาตอบเป็นเสียงเดียวกัน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 16:13 น.