ตอนที่ 2
เมื่อมีแก๊งนักเลงรีดไถเก็บค่าคุ้มครองที่อู่รถจากเถ้าแก่ ยอดไม่ยอมแน่ ต่อสู้กับพวกมันด้วยเชิงมวย โดยมีเพลงร่วมด้วยช่วยกัน รวมทั้งหมอเอื้อมเดือนที่รูปร่างบอบบางอ้อนแอ้นแต่เตะต่อยได้เข้าท่าจนเพลิงทึ่ง
หลังจากกำราบแก๊งรีดไถจนหนีเตลิดเปิดเปิงไป เพลิงบอบช้ำปากแตกคิ้วแตกเลยอ้อนหมอสาวให้เยียวยารักษาอีกรอบ แถมยังเลือกหมดสติในอ้อมอกของคุณหมอเสียด้วย...
ด้านเชนที่ต้องเสียทองสุกเพื่อนร่วมอาชีพไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่เชนก็ได้แก้แค้นให้เพื่อนด้วยการจับฟ้าลั่นยัดใส่คุกได้สำเร็จ แล้วเตรียมเดินทางกลับผาปืนแตกตามที่ทองสุกสั่งเสียไว้ก่อนตายว่า
“แกจะมาตายอยู่ที่นี่ไม่ได้ แกไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้แต่แกคือวีรบุรุษ แกต้องเป็นวีรบุรุษทั้งสนามรบและที่ผาปืนแตกบ้านของเอ็ง สัญญาสิวะเพื่อน...จำไว้...เอ็งไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นผู้แพ้”
ถ้อยคำประโยคนั้นของทองสุกทำให้เชนตัดสินใจกลับผาปืนแตก ซึ่งก่อนออกเดินทางเขาได้โทรเลขไปบอกทางบ้าน แต่น้ำค้างเด็กสาวหน้าตาดีที่เป็นสาวรำวงในคณะดนตรีพราวฟ้าของครูประสิทธิ์พ่อของเชนได้เก็บโทรเลขนั้นไว้โดยไม่บอกให้ใครรู้ เพียงเพื่อต้องการไปรอรับเชนที่สถานีรถไฟตามลำพัง
ที่หมู่บ้านผาปืนแตก ชาติลูกชายกำนันปราบทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้จนเป็นที่เลื่องลือไปทั้งหมู่บ้าน พอล่วงรู้ว่าวันนี้เชนเดินทางกลับมา ชาติซึ่งกำลังจะแต่งงานกับเนื้อทองคนรักของเชนก็เกณฑ์สมุนของตนไปดักรอต้อนรับอย่างจัดหนักจัดเต็มเพื่อแสดงอำนาจบาตรใหญ่
เนื้อทองยังรักเชนเสมอแต่เธอไม่อาจนิ่งดูดายกับปัญหาของครอบครัวที่พ่อก่อไว้ พ่อของเธอเล่นพนันจนเป็นหนี้กำนันปราบจำนวนมาก เมื่อความสวยไปต้องตาต้องใจลูกชายกำนันเข้า ทางออกที่จะแก้ปัญหาให้พ่อแม่ไม่ถูกอิทธิพลคุกคามก็คือเธอต้องแต่งงานกับชาติทั้งที่ไม่รัก
ขณะที่ชาติพาสมุนไปดักทำร้ายเชนที่สถานีรถไฟ เป็นจังหวะที่กำนันปราบไปกรุงเทพฯ ส่วนทางบ้านเชนก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะกลับวันนี้ ยกเว้นน้ำค้างคนเดียวที่เตรียมแต่งตัวสวยจะไปรับ แต่แล้วความลับก็แดงขึ้นมาจนได้เมื่อจิกกับแสนนักดนตรีในวงพราวฟ้าทราบจากบุรุษไปรษณีย์แล้วมาคาดคั้นเธอ
เมื่อรู้ว่าเชนกลับมาแน่ จิกกับแสนจึงออกเดินทางไปสถานีรถไฟ แต่ดูเหมือนจะช้าเกินไป เชนถูกพวกชาติไล่ยิงต้องวิ่งหนีตายไปตามตรอกซอกซอย
เวลานั้น กำนันปราบเพิ่งกลับถึงบ้านพร้อมลำดวนและวัลภา ลำดวนตื่นเต้นกับบ้านหลังใหญ่ของสามีใหม่ ตรงข้ามกับวัลภาที่แขวะขึ้นมาอย่างอคติต่อพ่อเลี้ยง
“เป็นแค่กำนันแต่มีบ้านไม้สักหลังใหญ่แบบนี้ ถ้าไม่โกงกินหรือทำธุรกิจผิดกฎหมายคงไม่มีปัญญาหรอกแม่”
“หุบปากแกไปเลยนะวัลภา จากนี้ไปแกจะต้องอยู่ที่นี่ เพราะฉะนั้นแกควรทำตัวให้น่ารักกับพ่อเลี้ยงของแก”
“หนูไม่มีวันเรียกเขาว่าพ่อเด็ดขาด”
ลำดวนไม่พอใจทำท่าจะสั่งสอนวัลภา แต่เด็กสาว ออกอาการพยศสะบัดหนีแม่ไปโดยไม่ฟังเสียงเรียก
“ช่างเถอะลำดวน เด็กมันยังเปรี้ยวอยู่ ปล่อยไปสักพักเดี๋ยวก็ซมซานกลับมาเอง ไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับลูกสาวเธอ ที่นี่ผาปืนแตก อิทธิพลของฉันมีอยู่ทุกตารางนิ้ว”
ปราบยิ้มหวานกับลำดวนแล้วหันไปถามลูกน้องว่าทำไมบ้านช่องเงียบเชียบ ลูกชายตนไปไหน เขาไม่รู้หรือไงว่าตนจะกลับวันนี้ ปรากฏว่าลูกน้องก้มหน้าไม่กล้าตอบ ปราบเลยเข้าไปกระชากคอเสื้อคาดคั้น
ขณะเดียวกันนั้น ชาติกับสมุนกำลังไล่ล่าเชนมาที่กลางหมู่บ้าน วัลภาเดินทะเล่อทะล่ามาถามชาวบ้านว่าตนกำลังจะไปกรุงเทพฯ ต้องไปขึ้นรถไฟที่ไหน แต่ชาวบ้านกลับบอกให้เธอรีบหาที่หลบภัยก่อนจะโดนลูกหลง
วัลภายืนงงไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร แต่พอได้ยินเสียงปืนดังกึกก้องและมองไปเห็นสถานการณ์วุ่นวายเบื้องหน้าก็ใจคอไม่ดี ยืนหันรีหันขวางก่อนจะวิ่งไปหา ที่หลบแล้วพบเจอเชนถือปืนอยู่ในตรอกข้างทางเชนตกใจนึกว่าพวกชาติตามมา ยกปืนเล็งไปที่หญิงสาวทันที
“ว้าย...อย่ายิงนะ ฉันไม่มีอาวุธ”
เชนชะงัก ถามว่าน้องสาวมาทำอะไรอยู่ตรงนี้
“ก็พวกแกยิงกันสนั่นลั่นไปทั้งถนน แล้วจะให้ออกไปยืนเสนอหน้ารอรับลูกหลงหรือไง”
“อย่าส่งเสียงดังสิน้องสาว”
“ไปเลยนะไอ้นักเลง ฉันไม่อยากติดร่างแหไปกับแกด้วย ไป...ชิ่วๆ”
“นี่...บอกให้เงียบ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง” เชนพุ่งเข้าใส่รวบตัวเอามือปิดปากเธอไว้เพราะกลุ่มของชาติกำลังเดินเข้ามาใกล้ วัลภาตกใจดิ้นรนและส่งเสียงอู้อี้ให้เขาปล่อย “อย่าพยศได้ไหมน้องสาว ถ้าน้องอยู่เงียบๆ น้องไม่โดนลูกหลงแน่”
“เรื่องอะไรฉันต้องฟังแก...ไอ้นักเลง”
พูดขาดคำ วัลภาดึงมือเชนมากัดจมเขี้ยวแล้ว วิ่งหนีออกมากลางถนน เชนสะบัดมือไปมาก่อนก้าวตามเพราะเป็นห่วง แต่ไม่ทันจะไปถึงตัวเสียงปืนดังเปรี้ยง! เชนโดนชาติยิงเฉี่ยวแขนล้มลงเลือดไหลทะลัก วัลภาหันขวับมาเห็นถึงกับยืนอึ้งตกใจ ชาติยิ้มย่ามใจเดินเข้ามาเตะปืนในมือเชนกระเด็นไป แล้วยกปืนในมือตัวเองจ่อหัว
“สุดท้ายเอ็งก็หนีข้าไม่รอดไอ้เชน”
“แน่จริงมาตัวๆกันเลยดีกว่ามั้ง”
“สภาพเอ็งตอนนี้เนี่ยนะ มาร้องขอวัดกันตัวๆกับข้า...ฮ่าๆๆๆ”
ชาติหัวเราะสะใจแล้วถีบยอดอกเชน ก่อนจะตามไปเหยียบแขนที่ถูกยิงย้ำแผลให้เชนเจ็บยิ่งขึ้น
“ที่ถูก...เอ็งควรจะร้องขอให้ข้าเป่าสมองเอ็งให้กระจุย จะได้ไม่ต้องทรมานต่างหากเว้ย” ชาติเหนี่ยวไกปืนแม็กนั่มด้ามสวย แต่วัลภารีบวิ่งเข้ามาขวาง
“พอได้แล้ว...อย่าถึงกับต้องฆ่าต้องแกงกันเลย”
“น้องสาว? น้องสาวเป็นใคร หน้าไม่คุ้น ไม่ใช่คนที่นี่”
“ฉันจะเป็นใครมันไม่สำคัญ แต่การถือปืนมาไล่ยิงกันให้ถึงตายแบบนี้มันผิดกฎหมาย”
“กฎหมาย...ฮ่าๆๆๆ ถ้าคิดว่ากฎหมายที่อื่นใช้กับที่นี่ได้ น้องก็ควรจะรู้ไว้นะว่าน้องหลงเข้ามาอยู่ที่ไหน” ว่าแล้วชาติพยักหน้าให้ลูกน้องจับตัวเธอออกมาเพื่อไม่ให้ขวางทางปืน “ที่นี่บ้านผาปืนแตก...จำเอาไว้ให้ขึ้นใจ”
ชาติแสยะยิ้ม กำลังจะยิงเชนแต่เสียงอันดุดันของกำนันปราบดังเข้ามา “พอได้แล้วไอ้ชาติ” ชาติชะงักกึก มองพ่อที่เดินตรงดิ่งเข้ามาอย่างกลัวเกรง
กำนันแย่งปืนจากมือลูกชายก่อนจะตบหน้าสั่งสอน ส่วนลำดวนที่มาด้วยตรงเข้าไปคว้ามือลูกสาวแล้วดุด่า
“หาเรื่องจนได้นะวัลภา กลับบ้านกำนันเดี๋ยวนี้”
วัลภาถูกลำดวนลากออกไป กำนันผลักชาติให้เดินตามทุกคนกลับบ้านแล้วหันมามองหน้าเชน
“ถ้าเอ็งคิดจะกลับมาแล้วทำตัวเรียบร้อยเหมือนชาวบ้านคนอื่นๆ ผาปืนแตกยินดีต้อนรับ แต่ถ้าไม่...เอ็งรู้จักข้าดีอยู่แล้วนี่...ไอ้เชน”
กำนันปราบขู่เชนแล้วเดินออกไป เชนพยุงตัวลุกขึ้นเดินกุมแขนที่เลือดไหลหยดเป็นทาง สภาพโซซัดโซเซเกือบจะล้ม ระหว่างนั้นจิกกับแสนขี่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างมาเจอ
“ไอ้เชน...นั่นไอ้เชนจริงๆด้วย”
“เออ...อย่าเพิ่งดีใจ ไปดูมันก่อน มันไปโดนอะไรมา”
สองคู่หูลงจากรถรีบเข้าไปพยุงเชน พอเห็นเลือดเต็มแขนก็ตกใจ อยากรู้ว่าเป็นฝีมือใคร
“น้าแสน...น้าจิก...ฉันดีใจจังที่ได้เจอพวกน้าอีก... คิดถึงมากนะ” เชนพูดได้แค่นั้นก็ฟุบหมดสติ แสนกับจิกตกใจร้องเรียกเชนลั่นไปหมด
ooooooo
ที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ยอดคะยั้นคะยอเพลิงให้เข้าไปพบคุณหมอคนสวยและจัดการจีบให้ติด แต่เพลิงท่าทีเขินอาย บอกว่าตนไม่ได้คิดอะไรกับหมอสักหน่อย
“แน่ใจเหรอไอ้เพลิง หมาตัวไหนวะที่ไปสลบคอพับคออ่อนซบหน้าอกหมอน่ะ” พูดไปแล้วเห็นเอื้อมเดือนเดินผ่านมาพอดี ยอดตะโกนเรียกคุณหมอพร้อมส่งยิ้มเรี่ยราด
“อ้าวนายยอด...มาทำอะไรกัน” เอื้อมเดือนทัก
“คือ...ไอ้เพลิงมันมีเรื่องอยากคุยกับหมอ”
“เรื่องอะไรล่ะนายเพลิง” เพลิงอ้ำๆอึ้งๆไม่รู้จะพูดยังไง เอื้อมเดือนเลยตัดบท “เอาอย่างนี้แล้วกัน หมอมีคนไข้ต้องไปตรวจ นายเพลิงไปรอหมอที่ห้องก่อนแล้วกันนะ”
พอหมอสาวคล้อยหลัง...ยอดรีบหยอกเย้าเพื่อนรัก ทันที “โอกาสของเอ็งมาแล้ว จัดไปอย่าให้เสีย ชวนหมอไปกินข้าวดูหนังเข้าบาร์ รับรองคืนนี้เอ็งมีเสียวแน่ เดี๋ยวข้าจะไปเหล่พยาบาลแถวนี้สักคน”
นายยอดนักรักตัวยงหัวเราะชอบใจแล้วเดินออกไป ทิ้งเพลิงยืนหันรีหันขวาง สีหน้าอึดอัดใจ
ขณะนั่งรอหมอเอื้อมเดือนอยู่ในห้อง เพลิงฆ่าเวลาด้วยการหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน เห็นพาดหัวข่าวตัวโต “ต้องโทษตลอดชีวิต ฟ้าลั่น คำรามศึก ลูกชายราชาค้ายาเสพติดชื่อดัง”
เพลิงจะเปิดอ่านต่อหน้าในแต่หมอกลับเข้ามาพอดี เธอเดาถูกเผงว่าเขากำลังสนใจข่าวใหญ่เหมือนคนอื่นๆ ที่วิพากษ์วิจารณ์กันตั้งแต่เช้า
“ครับ...พวกค้ายาเสพติดยังไงโทษก็ต้องหนักหนาอยู่แล้ว”
“ก็หวังว่าคนพวกนี้ไปอยู่ในคุกแล้วจะถูกดัดนิสัยให้รู้จักผิดชอบชั่วดีมากขึ้น” พูดไปแล้วเห็นอีกฝ่ายชะงัก เธอรีบขอโทษ แต่เพลิงบอกไม่เป็นไร ที่หมอพูดมานั้นถูกต้อง คุกคือสถานที่ดัดสันดานคนเคยทำผิด และหมอคงอยากทราบว่าตนทำผิดคดีอะไรถึงต้องติดคุก
“หมอไม่ได้อยากรู้หรอกว่านายเคยติดคุกด้วยคดีอะไร หมอสงสัยเรื่องอื่นอยู่ต่างหาก”
“เรื่องอื่น...หมออยากรู้อะไรเหรอครับ”
“เห็นยอดบอกว่านายเป็นคู่หูลุยไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ หน้าตานายก็ดูเป็นคนดี ไม่คิดเลยว่าจะเป็น...”
“เดี๋ยวนะครับหมอ นี่หมอคิดว่าผมเป็นพวกเสือผู้หญิงเที่ยวซ่องจนติดโรคเหมือนไอ้ยอดเหรอครับ”
หมอเขินไม่ตอบ เพลิงรู้ทัน อธิบายความจริงด้วยถ้อยคำซื่อๆ ว่าตนสนิทกับยอด ลุยกันมาทั่วแต่เราสองคนนิสัยไม่เหมือนกัน ตนให้เกียรติผู้หญิง แล้วที่ตนมาหาหมอก็แค่อยากมาขอบคุณที่ช่วยรักษาตนในตอนนั้น
เอื้อมเดือนหรือเดือนรับรู้ได้ถึงความจริงใจของเพลิง บอกว่าตนเชื่อแล้วว่าเขากับยอดนิสัยคนละขั้ว ยอดดูกะล่อนแต่เขาดูซื่อดี...เพลิงยิ้มสบายใจ ขอเลี้ยงข้าวกลางวันหมอสักมื้อ ขณะทั้งคู่เดินออกมาไม่คิดว่าจะเจอผู้กองสมานที่ตั้งใจมาชวนน้องสาวกินข้าว พอเห็นคู่ปรับ ผู้กองถึงกับมีท่าทีฉุนเฉียวกระชากคอเสื้อเพลิงออกไปท่ามกลางความงุนงงของเดือน
สมานเข้าใจผิดคิดว่าเพลิงมาตีสนิทเดือนเพราะมีแผนแก้แค้นตน ซึ่งตนไม่ยอมให้น้องสาวเป็นเหยื่อเดนคุกอย่างเขาแน่ ตราหน้าเพลิงคืออาชญากรชั่วที่เดือนไม่ควรเข้าใกล้ เพลิงเพิ่งรู้ว่าหมอคือน้องของผู้กอง รีบอธิบายกับเธอว่าตนติดคุกเพราะข้อหาฆ่าคนตาย แต่ตนพ้นโทษมาแล้ว สมานค้านหน้าตาขึงขังว่าถึงจะได้รับการปล่อยตัวออกมาแต่ไม่ได้หมายความว่าตนจะปล่อยให้เขาลอยนวลไปทำชั่วต่อ พูดจบก็สับกุญแจมือเพลิงจะลากขึ้นรถ แต่เดือนเข้ามาขวาง
“ถ้าเขาไม่ได้ทำความผิดอะไร แล้วพี่มีสิทธิ์อะไรไปจับเขา”
“ถึงวันนี้มันจะไม่ได้ทำความผิด แต่พี่รู้จักสันดานมันดี หมาลอบกัดอย่างมันเข้าหาเดือนเพื่อจะเล่นงานพี่”
“แต่เดือนไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนั้น เดือนขอล่ะ ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ”
สมานชั่งใจครู่หนึ่งก่อนไขกุญแจมือแล้วผลักไสเพลิงพร้อมข่มขู่ “ถ้าฉันเห็นแกเข้าใกล้น้องสาวฉันอีก...แกตายแน่ไอ้เพลิง”
“ไปได้แล้วนายเพลิง...ไปสิ” เดือนเร่งเพราะกลัวพี่ชายเปลี่ยนใจ
เพลิงเดินจากไปอย่างเจียมตัว พอกลับถึงอู่รถแล้วยอดรู้เรื่องก็บ่นขรมว่าซวยซ้ำซวยซ้อน แถมยังจุดไต้ตำตออีก ไอ้ผู้กองนั่นก็แปลกคน วันๆไม่ไปทำคดีอย่างอื่นบ้างหรือไง ถึงได้จ้องแต่จะตามเล่นงานเพลิงอยู่คนเดียว
“ฉันรู้ว่าแกโกรธ ในเมื่อแกไม่ได้ทำผิด แต่ต้องกลายเป็นไอ้ฆาตกรเพราะไอ้ผู้กองนั่นมันยัดเยียดข้อหาให้...ฉันว่านะ บางทีการเอาคืนมันซะบ้าง มันจะได้รู้ว่าคนอย่างไอ้เพลิงไม่ใช่คนที่จะมาตอแย”
“อย่าเอาน้ำมันไปราดกองไฟที่กำลังลุกโชนเลยไอ้ยอด ไว้วันที่ฉันสืบรู้ความจริงว่าใครคือฆาตกรที่ฆ่าคนรักของฉัน ถึงเวลานั้นผู้กองจะมาขอโทษฉันเอง”
ทันใดนั้น เพื่อนสิงห์รถบรรทุกสองคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามา ยอดนึกว่านักเลงแก๊งรีดไถมาหาเรื่องอีก แต่ไม่ใช่ ผู้มาเยือนคือชายแปลกหน้ากลุ่มหนึ่ง คนถือปืนเอ็ม 16 กราดสายตาแล้วถามหาเพลิงกับยอด บอกว่าเจ้านายของตนมีงานใหญ่ให้ทำ เพลิงถามว่าใครคือเจ้านายแต่ไม่ได้คำตอบ ซ้ำร้ายยังถูกพวกเขาควบคุมตัวขึ้นรถไปพร้อมยอด
เมื่อไปเผชิญหน้ากับเจ้านายของชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ เพลิงจำได้แม่นว่าเขาคือลายเสือราชาค้ายาเสพติดพ่อของฟ้าลั่นที่เพิ่งเห็นหน้าตาจากหนังสือพิมพ์
ลายเสือต้องการให้เพลิงกับยอดที่ฝีมือเก่งกาจไปช่วยฟ้าลั่น โดยทุ่มเงินค่าจ้างห้าแสนบาท แต่เพลิงไม่เล่นด้วย ขณะที่ยอดอยากได้เงินแต่ก็ไม่บังคับเพื่อน ชวนกันกลับออกมาทันทีที่ลายเสือเปิดทาง
หารู้ไม่ว่าลายเสือเจ็บใจที่เพลิงไม่ยอมร่วมมือ สั่งให้สมุนตามไปหาจังหวะฆ่าปิดปากทั้งสองคนเพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวรั่วถึงหูตำรวจ
ooooooo
การกลับมาที่ผาปืนแตกของเชนทำให้ครูประสิทธิ์ไม่สบายใจ แค่วันแรกเชนก็แทบเอาชีวิตไม่รอด นอนซมไข้ขึ้นเพราะอักเสบแผลถูกยิงที่แขน เดือดร้อนน้อยเมียของแสนที่เป็นครูสอนรำวงต้องมาดูแลเช็ดตัวให้
พออาการดีขึ้น เชนมีปากเสียงกับประสิทธิ์รุนแรง พ่อไม่ต้องการให้ลูกชายกลับมาที่นี่เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย แต่เชนตอบโต้ว่าตนจะไม่ไปไหนเพราะผาปืนแตกเป็นบ้านเกิดของตน
“เป็นบ้านเกิดและจะเป็นที่ฝังศพก่อนวัยอันควรของเอ็งด้วยน่ะสิ ทั้งๆที่ข้าหาอนาคตที่ดีให้เอ็งได้แล้ว เอ็งก็ยังกลับมาทำให้ผาปืนแตกลุกเป็นไฟตั้งแต่ก้าวแรกที่เอ็งเหยียบ”
“พ่ออย่ามาโทษฉัน ที่ผาปืนแตกไม่เคยสงบสุข กลายเป็นนรกบนดินก็เพราะไอ้ชาติกับกำนันพ่อของมันต่างหาก”
“แต่เอ็งไม่ใช่วีรบุรุษ เอ็งคือไอ้เชนลูกชายคนเดียวของครูแก่ๆเจ้าของวงเชียร์รำวง”
“เกิดมาทั้งทีแล้วเป็นได้แค่ไอ้ขี้ขลาดตาขาว ฉันก็คงไม่ใช่ลูกชายพ่อแล้วล่ะ”
เพียะ! ประสิทธิ์ตบหน้าลูกชายอย่างแรง แต่ไม่อาจหยุดยั้งความรู้สึกนึกคิดของเชนได้
“ฉันจะบอกพ่อให้นะ ไม่ใช่แค่พวกไอ้ชาติหรอกที่ทำให้ผาปืนแตกเป็นนรกบนดิน แต่เพราะมีพวกขี้ขลาดอย่างพ่อกับพวกชาวบ้านนี่แหละที่ยอมให้พวกมันกดขี่”
เชนขึ้นเสียงแล้วหุนหันออกจากบ้านตรงไปยังเรือนหอที่อยู่ในสภาพรอการต่อเติมอีกหลายจุด อนาคตอันสวยงามกับคนรักของเขาต้องหมดไปเพราะชาติคนเดียว เชนเสียใจครวญเพลงแสนเศร้าอยู่หน้าเรือนหอ ในเวลาเดียวกันวัลภาที่อยู่บ้านกำนันปราบก็กำลังกลุ้มใจ เธอไม่ต้องการมีพ่อเลี้ยงและไม่อยากอยู่ที่นี่ ส่วนเนื้อทองที่กำลังจะกลายเป็นเจ้าสาวของชาติก็ทุกข์ใจเหลือเกิน
คืนนี้เอง เชนแอบเล็ดลอดเข้ามาที่บ้านกำนันปราบ ก่อนจะหาทางประชิดตัวเนื้อทองที่เลี่ยงออกจากวงเหล้าของชาติ วัลภาเห็นทั้งคู่โดยบังเอิญ จึงแอบฟังจนล่วงรู้ว่าเนื้อทองเป็นแฟนเชน แต่เพราะฝ่ายหญิงมีเหตุผลส่วนตัวเลยต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก
วัลภาแก่นแก้วและหัวไว คิดแผนการบางอย่างก่อนจะไปหาเชนในวันรุ่งขึ้น เชนกำลังผิดหวังเสียใจที่ถูกเนื้อทองตัดรอนมาเมื่อคืน ถึงกับจะเผาเรือนหอทิ้งโดยไม่ฟังคำทัดทานของแสนกับจิก แต่พอวัลภาปรากฏตัวบอกว่ามีเรื่องของเนื้อทองอยากคุยด้วย เชนทิ้งไฟแช็กเดินตามเธอไปมุมหนึ่ง โดยมีแสนกับจิกก้าวตามด้วยความสงสัยว่าสาวน้อยคนนี้เป็นใคร
เมื่อรู้ว่าเธอคือลูกเลี้ยงกำนันปราบ ทุกคนไม่ไว้ใจ โดยเฉพาะแสนที่กระซิบกระซาบเชนว่า
“พวกไอ้ชาติมันเจ้าเล่ห์ พอมันเล่นงานเอ็งที่สถานีรถไฟ ไม่ได้ มันก็เลยส่งนางนกต่อมาล่อให้เอ็งไปติดกับ”
“เหตุผลน้าน่าสนใจ...เป็นไปได้” เชนคล้อยตามแสน แต่จิกกลับแสดงความเห็นขัดแย้งกันว่า
“แต่หน้าตาท่าทางสวยแจ่ม แต่งตัวอย่างสาวกรุง ดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นพวกเดียวกับไอ้ชาติได้หรอก”
“นั่นสิน้า...ดูสวยเกินที่จะเลว แต่สมัยนี้ผู้หญิงสวยๆก็ร้ายก็เลวได้เหมือนกันนะ”
วัลภาได้ยินเต็มสองหู เล็งปืนใส่เชนอย่างเอาเรื่อง “มันสมควรแล้วที่ฉันจะเกลียดบ้านผาปืนแตก เพราะที่นี่มีแต่ผู้ชายสันดานเลว นินทาผู้หญิงซึ่งหน้า ไม่มียางอาย”
“เดี๋ยวน้องสาว พวกพี่ไม่ได้นินทาอะไรน้องซักหน่อย พวกพี่ปรึกษากันอยู่ต่างหาก”
“หูฉันไม่ได้หนวก ได้ยินทุกคำที่นายพูดถึงฉัน”
“หูดีซะอีก” เชนแอบบ่นแล้วต่อรอง “แต่ถ้าน้องยังถือปืนอยู่แบบนี้ แล้วพี่จะเชื่อใจได้ไงว่าน้องจะไม่ใช่นางนกต่อของไอ้ชาติ”
“เจอหน้านายวันแรกก็เกือบจะโดนลูกหลง ฉันเลยต้องพกปืนมาเพื่อความปลอดภัย”
“แต่ถ้าน้องไม่เก็บปืนไป พี่ก็คงไม่กล้าเจรจาอะไรด้วย”
วัลภาครุ่นคิด เชนจู่โจมเข้าประชิดแย่งปืนจากมือแล้วล็อกแขนเธอทันที
“อย่าเหมาว่าผู้ชายที่ผาปืนแตกจะอันธพาลนักเลงทุกคน คนดีๆน่ะมี...อย่างพี่นี่ไง”
“ไอ้บ้า...ฉันเจ็บนะ ปล่อยฉัน” วัลภาดิ้นรนแต่เชนไม่สนใจ วานสองน้าไปดูต้นทางให้หน่อยเผื่อมีพวกของชาติตามมา ส่วนกับน้องสาวคนนี้ตนต้องจับค้นอย่างละเอียด
แสนกับจิกปฏิบัติตาม แถมเลยเถิดไปซุ่มดูถึงบ้านกำนันปราบ ได้ยินชาติสั่งสมุนออกตามหาวัลภาเพื่อเอาใจแม่เลี้ยง ฝ่ายเชนที่อยู่ตามลำพังกับวัลภาในเรือนหอรอรัก เขาจับเธอมัดข้อมือแล้วทำทีจะล่วงเกินถ้าเธอไม่ยอมพูดออกมาว่ามีอะไรเกี่ยวกับเนื้อทอง
“ก็ได้...ฉันได้ยินและเห็นนายคุยกับเนื้อทองเมื่อคืนนี้ ถ้าฉันเป็นนางนกต่อจริงๆ นายคงไม่รอดออกมาจากบ้านกำนันมาได้หรอก”
“งั้นน้องสาวก็รู้ว่าพี่กับเนื้อทองเป็นอะไรกัน”
“รู้สิ...ก็ได้ยินมาทุกคำพูดเลยนี่ ตอนแรกก็ว่าจะสงสารหรอกนะ พ่อจิ๊กโก๋อกหัก อาภัพ เสียคนรักให้ศัตรู แต่พอมาเจอสันดานเสียๆของนายแบบนี้เข้า ฉันว่าเนื้อทองคิดถูกแล้ว”
“ไว้น้องสาวรู้จักพี่จริงๆก่อนเถอะ แล้วจะรู้ว่าทำไมพี่ถึงเป็นศัตรูกับครอบครัวใหม่ของน้อง”
“อย่ามาเรียกคนพวกนั้นว่าเป็นครอบครัวของฉัน ฉันไม่อยากมาที่นี่ ไม่แม้แต่อยากจะหายใจเอาอากาศของที่นี่เข้าปอดด้วยซ้ำ”
“งั้นพี่ก็เข้าใจแล้ว น้องเลยมาหาพี่เพราะอยากให้พี่ช่วย”
“ไม่ใช่แค่ฉันอยากให้นายช่วย แต่ฉันมีข้อเสนอที่จะช่วยนายเป็นการตอบแทนต่างหาก”
“น้องจะช่วยอะไรได้”
“อีกไม่กี่วันก็ถึงวันแต่งงานของเนื้อทองแล้ว ถ้าไม่อยากให้คนรักของนายต้องเป็นของศัตรู นายก็ต้องพึ่งพาคนข้างในอย่างฉันล้มงานวิวาห์”
เชนชะงัก ไม่คิดว่าวัลภาจะยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจ...หลังจากตกลงกันเรียบร้อย เชนลงจากเรือนเจอแสนกับจิกกลับมาพอดี รายงานว่าพวกตนไปดูลาดเลามาแล้วนังหนูตัวแสบคนนั้นไม่ใช่นกต่อของไอ้ชาติ
“ฉันรู้แล้วจ้ะน้า”
สองน้าทำหน้างง พอเห็นวัลภาเดินหน้าตูมออกมาบ่นเจ็บข้อมือที่โดนเชนมัด เลยคิดลามกนึกว่าหล่อนเสร็จเชนเสียแล้ว
“อย่าบอกนะว่าเอ็งจับนังหนูสำรวจทุกซอกทุกมุมแล้วเอ็งก็...”
“ไม่ใช่เลยน้า...อย่างยัยนี่เนี่ยนะ ถ้าเหลือคนเดียวในโลกฉันขอบวชเป็นพระดีกว่า”
วัลภาฉุนกึกเข้ามาผลักเชนเกือบล้ม “ฉันบอกแล้วไงว่าหูฉันดี ถ้ายังปากเสียนินทาฉันอีกล่ะก็...ข้อตกลงของเราเป็นโมฆะ”
“ก็ได้...ตกลงตามนั้น ว่าแต่จะให้พี่เรียกชื่อน้องว่าอะไร”
วัลภาแนะนำตัวไปตามจริง เชนบอกว่าชื่อเพราะดี แต่เธอกลับเรียกเขาว่าจิ๊กโก๋หางแถวแล้วเดินลอยหน้าจากไป ทิ้งเชนยืนฮึดฮัดหัวเสีย จิกกับแสนเลยเห็นพ้องต้องกันว่าเชนเจอคู่ปรับสมน้ำสมเนื้อซะแล้ว
ooooooo
เพลิงและยอดกลับมาทำงานขับรถบรรทุกให้เถ้าแก่ได้แค่วันเดียวก็โดนสมุนของลายเสือดักทำร้ายหมายฆ่าปิดปาก แต่ทั้งคู่เอาตัวรอดมาได้
ยอดเป็นห่วงเพลิง แนะนำให้เขาหลบไปอยู่กับพระอาจารย์ที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก รอให้เรื่องเงียบแล้วค่อยกลับมา แต่เพลิงไม่ทันจะเดินทางไปวัดที่หมู่บ้านผาปืนแตก ผู้กองสมานก็พาลูกน้องมาตรวจค้นอู่รถบรรทุกเพราะได้ข้อมูลมาว่าเพลิงติดต่อกับลายเสือราชาค้ายาเสพติดสามแผ่นดิน
“คราวนี้แกเสร็จฉันแน่ไอ้เพลิง ร่วมมือกับพวกค้ายาตัวเป้ง โทษมีแต่ประหารอย่างเดียว”
“ผมไม่รู้จักพวกมัน ผู้กองเข้าใจผมผิดแล้ว”
“แกไม่ต้องมาปฏิเสธ คนของฉันเห็นกับตาว่าแกไปกับพวกมัน บอกฉันมาพวกมันกบดานอยู่ที่ไหน”
เพลิงนิ่งไม่ยอมพูด สมานเลยยิ่งโกรธออกแรงกดท่อนแขนจนเพลิงหน้าดำหน้าแดงหายใจไม่ออก
“ยิ่งแกไม่พูดก็เท่ากับว่าแกพยายามปกป้องพวกเดียวกัน”
สมานง้างหมัดจะชกเพลิง แต่ต้องชะงักเมื่อลูกน้องกลับมารายงานว่า
“ผมค้นแทบจะทุกตารางนิ้วแล้ว ที่ผิดกฎหมายก็มีแค่รถบางคันไม่ได้ต่อทะเบียน บางคันก็ต่อเติมผิดกฎหมายขนส่ง”
“แล้วพรรคพวกมันล่ะ”
“เจอแค่สองคนที่บัตรประชาชนหมดอายุครับ ไม่มีใครเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลย”
“ถ้าผู้กองอยากจะหาเรื่องชั่วๆเลวๆ ลองกลับไปดูที่ทำงานของตัวเองจะดีกว่านะ รับรองเจอเยอะแน่”
สมานหันขวับไปที่ยอดอย่างเอาเรื่อง แล้วประกาศกร้าว “สั่งปิดอู่นี้ไปก่อน แล้วห้ามทำธุรกิจอะไรจนกว่าจะตรวจสอบเสร็จ เพราะฉันสงสัยว่าที่นี่จะเป็นที่ขนถ่ายยาเสพติดให้กับพวกค้ายา”
ยอดและทุกคนในอู่พากันตกใจ ส่งเสียงโวยวายไม่พอใจว่าทำแบบนี้พวกเราแย่แน่ ไม่ให้พวกเราทำมาหากินแล้วจะอยู่กันยังไง
“พวกแกไม่ต้องกลัวอดหรอก ยังไงสักวันพวกแกก็ต้องได้กลับไปกินข้าวแดงในคุกฟรีๆกันเหมือนเดิม”
“พอเถอะครับผู้กอง ถ้าผู้กองมีปัญหากับผมก็มาจัดการผมคนเดียว อย่าให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนเพราะผม”
“พูดแบบนี้แสดงว่าแกยอมรับว่าแกรู้จักกับ
ไอ้ลายเสือแล้วใช่ไหม”
เพลิงจ้องตาสมานไปมาอยู่ครู่ก่อนตัดสินใจพยักหน้ารับ ยอดตกใจทำท่าจะทักท้วงแต่เพลิงตัดบทให้ผู้กองพาตนไปได้เลย
สมานกระชากคอเสื้อเพลิงพาขึ้นรถจี๊ปออกไปพร้อมจ่า ยอดยอมไม่ได้รีบกลับเข้าที่พักรื้อค้นอาวุธปืนพร้อมระเบิดลูกเกลี้ยงที่ซุกซ่อนไว้ เฮียเจ้าของอู่ตามมาเห็น รู้ทันทีว่ายอดต้องไปช่วยเพลิง จึงเตือนสติว่า
“เอ็งกับไอ้เพลิงสัญญากันไว้ว่าจะไม่กลับไปเดินทางเก่า”
“ฉันกับไอ้เพลิงไม่เคยคิดผิดคำสัญญา แต่โลกนี้มันไม่เคยยุติธรรม คิดอยากเดินบนทางเรียบแต่กลับโดนผลักให้เดินบนทางวิบากขรุขระตลอดเวลา”
“ทำไมไม่คิดว่ามันคือหนทางพิสูจน์ความดีของเอ็งกับไอ้เพลิงที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ล่ะ”
“ก็คิดนะเฮีย แต่คงไม่ใช่ที่นี่และไม่ใช่ตอนนี้ ฉันขอบคุณเฮียมากที่เป็นห่วง แต่ฉันคงต้องขอลาออกและคงหายหน้าไปไม่กลับมาอีกแล้ว”
“เอ็งจะไปไหน”
“ฉันบอกให้เฮียรู้ไม่ได้ พูดได้แค่ว่ามันเป็นที่ที่ไม่มีใครรู้จักและไกลผู้ไกลคนจนตามหาฉันกับไอ้เพลิงไม่ได้อีก”
เฮียนิ่งไปครู่ก่อนจะล้วงกางเกงแล้วโยนกุญแจรถให้ยอด “เอารถบรรทุกของเฮียไป เพราะไอ้ที่ที่เอ็งพูดถึงมันคงหารถไปลำบาก”
ยอดดีใจมากขอบคุณเฮียเป็นการใหญ่ก่อนขนอาวุธขึ้นรถบรรทุกขับออกไปช่วยเพลิงให้รอดพ้นเงื้อมมือผู้กองสมานที่กำลังคาดคั้นเพลิงว่าทำงานอะไรให้ลายเสือ
ระเบิดของยอดทำให้ผู้กองสมานกับจ่าวิ่งหลบพัลวัน แถมยังตามไม่ทันเพราะจ่าทำกุญแจรถจี๊ปหล่นหาย
ooooooo










