ตอนที่ 6
อรสินีซบอยู่กับอกชญานนท์อีกสักพักก็ขยับตัวออกห่างขอตัวไปพักผ่อนก่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า
“โอเคเจอกันที่กรุงเทพฯนะ” ชญานนท์จับมืออรสินีขึ้นมาจูบก่อนจะปล่อยให้กลับห้องพักตรีอัปสรแอบมองอยู่รอจนอรสินีลับสายตาจึงออกจากที่ซ่อนรอจังหวะให้ชญานนท์ออกจากสวนเสียก่อนเธอทำเนียนว่าบังเอิญเดินมาเจอเขาเองก็แปลกใจที่เห็นเธอร้องทักว่าลงมาทำอะไรแถวนี้
“ตรีลงมาตามหาคุณอรค่ะคุณนนท์เห็นคุณอร
ไหมคะ” ตรีอัปสรเล่นบทสาวซื่อที่เป็นห่วงเพื่อนได้ไร้ที่ติ
“เห็นแต่น่าจะขึ้นไปที่ห้องแล้วนะ”
“อ๋อค่ะตรีไม่ทราบว่าคุณอรลงมาหาคุณนนท์ไม่งั้นก็คงไม่ไปบอกพี่เลี้ยงให้ช่วยกันตามหา”
ชญานนท์ขอบใจเธอแทนอรสินีด้วยที่เป็นห่วงบอกให้กลับห้องไปพักผ่อนได้แล้วตรีอัปสรยังไม่ทันจะขยับแหววกับพี่เลี้ยงนางงามอีกคนหนึ่งตามมาสมทบถามว่าเจออรสินีไหมเธอส่ายหน้าแทนคำตอบชญานนท์บอกแหววว่าไม่ต้องตามแล้วอรสินีน่าจะกลับห้องไปแล้วเมื่อครู่นี้เดินสวนกับเขา
“อ๋อค่ะถ้าอย่างนั้นแหววขอตัวก่อนนะคะ...ไปเถอะตรีกลับห้องได้แล้ว”
ooooooo
เมื่อสาวงามทั้ง 20 คนกลับถึงกรุงเทพฯทางกองประกวดพาไปยังห้องบอลรูมของโรงแรมที่พักเพื่อซ้อมการแสดงที่จะต้องโชว์ในคืนวันประกาศผลโดยมีศรศรีกับทีมงามตามมาเก็บภาพและรายงานสดออกทีวี
“อีกไม่ถึง 2 วันเราก็จะได้นางสาวณสยามประจำปี 2557 กันแล้วนะคะและในวันนี้บรรดาสาวงามทั้ง 20 คนต่างขะมักเขม้นซ้อมการแสดงที่จะเกิดขึ้นในวันตัดสินการประกวดค่ะเราไปชมภาพบรรยากาศกันนะคะ”
กล้องแพนไปที่ตรีอัปสรและอรสินีซึ่งกำลังซ้อมการแสดงกันอยู่โดยมีคนอื่นๆร่วมซ้อมด้วยแต่ดูเหมือนสองสาวตัวเก็งของการประกวดจะดูโดดเด่นกว่าทุกคน...
ณเดชย์กับนายพลอัศวินนั่งดูข่าวนี้อยู่ที่บ้านด้วยความสนใจคุณหญิงสุดสวาทอดเหน็บไม่ได้ว่าจ้องกันตาเป็นมันทั้งพ่อทั้งลูกแล้วดักคอว่าคงไม่ได้จ้องสาวงามคนเดียวกันใช่ไหมนายพลอัศวินหัวเราะกลบเกลื่อน
“จะมาซักไซ้ให้มันได้อะไรนะคุณหญิงรู้มากไปก็ไม่มีความสุข”
“รู้น้อยไปก็ไม่มีความสุขเหมือนกันค่ะ” คุณหญิงสุดสวาทพูดจบมองไปที่จอทีวีเห็นอรสินียืนอยู่กับ
ตรีอัปสรแล้วฟันธงว่าคนที่สวยหวานคนนั้นจะได้ตำแหน่งสูงสุดไปครองณเดชย์กลับเห็นว่าอีกคนหนึ่งสวยกว่าเธอยอมรับว่าตรีอัปสรสวยกว่าแต่ดูแรงและแรดมากไปสองพ่อลูกมองหน้าเธอเป็นตาเดียวกัน
“แหมพูดแค่นี้ถึงกับหันขวับมาพร้อมกันเชียวแม่พูดตามที่เห็นแล้วดิฉันก็ไม่ได้อคติเพราะยายนี่เป็นลูกสาวดารินทร์ผู้หญิงของคุณด้วยผู้หญิงด้วยกันดูออกค่ะว่ายายตรีอัปสรเนี่ยแรด...พูดมากไปก็จะขัดใจพ่อลูกเปล่าๆดิฉันไปดีกว่าใกล้เวลานัดแล้วด้วย” คุณหญิงพูดจบเดินนวยนาดจากไปณเดชย์ขอตัวไปทำงานแล้วลุกออกไปทิ้งให้นายพลอัศวินนั่งมองตรีอัปสรในทีวีด้วยสายตาหื่นกระหายอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง...
ขณะที่นายพลอัศวินหมายมั่นจะเอาตรีอัปสรมาเป็นของตัวให้ได้นักสืบหยิบเอกสารการโอนเงินค่ารถสปอร์ตที่ณเดชย์จ่ายให้ตรีอัปสรยื่นให้ชญานนท์อ่านพร้อมกับรายงานเพิ่มเติมว่าณเดชย์กับตรีอัปสรรู้จักกันตั้งแต่ตอนอยู่อังกฤษตนเช็กจากคนวงในแล้วข้อมูลถูกต้องไม่มีป้ายสีแน่นอน
“สองคนนั้นรู้จักกันประมาณไหน”
พอรู้ว่าทั้งคู่รู้จักกันอย่างลึกซึ้งชญานนท์ถึงกับอึ้งไม่ซักถามอะไรนักสืบอีก...
สายวันเดียวกันกัลยาณีมองการซ้อมของตรีอัปสรและอรสินีแล้วหันไปบ่นให้ดาราวรรณฟังอย่างท้อๆว่าวันตัดสินทางกองประกวดคงเตรียมปูพรมแดงให้สองไฮโซนั่นไว้เรียบร้อยแล้วเพราะดูจากการแสดงยังจัดให้เด่นกว่าคนอื่นดาราวรรณไม่เข้าใจเธอจะบ่นไปทำไมเราก็รู้ตัวดีอยู่แล้วว่าไม่มีทางได้ตำแหน่งอะไรทั้งนั้นนอกจากได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 20 ของการประกวดครั้งนี้หรือกัลยาณีคิดว่าตัวเองจะได้เป็นนางสาวณสยาม
“ฉันก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะไปไกลถึงขนาดนั้นแต่ฉันอดหมั่นไส้ 2 คนนั่นไม่ได้”
ดาราวรรณเตือนว่าอย่าฟุ้งซ่านเดี๋ยวจิตจะตกหน้าหมองหน้าเหี่ยวเปลืองค่าจิ้มหน้าเปล่าๆ...
ตรีอัปสรกับภารดียังคงตั้งตัวเป็นศัตรูกันแม้จะถูกสั่งห้ามไม่ให้มีเรื่องกันอีกหลังจากภารดีกับวรัญญาซ้อมการแสดงเสร็จก็พากันมานั่งพักตรีอัปสรซึ่งนั่งอยู่ก่อนลุกขึ้นทันทีแล้วเดินออกจากห้องภารดีมอง
ตามหมั่นไส้หันไปบ่นกับวรัญญาว่าพอเรามานั่งนังนั่นก็ลุกหนีเธอขอร้องให้พอได้แล้วพรุ่งนี้ก็แยกย้ายกันแล้ว
“ถ้าฉันติด 1 ใน 5 หรือ 1 ใน 3 ฉันต้องอยู่กับนังนี่ไปอีกเป็นปีนะ”
“เหรองั้นรอให้ถึงตอนนั้นก่อนแล้วกัน” วรัญญาตัดบทภารดีค้อนขวับก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น...
ตรีอัปสรออกจากห้องน้ำจะกลับไปซ้อมต่อต้องตกใจเมื่อเจอชญานนท์มาดักหน้าไว้พอตั้งสติได้ถามว่ามีอะไรกับตนหรือเปล่าถึงได้มาดักรอแบบนี้เขาอึ้งที่เธอรู้ทันไม่กล้าถามเรื่องณเดชย์เฉไฉพูดเรื่องอื่นแทน
“เอ่อ...ตั้งใจทำให้ดีที่สุดนะขอให้โชคดี” ชญานนท์ว่าแล้วเดินผ่านไปตรีอัปสรมองตามก่อนจะพึมพำ
“มายืนดักเราเพื่อจะอวยพรหรือ”
แม้จะแปลกใจที่อยู่ๆชญานนท์มาพูดดีด้วยแต่ตรีอัปสรก็อดยิ้มไม่ได้เดินกลับห้องซ้อมอย่างอารมณ์ดี
ooooooo
มุกตาภาโกรธจัดเมื่อรู้จากแพรวว่าเจ้าของรอยลิปสติกแดงแจ๋ที่แก้วไวน์ในอินสตาแกรมของณเดชย์เป็นของตรีอัปสรแพรวตั้งใจจะโทร.บอกตั้งแต่เธออยู่เชียงรายแล้วแต่เห็นว่าอยู่กับณเดชย์ก็เลยไม่อยากให้เสียบรรยากาศมุกตาภาแค้นมากที่ตรีอัปสรตีหน้าใสซื่อพูดดีกับเธอเหมือนไม่มีอะไรทั้งๆที่ฉกคู่หมั้นของเธอไปกก
“แม่มันเป็นยังไงลูกมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆมุกสงสัยมาตั้งนานแล้วแต่จับไม่มั่นคั้นไม่ตายมันต้องไปได้
กันตอนนะไปอังกฤษแน่ๆเพราะนังนั่นก็เรียนที่อังกฤษเหมือนกัน”
“แล้วมุกจะทำอย่างไรต่อแพรวว่ารอให้ผ่านงานประกวดก่อนดีกว่าไหม”
“ไม่ทำไมจะต้องรอมุกจะทำให้มันได้ขึ้นหน้าหนึ่งเอาให้ดังฉาวโฉ่แบบไม่ต้องมีมงกุฎไปเลย”...
ในขณะที่มุกตาภาวางแผนจะแก้แค้นตรีอัปสรให้สาสมกับที่คิดจะฉกณเดชย์ไปจากเธอครูสอนเต้นโชว์หันมาถามตรีอัปสรว่าจะซ้อมอีกครั้งได้ไหมเธอกำลังอารมณ์ดีตอบอย่างไม่ต้องคิดว่าได้ภารดีสวนทันที
“ช่วยถามเพื่อนๆก่อนตอบได้ไหม...คุณครูคะหนูดีเมื่อยจนยกขาแทบจะไม่ขึ้นแล้วค่ะขอพักแป๊บนะคะ”
คุณครูพยักหน้าแทนคำตอบตรีอัปสรหันมายิ้มให้ภารดีขอโทษด้วยที่ตอบคำถามของคุณครูเร็วไปเพราะ
คิดว่าทุกคนยังไหวอยู่ภารดีวรัญญาและอรสินีมองเธอด้วยความแปลกใจคนถูกมองรีบจับหน้าตัวเอง
“มองอะไรหน้าฉันมีอะไรผิดปกติหรือ”
“กินยาผิดหรือว่าลืมเขย่าขวดหรือเปล่าเนี่ย” ภารดีแขวะโดยมีวรัญญาช่วยเสริม
“แต่ฉันว่าน่าจะอารมณ์ดีเพราะมีความรักมากกว่านะ”
อรสินีอมยิ้มเพราะนึกว่าหมายถึงพี่ชายตัวเองตรีอัปสรไม่ตอบรับหรือปฏิเสธได้แต่หัวเราะเสียงใส...
หลังจากคุยกับลูกชายถึงคะแนนที่สูสีกันของ
ตรีอัปสรและอรสินีเสร็จคุณดิษฐ์จึงวกเข้าเรื่องสำคัญที่เรียกลูกมาพบคือว่าเขาต้องการให้ช่อง Thai 10ของเราขึ้นเป็นอันดับหนึ่งสถานีโทรทัศน์ที่มีผู้ชมมากที่สุดยิ่งตอนนี้เรามีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นทีวีดิจิตอลเปิดใหม่ถึง 24 ช่องดังนั้นเราต้องทำทุกวิถีทางให้ช่องของเรามีเรื่องราวที่น่าสนใจมีข่าวความเคลื่อนไหวของช่องตลอดเวลาทั้งข่าวดีและข่าวคาว
“คนเรานี่ก็แปลกนะครับเรื่องดีๆไม่ค่อยสนใจแต่พอเรื่องรักๆใคร่ๆชู้สาวภาพหลุดล่ะก็ขายดิบขายดี”
“เป็นธรรมดาอะไรที่มีสีสันฉูดฉาดมันก็น่าสนใจกว่าอยู่แล้ว...อ้อนนท์จะกลับไปโรงแรมอีกหรือเปล่าเพราะพ่อมีนัดกินข้าวกับคุณสุทธิเจ้าของโรงแรม”
“ไปครับคุณพ่อจะไปเลยไหมครับ”
“ไปสิ” คุณดิษฐ์หันไปปิดคอมพิวเตอร์แล้วเดินออกไปพร้อมกับลูกชาย...
ในเวลาไล่เลี่ยกันเจ๊จูเจ้าของบ้านเช่าและแผงขายของในตลาดตามมาทวงหนี้ค่าเช่าบ้านและค่าแผงขายของจากกล้าแต่เขาไม่มีให้บอกปัดให้ไปตามเก็บเงินจากชบาเอาเองเธอขู่ถ้าไม่จ่ายเงินค่าเช่าบ้านก็ให้เก็บข้าวของย้ายออกไปแต่ถ้าดื้อด้านจะส่งคนมาช่วยย้ายของให้กล้าเห็นเจ๊จูเอาจริงถึงกับสร่างเมา
“เจ๊จูใจเย็นๆสิเรามันคนกันเองรู้จักกันมาเนิ่นนานแล้วนะ”
“ไม่เย็นแล้วโว้ยฟังให้ดีนะถ้าไม่มีเงินมาจ่ายฉันวันนี้เดี๋ยวนี้ก็ไปเลยไป เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไป”
จังหวะนั้นชบาชูแบงก์พันเป็นฟ่อนเดินเข้ามา “งั้นเอาไปเลย”...
กล้าอดแปลกใจไม่ได้ว่าชบาไปเอาเงินมาจากไหนมากมายนักเธออ้างว่ามีคนให้มาแต่มีข้อแม้เขาต้องทำงานอย่างหนึ่งให้เจ้าของเงินกล้าโวยวายไปรับเงินคนอื่นมาแบบนี้ถ้าเกิดเขาทำอย่างที่เจ้าของเงินต้องการไม่ได้จะทำอย่างไรชบามั่นใจว่ากล้าทำได้ถึงได้รับปากและก็รับเงินจากคนคนนั้น
“แล้วข้าต้องทำอะไร” กล้าถามอย่างไม่ค่อยจะมั่นใจนักขณะที่ชบายิ้มพอใจที่เขาโอนอ่อนตาม
ooooooo
ระหว่างที่มุกตาภาเดินเข้ามาในโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่เก็บตัวสาวงามนักสืบของเธอโทร.มาแจ้งว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจะดำเนินการได้ภายในวันนี้เลย
“ฉันจะเตรียมนักข่าวให้ตอนไหนก็บอกมาแล้วกัน” มุกตาภาวางสายสีหน้าสะใจครู่ต่อมาเธอเข้ามาถามคุณรัตน์ซึ่งยืนดูการซ้อมของบรรดาสาวงามว่าเป็นอย่างไรบ้าง
“เรียบร้อยค่ะพรุ่งนี้เราจะมีซ้อมใหญ่ชุดเต็มอีกครั้งก่อนถ่ายทอดสดค่ะ ดิฉันขอตัวไปคุยกับทีม
แบ็กสเตจก่อนนะคะ” คุณรัตน์ว่าแล้วผละจากไป
มุกตาภามัวแต่จ้องตรีอัปสรที่กำลังซ้อมการแสดงอยู่บนเวทีด้วยสายตาเคียดแค้นไม่ทันได้ยินเสียงชญานนท์ร้องทักจนเขาต้องเข้ามาสะกิดเธอถึงได้รู้สึกตัว
“มีอะไรหรือเปล่ามุกเมื่อครู่นี้พี่เรียกมุกตั้งหลายครั้งแต่มุกไม่ได้ยินมัวแต่มองตรีอัปสรเหมือนมีอะไรกัน”
“มุกไม่ได้มองตรีอัปสรค่ะมุกมองทุกคนบนเวทีเห็นผู้หญิงสาวๆสวยๆแล้วก็คิดถึงคุณนะขึ้นมาได้พี่นนท์สืบให้มุกหรือยังคะเรื่องผู้หญิงที่มาวุ่นวายกับคุณนะ” มุกตาภาแกล้งถามกลบเกลื่อน
ชญานนท์ไม่อยากบอกความจริงเรื่องตรีอัปสรกับณเดชย์เกรงน้องจะโกรธจนทำให้เสียงานใหญ่ได้แต่ตอบเลี่ยงๆว่าให้นักสืบจัดการแล้วอีกสองถึงสามวันถึงจะรู้เรื่องมุกตาภาพยักหน้ารับทั้งที่รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้นหญิงสาวหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะขอตัวไปรับสายข้างนอก
ครู่ต่อมามุกตาภามาถึงล็อบบี้ของโรงแรมเห็นนักข่าวกลุ่มใหญ่นั่งรออยู่หนึ่งในพวกนั้นอดทักไม่ได้ถ้าเธอลงมาล้วงลูกเองแบบนี้สงสัยจะต้องเป็นข่าวใหญ่พิเศษแน่นอนมุกตาภายังไม่ขอตอบอะไรตอนนี้พอได้ภาพได้ข่าวก็จะรู้เองว่าใหญ่พิเศษแค่ไหนแล้วเชิญทุกคนไปรอที่ห้องรับรองจังหวะนั้นคุณรัตน์เดินเข้ามาพอดี
“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณมุกเราจะแถลงข่าวอะไรหรือคะทำไมดิฉันไม่ทราบเลยล่ะคะ”
“ไม่รู้สักเรื่องก็ไม่เป็นไรหรอกคุณรัตน์มุกไม่บอกคุณพ่อให้ไล่ออกหรอก” มุกตาภาพูดจบผละจากไปคุณรัตน์ขยับจะไปที่ห้องซ้อมเห็นแหววหนึ่งในพี่เลี้ยงนางงามเดิมแกมวิ่งแซงหน้าไปรีบเร่งฝีเท้าตาม...
ตรีอัปสรถึงกับร้องเอะอะเมื่อแหววมาแจ้งว่ามีผู้ชายคนหนึ่งบอกว่าเป็นพ่อของเธอมาขอพบคุณรัตน์ซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆพลอยตกใจไปด้วยเพราะจำได้แม่นว่าตรีอัปสรเขียนในใบสมัครว่าพ่อของตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว
“แต่เขายืนยันว่าเขาเป็นพ่อของน้องตรีนะคะน้องตรีจะออกไปหาเขาหน่อยไหมคะ”
คุณรัตน์แนะว่าไม่ควรไปพบเพราะอาจเป็นพวกแอบอ้างพอเห็นตรีอัปสรมีแววโด่งดังก็เลยเข้ามามั่วนิ่มแหววอยากจะรู้ว่าคุณรัตน์จะให้ทำอย่างไรต่อไป
“ข้างนอกก็มีนักข่าวเต็มไปหมดจะทำอะไรโฉ่งฉ่างก็ไม่ได้เอาอย่างนี้เดี๋ยวฉันจะไปปรึกษาคุณมุกก่อน”
ตรีอัปสรซึ่งมีสีหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัดตั้งข้อสังเกตว่าต้องมีใครที่เกลียดชังและอยากทำลายชื่อเสียงของตนอยู่เบื้องหลังผู้ชายคนนี้แน่นอนคุณรัตน์ขอให้เธอใจเย็นๆก่อนรออยู่ที่นี่อย่าเพิ่งไปไหนหันไปสั่งแหววคอยดูแลเธอให้ดีแล้วเดินจากไปตรีอัปสรสบช่องรีบขอยืมมือถือของแหววจะโทร.หาแม่เธอมองอย่างเห็นใจและเข้าใจก่อนจะส่งมือถือให้...
ฝ่ายดารินทร์ตกใจไม่แพ้กันเมื่อลูกโทร.มาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นสั่งห้ามลูกออกไปพบผู้ชายคนนั้นเด็ดขาดปล่อยให้เป็นหน้าที่เธอจัดการเองตรีอัปสรอยากรู้ว่าแม่จะทำอย่างไรจะมาหาพ่อหรือดารินทร์เอ็ดลั่น
“อย่าพูดแบบนี้ตรีอัปสรพ่อแกตายไปแล้ว”
“แต่ถ้าพ่อไปบอกนักข่าวว่าพ่อเป็นพ่อตรีแล้วเราจะทำอย่างไรล่ะแม่” ตรีอัปสรเริ่มวิตกจริตกลัวโน่นกลัวนี่ไปหมดดารินทร์สั่งให้ลูกตั้งสติและทำหน้าที่ของตัวเองไปปล่อยให้เธอจัดการเรื่องนี้เองแล้ววางสายสีหน้าเคร่งเครียด
ooooooo
แม้แม่จะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะจะจัดการเรื่องพ่อให้แต่ตรีอัปสรก็อดเป็นกังวลไม่ได้ยืนใจลอยคิดไปสารพัดไม่ทันได้ยินเสียงอรสินีเดินเข้ามาพอหันมองอีกทีต้องสะดุ้งเฮือกที่เห็นเธอยืนอยู่
“อรขอโทษนะอรไม่คิดว่าตรีจะตกใจขนาดนี้หน้าซีดเชียวไม่สบายหรือเปล่า”
ตรีอัปสรแค่ปวดหัวเท่านั้นสงสัยไมเกรนจะกำเริบฝากอรสินีช่วยไปบอกคุณครูสอนเต้นด้วยว่าเธอขอนอนพักและฝากมือถือไปคืนให้พี่แหววด้วยอรสินีพยักหน้ารับมือถือไว้ก่อนจะเดินออกไปตรีอัปสรกำลังจะกลับห้องพักแต่มุกตาภาเข้ามาเรียกเสียก่อน...
อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนักคุณรัตน์นิ่วหน้าแปลกใจที่เห็นมุกตาภาเดินไปกับตรีอัปสรขยับจะตามไปดูแต่ชญานนท์เข้ามาขวางไว้ถามว่ามีอะไรหรือเปล่าทำไมทำหน้ายุ่งแบบนั้นเธอปฏิเสธว่าไม่มีอะไร
“แล้วยัยมุกล่ะเห็นแวบๆเดินไปกับใคร” ชญานนท์มองเธออย่างรอคำตอบ...
ทางฝ่ายมุกตาภาพยายามหลอกล่อให้ตรีอัปสรออกไปเจอกับกล้าโดยแต่งเรื่องว่านักข่าวอยากจะสัมภาษณ์เธอเพราะเชื่อว่าเธอเป็นตัวเก็งที่จะได้ครองมงกุฎนางสาวณสยามตรีอัปสรทำเป็นถ่อมตัวว่าเธอไม่ได้เป็นตัวเก็งคนเดียวยังมีอรสินีอีกคนที่เป็นตัวเก็งเหมือนกันแล้วทำไมถึงสัมภาษณ์เธอคนเดียว
“ใครบอกว่าสัมภาษณ์เธอคนเดียวล่ะคือว่าพวกนักข่าวเขาไม่อยากสัมภาษณ์พร้อมกัน...เอาอย่างนี้นะเธอไปหานักข่าวก่อนแล้วกันฉันจะไปตามอรมานักข่าวสัมภาษณ์เธอเสร็จจะได้สัมภาษณ์อรต่อ”
ตรีอัปสรพยักหน้ารับรู้แล้วเดินแยกไปตามทางเดินที่จะออกไปยังสวนสวยของโรงแรมโดยไม่ล่วงรู้ว่าพ่อของเธอรออยู่ที่นั่นมุกตาภามองตามสะใจก่อนจะเร่งฝีเท้าอ้อมไปอีกด้านหนึ่งมองผ่านผนังกระจกใสเข้าไปในสวนเห็นกล้ายืนรออย่างกระวนกระวายใจเธอลุ้นให้ตรีอัปสรออกไปเจอเขาแต่ทุกอย่างกลับสงบนิ่ง...
คนที่มุกตาภาจะเล่นงานไม่ได้ออกไปที่สวนอย่างที่วางแผนไว้เพราะถูกชญานนท์รวบเอวเอามือปิดปากก่อนจะเดินไปที่นั่นเพียงเสี้ยววินาทีพอเธอเห็นว่าใครเป็นคนปิดปากก็หยุดดิ้นรนเขาจึงรีบคลายมือแล้วขยับตัวออกห่างขอโทษเธอที่ทำให้ตกใจตรีอัปสรถามอย่างงงๆว่ามีอะไรกับตนเองหรือเขาได้แต่มองเธอนิ่ง...
ด้านกล้ารอลูกอยู่นานสองนานไม่เห็นโผล่มาสักทีขยับจะเข้าข้างในดารินทร์ปรี่มาขวางไว้ถามว่าจะไปไหนเขาจะไปหาลูกอยากจะอวยพรให้ลูกชนะการประกวดเธอสั่งห้ามเขายุ่งเกี่ยวกับตรีอัปสรเด็ดขาดที่ลูกเติบโตเจริญก้าวหน้ามาได้ทุกวันนี้ก็เพราะเธอเลี้ยงมาไม่ใช่เพราะคำอวยพรของใครแล้วเตือนเขาอย่าลืมคำสัญญาที่เคยให้ไว้ตอนที่รับเงินไปจากเธอ 3 แสนบาทว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับเธอและลูกอีก
“ถ้าไม่อยากให้เรื่องถึงนักข่าวก็ให้ฉันพบลูกสักครั้ง” กล้าเสียงแข็ง
ดารินทร์เห็นท่าทางเอาจริงของเขาแล้วจำต้องพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่อ่อนโยน “พี่กล้าดาไม่เชื่อหรอกนะว่าพี่กล้ามีความคิดจะมาหาลูกเองเพราะถ้าพี่กล้าคิดเองพี่คงมาหาลูกนานแล้วไม่รอจนถึงวันนี้หรอก” เธอเห็นเขาเมินหน้าหนีไม่กล้าสบตาด้วยขยับเข้าไปยืนประจันหน้า “ใครเป็นคนบอกให้พี่กล้ามาหาตรี”
กล้ากลับย้อนถามดารินทร์ว่าจะให้พบลูกไหมเธอรู้ดีว่าป่วยการห้ามตัดสินใจจะให้เขาเจอลูกแต่มีข้อแม้ต้องหลังการประกวดเสร็จสิ้นเพราะไม่อยากให้แกเสียสมาธิแล้วหยิบเงินส่งให้เขาปึกหนึ่ง
“เก็บเอาไว้ใช้ระหว่างที่รอเจอตรีอย่าให้ดารู้นะว่าใครอยู่เบื้องหลังดาเอาเรื่องแน่”...
ooooooo
อีกมุมหนึ่งหน้าลิฟต์ตรีอัปสรบอกชญานนท์อย่างเกรงใจว่าหากเขามีธุระก็ไม่ต้องไปส่งเธอก็ได้เธอไปห้องซ้อมเองได้เขาแกล้งตีหน้าขรึมยืนยันจะไปส่งเธอให้ถึงที่จะได้เห็นว่าเธอไม่ได้แอบแว่บไปไหน
“ตรีจะแว่บไปไหนล่ะคะเมื่อครู่นี้ตรีก็ไม่ได้แว่บตรีบอกคุณแล้วไงคะว่าคุณมุกให้ตรีไปหานักข่าวเขาต้องการสัมภาษณ์ตรี”
“ผมล้อเล่น” ชญานนท์หัวเราะขำตรีอัปสรมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขาเขม็งชายหนุ่มอดถามไม่ได้ว่าใบหน้าของตนมีอะไรผิดปกติหรือถึงได้จ้องเอาๆหรือว่ามีเขางอกออกมาตรีอัปสรแค่แปลกใจที่วันนี้เขาทำให้เธอเซอร์ไพรส์หลายอย่างเขาไม่เห็นจะแปลกตรงไหน
ก็เขาบอกเธอแล้วเหมือนกันว่าที่รั้งเธอไว้ไม่ให้เจอนักข่าวเพราะพ่อของเขาสั่งเปลี่ยนแผนการประชาสัมพันธ์กะทันหันเท่านั้น...
ในเวลาต่อมาขณะที่สาวงามคนอื่นๆกำลังซ้อมการแสดงกันอยู่ตรีอัปสรเดินเคียงคู่เข้ามายังห้องซ้อมกับชญานนท์ภารดีหันไปเห็นเข้าก็จิกกัดทันทีว่ายัยนี่ร้ายไม่ใช่เล่นคราวนี้หวังจะอ่อยเหยื่อลูกชายเจ้าของสถานีโทรทัศน์อรสินีกับวรัญญาหันมองตามสายตาเธอ
ฝ่ายแรกชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ
“นี่ถ้าฉันเป็นแฟนคุณนนท์แล้วเห็นแบบนี้ล่ะก็ยัยตรีมีเจ็บตัวแน่” วรัญญามองหมั่นไส้ภารดีช่วยเสริม
“ฉันว่าเป็นผู้หญิงคนไหนก็ทำแบบหล่อนทั้งนั้นล่ะต่อให้เรียบร้อยแบบอรสินีฉันก็ว่าทนไม่ได้ใช่ไหมอร”
“แต่ถ้าเราเชื่อมั่นในคนของเราไม่จินตนาการไปเองมันก็ไม่มีเรื่องอะไรหรอกค่ะ” อรสินีสีหน้ามั่นใจ...
หลังจัดการเรื่องตรีอัปสรเรียบร้อยชญานนท์วานให้คุณรัตน์ช่วยไปเคลียร์กับนักข่าวและให้ทำอย่างไรก็ได้อย่าให้พวกนั้นเสียความรู้สึกที่ต้องมารอเธอรับคำแล้วลุกออกไปมุกตาภาจัดแจงจะลุกบ้างแต่ชญานนท์เรียกให้อยู่คุยกันก่อนแล้วย้ำชัดถ้อยชัดคำว่าเขาต้องการให้การประกวดครั้งนี้ผ่านไปอย่างดีที่สุดเธอตีหน้าซื่อว่าตัวเองก็ต้องการเหมือนเขาเช่นกันชญานนท์ดักคอถ้าเป็นอย่างที่เธอว่าจริงทำไมถึงทำแบบนี้
“มุกไม่ได้ทำอะไรสักนิดมุกก็แค่คิดว่าผู้ชายคนนั้นเป็นพ่อตรีอัปสรจริงๆเขาก็ควรจะได้พบลูกเขา”
“แต่เราควรจะตรวจสอบก่อน”
มุกตาภาตรวจสอบแล้วผู้ชายคนนั้นเป็นพ่อของตรีอัปสรแน่นอนชญานนท์ตำหนิน้องสาวว่าไม่เป็นมืออาชีพทำแบบนี้ไม่ได้มีแต่ตรีอัปสรเท่านั้นที่เสียหายอาจส่งผลถึงสถานีโทรทัศน์ของเราด้วยถ้าเป็นอย่างนั้นเธอจะรับผิดชอบไหวหรือมุกตาภาโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด
“พอเถอะค่ะพี่นนท์จะบ้างานก็บ้าไปคนเดียวเถอะอย่าลากมุกไปเกี่ยวข้องด้วยนังตรีอัปสรมันคั่วอยู่กับคู่หมั้นมุกพี่นนท์ยังจะให้มุกคิดดีทำดีกับมันอีกหรือคะ”
“ถ้าคิดว่าแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออกพี่ว่ามุกกลับบ้านไปก่อนดีกว่า” ชญานนท์ว่าแล้วลุกออกไปทิ้งให้มุกตาภานั่งแค้นใจเรื่องของตรีอัปสรอยู่เพียงลำพัง
ooooooo
เสร็จจากการซ้อมอันเหน็ดเหนื่อยสาวงามพากันแยกย้ายกลับห้องพักตรีอัปสรเดินรั้งท้ายเพราะมัวแต่เป็นกังวลเรื่องพ่อดารินทร์ที่หลบมุมอยู่เห็นปลอดคนร้องเรียกลูกให้มาหาพร้อมกับแจ้งว่าผู้ชายที่มาคือพ่อของเธอจริงๆตรีอัปสรยิงคำถามเป็นชุดว่าพ่อมาที่นี่ทำไมแล้วนี่เราจะทำอย่างไรกันดีแล้วตอนนี้เขายังอยู่ไหม
“หยุดแกหยุดตีโพยตีพายได้แล้วยัยตรีแล้วแกก็อย่าไปสนใจเลยว่าพ่อแกเขาจะมาทำไมมีเรื่องใหญ่กว่าสำคัญกว่ารออยู่ตรงหน้า”
ตรีอัปสรอดเป็นกังวลไม่ได้ถ้าเกิดได้ตำแหน่งขึ้นมาแล้วพ่อมาหาหรือไปดักรอตอนออกงานเธอจะทำอย่างไรดารินทร์ขอให้ลูกเชื่อว่าเธอจะจัดการเรื่องนี้ได้ส่วนเธอก็เชื่อมั่นว่าลูกจะต้องได้สวมมงกุฎนางสาวณสยามตรีอัปสรค่อยคลายความกังวลไปได้...
ดารินทร์กำลังจะออกจากโรงแรมแต่ต้องชะงักเมื่อเจอชญานนท์เดินสวนมาจากอีกทางหนึ่งเธออ้างว่าแวะมาให้กำลังใจลูกเพราะมีกันอยู่แค่สองคนแม่ลูก
ไม่เหมือนอรสินีมีทั้งพ่อแม่และพี่ชายรวมทั้งยังมีเขาอีกด้วยชญานนท์ดักคออย่างรู้ทันว่าตรีอัปสรก็มีคนมาให้กำลังใจเหมือนกัน
“แฟนคลับให้กำลังใจก็สู้ญาติพี่น้องคนใกล้ชิดไม่ได้หรอกค่ะ”
“ครับผมเห็นด้วยมีพ่อแม่ญาติพี่น้องก็ต้องดูแลกันไว้อย่าตัดญาติขาดมิตรกันคุณดารินทร์เห็นด้วยไหมครับ” ชญานนท์จ้องดารินทร์เหมือนจะบอกให้รู้ว่าเขารู้เรื่องที่พ่อของตรีอัปสรมา...
ไม่ว่าอรสินีจะทำดีด้วยแค่ไหนแต่ตรีอัปสรก็ยังคิดเสมอว่าเธอเป็นคู่แข่งต้องการเอาชนะทั้งเรื่องการประกวดและเอาชนะเรื่องผู้ชายไปพร้อมกัน...
ดึกแล้วดารินทร์ยังนอนไม่หลับลงมานั่งหน้าเครียดอยู่ที่ห้องนั่งเล่นนายพลอัศวินลงมาตามเห็นหน้านิ่วคิ้วขมวดของเธอแล้วถามว่าคิดเรื่องอะไรอยู่เธอคิดหลายเรื่องทั้งเรื่องลูกเรื่องห้องเสื้อและเรื่องของเขา
“เรื่องหนูตรีไม่ต้องห่วงหรอกยังไงผมก็ช่วยเต็มที่เรื่องห้องเสื้อคุณก็ไม่เห็นมีอะไรต้องกังวลนี่ส่วนเรื่องผม...คุณคิดอะไร”
“ก็คิดว่าถ้าคุณไม่รักดาแล้วดาจะอยู่ต่อไปได้อย่างไรน่ะสิคะ”
“ทำไมคิดไปไกลขนาดนั้นผมจะไม่รักคุณได้อย่างไรผมรักคุณมากนะแล้วผมก็รู้ว่าคุณตั้งความหวังไว้มากเรื่องหนูตรีผมรับรองว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”
ooooooo
กล้าหายไปทั้งคืนกว่าจะกลับก็เป็นเช้าตรู่ของอีกวันหนึ่งชบาเห็นเขาเดินเซกอดขวดเหล้าเข้าบ้านโวยใส่ไม่ยั้งว่าหายหัวไปไหนมาทั้งคืนกล้าปรายตามองเธอแล้วเมินไม่สนใจเดินเซไปที่ฟูกทำท่าจะทิ้งตัวลงนอน
ชบารีบดึงคอเสื้อไว้ “ยังนอนไม่ได้ฉันไม่ให้นอนจนกว่าจะตอบฉันมาว่าแกหายไปไหนมานี่ฉันส่งแมวไปหาปลาย่างใช่ไหมเนี่ยให้ไปหาลูกสาวแต่แอบดอดไปนอนกับแม่มันมาใช่ไหม”
กล้ารำคาญควักเงินที่ได้จากดารินทร์มาปาใส่หน้าชบาแล้วสั่งให้หุบปากเธอตะครุบเงินด้วยความดีใจ
“ใครให้เงินมาวะหรือว่านังดารินทร์ฉันรู้แล้วจะหาเงินมาจากไหนสบายกว่าขายของเยอะเลย”...
ขณะที่ชบามีแผนชั่วจะรีดไถเงินจากดารินทร์คุณดิษฐ์ยิ้มปลื้มเมื่อเห็นว่าโฆษณาของงานถ่ายทอดสดการประกวดนางสาวณสยามคืนนี้เต็มจนล้นเชื่อมั่นเกินร้อยกว่าเรตติ้งของช่องเราจะต้องพุ่งกระฉูดมา
เป็นอันดับหนึ่งแน่นอนแล้วหันไปชมมุกตาภาว่าเก่งขึ้นมากที่คุมงานใหญ่ขนาดนี้ได้ถึงแม้จะมีคุณรัตน์ช่วยประคองแต่เขาก็ต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้ลูกด้วยมุกตาภาขอบคุณท่านสำหรับคำชม
“หลังจากคืนนี้ลูกยังทำข่าวผลประกาศไปได้อีกหลายวันแล้วตามเรื่องกิจกรรมของนางสาวณสยามต่อ” คุณดิษฐ์ชะงักเมื่อเห็นลูกสาวหน้าซีดๆถามว่าไม่สบายหรือเปล่ามุกตาภามาแผนสูงอ้างว่านอนไม่หลับหวังจะให้พ่อถามถึงสาเหตุจะได้ฟ้องเรื่องตรีอัปสรกับณเดชย์คุณดิษฐ์หลงกลถามตามแผนการที่เธอวางไว้แต่เธอยังไม่ทันจะตอบอะไรชญานนท์รู้ทันชิงพูดตัดหน้าเสียก่อน
“ก็คงตื่นเต้นนะครับพ่องานใหญ่งานแรกแล้ววันนี้ก็เป็นงานสำคัญที่สุดด้วยใช่ไหมมุก” ชญานนท์มองน้องสาวเป็นเชิงบังคับเธอเห็นท่าทางเอาจริงของพี่ชายจำต้องรับว่าใช่...
ครู่ต่อมาขณะที่ชญานนท์กับมุกตาภาเดินมาขึ้นรถเพื่อจะไปทำงานเขาปรามน้องสาวให้เลิกล้มความคิดที่จะบอกพ่อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตรีอัปสรกับณเดชย์มุกตาภามองหน้าพี่ชายเขม็ง
“นี่ถ้ามุกไม่รู้มาก่อนว่าพี่นนท์รักอยู่กับอรมุกต้องคิดว่าพี่นนท์แอบชอบยัยตรีอัปสรแน่ๆเลย”
“อย่านอกเรื่องมุกพี่กำลังคุยเรื่องงานแล้วที่พี่พูดเตือนเพราะพี่หวังดีถ้ามุกยังไม่มีหลักฐานว่าสองคนนั่นมีอะไรกันมุกก็ไม่ควรพูดให้พวกเขาเสียหาย” คำพูดของชญานนท์ทำเอามุกตาภาของขึ้นถึงขนาดจะไปขอถอนหมั้นให้รู้แล้วรู้รอดเขาถอนใจเซ็งเตือนเธออีกครั้งว่าอย่าให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและที่สำคัญถ้าตรีอัปสรเกิดติด 1 ใน 3 คนสุดท้ายของการประกวดทั้งคู่จะต้องทำงานด้วยกันอีกนาน
“พี่ว่าอย่าให้มีปัญหาดีกว่าไป...ขึ้นรถ” ชญานนท์ตัดบทจบเดินขึ้นรถมุกตาภาถึงกับหน้าหงิก...
ด้านนายพลอัศวินเตือนคุณหญิงสุดสวาทว่าคืนนี้ต้องไปงานประกวดนางสาวณสยามพร้อมกับเขาเธอทำท่าจะไม่ยอมไปเขาต้องย้ำว่านี่เป็นงานใหญ่ของตระกูลคู่หมั้นลูกชายของเราไม่ไปไม่ได้...
ในเวลาต่อมาขณะอติรุจกับแมนกำลังยืนดูสาวงามซ้อมการแสดงเป็นครั้งสุดท้ายอยู่ในห้องบอลรูมชญานนท์เดินนำมุกตาภาและคุณรัตน์เข้ามาแมนรู้งานขอตัวไปดูความเรียบร้อยด้านโน้นชญานนท์รอจนเขาลับสายตาจึงถามอติรุจว่าเป็นอย่างไรบ้างได้ความว่าเตรียมการเรียบร้อยไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้วยังเหลือเก็บรายละเอียดอีกนิดหน่อยชญานนท์ดีใจที่ตัดสินใจยกงานนี้ให้เขาทำเพราะผลงานออกมาดีเยี่ยม
“รอไว้จบงานก่อนดีกว่าค่อยชมใช่ไหมมุก”
มุกตาภาเห็นด้วยกับพี่ชายเพราะเท่าที่เห็นทุกอย่างค่อนข้างสมบูรณ์แบบคุณรัตน์เตือนเธอว่ามีนัดประชุมทีมข่าวตอนบ่ายโมงมุกตาภาเห็นว่าใกล้เวลานัดรีบบอกสองหนุ่มว่าขอตัวก่อนแล้วเจอกันคืนนี้
“พี่รุจ...ขอให้ได้เป็นพี่ชายของนางสาวณสยามนะคะ” มุกตาภากระซิบเสร็จออกไปกับคุณรัตน์อติรุจอดขำไม่ได้ที่เธอเชียร์อรสินีออกนอกหน้าขณะที่ชญานนท์ส่ายหน้าเอือมระอากับการกระทำของน้องสาวตัวเอง
ooooooo
ตกค่ำงานตัดสินการประกวดนางสาวณสยามก็เริ่มต้นขึ้นแขกผู้มีเกียรติทยอยเข้างานไม่ขาดสายรวมทั้งคณะกรรมการการตัดสินนายพลอัศวินมาถึงงานพร้อมกับคุณหญิงสุดสวาทคุณดิษฐ์เข้ามาทักทายแล้วพาเข้าข้างในส่วนคุณหญิงยังคุยกับแขกคนอื่นๆอยู่หน้างานแต่พอเห็นแมนเดินผ่านเธอรีบขอตัวเดินตาม
ชายหนุ่มหันมาเห็นเธอถึงกับชะงักคุณหญิงสุดสวาทต่อว่าเขายกใหญ่ที่หายหน้าไปปล่อยให้เธอรอ
“แมนทำงานนะครับตั้งแต่กลับมาก็ไม่ได้หยุดเลย”
คุณหญิงสุดสวาทเคยบอกแล้วว่าเลี้ยงเขาได้ทำไมยังคิดจะทำงานอีกแมนยังไม่ทันจะว่าอะไรอติรุจเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อนถามว่ามีอะไรหรือเปล่าหรือว่าพนักงานของเขาทำอะไรให้เธอไม่พอใจคุณหญิงสุดสวาทโกหกหน้าตาเฉยว่าไม่มีอะไรแค่อยากจะรู้รายละเอียดของงานเท่านั้นอติรุจแจ้งว่ามีสูจิบัตรเตรียมไว้ให้ที่โต๊ะแล้วแมนกลัวจะถูกเจ้านายเอ็ดรีบขอตัวไปทำงานต่ออติรุจเห็นคุณหญิงสุดสวาททำท่าจะเรียกเขาไว้รีบตัดบท
“เชิญคุณหญิงข้างในดีกว่าครับท่านอัศวินถามถึงเมื่อสักครู่ด้วยครับ”...
ระหว่างที่สลิลทิพย์กำลังคุยอยู่กับนายพลอัศวินคุณหญิงสุดสวาทตามมาสมทบเธอรีบยกมือไหว้ทักทายอย่างสนิทสนมจังหวะนั้นเจ้าหน้าที่กองประกวดเข้ามาเชิญคุณหญิงกับสลิลทิพย์ไปนั่งที่โต๊ะแขกผู้มีเกียรติ
ดารินทร์นั่งอยู่ที่นั่นก่อนแล้วหันมาเห็นคุณหญิงสุดสวาทรีบลุกขึ้นไหว้เธอรับไหว้อย่างเสียไม่ได้ก่อนจะหันไปบอกเจ้าหน้าที่ว่าอยากนั่งโต๊ะโน้นมากกว่า
ดารินทร์เสียหน้าอย่างแรงแต่พยายามเก็บอาการเอาไว้ขณะที่สลิลทิพย์มองเธออย่างสะใจ...
ในเวลาเดียวกันที่ด้านหลังเวทีการประกวดขณะสาวงามทั้ง 20 คนกำลังดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า
หน้าผมเป็นครั้งสุดท้ายแมนเข้ามาแจ้งให้ทุกคนเตรียมเข้าแถวตามที่ซักซ้อมกันไว้ใกล้เวลาจะขึ้นเวทีแล้ว...
ไม่กี่นาทีต่อมาการประกวดนางสาวณสยามก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการโดยมีการแสดงของเหล่าสาวงามผู้เข้ารอบตรีอัปสรและอรสินีเป็นดาวเด่นของเวทีอย่างเห็นได้ชัดเจ๊หนึ่งกับทิปปี้ที่นั่งดูอยู่อดนินทาไม่ได้
“เห็นท่าจบฉันก็รู้แล้วว่ายัยน้องอรกับยัยตรีนั่นต้องได้ตำแหน่งแน่แต่ไม่รู้ว่าใครจะล้ำกว่ากันแต่ฉันเชื่อมั่นนะว่าคนที่ได้ตำแหน่งต่อจากยัยสองคนนั่นต้องเป็นหนูรัญของฉันแน่ๆ” เจ๊หนึ่งไม่วายคุยข่มทิปปี้สวนทันที
“คิดได้นะยะเอาแค่ติด 1 ใน 5 ฉันว่าหล่อนก็ควรจะไปแก้บนได้แล้วอย่าไปคิดเยอะ”...
หลังการแสดงของสาวงามผู้เข้ารอบทั้ง 20 คนเสร็จสิ้นพิธีกรคู่ชายหญิงประกาศให้ทุกคนทราบว่ามีรางวัลอะไรบ้างที่ผู้ครองตำแหน่งนางสาวณสยามจะได้รับซึ่งรวมเบ็ดเสร็จแล้วมีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
“และตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เราจะประกาศผู้เข้ารอบนางสาวณสยาม 10 คนสุดท้ายครับ”
“ขอเชิญผู้เข้าประกวดทั้ง 20 คนค่ะ” สิ้นเสียงพิธีกรหญิงผู้เข้าประกวดเดินเรียงตามหมายเลขออกมายืนบนเวทีพิธีกรทั้งสองคนขอประกาศรางวัลพิเศษสองรางวัลก่อนคือตำแหน่งขวัญใจประชาชนที่ได้จากการโหวตของผู้ชมทั่วประเทศและตำแหน่งขวัญใจ
ช่างภาพและผู้เข้าประกวดที่ได้รับการโหวตมากที่สุดจนได้เป็นขวัญใจประชาชนก็คืออรสินีส่วนตำแหน่งขวัญใจช่างภาพได้แก่ตรีอัปสรเป็นไปตามคาด
ตรีอัปสรและอรสินีได้เข้ารอบ 10 คนรวมทั้งภารดีวรัญญาดาราวรรณกัลยาณีและสาวงามคนอื่นๆอีก 4 คน
สาวงามทั้ง 10 คนเดินโชว์ความงามให้คณะกรรมการตัดสินพิจารณาจากนั้นพวกเธอก็ทยอยลงจากเวทีเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดไทยแล้วขึ้นมาเดินบนเวทีให้คณะกรรมการตัดสินคัดเลือกผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย
ooooooo
ผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายของการประกวดนางสาวณสยามไม่ได้ผิดไปจากที่สื่อคาดการณ์เอาไว้มีอรสินีตรีอัปสรภารดีวรัญญาและกัลยาณีกองเชียร์ของผู้เข้าประกวดต่างส่งเสียงเฮด้วยความดีใจลั่นห้อง
“ขอให้สาวงามทั้ง 5 ของเราเดินให้คณะกรรมการดูชัดๆอีกสักครั้งค่ะเชิญเลยค่ะ” พิธีกรประกาศ
สาวงามทั้ง 5 คนเดินไปรอบๆเวทีเพื่อให้คณะกรรมการยลโฉมนายพลอัศวินซึ่งนั่งเป็นประธานกรรมการการตัดสินหันไปกระซิบกระซาบกับกรรมการที่นั่งขนาบข้างตัวเองทั้งสองด้านซึ่งพยักหน้าเป็นทำนองเห็นด้วยตรีอัปสรเดินปิดท้ายสาวงามที่เข้ารอบ 5 คนมองมาที่นายพลอัศวินซึ่งมองตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขประมาณว่าทุกอย่างสำเร็จด้วยดีจากนั้นผู้เข้าประกวดทั้ง 5 คนกลับเข้าหลังเวทีเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดราตรี...
ภารดีแต่งตัวเสร็จก่อนใครเพื่อนแล้วรีบร้อนลุกออกไปวรัญญาได้แต่มองอย่างสงสัยจะตามไปดูก็ทำ
ไม่ได้เพราะยังเสริมสวยไม่เสร็จตรีอัปสรกับอรสินีเพิ่งเปลี่ยนชุดเสร็จกำลังให้พี่เลี้ยงดูความเรียบร้อยให้ตอนที่แมนเข้ามาแจ้งทุกคนว่าอีก 3 นาทีเตรียมขึ้นเวที
ทุกคนต่างเร่งมือเพื่อให้ทันเวลาแต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นมีคนแอบเอาเป๊กสำหรับติดบอร์ดไปใส่ไว้ในรองเท้าของตรีอัปสรและของอรสินีหวังให้
ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บและถอนตัวไปโดยปริยายโชคดีที่วรัญ–
ญากันไม่ให้ตรีอัปสรสวมรองเท้าได้ทันท่วงทีภารดี
แค้นใจมากที่แผนทำร้ายทั้งคู่พังไม่เป็นท่า...
ครู่ต่อมาสาวงามทั้ง 5 คนในชุดราตรีขึ้นมาอวดโฉมบนเวทีอีกครั้งพิธีกรชายหญิงช่วยกันอธิบายถึง
ขั้นตอนต่อไปของการประกวดให้ทุกคนรับทราบ
“คุณผู้ชมครับและที่อยู่ในมือผมคือซองคำถามที่สาวงามทั้ง 5 ท่านจะต้องตอบคำถามจากในซองนี้
นะครับคำตอบของพวกคุณมีผลกับคะแนนที่คุณจะได้รับด้วยนะครับ”
“เริ่มเลยนะคะสาวงามที่เลือกได้ซองหมายเลข 1 เชิญเลยค่ะ” พิธีกรหญิงผายมือให้กัลยาณีซึ่งเป็นเจ้าของซองนั้นตอบคำถามเป็นคนแรกแม้เธอจะตอบได้เสียงดังฟังชัดแต่เป็นคำตอบที่ห่วยมากภารดีเองก็ตอบคำถามได้ย่ำแย่ไม่ต่างกันขณะที่สามสาวที่เหลือทั้งตรีอัปสรอรสินีและวรัญญาต่างทำได้ดี
โดยเฉพาะตรีอัปสรตอบได้โดนใจมากเสียงเฮประสานเสียงตบมือจากผู้ชมดังกึกก้องดารินทร์เชียร์ลูกสุดลิ่มทิ่มประตูลุกขึ้นตบมือสีหน้าภูมิใจสุดๆพร้อมกับพึมพำอยู่ในใจ
“อีกนิดเดียวตรีอัปสรอีกนิดเดียวเราต้องชนะนังสลิลทิพย์ให้ได้แกต้องชนะแน่”
สลิลทิพย์เองก็ดูจะมั่นใจในตัวลูกสาวตนเองเช่นกัน...
ในที่สุดการประกาศผลผู้ที่จะได้ครองมงกุฎนางสาวณสยามก็มีขึ้นสาวงามทั้ง 5 คนยืนประชันโฉมบนเวทีเป็นครั้งสุดท้ายจากนั้นพิธีกรร่วมช่วยกันประกาศรางวัลรองชนะเลิศอันดับสองได้แก่วรัญญาตรีอัปสรกับอรสินีจับมือกันมายืนตรงกลางเวทีลุ้นระทึกว่าใครจะได้ครองมงกุฎ
“และตำแหน่งนางสาวณสยามคือ...สาวงามหมายเลข 8 น.ส.ตรีอัปสรพัชรกานต์กุลครับ”
สิ้นเสียงประกาศเสียงตบมือดังสนั่นหวั่นไหวอรสินีหันมาแสดงความยินดีกับตรีอัปสรจากนั้นนางสาวณสยามปีที่แล้วนำมงกุฎและสายสะพายมาสวมให้ตรี–อัปสรขณะที่ดารินทร์ดีใจสุดๆราวกับได้ตำแหน่งเสียเอง
ooooooo
ขณะตรีอัปสรยืนอยู่บนเวทีเพื่อให้นักข่าวถ่ายภาพโดยมีรองอันดับ 1 และอันดับ 2 ยืนประกบข้างภารดีแอบมาด้านหลังจะคว้ามงกุฎตรีอัปสรเปลี่ยนท่าโพสพอดีกลายเป็นภารดีปัดมงกุฎลอยขึ้นไปในอากาศ
วรัญญาคว้าไว้ได้แทนที่จะคืนเจ้าของกลับเอาวางบนหัวอรสินีนักข่าวไม่พลาดช็อตเด็ดกดชัตเตอร์
ไม่ยั้งอรสินีตั้งสติได้รีบเอามงกุฎสวมคืนตรีอัปสรแล้วดึงมือเธอไปด้านหน้าเพื่อให้นักข่าวเก็บภาพ
ฝ่ายคุณดิษฐ์ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยสั่งให้เปิดแถลงข่าวย่อยทันทีตรีอัปสรสวมบทนางเอกผู้แสนดีบีบน้ำตาเรียกคะแนนสงสารต่อหน้ากล้องเป็นทำนองว่าตนเองไปทำอะไรให้ไม่พอใจภารดีถึงได้จงเกลียดจงชังกันขนาดนี้
“ตรีอยากจะฝากพี่ๆนักข่าวไปบอกหนูดีด้วยนะคะว่าตลอดเวลาที่เก็บตัวและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตรีไม่เคยรู้สึกไม่ดีกับหนูดีเลยนะคะถึงแม้ตรีจะโดนด่าโดนทำร้ายหรือแม้แต่โดนกระชากมงกุฎ”
นักข่าวถามกันเซ็งแซ่ว่าโดนทำร้ายด้วยหรือโดนเมื่อไหร่และโดนอย่างไรตรีอัปสรไม่ยอมตอบคำถามอ้างว่าอยากให้จบแค่นี้ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกอรสินีกับวรัญญาที่ยืนอยู่ด้วยแอบสบตากันประมาณว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือนักข่าวหันไปสัมภาษณ์วรัญญาว่าทำไมถึงเอามงกุฎไปสวมให้อรสินี
“มันชุลมุนวุ่นวายจนรัญงงไปหมดน่ะค่ะรัญรู้แต่ว่ามงกุฎไม่ใช่ของรัญ...รัญไม่ใช่นางสาวณสยามพอรัญคว้าได้รัญก็รีบเอาไปใส่ให้ตรีแต่รัญใส่ให้ผิดคนค่ะ...”
คุณรัตน์ที่ยืนคุมเชิงอยู่กับมุกตาภาเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไปตัดบทขอตัวพาสาวงามกลับไปพักผ่อนพรุ่งนี้เช้า 10 โมงเรียนเชิญสื่อทุกท่านที่ห้องประชุมเล็กของสถานีโทรทัศน์ช่อง Thai 10 ทางกองประกวดจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง...
ทางฝ่ายชญานนท์เห็นนักข่าวล้อมหน้าล้อมหลังภารดีเพื่อขอสัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ทำแบบนั้นรีบถามพ่อว่าจะให้ไปดึงตัวเธอออกมาก่อนไหมเพราะดูท่าจะเป็นการสัมภาษณ์สดเขากลับชอบใจเพราะยิ่งเป็นข่าวฉาวก็ยิ่งเรียกเรตติ้งให้สถานีโทรทัศน์ของเราสั่งให้ปล่อยเธอให้สัมภาษณ์ตามสบาย
ทางด้านภารดีแก้ตัวต่อสื่อน้ำขุ่นๆว่าไม่ได้มีเจตนาจะปัดมงกุฎแค่จะจับให้เข้าที่เพราะเห็นมันเอียงอยู่และยืนยันว่าตัวเองไม่เคยคิดร้ายกับใครแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเชื่อคำแก้ตัวของเธอ
ooooooo
สายวันรุ่งขึ้นนักข่าวมารอสัมภาษณ์ตรีอัปสรในฐานะนางสาวณสยามคนใหม่อย่างล้นหลามเธอยังคงสร้างภาพว่าตัวเองเป็นสาวแสนดีได้อย่างไร้ที่ติเรียกคะแนนสงสารจากผู้คนได้มากมาย
คุณดิษฐ์เห็นนักข่าวมากันแน่นสถานีฯสั่งให้คุณรัตน์ไปเชิญพวกนั้นไปที่ห้องแถลงข่าวแล้วหันมาถามชญานนท์ว่ากระแสเรื่องกระชากมงกุฎเป็นอย่างไรบ้างพอรู้ว่ากระแสยังแรงดีไม่มีตกก็ยิ้มพอใจ
“งานเลี้ยงคืนนี้พ่ออยากให้ภาพตรีอัปสรกับภารดีออกมาคู่กันแบบว่าเข้าใจกันแล้วเอาเป็นว่าทั้ง 5 คนที่เข้ารอบสุดท้ายให้ดูดีสามัคคีปรองดองน่ะ”
“ครับ...ไปห้องแถลงข่าวเถอะครับคณะกรรมการตัดสินมากันครบแล้ว”...
เสร็จจากการแถลงข่าวนายพลอัศวินแอบมาทวงสัญญาจากตรีอัปสรในเมื่อเขาทำในส่วนของตัวเองแล้วหวังว่าเธอคงไม่ลืมข้อตกลงของเราตรีอัปสรไม่ลืมแน่นอนเขายิ้มพอใจก่อนจะเดินจากไปขณะที่เธอสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด
ooooooo










