ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายพยากรณ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภูมินทร์และนวลจันทร์พาพิณชนิดากับน้องๆ มาที่ห้องพักรับรองแขก นวลจันทร์เป็นห่วงว่านอนเตียงเดียวกันสามคนจะเบียดกันแย่ เสนอให้ป่านแก้วจัดที่นอนมาเพิ่มให้อีกหนึ่งหลัง ภิชาสินีปฏิเสธทันที

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ปิ่นเพชรนอนพื้นแป๊บเดียวก็ขึ้นมานอนเตียง อีกอย่างพวกเราชอบนอนเบียดกันอบอุ่นดี”

นวลจันทร์พยักหน้ารับทราบ ภูมินทร์ได้ยินชื่อ ปิ่นเพชร รู้สึกคุ้นๆอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเคยได้ยินว่าเป็นชื่อของตัวอะไรสักตัวมาก่อน พิณชนิดากลัวเขาจะจำได้ว่าสมัยเคยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ มีตุ๊กแกชื่อปิ่นเพชร รีบช่วยกันกับภิชาสินีเบี่ยงเบนความสนใจจนเขาไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก

“รีบๆจัดของเถอะ เดี๋ยวฉันจะให้ก้องภพพาไปจัดการเรื่องเอกสารการทำงานที่บริษัท” ภูมินทร์พูดจบ ออกจากห้อง โดยมีนวลจันทร์ตามไปติดๆ ปิ่นเพชรชอบใจมากที่ได้อยู่ห้องนอนใหญ่โต แถมมีที่กว้างขวางให้วิ่งเล่น ชักไม่อยากกลับไปที่เก่า พิณชนิดามีงอนว่าประชดว่าถ้าชอบที่นี่มากนักก็อยู่ยาวไปเลย ไม่ต้องกลับไปห้องรูหนูของตนก็ได้ ปิ่นเพชรเข้ามากอดอย่างเอาใจ ก่อนจะบอกว่าล้อเล่น ภิชาสินีนึกอะไรขึ้นมาได้

“พี่พิณไว้ใจยัยเปรมสุดาจริงๆหรือ คนมีเรื่องกันมาขนาดนั้น อยู่ๆมาขอเป็นเพื่อน ภิว่ามันแปลกๆ”

“ไม่เห็นแปลกเลย เธออาจจะเพิ่งคิดได้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ”

ภิชาสินีไม่คิดว่าคนแบบเปรมสุดาจะปรับปรุงตัวได้ เตือนพี่สาวให้ระวังตัวไว้บ้างก็ดี

อีกมุมหนึ่งของบ้าน เปรมสุดาได้ยินภูมินทร์สั่งก้องภพว่าหลังจากจัดการเรื่องเอกสารการทำงานของพิณชนิดาเรียบร้อยแล้ว ให้พาเธอไปซื้อเสื้อผ้าสำหรับใส่ทำงานด้วย ก็เลยอาสาจะดูแลเรื่องเสื้อผ้าให้เองเพื่อแก้ตัวที่เคยทำไม่ดีกับเธอ แล้วมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน ภูมินทร์ก็เลยยอมให้โอกาสเปรมสุดาได้แก้ตัว...

ในเวลาต่อมา ขณะพิณชนิดากำลังกรอกเอกสารสมัครงานอยู่ที่ฝ่ายบุคคลของบริษัทของภูมินทร์ โดยมี เปรมสุดานั่งรอจะพาไปซื้อของ สัณชัยเข้ามาเห็นสองสาวก็ชะงัก ก่อนจะร้องทักทายว่ามาทำอะไรกันที่นี่

“พิณชนิดาจะมาเป็นเลขาฯของภู ระหว่างที่ คุณเอ๋ลางานค่ะคุณอา” เปรมสุดาชิงตอบคำถามเอาหน้า

สัณชัยพยักหน้ารับรู้ หันไปยิ้มให้พิณชนิดาอย่างเป็นมิตร เธอยิ้มรับแล้วก้มหน้ากรอกเอกสารต่อไปทั้งคู่ไม่ทันเห็นสัณชัยมองพิณชนิดาสีหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินจากไป

ooooooo

เสร็จจากจัดการเรื่องเอกสารการเข้าทำงาน เปรมสุดาพาพิณชนิดามาเลือกซื้อเสื้อผ้า แทนที่จะเลือกแบบเรียบร้อย กลับเลือกชุดที่เปรี้ยวเข็ดฟันให้ อ้างภูมินทร์ไม่ชอบชุดเรียบร้อย เอ๋เลขาฯ คนก่อนแต่งชุดแบบนั้นถึงได้โดนเขาเล่นงานทุกวัน เพราะเห็นแล้วอึดอัด น่าเบื่อ ไม่มีสีสัน

“เชื่อฉันเถอะ รับรองว่าที่ฉันเลือกให้ ภูต้องโอเคแน่ๆ” เปรมสุดายุเสร็จ รีบยื่นบัตรเครดิตให้พนักงานขาย นอกจากเลือกชุดที่ตรงกันข้ามกับแบบที่ภูมินทร์ชอบ เธอยังเลือกรองเท้าส้นสูงปรี๊ด ลิปสติกสีแดงที่ทาแล้วเห็นตั้งแต่อยู่ปากซอย รวมทั้งน้ำหอมกลิ่นที่เธอเคยฉีดแล้วเขาบ่นว่ากลิ่นฉุนให้พิณชนิดาครบเซต โดยที่เจ้าตัวไม่ล่วงรู้เลยว่ากำลังถูกกลั่นแกล้ง กลับซาบซึ้งใจที่เปรมสุดาจ่ายเงินซื้อเสื้อผ้าข้าวของราคาแพงให้...

ปณิตาแทบจะลมจับเมื่อรู้ว่าลูกสาวจ่ายเงินซื้อของให้ศัตรูคู่แข่งไปเกือบหนึ่งหมื่นบาท แค่เงินจะกินจะใช้ในบ้านยังแทบไม่พอ เธออ้างว่าทำตามที่แม่แนะนำ ให้ผูกมิตรกับศัตรูเพื่อหลอกเชือดภายหลัง ปณิตาอยากจะกลั้นใจตายให้รู้แล้วรู้รอด จะผูกมิตรอะไรก็ไม่เห็นต้องลงทุนขนาดนั้น เปรมสุดารับรองว่าคุ้มค่า

“สุดาซื้อแต่ของที่ภูไม่ชอบให้มันทั้งนั้น น้ำหอมกลิ่นฉุนๆ รองเท้าที่ใส่แล้วสูงกว่าภู เสื้อผ้าเปรี้ยวฉูดฉาด ไม่รู้กาลเทศะ ของพวกนี้ภูเกลียดที่สุด ถ้าภูเห็นสภาพของมันต้องทนไม่ไหว ด่านังหมอดูนั่นเปิงแน่ค่ะ”

ถึงกระนั้น ปณิตาก็ยังเครียดอยู่ดี เพราะไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายบิลค่าบัตรเครดิต เปรมสุดาแนะให้เอาสร้อยเพชรที่แม่สวมอยู่ไปขาย เธอจะขายได้อย่างไรในเมื่อมันเป็นสร้อยปลอม เงินก็ไม่มี งานก็ไม่ได้ทำจะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อของแท้มาใส่ เปรม–สุดาจะไปหางานทำจะได้มีเงินเข้าบ้าน เธอร้องห้ามเสียงหลง ขืนไปทำงานคนในสังคมก็ต้องรู้ว่าเราหมดตัวอย่างที่ใครต่อใครลือกัน เธอยอมตายดีกว่าถ้าจะให้เป็นอย่างนั้น

“สุดาเข้าใจแล้วค่ะ สุดาจะหาทางจัดการเรื่องเงินเอง” เปรมสุดาว่าแล้วคว้ามือถือขึ้นมาโทร.นัดแสงโชติให้มาเจอกันที่รังรักของเรา เขาไปตามนัดไม่ได้ ช่วงนี้พ่อสั่งกักบริเวณ เปรมสุดาแขวะ เพิ่งรู้ว่าเขาเป็นลูกแหง่ กลัวพ่อจนไม่กล้าทำอะไร แม้กระทั่งออกจากบ้าน เจอไม้นี้เข้าไป แสงโชติถึงกับเต้น รับปากจะไปเจอเธอที่คอนโดฯที่พักของเขาตามที่เธอต้องการ...

ทางฝ่ายพิณชนิดาเอาเสื้อผ้าข้าวของที่เปรมสุดาซื้อให้มาอวดภิชาสินี เพื่อพิสูจน์ว่าเปรมสุดาจริงใจกับตนจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ซื้อของราคาเหยียบหมื่นบาทพวกนี้ให้ ภิชาสินียืนยันงูพิษย่อมเป็นงูพิษวันยังค่ำ ถ้าเธอจะเชื่อว่าเปรมสุดาเป็นคนดีก็เชิญเชื่อไปคนเดียว อย่าพยายามทำให้ตนเชื่อไปด้วยเพราะจะเถียงกันเปล่าๆ พิณชนิดาแค่อยากให้น้องมองคนในแง่ดีเท่านั้น

“กับเปรมสุดา ภิมองแง่นั้นไม่ได้ ในระหว่างที่พี่มองเธอเป็นเพื่อน คอยระวังหลังตัวเองด้วยแล้วกัน เพราะสักวันแม่นั่นต้องแทงข้างหลังพี่แน่”

ooooooo

วันนี้หมออนุญาตให้อรรถพรกลับบ้านได้ หนึ่งมาช่วยเก็บข้าวของ เนื่องจากเขายังเจ็บแผลช่วยตัวเองได้ไม่มาก ภิชาสินีรู้ว่าเขาจะได้กลับบ้าน ตามมาช่วยอีกแรง หนึ่งเห็นเขายิ้มหน้าบานที่เธอมา ก็เลยแกล้งแหย่

“ไม่ต้องลำบากหรอกพี่ภิ แค่ผมคนเดียวก็พาพี่อรรถกลับบ้านได้”

อรรถพรเสียงเขียวว่าหนึ่งประคองตนคนเดียวไม่อยู่แน่นอนเพราะตนตัวใหญ่แล้วแกล้งร้องโอดโอยให้ภิชาสินีมาเอาใจ เธอรีบเข้าไปประคอง สองคนอยู่ใกล้ชิดกันใบหน้าห่างไม่ถึงคืบ ตาประสานกันนิ่งงันราวกับต้องมนต์สะกด พอได้สติต่างหลบสายตาอย่างเก้อเขิน หนึ่งอดกระเซ้าไม่ได้ มีอะไรที่ตนไม่รู้หรือเปล่า

“บ้า ไม่มีอะไร” อรรถพรพูดจบ กอดคอหนึ่งพากันให้ออกจากห้องพักฟื้นเพื่อกลบเกลื่อน...

ระหว่างที่ภิชาสินีกับหนึ่งพาอรรถพรกลับห้องพัก แสงโชติค่อยๆยื่นหน้าออกมามองนอกบ้าน เห็นปลอดคนรีบขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้ว่ายอดกับวัตรแอบสะกดรอยตามและโทร.รายงานสัณชัยไปด้วย...

หนึ่งทำเซอร์ไพรส์ เอาลูกโป่งมาใส่ไว้เต็มห้องพักเพื่อต้อนรับอรรถพรกลับบ้าน แถมจุดพลุสายรุ้งให้อีกด้วย เจ้าตัวถึงกับออกปาก ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้

“ตอนนี้พี่พิณกับพี่ภิย้ายไปแล้ว ผมเหลือแต่พี่แค่คนเดียว พี่มาเจ็บแบบนี้ ผมต้องดูแลเป็นพิเศษหน่อยสิ” หนึ่งว่าแล้ว จัดแจงปัดโซฟาให้ แต่อรรถพรเลือกที่จะไปนั่งที่เก้าอี้แทน ภิชาสินีเดินไปดูที่ครัวไม่เห็นมีของกิน อาสาจะหาซื้ออะไรมาให้ อรรถพรอยากอยู่กับเธอตามลำพังจึงออกอุบายให้หนึ่งไปซื้ออาหารให้แทนที แถมยังเลือกจะกินข้าวมันไก่เจ้าประตูน้ำซึ่งอยู่ไกลมาก หนึ่งไม่อยากขัดใจคนป่วย จำต้องทำตามที่เขาต้องการ

“กว่าหนึ่งจะได้ข้าวมันไก่คงอีกนาน ฉันปอกผลไม้ให้หมวดกินรองท้องก่อนนะคะ” ภิชาสินีเดินไปหยิบมีดกับผลไม้มาจัดการปอกให้ อรรถพรมองตามพลางฝันหวานว่าได้อยู่กินกับเธอฉันสามีภรรยา แถมยังขอให้เธอหอมแก้มเขาเป็นกำลังใจก่อนจะไปทำงาน แล้วหลับตาพริ้มยื่นหน้าให้ ภิชาสินีถือจานผลไม้ที่ปอกเรียบร้อยเข้ามาเห็นเขาหน้าตาฟินมาก ก็ร้องเรียกให้รู้สึกตัว เขายังเพ้อไม่เลิก

“ว่าไงจ๊ะ แม่จ๋า”

“แม่จ๋าอะไรหมวด” ภิชาสินีแหวลั่น อรรถพรสะดุ้งโหยงตื่นจากฝันกลางวัน เสชมแอปเปิ้ลว่าน่ากินมาก แล้วแกล้งหยิบส้อมจิ้มไม่ไหว ภิชาสินีหลงกล หยิบแอปเปิ้ลป้อนให้ เขาเคี้ยวตุ้ยๆอย่างมีความสุข...

ขณะที่อรรถพรแกล้งเจ็บแผลเพื่อให้ภิชาสินีเอาใจ ฟ้ารุ่งยังคงตามหึงหวงเอกไม่เลิกไม่แล้ว โทร.เช็กว่ากลางวันนี้อยู่กับใครทำอะไร เขากำลังยุ่งกับการเตรียมเอกสารการประชุม รีบตัดบท

“ถ้าจะโทร.มาหาเรื่องกัน แค่นี้ก่อนนะ ผมต้องรีบเข้าประชุม” พูดจบ เอกวางสาย ฟ้ารุ่งถึงกับปรี๊ดแตก

“ยังคุยไม่รู้เรื่อง วางสายหนีกันแบบนี้ได้ยังไง กลับมาเมื่อไหร่ มีเคลียร์”

ooooooo

ภูมินทร์นั่งอ่านเอกสารอย่างใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เหลือบดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองบ่อยครั้ง จนก้องภพต้องถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาโกหกว่าไม่มีอะไร แล้วลุกขึ้นจะกลับบ้าน สั่งให้ก้องภพเอาเอกสารพวกนี้กลับไปให้เขาเซ็นต่อที่นั่น ลูกน้องคนสนิทงง จะรีบกลับไปทำไมนี่เพิ่งบ่ายสองโมงเอง

“นายลองคิดดูนะ ตอนนี้ยัยประหลาดกับไอ้เด็กแสบนั่นอยู่ที่บ้านฉัน ไม่รู้ป่านนี้ก่อวีรกรรมอะไรให้นมปวดหัวบ้าง ฉันต้องรีบกลับไปดู” ภูมินทร์อ้างมั่วๆ เสร็จรีบร้อนออกไป แทนที่จะตรงกลับบ้าน เขากลับแวะร้านขายดอกไม้ แต่พอถูกพนักงานของร้านซักว่าแฟนของเขาเป็นผู้หญิงแบบไหน เพื่อเธอจะได้เลือกดอกไม้ที่ตรงกับบุคลิก เขากลับเดินหนีออกจากร้านพลางพึมพำกับตัวเอง

“เรามาที่นี่ทำไมวะ จะซื้อดอกไม้ให้ใคร” พลันใบหน้าพิณชนิดาผุดขึ้นมาในสมอง เขาสะบัดหัวไล่ความคิด “ไม่...เราไม่ได้มาซื้อดอกไม้ให้ยัยนั่น เราแค่เห็นดอกไม้มันสวยดีก็เลยเดินเข้ามา”...

ในขณะที่ภูมินทร์พยายามปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง เปรมสุดาที่เพิ่งเสร็จกิจกับแสงโชติ อ้อนให้เขาซื้อสร้อยเพชรราคาห้าแสนบาทให้ เขาโดนพ่อคุมแจ มีเงินให้เธอได้แค่หนึ่งแสนบาทเท่านั้น

“ถ้าคุณไม่ไปยุ่งกับนังพริตตี้นั่นจนเกิดเรื่องก็คงไม่โดนพ่อคุมแบบนี้ จะกินอะไรหัดเลือกบ้างสิ”

“ผมฟังพ่อด่ามาพอแล้ว อย่าให้ต้องฟังอะไรซ้ำซากเลย ผมเบื่อ”

เปรมสุดาเห็นเขาหงุดหงิด รีบเข้าไปกอดออดอ้อนว่าอย่าเพิ่งโกรธกันเลย เธอเครียดเรื่องที่บ้านก็เลยพูดอะไรไม่ทันคิด แล้วถามว่ารู้เรื่องที่ภูมินทร์รับพิณชนิดามาทำงานเป็นเลขาฯ แถมให้เข้าไปอยู่ในบ้านหรือยัง ท่าทางเขาจะสนใจนังนั่นจริงๆ แสงโชติสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์

จากนั้นไม่นาน แสงโชติกับเปรมสุดาเดินออกมาจากคอนโดฯที่ใช้เป็นรังรัก ก่อนจะแยกย้ายกันขึ้นรถใครรถมัน ยอดซึ่งซุ่มดูอยู่กับวัตรรีบโทร.รายงานเรื่องนี้ให้สัณชัยรับทราบ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะพิณชนิดากำลังเอ็ดปิ่นเพชรที่ลงไปว่ายน้ำในสระว่ายน้ำบ้านภูมินทร์โดยไม่ขออนุญาตนวลจันทร์เสียก่อน คนถูกเอ่ยชื่อถึงเดินถือถาดใส่น้ำหวานกับขนมเข้ามากับป่านแก้ว บอกให้ว่ายน้ำตามสบาย สระนี้ไม่มีใครใช้มานานแล้ว แล้วเชิญชวนทั้งคู่มากินของว่างกันก่อน

ปิ่นเพชรสนุกกับการเล่นน้ำไม่สนใจของกิน ป่านแก้วก็เลยเข้าไปเล่นเป็นเพื่อน ส่วนนวลจันทร์ชวนพิณชนิดาคุยโน่นถามนี่ ถึงได้รู้ว่าเธอเป็นกำพร้า พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเด็ก นวลจันทร์พลอยเศร้าไปด้วย

“คุณหนูของนมก็ไม่มีใคร เธอเสียคุณพ่อกับคุณแม่ตั้งแต่ยังเด็กเหมือนกัน ถ้าคุณหนูทำอะไรไม่ดี คุณพิณอย่าถือโทษโกรธเธอเลยนะคะ”

“พิณจะพยายามเข้าใจคุณหนูของคุณนมให้ได้นะคะ”...

หลังจากกินยาไปไม่นาน อรรถพรเริ่มง่วง ค่อยๆ เอนหลับซบไหล่ภิชาสินีที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอจับตัวเขาอย่างเบามือ ให้นอนราบไปกับโซฟา จังหวะนั้นมีเงาแวบๆ ทางหางตาของเธอที่หน้าต่างห้อง จึงเดินไปดูก็ไม่เห็นมีอะไร พลันมีเสียงนาฬิกาในห้องตีบอกเวลา เธอสะดุ้งเฮือกหันไปมอง พอหันกลับมาอีกทีต้องตกใจแทบช็อก เห็นผีตนหนึ่งยื่นหน้าเข้ามาเกือบติด ถึงกับผงะหงายหลัง ร้องกรี๊ดสนั่น อรรถพรตกใจตื่น รีบเข้ามาหา

“คุณภิ เป็นอะไรครับ เกิดอะไรขึ้น”

ภิชาสินีชี้ไปที่หน้าต่างห้อง อรรถพรมองตามไม่เห็นอะไรก็ชักใจคอไม่ดี เธอรู้แก่ใจดี ขืนบอกว่าเห็นผี มีหวังคืนนี้เขาคงกลัวจนไม่ได้หลับได้นอนเป็นแน่ ก็เลยโกหกว่าเห็นผึ้ง เกือบจะโดนมันต่อยก็เลยตกใจ อรรถพรถอนใจโล่งอก แล้วถามว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ รีบลุกขึ้นยืนแล้วขอตัวกลับก่อน เขาได้แต่มองตามตาละห้อย โดยไม่รู้ว่าผีตนนั้นยืนมองเขาอยู่ที่นอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

ooooooo

พิณชนิดาออกมาเล่นโยคะที่สนามหญ้าหน้าบ้านอัครมโหฬาร ขณะกำลังทำท่าโก้งโค้งเอามือแตะพื้น แสงโชติเข้ามาเห็น หยุดมองด้วยสายตาหื่น ผีพ่อแม่และป้าเกาะรั้วดูอยู่ เห็นสายตาของเขาแล้วไม่พอใจมาก อยากจะเข้าไปซัดสักป้าบ พลันมีเสียงกระแอมดังขึ้น ผีทั้งสามตนหันมองตามเสียงเห็นเจ้าที่มองเหล่อยู่

“ท่านเจ้าที่ไม่เคยมีลูก คงไม่เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่ห่วงลูกยิ่งกว่าอะไร ขอให้พวกเราได้เข้าไปดูแลลูกเถอะนะคะ” กานต์กมลบีบน้ำตา เจ้าที่ไม่ใจอ่อน อนุญาตให้ยืนดูอยู่นอกรั้วได้แต่ห้ามเข้า

ผีพ่อ แม่และป้าได้แต่ถอนใจเซ็ง พิณชนิดาเปลี่ยนท่าบริหาร มาเจอแสงโชติยืนจ้องอยู่ก็ชะงัก เขาปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม เสนอตัวหากมีอะไรให้ช่วยระหว่างที่เธอมาทำหน้าที่เลขาฯของภูมินทร์ เขายินดีช่วยเหลือ

“แปลกนะครับ พี่ภูอยู่ร่วมกับคนอื่นยาก ไม่ชอบอยู่กับคนแปลกหน้า มีเลขาฯกี่คนไม่เห็นให้เข้ามาอยู่ในบ้าน ทำไมคุณพิณถึงเป็นกรณีพิเศษ” เขาเห็นท่าทางอึกๆอักๆ ของเธอก็ชักสงสัย “แสดงว่าคงมีมากกว่าแค่เรื่องงานใช่ไหมครับ เรื่องมันเป็นมายังไงหรือครับ เล่าให้ผมฟังได้หรือเปล่า เผื่อผมจะช่วยอะไรได้”

พิณชนิดาตัดสินใจจะบอกความลับ จึงขยับเข้าไปใกล้ๆ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรก็ถูกภูมินทร์ใช้สายยางรดน้ำต้นไม้ฉีดน้ำใส่ เธอโวยลั่นว่าทำบ้าอะไรกัน เขาทำไม่รู้ไม่ชี้ อ้างกำลังรดน้ำต้นไม้ แสงโชติรู้ทันว่าเขาหึง แกล้งหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับหน้าให้พิณชนิดา ภูมินทร์ต่อมหึงแตก เข้าไปดึงเธอออกห่าง

“ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว ไป...ฉันหิว แสงโชติ นายก็กลับไปกินข้าวได้แล้ว ป่านนี้พ่อหิ้วท้องรอแย่” ภูมินทร์ว่าแล้วกึ่งจูงกึ่งลากพิณชนิดาเข้าตัวบ้าน แสงโชติมองตามตาวาว

“พิณชนิดาเป็นจุดอ่อนของแกจริงๆ งานนี้สนุกแน่”

ผีแม่และป้าที่ยืนเกาะรั้วมองอยู่ ต่างเห็นพ้องว่าภูมินทร์ต้องหึงพิณชนิดาแน่ๆ ปราชญ์ไม่สน หึงได้หึงไป ตนไม่มีวันยอมให้นายปากเสียนั่นมาเป็นลูกเขยแน่ๆ ยืนยันจะขัดขวางเต็มที่ บ่นเป็นชุดเพิ่งรู้ว่าพูดอยู่คนเดียว ทั้งกานต์กมลและพัณทิพาต่างหายตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รีบหายตัวตาม...

พิณชนิดากับภูมินทร์เถียงกันมาตลอดทางตั้งแต่สนามหญ้าหน้าบ้านยันถึงโต๊ะอาหาร ป่านแก้วแอบกระซิบกับนวลจันทร์ว่าทั้งคู่เหมือนแฟนทะเลาะกันเลย ปูเปรี้ยวด่าสวนด้วยเสียงกระซิบเช่นกัน แฟนบ้าบออะไร ปากเสีย จังหวะนั้น ภิชาสินีเดินเข้ามาท่าทางร้อนใจมาก บอกภูมินทร์ว่าพรุ่งนี้ขออนุญาตทำพิธีไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ เขางงทำไมต้องไหว้ด้วย พิณชนิดาตอบคำถามแทนน้องสาวว่า

“คนมีมารยาทมาอยู่ต่างที่ต่างถิ่นก็ต้องขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทางก่อนสิ และที่สำคัญนายต้องขออนุญาตท่านเจ้าที่ให้วิญญาณครอบครัวฉันเข้ามาอยู่ด้วย”

ภูมินทร์หาว่าเธอไร้สาระ พิณชนิดายืนกรานว่าพูดเรื่องจริง เขาอ้าปากจะเถียง แต่เธอชิงเอาผักที่กินแกล้มน้ำพริกยัดใส่ปากเสียก่อน...

ทางฝ่ายป่านแก้วรู้ดีว่าปูเปรี้ยวเชียร์เปรมสุดาให้เป็นนายหญิงของบ้านอัครมโหฬารชนิดสุดลิ่มทิ่มประตู ก็เลยแกล้งพูดยั่วประสาท ดูอย่างไรคุณภูของตนก็ชอบคุณพิณ เธอไม่พอใจมากด่าป่านแก้วว่าตาถั่ว ว่างๆต้องไปเช็กสายตาบ้าง สองสาวใช้เปิดศึกน้ำลายกัน ปูเปรี้ยวเถียงสู้ไม่ได้ ขู่จะตบป่านแก้วล้างน้ำ เธอคว้ากระทะใกล้มือขึ้นมาทันที ท้าทายให้เข้ามาตบได้เลยถ้าอยากให้หน้ายับเพราะโดนกระทะฟาด ปูเปรี้ยวเห็นท่าเอาจริงของอีกฝ่าย จำต้องล่าถอยออกมาอย่างหัวเสีย

ooooooo

ทันทีที่กลับจากทำงานมาเจอหน้าลูกชาย สัณชัยสั่งให้เลิกยุ่งกับเปรมสุดาได้แล้ว แสงโชติไม่ได้คิดอะไรจริงจังด้วยก็แค่สนุกๆเท่านั้น สัณชัยไม่สนว่าจะจริงจังหรือไม่ หากเรื่องนี้หลุดไปถึงหูผู้ถือหุ้น ตนจะถูกมองได้ว่าเป็นพ่อที่ไม่ดี สอนลูกให้แย่งผู้หญิงของญาติผู้พี่ เป็นพ่อไม่ดีจะเป็นประธานบริษัทที่ดีได้อย่างไร

“ช่วงนี้หุ้นส่วนกำลังพิจารณาเรื่องเปลี่ยนตำแหน่งประธานอีกครั้ง ถ้าแกจะทำตัวดีๆ พ่อจะขอบใจมาก”

“ไม่ต้องห่วงครับพ่อ ผมจะเลิกยุ่งกับสุดาแน่นอน” แสงโชติมีแผนการในใจอยู่แล้ว ในเมื่อเปรมสุดาเป็นแค่ของที่ภูมินทร์ไม่สนใจ เขาจะเสียเวลาด้วยอีกทำไม

พิณชนิดาต่างหากที่เป็นตัวแปรสำคัญ...

ระหว่างที่แสงโชติคิดจะถีบหัวเปรมสุดาทิ้ง ฟ้ารุ่งยังบ้าไม่เลิกโทร.จิกเอกเพราะเห็นกลับบ้านผิดเวลา แต่เขาไม่รับสาย ก็ยิ่งหงุดหงิด พาลคิดเอาเองว่าเขาอาจจะแอบไปหาพิณชนิดาก็เลยโทร.ไปถามว่าเอกอยู่ด้วยหรือเปล่า เธอด่าสวนว่าประสาทหรือเปล่า เขาจะมาอยู่กับเธอได้อย่างไรแล้ววางสายทันที ฟ้ารุ่งวิตกจริตคิดไปต่างๆนานา จังหวะนั้น เอกเปิดประตูห้องพักเข้ามาท่าทางเหนื่อยมาก เธอวีนใส่ไม่ยั้ง ทำไมไม่รับโทรศัพท์

“ผมปิดเสียง ปิดสั่น ตอนเข้าประชุมแล้วลืมเปิดเลยไม่รู้ว่าคุณโทร.มา ขอร้องนะวันนี้ผมเหนื่อยมาก ปล่อยให้ผมอยู่สงบๆ สักวันนะ อย่าหาเรื่องกันเลย” เอกพูดจบ คว้าผ้าเช็ดตัวจะเข้าห้องน้ำ

ฟ้ารุ่งตามมาถามจุกจิกกวนใจว่ายังรักพิณชนิดาอยู่หรือเปล่า เอกอธิบายอย่างเหนื่อยใจ ถ้ายังรักผู้หญิงคนนั้นจะมาอยู่ที่นี่กับเธอทำไม ขอร้องให้เธอไว้ใจเขาเลิกตามจิกตามวุ่นวายสักที เธอน่าจะทำตัวให้เหมือนพิณชนิดาที่เข้าใจและไว้ใจเขาตลอดเวลาที่เคยเป็นแฟนกันแล้วเดินหนีเข้าห้องน้ำปิดประตู เธอถึงกับปรี๊ดแตก

“เพราะนังพิณมันเชื่อใจคุณ สุดท้ายถึงได้เจ็บไง ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้ ออกมา” ฟ้ารุ่งทุบประตูปังๆ เอกทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง เหนื่อยทั้งใจเหนื่อยทั้งกายสุดๆ...

ที่ห้องรับแขกบ้านอัครมโหฬาร ภูมินทร์อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ที่อยู่ๆก็เกิดง่วงขึ้นมา ทั้งๆที่เมื่อก่อนพอฟ้ามืดปุ๊บตาของเขาก็สว่างปั๊บ ขณะกำลังคิดหาเหตุผลอยู่นั้น พิณชนิดาเดินเข้ามา เขาจัดแจงไล่ตะเพิด อ้างกำลังใช้สมาธิไม่อยากให้ใครรบกวน เธอโกรธที่ถูกไล่อย่างกับหมูกับหมาก็เลยทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากวนประสาทเขาเล่น ภูมินทร์ขู่จะไปดีๆหรือจะให้ใช้กำลัง แทนที่จะกลัวคำขู่ เธอกลับลอยหน้าท้าทาย

ภูมินทร์อุ้มพิณชนิดาจะไปโยนนอกห้อง แต่เธอทั้งดิ้นทั้งจิกหัวเขาอุตลุดจนเสียหลักล้มลงบนโซฟาด้วยกัน โดยเขาทับอยู่บนตัวเธอ ใบหน้าห่างกันแค่คืบ ต่างใจเต้นไม่เป็นส่ำหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก เขาค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปหา เธอหลับตาพริ้มรอรับจุมพิตจากเขา รออยู่ครู่หนึ่งทำไมไม่จูบสักทีก็ลืมตาดู เห็นเขาหลับคาอกตัวเอง พิณชนิดาเสียเซลฟ์มาก ตีก็แล้ว ทุบก็แล้ว เขายังคงหลับสนิทไม่ขยับเขยื้อน แถมกรนอีกต่างหาก

“นี่เราขาดเสน่ห์ถึงขั้นผู้ชายหลับใส่ตอนเข้าด้ายเข้าเข็มเลยหรือ...นี่นายภูมินทร์ตื่นเดี๋ยวนี้ ตื่น”

ป่วยการปลุกภูมินทร์ที่หลับเป็นตาย พิณชนิดาพยุงเขาไปที่ห้องนอนแล้ววางลงบนเตียง มองใบหน้าที่หลับอย่างมีความสุขของเขาแล้วอดคิดถึงตอนที่เขาจะจูบไม่ได้หน้าแดงซ่านด้วยความเขิน รีบสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป แต่ความรู้สึกที่มีต่อเขารุนแรงจนต้องรีบลุกหนีกลับห้องตัวเอง...

หลังจากปูเปรี้ยวโทร.มารายงานเรื่องที่พิณชนิดาขออนุญาตภูมินทร์ทำพิธีไหว้เจ้าที่วันพรุ่งนี้ เปรมสุดา รีบนำเรื่องนี้ไปฟ้องแม่อีกทอดหนึ่ง ปณิตาฟันธงว่านังหมอดูนั่นต้องทำของใส่ภูมินทร์ถึงได้หลงขนาดพาเข้าไปอยู่ในบ้าน เปรมสุดาใจคอไม่ดีถ้าเป็นจริงอย่างแม่ว่าเราต้องแย่แน่ๆ ปณิตาพอจะมีวิธีแก้ไขเรื่องนี้

“เราต้องหาหลักฐานว่ามันทำของใส่ตาภู เรื่องสกปรกแบบนี้ใครจะรับได้ รับรองว่าตาภูต้องไล่นังหมอดูนั่นออกจากบ้านแน่” ปณิตาตาวาวเป็นประกายอย่างมีความหวัง...

ทางด้านฟ้ารุ่งรู้ตัวว่าทำเกินกว่าเหตุ พอเห็นเอกออกจากห้องน้ำรีบเข้าไปขอโทษ ที่เธอทำไปทั้งหมดก็เพราะรักเขา เธอคงอยู่ไม่ได้หากเขาทิ้งเธอไป เธอกลัวเหลือเกินว่าเราจะเลิกกันเหมือนที่หมอดูทำนายไว้ เขากอดเธอไว้ แล้วบอกว่าถ้าเราจะเลิกกันคงไม่ใช่เพราะหมอดู แต่เป็นเพราะเธอไม่เชื่อใจเขา

“ฟ้าสัญญาต่อไปนี้ ฟ้าจะเชื่อใจเอก เข้าใจเอกฟ้าจะไม่โวยวายไม่ตามจิก แต่เอกต้องสัญญาจะรับโทรศัพท์ฟ้า จะกลับบ้านตรงเวลา จะไม่มองผู้หญิงอื่นนอกจากฟ้า เอกต้องรักฟ้าคนเดียว”

เอกรับปากจะทำตามที่เธอต้องการ ฟ้ารุ่งดีใจกอดเขาตอบ

ooooooo

ภูมินทร์ตื่นขึ้นในตอนเช้าอย่างอารมณ์ดีสุดๆ เพราะตั้งแต่พ่อของเขาตาย เขาไม่เคยหลับยาวขนาดนี้ โดยไม่ฝันร้ายถึงเรื่องในอดีตมาก่อน

ในขณะที่ภูมินทร์กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจกับการหลับสบายตลอดคืน ปิ่นเพชรเห็นพิณชนิดาในชุดเปรี้ยวเข็ดฟันที่เปรมสุดาซื้อให้ แถมทาปากแดงแจ๋ ก็ร้องทักจะไปทำงานชุดนี้จริงๆหรือ

“จริงสิ ก็คุณสุดาบอกว่านายภูมินทร์ชอบแบบนี้ ปิ่นเพชรก็รู้ว่านายนั่นเรื่องมาก ถ้าเจ๊แต่งตัวไม่ถูกใจ เดี๋ยวก็ด่าเจ๊อีก ชุดนี้คุณสุดาเลือกให้เองกับมือต้องถูกใจนายนั่นแน่ เขารู้จักกันมานานต้องรู้ใจกันดี”

ภิชาสินีเพิ่งออกจากห้องน้ำ เห็นพี่สาวตัวเองถึงกับอึ้ง ยังไม่ทันจะทักท้วงอะไร พิณชนิดาคว้ากระเป๋าถือ ขอตัวไปทำงานก่อน ขืนชักช้า ภูมินทร์จะหาเรื่องด่าว่าเอาได้แล้วรีบจ้ำพรวดๆออกจากห้อง...

อีกมุมหนึ่งในห้องอาหาร ก้องภพเข้ามาไม่เจอภูมินทร์ก็อดแปลกใจไม่ได้ ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่ลงมา นวลจันทร์เองก็แปลกใจเช่นกัน ปกติคุณหนูของตนไม่เคยสาย ก้องภพอาสาจะขึ้นไปตาม แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นพิณชนิดาในชุดมะนาวเรียกพี่ก้าวเข้ามา นวลจันทร์กับป่านแก้วถึงกับอ้าปากค้าง พิณชนิดาถามก้องภพโดยไม่เอะใจกับสายตาของทุกคนว่าเจ้านายของเขายังไม่ลงมาอีกหรือ หลับตั้งแต่ยังไม่หนึ่งทุ่ม ไม่น่าตื่นสายขนาดนี้

“คุณหนูน่ะหรือคะ หลับตั้งแต่ทุ่มนึง”

“ทำไมทุกคนดูแปลกใจที่คุณภูหลับเร็วคะ”

นวลจันทร์อธิบายว่าปกติภูมินทร์เป็นคนนอนยาก หลับเมื่อไหร่เป็นต้องฝันร้าย วันวันหนึ่งนอนน้อยมาก พิณชนิดาถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมเขาถึงได้อารมณ์แปรปรวนนัก ก้องภพเห็นชุดที่เธอใส่แล้วอดเป็นห่วงแทนไม่ได้ ยังไม่ทันจะบอกให้ขึ้นไปเปลี่ยนชุด ภูมินทร์เดินฮัมเพลงเข้ามาเสียก่อน ทุกคนต่างลุ้นเอาใจช่วยไม่ให้พิณชนิดาถูกเล่นงานเรื่องแต่งตัว ยกเว้นปูเปรี้ยวที่แช่งให้เธอโดนด่า

เหตุการณ์กลับตาลปัตร นอกจากจะไม่ถูกด่า ภูมินทร์ยังชมว่าพิณชนิดาแต่งตัวมีสีมีสันดี ดูแล้วสบายตา ทุกคนถึงกับงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้านายตัวเอง ป่านแก้วแอบกระซิบกับนวลจันทร์ ท่าทางเจ้านายคงจะชอบพิณชนิดาจริงๆ ถ้าเป็นเปรมสุดาแต่งตัวแบบนี้ ฉีดน้ำหอมฉุกกึกขนาดนี้คงโดนไล่กระเจิงไปแล้ว...

ในเวลาเดียวกัน หนึ่งเห็นอรรถพรแต่งตัวจะไปทำงาน อาสาจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่ง ขณะทั้งคู่มาถึงหน้าอพาร์ตเมนต์ที่พัก เจอพ่อเลี้ยงของหนึ่งยืนรอท่าอยู่ ผู้หมวดหนุ่มรู้งานรีบส่งหมวกกันน็อกคืน

“พี่ไปทำงานเอง...ใจเย็นๆล่ะ” อรรถพรตบไหล่หนึ่งเบาๆก่อนผละจากไป หนึ่งถามพ่อเลี้ยงเสียงห้วนว่ามาทำไม ได้ความว่ามาชวนหนึ่งย้ายไปอยู่บ้านใหม่ด้วยกัน แม่ของเขาอยากให้เขากลับมาอยู่กับครอบครัว

“คุณไม่ใช่ครอบครัวผม ครอบครัวผมมีพ่อคนเดียวเท่านั้น ฝากไปบอกผู้หญิงคนนั้นว่าผมไม่มีวันกลับไปอยู่ด้วยแน่นอน อย่ามารู้สึกผิดตอนนี้ เพราะมันสายไปแล้ว” หนึ่งพูดจบ เดินกลับเข้าข้างใน ผ่านหน้าวิญญาณพ่อตัวเองที่มองลูกชายด้วยสีหน้าเป็นกังวล...

ก่อนจะไปทำงาน พิณชนิดาขอให้ภูมินทร์ทำพิธีจุดธูปที่โต๊ะของเซ่นไหว้ซึ่งภิชาสินีตั้งไว้หน้าศาลพระภูมิ เพื่อขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทางให้ดวงวิญญาณครอบครัวของเธอเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้ ทีแรกเขาไม่ยอม เธอต้องยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ หากเขาอยากให้จับคนร้ายที่ลอบฆ่าเขาให้ได้ เราต้องใช้สิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น

“แต่ถ้านายไม่อยากรู้และอยากตายเร็วขึ้นก็ตามใจ...ภิเก็บของ เราจะออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”

ภูมินทร์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมทำตามที่พิณชนิดาต้องการ เมื่อทำพิธีเสร็จ เจ้าที่ประจำบ้าน ก็อนุญาตให้ผีพ่อ แม่และป้าเข้าข้างในได้...

เพื่อให้แผนการเอาผิดพิณชนิดาว่าทำของใส่ภูมินทร์บรรลุเป้าหมาย ปณิตาและเปรมสุดาจึงต้องใช้บริการของปูเปรี้ยว หากทำได้ตามแผนการที่พวกตนวางไว้ จะตกรางวัลให้เธออย่างงาม...

ปราชญ์หัวเราะชอบใจเมื่อรู้ความจริงที่ภูมินทร์ลีลาท่ามากไม่ยอมทำพิธีขออนุญาตเจ้าที่ให้พวกตน

เข้ามาในบ้านก็เพราะกลัวผี กานต์กมลต้องขอร้องให้หยุดทำแบบนั้น ถึงอย่างไรภูมินทร์ก็เป็นเจ้าของบ้าน เราควรให้เกียรติเขา แล้วหันไปบอกภิชาสินีให้ขอบคุณเขาสำหรับเรื่องนี้ รับปากจะไม่ก่อความยุ่งยากใจให้ เธอถ่ายทอดคำพูดของแม่ให้ภูมินทร์ฟังไม่มีตกหล่น เขามองไปรอบๆสีหน้าหวาดๆ

“ถ้างั้นก็...เชิญตามสบายนะครับ ยัยตัวประหลาดไปทำงานได้แล้ว” ภูมินทร์พูดจบ เดินลิ่วไปรอหน้าตึก พิณชนิดาตามออกมาเห็นเขายืนนิ่ง ร้องเรียกก็ไม่หัน ก็เลยเข้าไปจับมือ ถึงกับสะดุ้งที่มือเขาเย็นราวกับน้ำแข็ง

“ทำไมมือนายเย็นแบบนี้...อย่าบอกนะว่านายกลัวผีจริงๆ”

“ผีนะคุณ เป็นใคร...ใครก็กลัวหรือเปล่า” ภูมินทร์กลัวแทบตายแต่ไม่วายวางฟอร์ม พิณชนิดายิ้มขำ เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าคนอย่างนายภูมินทร์ อัครมโหฬารก็กลัวเป็น เขาเอ็ดว่าไม่ต้องพูดมาก แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ

“แล้วก็ห้ามบอกใครว่าเราให้ผีมาช่วยเรื่องนี้ แม้กระทั่งก้อง”

พิณชนิดาพยักหน้ารับคำ แล้วขยับจะไป ด้วยความไม่ถนัดกับการใส่ส้นสูง สะดุดยอดหญ้าหงายเงิบ ภูมินทร์รีบประคองไว้ในอ้อมกอด เป็นจังหวะเดียวกับก้องภพเข้ามาเห็นพอดี ถึงกับใจแป้ว ก่อนจะรายงานว่ารถพร้อมแล้วทั้งคู่รีบผละออกจากกัน แล้วเดินไปที่รถเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยมีก้องภพตามไปอีกทอดหนึ่ง พอทั้งสามคนคล้อยหลัง แสงโชติออกจากที่ซ่อน มองตามสงสัยกับสิ่งที่ได้ยิน

ทันทีที่รถของภูมินทร์เคลื่อนออกจากบ้าน คนของสิรวิทย์ซึ่งซุ่มรออยู่ในรถ รีบสะกดรอยตาม

ooooooo

แสงโชติรีบรายงานพ่อว่าที่พิณชนิดามาเป็นเลขาฯของภูมินทร์และเข้ามาอยู่ในบ้าน ไม่ใช่เพราะเรื่องงาน

“คุณพิณพยายามจะบอกผม แต่พี่ภูดันมาขัดจังหวะเสียก่อน ผมก็เลยไม่รู้ แล้วเมื่อเช้า ผมก็ได้ยินพี่ภูพูดกับคุณพิณว่า อย่าบอกใครว่าเราเอาผีมาช่วยเรื่องนี้...มันน่าแปลกไหมล่ะครับ”

“ตาภูคิดจะทำอะไร...ถ้าอย่างนั้นแกพยายามถามหนูพิณมาให้ได้ว่าหนูพิณมาอยู่ที่นี่เพราะอะไร”...

ปูเปรี้ยวไม่รอช้า แอบเข้าห้องนอนของพิณชนิดาตามคำสั่งของปณิตาที่ให้หาตุ๊กตา เส้นผมหรืออะไรก็ตามที่ดูแปลกๆ เพื่อจะได้ใช้เป็นหลักฐานเล่นงานนังหมอดูฐานเล่นของ โดยไม่รู้ว่าผีพ่อ แม่ ป้า รวมทั้งปิ่นเพชรในคราบตุ๊กแกจ้องมองท่าทางลับๆล่อๆของเธออยู่ ปูเปรี้ยวจัดแจงล็อกประตูห้อง ค้นหาไปตามที่ต่างๆ

ผีพ่อ แม่และป้ามั่นใจว่าเธอต้องไม่มาดี จึงรวมหัวกัน ทั้งแกล้งเปิดผ้าม่าน เปิดหน้าต่าง แสดงอิทธิฤทธิ์ให้หมอนลอยใส่หน้า แต่ที่ทำให้ปูเปรี้ยวถึงกับช็อกหมดสติก็เป็นตอนที่ตุ๊กแกปิ่นเพชรทิ้งตัวลงจากเพดานห้องมาเกาะจมูก จากนั้น ผีพ่อ แม่และป้า ช่วยกันลากปูเปรี้ยวที่สลบไสลออกมาทิ้งไว้ที่โถงทางเดิน

สักพัก ป่านแก้วมาเห็นเธอเข้าก็โวยใส่หาว่าแอบมานอนกลางวันกินแรงคนอื่น แล้วเขย่าให้รู้สึกตัว ปูเปรี้ยว สะดุ้งเฮือก ลุกพรวด ในสภาพผมตั้งทั้งหัว ร้องเอะอะว่ากลัวแล้วๆ อย่าทำอะไรตนเลย พอรู้ว่าเป็นป่านแก้วไม่ใช่ผีที่ไหน รีบกอดแขนไว้แน่น ละล่ำละลักให้ช่วยตนด้วย ตนโดนผีหลอก

ครู่ต่อมา ปูเปรี้ยวนำเรื่องที่โดนผีหลอกไปเล่าให้นวลจันทร์ฟัง ผู้สูงวัยกว่าหาว่าเธอพูดจาเหลวไหล ผีไม่มีในโลก เธอยืนยันว่าในห้องพักของพิณชนิดามีผีจริงๆ ป่านแก้วสงสัยเธอว่าเข้าไปทำอะไรในนั้น พอโดนซักหนักเข้า ปูเปรี้ยวแกล้งเวียนหัวจะเป็นลม ขอตัวไปนอนพักแล้ววิ่งแจ้นออกไปทันที

“ป่านแก้วว่าไม่มีผงมีผีอะไรหรอกคะ คงกลัวเราจับได้มากกว่าว่ามันคิดไม่ซื่อกับคุณพิณคุณภิ”

นวลจันทร์พยักหน้าเป็นทำนองเห็นด้วย ด้านปูเปรี้ยวรีบโทร.ไปรายงานเปรมสุดากับปณิตาว่าไม่เจอของ เจอแต่ผี และขอถอนตัวไม่ทำงานชิ้นนี้อีกต่อไป แล้วรีบวางสาย ปณิตาเชื่อว่าพิณชนิดาต้องเล่นของจริงๆถึงเลี้ยงผีเอาไว้ คราวนี้เราคงต้องให้หมอผีจัดการ อีกทั้งต้องให้แสงโชติช่วยอีกแรงหนึ่งด้วย...

คนที่ปณิตาต้องการให้ช่วยเหลือ เห็นปูเปรี้ยวกำลังจุดธูปไหว้ปลกๆอยู่กลางสนามหญ้า เดินเข้ามาจับไหล่เธอตกใจสะดุ้งสุดตัว ร้องลั่นว่าผี พอเห็นเขาชัดๆก็ถอนใจโล่งอก

“เจอผีมาหรือไง” แสงโชติกระเซ้า

“ค่ะ สองพี่น้องที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ เลี้ยงผีค่ะคุณแสงโชติ” ปูเปรี้ยวยังขยาดไม่หาย แสงโชตินึกถึงคำพูดของภูมินทร์ที่พูดกับพิณชนิดาถึงเรื่องให้ผีมาช่วย แต่ยังไม่ทันจะว่าอะไร มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้นเสียก่อน

ooooooo

ที่บริษัทของภูมินทร์ สัณชัยเห็นภูมินทร์เดินมากับพิณชนิดาและก้องภพ ปรี่เข้ามาทักทาย เขาชิงตัดบท

“ขอโทษนะครับคุณอา ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องรีบไปทำ” พูดจบภูมินทร์เดินหนีไปดื้อๆ พิณชนิดารีบตามไปที่ห้องทำงาน ตำหนิว่าทำไมถึงเสียมารยาทกับอาตัวเองแบบนั้น เขาด่าสวน ไม่รู้อะไรก็ไม่ต้องพูด

“งั้นก็เล่ามาให้ฉันรู้สิ ฉันจะได้ไม่ต้องพูด”

“ได้ ฉันจะเล่าให้เธอฟัง จะได้เลิกเห็นกงจักรเป็นดอกบัวสักที” จากนั้นเรื่องราวในอดีตก็พรั่งพรูออกจากปากภูมินทร์ ตอนนั้นเขาอายุแค่ 7 ขวบ กำลังนอนหลับอยู่บนเตียง สัณชัยยกถาดขนมกับนมมาให้ เห็นเขาหลับ วางถาดขนมบนโต๊ะแล้วเดินมานั่งบนเตียงขยับผ้าห่มให้

“น่าสงสารต้องมาเสียพ่อตั้งแต่ยังเล็ก แต่จะว่าไปมันก็สมน้ำหน้าแล้ว แกชอบมาแย่งของเล่นของลูกฉันและฉันก็ต้องยอมเพราะเกรงใจพ่อของแก ต่อไปนี้ลูกฉันจะได้มีความสุขสักที” สัณชัยว่าแล้วกระชากผ้าห่มออกจากตัวภูมินทร์ แล้วลุกออกไป เด็กน้อยลืมตาขึ้นมา อึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน

พิณชนิดาฟังเรื่องที่ภูมินทร์เล่าแล้ว แทนที่จะเข้าใจในสิ่งที่เขาแสดงออกกับอาตัวเอง กลับบอกว่า หากเขาแกล้งลูกของเธอแบบนั้น เธอก็คงจะพูดเหมือนกับสัณชัย ภูมินทร์โกรธ ทำท่าจะเอาเรื่อง พิณชนิดาไม่กลัวลุกขึ้นท้าเหยงๆ ก้องภพต้องขอร้องให้เลิกทะเลาะกัน สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ก็คือหาตัวคนทำร้ายภูมินทร์ให้เจอ

“ถ้างั้นก็เข้าเรื่อง ฉันคิดว่าฉันจะทำพินัยกรรมยกสมบัติทั้งหมดของฉันให้กับการกุศล”

“ถ้าคนที่คิดฆ่านายรู้ว่านายทำพินัยกรรม เขาก็จะเลิกคิดฆ่านายเพราะกลัวสมบัติจะตกเป็นของคนอื่น”

ภูมินทร์ขยี้ผมพิณชนิดาเล่นอย่างสนิทสนม ก่อนจะชมว่าฉลาดมาก ก้องภพมองภาพบาดตาแล้วยิ่งใจแป้ว ต้องเสมองไปทางอื่น ภูมินทร์เห็นเขาเงียบไป ก็ทักว่าไม่มีความเห็นอะไรบ้างหรือ เขาเห็นด้วยกับเจ้านายทุกอย่าง และควรประกาศเรื่องพินัยกรรมออกไปเพื่อให้รู้ถึงหูคนร้าย ภูมินทร์พยักหน้าเห็นด้วย

“ตอนนี้เรามาลิสต์รายชื่อคนที่อยู่ใกล้ตัวนายกันก่อนดีไหมว่ามีใครบ้าง” พิณชนิดาเห็นภูมินทร์พยักหน้ารับคำ หยิบกระดาษมาเขียนรายชื่อคนที่อยู่ใกล้ตัวเขา ไล่ตั้งแต่นวลจันทร์ ป่านแก้ว ปูเปรี้ยว สัณชัย แสงโชติ ก้องภพ เปรมสุดา ปณิตา รวมทั้งสิรวิทย์และเอ๋ ภูมินทร์ตัดออกทีละคนจนเหลือแสงโชติซึ่งน่าสงสัยที่สุด

“แต่ฉันว่าไม่ใช่ เขาก็ออกจะดูเป็นคนดี นายอคติหรือเปล่า”

“หลงเสน่ห์หมอนั่นแล้วสิ ถึงปกป้องมันนัก” ภูมินทร์หึงแล้วพาล พิณชนิดาด่าว่าปากเสีย สองคนจะเปิดศึกน้ำลายกันอีก ก้องภพต้องเข้ามาห้ามอีกครั้ง ขอร้องให้ช่วยกันคิดเรื่องคนร้ายก่อนดีกว่า เธอเห็นแก่เขาก็เลยยอมสงบปากสงบคำ ภูมินทร์ยืนกรานว่าแสงโชติคือผู้ต้องสงสัยหมายเลข 1 ดังนั้น ต้องส่งคนตามประกบตลอด 24 ชั่วโมง ก้องภพเสนอให้ขอความช่วยเหลือจากสิรวิทย์ ภูมินทร์เห็นด้วยชวนพิณชนิดาไปหาเขาที่ทำงานด้วยกัน แล้วสั่งก้องภพโทร.แจ้งทนายสมยศให้ทำพินัยกรรมของตนให้เร็วที่สุด

“ครับ ผมไปส่งที่รถนะครับ”

ครู่ต่อมาทั้งสามคนมาถึงลานจอดรถ ก้องภพกุลีกุจอเปิดประตูข้างคนขับให้พิณชนิดาขึ้นนั่ง พอเห็น ภูมินทร์มองเหล่ รีบวิ่งมาเปิดประตูรถให้ ขณะที่ยืนดูรถเจ้านายเคลื่อนออกไป เขาเหลือบเห็นชายสองคนสะกิดกันให้ดูรถคันนั้น ก่อนจะขับรถตาม ก้องภพมองไม่ไว้ใจ รีบเอามือถือขึ้นมาถ่ายภาพทะเบียนรถไว้ ก่อนจะโทร.เตือนเจ้านายว่ามีคนขับรถตาม พร้อมกับแจ้งลักษณะและสีของรถ ภูมินทร์เห็นทางกระจกส่องหลังว่ามีรถเหมือนที่ก้องภพบอกตามมาห่างๆ รีบเร่งเครื่องหนี ลูกน้องของสิรวิทย์ที่ขับรถตามเห็นผิดสังเกต

“ท่าทางแบบนี้ รู้ตัวแล้วแน่ๆรีบโทร.บอกเจ้านายเถอะ”

ooooooo

จากนั้นก้องภพไปขอความช่วยเหลือจากอรรถพร ที่สถานีตำรวจพร้อมกับเอารูปทะเบียนรถต้องสงสัยให้ดู

“เห็นทะเบียนชัดแบบนี้ แป๊บเดียวก็ตามเจอครับว่าใครเป็นเจ้าของรถ”

จ่าเหยินเข้ามาอาสาจะจัดการให้ อรรถพรเอ็ดว่ามาแอบฟังพวกตนหรือ เขาปฏิเสธว่าเปล่า แต่บังเอิญผ่านมาได้ยิน ผู้หมวดหนุ่มถึงกับส่ายหน้า ระอากับความสอดรู้ สอดเห็นของเขา...

ทางฝ่ายภูมินทร์สลัดรถที่สะกดรอยตามสำเร็จ ไปถึงออฟฟิศของสิรวิทย์ได้อย่างปลอดภัย แต่ยังไม่ทันจะพูดเรื่องสำคัญกับเพื่อนรัก ก้องภพโทร.มาแจ้งเสียก่อนว่าเจ้าของรถคันที่ขับตามเขาคือบริษัทรักษาความปลอดภัยของสิรวิทย์ ภูมินทร์ถึงกับอึ้ง ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ เพื่อไม่ให้มีพิรุธ

“ขอบใจ ฉันจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้...วิทย์ พอดีฉันมีงานด่วน ถ้าไงฉันจะโทร.มาคุยกับแก” ภูมินทร์ว่าแล้วชวนพิณชนิดากลับ เห็นเธอไม่ขยับจัดแจงลากแขนออกมา หญิงสาวเหมือนจะรู้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ถามว่าไม่ได้มีงานด่วนอะไรใช่ไหม ภูมินทร์บอกเสียงเครียดว่าเจ้าของรถที่ขับตามเราคือสิรวิทย์

“งั้นก็หมายความว่า คุณสิรวิทย์คือคนที่คิดจะ ฆ่านาย!”

“ฉันไม่รู้ กลับไปตั้งหลักก่อน” ภูมินทร์รีบพา พิณชนิดาขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว...

ขณะที่สิรวิทย์กลายเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลข 2 ไปในบัดดล ฟ้ารุ่งกำลังจะออกจากบ้าน เหลือบเห็นแฟ้มเอกสารยอดขายของเอกตกอยู่ จำได้ว่าวันนี้เขามีประชุมเรื่องนี้พอดี รีบคว้าแฟ้มออกไปทันที...

ที่ออฟฟิศของเอก ภายในห้องชงกาแฟ เอกชงกาแฟเสร็จหันไปชนพนักงานหญิงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาทำให้กาแฟหกรดเสื้อคลุมของเธอ เพื่อเป็นการแก้ตัวที่ซุ่มซ่าม เขาอาสาจะเอาเสื้อที่เปื้อนไปซักแห้งร้านใต้ถุนตึกให้ ครู่เดียวก็เสร็จ พนักงานหญิงขอบคุณเขา แล้วถอดเสื้อส่งให้ เป็นจังหวะเดียวกับฟ้ารุ่งเปิดประตูเข้ามาเห็น คิดอกุศลว่าทั้งคู่กำลังทำอะไรกันอยู่ ถึงกับปรี๊ดแตก ปรี่เข้าไปตบพนักงานคนนั้นไม่ยั้ง

เอกพยายามอธิบายว่าฟ้ารุ่งเข้าใจผิด แต่เธอไม่ฟัง ทั้งด่าทอทั้งจิกทึ้งพนักงานคนนั้นอุตลุด เสียงเอะอะทำให้ทั้งออฟฟิศแตกตื่น เข้ามามุงดู เอกอับอายมาก รวบตัวฟ้ารุ่งขึ้นพาดบ่า แล้วพาออกไป

ไม่นานนัก เอกลากฟ้ารุ่งกลับมาถึงห้องพัก เธอยังด่าเขาไม่เลิก แถมหาว่าเลี้ยงไม่เชื่อง เพิ่งสัญญาว่าจะรักเธอคนเดียวแต่กลับไปยุ่งกับผู้หญิงอื่น เขาขอร้องให้หยุดด่าว่าได้แล้ว ไม่เช่นนั้นอาจจะหมดความอดทน ฟ้ารุ่งคิดว่าถือไพ่เหนือกว่า ท้าทายถ้าเขาหมดความอดทนแล้วจะทำไม เอกตัดสินใจเลิกกับเธอ ขยับจะไปเก็บเสื้อผ้า ฟ้ารุ่งขวางไว้ โวยวายว่าจะมาทิ้งกันแบบนี้ไม่ได้

“ชีวิตของผม คุณไม่มีสิทธิ์บงการอีกต่อไป”

“เสื้อผ้าข้าวของทุกอย่างในชีวิตของเอก ฟ้าเป็นคนซื้อให้ ฟ้าไม่ให้เอกเอาไปไหนทั้งนั้น”

เอกเชิญเธอเก็บข้าวของพวกนี้ไว้ เขาจะไม่เอาไปสักชิ้น ส่วนเสื้อผ้าและรองเท้าที่อยู่บนตัวเขา เขาเป็น คนซื้อเอง เขาจะเอาไป ต่อไปนี้เธอไม่ใช่เจ้าของเขาอีกแล้ว เราสองคนจบกันแค่นี้ แล้วหันหลังจะไป ฟ้ารุ่งกอดเอวเขาไว้อ้อนวอนทั้งน้ำตาอย่าทิ้งเธอไป แต่เขาไม่ฟัง เธอหมดแรงจะยื้อ จำต้องปล่อยให้เขาเดินจากไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง

สองเสน่หา EP.13 เดือนหยาดโป๊ะแตก โกหกคนทั้งประเทศเรื่องในอดีตของตัวเอง
16 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 16:26 น.