ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรายพยากรณ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พิณชนิดา หมอดูไพ่ยิปซีหรือที่ลูกค้ามักจะ เรียกว่า “หมอพิณ พูดเลย” เป็นหมอดูสาวที่ดูดวงแม่นมาก กำลังดูดวงให้เจ๊เคียวอยู่ที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง หลังจากเปิดไพ่ 3 ใบขึ้นมาพร้อมกัน พิณชนิดาทำนายว่าเธอจะมีเคราะห์หนักถึงขั้นตาย เธอโกรธจัดหาว่าหมอแช่ง ตะโกนเรียกสมุนด้วยภาษาไทยที่ไม่ค่อยชัด

“เหล็กๆ...จัดชุดใหญ่ให้นังหมอลู...ลวงโลก”

สิ้นเสียงเจ๊เคียว ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ 2 คน ย่างสามขุม เข้ามา พิณชนิดาตกใจมาก สวมวิญญาณน้องหมาโกยแน่บ สมุนเจ๊เคียวชักปืนยิงไล่หลังไม่ยั้ง เธอโดดหลบได้ทันก่อนจะลุกขึ้นวิ่งต่อไป

ขณะพิณชนิดาวิ่งมาตามถนน มีรถคันหนึ่งแล่นขนาบข้าง รีบหันไปเคาะกระจกขอความช่วยเหลือ เจ๊เคียวเลื่อนกระจกลงแสยะยิ้มให้ ก่อนจะโยนระเบิดน้อยหน่าใส่ เสียงดังตูม พิณชนิดาตัวลอยเพราะแรงระเบิด แต่ยังไม่ทันจะหล่นถึงพื้น มีชายคนหนึ่งมารับตัวไว้ในอ้อมกอด เธอเงยหน้ามองเขาแต่เห็นหน้าไม่ชัด

พลันมีเสียงตุ๊กแกร้องดังขึ้น พิณชนิดาสะดุ้งตื่นเห็นตุ๊กแกตัวเขื่องเกาะอยู่บนหน้าอกก็ตกใจ ปัดกระเด็นกระแทกผนังห้อง พอมันหล่นลงบนพื้นจากตุ๊กแกน่าเกลียด กลายเป็นเด็กน้อยหน้าตาน่ารัก

พิณชนิดาตั้งสติได้ลุกพรวด “ขอโทษๆ ปิ่นเพชร เจ๊ไม่ได้ตั้งใจ เจ๊ฝันร้าย”

เด็กน้อยคลำหลังตัวเองป้อยๆ “เห็นว่าเจ๊สวยหรอกนะ ถึงไม่โกรธ ว่าแต่เจ๊ลืมหรือเปล่าวันนี้เป็นวันอะไร” ปิ่นเพชร ว่าแล้ว ฮัมเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ พิณชนิดาถึงจำได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดตัวเอง...

ที่ด้านหน้าอพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ ภิชาสินีกำลังจัดของสำหรับใส่บาตร โดยมีวิญญาณของปราชญ์ กานต์–กมลและพัณทิพา พ่อ แม่และป้าของเธอยืนล้อมอยู่ ปราชญ์บอกให้ภิชาสินีขึ้นไปดูพิณชนิดาพี่สาวของเธอทีว่าตื่นหรือยัง ยิ่งนอนขี้เซาอยู่ด้วย กานต์กมลเห็นด้วยกับสามีเร่งให้เธอขึ้นไปตาม กลัวลูกสาวคนโตจะลงมาไม่ทันใส่บาตร พัณทิพาบ่นอย่างรำคาญ จะห่วงอะไรกันหนักหนา ลูกก็โตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้ว

“ยัยพิณเป็นลูกผม ถึงจะอายุ 80 ผมก็ยังห่วงพี่พาไม่มีลูก พี่พาไม่เข้าใจหรอก”

พัณทิพาปรี๊ดแตกทันที ต่อว่าน้องชายต่างๆนานา สองพี่น้องเลยมีปากเสียงกัน ภิชาสินีสุดจะทนที่พวกท่าน

เถียงข้ามหัวตัวเองไปมา ขอร้องให้เงียบได้แล้ว เธอหนวกหู ทั้งคู่เงียบกริบ จังหวะนั้นขวัญทิพย์และแพนเค้ก สองสามี ภรรยาเจ้าของอพาร์ตเมนต์จอมงก ตระกองกอดกันออกมา จะใส่บาตร เห็นภิชาสินียืนอยู่คนเดียว ร้องทักว่าบอกให้ใครเงียบหรือ

“ภิไม่ได้พูดว่าเงียบนะคะ ภิพูดว่า...เอ่อ...” ภิชาสินีอึกอัก คิดคำแก้ตัวไม่ทัน พัณทิพาจึงกระซิบบอกว่า สายป่านนี้แล้วทำไมพิณยังไม่ลงมา เธอพูดตามที่ป้าบอกไม่มีตกหล่น แพนเค้กกับขวัญทิพย์มองหน้ากันงงๆ แต่ไม่ติดใจจะซักถามอะไรอีก ภิชาสินีถอนใจโล่งอก หันไปเหล่พ่อ แม่กับป้าซึ่งเห็นท่าไม่ดี พากันหายตัวไป ขวัญทิพย์เห็นพระสงฆ์เดินมา นิมนต์มารับบาตร เป็นจังหวะเดียวกับพิณชนิดาวิ่งหน้าตื่นเข้ามา

“มาแล้วๆ ทันไหมอ่ะ น้องภิ”

ooooooo

พระสงฆ์รับบิณฑบาตจากสองสามีภรรยาเสร็จ เดินมาที่สองพี่น้อง พิณชนิดายังไม่ทันจะเอาของใส่บาตร หนึ่ง เด็กหนุ่มท่าทางกวนโอ๊ยในชุดนักเรียกมัธยมเอื้อมมือมาแตะมือเธอไว้

“ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน ชาติหน้าเราจะได้เกิดมาเป็นคู่กันนะครับพี่พิณ”

“นายหนึ่ง เอามือออกไป” พิณชนิดาเสียงเขียว หนึ่งรีบทำตามสั่ง แล้วอวยพรวันเกิดให้เธอ พร้อมกับทำท่าซารังเฮโยให้ด้วย เธอตำหนิว่าให้รู้จักอายพระอายเจ้าบ้าง เขากลับยิ้มหน้าทะเล้น ภิชาสินีเตือนให้พี่สาวรีบตักบาตรเร็วๆ มีคนรอรับส่วนบุญอยู่ หนึ่งร้อนตัวคิดว่าเธอว่า เธอปฏิเสธทันทีว่าเปล่า

“จะอุทิศส่วนกุศลให้ใครก็เอ่ยชื่อและนามสกุลออกมา ทั้งสี่ท่านจะได้รับบุญ” พระสงฆ์ยิ้มให้ ปราชญ์ กานต์กมล พัณทิพาและปิ่นเพชรที่นั่งพนมมือคุกเข่าอยู่ข้างๆภิชาสินี พิณชนิดาใส่บาตรแล้วอธิษฐานในใจ

“ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่ได้ทำให้วันนี้ให้กับนายปราชญ์ นางกานต์กมล น.ส.พัณทิพา ภู่งาม พ่อแม่และป้าของข้าพเจ้ารวมถึงปิ่นเพชร น้องชายข้าพเจ้าด้วย” ขาดคำ ปรากฏแสงสีทองรอบๆผีทั้งสี่ตน...

ขณะถือถาดใส่ของเดินเข้ามาในห้องพักตัวเอง พิณชนิดาอดถามน้องสาวไม่ได้ทำไมพระถึงได้รู้ว่ามีสี่ตน เธอไม่ได้บอกท่านสักหน่อย ภิชาสินีตั้งข้อสังเกตว่าท่านเป็นพระ ท่านคงเห็น พิณชนิดาตกใจ แสดงว่าพ่อแม่และป้ายังอยู่ที่นี่ ภิชาสินีโกหกว่าไม่รู้เหมือนกัน แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถามว่าทำไมวันนี้เธอถึงตื่นสาย

“ฝันร้าย...เอ่อจริงสินะ ว่าจะตรวจดวงตัวเอง สักหน่อย” พิณชนิดาพูดจบ เข้าไปในห้องนอนหยิบไพ่ยิปซีมาหงายสิบใบ “ฝันที่เห็นบอกว่าจะได้สัตว์

สองเท้าและจะเสียสัตว์สองเท้า แต่จะพบคู่แท้ เป็นไปได้ไงก็เรามีแฟนอยู่แล้วหรือว่าเอกจะเป็นอะไร” พิณชนิดารีบโทร.หาเอกแต่เขาไม่รับสาย คว้ากระเป๋าถือออกจากห้อง ภิชาสินีร้องถามว่าจะไปไหน พอรู้ว่าจะไปหาเอก ทักท้วงว่านัดไว้ตอนเที่ยงไม่ใช่หรือ

“พี่โทร.ไปแล้วเขาไม่รับสาย พี่ใจไม่ดี กลัวว่าที่ฝันร้ายเมื่อคืนจะเกี่ยวกับเอก พี่ไปก่อนนะ”

ภิชาสินีมองตามพี่สาวที่รีบร้อนออกไป แล้วหันมามองอีกที ถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นพ่อ แม่กับป้ายืนอยู่ตรงหน้า ต่อว่าว่าทีหน้าทีหลังอย่ามาเงียบๆแบบนี้อีก ปราชญ์ตำหนิลูก ทำไมไม่ห้ามพิณชนิดา ปล่อยให้ไปหาผู้ชายถึงบ้านมันดูไม่ดี และที่สำคัญ ท่านไม่ชอบขี้หน้าผู้ชายคนนี้ พัณทิพาขัดคอทันที

“ตาเอกออกจะเป็นเด็กดี”

“พี่รู้ได้ไงว่ามันเป็นคนดี พี่ตายตั้งแต่ก่อนยัยพิณจะเป็นแฟนกับไอ้หมอนี่” ปราชญ์โต้ไม่ยอมแพ้ สองพี่น้องเถียงกันอีก กานต์กมลระอาที่ทั้งคู่ทะเลาะกันตั้งแต่เป็นคนยันเป็นผี ไม่รู้จักเบื่อบ้างหรือ สองพี่น้องตอบพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายว่าไม่เบื่อ ภิชาสินีรำคาญเสียงทะเลาะกันแอบหนีออกจากห้อง

ooooooo

เอกไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่พัณทิพาว่า เพราะแอบพากิ๊กมากกที่คอนโดฯตัวเองตั้งแต่เมื่อคืน และที่เลวกว่านั้น กิ๊กที่ว่าคือฟ้ารุ่งเพื่อนของพิณชนิดาเอง พอเธอรู้ว่าเที่ยงนี้เขานัดจะไปฉลองวันเกิดกับพิณ-ชนิดาก็ชักสีหน้าไม่พอใจ ทวงถามว่าเมื่อไหร่เขาจะบอกเลิกกับฝ่ายนั้นสักที นี่ 3 เดือนแล้วที่เราคบหากัน

“ขอให้พ้นวันเกิดพิณไปก่อน ผมสัญญาว่าผมจะบอกเลิกเธอ อย่างอนผมนะครับคนดี” เอกซุกไซ้ซอกคอฟ้ารุ่งจะเล่นปูไต่กันอีกรอบที่โซฟากลางห้องรับแขก ทันใดนั้นมีเสียงกริ่งประตูดังขึ้น ทั้งคู่เด้งออกจากกัน

“ใครมาตอนนี้” เอกบ่นอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินไปเปิดประตูรับ ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นพิณชนิดายืนอยู่ รีบปรับสีหน้าเป็นปกติ เดินออกจากห้องงับประตูตามหลัง ทักท้วงว่ายังไม่ถึงเวลานัดไม่ใช่หรือ

“เมื่อคืนพิณฝันร้าย พิณเปิดไพ่มันเกี่ยวกับเอก พิณเป็นห่วงก็เลยมาหา”

“ขอบคุณนะที่เป็นห่วงเอก ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันเกิดพิณแท้ๆ แต่พิณก็ยังคิดถึงคนอื่น น่ารักที่สุดเลยแฟนเอกคนนี้ เอกว่าเราไปหาอะไรกินกันเลยดีไหมครับ ไหนๆพิณก็มาแล้ว” เขาเห็นเธอพยักหน้ารับคำ บอกให้รออยู่ตรงนี้สักครู่ ขอเข้าไปแต่งตัวก่อน แล้วผลุบเข้าห้อง เจอฟ้ารุ่งกำลังจะอ้าปากพูด ก็รีบเอามือปิดปากเธอไว้

“ชู่ว์ พิณยืนอยู่หน้าห้อง ผมต้องไปกับพิณแล้ว” เอกพูดจบ รีบเข้าไปในห้องนอน ฟ้ารุ่งแค้นใจ ย่องตามไปดู เห็นเขาแต่งตัวอยู่ในห้องน้ำ คว้ามือถือของเขาขึ้นมาส่งข้อความหาพิณชนิดา

“พิณเข้ามาหาเอกในห้องหน่อยสิครับ”

ฟ้ารุ่งส่งข้อความเสร็จ โดดขึ้นไปนอนให้ท่าอยู่บนเตียง พอเอกออกจากห้องน้ำ เชิญชวนให้มาขึ้นเตียง ก่อนที่เขาจะไปเที่ยวกับพิณชนิดา แล้วเดินไปเปิดเพลง เต้นท่ายั่วยวนเต็มที่ เอกอดใจไม่ไหวคว้าเธอมาจูบอย่างดูดดื่ม เป็นจังหวะเดียวกับพิณชนิดาเปิดประตูผลัวะเข้ามา ชายหนุ่มตกใจ รีบปล่อยมือจากคู่กิ๊กร่วงลงไปกองกับพื้น พยายามหาข้อแก้ตัว ฟ้ารุ่งลุกขึ้นมาได้ประกาศตัวว่าเป็นแฟนกับเขามา 3 เดือนแล้ว

“และความสัมพันธ์ของเราสองคนก็ลึกซึ้งกันมาก หวังว่าเธอคงจะเข้าใจ”

พิณชนิดาเสียใจมาก ไม่เข้าใจทำไมเพื่อนถึงต้องหักหลังเพื่อนแบบนี้ ฟ้ารุ่งคบกับเธอก็แค่อยากได้คนช่วยทำรายงานและทำการบ้านเท่านั้น เซเลบอย่างตนไม่คิดจะคบหาเด็กกำพร้าเป็นเพื่อนอยู่แล้ว พิณชนิดาได้ยินคำว่าเด็กกำพร้าก็โกรธจัด ชกหน้าฟ้ารุ่งเลือดกำเดากระฉูด เธอจะตบคืน แต่พิณชนิดาหลบทันก่อนจะผลักเธอเต็มแรงจนล้มกระแทกพื้น แล้วขยับจะไป เอกตกใจยกมือกัน พร้อมกับขอร้องอย่าตบหน้าตน

“ไม่ต้องกลัวฉันตบ เพราะฉันไม่อยากให้มือของฉันแปดเปื้อนความสกปรกของแก...เราเลิกกัน” พิณชนิดาจ้ำพรวดๆกลับมาที่รถโฟล์คเต่าของตัวเอง ขับออกไปทั้งน้ำตานองหน้า “7 ปีที่คบกันมา มันไม่มีค่าเลยใช่ไหม ฉันทำอะไรผิด ฉันดีกับแกทุกอย่าง แกติดหนี้บอล ฉันก็เอาเงินไปใช้ให้ แกอยากได้อะไร ฉันก็ซื้อให้ ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้” พิณ
ชนิดาคร่ำครวญหวนไห้ โดยไม่สนใจว่ารถของตัวเองแล่นช้ามาก จนรถที่ตามมาด้านหลังทั้งด่าทั้งบีบแตรไล่เสียงลั่นถนน

ooooooo

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ภูมินทร์ในสภาพปาก คิ้วแตกเลือดซิบวิ่งหนีชายแต่งชุดดำกลุ่มใหญ่ที่ไล่ล่ามาจนถึงถนนใหญ่ เขาจวนตัวไม่รู้จะหนีไปทางไหน ตัดสินใจพุ่งไปขวางหน้ารถของพิณชนิดาซึ่งหยุดได้ทันท่วงทีเพราะแล่นช้ามาก ภูมินทร์รีบเปิดประตูเข้ามานั่งเบาะข้างคนขับ สั่งให้ขับต่อไป

“แกเป็นโจรใช่ไหม ถ้าอยากได้รถก็เอาไปเลยฉันให้” พิณชนิดาเปิดประตูรถจะหนี เขาคว้าแขนไว้ สั่งให้ขับต่อไป เธอกลัวมากขอร้องอย่าทำอะไรเธอเลย ภูมินทร์หันไปเห็นหนึ่งในชายชุดดำชักปืนออกมารีบกดหัวพิณชนิดาให้หลบ เธอคิดว่าเขาจะทำมิดีมิร้ายถึงกับร้องลั่น พลันมีเสียงปืนดังรัวขึ้น เธอเงยหน้าเห็นชายชุดดำพร้อมปืนก็ถึงบางอ้อทันที ไม่ต้องให้ภูมินทร์สั่งซ้ำเป็นครั้งที่สาม เหยียบคันเร่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว

“บอกคนของเรา ให้จับตายทั้งมันและคนพามันหนี” หัวหน้าชายชุดดำมองตามเจ็บใจ...

ทางด้านพิณชนิดาขับรถด้วยความหวาดกลัวและหวาดระแวง โดยมีภูมินทร์หันไปมองด้านหลังตลอดเวลาว่ามีใครตามมาหรือเปล่า พอไม่เห็นใครก็ถอนใจโล่งอก พิณชนิดาพยายามซักชายแปลกหน้าที่จำใจรับขึ้นรถว่าเป็นใคร ทำไมถึงโดนตามล่า แล้วจะให้ไปส่งที่ไหน เขายังไม่ทันจะตอบคำถาม มีมอเตอร์ไซค์แล่นมาตีคู่คนขับใส่หมวกกันน็อก รู้ทันทีว่าไม่ได้มาดี สั่งให้เหยียบคันเร่งอีก พิณชนิดาทำไม่ทันใจ เขาใช้เท้าตัวเองกระแทกไปบนเท้าพิณชนิดาข้างที่เหยียบคันเร่ง เธอถึงกับร้องวี้ดว้ายลั่น

รถของพิณชนิดาพุ่งไปบนถนนอย่างรวดเร็วผ่านหน้าตำรวจจราจรที่มองตามด้วยความสงสัย ก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์ขับตามไปอีกทอดหนึ่ง มอเตอร์ไซค์คนร้ายยังคงไล่ตามไม่เลิก พิณชนิดาสั่งให้ภูมินทร์เล่ามาให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงโดนตามล่า เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

“ไม่รู้ได้ไง มีคนตามฆ่าคุณขนาดนี้ และฉันจะบอกให้นะว่าฉันไม่มีทางตายไปกับคุณเด็ดขาด วันนี้ฉันเพิ่งจะอายุ 25 ฉันยังสาว ยังสวย ยังมีอนาคตไกล”

“ถ้ายังขืนพูดมาก เธอได้ตายเร็วกว่าที่คิดแน่...ฉันไม่น่าขึ้นไอ้รถสัปรังเคคันนี้เลย ทั้งเก่าทั้งไร้รสนิยม ขับเร็ว กว่านี้ไม่ได้หรือไง” ภูมินทร์บ่นไม่หยุด พิณชนิดาชักฉุน

“ฉันเองก็ไม่ได้อยากรับนายขึ้นมาหรอกนะ ไอ้ตัวซวย บ่นอยู่นั่นแหละ”

รถมอเตอร์ไซค์คนร้ายเร่งความเร็วขึ้นมาประกบข้าง แล้วชักปืนยิงยางรถกระจุย รถเสียหลักหมุนเข้าหาต้นไม้ใหญ่ข้างทาง พิณชนิดาตกใจจะแตะเบรกแต่ดันเหยียบผิดไปเหยียบคันเร่ง รถพุ่งชนต้นไม้อย่างจัง ชายหนุ่มไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยกระเด็นทะลุกระจกหน้ารถ ขณะที่เธอหัวกระแทกพวงมาลัยฟุบอยู่ตรงนั้น คนร้ายจอดมอเตอร์ไซค์จะตามมายิงซ้ำ แต่ตำรวจมาถึงเสียก่อน เขาวิ่งกลับไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับหนีทันที ตำรวจรีบวิทยุแจ้งรถพยาบาลว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ แล้วเข้าไปดูคนขับ

“คุณผู้หญิง...คุณผู้หญิงครับ”

พิณชนิดาได้สติ เห็นตำรวจก็ดีใจ แต่พอหันไปมองเบาะข้างๆไม่เห็นชายแปลกหน้า ร้องเอะอะว่าคนที่นั่งมาด้วยหายไป ตำรวจนายนั้นรีบเดินหา เห็นเขานอนหมดสติหัวแตกเลือดอาบอยู่กับพื้นข้างทาง

ครู่ต่อมา ภูมินทร์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พิณชนิดาเห็นสภาพเลือดโชก ต้องให้ออกซิเจนของเขาแล้วใจคอไม่ดี เดินตามไปจนถึงหน้าห้องฉุกเฉิน พยาบาลกันไว้ไม่ให้เข้า

“ห้ามตายนะ ถ้าคุณตาย ฉันต้องถูกหาว่าเป็นฆาตกรแน่ๆ...ทำไมวันเกิดปีนี้มันเฮงซวยแบบนี้วะ” พิณชนิดาทรุดลงนั่งเก้าอี้หน้าห้องนั้นอย่างสุดเซ็ง

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่หน้าตลาดแห่งหนึ่ง คนเมายาบ้าใช้มีดจี้จับผู้หญิงเป็นตัวประกัน มีตำรวจและบรรดาไทยมุงล้อมรอบอยู่เต็มไปหมด ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาปล่อยตัวประกัน แต่เขาสติแตกเกินกว่าจะฟังรู้เรื่อง หาว่าผู้หญิงที่ตัวเองจับตัวไว้เป็นยักษ์ที่แปลงกายเป็นคน เขาจำเป็นต้องสังหารแล้วเงื้อมีดจะแทง

ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น กระสุนเจาะแขนคนเมายาข้างที่เงื้อจนมีดหลุดมือ ตำรวจไม่รอช้ากรูกันล็อกตัว แล้วช่วยตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัย ไทยมุงหน้าตา ตื่นหันมองที่มาของกระสุน เห็นอรรถพร ผู้หมวดหนุ่มไฟแรง ยืนถือปืนอย่างเท่ แต่พอไปถึงโรงพักเท่านั้น มาดเท่ๆเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นจ๋อยไปในบัดดลเมื่อถูกสารวัตร ตำหนิอย่างแรงที่ยิงปืนใส่คนร้ายทั้งๆที่มีตัวประกันอยู่ด้วย เขาไม่วายคุยโวว่าคำนวณวิถีกระสุนอย่างดีแล้ว ไม่มีทางโดนตัวประกันแน่นอน ท่านสารวัตรไม่ต้องเป็นห่วง

“ผมรู้ว่าหมวดเพิ่งเลื่อนขั้น กำลังไฟแรง แต่จะทำอะไรต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนให้มากที่สุด เราเป็นตำรวจ มีหน้าที่ทำให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจเมื่ออยู่ใกล้ เข้าใจไหม”

“ผมจะไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้วครับผม” อรรถพรทำความเคารพอย่างแข็งขัน...

ขณะที่อรรถพรถูกสารวัตรอบรมชุดใหญ่ พยาบาลประจำห้องฉุกเฉินออกมาแจ้งกับพิณชนิดาว่าคนเจ็บต้องถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพราะแผลที่ศีรษะลึกมากและต้องเช็กสมองให้ละเอียดว่ามีเลือดคั่งหรือเปล่า

“ถ้ายังไง คุณช่วยไปกรอกประวัติแทนคนเจ็บด้วยนะคะ”

ทีแรกพิณชนิดารับคำดิบดี แต่พอนึกขึ้นได้ รีบบอกว่าไม่รู้จักคนเจ็บมาก่อน...

เย็นวันเดียวกัน ขณะที่แพนเค้กในคราบ รปภ.กำลังเป่านกหวีดโบกรถให้ผู้เช่าอพาร์ตเมนต์รายหนึ่งอยู่หน้าอาคารที่พัก ผู้เช่าถอยรถเร็วไปหน่อยทำให้เฉี่ยวแพนเค้กที่ยืนอยู่ท้ายรถ นกหวีดหลุดเข้าคอ ถึงกับตาเหลือกหายใจไม่ออก ผู้เช่าลงจากรถจะช่วย แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

จังหวะนั้น อรรถพรลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาพอดี ช่วยเหลือจนนกหวีดหลุดจากคอแพนเค้กสำเร็จ ยังความปลื้มปีติให้ขวัญทิพย์ ขอบอกขอบใจเขายกใหญ่ที่ช่วยให้เธอไม่ต้องเป็นหม้าย คุยกันไปถามไถ่ประวัติกันมา ปรากฏว่าอรรถพรเป็นผู้เช่ารายใหม่ของที่นี่ ขวัญทิพย์หยิบกุญแจห้องให้เขา

แพนเค้กจัดแจงเข้ามาจับไหล่เขาอย่างสนิทสนม “ถ้าสงสัยอะไรถามพี่ได้ พี่รู้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นใครอยู่ห้องไหน ทำงานอะไร เป็นชู้กับใคร ติดหนี้ใคร เพราะ สโลแกนประจำตัวของพี่ก็คือ แพนเค้กรู้ โลกรู้” แพนเค้กสีหน้าภูมิใจกับฉายานี้มาก อรรถพรได้แต่ยิ้มแหยๆ ก่อนจะขอตัวไปห้องตัวเอง

ผู้หมวดหนุ่มเดินหาห้องตัวเองอยู่หลายรอบแต่ไม่เจอ เพราะเบอร์ห้อง 399 เลขตัวท้ายดันห้อยกลับหัวเป็นเลข 6 แต่ด้วยความช่วยเหลือของหนึ่งเพื่อนข้างห้อง เขาถึงได้เจอห้องตัวเอง หลังจากไล่หนึ่งที่ชอบสอดรู้สอดเห็นไปพ้นหน้า อรรถพรรีบล็อกประตูแล้วมองไปรอบๆห้องพักสีหน้าภาคภูมิใจ

“ห้องใหม่ ตำแหน่งใหม่ มีแต่เรื่องดีๆทั้งนั้น” อรรถพรหยุดกึกเมื่อเห็นควันไฟลอยเข้ามาในห้องตัวเอง รีบวิ่งไปดูที่ระเบียงว่าควันมาจากไหน

ooooooo

อรรถพรมองไปยังที่มาของควัน เห็นภิชาสินี กำลังจุดธูปกำใหญ่อยู่ตรงระเบียงห้องติดกัน ความสวยน่ารักของเธอเด้งทะลุควันโขมง ทำให้เขาถึงกับตะลึง หญิงสาวไม่ได้สนใจมองเพื่อนข้างห้อง เอาธูปปักในกระถางที่วางอยู่บนโต๊ะกับจานใส่ส้ม แล้วหันไปทางเจ้าที่ซึ่งหน้าตาเหมือนจอมยุทธ์ในหนังจีนกำลังภายใน

“ขอบใจลื้อมากที่ทำบุญให้อั๊ว ถ้าที่นี่ไม่มีลื้อสักคน อั๊วคงอดตาย”

ภิชาสินียิ้มรับ เจ้าที่จึงหายตัวไปพร้อมกับควันธูปที่จางลงเผยให้เห็นอรรถพรกำลังยิ้มหวานมองอยู่ เธอไม่ได้ตกใจอะไร ทักทายด้วยน้ำเสียงปกติ “วิญญาณเร่ร่อนล่ะสิ ถ้าไงฉันจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้”

“ผมเป็นคนไม่ใช่ผี” ยิ้มหวานของอรรถพรเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง ภิชาสินีตกใจที่รู้ว่าห้องข้างๆมีคน

มาอยู่แล้ว ชายหนุ่มเอ็ดลั่นจุดธูปได้อย่างไร ผิดกฎของที่นี่ไม่ใช่หรือ แล้วสั่งให้ดับให้หมด เธอไม่พอใจ แต่ไม่เถียงอะไรด้วย กลับเข้าห้องไปเลย อรรถพรตะโกนขู่ถ้าไม่ยอมดับธูปจะไปฟ้องพี่ขวัญทิพย์ให้มาจัดการ

ในเมื่อสาวข้างห้องแข็งขืนไม่ทำตามกฎระเบียบ ผู้หมวดหนุ่มทำตามคำขู่ แต่สองสามีภรรยาเจ้าของ อพาร์ตเมนต์กลับบอกว่าห้องนั้นเป็นข้อยกเว้น สามารถจุดธูปได้ตามต้องการ

“ยกเว้น! ทำแบบนี้เท่ากับพี่เลือกปฏิบัติ สองมาตรฐานนะครับ”

“ใจเย็นก่อนไอ้น้อง พวกพี่ก็ลำบากใจมาก แต่ทำอะไรห้องนี้ไม่ได้จริงๆ น้องอยู่ไปก็จะรู้เองว่าทำไม”...

ที่ห้องพักพื้นคนไข้ พิณชนิดานั่งเฝ้าภูมินทร์ตั้งแต่สายจนค่ำ ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจึงเผลอฟุบหลับข้างเตียง เขาค่อยๆรู้สึกตัว ขยับจะลุก พลอยทำให้พิณชนิดาตื่นไปด้วย เขาถามด้วยเสียงแผ่วเบาเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะและฟกช้ำไปทั้งตัวว่าที่นี่ที่ไหน พอรู้ว่าเป็นโรงพยาบาล ก็งงว่ามาได้อย่างไร

“คุณโดนตามฆ่า คุณหนีขึ้นรถฉัน มีคนไล่ยิงทำให้ยางรถฉันแตก รถพุ่งชนต้นไม้ เราสองคนถึงต้องมาอยู่โรงพยาบาล”

ภูมินทร์จำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าพูดเรื่องอะไร แต่อยู่ๆก็ร้องโอ๊ยลั่น พิณชนิดาตกใจคิดว่าเจ็บแผล ที่ไหนได้ เขาร้องเพราะหิวข้าว ไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เช้า ครู่ต่อมาพิณชนิดานำข้าวไข่เจียวมาให้เขากิน นึกในใจว่าทำไมเขาถึงจำอะไรไม่ได้ หรือว่าสมองกระทบกระเทือนจนความจำเสื่อม ลองสอบถามชายหนุ่มตรงหน้าว่าชื่ออะไร เขากำลังจะตักข้าวเข้าปากถึงกับชะงัก พยายามนึกแต่นึกไม่ออก

“นั่นสิ ฉันชื่ออะไร ฉันเป็นใคร ทำไมฉันจำไม่ได้ ทำไมๆๆๆ”

พิณชนิดาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ จึงไปสอบถามหมอเจ้าของไข้ เป็นอย่างที่เธอคาดไว้ไม่มีผิด สมองของชายหนุ่มได้รับความกระทบ กระเทือนอย่างแรงทำให้ความจำเสื่อม ซึ่งต้องใช้เวลาในการรักษา หมอเองก็ตอบไม่ได้ว่านานแค่ไหนถึงจะกลับเป็นปกติ

“บางคนหนึ่งอาทิตย์ก็จำได้แล้ว แต่ถ้าอย่างแย่มากๆก็จำไม่ได้ตลอดชีวิต”

ooooooo

คำพูดของหมอทำเอาพิณชนิดารู้สึกผิดมาก โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุทำให้ชายนิรนามต้องอยู่ในสภาพอย่างนี้ แล้วถ้าเขาจำไม่ได้ตลอดชีวิต เธอจะรับผิดชอบอย่างไร จังหวะนั้นพยาบาลวิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้องพักฟื้นของชายนิรนาม พิณชนิดาตกใจ เข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“คนไข้อาละวาดค่ะ ฉันเข้าไปถามประวัติ เขาบอกเขาจำไม่ได้แล้วเขาก็เอาหมอนปาใส่ดิฉันค่ะ”

พิณชนิดาเข้าไปต่อว่าภูมินทร์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เขาแก้ตัว ที่ทำไปแบบนั้นก็เพราะพยาบาลเซ้าซี้ถามชื่อเขาอยู่ได้ ทั้งๆที่บอกแล้วว่าไม่รู้ เธออาสาจะตั้งชื่อให้เขาเอง แล้วเหลือบไปเห็นไข่เจียวในจานข้าวปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที จากนี้ไปเธอจะเรียกเขาว่านายไข่เจียว แม้จะไม่ค่อยชอบใจนัก แต่ภูมินทร์ไม่มีทางเลือก...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ปราชญ์ไม่สบายใจที่มืดค่ำแล้วพิณชนิดายังไม่กลับบ้าน บอกให้ภิชาสินีโทร.ไปถามทีว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน พัณทิพาขัดว่าไม่ต้องโทร.ไปถามให้เสียเวลา ตนตอบให้เองก็ได้ว่าพิณชนิดากำลังสวีต หวานอยู่กับแฟน ไม่แน่เขาอาจจะได้ลูกเขยในเร็ววันนี้ ปราชญ์หันขวับ

“พี่พา ถ้าพูดแล้วไม่สร้างสรรค์ก็ไม่ต้องพูด”

เท่านั้นแหละระเบิดลงทันที พัณทิพาด่าน้องชายตัวเองไม่ยั้ง ก่อนที่สองพี่น้องจะเปิดศึกน้ำลายกัน มีเสียงมือถือของภิชาสินีดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

พิณชนิดาโทร.มาบอกว่าตอนนี้อยู่โรงพยาบาลแล้วเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง พร้อมกับวานให้น้องสาวเอาเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นมาให้ด้วยเพราะคงต้องค้างที่นั่น

ไม่นานนัก ภิชาสินีนำของที่พี่สาวสั่งมาให้ที่โรงพยาบาล โดยไม่ลืมหยิบไพ่ยิปซีติดมือมาด้วย

“พี่พิณจะได้รู้ว่าเขาดีหรือเลว ถึงโดนตามฆ่าแบบนั้น ภิไม่ไว้ใจ”

พิณชนิดาขอบใจน้องมาก จากนั้นเธอไปที่ห้องพักฟื้นของภูมินทร์หรือนายไข่เจียว ขอให้เขายื่นมือมา แล้วเอาไพ่ยิปซีวางบนมืออึดใจก็กลับไปหาภิชาสินีซึ่งรออยู่ที่ห้องโถง หงายไพ่ขึ้นมาทำนาย โดยมีภิชาสินีนั่งมองอย่างสนใจ พอเห็นดวงชะตาของเขาล้อมรอบไปด้วยเงินทอง ทึกทักเอาเองว่าอาจเป็นโจรปล้นแบงก์ที่ต้องหนีเพราะแบ่งผลประโยชน์กับกลุ่มมาเฟียไม่ลงตัว บอกให้พี่สาวเลิกยุ่งกับเขา

“แต่พี่มีส่วนทำให้เขาเป็นแบบนั้น”

“เขาทำตัวเองต่างหาก ถ้าพี่พิณอยากช่วยเขาก็ช่วยแค่ค่ารักษาพยาบาลก็พอ ไม่ต้องมาพบไม่ต้อง มาหาเขาอีก ภิเป็นห่วง กลับบ้านได้แล้ว” ภิชาสินีพูดจบ ฉุดมือพี่สาวจะพากลับ เธอลังเลไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

ฝ่ายภูมินทร์นอนคอยอยู่นานไม่เห็นพิณชนิดากลับมาสักที คิดว่าตัวเองถูกทิ้ง นอนพลิกตัวไปมาเที่ยงคืนก็แล้ว ยังข่มตาให้หลับไม่ได้ นอนอยู่อย่างนั้นจนสว่างคาตาก็ยังไม่หลับ ตัดสินใจลุกขึ้น

“นอนไม่หลับเลยเว้ย ถ้าได้กลับบ้านคงจะนอนหลับ แต่บ้านเราอยู่ไหน” ภูมินทร์นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

ooooooo

ณ คฤหาสน์ของภูมินทร์ สัณชัยหันมาถาม ก้องภพสีหน้าเคร่งเครียดว่าป่านนี้แล้วยังตามหาภูมินทร์ไม่เจออีกหรือ เขาให้คนออกตามจนทั่วพบแต่รถจอดทิ้งไว้ข้างถนน ทั้งมือถือและกระเป๋าสตางค์ถูกทิ้งไว้ในนั้นลักษณะเหมือนภูมินทร์กำลังหนีอะไรบางอย่าง ขณะสัณชัยกำลังครุ่นคิดว่าเขาหนีใคร แสงโชติโพล่งขึ้นว่า

“จะหนีใครล่ะครับพ่อ ก็หนีศัตรูไง อย่าลืมว่าไอ้...เอ่อ ภู มีศัตรูมากมายแค่ไหน ตั้งแต่แม่บ้านยันผู้บริหาร ก็เพราะปากของมัน” ท่าทางของแสงโชติบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ชอบขี้หน้าคนที่ตัวเองเอ่ยถึง

“พอได้แล้วแสงโชติ ยังไงตาภูก็มีศักดิ์เป็นพี่ชายของเรา...ก้องภพ อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้ ฉันไม่อยากให้เป็นข่าวใหญ่ มันจะไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของบริษัท ถ้ายังไงช่วงนี้ ฉันจะทำงานแทนตาภูไปก่อน”

“หรือไม่พ่อก็อาจจะได้ทำงานแทนมันไปตลอดชีวิต รูปการณ์แบบนี้ผมว่าภูอาจจะตายไปแล้วก็ได้”

นวลจันทร์แม่นมของภูมินทร์ถือถาดใส่น้ำเข้ามาพอดี ตกใจกับคำพูดของแสงโชติ พานหน้ามืดจะเป็นลม ก้องภพพุ่งไปประคองเธอไว้ทัน แล้วพาไปนั่งพักดูแลจนอาการดีขึ้น จับมือเธอมากุมไว้อย่างปลอบใจ

“นมอย่าไปฟังที่คุณแสงโชติพูดเลยนะครับ นมก็รู้ว่าเขาไม่ถูกกับคุณภู นมทำใจให้สบาย อย่าคิดมาก ผมสัญญาว่าจะตามหาคุณภูให้เจอให้ได้” แม้นวลจันทร์จะสบายใจขึ้น แต่ก็อดเป็นกังวลไม่ได้...

ในเวลาเดียวกัน ภายในห้องพักของพิณชนิดา ขณะเจ้าของห้องกำลังจัดเตรียมอาหารเช้าให้ปิ่นเพชร ภิชาสินีในชุดนักศึกษาเข้ามาถามว่าทำไมเมื่อวานตอนเกิดเรื่องถึงไม่เห็นพี่เอกอยู่ด้วย เธอไม่อยากเอ่ยถึงให้ช้ำใจจึงบอกแค่ว่าเลิกกันแล้ว ปราชญ์ปรากฏตัวขึ้น ดีใจจนออกนอกหน้าเพราะไม่ชอบเอกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ต่างจากพัณทิพาที่แวบมายืนข้างน้องชาย บ่นอย่างไม่พอใจที่ทั้งคู่คบกันมาตั้งนาน มีอะไรก็น่าจะค่อยพูดค่อยจากัน ผู้ชายยิ่งหายากๆอยู่ด้วย สองพี่น้องตั้งท่าจะปะทะคารมกันอีก ภิชาสินีหันขวับมองตาเขียวทั้งคู่จึงสงบปากสงบคำลงได้ แล้วหันไปถามพิณชนิดาว่าเกิดอะไรขึ้น

“อย่าพูดถึงมันเลย วันนี้มีสอบไม่ใช่หรือ ไม่ต้องกังวลหรอก อกหักก็เหมือนยุงกัด อีกไม่นานก็หายเจ็บ”

ภิชาสินีไม่อยากเซ้าซี้อะไรพี่สาว คว้ากระเป๋าออก จากห้อง พ่อ แม่และป้าเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของพิณชนิดาแล้วรู้สึกสงสารเห็นใจ ส่วนปิ่นเพชรยังเด็กเกินจะเข้าใจ เร่งให้พี่สาวจัดอาหารให้เพราะหิวมาก เธอไล่น้องไปรอที่โต๊ะก่อน แล้วคว้ามีดมาปอกแอปเปิ้ล แต่ทำมีดบาดนิ้วตัวเอง สังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก

“นายไข่เจียว จะเป็นอะไรหรือเปล่า”...

เป็นอย่างที่พิณชนิดาหวั่นใจไม่มีผิด นายไข่เจียวของเธอหายไปจากโรงพยาบาล ไม่มีใครรู้ว่าไปไหนเธอ

เป็นห่วงเขามากรีบออกตามหา เจอเขาเดินกระเซอะกระเซิงอยู่กลางถนน พิณชนิดาดึงเขาหลบได้ทันก่อนจะถูกรถเฉี่ยว จากนั้นพากลับมาโรงพยาบาลต่อว่าเรื่องที่เขาหนีออกไป ภูมินทร์หรือนายไข่เจียวอยากกลับบ้าน แต่ไม่รู้ว่าอยู่ไหน พิณชนิดาสงสารจับใจ ชวนเขาไปอยู่บ้านตัวเอง ระหว่างที่ยังจำอะไรไม่ได้ เขาขอให้พาไปตอนนี้เลย เธอร้องห้ามเสียงหลง ยังไปไม่ได้ จนกว่าหมอจะอนุญาต

“ฉันจะออกซะอย่าง ใครก็ห้ามไม่ได้” ภูมินทร์ยืนกรานอย่างเอาแต่ใจตัวเอง

พิณชนิดาเกรงเขาจะแผลงฤทธิ์อีก จึงปรึกษาหมอจะอนุญาตให้กลับหรือไม่ หมอขอเช็กร่างกายคนเจ็บให้ละเอียดอีกครั้งก่อน หากไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงก็จะยอมให้ออกจากโรงพยาบาล

ooooooo

ปณิตาไม่มีเงินสามล้านบาทใช้หนี้เสี่ยมานพตามกำหนด เขาจึงพาสมุนมาบุกยึดข้าวของในบ้าน ทั้งทีวี เครื่องเสียง ตู้เย็น หม้อหุงข้าว อะไรที่พอขนได้ก็ให้ขนขึ้นรถ ปณิตาและเปรมสุดาลูกสาวของเธอวิ่งมา ขวางไว้ ขอร้องให้เขาผ่อนผันให้ ไม่ได้คิดจะเบี้ยว แต่หมุนเงินไม่ทัน

“ของที่เอาไปยังไม่ได้ถึงครึ่งของดอกเบี้ย อีกหนึ่งเดือน อั๊วจะกลับมาเอาคืนทั้งต้นทั้งดอก เตรียมตัวไว้” เสี่ยมานพตวาดเสร็จเดินนำสมุนออกไปพร้อมข้าวของ ปณิตาและเปรมสุดากลัวหงอไม่กล้าขัดขวาง

“เวรแล้วไง ถ้าลูกไม่รีบจับคุณภูแต่งงาน มีหวังเราได้อยู่กระต๊อบแน่”

“งั้นก็เตรียมตัวอยู่กระต๊อบเถอะค่ะ ขนาดเมื่อวานสุดาโทร.หาภูทั้งวัน ภูยังไม่รับสาย แล้วก็ไม่โทร.กลับ เพราะฉะนั้น เรื่องแต่งงานเลิกคิดไปได้เลย”

จังหวะนั้น ก้องภพเข้ามาถามเปรมสุดาด้วยสีหน้าร้อนใจว่าเมื่อวานได้คุยกับภูมินทร์หรือเปล่า ตนเช็กจากมือถือของเขาเห็นเธอโทร.หาหลายครั้ง เธอเองก็ติดต่อเขาไม่ได้แล้วย้อนถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า

“ถ้าผมบอก คุณเปรมสุดากับคุณปณิตาห้ามบอกใครเด็ดขาดนะครับ คุณภูหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวาน”...

ในเวลาเดียวกัน ที่อพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์อันเงียบสงบ อยู่ๆปิ่นเพชรในคราบตุ๊กแกก็ส่งเสียงร้องออกมา ทั้งขวัญทิพย์ แพนเค้ก กับผู้เช่าและหนึ่งต่างวางมือจากสิ่งที่ตัวเองทำ เงี่ยหูฟังใจจดจ่อ

เมื่อตุ๊กแกร้องถึงครั้งที่ห้า อพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์แทบแตก ทั้งแพนเค้ก ขวัญทิพย์และผู้เช่าคนอื่นๆต่างหอบข้าวของพากันวิ่งหนีออกมาราวกับเกิดไฟไหม้ โดยมีหนึ่งลากแขนอรรถพรที่ยังงงๆวิ่งตามออกมา

ผู้หมวดหนุ่มเห็นสภาพของทุกคนแล้วอดถามไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แพนเค้กจะตอบ แต่มีเสียงร้องของตุ๊กแกดังขึ้นเป็นครั้งที่หกเสียก่อน ทุกคนพากันผวา ได้แต่หวังว่าจะไม่มีครั้งที่เจ็ด พิณชนิดาพาภูมินทร์เข้ามาเห็นฝูงชนออกันเต็มหน้าอพาร์ตเมนต์ก็ตกใจ ถามว่าไฟไหม้หรือ

“เปล่า คือน้องปิ่นเพชรเขาร้อง 6 ครั้ง พวกพี่เลยวิ่งออกมาก่อนจะมีครั้งที่ 7” ขวัญทิพย์แจกแจง

อรรถพรสงสัยว่าใครกันที่ชื่อปิ่นเพชร พอรู้ว่าเป็นตุ๊กแกถึงกับอึ้ง แพนเค้กชิงอธิบายว่าหากปิ่นเพชรร้องครบ 7 ครั้งเมื่อไหร่ ความบรรลัยจะบังเกิดขึ้น พิณชนิดาชิงบอกว่าคราวนี้ปิ่นเพชรจะไม่ร้องถึง 7 ครั้ง

“เมื่อเช้าพิณลืมให้ข้าว น้องปิ่นเพชรร้อง 6ครั้งเพราะหิว”

ผู้เช่าต่างมองค้อนพิณชนิดา ก่อนจะทยอยกลับห้องพัก เหลือขวัญทิพย์ แพนเค้ก หนึ่งและอรรถพร ขวัญทิพย์หันมาเห็นภูมินทร์ก็ร้องถามพิณชนิดาว่าเป็นใคร เธอไม่ตอบอะไร ขอตัวไปให้ข้าวปิ่นเพชรก่อน แล้วลากภูมินทร์เข้าข้างใน อรรถพรบ่นอุบ ที่วิ่งกันตาลีตาเหลือกก็เพราะตุ๊กแกแค่ตัวเดียวนี่หรือ

“น้องปิ่นไม่ใช่ตุ๊กแกธรรมดา แต่เป็นตุ๊กแกเจ้าที่ เคยเล่นงานโจรที่เข้ามาขโมยของในตึก แถมเคยร้องเตือนตอนไฟเกือบไหม้ตึก ดีที่พวกเรารีบดับทัน” แพนเค้กจอมสู่รู้อธิบายเป็นฉากๆ อรรถพรสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ ส่วนหนึ่งโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด ไม่รู้สึกอะไรกันบ้างเลยหรือที่พี่พิณพาผู้ชายที่ไหนไม่รู้ขึ้นห้อง

“จริงด้วย แล้วแฟนเก่าที่ชื่อเอกไปไหน หรือว่านางจะแอบมีกิ๊ก” คำพูดของขวัญทิพย์ ยิ่งทำให้หนึ่งหึงหวงกำมือแน่นจนเป็นสัน ทุกคนเพิ่งสังเกตเห็นสภาพของเขาที่ตัวมันเยิ้มด้วยน้ำมันมวยส่วนหน้าท้องมีเมจิกเขียนกล้ามเป็นซิกซ์แพ็ก ก็พากันขำก๊าก หนึ่งอายมาก เอามือปิดเนื้อปิดตัววิ่งกลับห้อง

ooooooo

ภูมินทร์เห็นสภาพห้องพักของพิณชนิดาแล้วบ่นอุบว่าทั้งเล็กทั้งแคบแถมเก่าอีกต่างหาก ปราชญ์ไม่พอใจที่เขามาวิจารณ์ห้องของลูกสาว แถมเดินผ่านทะลุตนเองอย่างไม่มีสัมมาคารวะพานไม่ถูกชะตาเอาดื้อๆ

“เขามองไม่เห็นพวกเรา เดินผ่านไปก็ไม่แปลก แกจะโวยวายทำไม” พัณทิพาเอ็ดน้องชายตัวเอง

สองผีพี่น้องตั้งท่าจะเถียงกันอีก กานต์กมลต้องเข้ามาห้าม พิณชนิดาจัดอาหารให้ปิ่นเพชรเสร็จออกมาหาภูมินทร์ซึ่งยังบ่นถึงสภาพของห้องพักไม่เลิก เธอไม่สนบ่นได้บ่นไป ถึงอย่างไรเขาก็ต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะตามหาครอบครัวของเขาเจอ เพราะฉะนั้นห้ามเรื่องมาก ถ้าไม่อยากไปนอนข้างถนน

ปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพาต่างตกใจที่พิณชนิดาจะเอาผู้ชายมาอยู่ด้วย พากันหายตัวไปโผล่ตรงหน้าภิชาสินีซึ่งกำลังอยู่ในห้องสอบ แข่งกันโวยวายเรื่องนี้เสียงขรม โดยมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ยิน

ภิชาสินีสุดจะทน โวยกลับ “โอ๊ย...พอได้แล้ว ภิสอบไม่รู้เรื่อง”

ทุกคนในห้องสอบหันมองเธอเป็นตาเดียวกัน อาจารย์คุมสอบหาว่าเธอโวยวายเพื่อกลบเกลื่อนการโกงข้อสอบ ก็เลยปรับให้วิชานี้ตก แล้วเชิญออกจากห้องสอบ แทนที่พ่อ แม่และป้าจะให้ความสำคัญกับเรื่องเรียนของเธอ กลับสั่งให้รีบไปจัดการไล่ผู้ชายคนนั้นออกจากห้องพัก...

ด้านพิณชนิดาไล่ภูมินทร์หรือนายไข่เจียวไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตา แล้วนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่มีเสื้อผ้า จัดแจงวิ่งหน้าตั้งไปขอยืมจากหนึ่ง แต่เขายังงอนเธอไม่หายที่พาผู้ชายขึ้นห้อง ปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยว่าไม่ให้ยืมแถมปิดประตูใส่หน้า พิณชนิดาจำต้องบากหน้าไปขอยืมชุดจากเพื่อนข้างห้องคนใหม่

ตุ๊กแกปิ่นเพชรไม่ค่อยชอบใจนักที่ภูมินทร์เอาแต่บ่น เลยแกล้งโดดเกาะไหล่ เขาตกใจตาเหลือก ร้องลั่น วิ่งออกจากห้องน้ำทั้งๆที่ไม่ได้นุ่งผ้า ชนเข้ากับพิณชนิดาที่กำลังจะเอาชุดมาให้ ทั้งคู่เซถลาล้มลงไปด้วยกัน เป็นจังหวะเดียวกับภิชาสินีเปิดประตูห้องพักเข้ามาพร้อมวิญญาณพ่อ แม่และป้า ต่างร้องเอะอะ ภูมินทร์อายมาก คว้าหมอนใกล้มือมาปิดกันอุจาดแล้ววิ่งหนีเข้าห้องน้ำ ภิชาสินีหันไปถามพี่สาวว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

แม้จะได้ฟังเรื่องราวอันน่าเห็นใจของภูมินทร์จากพิณชนิดา แต่ปราชญ์กานต์กมลและพัณทิพาก็ไม่ยอมให้เขาอยู่ที่นี่ ภิชาสินีจึงต้องปฏิเสธตามพวกท่าน แต่สุดท้ายทนลูกอ้อนของพิณชนิดาไม่ไหว จำใจให้เขาอยู่ สักพัก ภูมินทร์ที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยเดินเข้ามาอย่างอายๆ พิณชนิดาก็เขินเช่นกัน ถามโดยไม่มองหน้าว่า

“เมื่อครู่นี้นายตกใจอะไร”

ภูมินทร์ถูกตุ๊กแกโดดเกาะ พิณชนิดาชี้ไปที่ปิ่นเพชรซึ่งเกาะอยู่ที่ผนังใกล้ๆ ว่าใช่ตัวนั้นไหม เขาถึงกับสะดุ้งโหยง โดดหนีแทบไม่ทัน เธอปลอบว่าไม่ต้องกลัว ตุ๊กแกตัวนี้ชื่อปิ่นเพชร พวกเธอเลี้ยงไว้เอง ภูมินทร์บ่นอุบ สัตว์เลี้ยงมีร้อยแปดพันชนิด ดันเลี้ยงตุ๊กแก สิ้นเสียงบ่น ปิ่นเพชรส่งเสียงร้อง “ตุ๊กแก” ดังมาก ภิชาสินีขู่ หากไม่พูดจาดีๆ กับปิ่นเพชร ระวังจะถูกกินตับ ภูมินทร์หันมองตุ๊กแกสีหน้าหวาดๆ พิณชนิดาอดขำไม่ได้

“นั่งก่อน พวกเราจะไปทำอะไรมาให้กิน” พิณชนิดาว่าแล้วเข้าครัวไปกับน้องสาว ภูมินทร์เดินไปนั่งบนโซฟา รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก โดยไม่รู้เลยว่าถูกวิญญาณปราชญ์จ้องมองอย่างเอาเรื่อง

“ถ้าแกคิดไม่ดีกับลูกสาวฉันเมื่อไหร่ แกตายแน่”

ขณะที่สองพี่น้องช่วยกันเก็บโต๊ะอาหารหลังจากกินข้าวเสร็จ พิณชนิดาย้ำกับภิชาสินี หากมีคนถามว่าภูมินทร์เป็นใครก็ให้บอกไปว่าเป็นญาติของพวกเรามาจากต่างจังหวัดจะมาอยู่ที่นี่ชั่วคราว จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าเขาความจำเสื่อม แล้วหันไปชวนภูมินทร์ที่นั่งอย่างสบายอารมณ์บนโซฟาออกไปซื้อเสื้อผ้าด้วยกัน

ooooooo

ไม่นานนัก พิณชนิดาพาภูมินทร์มาซื้อเสื้อชุดใหม่ที่ห้างสรรพสินค้า เขาไม่ถูกใจเสื้อผ้าพื้นๆ ที่เธอเลือกให้ แต่อยากจะได้เสื้อแบรนด์เนม พอไม่ได้ดั่งใจก็เขี่ยเสื้อที่เธอเลือกให้ทิ้งแล้วเดินหนี

ทั้งคู่ไม่ล่วงรู้เลยว่าอีกมุมหนึ่งในร้านกาแฟไม่ห่างกันนัก แสงโชตินัดเปรมสุดาให้มารับเงินหนึ่งล้านบาทที่เธอขอยืม แล้วชวนเธอไปหาความสุขกันต่อ ขณะเปรมสุดากำลังส่งสายตายั่วยวนให้แสงโชติ เห็นแวบๆคล้ายภูมินทร์เดินผ่านหน้าร้าน รีบลุกไปดู แต่ไม่เจอใคร แสงโชติตามมาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“สุดารู้สึกเหมือนเห็นภู”

“เป็นไปไม่ได้ คนอย่างไอ้ภูไม่เดินที่แบบนี้ คุณคงตาฝาดเห็นคนหน้าคล้ายๆ ไปเถอะ ผมอยากอยู่ใกล้คุณจะแย่แล้ว” แสงโชติพูดจบโอบเอวเปรมสุดาออกไป...

ณ แผนกเสื้อผ้าชาย ด้วยความหมั่นไส้ที่ภูมินทร์เรื่องมาก พิณชนิดาแกล้งซื้อชุดสีเจ็บๆให้ แล้วเดินไปจ่ายเงินโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของเขา จังหวะนั้น แสงโชติกับเปรมสุดาเกิดสนใจเนกไทเส้นหนึ่งขึ้นมา ก็เลยแวะดู ภูมินทร์เดินเรื่อยเปื่อยจะไปที่เคาน์เตอร์ขายเนกไทเช่นกัน แต่พิณชนิดาเข้ามาดึงตัวไว้เสียก่อน

“จะไปไหน เดี๋ยวก็หลงอีก” พิณชนิดารีบลากเขาออกไป คลาดกับเปรมสุดาและแสงโชติหวุดหวิด...

ไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไรของพิณชนิดา ห้างสรรพสินค้ามีเป็นสิบแห่ง เอกดันควงฟ้ารุ่งมาเจอเธอที่มากับภูมินทร์ เพื่อไม่ให้คิดว่ายังอาลัยอาวรณ์เขาอยู่ พิณชนิดาก็เลยอุปโลกน์ให้ภูมินทร์เป็นแฟนใหม่ของตัวเอง เอกมองแฟนของคนรักเก่าหัวจดเท้า ก่อนจะแดกดันว่าถ้าเธอจะหาแฟนใหม่ก็ควรหาให้ดีกว่าตน

“ถึงพิณจะเสียใจแต่ก็ควรเลือกบ้าง ไม่ใช่คว้าใครง่ายๆแบบนี้”

“พอดีไม่ได้เลือกจากหน้าตา เลือกจากสัน...เอ๊ย นิสัย ถ้าไม่ใช่พวกโกหกทรยศ หน้าด้าน กินไม่เลือกก็ถือว่าใช้ได้” พิณชนิดาโต้อย่างเจ็บแสบ แล้วควงแขนภูมินทร์เดินเชิดออกมา สักพัก เธอก็ปล่อยมือจากเขาทำท่า

จะร้องไห้ ภูมินทร์ไม่ทันเห็นก็โวยวายใส่ มีสิทธิ์อะไรมาขี้ตู่แบบนั้น เขาไม่มีทางเลือกผู้หญิงอย่างเธอเป็นแฟน

“ผู้หญิงอย่างฉันเป็นยังไง ถึงฉันจะไม่สวยไม่เซ็กซี่ แต่ฉันก็จริงใจ รักเดียวใจเดียว ไม่เคยหักหลังใคร”พูดจบ พิณชนิดาวิ่งหนีไปทั้งน้ำตา ภูมินทร์ถึงกับอึ้ง ก่อนจะเดินตามมาช่วยยืนบังเธอที่เอาแต่ร้องไห้

“ยัยประหลาด ร้องไห้ตรงนี้ได้ยังไง คนเยอะแยะรู้จักอายบ้างสิ”

พิณชนิดาโผซบอกภูมินทร์ร้องไห้โฮ เขาปล่อยให้เธอร้องไห้จนสาแก่ใจ แล้วค่อยๆเอานิ้วดันหัวเธอออก ถามว่าร้องพอหรือยัง เธอพยักหน้ารับคำ ขอบใจที่เขาตามมาปลอบใจ

“ไม่ได้ตามมาปลอบ ถ้าเธอหายไปฉันจะกลับบ้านยังไง” คำพูดของภูมินทร์เล่นเอาพิณชนิดาเซ็ง...

ทางด้านก้องภพไม่รู้จะตามหาตัวภูมินทร์อย่างไร ตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากสิรวิทย์ซึ่งเป็นเพื่อนรักของภูมินทร์และเป็นเจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัย เขารับปากจะจัดการให้ เพราะรู้จักนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พอจะขอให้ช่วยเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดตามถนนเผื่อจะได้เบาะแสของภูมินทร์บ้าง

สิรวิทย์กลัวเปรมสุดาซึ่งตัวเองแอบรักจะใจเสียที่ภูมินทร์หายตัวไป จึงโทร.ไปให้กำลังใจและรับปากจะตามหาเขาให้เจอ โดยหารู้ไม่ว่าเธอไม่ได้เป็นห่วงเขาแม้แต่น้อย เพราะมัวแต่ปรนเปรอสวาทให้แสงโชติ

ooooooo

ภูมินทร์สร้างแต่เรื่องปวดสมองให้พิณชนิดาไม่หยุดหย่อน นอกจากจะนอนกินบ้านกินเมืองเหมือนไม่เคยได้นอนหลับมาก่อน ยังเข้าห้องน้ำนานเป็นชั่วโมงๆ พิณชนิดาปวดท้องจะเข้าส้วมยืนรอนานสองนานไม่ออกมาสักที ตัดสินใจไปขอเข้าห้องน้ำที่ห้องพักของหนึ่ง กลับมาอีกทีเขาก็ยังไม่ออกจากห้องน้ำ

ผ่านไปสักพัก ภูมินทร์ออกมาในชุดสีแสบสันเสื้อเหลืองกางเกงเขียว รองเท้าแดง สองพี่น้องอดขำไม่ได้ พิณชนิดารีบออกตัวว่าแต่งแบบนี้ไปไหนจะได้หาเจอง่ายไม่หลง ภิชาสินีอดถามไม่ได้ว่าจะพาเขาไปไหน

“พี่นัดลูกค้าไว้ข้างนอกว่าจะพาไปด้วยไม่อยากทิ้งไว้ที่ห้องคนเดียว พวกสอดรู้สอดเห็นมันเยอะ” พูดไปพิณชนิดาขำไป ภูมินทร์ไม่ตลกด้วยขู่ ถ้าไม่หยุดจะถอดชุดบ้าๆนี่ออก หากอยากเห็นเขาแก้ผ้าเชิญหัวเราะเลย พิณชนิดาเห็นสีหน้าเอาจริงของเขาแล้วรีบยกมือปิดปากตัวเอง

ฝ่ายภิชาสินีเอาขยะมาทิ้งที่หน้าอพาร์ตเมนต์ พอเปิดฝาถังขยะเท่านั้น ผีตนหนึ่งก็โผล่พรวดขึ้นมา

“อ๊าย...ลุง ทำไมไม่คุยกันดีๆ โผล่มาแบบนี้ตกใจหมด ไปทำอะไรในนั้น”

อรรถพรกำลังจะไขประตูรถ ถึงกับอ้าปากค้างที่เห็นภิชาสินียืนคุยกับถังขยะ

ผีตนนั้นมาขอส่วนบุญ ภิชาสินีรับปากจะจัดการให้ แล้วกลับเข้าข้างใน อรรถพรมองตาม สรุปเอาเองว่าออกอาการแบบนี้ต้องเมายาแน่ๆ รีบสะกดรอยตาม

ภิชาสินีไม่รู้ตัว แต่ผีเจ้าที่โผล่มาเตือน เธอหันขวับไปมอง ผู้หมวดหนุ่มหยุดกึก เสมองไปทางอื่น เธอปรี่เข้ามาถามอย่างเอาเรื่องว่าเดินตามทำไม

“ผมไม่ได้เดินตามคุณ ผมจะกลับห้อง” อรรถพรทำเนียนเดินเลยไปไขกุญแจห้องตัวเอง ภิชาสินีมองตามไม่ไว้ใจ ก่อนจะกลับเข้าห้องพักของตน เป็นจังหวะที่พิณชนิดาพาภูมินทร์ออกไปพอดี...

อรรถพรทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว ลงไปถามแพนเค้กกับขวัญทิพย์ว่าเจ้าของห้องที่ชอบจุดธูปปกติดีหรือเปล่า เคยมีอาการตาขวางบ้างไหม แต่ไม่ได้ความอะไรมากนัก รู้แค่ว่าเป็นเรื่องปกติที่เธอชอบพูดคนเดียว

ผู้หมวดหนุ่มต้องการจะสืบหาความจริงให้ได้ จึงกลับมาที่ห้องพักของภิชาสินี เห็นเธอกำลังคุยกับชายร่างใหญ่หน้าโหดก่อนจะพาเข้าห้อง เขามั่นใจว่าต้องเป็นพวกนักเลง คิดจะจับให้ได้คาหนังคาเขา โดยไม่รู้ว่าชายร่างยักษ์ที่เขาเห็นแต่ไกลๆนั้น คือเจ๊ตุ่มลูกค้าดูไพ่ยิปซีของพิณชนิดา เมื่อไม่เจอหมอดูก็เลยขอตัวกลับ

ขณะภิชาสินีเดินไปส่งเจ๊ตุ่มที่หน้าประตู อรรถพรแอบปีนระเบียงห้องเพื่อสอดแนมเธอ ตุ๊กแกปิ่นเพชรโดดลงมาบนพื้นกลายเป็นเด็กน้อย เข้าไปสะกิดเตือนพี่สาวให้รู้ตัว เธอคว้าไม้ถูพื้นฟาดใส่เขาไม่ยั้ง ด่าซ้ำว่าไอ้โรคจิต เขาอ้างว่าเห็นผ้าที่ตากไว้จะหล่น ก็เลยปีนมาเก็บให้ ภิชาสินีไม่เชื่อไล่ตะเพิดให้ปีนกลับห้องตัวเอง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 15:45 น.