นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เพชรตัดเพชร

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ภารกิจของชาติไม่สำเร็จเพราะไป่หลูแทรกแซง ที่สำคัญพ่อเลี้ยงอดุลย์รู้ทันเธอแต่แรกที่แกล้งเข้ามาตีสนิทใกล้ชิด ชาติเลยต้องพยายามช่วยเธอออกมาให้พ้นเงื้อมมือพวกมัน

    นอกจากพ่อเลี้ยงอดุลย์จะเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคเหนือของไทยแล้วเขายังมีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับฟิเดลโรพ่อค้ายาเสพติดชาวคิวบาที่มาดามหลุยส์เพิ่งไปขโมยเอาสูตรยาโคคิโนมาทดลองใช้กับยอด

    ฟิเดลโรแค้นมาก ส่งข่าวบอกพ่อเลี้ยงอดุลย์ให้ระวังพวกมือสังหารอีกา ขณะเดียวกันก็จ้างมือสังหารแมงป่องดำมาเล่นงานคนของมาดามหลุยส์ ซึ่งก็คือกลุ่มของยอด วัตร และรุต ยอดเกือบเสียท่าเพราะร่างกายยังไม่เต็มร้อย โชคดีได้วัตรกับรุตช่วยจึงรอดและร่วมกันจัดการพวกแมงป่องดำลงได้ แต่ร่างกายยอดแย่มากมาดามหลุยส์จึงส่งหมอมารักษา

    พออาการดีขึ้นยอดก็เข้ามาบอกไตรว่าเขาพร้อมทำงาน แต่ไตรยังให้รอก่อน กอปรกับมาดามหลุยส์มี เรื่องเร่งด่วนจะคุยกับไตร ยอดจึงต้องออกไปก่อน

    ในระหว่างที่ไตรกับมาดามหลุยส์คุยกันนั้น ยอดแอบฟังด้วยความสนใจเพราะมันเป็นเรื่องภารกิจของชาติ

    “เป๊กกี้ส่งข่าวให้ผมรู้ตั้งแต่ตอนที่ชาติหายตัวไปทำภารกิจคนเดียว แต่ที่ผมยังไม่รายงานให้มาดามทราบ เพราะกำลังให้เป๊กกี้กับมานพช่วยกันตามหาตัวครับ”

    “ชาติไม่ได้หายไปไหนหรอก เขาไปทำภารกิจ สังหารพ่อเลี้ยงอดุลย์ แต่ภารกิจผิดพลาด ตอนนี้กำลังตกหลุมพรางของพวกฟิเดลโรอยู่ต่างหาก”

    “ฟิเดลโรมาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ได้ยังไงครับมาดาม”

    “การข่าวของฉันพลาดเองที่ไม่ได้เฉลียวใจว่าพ่อเลี้ยงอดุลย์รู้จักกับฟิเดลโร มันเลยตั้งใจส่งข่าวมาให้รู้ว่านี่คือการตอบโต้พร้อมรบกับอีกาทุกรูปแบบ เพื่อขัดขวางไม่ให้เราเป็นเจ้าของสูตรโคคิโน”

    “แต่ฟิเดลโรมันก็แค่ราชาค้ายาเสพติด ฝีมือมันสู้องค์กรของเราไม่ได้อยู่แล้ว”

    “อย่าประมาทสิไตร คนของฟิเดลโรอาจไม่ใช่มือสังหารที่ถูกฝึกมาอย่างเรา แต่เงินของมันก็จ้างพวกทหารรับจ้างฝีมือดีๆไว้หลายคน แล้วไหนจะเครือข่ายพวกค้ายาที่ไม่รู้อีก”

    “ถ้าชาติถูกจับได้ อีกายมทูตทุกคนรู้หน้าที่ตัวเองดี ไม่มีการเป็นเชลยมีแต่ต้องปลิดชีวิตตัวเองทันที”

    “ใช่...มันคือกฎ แต่สำหรับชาติฉันไม่ต้องการให้เขาตาย เธอต้องส่งคนของเราไปช่วยชาติออกมาให้ได้ นี่เป็นคำสั่ง”

    ยอดได้ยินคำสั่งนั้นชัดเจนแต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ยืนรออยู่นอกห้องประชุม มาดามหลุยส์กับไตรเดินออกมา เสียงมาดามกำชับไตรว่าให้รีบจัดการเดี๋ยวนี้เลยแล้วรายงานให้ตนทราบ

    ไตรรับคำแล้วหันไปสั่งวัตรกับรุตต่อ โดยไม่สนใจยอดแม้แต่น้อย พอยอดถามว่าตนล่ะ ไตรก็ให้กลับไปรอคำสั่ง ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาของเขา

    ooooooo

    ยอดใช้เวลาว่างนี้ไปดักพบคนขับรถบ้านรัศมี คาดคั้นให้เขาเล่าเรื่องราวหลังงานแต่งงานของเธอกับธนาพังพินาศเพราะฝีมือของตน

    “บอกทุกอย่างที่แกรู้มา...พูด!”

    “ผมไม่รู้จริงๆ ตั้งแต่คุณหนูหายตัวไป คุณท่านก็พยายามตามหาแล้วแต่ไม่เจอเลย”

    “ฉันไม่เชื่อ รัศมีไม่มีทางหนีไปไหนคนเดียวได้หรอก”

    “ผมสาบานให้ตายเลยก็ได้ ทุกวันนี้คุณท่านถอดใจแล้วเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในบ้าน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณธนาตามหาอย่างเดียว”

    “ไอ้ธนา...”

    “ใช่...คุณธนาแค้นมากที่ต้องเสียหน้าในวันแต่งงาน ผมกับคุณท่านยังแอบคิดเลยว่าถ้าหาตัวคุณหนูไม่เจอเลยก็ดี คุณหนูจะได้พ้นเงื้อมมือของมัน”

    ยอดนิ่งไป นิ่วหน้าครุ่นคิดก่อนจะปล่อยมือจากคนขับรถซึ่งเจ็บแขนแทบหัก

    “ฉันไม่ยอมให้ไอ้ธนามันแตะต้องรัศมีอีกแน่” ยอดชักปืนข่มขู่จนคนขับรถตกใจกลัวสุดขีด “จำไว้ว่าแกไม่เคยเจอฉัน ถ้าแกพูด แกจะไม่ได้ตายคนเดียว แต่ทุกคนรอบตัวแกจะตายตามไปด้วย”

    คนขับรถพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง ยอดลดปืนลงแล้วผละไป จุดหมายคือโรงแรมแห่งหนึ่งที่ธนากับลูกน้องอยู่ ยอดปลอมตัวเป็นพนักงานเสิร์ฟเข้ามาสังหารลูกน้องธนาตายคาที่ และคาดหวังจะเล่นงานธนาด้วยแต่ไม่สำเร็จ เพราะเขาไหวตัวเสียก่อน ยอดพลาดท่าโดนลูกน้องธนาสองสามคนเอาปืนจ่อจนกระดิกตัวไม่ได้

    ooooooo

    ทางด้านชาติกับไป่หลูที่หลบหนีการไล่ล่าของพวกพ่อเลี้ยงอดุลย์เข้าไปในป่า ไป่หลูพยายามติดต่อกลับไปที่ฐานปฏิบัติการ เรียกผู้ช่วยคนสนิทครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ไม่มีการตอบกลับมา ชาติเกรงพวกที่ไล่ล่าจะได้ยินแล้วยกโขยงกันมา จึงสั่งห้ามเธออย่าส่งเสียงดัง

    “ฉันพยายามหาคนช่วยให้ออกไปจากที่นี่ ถ้าไม่คิดทำอะไรก็อยู่เฉยๆ หุบปากไปบ้างก็ได้”

    ไป่หลูต่อว่าแล้วเดินหาสัญญาณแถวลำธารและต้องขึ้นไปยืนบนโขดหินส่งเสียงต่อไป

    “ไอ้แสบ...ไอ้แสบ...ได้ยินแล้วตอบด้วย...ไอ้แสบ”

    ชาติเข้ามาประชิดแล้วดึงหูฟังวิทยุสื่อสารจากมือเธอ “พอซะทีเถอะ คุณขาดการติดต่อกับฐานของคุณไปแล้ว ทางออกทางเดียวที่จะไปจากที่นี่ได้ก็คือช่วยตัวเอง”

    “ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉัน ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องมายุ่ง”

    ไป่หลูไม่พอใจจะแย่งหูฟังวิทยุคืนแต่ชาติไม่ยอม ทั้งคู่เลยยื้อแย่งกันไปมาอยู่บนโขดหิน ชายหนุ่มปัดป่ายไม่ให้แย่ง จนเธอเกือบพลาดตกลงไปในน้ำ โชคดีที่เขาคว้าเอวเธอไว้ทัน

    เอวบางๆของไป่หลูอยู่ในอ้อมแขนของชาติ ร่างกายสองคนเบียดชิดกัน ใบหน้าห่างแค่คืบ ชาติสุดจะหักห้ามใจ แต่ฉับพลันทันใดก็ปิดปากเธอไว้ บอกว่าได้ยินเสียงพวกมันเข้ามา

    เขาดึงเธอลงน้ำซ่อนตัวหลังโขดหิน หญิงสาวไม่ไว้ใจท้วงว่าไม่เห็นได้ยินพวกมันเลย เขาหาเรื่องแกล้งตนหรือเปล่า

    “ชั่วโมงนี้เนี่ยนะคุณ ผมไม่ทำอะไรไร้สาระแบบนั้นแน่ นั่นไง พวกมันมากันเพียบ”

    ชาติชี้ให้ดูกลุ่มลูกน้องพ่อเลี้ยง ทุกคนอาวุธครบมือแถมมีหมาดมกลิ่นเข้ามาด้วย พวกมันเข้ามาใกล้จนเกือบจะถึง ชาติตัดสินใจดึงไป่หลูลงใต้น้ำเพื่อไม่ให้หมาตามกลิ่นเจอ

    เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติ พวกมันก็กระจายกันออกไปจากตรงนั้น ชาติโผล่จากน้ำมองหาไป่หลูแต่ไม่เจอร้องเรียกเธอเบาๆด้วยความเป็นห่วง แต่กลายเป็นหญิงสาวยืนหอบอยู่ริมลำธาร ร้องถามเขาว่าจะว่ายน้ำเล่นอีกนานไหม เดี๋ยวพวกมันก็ตามมาทันหรอก

    ooooooo

    ค่ำลงชาติก่อกองไฟกลางป่า ถอดเสื้อออกมาผิงไฟพลางเหลือบมองไป่หลูที่ผลุบๆโผล่ๆหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่

    “จะออกมาได้รึยัง ผมก่อกองไฟให้ได้ไม่นานหรอกนะ ไม่อยากให้พวกมันตามมาเจออีก”

    “พูดง่ายนี่ ฉันเป็นผู้หญิงจะให้ไปนั่งโป๊ผิงไฟตากเสื้อผ้าให้นายเห็นได้ไง”

    “โอ๊ยคุณ...กลางป่ากลางเขา สถานการณ์โดนตามล่า ปืนก็โดนยึดไปหมดแบบนี้ ต่อให้โป๊มาทั้งตัวผมก็ไม่มีอารมณ์อะไรกับคุณหรอก ออกมาเถอะเดี๋ยวจะไม่สบาย”

    “ไอ้ชาติหมา ถ้าปากว่างมากนักก็เอาฟืนมาคาบไว้ก็ได้ ไม่ต้องมาเห่าหอนหาเรื่อง”

    “ตามใจ”

    ชาติยิ้มมุมปากกวนๆ คว้าเสื้อของตัวเองที่ตากจนแห้งแล้วเดินไปหาเธอ

    “จะทำอะไร ไม่ต้องเข้ามา ไปไกลๆฉันเลย”

    “อย่าเพิ่งโวยได้ไหม”

    “รู้ว่านายคิดจะทำอะไร โอกาสดีที่จะเอาคืนฉันบ้างใช่ไหม...ไม่ต้องอ้าปากพูดเลย สันดานนายฉันรู้ทัน”

    ชาติสุดเซ็ง โยนเสื้อไปตกใกล้ๆพร้อมร้องบอก “เสื้อผมแห้งแล้ว ผมก็แค่จะเอามาให้คุณใส่แล้วไปนั่งผิงไฟให้หายหนาว จบมั้ย!”

    เขาทิ้งน้ำเสียงประชดแล้วเดินออกไป ไป่หลู

    ชะงัก หยิบเสื้อนั้นขึ้นมาสวมใส่แทนเสื้อตัวเองที่ยังเปียกก่อนเดินออกมานั่งผิงไฟมองชาติที่ใช้มีดพกเหลาไม้ให้แหลมหลายอันเพื่อใช้เป็นกับดักจัดการอีกฝ่ายไม่ให้ติดตามได้อีก

    กว่าจะผ่านคืนนั้นในป่าไปได้ ชาติกับไป่หลูมีเรื่องระหองระแหงทุ่มเถียงกันหลายยก แต่พอจะมีภัยร้ายกล้ำกรายชาติก็แสดงความห่วงใยเธอจากใจจริง กำชับให้อยู่ใกล้เขาไว้เพื่อความปลอดภัย

    “คืนนี้คงไม่มีอะไรแล้ว รีบนอนพักเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องพาคุณเดินทางแต่เช้า”

    “เดินทาง...ไปไหน”

    “ขึ้นดอย ไปถึงแล้วผมจะอธิบายให้คุณรู้เอง อีกอย่างคืนนี้ช่วยนอนใกล้ๆผมด้วย เกิดอะไรขึ้นมาผมจะได้ช่วยคุณได้ทัน”

    “ฉันช่วยตัวเองได้”

    “อาวุธที่เรามีอยู่ตอนนี้คือมีดนี่...ก็แล้วแต่คุณนะ ถ้าอยากเสี่ยง”

    ชาติทิ้งท้ายแล้วเดินไปล้มตัวลงนอนที่พื้นซึ่งปูรองด้วยใบตอง ไป่หลูมองตามและเบ้ปากแอบบ่นทั้งที่ลึกๆในใจรู้สึกดีกับความอาทรของเขา

    ooooooo

    ยอดพลาดท่าโดนธนารวบตัวมาทรมานด้วยการจับกดน้ำในอ่างแล้วให้ลูกน้องซ้อมจนสะบักสะบอม มาดหมายให้ยอดตายกลายเป็นผี แล้วธนาจะได้ตามตัวรัศมีกลับมา

    ธนารู้ด้วยว่ายอดคือมือสังหารอีกายมทูต แต่เขาไม่เคยกลัวคนพวกนี้

    “แกรู้จักอีกายมทูต?” ยอดแปลกใจ

    “ฉันหากินในวงการนี้ก็ต้องเคยได้ยินมาบ้าง แต่ยังไม่เจอพวกมันจริงๆจังๆ จนคนของฉันถูกพวกอีกายมทูตขัดขวางไม่ให้ตามหารัศมี ฉันถึงรู้ว่าแกต้องเกี่ยวข้องกับพวกมันแน่”

    “หมายความว่าไง มีพวกฉันมาขวางไม่ให้แกตามหารัศมีได้ยังไง”

    “พอเริ่มมีพวกแกมาแสดงตัวขวางทางฉัน ฉันก็เริ่มวางแผนดักจับแก แล้วแกก็มาติดกับฉันจนได้ วันนี้แหละไอ้ยอดที่แกจะต้องเจ็บปวดทรมานจนตาย ส่วนฉันก็จะตามไปเอาตัวรัศมีกลับมา”

    “แกรู้แล้วเหรอว่ารัศมีอยู่ที่ไหน”

    “ใช่...ฉันเพิ่งได้ข่าวมา”

    “รัศมีอยู่ไหน...เธออยู่ไหน?”

    “รู้ไปแกก็ทำอะไรไม่ได้หรอก...ฮ่าๆๆ”

    ธนาหัวเราะสะใจ สั่งลูกน้องจับยอดกดน้ำในอ่างอีกครั้ง ยอดดิ้นทุรนทุรายร่างกระตุกแล้วแน่นิ่ง ธนาเข้าใจว่าเขาขาดใจตายจึงให้ลูกน้องเอาศพใส่รถไปทิ้งทำลายหลักฐาน ส่วนตัวเองแยกไปขายแบงก์ดอลลาร์ให้กับลูกค้ารายหนึ่ง แต่ไม่ทันจะกลับออกมาก็โดนลอบยิงจนลูกน้องตายเรียบ

    ธนาเหลียวซ้ายแลขวามองหามือปืน ก่อนจะพบว่าไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นยอดที่เข้าใจว่าตายไปแล้ว

    “ไอ้ยอด!! ทำไมมึงถึงได้ตายยากตายเย็นนักวะ” ธนาตะโกนลั่นพร้อมกราดยิงอย่างหัวเสีย

    “เพราะฉันคืออีกายมทูต มีหน้าที่ตามล่าเอาชีวิตแกไง ไอ้ธนา”

    ยอดโผล่มาประชิดตัวธนา เล่นงานจนเขาพ่ายแพ้โดนเอาคืนคล้ายกันแล้วคาดคั้นให้บอกมาว่ารัศมีอยู่ไหน แต่ธนายังปากดีท้าทาย เลยโดนซัดอีกหลายหมัด ปากคอแตกยับเยิน

    “เอาเลย...แกฆ่าฉันเลย ฆ่าให้ตายฉันก็ไม่บอก”

    “ไอ้ธนา! แกอย่าท้าฉัน”

    “แกมันก็นักเลงกระจอกๆตามตรอกซอกซอยที่รัศมีเปลี่ยนมันให้เป็นผู้เป็นคน แน่นอนรัศมีต้องภูมิใจที่เปลี่ยนแกได้ถึงได้รักแกเหลือเกิน แต่ตอนนี้แกคือมือสังหาร แกเลวไม่น้อยไปกว่าฉันแล้วไอ้ยอด รัศมีจะเกลียดแก เธอจะหมดรักแก”

    “หุบปาก!”

    “ฉันรู้ตัวแล้วว่าไม่มีทางรอดแน่ แต่นี่แหละคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำเพื่อรัศมี ถ้ารัศมีเกลียดคนเลวๆอย่างฉัน เธอก็ต้องเกลียดคนเลวๆอย่างแก เพราะฉะนั้นฉันก็ควรจะปล่อยให้รัศมีเป็นอิสระจากแกและฉัน”

    ยอดกำหมัดแน่นเจ็บใจและเจ็บปวด แต่ยังพยายามล่อหลอกเพื่อให้ได้คำตอบว่ารัศมีอยู่ที่ไหน

    “ฉันสัญญาว่าจะให้แกตายอย่างไม่ทรมาน ถ้าแกบอกฉันมาว่าพวกฉันที่มาขวางไม่ให้แกตามหารัศมีเป็นใคร”

    “อย่าเสียเวลาเลยไอ้ยอด จะให้ฉันตายทรมานหรือไม่ทรมาน ยังไงฉันก็ต้องตายอยู่ดี สู้ฉันปล่อยให้รัศมีเป็นอิสระดีกว่า”

    ยอดฉุนขาดคว้าคอเสื้อธนาแล้วเอาโทรศัพท์มือถือมากดดูรูปในนั้น เห็นรูปชาติก็ชะงัก พลางเหลือบมองสีหน้าธนาที่มีพิรุธ แค่นั้นยอดก็สรุปได้ทันทีว่าใช่แน่ การหายตัวไปของรัศมีเกี่ยวข้องกับมือสังหารอีกาอย่างที่ธนาคิด และเขาคนนั้นก็น่าจะเป็นชาติ

    “แกไม่ต้องตอบฉันก็พอจะรู้แล้ว รัศมีจะรับฉันที่เป็นอยู่ตอนนี้ได้รึเปล่า คำตอบไม่ได้อยู่ที่แก แต่อยู่ที่เธอ”

    พูดจบยอดก็จับหัวธนาบิดสุดแรงเสียงดังกร๊อบ ธนาถูกหักคอจนหมุนคว้างตายคาที่ จบชีวิตศัตรูที่หมายหัวมาตลอดเสียที...

    หลังจากนั้นยอดสวมเสื้อแจ็กเกตเดินกลับมาที่รถมอเตอร์ไซค์ สีหน้าเขาโกรธแค้นชาติเป็นที่สุด คำรามอย่างอาฆาตมาดร้าย

    “ไอ้ชาติ...แกกับฉันได้เห็นดีกันแน่!”

    ooooooo

    พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า บรรยากาศในป่าสดชื่นเย็นสบาย ไป่หลูนอนซุกกายหลับสนิทในอ้อมแขนแข็งแรงกำยำของชาติ

    ชายหนุ่มรู้สึกตัวตื่นก่อนเฝ้ามองหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม ดวงหน้าขาวนวลยามหลับใหลสวยงามน่าทะนุถนอม

    “รู้ตัวไหมว่าคุณสวยที่สุดก็เวลาหลับนี่แหละ สวยระยะปลอดภัย”

    ชาติพึมพำอย่างมีความสุขก่อนจูบแผ่วเบาบนหน้าผากเธอ ไป่หลูขยับเหมือนจะรู้สึกตัว ชายหนุ่มรีบหลับตาให้เธอเข้าใจว่าเขายังไม่ตื่น

    ไป่หลูลืมตาพบว่าตัวเองนอนหนุนแขนชาติก็รีบถอยห่างพร้อมเสียงบ่น “เผลอไปนอนใกล้หมอนั่นได้ไงเนี่ยเรา” จากนั้นก็สะกิดปลุกชาติให้ตื่นเพื่อเดินทางกันแต่เช้า...

    เช้าวันเดียวกันนี้พ่อเลี้ยงอดุลย์แสดงความโมโห โกรธาเพราะลูกน้องกลับมามือเปล่า

    “พวกแกมัวทำอะไรอยู่ ทำไมถึงยังไม่ได้ตัวพวกมัน”

    “ใกล้แล้วครับพ่อเลี้ยง”

    “ใกล้แล้ว? แกพูดว่าใกล้แล้วมากี่ครั้ง”

    “ขอโทษด้วยครับพ่อเลี้ยง มันเป็นมือสังหารที่ถูกฝึกให้เอาตัวรอดได้ในทุกพื้นที่ พวกผมเลยต้องใช้เวลามากหน่อยครับ”

    “ป่าทั้งหมดแถบนี้เป็นของฉัน พวกแกรู้จักดี

    ทุกตารางนิ้ว แล้วไหนจะหมาดมกลิ่นอีก ยังต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่”

    “เมื่อคืนผมก็หากันทั้งคืนแต่มันซ่อนตัวเก่งมาก แล้วยังเช้านี้อีกที่มันวางกับดักเล่นงานหมาดมกลิ่นของเราตายไปแล้วครับ”

    พ่อเลี้ยงอดุลย์เจ็บใจใช้ด้ามปืนตบสั่งสอนลูกน้องแล้วข่มขู่ “ถ้าพวกแกยังตามล่ามันไม่ได้ ฉันจะเอาเลือดหัวพวกแกออกมาทีละคน แล้วก็จำไว้ด้วย ยิ่งช้าเท่าไหร่พวกมันมือสังหารอีกาที่เหลือก็จะยิ่งแห่กันเข้ามา”

    ลูกน้องอีกคนเข้ามาพร้อมโทรศัพท์ บอกพ่อเลี้ยงว่ามีสายจากมิสเตอร์ฟิเดลโร ลูกน้องกลุ่มที่โดนด่าเลยพากันออกไปไล่ล่าชาติกับไป่หลูในป่า ถ้าหาตัวไม่เจอจะไม่กลับ โดยแยกเป็นสามกลุ่ม แต่กลุ่มที่สามไปเจอชายชุดดำปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากาก ปฏิบัติการย่องเงียบเข้าข้างหลังเชือดคอทีละคนอย่างโหดเหี้ยม

    ooooooo

    ชาติพาไป่หลูเดินลัดเลาะตามทางในป่าโดยใช้เข็มทิศเล็กๆที่พกติดตัวมาดูทิศทาง ผ่านไปหลายชั่วโมงชาติให้หยุดพักแล้วค่อยไปต่อ

    “ฉันตามนายมาหลายชั่วโมงแล้ว เมื่อไหร่จะบอกซะทีว่าเรากำลังจะไปไหนกัน”

    “ป่าแถบนี้ทั้งหมดเป็นเขตสัมปทานของพ่อเลี้ยง เราต้องรีบหนีออกไปก่อนที่พวกมันตามเจออีก ถ้าขึ้นเหนือไปบนดอยติดพรมแดน ที่นั่นจะมีหมู่บ้านชาวเขาที่ปลอดภัยอยู่”

    “แล้วนายแน่ใจได้ยังไงว่าอิทธิพลของพ่อเลี้ยงจะไม่ไปถึงหมู่บ้านชาวเขานั่น”

    “ผมแน่ใจว่าที่นั่นปลอดภัย”

    “นายรู้จักที่นั่น?”

    ไป่หลูมองชาติด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันถามอะไรเสียงปืนดังตอบโต้แทรกขึ้นมา ชาติรีบดึงไป่หลูหลบข้างหลังแล้วใช้ต้นไม้ใหญ่เป็นที่กำบัง

    “เสียงปืนต่อสู้กัน...ป่านี้เป็นเขตของพวกมัน ถ้าไม่ได้ตามเจอเราแล้วมันสู้กับใคร”

    “ฝีมือพวกอีกา...มันคงรู้ว่าผมทำงานพลาดเลยส่งมาจัดการเก็บงานให้เรียบร้อย เราต้องรีบเดินทางแล้ว ผมจะให้พวกอีกามาเจอคุณไม่ได้” ชาติกระชากมือไป่หลูไปจากตรงนั้น

    เสียงปืนที่ได้ยินมาจากวัตรและรุตคนของอีกายิงต่อสู้กับพวกลูกน้องพ่อเลี้ยงอดุลย์กลุ่มที่สอง วัตรกับรุตรับคำสั่งมาดามหลุยส์ให้มาช่วยชาติ ซึ่งท่าทางสองหนุ่มน่าจะทำสำเร็จถ้าไม่มียอดที่กำจัดลูกน้องพ่อเลี้ยงอดุลย์กลุ่มที่สามตายเรียบไปแล้วย่องเงียบมายิงยาสลบใส่พวกเขาจนหมดสติ

    ยอดไม่ยอมให้ใครหน้าไหนช่วยชาติ เขายิงยาสลบใส่วัตรกับรุตแล้วเดินทางต่อเพื่อตามหาชาติให้พบ

    ooooooo

    ชาติกับไป่หลูเดินแกมวิ่งมาตามทางในป่า ชายหนุ่มมองไปข้างหน้าบอกว่าอีกนิดเดียวจะเข้าเขตหมู่บ้าน แต่ทันใดนั้นเสียงปืนจากลูกน้องพ่อเลี้ยงอดุลย์กลุ่มที่หนึ่งดังสนั่น

    “หมดทางหนีของพวกแกแล้ว”

    สองคนหันหลังชนกันตกอยู่ในวงล้อมศัตรูที่มีอาวุธครบมือ ชาติกับไป่หลูตกลงแยกกันคนละทางแล้วไปเจอกันที่หมู่บ้าน โดยชาติเปิดทางให้เธอก่อน ส่วนตัวเองต้องอยู่รับมือพวกมัน แต่ลูกน้องคนหนึ่งของพ่อเลี้ยงไล่บี้ไป่หลูมา หญิงสาวไม่มีอาวุธเมื่อจวนตัวก็ต่อสู้กับมันด้วยมือเปล่าแล้วพลาดโดนมีดแทงแขนได้เลือด ก่อนที่เธอจะสยบมันลงได้แล้วหนีไปเจอเด็กๆและครูสาวที่หมู่บ้านบนดอย

    ขณะที่ชาติต่อสู้กับลูกน้องพ่อเลี้ยงอดุลย์ ยอดปรากฏตัวช่วยกำจัดก่อนหันมาแว้งกัดชาติที่ตกใจไม่น้อยเพราะไม่คาดคิดว่าจะได้พบยอดที่นี่

    “ตกใจล่ะสิ แกคงคิดว่าฉันน่าจะตายอยู่บนเกาะมากกว่ามาช่วยชีวิตแกที่นี่”

    “งั้นมาดามก็ส่งแกให้มาช่วยฉัน”

    “เปล่า มาดามให้ไอ้วัตรกับไอ้รุตมา แต่ฉันจัดการให้พวกมันพักงานไปก่อน เพราะฉันมีเรื่องที่ต้องจัดการกับแกตามลำพัง”

    “จัดการฉัน?”

    “มาดามต้องการสร้างให้แกเป็นเบอร์หนึ่ง ทั้งๆที่เขาเห็นแกสำคัญสำหรับเขา แต่เขากลับไม่เคยรู้เลยว่าแกคือตัวอันตรายที่คิดหาทางแทงข้างหลังพวกเดียวกัน”

    เปรี้ยง! ยอดลั่นไกยิงไปหนึ่งนัดตั้งใจให้กระสุนแค่เฉี่ยวชาติ

    “กระสุนนัดเมื่อกี้ไม่ใช่ว่าฉันยิงพลาด แต่นั่นคือค่าตอบแทนที่แกเคยช่วยทำให้ฉันคิดได้ว่าฉันไม่ควรเป็นไอ้ขี้ยาตายอยู่บนเกาะ แต่ฉันควรออกมาแสวงหาโอกาสที่ดีกว่า ซึ่งก็คือแก...ไอ้ชาติ ไอ้คนคิดทรยศ”

    “ฉันเห็นว่าแกไม่ต่างจากฉัน ถ้าเราร่วมมือกันล่ะก็...”

    “หยุด! อย่าเอาฉันไปเปรียบเทียบกับแก ฉันเหนือกว่าแกเยอะไอ้ชาติ”

    “แกมันบ้าไปแล้ว พวกมันทำลายชีวิตแก แต่แกกลับยอมให้พวกมันจูงจมูกทำเรื่องเลวๆ แกไม่เคยคิดถึงผู้หญิงคนนั้นหรือไง”

    “หุบปาก!! ชีวิตของฉัน ฉันมีปัญญาจัดการเองได้ แล้วแกก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับรัศมี”

    ยอดถือปืนเดินเข้าหา ชาติเหลือบมองศพของลูกน้องพ่อเลี้ยงที่มีปืนตกอยู่ใกล้ๆ

    “แกหนีไม่รอดแน่ ฉันจะเล่นงาน จะง้างปากแกให้คายออกมาให้หมดว่าแกคิดจะหักหลังมาดามยังไง”

    “แกบังคับฉันไม่ได้หรอก ก็อย่างที่แกบอกมาดามสนับสนุนฉันอยู่ ถ้าฉันไม่พูด ไม่มีหลักฐานยืนยัน เขาจะไม่มีทางฟังแกและคิดแต่ว่าแกอยากชิงดีชิงเด่น ไม่สมควรเลี้ยงแกต่อไปอีกมากกว่า”

    ยอดไม่พอใจจะยิงสั่งสอน แต่ช้ากว่าชาติที่กระโจนพุ่งไปหยิบปืนขึ้นมายิงสวน หลังจากนาทีนั้นสองคนก็เปิดฉากยิงไล่ล่ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร แล้วไปสุดทางที่บริเวณหน้าผาสูงชัน ต่างคนต่างมีปืนแต่ไม่มีกระสุน เลยซัดกันนัวด้วยมือ เท้า เข่าแข้งจนกระเด็นไปคนละทาง

    ชาติพยายามโน้มน้าวยอดว่าการทำแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น

    “มันดีกับฉันที่สุดแล้ว เพราะแกคือโอกาสเดียวที่จะทำให้ฉันขึ้นมายิ่งใหญ่ในองค์กร”

    “แกต้องการแค่นั้นเองเหรอวะ ก็แค่เป็นใหญ่เหนือคนอื่น”

    “แค่นั้นที่แกว่าแต่มันจะเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นไปตามที่ฉันต้องการได้ ถ้ามาดามทำให้โลกนี้อยู่ในกำมือเธอได้ เขาก็ทำให้ฉันได้แบบนั้นเหมือนกัน”

    “งั้นฉันก็คงพูดภาษาคนกับแกไม่รู้เรื่องแล้ว เพราะแกมันบ้า กู่ไม่กลับอีกแล้ว”

    ชาติกัดฟันแน่นเอาจริง ยอดเองก็เหมือนกันกำหมัดแน่นก่อนจะพุ่งเข้าซัดกันอีกครั้ง คราวนี้ทั้งคู่แลกกันไม่ยั้ง หมัดต่อหมัด แข้งต่อแข้ง ฝีมือทั้งคู่สูสีใกล้เคียง แต่แล้วยอดเริ่มตุกติกทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะชาติด้วยการใช้สนับมือเป็นเครื่องทุ่นแรง

    ชาติโดนสนับมือถึงกับมึนตึ้บ เลือดกบปาก ยอด ได้ทีกระหน่ำซ้ำแล้วกระชากชาติขึ้นมาคาดคั้น

    “พูดมาไอ้ชาติ แกวางแผนทรยศมาดาม...พูดมา!”

    “มาดามเขาไม่เชื่อแกหรอก ถ้าฉันบอกเขาว่าแกฝ่าฝืนคำสั่งมาถึงที่นี่เพราะมาตามหาคนรักของแก แกคงรู้นะว่ามาดามจะลงโทษแกยังไง”

    “ไอ้ชาติ!”

    “ใช่...ฉันรู้ว่ารัศมีอยู่ที่ไหน เอาสิไอ้ชาติ จะเล่นกับฉันมันไม่ง่ายหรอกโว้ย”

    ยอดเจ็บใจง้างหมัดจะอัดอีกที แต่คราวนี้ชาติยกมือรับทันท่วงที

    “น่าสงสารรัศมี อุตส่าห์ตั้งตารอแก แต่แกกลับเลือกทิ้งเธอไว้ต่อไป”

    ยอดชะงัก ทำให้ชาติได้โอกาสใช้หัวกระแทก หน้าผาก แย่งสนับมือมาโยนทิ้งแล้วพลิกกลับมาเป็นฝ่ายกระหน่ำหมัดรัวใส่ไม่ยั้ง จนยอดโงนเงนเซไปยืนหมิ่นเหม่ที่ขอบผา

    “แกเลือกผิดเองนะไอ้ยอด ไม่ต้องโทษใคร”

    ขาดคำชาติกระโดดเตะทีเดียวเข้ากลางอกยอดจนเซถลาร่วงจากหน้าผา แล้วถอยออกไปจากบริเวณนั้นโดยไม่รู้ว่ายอดไม่ได้ร่วงลงมาเบื้องล่าง สองมือเขาเกาะกิ่งไม้เอาไว้แน่น

    ooooooo

    ไป่หลูโชคดีได้รับความช่วยเหลือจากครูสาวสวยให้เข้ามาพักในโรงเรียนประจำหมู่บ้านบนดอย ครูทำแผลให้หญิงแปลกหน้าโดยมีครูอาสาชาวต่างชาติและนักเรียนชาวเขายืนมองด้วยความสนใจ

    “ถ้าคุณปวดแผลก็ทานยาแก้ปวดได้ แล้วก็ควรนอนพักก่อนอย่าเพิ่งลุกไปไหนมาไหน”

    “ขอบใจเธอมากนะ ฉันยังไม่รู้จักชื่อเธอเลย”

    “ฉันชื่อรัศมี...เป็นครูอาสาสอนเด็กชาวเขา ทำงานให้มูลนิธิเพื่อสันติภาพของต่างชาติ”

    “มิน่าล่ะ ครูอาสาคนอื่นๆถึงเป็นต่างชาติกันหมด”

    “พวกเขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นคุณถึงบาดเจ็บอยู่กลางป่า”

    “ฉันชื่อไป่หลู ลูกครึ่งฮ่องกงไทย ทำงานเป็นนักวิจัยพรรณพืชให้บริษัทเอกชน แต่หลงทางกับทีมวิจัยแล้วไปเจอพวกลักลอบค้ายา กว่าจะหนีรอดมาได้ก็อย่างที่เห็น”

    “พวกพ่อเลี้ยงอดุลย์ใช่ไหม”

    “ใช่...เธอรู้จักพวกนั้นเหรอ”

    “หมู่บ้านนี้ใกล้เขตสัมปทานของพ่อเลี้ยง แต่พวกนั้นเข้ามายุ่งไม่ได้เพราะมูลนิธิของเรามีเจ้าหน้าที่ของยูเอ็นมาคอยดูแลให้ คุณมาถึงที่นี่ได้ก็ปลอดภัยแล้วค่ะ”

    รัศมียิ้มให้ไป่หลูอย่างเป็นมิตรก่อนจะเก็บอุปกรณ์ทำแผลแล้วลุกออกไป

    ooooooo

    พ่อเลี้ยงอดุลย์หัวเสียหนักเมื่อรู้ว่าลูกน้องของตนทำงานไม่สำเร็จแถมบาดเจ็บล้มตายหลายคน

    “งานแค่นี้ยังทำไม่ได้ ส่งไปกี่คนไม่เหลือกลับมาสักคน ไปให้พวกมันฆ่าหมด งั้นพวกมึงก็ไม่ต้องอยู่ผลาญเงินกูแล้ว”

    พ่อเลี้ยงดุดันจะยิงลูกน้องที่พนมมือวิงวอนขอชีวิต แต่พริบตานั้นพ่อเลี้ยงก็ชะงักกับเสียงใครคนหนึ่ง

    “ใจเย็นๆอดุลย์ ฉันว่าเวลานี้แกควรเก็บคนเอาไว้ใช้งานดีกว่า”

    “ฟิเดลโร...ฉันนึกว่าแกจะรอให้ลูกน้องฉันไปรับซะอีก”

    “ฉันไม่ได้มาเที่ยวพักผ่อน แต่มาเพื่อแก้แค้นพวกอีกา”

    “ฉันขอโทษที่ลากตัวมือสังหารของพวกมันมาให้แกไม่ได้ แกคงได้ยินแล้วว่าลูกน้องฉันมันไม่ได้เรื่อง”

    “ลูกน้องแกก็แค่ประมาทฝีมือพวกอีกาไปหน่อยแค่นั้นเอง เพราะพวกมันถูกฝึกมาเพื่อฆ่า ฉันถึงต้องมาด้วยตัวเองไง”

    ฟิเดลโรมาพร้อมเชงสมุนมือขวา เพียงเขาพยักหน้านิดเดียวเชงก็เข้าไปดึงคอเสื้อลูกน้องอดุลย์เข้ามาสอบถามว่าเห็นพวกมันครั้งสุดท้ายที่ไหน

    “ใกล้กับหมู่บ้านบนดอย”

    “ถ้ามันไปที่นั่นก็แสดงว่าพวกมันรู้ข้อมูลพื้นที่แถบนี้ดี เพราะพ้นจากเขตพื้นที่ของฉันขึ้นไปบนดอย ที่นั่นเป็นพื้นที่ no man land มีหมู่บ้านชาวเขาที่พวกยูเอ็นสนับสนุนให้มูลนิธิเพื่อสันติภาพเข้าไปดูแลอยู่”

    ฟังข้อมูลจากพ่อเลี้ยงอดุลย์แล้วฟิเดลโรพูดกับเชงว่า “แกจัดการได้ไหม ลากตัวอีกายมทูตมาให้ฉัน สั่งสอนสักคน ฉันจะได้จับมันแยกชิ้นส่วนส่งคืนให้นังมาดามหลุยส์”

    “สบายมาก”

    “งั้นคนของฉันจะรับงานนี้ต่อจากแกเอง แกแค่ส่งคนที่เหลือร่วมทีมไปก็พอ”

    ฟิเดลโรตบบ่าพ่อเลี้ยงอดุลย์ที่มีความกังวลอะไรบางอย่างซึ่งต้องการปิดเป็นความลับ...ครู่ต่อมา พ่อเลี้ยงเข้าห้องทำงานติดต่อพรานชาวเขาที่รับงานจากตนไป

    “ว่าไง เจอตัวรึยัง มัวทำอะไรอยู่ แค่ด็อกเตอร์คนเดียวทำไมถึงได้หาตัวยากเย็นนัก”

    “ผมพยายามอยู่ครับ แต่ยังไม่เห็นวี่แววของ ด็อกเตอร์ชาวญี่ปุ่นตามในภาพที่ให้มาเลย พ่อเลี้ยงแน่ใจนะครับว่าไอ้ด็อกเตอร์คนนี้มันหนีมาซ่อนตัวที่นี่จริงๆ”

    “ฟังนะ ฉันเสียเงินไปมากเพื่อสืบจนรู้ว่าด็อกเตอร์ยามาดะหนีตายมาซ่อนตัวที่ชายแดนห่างจากฉันไปแค่เอื้อมมือ ถ้าไอ้ฟิเดลโรมันรู้ว่าฉันมีข้อมูลสำคัญแต่ไม่บอกมัน ฉันมีปัญหาใหญ่กว่าแกแน่ เพราะฉะนั้นแกต้องหาตัวมันให้เจอ”

    “งั้นพ่อเลี้ยงคงต้องจ่ายเพิ่มผม”

    “แกเอาตัวด็อกเตอร์ยามาดะมาให้ได้ก็แล้วกัน แล้วจัดการเรื่องนี้ให้เงียบที่สุด”

    พ่อเลี้ยงอดุลย์ตัดสายไปอย่างหัวเสีย พรานเก็บโทรศัพท์ดาวเทียมใส่ย่ามเป็นจังหวะที่ไป่หลูเดินเข้ามาหารัศมี

    “ขอโทษนะคะ เห็นครูรัศมีรึเปล่า”

    พรานหลุกหลิกจนน่าสงสัย พอดีรัศมีเดินมาเห็นไป่หลูจึงทักทายก่อนจะถามจอมูว่ามาทำอะไรที่นี่

    “ผมล่าหมูป่ามาได้เลยจะเอามาแบ่งให้พวกครูในค่ายกินกันครับ”

    “ขอบใจมากนะจ๊ะ ฝากไว้ที่โรงครัวได้เลยจ้ะ”

    พรานจอมูพยักหน้ารับแล้วผละไป รัศมีเห็นไป่หลูมีท่าทีสนใจจึงขยายความให้ฟัง

    “เขาเป็นนายพรานจากหมู่บ้านข้างล่างค่ะ ลูกหลานเขาขึ้นมาเรียนหนังสือที่นี่ เขาก็เลยมักจะแวะเข้ามาที่ค่ายบ่อยๆ คุณไป่หลูตามหาฉันมีอะไรให้ช่วยเหรอคะ”

    ไป่หลูต้องการใช้วิทยุสื่อสารแต่มันใช้การไม่ได้มาพักใหญ่ กว่าจะได้อะไหล่ที่ใช้ซ่อมต้องรอมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ยูเอ็น

    “แล้วไม่มีทางอื่นที่จะติดต่อกับข้างนอกได้เลยเหรอคะ”

    “ไม่มีเลยค่ะ แต่ฉันพอมีรถที่จะพาคุณไป่หลูไปส่งได้นะคะ แต่ก็อาจใช้เวลานานหน่อยเพราะเส้นทางที่ใช้ต้องอ้อมไม่ให้เจอกับพวกของพ่อเลี้ยง”

    “ขอบคุณมากนะคะ ถ้าต้องเสี่ยงขนาดนั้นฉันไม่อยากเป็นสาเหตุให้พวกคุณต้องเดือดร้อน ขอให้ฉันอยู่ที่นี่สักพักก่อนให้แน่ใจว่าพวกพ่อเลี้ยงเลิกตามล่าฉันแล้วฉันจะไป”

    “ยินดีค่ะ ฉันเองก็อยากให้คุณพักอยู่ที่นี่จนกว่าแผลจะหายดี...ฉันคงต้องขอตัวก่อนนะคะ”

    ไป่หลูพยักหน้ารับพร้อมกับสังเกตเห็นสีหน้ารัศมีเหมือนมีเรื่องวิตกกังวล

    ooooooo

    หน้าบ้านพักภายในปางไม้ของพ่อเลี้ยงอดุลย์ เวลานี้เชงกับลูกน้องฟิเดลโรที่เป็นทหารรับจ้างฝีมือดีกำลังเตรียมขนอาวุธขึ้นรถจี๊ป โดยมีลูกน้องของพ่อเลี้ยงไม่กี่คนช่วยเตรียมรถอีกคัน

    จู่ๆพ่อเลี้ยงอดุลย์ก็เดินมาบอกฟิเดลโรว่าอยากคุยกับเขาก่อน ตนไม่เห็นด้วยที่เขาจะส่งคนเข้าไปที่หมู่บ้านบนดอย

    “แกไม่เห็นหรือไงคนของฉันเตรียมตัวพร้อมแล้ว”

    “ก็เพราะเห็นว่าขนกันไปขนาดนี้ คนของแกได้ถล่มหมู่บ้านนั่นยับแน่”

    “เป็นอะไรของแกอดุลย์ อยู่ๆเกิดจะมาเป็นพ่อพระห่วงชีวิตคนไม่กี่สิบในหมู่บ้านนั่น ถ้าแกอยู่ในเหตุการณ์ที่พวกอีกาถล่มรีสอร์ตฉันที่คิวบา แกจะรู้เลยว่าทำไมฉันต้องได้ตัวคนของมันมาให้ได้”

    “ฉันรู้ว่าแกต้องการเปิดศึกเพราะมีโปรเจกต์โคคิโนเป็นเดิมพัน แต่อย่างที่เตือนไว้หมู่บ้านนั่นมีมูลนิธิที่ยูเอ็นช่วยดูแลอยู่ ถ้าแกใจร้อนสร้างปัญหาขึ้นมันจะบานปลาย”

    “ฉันสั่งเชงไว้แล้ว ทุกอย่างจะเป็นผลงานของพวกชนกลุ่มน้อย...ไม่ใช่เรา”

    “แต่ถ้าพลาดขึ้นมาพวกยูเอ็นจะลากพวกดีอีเอ (หน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา) ให้เข้ามาตามล่าแกกับฉัน...รับศึกหลายๆด้านแบบนั้นฉันไม่ไหว”

    “แกมันขี้ขลาดแบบนี้ไงถึงได้ดีแค่นี้ สู้ฉันไม่ได้ที่ไปไกลกว่าแก เพราะลูกบ้ามันผิดกัน อยู่เฉยๆรอให้ฉันจัดการเอง

    ฟิเดลโรพยักหน้าส่งสัญญาณให้พวกเชงเดินทาง พ่อเลี้ยงอดุลย์มองตามด้วยสีหน้ากังวลกลัวความลับเรื่องด็อกเตอร์ยามาดะจะรั่ว

    ooooooo

    รัศมีแอบมาร้องไห้ในห้องพยาบาลด้วยความคิดถึงยอด ไป่หลูตามสังเกตการณ์ก่อนเข้ามาเสนอตัวอยากตอบแทนน้ำใจของเธอบ้าง

    “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ แต่คุณยังบาดเจ็บอยู่ ควรพักผ่อนดีกว่า”

    “ถ้าครูต้องการความช่วยเหลืออะไร ฉันพร้อมตอบแทนที่ครูช่วยฉันเอาไว้นะคะ”

    “ขอบคุณค่ะ ฉันขอตัวนะคะ”

    รัศมีรีบออกไป ไป่หลูจะเดินตามเธอไปแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงชาติดังขึ้นข้างหลัง

    “นึกแล้วว่าคุณจะต้องปลอดภัย”

    ชาติเดินเข้ามาสภาพเนื้อตัวมอมแมมเพราะเพิ่งต่อสู้กับยอดมา ไป่หลูเห็นเขาปากแตกเลือดซึมจึงล้างแผลและเอายาแต้มให้

    “ปล่อยให้ฉันมารออยู่ที่นี่ซะนาน นึกว่าต้องตามไปเก็บศพนายแล้วซะอีก”

    “ถ้ารับมือแค่พวกลูกน้องพ่อเลี้ยง ผมไม่เสียเวลาขนาดนี้หรอก”

    “เกิดอะไรขึ้น”

    “ไอ้ยอดโจทก์เก่ามันรู้ว่าผมคิดหักหลังพวกอีกา ถ้ามันเปิดโปงผมได้ผมก็คือบันไดที่จะทำให้มันขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งขององค์กร”

    “แล้วนายจัดการมันไปได้รึยัง”

    “ฝีมือมันเอาเรื่องกว่าจะเล่นงานมันได้ ก็เกือบไม่ได้มาให้คุณดูแลผมแบบนี้”

    เธอหมั่นไส้ผลักเขาออกห่าง “ไม่ต้องมาปากดี ถึงจะรอดมาถึงที่นี่ได้ แต่ฉันก็ยังติดต่อกลับที่ฐานฉันไม่ได้อยู่ดี”

    “ทำไมล่ะ”

    “วิทยุของที่นี่เสีย กว่าจะซ่อมให้กลับมาใช้งานได้ก็ต้องรออีกหลายวัน จะเดินทางออกจากที่นี่ก็เสี่ยงเกินไป ฉันไม่อยากทำให้คนที่นี่เดือดร้อน”

    “จริงของคุณ ความจริงถ้าไม่จำเป็นผมก็ไม่ได้อยากขึ้นมาบนนี้เท่าไหร่”

    “ฉันสงสัยตั้งแต่เข้ามาที่นี่แล้ว ฉันว่านายรู้จักที่นี่มาก่อน รู้ว่าที่นี่เป็นยังไงใช่ไหม”

    “ก่อนที่ผมจะถูกส่งไปฝึกที่เกาะ ผมช่วยชีวิตไอ้ยอดเอาไว้หลังจากที่มันไปก่อเรื่องช่วยคนรักหนีการแต่งงาน มันเลยถูกลงโทษอย่างหนักจนสภาพมันแทบไม่เหลือความเป็นคนอีก เพราะมันคือหนูทดลองสำหรับโปรเจกต์โคคิโน ตอนที่ผมช่วยมันไว้ ผมมั่นใจว่ามันต้องอยากได้ชีวิตเก่ากลับคืนเหมือนผม แต่ผมคิดผิดไอ้ยอดมันทะเยอทะยานมากกว่านั้น มันอยากยิ่งใหญ่ อยากเป็นที่หนึ่งขององค์กร มันเชื่อว่าองค์กรอีกาจะทำฝันทุกอย่างของมันให้เป็นจริงได้”

    “ถ้านายยอดคือหนูทดลองของโปรเจกต์โคคิโน แล้วเขามาตามล่านายได้ยังไง”

    “คนอย่างไอ้ยอด ถ้ามันตั้งใจอะไรแล้วล่ะก็ มันมักจะทำให้คุณเซอร์ไพรส์ได้เสมอ”

    “แต่ถ้าเขาอยากเล่นงานนายเพื่อใช้ไต่เต้าเป็นเบอร์หนึ่งขององค์กรก็แค่รายงานเรื่องนายมันไม่ง่ายกว่าเหรอ”

    “เพราะมันรู้ว่าลำพังแค่คำพูดยังพิสูจน์อะไรให้เชื่อไม่ได้ นอกจากว่าผมจะแพ้มันและยอมเปิดปากสารภาพเอง”

    “งั้นฉันว่าแผนการแฝงตัวทำลายพวกอีกาของนายคงใช้ไม่ได้แล้ว”

    “ไม่หรอก ผมเชื่อว่าแผนของผมยังใช้ได้อยู่ เพราะไอ้ยอดมันรู้ว่าผมยังมีรัศมีเป็นเครื่องต่อรองกับมัน มันถึงตามมาล่าผม”

    “รัศมี...ครูอาสาที่ค่ายนี้น่ะเหรอ”

    “ใช่ ผมรู้ว่ารัศมีคือความหวังเดียวในชีวิตของมัน ผมถึงตามสืบจนพบว่าเธอทิ้งชีวิตหนีมาเป็นครูอาสาอยู่ที่นี่”

    “เพราะอย่างนี้นายถึงรู้จักที่นี่”

    “คุณคงได้เจอกับเธอแล้ว”

    “ใช่...รัศมีดูเป็นคนดี แต่มีบางอย่างที่น่าสงสัย”

    แล้วอีกครู่ต่อมาชาติก็มีโอกาสพบหน้ารัศมีโดยการนำพาของไป่หลูที่มาดักเจอเธอตรงหน้าบ้านพัก

    “ฉันอยากแนะนำเพื่อนให้รู้จักค่ะ”

    รัศมีมองชายหนุ่มร่างกายกำยำด้วยความสงสัยเพราะไม่เคยรู้จักมาก่อน

    “ชาติเขาเป็นนักวิจัยทีมเดียวกับฉัน เขาเสี่ยงชีวิตมาตามหาฉันที่นี่”

    “ยินดีที่รู้จักครับคุณรัศมี ผมต้องขอบคุณคุณมากที่ช่วยไป่หลูเอาไว้ ผมนึกว่าเธอจะไม่รอดจากพวกขบวนการค้ายาแล้วซะอีก”

    “ยินดีที่ได้ช่วยพวกคุณค่ะ มีคนมาช่วยคุณไป่หลูแล้วแบบนี้ฉันค่อยสบายใจขึ้น ไว้พรุ่งนี้ฉันจะให้พวกคุณยืมรถเดินทางเข้าเมือง”

    “ขอบคุณมากครับ แต่ผมคงต้องอยู่รบกวนคุณที่นี่อีกสักพัก เพราะระหว่างทางที่ผมตามหาไป่หลูผมยังเจอพวกขบวนการค้ายาที่ยังออกตามหาตัวเธออยู่”

    “ได้ค่ะ ที่นี่ปลอดภัยไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง ฉันจะอธิบายให้หัวหน้าค่ายฟัง ขอตัวก่อนค่ะ”

    รัศมีรีบเดินผ่านชาติกับไป่หลูเข้าบ้าน ทั้งคู่มองตามและเห็นพ้องต้องกันว่ารัศมีกำลังปกปิดบางอย่าง

    ooooooo

    ฟิเดลโรพาแองจี้มาด้วยแต่ให้เธอพักที่โรงแรมโดยมีลูกน้องของเขาคอยดูแล แองจี้ออกอาการรำคาญเพราะพวกมันคอยติดแจ ชายหนุ่มหน้าไหนเข้าใกล้เธอเป็นต้องกีดกันหรือไม่ก็หาเรื่องด้วยความรำคาญ แองจี้ไล่สมุนของฟิเดลโรไปพ้นหน้า อ้างว่าฟิเดลโรให้ตนมาพักผ่อน ปลอบใจที่ตนเฉียดตาย แล้วพวกเขาจะมาควบคุมแบบนี้ได้ยังไง

    หลังจากสลัดลูกน้องฟิเดลโรได้แล้ว แองจี้ได้พบเฉินอย่างไม่คาดคิด

    “ดูเธอยังแข็งแรงดีนี่แองจี้” คำทักทายของเฉินทำให้แองจี้ไม่พอใจจับแขนเขาบิดไขว้หลังแล้วดึงมีดพกที่รัดกับต้นขาใต้ชุดราตรีออกมาจ่อคอ

    “ยังมีหน้ามาพูดแบบนี้กับฉันอีก ฉันควรจะเชือดคอแกซะตอนนี้เลยด้วยซ้ำ”

    “ถ้ามาดามไม่สั่ง ฉันก็คงไม่ทำเธอหรอก”

    “แล้วมาดามอยู่ไหน”

    ทันใดนั้นจอห์นขับรถสีดำทะมึนเข้ามาจอดตรงหน้า มาดามหลุยส์นั่งเบาะหลังเลื่อนกระจกลงส่งเสียงเข้ม

    “ฉันรู้ว่าเธอคงมีเวลาไม่มากนัก รีบขึ้นรถมาได้แล้ว อย่ามัวแต่กัดกันเอง”

    แองจี้ปล่อยเฉินแล้วรีบขึ้นรถออกไปกับมาดามหลุยส์จนห่างโรงแรมพอสมควรถึงหยุดรถพูดคุยกัน

    “ฉันจำเป็นต้องให้เฉินทำแบบนั้นโดยไม่บอกเธอล่วงหน้าเพื่อให้ฟิเดลโรไม่สงสัยเธอ และมันก็ได้ผล ฟิเดลโรไว้ใจเธอมากขึ้น”

    “ก็ใช่ค่ะมาดาม ฟิเดลโรมีผู้หญิงรอบตัวเยอะมาก แต่เขาเลือกฉันให้มาด้วยคนเดียว”

    “ขอบใจนะแองจี้ ผลงานที่ดีของเธอจะทำให้เธอก้าวหน้าในองค์กร ทีนี้ก็เล่าเรื่องฟิเดลโรมาได้แล้วว่าเธอได้ข้อมูลอะไรเพิ่ม”

    “ข้อมูลที่ฉันได้มายังไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะมาดาม”

    “บอกเท่าที่เธอรู้ ฟิเดลโรเกี่ยวข้องอะไรกับพ่อเลี้ยงอดุลย์”

    “สองคนนั้นเคยเป็นทหารร่วมรบกันมาตั้งแต่สงครามเวียดนาม ก่อนจะแยกกันไปค้ายาเสพติดหลังสงครามจบ”

    “ฟิเดลโรคงไม่ได้แค่มาเยี่ยมเพื่อนอย่างเดียว”

    “ค่ะมาดาม จุดประสงค์หลักคือเพื่อแก้แค้นมาดาม และที่ฉันได้ยินมาอีกอย่างก็คือเขาสงสัยว่าพ่อเลี้ยงอดุลย์กำลังจะหักหลังเขาเรื่องด็อกเตอร์ยามาดะ”

    มาดามหลุยส์ฟังแล้วมีสีหน้าสนใจขึ้นมาทันที

    ooooooo

    ตกกลางคืนรัศมีหลบเข้ามาร้องไห้ในห้องพยาบาลด้วยความคิดถึงยอด ก่อนหน้าที่เธอจะมาอยู่ในค่ายอาสาแห่งนี้ ยอดให้เธอไปคอยเขาที่บ้านพักริมทะเล แต่สุดท้ายเธอไม่เห็นแม้เงาของเขา มีเพียงภาพถ่ายที่เธอพกติดตัวไว้ตลอดเวลา

    “ยอด...เธออยู่ไหน ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน...ทำไมเธอต้องผิดสัญญาด้วย ทำไม...ฮือๆๆ”

    ไป่หลูยืนหลบหลังประตูแอบมองรัศมีร่ำไห้เสียใจคร่ำครวญคิดถึงคนรักก็พลอยเศร้าใจและสงสาร

    เมื่อถอยกลับออกไปยังที่พักของตัวเอง ไป่หลูเก็บเรื่องของรัศมีมาครุ่นคิดอย่างหนักใจแทน ทันใดได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ด้านในก็ตกใจตั้งท่าระมัดระวัง กลายเป็นชาติเพิ่งอาบน้ำเสร็จก้าวออกมา

    “ไปตามดูรัศมีมา ตกลงได้อะไรมาบ้างล่ะ”

    “นายชาติ...นายมาอยู่ในนี้ได้ยังไง”

    “อ้าว...ถามแปลกๆ ก็รัศมีจัดให้คุณกับผมพักด้วยกัน แล้วจะให้ผมไปอยู่ไหน ปูเสื่อนอนข้างนอกให้ยุงหามหรือไง”

    “ชาติที่แล้วไม่นายก็ฉันคงทำเวรทำกรรมกันไว้เยอะ เสร็จภารกิจกับพวกอีกาเมื่อไหร่ล่ะก็ เจ้าป่าเจ้าเขาที่นี่ช่วยรับรู้ด้วยว่าฉันจะทำบุญเยอะๆ ชาตินี้จะได้ไม่ต้องเจอหน้ากันอีก”

    “เล่นงานผมไม่ได้ตรงๆเลยเอาทางพระเป็นที่พึ่งเลยเหรอ ไม่เสียชื่อสายลับเบอร์หนึ่งไปหน่อยเหรอมิสไป่หลู”

    “พวกที่ถูกฝึกมาเพื่อฆ่าอย่างเดียวคงไม่รู้จักที่พึ่งทางใจ ของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่”

    “ผมเป็นคนไทยไม่เคยลบหลู่เรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เพราะผมเองก็มีที่พึ่งทางใจเหมือนกัน...อยากรู้ใช่ไหมว่าอะไร”

    ชาติยิ้มกวนแล้วเดินเข้าใกล้ ทำตาหวานซึ้งจนหญิงสาวชะงักด้วยความระแวงรีบยื่นมือกันไว้

    “ไม่ต้องเข้ามาใกล้เลย เดี๋ยวนี้นายไม่ต้องอ้าปากฉันก็รู้แล้วว่าจะปากดีกวนประสาทอะไรฉันอีก”

    “รู้ไหมว่ารู้ทันผมแบบนี้ไม่ธรรมดาแล้วนะคุณ เขาเรียกว่ารู้ถึงความคิด รู้ถึงความต้องการของ...”

    เขายิ้มกรุ้มกริ่มรุกคืบจนเธอถอยหนีเกือบชนเตียง ดีที่เบี่ยงตัวอ้อมมาอยู่ข้างหลังได้หวุดหวิด

    “หุบปากไปเลย อยากนอนในนี้นักใช่มั้ย งั้นนอนไป ฉันไปนอนข้างนอกก็ได้”

    ไป่หลูไม่อยากต่อปากต่อคำรีบเดินออกไปอย่างหัวเสีย ชาติอมยิ้มอย่างนึกสนุกตามมาสวมกอดโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ได้แต่ส่งเสียงดุด่า

    “ทำอะไร ไอ้บ้า! ปล่อยฉันนะ”

    “ขืนผมปล่อยให้คุณออกมานอนข้างนอก ผมก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษน่ะสิ”

    “แล้วที่หน้าด้านถึงเนื้อถึงตัวฉันแบบนี้ล่ะ สุภาพบุรุษมากเลยใช่มั้ย”

    ไป่หลูไม่พอใจจับแขนชาติที่โอบบิดพลิกออกแรงเรียกเหงื่อด้วยชั้นเชิงการต่อสู้ประชิดตัว ชาติรู้อยู่แล้วเลยตั้งรับปัดป่ายหมัดใส่กันไปมาอย่างชอบใจ

    “ชอบยั่วนักใช่มั้ย...ดี!! ยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่จะจัดการให้ร้องครางเหมือนหมาโดนตอนเลย”

    “ถ้าคุณทำให้ผมร้องครางได้ ผมจะยอมให้เป็นผู้นำภารกิจ”

    “งั้นนายเสร็จฉัน” ไป่หลูรุกใส่ชาติอย่างตั้งใจ ฝีมือการต่อสู้ประชิดตัวมีเท่าไหร่งัดเอามาใช้ทุกเม็ด เล่นเอาชาติเกือบเสียเชิงโดนเข้าไปหลายหมัด แต่สุดท้ายเขาก็พลิกกลับมาเล่นงานเธอจนถอยเซไปกระแทกผนัง ร้องลั่นเพราะเจ็บแผลที่แขน

    ชาติจะช่วยดูแผลให้แต่กลับเจอไป่หลูจับแขนบิดพลิกกดกับผนังจนดิ้นไม่หลุด

    “ทีนี้นายได้ร้องครางแน่”

    “มารยาได้เยี่ยมเลยคุณ คราวนี้ผมยอมรับว่าผมพลาด”

    “คำว่ามารยาเก็บไว้ใช้กับผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ดีกว่า ฉันก็แค่รู้จักใช้จุดอ่อนของนายให้เป็นประโยชน์แค่นั้นเอง”

    “งั้นคุณก็คงรู้แล้วสิว่าจุดอ่อนของผมอยู่ที่เป็นห่วงคุณมาก”

    “ฉันเกลียดที่นายทำแบบนี้ที่สุดนายชาติ นายรู้ว่าจุดอ่อนของนายยอดคือรัศมี นายก็เลยใช้เธอให้เป็นประโยชน์”

    “ผมรู้ว่าทำแบบนั้นไม่ดี รู้ว่ารัศมีน่าสงสาร แต่โทษผมไม่ได้ ในเมื่อไอ้ยอดมันเห็นผมเป็นศัตรู คุณก็ต้องช่วยผมใช้รัศมีให้เป็นประโยชน์ ไม่งั้นภารกิจของเราพังแน่”

    ไป่หลูนิ่งไปก่อนจะยอมปล่อยมือจากชาติแล้วถอยออกมา

    “คืนนี้คุณพักผ่อนเถอะ ผมจะอยู่เฝ้าข้างนอกให้เอง” ชาติบอกเสร็จก็ผละไป ทิ้งให้ไป่หลูยืนหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์นัก

    ooooooo

    เช้าวันนี้ไตรมาพบมาดามหลุยส์ที่โรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ รายงานความคืบหน้าเรื่องวัตรกับรุต

    “ผมสั่งให้วัตรกับรุตออกจากพื้นที่นั้นก่อนแล้วครับมาดาม ส่วนไอ้คนที่เล่นงานทั้งคู่ พวกมันไม่รู้ว่าเป็นใคร รู้แต่ว่าฝีมือมันดีมาก”

    “หมอนั่นไม่ใช่คนของพวกพ่อเลี้ยงหรือฟิเดลโรหรอก เพราะถ้าใช่วัตรกับรุตคงตายอยู่ที่นั่นไปแล้ว”

    “มาดามรู้เหรอครับว่าเป็นใคร”

    “หนึ่งในอีกาของเรานี่แหละไตร อีกาฝีมือดีที่อยากเป็นตัวโปรดของฉัน”

    “ไอ้ยอด...มันฝ่าฝืนคำสั่งอีกแล้ว ปล่อยให้มันทำแบบนี้บ่อยๆจะเสียการปกครอง ผมจะส่งเฉินไปจัดการ”

    “ไม่ต้อง ปล่อยเขาไป เธอแค่ส่งเฉินกับจอห์นให้เข้าไปสืบเรื่องด็อกเตอร์ยามาดะ อย่าให้พวกฟิเดลโรได้ตัวไปก็พอ”

    “แต่ปล่อยให้ไอ้ยอดทำแบบนี้บ่อยๆต่อไปจะคุมยากนะครับมาดาม”

    “ยอดเคยลิ้มรสชาติการตกเป็นทาสของโคคิโนมาแล้ว เขาน่าจะรู้จักบทเรียนดี”

    เวลาเดียวกันนั้น ยอดนอนหมดสติอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ พอรู้สึกตัวก็ได้ยินเสียงรถวิ่ง เขารีบคว้าปืนลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง แอบมองคนกลุ่มใหญ่ยกขบวนไปไหนสักแห่ง

    พวกมันคือลูกน้องฟิเดลโรและลูกน้องพ่อเลี้ยงอดุลย์ ยอดเห็นทุกคนมีอาวุธครบมือ รู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ เขารอให้หัวขบวนที่มีเชงนำหน้าพ้นระยะไปก่อน แล้วเล่นงานคนขี่มอเตอร์ไซค์คันหลังสุดด้วยท่อนไม้ฟาดทีเดียวมันล้มคว่ำทั้งคนทั้งรถ จากนั้นกระชากมันขึ้นมาเอาปืนจ่อหัวคาดคั้นข่มขู่ให้บอกมาว่ากำลังจะไปไหนกัน?

    ooooooo

    ด้วยความมั่นใจว่ารัศมีมีเรื่องปิดบัง ไป่หลูคอยจับตามองจนกระทั่งพบว่าเธอเก็บเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นพวกยา อาหาร ไฟฉาย ใส่กระเป๋าเพื่อเตรียมเดินทาง แต่ไม่ว่าไป่หลูจะพยายามซักถามยังไง รัศมีก็ไม่ยอมพูดความจริง

    “แต่ของพวกนั้นเป็นของพกติดตัวไว้ใช้เดินทางไกลไม่ใช่เหรอคะ”

    “ใช่ค่ะ ฉันต้องเดินทางไปสอนอีกหมู่บ้านกับพวกลูกศิษย์ค่ะ”

    “นอกจากสอนที่นี่แล้วยังต้องไปสอนที่หมู่บ้านอื่นอีกเหรอคะ”

    “ค่ะ ยังมีอีกหลายหมู่บ้านที่พวกเด็กๆมาเรียนไม่ได้ ครูเลยต้องเอาความรู้ไปให้ถึงที่”

    “ดีจังเลยนะคะ ฉันชักอยากจะตามไปช่วยด้วยแล้วสิ”

    “ขอบคุณนะคะ แต่ฉันว่าวันนี้คุณกับเพื่อนน่าจะได้กลับแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่ยูเอ็นกำลังเดินทางมาที่นี่ฉันขอตัวก่อนนะคะ”

    รัศมีตัดบทหิ้วกระเป๋าสวนกับชาติที่เพิ่งเข้ามา เธอยิ้มให้เขาบางๆแล้วก้มหน้าก้มตาเดินออกไป ชาติสงสัย ถามไป่หลู่ว่ารัศมีจะเดินทางไปไหน

    “คิดว่าเธอจะบอกฉันเหรอ เธอโกหกได้ไม่เนียน ขนสัมภาระเดินทางอัดใส่เป้ไปแบบนั้นเธอไม่ได้คิดจะเดินทางคนเดียวแน่”

    จริงอย่างไป่หลูคาดเดา รัศมีกำลังจะมุ่งหน้าไปหาใครบางคนที่เธอแอบช่วยเหลือไว้...เวลาเดียวกันนั้น จอมูกำลังหงุดหงิดที่ยังตามหาด็อกเตอร์ยามาดะตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงอดุลย์ไม่พบแถมลูกชายก็มาเล่นป้วนเปี้ยนใกล้ๆทำให้ย่ามหล่นวิทยุสื่อสารกระเด็นออกมา จอมูโมโหดุด่าลูกและรีบเก็บวิทยุก่อนจะเห็นว่าในมือลูกมีตัวการ์ตูนอุลตร้าแมน

    จอมูแย่งการ์ตูนตัวนั้นมาพิจารณาแล้วถามลูกว่าเอามาจากไหน

    “ครูไม่ให้บอกใครจ้ะพ่อ”

    “ครูคนไหน...ไอ้ครูต่างชาติพวกนั้นกับพ่อเอ็ง เอ็งกลัวใครวะ บอกมาครูคนไหน”

    “ครูรัศมีจ้ะพ่อ”

    เมื่อได้คำตอบนั้น จอมูรีบโทร.ไปรายงานพ่อเลี้ยงอดุลย์ด้วยความมั่นใจว่าด็อกเตอร์ยามาดะอยู่หมู่บ้าน บนดอยนี้จริง

    “แกแน่ใจนะ...งั้นก็รีบไปตามตัวมาเร็วที่สุดเพราะตอนนี้มีคนอื่นกำลังแห่ไปที่นั่น ถ้าได้ตัวมาแล้วค่อยติดต่อฉันอีกที ฉันจะบอกที่ปลอดภัยให้พาไปซ่อนตัว”

    พ่อเลี้ยงอดุลย์สั่งการเสร็จก็ตัดการติดต่อ ฟิเดลโรเข้ามาจับตามองและทักเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความสงสัย

    “ดูท่าทางแกจะยุ่งๆนะอดุลย์...เราเคยผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ถ้ามีเรื่องอะไรหนักอกหนักใจก็บอกฉันได้”

    “ไม่มีอะไรหรอก ฉันโทร.เช็กกับคนในพื้นที่ คนของแกขึ้นไปแล้วจะได้ไม่มีปัญหา”

    “คนของฉันทำงานไว้ใจได้เสมอ ก็เหมือนกับแกนั่นแหละ เป็นเพื่อนตายที่ฉันไว้ใจได้เหมือนกัน จริงมั้ย”

    พ่อเลี้ยงอดุลย์เก็บซ่อนพิรุธพยักหน้ารับแล้วบอกฟิเดลโรว่า

    “เจอหน้ากันแล้วคุยแต่เรื่องเก่าๆ ฉันว่ามันดูแก่ๆกันยังไงไม่รู้ ไว้หาเรื่องอื่นคุยกันดีกว่า”

    พูดเสร็จพ่อเลี้ยงอดุลย์จะเดินออกไป แต่ต้องชะงักเมื่อฟิเดลโรชักปืนออกมาจ่อท้ายทอยอย่างรวดเร็ว

    “แต่ไอ้เรื่องเก่าๆที่ฉันจำได้ดีนี่แหละ ที่ทำให้ฉันอ่านออกว่าแกคิดจะทรยศฉัน”

    พ่อเลี้ยงอดุลย์หน้าเสียกระชากเสียงใส่ “ทำบ้าอะไรของแกวะฟิเดลโร ฉันจะไปทรยศอะไรแก”

    “เรื่องด็อกเตอร์ยามาดะไง แกรู้ว่ามันหนีจากฉันไป แกก็เลยตามสืบจนรู้ว่ามันหนีมากบดานที่เมืองไทย แต่แกกลับเก็บเงียบเอาไว้คนเดียว”

    “ฉันไม่รู้ ใครมันเป่าหูให้แกเชื่อแบบนั้น”

    “แกคิดว่าคนอย่างฉันจะหูเบาเชื่อคนง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ลืมไปรึเปล่าว่าชีวิตพวกเราเคยแขวนไว้กับเกมรัสเซียนรูเล็ตของพวกเวียดกง ตอนนั้นพวกเราถูกจับเป็นเชลย มีปืนจ่อหัว พวกมันหัวเราะเยาะอาการกลัวตายของพวกเรา นั่นเองที่ทำให้ฉันได้รู้ว่า...สายตาเวลากลัวตายสามารถเล่าความจริงได้”

    ฟิเดลโรแตะไกปืนพร้อมระเบิดสมอง นั่นยิ่งทำให้พ่อเลี้ยงอดุลย์ตกใจหน้าซีดเผือด

    “อย่าเล่นบ้าๆแบบนี้นะโว้ยฟิเดลโร ฉันไม่เคยคิดทรยศแก”

    “แกไม่ต้องพูดแล้ว ให้ฉันอ่านสายตาแกอย่างเดียวก็พอ ค่อยๆหันมา”

    พ่อเลี้ยงอดุลย์ไม่มีทางเลี่ยงต้องหันกลับมา ฟิเดลโรจ้องเขม็งเข้าไปที่ดวงตาคู่นั้นครู่เดียวก็ได้คำตอบ

    “ฉันรู้แล้ว...แกหักหลังฉันจริงๆ”

    เปรี้ยง! ฟิเดลโรลั่นกระสุนนัดเดียวพ่อเลี้ยงอดุลย์ตายคาที่!

    ooooooo

    ที่หมู่บ้านชาวเขา ชาติกับไป่หลูหลบมุมแอบดูรัศมีสอนเด็กชาวเขาให้อ่านหนังสือ

    “ไม่ว่ารัศมีจะมีความลับอะไรอยู่ ยังไงเราก็ต้องพาเธอไปด้วย เพราะอีกไม่นานไอ้ยอดต้องตามล่าผมมาถึงที่นี่แน่”

    “แล้วนายไม่คิดเหรอว่าถ้าให้นายยอดเจอกับรัศมี นายยอดอาจจะเปลี่ยนใจหันมาคิดเหมือนนาย”

    “ผมเสี่ยงกับไอ้ยอดไปครั้งเดียวพอแล้ว ยิ่งคราวนี้มันโดนเล่นงานมาหนัก มันยิ่งมีแต่ความทะเยอทะยานอยากลากผมลงมาใช้เป็นบันไดปีนขึ้นไปเป็นอีกาตัวโปรด”

    ไป่หลูฟังชาติแล้วมองไปที่รัศมีก่อนจะได้ยินเสียงคลื่นแทรกเบาๆ สงสัยว่าเสียงอะไร ชาติเงี่ยหูฟังใกล้ตัวเธอแล้วถามว่า

    “คุณยังเก็บวิทยุที่ใช้ติดต่อกับฐานไว้กับตัวอยู่ใช่ไหม”

    ไป่หลูนึกขึ้นได้ล้วงกระเป๋ากางเกงเอาหูฟังสื่อสารเสียบหูเพื่อฟังเสียงคลื่นที่ฟังยังไม่ค่อยชัดพร้อมกับเรียกไอ้แสบคู่หูจอมกวน เมื่อเธอเดินห่างจากชาติไปก็สื่อสารกันได้ชัดเจน

    “ผมลุ้นแทบแย่นึกว่าจะติดต่อเจ๊ไม่ได้แล้วซะอีก นี่กว่าผมจะหาทางเปลี่ยนไปแฮ็กดาวเทียมสื่อสารตัวอื่นได้นะ เล่นเอาเหนื่อยโฮก”

    “มัวแต่จะโม้อยู่นั่นแหละเสียเวลา” เชิดศักดิ์รำคาญกดปุ่มตัดเสียงแสบบนแป้นคีย์บอร์ดแล้วคุยเอง “ไป่หลู...นี่ฉันเอง เธอกับนายชาติเป็นยังไงบ้าง”

    “ปลอดภัยดีค่ะท่านรอง นายชาติพาฉันหลบพวกพ่อเลี้ยงขึ้นมาที่หมู่บ้านชาวเขา เป็นที่โนแมนแลนด์มีหน่วยงานของยูเอ็นให้การดูแลอยู่ พวกพ่อเลี้ยงเลยไม่กล้าเข้ามาค่ะ”

    “ผมเห็นแล้ว เช็กจากสัญญาณที่ไอ้แสบส่งวิทยุหาคุณ แต่ที่นั่นอาจจะไม่ปลอดภัยอย่างที่คุณคิดนะไป่หลู”

    “ทำไมเหรอคะท่าน”

    “เพราะผลการวิเคราะห์อีเมลที่คุณส่งมาก่อนจะถูกจับได้ทำให้เราพบว่าพ่อเลี้ยงอดุลย์กับฟิเดลโรเป็นพวกเดียวกัน มีแผนที่จะผลิตโคคิโนร่วมกัน ตอนนี้ฟิเดลโรก็เดินทางมาเมืองไทยไปพบพ่อเลี้ยงอดุลย์ที่นั่นแล้ว และฟิเดลโรราชาค้ายาเสพติดอันดับโลกนี่แหละที่ส่งข่าวให้พ่อเลี้ยงอดุลย์รู้ว่าพวกอีกาจะส่งยมทูตมาจัดการ”

    “ท่านรองคิดว่าพวกมันจะร่วมมือกันตามล่าฉันกับนายชาติใช่ไหมคะ”

    “ไม่ใช่แค่นั้นหรอกไป่หลู มีอีเมลฉบับหนึ่งของพ่อเลี้ยงที่ไอ้แสบวิเคราะห์แล้วทำให้รู้ว่าสูตรลับของโคคิโนอยู่ที่ไหน”

    ไป่หลูรับข้อมูลทั้งหมดก่อนเดินกลับมาหาชาติที่กำลังจับจ้องพรานจอมูเข้ามาคุยกับรัศมี แล้วรัศมีท่าทีตกใจเดินตามพรานออกไป แต่ชาติไม่ทันได้ก้าวตามเพราะหันมาสนใจไป่หลู

    “ว่าไง พวกคุณส่งข่าวอะไรมาบ้าง”

    “ท่านรองเตือนเราให้ระวังว่าที่นี่จะไม่ปลอดภัย เพราะฟิเดลโรจะส่งคนบุกเข้ามา คราวนี้เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่จัดการกับมือสังหารอีกาอย่างเดียว แต่อยู่ที่ตามหาตัวด็อกเตอร์ยามาดะ”

    “ด็อกเตอร์ยามาดะ?”

    “นักวิทยาศาสตร์เคมีเจ้าของสูตรโคคิโนที่หนีจากฟิเดลโรมากบดานอยู่ที่นี่ พ่อเลี้ยงรู้เรื่องนี้เลยคิดหักหลังหวังเป็นเจ้าของสูตรคนเดียว”

    “ที่แท้เป้าหมายก็อยู่ที่สูตรยานรกนั่นทั้งพวกอีกา ทั้งพวกค้ายา”

    “ถ้าพวกนั้นแห่มาที่นี่จริงๆ คงมีคนตายเป็นเบือแน่”

    “เราต้องช่วยคนที่นี่ไว้ก่อน”

    ไป่หลูพยักหน้าเห็นด้วย แล้วถามหารัศมีเพราะเธอน่าจะช่วยเราได้ ชาติหันไปก็ไม่เห็นเธอเสียแล้ว

    รัศมีหลงกลจอมูที่หลอกว่าลูกชายไม่สบายให้ไปช่วยเหลือ เดินห่างหมู่บ้านมาไกลพอสมควรจอมูก็ชักมีดออกมาข่มขู่รัศมีให้บอกที่ซ่อนของด็อกเตอร์ยามาดะ

    “ด็อกเตอร์ไหน ฉันไม่รู้จัก”

    “อย่ามาตอแหล...ลูกชายผมเล่าให้ฟังหมดแล้วว่าครูช่วยชีวิตผู้ชายชาวญี่ปุ่นไว้คนหนึ่ง ครูเอามันไปซ่อนตัวไว้ที่ไหน”

    “เปล่า...ฉันไม่ได้ช่วยใครเอาไว้เลย”

    “หาเรื่องเจ็บตัวแล้วครู” จอมูตบรัศมีล้มลง แล้วจะเอามีดกรีดหน้าถ้าเธอยังไม่พูดความจริง

    รัศมีหวาดกลัวแต่มีสติดีเยี่ยม คว้าดินทรายปาใส่หน้า จอมูก่อนคว้าท่อนไม้ฟาดใส่เขาล้มแล้ววิ่งหนีไปทันที

    ooooooo

    บริเวณถนนลูกรัง เชงกับลูกน้องฟิเดลโรจอดรถจี๊ปซุ่มอยู่ที่ป่าข้างทางพร้อมส่องกล้องทางไกลเห็นรถ GMC ติดตราสัญลักษณ์ UN ขับมาฝุ่นตลบ

    “พวกมันกำลังมาแล้ว ต้องตัดตอนไม่ให้มันเข้าไปยุ่งกับภารกิจเรา”

    เชงสั่งพรรคพวกที่แต่งกายด้วยชุดชนกลุ่มน้อยติดอาวุธใส่หมวกไหมพรมปิดหน้า ทุกคนพร้อมมากที่จะออกไปถล่มพวกทหารยูเอ็น

    “เก็บกวาดอย่าให้เหลือ ให้พวกมันคิดว่าเป็นฝีมือพวกชนกลุ่มน้อยที่นี่แล้วรีบตามไป”

    สั่งเสร็จเชงให้คนขับรถขับรถจี๊ปออกจากตรงนั้น พวกที่ปลอมตัวเป็นชนกลุ่มน้อยพากันไปยืนรอข้างถนน จนรถขนทหารยูเอ็นเข้ามาพวกมันก็จัดการกดระเบิดที่ฝังเอาไว้บนถนนทันที

    บึ้ม!! ระเบิดเสียงดังสนั่น รถขนทหารเสียหลักหักหลบเข้าข้างทาง ทหารชาวต่างชาติกรูลงจากรถ แต่ก็เจอพวกฟิเดลโรกราดยิงด้วยอาวุธสงคราม

    เสียงปืนโต้ตอบกันลั่นป่า พวกทหารยูเอ็นถูกเล่นงานจนล้มตายไปมาก ยอดบิดมอเตอร์ไซค์ตามมาหยุดดูเหตุการณ์ครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางลัดเข้าไปในป่า

    อีกด้าน รัศมีวิ่งหนีจอมูพร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือด้วยความหวาดกลัว ยอดบิดมอเตอร์ไซค์ลัดเลาะมาตามทางที่พอจะไปได้ แต่สุดท้ายก็หมดทางที่รถจะไปต่อ จึงต้องทิ้งรถไว้และเตรียมตัวเดินเท้าเข้าที่หมู่บ้านชาวเขา

    ทันใดนั้นเอง ยอดได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของผู้หญิง เสียงเธอเหมือนรัศมีมาก แต่จะเป็นไปได้ยังไง หรือว่าเขาประสาทหลอนไปเอง

    รัศมีตื่นตระหนกยังตะโกนต่อเนื่อง เพราะจอมูใกล้ถึงตัวเธอเข้ามาทุกที...เธอสะดุดรากไม้ล้มลงบาดเจ็บที่แขน จอมูพุ่งพรวดมายืนจังก้าถือมีดขวางไว้

    “อย่าพยายามทำให้ตัวเองต้องเจ็บมากไปกว่านี้เลยครู แถวนี้ผมวางกับดักสัตว์ไว้เยอะ เดินไม่ดูตาม้าตาเรือครูจะเจ็บตัวหนัก”

    “อย่ามายุ่งกับฉัน ไปให้พ้น”

    “ง่ายๆเลยครู บอกมาว่าไอ้ด็อกเตอร์นั่นอยู่ไหน แล้วผมจะปล่อยครูไป”

    “ฉันไม่รู้...ไม่รู้จักคนที่แกว่ามาเลย ฉันไม่รู้จักจริงๆ”

    “โธ่เว้ย! อย่าให้ผมต้องเสียเวลามากไปกว่านี้เลยได้ไหมครู” จอมูหงุดหงิดหัวเสียกระชากรัศมีขึ้นมาตบแล้วเอาหน้าไม้เล็งข่มขู่ “พูดมา...ไม่งั้นครูเจ็บตัวหนักกว่านี้แน่ ด็อกเตอร์นั่นอยู่ไหน”

    “ฉันไม่รู้”

    คำตอบนั้นทำให้จอมูโมโหมาก ตั้งท่ายิงลูกดอกหน้าไม้ รัศมีหลับตาปี๋คิดว่าตัวเองโดนแน่ แต่เมื่อลืมตาพบว่าลูกดอกปักที่ต้นไม้ข้างหลังเธอ

    “กลัวตายขึ้นมาแล้วใช่ไหมครู เมื่อกี้นี้ผมไม่ได้ยิงพลาดหรอก ขนาดกระรอกบนต้นไม้ผมยังยิงมันร่วงลงมาได้เลย”

    “อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้อง”

    “งั้นครูก็บอกมาซะที ครูซ่อนตัวด็อกเตอร์นั่นไว้ที่ไหน รีบๆบอกมาไม่งั้นแขนข้างซ้ายครูจะใช้การ ไม่ได้อีก แล้วค่อยเป็นแขนขวาต่อ...บอกมา”

    “เธอต้องการเจอเขาทำไม”

    “มีคนจ้างให้ผมพาตัวเขาไปให้ ค่าจ้างมันสูงมากนะครับครู”

    “ใช่...ฉันเคยช่วยด็อกเตอร์ยามาดะ แต่เขาไม่อยู่แล้ว”

    “โกหก ลูกชายผมบอกว่าครูซ่อนมันไว้”

    “ฉันไม่ได้โกหก ด็อกเตอร์ยามาดะตายแล้วจริงๆ ฉันช่วยชีวิตเขาไม่ได้”

    จอมูไม่เชื่อ ตั้งใจยิงลูกดอกหน้าไม้ที่แขนของเธอ แต่ทันใดนั้นคมมีดก็ยื่นเข้ามาที่คอจอมูอย่างเงียบเชียบพร้อมเสียงเตือนว่าอย่าทำอะไรโง่ๆ

    จอมูหน้าซีดหน้าเสีย ยอมให้ชาติปลดหน้าไม้ออกจากมือ ส่วนไป่หลูที่มากับชาติรีบประคองรัศมีลุกขึ้นแล้วทำตามที่ชาติบอกให้พาเธอออกไปก่อน ทางนี้ตนจัดการเอง จอมูท่าทางยึกยักจะขัดขืนแต่ถูกชาติเล่นงานด้วยมีดปักเข้าที่หัวไหล่ถึงกับร้องโอดโอย

    “ถ้าเข้าใกล้รัศมีอีก แกจะพิการเดินไม่ได้อีกเลย” ชาติไม่พูดเปล่า ยิงหน้าไม้ใส่ขาจอมูจนมันดิ้นพราดเจ็บเจียนตาย ชาติจะซ้ำอีกทีแต่มันรีบยกมือร้องขอชีวิต สัญญาว่าไม่ยุ่งกับครูรัศมีอีกแล้ว จบคำก็ตะเกียกตะกายหนีไป

    ฝ่ายยอดที่เงี่ยหูฟังจนแน่ใจว่าใช่เสียงรัศมีก็วิ่งไม่คิดชีวิตไปตามหา แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เขาเจ็บใจตัวเองที่มาช้า ทำได้แค่กำหมัดกราดเกรี้ยวชกต้นไม้อย่างแรง

    แต่ครู่หนึ่งสายตายอดเหลือบไปเห็นกระดาษตกอยู่ที่พื้น หยิบขึ้นมาดูก็ตะลึงเพราะมันคือภาพถ่ายของเขากับรัศมี จึงมั่นใจว่าเธออยู่ที่นี่จริงๆ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”

    2 สหายจับมือจัดการเดียรถีย์ ขจัดเภทภัยให้ชาว “ไผ่แดง”
    24 ต.ค. 2564

    00:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 07:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์