ตอนที่ 2
ในคอนโด ภพธรนั่งเปิดไอแพดดูข่าวอุบัติเหตุว่ามีที่เกี่ยวข้องกับน้ำรินบ้างไหม เหมือนเขาจะเป็นห่วงเธอ...ภพธรคิดถึงวัยเด็ก เขากอดรูปพ่อที่จากไปร้องไห้อยู่ในบ้านธารา ธาราเดินเข้ามาตำหนิด้วยน้ำเสียงเย็นชาไม่คิดกอดปลอบ ว่าอ่อนแออีกแล้ว ธาราจับไหล่เด็กชายให้ฟัง
“พ่อนุติคงไม่สบายใจถ้าเห็นลูกชายคนเดียวอ่อนแอ จำไว้นะภพธร โลกนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนอ่อนแอ เมื่อไม่มีพ่อ เธอต้องอยู่ด้วยตัวเอง พึ่งตัวเองให้ได้ ไม่มีใครรักเราเท่ากับตัวเราเองแล้ว” ภพธรคิดตามคำพูดของธารา
พลันมือถือภพธรดังขึ้น เขากดรับสาย ถามนับดาวมีอะไร...น้ำเสียงนับดาวร้อนรน
“ยังไม่เข้ามาออฟฟิศอีกเหรอคะ”
“บอกแล้วไงวันนี้จะเข้าสายหน่อย”
“คุณอาเรียกประชุมบอร์ดโรงแรมด่วน นอกวาระที่กำหนดไว้เดิมค่ะ...น่าจะเป็นเรื่องรินธารารีสอร์ตที่
สมุย พี่ธรรีบเข้ามาดีกว่า เดี๋ยวคุณอาธาราจะตัดสินใจผิดพลาด พักนี้ยิ่งไม่ค่อยมีสมาธิ”...ภพธรรับคำรีบแต่งตัวออกไป
ด้านเหยี่ยวลืมตาตื่นมาเห็นหน้าน้ำรินนั่งมอง
อยู่ข้างเตียงก็สะดุ้ง น้ำรินดักคออย่ามาไล่กันเพราะตนไม่มีที่ไป เหยี่ยวนึกถึงภาพเธอร้องไห้เมื่อคืนก็ไม่คิดไล่อีก ถามเธอไม่รู้จักนอนมานั่งจ้องกันทำไม เธอย้อนถามเศร้าๆเป็นผีต้องนอนด้วยหรือ
“อ้าว...ก็ไหนคุณบอกว่าคุณไม่ใช่ผีไง...อ่ะ...อ่ะ เถียงไม่ออก เฮ้ย! แปดโมงเช้า”
น้ำรินบอกแค่แปดโมงไม่เห็นต้องรีบตื่น เหยี่ยวโวยเช้าอะไรนี่มันสายแล้ว เขาลุกขึ้นคว้าผ้าเช็ดตัว บอกเธอให้ออกไปรอข้างนอก น้ำรินโวยตนไม่ใช่คนใช้ที่ต้องทำตาม เขาจึงถามว่า อยากเห็นพญาเหยี่ยวใช่ไหม น้ำรินตาโพลงนึกได้ร้องว้าย...วิ่งทะลุประตูออกไป เหยี่ยวขำมีความสุขที่ได้แกล้งน้ำริน
บนถนนร่มรื่น เหยี่ยวปั่นเมาเท่นไบค์ไปลำพัง จู่ๆน้ำรินชะโงกหน้าจากด้านหลัง ถามทำไมเขาถึงไม่ขับรถ เหยี่ยวสะดุ้ง โวยโผล่มาแบบนี้เดี๋ยวโดนรถชนตายพอดี แล้วใครจะช่วยเธอ น้ำรินนึกได้ทำหน้าเศร้า เหยี่ยวให้เลิกทำหน้าอมทุกข์ได้แล้ว น้ำรินจึงถามอีกครั้ง
“คุณยังไม่ตอบเลย ทำไมถึงชอบขี่จักรยาน ไม่ยอมขับรถ”
“ผมมีความทรงจำที่ไม่ดีเกี่ยวกับรถ ครอบครัวประสบอุบัติเหตุ มีเพียงผมคนเดียวที่รอด”
น้ำรินหน้าเสียกล่าวขอโทษที่ถาม เหยี่ยวบอกว่าถามอย่างไรพ่อแม่ตนก็ไม่ฟื้น แล้วต่อว่าน้ำรินอย่าโผล่มาแบบนี้อีก ตนจะรีบไปสำนักงานสืบสวน จะลองสืบเรื่องของเธอ
ooooooo
ในห้องประชุม ธาราประกาศเลื่อนการแต่งตั้งผู้จัดการทั่วไปของรินธารารีสอร์ตที่สมุย ภพธรแย้งว่าใกล้เปิดไตรมาสสองแล้ว ธาราเสียงเข้ม เลื่อนไปก่อนเพราะตนต้องการให้น้ำรินดูแลโครงการนี้ นับดาวจะช่วยค้าน ธาราเอ็ด การตัดสินใจของตนถือว่าเด็ดขาด
“คุณอาครับ ยังมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับรีสอร์ตที่ต้องตัดสินใจทันทีนะครับ” ภพธรแย็บ
ธาราสวน “อายังไม่พร้อมจะตัดสินใจตอนนี้ ต่อไปอย่าขัดอาในที่ประชุมอีก ถึงอาจะไว้ใจให้เธอเป็นกรรมการผู้จัดการ แต่ตำแหน่งประธานยังคงเป็นอา เข้าใจไหม”
ภพธรอึ้งรับคำ ธาราเดินออกไป เขามองตามด้วยสีหน้าไม่พอใจ...นับดาวเดินตามภพธรไปตามทาง เจ็บใจที่ธาราทำไม่ถูก ควรแต่งตั้งตำแหน่งผู้จัดการที่
สมุยได้เลย ไม่เห็นต้องรอน้ำริน ภพธรปรามให้เบาเสียง เขารู้ว่าเธออยากได้ตำแหน่งนี้ แต่ธารายังมีความหวังให้น้ำริน นับดาวยังเคืองที่ธาราตัดสินใจไม่เห็นหัวภพธรบ้างเลย...เวลาผ่านไป ภพธรเดินอยู่ริมระเบียง เห็นรถมาจอดรับธาราออกไป เขามองอย่างเครียดๆเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
สนถามธาราจะไปพัทยาเลยใช่ไหม เธอบอกว่าให้ไปให้ทันสี่โมงเย็น เพราะตนมีประชุมสมาคมท่องเที่ยวที่นั่น สนรับคำบึ่งรถออกไป
ในขณะที่เหยี่ยวนั่งค้นข้อมูลคนชื่อน้ำที่หายสาบสูญ ก็ไม่มีใครหน้าเหมือนน้ำรินเลย ข้อมูลอุบัติเหตุก็ไม่มีจนเขาอ่อนใจ น้ำรินเดินเข้ามาถามยังไม่มีอะไรคืบหน้าอีกหรือ เหยี่ยวให้เธอคิดอะไรให้มากกว่านี้ พลัน จ่านกน้อยจะเคาะประตู ได้ยินเสียงคุยกันจึงแนบหูแอบฟัง
“แค่นี้ก็ทำผิดกฎมากเกินไปแล้ว ถ้าผู้ใหญ่ถามจะให้ตอบว่าไง บอกว่ามีวิญญาณหลุดออกจากร่างมาขอให้ช่วยยังงั้นเหรอ”
จ่านกน้อยได้ยินก็ตกใจเปิดประตูผางเข้ามาถามคุยกับใคร เหยี่ยวติงทำไมไม่เคาะประตู นกน้อยไม่สนใจกลับมองไปรอบห้องถามถึงวิญญาณหรือเลี้ยงกุมารทอง เหยี่ยวหัวเราะเบาๆ นกน้อยนึกได้ “ใช่ ผมจำได้แล้ว คืนก่อนผมเห็นผีตามหลังหมวดที่บ้าน ไอ้ปลาทู ปูอัดมันก็เห็น”
เหยี่ยวทำเป็นเอ็ดจะบ้าหรือ น้ำรินหัวเราะบอกว่าจ่านกน้อยพูดเกือบถูก เหยี่ยวใช้สายตาปรามก่อนจะหันมาถามจ่านกน้อยมีธุระอะไรกับตน นกน้อยนึกได้ว่ามาตามเข้าประชุมคดีเส่ง เหยี่ยวจะเดินไป น้ำรินถลามาขวาง “จะไปไหน หมวดยังตามหาร่างฉันไม่เจอนะ”
“ขอทำงานก่อน ไม่ต้องตามไป อยู่ตรงนี้เดี๋ยวจะกลับมาช่วยหาต่อ” เหยี่ยวสั่ง
น้ำรินไม่พอใจแต่ก็ขัดคำสั่งเขาไม่ได้ ชักฉุน ทันใดเกิดอาการหัวใจวูบขึ้นมา เหยี่ยวเห็นท่าทางถามเป็นอะไร น้ำรินเองก็ไม่รู้ รู้สึกเหมือนจะมีอะไรเกิดขึ้นสักอย่างที่ทำให้อยากร้องไห้ เหยี่ยวฟังแล้วงงๆ ขณะเดียวกัน รถธาราที่แล่นอยู่บนถนนไฮเวย์ ก็มีรถขนปูนพุ่งออกมาชนด้านข้าง เสียงสนคนขับรถร้องลั่น
ในห้องประชุม ผู้บัญชาการสงครามให้ดารณีอธิบายภาพบนจอ “หลังจากที่จับไอ้เส่งได้ ทีมสืบสวนทำการขยายผลจนทำให้ไอ้เส่งซัดทอดเอเย่นต์ใหญ่ เครือข่ายค้ายาเสพติดคนสำคัญ”
เหยี่ยวถามว่าใคร ดารณีเปิดภาพ ยอดชัด เศรษฐีหนุ่มใหญ่เจ้าของธุรกิจบันเทิงครบวงจรหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ เดอะชลาธาร...ดารณีเปิดภาพบ่อนการพนัน โต๊ะสนุ้ก บาร์เหล้า พร้อมอธิบายว่า เดอะชลาธารไม่ได้เป็นแค่สถานบันเทิง แต่มีธุรกิจเบื้องหลังผิดกฎหมายมากมาย
“เพื่อความมั่นใจในการเข้าจับกุม เราส่งสายสืบสามคนเข้าไปในนั้นหลายสัปดาห์แล้ว”
ดารณีเปิดภาพชายสองคน หญิงหนึ่งคน แจงว่าชายคนหนึ่ง โค้ดเนม มังกรดำ เป็นคนเจ้าเสน่ห์ เป็นมิตรกับทุกคน จึงสามารถสืบข้อมูลจากคนรอบข้างได้ง่ายที่สุด และหญิงสาวที่ดูเซ็กซี่ โค้ดเนม หงส์ขาว สวยมีเสน่ห์ เล่นพนันทุกครั้งชนะทุกครั้ง พร้อมจะใช้ความเป็นหญิงบริหารเสน่ห์เพื่อให้ได้มาซึ่งข่าวสาร...ส่วนชายอีกคน โค้ดเนม อินทรีดำ ดูท่าทางเนิร์ดๆ รูปร่างสูง เล่นสนุ้กเกอร์เก่ง เป็นคนช่างสังเกต มีความละเอียดมากที่สุด
เหยี่ยวทำหน้าสงสัย ดารณีจึงถามมีอะไร เหยี่ยวแปลกใจที่หงส์ขาวหน้าเหมือนแนน จึงถามว่าเธอกลับมาแล้วหรือ ดารณีตอบว่า เพิ่งกลับมารับหน้าที่สายสืบอีกครั้ง สงครามถามแทรก
“ถ้าต้องทำงานกับหมวดแนน หมวดคงไม่มีปัญหาใช่ไหม”
เหยี่ยวส่ายหน้า ดารณีบอกต่อว่า คืนนี้ยอดชัดจะส่งมอบยาเสพติดลอตใหญ่ สงครามสั่ง
“หมวดเหยี่ยวนำกองกำลังไปที่นั่น ทันทีที่มีการส่งมอบยา สายของเราจะส่งสัญญาณให้เข้าจับกุม เราจะพลาดไม่ได้ ยอดชัดเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่มาแรง ถ้าหลักฐานไม่รัดกุม เราโดนผู้ใหญ่เล่นงานแน่”
เหยี่ยวรับคำแต่สีหน้าดูไม่ค่อยสบายใจนัก...ถึงเวลาปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ต่างขึ้นรถที่จอดหน้าสำนักงานสืบสวนแล่นออกไป เหลือคันสุดท้าย เหยี่ยวยืนกระอัก–กระอ่วน จ่านกน้อยเข้ามาเร่งให้เขาขึ้นรถเดี๋ยวตามไม่ทัน แล้วนึกได้ถามเหยี่ยวอย่าคิดจะปั่นจักรยานไป ตนไม่ใช่หมวดแนนที่จะยอมซ้อนท้ายสมบุกสมบันไปกับเขา เหยี่ยวมองเคืองๆก่อนจะขึ้นรถ เขานั่งเกร็งคู่กับจ่านกน้อยซึ่งเป็นคนขับ นกน้อยแกล้งฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
น้ำรินนั่งกอดอกอยู่เบาะหลัง ยื่นหน้ามาคุยกับเหยี่ยว “ขี้เก๊ก ทิ้งฉันอีกแล้วนะ ไหนบอกว่าจะกลับไปช่วย จะอ้างว่าต้องทำงานด่วนใช่ไหม ไม่สงสารฉันแล้วเหรอ” เห็นเหยี่ยวนั่งหลับตานิ่ง “เป็นอะไรหมวด หมวดเก๊ก พูดอะไรบ้างดิ นี่กลัวรถมากมายขนาดนี้เลยเหรอ”
เหยี่ยวเผลอตอบว่าใช่ น้ำรินหัวเราะ คนประหลาด ไม่กลัวผี แต่กลัวรถ ไม่สมกับเป็นตำรวจมือปราบปืนโหดเลย เหยี่ยวเอ็ดให้เงียบ นกน้อยสะดุ้งบ่นว่าตนแค่ฮัมเพลง น้ำรินไม่เข้าใจว่าทำไมเหยี่ยวต้องกลัว เหยี่ยวเอ็ดอีกครั้งให้ไปที่อื่นอย่ามายุ่งกับตน นกน้อยเสียงอ่อยว่าไม่ได้ยุ่ง แต่เหยี่ยวยังโวยน้ำริน “ไม่มาเป็นผม คุณไม่รู้หรอก...”
“นึกจะทิ้งก็ทิ้ง ถ้าไม่มาเป็นวิญญาณความจำเสื่อม คุณก็ไม่เข้าใจฉันเหมือนกันแหละ”
“หุบปากนะ คุณผีเยอะอย่าง...” เหยี่ยวหันไปสั่งน้ำริน
นกน้อยเบรกรถหน้าคะมำ มองกระจกหลังไม่เห็นมีใคร ถามเหยี่ยวคุยกับผีหรือกุมารทอง เหยี่ยวรู้สึกตัว แก้ว่าตนแค่ละเมอ “ผมหลับตาแล้วงีบไป เลยละเมอ...เอาเหอะน่า เลิกสงสัยรีบไปกันได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่ทัน ไปซี่” เหยี่ยวชำเลืองมองน้ำริน ทำท่าปากรูดซิป
ooooooo
ภายในเดอะชลาธาร มังกรดำ หงส์ขาวและอินทรีดำ ประจำการตามจุดที่กำหนด เจ้าหน้าที่กระจายกำลังล้อมด้านนอก พร้อมบุกเมื่อได้สัญญาณ พลัน จ่านกน้อยบอกเหยี่ยวว่า สัญญาณการสื่อสารล่มหมด เหยี่ยวตกใจคงมีการส่งคลื่นรบกวน ต้องเข้าไปรับสัญญาณเอง
จ่านกน้อยเกรงคำสั่งผู้การที่ให้รอข้างนอก เหยี่ยวให้นกน้อยรอตรงนี้จนกว่าตนจะวิทยุสั่งให้บุก ว่าแล้วเหยี่ยวก็เดินไปทันที น้ำรินวิ่งตามเขาไป นกน้อยหน้าเสียเป็นกังวล...เหยี่ยวเดินเข้ามาในเดอะชลาธาร น้ำรินตามมายืนข้างๆ เธอเปรยว่าคนเยอะแบบนี้ จะหาสายทั้งสามคนเจอได้อย่างไร เหยี่ยวนึกได้เปิดรูปให้น้ำรินดู มังกรดำ แล้วให้เธอไปช่วยหา น้ำรินเหวอ
“เออสิ ไหนๆมาแล้วก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์ ผมจะไปหาหงส์ขาว อีกสิบนาทีเจอกัน”
น้ำรินทำตามคำสั่งเหยี่ยวอย่างไม่เข้าใจตัวเอง... อินทรีดำปลอมเป็นเด็กเสิร์ฟ ยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ
เหยี่ยว ใต้ที่รองแก้วมีการ์ดวีไอพี เหยี่ยวรับมาคล้องคอ น้ำรินเดินเลี่ยงผู้คนที่เต้นกันเย้วๆอย่างรังเกียจไม่อยากโดนตัว นึกได้ตัดสินใจปีนขึ้นไปยืนบนบาร์มองหามังกร–ดำ เห็นนั่งอยู่ที่โซฟามีสาวเซ็กซี่รายล้อมสองสามคนก็มั่นใจว่าใช่
เหยี่ยวจะเดินเข้าไปในโซนบ่อนพนัน การ์ดเข้าขวาง เขาจึงโชว์บัตรวีไอพี ก็ได้รับการเปิดทาง เข้ามาได้เหยี่ยวเห็นหงส์ขาวท่าทางเซ็กซี่แทงพนันชนะได้เงินมากมาย จึงทำทีเข้าไปยินดีด้วย หงส์ขาวยิ้มยั่วยวนชวนเสี่ยงโชคด้วยกัน เหยี่ยวปฏิเสธอ้างโชคไม่ค่อยดี เธอเย้า
“ไม่มีโชคเรื่องการพนัน งั้นคงมีโชคเรื่องความรัก”
เหยี่ยวชะงัก พยายามเล่นละครเนียนๆต่อ “คิดว่าคงไม่...ขึ้นอยู่กับคู่กรณีมากกว่า”
“ฮึๆตอบถูกใจ ฝากเงินไปแลกชิปมาเล่นเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ ถือเป็นโชคดีแรกของคุณในคืนนี้ไง” หงส์ขาวหยิบเงินส่งให้เขาปึกหนึ่ง เหยี่ยวรับพึมพำ เสร็จงานแล้วต้องเคลียร์กัน
เหยี่ยวเดินกรีดแบงก์ออกมา เห็นด้านข้างปรากฏข้อความที่สันปึก “นัดส่งยารังอินทรี”
เหยี่ยวยิ้มเหมือนที่เคยเล่นกับแนนสมัยเรียน...ยอด–ชัดเดินผ่านน้ำรินไปที่โซนสนุ้กเกอร์ ลูกน้องวิ่งมารายงานว่าลูกค้ามาถึงแล้ว เขาจึงเดินไปกับลูกน้องที่ถือกระเป๋าดำตาม เหยี่ยวเดินมาหาน้ำริน เธอบอกเขาว่าเจอมังกรดำแล้ว เขากลับบอกไม่จำเป็นล่ะเพราะรู้จุดส่งยาแล้ว น้ำรินให้วิทยุเรียกพวกเข้ามาจับ เหยี่ยวเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา ต้องให้มั่นใจกว่านี้ จะไปดูห้องวีไอพีข้างบน
น้ำรินวิ่งตามเหยี่ยวไปถึงหน้าห้องวีไอพี เหยี่ยวขอให้เธอเข้าไปดูข้างในห้องให้ น้ำรินโวยใช้ตนอีกแล้ว เหยี่ยวว่าเธอเดินผ่านประตูได้ไม่มีใครเห็น
“เฮ้ย แต่เวลาฉันเดินทะลุอะไรสักอย่างเนี่ย หวาดเสียวทุกครั้งเลยนะ”
“น่า ช่วยหน่อยเหอะ ไปดูว่ามันส่งยากันจริงๆ แล้วออกมาบอกผม” เหยี่ยวมองน้ำรินเดินเข้าไป แล้ววิทยุบอกจ่านกน้อยให้เตรียมพร้อมรอคำสั่ง
น้ำรินกัดฟันเคลื่อนตัวผ่านประตูเข้าไป เห็นชายหนุ่มแต่งตัวภูมิฐานถือกระเป๋าสีดำมาใบหนึ่ง ยอดชัดถามเตรียมเงินมาพร้อมใช่ไหม ชายคนนั้นรับว่าใช่ ทั้งสองต่างเปิดกระเป๋าให้ดูกัน เป็นยากระเป๋าหนึ่ง เงินกระเป๋าหนึ่ง น้ำรินตาลุกวาว เผอิญลูกน้องยอดชัดเห็นเหยี่ยวเสียก่อน จึงเอาปืนจ่อและยึดปืนเขาไว้
น้ำรินกลับออกมาร้องบอก “หมวดเก๊ก พวกมันส่งยากันจริงๆ อ้าว! ซวยแล้วไง”
เหยี่ยวแอบกดปุ่มส่งสัญญาณไปที่จ่านกน้อย ก่อนที่เขาจะถูกพาตัวเข้าไปในห้อง เหยี่ยวทำทียกมือยอมจำนน แล้วเอ่ย “นึกไม่ถึงว่าจะกล้าค้ายากลางเดอะชลาธาร”
ยอดชัดกับลูกค้าเก็บกระเป๋า ยอดชัดเอาปืนขู่ถามเหยี่ยวเป็นสายตำรวจใช่ไหม เหยี่ยวตอบว่าไม่ใช่เพราะตนเป็นตำรวจ ว่าแล้วก็ซัดลูกน้องยอดชัดลงไปกองสามคนในพริบตา ดึงปืนมาจ่อหัวยอดชัด น้ำรินอึ้งกับความเก่งของเขา...จ่านกน้อยนำกำลังบุกเข้ามา มังกรดำยึดพื้นที่โซนบาร์เหล้าไว้ได้หมด บอกนกน้อยให้ไปที่ห้องวีไอพี ตำรวจจับกุมยอดชัดกับลูกน้องได้ แต่พอเปิดกระเป๋าสองใบออกดูไม่พบยาเสพติด ยอดชัดกร่างทันทีหาว่าตำรวจจะยัดข้อหาค้ายาให้
จ่านกน้อยมองหน้าเหยี่ยวจะเอาอย่างไร น้ำรินมองไปที่ตึกข้างเคียงเห็นมีกล้องวงจรปิดหันมา จึงบอกเหยี่ยวว่า ตนมีทางช่วยเขา แล้วพยักพเยิดให้มองไปที่กล้องวงจรปิด
นกน้อยนิ่วหน้าว่าเหยี่ยวคุยกับใคร...เหยี่ยวสั่งจับกุมทุกคนเป็นผู้ต้องหาให้หมด ยอดชัดโวยวายไม่มีหลักฐาน
“หลักฐานน่ะมีแน่...ส่งคนไปขอฮาร์ดดิสก์ที่บันทึกภาพกล้องวงจรปิดตึกข้างๆมาตรวจสอบ ของกลางและเงินอยู่ในวีดิโอที่บันทึกไว้แน่นอน...แกเสร็จฉันแน่” เหยี่ยวสั่งจ่านกน้อยแล้วยิ้มให้น้ำรินทำนองขอบคุณ
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเคลียร์พื้นที่ และใส่กุญแจมือยอดชัดกับพวก อินทรีดำเดินมาใกล้ ยอดชัดจึงขู่ “มึงคงลืมไปสินะ พวกกูรู้ว่าลูกเมียมึงอยู่ที่ไหน”
อินทรีดำหน้าถอดสี ไม่มีใครสังเกตเห็น หมวดแนนเดินมาเจอกับเหยี่ยว นกน้อยแซว
“อุ๊ยตาย คนคุ้นเคยเขาเจอกัน คนนอกอย่างเรา ไปดีกว่า”
แนนมาหยุดยืนเบียดน้ำริน เธอจึงถอยหลบแขวะ ไม่น่าเชื่อผู้ชายเถื่อนดิบอย่างเหยี่ยวจะมีผู้หญิงคุ้นเคย เหยี่ยวถลึงตาใส่ แนนแสดงความยินดีที่จับคนร้ายได้ เหยี่ยวถามกลับมาทำคดีนี้ทำไมไม่บอกสักคำ เธอเย้าเป็นห่วงหรือ น้ำรินหมั่นไส้ขอตัวหลบไม่อยากเป็นก้างขวางคอ
“เดี๋ยว!” เหยี่ยวเผลอเรียกน้ำริน ทุกคนมองงงๆ เหยี่ยวทำทีว่ามีเรื่องจะคุยกับจ่านกน้อย แล้วบอกแนน วันหลังจะทำคดีอะไรบอกกันบ้าง
“ต่อไปเหยี่ยวต้องรู้อยู่แล้วเพราะเราจะกลับมาทำงานที่กองสืบฯคงได้ร่วมงานกันเหมือนเมื่อก่อน เราดีใจนะ ที่เหยี่ยวยังทำงานอยู่ที่นี่”
เหยี่ยวอึกอักก่อนจะทำเป็นไปเคลียร์งานกับจ่านกน้อย แนนมองตามยิ้มๆ...แต่แล้วเหยี่ยวกลับตามน้ำรินมา เขาเรียกเธอ ทันใดน้ำรินรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจอีกครั้ง เหยี่ยวตกใจถามเป็นอะไร เธอเองก็ไม่รู้จู่ๆ มันเจ็บเหมือนเมื่อเช้า
ooooooo
คืนเดียวกัน ผู้การสงครามรู้ข่าวอุบัติเหตุของธาราก็รีบมาที่โรงพยาบาล เจอภพธรเฝ้าไข้อยู่ เธอยังไม่ได้สติมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตระโยงระยางเต็ม ไปหมด สงครามต่อว่าภพธรที่เกิดเรื่องร้ายขนาดนี้ไม่แจ้งข่าวกันบ้าง ภพธรอ้างว่าเกรงใจ สงครามกล่าว
“จากข้อมูลที่อาได้รับมา เหตุการณ์ครั้งนี้มันไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอน”
ภพธรอึ้ง สงครามถามว่าธารามีศัตรูทางธุรกิจบ้างไหม ภพธรตอบว่าเท่าที่ทราบไม่มี แต่พอสงครามถามถึงอาการของธารา เขาก็พรั่งพรูเสียใจน้ำตาซึมเล่าว่า “สมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรง กระดูกสันหลังเคลื่อน คุณหมอบอกว่ามีโอกาสเป็นอัมพาตตั้งแต่เอวลงไป”
สงครามกุมมือธาราน้ำตาเอ่อ “โธ่...ธารา ลูกสาว หายตัวไปก็ยังหาตัวไม่พบ ยังจะมาเกิดเรื่องแบบนี้กับคุณอีก เวรกรรมอะไรกันนะ”
ภพธรถามถึงข่าวน้ำริน สงครามส่ายหน้ายัง มืดแปดด้าน ภพธรนิ่งเดาความรู้สึกไม่ออก...เช้าวันใหม่ น้ำรินยังคงติดตามเหยี่ยวมาทำงาน เขาสังเกตเห็นเธอเศร้าๆ จึงถามว่าเป็นอะไร
“ฉันไม่รู้ ฉันแค่รู้สึกว่าอยากร้องไห้ ฉันรู้สึก...ต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคนที่ฉันรักที่สุดแน่ๆ คุณต้องรีบสืบประวัติให้ฉัน” น้ำรินสัมผัสน้ำตาตัวเองที่ไหลออกมา
เหยี่ยวรับปากแต่ขอแถลงข่าวเรื่องจับกุมเมื่อวานก่อน น้ำรินวีนทันที หาว่าที่เขาทำงานสำเร็จเพราะตน
เขาติดหนี้บุญคุณตนหลายครั้งจนขี้เกียจจะนับ เขาต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณ จะมาเอาเปรียบอย่างเดียวไม่ได้ เหยี่ยวอ่อนใจบอกว่าแถลงข่าวเสร็จจะมาช่วยทันที แต่น้ำรินไม่เชื่อ
“ฉันขอประกาศไว้เลยนะ ถ้าคุณไม่ช่วยฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะจองล้างจองผลาญ ป่วนให้ถึงที่สุด” เหยี่ยวให้สัญญาว่าช่วยแน่ ว่าแล้วก็เดินทะลุร่างน้ำรินไป เธอโวย “เฮ้ย!เลิกเดินทะลุตัวฉันซะที มันเจ็บเหมือนกันนะเว้ย”
พอดีจ่านกน้อยมาตามเหยี่ยวไปห้องแถลงข่าว เหยี่ยวจะเดินไป น้ำรินรู้สึกน้ำตาตัวเองยังไหลจึงจะไม่ยอมให้เหยี่ยวไป เขาต้องช่วยสืบเรื่องตนก่อน...เหยี่ยวยืนฟังเจ้าหน้าที่อธิบายอยู่ในห้องแถลงข่าว น้ำรินแกล้งมาพูดข้างหูเหยี่ยวให้รำคาญ เขาหันมาไล่เธอ น้ำรินยั่ว
“ไม่ จนกว่าคุณจะไปสืบประวัติฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะรอตรงนี้จนกว่าคุณจะช่วยฉัน”
เจ้าหน้าที่ทำหน้างง พูดอย่างเกรงใจให้เหยี่ยวรอข้างเวทีสักนิด เหยี่ยวฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะถูกน้ำรินรบกวนคอยแทรกแซงให้เขาฟังผิดๆถูกๆจนเขาโพล่งขึ้น “พอเหอะ รำคาญ”
เจ้าหน้าที่หน้าเสียคิดว่ารำคาญตน เหยี่ยวรีบปฏิเสธ น้ำรินย้ำให้ไปทำงานให้ตน ไม่อย่างนั้นงานเขาพังเหยี่ยวทนไม่ไหว ออกคำสั่งเสียงเฉียบ “เลิกวุ่นวายซะที ออกไปได้แล้ว นี่คือ...” พูดไม่ทันจบ น้ำรินสวนว่าตนไปก็ได้
เหยี่ยวหันกลับมาบอกเจ้าหน้าที่ให้คุยเรื่องของเราต่อ เจ้าหน้าที่ถอยห่างท่าทางหวาดๆ “ฉันไม่วุ่นวายแล้วค่ะ แค่นี้แหละค่ะหมวด ไปบรีฟคนอื่นล่ะค่ะ” ว่าแล้วก็จ้ำอ้าวไป
เหยี่ยวส่ายหัวที่น้ำรินทำให้วุ่นวาย ส่วนน้ำรินมานั่งจ๋องหน้าห้องแถลงข่าว หงุดหงิดที่ทำไมต้องทำตามคำสั่งเหยี่ยว พลันเห็นอินทรีดำเดินเหลียวหน้าเหลียวหลัง พูดโทรศัพท์
“อย่าทำอะไรลูกเมียผมเลย ผมยอมทำตามทุกอย่าง” อินทรีดำวางสายเดินงุดๆไป
น้ำรินสงสัยจึงเดินตามมาถึงหน้าห้องเก็บหลักฐาน เห็นอินทรีดำทำร้ายเจ้าหน้าที่เฝ้าหน้าห้อง แล้วดึงบัตรสแกนเปิดประตูเข้าไป น้ำรินตกใจรีบผ่านทะลุประตู เห็นอินทรีดำกำลังค้นหาของ มือถือเขาดังขึ้น เขารับสายแล้วบอกว่า ฮาร์ดดิสก์หาไม่ได้ง่ายๆ น้ำรินเดาเรื่องออกทันที
ระหว่างที่เหยี่ยวกำลังแถลงข่าวการจับกุมยอดชัด สงครามกระซิบถามดารณีว่าหลักฐานมีเพียงฮาร์ดดิสก์อย่างเดียวใช่ไหม ดูแลให้ดีอย่าให้เกิดอะไรขึ้น...นักข่าวรุมซักถามว่าประวัติเหยี่ยวชอบซ้อมผู้ต้องหา แล้วยอดชัดจะไม่โดนซ้อมจนรับสารภาพหรือ เหยี่ยวอารมณ์เสีย
“คิดว่าคำถามนี้สร้างสรรค์ที่สุดแล้วใช่ไหม”
“ไม่ได้ถามหมวด ผมถามผู้การสงคราม” นักข่าวแถไปอีกคน
สงครามต้องรับรองว่าไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นแน่ เหยี่ยวแกล้งถามกลับนักข่าวบ้าง “จะมั่นใจได้ยังไงว่าสื่อไม่ได้ถูกพ่อค้ายาซื้อตัวเพื่อมาถามคำถามโง่ๆ ทำให้ยอดชัดพ้นผิด”
นักข่าวโวยพูดแบบนี้ตนจะฟ้อง เหยี่ยวท้าให้ทำเลย ดารณีปรามเหยี่ยว พลันน้ำรินโผล่เข้ามา เหยี่ยวกำลังหงุดหงิดจึงถลึงตาดุ นักข่าวเห็นท่าทางเขาก็แปลกใจ น้ำรินไม่สนใจรีบบอกว่าอินทรีดำบุกเข้าไปขโมยฮาร์ดดิสก์หลักฐานเอาผิดยอดชัด เหยี่ยวร้องเฮ้ย!...คนอื่นๆตกใจ เหยี่ยวประกาศขอจบการแถลงข่าวเพียงแค่นี้ ว่าแล้วก็พุ่งออกไป ยอดชัดหน้าเสียเมื่อรู้ว่าตำรวจไหวตัว ทุกคนยังงงกับการกระทำของเหยี่ยว
เหยี่ยวมาถึงหน้าห้องเก็บหลักฐาน เห็นเจ้าหน้าที่นอนสลบอยู่ ก็รีบรูดบัตรเปิดประตูเข้าไป จ่านกน้อยกับตำรวจสองสามคนวิ่งตามมา เหยี่ยวบอกนกน้อยว่าอินทรีดำขโมยหลักฐานไป นกน้อยงงรู้ได้อย่างไรแต่ไม่มีเวลาซักถาม ต่างวิ่งตามอินทรีดำออกมาด้านหลังสำนักงานเหยี่ยวกระโจนรวบตัวอินทรีดำไว้ได้ เขาขอโทษอ้างมีความจำเป็น น้ำรินลอยหน้าลอยตาทวงบุญคุณกับเหยี่ยวอีกครั้ง เหยี่ยวจ้องหน้าเธอเถียงไม่ออก
ooooooo
ในห้องประชุมสำนักงานสืบสวน ผู้การสงครามฟังเหยี่ยวและจ่านกน้อยรายงาน นกน้อยบอกว่าอินทรีดำสารภาพว่าทำไปเพราะเมียกับลูกโดนขู่ฆ่า เหยี่ยว รายงานว่าได้ส่งตำรวจไปช่วยลูกเมียอินทรีดำไว้ได้แล้ว สงครามสรุปว่ายอดชัดต้องไม่ได้ทำงานคนเดียว
“จากการสืบข้อมูลในทางลึก เดอะชลาธารและธุรกิจนอกกฎหมายอื่นๆ ใช้เงินลงทุนมากกว่าที่จะสามารถทำเพียงคนเดียว” เหยี่ยวแจกแจง
ดารณีให้สืบว่าใครร่วมมือกับยอดชัดบ้าง...
น้ำรินมองไปที่ภาพยอดชัด เห็นรอยสักบนหลังมือเขาก็เกิดภาพอดีตแว่บเข้ามา ยอดชัดคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง น้ำรินลงบันไดมา เขาทัก
“หนูน้ำใช่ไหม ได้ยินชื่ออยู่บ่อยๆ ไม่นึกว่าตัวจริงจะเป็นสาวแล้ว”...น้ำรินเห็นตัวเองยกมือไหว้ยอดชัด แต่ผู้หญิงที่เขาคุยด้วยไม่ได้หันหน้ามา...
ทุกคนในห้องประชุมเดินออกจากห้อง เหยี่ยวยืนรอ จู่ๆน้ำรินก็โพล่งขึ้นว่า...ไม่จริง! เขาสะดุ้ง มีอะไร น้ำรินเล่าว่าอยู่ๆก็รู้สึกคุ้นหน้ายอดชัดขึ้นมาเหมือนเคยรู้จัก เหยี่ยวถาม ยอดชัดค้ายาแล้วเธอจะไปเกี่ยวอะไรด้วย น้ำรินเองก็แปลกใจ
ห้องควบคุมตัว ยอดชัดกำลังคุยกับทนายความท่าทางเอาเรื่อง เพราะทนายบอกว่าเรื่องนี้คงลำบาก ตำรวจมีหลักฐานครบ แต่ยอดชัดไม่ยอมพังคนเดียว “ไปบอกมัน ฉันไม่ยอมพังแทนใคร มันต้องช่วยฉันออกไปจากที่นี่...ออกไปอย่างสง่าผ่าเผย”
ขณะเดียวกัน คงคาได้รับคำสั่งพร้อมส่งขวดยาเล็กๆมาให้ เขาถึงกับอึ้ง เพราะยอดชัดทำงานด้วยกันมานานแต่ไม่สามารถแย้งอะไรได้
ในวันเดียวกัน เหยี่ยวจอดจักรยานเดินเข้าบ้าน น้ำรินเดินตามทวงสัญญาที่จะช่วยสืบเรื่องของตนจริงๆจังๆ เหยี่ยวหันมาบอกว่าตนได้มอบหมายให้จ่านกน้อยตามเรื่องยอดชัดต่อแล้วเพื่อตนจะได้มีเวลาสืบเรื่องเธอ น้ำริน ยิ้มขอบคุณ เหยี่ยวเห็นความน่ารักของเธอ ก็แกล้งประชด
“ด้วยความยินดีและเต็มใจขอรับเจ้านาย พรุ่งนี้กระหม่อมจะค้นฟ้าล้างดินดูทุกหลืบทุกช่อง จะตามหาประวัติและร่างของเจ้านายให้จงได้”
น้ำรินหัวเราะมีความหวัง ทันใด แนนเดินเข้ามา มองงงๆที่เห็นเหยี่ยวคุยคนเดียว เขาตกใจถามเธอมาได้อย่างไร ยายนวลเดินตามมา แนนเข้าประคอง ยายนวล ตอบแทนว่า แนนมาช่วยเก็บกวาดซักเสื้อผ้าให้เขา ไม่อย่างนั้นคงรกเหมือนรังสุนัข ว่าแล้วก็ชวนเข้าไปทานอาหารฝีมือแนน น้ำรินชำเลืองมองเหยี่ยวอย่างหมั่นไส้ แอบเหน็บ
“อ๋อ ที่ไปสืบวันนี้ไม่ได้ เพราะมีนัดกับแฟนนี่เอง ตามสบายนะ” น้ำรินสะบัดหน้าเดินไป
เหยี่ยวได้แต่มองตามทำหน้าปกติ แนนเห็นถามมีอะไรหรือเปล่า เขาปฏิเสธ ยายนวลเอ่ยขึ้นให้แนนช่วยเข้าครัวเตรียมเครื่องทำแกงจืด ตนจะไปเก็บตำลึงข้างรั้ว แนนรับคำเดินเข้าไป
ยายนวลหันมาเอ็ด “เอ็งนี่มันน่าเขกกะบาลจริงๆ หนูแนนหายไปเรียนต่อ ยายก็คิดว่าเอ็งกับหนูแนนเคลียร์กันแล้ว ถึงได้พาผู้หญิงคนใหม่เข้าบ้าน แต่ที่ไหนได้ เอ็งคิดจะควงควบเหรอไอ้เหยี่ยว”
เหยี่ยวปฏิเสธ ยายนวลดักคออย่ามาทำเสียงไร้เดียงสา ตนเจอน้ำรินแล้ว คราวนี้เหยี่ยวตกใจแก้ตัวยายเข้าใจผิด ยายนวลให้บอกความจริง เหยี่ยวอึกอักคิดหาทางออก “เอ้อ...คือ น้ำเขาเป็นพยานในคดีร้ายแรงคดีหนึ่งครับ ผมจำเป็นต้องให้เขามาอาศัยที่นี่เป็นเซฟเฮ้าส์”
“แล้วทำไมต้องนอนห้องเดียวกัน”
“เอ้อ...เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดครับ”
ยายนวลถามย้ำจริงหรือ เขารับว่าจริง ยายจึงถามตอนนี้เธออยู่ไหน เหยี่ยวมองหาด้วยใจเป็นห่วงเธอไม่น้อย พอเหยี่ยวประคองยายนวลเข้าบ้าน ก็ต้องชะงัก เห็นน้ำรินนั่งหน้างออยู่ที่โต๊ะอาหาร ยายนวลถามมีอะไร เหยี่ยวตอบไม่มีอะไรตกใจจิ้งจกตาโปน น้ำรินค้อนขวับกระซิบ
“ก็ไม่ได้อยากมาหรอกนะ แต่ฉันไปไหนไม่ได้ ไม่รู้เวรกรรมอะไรต้องติดกับคุณเท่านั้น”
เหยี่ยวยิ้มทะเล้นให้ แนนเดินออกมาจากครัวแปลกใจถามหาตำลึง ยายนวลแถว่าตำลึงมีแต่ยอดแก่ๆเลยไม่อยากทานแล้ว เรียกแนนให้นั่งทานข้าวกันดีกว่า แนนลงนั่งที่ที่น้ำรินนั่งอยู่ น้ำรินวีน ไม่มีมารยาท เหยี่ยวขำเผลอพูดออกไป ว่าแนนไม่เห็นเธอ แนนงงว่าเหยี่ยวพูดอะไร
“เอ่อ...ใช่...เราบอกว่ารีบนั่งสิ เราหิวแล้ว” เหยี่ยวแถ...น้ำรินลุกไปนั่งอีกที่อย่างโกรธๆ
เสร็จจากทานอาหาร เหยี่ยวเดินออกมาส่งแนนหน้าบ้าน เอ่ยขอบใจที่ช่วยยายทำความสะอาดบ้าน แนนยิ้มภูมิใจ เสียงน้ำรินแขวะ...ช่วยยายหรือเอาใจหลานชายกันแน่ เหยี่ยวลืมตัวเอ็ด ที่แอบฟังคนคุยกัน พอเห็นสายตาแนนที่มองงงๆ ก็แก้ตัวว่า
“คนข้างบ้านไง ชอบแอบฟังคนอื่นคุยกันแล้วไปเม้าท์ คนพวกนี้นิสัยแย่ ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น พวกปากปลาร้า”น้ำรินโวยเขาว่าใคร เหยี่ยวขำไม่สนใจ กล่าวลาแนนพรุ่งนี้เจอกัน
“เราดีใจนะที่ได้กลับมาทำงานร่วมทีมเดียวกันเหมือนเมื่อก่อน” แนนจับไหล่เหยี่ยว
เหยี่ยวมองมือแนนอึ้งๆ น้ำรินหมั่นไส้ที่ทั้งสองถูกเนื้อต้องตัวกัน แนนเดินไป น้ำรินเผลอวีน “หมดธุระแล้วใช่ไหม ต่อไปคุณคงช่วยฉันได้ซะที คงไม่มีข้ออ้างอีกนะ”
พอดียายนวลตะโกนออกมาจากบ้าน “ไอ้เหยี่ยว พาหนูน้ำมานอนได้แล้ว ดึกดื่นค่ำคืน อันตราย”
เหยี่ยวทำหน้าได้ที ทำเสียงเสียดาย “ว้า...ผมว่าจะช่วยคุณแล้วเชียว แต่ยายสั่งให้อาบน้ำกินนมนอนแล้วอ่ะ” น้ำรินจะโวย เหยี่ยวชี้หน้า “คุณจะมาวีนผมไม่ได้นะ เพราะเป็นคำสั่งของยาย เข้าบ้านเร็ว ขืนช้าเดี๋ยวโดนยายตีก้นนะ” เหยี่ยวหัวเราะทะเล้นๆเดินไป
ooooooo
น้ำรินหน้างอเดินตามเหยี่ยวเข้าบ้าน ยายนวลคุมเหยี่ยวจัดห้องเพื่อให้น้ำรินอยู่ด้วยอย่างไม่น่าเกลียด มีการแบ่งห้องให้นอนคนละฟาก เหยี่ยวแย็บ นอนเตียงเดียวกันก็ปลอดภัย
“อ๊ะ ไม่ได้หรอก ของพรรค์นี้จะไว้ใจได้ยังไงหนุ่มสาวสมัยนี้...พักผ่อนให้สบายนะลูก ถ้าเกิดอะไรไม่ชอบมาพากลร้องดังๆเลยนะ ยายจะเข้ามาตีหัวไอ้เหยี่ยวให้เอง” ยายนวลบอกน้ำริน
“ยาย...ยายรักผมมากเลยนะครับ” เหยี่ยวประชด น้ำรินบอกยายขำๆ คงไม่เกิดอะไรขึ้น
เหยี่ยวเดินออกมาส่งยายนวล ยายถามย้ำไม่ได้หลอกตนเรื่องน้ำรินใช่ไหม เขาไม่ได้โกหกเพียงบอกไม่หมดว่าเธอไม่มีที่ไปจริงๆ และรับรองไม่มีเรื่องเสื่อมเสียแน่ ยายนวลเชื่อใจหลานและขอให้เขาเมตตาน้ำรินมากๆ ตนรู้สึกถูกชะตากับเธอ เหยี่ยวกอดยายอย่างรักและเคารพ
เหยี่ยวกลับเข้ามาในห้อง น้ำรินเดินสำรวจห้องแล้วเหน็บ ห้องเขารกมากจริงๆ ขนาดแนนมาเก็บกวาดให้ยังรก โคมไฟก็ไม่เช็ด ตะกร้าผ้าราขึ้น ที่นอนเต็มไปด้วยไรฝุ่น นอนเข้าไปได้อย่างไร ตนเป็นภูมิแพ้เหยี่ยวปราม “เยอะ...พอเหอะแม่นางเยอะ วิญญาณอะไรแพ้อากาศ”
น้ำรินชะงัก นึกได้ว่าตัวเองเป็นเพียงดวงจิต เหยี่ยว ยิ้มปลอบอย่าคิดมาก ปัญหามีไว้แก้ โรงหนังยังมีทางออก น้ำรินขำคำเปรียบเปรยของเขา เหยี่ยวให้นอนพักเสีย เธอย้อนถาม ดวงจิตต้องนอนด้วยหรือ เหยี่ยวจึงบอกให้นอนแล้วหลับตา ไม่ยากเลย น้ำรินลองทำตามที่เหยี่ยวทำ รู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ใกล้เขาอย่างประหลาด
กลางดึก น้ำรินมองแสงจันทร์สาดส่องเข้ามา หันไปดูเหยี่ยวนอนหลับสนิท เธอครุ่นคิดเรื่องตัวเอง ภาพยอดชัดแว่บเข้ามาอย่างปะติดปะต่อ หญิงสาวที่ยืนคุยกับยอดชัดหันหลังให้ น้ำรินเห็นแต่ข้อมือใส่นาฬิกา
ยอดชัดทัก “อาชื่อยอดชัด กำลังจะทำธุรกิจร่วมกับคุณแม่ของน้ำ อาจะเปิดเดอะชลาธาร ถ้าว่างลองแวะไปสิ วัยรุ่นอย่างน้ำน่าจะชอบ” ยอดชัดส่งนามบัตรให้
น้ำรินมองนามบัตร เหยี่ยวลืมตามาเห็นน้ำรินกระสับกระส่ายก็ชะโงกหน้ามอง น้ำรินเห็นรีบล้มตัวนอนเหมือนไม่มีอะไร แต่ในใจหวาดหวั่นว่าครอบครัวตัวเองเกี่ยวข้องหรือเปล่า
เช้าวันใหม่ เหยี่ยวถือปิ่นโตเดินไปวัด น้ำรินเดินตามถามตื่นทำไมแต่เช้า เขาตอบ “เมื่อวานเห็นคุณไม่ค่อยสบายใจ การมาทำบุญอาจจะทำให้จิตใจคุณดีขึ้นก็ได้”
น้ำรินอึ้งไม่คิดว่าเหยี่ยวจะมีมุมนี้ ตัดสินใจเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟัง เหยี่ยวเข้าใจปลอบอย่าคิดฟุ้งซ่าน ทำบุญให้สบายใจก่อน...เดินมาถึงประตูวัด เหยี่ยวนึกได้ถามน้ำรินเข้าวัดจะร้อนไหม หญิงสาวว่าเขาดูหนังมากไป ตนเป็นดวงจิตที่ดี ตั้งใจมาทำบุญกุศลทำไมจะเข้าวัดไม่ได้ น้ำรินเดินผ่านเข้าไปในวัดได้อย่างสบาย เหยี่ยวมองตามยิ้มๆ แต่พอมาถึงกุฏิหลวงตาเคี้ยงก็นึกได้อีก
“อย่าขึ้นไปบนกุฏิเลย ถ้าหลวงตาเคี้ยงรู้ว่าคุณมากับผม กุฏิกระเจิงแน่”
น้ำรินขำที่พระกลัวผี เหยี่ยวขอให้เธอเดินเล่นแถวนี้ หญิงสาวแย้งว่าตนก็กลัวผีในวัด ชายหนุ่มหัวเราะบ้างที่ผีกลัวผี น้ำรินค้อนขวับที่มาหาว่าตนเป็นผี พอเหยี่ยวขึ้นมากราบ หลวงตาเคี้ยงมองอย่างระแวดระวัง เหยี่ยวถามมองอะไร ท่านถามถึงวิญญาณมาด้วยไหม เขาพยักหน้า หลวงตาร้องเฮ้ย...เหยี่ยวรีบบอกให้ใจเย็น ตนให้รออยู่ข้างล่างเกรงหลวงตากลัว
“ความจริงก็ไม่กลัวหรอกนะ แหะๆ แค่หวาดๆ”
“เธอบอกว่าติดต่อกับผมได้อยู่คนเดียว ตามติดผมไปทุกที่จนบางทีผมอึดอัดเลยนะครับ”
“คงจะเคยทำบุญสร้างกุศลร่วมกันมา หมวดอาจจะเป็นคนเดียวที่ปลดห่วงเขาได้”
เหยี่ยวถามว่าเมื่อไหร่ หลวงตาตอบว่า เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น สายตาหลวงตามองไปรอบๆอย่างหวาดๆ เหยี่ยวรับรองว่าเธอไม่ขึ้นมาแน่
น้ำรินเดินเล่นมาถึงเมรุเผาศพ เห็นพ่อแม่นั่งร้องไห้เผาศพลูกน้อย ก็รู้สึกเศร้าใจไปด้วย น้ำรินเห็นวิญญาณเด็กน้อยยืนอยู่ข้างๆ สักพักเหมือนมีแสงเรืองรองลงมาจากฟ้า วิญญาณเด็กน้อยกราบลาก่อนจะลอยขึ้นไป ...น้ำรินเดินต่อมาถึงศาลาริมน้ำ เห็นป้าคนหนึ่งนั่งเหงามองสายน้ำ จึงเข้ามาชวนคุย ป้าแกนั่งนิ่งไม่ตอบ พอน้ำรินปลอบใจให้ปลงกับชีวิต ก็หันขวับตวาด
“มึงเป็นใคร! เข้ามาที่ของกูได้ยังไง กูจะทำลายวิญญาณทุกตนที่เข้ามาบุกรุก ออกไปเดี๋ยวนี้” ลมพายุพัดกระหน่ำ ข้าวของแถวนั้นล้มระเนระนาด ฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ
น้ำรินกำลังจะดีใจที่ป้าเห็นตน ก็ตกใจกลัว...
ชาวบ้านหวาดผวาตะโกนว่า ผีป้าปริกอาละวาด ต่างวิ่งหนีกันโกลาหล ปริกผลักร่างน้ำรินล้มคว่ำ ไล่ให้ออกไปจากที่ที่ตนอยู่มาเป็นร้อยปี น้ำรินเห็นร่างปริกยืนตระหง่านน่ากลัวก็วิ่งตามชาวบ้านไปด้วย
เหยี่ยวกำลังกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้น้ำริน ชาวบ้านวิ่งแตกตื่นขึ้นกุฏิหาหลวงตา ละล่ำละลักฟ้องว่า ผีป้าปริกอาละวาดอีกแล้ว ทันใด หน้าต่างกุฏิปิดปัง หลวงตาและชาวบ้านสะดุ้ง ชาวบ้านบ่นว่ากลางวันแสกๆ ยังอาละวาด เฮี้ยนจริงๆ เหยี่ยวหันมาถาม
“ผียายปริก...ยังไม่ไปเกิดอีกเหรอครับหลวงตา ผมได้ยินมาตั้งแต่เด็กแล้วนะครับ”
“ยัง...มันเหมือนกำลังรออะไรสักอย่างอยู่ แต่ไม่เฮี้ยนแบบนี้มานานแล้ว”
เหยี่ยวถามแล้วทำไมถึงได้อาละวาด หลวงตาเดาว่าคงมีใครแหยมไปที่เขา เหยี่ยวนึกห่วงน้ำรินทันที...น้ำรินวิ่งหนีร้องเรียกเหยี่ยวให้ช่วยด้วย ลมพัดกระโชกตามหลังเธอมาตลอดทาง เสียงปริกคำราม จะหนีไปไหน...ขณะที่เหยี่ยวเรียกหาน้ำริน พลันเธอวิ่งผ่านเขาไปฟิ้ว...ไม่ทันไร
ก็เหมือนโดนดูดกลับมายืนติดกับตัวเขา น้ำรินโวย “จะมาเรียกอะไรตอนนี้ ผีมาแล้ว วิ่งหนีเร็ว”
เหยี่ยวมองด้านหลังไม่เห็นใคร เสียงปริกดังมา “หล่อนหนีฉันไม่พ้นหรอก...”
น้ำรินโวยเหยี่ยวไม่เห็นก็ช่าง แต่ตอนนี้ต้องวิ่งก่อน เหยี่ยวแกล้งกวนว่าตนไม่เห็นก็ไม่กลัว ให้เธอวิ่งไปคนเดียว หญิงสาวโวยอีก “ฉันวิ่งไปไหนไม่ได้ ตัวฉันติดกับคุณเนี่ย วิ่งเร็ว!”
เหยี่ยวถามจะให้วิ่งทางไหน น้ำรินบอกทางไหนก็ได้ เหยี่ยวจึงเริ่มวิ่งไปทางปริก น้ำรินร้องลั่น จะวิ่งไปหาผีทำไม เหยี่ยวโวยกลับก็ตนไม่เห็นจะวิ่งทางไหนก็บอกมา เธอจึงชี้ไปนอกวัด ปริกตามมาถึงเห็นหน้าน้ำรินชัดเจน ชะงักเล็กน้อยก่อนจะกล่าว “หล่อนหนีฉันไม่พ้นหรอก”
ทั้งสองวิ่งออกมาหน้าวัด ต่างเหนื่อยหอบ น้ำรินหันมองไม่เห็นปริกตามมา จึงบอกว่าหยุดวิ่งได้แล้ว เหยี่ยวถามไปทำอีท่าไหนถึงโดนผีไล่
“จะไปรู้เหรอ ฉันคุยโน่นคุยนี่อยู่ดีๆ ใครจะไปรู้ว่าในโลกนี้จะมีผีหวงอาณาเขตด้วย เพราะคุณนั่นแหละ ฉันถึงต้องเจอแบบนี้” น้ำรินพาลใส่เหยี่ยว
“เฮ้ย! มาโทษอะไร ผมไม่ได้จุดธูปให้ผีมาหลอกคุณสักหน่อย เออวันหลังถ้าคุณเยอะกับผม ผมจุดธูปเรียกผีมาหลอกดีกว่า มีเรื่องสนุกให้ทำแล้วเว้ย”
“ไม่ตลกเลยนะ รู้ไหมว่าฉันกลัวขนาดไหน ถ้าฉันเป็นคนก็ยังพอมีคนมาช่วยได้ แต่นี่ฉันเป็นดวงจิต แถมยังมีคุณคนเดียวที่มองเห็น ถ้าฉันเป็นอะไรไป ใครจะรับผิดชอบ...บางทีพ่อแม่ฉันอาจจะรอให้ฉันฟื้นอยู่ก็ได้ ฉันยังไม่อยากเป็นอะไรโดยที่ไม่ได้ลาพ่อแม่นะ”
เหยี่ยวชะงักรู้สึกผิดที่พูดเล่นมากไป พอดีจ่านกน้อยโทร.เข้ามา บอกว่ายอดชัดไม่ยอมให้การอะไรสักอย่าง น้ำรินได้ยินบอกเหยี่ยว ถ้าความฝันเมื่อคืนเป็นความจริง ยอดชัดเป็นหุ้นส่วนกับแม่ตน ยอดชัดต้องรู้แน่ว่าตนเป็นใคร ให้เขารีบไปสอบสวนยอดชัด เหยี่ยวครุ่นคิดตาม
เหยี่ยวมาสำนักงานสืบสวน เข้าไปสอบปากคำ ยอดชัดเอง น้ำรินกับจ่านกน้อยยืนประกบ เหยี่ยวเปิดฉากถามยอดชัด “ฉันรู้ว่าเดอะชลาธารยังมีหุ้นส่วนสำคัญอีกคนหนึ่ง เป็นใคร”
ยอดชัดมีท่าทางกวนๆปฏิเสธไม่มี เหยี่ยวถามเน้นหุ้นส่วนที่มีลูกสาวชื่อน้ำ ยอดชัดชะงัก ทำทีไม่รู้จักน้ำไหน แล้วบ่นหิวขอกินของเยี่ยมก่อนสมองไม่ทำงาน เหยี่ยวหงุดหงิด ข้างๆยอดชัดมีถาดใส่แฮมเบอร์เกอร์ เฟรนฟรายด์และเครื่องดื่มวางอยู่ ยอดชัดหยิบน้ำมาดูด เหยี่ยวหมั่นไส้กระชากคอเสื้อยอดชัด จ่านกน้อยดึงเหยี่ยวออกเตือนให้ใจเย็น อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
ooooooo










