ข่าว

วิดีโอ



ภพรัก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-แฟนตาซี-ลึกลับ

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: คฑาหัสต์ บุษปะเกศ

กำกับการแสดงโดย: ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์

ผลิตโดย: บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: หมาก ปริญ,เบลล่า ราณี

อัลบั้ม: หมาก ปริญ พบกับ เบลล่า ราณี ร่วมถ่ายทอดอานุภาพแห่งความรักใน "ภพรัก"

เหยี่ยวตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้ำริน เธอบอกว่ามีวิญญาณดวงหนึ่งไม่ต้องการให้เธอเข้าร่างได้ ปริกรีบบอกว่าจะถ่วงเวลามันไว้ ให้น้ำรินรีบเข้าร่าง แต่วิญญาณชลชาติกลับคำรามก้อง

“วิญญาณทุกดวงมีอำนาจเหมือนกันในวันพระ แรงอาฆาตแค้นของกูจะทำลายพวกมึง”

เกิดการต่อสู้ด้วยพลังระหว่างชลชาติกับปริก เหยี่ยวรู้สึกเพียงลมปะทะหน้าแรงๆ และเห็นแสงแปลบปลาบ แต่พลันเขาก็ถูกชลชาติบีบคอเพราะพยายามจะช่วยน้ำริน ปริกร้องลั่นให้ปล่อยพวกเขา เกิดรัศมีสีแดงกระแทกวิญญาณชลชาติกระเด็น ปริกบอกน้ำรินให้รีบเข้าร่าง

“ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างมีเวลาของมัน” น้ำรินไม่เข้าใจ “วันนี้เวลานี้ เวลาของไอ้สัมภเวสีหมดแล้ว นรกที่กำลังไล่ล่าวิญญาณกำลังจะปรากฏเพื่อเอาวิญญาณผีเร่ร่อนกลับไปแล้ว”

ทันใด เกิดรอยแยกบนพื้น แสงสีแดงพุ่งขึ้นมาอย่างน่ากลัว เหยี่ยวมองเห็นตะลึงถามน้ำรินเกิดอะไรขึ้น เธอบอกว่านรกกำลังมาเอาวิญญาณร้าย ปริกเสียงเข้ม หมดเวลาของไอ้ผีร้าย น้ำรินนึกได้ว่าปริกก็เป็นวิญญาณเร่ร่อน แล้วจะปลอดภัยได้อย่างไร ปริกยิ้ม

“มีเกิดย่อมมีดับ ไหนๆจะดับก็ขอดับแบบมีคุณค่าซะหน่อยก็แล้วกัน”

วิญญาณชลชาติไม่ยอมยังฮึดด้วยแรงอาฆาตเข้ากระชากดวงจิตน้ำริน เหยี่ยวโผเข้ากอด ปกป้องไม่ยอมให้เธอเป็นอันตราย ปริกบอกชลชาติว่านรกตามวิญญาณเขาเจอแล้ววันนี้วิญญาณเขาต้องแหลกสลายไปพร้อมกับความเลวที่เขาเคยก่อไว้ ชลชาติกราดเกรี้ยว “กูจะฆ่ามึง!”

“อย่าได้หวัง ไอ้ผีหน้าด้าน ลงนรกไปได้แล้ว” ปริกรวบรวมพลังเข้ายื้อยุดลากวิญญาณชลชาติ “ลงนรกไปด้วยกันเลย ไอ้สัมภเวสี ไป...”

น้ำรินร้องลั่น...ไม่นะป้าปริก ปริกโบกมืออำลา ซาโยนาระ เจอกันใหม่ชาติหน้า ปริกลากชลชาติลงไปในรอยแยก บังเกิดเปลวไฟแผดเผา ชลชาติร้องลั่น พื้นบริเวณนั้นค่อยๆปิดลง

“ฉันทำให้วิญญาณของป้าปริกดับสลาย...ฉันขอโทษ” น้ำรินร่ำไห้

เหยี่ยวเตือนให้รีบกลับเข้าร่าง อย่าให้การเสียสละของปริกไร้ค่า...น้ำรินนึกได้ตั้งสติพยายามประสานจิตเข้ากับร่าง เหยี่ยวมองอย่างลุ้นๆ ทันใดวิญญาณชลชาติตะกายกลับขึ้นมาจากนรกที่ยังปิดไม่สนิท “กูไม่ยอมให้มึงมีชีวิต มึงต้องตกนรกไปพร้อมกู!”

เหยี่ยวเห็นแสงสีแดงพุ่งใส่น้ำริน ก็โผกอดเธอไว้ ชลชาติวาดมือซัดเหยี่ยวกระเด็นไปตกบึงน้ำ ร่างเขาหมดสติจมดิ่งลงก้นบึ้ง ชลชาติย่างสามขุมเข้าหาน้ำริน ปริกตามกลับขึ้นมาลากชลชาติกลับลงไปอีกครั้ง ดวงจิตน้ำรินหายวูบไป ทุกอย่างสงบลง...

ทางเดินโรงพยาบาล เตียงคนไข้ซึ่งมีร่างเหยี่ยวและร่างน้ำรินนอนไม่ได้สติ ถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินพร้อมกัน หมอและพยาบาลช่วยกันปั๊มหัวใจคนทั้งสอง ชีพจรน้ำรินกลับเป็นปกติแต่ยังไม่ฟื้น ส่วนเหยี่ยวขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองตอนจมอยู่ใต้น้ำ ทำให้เขายังไม่ฟื้น

สงครามพาธารามารอหน้าห้องฉุกเฉิน เธอภาวนาให้ลูกสาวและเหยี่ยวปลอดภัย...ร่างเหยี่ยวถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้าเพื่อให้ชีพจรกลับมาเต้นเป็นปกติแต่ก็หมดหวัง หมอกำลังจะขานเวลาที่เขาเสียชีวิต ทันใด ในสมองเหยี่ยวมีเสียงคำพูดที่ให้กำลังใจน้ำริน ให้เธอมีชีวิตกลับมาหาเขา กลับมามีความสุขด้วยกัน...เสียงชีพจรเหยี่ยวกลับมา หมอกับพยาบาลแปลกใจ หัวใจเขาเต้นเป็นปกติ เหยี่ยวและน้ำรินสื่อสัมพันธ์กับหัวใจด้วยกันอีกครั้ง

ooooooo

หน้าห้องไอซียู ยายนวล จ่านกน้อยและแนนยืนอยู่อย่างกระวนกระวายใจ แนนให้ทุกคนกลับไปก่อน ตนจะอยู่เฝ้าเหยี่ยวหน้าห้อง เพราะกลับไปตนก็นอนไม่หลับ ยายนวลซาบซึ้งใจ

“โลกนี้จะมีใครรักเหยี่ยวได้เท่าหนูแนนอีกไหม ยายว่าผู้หญิงที่เหมาะสมกับหลานยายมากที่สุดก็คือหนูแนนนี่แหละ”

จ่านกน้อยพายายนวลเดินออกมา เจอกับสงครามและธารา สงครามทักทายและแนะนำให้รู้จักกับธารา ธาราขอเป็นเจ้าของไข้เหยี่ยวเพราะเขาได้ช่วยชีวิตลูกสาวตน ยายนวลตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าลูกสาวธาราชื่อ...น้ำริน

คืนนั้น ธาราอยู่เฝ้าน้ำรินในห้องไอซียูไม่ยอมกลับ เฝ้ามองด้วยความห่วงใย “ในที่สุดเราก็ได้พบกัน แม่เสียใจที่บาปกรรมที่แม่ก่อ ทำให้หนูต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วย หนูต้องฟื้นนะลูก เราจะช่วยแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในอดีตด้วยกัน”

ในความฝันของน้ำริน เธอล่องลอยไปในสถานที่สวยงาม เห็นหญิงคนหนึ่งกำลังเดินไปตามทาง น้ำรินจำได้ร้องเรียก “ป้าปริกจะไปไหน...”

ปริกหันกลับมา ใบหน้าเธอดูสวยไม่คล้ำดำเหมือนก่อน บอกน้ำรินว่า ตนจะไปที่ชอบๆ น้ำรินใจหายเพราะจะไม่ได้เจอกันอีก ปริกบอก “เจอสิ ชาติหน้า ชาติไหน ภพใด หล่อนกับฉันหนีกันไม่พ้น ไม่อยากเจอก็ต้องเจอ ไม่อยากจากก็ต้องจาก เพราะมันเป็นกรรมที่เราทำร่วมกันมา ฉันกับหล่อนไม่ได้เจอกันครั้งนี้เป็นครั้งแรก งง...งง...ทำหน้างงยังสวยเลยคนอะไรวะ จำที่ฉันเคยบอกได้ไหม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผล คนทุกคนจึงเกิดมาเพื่ออะไรซักอย่างเสมอ ฉันกับหล่อนเกิดมาเพื่ออุปถัมภ์ค้ำชูช่วยเหลือกันทุกภพทุกชาติ”

“ทุกภพทุกชาติ...ป้าปริกกับฉันเคยเจอกันมาหลายชาติแล้วเหรอ”

แววตาปริกอ่อนลง กล่าวอย่างนอบน้อม “ใช่เจ้าค่ะ...คุณหนูของปริก” รอบตัวกลายเป็นอดีตกาล ปริกนั่งบนพื้นในเรือนไทย น้ำรินนั่งอยู่บนตั่ง “ถ้าคุณหนูกับหมวดเหยี่ยวเกิดมาเพื่อความรักซึ่งกันและกัน ปริกกับคุณหนู มันก็คือความจงรักภักดี...ไม่ว่าความรักแบบไหน เกิดขึ้นจากเหตุสองประการ คือด้วยการอยู่ร่วมกันในกาลก่อนและด้วยการเกื้อกูลกันในปัจจุบัน”

น้ำรินทึ่งแสดงว่าตนเจอกับปริกและเหยี่ยวเมื่อชาติก่อน ปริกกล่าวว่า เธอกับเหยี่ยวเคยเป็นคู่ครองร่วมทุกข์ร่วมสุข มีการพรากจากกัน เคยทำบุญในพุทธเขตร่วมกันไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ แรงเหวี่ยงของกรรมใหญ่ฝ่ายกุศลจึงดึงดูดให้วิญญาณตามติดกันไปเรื่อย เหมือนดังด้ายแดงในตำนานของชาวจีน ที่ผูกมัดเป็นสายใยให้ต้องพบเจอกันและรักกัน มันคือบุพเพสันนิวาส

น้ำรินอึ้งเพราะชาตินี้ต่างคนต่างมีคู่หมั้นหมาย ปริกย้ำ “บุญเก่าทำให้ได้พบกัน บุญใหม่เกื้อหนุนกันให้ได้อยู่ร่วมกันในชาตินี้ ตราบใดที่มีศรัทธาในแนวความเชื่อ ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนก็จะได้ครองรักมิต้องพรากจากกันตลอดไป”

น้ำรินถามแล้วทำไมต้องจากกัน ปริกตอบว่า “มันหมดเวลาของปริกแล้ว ปริกได้ดูแลปกป้องคุ้มครองคุณหนู หน้าที่ของปริกเสร็จสมบูรณ์แล้ว ปริกก็ต้องไป อย่าเศร้าไปเลย พบแล้วก็จาก จากแล้วก็พบใหม่ เฉกเช่นความรักแบบอื่นๆ ที่ยังไงก็ต้องทำให้พบกัน เราหนีกันไม่พ้นหรอกเจ้าค่ะคุณหนู” ทั้งสองร่ำไห้อาลัยกัน

ทันใดก็เกิดแสงสว่างเรืองรองบนท้องฟ้า พุ่งเข้ามารับร่างปริกให้ลอยขึ้นไป ปริกยิ้มอย่างมีความสุข น้ำรินฝืนยิ้มทั้งน้ำตา มองวิญญาณปริกลอยขึ้นสวรรค์

ร่างน้ำรินที่นอนบนเตียง พึมพำเรียกปริก ธาราซึ่งฟุบหลับข้างเตียง ผวาขึ้นมองปลุกให้ฟื้น น้ำรินลืมตามาเห็นแม่ น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มไหลริน สองแม่ลูกผวากอดกันด้วยความรักและคิดถึง...ด้านแนนยืนเกาะกระจกมองเหยี่ยวนอนนิ่งอย่างกลัดกลุ้ม นึกประมวลเหตุการณ์ที่ผ่านมา เหยี่ยวมักจะปัดไม่ให้เธอดูแลหรือทำอะไรให้... เหยี่ยวขอให้อยู่ห่างกันซักพัก มีเรื่องสำคัญต้องทำเป็นเรื่องที่เขาบอกไม่ได้

พลันมีหมอกับพยาบาลวิ่งเข้าไปในห้องที่เหยี่ยวนอน แนนตกใจถามเกิดอะไรขึ้น พยาบาลบอกว่า คนไข้รู้สึกตัว แนนดีใจมาก

ooooooo

วันต่อมา น้ำรินอาการดีขึ้นมาก เธอถามธาราถึงตำรวจที่ช่วยชีวิตเธอ ธาราบอกว่ารักษาตัวอยู่ห้อง ข้างๆ เกิดอุบัติเหตุจมน้ำยังไม่ฟื้น น้ำรินตกใจอยากไป เยี่ยม...พยาบาลเข็นรถเข็นพาน้ำรินไปทำกายภาพบำบัด น้ำรินคิดถึงคำพูดของปริกที่ว่า

“ชะตาชีวิตของคนสองคนที่เป็นคู่แท้ก็เหมือนแม่เหล็ก ไม่ว่าจะหนีไปไหน ชีวิตนึงก็จะลากอีกชีวิตนึงเข้ามาหากันเสมอ สายใยอื่นตัดได้ แต่ตัดสายใยแห่งบุญที่คู่แท้กระทำร่วมกันมาไม่มีวันขาด”

รถเข็นน้ำรินสวนกับรถเข็นเตียงเหยี่ยวหน้าลิฟต์ เธอรู้สึกประหลาดที่หัวใจ หันมองตาม มือเหยี่ยวขยับเหมือนรับสัมผัสเช่นกัน แนนดีใจรีบบอกพยาบาล แต่เธอว่าแค่กล้ามเนื้อกระตุก...น้ำรินต้องทำกายภาพอย่างหนักเพราะร่างกายนอนนิ่งมาเป็นเดือน แต่เรื่องอื่นเป็นปกติดี

หลายวันผ่านไป สงครามมาเยี่ยมเหยี่ยว เป็นห่วงที่เขายังไม่ฟื้น ปลอบใจแนนที่กำลังจะแต่งงานกันก็มีเรื่องแบบนี้ แนนบอกว่าถึงอย่างไรตนก็ยินดีจะดูแลเหยี่ยว สงครามยิ้มชื่นชม...

ขณะที่ภพธรถือช่อดอกไม้มาเยี่ยมน้ำริน เผอิญคุยโทรศัพท์สั่งลูกน้องให้เฝ้าดูนับดาวด้วยไม่ไว้ใจ ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลก็ให้เก็บเสีย พลันสงครามเดินมา ภพธรตกใจแต่กลบเกลื่อนทักทาย...สงครามทำทีชื่นชมที่ภพธรเป็นคู่หมั้นที่ดี และหยั่งเชิงคุยเรื่องคดีนับดาวว่ากำลังสอบสวนขยายผลมีใครเกี่ยวข้องอีกบ้าง ภพธรพยายามทำตัวให้ปกติ ทำทีเสียใจไม่น่าหลงผิดตกเป็นเครื่องมือของนับดาว สงครามดักคอว่าเขาเป็นคนฉลาด ไม่น่าเชื่อว่าจะถูกหลอกได้

“บางครั้งคนที่ฉลาดที่สุด อาจจะโง่ที่สุดในบางเรื่อง ทุกคนอาจจะทำเรื่องผิดพลาดได้ แต่ถ้าคนคนนั้นสำนึกและเสียใจ เราก็ควรให้โอกาสเขาแก้ไขและทำความดีไม่ใช่เหรอครับ”

สงครามฝืนยิ้ม ยังไม่ไว้ใจภพธรเท่าไหร่...ในขณะที่น้ำรินอาการดีขึ้นจนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ เธอขอไปเยี่ยมเหยี่ยวก่อน เข้ามาในห้องพักของเหยี่ยว เห็นเขานอนไม่ได้สติก็น้ำตาร่วง กุมมือเขาปลุกให้เขาตื่น แนนออกจากห้องน้ำแปลกใจ น้ำรินเองก็สะดุ้ง แนนเช็ดเนื้อตัวให้เหยี่ยวและโกนหนวดให้เขา เธอเปรยว่าจริงๆเป็นหน้าที่พยาบาลแต่ตนอยากฝึกทำไว้ ถ้าเขากลายเป็นเจ้าชายนิทราจริงๆ น้ำรินสะท้อนใจน้ำตาคลอ คิดว่าไม่น่าเลวร้ายขนาดนั้น

พลันเสียงเหยี่ยวเรียก...น้ำ สองสาวประหลาดใจ แนนเข้าใจว่าเขาฟื้นและขอน้ำดื่ม น้ำรินรีบบอกว่าตนอยู่นี่ เหยี่ยวปรือตาขึ้นช้าๆ แนนเอาหลอดให้เขาดูดน้ำ ท่าทางเหยี่ยวยังเบลอๆ พอสักพักก็เอ่ยถามว่าแนนกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แนนบอกว่ากลับมาได้สองเดือนแล้ว เหยี่ยวแปลกใจทำไมไม่รู้เรื่อง ยังคิดว่าเธอกลับก่อนกำหนด แนนบอกตนเรียนจบตามกำหนด เหยี่ยวชักงงถามตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แนนชี้ไปที่น้ำริน

“เหยี่ยวพาคุณคนนี้หนีคนร้ายแล้วเกิดอุบัติเหตุจมน้ำ”

“คุณช่วยชีวิตฉันไว้ จำได้ไหมคะ” น้ำรินมองอย่างคาดหวังว่าเขาจะจำได้และดีใจ

แต่ท่าทางเหยี่ยวจำเหตุการณ์ไม่ได้ และจำน้ำรินไม่ได้เลยด้วยซ้ำ...น้ำรินช็อกน้ำตาร่วงกลับออกมา เจอกับภพธรและสงครามเข้าพอดี ภพธรจะเข็นรถพาน้ำรินออกไปเดินเล่น ธาราจึงถือโอกาสกลับบ้าน ฝากภพธรดูแลน้ำรินสักพัก...ภพธรทำทีคุกเข่าตรงหน้าน้ำริน ขอโทษที่ทำผิดต่อเธอ และสัญญาจะดูแลเธออย่างดี น้ำรินเองก็ขอโทษที่เมื่อก่อนเอาแต่ใจ ไม่มีเหตุผล

“เราจะเริ่มต้นกันใหม่ แต่งงานกันเมื่อไหร่ พี่จะทำให้น้องน้ำเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก” ภพธรสัญญา แต่ใจน้ำรินกลับคิดถึงเหยี่ยว คิดถึงคำพูดของเขา

“ขอบคุณที่ช่วยต่อจิ๊กซอว์ของผมจนเสร็จ คุณทำให้ชีวิตที่ขาดหายไปของผมกลับคืนมา”

น้ำรินพึมพำ ตนจะมีความสุขก็ต่อเมื่อเห็นเหยี่ยวมีความสุข ภพธรได้ยินไม่ถนัดถาม ใคร ใช่ตนหรือเปล่า น้ำรินตอบว่า คนที่ตนรัก ภพธรเข้าใจว่าเป็นตัวเอง น้ำรินกระอักกระอ่วนใจ

ในขณะที่หมอนำเหยี่ยวเข้าตรวจเช็กสมอง พบว่า ความทรงจำของเขาหายไปช่วงหนึ่ง เหยี่ยวจำได้เพียงว่า ตนขี่จักรยานกลับบ้าน พบการเกิดอุบัติเหตุรถชนตกบึง แนนแย้งว่านั่นมันสองเดือนมาแล้ว หมอบอกว่าสมองเป็นอวัยวะที่ซับซ้อนมาก อาการนี้ยังหาสาเหตุไม่ได้ ต้องให้เวลา ความทรงจำอาจกลับมาได้ แนนบีบมือเหยี่ยวอย่างให้กำลังใจ

ระหว่างกลับห้องพัก รถเข็นน้ำรินกับเหยี่ยวถูกเข็นมาเจอกันหน้าลิฟต์ น้ำรินดีใจพยายามมองให้เหยี่ยวจำตนได้ แต่กว่าเขาจะหันมา น้ำรินก็ถูกเข็นเข้าลิฟต์ไปแล้ว เหยี่ยวมองตามด้วยรู้สึกผูกพันกับผู้หญิงคนนี้แต่จำไม่ได้

ด้านธาราคุยกับสงครามที่บ้าน ว่าอยากจะวางมือทางธุรกิจ ยกให้น้ำรินกับภพธรดูแล สงครามย้อนถามว่าไว้ใจภพธรขนาดนั้นแล้วหรือ ธาราว่าอยากให้โอกาสคนผิด เพราะต้นเหตุที่เขาหลงผิดมาจากตน จึงขอเป็นหมั่นทำดีมีสติ รู้ตัว ลดละความโกรธแค้นในใจ ฝึกให้อภัย ถึงจะยากแต่ก็จะพยายาม สงครามถอนใจขอเป็นกำลังใจให้เพราะอยากเห็นเธอมีความสุข

ooooooo

เมื่อยายนวลมาเยี่ยมเหยี่ยว แนนบอกว่าหมอให้กลับบ้านได้วันพรุ่งนี้ ปลาทูกับปูอัดร้องไชโยด้วยความดีใจ ยายนวลก็ดีใจจะได้จัดงานแต่งงานเสียที เหยี่ยวถามใครจะแต่งกับใคร พอทุกคนบอกว่าเขาหมั้นกับแนนแล้ว เหยี่ยวยิ่งแปลกใจ แนนเขินอายแต่ก็ดีใจ

น้ำรินหยุดฟังอยู่หน้าห้อง ใจสลายน้ำตาคลอ...

วันนี้น้ำรินได้กลับบ้าน เธอเอาแต่เศร้า ธาราเข้าใจว่าคงเหนื่อย ภพธรรับปากจะดูแลน้ำรินเอง ธาราขอบใจ เขาก้มกราบ

“ผมต่างหากครับที่ต้องขอบพระคุณคุณอาที่ให้โอกาสอีกครั้ง ผมเสียใจมากที่ทำร้ายคนที่ผมรักมากที่สุดด้วยความหลงผิด ขาดความยั้งคิด ผมขอโทษนะครับ”

“เธอก็เหมือนลูกของอา เมื่อลูกทำผิด แม่จะไม่ให้อภัยได้ยังไง” ธาราลูบหัวปลอบให้เลิกร้องไห้ บอกให้จำคำสอนของตน...การขอโทษที่จริงใจเท่านั้น ที่สมควรจะได้รับการอภัย

บ่ายวันนั้น ธาราให้ภพธรพามาเคารพอัฐินุติ ภพธร มองด้วยสายตาเคียดแค้น...น้ำรินถือโอกาสออกมาเยี่ยมเหยี่ยวที่บ้านเขา เธอเดินเข้ามาในบ้านอย่างคุ้นเคย ภาพอดีตผุดขึ้นมากมาย คำสัญญาของเหยี่ยวที่จะทำให้ตนจำเขาได้ถ้าเกิดตนฟื้นขึ้นมาแล้วจำเขาไม่ได้ แต่การณ์กลับเป็นเขาจำตนไม่ได้ น้ำรินเสียใจ พลันเหยี่ยวเดินออกมาเจอถาม

“คุณ...คุณเป็นอะไร มานั่งร้องไห้อยู่ที่นี่ทำไม”

น้ำรินเงยหน้ามองด้วยความแปลกใจเหมือนวันแรกที่ตนมาที่นี่ น้ำรินถามเหยี่ยวจำตนไม่ได้จริงๆหรือ

เหยี่ยวนึก...จำได้แล้ว เธอคือคนที่เจอที่โรงพยาบาล น้ำรินหลงดีใจต้องชะงัก

“ระหว่างฉันกับคุณมีรายละเอียดมากกว่านั้น...ฉันน้ำรินไง ที่คุณชอบล้อว่าเป็นคุณนายเยอะอย่าง จำได้ไหมคะ”

เหยี่ยวส่ายหน้าเกิดอาการปวดหัว แนนเดินออกมาต่อว่าอย่าเพิ่งรบกวน เขาเพิ่งออกจากโรงพยาบาล น้ำรินจึงฝากผลไม้ไว้ให้ยายนวลแล้วกลับออกไป...ที่บ้าน น้ำรินเศร้าจนธาราสังเกตเห็น จึงให้ความใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อชดเชยเวลาที่ผ่านมา น้ำรินตื้นตัน

“น้ำสัญญาค่ะว่าจะทำตัวให้ดีขึ้น เลิกเอาแต่ใจซะที เพราะน้ำเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง น้ำอยากจะเริ่มต้นใหม่ ด้วยการแก้ไขสิ่งที่น้ำเคยทำผิดไปในอดีต” น้ำรินกอดธาราหาที่พึ่งทางใจ

วันต่อมา น้ำรินมาหาจ่านกน้อยที่สำนักงานสืบสวน เพื่อขอโทษและขอให้เขาอโหสิที่ตนไล่ลูกสาวเขาออกจากงาน จึงไปเผชิญเรื่องเลวร้ายจนต้องตาย นกน้อยบอกว่า ลูกตนเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อขึ้นเมื่อชาติที่แล้ว คนที่ฆ่าลูกคือยอดชัดไม่ใช่เธอ แต่ก็กล่าวคำอโหสิให้ เกิดลมพัดวูบ น้ำรินหันมอง เหยี่ยวเดินมา นกน้อยรีบแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน เหยี่ยวประหลาดใจที่เจอเธออีก น้ำรินตัดสินใจตามเหยี่ยวเข้าไปในห้องทำงาน เขาจึงถามมีอะไรให้รับใช้

“ไม่มีแล้วค่ะ แต่ฉันจะมาขอบคุณที่คุณเคยช่วยเหลือฉันมากมายหลายอย่าง”

“เท่าที่ผมฟังมา ผมแค่เอาร่างคุณออกมาจากบ้านหลังนั้นไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ใช่แค่นั้น คุณช่วยตามหาร่างให้ฉัน คุณค้นข้อมูลจากในตู้เอกสารนี้ จากในคอมแล้วก็ไปตามหาตามโรงพยาบาลด้วย...นี่ค่ะ คุณหาชื่อของฉันในแฟ้มนี้ คุณยังบอกเลยว่าคนชื่อน้ำมีเป็นล้านจะหาเจอได้อย่างไร แต่ฉันก็ยังบังคับให้คุณหา ฉันขอโทษนะคะ ฉันทำตัวไม่ดีเลย”

“เดี๋ยวๆ ยิ่งฟังยิ่งงง ในเมื่อคุณหมดสติ คุณจะรู้ได้ยังไงว่าผมตามหาร่างให้คุณ”

“ร่างฉันหมดสติ แต่ใจฉันเคยอยู่ที่นี่ อยู่กับคุณ ตรงนี้ เราหาข้อมูลด้วยกัน คุณจำได้ไหม”

ภาพความทรงจำผุดขึ้นในสมองเหยี่ยวอย่างบิดเบี้ยว ทำให้เขาเกิดอาการปวดหัว น้ำรินตกใจร้องให้คนมาช่วย แนนวิ่งเข้ามา พอเห็นน้ำรินก็โวยว่าเธออีกแล้ว ขอให้เธอกลับไปก่อน น้ำรินคอตกกลับไป...แนนพาเหยี่ยวกลับมาพักผ่อนที่บ้าน บอกยายนวลว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งทำให้เหยี่ยวเกิดอาการปวดหัว ยายกำลังงงๆ ก็พอดีน้ำรินเปิดประตูบ้านเข้ามา ยายนวลจำเสียงได้ทัก

“หนูน้ำ!”

น้ำรินหอบของมาฝากยายนวลมากมาย ทั้งสองนั่งคุยกัน ยายนวลขอบใจแทน เหยี่ยวคงดีใจที่จะได้กินปลาย่างซีอิ๊วกับกุ้งทอดของโปรด

แนนจัดแจงให้เหยี่ยวนอนหลับ แล้วเก็บข้าวของในห้องเขาให้เข้าที่เข้าทางอย่างเบาๆ เห็นรูปจิ๊กซอว์ใส่กรอบเรียบร้อยก็แปลกใจ เขาต่อเสร็จตั้งแต่เมื่อไหร่ ยิ่งเห็นตู้ปลาทองก็ยิ้มขำๆ

“เลี้ยงปลาทองเนี่ยนะ ไม่ได้เข้ากับตัวเลย” พอแนนหันมาเห็นตุ๊กตาหมีสีฟ้าก็ชักสงสัย บนโต๊ะมีกล่องเล็กๆวางอยู่ แนนลองเปิดดูเห็นด้ายแดงเก่าๆเก็บไว้อย่างดี ก็นึกถึงวันหมั้น ที่ตนดึงด้ายแดงนี้ออกจากนิ้วเหยี่ยว...แล้วเขาเก็บไว้ทำไม

ระหว่างนั้นเหยี่ยวฝันถึงน้ำริน เผลอเรียกชื่อ... น้ำ...แนนเข้าใจว่าเขาหิวน้ำ ก็อมยิ้ม แต่พอได้ยินเขาละเมอต่อว่า “คุณต้องไม่เป็นอะไร คุณต้องอยู่กับผม คุณจะตายไม่ได้...”

แนนชักงงว่าเหยี่ยวพูดถึงใคร จึงเดินออกจากห้อง ได้ยินยายนวลบอกให้หยิบยาก่อนอาหารให้ ก็เข้าใจว่าใช้ตน แต่พอจะเดินไปก็เห็นน้ำรินกำลังหยิบยาจากตู้ยาอย่างถูกต้อง

เสียงยายนวลคุย “หนูหายไปนานเลย คดีที่หนูเป็นพยานจบแล้วใช่ไหม”

“อ๋อ...จบแล้วค่ะ ตอนนี้หนูกลับไปอยู่บ้านแล้ว”

“ดีแล้วล่ะ ตอนนั้นยายก็กลัวว่าแนนจะรู้ว่าหนูน้ำมาอยู่กับเหยี่ยวที่นี่ หู้ย...เหยียบความลับซะเท้าโป่งเลย... เหยี่ยวกำลังจะแต่งงานกับคู่หมั้น”

แนนตะลึงเมื่อรู้ว่าน้ำรินเคยอยู่ที่นี่ น้ำรินก็ตกใจเมื่อรู้ว่าเหยี่ยวจะแต่งงาน จึงถามว่าเมื่อไหร่ ยายนวลบอกว่า “คงเร็วที่สุด ทันทีที่อาการป่วยของเหยี่ยวดีขึ้น น้ำริน...หนูกลับไปใช้ชีวิตของหนูเถอะ ปล่อยให้เหยี่ยวใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคนที่เขารักซะทีเถอะนะ”

“หนูไปจากเขาแบบนี้ไม่ได้จริงๆค่ะ เพราะหนูยังไม่ได้บอกเลยว่าหนูรู้สึกยังไงกับเขา”

“จะบอกไปทำไม ถ้าความรู้สึกของหนูจะทำให้เกิดปัญหากับเหยี่ยว อย่าทำให้เขาสับสนสิ...เชื่อยายเถอะ ต่อไปหนูกับเหยี่ยว ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า อย่าสร้างปัญหาให้กับใครอีกเลย เพื่อความสุขของทุกๆคน” น้ำรินอึ้งกับคำพูดของยายนวล

เย็นวันนั้น น้ำรินนั่งเศร้าอยู่ริมแม่น้ำที่มักมานั่งกับเหยี่ยวบ่อยๆ คิดถึงความหลังน้ำตาคลอ เหยี่ยวขี่จักรยานมาหยุดไม่ห่าง น้ำรินหันไปเห็นดีใจลังเลว่าควรลุกไปหาเขาไหม สุดท้ายตัดสินใจจะเดินไปแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นแนนถือน้ำเข้ามาให้เขา จึงต้องหันหลังเดินเลี่ยงออกไป

ooooooo

ภพธรจัดหาทนายความมือดีตามคำสั่งธาราให้แก่นับดาว แต่นับดาวไม่พอใจเพราะไม่ใช่ทนายประจำตัวของตน เธอไม่ไว้ใจ ภพธรบอกว่าเป็นห่วง นับดาวสวนห่วงว่าตนจะแฉหรือ... เห็นเขานิ่ง นับดาวจึงเยาะ คนรักกันไม่หักหลังกัน ภพธรยังนิ่งเดาอารมณ์ไม่ออก

“ดาวเคยบอกแล้ว งูเป็นสัตว์อาฆาตพยาบาทรุนแรง ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ก็ต้องล้างแค้นให้ได้”

“คิดว่ามีใครต้องกลัวเหรอ เธอมีหลักฐานอะไรปรักปรำคนอื่น ตรงกันข้ามหลักฐานทุกชิ้นระบุว่าเธอเป็นคนทำ...ห่วงตัวเองเถอะ คนเราไม่มีอะไรแน่นอน ความตายเกิดขึ้นได้ทุกที่ แม้แต่ที่นี่”

นับดาวเจ็บปวดใจบอกให้เขาเอาทนายความกลับไป ภพธรสวนว่าไม่ใช่ทนายของเขา พอดีธารากับน้ำรินมาเยี่ยม นับดาวไม่อยากเชื่อว่าสองแม่ลูกจะช่วยตน “เหลือเชื่อจริงๆ ฉันฆ่าเธอสองครั้งแต่เธอยังมายืนอยู่ตรงนี้ได้ ตายยากตายเย็น”

“หยุดนะนับดาว รู้ไหมว่ามันยากแค่ไหนกว่าจะทำใจให้อภัยคนที่ทำร้ายลูกตัวเอง”

นับดาวตวาดสวน “ถ้ามันยาก...จะมาช่วยฉันทำไม”

“การที่ฉันพิการต้องจมอยู่กับความทุกข์กว่าจะได้น้ำรินกลับคืนมา ทำให้ฉันได้คิด ชีวิตที่เต็มไปด้วยการชิงดีชิงเด่น อาฆาตพยาบาท จมอยู่กับกิเลสและความโลภ ไม่ทำให้ใครเป็นสุข เราควรมีชีวิตอยู่เพื่อให้...ให้กับคนที่ยากไร้ คนที่ด้อยโอกาส”

“นับดาว...ฉันเคยทำไม่ดีกับเธอไว้มาก ฉันผิดที่เอาแต่ใจ ไม่เคยคิดถึงจิตใจของคนรอบข้างโดยเฉพาะเธอที่เป็นเพื่อนรัก ฉันขอโทษฉันผิดไปแล้ว ให้อภัยฉันเถอะนะ” น้ำรินน้ำตาคลอ แต่นับดาวยิ่งขมขื่นใจ “เรื่องที่เธอเคยคิดร้ายคิดฆ่าฉัน ฉันอโหสิกรรมให้ ถือว่าเป็นการชดใช้สิ่งที่ฉันเคยทำกับเธอ ต่อไปนี้เวรกรรมระหว่างเราหมดสิ้นกัน เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเถอะนะ...”

พลันลมพัดวูบคล้ายมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น...ในห้องทำงานแฟ้มเอกสารร่วงจากมือเหยี่ยวลงพื้น เขารู้สึกตาพร่าปวดหัวจนต้องหลับตาลง ภาพเหตุการณ์ตอนเขาเข้าจับกุมยอดชัด จับกุมบุษบัน การต่อสู้กับมิสเตอร์หลิวผุดขึ้น ความทรงจำเขากลับมาบางส่วน

ขณะที่นับดาวมองน้ำรินอย่างไม่อยากจะเชื่อหู ธาราย้ำเพื่อเป็นการไถ่บาป ตนกับลูกจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทุกอย่างของเธอจนกว่าคดีจะสิ้นสุด นับดาวอึ้งอ่อนลง แต่พอภพธรบอกให้สารภาพทุกข้อหา ศาลจะเมตตาลดหย่อนโทษ และถ้ากลับตัวเป็นคนดี ตนกับน้ำรินพร้อมจะช่วยเหลือตลอดไป...ภพธรโอบไหล่น้ำรินอย่างทะนุถนอม สร้างความบาดตาบาดใจให้นับดาว เธอโกรธจนตัวสั่น ความคับแค้นย้อนกลับมา ระเบิดอารมณ์

“ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกแก ฉันเกลียดพวกแกเกินจะให้อภัย ความเกลียดนี้จะไม่มีวันหาย ไม่ว่าชาติหน้าชาติไหน ฉันก็จะไม่ให้อภัย” นับดาวเคียดแค้นเดินออกไป

ธาราปลอบใจน้ำริน “โกรธคือทุกข์ สุขคืออภัย...เมื่อไหร่นับดาวคิดได้ก็จะรู้จักให้อภัย”

น้ำรินสงสารเพราะรู้ว่าคนที่อยู่กับความเคียดแค้นจะไม่มีความสุขเลย ภพธรขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เพราะเขาก็อยู่กับความแค้นเช่นกัน เขาทำทีปลอบใจน้ำรินอย่าคิดมาก น้ำรินเห็นเหยี่ยวเดินอยู่ไกลๆ จึงขอให้ภพธรไปส่งแม่ที่บ้านก่อน ตนจะไปทำธุระ

น้ำรินเดินตามเหยี่ยวไปจนถึงหน้าร้านกาแฟ ตัดสินใจจะเข้าไปทักก็พอดีเห็นแนนเดินมา จึงเข้าไปหลบในร้านกาแฟ เหยี่ยวกับแนนตามเข้ามา น้ำรินหาที่หลบได้ยินเหยี่ยวพูดกับแนนว่าเมื่อครู่เห็นภาพในอดีต เห็นคดีที่เคยทำ แนนดีใจด้วย เตือนอย่าเครียดแม้จะยังไม่ปะติดปะต่อ

“เราอยากจำได้ เรามีความรู้สึกว่าความทรงจำเหล่านั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต”

น้ำรินได้ยินเหยี่ยวพูดแล้วรู้สึกหัวใจพองโต มีกำลังใจขึ้น แต่พอแนนบอกว่า มันต้องดีที่สุดอยู่แล้วเพราะเป็นช่วงที่เราหมั้นกัน ก็เจื่อนลงทันที เหยี่ยวหน้าเหวอไม่แน่ใจว่าใช่เรื่องนี้...น้ำรินเสียใจเดินออกจากร้าน เหยี่ยวตามออกมาพอดี เธอเลยรีบหลบเข้าไปร้านมินิมาร์ทข้างๆ เหยี่ยวกลับเดินเข้าร้านนี้เช่นกัน เธอต้องคลานหลบ ...คว้าหนังสือมาปิดหน้า พอเหยี่ยวออกไปจากร้าน น้ำรินถอนใจโล่งอก เก็บหนังสือคืนที่ชั้นจึงเห็นชื่อหนังสือว่า... บุพเพสันนิวาส

ทำให้น้ำรินคิดถึงคำพูดของปริกเรื่องชะตาชีวิตของคนสองคนที่เป็นคู่แท้ก็เหมือนแม่เหล็ก ไม่ว่าจะหนีไปไหนก็มีสายใยดึงดูดเข้าหากันเสมอ...น้ำรินตัดสินใจมากราบหลวงตาเคี้ยงที่วัด บอกอยากปรึกษาเรื่องเหยี่ยว หลวงตางง ปลาทูกับปูอัดโพล่งขึ้นว่าไม่เคยเจอกันจะให้คำปรึกษาได้อย่างไร น้ำรินจึงแนะนำตัวว่าตนคือดวงจิตที่อยู่กับเหยี่ยว หลวงตายิ้มปากสั่น

“อ๋อ รู้แล้วว่าใคร ทุกทีมาแต่เสียงแต่วันนี้มาให้เห็นหน้าค่าตากันกลางวันแสกๆเลยเนาะ”

ปลาทูกับปูอัดกระซิบกันว่าดวงจิตกับผีเหมือนกันไหม พอสรุปได้ว่าเหมือนก็ร้องลั่น...ผีหลอก! โผเข้า กอดหลวงตา น้ำรินคว้าแขนปูอัดให้จับตัวเธอว่าเป็นคน หลวงตาสวดมนต์

“อัตตาหิอัตโนนาโถ...ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” พอได้ยินน้ำรินพูดก็ถามปูอัดว่าผีหรือคน

ปูอัดตอบว่าคน หลวงตาเอ็ดแล้วร้องทำไม...น้ำรินขำ เล่าเรื่องให้หลวงตาฟังว่าเหยี่ยวจำตนไม่ได้ หลวงตาว่าต้องมีสาเหตุ “การที่เหยี่ยวเห็นดวงจิตของโยมอยู่คนเดียว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เมื่อโยมเข้าร่างได้แล้วแต่เหยี่ยวจำโยมไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเช่นกัน...ทุกเรื่องในโลกมีกรรมเป็นเครื่องกำหนด ถ้าเข้าใจเหตุก็จะเข้าใจผล ถ้าโยมคิดว่า ความรักคือเหตุ แล้วรักแท้คืออะไร”

น้ำรินครุ่นคิดตาม...ในวันเดียวกัน แนนซื้อจิ๊กซอว์มาให้เหยี่ยวเพราะเห็นว่าเป็นการพัฒนาสมองและเขาชอบเล่น เหยี่ยวขอบใจและกล่าวว่า...ชีวิตคนก็เหมือนจิ๊กซอว์ ต้องใช้เวลาต่อเรื่องราวทีละนิด แล้วเขาก็ชะงัก “เอ๊ะ! ทำไมคุ้นๆเหมือนเราเคยพูดให้ใครฟังมาก่อน”

“คงไม่ใช่เรา เพราะเราเพิ่งได้ยินเมื่อกี้เป็นครั้งแรก” แนนวางกล่องจิ๊กซอว์ลง

เหยี่ยวหยิบมาดูแล้วเกิดอาการปวดหัว ภาพน้ำรินต่อจิ๊กซอว์ด้วยกันผุดขึ้นมา เสียงน้ำรินบอกว่าจะช่วยต่อส่วนที่ขาดหาย...แนนชวนเหยี่ยวต่อด้วยกัน เขาปฏิเสธอ้างปวดหัว ว่าแล้วก็ลุกเดินไป แนนมองตามงงๆ...เหยี่ยวมาที่ริมแม่น้ำ เห็นน้ำรินนั่งเศร้าๆอยู่ก็รีบเข้าไปทัก น้ำรินดีใจแต่อีกใจอยากเลี่ยงหนี เหยี่ยวเรียกชื่อเธอ

น้ำรินดีใจหันมาถามเขาจำตนได้แล้วหรือ

“คุณบอกผมที่ออฟฟิศไง แต่ผมยังจำไม่ได้ว่าเคยช่วยอะไรคุณไว้บ้าง เห็นคุณบอกว่าเราสนิทกันมากเลยใช่ไหม”

“ไม่เป็นไร คุณจำได้แค่นี้ฉันก็ดีใจ อย่างน้อยคุณก็รู้แล้วว่าฉันชื่อน้ำริน...ชีวิตคนเราก็เหมือนจิ๊กซอว์ ต้องใช้เวลาต่อเรื่องราว สุดท้ายเราก็จะได้คำตอบ ได้จิ๊กซอว์ชีวิตที่สมบูรณ์”

“เฮ้ยเดี๋ยว! ทำไมคุณพูดเหมือนผมเป๊ะเลย”

น้ำรินตอบว่าเขาเป็นคนพูดและยังบอกอีกว่า ตนคือจิ๊กซอว์ที่ทำให้ชีวิตเขาสมบูรณ์...เหยี่ยวเขินไม่คิดว่าตนจะพูดหวานๆเลี่ยนๆแบบนี้ น้ำรินน้ำตาคลอกลั้นสะอื้นพึมพำ

“คุณสัญญาว่าจะไม่ลืมฉัน” เหยี่ยวถามเธอพูดอะไร น้ำรินฝืนยิ้ม “ฉันจะไม่ยอมแพ้หรอกนะคะ ฉันจะทำให้คุณจำเรื่องราวของเราให้ได้” น้ำรินปาดน้ำตาเดินจากไป

เหยี่ยววิ่งตามเรียก น้ำรินหันกลับมาบอกว่าเราจะได้ พบกันอีก แล้วหักใจเดินไป เหยี่ยวมองตามงงๆ...หลังจากนั้น เหยี่ยวกลับมาถามยายนวลว่าตนหมั้นกับแนนเพราะความรักจริงหรือ ยายนวลเออออว่าจริง เหยี่ยวบอกยายว่าตนไม่มีความรู้สึกนั้นเลย ยายจึงถามทำไมรักแนนไม่ได้

“ความรักเป็นเรื่องของความรู้สึก ไม่มีเหตุผลหรอกยาย ผมรู้สึกเหมือนรอใครสักคนอยู่”

คืนนั้นเหยี่ยวฝันถึงเหตุการณ์ที่เขาลงไปช่วย

ดวงจิตน้ำรินในน้ำ ตอนที่เธอโดนวิญญาณชลชาติทำร้าย เขากระชากร่างเธอมากอดปกป้อง เกิดพลังความรักอันบริสุทธิ์พุ่งใส่ชลชาติ...เหยี่ยวละเมอออกมา “น้ำ...อย่าตายนะ อยู่กับผม...อย่าตาย”

เหยี่ยวสะดุ้งตื่น เห็นปลาทองแหวกว่ายในตู้ปลา มีตุ๊กตาหมีสีฟ้าวางอยู่ข้างๆ เขาเอื้อมไปหยิบกล่องเล็กๆ

มาเปิดดู เห็นด้ายแดงที่ทำเป็นห่วง...เกิดภาพที่เขาสวมด้ายแดงกับน้ำรินผุดขึ้น

คืนเดียวกัน แนนคิดทบทวนที่ผ่านมา ชื่อน้ำ...ที่เหยี่ยวหลุดปากออกมาบ่อยๆ คำสนทนาของน้ำรินกับยายนวลที่ทำให้ตนรู้ว่าน้ำรินเคยอยู่กับเหยี่ยว...ด้านน้ำรินร้องไห้เสียใจที่เหยี่ยวยังจำตนไม่ได้ คำพูดของเหยี่ยวที่สัญญาว่า ถ้าเธอฟื้นขึ้นมาแล้วจำเขาไม่ได้ เขาจะใช้หัวใจทำให้เธอจำเขาให้ได้ ทำให้น้ำรินมีกำลังใจฮึดสู้ จะทำให้หัวใจเหยี่ยวจำตนให้ได้

ooooooo

วันรุ่งขึ้นน้ำรินมาที่บ้านเหยี่ยวอีกครั้ง เดินเข้าไปหาเขาในห้องนอน เขาแปลกใจมาก เธอบอกเขาว่า เคยอยู่ห้องนี้กับเขา เพราะมีเขาคนเดียวที่มองเห็นเธอ และช่วยหาร่างเธอจนเจอ

“ฉันพิสูจน์ได้ คุณไม่สงสัยเหรอคะว่าห้องคุณมีอะไรเพิ่มขึ้นหลายอย่าง ตรงนั้น...เป็นที่นอนของฉัน ดูรอบๆที่นอนสิคะ” น้ำรินชี้ไปที่เตียงที่เธอเคยนอน

เผอิญแนนมา ตกใจที่เห็นน้ำรินในห้องเหยี่ยวจึงแอบฟัง...เหยี่ยวเข้าไปดูที่ที่นอนของน้ำริน เห็นด้ายแดงที่เป็นห่วงเหมือนที่ตัวเองเจอเมื่อคืน จึงเอามาเทียบกันน้ำรินเล่าว่าเขาเป็นคนทำหลังจากเล่าตำนานเฒ่าจันทราให้ฟัง และเขาก็เป็นคนซื้อตุ๊กตาหมีสีฟ้าให้ เพราะตนชอบสีฟ้า

“ปลาตัวนี้คุณก็ซื้อให้ เพราะคุณคิดว่ามันหน้า เหมือนฉัน ในวันที่ฉันเศร้าสิ้นหวังคุณชวนฉันจัดตู้ปลาให้ลืมความหม่นหมอง คุณบอกฉันว่า...ไม่ว่าอะไร จะเกิดขึ้นคุณจะไม่ลืมฉัน ไม่ลืมผู้หญิงที่ชื่อน้ำริน”

เหยี่ยวพยายามนึกภาพตามได้บางช่วง น้ำรินย้ำคำพูดที่เขาเคยพูด “บางทีเราก็ไม่ได้จำทุกอย่างไว้ที่สมอง เพราะสมองอาจจะลืม แต่ใจไม่มีวันลืม”

คำพูดนี้ปักเข้ากลางใจเหยี่ยว...แนนตระหนักแล้วว่าความจริงเป็นอย่างไร น้ำรินเดินมาชี้รูปจิ๊กซอว์ที่ใส่กรอบ และบอกว่าเราช่วยกันต่อจนเสร็จ และเขาก็บอกว่าตนเติมเต็มชีวิตที่ขาดหายไปของเขา ภาพต่างๆ ผุดขึ้นในสมองเหยี่ยว

“คุณเอง...ที่ผมฝันถึง ผมฝันว่าลงไปช่วยผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นจากน้ำ แต่มองไม่เห็นหน้า”

แนนช็อกเจ็บปวดใจ ทนฟังต่อไปไม่ไหวกลับออกไป ...น้ำรินดีใจรีบย้ำ เราสัญญากันว่าจะไม่จากกัน เหยี่ยวกล่าวช้าๆ “ผมรู้ว่าตัวเองรอใครซักคนอยู่ แต่ผมจำคุณไม่ได้จริงๆ”

น้ำรินผิดหวัง พลันมือถือดังขึ้น เธอรับสายแล้วตอบกลับว่า ออกมาทำธุระ กำลังจะกลับ เธอรับนัดภพธรแล้วเจอกัน...น้ำรินมองเหยี่ยวอย่างผิดหวังเสียใจอีกครั้งก่อนจะจากไป

มาถึงภัตตาคารหรูที่นัดพบกับภพธร น้ำรินไม่มีแก่ใจจะพูดคุย ภพธรพยายามพูดถึงที่ผ่านมาว่าตน

หลงผิดอยากขอโทษและเริ่มต้นใหม่กับเธออีกครั้ง เขาทำเซอร์ไพรส์ให้พนักงานเข็นรถเข็นที่ตกแต่งด้วยดอกไม้สวยงาม มีฝาชีสีเงินครอบจานสีขาวใบใหญ่ พอเปิดออกมาเป็นแหวนเพชร ภพธรกล่าวขอแต่งงาน ขอเป็นคนดูแลเธอตลอดไป...น้ำรินรู้สึกอึดอัดใจ ทนไม่ไหว

“น้ำยังไม่พร้อม...น้ำยังแต่งงานตอนนี้ไม่ได้ น้ำรักใครไม่ได้ค่ะ”

ภพธรตะลึงไม่คิดว่าเธอจะปฏิเสธ น้ำรินขอตัวกลับแล้วลุกออกไป ภพธรมองตามอย่างเคียดแค้น กดโทรศัพท์สั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงอำมหิต “น้ำรินเลือกที่จะตาย เก็บน้ำรินกับไอ้หมวดเหยี่ยว ยิงกระสุนให้เจาะกลางกบาล ส่วนนังนับดาว มะรืนนี้จะถูกย้ายไปฝากขังที่เรือนจำ จัดการเก็บมันซะระหว่างทาง ใครที่ขัดขวางมันต้องตาย”

วันต่อมา เมื่อนับดาวถูกนำตัวย้ายไปฝากขังที่เรือนจำ ดารณีสั่งให้ลูกน้องคุมตัวไปส่ง...รถแล่นออกมาได้ระยะหนึ่งคนขับขับออกนอกเส้นทางแล้วจอด หันมายิงใส่ตำรวจที่นั่งข้างก่อนจะหันไปเล็งปืนใส่นับดาว...

พอสงครามรู้ว่ารถขับออกนอกพิกัด ก็ประสานตำรวจท้องที่ทันที

แนนมาบอกน้ำรินว่าตนถอนหมั้นกับเหยี่ยวแล้ว “ฉันได้แต่หวังว่าทุกคนจะยอมรับการตัดสินใจ ไม่มีอะไรเศร้าไปกว่าการต้องอยู่กับคนที่ไม่มีวันรักเรา เพราะเขา มีคนอื่นอยู่เต็มหัวใจ”

น้ำรินเองก็เศร้า “การถูกคนรักลืม เจ็บปวดไม่แพ้กันหรอกค่ะ”

“ถึงเขาจำคุณไม่ได้ แต่ฉันรู้ว่าหัวใจของเหยี่ยวมีแต่คุณ คิดถึงคุณ ฝันถึงคุณ ถ้าฝืนต่อไปก็เท่ากับฉันทำร้ายคนที่ฉันรักมากที่สุด ช่วยดูแลเหยี่ยวแทนฉัน ฉันอยากเห็นรอยยิ้มของเขา ช่วยทำให้เขามีความสุขแบบที่ฉันไม่มีวันทำได้ด้วยนะคะ”

แนนได้ส่งอีเมลบอกเหยี่ยวเพราะไม่เข้มแข็งพอที่จะพูดเอง ว่าตนไม่อยากหลอกตัวเองอีกต่อไป จึงขอทำเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ และคงย้ายไปประจำที่โน่นไม่กลับเมืองไทยอีก ขอเป็นเพื่อนกับเขาตลอดไป...

ยายนวลฟังจากเหยี่ยวแล้วตระหนักและยอมรับความจริง

“เหยี่ยว...บ่วงที่เกิดขึ้นในชีวิตเอ็ง เริ่มคลี่คลายไปทีละเปลาะๆ แล้วสิ่งที่เอ็งไม่เข้าใจคงใกล้จะแจ่มชัดขึ้นซะที รีบไปเถอะเหยี่ยว”

“ยายจะให้ผมไปตามแนนกลับมาใช่ไหมครับ”

“ยายผิดไปแล้วที่ทำให้คนสามคนไม่มีความสุขโดยเฉพาะเอ็ง...หลานรักของยาย ไปตามหาคนที่เอ็งรักและรักเอ็ง ไปตามหาความทรงจำที่ดีของตัวเอง ชีวิตเป็นของเอ็ง ใช้มันให้มีความสุขนะลูก” ยายนวลลูบหลังไหล่หลานชาย เหยี่ยวโผกอดด้วยความซาบซึ้ง

ooooooo

เมื่อความรักของสองคนไม่มีใครกีดขวาง น้ำรินจึงตั้งใจจะฟื้นฟูความทรงจำให้แก่เหยี่ยว ทั้งสองมาที่ที่เคยมาเที่ยวด้วยกัน ครั้งพาธารามาซ่อนตัว...เหยี่ยวมองสถานที่นี้อย่างงงๆ

น้ำรินย้ำคำที่เหยี่ยวเคยพูดที่นี่ “คุณบอกฉันว่า ถ้าฉันจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร ก็อย่าเผลอลืมคุณ...แต่กลายเป็นคุณที่ลืมฉัน”

เหยี่ยวขมวดคิ้วเพราะจำไม่ได้ น้ำรินพาเหยี่ยวมามุมถ่ายรูป ที่เขาเคยให้ช่างภาพถ่ายภาพคู่กันทั้งที่ในภาพไม่เห็นตัวเธอ ช่างภาพทักทายเหยี่ยวแถมแซววันนี้พกแฟนมาด้วย ช่างภาพชวนถ่ายรูปที่ระลึก เหยี่ยวปฏิเสธ แต่น้ำรินขอถ่าย

“ฉันอยากถ่ายค่ะ รูปภาพสามารถแทนคำพูดได้ล้านคำ เพราะมันไม่ได้บันทึกแค่สิ่งที่อยู่ในรูป แต่มีเรื่องราว ความรู้สึก ณ ตอนนั้นอยู่ด้วย บางทีรูปอาจจะทำให้คนบางคนรำลึกถึงความผูกพันในอดีตได้” น้ำรินขอตัวไปเปลี่ยนเป็นชุดที่เธอเตรียมมา

เหยี่ยวงงกับชุดที่น้ำรินเปลี่ยน จำไม่ได้ว่าเป็นชุดที่น้ำรินใส่ตอนเป็นดวงจิต...จากนั้นน้ำรินก็พาเหยี่ยวเดินดูที่ต่างๆ เขายังนิ่งเฉยจำอะไรไม่ได้ น้ำรินเอารูปภาพที่ถ่ายเก่ากับใหม่มาวางคู่กันให้เหยี่ยวดู รูปหนึ่งเหยี่ยวถ่ายคนเดียว อีกรูปถ่ายเมื่อครู่ เขาอึ้ง “ผมเคยถ่ายรูปที่นี่จริงๆด้วย”

“ตอนนั้นฉันบอกให้คุณเก็บรูปไว้เปรียบเทียบว่ารูปไหนคุณจะยิ้มหล่อกว่ากัน”

เหยี่ยวชี้ที่รูปถ่ายเดี่ยว “ผมว่ารูปนี้หล่อกว่านะ ถ้าคุณบอกว่ารูปบันทึกความรู้สึกได้ ตอนนั้นผมต้องมีความรักอยู่แน่ๆเลย ดูสิ...หน้าอินเลิฟชัดๆ คุณจำได้ไหมว่าผมรักใคร”

“คุณจำไม่ได้จริงๆเหรอคะ” น้ำรินสะเทือนใจจุกอยู่ที่คอแทบพูดไม่ออก น้ำตาเอ่อ...

ขณะเดียวกัน ภพธรจับตัวธาราจากบ้านมาที่โบสถ์ที่เป็นที่เก็บยาเสพติดอโรม่าของเขา เมื่อธาราฟื้นจากยาสลบ ภพธรเพิ่งเสพยาเพื่อเพิ่มความกล้าแก่ตัวเอง เขาผายมือไปรอบๆ

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่อาณาจักรของภพธร ของที่นี่ทุกชิ้นมาจากทรัพย์สินในเครือรินธารารีสอร์ต น้ำพักน้ำแรงของคุณทั้งนั้น...ยาเสพติดที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นเงินสดหลายร้อยล้าน”

ธาราตกใจถามทำแบบนี้เพื่ออะไร มันเป็นการทำลายชีวิตคน ภพธรหัวเราะร่าสวนกลับ

“ถามตัวเองก่อนดีไหม ชั่วชีวิตคุณสร้างความเลวร้ายทำลายชีวิตมนุษย์มาแล้วกี่คน ทั้งชีวิตคุณสามารถทำทุกอย่าง ได้เพื่อผลประโยชน์...ทำร้ายได้แม้แต่คนที่ได้ชื่อว่าเป็น เพื่อนรัก”

ธาราอุทานชื่อนุติ...ภพธรย้ำว่าใช่ เพื่อนที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อเพื่อน ธารายอมรับว่าเรื่องนุติเป็นตราบาปมาตลอดชีวิต ไม่มีวันไหนที่ตนไม่รู้สึกผิด ภพธรเสียงกร้าวประชดว่ารู้สึกผิดจนเอาตนมาเลี้ยงเพื่อจิกหัวใช้ตั้งแต่เล็กจนโต ใช้ลูกเพื่อนทำงานตอบสนองความโลภ ไม่รู้ว่าจิตใจเด็กที่เห็นพ่อฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตามันแตกสลายแค่ไหน ธาราอึ้งไม่รู้ว่าเขาคิดแบบนี้จึงขอโทษ

“ขอบคุณ แต่ผมไม่ต้องการ! เพราะวันนี้คุณต้องรับกรรมในทุกๆเรื่องที่ทำไว้กับชีวิตผม”

ธาราเพิ่งรู้ว่าภพธรอยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุทั้งหมดไม่ใช่นับดาว เธอถามเขาไม่รักน้ำรินบ้างหรือ ภพธร เสียงขุ่น ความรักกับความแค้น ถ้าเป็นเธอจะให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากัน เขาเข่นเขี้ยวเธอเคยบอกว่าน้ำรินเป็นยิ่งกว่าหัวใจ ธาราใจหายวาบรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรน้ำรินอีก...

ด้านเหยี่ยวเดินมาลานจอดรถกับน้ำริน เขาแปลกใจตัวเองที่เคยเกลียดกลัวการนั่งรถ แต่ตอนนี้รู้สึกเฉยๆ น้ำรินว่าคนเราจะสู้กับความกลัวก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริง เหยี่ยวรู้สึกคุ้นหูว่ามีคนเคยบอกตนแบบนี้ น้ำรินยิ้มดีใจที่เขาเริ่มจำได้

บนดาดฟ้าตึก มีมือปืนเตรียมพร้อมที่จะยิงเหยื่อที่มีผู้ว่าจ้างมา...ภพธรกดรับสายโทรศัพท์กรอกเสียงไปว่า ได้เวลาแล้วถามพบเป้าหมายแล้วใช่ไหม เขาหันมาบอกธาราว่า คราวก่อนเป็นแค่อุบัติเหตุ แต่คราวนี้...ฆาตกรรม ธาราร้องลั่นอย่าทำอะไรน้ำริน อยากฆ่าให้ฆ่าตน

“ยิ่งคุณเจ็บช้ำใจมากเท่าไหร่ มันคือความสะใจของ ผม” ภพธรไม่สนใจเสียงธารา สั่งยิงในทันที...ธาราดิ้นจนล้มลงพื้น ภพธรก้มตาม เสียงเปรี้ยง...พร้อมกระสุนเฉียดหัวเขาไป

ภพธรตกใจหันมองไปยอดตึกแล้วชักปืนยิงสวนโดนมือปืนตายคาที่ แล้วหันมาตวาดธาราหาว่าซื้อตัวมือปืนให้มายิงตน ธาราปฏิเสธไม่รู้เรื่อง ภพธรกราดเกรี้ยวลากตัวธาราออกมาที่สุสาน บอกว่าตั้งใจจะให้เธอรอลูกสาวเพื่อฝังรวมกันที่ข้างพ่อของตน แต่ตอนนี้เธอคงต้องตายก่อน... ภพธรยกปืนเล็งใส่ธารา ทันใด สงครามตามมาทันยิงแขนภพธรปืนกระเด็น เขากระเสือกกระสนหนีออกไป สงครามเข้าช่วยธาราด้วยความเป็นห่วง

ดารณีนำกำลังไล่จับภพธรแต่นับดาวขับรถมาช่วยภพธรออกไปได้...ภพธรดีใจขอบใจนับดาวยกใหญ่ นับดาวจอดรถข้างทาง มองภพธรด้วยความรักระคนแค้น บอกเขาว่าตนรักเขามากจนปล่อยให้เขาเป็นอันตรายไม่ได้ ถ้าชาติหน้ามีจริงตนขอเกิดมาเป็นคู่ของเขาและรักกันตลอดไป ว่าแล้วนับดาวก็ยิงภพธรอย่างเลือดเย็น จากนั้นโทร.แจ้งตำรวจรอให้มาจับ...

เหตุการณ์ร้ายๆผ่านไป ธาราบริจาคเงินอุทิศตนเข้าวัดบวชชีพราหมณ์ บุญกุศลทำให้การฟื้นฟูความทรงจำที่น้ำรินพยายามทำต่อเหยี่ยวดีขึ้นเรื่อยๆ น้ำรินพาเหยี่ยวมาริมทะเล เขาเริ่มจำได้ว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งหอมแก้มเขา น้ำรินตื่นเต้นดีใจ จู่ๆเหยี่ยวก็กอดและหอมแก้มเธอ

“ผมจำได้นะว่าตอนเด็กๆคุณเคยขโมยหอมแก้ม แล้วผมบอกว่าถ้าคุณกลับเข้าร่างได้เมื่อไหร่ ผมจะทวงหนี้ทันที...ไหนๆก็ไหนๆ ขอดอกเบี้ยด้วยแล้วกันนะ” เหยี่ยวกอดหอมอีก

ทั้งสองกอดกันด้วยความรักอันบริสุทธิ์...ไม่นาน ธาราก็เริ่มมีความรู้สึกที่ขา จึงเข้ารับการผ่าตัดจนกลับมาเดินได้ น้ำรินมาเยี่ยมนับดาวอีกครั้งขอให้เธออโหสิกรรมให้ แต่เธอนิ่งเฉย น้ำรินจึงบอกว่า ไม่ว่าเธอจะโกรธเกลียดตนอย่างไร สำหรับตนเธอคือเพื่อนรักเสมอ น้ำรินกลับไป นับดาวน้ำตาไหลพราก กล่าวอโหสิกรรมแก่น้ำริน ตนเลวเกินกว่าจะเป็นเพื่อนรักกับเธอ...

ธารารู้ว่าที่ผ่านมาเป็นเพราะกรรมเก่าจึงตั้งใจจะกระทำแต่ความดีและซาบซึ้งในมิตรภาพที่สงครามมีให้ตลอดมา ขอเป็นเพื่อนที่ดีกับเขาตลอดไป

น้ำรินบ่นคิดถึงปริก เหยี่ยวจึงถามได้ยินชื่อบ่อยเธอเป็นใคร น้ำรินเล่าว่าเธอเป็นที่ปรึกษาทางวิญญาณ เหยี่ยวแกล้งทำเป็นความจำหายไปอีก น้ำรินตกใจรีบบอกเรื่องราวความสัมพันธ์ของตนกับเขาใหม่ เหยี่ยวยิ้มยื่นแก้มอยากให้เธอหอม น้ำรินรู้ทันตีที่แก้มเขาแทน เขาร้องลั่นแล้วดึงเธอมากอดหอม “ไม่น่าเชื่อนะว่าเราอยู่ด้วยกันไม่กี่เดือนแต่เหมือนอยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต”

“มีคนเคยบอกฉันเรื่องคู่แท้ คู่ที่ตามติดข้ามภพกันมาไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ คุณเชื่อเรื่องนี้ไหม”

“เชื่อหรือไม่เชื่อ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือวันนี้...เวลานี้ ผมดีใจที่เรารักกัน...คุณอยู่ในหัวใจผมเสมอ ผมเกิดมาเพื่อรักคุณ...หัวใจของเรามีด้ายแดงผูกติดกันไว้ ไม่ว่าเราจะไปเกิดในภพใดภูมิใดที่ไหนในโลก เราก็ต้องมาเจอกันเพื่อรักกันตลอดไป...แต่งงานกันนะ”

น้ำรินยิ้มทั้งน้ำตา เหยี่ยวเอาแหวนออกมาบรรจงสวมให้เธอ สัญญาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะรักกันตลอดไป น้ำรินรับคำ “ไม่ว่าชาติไหน ภพไหน เราจะเป็นคู่แท้ของกันและกันค่ะ”

ทั้งสองเดินจูงมือมานั่งริมน้ำ พลันได้ยินเสียงร้องไห้ ทั้งสองหันไปมอง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ จึงถามเธอเป็นอะไร หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาถามทั้งน้ำตา “คุณเห็นฉันเหรอ!”

ทั้งเหยี่ยวและน้ำรินหน้าตื่นตะลึง เหตุการณ์ช่างเหมือนที่ผ่านมาไม่มีผิด...

ooooooo

–อวสาน–


ละครภพรัก ตอนที่ 12(ตอนจบ) อ่านภพรัก ติดตามภพรัก ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย หมาก ปริญ,เบลล่า ราณี 24 ธ.ค. 2557 07:50 2014-12-29T03:16:07+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ