สมาชิก

เพลงรักผาปืนแตก

ตอนที่ 13

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "เพลงรักผาปืนแตก"



หลังจากวางแผนกันดิบดีแล้ว วัลภากับเนื้อทองก็รีบแยกย้ายกัน เนื้อทองไปห้ามชาติกับเชนที่ยกพวกตะลุมบอนกันกลางหมู่บ้าน ส่วนวัลภาหลบไปปลอมตัวเป็นโจรนางสิงห์

การมาของเนื้อทองทำให้ชาติยอมถอนกำลังฝ่ายตนกลับ เพราะอยากรู้เหลือกำลังว่าหนอนบ่อนไส้ที่เนื้อทองบอกว่ารู้ตัวแล้วคือใคร ส่วนเชนก็เร่งให้พวกน้าๆ พาเพลิงที่ย้อนกลับมาช่วยเหลือไปหาเจ้าสาวโดยเร็ว อย่าให้เธอรอนานจนเสียฤกษ์

เพลิงกลับมาในสภาพมอมแมมพอสมควร เดือนดูแลและสำรวจความเรียบร้อยเพื่อจะเริ่มพิธีการให้ทันฤกษ์ แต่กลายเป็นว่าทุกอย่างต้องยุติเพราะผู้กองสมานกับจ่าพรวดพราดเข้ามาพร้อมเสียงปืน!

ทุกคนแตกตื่นวิ่งออกมาหน้าบ้านครูประสิทธิ์ เดือนเห็นพี่ชายเต็มตาถึงกับหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ เพลิงก็ตะลึงแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“ไอ้ฆาตกร...ฉันตามล่าแกจนแทบพลิกแผ่นดิน หลงคิดว่าแกตายไปแล้ว แต่สุดท้ายแกก็หนีมาอยู่ที่นี่ หนำซ้ำยังมายุ่งกับน้องสาวฉัน”

“พี่สมาน...ฟังเดือนก่อน ให้เดือนอธิบายความจริง”

“ไม่ต้อง เห็นอยู่กับตาแบบนี้มันไม่มีความจริงอะไรที่แกจะต้องมาเสียเวลาเล่าให้พี่ฟัง”

สมานเล็งปืนไปที่เพลิง ยอดรีบเข้ามาขวางทางปืน เร่งเพื่อนรักให้รีบหนีไปตนจะรับมือกับผู้กองหมาบ้านี่เอง แต่เพลิงไม่ขยับ ย้อนถามยอดว่าจะให้ตนหนีไปไหนอีก

“ไปไหนก็ได้ แต่เอ็งต้องพาคุณหมอไปด้วย อย่าให้โอกาสที่ข้าพยายามทำเพื่อเอ็งต้องเสียเปล่าเพราะไอ้ผู้กองหมาบ้านี่เด็ดขาด”

“เอ็งหมายความว่ายังไงไอ้ยอด เอ็งรู้เรื่องนี้อยู่แล้วเหรอ”

ยอดชะงัก อึกๆอักๆขึ้นมาทันที เพลิงโมโหกระชากคอเสื้อเพื่อนรักมาต่อว่าที่ไม่บอกเรื่องนี้ให้ตนรู้

“อย่าไปว่ายอดเลยเพลิง ฉันเองก็รู้เรื่องแล้วเหมือนกัน แต่ที่ฉันไม่เล่าความจริงเพราะถ้าเพลิงรู้...เพลิงก็คงจะกลับไปเป็นเพลิงคนเดิม เพลิงจะไม่รักฉัน ฉันทนไม่ได้หรอกนะ ฉันเสียเธอไปไม่ได้”

“แล้วปล่อยให้ผมกลายเป็นไอ้โง่อยู่คนเดียวแบบนี้น่ะเหรอครับ”

ขาดคำเพลิงเดินชูมือประสานท้ายทอยเข้าไปหาสมาน กล่าวด้วยความเสียใจว่าตนขอโทษ ถ้าตนรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ตนจะไม่มีวันล่วงเกินน้องสาวของเขาเด็ดขาด

“แกไม่ต้องมาทำลิ้นสองแฉกเล่นละครตบตาฉันหรอกไอ้เพลิง ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องตัดสินลงโทษแกด้วยความตายมันถึงจะสาสมกับไอ้ฆาตกรอย่างแก”

ยอดไม่ยอมให้สมานยิงเพลิงแน่ เขาพุ่งเข้าล็อกตัวสมานพร้อมร้องบอกเพลิงให้พาเดือนหนีไป เพลิงลังเล แต่พอได้ยินครูประสิทธิ์พูดขึ้นมาก็ตัดสินใจได้

“ไอ้เพลิง...ข้าไม่รู้ว่าเอ็งไปมีเรื่องอะไรกับไอ้บอดนั่น แต่ข้าว่าถ้าเอ็งไม่ไปเอ็งได้ตายอยู่ที่นี่แน่ ไปซะ...ไปสิเว้ย”

เพลิงพาเดือนออกไป สมานดิ้นรนหนักเพื่อให้พ้นจากมือยอด แต่สุดท้ายเขาก็สงบลงได้ เพราะถูกคณะของครูประสิทธิ์รวมตัวกันขัดขวาง

เมื่ออยู่กันตามลำพังที่กระท่อมหลังวัด เดือนอธิบายเหตุผลให้เพลิงฟังว่า

“จะรู้เมื่อไหร่มันไม่สำคัญหรอกนะเพลิง มันสำคัญที่ฉันกับยอดคิดเหมือนกันต่างหาก เพราะถ้าเพลิงรู้ว่าพี่ชายฉันยังมีชีวิตอยู่ เพลิงก็จะทิ้งฉันแล้วกลับไปเป็นเพลิงคนเดิม...ใช่ไหมเพลิง เธอพร้อมจะทำผิดคำสัญญากับฉัน”

“คุณหมออย่าบังคับให้ผมต้องทำแบบนี้”

“ไม่มีใครบังคับเธอนะ มีแต่เธอนั่นแหละที่พยายามจะทิ้งชีวิตใหม่แล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ทั้งๆที่เธอรับปากว่าเธอจะไม่ทิ้งฉัน เราเริ่มต้นชีวิตกันใหม่เถอะนะ ชีวิตที่มีแต่เราสองคน ไม่มีอดีตที่เจ็บปวดมาทำลายเราอีกต่อไป...นะจ๊ะเพลิง ฉันขอร้อง”

“แต่เขาเป็นพี่ชายของคุณหมอ”

“ตอนนี้เขาควรจะรู้แล้วว่าฉันรักเธอมากเกินกว่าที่จะถอยกลับไป เวลาจะเป็นเครื่องตัดสินว่าเขาจะยอมรับความรักของฉันได้ไหม”

“ถ้าไม่ได้ล่ะครับ”

“ก็จะไม่เจอหน้าพี่สมานอีกไปตลอดชีวิต” เดือนโผเข้ากอดเพลิงแน่นอย่างตัดสินใจ ในขณะที่สีหน้าของ เพลิงเกิดความกังวลจนเห็นได้ชัด

ooooooo

สมานเล่นงานยอดสะบักสะบอมก่อนจะให้นำทางไปยังบ้านพักของเดือน แต่ภายในบ้านว่างเปล่าไร้ผู้คน ยอดเข้าใจว่าเพลิงต้องพาหมอเดือนหนีไปแล้วแน่ๆ

เพราะความรักฉันเพื่อนแท้ที่ยอดมีต่อเพลิง ทำให้เขาทุ่มเถียงกับสมานอีกหลายคำก่อนจะถูกควบคุมตัวไว้และถ้ายังตามหาเพลิงไม่เจอ ยอดก็หมดสิทธิ์ที่จะได้รับอิสระ

สมานกับจ่าขู่เข็ญให้ยอดพาไปยังบ้านพักหลังวัดของเพลิงแต่ไม่พบเพลิงกับเดือนที่พากันออกไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย แต่มีครูประสิทธิ์กับน้อยตามมาช่วยเจรจาหลังรู้ความเป็นมาระหว่างสมานกับเพลิง โดยสองฝ่ายพูดคุยกันต่อหน้าหลวงพ่อสิน แต่สมานกลับไม่สนใจคำของใคร นอกจากปักใจอยู่ว่าเพลิงคือฆาตกรที่ฆ่าฟ้างาม

สุดท้ายหลวงพ่อสินถึงกับเอ่ยปากขอบิณฑบาตชีวิตเพลิง แต่กระนั้นสมานก็ยังดึงดันไม่ยอม หลวงพ่อ อ่อนใจเลยปล่อยให้สองฝ่ายใช้วิธีตัดสินกันตามกฎของลูกผู้ชาย แต่แล้วเพลิงกลับทำให้ทุกคนคาดไม่ถึง เขาพา เดือนไปส่งคืนให้สมานที่หน้าโบสถ์ บอกว่ามันคือทางออกสำหรับเราสามคน เพราะตนไม่สามารถพาเดือนไปกับตนได้ เธอควรจะกลับไปพร้อมพี่ชาย

“ทำไม...ทำไมเธอต้องทำแบบนี้ ก็ไหนเธอสัญญากับฉันไว้” เดือนร่ำร้องตัดพ้อเพลิงทั้งน้ำตา

“ที่ผมสัญญาเพราะผมคิดว่าไม่มีใครดูแลคุณหมอได้แล้ว แต่เมื่อพี่ชายคุณหมอยังมีชีวิตอยู่ นั่นจึงไม่ใช่สัญญาอีกต่อไป”

เดือนตบหน้าเพลิงสุดแรงแล้วร่ำไห้น้ำตานองหน้า สมานกระชากเธอให้ออกมา แต่เธอระเบิดเสียงใส่อย่าง คับแค้นว่าเขาไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้เธอทำตามเพราะชีวิตเป็นของเธอ

“ใช่...ชีวิตเป็นของแก แต่ในฐานะของพี่ชายที่เหลือแกอยู่แค่คนเดียว หน้าที่ของพี่คือต้องกันแกออกจากสิ่งที่มันชั่วมันเลว ไม่ปล่อยให้ฉุดแกลงนรกไปกับมันด้วย”

“แต่เพลิงเขาไม่ใช่ฆาตกร”

“มันโกหกแก มันนั่นแหละไอ้ฆาตกร ไม่อย่างนั้นศาลจะส่งมันเข้าไปอยู่ในคุกได้ยังไง”

“เพราะเขาถูกใส่ร้าย บอกพี่ชายฉันไปสิเพลิง บอกเหมือนกับที่เธอบอกฉัน เธอไม่ใช่ฆาตกร เธอไม่ได้ฆ่าฟ้างาม”

“สำหรับผู้กอง ความจริงจากปากผมมันไม่มีค่าเท่ากับการต้องตัดสินกันด้วยชีวิตหรอกครับคุณหมอ”

“หมายความว่ายังไง มีใครจะบอกฉันได้มั้ย ว่าตัดสินกันด้วยชีวิตหมายความว่ายังไง”

“กลับไปกับพี่ชายคุณหมอเถอะครับ แล้วเมื่อถึงเวลาคุณหมอจะรู้เอง”

เพลิงพูดแค่นั้นแล้วเดินจากไป ยอดเดินตามเพื่อนไปอย่างเห็นใจ เดือนจะก้าวตามแต่สมานคว้าเธอไว้พร้อมประกาศเสียงแข็งว่า “แกกับมันจะไม่มีวันได้เข้าใกล้กันอีก”

“กลับไปเถอะคุณหมอ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักของคุณหมอกับไอ้เพลิงอย่างเดียวแล้ว แต่มันเกี่ยวกับความยุติธรรมที่ไอ้เพลิงมันต้องการตัดสินกับพี่ชายคุณหมอด้วย”

หลวงพ่อพูดแล้วพยักพเยิดให้สมานพาเดือนไป ส่วนยอดที่ตามเพลิงมาที่กระท่อมก็เอาแต่บ่นว่าเขาไม่น่าทำแบบนี้เลย ถ้าเขาพาเดือนหนีไปก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่

“ถ้าข้าคิดเห็นแก่ตัวอยากมีชีวิตใหม่ข้าก็คงจะพาคุณหมอหนีไป แต่ชีวิตของคุณหมอล่ะ เขาจะมีความสุขได้ยังไงกับผู้ชายที่แม้แต่ความยุติธรรมยังเรียกร้องให้ตัวเองไม่ได้”

“เอ็งก็เลยคิดจะดวลตัดสินกับไอ้ผู้กองนั่นด้วยชีวิตของเอ็งน่ะเหรอ”

“ใช่...เพราะมันคือทางเดียวที่จะทำให้ผู้กองเลิกคิดอาฆาตข้า เขาต้องการแก้แค้นให้กับการตายของฟ้างาม ข้าจึงต้องให้โอกาสเขาลงมือ”

“แต่เอ็งไม่ได้ฆ่าฟ้างาม เอ็งรับผิดที่เอ็งไม่ได้ก่ออยู่ในคุกตั้งหลายปี ทำไมเอ็งยังต้องเสียสละแบบนี้อีก”

“ใครว่าข้าไม่มีความผิดที่ฟ้างามตาย ข้านี่แหละผิด ผิดที่ปกป้องผู้หญิงที่ข้ารักไม่ได้ แถมยังเห็นแก่ตัวคิดแต่จะมีความสุข ทั้งๆที่ไอ้ฆาตกรตัวจริงยังลอยนวล”

“นี่เอ็งหมายความว่า...”

“ใช่...ความรักของข้ากับคุณหมอจบลงแล้ว หน้าที่จากนี้ไปของข้าคือแก้แค้นให้ฟ้างาม และถ้าพี่ชายคุณหมอมาขวางทางข้า...ไม่ข้าก็เขาต้องตายกันไปข้าง”

ยอดฟังแล้วตะลึง...กลัวใจเพลิงจริงๆ

ooooooo

แผนการของวัลภากับเนื้อทองได้ผลชะงัด...

ไอ้ตุ่นลูกน้องคนสนิทของชาติกลายเป็นหนอนบ่อนไส้ที่กำนันปราบต้องการตัว

เพราะหลักฐานที่วัลภา หรือโจรนางสิงห์จัดฉากขึ้นมา ทำให้ไอ้ตุ่นอับจนถึงกับโดนกำนันเล่นงานอย่างไร้ความ ปรานี แต่ก็ยังดีที่ไม่ถึงขั้นเอาชีวิตเมื่อมันวิงวอนร้องขอ

ตุ่นรู้เต็มอกว่าแท้จริงแล้วเนื้อทองคือหนอนบ่อนไส้ตัวจริงที่นำข้อมูลเกี่ยวกับโรงงานยาเสพติดของกำนันไปบอกสองโจรผัวเมีย แต่ไม่ว่ามันจะพูดยังไงพวกกำนันก็ไม่เชื่อถือ แถมโดนควบคุมกักขังเอาไว้ราวกับนักโทษก็ไม่ปาน

ทางด้านเพลิงที่จำเป็นต้องตัดใจจากหมอเดือนเพราะผู้กองสมานปรากฏตัวกะทันหัน เพลิงนำสร้อยที่เดือนซื้อเป็นของขวัญฝากวัลภาไปคืนให้เธอ นั่นยิ่งทำให้เธอเสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่ถึงยังไงเธอไม่มีวันหมดรักผู้ชายชื่อเพลิง แม้เขาจะฝากวัลภามาบอกว่าความรักระหว่างเขากับเธอจบลงแล้ว

ฟ้าลั่นลูกชายลายเสือถูกกำนันปราบเอาตัวไปรักษาในบ้านแลกกับการที่พวกลายเสือต้องเคลียร์ระเบิดตรง บริเวณที่น่าจะเป็นขุมทรัพย์มหาศาลที่กำนันคาดหวัง แต่ฟ้าลั่นเล่ห์เหลี่ยมไม่ใช่เล่น ขณะรักษาตัวอยู่ในบ้านกำนัน เขาติดสินบนสาวใช้คนหนึ่งให้นำข่าวบางอย่างไปบอกแก่ลายเสือผู้เป็นพ่อ ลายเสือจึงเตรียมทหารรับจ้างฝีมือดีคนหนึ่งไว้คือทอมเจ้าของฉายา “ปิศาจอสรพิษ”

ฝ่ายเชนพยายามหว่านล้อมเพลิงให้ล้มเลิกความคิดที่จะดวลกับผู้กองสมานอย่างลูกผู้ชาย รวมทั้งอยากให้เขากลับไปคืนดีกับหมอเดือนผู้หญิงที่รักเขาหมดหัวใจ แต่เพลิงก็ไม่เปลี่ยนใจ ดึงดันจะสู้กับผู้กองสมานอย่างลูกผู้ชายตามที่ลั่นวาจาไว้ต่อหน้าหลวงพ่อสิน ส่วนวัลภาห้ามอีกแรงก็ไม่ได้ผลเช่นกัน เธอตามเชน
ที่ไปเป็นคู่ฝึกซ้อมให้เพลิงเพื่อรับมือกับพี่ชายของหมอเดือน แล้วบังเอิญเจอพวกของกำนันปราบที่พา

ไอ้ตุ่นมาปลิดชีพด้วยระเบิดเก่าแก่สมัยสงครามโลก การกระทำของพวกกำนันและลายเสือที่นัดเจอกันในป่าทำให้เชน วัลภา และเพลิงกังขา แอบตามจับตาพวกเขาก่อนจะเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน

ขณะที่สองฝ่ายต่อสู้กันในป่า ยอดมาปรากฏตัวที่บ้านพักของหมอเดือนพร้อมขวานคู่ใจ ยอดมาในฐานะตัวแทนของเพลิงเพื่อยืนหยัดในความรักของเพื่อนกับหมอเดือน

“ไอ้ยอด เอ็งจะแส่หาเรื่องอะไรของเอ็งอีก นี่มันเป็นเรื่องของข้ากับไอ้เพลิง เอ็งไม่เกี่ยว” ผู้กองสมานเสียงเข้ม

“ข้าเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกับไอ้เพลิง ข้าทนเห็นมันต้องถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรมานานพอแล้ว วันนี้ข้าจะเอาความยุติธรรมที่มันไม่เคยได้กลับไปยัดคืนใส่มือมันเอง”

“อย่าดีกว่าไอ้ยอด หยุดความคิดอยากฆ่าตัวตายของเอ็งไว้แค่ตรงนั้นแล้วกลับไปตามไอ้เพลิงให้มาหาข้า”

“เอ็งจะไม่มีวันได้เจอไอ้เพลิงอีก เพราะข้าจะฆ่าเอ็งเอง ไอ้สมาน”

ยอดควงขวานอย่างคล่องแคล่วก่อนจะร้องเสียงดังวิ่งเข้าใส่สมานฟาดฟันหนักหน่วง สมานต้องฉากหลบยังไม่มีโอกาสตอบโต้กลับ ทำให้ยอดเป็นฝ่ายรุกไม่หยุด และรุกจนสมานพลาดท่าเสียจังหวะถูกคมขวานของยอดเฉี่ยวต้นแขนเลือดซิบ

“เป็นไงไอ้ผู้กองหมาบ้า...ถ้าเอ็งไม่มาเหยียบที่ผาปืนแตกแล้วปล่อยให้ไอ้เพลิงมีความสุขของมันไป เอ็งก็ไม่ต้องเอาชีวิตมาให้ข้าเชือดเล่นหรอก”

“เอ็งอย่าประมาทข้าเกินไปนักไอ้ยอด ชาตินี้ไอ้เพลิงจะไม่มีวันได้เจอกับคำว่าความสุข เพราะกรรมที่มันทำไว้จะตามหลอกหลอนมันจนกว่ามันจะตกนรกมอดไหม้” สมานฉีกแขนเสื้อออกดังแควก ตั้งท่าเชิงมวยพร้อมรับมือยอดอีกครั้ง

“เข้ามา...ใครที่กล้ามาขัดขวางข้ากับไอ้เพลิง มันต้องโดนหนัก” ยอดสีหน้าดุดัน ขณะที่สมานก็จ้องเขม็งไม่ยอมอ่อนข้อให้อย่างแน่นอน

ooooooo

เพลิงพลาดท่าให้กับไอ้คมสมุนมือขวาของลายเสือ เขากลายเป็นกระสอบทรายให้พวกมันซ้อมอย่างไม่ปรานี โชคยังดีที่แสนกับจิกตามขึ้นมาช่วยเหลือทันเวลาพอดี ส่วนวัลภากับเชนแอบสะกดรอยตามเรื่องทหารรับจ้างว่าไอ้พวกเหล่าร้ายจ้างมันมาทำไมที่ผาปืนแตก

สมานกับยอดต่อสู้กันด้วยเชิงมวยและอาวุธ สองฝ่ายผลัดกันรับผลัดกันรุกอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายสมานจัดหนักจนยอดเซแซ่ดๆก่อนหงายหลังล้มตึงไม่เป็นท่า ขณะที่สมานเองก็เกือบหมดแรงจะเดินผละไป แต่ยอดก็ยังไม่หมดฤทธิ์ กระชากขาเขาไว้ทั้งที่ตัวเองลุกไม่ขึ้น

“ข้าไม่มีทางปล่อยเอ็งไป ไอ้ผู้กองหมาบ้า”

“นี่เอ็งมันบ้าไปแล้วหรือไงวะไอ้ยอด”

“เออ...ข้ามันเป็นบ้าไปแล้ว เพราะข้ายอมตายดีกว่ายอมให้เอ็งยัดเยียดความอยุติธรรมให้เพื่อนข้า”

ยอดทำอะไรไม่ได้จึงกัดเข้าที่ขาสมานเต็มคำสมานเจ็บปวดสะบัดขาเร่าๆ แล้วจิกหัวจับตัวยอดขึ้นมาซัดหมัดเข้าหน้าเต็มแรง กระหน่ำไม่หยุด

“เอ็งอยากตายใช่ไหมไอ้ยอด งั้นข้าจะให้เอ็งตายสมใจอยาก ไอ้เพลิงมันจะได้มีเวรกรรมติดตัวเพิ่มโทษที่มันหลอกคนให้มาตายเพราะมัน”

ยอดผงะไปตามแรงหมัดของสมาน หน้าตาบวมปูดเลือดกบปากแต่ยังแข็งใจยืนทรงตัวอยู่ได้

“ข้าตายเป็นผีก็ดี ข้าจะได้มาหักคอเอ็งเพื่อช่วยไอ้เพลิง”

“ไอ้ยอด!” สมานเหลือทน ง้างหมัดจะชกยอดอีก แต่ยอดทรุดฮวบลงตรงหน้าแน่นิ่งไปเสียก่อน

ooooooo

เชนกับวัลภายังวนเวียนอยู่ในป่าเพื่อสังเกตการณ์พวกลายเสือและกำนันปราบด้วยความระมัดระวัง แต่ช่วงหนึ่งที่ทั้งคู่พลาดพลั้งทำให้โดนพวกมันไล่ล่าแล้ววัลภาตัดสินใจโดดหน้าผาน้ำตกหนีไปในกระแสน้ำ ชาติระดมยิงไม่นับทั้งที่ไม่เห็นหน้าค่าตาว่าคนคนนั้นเป็นใคร

เชนที่พลัดกันกับวัลภาก่อนหน้านี้ไม่รู้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เขาย้อนกลับมาร้องเรียกหาเธออยู่นานแต่ไม่มีเสียงตอบรับแม้แต่เอะเดียว ส่วนชาติและลูกน้องกลับไปหากำนันปราบและพวกลายเสือที่รอคอยอยู่มุมหนึ่งในป่า

“ว่าไงชาติ เจอพวกมันรึเปล่า”

“มีพวกมันมาป้วนเปี้ยนสอดรู้สอดเห็นอยู่ใกล้ๆแถวนี้จริงๆพ่อ แต่ฉันจัดการสอยมันไปแล้วคนหนึ่ง”

“ใคร?”

“ไม่ทันเห็นว่าเป็นใคร แต่คิดว่าน่าจะเป็นไอ้เชน”

“แล้วศพมันล่ะ”

“นอนตายอยู่ในแอ่งน้ำตกเป็นผีเฝ้าป่าไปแล้ว เจอเข้าไปแบบนี้พวกมันคงไม่กล้าเฉียดเข้ามาใกล้แถวนี้อีก”

ลายเสือกับไอ้คมเดินเข้ามาหาสองพ่อลูก กำนันปราบมองแวบหนึ่งก่อนพูดตัดบทว่า

“เดี๋ยวฉันคงต้องกลับแล้ว เรื่องงานเก็บกู้ระเบิดพอจะบอกได้ไหมว่าจะเสร็จเรียบร้อยได้เมื่อไหร่”

“เร็วๆนี้แหละ”

“ดูจากจำนวนคนที่เหลือของพวกมันแล้ว คงโดนระเบิดไปเยอะ งานเลยไปได้เร็ว แต่มันก็คุ้มกับชีวิตของไอ้ฟ้าลั่นที่อยู่ในการดูแลของพวกเรา”

ลายเสือแสร้งยิ้มรับ เดินเข้าไปจ้องหน้าชาติเขม็ง “ไอ้ลูกชาย...ความโหดเอ็งน่ะถอดแบบมาจากพ่อไม่มีผิด แต่ระวังเรื่องความกร่างเอาไว้ ยังไงข้าก็คือลายเสือ ราชาค้ายาเสพติดสามแผ่นดิน...ศพแรกที่ข้าฆ่าตายคือเด็กอายุ 5 ขวบ ตอนนั้นเอ็งก็คงกำลังร้องกระจองอแงขอดูดนมแม่อยู่เลยมั้ง”

สายตาดุดันของลายเสือทำเอาชาติผงะไปเล็กน้อย แล้วชักสีหน้าเอาเรื่องใส่

“ถ้าคิดว่าแน่แล้วหนีหัวซุกหัวซุนมาผาปืนแตกทำไมล่ะไอ้แก่”

“ไอ้ชาติ...พอได้แล้ว” กำนันปราบตวาดลูกชายแล้วหันไปที่ลายเสือ “เอาล่ะ ที่ยืนอยู่ตรงนี้มันก็พรรคพวกเดียวกันทั้งนั้น หนำซ้ำวันนี้ก็ยังได้รู้ว่าเรามีศัตรูเป็นพวกเดียวกันอีก เพราะฉะนั้นเราควรร่วมมือกันดีกว่ามากัดกันเอง”

“ก็ถ้าแกรักษาคำพูดจะดูแลลูกชายฉันอย่างดี ฉันก็ไม่อยากให้เสียความตั้งใจที่มาร่วมมือกันหรอก”

“ไม่ต้องห่วง ฟ้าลั่นจะได้รับการดูแลอย่างดีแน่นอน ฝากงานทางนี้ด้วยแล้วกัน...ไปได้แล้วไอ้ชาติ”

กำนันปราบเดินออกไปพร้อมชาติและลูกน้อง ลายเสือมองตามสายตาอาฆาตมาดร้าย

“ไอ้ปิศาจอสรพิษมันได้ข่าวที่ฉันส่งออกไปรึยัง” ลายเสือตั้งคำถาม...แล้วยิ้มเหี้ยมเมื่อได้ยินไอ้คมตอบว่า

“ได้แล้วครับนาย มันกำลังรีบเดินทางมา”

“ไอ้ปราบ ถึงเวลาแล้วเอ็งจะรู้...ทีใครทีมันเว้ย” ลายเสือเปล่งเสียงหัวเราะในลำคอ ทระนงตนว่ายังไงก็ชนะแน่

ooooooo

แสนกับจิกพาเพลิงกลับมาส่งที่กระท่อมหลังวัดแล้วเจอยอดนอนหน้าตาฟกช้ำปากแตกสะบักสะบอม เพลิงเดาได้ไม่ยากว่าเป็นฝีมือใคร จะผละไปเล่นงานผู้กองสมานทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บมาไม่น้อยเหมือนกัน

แสนให้จิกอยู่ดูแลยอดส่วนตัวเองรีบตามเพลิงออกไปถึงหน้าโบสถ์ เป็นจังหวะที่ผู้กองสมานตรงดิ่งมาพอดี

“โผล่หัวมาจนได้นะไอ้เพลิง ไอ้ขี้ขลาดตาขาว เก่งแต่หลบใต้กระโปรงผู้หญิง แถมยังหลอกใช้เพื่อนมาเป็นเครื่องมืออีก”

“ผู้กอง!! ผมไม่ใช่ไอ้ขี้ขลาด” เพลิงตะเบ็งเสียงคับแค้น...แสนรีบเข้าไปขวางเพื่อเจรจากับผู้กอง

“ผมขอร้องล่ะ ปัญหาของผู้กองกับไอ้เพลิงช่วยเก็บเอาไว้ก่อนได้ไหม ตอนนี้ที่ผาปืนแตกกำลังมีปัญหา ลำพังแค่พวกเราต้องรับมือกับพวกชั่วๆที่ถือกฎหมายเอาไว้ในมือก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว เห็นไหมครับ เห็นสภาพไอ้เพลิงที่ต้องไปรับมือกับพวกนั้นมามั้ย”

“น้าไม่ต้องไปขอร้องเขาหรอกครับ ลูกผู้ชายมันต้องคำไหนคำนั้น”

เพลิงเป็นฝ่ายพุ่งเข้าใส่สมานก่อน แต่เพราะร่างกายไม่พร้อมเลยโดนเขาศอกกลับล้มลงแล้วขึ้นคร่อมรัวหมัดไม่ยั้ง แสนเห็นเพลิงเป็นรองก็ทนไม่ไหวหันไปคว้าก้อนหินขนาดเหมาะมือจะทุ่มใส่หัวสมาน แต่เพลิงพลิกตัวบังเอาไว้ เป็นเหตุให้ตัวเองโดนก้อนหินนั้นเต็มๆ สลบเหมือดไปทันที

เดือนอยู่ในบ้านพัก กระวนกระวายเป็นห่วงเพลิงแต่ออกไปไม่ได้เพราะถูกจ่าควบคุมแน่นหนา ผ่านไปสักพักสมานกลับมา เดือนร่ำร้องฟูมฟายนึกว่าพี่ชายฆ่าเพลิงเสียแล้ว

“ไม่จริง...พี่ทำอย่างนี้ได้ยังไง พี่ฆ่าเขาทำไม ทำไม”

“หยุด! พี่บอกให้หยุด ไอ้เพลิงมันยังไม่ตาย พี่ไม่ได้ฆ่ามัน แต่พี่จะให้โอกาสมันมีชีวิตต่ออีกหน่อยเพราะวันนี้มันไม่อยู่ในสภาพที่จะรับมือกับพี่ได้”

“เกิดอะไรขึ้นกับเพลิง”

“แกไม่ต้องอยากรู้เรื่องของมัน เพราะแกกับมันไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก เข้าใจไหมเดือน...ตอบพี่มา”

เดือนปัดมือพี่ชายแล้วถอยไปทิ้งตัวนอนร้องไห้บนเตียงสะอึกสะอื้นน่าเวทนา แต่สมานไม่ใจอ่อน...

ส่วนที่หน้าบ้านเชน น้อยวิ่งกระหืดกระหอบมาถามหาวัลภา หลังได้ยินแสนกับจิกบอกว่าพวกเชนไปมีเรื่องมา

“ฉันไม่เป็นไรหรอกจ้ะน้า แต่วัลภาน่ะสิ ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย”

“หา! มืดค่ำป่านนี้แล้วนะ เอ็งหาทั่วแล้วรึยัง”

“ฉันแทบจะพลิกป่าหา แต่ก็ไม่เจอเลย ก็เลยกลับมารอที่บ้านเผื่อวัลภาจะกลับมา แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นเลย”

“ข้าว่าชักจะยังไงๆแล้วนะไอ้เชน”

“ฉันก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่ดีกับวัลภาหรอกน้า เอาอย่างนี้ฉันจะออกไปตามหาอีกที น้าช่วยรออยู่ที่นี่แล้วกันเผื่อวัลภาจะกลับมา”

น้อยพยักหน้ารับ เชนเร่งรีบออกไปด้วยใจที่ร้อนรุ่มเป็นห่วงวัลภา แต่ตามหาตลอดคืนก็ยังไร้วี่แวว เช้าขึ้น

ทุกคนพากันเคร่งเครียด อยากจะช่วยตามหาวัลภาแต่เชนเกรงว่าถ้าเฉียดเข้าไปใกล้ค่ายของลายเสือในป่าจะเป็นอันตรายกับพวกเราได้

“ไอ้ลายเสือ ราชาค้ายาเสพติดสามแผ่นดินน่ะเหรอ”

“พ่อรู้จักมันด้วยเหรอ” เชนมองหน้าประสิทธิ์อย่างแปลกใจ

“อ่านข่าวเจอ ได้ยินว่ามันโดนทางการกวาดล้างจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ไม่นึกว่ามันจะหนีมาถึงที่นี่”

“แล้วมันก็ไม่ได้หนีมาแค่หาที่หลบซ่อนด้วยนะพ่อ ฉันเห็นมันกับไอ้กำนันปราบพยายามจะเคลียร์พื้นที่ดงกับระเบิดตั้งแต่สมัยสงครามโลกอยู่ในป่า วัลภาพยายามช่วยให้ฉันสืบเรื่องของพวกมัน จากนั้นฉันก็ไม่ได้เห็นวัลภาอีกเลย”

“คุณพระ ข้าไม่อยากคิดเลยว่าวัลภาจะถูกพวกมันฆ่าตายไปแล้ว”

“นังน้อย! ปากเสีย” แสนตวาดเสียงเขียว

“แต่ข้าว่าวัลภายังไม่ตาย อย่าลืมว่าวัลภาเป็นลูกเลี้ยงของไอ้กำนันปราบ ถ้ามันเจอตัวก็คงจะจับตัวเอาไปมากกว่า”

“ก็เป็นไปได้อย่างที่น้าจิกว่า...งั้นฉันจะลองไปสืบดู เนื้อทองน่าจะรู้อะไรบ้าง” เชนรีบออกไป ประสิทธิ์สีหน้าเป็นกังวลใจคอไม่ดี น้อยนึกว่าครูเป็นห่วงลูกสะใภ้ แต่ความจริงเขาเป็นห่วงเรื่องอื่นมากกว่า

ประสิทธิ์ร้อนใจไปพบหลวงพ่อสิน พูดคุยกับท่านส่วนตัวด้วยเรื่องถ้ำทองคำที่รู้กันแค่สองคนมา

นมนาน แต่เวลานี้อาจมีคนอื่นล่วงรู้อีกก็เป็นได้ ส่วน

เชนที่แอบนัดพบเนื้อทองนอกบ้าน ไม่คาดคิดว่าชาติจะโผล่มาเห็นทั้งคู่คุยกันด้วยท่าทีมีพิรุธ แต่ชาติคิดในแง่หึงหวงเนื้อทองอย่างเดียว เลยไม่ได้เอะใจว่าเธอจะเป็นหนอนบ่อนไส้

เนื้อทองเอาตัวรอดเล่าให้ชาติฟังว่าวัลภาหายตัวไป เชนเลยมาขอให้เธอช่วยตามหาอีกแรง

“วัลภาหายตัวไป?” ชาติทวนคำสงสัย

“ใช่...หลังจากที่ฉันกับวัลภาไปเจอพวกแกทำลับๆล่อๆอยู่ในป่า บอกมานะไอ้ชาติ ฝีมือแกใช่ไหม แกทำอะไรวัลภา”

“ฉันนึกว่าเป็นแก ฉันก็เลยไล่ยิงเหมือนไล่ยิงหมาตัวนึง”

เชนโมโหจะพุ่งเข้าใส่ชาติแต่เนื้อทองรีบกางกั้น ขอร้อง “อย่านะเชน ฉันขอล่ะ ลงมือกับชาติตอนนี้

ก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยวัลภาได้ มีแต่จะทำให้ชาติโมโหขึ้นกว่าเดิม...ชาติ เธอจะบอกได้ไหมว่าตอนนี้วัลภาอยู่ไหน”

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง มันดันทะลึ่งพาวัลภาเข้าไปในเขตหวงห้ามของพวกฉันเอง ฉันก็แค่ต้องทำหน้าที่ป้องกันอาณาเขตของฉันเอาไว้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ถือซะว่าสมน้ำหน้าที่หาเรื่องสะเออะเอง”

ชาติแสยะยิ้ม ดึงแขนเนื้อทองออกคำสั่ง “กลับกันได้แล้ว ปล่อยให้ไอ้เชนมันหัดจำใส่กะโหลกเอาไว้ ทีหลังมันจะได้ไม่กล้าไปเพ่นพ่านที่ที่ไม่ควรไปอีก”

“แต่วัลภาเป็นน้องสาวเธอนะชาติ”

“ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆสักหน่อย...ไป!” ชาติลากเนื้อทองออกไป เชนได้แต่ยืนอึ้งกำหมัดแน่นเจ็บใจ

กลับถึงบ้าน ชาติยังกำราบเนื้อทองอีกยก “ทีหลังอย่าให้ฉันเห็นว่าเธอไปเจอไอ้เชนอีก ไม่อย่างนั้น...

นอกจากไอ้เชนจะเจ็บตัวแล้ว เธอก็จะเจ็บตัวไปด้วย”

“ฉันบอกแล้วไง ฉันเจอกับเชนก็เพราะวัลภาหายตัวไป แทนที่เธอจะช่วยกันตามหาแต่เธอกลับอำมหิตไม่สนใจไยดี ทั้งๆที่เธอเป็นคนไล่ยิงวัลภา”

“ก็พวกมันอยากสะเออะโผล่ไปที่นั่นเอง มันอยากหาเรื่องใส่ตัวมันก็ต้องได้รับบทเรียน”

“แต่นั่นวัลภานะ เขามีศักดิ์เป็นน้องสาวของเธอ”

“ฮึ! สนที่ไหนล่ะ” ขาดคำของชาติ ลำดวนพรวดพราดเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับวัลภา ชาติสะดุ้งก่อน รีบบอกปัดว่าไม่มีอะไรหรอก

“แต่น้าได้ยิน วัลภาหายตัวไปไหน”

“วัลภาโดนชาติไล่ยิงจนหายตัวไปในป่า ป่านนี้ยังหาตัวไม่เจอเลยค่ะน้าลำดวน”

“ชาติ...เธอทำกับวัลภาแบบนั้นทำไม วัลภาเป็นลูกสาวน้านะ”

“อย่ามาเซ้าซี้ได้มั้ย รำคาญ” ชาติผลักลำดวนออกห่างแล้วหันไปจิกหน้าเอาเรื่องเนื้อทอง

“เธอมันแส่หาเรื่องให้ฉันจนได้ กลับเข้าไปในห้องแล้วไม่ต้องออกมาอีก”

เนื้อทองถูกชาติผลักเข้าห้องแล้วปิดล็อกทันที จากนั้นเดินหัวเสียหนีไป ลำดวนอยากรู้เรื่องลูกสาวก้าวตามมารั้งเขาไว้

“ชาติ...หันมาพูดกับน้าสิ วัลภาไปทำอะไรให้ ชาติถึงต้องไปลงมือกับลูกสาวน้า”

“รำคาญเว้ย!!!” ชาติโวยวายปัดมือลำดวน ระหว่างนั้นกำนันปราบกลับเข้ามาพอดี ร้องถามทั้งคู่ว่ามีอะไรกัน ลำดวนลนลานหันมาหา พูดปากคอสั่นว่าเกิดเรื่องกับวัลภา

“เรื่องอะไร”

“ก็ที่ฉันบอกพ่อไปว่าฉันไล่ยิงไอ้เชนจนมัน

จมหายไปในน้ำ แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ไอ้เชน เป็นวัลภาต่างหาก”

“อะไรนะ ชาติทำกับวัลภาแบบนี้ได้ยังไง” ลำดวนเริ่มฟูมฟาย

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ถ้ามันไม่โผล่มายุ่งมันก็ไม่โดน น้าต่างหากที่ควรจะอบรมสั่งสอนลูกสาวตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยให้มันรวมหัวกับไอ้เชนมาเปิดศึกกับเรา”

“พอกันได้แล้ว ถ้าไอ้ชาติมันว่ามันไม่รู้ก็คงไปโทษมันไม่ได้ ฉันก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แล้วก็เป็นคนสั่งให้มันลงมือเอง”

“หมายความว่าพี่กำนันจะให้ฉันอยู่เฉยทั้งๆที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวฉันเหรอ ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะไม่บอกพี่ว่าทางไปถ้ำทองคำนั่นอยู่ที่ไหน”

“ลำดวน!! นี่เธอกล้าขู่ฉันเหรอ” กำนันบีบคางลำดวนอย่างแรงจนเธอเจ็บหน้าเหยเก...ฟ้าลั่นแอบดูแอบฟังอยู่ใกล้ๆ ได้ยินชัดเรื่องถ้ำทองคำ แววตาสุกใสสนใจขึ้นมาครามครัน

กำนันปราบลากลำดวนไปที่ห้องโถงแล้วผลักเธอลงที่เก้าอี้อย่างไม่ปรานี สั่งให้พูดออกมาอีกทีว่าเธอจะไม่ช่วยอะไรตนเลย

“พี่กำนันจ๊ะ...คือ...คือฉัน...”

“คนอย่างพ่อฉันไม่ชอบให้ใครมาต่อรองด้วย

ต่อให้เป็นเมียก็เถอะ”

“ไอ้ชาติ...เอ็งอยู่เฉยๆ ว่าไงลำดวน อย่าคิดว่าที่ฉันพาเธอมาอยู่กิน ยกย่องเธอเป็นเมียออกหน้าออกตาแล้ว แล้วจะไม่กล้าส่งเธอกลับไปเป็นนักร้องตกอับเหมือนเดิม”

“พี่กำนันจ๊ะ ฉันรักพี่กำนันนะจ๊ะ แต่วัลภาก็

ลูกสาวฉัน แล้วจะให้ฉันไม่ดูดำดูดีเลยเหรอ อย่างน้อยถ้าวัลภาตายไปแล้วจริงๆ ฉันก็อยากได้ศพลูกมาทำพิธีให้ถูกต้อง” ลำดวนร้องห่มร้องไห้แล้วเข้าไปคุกเข้ากอดขาปราบ

“ชีวิตฉันมอบให้พี่ไปหมดแล้ว ยังไงฉันก็ไม่ยอมกลับไปลำบากเหมือนก่อนอีกแน่ ฉันขอโทษ ฉันจะไม่ต่อรองกับพี่อีกแล้ว แต่ขอให้พี่ช่วยเรื่องวัลภาให้ฉันนะ นะจ๊ะพี่กำนัน”

“เอาล่ะ อย่าให้ฉันได้ยินเธอหือกับฉันอีก เพราะไม่อย่างนั้นฉันจะส่งเธอกลับไป...ไอ้ชาติ ส่งคนของเราไปจัดการเรื่องวัลภาให้เรียบร้อย”

“ก็ได้พ่อ” จบคำชาติเดินออกไป กำนันปราบหันมาจิกตากำราบลำดวนที่ยังสะอื้นไห้ไม่หยุดหย่อน

ooooooo

ฟ้าลั่นหลบเข้าห้องด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเรียกสาวใช้คนเดิมที่ดูแลบาดแผลให้ตนมารับข้อความเหมือนเคย

“เอาข่าวนี้ไปให้พ่อฉัน ระวังอย่าให้ถูกจับได้”

สาวใช้พยักหน้ารับก่อนออกจากห้องไป แต่ยังไม่ทันจะปิดประตู เชิดเดินตรงดิ่งเข้ามา หล่อนถึงกับสะดุ้งหน้าตาตกใจ เชิดเมียงมองอย่างจับผิด

“เดี๋ยวนี้ฉันเห็นแกเข้าออกห้องนี้บ่อยๆ ดูมันจะเกินหน้าที่ที่สั่งไปรึเปล่า”

“ก็พ่อกำนันสั่ง...สั่งให้ฉันดูแลเขานี่นายเชิด”

“ใช่...พ่อกำนันสั่ง แต่ฉันว่าท่าทางแกดูมีพิรุธนะ”

เชิดไล่บี้ไม่เลิก สาวใช้ไม่กล้าสบตา ทำให้เชิดยิ่งรู้สึกผิดสังเกต ฝ่ายฟ้าลั่นที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงเชิดคุยกับสาวใช้ทุกคำ เขาหน้าเครียดกลัวถูกเปิดโปง

“แกรู้เรื่องไอ้ตุ่นรึเปล่า” เชิดล่อหลอก...สาวใช้พาซื่อพยักหน้ารับ “งั้นแกก็รู้ดีใช่ไหมว่าคนที่คิดทรยศ พ่อกำนันจะมีจุดจบยังไง”

คราวนี้สาวใช้หน้าซีดเป็นไก่ต้ม เผลอแสดงท่าทีหลุกหลิกจนเชิดมั่นใจยิ่งข่มขู่

“ว่าไง รู้อย่างนี้แล้วแกมีอะไรจะบอกฉันรึเปล่า”

สาวใช้กลัวจนตัวสั่น เชิดยังจ้องเขม็งไม่วางตา ระหว่างนั้นเองเสียงโครมครามดังมาจากในห้องของ

ฟ้าลั่น เชิดเปิดประตูเข้าไปทันที สาวใช้สบโอกาสเดินหนีออกไปอย่างว่องไว

ภายในห้องโต๊ะล้มระเนระนาดแต่น่าแปลกไม่มีฟ้าลั่น เชิดเดินไปเดินมาสำรวจอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่รู้ว่าฟ้าลั่น

หลบหลังประตู พอเห็นเชิดเผลอก็กระโจนเข้าใส่

โดยใช้ม้วนผ้าพันแผลเป็นอาวุธรัดคอมัน

เชิดโดนรัดคอจนหน้าดำหน้าแดงแต่ก็ฮึดแรงกระทุ้งศอกกระแทกเข้าลำตัวฟ้าลั่นโดนแผลที่ยังไม่หายดี ทำเอามันผงะถอยออกมา เชิดตามไปซัดด้วยหมัด

จับเหวี่ยงกระแทกผนังดังโครม

ฟ้าลั่นไม่ยอมแพ้ เอื้อมมือคว้าแจกันทุ่มใส่หัวเชิดดังเพล้ง!! แล้วคว้าเศษกระเบื้องที่แตกเป็นอาวุธจะฆ่าเชิดให้จงได้ ทันใดนั้นเสียงขึ้นไกปืนดังเหนือหัวฟ้าลั่นด้วยฝีมือของชาติ

“พ่อข้าอุตส่าห์ช่วยให้เอ็งพ้นจากประตูนรกมาได้ แล้วนี่เหรอวะคือวิธีการจ่ายค่าตอบแทนของเอ็ง...ไอ้ฟ้าลั่น”

ฟ้าลั่นหน้าเสีย ค่อยๆปล่อยเศษกระเบื้องลงพื้นแล้วชูมือขึ้นหันมาเผชิญหน้าตอบโต้ชาติตรงๆ

“ถ้าพ่อเอ็งจริงใจที่จะช่วยข้า ข้าก็คงไม่คิดจะตอบแทนด้วยวิธีนี้หรอก”

“ปากดีนัก...ไอ้พวกขี้แพ้!!” ด่าเสร็จชาติใช้

ด้ามปืนกระแทกหน้าฟ้าลั่นดังผัวะ!

ooooooo 

เพลงรักผาปืนแตก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด