ข่าว

วิดีโอ



พรายพยากรณ์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-คอมเมดี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปณธี-อรุณแก้ว

กำกับการแสดงโดย: อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร

ผลิตโดย: บริษัท ดูมันดี จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธนา สุทธิกมล,ไปรยา สวนดอกไม้

ขณะที่ภูมินทร์และพิณชนิดาวิ่งหนีกระเซอะ กระเซิงลึกเข้าไปในป่า ภิชาสินีกับพวกมาถึงกระท่อมที่กักขังตัวทั้งคู่เอาไว้ เห็นเลิศกับสมุนถูกตุ๊กแกรุมกัดสภาพสยดสยองมาก เธอรีบกระซิบบอกให้ปิ่นเพชรพอได้แล้ว เราต้องจับพวกนี้เป็นๆเพื่อถามหาพิณชนิดากับภูมินทร์ เด็กน้อยตะโกนบอกเพื่อนๆ

“พอแล้ว พวกเรา” สิ้นเสียงเหล่าตุ๊กแกพากันโดดหนีเข้าป่า ทิ้งร่างเลือดโชกของสองโจรเอาไว้

ส่วนภูมินทร์กับพิณชนิดาหายตัวไป เลิศกับสมุนไม่รู้ว่าหนีไปไหน อรรถพรตั้งข้อสังเกตว่าทั้งคู่คงไปไหนไม่ไกล สั่งให้ลูกน้องเรียกกำลังเสริมมาช่วยกันค้นหา ส่วนเขา ภิชาสินี จ่าเหยินและปิ่นเพชรจะล่วงหน้าไปตามหาพิณชนิดาและภูมินทร์กันก่อน...

ที่โกดังลับ สัณชัยจับนวลจันทร์มัดมือมัดเท้าติดไว้กับเก้าอี้ สั่งให้พูดใส่มือถือ เกลี้ยกล่อมภูมินทร์ยอมเซ็นพินัยกรรมให้ แล้วยื่นมือถือไปใกล้ๆ นวลจันทร์กลับบอกว่า

“คุณหนูไม่ต้องห่วงนม...นมไม่เป็นอะไร”

สัณชัยโกรธตบหน้าเธอฉาดใหญ่จนร้องลั่น ปิดคลิปเสียงที่อัดไว้ ก่อนจะตบเธอซ้ำจนเลือดกบปาก สั่งให้สมุนเฝ้าเธอเอาไว้ แล้วออกไปโทรศัพท์...

ฝ่ายพิณชนิดาพาภูมินทร์ที่หน้าตายับเยินหนีมาถึงกระท่อมของชาวบ้าน ทีแรกลุงเจ้าของกระท่อมจะไม่ยอมช่วย กลัวจะเป็นโจรหนีความผิด ภูมินทร์แต่งเรื่องว่าเราสองคนไม่ใช่โจร แต่หนีตามกันมาเพราะถูกพ่อของพิณชนิดากีดกัน แถมบังคับให้เธอไปแต่งงานกับเศรษฐีในกรุงเทพฯ เขาก็เลยต้องพาเธอหนี แต่พ่อของเธอจับได้ สั่งให้ลูกน้องซ้อมเขาจนหน้าตาบวมปูด ภูมินทร์แต่งเรื่องได้แค่นั้นก็หมดมุกไปต่อไม่ถูก พิณชนิดาแต่งต่อให้

“แล้ว...แล้วหนูก็แอบเข้าไปช่วย แล้วก็พากันหนีตายออกมาเนี่ยแหละค่ะ”

“ลุงช่วยพวกเราด้วยนะครับ เห็นแก่ความรักของพวกเราสองคน”

ลุงยอมช่วยเหลือ ให้ทั้งคู่ค้างที่นี่สักคืนหนึ่งก่อน รอให้มั่นใจว่าไม่ถูกตามล่าแล้วค่อยออกไปตอนเช้า พิณชนิดาขอยืมโทรศัพท์ลุงเพื่อจะโทร.แจ้งข่าวสัณชัยให้อรรถพรทราบ แต่เขาไม่มี ถ้าจะโทร.ต้องไปที่ตลาดในเมืองโน่น แล้วลุกไปหยิบร่วมยามาให้เพื่อพิณชนิดาจะได้ทำแผลให้ผัว เธอปฏิเสธลั่นว่าไม่ใช่ผัวของตน

“ไม่ใช่ผัววันนี้ก็เป็นผัววันหน้าอยู่ดีแหละว้า” ลุงเดินหัวเราะชอบใจออกไป

ooooooo

ระหว่างที่พิณชนิดาทำแผลให้ ภูมินทร์เล่าว่าตอนที่ถูกซ้อม เขาคิดว่าตัวเองต้องตาย ตอนนั้นคนเดียวที่เขาคิดถึงก็คือเธอ แล้วจับมือมากุมไว้สารภาพว่าข้อความที่ไลน์ไปหาเธอว่า “ฉันชอบเธอ” นั้น ไม่ได้ส่งผิด เขาตั้งใจจะบอกให้รู้ว่าชอบเธอจริงๆ เพียงแต่ไม่กล้าส่ง แต่ไม่รู้มือมันเผลอไปกดส่งตอนไหน

พิณชนิดานิ่งเฉยจนเขาชักใจเสีย ก่อนจะสารภาพบ้างว่า “ที่ฉันเอาตัวเข้าไปใกล้ชิดนายแสงโชติเพราะตอนแรก ฉันเข้าใจว่าเขาคิดจะฆ่านาย”

“หมายความว่าเธอไม่ได้ชอบแสงโชติ แล้วเธอชอบใคร” ภูมินทร์น้ำเสียงตื่นเต้น

พิณชนิดาหลุดปากว่าชอบเขา ภูมินทร์ดีใจมาก ยื่นหน้าไปหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ พิณชนิดาเขินมาก บอกว่าอย่าทำแบบนี้เดี๋ยวลุงมาเห็นอายแย่ เขาไม่สนใจ เห็นก็เห็นไปในเมื่อคนรักกัน หอมกันได้ จูบกันก็ได้ แล้วยื่นหน้าจะจูบ พิณชนิดาเอามือยันหน้าเขาไว้ สองคนพากันหัวเราะอย่างมีความสุข...

ในขณะที่ภูมินทร์และพิณชนิดาสารภาพความในใจที่มีต่อกัน สัณชัยสั่งให้นวลจันทร์โทร.ไปบอกป่านแก้วว่าเธอต้องกลับบ้านต่างจังหวัดด่วน ขู่ถ้าไม่ทำตามจะฆ่าภูมินทร์ทิ้ง เธอจำต้องทำตามสั่ง ป่านแก้วอดแปลกใจไม่ได้อยู่กันมาตั้งนานเพิ่งรู้ว่านวลจันทร์มีบ้านที่ต่างจังหวัด แล้วถามว่าจะกลับวันไหน สัณชัยเกรงนวลจันทร์จะปูดความลับรีบตัดสายทิ้ง ป่านแก้วโทร.กลับไปอีกครั้ง ปรากฏว่าปิดเครื่องไปแล้ว สัณชัยกระชากมือถือของนวลจันทร์มาเก็บไว้ แล้วหันไปสั่งสมุนเฝ้านังนี่ให้ดี ก่อนจะเดินออกไป...

ลุงเจ้าของกระท่อมต้องเข้าไปหาของป่าอาจค้างคืนที่นั่นถึงเช้า ทิ้งให้ภูมินทร์และพิณชนิดาอยู่กันตามลำพัง ภูมินทร์รู้ว่าจะได้อยู่กับเธอสองต่อสองแกล้งยิ้มกรุ้มกริ่มให้ พิณชนิดาชี้หน้า เตือนว่าห้ามคิดทำอะไรบ้าๆเด็ดขาด ถ้าไม่อย่างนั้นได้เจอดีแน่...

ความมืดเริ่มโรยตัวลงมาทุกขณะ อรรถพรจึงขอให้หยุดการค้นหาเท่านี้ก่อน ภิชาสินีไม่ยอมหยุด จนกว่าจะหาพี่สาวเจอ ถ้าเขาอยากกลับก็เชิญกลับไปได้เลย เธอกับปิ่นเพชรจะไปตามหาพิณชนิดากันเอง แล้วจ้ำพรวดๆออกไป อรรถพรรีบตามมาขวางไว้

“ที่ผมให้หยุด ไม่ใช่ว่าผมไม่เป็นห่วงคุณพิณ แต่กลางคืนมันอันตราย แล้วการตามหาก็จะยากมากขึ้น”

ภิชาสินีไม่สน เธอมีพี่สาวคนเดียว จะไม่มีวันให้พี่พิณเป็นอะไรเด็ดขาด อรรถพรเตือนสติว่าถ้าเธอเป็นอะไรไประหว่างการตามหา พิณชนิดาจะรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต ขอให้กลับกันก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที ภิชาสินีถึงกับปล่อยโฮ คร่ำครวญว่ากลัวพี่พิณจะตาย เธอเสียพ่อ แม่และป้าไปแล้ว คงรับไม่ได้หากต้องเสียพี่สาวไปอีกคน อรรถพรดึงภิชาสินีมากอดปลอบใจ สัญญาว่าพิณชนิดาต้องปลอดภัย เราจะตามหาเธอจนเจอ...

ด้านภูมินทร์เห็นมีมุ้งหลังเดียวในกระท่อม จึงสละให้พิณชนิดานอน ส่วนตัวเองมานอนตากยุงอยู่ข้างนอก พิณชนิดาเห็นแล้วสงสารจึงเรียกให้เข้ามานอนในมุ้งด้วยกัน ต่างคนต่างประดักประเดิดทำหน้ากันไม่ถูก อากาศยามค่ำกลางป่าหนาวจับใจ ภูมินทร์ตัดสินใจดึงเธอที่นอนหันหลังให้มากอดเพื่อให้ความอบอุ่น พิณชนิดาร้อนวูบ ใจเต้นไม่เป็นส่ำ แต่ก็อุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก สักพักต่างหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

ooooooo

พิณชนิดานอนหลับตาพริ้มมีความสุขอยู่ในอ้อมกอดภูมินทร์ ลุงเจ้าของกระท่อมเห็นภาพตรงหน้าอดยิ้มไม่ได้ ร้องเรียกว่าเช้าแล้ว ทั้งคู่สะดุ้งโหยง เห็นตัวเองนอนกอดกันอยู่ ต่างผละออกจากกันด้วยความเขิน

“ตามสบายๆ ข้าไม่กวนแล้ว เฮอๆๆๆ แล้วบอกว่าไม่ใช่ผัว” ลุงแซวเสร็จเดินออกไปข้างนอก...

เมื่อเห็นสมควรแก่เวลา ภูมินทร์และพิณชนิดาก็ลาลุงใจดีเจ้าของกระท่อมเพื่อเดินทางต่อ...

ในขณะที่ภูมินทร์และพิณชนิดายังคงหนีการไล่ล่าจากคนของสัณชัย นวลจันทร์ออกอุบายว่าปวดท้อง ต้องเข้าห้องน้ำ สมุนหลงเชื่อพาไป เธอคว้าไม้ขัดส้วมตีหัวเขาแล้ววิ่งหนี สมุนตะโกนลั่นว่านังแก่หนีไปแล้ว

อารามรีบร้อน นวลจันทร์สะดุดขาตัวเองหกล้ม ได้รับบาดเจ็บ แต่กัดฟันวิ่งหนีต่อไป สัณชัยตามมาทันกระชากเธอมาตบไม่ยั้ง จนล้มหัวฟาดก้อนหินนอนแน่นิ่ง เขาตกใจรีบเอามืออังจมูกดู ปรากฏว่าไม่หายใจ...

ทางด้านภูมินทร์กับพิณชนิดาวิ่งหนีจนมาถึงถนนใหญ่ เห็นรถแล่นมาเบื้องหน้ารีบโบกมือให้จอด แต่คนที่เปิดประตูรถลงมากลับเป็นยอดและฉัตร ทั้งคู่ถึงกับหน้าเสีย ยืนตัวแข็งอยู่ตรงนั้น...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะสมุนเข้ามารายงานสัณชัยว่าฝังศพนวลจันทร์เรียบร้อยแล้ว ยอดโทร.เข้ามาแจ้งว่าภูมินทร์ยอมเซ็นพินัยกรรมแล้ว สัณชัยสั่งให้เชือดคอพวกนั้นทิ้ง จากนั้นเขาตรงไปยังร้านอาหารหรูกลางกรุงสั่งอาหารชั้นเลิศมากินฉลองความสำเร็จ แถมยังใจดีเรียกสมุนที่คอยให้ความคุ้มครองมาร่วมฉลองด้วยกัน ไม่นานนัก ยอดกับฉัตรเข้ามาหาพร้อมกับยื่นซองเอกสารให้ เขารีบเปิดดูกลับพบเอกสารเปล่าๆ

“ไหนแกบอกว่าได้ลายเซ็นมาแล้วไง”

พลันมีเสียงภูมินทร์ดังขึ้นจากด้านหลัง “คุณอาไม่มีวันได้ลายเซ็นจากผมหรอกครับ”

สัณชัยหันไปเห็นภูมินทร์ พิณชนิดา อรรถพร จ่าเหยินและตำรวจยืนอยู่ ถึงกับตะลึงว่าเกิดอะไรขึ้น ภูมินทร์เล่าเหตุการณ์เมื่อตอนสายให้ฟังว่าหลังจากยอดกับฉัตรลงจากรถเอาปืนขู่เขากับพิณชนิดาไว้ ยังไม่ทันจะทำอะไร อรรถพร ภิชาสินีกับตำรวจเข้ามาช่วยไว้ทัน สองโจรถูกรวบตัวไว้ได้ อรรถพรสั่งให้เอาตัวไปโรงพัก

ภูมินทร์ร้องห้ามไว้ “ผมว่าเราควรใช้สองคนนี้เป็นนกต่อในการจับตัวอาสัณชัย”

สัณชัยฟังเรื่องที่ภูมินทร์เล่าด้วยความแค้นใจ ชักปืนขึ้นมาจับยอดเป็นตัวประกัน ลากไปที่ประตูทางออก ก่อนจะผลักเขาใส่พวกของภูมินทร์ ยิงซ้ำกระสุนเข้าเต็มอก ยอดตายคาที่ แล้วอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีไปขึ้นรถของตัวเอง ขับออกไปอย่างรวดเร็ว อรรถพรจะตามแต่ไม่ทัน

ในเวลาต่อมา อรรถพรกลับมาหาภูมินทร์ที่ร้านอาหาร แจ้งว่าสัณชัยหนีรอดไปได้ ตนเร่งให้ตำรวจออกค้นหาตามที่ที่เขาน่าจะไป แล้วบอกให้ภูมินทร์กับพิณชนิดากลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อน ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบ ภูมินทร์พยักหน้ารับคำ ก่อนจะเดินออกไปกับพิณชนิดา โดยมีภิชาสินีและปิ่นเพชรเดินตาม

ooooooo

สัณชัยโทร.หาแสงโชติเพื่อขอให้ช่วยโอนเงินมาให้ โดยโกหกว่าตอนนี้ถูกคนของภูมินทร์ตามฆ่า ต้องหนีไปกบดานสักระยะหนึ่งก่อน แสงโชติตกใจถามว่าจะหนีไปไหน

“พ่อยังไม่รู้ ถ้าได้ที่อยู่ที่แน่นอนแล้วพ่อจะโทร.ไปบอกอีกครั้ง ลูกเองก็ต้องระวังไอ้ภูด้วย” สัณชัยพูดจบ รีบตัดสาย แสงโชติงุนงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

ภูมินทร์เพิ่งกลับถึงบ้านโดยมีพิณชนิดา ภิชาสินีและปิ่นเพชรกลับมาด้วย เปรมสุดาซึ่งรอท่าอยู่ปรี่เข้ามาถามว่าหายไปไหนมา เธอเป็นห่วงแทบแย่ เขายังไม่ทันจะพูดอะไร แสงโชติพุ่งเข้ามากระชากภูมินทร์ให้มาเผชิญหน้า ตะคอกใส่ว่าทำอะไรพ่อของตน ถึงต้องหนีหัวซุกหัวซุน ภูมินทร์แกะมือเขาออก

“ถามพ่อแกดีกว่าว่าคิดจะทำอะไรฉัน พ่อแกต้องการสมบัติของพ่อฉัน จนถึงขั้นวางแผนให้คนตามฆ่าฉัน ทีนี้เข้าใจชัดแล้วหรือยัง”

แสงโชติไม่เชื่อว่าพ่อของตนจะทำแบบนั้น พิณชนิดาต้องช่วยยืนยันอีกแรงหนึ่งว่าเป็นความจริง เขาเพิ่งตระหนักเดี๋ยวนี้เอง ที่แท้เธอก็เป็นพวกเดียวกับภูมินทร์ ที่ผ่านมาเธอแกล้งทำเป็นรักเขาเพราะเรื่องนี้นี่เอง เธอเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำไป แต่พ่อของเขาเป็นอย่างที่ภูมินทร์ว่าจริงๆ แสงโชติไม่เชื่อ

“ยอมรับความจริงซะแสงโชติ ถ้าคุณอาติดต่อแกมา ก็บอกให้มามอบตัว โทษหนักจะได้เป็นเบา”

“พ่อฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมพ่อฉันต้องมอบตัว คนที่ผิดคือแกต่างหากไอ้ภู ฉันจะเอาแกเข้าคุกให้ได้คอยดู” แสงโชติกล่าวอาฆาตเสร็จ จ้ำพรวดๆออกไป เปรมสุดามองตามอย่างเป็นห่วง ก่อนจะแอบตามไปที่บ้านของสัณชัย เห็นแสงโชติอาละวาดขว้างปาข้าวของระบายอารมณ์ พอหันมาเห็นเธอเท่านั้นก็ต่อว่าว่าจะตามมาเยาะเย้ยกันหรือ เธอแค่จะมาแสดงความเสียใจด้วยเท่านั้น แสงโชติกลับหาว่าเธอเสแสร้ง

“รู้ไหมว่าทำไมคุณถึงแพ้ภูมาตลอด ก็เพราะคุณเป็นแบบนี้ยังไงล่ะ และนี่ก็คงเป็นกรรมที่คุณทำกับฉันแล้วก็ลูก ต่อไปนี้เชิญอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปเถอะ” เปรมสุดาว่าแล้วสะบัดหน้าเดินจากไป...

ภูมินทร์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ มานั่งเหม่อคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ป่านแก้วยกชาร้อนที่เขาร้องขอเข้ามาให้ เขาแปลกใจทำไมนวลจันทร์ไม่เป็นคนยกเข้ามา ถึงได้รู้ว่าเธอลากลับบ้านที่ต่างจังหวัด รีบโทร.หา แต่เธอปิดเครื่อง เขาชักเป็นห่วงรอจนป่านแก้วไปแล้ว จึงลองโทร.หานวลจันทร์อีกครั้ง ยังคงติดต่อไม่ได้เช่นเดิม

ระหว่างนั้นเปรมสุดาในชุดนอนเซ็กซี่ถือถาดใส่น้ำชาร้อนเข้ามาวางให้บนโต๊ะ ถึงกับชะงักที่เห็นถ้วยใส่ชาร้อนวางอยู่ก่อนแล้ว เขาขอบใจสำหรับความเอื้อเฟื้อ แต่เขาดื่มน้ำชาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยากอยู่คนเดียว เธอกลับเดินเข้ามาเอามือโอบคอเขาไว้ เป็นจังหวะเดียวกับ พิณชนิดาเดินเข้ามาพอดี เห็นภาพบาดตา จัดแจงขอโทษ แล้วขยับจะไป ภูมินทร์ผลักเปรมสุดาพ้นทาง แล้ววิ่งไปกอดพิณชนิดาไว้

“สุดา ผมอยากให้รู้ว่าพิณเป็นแฟนผม เป็นผู้หญิงที่ผมรัก และจะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ผมอยากใช้ชีวิตด้วย ผมขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ คุณจะได้รู้ว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร และที่ผมให้คุณอยู่บ้านหลังนี้ไม่ใช่เพราะผมรู้สึกพิเศษกับคุณ ผมเห็นใจที่คุณมีปัญหา แล้วอีกอย่างเราก็รู้จักกันมานาน คุณก็เหมือนเป็นเพื่อนผมคนหนึ่ง หวังว่าคุณคงจะเข้าใจ”

เปรมสุดาเสียหน้ามากกลับออกไปแทบไม่ทัน เมื่อถึงห้องพักตัวเอง ตรงไปที่ห้องน้ำ เปิดฝักบัวรดหัวด้วยความคั่งแค้น โทษว่าเป็นเพราะลูกในท้องที่ทำให้ตัวเองต้องเจอชะตากรรมแบบนี้ แล้วทุบท้องตัวเองไม่หยุด...

พิณชนิดาผละจากอ้อมกอดของภูมินทร์ เตือนว่าไม่ควรพูดแบบนั้นกับเปรมสุดาเดี๋ยวเธอจะเสียใจได้ เขาไม่สน ดึงเธอมาหอมแก้ม พิณชนิดาต่อว่าว่าทำแบบนี้ได้อย่างไร เขาเถียงเสียงเข้ม ทำไมจะทำไม่ได้ในเมื่อเราเป็นแฟนกัน เธอยังไม่ได้รับปากจะเป็นแฟนเขาสักหน่อย

“ไม่สน ฉันถือว่าเธอเป็นแฟนฉันแล้ว เพราะฉะนั้นหลังจากวันนี้เธอห้ามเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะโดนมากกว่าหอม” พูดจบเขายื่นปากเข้าหา พิณชนิดาเขินจัด วิ่งหนีออกจากห้อง ภูมินทร์มองตามยิ้มมีความสุข แต่พอเหลือบไปเห็นถ้วยชาบนโต๊ะก็หุบยิ้ม อดเป็นห่วงนวลจันทร์ไม่ได้ ไม่รู้ป่านนี้ไปอยู่ไหน

ooooooo

ที่โรงพัก แสงโชติเมาแอ๋มาแจ้งความต่ออรรถพรเอาผิดภูมินทร์ฐานพยายามฆ่าพ่อของตนแต่เช้า โดยไม่มีหลักฐานอะไรประกอบสักอย่าง ผู้หมวดหนุ่มจึงไม่ยอมทำเรื่องให้ แสงโชติกล่าวหา ที่เขาไม่ยอมรับแจ้งความเพราะเป็นพวกเดียวกับภูมินทร์และพิณชนิดา จัดแจงจะไปแจ้งความที่โรงพักอื่น

“ถึงคุณจะไปแจ้งที่อื่นก็ไม่มีใครรับหรอกครับ เพราะว่าพ่อของคุณมีคดีติดตัวและหนีการจับกุมอยู่ ทางที่ดีคุณควรจะร่วมมือกับทางตำรวจ ในกรณีที่พ่อของคุณติดต่อมา คุณควรจะรีบแจ้งให้เราทราบ”

“พ่อผมไม่ได้ทำอะไรผิด คนที่ผิดคือไอ้ภู...ไอ้ภูคนเดียว” พูดจบ แสงโชติหันไปเตะถังใส่ขยะแถวนั้น ระบายแค้น ก่อนจะผละจากไป อรรถพรมองตามอดเป็นห่วงแทนภูมินทร์ไม่ได้...

ทางฝ่ายภูมินทร์หมดหนทางจะตามหานวลจันทร์ จึงวานให้พิณชนิดาช่วยเปิดไพ่ดูดวงให้ เธออธิษฐานแล้วหงายไพ่ดู ถึงกับหน้าถอดสี ไพ่บอกชัดเจนว่านวลจันทร์ตายแล้ว แต่ไม่กล้าบอก โกหกว่ามองไม่เห็นอะไร

“วันนี้ใจฉันไม่ค่อยนิ่ง อาจจะทำให้ไม่มีสมาธิไว้ฉันจะดูให้อีกครั้งก็แล้วกัน” สีหน้าไม่สู้ดีของพิณชนิดามีเพียงภิชาสินีเท่านั้นที่จับพิรุธได้ พอกลับถึงห้องพัก เธอสั่งให้พี่สาวบอกความจริงว่าไพ่ว่าอย่างไร พิณชนิดาดึงเธอกับปิ่นเพชรมากอด เล่าทั้งน้ำตาว่านวลจันทร์ตายแล้ว ที่ไม่กล้าบอกภูมินทร์ กลัวเขาจะรับไม่ได้และทำอะไรโง่ๆ ลงไป ส่วนศพของนวลจันทร์ เธอระบุตำแหน่งไม่ได้ คงต้องให้อรรถพรช่วย ปิ่นเพชรจะขอให้เพื่อนๆช่วยหาอีกแรงหนึ่ง พิณชนิดาขอบใจเขามาก คงต้องรอให้เจอศพนวลจันทร์เสียก่อน เธอถึงจะบอกเรื่องนี้กับภูมินทร์...

ณ ห้องเช่าซอมซ่อ สัณชัยซึ่งกบดานอยู่ เห็นรายการข่าวประกาศจับตัวเองอยู่เต็มจอทีวี แถมมีรางวัลนำจับ 100,000 บาท กำมือแน่นด้วยความแค้น ประกาศกร้าวจะไม่ยอมให้โดนจับง่ายๆ แล้วนึกถึงคลิปภาพนวลจันทร์ที่ถ่ายเอาไว้ ตอนจับตัวไปกักขังขึ้นมาได้รีบเปิดดู ก่อนจะยิ้มร้ายกาจ...

ที่บ้านอัครมโหฬาร สิรวิทย์รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนรักก็แวะมาเยี่ยม แต่เขาไม่อยู่ออกไปทำงาน นึกถึงเปรมสุดาขึ้นมาได้ก็ถามหา ป่านแก้วรายงานว่าวันๆอยู่แต่ในห้อง นี่ก็เที่ยงกว่าแล้ว ยังไม่เห็นออกมา เขาเป็นห่วงรีบขึ้นไปดู ถึงได้เห็นเธอนอนกุมท้องสีหน้าเจ็บปวด อยู่บนเตียงที่มีคราบเลือดเปรอะไปหมดก็ตกใจ

ครู่ต่อมา เปรมสุดาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังจากหมอตรวจอาการอย่างละเอียดแล้ว ออกมาแจ้งให้สิรวิทย์ที่รออยู่หน้าห้องฉุกเฉินทราบว่าคนไข้ตกเลือด มีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะแท้งลูก เขาถึงกับอึ้ง ไม่รู้มาก่อนว่าเธอตั้งท้อง รีบเข้าไปเยี่ยมและสอบถามถึงพ่อของเด็กในท้อง

“ไม่มีประโยชน์ที่คุณจะรู้ ขอบคุณมากที่พาฉันมาส่งโรงพยาบาล คุณกลับไปได้แล้ว”

“ถ้าคุณคิดจะให้ภูรับผิดชอบเด็กในท้องของคุณ เลิกคิดซะเพราะภูไม่มีทางหลงกลคุณแน่ๆ และคนที่จะทรมานมากที่สุดก็คือคุณกับลูก อย่าให้บาปที่คุณทำ ตกไปถึงลูกของคุณเลย ผมยังอยากเห็นเปรมสุดาผู้หญิงอ่อนหวานและนุ่มนวลคนนั้นอีกครั้ง ผมไม่เคยลืมครั้งแรกที่เราได้เจอกัน ก่อนที่ผมจะกลับไป ผมอยากบอกคุณว่าผมจะยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ว่าคุณจะเจออะไรที่หนักหนาแค่ไหน ได้โปรดมาหาผมเป็นคนแรกนะครับ” สิรวิทย์หันหลังเดินคอตกจากไป ขณะที่เปรมสุดาปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่บริษัทมโหฬาร ระหว่าง ภูมินทร์กำลังตามตื๊อให้พิณชนิดาช่วยเปิดไพ่ยิปซีเพื่อหาตัวนวลจันทร์อีกครั้ง ก้องภพโทร.มาเตือนว่าถึงเวลาเข้าประชุมแล้ว พิณชนิดาสบช่องทันที

“ไปประชุมซะ แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องแม่นม ฉันจะช่วยคุณเอง”

ภูมินทร์ฉีกยิ้มปากแทบถึงรูหู ชมเปาะ แฟนใครก็ไม่รู้น่ารักที่สุด หยิกแก้มเธอเล่นหนึ่งทีแล้วตรงไปยังห้องประชุม แต่พอเลี้ยวหัวมุมตึก เขาได้รับคลิปภาพนวลจันทร์ถูกจับมัดติดกับเก้าอี้ อึดใจถัดมา สัณชัยโทร.มาขู่ซ้ำ ถ้าอยากให้นังแก่นี่รอดชีวิต ต้องทำตามที่ตนสั่ง

“เตรียมเงินสดให้ฉัน 50 ล้าน ฉันจะบอกเวลาและสถานที่ให้แกรู้อีกครั้ง เรื่องนี้ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด ถ้าฉันเห็นคนตามแกมา อีแก่นี่ตาย”

หลังจากได้รับโทรศัพท์ข่มขู่จากสัณชัย ภูมินทร์ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ประชุมก็ไม่รู้เรื่อง ต้องขอให้ยุติการประชุมไว้ก่อน อ้างมีธุระต้องไปทำ และจะไม่กลับเข้าบริษัทอีก ฝากก้องภพดูงานแทนตนเองด้วย แล้วรีบร้อนออกไป ทั้งพิณชนิดาและก้องภพต่างลงความเห็นว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแน่ๆ

เป็นอย่างที่ทั้งคู่คาดไม่มีผิด จากนั้นไม่นาน ทางธนาคารโทร.มาแจ้งกับก้องภพาว่าภูมินทร์มาเบิกเงินสด 50 ล้านบาท แต่บังเอิญเซ็นเอกสารไม่ครบ ทางนั้นก็เลยโทร.มาตามให้เขาช่วยกลับไปเซ็น พิณชนิดาแปลกใจมากว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาจะเอาเงินมากมายขนาดนั้นไปทำอะไร รีบโทรศัพท์หาเขากลับปิดเครื่อง

ทั้งคู่ร้อนใจมาก รีบไปหาอรรถพรที่โรงพักเพื่อขอความช่วยเหลือ เจอภิชาสินีอยู่ที่นั่นด้วย ผู้หมวดหนุ่มสั่งการให้ทางฝ่ายจราจรเช็กกล้องวงจรปิดแถวธนาคารที่ภูมินทร์ไปเบิกเงิน สักพักได้รับรายงานกลับมาว่ารถของภูมินทร์ออกจากธนาคารแล้วแล่นเข้าไปในซอยแห่งหนึ่ง ไม่ถึงสิบนาทีก็แล่นออกมา จากนั้นก็มุ่งหน้าไปทางสมุทรปราการ พิณชนิดามองก้องภพงงๆว่าภูมินทร์ไปทำอะไรแถวนั้น

“เอางี้นะครับ คุณพิณกับคุณภิรออยู่ที่นี่ ผมกับคุณก้องจะตามคุณภูไป”

พิณชนิดารอจนสองหนุ่มคล้อยหลัง รีบชวนภิชาสินีสะกดรอยตามทั้งคู่...

ฝ่ายสัณชัยเจ้าเล่ห์มาก กลัวภูมินทร์จะแจ้งตำรวจ จึงรีบเปลี่ยนที่นัดหมายจากซอยเปลี่ยวไปยังโกดังใกล้ท่าเรือร้าง รอจนแน่ใจว่าไม่มีใครตามเขามา จึงออกจากที่ซ่อนตรงเข้ามาหา สั่งให้ภูมินทร์กราบเท้าขอโทษในสิ่งที่เคยทำกับตน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภูมินทร์ยืนนิ่งไม่ยอมทำตาม

“ถ้าแกไม่ทำ ฉันโทร.ไปกริ๊งเดียว แม่นมของแกจะหมดลมหายใจทันที”

ภูมินทร์เหมือนถูกมัดมือชก จำต้องกราบแทบเท้าขอโทษตามที่สัณชัยต้องการ...

ทางฝ่ายอรรถพรขับรถมาถึงปากซอยแห่งหนึ่งตามที่จ่าเหยินรายงานว่าพบรถของภูมินทร์แล่นเข้าไป ซึ่งสุดทางของซอยนี้จะมีท่าเรือร้างตั้งอยู่ ก้องภพ ชักใจไม่ดี ภูมินทร์จะมาในที่ที่ลับสายตาคนและติดแม่น้ำแบบนี้ทำไม หรือว่าเขาคิดจะฆ่าตัวตาย อรรถพรฟังข้อสังเกตของเขาแล้ว พลอยใจไม่ดีไปด้วย

ooooooo

ภูมินทร์เห็นสัณชัยได้เงินตามต้องการแล้ว ก็ขอให้ส่งมอบตัวนวลจันทร์คืน เขาโกหกว่าให้คนของเขาพาเธอไปส่งบ้านอัครมโหฬารเรียบร้อยแล้ว ภูมินทร์ไม่ไว้ใจ ขอโทร.เช็กกับที่บ้านก่อน แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร. กว่าจะรู้ว่าถูกหลอกก็เป็นตอนที่สัณชัยชักปืนจะยิง โชคดีที่อรรถพรกับก้องภพมาขวางไว้เสียก่อน

สัณชัยไม่รอช้า สาดกระสุนใส่ ทั้งภูมิทร์ ก้องภพและอรรถพรต่างหลบเข้าที่กำบัง เขายังระดมยิงใส่เพื่อเปิดทางให้ตัวเองหนีไปขึ้นรถ แต่รถเจ้ากรรมสตาร์ตไม่ติด เห็นสามหนุ่มไล่กวดใกล้เข้ามา รีบคว้ากระเป๋าใส่เงินวิ่งไปหลบหลังตู้สินค้าแล้วยิงปืนสกัดไม่ให้พวกนั้นเข้ามา ภูมินทร์ร้องขอให้เขาบอกว่าเอานวลจันทร์ไปไว้ไหน

“ฉันไม่บอก ฉันจะให้แกทรมานไปจนชั่วชีวิตของแกที่หาอีแก่นั่นไม่เจอ”

ภูมินทร์แทบคลั่ง จะออกไปลุยกับสัณชัยให้รู้แล้วรู้รอด แต่อรรถพรกับก้องภพช่วยกันดึงตัวไว้ ผู้หมวดหนุ่มพยายามกล่อมให้สัณชัยมอบตัว แต่ไร้ผล จังหวะนั้นรถของพิณชนิดาแล่นผ่ากลางวง สัณชัยพุ่งเข้าไปขวาง พร้อมกับเล็งปืนใส่พิณชนิดาจำต้องเบรก อรรถพรไม่กล้ายิงเกรงสองสาวจะถูกลูกหลง

สัณชัยจี้จับสองพี่น้องเป็นตัวประกัน ดันตัวพิณชนิดาไปนั่งตรงกลาง ส่วนตัวเองขึ้นนั่งที่คนขับแล้วเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว ภูมินทร์วิ่งไปขึ้นรถตัวเองโดยมีอรรถพรและก้องภพขึ้นตาม ก่อนจะไล่กวดรถของพิณชนิดา สองพี่น้องพยายามขอร้องให้สัณชัยมอบตัว แต่เขาไม่ฟัง พิณชนิดาตัดสินใจแย่งพวงมาลัยรถ

“นังบ้า แกอยากตายหรือไงหา”

“เออ ตายไปพร้อมๆกันเนี่ยแหละ” พิณชนิดากระชากพวงมาลัยจนรถเบนข้ามยังถนนอีกฝั่ง รถสิบล้อที่วิ่งสวนมาบีบแตรลั่นพร้อมกับเปิดไฟสูงเตือน ภูมินทร์ อรรถพรและก้องภพต่างใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นรถสองคันกำลังจะประสานงากัน พิณชนิดากระชากพวงมาลัยรถหลบได้ทัน

แต่รถเสียหลักแฉลบลงข้างทางชนต้นไม้เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ภูมินทร์รีบจอดรถลงไปดู เห็นภิชาสินีซึ่งคาดเข็มขัดนิรภัยหมดสติคาซากรถ ส่วนสัณชัยหน้าคว่ำแน่นิ่งกับพวงมาลัยรถ ขณะที่พิณชนิดาซึ่งไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยกระเด็นทะลุกระจกรถไปกองอยู่ข้างต้นไม้ ภูมินทร์รีบเข้าไปประคองเธอที่สภาพเลือดอาบ พยายามเรียกให้รู้สึกตัว เธอลืมตาขึ้นมาเห็นเขาก็ยิ้มดีใจ ก่อนจะกระอักเลือดแล้วหมดสติไปอีกครั้ง

ooooooo

ในเวลาต่อมา ผู้บาดเจ็บทั้งสามคนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พิณชนิดาอาการหนักสุด หมอพยายามปั๊มหัวใจยื้อชีวิต ส่วนภิชาสินีเองก็หัวใจหยุดเต้นเช่นกัน

สองศรีพี่น้องในชุดขาวสะอาดตา พบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางหมอกขาว จังหวะนั้น ปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพาปรากฏตัวขึ้น สองสาววิ่งไปกอดด้วยความดีใจ พึมพำว่าตัวเองตายแล้วใช่ไหมถึงได้มาเจอกับท่านทั้งสามได้ กานต์กมลอธิบายว่าทั้งคู่อยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย แต่เนื่องจากยังไม่ถึงฆาต ดังนั้นพวกตนจะยอมให้ทั้งคู่ตายไม่ได้ แล้วตัดสินใจบอกลาสองสาวว่าถึงเวลาที่พวกตนต้องไปกันแล้ว

“เราสามคนยื้อกันมานาน ถ้าพวกเรายังดันทุรังที่จะอยู่ต่อไป วิญญาณของพวกเราจะแตกสลาย พวกเราจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด ที่พวกเรายังไม่ไปไหน ยังวนเวียนอยู่ข้างๆลูก ก็เพราะพวกเราเป็นห่วง กลัวสารพัดว่าลูก จะมีชีวิตที่ดีหรือเปล่า จะได้เจอกับคนดีๆหรือไม่ แต่วันนี้ พวกเรารู้แล้วว่ามีคนดีๆที่รักและหวังดีกับลูก”

พิณชนิดากับภิชาสินีมองหน้ากัน แล้วมองไปทางหน้าห้องฉุกเฉิน เห็นภูมินทร์กับอรรถพรยืนรออยู่ด้วยสีหน้าวิตกกังวล ปราชญ์มั่นใจว่าผู้ชายสองคนนี้คือคู่ชีวิตของลูกๆ

“ถ้าหากว่าลูกทั้งสองเป็นอะไรไป พวกเขาคง ไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่ พวกเราทุกคนรักลูกทั้งสองมากนะ”

“ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้พวกเราเกิดมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีกนะคะ” พิณชนิดาน้ำตาคลอเบ้า พ่อ แม่และป้าพยักหน้ารับ ไม่นานก็มีลำแสงสีทองส่องมาจากเบื้องบน ต่างบอกลากันด้วยความรักและอาลัยอาวรณ์ จากนั้นร่างของทั้งสามตนค่อยๆกลายเป็นควันสีขาวลอยขึ้นไปตามลำแสงสีทอง...

แม้อาการของภิชาสินีจะอยู่ในขั้นปลอดภัย แต่พิณชนิดาบาดเจ็บสาหัสเนื่องจากถูกกระทบกระแทกอย่างแรง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและหมอต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ภูมินทร์ถึงกับเข่าอ่อน ก้องภพต้องรีบเข้าไปประคอง ขณะที่อรรถพรมองเขาด้วยความเห็นใจ...

จากนั้นไม่นาน ก้องภพกลับไปเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นของภูมินทร์ โดยบอกป่านแก้วที่มาคอยช่วยเหลือว่าภูมินทร์จะไปอยู่เฝ้าพิณชนิดาที่โรงพยาบาล ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องอยู่กี่วัน

“เฮ้อ นี่มันเกิดอะไรขึ้น คุณนมหายตัวไป คุณพิณก็มาบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังดีนะคะที่จับคุณสัณชัยได้”

“ช่วงนี้ฝากบ้านด้วยนะป่านแก้ว” ก้องภพว่าแล้ว หิ้วกระเป๋าใส่เสื้อผ้าของภูมินทร์ออกไป เปรมสุดาแอบฟังอยู่ตลอด รีบออกจากที่ซ่อนตรงไปยังบ้านสัณชัยซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เห็นแสงโชติเมาหลับคากระป๋องเบียร์สะกิดเรียกให้ตื่น เขายังนอนนิ่งไม่ขยับ จึงเอาถังน้ำแข็งแถวนั้นราดหัว เขาถึงได้รู้สึกตัวตื่น

“พ่อคุณถูกตำรวจจับได้แล้ว”

แสงโชติหายเมาเป็นปลิดทิ้ง รีบลุกขึ้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ตรงไปเยี่ยมพ่อที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แต่ตำรวจที่เฝ้าอยู่หน้าห้องไม่ยอมให้เข้าก็แค้นใจมาก โทษว่าที่พ่อของตัวเองเป็นอย่างนี้ก็เพราะภูมินทร์ ทันทีที่ตามตัวเจอ แสงโชติพุ่งเข้าต่อยไม่ยั้ง ก้องภพต้องเข้ามาล็อกตัวไว้ เขาไม่วายด่าว่าต่างๆนานาและสาปแช่งภูมินทร์ให้ตายทั้งเป็น ก่อนจะถูกก้องภพลากตัวออกไป

ooooooo

ในที่สุดภิชาสินีก็ฟื้นท่ามกลางความดีใจจนออกนอกหน้าของอรรถพร เข้ามาหอมหน้าผากเรียกขวัญให้เธอยกใหญ่ ปิ่นเพชรต้องเตือนว่าตนเองอยู่ด้วย เขาถึงได้หยุด ภิชาสินีเป็นห่วงพี่สาวมากถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง อรรถพรไม่อยากให้เธอเป็นกังวลจึงต้องโกหกว่าพิณชนิดาปลอดภัยดี เพียงแต่ต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด

“ฉันจะไปเยี่ยมพี่พิณ”

“ไม่ได้ คุณเพิ่งฟื้น หมอยังห้ามไม่ให้คุณเคลื่อนไหวร่างกายมาก เพราะบาดแผลที่โดนกระจกบาดที่ท้องยังไม่สมานกันดี นอนนิ่งๆนะครับคนดีของผม เชื่อผมนะ”

ปิ่นเพชรอดกระเซ้าไม่ได้ว่าหวานจนเลี่ยน แล้วถามหาผี พ่อ แม่และป้าหายหน้าไปไหนไม่เห็นหลายวันแล้ว พอรู้ว่าท่านทั้งสามไปเกิดแล้ว เด็กน้อยเศร้ามาก เดินคอตกออกจากห้องพักฟื้น อรรถพรรีบตามไปดู เห็นเขานั่งร้องไห้เสียใจที่ปราชญ์ กานต์กมลและพัณทิพาจะไปทั้งทีไม่บอกลากันสักคำ อรรถพรสงสารจับใจ ดึงเขามากอดปลอบใจ จังหวะนั้นจ่าเหยินโทร.มาแจ้งว่าสัณชัยฟื้นแล้ว

ผู้หมวดหนุ่มรีบไปที่ห้องพักฟื้นของเขาเพื่อสอบปากคำเรื่องการหายตัวไปของนวลจันทร์ เขาไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆ จะขอคุยกับภูมินทร์เพียงคนเดียวเท่านั้น อรรถพรจึงต้องไปตามตัวภูมินทร์ซึ่งกำลังเฝ้าไข้ พิณชนิดามาพบ เมื่อได้อยู่กันตามลำพังอาหลาน ภูมินทร์ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าต้องการอะไรถึงจะยอมบอกว่า เอานวลจันทร์ไปซ่อนไว้ที่ไหน สัณชัยไม่วายยียวน ถ้าต้องการอิสรภาพ ภูมินทร์จะให้เขาได้ไหม

“คุณอาทำผิด คุณอาต้องได้รับโทษ”

“แกมันก็เห็นแก่ตัวเหมือนเดิม ไหนพูดหนักพูดหนาว่ารักแม่นม แต่พอเอาเข้าจริงแกก็รักแต่ตัวเอง ถ้าอีแก่นั่นรู้ คงจะนอนตายตาไม่หลับ” คำพูดเป็นนัยของสัณชัยทำเอาภูมินทร์ของขึ้น ขยุ้มคอเสื้อตะคอกถาม หมายความว่าอย่างไร หรือว่าเขาทำอะไรนวลจันทร์ สัณชัยเอาแต่หัวเราะยั่วประสาท ภูมินทร์สุดจะทน ต่อยเขาไม่ยั้ง

อรรถพรกับจ่าเหยินรออยู่หน้าห้องได้ยินเสียงเอะอะ เข้ามาเห็นภูมินทร์ทำร้ายสัณชัย รีบดึงตัวไว้ เขาฮึดฮัดจะฆ่าอาเลวๆให้ได้ ผู้หมวดหนุ่มกับจ่าเหยินช่วยกันพาตัวภูมินทร์ออกไปสงบสติอารมณ์นอกห้อง

หลังจากควบคุมอารมณ์ได้ ภูมินทร์เล่าให้อรรถพรฟังว่าสัณชัยพูดเหมือนนวลจันทร์ตายไปแล้ว ผู้หมวดหนุ่มไม่อยากให้คิดมาก ปลอบว่าสัณชัยพูดไปเพราะต้องการยั่วยุให้ภูมินทร์ทำร้ายเขา ถึงกระนั้น ภูมินทร์ก็ยังไม่ค่อยจะสบายใจเรื่องนวลจันทร์อยู่ดี...

ระหว่างที่ภูมินทร์ยังไม่รู้ความจริงว่านวลจันทร์ตายไปแล้ว วิญญาณของเธอมาเข้าฝันพิณชนิดา ขอร้องให้ช่วยหาศพให้ หมอดูสาวสะดุ้งตื่นจากโคม่าจะลุกขึ้น แต่เจ็บช่องอกมาก ต้องลงไปนอนอย่างเดิม หมอเข้ามากับพยาบาลพอดี เตือนเธอว่าอย่าเพิ่งลุก อาการบาดเจ็บภายในของเธอยังน่าเป็นห่วง...

อีกมุมหนึ่งของโรงพยาบาล แสงโชติสวมวิกผม และแว่นตาหนาเตอะ ปลอมเป็นหมอ ลอบเข้าไปในห้องพักฟื้นของสัณชัยโดยตำรวจซึ่งเฝ้าหน้าห้องไม่สงสัย ก่อนจะพากันหลบหนีออกไปได้

ooooooo

ภูมินทร์เห็นพิณชนิดาฟื้นก็ดีใจมาก ดึงเธอมากอดแนบอก เธอเป็นห่วงภิชาสินีถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าปลอดภัยดีก็เบาใจ พอเธอรู้ว่าสัณชัยถูกตำรวจคุมตัวไว้ได้ ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่นี่เหมือนกัน ตัดสินใจจะบอกเรื่องนวลจันทร์ แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด ก้องภพเข้ามาแจ้งเสียก่อนว่ามีคนพาสัณชัยหนี

ขณะภูมินทร์เดินหน้าเครียดออกมา เจอสิรวิทย์พอดี ก็เลยชวนให้ไปด้วยกัน เมื่อทั้งสามคนมาถึงห้องเกิดเหตุ อรรถพรแจ้งว่าน่าจะเป็นแสงโชติที่พาเขาหนี แต่คิดว่าคงยังไปไหนไม่ไกล ตนให้ตำรวจไปตามล่าตัวแล้ว

เป็นอย่างที่อรรถพรคาดไว้ สองพ่อลูกยังไม่ทันจะขึ้นรถหนี ตำรวจไล่ตามมาทัน สั่งให้หยุด และยอมมอบตัว แสงโชติกลับชักปืนยิงใส่ แล้วรีบประคองพ่อหนี แต่สุดท้ายก็ถูกอรรถพร จ่าเหยินและตำรวจล้อมกรอบไว้

“คุณหนีไม่รอดแล้ว ยกมือขึ้นไว้เหนือหัว”

แสงโชติไม่ยอมให้จับ ยิงต่อสู้ ถูกอรรถพรยิงสวนเข้าอกทรุดลงจมกองเลือด สัณชัยประคองลูกไว้ในอ้อมกอด ไม่กี่อึดใจเขาก็ตายลงต่อหน้า ภูมินทร์ ก้องภพและสิรวิทย์พากันเศร้าใจที่เกิดการสูญเสีย อรรถพรพยักหน้าให้ตำรวจเข้าไปจับกุมตัว สัณชัยหมดสิ้นทุกอย่างในชีวิต ตัดสินใจคว้าปืนของลูกขึ้นมา ภูมินทร์ร้องห้ามไว้

“คุณอาอย่าทำอะไรบ้าๆนะครับ คุณอาจะตายไม่ได้ จนกว่าจะบอกผม...”

“แม่นมสุดที่รักของแก ตายไปจากโลกนี้นานแล้ว ฉันฆ่ามันด้วยมือของฉันเอง” สัณชัยหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะยิงตัวเองตายตามลูก ภูมินทร์ช็อกมาก พุ่งเข้าไปเขย่าตัวสัณชัยให้ฟื้นขึ้นมาบอกว่าเรื่องที่พูดเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องจริง ก้องภพกับสิรวิทย์ต้องรีบดึงตัวเขาออกไป...

เรื่องราวเลวร้ายมากขึ้นเมื่อพิณชนิดาตัดสินใจสารภาพกับภูมินทร์ว่าตอนที่ตนเปิดไพ่ทำนายดวงให้นวลจันทร์ ไพ่บ่งบอกชัดเจนว่าเธอตายแล้ว ที่ตนไม่ได้พูดความจริงกับเขาเพราะเป็นห่วงความรู้สึก เขาโกรธมาก ต่อว่าว่าหากเธอบอกแต่เนิ่นๆ ป่านนี้เขาอาจตามหานวลจันทร์เจอแล้วก็ได้

พิณชนิดาพยายามอธิบายว่าทำไปเพราะหวังดี แต่เขาไม่ฟัง เดินจากไปอย่างโกรธจัด เธอจะลุกตามแต่เจ็บหน้าอกต้องลงไปนอนอย่างเดิม ภิชาสินีได้แต่จับมือพี่สาวบีบเบาๆเพื่อปลอบใจ ครู่ต่อมา ภูมินทร์เดินเข้าไปหาอรรถพรที่ยืนอยู่กับก้องภพและสิรวิทย์ บอกว่านวลจันทร์ตายแล้วจริงๆ วานเขาช่วยตามหาศพเธอให้ด้วย อรรถพรแนะให้ขอความช่วยเหลือจากภิชาสินี ภูมินทร์ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพี่น้องสองคนนั่นอีก หากเขาไม่ช่วยตนจะไปหาศพนวลจันทร์เอง แล้วเรียกก้องภพกับสิรวิทย์ให้ตามตนเองไป...

ภิชาสินีเองก็ไม่ยอมช่วยภูมินทร์หาศพนวลจันทร์เพราะโกรธที่เขาพูดจาไม่ดีกับพี่สาวของตน อรรถพรเตือนสติว่านี่ไม่ใช่ทำเพื่อภูมินทร์ แต่ทำเพื่อให้วิญญาณของนวลจันทร์ได้ไปสู่สุคติ เจอไม้นี้เข้าไป ภิชาสินีตกลงใจจะช่วยตามหาศพนวลจันทร์ให้ แต่ไม่มั่นใจจะหาเจอหรือเปล่า ทุกครั้งวิญญาณจะเป็นฝ่ายมาหาเธอเอง...

พิณชนิดาเศร้าใจมากที่ภูมินทร์เข้าใจผิด พาลคิดว่าเขาเกลียดตนเองด้วยซ้ำ ถึงกับน้ำตาไหลพราก ภูมินทร์เองก็เศร้าไม่แพ้เธอเช่นกัน ยิ่งคิดถึงช่วงเวลาที่ดีๆมีความสุขด้วยกันก็ยิ่งเจ็บปวด

ooooooo

เช้าวันถัดมา วิญญาณนวลจันทร์มาปรากฏตัวที่ห้องพักฟื้นของพิณชนิดา ขอร้องให้เธอช่วย แต่เธอมองไม่เห็นและไม่ได้ยิน นวลจันทร์ตั้งสมาธิปัดกล่องกระดาษทิชชูตกพื้น พิณชนิดามั่นใจว่าต้องเป็นวิญญาณของนวลจันทร์ที่พยายามจะติดต่อด้วย จึงฝืนสังขาร เดินลากเสาแขวนถุงน้ำเกลือมาที่ห้องพักฟื้นของภิชาสินี

“นมนวลจันทร์มาหาพี่...”

อรรถพรเห็นพิณชนิดาสีหน้าไม่สู้ดีรีบประคองมานั่งพัก ขณะที่ภิชาสินีหลับตาทำสมาธิถึงได้เห็นวิญญาณเลือนรางของนวลจันทร์ยืนอยู่ตรงประตูห้อง ถึงกับร้องเอะอะ ขาดคำเท่านั้น ประตูห้องก็ปิดดังปัง...

ทันทีที่ทราบข่าวจากอรรถพร ภูมินทร์รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงข้างร่างไร้วิญญาณของนวลจันทร์ที่อยู่ในถุงใส่ศพ ค่อยๆเปิดถุงด้วยมือสั่นเทา พอเห็นหน้าเธอเท่านั้น เขาปล่อยโฮอย่างไม่อายใคร

“ภูขอโทษ มันเป็นเพราะภู ทำให้นมต้องมาตาย ภูขอโทษ...”

ทั้งก้องภพ สิรวิทย์และอรรถพรพลอยเศร้าใจไปด้วย วิญญาณของนวลจันทร์ปรากฏตัวให้เห็น ขอร้องภูมินทร์อย่าโทษตัวเอง เขาไม่ได้ทำอะไรผิด และขอให้เขาสัญญาว่าจากนี้ไปจะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุข

“ครับ ภูสัญญา นมมีอะไรอยากขอภูอีกไหม ภูจะทำให้นมทุกอย่าง”

“ยกโทษให้คุณพิณนะคะ สิ่งที่คุณพิณทำลงไปทุกอย่าง เป็นเพราะคุณพิณรักคุณหนูมาก รักมากกว่าชีวิตของคุณพิณเอง กลับไปหาเธอ อย่าทำให้คุณพิณต้องเสียน้ำตาอีก รักษาผู้หญิงคนนี้ไว้ให้ดี เธอจะเป็นคนที่มาเติมเต็มชีวิตคุณหนูให้สมบูรณ์...นมต้องไปแล้ว ลาก่อนนะคะคุณหนู” นวลจันทร์ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ก่อนร่างจะสลายหายไปบนท้องฟ้า อรรถพรบอกภูมินทร์ให้รีบไปหาพิณชนิดา ทางนี้พวกตนจะจัดการเอง...

เนื่องจากพิณชนิดาฝืนสังขารมาบอกภิชาสินีว่าเห็นวิญญาณนวลจันทร์มาหา ร่างกายที่บอบช้ำอยู่แล้วก็ทรุดหนักลงอีก หมอต้องนำตัวเข้าห้องไอซียู ภูมินทร์มาทันตอนที่หมอออกมาบอกญาติว่ามีอะไรจะสั่งเสียก็ให้รีบเข้าไปจัดการ เพราะพิณชนิดาเหลือเวลาอีกไม่มาก ปิ่นเพชรรีบเข็นรถเข็นพาภิชาสินีเข้าไปเยี่ยมโดยมีภูมินทร์ตามมายืนข้างเตียงผู้ป่วยอีกด้านหนึ่ง จับมือพิณชนิดาขึ้นมาด้วยน้ำตาคลอเบ้า

“พิณ...ฉันขอโทษที่ฉันต่อว่าเธอ ได้โปรดฟื้นขึ้นมาเถอะ ตอนนี้ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว ถ้าไม่มีเธอฉันจะอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างไร...ตื่นขึ้นมาเถอะนะพิณ ฉันอยากมีชีวิตร่วมกับเธอ อยากสร้างครอบครัวกับเธอ อย่าจากฉันไปแบบนี้ ฉันขอร้อง ตื่นขึ้นมาเถอะ” น้ำตาของภูมินทร์หยดใส่มือพิณชนิดา ทันใดนั้น หัวใจของเธอหยุดเต้น เสียงเครื่องวัดชีพจรส่งสัญญาณเตือนดังลั่น ทั้งภูมินทร์ ภิชาสินีและปิ่นเพชรถึงกับปล่อยโฮ

ooooooo

2 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...

เปรมสุดากลับไปคืนดีกับแม่ตัวเองและช่วยกันเลี้ยงลูกของเธอที่เกิดกับแสงโชติ เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีความสุข ส่วนฟ้ารุ่ง นับตั้งแต่เมายาบ้าในงานเลี้ยงวันนั้น ชีวิตของเธอก็ตกต่ำสุดๆ พ่อของเธอถูกฟ้องล้มละลาย เธอไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ จนต้องมาทำงานเป็นพนักงานขายของในซุปเปอร์มาร์เกต

เอกมาพบกับฟ้ารุ่งโดยบังเอิญ จึงชวนเธอไปทำงานที่ร้านล้างรถของเขาซึ่งกำลังจะขยายกิจการ ตั้งแต่แยกทางกันทั้งคู่ไม่ได้คบหาดูใจกับใครที่ไหน ถ่านไฟเก่าก็เลยคุขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง...

นับจากวันที่พิณชนิดาเอาชนะความตายมาได้เป็นรอบที่สอง ภูมินทร์ทำตัวอยู่ในโอวาทของเธอตลอด ขนาดพิณชนิดาโกอินเตอร์ไปดูดวง เขายังอุตส่าห์มาคอยทำความสะอาดห้องพักที่อพาร์ตเมนต์ขวัญทิพย์ให้ รวมทั้งซื้อของชอบมาฝากปิ่นเพชร และเพื่อเป็นการต้อนรับการกลับมาเมืองไทยของพิณชนิดา วันนี้เขาซื้อของกินอร่อยๆติดมือมาด้วย ภิชาสินีและอรรถพรที่เพิ่งกลับจากฮันนีมูนก็มาร่วมวงกินอาหารกันพร้อมหน้า

หลังจากอิ่มหนำสำราญ ภูมินทร์ชวนพิณชนิดาขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกด้วยกันบนดาดฟ้าอพาร์ตเมนต์ ภูมินทร์ดึงเธอมากอด หอมหน้าผากแล้วจะจูบปาก เธอร้องเอะอะทันที เขาถึงกับบ่นอย่างเซ็งจัด

“โห...พิณอ่ะ เราคบกันมาสองปีแล้วนะ เมื่อไหร่เธอจะยอมให้ฉันจุ๊บๆเธอ”

“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าไม่ให้ เพราะว่าฉันจะ...” พิณชนิดาโอบคอเขาไว้แล้วเป็นฝ่ายจูบเสียเอง เขาได้คืบจะเอาศอกขอเบิ้ลอีกครั้ง เธอไม่ให้ เขาตื๊อจะขอเป็นฝ่ายจูบบ้างแต่เธอวิ่งหนี ทั้งคู่วิ่งไล่กันอย่างมีความสุข

ooooooo

–อวสาน–


ละครพรายพยากรณ์ ตอนที่ 16(ตอนจบ) อ่านพรายพยากรณ์ ติดตามพรายพยากรณ์ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ธนา สุทธิกมล,ไปรยา สวนดอกไม้ 12 ม.ค. 2558 07:38 2015-01-16T01:05:37+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ