ตอนที่ 7
ปริกฟาดแส้ใส่หลังวิญญาณชลชาติ เขาร้องลั่นกระเด็นไปปล่อยร่างน้ำริน ปริกให้เธอรีบหนี แต่ด้วยแรงอาฆาตของชลชาติทำให้เขาฮึด เพ่งสมาธิเสกเชือกเป็นบ่วงบาศ เหวี่ยงคล้องร่างน้ำรินไว้ ปริกถึงกับอุทาน... คุณพระ! ปรี่เข้าช่วย ชลชาติตวัดเชือกรัดตัวปริกเข้าไปด้วย
“ฮ่าๆๆวันพระวันโกน ภูตผีทุกตัวมีอิทธิฤทธิ์เท่าเทียมกัน แรงบุญของพวกมึงไม่มีทางสู้แรงอาฆาตของกูได้”
ปริกพยายามเตือน บาปกรรมจะทำให้วิญญาณเขาไม่ได้ผุดได้เกิด ชลชาติหันขวับมาจ้องน้ำรินด้วยสายตาเคียดแค้น คำรามจะเอาวิญญาณเธอไปเป็นตัวตาย ตัวแทน...น้ำรินอ้อนวอน
“ถ้าฉันเคยล่วงเกินอะไรคุณ ฉันขอโทษ”
“กูไม่รับคำขอโทษ วิญญาณของมึงต้องมาอยู่แทนที่กูเท่านั้น!”
เชือกรัดตัวน้ำรินกับปริกแน่นขึ้นจนทั้งสองร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดทรมาน ปริกพยายามคิดหาวิธีปลดปล่อย “อะไรจะทำลายแรงอาฆาตแค้นได้ คิดสิอีปริก...คิดๆๆ คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท โห้ย...ไม่ใช่...ความรักไง! หล่อนต้องใช้ความรักทำลายความแค้น”
น้ำรินงง ปริกบอกว่าความรักเปลี่ยนแปลงทุกสรรพสิ่ง พลังแห่งรักที่บริสุทธิ์จะทำลายเชือกอาฆาตแค้นนี้ได้ น้ำรินไม่รู้จะทำอย่างไร ปริกเร่งให้คิดถึงคนที่รักแล้วดึงพลังนั้นออกมา น้ำรินส่ายหน้าทำไม่ได้ พลันเสียงปืนดังออกมาจากในบ้านอีก น้ำรินเป็นห่วงเหยี่ยว ภาพเหยี่ยวปรากฏในแววตา เปล่งแสงวาบสลายเชือกกระแทกวิญญาณชลชาติกระเด็นไปไกล น้ำรินงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปริกดึงมือเธอหายตัววับไปด้วยกัน
แนนเข็นรถธารามาหลบมุมหนึ่ง แล้วจะกลับไปช่วยเหยี่ยว ธารามองตามอย่างเป็นห่วง น้ำรินรีบเข้ามาอยากช่วยเหยี่ยว เขากำลังต่อสู้กับคนร้าย แต่พอเผลอมองหน้าเธอก็โดนต่อย น้ำรินร้องลั่น เหยี่ยวโวยอย่าทำตนเสียสมาธิ...ด้านนกน้อยสู้กับคนร้ายอีกคน แนนเข้าไปช่วย... น้ำรินได้แต่เอาใจช่วยเหยี่ยว จนกระทั่งแนนวิ่งมา ถูกคนร้ายรวบตัวเป็นตัวประกัน เหยี่ยวบอกให้ปล่อยผู้หญิง คนร้ายเบนปืนมาเล็งใส่เหยี่ยว แนนฉวยโอกาสบิดตัวแล้วซัดคนร้ายจนอยู่หมัด คนร้ายอีกคนสบโอกาสยกปืนยิงใส่เหยี่ยว ทั้งแนนและน้ำรินร้องลั่นให้เหยี่ยวระวัง น้ำรินวิ่งเข้าบังตัวเหยี่ยว แนนวิ่งผ่านตัวน้ำรินปกป้องเหยี่ยวเช่นกัน กระสุนดังเปรี้ยงผ่านตัวน้ำรินเข้าใส่ร่างแนนเลือดกระฉูด น้ำรินตะลึง เหยี่ยวตกใจผวาเข้ารับร่างแนน คนร้าย ทั้งสามลากกันวิ่งหนีไป...
เหยี่ยวกุมมือแนนแน่นสีหน้าเคร่งเครียดมาในรถพยาบาล แนนสลบเลือดท่วมตัว น้ำรินนั่งข้างเหยี่ยวมองด้วยความสงสาร เห็นความทุกข์ใจของเหยี่ยวที่มีต่อแนน
ทางบ้านพัก ตำรวจพื้นที่เข้าเคลียร์หาหลักฐาน ช่วยปฐมพยาบาลดารณี เธอโทร.รายงานสงคราม เขาเป็นห่วงธารามาก ด้านแนนถูกส่งเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน น้ำรินปลอบใจเหยี่ยว
“ใจเย็นๆนะ หมวดแนนถึงมือหมอแล้ว ฉันมั่นใจว่าคนดีอย่างหมวดจะต้องไม่เป็นอะไร”
“คุณยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร แล้วจะมั่นใจเรื่องคนอื่นได้ไง” น้ำรินชะงัก พยายามเข้าใจว่าเหยี่ยวเครียด “ผมเป็นตำรวจ...ผมดูแลตัวเองได้”
“หมวดแนนก็แค่อยากช่วยคุณ”
“ช่วยให้ผมพะวงจนเกิดอันตรายมากกว่าเดิมน่ะสิ แนนเป็นตำรวจต้องรู้ดีที่สุดว่าการวิ่งเข้ามาขวางทางปืนแบบนี้ มันอันตรายแค่ไหน”
“คุณไม่รู้จริงๆเหรอว่า เธอทำไปเพราะอะไร เหตุผลเดียว ผู้หญิงที่ยอมตายเพื่อผู้ชายคนหนึ่งได้ก็เพราะรัก...ฉันเป็นห่วงคุณนะ” เสียงน้ำรินอ่อนลงด้วยสะท้อนใจว่าตัวเองก็ห่วงเขา
“ผมอ่อนแอจนต้องให้ผู้หญิงปกป้องและเป็นห่วงถึงสองคนเลยเหรอ” เหยี่ยวทรุดนั่ง
อาการแนนน่าเป็นห่วง คลื่นสมองไม่ตอบสนอง ชีพจรหยุดเต้น หมอพยายามปั๊มหัวใจ ไม่มีใครรู้ว่าวิญญาณร้ายของชลชาติได้กดทับดวงจิตของแนนไว้
“ดวงจิตอ่อนแอใกล้ดับของมึงคือเหยื่อที่ดีที่สุดของกู...”
น้ำรินโกรธเหยี่ยวเดินบ่นมากับปริก “อีตาขี้เก๊ก คิดว่าฉันอยากจะยุ่งด้วยเหรอ”
ปริกย้อนถาม ไม่อยากยุ่งแล้วเข้าไปขวางกระสุนให้เขาทำไม น้ำรินเถียงว่าแนนเป็นคนทำไม่ใช่ตน ปริกพูดเป็นนัยๆว่า “แต่มีหล่อนเท่านั้นที่จะช่วยหมวดแนนได้”
น้ำรินฟังแล้วงง...เหยี่ยวกำลังสอบถามพยาบาลถึงอาการของแนนด้วยความร้อนใจ น้ำรินกับปริกเดินผ่านกำแพงเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ทันใดก็เห็นชลชาติกำลังทำร้ายแนน ปริกบอก
“หมวดแนนยังไม่ถึงฆาต ถ้าแกฆ่าเขา แกจะตกนรกหมกไหม้”
“คนที่ฆ่ากู ก็ต้องตกนรกเหมือนกัน” ชลชาติหันมาจ้องน้ำรินด้วยความอาฆาต “มึงทำให้กูตาย กูจะตามจองเวรมึง”
น้ำรินอ้อนวอนว่าตนจำไม่ได้จริงๆ อย่าทำร้ายคนบริสุทธิ์ แต่ชลชาติกลับบอกว่า ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิตเท่านั้น น้ำรินเครียดเหลือบมองปริกอย่างลังเล ปริกจึงกล่าว
“ทุกชีวิตมีกรรมเป็นของตัวเอง หล่อนไม่จำเป็นต้องทำตามผีตายโหงตัวนี้”
น้ำรินคิดว่าถ้าตนทำร้ายเขาก็ต้องชดใช้กรรมที่ก่อ ปริกแย้ง เมื่อวิญญาณแหลกสลายก็จะกลับเข้าร่างไม่ได้ ชลชาติเห็นความลังเลของน้ำริน จึงใช้มือจ้วงทะลุหน้าอกแนน บิดหัวใจเธอ เสียงสัญญาณเตือนดังลั่น พยาบาลรายงานหมอว่าชีพจรแนนหยุดเต้น น้ำรินรีบขอร้องชลชาติอย่าทำอะไรแนน ตนยอมทุกอย่างแล้ว ชลชาติจึงปล่อยมือจากแนน ยิ้มเหี้ยม
“วิญญาณมึงต้องเป็นของกู” ชลชาติหันมากระชากน้ำรินหายวับไปด้วยกัน ปริกร้องลั่น
ooooooo
ชลชาติดึงวิญญาณน้ำรินมาที่จุดอุบัติเหตุรถตกน้ำ ดวงตาเขาวาวโรจน์จะเอาชีวิตเธอ เขาบีบคอน้ำริน จ้องตาเธอเพื่อดูดวิญญาณ น้ำรินแทบขาดใจ...ในขณะที่ชีพจรแนนเต้นอีกครั้ง หมอพยาบาลแปลกใจ ความดันกับคลื่นสมองกลับสู่ปกติ หมอออกมาบอกเหยี่ยว คนไข้ปลอดภัยแล้ว
แต่น้ำรินกำลังจะขาดใจ เธอคิดถึงเหยี่ยว จึงตั้งจิตราวกับต้องการล่ำลา...เราคงไม่มีวาสนาได้เจอกันอีก ลาก่อน...เสียงชลชาติตวาดก้อง “มอบวิญญาณให้กูเดี๋ยวนี้!”
ในขณะที่เหยี่ยวเดินตามหาน้ำริน เขาเรียกเหมือนสั่งให้เธอมาหา เสียงเหยี่ยวดังไปถึงน้ำริน ร่างเธอใกล้แตกดับก็ร้องกรี๊ดออกมา ร่างเธอหายวับไปต่อหน้าต่อตาชลชาติ
เหยี่ยวเริ่มหงุดหงิดที่น้ำรินไม่มาหา ทันใด น้ำรินปรากฏตัวขึ้นและล้มลงตรงหน้า เหยี่ยวตกใจ ถามเธอหายไปไหนมาให้ตนเรียกตั้งนาน ท่าทางน้ำรินเหนื่อยหอบหน้าซีด
“คุณเรียกฉัน เพราะเสียงเรียกของคุณ ช่วยให้ฉันรอดจากผีตัวนั้น”
เหยี่ยวถามผีตัวไหน ทันใดเสียงชลชาติดังก้อง “คิดเหรอว่าจะหนีพ้น!”
ลมกระโชกแรงผ่านหน้าเหยี่ยว น้ำรินตกใจมากท่าทางกลัวลนลาน เหยี่ยวถามกลัวอะไร เธอไม่ทันตอบลุกขึ้นวิ่งหนี เหยี่ยวไม่เห็นชลชาติรู้สึกเพียงลมผ่านจนแทบเซ เหยี่ยวร้องเรียกน้ำรินจะไปไหน น้ำรินไม่มีโอกาสตอบได้แต่หนีหัวซุกหัวซุน วิญญาณพยาบาทของชลชาติมีพลังงานมาก ปริกปรากฏตัวขึ้น ชี้ทางให้น้ำรินวิ่งหนี ชลชาติหันขวับมามองด้วยดวงตาแดงก่ำ
“อย่ายุ่ง!” บังเกิดคลื่นแห่งแรงแค้นกระแทกปริก ลอยไปกระทบต้นไม้ใหญ่ตกลงมาจุก
น้ำรินวิ่งออกมาหน้าโรงพยาบาล ชลชาติลอยหวือมาขวางหน้า เหวี่ยงน้ำรินไปกระแทกรถร่วมกตัญญูที่จอดอยู่ แล้วพุ่งตามมาบีบคอเธอลอยขึ้นเหนือพื้น เขาดูดวิญญาณเธอด้วยดวงตาวาวโรจน์ เสียงปริกบอกให้น้ำรินคิดถึงพระพุทธคุณและบุญความดีที่เคยกระทำ
น้ำรินดิ้นรนไขว่คว้ายกมือขึ้นพนม “หากลูกยังมีบุญแห่งความดี ขอคุณพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้โปรดช่วยลูกด้วย”
ยันต์เก้ายอดที่ติดหน้ากระจกรถร่วมกตัญญู บังเกิดแสงสีทองบนอักขระในยันต์ ยอดทั้งเก้าบนยันต์แปรเปลี่ยนเป็นลูกธนู หันหัวออกมาจากยันต์พุ่งตรงเข้าหาชลชาติอย่างรวดเร็ว วิญญาณเขากระเด็นลอยหวือไปตกที่จุดที่เขาตาย เขานอนเจ็บปวดไปทั้งร่างกายคำรามลั่น
“นังน้ำริน มึงฆ่ากู...มึงทำร้ายกู...กูจะตามจองเวรจนกว่าวิญญาณมึงจะแตกดับ”
น้ำรินพยุงกายลุกขึ้นอย่างงุนงง พลันอาสาสมัครดึงตัวรุ่นน้องมาชี้ให้ดูหน้ากระจกรถ บอกรุ่นน้องไม่ต้องกลัวผี เพราะต่างอยู่กันคนละภพ ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน แต่ถ้าผีอยากยุ่ง ตนมีของดี
“ยันต์เก้ายอดหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ ป้องกันภูตผีและวิญญาณร้าย เราทำงานอาสาด้วยความตั้งใจดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คุ้มครองเรา”
น้ำรินจึงเข้าใจแล้วว่าสิ่งใดที่ช่วยตนไว้ เธอยกมือขึ้นเหนือศีรษะด้วยจิตศรัทธา...เหยี่ยวเดินตามออกมาเห็นเข้าต่อว่าเธอหนีอะไร น้ำรินไม่รู้จะเล่าอย่างไร พยายามลำดับความให้เขาฟัง
“คุณเคยฆ่าผีตัวนั้นจริงรึเปล่า” เหยี่ยวฟังเรื่องราวแล้วย้อนถาม
“ถ้าจำได้ ฉันคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง” สีหน้าน้ำรินสลดลง
เหยี่ยวมองสภาพน้ำรินด้วยความเป็นห่วง “เจ็บมากรึเปล่า ให้หมอตรวจหน่อยดีไหม”
“ลืมไปแล้วหรือว่าฉันเป็นผี”
“เออ!ผมลืมไปจริงๆ เพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ผมเห็นคุณเป็นคนธรรมดา...ผมจะบอกคุณว่าแนน ปลอดภัยแล้ว”
น้ำรินกำลังยิ้มปลื้ม หุบยิ้มผิดหวัง ที่จริงเขารักและเป็นห่วงแนน จึงกล่าวดีใจด้วย เขาชวนเธอไปดูแนนด้วยกัน น้ำรินแทบก้าวขาไม่ออก ไม่อยากตามไปเห็นภาพบาดตาบาดใจ เหยี่ยวหันมาเรียกเร่งให้เธอรีบเดินราวออกคำสั่ง ร่างเธอจำต้องเดินตามเขาไป
ooooooo
เมื่อภพธรได้รับรายงานจากนับดาวว่า คนของเขาทำงานพลาดอีกก็โมโห ปาแก้วกาแฟทิ้งด้วยความโกรธ เพราะกว่าจะหาตัวธาราเจอ ช่างยากลำบาก แล้วต่อไปสงครามคงคุ้มกันเธอมากขึ้น นับดาวปลอบว่า สภาพธาราไม่คล่องตัว คงไปไหนได้ไม่ไกล
“เธอก็มัวแต่ใจเย็นอยู่ได้”
“ความแค้นของพี่ธรก็คือความแค้นของดาว แต่ความใจร้อนวู่วามไม่ช่วยให้งานเราสำเร็จพี่ธรก็รู้ว่าดาวเต็มใจทำให้พี่ธรทุกอย่าง เราควรช่วยกันแก้ไขปัญหาดีกว่ามาทะเลาะกันเองนะคะ” นับดาวค่อยๆสวมกอดเอาใจภพธร
ภพธรรู้ว่าตอนนี้ธาราคงไม่ไว้ใจใครนอกจากสงคราม นับดาวบอกว่ายังเหลือคนใกล้ตัวที่ยืมมือกำจัดธาราได้อย่างแนบเนียน ภพธรมองหน้าด้วยความสงสัย เธอยิ้มแววตาร้ายเลือดเย็น
ในห้องพักฟื้น เหยี่ยวฟุบหลับข้างเตียงแนน น้ำรินนั่งมองด้วยความน้อยใจระคนเศร้า ที่เขาอยากดูแลคนรักแล้วให้ตนมานั่งเป็นส่วนเกินทำไม
พยาบาลเปิดประตูเข้ามาเพื่อวัดความดันและวัดไข้ ทำให้เหยี่ยวตื่นขึ้นมาถามอาการ พยาบาลตอบว่าปลอดภัยดี เพียงแค่การฟื้นตัวหลังผ่าตัด ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วย เหยี่ยวพยักหน้ามองแนนอย่างห่วงใย น้ำรินรู้สึกตัวเองเป็นส่วนเกินเดินออกจากห้องไปเงียบๆ
น้ำรินมานั่งเศร้าในสวนของโรงพยาบาล คิดถึงที่ผ่านมา แนนเข้ามาบังกระสุนให้เหยี่ยว เหยี่ยวสีหน้าดีใจที่แนนฟื้น จึงรำพึงรำพัน “เขาเรียกฉันเพื่อจะบอกว่าแนนปลอดภัยแล้ว เฝ้าดูแลเธอทั้งคืน ทั้งหมดนั่นเป็นเพราะเหยี่ยวรักแนนใช่ไหม”
เสียงปริกตอบว่า...ใช่...มั้ง...น้ำรินหันมองต่อว่าเมื่อคืนหายไปไหนไม่มาช่วยตน ปริกบอกตนช่วยกระซิบให้นึกถึงบุญเก่าแล้ว น้ำรินทำเสียงตัดพ้อ
“แค่เนี้ย...”
“ฉันไม่มีเวรกรรมผูกพันกับผีตัวนั้น ฉันเข้าไปขวางเส้นทางกรรมมากไม่ได้...แกล้งบ่นฉันเพื่อปกปิดความน้อยใจล่ะสิ” ปริกเห็นน้ำรินพยักหน้าอย่างเข้าใจสัจธรรม
น้ำรินทำเป็นถามเรื่องอะไร ปริกจึงบอกว่าทั้งเธอและแนนพุ่งเข้าไปช่วยเหยี่ยว แต่แนนกลายเป็นฮีโร่คนเดียว น้ำรินว่าแนนช่วยชีวิตเหยี่ยวจริงๆ ปริกโต้
“หล่อนก็ตามไปช่วยวิญญาณหมวดแนนให้กลับเข้าร่างจนวิญญาณตัวเองเกือบสลาย แต่ต้องมานั่งช้ำใจเพราะหมวดเหยี่ยวห่วงคนอื่นมากกว่า”
“เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ”
“หมวดแนนยอมตายแทนหมวดเหยี่ยวได้ เพราะเขาเคยเป็นคู่บุญกันมาก่อน”
น้ำรินทำหน้าเหวอถามจริงหรือ ปริกหัวเราะร่าบอกว่าเดา น้ำรินหน้างอ ปริกจึงพูดอย่างจริงจัง
“พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความรักจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากเหตุปัจจัยทั้งอดีตและปัจจุบันประกอบกัน ถึงจะเป็นคู่แท้ที่เคยร่วมบุญกันมาก่อน ก็ใช่ว่าจะลงเอยด้วยความสุขเสมอไป บางคู่พบเจอกันแล้ว แต่ต้องรอจังหวะเหมาะสมที่จะร่วมกุศลไปด้วยกัน”
น้ำรินครุ่นคิดตามงงๆ
สงครามมาถึงสั่งลูกน้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียดให้ตรวจเทียบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เช็กประวัติมือปืนในแฟ้มอาชญากรว่ามีใครใช้ปืนชนิดนี้บ้าง จ่านกน้อยเข้ามารายงานว่าจัดกำลังตำรวจดูแลรอบบ้านพักแล้ว สงครามย้ำให้ระวังคนร้ายย้อนกลับมา จากนั้นสงครามก็มาบอกธาราให้สบายใจ แต่เธอกลับถามถึงอาการแนนอย่างห่วงใย เมื่อรู้ว่าปลอดภัยแล้วก็โล่งใจ
“คุณสงสัยใครรึเปล่า ใครที่คิดจะฆ่าคุณ...คำตอบของคุณจะช่วยให้หาคนร้ายง่ายขึ้น” สงครามเห็นธารานิ่งเงียบ “คราวนี้มีคนบาดเจ็บ แต่คราวหน้าอาจจะมีคนตาย ต้องเห็นคนตายก่อนใช่ไหม คุณถึงจะยอมให้ความร่วมมือกับตำรวจ”
“ฉันมันเลว...ใครๆก็อยากฆ่าฉันทั้งนั้น แต่ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าใคร ฉันไม่รู้” น้ำตาธาราพรั่งพรูอย่างสุดกลั้น แม้จะพยายามเชิดหน้าไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นสงครามกุมมือ “คนพวกนั้นไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณ คนเลว...ไม่มีทางเสียน้ำตา”
“คุณอาจจะไม่รู้จักฉันดีพอ”
“ผมรู้จักคุณดีที่สุด...ถึงได้มองเห็นผู้หญิงอ่อนหวานแสนดี ที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ” สงครามยื่นมือจะเช็ดน้ำตาให้ แต่ธาราเมินหน้าหนี สงครามรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ที่เธอเย็นชาไร้เยื่อใย
ooooooo
วันต่อมา แนนฟื้นขึ้นมาเห็นเหยี่ยวเฝ้าอยู่ข้างๆ ก็ดีใจ ต่างฝ่ายจับมือกันยินดี น้ำรินมองด้วยความปวดใจ แนนเล่าให้เหยี่ยวฟัง
“ฉันฝันว่าถูกผีผู้ชายทำร้าย แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาช่วย มันเหมือนจริงมาก ผู้หญิงคนนั้นยอมแลกวิญญาณของตัวเองเพื่อให้ผีผู้ชายหยุดทำร้ายฉัน”
เหยี่ยวหันไปกระซิบถามน้ำรินว่าใช่เธอหรือเปล่า แล้วหันกลับไปคุยกับแนนต่อ น้ำรินน้อยใจเดินเลี่ยงออกไป...น้ำรินมานั่งครุ่นคิดตนจับสิ่งของได้บ้างแล้ว
แต่ทำไมบังกระสุนไม่ได้
ปลาทองกับปูอัดพายายนวลมาเยี่ยมแนน ยายถามไถ่อาการแล้วถามอายุเธอ แนนตอบว่า 24 ยายเผลอบวกลบเป็นเลขแทงหวย โดยมีนกน้อยร่วมด้วย เหยี่ยวเอ็ดนกน้อยที่บอกยายนวลโดยไม่ถามตนก่อน นกน้อยหน้าเสีย ยายนวลโพล่งขึ้น
“ข้าเป็นห่วงว่าที่หลานสะใภ้ เอ็งมีปัญหาเหรอ”
แนนอมยิ้ม เหยี่ยวทำหน้าเซ็งๆ บอกยายตนไม่กล้ามี แต่ยายกลับบอกว่ายายมี...มีเรื่องอยากคุยกับเขา เหยี่ยวพายายนวลมาในสวน ยายนวลถามทันทีว่าเรื่องแนน จะเอาอย่างไร น้ำรินแอบฟังทั้งสองคุยอย่างใจคอไม่ดี เหยี่ยวบอกยายว่า ยังไม่คิดเรื่องใช้ชีวิตคู่ ยายโวย
“หนูแนนเกือบตายเพราะยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อเอ็ง มันพิสูจน์ได้ว่าหนูแนนรักเอ็งจริง”
ปริกย่องมาข้างหลังน้ำริน “อืม...ยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อช่วยคนที่เรารัก คุ้นๆเนอะ”
น้ำรินเดินหนีเศร้าๆ ปริกตามย้ำ...หนีอะไรก็หนีได้ แต่ไม่มีใครหนีหัวใจตัวเองพ้น น้ำรินปฏิเสธไม่ได้หนี ปริกหมุนตัวพลิ้วมาจับปากน้ำรินบิดไปมาเบาๆ ที่ทำเป็นปากแข็งไม่ยอมรับ หญิงสาวปัดมือปริกออก บอกตนไม่ได้รักแค่เป็นห่วง
“ความห่วงใยคือจุดเริ่มต้นของความรัก” น้ำรินโวยบอกว่าไม่ได้รัก ปริกจ้องหน้าร้องเป็นเพลง “สายตาเธอบ่งบอก เห็นใจกันอย่าหลอก จะรักใครไม่ต้องห่วงอย่าลวงฉันเลย...” น้ำรินเมินหน้าหนี ปริกตามมาจ้องหน้า แนะนำด้วยความหวังดี “หล่อนรักหมวดเหยี่ยว ก็รีบหาร่างตัวเองให้เจอแล้วกลับเข้าร่างมาบอกเขาสิ”
“ไม่มีประโยชน์ ตั้งแต่ความทรงจำเริ่มกลับมา ฉันรู้จักกับนักค้ายาอย่างยอดชัด ฉันเป็นต้นเหตุทำให้นกยูงตายเพราะยาเสพติด ตัวจริงของฉันอาจเป็นเจ้าแม่แก๊งมาเฟียหรือเจ้าแม่ค้ายาเสพติด ที่สั่งฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมก็ได้”
“หล่อนกลัวจะรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของหล่อนไม่ใช่คนดีรึ”
“ตำรวจกับอาชญากรไม่มีทางลงเอยกันได้ ที่สำคัญ เหยี่ยวกำลังจะแต่งงานกับหมวดแนน” น้ำรินเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
ขณะเดียวกัน เหยี่ยวพยายามอธิบายกับยายนวลให้เอาเรื่องแต่งงานไว้ทีหลัง แต่ยายนวลไม่ยอม อ้างความดีที่แนนทำต่อเขา แล้วชักเอะใจถามหรือเหยี่ยวชอบน้ำริน เขาชะงักก่อนจะหาว่ายายเพ้อเจ้อ ยายนวลย้ำ “ตำรวจกับพยานแอบรักกันไม่ดีแน่ เอ็งต้องแยกหน้าที่ออกจากเรื่องส่วนตัว ไม่อย่างนั้น ผู้หญิงอย่างหนูน้ำจะเสียหาย”
เหยี่ยวครุ่นคิดตาม...เขาออกมาเดินเล่นริมหาด คิดถึงที่ยายนวลพูดเป็นความจริง เพราะน้ำรินมีแฟนแล้ว เมื่อคดีจบทุกอย่างก็จบ ในขณะที่น้ำรินนั่งเศร้าซึมอยู่ริมหาดเช่นกัน คิดถึงคำพูดของปริกที่ว่าตนไม่อาจแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดได้ อนาคตเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคืออยู่กับปัจจุบันด้วยสติปัญญา เหลือเวลาอีกแค่ 9 วันพระ ถ้ายังตามหาร่างไม่เจอ ก็จะกลับเข้าร่างไม่ได้อีกเลย
ทั้งสองต่างสับสนว้าวุ่นใจ เหยี่ยวคิดว่าคนกับผี
รักกันไม่ได้ และยิ่งคนรักผีที่มีคนรักแล้วยิ่งยากใหญ่...น้ำรินว้าวุ่นใจ ตัดสินใจต้องหาร่างตัวเองให้เจอ ต้องรู้ให้ได้ว่าตัวเองเป็นใคร...ด้านธาราเมื่อรู้ว่าแนนฟื้นก็รู้สึกสบายใจขึ้น เพราะโทษตัวเองมาตลอดว่าเป็นต้นเหตุให้แนนบาดเจ็บ
“คุณกลัวไหม” สงครามถามด้วยความเป็นห่วง
“ฉันไม่ได้กลัวตาย แต่กลัวว่าจะตายโดยไม่เห็นหน้าลูก ขอแค่เห็นว่าลูกปลอดภัย ฉันก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”
“ตราบใดที่ผมยังอยู่ คุณจะต้องปลอดภัยและจะได้เจอกับลูกแน่นอน” น้ำเสียงจริงจังของสงครามทำให้ธาราอุ่นใจ เธอขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เขาทำให้ สงครามรุก “ผมรู้ว่าคุณต้องการเดินไปข้างหน้ามากกว่าถอยหลังไปเริ่มใหม่ ผมขอเป็นแค่คนข้างๆ คอยดูแลให้คุณเดินไปข้างหน้าอย่างปลอดภัยก็พอ”
ธารากลั้นน้ำตาเมินหน้าไม่ให้เขาเห็น แต่สงครามเข้าใจว่าเธอไม่พอใจ
ooooooo
พอรู้เก็บธาราไม่สำเร็จ ภพธรจำต้องออกโรงเอง เขาขับรถหรูมาหาธาราที่บ้านพักริมทะเล ทำทีเป็นห่วงเป็นใย อ้างว่าจ้างนักสืบตามหาถึงได้รู้ว่ามีคนลอบทำร้ายเธอ ต่อว่าทำไมไม่บอกสักคำ ธาราย้อนถามตนไปไหนจำเป็นต้องรายงานเข้าด้วยหรือ
“ผมเป็นห่วง อย่างน้อยให้ผมตามมาคอยดูแลคุณอาก็ยังดี”
ธาราตอบว่าสงครามดูแลตนอย่างดีแล้ว ภพธรได้ที พยายามยุแยงให้ธาราเข้าใจสงครามผิด ด้วยการอ้างว่าเขาไม่ใช่คนในครอบครัว ธาราไม่เข้าใจความหมาย ภพธรสาธยาย
“อดีตระหว่างเขากับคุณอามันผ่านมานานแล้ว มั่นใจเหรอครับว่า ถึงวันนี้เขาจะจริงใจกับคุณอา ไม่ได้ทำดีเพื่อหวังประโยชน์ส่วนตัว” สงครามเข้ามาได้ยินไม่พอใจ ภพธรยืนประจันหน้าอย่างไม่เกรงกลัว “ผู้พิทักษ์ สันติราษฎร์ที่ดี ไม่ลักพาตัวคุณอามาซ่อนไว้แบบนี้หรอก”
“ธาราเต็มใจมากับผม”
“อาจจะแค่เกรงใจเพื่อนเก่า”
“มีคนอยากจะฆ่าธารา ใครจะรู้...คนข้างตัวน่ากลัวที่สุด”
ภพธรจ้องสงครามแบบพร้อมมีเรื่อง ธารารีบปราม “พอได้แล้ว...ฉันอยากพักผ่อน”
ธาราเคลื่อนรถเข็นตัวเองออกไปลำพัง สงครามยังจ้องภพธรอย่างไม่มีใครยอมใคร...ธาราเข้ามานั่งร้องไห้คิดถึงลูก น้ำรินรับรู้ความรู้สึกได้ เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่ใจ เหยี่ยวเห็นถามเป็นอะไร น้ำรินเองก็แปลกใจ ที่ตัวเองรู้สึกใจหายบอกไม่ถูก เหยี่ยวแขวะว่าคงคิดถึงพี่ธรที่รัก
“ไม่ใช่ความรู้สึกนั้น ไม่เกี่ยวกับพี่ธร” น้ำรินปฏิเสธ แต่เหยี่ยวยังอยากยั่ว
“รักกันมาก แตะต้องไม่ได้เลยนะ อิจฉาคนมีแฟน” เหยี่ยวทำเป็นเดินจากไป
น้ำรินเผลอหึงจนลืมตัว ตามไปต่อว่า ไม่ประชดสักเรื่องจะได้ไหม อยากให้ตนกลับไปก็รีบช่วยตามหาร่างเสียที...เหยี่ยวทำหูทวนลม หันไปสนใจธรรมชาติ ทำท่าสดชื่นกับบรรยากาศ
“ใจร้าย เย็นชา อีตาภูเขาน้ำแข็ง” น้ำรินสบถเสียงดัง
เหยี่ยวแกล้งเปรย อยากพาแฟนมาเดินเล่นสองต่อสอง คงโรแมนติกมาก น้ำรินหมดความอดทน กระโดดยื้อเขาไว้ด้วยความโมโหหึง เหยี่ยวตกใจโวยมาเหนี่ยวตนไว้ทำไม
“ไม่ได้เหนี่ยวอย่างเดียว แต่จะทุบๆๆหลังคุณด้วย นี่แน่ะ เก๊กดีนัก เก๊กไม่บันยะบันยัง”
เหยี่ยวร้องลั่นด้วยความเจ็บ วิ่งหนีอุตลุด แล้วหันมาสู้ “ชอบใช้กำลังเหรอ...ได้”
น้ำรินซึ่งเกาะหลังเขาอยู่ ถูกเหยี่ยวสะบัดตกจะล้ม เหยี่ยวหมุนตัวมารับร่างเธอไว้ทัน ทั้งสองตะลึงสบตากันชั่วครู่ เหยี่ยวเผลอจะจูบเธอ น้ำรินนึกได้ถามขึ้น “คุณอุ้มฉัน!”
“ก็คุณเหนี่ยวหลังผมก่อน”
“ฉันหมายถึงเราสัมผัสตัวกันได้”
“เฮ้ย!” เหยี่ยวร้องด้วยความตกใจ ทันใดร่างน้ำรินผ่านมือเหยี่ยวหล่นลงพื้น
น้ำรินร้องโอดโอยหาว่าเขาปล่อย เหนี่ยวปฏิเสธ เธอหล่นไปเอง น้ำรินยื่นมือให้เขาจับ มือเหยี่ยวผ่านมือเธอวืด ทั้งสองแปลกใจ ทำไมเมื่อครู่ถึงสัมผัสตัวกันได้
เย็นวันนั้น ภพธรเข็นรถธาราเดินเล่นในสวนบ้านพักต่างอากาศ สงครามจับตามองด้วยไม่ไว้ใจเขาเลยสั่งดารณีให้คนตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของภพธรกับคนใกล้ตัวทั้งหมด
“ผู้การสงสัยอะไรเหรอคะ”
“ยังไม่รู้...แต่ผมไม่ค่อยไว้ใจ ถ้ามีอะไรไม่ชอบมา พากลให้รายงานผมด่วนที่สุด”...
ขณะที่ธาราเหลือบมองภพธรอย่างรู้ทัน ถามมีอะไรอยากคุยกับตน ภพธรมองว่าตำรวจที่คุ้มกันรอบบ้านอยู่ห่าง จึงย่อตัวลงคุยจริงจังว่า “นักสืบของผมเพิ่งส่ง
ข่าวมา คนบงการทำร้ายคุณอาคือนายหน้าค้าที่ดินบนเกาะเสม็ด ที่เคยขอซื้อที่ดินจากบริษัทของเรา แต่เราไม่ยอมขาย”
ธาราตกใจ ภพธรบอกว่ากำลังให้นักสืบรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดี ขอเธออย่ากลัว ตนจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเธอเป็นอันขาด เพราะเธอคือผู้ให้ชีวิตใหม่กับตน นอกจากพ่อแล้วก็มีเพียงเธอที่เอาใจใส่ดูแลตน...ความจริงในใจภพธรฝังแน่นกับความคิดที่ว่าธาราคือคนที่ทำให้พ่อของตนตาย พรากทุกอย่างไปจากชีวิตตน...แต่ปากจะพรั่งพรูแต่คำเยินยอ ว่าเธอเป็นดั่งแม่ผู้มีพระคุณ ตนพร้อมจะทดแทนบุญคุณ
“อาไม่มีลูกชายแต่ก็รักธรเหมือนลูกจริงๆ...อาดีใจที่เห็นธรเติบโตและมีอนาคตที่ดี”
“แต่ผมกังวลใจ ไม่อยากให้แม่หลงเชื่อคำพูดคนอื่นมากเกินไป”
“ธรกำลังจะบอกอะไร”
ภพธรกุมมือธาราพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมรู้ว่า ผู้การสงครามกับคุณอาเคยมีความรู้สึกที่ดีกันมาก่อน แต่เป็นไปได้เหรอครับที่ตำรวจวัยขนาดนี้ จะสนใจคนรักเก่าวัยเดียวกันมากกว่าเด็กสาว ถ้าไม่ใช่เพราะทรัพย์สินเงินทองของคุณอา”
“แต่สงครามดีกับอามาก เขาไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย”
“อดีตที่เจ็บปวดอาจสร้างความแค้น ทำให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนไปจนคุณอาคิดไม่ถึงก็ได้...เมื่อคุณอาไว้ใจและเชื่อใจ อะไรก็อาจจะเกิดขึ้นได้”
ทันใด มือปืนคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ชักปืนออกมาจะยิงใส่ธารา ภพธรเห็นร้องให้ระวังแล้วดึงตัวธาราหลบ กระสุนจึงถากเข้าที่หัวไหล่เขา...สงครามกำลังเดินตามหาธารา ได้ยินเสียงปืนก็ตกใจ วิ่งเข้ามาช่วย มือปืนกระโดดข้ามรั้วหนี สงครามตามไล่ยิงโดนมือปืนล้มลงจึงถูกตำรวจรวบตัวไว้ได้
ธาราซาบซึ้งที่ภพธรปกป้องตนจนบาดเจ็บ สงครามสังหรณ์ใจว่าไม่ปกติ
นับดาวรับโทรศัพท์ยิ้มกริ่ม “มือปืนของแกทำงานดีมาก เดี๋ยวฉันจะโอนค่าจ้างติดคุกไปให้เมียมันเอง”
ooooooo
เมื่อทุกคนหลับในห้องพักฟื้นแนน น้ำรินจึงบอกเหยี่ยวให้มาคุยเรื่องของตนต่อ แต่เขาทำไม่สนใจเดินออกจากห้อง น้ำรินเดินตามไม่ค่อยพอใจโพล่งขึ้น “เราเสียเวลามามากแล้ว คุณต้องช่วยฉันตามหาร่างให้เจอแล้วล่ะ เวลาฉันคงเหลืออีกไม่มาก”
เหยี่ยวเข้าใจว่าน้ำรินอยากกลับไปหาแฟน น้ำรินอ่อนใจ ปฏิเสธไปเขาก็ไม่เชื่อจึงปล่อยอยากคิดอย่างไรก็ตามใจ เหยี่ยวพาลหึง “ที่แท้ก็คิดถึงพี่ธรมากจนทนอยู่กับผมไม่ได้”
“คุณหาเรื่องฉัน เพราะไม่อยากให้ฉันเป็นส่วนเกินของคุณกับหมวดแนน”
เหยี่ยวยอกย้อนว่าใช่แล้วจะทำไม น้ำรินยิ่งน้อยใจประชดว่าตนคิดถึงพี่ธรใจจะขาด รีบช่วยหาร่างตนให้เจอ ตนจะได้ออกไปจากชีวิตเขา เหยี่ยวรู้สึกเจ็บจี๊ดปัดไปว่าตนไม่ว่าง
“คนใจดำ ไม่รักษาคำพูด!”
“ผมก็นิสัยไม่ดีอย่างนี้แหละ คุณอยากไปไหนก็เชิญ”
“คุณไล่ฉันอีกแล้วนะ...”
“ก็ไม่เห็นไปซะทีนี่” เหยี่ยวพูดไปเพราะความหึง แต่ทำให้เธอเสียใจร่างหายวับไปกับตา
เช้าวันใหม่ น้ำรินนั่งเศร้าอยู่ริมหาด ปริกพยายามเอาใจหอบเปลือกหอยมาให้ เหยี่ยวเองก็ดูแลแนน ช่วยทำกายภาพบำบัดให้ แต่สายตามองหาน้ำรินตลอดจนตัวเองแปลกใจ คิดถึงคำพูดของสงครามที่บอกว่า...เรื่องของหัวใจ บางครั้งมันมีเหตุผลมากกว่าที่คนนอกจะเข้าใจ วันหนึ่งที่รักใครหมดหัวใจ ก็จะรู้เอง...เหยี่ยวถึงกับถามใจตัวเอง “ฉันรักน้ำจริงเหรอ...”
เหยี่ยวเข็นรถพาแนนออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนหย่อม สายตามองกวาดหาน้ำริน จนเห็นเธอเดินอยู่อีกทาง เขาผละจากแนนเดินไปทางน้ำรินทันที
แนนร้องเรียกลุกตามเดินได้หน่อยก็เซจะล้ม เหยี่ยวจึงหันกลับมาประคองพาไปนั่งตามเดิม แนนขอโทษที่เป็นภาระแก่เขา เหยี่ยวรีบบอกว่าอย่าคิดแบบนั้น เป็นหน้าที่ที่ตนต้องดูแลเธอ น้ำรินเห็นแล้วน้ำตาคลอ
คืนนั้น แนนนั่งดูทีวีบนเตียงลำพัง น้ำรินเข้ามายืนข้างเตียงบอกเธอเศร้าๆ “ฉันต่างหากที่เป็นภาระของหมวดเหยี่ยว ทำให้เขาต้องวุ่นวายลำบากใจ ฉันไม่ใช่คนดี
...ฉันไม่มีร่างกาย ไม่ใช่มนุษย์ที่มีเนื้อหนังมังสาแบบเธอ ฉันดูแลเขาไม่ได้เหมือนเธอ...ฝากหมวดเหยี่ยวด้วย ดูแลเขาแทนฉันด้วยนะ” น้ำรินวางมือบนมือแนน สักพักก็ผละจะออกไป
เหยี่ยวเปิดประตูเข้ามาพร้อมยายนวล ปลาทูและปูอัด น้ำรินรีบหลบออกระเบียง เหยี่ยวบอกแนนว่าตนไปติดต่อรถพยาบาลให้ส่งเธอกลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้ ปลาทูรีบเสนอจะพายายนวลนั่งรถพยาบาลกลับด้วย ปูอัดบอกเหยี่ยวไม่ต้องห่วงแนน ตนจะดูแลอย่างดี ยายนวลท้วง
“วุ้ย...เขาเป็นแฟนกัน ไม่ห่วงได้ยังไง จริงไหมเหยี่ยว...หนูแนนรีบๆหายนะจ๊ะ จะได้เป็นเจ้าสาวเร็วๆ” เหยี่ยวยิ้มแห้งๆไม่รู้จะตอบว่าอะไร แนนก้มหน้าเขินอาย
น้ำรินได้ยินปวดใจ น้ำตาไหลไม่รู้ตัว เหยี่ยวเห็นไหล่เธอโผล่ออกมา ชักกระวนกระวายใจ...พอมีโอกาส เหยี่ยวออกมาตามหาน้ำริน เห็นที่ผืนทรายมีข้อความเขียนไว้ว่า...ลาก่อน ลงชื่อน้ำ เหยี่ยวใจหายหมายความว่าอย่างไร ห่างออกมา น้ำรินแอบมองเหยี่ยวแต่ไม่ยอมออกมาหาเขา
ด้านธาราตัดสินใจจะกลับบ้านกับภพธร สงครามพยายามขอร้องเกรงไม่ปลอดภัย แต่ธาราบอกว่าอยู่ที่ไหนก็ตาย ขอกลับไปรอลูกสาวที่บ้าน อย่างน้อยก็ยังมีภพธร สงครามจะแย้ง ธาราตัดบท “ยอมรับความจริงสิคะภพธรเป็นคนในครอบครัวฉันมากกว่าคนนอกอย่างคุณ” สงครามชะงัก คำพูดธาราบาดลึกเข้ากลางใจ ภพธรเดินเข้ามาพอดี บอกธารารีบไปไม่อยากให้ค่ำ สงครามขอขับรถตามไปส่ง ภพธรเห็นสายตาธาราห่วงใยสงครามเช่นกัน
ooooooo
กลับถึงคฤหาสน์ ภพธรให้คนจัดห้องใหม่ชั้นล่างไว้ให้ธารา เธอขอคุยกับสงครามสักครู่ ภพธรจึงเดินไป ธาราหันมาพูดกับสงครามอย่างจริงจัง ว่าที่ผ่านมาตนขอบคุณ ภพธรรู้เบาะแสคนที่ทำร้ายตนแล้ว กำลังรวบรวมข้อมูลส่งให้ตำรวจ ตนคิดว่าเราควรห่างกันเสียที สงครามจะแย้ง
ธาราขึ้นเสียง “เลิกยุ่งกับฉันซะทีเถอะค่ะ ชีวิตคุณยังหาผู้หญิงอื่นที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อม ไม่มีพันธะ ปล่อยให้ฉันมีชีวิตของฉันไปเถอะ”
“คุณไม่รู้จริงๆรึว่าผมเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตคุณทำไม”
“ก็เพราะรู้น่ะสิ ฉันถึงไม่อยากให้คุณเสียเวลาเปล่า วันนี้...เวลานี้ เรื่องราวระหว่างเราไม่มีทางเป็นไปได้แล้วค่ะ ฉันไม่มีวันคิดอะไรกับคุณมากกว่าความเป็นเพื่อน”
“คุณอาจหลอกความรู้สึกของตัวเองได้ แต่ผมทำไม่ได้ สำหรับคุณ ความรู้สึกของผมยังจะคงเดิมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ผมจะมีคุณอยู่ในหัวใจเสมอ” สงครามพูดจบหันกลับออกไป ธารามองตามอย่างอาลัย
ส่วนเหยี่ยวขี่มอเตอร์ไซค์กลับถึงบ้าน ก็รีบถามยายนวลเห็นน้ำรินไหม ยายส่ายหน้ากระแนะกระแหนว่าห่วงกันจริง เหยี่ยวอ้างทำตามหน้าที่เพราะเธอเป็นพยานปากสำคัญ
“ถึงยายมองไม่เห็นหน้าเอ็งตอนนี้ แต่ยายก็เห็นทะลุไปถึงหัวใจว่าเอ็งรู้สึกยังไง...เชื่อยายเถอะ เอ็งกำลังเลือกรักผู้หญิงผิดคน”
“เวลาที่รักใครแล้ว เราเลือกจะรักหรือไม่รักได้เหรอครับยาย” เหยี่ยวถามก่อนจะเดินไป
ยายนวลรู้สึกหนักใจ...ด้านน้ำริน นั่งเศร้าอยู่ศาลาวัดริมน้ำ ปริกเห็นแหย่ว่า อาการแบบนี้เป็นเพราะผู้ชายชัวร์ แล้วถามทำไมกลับมาใส่ชุดเดิม โกรธแล้วคืนของหรือ น้ำรินนิ่งอยู่นานกว่าจะตอบว่า อยากกลับเป็นตัวเอง ปริกกระเซ้า “เป็นอะไรล่ะ คิดถึงใครก็กลับไปหาคนนั้นสิ”
“ฉันไม่อยากเป็นก้างขวางคอใคร”
ปริกแย้งว่าเหยี่ยวอาจอยากให้เธอเป็นก้าง น้ำรินเถียงไม่มีทาง ปริกเอือมกับความดื้อรั้นของน้ำริน...เหยี่ยวพยายามหาอะไรทำให้เลิกคิดถึงน้ำริน แต่ก็ไม่สำเร็จ ตัดสินใจออกคำสั่งเรียกน้ำรินให้กลับมา น้ำรินได้ยิน
เสียงเหยี่ยว แต่นั่งกอดอกฝืนไม่ยอมไป ปริกเฝ้าดูถามจะทรมานใจตัวเองทำไม น้ำรินอ้างไม่อยากสร้างความลำบากใจให้เขา...เหยี่ยวลองหยิบสร้อยของน้ำรินมาชูสั่งเรียกให้เธอกลับมา มีเพียงลมพัดแรง แต่ไม่ปรากฏร่างเธอ เขาโกรธสบถ ไม่มาก็ไม่ต้องมาอีก
น้ำรินใจหายวาบ “ป้าปริก เสียงเรียกของหมวดหายไปแล้ว เขาไม่ต้องการฉันแล้วใช่ไหม ฉันเป็นส่วนเกินของชีวิตเขาจริงๆใช่ไหมป้าปริก” น้ำตาน้ำรินไหล ปริกส่ายหน้าอ่อนใจ
สุดท้ายเหยี่ยวทนไม่ไหวเอาจักรยานออกจะตามหาน้ำริน ยายนวลได้ยินเสียง ดักคอ ถามจะไปเยี่ยมแนนหรือ ดีแล้วเพราะแนนรักเขาขนาดยอมเสียสละชีวิต ต้องดูแลเธอให้ดี เหยี่ยวรับคำเศร้าๆ แต่แล้วเหยี่ยวก็ทำเพียงให้จ่านกน้อยเอาดอกไม้และของไปเยี่ยมแนนแทน
ooooooo










