ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เพลิงฉิมพลี

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: อั้ม อธิชาติ ประกบ เบลล่า ราณี ใน "เพลิงฉิมพลี" ละครพีเรียดซ่อนปมฆาตรกรรม

การตามหาตัวผู้ต้องสงสัยฆาตกรรมแขไขยังดำเนินต่อไป ณไตรประกาศจะให้รางวัลอย่างงามแก่ใครก็ตามที่เจอตัวเนื้อนาง คำฝายและประกาย ส่วนแสงคำกับม่อนดอยมาทำงานที่ปางเช่นเดิม โดยควาญหนุ่มได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการปาง ช่วยณไตรดูแลกิจการ ซึ่งช่วงนี้จะยุ่งมากเรื่องตามหาตัวเมียรัก

ด้านบุญลือ...เจ็บแค้นณไตรที่กล้าไล่ออก วันดีต้องปลอบให้ใจเย็นๆ และหาทางหลบหนีไปจากที่นี่สักพักค่อยกลับมาล้างแค้นพ่อเลี้ยงหนุ่มคราวหลังก็ยังไม่สาย บุญลือไม่เต็มใจนัก แต่ต้องทำตามคำสั่งพี่สาวและหาทางเอาตัวรอด...ไอ้ณไตร ไอ้ม่อนดอย ไอ้แสงคำ...อย่าหวังจะรอดเลย ถ้าฉันไม่มีความสุข พวกแกก็อย่ามีเลย!

หลังประกาศต่อหน้าคนงานทั้งปางให้แสงคำเป็นผู้จัดการ ณไตรก็พาไปเรือนพักประจำตำแหน่ง แสงคำไม่มีท่าทีดีใจ ตั้งใจจะทำหน้าที่นี้แทนพ่อเลี้ยงแบบชั่วคราวเท่านั้น วันใดที่จัดการเรื่องเนื้อนางและสะสางคดีแขไขเรียบร้อย เขาจะคืนตำแหน่งให้ ณไตรถอนใจหนักหน่วง กลุ้มใจเรื่องเมียรัก มั่นใจว่าเธอไม่ใช่ฆาตกรแต่หลักฐานแวดล้อมดูแน่นหนาเหลือเกิน แสงคำพยายามย้ำให้เชื่อมั่นในตัวเนื้อนาง

“เนื้อนางไม่ใช่คนปล่อยตัว นอนกับคุณธรรพ์...ผู้หญิงคนเดียวที่รักพ่อเลี้ยงมากกว่าชีวิตตัวเองก็คือเนื้อนาง”

แสงคำหมุนตัวเข้าเรือนไปแล้ว ทิ้งณไตรให้ยืนเครียดคนเดียว...แม้จะโกรธแต่ก็คิดถึงเนื้อนางสุดหัวใจ

ส่วนคนที่ณไตรคิดถึงกลับพยายามลืมใบหน้าหล่อเหลาของเขา และตั้งหน้าตั้งตาฝึกเต้นรำกับแมงมัน พร้อมกับพวกคำฝายและพวกสร้อยฟ้า แม้จะขัดแข้งขัดขากันตลอด แต่ทั้งหมดก็ผ่านพ้นบทฝึกสุดโหดไปได้ และแล้ววันงานก็มาถึง หกสาวเตรียมตัวอย่างดี พร้อมจะออกไปเต้นรำกับชายหนุ่มที่มาโค้งให้ พวกสร้อยฟ้ากระดี๊กระด๊ามาก ต่างจากพวกเนื้อนางที่มีท่าทีประหม่าเล็กๆ แต่เพื่อความอยู่รอดเลยพยายามทำใจและเชิดหน้าเต้นรำอย่างสนุกสนาน

เวลาเดียวกัน...ณไตรกับพวกม่อนดอยตระเวนหาพวกเนื้อนางอย่างไม่ลดละ แต่ก็คว้าน้ำเหลว เพราะไม่มีใครพบหรือเห็นพวกอดีตช่างฟ้อนเลย แต่ที่ทำให้เหล่าคนงานแตกตื่นจนลืมเรื่องอื่น คงหนีไม่พ้นภาพหลอนลวงตาของผู้หญิงในชุดขาวที่ร่ำลือว่าป้วนเปี้ยนแถวๆ
เรือนพักเก่าของเนื้อนาง ม่อนดอยยกพวกไปตรวจสอบ ไม่พบอะไร แต่เสียงกุกกักแปลกๆก็ทำให้วิ่งโร่ไปฟ้องพ่อเลี้ยงหนุ่ม...ผีคุณแขไขแน่ๆ ผีตายโหง!

ณไตรไม่เชื่อเรื่องผีไร้สาระ แต่ที่ทำให้หูผึ่งมากกว่า ก็เมื่อแสงคำมาบอกว่ามีคนหน้าเหมือนเนื้อนางในคณะรำวงที่เพิ่งเปิดการแสดงเมื่อคืนก่อน พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่รอช้า เร่งรีบเข้าเมืองไปสอบถามชาวบ้านละแวกนั้น พร้อมแสงคำกับม่อนดอย ผุดยิ้มอย่างมีความหวัง เมื่อชาวบ้านหลายคนยืนยันว่ามีคณะรำวงสาวๆมาเปิดการแสดงเมื่อคืนจริง

เนื้อนางยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกตามตัว มัวแต่โต้คารมอย่างดุเดือดกับพวกสร้อยฟ้า ร่วมด้วยคำฝายกับประกาย หกสาวตั้งท่าจะตบตีกันเหมือนเคย ร้อนถึงบุญน่านกับบัวตองต้องจับแยก และขู่จะไล่ออกทั้งหมดถ้ายังฟัดกันไม่เลิก!

ooooooo

ณไตรค้นพบบ้านพักของคณะบุญน่านเจอจนได้ เนื้อนางซึ่งกำลังจะไปซักผ้า เหลือบเห็นเข้าก็รีบดึงคำฝายและประกายให้หลบ พวกณไตรไม่ทันมองรอบๆ เพราะมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาซักเรื่องเนื้อนาง โดยมีบัวตองมารับหน้า ด้วยข้องใจเป็นทุนว่าเหตุใด เนื้อนางถึงหนีจากสามีที่เป็นพ่อเลี้ยงใหญ่แห่งตระกูลหิมวัต

“เนื้อนางเป็นเมียพ่อเลี้ยงไม่ใช่หรือ เมียพ่อเลี้ยงจะมาเป็นสาวรำวงได้ยังไง”

ณไตรไม่ตอบคำถาม แต่ขออนุญาตค้นบ้านคณะรำวง เนื้อนางเป็นคนที่ทุกคนตามหา และเขาก็มีเรื่องสำคัญต้องถามจากเธอ บัวตองชั่งใจเล็กน้อย ก่อนยอมเปิดทางให้ บุญน่านได้ยินทุกอย่าง กลัวเสียตัวทำเงินอย่างเนื้อนาง เลยขยับไปใกล้เมียแล้วบอกจะจัดการขวางเอง...ใครจะยอมปล่อยตัวสร้างรายได้คนสำคัญ

ระหว่างที่พวกณไตรวิ่งค้นทั่วบ้าน คำฝายกับประกายพยายามเกลี้ยกล่อมเนื้อนาง บางทีการยอมพบแสงคำกับม่อนดอยอาจไม่เลวร้ายอย่างที่คิด แต่อดีตช่างฟ้อนไม่ไว้ใจพ่อเลี้ยง กลัวเขาบ้าเลือด ประณามเธอเหมือนครั้งสุดท้ายที่คุยกัน และเธอก็ไม่อยากเป็นผู้หญิงมากชู้หลายผัวอย่างที่เขากล่าวหาอีกแล้ว!

บุญน่านกับบัวตองยืนมองพวกณไตรเดินพล่านรอบบ้านด้วยแววตาเหนื่อยหน่าย โชคดีที่พวกเนื้อนางออกไปข้างนอก คำพูดโกหกของสองผัวเมียว่าเนื้อนางไม่ได้อยู่ที่นี่เลยฟังมีน้ำหนักขึ้น ณไตรถอนใจหนักหน่วง แต่ยังไม่ถอดใจ ฝากฝังสองผัวเมียเจ้าของคณะรำวง ว่าหากเจอเนื้อนาง ช่วยบอกให้กลับไปบ้านหิมวัตด้วย เพราะทุกคนกำลังรอความจริงจากปากเธอ...อย่าหนีเหมือนคนมีความผิดติดตัว

กว่าพวกณไตรจะกลับไป พวกเนื้อนางที่ตัดสินใจดำน้ำหลบในคลองหน้าบ้านก็แทบขาดใจตาย บุญน่านกับบัวตองโล่งอกไม่แพ้กัน ยินดีมากที่ไม่เสียตัวทำเงินอย่างเนื้อนาง แต่แสร้งพูดดีว่าช่วยปิดบังเพราะเห็นแก่เธอ เนื้อนางซาบซึ้งใจมาก ไม่อยากกลับไปบ้านหิมวัตหรือถูกทำร้ายจิตใจอีกแล้ว

“ในเมื่อพ่อเลี้ยงรักแม่ รักครอบครัวเขา เนื้อนางก็รักแม่ รักตาของเนื้อนางไม่น้อยกว่ากัน เส้นทางของเนื้อนางกับพ่อเลี้ยงมันไม่ควรจะบรรจบกันตั้งแต่แรก ขาดจากกันได้แล้ว ชาตินี้ก็อย่าเจอหน้ากันอีกเลย”

“โชคดีแล้วเนื้อนาง ข้าเพิ่งรับงานที่หัวเมืองแพร่ แล้วคงตระเวนแถบนั้นอีกหลายที่ กว่าจะกลับมาคงอีกนาน”

แม้จะพลาดหวังจากการตามหาเนื้อนางในคณะรำวง แต่พวกณไตรก็ไม่ท้อแท้ เพียรตามหาและแวะถามข่าวคราวจากคณะรำวงอื่นๆ เผื่อมีใครเห็น ส่วนแสงคำกับม่อนดอยต้องรับศึกหนัก เมื่อข่าวลือเรื่องผีแขไขเริ่มหนาหู เหล่าคนงานหวาดกลัวจนไม่เป็นอันทำงาน วิ่งโร่มาขอลาออกไม่เว้นแต่ละวัน ผู้จัดการปางคนใหม่ปวดหัวมาก ต่างจากเจ้าของปางหนุ่ม ไม่เชื่อว่าผีแขไขจะมีจริง...ใครอยากออกก็ตามใจ รับคนงานใหม่ที่ไม่กลัวผีเข้ามา!

ooooooo

วันเวลาผ่านไปห้าปี ณไตรยังเป็นเจ้าของปางที่งานรัดตัวเหมือนเดิม และไม่ละความพยายามจะตามหาเมียรัก ส่วนธรรพ์กลายเป็นหนุ่มขี้เมา วันๆดื่มแต่เหล้าและเมามายจนทุกคนในบ้านเอือมระอา ส่วนทารกน้อยเติบโตเป็นเด็กชายน่ารัก ณไตรรับเป็นพ่อและคอยดูแลทุกอย่าง พร้อมตั้งชื่อให้ว่าอัศดายุ

วันดีรับหน้าที่ดูแลอัศดายุ ขวัญใจคนทั้งบ้านอย่างดี จนดูเหมือนจะไม่มีปัญหา จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยมาหาอัศดายุถึงบ้าน เด็กน้อยมองผู้หญิงตรงหน้านิ่งๆก่อนจะได้ยินเธอแนะนำตัวง่ายๆ

“ฉันชื่ออรองค์...อรองค์ ติลกโชติ...จะมาเป็นครูของหนูน่ะจ้ะ”

เวลาเดียวกันอีกมุมหนึ่งของบ้าน...ธรรพ์นั่งฟุบหน้าเมามายข้ามวันข้ามคืนจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ เมื่อรู้สึกตัวก็ตะโกนเรียกสาวใช้ลั่น ให้นำเหล้าขวดใหม่มาให้ แต่รออยู่นานก็ไม่มีใครเข้ามา หนุ่มขี้เมาเลยตัดสินใจออกไปหาเอง จังหวะเดียวกัน...อรองค์กำลังยื่นตุ๊กตาใหม่เอี่ยมเป็นของกำนัลให้อัศดายุ ธรรพ์เห็นเข้าก็โกรธ ตามไปกระชากมาถือไว้ ก่อนตวัดตามองไปทางหญิงสาวแปลกหน้าอย่างเอาเรื่อง อรองค์แนะนำตัวเสียงอ่อน แต่ธรรพ์กลับหัวเสีย เพราะไม่รู้เรื่องมาก่อน ยิ่งรู้ว่าณไตรเป็นคนหาครูมาให้อัศดายุก็ยิ่งโกรธ

“ทำไม...อะไรๆในบ้านนี้ต้องเป็นพี่ณไตรคนเดียว เรื่องอัศดายุก็ต้องถามฉันสิ”

ท่าทางเกรี้ยวกราดของธรรพ์ทำให้อัศดายุตกใจ วิ่งไปหลบหลังวันดี เมื่อธรรพ์เรียกให้มาหาก็ไม่ยอม แถมบอกเสียงซื่อว่าอาหนุ่มตัวเหม็นเหล้า ธรรพ์เสียใจมาก แต่ก็พูดไม่ออก ได้แต่มองตามหลังหลานชายเดินเข้าเรือนไปพร้อมกับวันดีเศร้าๆ โดยมีอรองค์สังเกตการณ์ตลอด...ดูท่าบ้านนี้จะมีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิด

อรองค์ตัดสินใจไปพบณไตรที่ปางในบ่ายวันเดียวกัน ไม่อยากรอที่บ้านในเมือง แต่ต้องหงุดหงิด เมื่อเจอหน้าแสงคำผู้จัดการปางมาดกวน อดีตควาญหนุ่มชังน้ำหน้าครูสาวคนใหม่ของอัศดายุอย่างบอกไม่ถูก แต่ด้วยมารยาทเจ้าบ้านที่ดี เลยต้องเก็บอาการและพาไปพบณไตรที่เรือนพักแบบเสียไม่ได้

ณไตรนิ่วหน้าเล็กน้อย เมื่อได้ยินจากผู้จัดการปางว่าครูสาวคนใหม่ของอัศดายุมาหาถึงปาง ม่อนดอยถามติดตลกว่าครูสาวสวยแค่ไหน แสงคำเบ้หน้า บอกว่าถึงสวยแต่ก็หัวสูงจนไม่น่ามอง ม่อนดอยส่ายหน้าหน่ายๆ แขวะว่าในสายตาอดีตควาญคงไม่มีใครสวยเท่าเนื้อนาง แสงคำหน้าเสีย เหลือบมองทางณไตรแล้วต้องถอนใจโล่งอก เมื่อพ่อเลี้ยงหนุ่มเจ้าของปางกลับนิ่งสงบ ไม่พาลหัวเสียเหมือนตลอดห้าปีที่ผ่านมา

“ไม่ว่าจะนานแค่ไหน เราก็จะรอ เนื้อนางต้องกลับมาที่นี่”

ด้านเนื้อนาง...แม้จะปรับตัวให้ชินกับการเป็นนางโชว์ของคณะเต้นรำ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนใจได้คือความรักที่มีต่อณไตร อดีตช่างฟ้อนแอบหยิบรูปถ่ายวันแต่งงานใบเก่ามาดูเสมอ แต่พยายามเก็บเป็นความลับ ไม่ให้คำฝายกับประกายเห็น เช่นเดียวกับวันนี้ เมื่อแมงมันมาชวนเธอกับคำฝายไปซื้อของในเมือง แต่เนื้อนางปฏิเสธ ไม่อยากเจอผู้คน แต่ชอบอ่านหนังสืออยู่บ้านมากกว่า
แมงมันสะบัดหน้างอนๆออกไปแล้ว คำฝายส่ายหน้ามองตามขำๆ แล้วหันไปถามน้องสาวนอกไส้อย่างรู้ทัน

“เรื่องมันผ่านมานานแล้ว บางทีพวกเขาอาจจะเลิกตามหาตั๋วแล้วก็ได้”

“เนื้อนางรู้นิสัยเขาดี หนานไตร...เขาไม่มีวันหยุด ไม่มีวันล้มเลิก ตราบใดที่เขายังไม่ได้สิ่งที่ต้องการ”

ooooooo

การมาถึงของอรองค์สร้างความประหลาดใจให้แก่ณไตรมาก แม้ครูสาวจะทำหน้าซื่อ แนะนำตัวและบอกเหตุผลง่ายๆ ว่าอยากมาทำความรู้จักนายจ้างตัวเองอย่างเป็นทางการก่อนจะเริ่มงานในวันรุ่งขึ้น ก็ไม่ทำให้คลายสงสัย ยิ่งเธอเสนอตัวมาสอนหนังสือเด็กๆในปาง ยิ่งข้องใจ แต่ไม่อยากสาวความยาว เลยได้แต่ปล่อยไปก่อน

แสงคำกับม่อนดอยลอบมองอรองค์อย่างพินิจ พิจารณา หูผึ่งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินณไตรย้ำให้ครูสาวสอนภาษาอังกฤษอัศดายุอย่างดี อรองค์ไม่ขัดแต่ย้อนถามเพื่อความแน่ใจ อดเป็นห่วงอัศดายุไม่ได้ ที่ต้องไปเมืองนอกตั้งแต่เด็ก

“ฉันอยากให้อัศดายุโตมาอย่างดีที่สุด ไม่ต้องรับรู้เรื่องอะไรที่นี่ พร้อมเมื่อไหร่ ฉันจะพาแกไปอังกฤษทันที”

ฟากบ้านคณะรำวงของบุญน่านก็วุ่นวายไม่แพ้กัน เมื่อพวกสร้อยฟ้าเปิดศึกปะทะฝีปากกับพวกเนื้อนางเหมือนเคย แมงมันซึ่งเพิ่งกลับจากซื้อของในเมือง เหนื่อยใจมาก แหวลั่นให้หยุดฟัดกันได้แล้ว...ถ้าไม่อยากถูกไล่ออก!

คำฝายกับเนื้อนางส่ายหน้าเซ็งๆเมื่อได้อยู่กันตามลำพัง เบื่อเหลือเกินต้องทะเลาะกับพวกสร้อยฟ้าไม่เว้นแต่ละวันมาตลอดห้าปี คำฝายมองน้องสาวนอกไส้ แล้วถามเสียงอ่อนว่าเคยคิดจะกลับไปหาณไตรบ้างไหม

“ไม่จ้ะ...เนื้อนางไม่คิดถึงเขา ถ้าจะคิดถึงก็แค่คุณหนูคนเดียว ป่านนี้คงโตน่ารักน่ากอด”

“ตั๋วก็ได้แต่คิดล่ะ แม่นายคงไม่ยอมให้ตั๋วได้เข้าใกล้คุณหนูอีก แต่อย่าคิดมากเลยนะเนื้อนาง อยู่อย่างนี้ ไม่สบายแต่ก็ไม่ลำบาก ยังไงก็ดีกว่าตั๋วต้องติดคุกเรื่องที่พวกมันหาว่าฆ่าแขไข”

“ลำบากแค่กาย เนื้อนางทนได้จ้ะ ทุกวันนี้เนื้อนางก็ขอแค่ได้เจอคุณหนูอีกครั้ง อยากกอดให้หายคิดถึง”

ส่วนเด็กน้อยที่เนื้อนางคิดถึงสุดหัวใจกำลังนั่งมองครูสาวคนสวยนิ่งๆโดยมีณไตรนั่งขนาบ กำชับเสียง อ่อนให้ตั้งใจเรียน จะได้ไปเรียนที่อังกฤษเร็วๆ ธรรพ์นั่งฟังอยู่ด้วยแย้งขึ้นว่าไม่อยากให้หลานชายไปเมืองนอกตั้งแต่เด็ก ณไตรยืนยันตามความต้องการเดิม ในเมื่อทุกคนยกให้อัศดายุเป็นลูกเขา เขาก็จะเลือกอนาคตให้เด็กชายเอง

“ผมก็เลยไม่มีสิทธิ์เป็นห่วงหลาน เป็นได้แค่หัวหลักหัวตอ ให้หมามันปัสสาวะรดเล่น ไม่สำคัญกับใครทั้งสิ้น”

“ธรรพ์...ถ้าสมองแกคิดได้แค่นี้ ก็อยู่ห่างๆอัศดายุดีกว่านะ”

ขาดคำก็ลากธรรพ์ไปคุยอีกห้อง ทิ้งอรองค์ให้มองตามด้วยความสงสัย แต่เมื่อถามวันดีว่าเหตุใดธรรพ์

ถึงไม่อยากให้อัศดายุไปเรียนต่อ สาวใช้เก่าแก่กลับไม่ตอบ เตือนให้ทำหน้าที่ครูให้ดี...อย่ายุ่งเรื่องคนในบ้าน!

ฝ่ายณไตรกับธรรพ์เผชิญหน้ากันที่อีกมุมหนึ่งในบ้าน พ่อเลี้ยงหนุ่มหัวเสีย เตือนสติน้องชายให้ระวังตัวมากกว่านี้ ทั้งคำพูดและการกระทำ ไม่ให้เป็นตัวอย่างไม่ดีแก่อัศดายุ ธรรพ์ตอกกลับอย่างเหลืออด

“ตัวอย่างดีๆมันต้องเป็นพี่คนเดียวใช่ไหม บ้านหิมวัตมันไม่มีใครประเสริฐเท่าพ่อเลี้ยงณไตร”

“ใช่...เพราะถึงจะผิดหวังแค่ไหน ฉันจะไม่ทำตัวสำมะเลเทเมาเหมือนแก เหล้ามันดับทุกข์ไม่ได้”

“ผมจะกิน มันเรื่องของผม ผมไม่ใช่เด็กที่พี่จะชี้เป็นชี้ตายเหมือนที่แม่นายทำ”

“รับรองว่าฉันจะไม่ใช้วิธีนายแม่ แค่แกพูดไม่คิดอีกคำ ฉันจะเตะแกให้กลิ้งตรงนี้”

ณไตรตั้งท่าจะเตะน้องชายจริงๆ ธรรพ์ไม่กลัว สวนกลับว่าไม่กลัวอะไรแล้ว อย่างไรเสีย...ทุกคนที่เขารักก็จากไปหมดแล้ว แม้แต่เนื้อนางก็คงไม่กลับมาที่นี่อีก ณไตรได้ยินชื่อเมียรักก็ของขึ้น

“แกไม่มีหน้าที่ต้องสนใจเรื่องเนื้อนาง อย่าให้ฉันได้ยินแกพูดชื่อนี้อีก ฉันไม่อยากให้อัศดายุได้ยิน”

“ต่อให้ตัดลิ้นทุกคน เรื่องบ้าๆมันก็เกิดขึ้นแล้ว ยังไงพี่ก็ไม่มีทางลบชื่อเนื้อนางออกจากหิมวัตได้!”

ธรรพ์หุนหันออกไปแล้ว ทิ้งณไตรให้มองตามด้วยความแปลกใจที่น้องชายดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

ooooooo

ความคิดถึงณไตรและเด็กชายตัวน้อยทำให้เนื้อนางนอนไม่หลับ เสียงกรนของคำฝายทำให้ตัดสินใจลุกขึ้น แล้วก็ต้องเอะใจ เมื่อไม่เห็นประกายบนที่นอนข้างๆ อดีตช่างฟ้อนไปตามหา หน้าซีดเผือดเมื่อเห็นภาพประกายนัวเนียกับบุญน่าน อดผิดหวังไม่ได้ที่อดีตเลวร้ายไม่ทำให้ประกายสำนึกหรือกลับตัวได้เลย

เนื้อนางไม่ปล่อยเวลาให้เนิ่นนาน เช้ารุ่งขึ้นก็ตัดสินใจเผชิญหน้ากับประกายและต่อว่าเสียงเข้ม ที่อีกฝ่ายยอมลดศักดิ์ศรีตัวเอง เป็นเมียน้อยเจ้าของคณะรำวงอย่างบุญน่าน ประกายไม่สะทกสะท้านโต้กลับ

“ไม่ต้องมาเตือนฉัน ดูตัวเองซะก่อนเถอะ เธอเป็นชู้นอนกับคุณธรรพ์ แถมถูกจับได้ เธอก็ไม่ได้วิเศษวิโสกว่าฉันนักหรอก กี่ผัวแล้วล่ะ ทั้งพ่อเลี้ยง ทั้งเจ้าแสนพรหม ทั้งคุณธรรพ์ ว่างๆก็คงจะมีไอ้แสงคำคอยเปลี่ยนเวรด้วยหรือเปล่า”

เนื้อนางอ้าปากค้าง คิดไม่ถึงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ประกายจะคิดเช่นนี้

“ทำไมล่ะเนื้อนาง ฉันก็คิดของฉันแบบนี้ เลิกสั่งสอนฉันได้แล้ว ดูสภาพตัวเองก่อนเถอะ ต้องหนีไปอีกกี่ปี ถ้าฉลาดก็ปิดปากไว้ อย่ามาขวางทางสบายของฉัน!”

ประกายสะบัดหน้าออกไปแล้ว ทิ้งเนื้อนางให้มองตามด้วยความช้ำใจ ไม่รู้เลยว่ากำปุ้งแอบได้ยินทุกอย่าง แสยะยิ้มร้ายสะใจ ในที่สุดโอกาสทำลายพวกเนื้อนางก็มาถึงแล้ว...คราวนี้พวกมันได้แตกคอกันแน่!

เวลาเดียวกันที่บ้านหิมวัต...อรองค์ไม่ละความพยายามจะสืบเรื่องอัศดายุ แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะณไตรระวังตัวไม่น้อย ไม่หลุดปากอะไรถึงแม่ของเด็กชายเลย เธอเลยรู้แค่ว่าอัศดายุเป็นเด็กกำพร้า แต่เมื่อเปลี่ยนเป้าหมายไปที่วันดี ก็ต้องหน้าเสีย เมื่อถูกสาวใช้เก่าแก่ปรามไม่ให้ยุ่งเรื่องเจ้านาย

“ฉันถามเพราะจะได้ระวังคำพูดจะไปกระทบ กระเทือนจิตใจคุณอัศ”

“คุณแขไข...เมียคุณณไตรถูกผู้หญิงใจร้ายฆ่าตายที่ปาง”

อรองค์ตกใจมาก ตั้งท่าจะถามต่อแต่ต้องยั้งไว้ เมื่อณไตรพาอัศดายุมาหาให้เรียนวาดรูปเสียก่อน

ข่าวคราวของเนื้อนางหายเข้ากลีบเมฆไปหลายปี ไม่เหมือนข่าวฉาวของประกาย ที่เข้าหูบัวตองในเช้าวันหนึ่ง กลายเป็นที่ฮือฮาของคนทั้งคณะว่าอดีตเมียน้อยของเจ้าแสนพรหมหวนกลับเส้นทางเดิม ด้วยการยอมเป็นเมียแบบลับๆของบุญน่าน กำปุ้งเป็นคนบอกทุกอย่าง หวังยุแยงให้พวกเนื้อนางแตกคอ ส่วนบัวตองอาละวาดบ้านแทบพัง จะไล่พวกเนื้อนางออกท่าเดียว ร้อนถึงบุญน่านต้องมาไกล่เกลี่ย ขอให้รับประกายเป็นเมียอีกคน

บัวตองชั่งใจครู่ใหญ่ ก็ยอมให้ประกายอยู่ต่อในฐานะเมียน้อย แลกกับการรับใช้เธอทุกอย่าง แต่เนื้อนางไม่อาจทนอยู่ได้อีก ผิดหวังในตัวประกายมากที่เลือกทางผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำฝายเตือนสติให้คิดดีๆ การออกจากคณะบุญน่านไม่น่าจะใช่ทางเลือกที่ดีนัก สองสาวคงถกกันอีกนาน ถ้าไม่บังเอิญเห็นวันดีที่ร้านขายของในเมืองเสียก่อน สองสาวนักเต้นรีบหลบ ตาเบิกโพลงเมื่อได้ยินวันดีพูดกับเจ้าของร้านว่าคุณหนูตัวน้อยลูกชายของแขไขกำลังจะไปเมืองนอก!

ความคิดที่ว่าจะไม่ได้เจอคุณหนูตัวน้อย ทำให้เนื้อนางอยากกลับไปบ้านหิมวัตอีกครั้ง คำฝายกล่อมให้ตัดใจ ทุกคนในบ้านนั้นคงไม่ยอมให้เข้าใกล้เด็กชาย แล้วจึงออกไปให้น้องสาวนอกไส้คิดอะไรเงียบๆ ประกายโผล่พรวดมาไม่นานหลังจากนั้น ถามเสียงเรียบว่าอีกฝ่ายจะอยู่ที่นี่ต่อหรือไม่ ในฐานะเมียอีกคนของบุญน่าน เธอจะขอให้เพื่อนรักทั้งสองได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้น แต่เนื้อนางปฏิเสธ ตัดสินใจพูดตรงๆว่าไม่อยากรวยทางลัด ประกายของขึ้นแหวลั่น

“เธอมันหยิ่ง หัวดื้อ ใครๆเขาก็อยากสบายทั้งนั้น ทำไมเธอถึงไม่อาศัยวาสนาฉันตอนนี้ จะได้สบายไปด้วย”

“วาสนาควรมาจากความดี ความเพียรของตัวเอง ไม่ใช่มาจากเรื่องผิดศีลธรรม”

“เธอไม่เคยทำผิดเลยล่ะสิ วาสนาของเธอมันก็มาจากการมีผัวเป็นพ่อเลี้ยงเหมือนกันนั่นแหละ”

“ฉันกับหนานไตรรักกันมาก่อน เราแต่งงานกันอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่เคยนอกใจเขา”

ท่าทางกราดเกรี้ยวของประกายไม่ได้ทำให้เนื้อนางกลัวแม้แต่น้อย และเลือกจะเตือนสติเพื่อนเสียงอ่อน

“ชีวิตคนเราต้องมีศักดิ์ศรีนะประกาย ถ้าเธอรักน้าบุญน่านจริงๆ ฉันก็ไม่ว่า แต่ถ้าเธอจะทำตัวเป็นเหลือบไร คอยสูบเลือดสูบเนื้อผู้ชายเพื่อความสุขสบาย วันหนึ่งเธอนั่นแหละจะไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่ความภูมิใจในตัวเอง”

“ฉันไม่ต้องการความภูมิใจ ฉันต้องการเงิน ความสุขสบาย เธอจะไปลำบากที่ไหนก็เชิญเถอะ ฉันไม่เกี่ยวแล้ว”

ประกายผลุนผลันออกไปแล้ว ทิ้งเนื้อนางให้มองตามด้วยความผิดหวัง...ฉันคงเตือนเธอได้แค่นี้ล่ะประกาย...

ooooooo

เนื้อนางหาทางหนีออกจากคณะบุญน่านไปหาลูกชายของแขไขจนได้ ส่วนอรองค์ไม่ละความพยายามจะตามหาความจริงเรื่องครอบครัวหิมวัต โดยเฉพาะสาเหตุการตายของแขไข โดยมีแสงคำกับม่อนดอยคอยจับตาตลอด เพราะมีคำสั่งโดยตรงจากณไตร ให้ดูแลครูสาวของอัศดายุอย่างดี... อย่าให้เกิดเรื่องเหมือนตอนแขไขเป็นอันขาด!

ธรรพ์ไม่สนใจว่าใครจะตามสืบเรื่องราวคนในบ้าน มัววุ่นวายกับการตามติดอัศดายุ ตามเสียงเรียกร้องของหัวใจคนเป็นพ่อ โดยมีวันดีช่วยดูแลห่างๆ เป็นสุขใจมากที่ได้เห็นธรรพ์ใกล้ชิดกับลูกชายแขไข

แต่สองอาหลานก็ต้องตกใจหน้าตื่น เมื่อจู่ๆมีหญิงสาวแปลกหน้าปรากฏตัว อัศดายุกลัวมาก เผลอปาลูกบอลในมือใส่หน้าหญิงสาวคนนั้น พร้อมส่งเสียงโวยวายจนทุกคนต้องวิ่งมาดู ธรรพ์อ้าปากค้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้าเต็มตา ปลอบโยนเด็กชายไม่ให้หวาดกลัว เพราะผู้หญิงที่มีเลือดอาบตรงขมับขวาคือเนื้อนาง...แม่นมของอัศดายุ

ขณะที่ทุกคนในบ้านหิมวัตแตกตื่นกับการกลับมาของเนื้อนาง แสงคำก็หัวหมุนไม่แพ้กัน ต้องต่อปากต่อคำกับอรองค์ ที่ทำท่ากวนประสาท และซักไซ้ไล่เรียงเรื่องแขไขจนน่ารำคาญ เมื่ออรองค์สอนเด็กๆในปางเสร็จก็เตรียมไปส่งบ้านหิมวัตตามคำสั่งณไตร แต่ครูสาวไม่ยอม ยืนกรานจะรอกลับพร้อมณไตรคนเดียว

แสงคำหัวเสียมาก ตั้งท่าจะลากเธอกลับให้ได้ เพราะเชื่อว่าณไตรคงตรวจงานในปางจนดึกดื่นและกลับเข้าเมืองเอง แต่อรองค์ก็รั้นเหลือเชื่อ เขาเลยต้องขู่ว่าที่นี่ผีดุ แต่นอกจากจะไม่ได้ผล ครูสาวไม่กลัว ยังรบเร้า ให้เขาพาไปสำรวจเรือนเก่าของเนื้อนางอีกต่างหาก...ฉันไม่กลับ ฉันอยากเห็นว่าที่นี่มีผีแขไขจริงหรือเปล่า!

ระหว่างที่แสงคำวิ่งไล่จับอรองค์ให้วุ่น วันดีก็โพล่งออกไปอย่างเหลืออด ให้ธรรพ์จัดการไล่เนื้อนางออกจากบ้าน ถ้าไม่อยากให้เรื่องเลวร้ายไปกว่านี้ แต่ธรรพ์ปฏิเสธ แถมแนะนำอัศดายุให้รู้จักแม่นม และสั่งเสียงเรียบให้วันดีไปตามเทพทัตมาดูแผลให้เนื้อนาง หมอหนุ่มเพื่อนรักของณไตรไม่อยากเชื่อตาตัวเอง ธรรพ์รู้ดี บอกว่าจะส่งคนไปบอกณไตรให้รีบกลับบ้าน ส่วนเรื่องศรีวัลลากับจันตาก็ไม่ต้องห่วง...ทั้งสองไปทำธุระที่บางกอก อีกหลายวันกว่าจะกลับ

กว่าเนื้อนางจะฟื้น เวลาก็ล่วงเลยไปหลายชั่วโมง เทพทัตกับธรรพ์คอยดูแลไม่ห่าง เป็นห่วงกลัวอดีตช่างฟ้อนจะมีอาการข้างเคียง ต่างจากวันดี เป็นตัวตั้งตัวตีจะจับเนื้อนางส่งตำรวจ ด้วยความระแวงตามประสาคนมีชนักติดหลัง เมื่ออดีตช่างฟ้อนคนงามประจำปางหิมวัตรู้สึกตัวก็หน้าซีด ลุกพรวดจะหนีออกจากบ้าน ธรรพ์ไม่ยอม ตามไปรั้งตัวไว้ แต่คงถึงเนื้อถึงตัวมากไป ณไตรซึ่งเพิ่งกลับจากปางเลยถึงกับเดือดจัด เมื่อเห็นเมียรักอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่น!

การมาถึงของณไตรทำให้ทุกคนตะลึงตาค้าง โดยเฉพาะเนื้อนาง ประสานสายตากับชายคนรักด้วยอารมณ์หลายหลาก ทั้งรักทั้งเกลียดจนแทบแยกไม่ออก พ่อเลี้ยงหนุ่มตั้งสติครู่ใหญ่ ถึงได้โพล่งถามออกไป

“เนื้อนาง...เธอหายไปไหนมา ฉันตามหาตัวเธอ กี่ปีกี่เดือน ฉันก็ไม่เคยลืมว่าเธอทำอะไรไว้บ้าง”

“เนื้อนางก็ไม่เคยลืมว่าคนบ้านหิมวัตทำลายชีวิตเนื้อนางมากแค่ไหน”

ท่าทางหยิ่งผยองของเมียรักทำให้ณไตรหัวเสีย กระชากเธอมาใกล้ หวังพูดกันให้รู้เรื่อง แต่เนื้อนางยังอ่อนแรงจากแผลที่ศีรษะ เป็นลมคาอ้อมกอดเขา วันดีได้โอกาสยุให้เจ้านายหนุ่มจับส่งตำรวจ แต่ณไตรไม่ยอม ประกาศกร้าว

“เราต้องได้สะสางคดีแขไขกันแน่นอน แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ รอให้เนื้อนางฟื้นก่อน เขาจะหนีไปไหนไม่ได้อีก!”

ooooooo

แสงคำวิ่งตามอรองค์จนปวดหัว ครูสาวแสดงออกชัดเจนจะตามหาสาเหตุการตายของแขไขให้ได้ รวมทั้งพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าผีแขไขนั้นมีจริงหรือไม่ แต่ที่ทำให้ผู้จัดการหนุ่มแทบคลั่ง คงหนีไม่พ้นข้อกล่าวหาลอยๆที่ว่าเนื้อนางเป็นฆาตกรฆ่าแขไข อรองค์เดินหน้าซักเต็มที่ แต่ต้องชะงัก สะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้อง!

เวลาเดียวกันที่บ้านหิมวัต...เนื้อนางรู้สึกตัวช้าๆ กวาดตามองรอบห้องแล้วพลันหน้าเสีย เมื่อเห็นผัวรักยืนมองไม่ห่างกันนั้น ณไตรไม่ยิ้มแม้แต่น้อย กระชากเสียงถามเสียงห้วนเรื่องเธอแฝงตัวในคณะเต้นรำ เนื้อนางสูดลมหายใจยาว ไม่ปฏิเสธข้อกล่าวหา ก่อนจะประชดว่ามีผู้ชายมากหน้าหลายตามาโค้งขอเธอเต้นรำ

ณไตรโมโหหึงตวาดลั่น “อย่าท้าทายฉันเนื้อนาง เธอทำอะไรผิดไว้บ้างรู้ตัวไหม”

“ไม่...เนื้อนางไม่ผิดอะไรเลย เนื้อนางไม่ได้ฆ่าคุณแขไข เนื้อนางไม่ได้นอนกับคุณธรรพ์”

“ปากแข็ง ไม่ว่ากี่ปีๆเธอมันก็ผู้ร้ายปากแข็ง”

“เนื้อนางจะไม่ยอมรับผิดในสิ่งที่เนื้อนางไม่ได้ทำ”

“แต่ก็หนีหายไปซะหลายปี แล้ววันนี้ที่เธอกลับมา กลับมาหาใคร...ฉันหรือไอ้ธรรพ์!”

ขาดคำก็เหวี่ยงร่างเมียรักไปกองบนเตียง ก่อนจะคาดคั้นเสียงเข้มว่าเธอหายตัวไปอยู่ไหนและกับใคร เนื้อนางเชิดหน้าสะบัดเสียงตอบงอนๆว่าเขาไม่เห็นต้องสนใจ ในเมื่อไม่เคยไว้ใจกันอยู่แล้ว

ณไตรพยายามสะกดอารมณ์อย่างมาก โต้กลับเสียงเคร่ง “แล้วคุณทำตัวให้ผมเชื่อใจได้บ้างไหม ทำไมคุณไม่มาหาผมก่อน ทำไมคุณต้องกลับมาเจอไอ้ธรรพ์...เนื้อนาง ทำไมไม่เป็นผมที่คุณกลับมาเจอเป็นคนแรก”

“เนื้อนางมาหาคุณหนู เนื้อนางไม่ได้ตั้งใจมาเจอใครทั้งนั้น...นอกจากคุณหนู”

ณไตรไม่เชื่อ แต่เนื้อนางก็ไม่สนใจจะแก้ตัว โต้กลับอย่างเหลืออด

“ถ้าคิดว่าเนื้อนางโกหก ก็อย่าฟัง...ตลอดเวลาที่หายไป เนื้อนางสบายดี มีความสุข ไม่เคยคิดถึงคุณเลย”

“แต่ผมคิดถึงคุณทุกลมหายใจ คิดถึงแววตาใสซื่อ คิดถึงใบหน้าหวานๆที่เอาไว้หลอกขยี้หัวใจผู้ชายทุกคน คุณไม่คิดถึงผม ลืมผมแล้วก็ไม่เป็นไร วันนี้ ที่นี่ ผมจะทบทวนความทรงจำของเราให้คุณเอง”

อารมณ์โหยหาและความน้อยใจที่เมียรักไม่เคยคิดถึง ทำให้ณไตรจูบเธออย่างดุเดือด เมื่อสมใจก็ดึงตัวออกช้าๆ เนื้อนางจ้องหน้าผัวด้วยสายตาเจ็บปวด ตัดพ้อต่อว่าจนเขาแอบรู้สึกผิดที่ทำรุนแรงกับเธอ

“สะใจคุณหรือยัง ทำเหมือนเนื้อนางไม่มีชีวิต ไม่เจ็บไม่ปวด จะถูกเหยียบย่ำอีกกี่ครั้งก็ได้”

น้ำตาเมียรักทำให้หัวใจณไตรอ่อนยวบ แต่ยังไม่ยอมแพ้ บีบคั้นเธอให้สารภาพความจริงทั้งหมด

เนื้อนางยกมือปาดน้ำตาก่อนสวนกลับ “เนื้อนางมีความจริงอย่างเดียว คือเนื้อนางไม่เคยทรยศความรักของคุณ ถ้าคุณไม่เชื่อว่าชีวิตเนื้อนางยึดถือความซื่อสัตย์กับคุณ ก็ขอให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เห็นหน้ากัน”

“มันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ผมไม่ให้คุณหนี แล้วทิ้งให้ผมเป็นไอ้โง่คนหนึ่งที่โดนหัวเราะเยาะ เฝ้าตามหาคุณเหมือนคนบ้า อยู่กับความผิดหวัง อยู่กับการรอคอยว่าเมื่อไหร่คุณจะกลับมาชดใช้สิ่งที่คุณกับน้องชายทรยศผม”

ข้อกล่าวหาเดิมๆของผัวทำให้เนื้อนางอดมองเขาอย่างสมเพชไม่ได้ ก่อนจะแขวะเสียงเรียบ

“ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คุณก็ยังจมกับความเชื่อต่ำๆโสมมว่าฉันผิด”

“ถ้าคุณไม่ผิดอย่างที่คุณพูด คุณต้องกล้าสู้ความจริงอยู่ที่นี่”

คำท้าทายของเขาทำให้เนื้อนางฉุกคิดบางอย่าง ความเครียดจากการหนีหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ตัดสินใจได้ในที่สุด...เนื้อนางจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเนื้อนางไม่ใช่ฆาตกร!

กว่าอรองค์จะยอมกลับบ้านก็ดึกดื่น แถมไม่ละโอกาสจะซักถามผู้จัดการหนุ่ม รวมทั้งม่อนดอยถึงการตายของแขไข สองหนุ่มคนงานมองหน้ากันเครียดๆ อดแปลกใจไม่ได้ที่ครูสาวจากบางกอก เพิ่งมาไม่นาน แต่อยากรู้อยากเห็นเรื่องแขไขจนน่าสงสัย โชคดีที่ไม่ทันซักอะไรมาก ก็ถึงบ้านหิมวัตเสียก่อน ทั้งหมดเลยหยุดการสนทนาไว้แค่นั้น

แต่ถึงกระนั้น...อรองค์ก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจจะสอบถามเรื่องการตายของแขไข โดยพุ่งเป้าไปที่วันดี แต่เหมือนจะไม่ได้เรื่อง เพราะสาวใช้เก่าแก่มีท่าทีเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด แถมดุให้ทำหน้าที่ครูให้ดีที่สุดดีกว่า

ท่าทางกระตือรือร้นจะสืบเรื่องแขไขของอรองค์ทำให้วันดีร้อนใจมาก เลยไปกดดันธรรพ์ให้ระแวงเนื้อนาง ที่อาจนำความหายนะมาให้บ้านหิมวัตอีกครั้ง ธรรพ์ไม่ชอบใจที่วันดีพูดถึงเนื้อนางไม่ดี ปรามให้มองเนื้อนางเป็นคนเหมือนเขากับณไตร วันดียังตั้งหน้าตั้งตายุให้ไล่เนื้อนางออกไป แต่ธรรพ์ไม่ยอม

“ฉันไม่เคยลืมว่าแขไขตายยังไง ถ้าเนื้อนางเป็นคนทำ เราจะปล่อยให้เขาหนีอีกไม่ได้ เขาต้องอยู่ที่นี่”

เช้าวันเดียวกัน...ณไตรกับเนื้อนางหมางเมินกันไม่เลิก พ่อเลี้ยงเป็นฝ่ายพูดก่อน ตั้งใจจะกักบริเวณเมียรักไว้ที่นี่จนกว่าจะสะสางความจริงเรื่องคดีแขไขได้ทั้งหมด แต่เนื้อนางไม่ยอม มั่นใจว่าเขาทำแบบนี้เพราะอยากทรมานเธอ

“เพราะอะไรล่ะเนื้อนาง ผมเห็นด้วยตาผม คุณนอนกอดไอ้ธรรพ์ที่ปาง...วิมานฉิมพลีของคุณกับไอ้ธรรพ์”

“เนื้อนางไม่ใช่กากี ผู้หญิงมากชู้หลายผัวอย่างที่คุณประณาม เนื้อนางไม่ใช่ฆาตกรฆ่าคุณแขไข”

“ก็ถ้าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ทุกอย่าง นี่คือโอกาสสุดท้าย คุณต้องอยู่ที่นี่ แล้วสารภาพความจริงเมื่อห้าปีก่อน”

“เนื้อนางพูดไปหมดแล้ว เนื้อนางมาที่นี่เพื่อเห็นหน้าคุณหนู ไม่ได้มาเปลี่ยนความคิดของคนใจดำที่บ้านหิมวัต!”

อีกมุมของบ้าน...วันดีลักลอบพาบุญลือเข้ามา สายตาเต็มไปด้วยความอาฆาตเมื่อพูดถึงเนื้อนาง บุญลือเหยียดยิ้มเย็น บ่นเสียดายที่ไม่ได้ฆ่าอดีตช่างฟ้อนตั้งแต่คราวนั้น จะได้ไม่ต้องมีชีวิตมาป่วนให้เป็นเรื่องแบบนี้

วันดีเจ็บใจมาก “ฉันแค่อยากจะโยนความผิด ความเลวให้เนื้อนางมันรับไปคนเดียว แผนกำจัดแขไขจะได้ดูแนบเนียน ไม่นึกเลยว่าเนื้อนางมันจะกล้ากลับมา บุญลือ...แกต้องรีบจัดการเนื้อนางให้พ้นทางของเรา”

บุญลือยิ้มเจ้าเล่ห์ “ผีแขไขไงล่ะพี่...เรามีผีแขไขที่จะกำจัดศัตรูของเราทุกคน”

สองพี่น้องส่งยิ้มร้ายกาจให้กัน แววตาลิงโลดเมื่อคิดได้ว่ายังมีไม้ตายที่พร้อมจะเล่นงานทุกคน!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"น้ำตาล" แค้นโดนคนรักหักหลัง ระเบิดพลังจนเส้นเลือดแตก ใน "ผมอาถรรพ์"

"น้ำตาล" แค้นโดนคนรักหักหลัง ระเบิดพลังจนเส้นเลือดแตก ใน "ผมอาถรรพ์"
24 ก.พ. 2563
07:15 น.