ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เพลงรักเพลงลำ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ฝาจีบลักพาตัวงามไฉไลมาไว้ที่บ้าน กำนันฝอยรู้เห็นโกรธแทบเต้น ดึงหูลูกชายตัวดีออกมาด่า

    “ทำไมเอ็งทำอย่างนี้ หาเรื่องเดือดร้อนมาให้ข้าอีกแล้ว เอาตัวลูกสาวคุณนายโพยมยงมาทำไม”

    “พ่อฟังฉันก่อนสิ ปล่อยก่อน เดี๋ยวหูฉันขาด”

    “ปล่อยก็ได้วะ ตอบมาว่าไปลักพาตัวคุณงามไฉไลมาทำไม”

    “ก็คุณงามไฉไลเป็นเมียฉัน เป็นแม่ของลูกฉัน แต่ตอนนี้เธอแท้งลูกแล้ว...แล้วพ่อจะให้ฉันทำยังไง เมียฉันลูกฉัน ไม่ลักพาตัวเธอมาพ่อจะให้ฉันอยู่เฉยๆแล้วเป็นบ้าหรือไง”

    “เอ็งรู้มั้ยว่าไอ้ที่เอ็งทำนี่มันยิ่งกว่าบ้าอีก เอาตัว คุณงามไฉไลกลับไปส่งคุณนายโพยมยงคืนนี้เลย ก่อนที่เรื่องมันจะยุ่งถึงคุก”

    “ไม่! ฉันรักคุณงามไฉไล...คุณงามไฉไลต้องอยู่ที่นี่”

    “แล้วคุณงามไฉไลเขารักเอ็งหรือเปล่า”

    ฝาจีบอึ้งพูดไม่ออก...ขณะนั้นงามไฉไลอยู่บนบ้านกับฝาจุก เธอแผดเสียงใส่หน้าฝาจุกอย่างชิงชัง

    “ฉันเกลียดพี่ชายแก เกลียดๆๆๆ เกลียดแกด้วยนังฝาจุก ถ้าแกไม่พาฉันไปส่ง ฉันจะแจ้งตำรวจจับพวกแกทั้งตระกูล”

    ขณะที่งามไฉไลดิ้นรนข่มขู่ฝาจุกอยู่ที่บางลำเพื่อให้ตัวเองหลุดรอดไปจากเงื้อมมือของฝาจีบอยู่นั้น โพยมยงกำลังเอาเรื่องเพลงลำด้วยความเข้าใจผิดอยู่หน้าบ้านอรรถในกรุงเทพฯ

    เธอกล่าวหาเพลงลำให้คนลำตัดมาลักพาตัวงามไฉไล เพลงลำเป็นคนสุดท้ายที่พบลูกสาวของเธอที่โรงพยาบาล ไข่กาเถียงแทนเพลงลำแล้วนึกขึ้นได้ว่างามไฉไลอาจไปหาปกรณ์พลที่บางลำ โพยมยงจึงให้กุชงค์พาไป แต่เมื่อไปถึงไม่พบลูกสาว โพยมยงผิดหวังและพาลต่อว่าโฉมตรูกับปกรณ์พลอย่างสาดเสียเทเสียก่อนจะกลับกรุงเทพฯไปพร้อมกุชงค์

    งามไฉไลหาทางหนีออกจากบ้านกำนันฝอยแต่ไม่สำเร็จ เธอถูกฝาจีบนำตัวไปขังไว้ที่บ้านร้างห่างไกลผู้คน โดยให้ลูกน้องสองคนคอยเฝ้าแต่ไม่ให้บอกฝาจุก

    ฝาจีบพยายามพูดดีทำดีกับงามไฉไลแต่เธอเอาแต่ด่าเขาลูกเดียว พอสบโอกาสก็คว้าไม้ตีเขาเลือดอาบหน้าแถมยังบอกว่าจะกลั้นใจตายถ้าเขาไม่ปล่อยเธอกลับบ้าน ฝาจีบไม่รู้จะทำยังไงจำต้องถอยหนีออกมาตั้งหลัก และยอมกลับไปให้ฝาจุกทำแผลตามที่ลูกน้องแนะนำ เพราะเลือดไหลเยอะมาก

    หลังจากกุชงค์พาโพยมยงกลับไป ปกรณ์พลคิดทบทวนไปมาเรื่องงามไฉไลหายตัวไปสองครั้งสองครา ครั้งแรกแน่ใจว่าเป็นฝีมือฝาจีบแต่ผู้เสียหายไม่ยอมชี้ตัว มาครั้งนี้อดคิดไม่ได้ว่าฝาจีบน่าจะเกี่ยวข้องจึงรีบไปหาบัวเผื่อน

    กับเจิดแล้วพากันมุ่งหน้าไปยังกระท่อมหลังเดิมที่ฝาจีบเคยพางามไฉไลมาซ่อนตัว แต่ไร้ร่องรอยหลักฐานใดๆทั้งสิ้น

    ทั้งสามคนจึงกลับมาหลบมุมแอบมองเข้าไปในบ้านกำนันฝอยเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝาจีบ ปรากฏว่าเห็นฝาจุกกำลังทำแผลที่หน้าผากให้ฝาจีบอยู่ใต้ถุนบ้าน น่าสงสัยว่ามันไปทำอะไรมา

    กำนันฝอยเข้าใจว่าลูกชายถูกพวกลำตัดคณะบัวสายเล่นงานมาเลยตั้งท่าจะไปเอาคืน แต่ฝาจีบกลับตัดบทว่าไม่มีใครทำอะไรตน แล้วสั่งให้ฝาจุกทำอาหารใส่ปิ่นโตไว้ค่ำๆตนจะให้คนมาเอา

    พอถึงเวลาฝาจีบให้ลูกน้องสองคนมาเอาปิ่นโต ระหว่างทางเจอเจิดโดยบังเอิญ ทั้งคู่ท่าทีมีพิรุธทำให้เจิดสงสัยซักถามว่าจะเอาข้าวไปให้ใครแต่ไม่ได้คำตอบ พอเจิดกลับถึงบ้านรู้จากบัวสายว่าเพลงลำโทร.มาบอกเรื่องงามไฉไลหายตัวไป เจิดเลยเล่าให้บัวสายฟังว่าตนกับน้าบัวเผื่อนและปกรณ์พลสงสัยว่าจะเป็นฝีมือไอ้ฝาจีบ

    เวลานั้นฝาจีบอยู่กับงามไฉไลในบ้านร้าง เขาคะยั้นคะยอให้เธอกินข้าว อ้อนวอนอย่างน่าสงสารว่าเขารักเธอจริงๆ พร้อมจะทำทุกอย่างตามคำสั่งของเธอ งามไฉไลเลยสั่งให้เขาไปตายพร้อมกับยกปิ่นโตทุ่มใส่หัวแล้วด่าซ้ำอีกชุดใหญ่ ก่อนจะพาลพาโลก่นด่าเพลงลำหาว่าเป็นต้นเหตุให้ชีวิตของตนต้องเป็นแบบนี้ ความฝันที่จะได้แต่งงานกับปกรณ์พลดับวูบ

    ooooooo

    ฝาจีบกลับบ้านในสภาพหัวแตกเลือดโชก กำนันฝอยกับฝาจุกตกใจถามระรัวว่าไปทำอะไรมาคราวนี้อาการหนักกว่าคราวที่แล้ว

    “ใคร? พวกคนลำตัดทำกับเอ็งถึงยังงี้เชียวหรือวะ ก็ไหนนังบัวสายมันทำเหมือนเลิกรากันแล้วยังไงล่ะ นี่ ต้องเป็นฝีมือของไอ้บัวเผื่อนแน่ พ่อจะไปเอาเรื่องกับมัน”

    “พ่อ...อย่า!”

    “ทำไมล่ะพี่ฝาจีบ ถ้าน้าบัวเผื่อนไม่ยอมเลิกราก็เอาสิ ฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่งเลย”

    “ใช่ นี่มันคงยกพวกมาตีลูกข้า เอาพวกมากมารุมลูกของข้า พ่อจะไปเอาเรื่องกับมัน นังฝาจุกไปเอาปืนมา”

    ฝาจุกจะไปแต่ฝาจีบกระชากแขนไว้ “อย่า! ไม่ใช่พวกน้าบัวเผื่อนหรอก แต่พ่อไม่ต้องรู้หรอกว่าเป็นใคร”

    “ทำไมข้ารู้ไม่ได้ สำคัญนักหรือวะไอ้ฝาจีบ”

    “สำคัญกับชีวิตของฉันเลยล่ะพ่อ ฉันถึงไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ไงล่ะ รู้ไปถึงตำรวจฉันติดคุกแหงๆเลย”

    กำนันฝอยกับฝาจุกตะลึง ต่างหันมาจ้องหน้าฝาจีบด้วยความแปลกใจ...

    คืนนั้นเองคนในคณะลำตัดของบัวสายออกไปหาปลาแล้วผ่านทางบ้านร้างได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ นึกว่าผีที่มีข่าวผูกคอตายที่บ้านหลังนี้ก็เลยเผ่นหนีไม่กล้าเข้าไปดูแต่กลับมาเล่าให้พวกบัวสายฟัง

    บัวเผื่อนกับเจิดสังหรณ์ใจพากันไปดูให้เห็นกับตา ปรากฏว่าไม่ใช่ผีแต่เป็นงามไฉไล ทั้งสองคนจัดการกับลูกน้องฝาจีบจนสลบแล้วจะพาหญิงสาวออกไปแต่ฝาจีบโผล่เข้ามาพร้อมปืนในมือเสียก่อน ทันใดบัวสายก็ปรากฏตัวเอาปืนยาวจ่อหัวฝาจีบ ตำหนิการกระทำของเขาที่ลักพาตัวงามไฉไลมาทำให้แม่ของเธอเดือดเนื้อร้อนใจแทบจะบ้า แล้วขอร้องให้ปล่อยเธอไป
    ฝาจีบดึงดันไม่ยอมเสียเธอไปเพราะเขารักเธอ

    แต่งามไฉไลสวนทันควันว่าเธอเกลียดเขา เจิดกับบัวเผื่อนคาดไม่ถึงมองหน้ากันไปมา ขณะที่บัวสายกล่อมฝาจีบอย่างใจเย็นว่า

    “ปล่อยคุณงามไฉไลไปเถอะ ถึงจะขังเธอไว้ก็ไม่มีประโยชน์ หัวใจน่ะไม่เคยมีใครขังมันได้แล้วจะมี ประโยชน์อะไร”

    ฝาจีบจำนนทิ้งตัวลงคุกเข่าร้องไห้ ให้บัวสาย รีบพางามไฉไลไปก่อนที่ตนจะเปลี่ยนใจ...

    นอกจากจะช่วยงามไฉไลกลับมาได้แล้วบัวสายยังหาอาหารมาให้เธอกิน งามไฉไลซึ่งไม่เคยทำดีกับคนบ้านนี้ โดยเฉพาะกับเพลงลำที่เธอหาเรื่องอยู่ตลอด ถึงกับกระอักกระอ่วนละอายใจ

    เสียงเจิดส่งเสียงเรียกบัวสายอยู่หน้าบ้าน รายงานว่าพวกฝาจีบหนีไปตำรวจกำลังตามจับ งามไฉไลได้ยินถึงชะงัก หวั่นกลัวเรื่องที่ตนท้องกับฝาจีบจะไม่เป็นความลับอีกต่อไปหากเขาถูกจับ

    ooooooo

    เพลงลำโล่งใจหลังทราบข่าวงามไฉไลจากบัวสายในเช้าวันถัดมา...

    งามไฉไลยังอยู่ที่บ้านบัวสายแต่ไม่ยอมพูดกับใคร ข้าวปลาอาหารก็ไม่กิน เอาแต่นั่งกอดเข่าร่ำไห้ตั้งแต่เมื่อคืน จนบัวสายกับบัวผ่องหนักใจกลัวจะเจ็บไข้ได้ป่วยไปเสียก่อนจะได้กลับบ้าน

    บัวสายคะยั้นคะยอให้เธอกินข้าวสักสองสามคำ เธอส่ายหน้าแล้วเค้นเสียงออกมาอย่างคับแค้น

    “ฉันมาทำบ้าอะไรที่นี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉัน ทำไมมันถึงได้มีแต่เรื่องทุเรศทุรัง นี่ถ้าน้าบัวสายไม่เข้าไปช่วยฉัน ชีวิตของฉันจะเป็นยังไง เป็นเมียโจรอย่างนายฝาจีบงั้นหรือ”

    บัวสายทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ เอื้อมมือลูบไล้ท่อนแขนงามไฉไลอย่างปลอบโยน

    “อย่าคิดอะไรมากเลยคุณ เรื่องมันผ่านไปแล้ว พรุ่งนี้พอคุณกลับถึงกรุงเทพฯ ก็ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นนี่ซะ ชีวิตน่ะมันอยู่ที่คุณจะทำมันยังไง”

    “กินข้าวสักสองสามคำแล้วก็นอนเสียเถอะ เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนกันทั้งคืน ถ้าไม่กล้านอนคนเดียวก็เข้าไปนอนในเรือนยายก็ได้” บัวผ่องเอ่ยอย่างเมตตา บัวสายเสริมขึ้นว่าที่นี่ปลอดภัยถึงจะไม่มีผู้ชายอยู่ เพลงลำกับไข่กาไปอยู่บ้านพ่อเขา ตนอยู่สองคนกับแม่

    งามไฉไลรับฟังด้วยดีและมองสองแม่ลูกอย่างเป็นมิตร ก่อนจะเริ่มลงมือกินข้าวอย่างหิวโหย จังหวะนี้บัวผ่องนึกอะไรได้รีบดึงบัวสายออกมากระซิบถามอย่างร้อนใจ

    “เรื่องคุณงามไฉไลนี่จะทำยังไง อย่าลืมว่าคุณนายโพยมยงน่ะไม่เหมือนใคร เดี๋ยวจะมาหาว่าเรากักขังหน่วงเหนี่ยวลูกสาวเขา มันจะกลายเป็นทำคุณได้คุก”

    บัวเผื่อนเดินเข้ามาพอดี ส่งเสียงไม่ดังนัก “โธ่แม่... ตำรวจเขาก็ฟังความ ไม่ใช่มีหน้าที่จับคนใส่คอกอย่างเดียว พี่บัวสายเข้าไปช่วยคุณงามไฉไลออกมา นี่ถ้าไม่ได้พี่บัวสาย ฉันกับไอ้เจิดก็ยังไม่รู้เลยว่าจะช่วยออกมาได้ยังไง เราไม่มีปืน”

    “อะไรมันจะเกิดขึ้นก็ช่างเถอะแม่ ขอแค่ตอนนั้นเราช่วยคุณงามไฉไลได้” บัวสายย้ำ

    “แล้วเอ็งรู้มั้ยว่าไอ้ฝาจีบมันจะเป็นยังไง”

    “มันจะเป็นยังไงล่ะแม่ มันก็ถูกตำรวจจับเข้าคุกน่ะสิ” บัวเผื่อนกระแทกเสียงด้วยความชิงชัง

    เวลาเดียวกันนั้น ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านกำนันฝอยทุกซอกทุกมุมแต่ไม่พบแม้เงาของฝาจีบกับสมุนสองคน

    กำนันฝอยกับฝาจุกเพิ่งรู้เมื่อเช้าว่าฝาจีบลักพาตัวงามไฉไลไปขังไว้ที่บ้านร้าง เมื่อคืนพวกบัวสายไปช่วยออกมาได้ ส่วนลูกชายของกำนันหนีหายไปพร้อมสมุน กำนันกลุ้มใจเป็นที่สุดไม่รู้จะช่วยลูกยังไง เพราะคดีลักพาตัวไม่ใช่จะยอมความกันได้ง่ายๆเหมือนตีรันฟันแทง

    ฝาจีบกับสมุนสองคนว่ายน้ำหนีไปอีกฝั่ง หลบอยู่แถวป่าละเมาะ แต่แล้วฝาจีบเป็นห่วงพ่อกำนันและงามไฉไลจึงตัดสินใจจะกลับมาที่บ้านโดยไม่ฟังคำทัดทานของสมุน

    ดาหวันมาซื้อของที่ตลาดได้ยินชาวบ้านวิจารณ์เรื่องฝาจีบลักพาตัวสาวกรุงเทพฯก็รีบกลับไปเล่าให้ปกรณ์พลกับโฉมตรูฟังว่าพวกบัวสายเข้าไปช่วยงามไฉไลออกมา แต่ไม่รู้รายละเอียดว่าเธอเป็นยังไงบ้าง

    งามไฉไลไม่ได้กินไม่ได้นอนมาสองสามวัน เธอนอนซมพิษไข้ตัวร้อนจัด ทองน้ำงามซึ่งถูกเจิดไปตามให้มาดูแลร้อนใจมาก ร้องเรียกบัวสายมาดูอาการแล้วตกลงกันว่าต้องพาเธอไปหาหมอ

    งามไฉไลสะลึมสะลือปรือตามองทองน้ำงามแต่เห็นไม่ชัด ถามเสียงอ่อนระโหยว่าใคร?

    “ฉันเอง...ครูทองน้ำงามค่ะ เจิดให้คนไปตามแต่เช้าให้มาช่วยดูแลคุณ คุณไม่สบายนะ ฉันจะพาคุณไปส่งโรงพยาบาล”

    “อย่า! ไม่ต้อง!”

    “หนูไปโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯเถอะ ฉันจะให้เพลงลำเรียกรถพยาบาลมารับหนูที่นี่”

    “ไม่นะ อย่า” งามไฉไลร่ำร้องท่าทีหวาดกลัว

    ทองน้ำงามลุกออกไปเอายาแก้ไข้เข้ามาบอกบัวสายว่าต้องเอายาละลายน้ำกรอกปากงามไฉไลก่อนแล้วค่อยหาทางอื่น

    บัวสายเวทนา คะยั้นคะยองามไฉไลให้กินยาแก้ไข้แต่เธอเอาแต่ส่ายหน้าบอกว่าอย่าส่งตนกลับ กรุงเทพฯเลย ตนกลัว

    “คุณกลัวอะไร”

    “ฉันกลัวคุณแม่ ฉันไม่รู้จะตากหน้าไปพบคุณแม่ได้ยังไง อย่าส่งฉันกลับไปที่นั่น”

    งามไฉไลร้องไห้กระซิก บัวสายและทองน้ำงามสบสายตากันด้วยความกังวล

    “เอาเถอะ ฉันจะไม่ส่งหนูกลับ ไว้ให้หนูหายดีค่อยตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะทำยังไง ชีวิตมันไม่สิ้นไร้ทางออก มันยังมีที่ที่หนูจะไปได้ ไม่ต้องกลัว”

    “น้าบัวสาย ทำไมน้าไม่...”

    บัวสายรู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร ชิงพูดเสียก่อนว่า “เพราะฉันเป็นแม่ ฉันเข้าใจความรู้สึกของแม่กับลูกดี คุณโพยมยงก็เหมือนกัน หนูต้องเข้าใจแม่เหมือนอย่างที่แม่ต้องเข้าใจลูก”

    “คุณจะอยู่บางลำนานแค่ไหนก็ได้ไม่ต้องห่วงเรื่องคุณโพยมยง น้าบัวสายจะพูดกับแม่ของคุณเอง” ทองน้ำงามเอ่ยเสียงเรียบ แววตาเต็มไปด้วยความสงสาร งามไฉไลมองทั้งบัวสายและครูสาวด้วยความซาบซึ้ง

    ooooooo

    เพลงลำเป็นห่วงงามไฉไลจึงตัดสินใจกลับบางลำพร้อมไข่กา อรรถไม่ว่าอะไรแต่มีข้อแม้ต้องให้กุชงค์พาไป ส่วนปกรณ์พลที่อยู่บางลำก็ห่วงใยงามไฉไลเช่นกัน เขามาถึงบ้านบัวสายไล่เลี่ยกับพวกเพลงลำพอดี

    ด้านฝาจีบที่ย้อนกลับมาบ้าน พ่อกับน้องสาวต้องการให้เขาสู้คดี แต่กำนันก็อดหวั่นกลัวไม่ได้ว่าโพยมยงจะมาฉีกตนเป็นชิ้นๆ ถ้ารู้ว่าฝาจีบปล้ำงามไฉไลทำเมียแถมมีลูกด้วยกันจนแท้งไปแล้ว

    เมื่อเห็นอาการงามไฉไลค่อนข้างแย่ เพลงลำอยากให้เธอกลับไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ว่าจะกล่อมยังไง งามไฉไลก็ไม่ยอมไปสู้หน้าแม่ เพลงลำจึงไปเจรจากับโพยมยงด้วยตัวเอง ปรากฏว่าโดนโพยมยงไล่ตะเพิดเพราะคิดไปเองว่าเรื่องทั้งหมดต้นเหตุมาจากเพลงลำ

    ในเมื่องามไฉไลยืนยันไม่กลับกรุงเทพฯ โฉมตรูหนักใจหลังรู้จากปกรณ์พล เธอมาช่วยกล่อมอีกคนแต่ไม่สำเร็จ บัวเผื่อนเห็นท่าไม่ดีอาการงามไฉไลหนักขึ้นจึงให้ปกรณ์พลอุ้มเธอใส่รถไปส่งโรงพยาบาลบางลำ ส่วนโพยมยงที่เจ้ายศเจ้าอย่างแต่ก็ตามไปสมทบด้วยความเป็นห่วงลูก

    งามไฉไลเป็นมาลาเรียหมอต้องรีบรักษา โพยมยงโมโหด่ากราดทุกคนโดยเฉพาะปกรณ์พลตัวต้นเรื่องที่อยากทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับลำตัด ลูกของตนถึงต้องมายุ่งวุ่นวายที่บางลำจนเกิดเรื่องร้ายๆแบบนี้

    ปกรณ์พลพูดไม่ออก ขณะที่เพลงลำหน้าสลดรู้สึกผิด ออกมาคุยกันสองคนกับปกรณ์พลว่าถ้างามไฉไลเป็นอะไรไปเธอกับเขาต้องรับผิดชอบ

    “ผมไม่รู้ว่าผมกับเพลงลำทำผิดหรือเปล่า แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเราจะโทษตัวเองงั้นหรือ ผมรู้ว่าเพลงลำเสียสละมาก ผมเองก็เหมือนกัน หรือเพลงลำคิดว่าผมไม่เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพลงลำจะให้ผมทำยังไง หรือจะให้ผมรับผิดชอบชีวิตของงามไฉไล”

    “ค่ะ คุณต้องทำดีกับคุณงามไฉไล อย่าให้คุณงามไฉไลเสียใจอีก ไม่ต้องห่วงฉัน ถึงฉันจะไม่ได้อยู่กับพี่เจิด แต่ฉันก็มีสถานะเป็นลูกของคุณพ่อ...คุณต้องแต่งงานกับคุณงามไฉไลทันทีที่เธอดีขึ้น ทำเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของเธอ เงินจากกองมรดกของคุณพ่อ ฉันจะขอให้คุณพ่อแบ่งให้คุณครึ่งหนึ่ง”

    ปกรณ์พลตกใจมาก แต่เพลงลำพูดจริงทำจริง เธอกลับไปเจรจากับอรรถในวันนี้เลย อรรถไม่ขัดข้องเพราะตนเองตั้งใจไว้เหมือนกันว่าจะยกมรดกส่วนหนึ่งให้ปกรณ์พลในฐานะลูกที่ดี แต่เรื่องเพลงลำต้องการให้ปกรณ์พลแต่งงานกับงามไฉไลแล้วตัวเองต้องเจ็บปวด อรรถไม่เห็นด้วย

    โฉมตรูทราบเรื่องก็คิดเหมือนอรรถ แต่ปกรณ์พลบอกว่าตนจะแต่งงานกับงามไฉไลตามที่เพลงลำขอร้อง สภาพจิตใจของงามไฉไลเหมือนคนแพแตก ถ้าไม่มีใครสักคนคอยพยุงไว้เธอคงแย่

    “แล้วชีวิตลูกล่ะ แม่อยากให้ลูกคิดให้ดีนะ นี่เราจะหนีไม่พ้นเรื่องยุ่งๆ ที่มากับงามไฉไลเลยหรือ รู้ไหมว่าการที่เราต้องอยู่กับคนที่เราไม่ได้รักมันต้องฝืนแค่ไหน ถ้าคนคนนั้นดีกับเราก็ไปอย่าง แต่ถ้าไม่ล่ะ...แม่อยากให้คิดให้ดีนะลูก”

    ปกรณ์พลนิ่งไปอึดใจก่อนยืนยันคำเดิม...แล้วพอไปเยี่ยมงามไฉไลที่เพิ่งรู้สึกตัว เธอขอสัญญาว่าเขาจะไม่ทิ้งเธอ ปกรณ์พลตอบรับต่อหน้าเพลงลำที่อยู่ในห้องนั้นด้วย

    เจิดเป็นอีกคนที่ห่วงความรู้สึกของเพลงลำ เขาพยายามทักท้วงแต่ไม่สำเร็จ ส่วนทองน้ำงามที่มีใจให้เจิดมานานก็ยังคงเอาใจใส่เขาเหมือนเดิม เอาข้าวเอาแกงมาให้อยู่เนืองๆ จนแม่ของเธอไม่พอใจ ไม่อยากได้เขยที่มีแต่ตัว ครั้นจะหวังคนรวยอย่างฝาจีบลูกชายกำนันฝอยก็ไม่ได้ เพราะตอนนี้เขากลายเป็นโจรกำลังถูกตำรวจตามล่า

    ฝาจีบโดนตำรวจรุกหนักต้องกลับไปซ่อนตัวกับสมุนอย่างเดิม กำนันฝอยกับฝาจุกหาทางช่วยด้วยการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปเจรจากับโพยมยงขอความกรุณาไม่ให้เอาเรื่องลูกชาย แต่โดนเธอผลักไสเกรี้ยวกราดใส่จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

    อรรถมาพบโฉมตรูที่บางลำบอกเล่าเรื่องแบ่งมรดกครึ่งหนึ่งให้ปกรณ์พล เมื่อโพยมยงรู้ว่างามไฉไลจะแต่งงานกับปกรณ์พลแล้วใช้ชีวิตอยู่บางลำก็ไม่ยอมเด็ดขาด แล่นมาเล่นงานเพลงลำหาว่าเป่าหูลูกสาวตนจนไม่ยอมกลับกรุงเทพฯ แต่พอได้ยินอรรถพูดเรื่องยกมรดกครึ่งหนึ่งให้ปกรณ์พล โพยมยงก็เปลี่ยนท่าทีอย่างฉับพลัน

    เวลาเดียวกัน ปกรณ์พลเศร้าหมองเมื่อรู้จากโฉมตรูว่าอรรถจะยกมรดกให้เขาครึ่งหนึ่ง

    “เพลงลำทำตามที่พูดไว้จริงๆ ที่ขอให้คุณพ่อแบ่งมรดกให้ผม เรื่องที่คุณพ่ออ้างว่าเงินนี่ผมจะได้เก็บไว้ดูแลคุณแม่ตอนแก่มันเป็นแค่ข้ออ้าง”

    “ต๊ายตาย...นี่คุณอรรถจะแบ่งมรดกให้คุณกรณ์จริงๆหรือคะ” ดาหวันสีหน้าไม่เชื่อ

    “เขาบอกฉันยังงั้น ฉันทำอะไรไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณอรรถตัดสินใจ...กรณ์ ถ้าเป็นความคิดของเพลงลำ ลูกก็ไม่ควรจะปฏิเสธ บางทีเงินมรดกที่ลูกได้รับอาจจะล้างความรู้สึกผิดที่เพลงลำรู้สึกก็ได้”

    “ไม่ใช่หรอกครับคุณแม่ เพลงลำต้องการให้ผมกลับไปร่ำรวย คุณป้าโพยมยงจะได้ไม่รังเกียจผม”

    “นี่หมายความว่าคุณจะแต่งงานกับคุณงามไฉไลจริงๆหรือคะ ก็คุณงามไฉไลเพิ่งจะ...” ดาหวันกระดากที่จะพูดเรื่องคาวๆของงามไฉไล

    “อดีตมันคือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว...ถ้าเพลงลำจะรู้สึกผิดก็คงจะรู้สึกว่าตัวเองทำให้ชีวิตงามไฉไลเป็นแบบนี้ ถ้าเป็นความต้องการของเพลงลำ ผมจะแต่งงานกับงามไฉไลครับ”

    โฉมตรูกับดาหวันไม่เห็นด้วยแต่ไม่รู้จะเปลี่ยนใจปกรณ์พลได้อย่างไร

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:18 น.