ตอนที่ 7
จากนั้นไม่นานตรีอัปสรกลับมาหาแม่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักดารินทร์มัวแต่เป็นปลื้มกับสายสะพายนางสาวณสยามที่ลูกสวมอยู่จึงไม่ทันสังเกตเห็นดึงลูกมากอดอย่างภาคภูมิใจชมไม่หยุดปากว่าลูกเก่งมาก
“ถือว่าเป็นของขวัญที่ตรีให้แม่แล้วกันค่ะ”
“สมน้ำหน้านังสลิลทิพย์จืดจ๋อยเป็นหมาหงอยไปเลยสะใจฉันจริงๆ...เอ่อเมื่อครู่นี้ฉันเห็นแกคุยกับคุณอัศคุยอะไรกันเขาแสดงความยินดีกับแกล่ะสิ” ดารินทร์แทบไม่เปิดช่องให้ตรีอัปสรพูดโต้ตอบแล้วถามอย่างไม่คิดอะไรว่าลูกขอให้เขาช่วยให้ได้ตำแหน่งใช่ไหมตรีอัปสรตกใจหันขวับ
“แกจะตกใจทำไมเนี่ยแกนึกว่าฉันไม่รู้หรือที่แกแอบคุยกับคุณอัศ”
“คุณลุงบอกแม่หรือคะ”
“เปล่าแต่ฉันรู้ว่าแกต้องเข้าทางคุณอัศแล้วแกก็มาถูกทางจริงๆด้วยสมแล้วที่เป็นลูกฉัน”
ตรีอัปสรค่อยๆผ่อนลมหายใจโล่งอกที่แม่ไม่รู้ข้อตกลงระหว่างเธอกับนายพลหัวงูนั่น...
ทางด้านอาชัญเสร็จจากดูงานเร็วกว่ากำหนดรีบตามมาที่สถานีโทรทัศน์ช่อง Thai 10 เพื่ออวยพรให้กับความสำเร็จของลูกสาวสลิลทิพย์ไม่วายว่าประชดจะมาเร็วหรือมาช้าลูกสาวของเราสองคนก็ทำได้แค่รองนางสาวณสยามอาชัญมองเธออย่างตำหนิแล้วหันไปยิ้มให้กำลังใจลูก
“อรทำดีที่สุดแล้วลูกพ่อภูมิใจในตัวลูกน่ะ”
อติรุจก็ภูมิใจในตัวน้องสาวเช่นกันสลิลทิพย์มองสองพ่อลูกอย่างหมั่นไส้แดกดันว่าทำตัวเป็นพ่อพระกันเข้าไปปล่อยให้เธอเป็นนางมารร้ายอยู่คนเดียวอติรุจโอบเอวเอาใจแม่พร้อมกับพูดหยอกล้อกันสนุกสนานนักข่าวผ่านมาเห็นครอบครัวอบอุ่นขอถ่ายภาพเก็บไว้สลิลทิพย์ยิ้มหน้าบานที่สื่อให้ความสนใจ...
ไม่ห่างจากจุดนั้นนักตรีอัปสรเดินมากับดารินทร์เห็นภาพครอบครัวอบอุ่นถึงกับน้ำตาซึมนึกน้อยใจในโชคชะตาที่ไม่มีแบบนั้นบ้างพยายามกล้ำกลืนความน้อยใจไว้ดารินทร์กลับมองภาพนั้นอย่างหมั่นไส้
“ทุเรศทำเป็นสร้างภาพครอบครัวอบอุ่นผัวซุกเมียน้อยไว้ที่ไหนบ้างก็ไม่รู้”
“แม่จะพูดให้ตรีรู้สึกแย่ลงไปอีกทำไมเนี่ย” ตรีอัปสรตำหนิเสร็จขยับจะเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่งข้าวตูเข้ามาเชิญไปพบคุณรัตน์ที่ห้องประชุมเสียก่อน...
ครู่ต่อมานางสาวณสยามและรองทั้งสองคนมาพร้อมกันที่ห้องประชุมเล็กของสถานีฯคุณรัตน์แจกแจงกำหนดการคร่าวๆให้ฟังว่าหลังจากงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งแล้วจะต้องเดินสายขอบคุณสื่อมวลชนและสปอนเซอร์ที่ให้การสนับสนุนการประกวดครั้งนี้เพราะฉะนั้นทั้งสามสาวจะต้องพักอยู่ด้วยกันที่โรงแรมอีกสองถึงสามวันเพื่อความสะดวกในการนัดหมายและการเดินทางส่วนภารกิจต่างๆจะมีเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบอีกที
“นับจากนี้ไปคุณทั้งสามคนคงต้องเจอหน้ากันบ่อยอาจจะเกือบทุกวันเลยก็ได้นะคะพี่อยากให้ทั้ง 3 คนรักใคร่สามัคคีกันคิดเสมอว่าคุณทั้ง 3 คนคือตัวแทนของสาวไทยและเป็นหน้าตาของสถานีโทรทัศน์ช่อง Thai10 คุณตรีอัปสรจะต้องเป็นตัวแทนไปประกวดมิสเวิลด์ส่วนคุณอรสินีเป็นตัวแทนไปประกวดมิสเอเชียนะคะ”
ตรีอัปสรและอรสินีรับคำคุณรัตน์แจ้งเพิ่มเติมว่าอีกสักครู่สาวๆจะต้องไปลองชุดงานเลี้ยงคืนนี้แล้วช่วงบ่ายก็เริ่มเดินสายขอบคุณสปอนเซอร์หลักของเราก่อนจังหวะนั้นข้าวตูเข้ามารายงานว่าชุดราตรีสำหรับงานเลี้ยงคืนนี้มาแล้วคุณรัตน์บอกให้สามสาวไปลองชุดกันก่อนเผื่อมีอะไรจะได้แก้ไขได้ทัน
ooooooo
นางสาวณสยามและรองทั้งสองคนสวมชุดราตรีได้พอดีทั้งคุณรัตน์และพี่เลี้ยงนางงามต่างชมเป็นเสียงเดียวกันว่าสวยงามมากถ้ามีมงกุฎกับสายสะพายจะยิ่งเพิ่มความสวยงามกว่านี้อีกวรัญญากระเซ้าถ้ามีแต่สายสะพายไม่มีมงกุฎ จะยังสวยอยู่หรือเปล่าคุณรัตน์ปรามว่าเพิ่งอบรมให้รู้รักสามัคคีไปเมื่อครู่
“รัญก็แค่อยากรู้ไม่มีความคิดแตกแยกนะคะ” วรัญญายิ้มหวานให้คุณรัตน์ก่อนจะเดินไปหยิบรองเท้าส้นสูงที่วางอยู่มาพลิกดูพูดติดตลกว่าคราวนี้ไม่มีเป๊กแถมมาด้วย
“ไม่มีการแข่งขันการต่อสู้ก็จบลง”
วรัญญาหวังจะให้เป็นอย่างที่ตรีอัปสรว่าแต่คงจะยากเพราะคนอย่างภารดีไม่ยอมรามือง่ายๆ...
คุณดิษฐ์เห็นมุกตาภานั่งหน้างออยู่คนเดียวในห้องทำงานก็ร้องทักทำไมไม่ไปขอบคุณสปอนเซอร์กับนางสาวณสยามเธออ้างว่าคุณรัตน์ไปแล้วและอีกอย่างหนึ่งถ้าเธอไม่ได้ไปด้วยก็คงไม่ทำให้เราเสียหาย
คุณดิษฐ์ตำหนิว่าคิดแบบนั้นไม่ถูกต้องสปอนเซอร์เป็นเหมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงสถานีโทรทัศน์ของเราในฐานะที่เธอเป็นลูกสาวเจ้าของสถานีฯการพานางสาวณสยามไปขอบคุณสปอนเซอร์ด้วยตัวเองเป็นการให้เกียรติกันมุกตาภารู้ตัวว่าทำผิดขอโทษพ่อด้วยที่คิดอะไรตื้นๆคุณดิษฐ์แนะถ้าลูกไม่คิดจะตามพวกนางงามก็น่าจะไปวางแผนประชาสัมพันธ์กับทีมพีอาร์ข่าวนางสาวณสยามจะได้มีอย่างต่อเนื่อง
“ถ้าเป็นเรื่องข่าวไม่ต้องห่วงค่ะมีต่อเนื่องแน่นอน” มุกตาภายิ้มเจ้าเล่ห์คุณดิษฐ์มองเธอแปลกใจโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าเธอแอบให้ท้ายภารดีตั้งโต๊ะแถลงข่าวโต้ตอบที่ถูกตรีอัปสรพูดพาดพิงจนนักข่าวพากันสงสัยว่าโต้กันไปโต้กันมาแบบนี้แล้วงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งคืนนี้ภารดีจะไปร่วมงานด้วยหรือเปล่า
“หนูดีแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกค่ะคืนนี้พี่ๆเจอหนูดีแน่นอนค่ะ” ภารดีตีหน้าซื่อสุดฤทธิ์...
ค่ำวันเดียวกันงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งและขอบคุณเหล่าสปอนเซอร์จัดขึ้นอย่างอลังการดารินทร์มาถึงงานเลี้ยงเห็นสลิลทิพย์ควงคู่อาชัญเข้ามารีบเดินไปทักทายฝ่ายชายโดยไม่ลืมแขวะสลิลทิพย์เรื่องที่ลูกของเธอได้แค่ตำแหน่งรองอันดับหนึ่งคู่อริโกรธควันแทบออกหูแต่พยายามระงับอารมณ์ไว้
“คุณอาชัญคะไปทักทายคุณหญิงสุดสวาทกันเถอะค่ะดิฉันไม่อยากให้ท่านเข้าใจผิดว่าเรามาเสวนากับพวกเมียน้อย” สลิลทิพย์แดกดันจบเดินควงแขนอาชัญออกไปดารินทร์ปรี๊ดแทบแตกที่ถูกเอาคืน...
ในเวลาเดียวกันภายในห้องแต่งตัวนางงามภารดีกับทิปปี้และกัลยาณีมาถึงก่อนพวกตรีอัปสรพี่เลี้ยงนางงามสั่งให้ทั้งคู่เปลี่ยนชุดได้เลยมีชื่อติดไว้แล้วว่าชุดไหนของใครส่วนตนเองขอตัวไปดูแลความเรียบร้อยด้านโน้นก่อนภารดีรอจนพี่เลี้ยงไปแล้วจึงเดินไปดูชุดของตัวเองทิปปี้ถือวิสาสะหยิบชุดที่ติดชื่อตรีอัปสร
ขึ้นมาดู
“ต๊าย...ชุดนังตรีอัปสรมันจะสวยเด่นไปถึงไหนเนี่ยแล้วดูชุดของเราสิง่อยเปลี้ยเทียบไม่ได้กับชุดมันเลย”
ภารดีหันขวับมองชุดของตรีอัปสรพลันแผนชั่วผุดขึ้นมาในสมองของเธอ
ooooooo
อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนักคุณรัตน์เดินนำตรีอัปสรอรสินีและวรัญญาบ่ายหน้าไปทางห้องแต่งตัวมุกตาภาปรี่เข้ามาต่อว่าทำไมมาช้านัก แขกมาเต็มงานแล้ว เธออ้างว่าสปอนเซอร์ขอคุยกับสาวๆของเราไม่ยอมให้กลับ
“สงสัยต้องส่งไปอบรมเรื่องขอตัวปลีกตัวแบบไม่น่าเกลียดกันแล้วล่ะค่ะ”
คุณรัตน์หน้าตึงขึ้นมาทันทีแต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรมีเสียงมือถือของตรีอัปสรดังขัดจังหวะมุกตาภาชักสีหน้าไม่พอใจสั่งให้รับสายแล้วคุยสั้นๆเพราะมีงานสำคัญรออยู่ตรีอัปสรรับคำเห็นชื่อณเดชย์โชว์อยู่หน้าจอมือถือรีบกดรับสายบอกว่าตอนนี้กำลังยุ่งเอาไว้เลิกงานแล้วเธอจะโทร.หาแล้ววางสายมุกตาภาเร่งให้ทุกคนรีบไปแต่งตัวก่อนจะเดินสะบัดจากไปวรัญญาบ่นไล่หลังสงสัยยัยนี่ต้องมีปัญหาเรื่องความรักถึงได้ดูเพี้ยนๆ
“เธอนี่น่าไปเป็นหมอดูนะท่าทางจะทายแม่น” ตรีอัปสรพูดจบรีบเดินตามคุณรัตน์...
เหตุร้ายไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกชุดที่ตรีอัปสรจะใส่ไปงานเลี้ยงมีรอยถูกตัดไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ว่าฝีมือใครทั้งตรีอัปสรและวรัญญามองภารดีเป็นตาเดียวกันอรสินีเสนอจะเอาชุดของตัวเองให้ตรีอัปสรใส่เพราะงานนี้นางสาวณสยามสำคัญที่สุดเจ้าตัวไม่คิดอย่างนั้นจริงๆแล้วทั้งเธออรสินีและวรัญญาก็สำคัญสำหรับงานนี้ไม่ต่างกันวรัญญาอยากรู้ว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไปตรีอัปสรมองชุดราตรีที่ถูกตัดเป็นริ้วๆสีหน้าครุ่นคิด...
ทางฝ่ายคุณรัตน์กลุ้มหนักถึงกับกุมขมับไม่รู้จะไปหาชุดที่ไหนมาให้ตรีอัปสรใส่ถ้าจะรอชุดใหม่ก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง...
ด้วยไหวพริบและความฉลาดเอาตัวรอดตรีอัปสรสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสเอาส่วนที่ขาดเป็นริ้วๆมาผูกเป็นโบว์ได้ชุดราตรีที่สวยแปลกตาไปอีกแบบหนึ่งเรียกเสียงฮือฮาจากแขกผู้มาร่วมงานรวมทั้งนักข่าวที่รุมถ่ายภาพกันอุตลุดขณะที่คุณดิษฐ์มองภาพนั้นอย่างพอใจ
ภารดีเจ็บใจมากแอบบ่นให้ทิปปี้ฟังไม่เข้าใจว่าตรีอัปสรมีของดีอะไรถึงแคล้วคลาดได้ทุกครั้งวรัญญา
ย่องมาด้านหลังโพล่งขึ้นว่าเป็นเพราะคนดีผีคุ้มภารดีสะดุ้งโหยงหันขวับเห็นเธอยืนอยู่ด่าสวนว่านังจิ้งจกพิษ
“ฉันอาจจะเปลี่ยนสีเหมือนจิ้งจกแต่พิษสงคงสู้เธอไม่ได้นังปีศาจขาอ่อน”
ภารดีด่าสู้ไม่ได้หันไปขอให้ทิปปี้ช่วยเขายังไม่ทันจะอ้าปากด่าวรัญญาชี้หน้ากราด “ไม่ต้องช่วยเพราะฉันไม่ทะเลาะกับเธอให้เสียชื่อรองนางสาวณสยามแน่นอนแต่จะมาเตือนด้วยความหวังดียังไงเธอก็ไม่ได้ดีมากกว่าที่เป็นอยู่หรอกอย่าดิ้นนักเลยหัดพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีมั่งเหอะ” วรัญญาว่าแล้วกลับเข้างานเลี้ยง...
ภายในงานนักข่าวยังคงถ่ายภาพตรีอัปสรกับรองทั้งสองคนไม่หยุดหนึ่งในพวกนั้นหันมาเห็นคุณดิษฐ์กับชญานนท์ยืนดูอยู่ใกล้ๆเชิญมาถ่ายรูปร่วมกับนางสาวณสยามคุณดิษฐ์เข้าไปยืนข้างอรสินีทำให้ชญานนท์ต้องไปยืนข้างตรีอัปสรแทนนักข่าวขอให้ยืนชิดๆกันหน่อยชญานนท์ขยับตัวเข้าใกล้เป็นจังหวะเดียวกับ
ตรีอัปสรขยับเช่นกันทั้งคู่ชนกันโดยไม่ได้ตั้งใจหญิงสาวถึงกับเซเสียหลักด้วยความเป็นสุภาพบุรุษชญานนท์รีบคว้าตัวเธอไว้ดูเผินๆเหมือนเขาโอบเธออยู่นักข่าวรุมถ่ายภาพช็อตเด็ดไม่ยั้ง
สลิลทิพย์ไม่ชอบใจกับภาพที่เห็นตรงหน้าหันไปพาลใส่อาชัญว่ามัวแต่ชื่นชมลูกสาวอยู่ได้ไม่เห็นหรือว่ามีคนจ้องจะฉกว่าที่ลูกเขยของเราไปเขาขอร้องให้เธอเลิกมองคนอื่นในแง่ร้ายสักทีแล้วเดินหนีไปที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่มสลิลทิพย์มองตามอย่างขุ่นเคืองใจ
ooooooo
คุณดิษฐ์เรียกมุกตาภาและคุณรัตน์มาพบที่ห้องทำงานแต่เช้าตำหนิทั้งคู่ที่เมื่อคืนงานเลี้ยงเกือบล่มเพราะต่างฝ่ายต่างไม่ปรึกษากันไม่ทำงานกันเป็นทีมเพื่อให้ข่าวที่ออกมาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
“เรื่องภารดีแถลงข่าวแบบเอาดีเข้าตัวแล้วโยนความผิดให้ตรีอัปสรมันจะเป็นผลเสียกับภาพลักษณ์ของนางสาวณสยามน่ะดีที่เรื่องชุดของตรีอัปสรถูกตัดไม่ไปถึงหูนักข่าวไม่อย่างนั้นล่ะเสียหายแน่”
มุกตาภาบ่นอย่างไม่พอใจว่าจะให้ทำอย่างไรในเมื่อพยายามเต็มที่แล้วแต่ก็ไม่ถูกใจพ่อชญานนท์อธิบายว่าถ้าเธอคิดจะให้ภารดีแถลงข่าวก็ควรจะคุมให้อยู่ไม่ใช่ปล่อยให้พูดไปเรื่อยเปื่อยแล้วที่มุกตาภาทำไปเขาเองก็ไม่รู้เรื่องคุณรัตน์ก็ไม่รู้เรื่องมุกตาภามองคุณรัตน์อย่างไม่ชอบใจนักคุณดิษฐ์ตั้งข้อสังเกตเหตุการณ์แบบนี้จะเป็นประโยชน์กับสถานีฯก็ต่อเมื่อเราทำละครแต่สำหรับนางสาวณสยามเขาเห็นว่าไม่เหมาะ
“คุณพ่อจะทำละครต่อหรือครับ”
“ใช่เราจำเป็นต้องรุกหนัก ไม่งั้นไม่ทันแน่หลังจากประกวดมิสเอเชียกับมิสเวิลด์เราจะเปิดกล้องทำละครทันทีช่วงนี้อย่าให้มีเรื่องเกาเหลาของนางงามออกมาอีกเข้าใจไหม”
มุกตาภารับคำเสียงอ่อยชญานนท์มองพ่อสลับกับน้องสาวสีหน้าครุ่นคิด...
หลังจากประชุมกับพ่อเสร็จมุกตาภายังเคืองคุณรัตน์ไม่หายตามมาหาเรื่องโดยพูดเหมือนบีบกันทางอ้อมให้เธอลาออกคุณรัตน์แค้นใจมากหมายหัวเธอไว้มีโอกาสเมื่อไหร่จะเอาคืน...
แม้จะถูกมุกตาภาบีบคั้นแต่คุณรัตน์ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปสั่งให้หน่วยรักษาความปลอดภัยเอาภาพจากกล้องวงจรปิดมาดูว่ามีใครเข้าไปใกล้กับชุดของตรีอัปสรบ้างเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ผลปรากฏว่ากล้องวงจรปิดเสียจับภาพอะไรไม่ได้เธอกลุ้มใจมากไม่รู้จะหาหลักฐานที่ไหนมาจัดการคนร้ายเจ้าหน้าที่รปภ.บอกให้เธอปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรมคุณรัตน์ยิ่งกลุ้มหนักเมื่อไหร่กรรมถึงจะตามคนทำผิดทัน...
วันนี้นางสาวณสยามและรองทั้งสองคนรวมทั้งกัลยาณีและภารดีมีคิวจะต้องไปขอบคุณสปอนเซอร์คุณรัตน์จึงนัดให้มาแต่งหน้าทำผมที่สถานีฯและจะได้สวมชุดที่ทางสถานีฯจัดให้ตรีอัปสรอรสินีและวรัญญาต่างแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยภารดีกับกัลยาณีเพิ่งมาถึงคุณรัตน์บอกให้ทั้งคู่รีบไปแต่งตัวยัยปีศาจขาอ่อนถึงกับร้องกรี๊ดๆเมื่อเห็นชุดที่ติดชื่อตัวเองขาดวิ่นหันมองตรีอัปสรอย่างเอาเรื่อง
“นังตรีอัปสรแกใช่ไหมแกตัดชุดฉันขาดเพราะแกจะแก้แค้นฉันใช่ไหม” ภารดีอาละวาด
“ฉันจะแก้แค้นเธอทำไมเธอทำอะไรฉันหรือ” ตรีอัปสรพยายามพูดยั่วยัยปีศาจขาอ่อนหลงกลจนได้หลุดปากว่าตัวเองตัดชุดของตรีอัปสรขาดเธอก็เลยคิดจะเอาคืนวรัญญาได้ทีเหยียบซ้ำ
“ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวนึกว่าคนอื่นจะเหมือนตัวเองหรือไง”
ภารดีหันมาจะเอาเรื่องวรัญญาแทนสองสาวทำท่าจะตบตีกันพี่เลี้ยงกับคุณรัตน์ต้องรีบกันเอาไว้อรสินีขอร้องให้หยุดทะเลาะกันแล้วมาช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องชุดกันก่อนดีกว่า
“ชุดขาดแบบนี้จะแก้ปัญหายังไงล่ะเอาชุดเธอมาให้ฉันใส่ไหมอรสินี” ภารดีพาลไม่เลือกหน้า
“อย่าไปยุ่งกับหมาบ้าค่ะคุณอรอาการแบบนี้ถ้าโดนกัดฉีดวัคซีน 10 เข็มก็เอาไม่อยู่” ตรีอัปสรมองภารดีเหยียดๆเธอถึงกับกรี๊ดสนั่นคุณรัตน์ทนไม่ไหวสั่งให้เงียบภารดียอกย้อน ถ้าอยากให้เงียบก็ต้องหาชุดใหม่มาให้
ooooooo
ฉุกละหุกเกินไปที่คุณรัตน์จะหาชุดใหม่ได้ทันเวลาภารดีจึงหันไปแย่งชุดจากกัลยาณีซึ่งยื้อไว้ไม่ยอมให้
“เอาชุดฉันมานะฉันไม่ให้ชุดของแกมันขาดไปแล้วแกทำชุดนังตรีขาดมันก็ทำชุดแกขาดไม่เกี่ยวกับฉัน”
“แกก็ช่วยดูต้นทางเหมือนกันแกนั่นแหละ” ภารดีจะแย่งชุดเอามาเป็นของตัวให้ได้คุณรัตน์ยืนมองสองสาวอย่างเซ็งๆชักจะเชื่อตามที่เจ้าหน้าที่รปภ.บอกว่ากรรมมีจริงแถมยังมาแรงแบบติดจรวดอีกต่างหาก...
แม้ลูกสาวตัวเองจะพลาดท่าเสียตำแหน่งนางสาวณสยามให้ตรีอัปสรแต่สลิลทิพย์ก็ยังไม่ยอมแพ้สั่งให้ลูกลืมเรื่องที่ผ่านมาแล้วพุ่งเป้าไปที่การประกวดมิสเอเชียเธอไม่ได้กดดันลูกว่าต้องได้ตำแหน่งสูงสุดขอแค่ได้ตำแหน่งที่เหนือกว่าตรีอัปสรตอนที่มันไปประกวดมิสเวิลด์ก็พอระหว่างนั้นมีเสียงมือถือของสลิลทิพย์ดังขึ้นเหมือนระฆังช่วยชีวิตอรสินีไว้ไม่เช่นนั้นเธอคงต้องฟังแม่พูดเรื่องที่ต้องแข่งขันกับตรีอัปสรจนหูชาแน่นอน
“ฮัลโหลจ้ะกำลังออกไปแล้วโอเคเดี๋ยวเจอกันรับรองไม่เกินครึ่งชั่วโมงถึงแน่” สลิลทิพย์วางสายแล้วคว้ากระเป๋าถือเดินอย่างเฉิดฉายออกไป อรสินีถอนใจโล่งอกขยับจะลุกขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับชญานนท์เดินเข้ามาเธอร้องทักด้วยความดีใจว่ามาได้อย่างไรไม่ต้องทำงานหรือ
“ก็ทำอยู่นี่ไงในฐานะผู้จัดการประกวดกำลังแสดงความยินดีกับนางสาวณสยาม”
“อรได้ตำแหน่งรองอันดับ 1 ค่ะไม่ใช่นางสาวณสยาม”
ชญานนท์หยอดคำหวานจะเป็นรองที่ไหนก็ตามแต่เธอเป็นหนึ่งในใจของเขาเสมอแล้วชวนเธอแต่งงานหน้าตาเฉยอรสินีติงจะแต่งตอนนี้ได้อย่างไรเขาเองก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ชญานนท์ตัดพ้อแล้วเมื่อไหร่จะได้แต่งเพราะหลังจากประกวดมิสเอเชียแล้วเธอยังมีงานละครที่ต้องทำต่อเนื่องกับสถานีโทรทัศน์ของเขาอีก...
ตรีอัปสรถึงกับยิ้มดีใจเมื่อรู้จากดารินทร์ว่าทางสถานีโทรทัศน์ช่อง Thai 10 อาจจะจับเธอเซ็นสัญญาเล่นละครเท่ากับเธอจะได้ทั้งงานได้ทั้งเงินและถ้าละครที่เล่นโด่งดังเธอจะได้กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ขณะตรีอัปสรกำลังฝันหวานกับอนาคตอันสดใสเสียงนายพลอัศวินร้องเรียกดารินทร์ให้ไปกันได้แล้วทำให้ฝันกลางวันของเธอต้องสะดุดดารินทร์ขอตัวไปหยิบกระเป๋าถือก่อนแล้วก้าวฉับๆขึ้นบันไดนายพลหัวงูหันไปกระซิบกับตรีอัปสร
“ลุงรอหนูอยู่นะหนูตรีเราจะนัดกันเมื่อไหร่ดี”
“ช่วงนี้ตรีต้องเตรียมตัวไปประกวดมิสเวิลด์ค่ะมีคิวงานทุกวันเลย”
“จะให้ลุงรอจนหนูกลับจากประกวดมิสเวิลด์เลยหรือลุงรอไม่ไหวหรอกนะ”
หญิงสาวยังไม่ทันจะว่าอะไรดารินทร์กลับเข้ามาเสียก่อนบอกให้เธอรีบขึ้นไปแต่งตัวเมื่อสักครู่พี่เลี้ยงโทร.มาบอกว่ากำลังจะมารับตรีอัปสรรับคำมองตามแม่ที่ควงแขนนายพลอัศวินออกไปอย่างหนักใจ...
ครู่ต่อมานายพลอัศวินพาดารินทร์มาถึงห้างฯหรูของตัวเองซึ่งเป็นที่ตั้งห้องเสื้อของดารินทร์เองด้วยเธออดถามไม่ได้ว่าทำไมวันนี้เขาดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษขนาดตามเธอมาที่ทำงานด้วยเขาหัวเราะเสียงแจ่มใสก่อนบอกว่าจะพาเธอไปเลือกแหวนเพชรสักวงเนื่องในโอกาสที่เธอให้สิ่งดีๆกับเขามาตลอด
“สิ่งดีๆหรือคะอะไรมั่งคะ”
“เอาน่ะอย่าให้ผมแจกแจงเลยถามละเอียดแบบนี้เดี๋ยวผมเปลี่ยนใจนะ”
ดารินทร์เลิกถามรีบชวนนายพลอัศวินไปที่ร้านขายเพชรทันที
ooooooo
ขณะดารินทร์เดินควงแขนนายพลอัศวินเลี้ยวหัวมุมร้านเพชรจ๊ะเอ๋กับคุณหญิงสุดสวาทที่เดินจับมือแมนมาจากอีกด้านหนึ่งต่างฝ่ายต่างชะงักดารินทร์มองมือที่ทั้งคู่จับกันอยู่แสยะยิ้มมุมปากก่อนจะเข้าไปทักทาย
“สวัสดีค่ะคุณหญิงตอนแรกคิดว่ามากับคุณนะเสียอีกพาหลานชายมาช็อปปิ้งหรือคะ”
คุณหญิงถึงกับเสียศูนย์ไปชั่วขณะก่อนจะตั้งหลักได้ “แล้วเธอล่ะควงสามีของฉันมาทำอะไรที่นี่”
“คุณหญิงอาจจะไม่ทราบว่าดาเปิดห้องเสื้ออยู่ที่นี่ค่ะคุณอัศก็เลยมาส่ง”
คุณหญิงสุดสวาทไม่อยากเสวนากับดารินทร์หันไปบอกสามีตัวเองว่าเชิญตามสบายแล้วเดินควงแขนแมนจากไปอย่างไม่แคร์สายตาใครดารินทร์เห็นนายพลอัศวินหน้าตึงขยับเข้าไปเกาะแขนถามว่าหึงหรือเปล่าเห็นหน้าเครียดๆหรือว่าเสียฟอร์มที่คุณหญิงสุดสวาทมากับเด็กหนุ่ม
“ผมก็มากับเด็กเหมือนกันอย่างน้อยก็เด็กกว่าสาวกว่าคุณหญิงล่ะใช่ไหม” คำหวานของนายพลอัศวินทำเอาดารินทร์ถึงกับยิ้มปลื้ม...
แมนคิดว่าคุณหญิงสุดสวาทไม่สบายใจที่นายพลอัศวินเห็นเธอเดินควงคู่มากับเขาจัดแจงจะขอตัวกลับเธอรีบปรับสีหน้าเป็นปกติขอให้เขาสบายใจได้ทุกอย่างยังเหมือนเดิมแมนรู้สึกไม่ดีกลัวท่านนายพลจะไม่พอใจ
“อย่าคิดมากสิจ๊ะแมนพี่รักแมนแมนรักพี่แค่นี้ก็พอแล้วกินข้าวเสร็จแล้วเราไปหาที่เงียบๆคุยกันดีกว่า” คุณหญิงสุดสวาทส่งสายตาหวานฉ่ำอย่างมีเลศนัยให้เขาจากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็ไปจบลงบนเตียงคุณหญิงสุดสวาทซุกหน้ากับอกเปลือยเปล่าของแมนลูบไล้แขนเขาที่โอบตนเองไว้อย่างหลงใหล
“พี่อยากให้โลกหยุดหมุนอยากอยู่กับแมนแบบนี้นานๆ”
“พี่ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เราไม่มีทางอยู่ด้วยกันได้เราต่างกันทุกอย่างนะครับ”
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้เราก็อยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆพี่บอกแล้วไงว่าพี่เลี้ยงแมนได้”
แมนไม่อยากให้คุณหญิงสุดสวาทมาเลี้ยงดูอยากทำงานด้วยลำแข้งของตัวเองมากกว่าขืนให้เธอเลี้ยงเขาจะกลายเป็นผู้ชายขายตัวไปโดยปริยายคุณหญิงสุดสวาทรับปากจะหางานดีๆให้เขาทำ
ooooooo
ค่ำวันเดียวกันตรีอัปสรเดินเข้าห้องตัวเองอย่างอ่อนแรงหลังจากเดินสายขอบคุณสื่อมาทั้งวันขณะถอดมงกุฎวางลงบนโต๊ะเครื่องแป้งเหลือบเห็นกระดาษโน้ตชิ้นเล็กๆวางแอบๆอยู่หยิบขึ้นมาอ่าน
“เสาร์นี้เจอกันที่บ้านสามร้อยยอดนะถ้าช้ากว่านี้ลุงขาดใจตายแน่”
ตรีอัปสรรู้สึกขยะแขยงในความหื่นกระหายของนายพลหัวงูพลันมีเสียงประตูห้องนอนเปิดเธอรีบเก็บกระดาษโน้ตใส่ลิ้นชักดารินทร์เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขพร้อมกับโชว์แหวนเพชรเม็ดงามที่นิ้วให้ลูกดูเล่าว่าอยู่ดีๆนายพลอัศวินก็จูงมือตนเข้าร้านเพชรซื้อแหวนวงนี้ให้
“ถามว่าให้เนื่องในโอกาสอะไรก็บอกว่าฉันให้สิ่งดีๆกับเขาคุณอัศคงมองเห็นความดีความจริงใจที่ฉันมีให้เขาตลอดมาเขาก็เลยอยากตอบแทนฉัน” ดารินทร์พูดไปยิ้มไปด้วยตรีอัปสรรู้แก่ใจดีที่นายพลอัศวินพูดถึงสิ่งดีๆว่าหมายถึงตัวเธอเองแต่ไม่กล้าบอกความจริงให้แม่รู้ดารินทร์มองมงกุฎที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งชมไม่หยุดปากว่าสวยงามมากตรีอัปสรหยิบมงกุฎวางบนศีรษะแม่แล้วจูงมือมายืนหน้ากระจกเงา
“สำหรับแม่ค่ะ”
“นอกจากจะเป็นมงกุฎสำหรับผู้หญิงที่สวยที่สุดแล้วมันยังเป็นมงกุฎแห่งเกียรติยศมงกุฎที่กู้ศักดิ์ศรีของแม่คืนมาด้วยขอบใจแกมากนะตรี” ดารินทร์พูดจบหยิบมงกุฎไปสวมให้ลูกแล้วมองอย่างพอใจ “สวยมากแม่อยากให้ตรีใส่มงกุฎลงไปให้คุณอัศดูอย่างน้อยคุณอัศก็มีส่วนทำให้แกได้มงกุฎนี้มานะ”
ตรีอัปสรขอติดไว้ก่อนวันนี้เธอเหนื่อยมาทั้งวันแล้วถอดมงกุฎวางไว้ที่เดิมดารินทร์ไม่อยากเซ้าซี้อะไรลูกอีกจึงลุกออกจากห้องตรีอัปสรมองมงกุฎแล้วนึกถึงคำพูดของแม่เมื่อครู่ที่ว่ามงกุฎนี้เป็นมงกุฎกู้ศักดิ์ศรีของท่านคืนมาถึงกับพึมพำหน้าเครียด
“แต่มันทำให้ฉันหมดศักดิ์ศรี”
ooooooo
ชญานนท์นัดนางสาวณสยามกับรองทั้งสองคนมาประชุมกันที่สถานีโทรทัศน์ช่อง Thai 10 โดยมีคุณรัตน์และมุกตาภาร่วมประชุมอยู่ด้วยเขาแจ้งให้ตรีอัปสรและอรสินีรู้ว่าทางกองประกวดมิสเวิลด์และมิสเอเชียส่งกำหนดการมาให้ทางเราแล้วปีนี้การประกวดทั้งสองงานจัดไล่เลี่ยกันมุกตาภาแจ้งเพิ่มเติมอีกว่า
“ดิฉันจัดโปรแกรมเก็บตัวไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะคะคุณรัตน์จะดูแลให้คุณทั้งคู่ทำตามตารางที่กำหนดไว้”
“ช่วงนี้คุณสองคนต้องมาฝึกการแสดงความสามารถพิเศษที่จะไปโชว์บนเวทีการประกวดทุกวันที่ว่างจากการออกงานคุณรัตน์ช่วยดูด้วยนะครับ”
“ได้ค่ะบางงานดิฉันอาจจะให้น้องรัญไปแทน...” คุณรัตน์พูดยังไม่ทันจบมุกตาภาขัดขึ้นเสียก่อนว่าตนจะเป็นคนตัดสินใจเองว่างานไหนนางสาวณสยามควรไปหรือไม่ควรไปแล้วมองตรีอัปสรเหมือนจะข่มอยู่ในทีแต่เจ้าตัวเมินไม่สนใจชญานนท์ไม่ค่อยพอใจกับการกระทำของน้องสาวเท่าไหร่นักแต่ไม่พูดอะไร...
เสร็จจากการประชุมคุณรัตน์เดินนำตรีอัปสรกับอรสินีออกมานอกห้องเจอสลิลทิพย์นั่งรออยู่ก็ยกมือไหว้เธอรับไหว้อย่างดี แต่พอตรีอัปสรไหว้บ้างเธอกลับเมินหน้าหนีตรีอัปสรสุดจะกลั้นแต่ยังปั้นหน้ายิ้มแย้ม
“คุณป้าจะไม่รับไหว้สักหน่อยหรือคะถึงไม่ชอบหน้าก็ควรจะรับไหว้ตามมารยาทของผู้ดี”
สลิลทิพย์แค้นใจมากอยากจะเข้าไปตบปากเสียๆของนังนั่นสักทีสองทีแต่ติดที่อยู่ต่อหน้าคุณรัตน์รีบคว้าแขนลูกสาวตัวเองลากออกไปคุณรัตน์เห็นสีหน้าสะใจของตรีอัปสรแล้วถึงกับส่ายหน้า
“นอกจากจะเป็นนางงามแล้วยังเป็นดาวยั่วด้วยหรือเราตรีต้องทำงานกับอรอีกนานนะพี่ว่าอย่าไปแหย่แม่อรเลยสงสารคนกลางมั่งยังไงก็เพื่อนเรา”
“ค่ะตรีกลับนะคะสวัสดีค่ะ” ตรีอัปสรรับคำคุณรัตน์อย่างดิบดีแต่ในใจกลับมีแผนชั่วร้ายคิดจะเอาคืนสองแม่ลูกวัณณุวรรธน์รีบหยิบมือถือขึ้นมาโทร.บอกดารินทร์ว่าวันนี้ไม่ต้องมารับเธอจะกลับเอง...
ทางด้านสลิลทิพย์ยังหงุดหงิดไม่หายที่โดนเด็กคราวลูกมาแหย่รังแตนบ่นไม่เลิกตั้งแต่ออกจากตัวตึกสถานีฯยันถึงลานจอดรถอรสินีปล่อยให้แม่บ่นตามสบายโดยคอยรับคำเป็นระยะๆเธอกลับยิ่งอารมณ์เสียพาลมาเล่นงานลูกแทน...
ตรีอัปสรแสร้งยืนรีๆรอๆอยู่หน้าแผนกต้อนรับของสถานีฯจนชญานนท์เข้ามาถามว่าทำไมยังไม่กลับ
หรือรอให้ใครมารับเธอไม่ได้รอใครเมื่อครู่นี้แม่เพิ่งโทร.มาบอกว่าติดธุระมารับไม่ได้
“แล้วคุณจะกลับอย่างไรหรือว่าโทร.ให้นายรุจมารับ”
“ตรีจะโทร.ให้คุณรุจมารับในฐานะอะไรคะ ตรีเป็นแค่เพื่อนจะไปกวนเวลาทำงานของคุณรุจได้อย่างไร”
ชญานนท์เสนอจะให้รถตู้ของสถานีฯไปส่งแต่ต้องขอเช็กดูก่อนว่ารถอยู่หรือเปล่าตรีอัปสรสวมบทนางเอกแสนดีขี้เกรงใจบอกเขาว่าอย่าลำบากเลยเธอกลับเองได้ชญานนท์จะปล่อยให้นางสาวณสยามกลับแท็กซี่เองไม่ได้ขอร้องให้เธอรอสักครู่แล้วเขาจะจัดการให้...
ฝ่ายมุกตาภาเล่นสงครามประสาทกับคุณรัตน์อีกครั้งคราวนี้สั่งให้เธอเอาตารางงานทั้งหมดของนางสาวณสยามมาให้เผื่อเธอไม่อยู่ตนจะได้ส่งต่อให้คนอื่น
ทำงานได้แล้วผละจากไปคุณรัตน์มองตามไม่พอใจ
“มันบีบให้ออกชัดๆนี่หว่านึกว่าฉันจะยอมง่ายๆหรือ”...
ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบายตรีอัปสรแต่งเรื่องว่ามีนัดที่ห้องเสื้อของแม่ทำให้รอรถตู้ของสถานีฯไม่ไหวชญานนท์จึงต้องขับรถไปส่งเธอด้วยตัวเองระหว่างทางเธอยังออกอุบายว่าหิวขอร้องให้เขาแวะห้างสรรพสินค้าเพื่อหาอะไรกินกันก่อนชญานนท์ทักท้วงไม่กลัวจะผิดนัดหรือ
“ยังไม่ถึงเวลานัดค่ะพอมีเวลาหาอะไรกินได้หนึ่งอิ่มน่ะค่ะ”
“ก็ดีเหมือนกันผมก็ชักหิวแล้ว” ชญานนท์ดูมีท่าทีผ่อนคลายไม่เป็นภูเขาน้ำแข็งเหมือนทุกครั้งที่เจอกัน
“โอเคค่ะงั้นเราไปทางนี้ดีกว่ามีร้านอาหารอร่อยคนไม่เยอะกินได้สบายๆไม่มีใครมากวนขอถ่ายรูปด้วยค่ะไปค่ะ” ตรีอัปสรเดินนำไปอย่างร่าเริงแอบยิ้มพอใจที่สามารถทำลายกำแพงความเย็นชาของเขาได้...
ภายในร้านอาหารซึ่งไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านริสากำลังจ่ายเงินค่าอาหารตอนที่เห็นชญานนท์เดินเข้ามากับตรีอัปสรแล้วเดินเลยเข้าไปนั่งโต๊ะด้านในสุดของร้านเธอมองทั้งคู่อีกครั้งหนึ่งก่อนจะรีบลุกออกไป
ooooooo
ชญานนท์เห็นตรีอัปสรนั่งมองตาไม่กะพริบถามว่าใบหน้าของเขามีอะไรผิดปกติหรือถึงได้จ้องเอาๆแบบนี้เธอไม่ได้เห็นอะไรผิดปกติแค่คิดถึงตอนที่เรายังเด็กๆอยู่ชญานนท์ตัดพ้อเมื่อไหร่เธอจะลืมเรื่องนั้นสักทีแล้วขอโทษที่เคยกล่าวหาเธอเป็นขโมยทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด
“กว่าตรีจะได้คำขอโทษจากคุณตรีต้องรอนานเป็น 10 ปีเลยนะคะ”
เขาขอโทษเธออีกครั้งที่ผลักเธอล้มและเข้าใจเธอผิดๆตรีอัปสรยอมรับว่าถ้าใครเห็นสภาพซอมซ่อของเธอตอนนั้นก็ต้องคิดแบบเดียวกับเขาว่าน่าจะขโมยตุ๊กตามากกว่าจะเก็บมาคืนเจ้าของ
“ถ้าลืมเรื่องนี้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรแต่อย่าคิดถึงมันอีกได้ไหม”
“แต่มันเป็นเรื่องเดียวของเราในวัยเด็กนะคะ” ตรีอัปสรเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อชญานนท์ซึ่งดูเหมือนจะสัมผัสความรู้สึกนั้นได้...
ฝ่ายริสาไม่รอช้ารีบคาบข่าวที่เจอชญานนท์ไปกินข้าวกับตรีอัปสรมาฟ้องสลิลทิพย์ถึงบ้านเธอโกรธมากหันไปโวยวายใส่ลูกตัวเองว่านังนั่นไปกินข้าวกับชญานนท์ได้อย่างไรอรสินีเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน
สลิลทิพย์ถึงกับวีนแตก “อย่าตอบแม่แบบนี้นะอร”
อรสินีอยากรู้ว่าแม่จะให้ตอบอย่างไรในเมื่อเธออยู่กับท่านตลอดเวลาถ้าป้าริสาไม่มาบอกเราสองคนจะทราบเรื่องนี้ได้อย่างไร ริสาเห็นด้วยกับหลานปลอบสลิลทิพย์ให้ใจเย็นๆเจ้าตัวเย็นไม่ไหวพวกนั้นคอยจ้องจะล้างผลาญกันตั้งแต่รุ่นแม่ยันรุ่นลูกริสาอยากรู้ความจริงว่าเธอกับดารินทร์มีเรื่องหมางใจอะไรกันแน่หรือที่ใครต่อใครลือกันว่านังนั่นเคยฉกผัวเธอไปเป็นเรื่องจริงอรสินีไม่อยากมีส่วนด้วยขอตัวลุกออกไป...
ขณะที่สลิลทิพย์เป็นเดือดเป็นแค้นแทนลูกสาวชญานนท์มาส่งตรีอัปสรถึงห้องเสื้อของดารินทร์เธอขอบคุณเขามากที่ขับรถมาส่ง เขารีบออกตัว เคยบอกเธอแล้วว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่
“ค่ะตรีก็ขอบคุณตามหน้าที่เหมือนกัน” ตรีอัปสรมองตามชญานนท์ที่เดินกลับไปอย่างพอใจจังหวะนั้นมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้นพอเห็นชื่อณเดชย์โชว์อยู่บนหน้าจอเธอฉีกยิ้มกว้างก่อนจะรับสาย...
ในเวลาเดียวกันมุกตาภาถึงกับชะงักเมื่อเข้าไปหาพ่อที่ห้องทำงานแล้วเจอคุณรัตน์เดินสวนออกมาโดยไม่ทักทายหรือแม้แต่ปรายตามองเธอร้อนตัวขึ้นมาทันทีถามพ่อว่ายัยนั่นมาฟ้องอะไรคุณดิษฐ์เลิกคิ้วแปลกใจก่อนจะย้อนถามแล้วลูกไปทำอะไรให้คุณรัตน์ต้องมาฟ้องท่านหรือเปล่า
“มุกก็แค่ให้เธอส่งตารางงานทั้งหมดของนางสาวณสยามแล้วก็ขอตัดสินใจเองว่างานไหนจะให้นางสาวณสยามไปงานไหนจะให้รองไป”
“พ่อว่ามุกกำลังล้วงลูกคุณรัตน์นะไปยุ่งกับงานในส่วนของคุณรัตน์ทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าที่ของเรา”
“ยัยคุณรัตน์นี่ขี้ฟ้องสอพลอจริงๆ”
คุณดิษฐ์เห็นลูกชักจะเลยเถิดรีบเปลี่ยนเรื่องพูดถามเหตุผลว่าทำไมลูกถึงไม่พานางสาวณสยามไปงานเธออ้างว่าคุณรัตน์ไปแล้วเธอก็เลยไม่ไปเขาเตือนว่าอย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานและอย่าใช้อารมณ์ในการทำงานไม่อย่างนั้นจะทำให้งานใหญ่เสียหายได้แล้วคุณรัตน์ก็ไม่ได้มาฟ้องอะไรเขาเรียกเธอมาคุยเรื่องโปรเจกต์ใหม่เท่านั้นมุกตาภาถึงกับเซ็งที่พลาดท่าเผลอพูดถึงปัญหาระหว่างตัวเองกับคุณรัตน์ให้พ่อฟัง
ooooooo
ดารินทร์ซักตรีอัปสรเป็นการใหญ่ว่ามีแผนการอะไรกันแน่ไม่ให้ตนไปรับแต่กลับให้ชญานนท์มาส่งเธอโกหกหน้าตายว่าเห็นแม่ยุ่งเรื่องงานก็เลยจะให้รถตู้ของสถานีฯมาส่งแต่รถไม่ว่างชญานนท์ก็เลยอาสามาส่งให้
“ขอให้มันแค่นี้จริงๆเถอะแกก็รู้ว่าคุณนนท์เป็นคู่รักของยัยน้องอรถึงยัยนั่นจะเป็นลูกนังสลิลทิพย์ศัตรูของฉันแต่ลูกสาวมันก็ไม่มีพิษสงอะไร”
“จะมาเทศนาให้เสียเวลาทำงานทำไมเนี่ยตรีไปเดินเล่นเช็กเรตติ้งดีกว่า” ตรีอัปสรว่าแล้วลุกหนี...
ทางด้านอติรุจอดเป็นห่วงน้องสาวไม่ได้เมื่อได้รู้จากแม่ว่าตรีอัปสรไปกินข้าวกับชญานนท์สองต่อสองอรสินีกลับไม่รู้สึกอะไรเพราะเชื่อมั่นในตัวชายคนรัก
ที่สำคัญเธอรู้จักชญานนท์มาตั้งแต่เด็กๆจึงไว้ใจเขาและอยากให้พี่ชายไว้ใจตรีอัปสรด้วยอติรุจถึงกับบ่นอุบวกมาที่ตนเองได้อย่างไร
“อรว่าไม่มีใครเหมาะกับพี่รุจเท่าตรีแล้วล่ะค่ะอรแอบเชียร์อยู่แล้วก็ยินดีจะเป็นแม่สื่อให้ถ้าพี่รุจต้องการ”...
ตรีอัปสรไม่ได้เดินเช็กเรตติ้งอย่างที่บอกกับแม่ไว้แต่แอบไปพบณเดชย์ทันทีที่เจอหน้ากันเขาโผเข้าหาทำท่าจะกอดเธอรีบเบี่ยงตัวหลบอ้างว่ากลัวจะมีใครมาเห็นเขาทำเป็นมองไปรอบๆ
“ไม่มีใครหรอกตรงนี้ปลอดคนผมอยากแสดงความยินดีกับนางสาวณสยามคนสวยของผม” ไม่พูดเปล่าณเดชย์ดึงตรีอัปสรมากอด “คุณอยากได้อะไรเป็นของขวัญผมจะซื้อให้”
“ตรีไม่อยากได้อะไรแล้วล่ะค่ะคุณซื้อรถให้ตรีแล้วนั่นก็มากแล้วค่ะ”
ณเดชย์อยากซื้อให้เธออีกบอกให้ค่อยๆคิดไม่ต้องรีบตรีอัปสรแอบยิ้มพอใจที่มีผู้ชายมาให้ปอกลอก...
ขณะที่ณเดชย์กำลังนัวเนียอยู่กับตรีอัปสรในรถมุกตาภาแวะไปที่บ้านของเขาเจอแต่คุณหญิงสุดสวาทแต่งตัวสวยกำลังจะออกจากบ้านเธอคิดว่าว่าที่ลูกสะใภ้นัดกับลูกชายเอาไว้ถึงได้มาที่นี่พอรู้ว่าไม่ได้นัดจัดแจงโทร.ตามเขาให้แต่ไม่มีใครรับสายคุณหญิงสุดสวาทวางสายแล้วหันไปหามุกตาภา
“สงสัยจะประชุมอยู่มุกอยู่รอตานะดีไหมลูก”
“ไม่ดีกว่าค่ะมุกกลับบ้านดีกว่าแล้วมุกค่อยโทร.หาคุณนะอีกที”...
ค่ำวันเดียวกันนายพลจอมหื่นรีๆรอๆอยู่ในห้องรับแขกไม่ยอมขึ้นบ้านไปกับดารินทร์เพราะจะอยู่คอยตรีอัปสรกลับสักพักได้ยินเสียงรถยนต์แล่นมาจอดจากนั้นไม่นาน ปิ๋มหอบถุงข้าวของเข้ามาพร้อมกับตรีอัปสร เขาปรี่เข้าไปจะขอคุยด้วยหญิงสาวหันไปบอกให้ปิ๋มเอาของขึ้นไปเก็บที่ห้องตนเองก่อนแล้วไปพักผ่อนได้เลยไม่ต้องรอนายพลอัศวินชวนเธอไปคุยกันที่สวนหน้าบ้านเพื่อความปลอดภัย
ทันทีที่ได้อยู่กันตามลำพังนายพลอัศวินทวงถามว่าจะไปตามโน้ตที่เขาเขียนไว้ให้หรือเปล่าตรีอัปสรแกล้งหยอดคำหวานถ้าไม่ติดงานเธออยากไปกับเขาวันนี้เดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำแต่เขาก็ทราบแล้วว่าภารกิจนางสาวณสยามมากมายแค่ไหนนายพลอัศวินถอนใจเซ็ง
“อาทิตย์หน้าตรีก็ต้องบินไปประกวดมิสเวิลด์คุณลุงรอให้ตรีกลับมาก่อนได้ไหมคะ”
นายพลอัศวินยืนกรานให้ไปตามนัดตรีอัปสรไม่มีทางเลือกนอกจากต้องรับคำแต่ขอไม่ค้างคืนเขาไม่ขัดข้องให้เราไปเจอกันที่นั่นแต่เช้าเขาขออยู่กับเธอแค่ 5-6 ชั่วโมงก็มีความสุขแล้วไว้หลังเธอกลับจากการประกวดเราค่อยหาเวลาไปค้างด้วยกันตรีอัปสรถึงกับอึ้งที่ความใคร่ของเขาไม่มีจบไม่มีสิ้น...
ทางด้านมุกตาภากลุ้มหนักเรื่องคู่หมั้นจึงดื่มเหล้าดับความกลุ้มกลับถึงบ้านด้วยอาการเมามายแทบจะทรงตัวไม่อยู่ชญานนท์ตกใจไม่เคยเห็นน้องเป็นอย่างนี้มาก่อนรีบประคองเธอไว้มุกตาภาคร่ำครวญให้พี่ชายฟังทั้งน้ำตาว่าณเดชย์ไม่เคยรักไม่เคยสนใจเธอเลยหายไปกับนังนั่นเป็นวันๆ
“พี่นนท์...พี่นนท์ต้องช่วยมุกนะคะคุณพ่อบอกให้มุกแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวอย่าเอามาปนกัน”
“พี่ว่ามุกไปอาบน้ำนอนก่อนดีกว่า อย่าให้คุณพ่อกลับมาเห็นมุกสภาพนี้เลยน่ะ”
“รอให้มันกลับมาจากประกวดมิสเวิลด์ก่อนเถอะมุกไม่ปล่อยมันไว้แน่ใครอย่ามาห้ามมุกนะมุกแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้แค่นี้” ขาดคำสติสัมปชัญญะของมุกตาภาก็พลอยขาดไปด้วยชญานนท์มองน้องสาวที่หลับกลางอากาศด้วยความสงสาร
ooooooo
ภายในตึกที่ทำการสถานีโทรทัศน์ช่อง Thai 10 ตรีอัปสรเร่งฝีเท้าแทบจะเป็นวิ่งเพราะเลยเวลานัดกับคุณรัตน์อรสินีและวรัญญาไปมากแล้วดารินทร์บอกให้เดินช้าๆเดินเร็วแบบนั้นเสียกิริยานางงามหมด
“ตรีว่าแม่น่าจะเขียนคู่มือนางงามขายนะ”
“อืม...ไม่เลวนะ” ดารินทร์รับมุกสองแม่ลูกพากันหัวเราะสนุกสนานจังหวะนั้นชญานนท์กับมุกตาภาเดินเลี้ยวมุมตึกมาเจอพอดีดารินทร์ยิ้มทักทายสองพี่น้องชญานนท์ทักตอบแต่มุกตาภายืนเฉย
“วันนี้โชคดีจริงๆเจอคุณมุกตั้งแต่ตรีได้ตำแหน่งเพิ่งจะได้เจอคุณมุกนี่ล่ะค่ะแม่”
“ฉันยุ่งเรื่องตามจับนังแมวขโมยอยู่น่ะมันชอบแอบมาขโมยกินปลาย่างของฉันก็เลยไม่ค่อยว่าง”
“แล้วจับได้ไหมคะ” ตรีอัปสรยิ้มให้เหมือนไม่รู้เรื่องอะไรด้วยมุกตาภาจ้องตอบอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อแล้วว่ากระทบว่าสันดานแมวขโมยต้องจับให้ได้ตอนปลาคาปากมันถึงจะยอมรับแต่เธอเชื่อว่าอีกไม่นานต้องจับมันได้แน่นอนตรีอัปสรจะเอาใจช่วยให้เธอจับได้ในเร็ววันชญานนท์เห็นไม่เข้าทีรีบตัดบท
“ผมว่าคุณตรีอัปสรรีบไปหาคุณรัตน์เถอะเลยเวลามานานแล้ว”
ตรีอัปสรยิ้มให้สองพี่น้องก่อนจะเดินไปกับแม่มุกตาภามองตามแค้นใจด่าไล่หลังว่าหน้าด้านชญานนท์ต้องปรามให้เบาเสียงลงหน่อยใครมาได้ยินเข้าจะไม่ดีมุกตาภาไม่พอใจสะบัดหน้าเดินหนีเขามองตามน้องสาวอย่างเป็นกังวล...
พอได้อยู่กันแค่สองแม่ลูกดารินทร์อดถามไม่ได้ว่าเมื่อครู่นี้มุกตาภาว่ากระทบลูกใช่ไหมตรีอัปสรตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องอะไรด้วยดารินทร์ไม่เชื่อซักเป็นการใหญ่ว่าไปยุ่งกับคู่หมั้นมุกตาภาหรือเปล่าเธอถึงได้พูดแบบนั้นตรีอัปสรยืนยันหนักแน่นว่าแค่รู้จักกับณเดชย์เท่านั้นไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยมุกตาภาหึงหน้ามืดไปเอง
“ก็ขอให้จริงอย่างที่แกพูดเถอะอนาคตแกกำลังไปได้สวยอย่าให้เรื่องชู้สาวคาวโลกีย์มาถ่วงความเจริญก้าวหน้าของตัวเองฉันส่งแกแค่นี้นะแล้วเย็นๆจะมารับ” ดารินทร์ว่าแล้วหันกลับไปทางเดิมตรีอัปสรมองตามก่อนจะถอนหายใจโล่งอก...
ฝ่ายมุกตาภายังคงอาละวาดฟาดงวงฟาดงาไม่เลิกชญานนท์ติงว่ายังไม่เคยเห็นตรีอัปสรกับณเดชย์อยู่ด้วยกันมีแค่ข้อมูลพวกนั้นไปกินข้าวกันครั้งเดียวก็เก็บเอาไปคิดเองเครียดเอง
“พี่นนท์คะตั้งแต่คุณนะกลับจากอังกฤษคุณนะก็เปลี่ยนไปแทบจะเจอมุกนับครั้งได้และทุกครั้งที่เจอกันก็เพราะมุกเป็นฝ่ายดิ้นรนเองมันไม่ใช่แค่เรื่องงานยุ่งหรอกค่ะแต่เป็นเพราะเขามีผู้หญิงคนอื่นคอยดูนะถ้ามุกจับได้คาหนังคาเขาล่ะก็ มุกจะแฉให้เป็นข่าว เอาให้มันดังกว่าตอนได้มงกุฎอีก” มุกตาภาเข่นเขี้ยว...
เสร็จภารกิจอันเหน็ดเหนื่อยนางสาวณสยามและรองทั้งสองคนเตรียมตัวจะกลับบ้านตรีอัปสรหันไปถามอรสินีว่าวันนี้แม่มารับหรือเปล่าเธอยังไม่ทันจะตอบคำถามชญานนท์ที่เดินตามมาชิงพูดขึ้นเสียก่อน
“เปล่าวันนี้ผมไปส่งเองคุณน้าสลิลโทร.มาบอกว่าติดธุระด่วนให้ผมช่วยไปส่งคุณอรสินี”
“รถตู้ของช่องไม่อยู่อีกแล้วหรือคะ...เมื่อวานคุณนนท์ก็กรุณาไปส่งตรีเหมือนกันค่ะคุณอร” ตรีอัปสรตีหน้าซื่อตาใสอรสินีได้แต่ยิ้มไม่ออกอาการใดๆเพราะรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้วชญานนท์ขอตัวก่อนแล้วไปชวนอรสินีให้ไปกันได้แล้วเธอหันมาลาคุณรัตน์และเพื่อนๆก่อนจะเดินเคียงคู่ไปกับเขาพอทั้งคู่คล้อยหลังสีหน้ายิ้มแย้มของตรีอัปสรเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเบ้ปากหมั่นไส้วรัญญาซึ่งยืนอยู่ข้างๆมองเธออย่างสะใจ
ooooooo
สลิลทิพย์กลับถึงบ้านในตอนค่ำ เจอชญานนท์นั่งคุยอยู่กับอรสินีไม่วายแดกดันถ้าตนไม่ขอให้เขามาส่งลูกสาวของเธอเราสองคนจะได้เจอกันหรือเปล่าชญานนท์พาซื่อตอบว่าต้องเจอแน่นอน
“คิดว่าต้องเดินสายพานางงามไปเดินห้างฯเสียอีก”
“ถ้าคุณน้าอนุญาตให้ผมกับน้องอรคบกันเปิดเผยเหมือนเดิมผมจะทำหน้าที่รับส่งน้องอรให้คุณน้าเอง”
“คงต้องปรึกษาคุณดิษฐ์ก่อนล่ะถ้ามีข่าวรองนางสาวณสยามที่กำลังเตรียมตัวไปประกวดมิสเอเชียจะเปิดตัวเป็นคู่รักกับลูกชายเจ้าของสถานีฯจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าน้าว่าพักเรื่องส่วนตัวมาใส่ใจเรื่องงานก่อนดีกว่าอาทิตย์หน้าอรก็ต้องเดินทางแล้วนนท์ไปด้วยหรือเปล่าหรือว่าต้องไปกับนางสาวณสยาม”
ชญานนท์ไม่ได้ไปไหนทั้งนั้นรอให้กำลังใจอรสินีอยู่ทางนี้และต้องอยู่ประชุมเรื่องละครด้วยสลิลทิพย์ได้ทีรีบฝากฝังให้เขาช่วยดูเรื่องนี้ให้ด้วยอย่าลืมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้อรสินีชายหนุ่มพยักหน้ารับคำ...
แรงริษยาที่มีต่ออรสินีกัดกินหัวใจตรีอัปสรจนนอนไม่หลับหยิบตุ๊กตาหมีเป็นหนึ่งมาคุยด้วย
“ทำไมมันมีทุกอย่างมันได้ทุกอย่างทำไมนะเป็นหนึ่งจนถึงวันนี้ตรีเป็นนางสาวณสยามเป็นที่หนึ่งมันก็ยังได้รับความสนใจมากกว่าตรีต้องเอาตัวเข้าแลกกับมงกุฎแต่มันไม่ต้องเสียอะไรเลยมันได้ทุกอย่าง” ยิ่งนึกถึงภาพที่ชญานนท์มองอรสินีด้วยสายตารักใคร่ก็ยิ่งแค้นใจ “อรสินีแกไม่ควรจะได้อะไรมากขนาดนั้นไม่ควร”...
ดึกคืนนั้นด้วยความเครียดจัดตรีอัปสรเก็บเอาเรื่องที่นัดกับนายพลอัศวินไปฝันว่าตัวเองไปหาเขาที่บ้านพักตากอากาศตามนัดเธอพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมมีอะไรด้วยแต่เขาหื่นกามใช้กำลังปลุกปล้ำตรีอัปสรดิ้นรนสุดฤทธิ์ร้องห้ามเสียงดังลั่นว่า “อย่า” แล้วตกใจตื่นลุกพรวดมองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าเป็นแค่ความฝันเธอลูบแขนลูบหน้าตัวเองอย่างรังเกียจแค่เจอเขาในฝันยังขยะแขยงปานนั้นแล้วถ้าเจอตัวเป็นๆคงคลื่นไส้แทบอ้วก
ooooooo
ดารินทร์เห็นตรีอัปสรนั่งเหม่อใจลอยอยู่บนชิงช้าตรงระเบียงหน้าบ้านร้องทักว่าทำไมวันนี้ตื่นแต่เช้าเธอไม่ได้ตื่นเช้าแต่นอนไม่หลับต่างหากดารินทร์กระเซ้าว่าตื่นเต้นที่จะไปประกวดมิสเวิลด์หรือระดับเธอไม่น่ามีอะไรมาทำให้ตื่นเต้นได้แล้วหัวเราะชอบใจแต่พอเห็นสีหน้าเป็นกังวลของลูกถึงกับหยุดกึก
“กังวลอะไรหรือเปล่านี่ฉันก็ไม่ได้กดดันอะไรแกนะแค่ขอให้ชนะยัยอรสินีสักนิดฉันก็พอใจแล้ว”
“แม่คะช่วงนี้ตรีขอรถแม่ไปขับนะตรีไม่อยากไปไหนมาไหนก็เป็นจุดสนใจก่อนไปประกวดตรีอยากออกไปซื้อของอยากไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาบ้าง”
ดารินทร์มองอย่างจ้องจับผิดซักว่ามีอะไรมากกว่านี้หรือเปล่าตรีอัปสรตัดรำคาญถ้าแม่ไม่อยากให้ยืมรถเธอก็ไม่ว่าอะไรดารินทร์ไม่อยากขัดใจลูกยอมทำตามที่เธอต้องการ...
วันนี้นายพลอัศวินสวมเสื้อผ้าดูหนุ่มกว่าอายุ
จนคุณหญิงสุดสวาทอดทักไม่ได้ว่านึกครึ้มอะไรขึ้นมาถึงได้แต่งตัวลดอายุขนาดนี้เขากระเซ้าเธอกลับว่าหนุ่มพอจะสู้กับเด็กๆของเธอได้หรือเปล่าคุณหญิงค้อนขวับสั่งห้ามเอาเธอไปเกี่ยวข้องด้วยนายพลอัศวินเห็นลูกชายจะไปทำงานร้องบอกว่าถ้าวันนี้ไม่มีอะไรสำคัญเขาคงไม่เข้าออฟฟิศส่วนเรื่องเอกสารให้ลูกจัดการได้เลยคุณหญิงสุดสวาทรอจนลูกลับสายตาแดกดันสามีทันที
“สงสัยจะมีเด็กสาวมาเป็นของเซ่นถึงได้แต่งตัวลดอายุซะขนาดนี้นางงามเบอร์ไหนคะแต่ถ้าให้ฉันเดา
น่าจะเป็นเบอร์ 1 ตั้งใจจะใช้บริการทั้งพ่อทั้งลูกเลยหรือคะคุณจะลากผู้หญิงที่ไหนไปขึ้นสวรรค์ลงนรกฉันก็ไม่สนใจหรอกค่ะแต่ยัยนั่นเคยเป็นคู่ควงของตานะนะคะ”
นายพลอัศวินได้แต่มองคุณหญิงสุดสวาทไม่ยอมตอบอะไรเธออ้างว่าที่เตือนเขาก็เพราะหวังดีไม่อยากให้พ่อลูกผิดใจกันเขาอยากรู้ว่าที่เธอเตือนเพราะต้องการให้ณเดชย์แต่งงานกับตรีอัปสรหรือคุณหญิงสุดสวาทไม่มีวันให้ลูกแต่งกับผู้หญิงอย่างนั้นเด็ดขาดลูกต้องแต่งกับมุกตาภาคนเดียวเท่านั้น
“ก็แล้วคุณจะเดือดร้อนอะไรเอาเวลาไปยุ่งกับเรื่องหนุ่มๆของคุณดีกว่าอย่ามาสนใจเรื่องของผมเลย” นายพลอัศวินพูดจบลุกออกไปคุณหญิงสุดสวาทชะเง้อมองเห็นเขาขึ้นนั่งที่คนขับร้องทักอย่างแปลกใจทำไมวันนี้ถึงขับรถเองนายพลอัศวินไม่พูดอะไรเร่งเครื่องรถออกไปอย่างรวดเร็ว...
ตรีอัปสรขับรถของแม่มาได้ไม่ถึงครึ่งทางก็เบนรถจอดริมถนนบ่นกับตัวเองเสียงเครียดว่าต้องยอมให้เฒ่าหัวงูนั่นจริงๆหรือพลันภาพเหตุการณ์เมื่อคืนผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเธอตอนนั้นนายพลอัศวินโทร.มาเตือนว่าพรุ่งนี้ถึงวันนัดของเราสองคนแล้วหวังว่าเธอคงไม่ลืม
“ตรีไม่ลืมหรอกค่ะ”
“ลุงรู้ว่าหนูไม่ลืมแต่ลุงอยากได้ยินเสียงหนูพรุ่งนี้เจอกันนะเราจะได้มีความสุขด้วยกัน”
ตรีอัปสรหลับตาลงด้วยความขยะแขยงเมื่อนึกถึงคำพูดของนายพลอัศวินแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้งสูดลมหายใจเข้าเหมือนจะเรียกความแข็งแกร่งให้ตัวเอง
“ไม่มีใครได้อะไรมาโดยที่ไม่ต้องเสียอะไรไปจำไว้ตรีอัปสร”...
ทางด้านนายพลอัศวินขับรถมาอย่างอารมณ์ดีแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้รีบหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์
“ฮัลโหลเจียมหรือทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วใช่ไหมดี...เอากุญแจแอบไว้ใต้กระถางต้นไม้เดี๋ยวฉันไปเปิดเองขอบใจมาก” ท่านนายพลสั่งเสร็จก็วางสาย...
ไม่นานนักตรีอัปสรมาถึงบ้านพักตากอากาศของนายพลอัศวินหยิบกุญแจจากกระถางต้นไม้แล้วมองเข้าไปในบ้านสีหน้าครุ่นคิดหนักทันใดนั้นภาพในอดีตผ่านเข้ามาในความทรงจำของเธอทั้งตอนที่นายพลอัศวินขอให้เธอไปหลับนอนด้วยและภาพระหว่างที่เธอไปกินข้าวอย่างมีความสุขกับชญานนท์
หญิงสาวรู้สึกละอายใจตัวเองอย่างบอกไม่ถูกมองกุญแจบ้านพักในมืออยู่อึดใจก่อนจะเอาไปวางไว้ที่เดิมแล้วตัดสินใจกลับมาขึ้นรถตั้งใจจะกลับบ้านมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้นตรีอัปสรเห็นชื่อนายพลอัศวินโชว์อยู่หน้าจอถึงกับชะงักมองอยู่อย่างนั้นจนสายหลุดไปเอง...
นายพลอัศวินเริ่มหงุดหงิดที่ตรีอัปสรไม่รับสายบ่นพึมพำว่าทำอะไรอยู่หรือกำลังขับรถแต่แล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นกรุ้มกริ่มเมื่อคิดถึงความสุขที่จะมีกับตรีอัปสร...
ฝ่ายตรีอัปสรจำใจกลับไปที่บ้านตากอากาศของนายพลอัศวินอีกครั้งคราวนี้เธอไขกุญแจเข้าไปข้างในแล้วทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา
“นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย” ตรีอัปสรพึมพำสีหน้าละอายใจ
ooooooo










