ตอนที่ 5
ชญานนท์ถึงกับหน้าเครียดเมื่อได้รับรายงานจากคุณรัตน์ว่ามีนักข่าว 2–3 คน ได้ยินคำพูดของภารดี กับตรีอัปสรชัดเจน มุกตาภาว่าประชดว่าคราวนี้ได้ดัง
สมใจ เรตติ้งกระฉูดแน่นอน อติรุจไม่เห็นด้วย
“แต่พี่ว่ามันเป็นข่าวลบของเวทีนางสาว ณ สยาม นะมุก”
“แต่ถ้านักข่าวรู้แบบนี้แล้วจะทำอย่างไรคะ ปิดข่าวก็คงไม่ได้”
“ก็ถ้านักข่าวไม่ได้สัมภาษณ์ภารดีกับตรีอัปสร เรื่องก็น่าจะจบเร็วขึ้น” ชญานนท์ตั้งข้อสังเกต คุณรัตน์เสนอให้เรียกสองสาวนั่นมาคุยดักไว้ก่อน เพียงแต่ต้องแยกกันคุย มุกตาภาอาสาจะคุยกับภารดีเอง ส่วนตรีอัปสรเธอยกหน้าที่ให้พี่ชายกับอติรุจจัดการ ชญานนท์ไม่ลืมกำชับคุณรัตน์ให้หาทางกันนักข่าวให้ด้วย...
อีกมุมหนึ่งของโรงแรม นักข่าวสามคนที่อยู่ในเหตุการณ์ระหว่างภารดีกับตรีอัปสรกำลังรวมหัวกันรอดักสัมภาษณ์คู่กรณีเพื่อประกอบการเสนอข่าว แต่ต้องรอให้ถ่าย VTR เสร็จก่อน...
ทางด้านตรีอัปสรตีค่าความห่วงใยด้วยความจริงใจของอรสินีต่อเรื่องที่ตนเองมีปัญหากับภารดีว่าเป็นแค่เรื่องเสแสร้งที่อรสินีดัดจริตทำตัวเป็นคุณหนูแสนดีตลอดเวลา...
ถึงคิวที่อรสินีต้องถ่าย VTR คู่กับวรัญญา ขณะสองสาว กำลังเดินมาโพสท่ายังจุดที่กำหนด รองเท้าส้นสูงของวรัญญา ปักจมดิน เดินต่อไปไม่ได้ทำท่าจะล้ม อรสินีหันมาคว้าตัวไว้ทัน มอลลี่รีบสั่งการเสียงลั่น
“คัตๆๆๆ ข้าวตู ข้าวตัง ไปดูน้องรัญสิ”
อรสินียังคงยืนจับตัววรัญญาไว้ พร้อมกับร้องขอรองเท้าแตะจากทีมงาน อึดใจข้าวตังและข้าวตูมารับช่วงเธอไปดูแลเอง วรัญญาหันมายิ้มให้อรสินีเป็นทำนองขอบคุณ...
ระหว่างที่อรสินีกับวรัญญาเริ่มถ่ายทำกันใหม่ ข้าวตูเข้ามาแจ้งภารดีว่าคุณมุกตาภาเชิญที่คอฟฟี่ช็อป เธอถึงกับหน้าเสีย กลัวจะถูกตัดสิทธิ์ ละล่ำละลักถามว่า
เรียกไปพบเรื่องอะไร ข้าวตูเองก็ตอบไม่ได้ รีบเดินนำภารดีออกไป โดยมีตรีอัปสรมองตามสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...
ขณะข้าวตูพาภารดีไปตามทางเดินจะผ่านล็อบบี้ นักข่าว 3 คนที่อยู่ในเหตุการณ์จัดแจงจะเข้ามาขอสัมภาษณ์ ข้าวตูรีบบอกให้ภารดีไปที่คอฟฟี่ช็อปก่อน ตนจะกันนักข่าวให้เอง แล้วหันไปกางมือกั้นพวกนั้นเอาไว้ ขอร้องว่าตอนนี้จะสัมภาษณ์ผู้เข้าประกวดไม่ได้ ต้องรอตอนเย็น ทางกองประกวดจะเปิดโอกาสให้สัมภาษณ์และถ่ายรูปสาวงามทุกคน
“แล้วนั่นหนูดีจะไปไหนล่ะ ผู้ใหญ่เรียกมาคุยหรือ”
“ไปเข้าห้องน้ำ แค่นี้ก่อนนะ จะรีบไปทำงานเหมือนกัน” ข้าวตูพูดจบรีบชิ่งหนีไปทันที...
ทางฝ่ายข้าวตังรับหน้าที่พาตรีอัปสรไปพบชญานนท์ กับอติรุจที่ห้องล็อบบี้ เดินยังไม่ทันจะสามก้าว มอลลี่
ตะโกนเรียกข้าวตังให้มาดูสคริปต์ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ เธอลังเลไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“ตรีไปเองก็ได้ค่ะ พี่ข้าวตังไปทำงานเถอะ”
ข้าวตังรีๆรอๆ ไม่กล้าปล่อยตรีอัปสรไปเพียงลำพัง เสียงมอลลี่ร้องเรียกเธอดังขึ้นอีกครั้ง ข้าวตังเป็นต้องปล่อยตรีอัปสรไปเอง แต่ไม่ลืมกำชับว่าต้องไปให้ถึงคุณนนท์
ooooooo
ระหว่างเดินไปล็อบบี้ของโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่เก็บตัว ตรีอัปสรเจอนักข่าว 3 คนที่อยู่ในเหตุการณ์พอดี
“ขอพวกพี่สัมภาษณ์ซัก 5 นาทีได้ไหมคะ”
“ได้ค่ะ ถามได้เลยค่ะ” ตรีอัปสรเห็นพวกนักข่าวเอาแต่ยืนตาโตอ้าปากค้าง ด้วยคาดไม่ถึงว่าจะได้สัมภาษณ์ก็ยิงมุกใส่ทันที “ตอนนี้เหลือเวลา 4 นาที 50 วิแล้วนะคะ”
“อุ๊ยตายๆๆๆรีบโดยไวเลยค่ะ คือพี่อยากทราบรายละเอียดเรื่องเมื่อเช้านี้น่ะค่ะ”...
ขณะที่ตรีอัปสรกำลังให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มุกตาภากำลังอบรมภารดีซึ่งนั่งอยู่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามในคอฟฟี่ช็อปของโรงแรมเดียวกันว่าทีหน้าทีหลังเวลาที่จะโมโหใครช่วยดูตาม้าตาเรือด้วยก็ดี
“บางเรื่องเป็นข่าวขึ้นมาก็ช่วยให้เราดัง แต่บางเรื่องก็อาจทำให้เราดับได้เข้าใจไหม”
ภารดีนิ่งคิดอยู่อึดใจก่อนจะพูดขึ้นว่า “คุณมุกพูดเหมือนไม่ชอบตรีอัปสรเหมือนกันเลยนะคะ”
มุกตาภาหน้าเชิดคอตั้งขึ้นมาทันทีเตือนเสียงเย็นชาว่าอย่าลากตนไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตนเป็นคนของกองประกวด จึงต้องเป็นกลางไม่เอียงไม่อคติ ขอให้ภารดีเข้าใจไว้ด้วย เธอมองมุกตาภาแบบรู้เท่าทัน ก่อนจะพยักหน้ารับคำ...
ตรีอัปสรยังคงให้สัมภาษณ์นักข่าวด้วยแววตาใสซื่อบริสุทธิ์ว่าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าความหวังดีของตัวเองจะทำให้ภารดีไม่พอใจ นักข่าวตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุอาจมาจากเรื่องที่เธอไปขัดขาภารดีคราวก่อน ตรีอัปสรปฏิเสธว่าไม่เคยขัดขาใคร และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำแบบนั้น
“แต่หนูดีให้สัมภาษณ์เหมือนว่าน้องตรีขัดขาเธอนะคะ”
“ท่าทางตรีร้ายกาจหรือคะ ตรีไม่มีพิษสงขนาดนั้นหรอกค่ะ ตอนที่ภารดีสะดุดล้มเป็นตอนที่ตรีฝึกกรีดตาอยู่ตรีจะไปขัดขาเธอได้ยังไงคะแล้วพี่ลองคิดกลับกันนะคะถ้าตอนนั้นตรีไม่เอี้ยวตัวไปทางอรสินีภารดีก็จะล้มมาที่ตรีซึ่งกำลังกรีดตาอยู่แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ป่านนี้ตรีคงอยู่โรงพยาบาล เผลอๆอาจจะตาบอดไปเลยด้วยซ้ำ”
ด้วยท่าทางใสซื่อที่ตรีอัปสรพยายามปั้นสุดฤทธิ์ทำให้นักข่าวทั้งสามคนเชื่อสนิทใจ จังหวะนั้น คุณรัตน์เดินมาเห็นทั้งสี่คนกำลังคุยกันอยู่ถึงกับหน้าเสีย รีบกลับไปรายงานเรื่องนี้ให้ชญานนท์กับอติรุจทราบ
“แล้วจะเอาอย่างไรดีคะคุณนนท์ เราจะยังคุยกับตรีอัปสรอยู่ไหมคะ”
ชญานนท์ยืนยันว่าต้องคุยเพราะไม่คิดว่าเรื่องจะจบแค่นี้ไม่ว่าข่าวจะออกมาในทางบวกหรือลบตรีอัปสรก็ควรจะรู้ว่าต่อไปควรจะให้สัมภาษณ์นักข่าวอย่างไรอติรุจเสนอตัวจะคุยกับเธอให้เอง ชญานนท์ยังไม่ทันจะตอบอะไร ตรีอัปสรเดินเข้ามาเสียก่อน อติรุจเชิญให้เธอนั่ง แล้วตำหนิเรื่องที่เธอไปให้สัมภาษณ์นักข่าวตรีอัปสรไม่เข้าใจในเมื่อเธอพูดความจริงทำไมถึงให้สัมภาษณ์ไม่ได้
“ตรีฟังผมนะเราขอร้องภารดีไม่ให้สัมภาษณ์นักข่าวแล้วก็ตั้งใจจะบอกตรีเหมือนกันแต่ก็ไม่ทัน”
“ตรีไม่ทราบนี่คะถ้าตรีทราบตรีก็จะเลี่ยงแล้วคุณรุจจะให้ตรีทำยังไงคะ” ตรีอัปสรโกหกตาใส
ชญานนท์ตอบคำถามแทนว่าไม่ว่าข่าวจะออกมาอย่างไรขอให้ตรีอัปสรหลีกเลี่ยงนักข่าวเอาไว้อย่าให้ใครสัมภาษณ์อีกตรีอัปสรทำทีเป็นกังวลแล้วภารดีจะว่าอย่างไรถ้ารู้ว่านักข่าวคุยกับเธอแล้ว จะโกรธหรือเปล่าชญานนท์จะจัดการเรื่องนี้ให้เองตรีอัปสรทำเป็นโล่งใจทั้งๆที่ความจริงแล้วเธอตั้งใจจะเดินไปหานักข่าวเอง
ooooooo
มุกตาภาอ่านเกมออกว่าแท้ความจริงแล้วตรีอัปสรเป็นพวกหน้าใสใจคดจงใจเดินไปให้นักข่าวสัมภาษณ์เพราะอยากจะสร้างกระแสผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจกว่าที่เห็นชญานนท์ต้องปรามน้องให้เพลาๆหน่อยแล้วปรายมองไปที่อติรุจเป็นทำนองให้เกรงใจเขาบ้าง
“มุกขอโทษนะคะพี่รุจที่พูดเรื่องจริงไปหน่อย” มุกตาภายังไม่ยอมหยุดพูดจนชญานนท์ต้องปรามอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรหรอกนนท์เรากำลังทำงานกันอยู่น่ะมุกก็มีสิทธิ์จะวิเคราะห์ผู้เข้าประกวดแต่ละคนได้”
จังหวะนั้นคุณรัตน์เข้ามารายงานว่าสาวงามถ่าย VTR เสร็จแล้วจะให้นักข่าวถ่ายภาพและสัมภาษณ์เลยหรือเปล่าชญานนท์ให้ถ่ายภาพได้อย่างเดียวส่วนการสัมภาษณ์จะให้เป็นหน้าที่ทีมข่าวของเราแล้วสั่งให้คุณรัตน์ไปตามนักข่าวที่ตรีอัปสรให้สัมภาษณ์มาพบ
“ดิฉันคุยให้เองดีกว่าค่ะแล้วดิฉันจะมาแจ้งให้ทราบนะคะ”
“ก็ดีครับ” ชญานนท์ว่าแล้วหันไปชวนมุกตาภาและอติรุจออกไปดูผู้เข้าประกวดด้วยกัน...
เสร็จจากถ่ายทำ VTR มอลลี่ส่งต่อหน้าที่ดูแลผู้เข้าประกวดให้อาจารย์ดรีมซึ่งหันไปเรียกพวกสาวๆมารวมกลุ่มกันเพื่อให้นักข่าวถ่ายรูปหมู่อรสินียืนอยู่กับตรีอัปสรวรัญญารีบเข้าไปยืนข้างๆอรสินีภารดีมองหมั่นไส้แล้วนึกขึ้นได้ว่าต้องเกาะสองตัวเก็งเอาไว้รีบเข้าไปยืนประกบตรีอัปสรยิ้มให้เหมือนไม่เคยมีเรื่องหมางใจกันมาก่อนกัลยาณีกับดาราวรรณหาที่แทรกไม่ได้พากันไปนั่งด้านหน้าอรสินีกับตรีอัปสร
“ยืนดีกว่าค่ะสองสาวจะได้เห็นทั้งรูปร่างทั้งหน้าตาลุกขึ้นค่ะ” อาจารย์ดรีมสั่งการ
ดาราวรรณและกัลยาณีลุกขึ้นยืนเลยกลายเป็นบังคนอื่นอรสินีจึงขยับให้สองสาวเข้ามายืนแทรกตรีอัปสรช่วยขยับให้เช่นกันทั่งคู่ก็เลยได้อยู่ตรงกลางระหว่างสองตัวเก็งสมใจ...
รายการต้องขยายของช่อง Thai 10 เสนอข่าวตอนที่อรสินีช่วยประคองวรัญญาขณะรองเท้าส้นสูงของฝ่ายหลังปักติดดินทิปปี้ซึ่งจ้องอยู่หน้าจอทีวีกับเจ๊หนึ่งพยายามกวาดตามองหาว่าภารดีอยู่ตรงไหนก็ไม่เห็นแต่กลับไปปรากฏเป็นข่าวออนไลน์แทนที่มีรูปถ่ายของเธอกับตรีอัปสรโชว์หราพร้อมกับพาดหัวข่าวตัวเป้ง
“ไม่ได้ขัดขาแต่หวังจะทิ่มตาแถมด่ากระจายกลางกองถ่าย”...
ooooooo
เมื่อกลับถึงห้องพักวรัญญาพยายามจะเตือนภารดีถึงเรื่องเมื่อตอนเช้าแต่อีกฝ่ายไม่ต้องการความหวังดีจากใครเลยกลายเป็นโต้เถียงกันไปมาก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายทิปปี้โทร.มาขัดจังหวะภารดีจ้องหน้าวรัญญาเป็นทำนองว่าฝากไว้ก่อนแล้วเดินไปรับสายที่ระเบียงห้องพัก
ทิปปี้ออกมาคุยมือถืออยู่ที่ระเบียงห้องพักเช่นกันเพราะไม่อยากให้เจ๊หนึ่งได้ยินสิ่งที่ตัวเองพูดทันทีที่ภารดีรับสายเขาโวยลั่นทำไมรับสายช้านักภารดีอารมณ์ค้างมาจากวรัญญาโวยใส่บ้างทิปปี้ถึงกับปรี๊ดแตก
“หุบปากเลยตอนนี้เกือบทุกเว็บมีแต่ข่าวหล่อนทั้งนั้นไปทำอะไรไว้ทำไมถึงเป็นข่าวฉาวโฉ่อย่างนี้”
“ข่าว!...ข่าวอะไร” ภารดีถึงกับหน้าเสีย...
เจ๊หนึ่งยืนมองทิปปี้ด่าภารดีทางมือถืออยู่ที่ระเบียงห้องสักพักก็หันไปคว้ามือถือตัวเองขึ้นมาโทร.หาวรัญญาเล่าเรื่องที่ภารดีกับตรีอัปสรเป็นข่าวฉาวโฉ่ว่อนเน็ตและกำลังยืนดูทิปปี้เทศนาภารดีอยู่เธอเห็นแล้วเพราะนอนห้องเดียวกับยัยนั่นเจ๊หนึ่งเตือนให้เธอระวังตัวไว้บ้างวรัญญาเห็นภารดีวางสายรีบตัดบท
“แค่นี้ก่อนนะเจ๊ยัยภารดีวางสายแล้ว”
“โอเคแล้วโทร.มารายงานกันทุกวันนะถ้าแอบเอามือถือไปได้ถ่ายรูปตอนทำกิจกรรมก็จะดีมากจะได้อัพขึ้นเฟซบุ๊กอินสตาแกรมอะไรก็ว่าไป”
วรัญญารับคำรีบวางสายเป็นจังหวะเดียวกับภารดีเดินหน้าหงิกกลับเข้ามาแล้วเดินผ่านหน้าเธอออกไปอย่างรวดเร็ววรัญญามองตามงงๆว่าจะไปไหนอีก...
ภารดีตามไปเอาเรื่องตรีอัปสรถึงห้องพักเห็นคู่อริยืนอยู่หน้าห้องก็ปรี่เข้าใส่ตรีอัปสรเบี่ยงตัวหลบแต่ไม่พ้นภารดีจิกผมไว้ได้กระชากมาตบตรีอัปสรกรีดร้องลั่นก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นเธอจะตามเข้าไปซ้ำพี่เลี้ยงนางงาม 3 คนปราดเข้ามาดึงตัวไว้
“ภารดีหยุด...บอกให้หยุด” หนึ่งในพี่เลี้ยงตวาดลั่น
ภารดีชะงักได้สติพอเห็นว่าถูกพี่เลี้ยงจับตัวไว้ถึงกับเข่าอ่อนแก้ตัวเป็นพัลวันว่าไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อนอรสินีเข้าไปประคองตรีอัปสรให้ลุกขึ้นหนึ่งในพี่เลี้ยงรีบเข้าไปจับหน้าเธอพลิกซ้ายพลิกขวาโล่งใจที่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บหัวหน้าพี่เลี้ยงจะส่งตัวทั้งคู่ไปให้ทางผู้ใหญ่เคลียร์ภารดีโวยวายไม่เลิกว่าไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน
“เห็นคาตาแบบนี้ยังกล้าพูดว่าไม่ได้เริ่มต้นก่อนอีกหรือดีนะที่ไม่มีแผลไม่งั้นล่ะก็จะได้มงกุฎหรือเปล่าไม่รู้แต่ที่รู้แน่ๆคือได้ขึ้นหน้าหนึ่ง”...
ครู่ต่อมาตรีอัปสรและภารดีถูกนำตัวมาชำระความต่อหน้าชญานนท์มุกตาภาและคุณรัตน์โดยมีพี่เลี้ยงทั้งสามคนที่อยู่ในเหตุการณ์มาให้ปากคำด้วยภารดีต่อว่าชญานนท์กับพวกว่าห้ามไม่ให้เธอให้สัมภาษณ์แต่กลับปล่อยให้ตรีอัปสรสัมภาษณ์ได้หรือจริงๆแล้วสมรู้ร่วมคิดกันมุกตาภาต้องปรามเธอให้เงียบแล้วหันไปบอกพี่เลี้ยงทั้งสามคนออกไปก่อนภารดีรอจนพวกพี่เลี้ยงลับสายตาฉอดๆๆทันที
“ถ้าใครอ่านข่าวในเน็ตก็ต้องคิดว่าหนูดีเป็นนางมารร้ายจ้องจะจัดการนังนี่ทั้งๆที่มันไม่จริงเลย”
ชญานนท์รับปากจะเคลียร์ข่าวในเน็ตให้และรับประกันจะไม่มีข่าวนี้หลุดไปอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์แน่นอนภารดีจะเชื่อได้อย่างไรในเมื่อเขาห้ามเธอพูดแต่กลับไม่ห้ามตรีอัปสรคนถูกเอ่ยชื่อซึ่งนั่งนิ่งอยู่นานโพล่งขึ้นทันทีว่าคุณชญานนท์ห้ามเธอแล้วแต่เธอเจอพี่ๆนักข่าวก่อนที่จะมาเจอเขา
“เอาเถอะถ้าเรื่องจริงที่ฉันพูดมันทำให้เธอโกรธฉันก็ขอโทษ” ตรีอัปสรทำท่าสงบเสงี่ยมสำนึกผิดภารดีไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ได้ชญานนท์ต้องรีบตัดบทว่าต้องการให้จบกันแค่นี้เพราะอีกไม่กี่วันจะถึงวันประกาศผลแต่ถ้ายังมีปัญหาแบบนี้กันอีกเขาจะตัดสิทธิ์ทั้งคู่
ออกจากการประกวด...
ฝ่ายอรสินีไม่ค่อยเห็นด้วยนักที่ชญานนท์จะตัดสิทธิ์ตรีอัปสรออกจากการประกวดทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิดภารดีต่างหากที่เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อนตรีอัปสรยอมรับสภาพอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดจังหวะนั้นชญานนท์โทร.เข้าโทรศัพท์ของห้องพักตรีอัปสรเป็นคนรับสายก่อนจะส่งต่อให้อรสินีด้วยความที่ไม่อยากฟังคู่รักหวานใส่กันตรีอัปสรคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไม่วายแอบเบ้ปากอย่างหมั่นไส้
ooooooo
เช้านี้สาวงามผู้เข้ารอบได้ออกมาเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆของจังหวัดเชียงรายทันทีที่ลงจากรถบัสมีแฟนคลับของแต่ละสาวงามตามมาเชียร์เสียงลั่นดูเหมือนตรีอัปสรจะเรียกเสียงกรี๊ดได้ดังกว่าเพื่อนและมีคนมาขอถ่ายรูปด้วยมากที่สุดโดยทีมข่าวของช่อง Thai 10 และศรศรีตามมาทำข่าวด้วย
“น่าจะเป็นครั้งแรกในวงการนางงามที่สาวงามมีแฟนคลับและป้ายไฟมาเชียร์ผู้เข้าประกวดในดวงใจ”
ปิ๋มกับแป๋วนั่งดูข่าวชิ้นนี้ทางหน้าจอทีวีพากันตื่นเต้นชี้ชวนให้ดารินทร์ดูว่าตรีอัปสรมีป้ายไฟมาเชียร์ด้วยผู้เป็นแม่ยิ้มปลื้มหวังจะให้ลูกกวาดทุกตำแหน่งแล้วหันไปบอกนายพลอัศวินที่มารับไปขึ้นเครื่องว่า
“ดาต้องเตรียมตัวเป็นคุณแม่นางสาวณสยามแล้วล่ะค่ะ”
“แน่นอนยังไงผมก็ดันเต็มที่อยู่แล้ว...ไปกันหรือยัง”
ดารินทร์รับคำหันไปสั่งให้ปิ๋มเอากระเป๋าเดินทางไปใส่รถแล้วถามแป๋วว่าจะฝากอะไรไปถึงตรีอัปสรหรือเปล่าเธอได้แต่ฝากความคิดถึงไปให้...
ในเวลาเดียวกันอาจารย์ดรีมบอกคิวให้เหล่าสาวงามทุกคนทราบอีกครั้งว่าพรุ่งนี้จะมีการซ้อมการแสดงสำหรับงานเลี้ยงที่ทางกองประกวดจะจัดร่วมกับการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย
“ซึ่งหลังจากงานเลี้ยงวันรุ่งขึ้นเราก็จะเดินทางกลับกรุงเทพฯเพื่อเตรียมตัวสำหรับการตัดสินการประกวดนางสาวณสยาม 2 วันที่กรุงเทพฯ เราจะซ้อมการแสดงกันเพื่อให้โชว์ออกมาดีที่สุดซึ่งผู้เข้าประกวดทุกคนอาจจะทราบตารางงานของพวกเราคร่าวๆแล้วนะคะและขอย้ำนะคะว่าน้องๆทุกคนจะต้องอยู่กับพี่เลี้ยงของทางกองประกวดเท่านั้นจนกว่าการประกวดจะเสร็จสิ้น”...
บ่ายวันเดียวกันขณะที่ดารินทร์กับนายพลอัศวินกำลังเช็กอินเข้าพักในโรงแรมซึ่งใช้เป็นสถานที่เก็บตัวสาวงามสลิลทิพย์ที่เข้ามาจะเช็กอินเช่นกันถึงกับชะงักก่อนจะยกมือไหว้สวัสดีนายพลอัศวินแล้วจำใจหันไปทักทายดารินทร์ตามมารยาทเธอทักตอบตามมารยาทเช่นกันสองคู่อริพูดจาเหน็บแนมกันไปมาพอหอมปากหอมคอเพราะต่างเกรงใจท่านนายพลก่อนจะแยกย้ายกันไป...
ขณะนายพลอัศวินควงดารินทร์ไปดูการประกวดที่เชียงรายคุณหญิงสุดสวาทกำลังโทรศัพท์ออดอ้อนแมนกิ๊กละอ่อนของตัวเองว่าวันนี้อยากเจอเขามากแมนไปหาไม่ได้เพราะตอนนี้มาทำงานที่เชียงราย
“ก็ได้กลับมาถึงกรุงเทพฯแล้วต้องมาหาพี่คนแรกเลยนะโอเคจ้ะบายจุ๊บๆ” คุณหญิงสุดสวาทวางสายเป็นจังหวะเดียวกับเด็กรับใช้หิ้วกระเป๋าเดินทางใบย่อมเดินนำณเดชย์ลงมาจากข้างบนเธอหันไปทักลูกชายว่าจะไปไหนพอรู้ว่าลูกจะไปเชียงรายถึงกับเลิกคิ้วแปลกใจทำไมถึงมีแต่คนไปที่นั่น
“ใครครับก็เห็นมีแต่คุณพ่อหรือว่าหนุ่มๆของคุณแม่” ณเดชย์กระเซ้า
“อย่ามาพูดให้แม่เสียหายได้ไหม...แล้วนี่แกจะไปหาหนูมุกหรือหาใคร”
ณเดชย์ไม่ยอมตอบคำถาม “ผมไปนะครับเดี๋ยวจะตกเครื่อง”
“ตานะถ้าแกจะหาเศษหาเลยเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปบ้างแม่ไม่ว่าหรอกนะแต่ต้องจำไว้ว่าหนูมุกคือตัวจริงของแกคนระดับเราเรื่องความรักมาทีหลังเรื่องผลประโยชน์เรื่องความเหมาะสมต้องมาก่อนเข้าใจใช่ไหม”
ณเดชย์รับคำเสียงเครียดแต่พยายามฝืนยิ้มให้แม่สบายใจ
ooooooo
เสร็จจากทัวร์สถานที่ท่องเที่ยวรถบัสพาสาวงามผู้เข้ารอบทั้ง 20 คนมาส่งยังโรงแรมที่พักสาวๆทยอยกันเข้าข้างในโดยมีทีมข่าวของ Thai 10 ตามมาเก็บภาพตรีอัปสรเดินผ่านล็อบบี้เห็นสลิลทิพย์นั่งอยู่ร้องบอกอรสินีว่าแม่ของเธอมาเธอหันมาเห็นแม่ก็ยกมือไหว้ช่างภาพเก็บภาพไว้ได้พอดี
ไม่ได้มีแต่อรสินีเท่านั้นที่มีแม่มาเชียร์ดารินทร์เดินควงคู่นายพลอัศวินออกจากลิฟต์บรรดาสาวงามจำท่านนายพลได้รีบยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมตรีอัปสรเดินตามมาเจอพวกท่านก็ดีใจรีบเข้าไปทักทาย
“เจอกันตอนกินมื้อเย็นนะ” ดารินทร์พูดจบควงแขนออกไปกับนายพลอัศวินสวนกับอรสินีที่เพิ่งผละจากสลิลทิพย์เธอทำเป็นไม่เห็นเดินผ่านไปหน้าตาเฉยหญิงสาวทำท่าจะไหว้ก็เลยต้องชะงัก...
ฝ่ายกัลยาณีกลับถึงห้องพักทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอย่างเซ็งสุดๆดาราวรรณเห็นอาการของเพื่อนซี้แล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ถามว่าเป็นอะไรเธอบ่นเสียงอ่อยว่าไม่เคยประกวดนางงามครั้งไหนจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นขยะไร้ค่าเท่านี้มาก่อนดาราวรรณหาว่าเธอดราม่ามากไปกัลยาณีรู้ดีว่าลึกๆแล้วเพื่อนเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเธอ
“อะไรกันเมื่อสองวันก่อนยังชวนฉันทำอะไรก็ได้ให้สื่อสนใจอยู่เลยวันนี้ถอดใจเสียแล้วฉันยังไม่ได้กลัวมะเขือเทศสตรอเบอรี่โชว์กรรมการเลยนะ” ดาราวรรณทำเสียงร่าเริง
กัลยาณียังหงอยไม่เลิกจนอีกฝ่ายต้องปลอบว่าเราสองคนเข้ารอบมาถึงขนาดนี้แล้วจะมาท้อแท้หมดกำลังใจตอนนี้ได้อย่างไรแล้วไล่ให้เธอไปอาบน้ำจะได้ลงไปเสนอหน้าข้างล่างกัน...
ณร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯขณะที่แจนนั่งกินข้าวอยู่กับวุฒิอย่างเอร็ดอร่อยเห็นแพรวเข้ามาในร้านคนเดียวก็ร้องทักชวนให้มานั่งด้วยกันคุยกันไปคุยกันมาแพรวจึงได้รู้ว่าวุฒิเป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียนหนังสือของณเดชย์เขาเองก็แปลกใจที่โลกช่างกลมเหลือเกินเมื่อรู้ว่าแพรวเป็นเพื่อนสนิทกับคู่หมั้นของณเดชย์
“ผมเคยเจอแล้วครับเจอกันโดยบังเอิญที่ร้านอาหารวันนั้นมีงานเลี้ยงรุ่นพอดีผมก็เลยฉกตัวนายนะไปเพื่อนคุณสวยมากเลยนะครับนายนะบอกว่ารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่อยู่อังกฤษ”
“อังกฤษหรือคะ” แพรวนิ่วหน้าด้วยความฉงน
“ครับมีอะไรหรือเปล่าครับอย่าบอกนะครับว่าคนละคน” วุฒิกระเซ้าโดยไม่ได้คิดอะไรแพรวถึงกับหน้าเครียดทำทีขอตัวไปเข้าห้องน้ำพอพ้นสายตาของแจนและวุฒิเธอโทร.หามุกตาภาทันทีแต่ไม่มีใครรับสายลองโทร.อีกหลายครั้งก็ยังไม่มีใครรับสายอยู่ดี
ooooooo
ตกค่ำบรรดาสาวงามต่างลงมาพร้อมกันที่ห้องอาหารของโรงแรมยกเว้นตรีอัปสรขณะเธอ
เร่งฝีเท้าจะตามไปที่ห้องอาหารเจอชญานนท์ที่เดินสวนมาตำหนิว่าทำไมลงมาช้าคนอื่นเข้าไปกินอาหารกันแล้ว
“ขอโทษค่ะตรีแต่งหน้านานไปนิดคือตรีต้องรองพื้นหนาหน่อยปิดรอยช้ำที่แก้มค่ะ”
ชญานนท์ชะงักก่อนจะเข้าไปดูใกล้ๆถามว่ายังเจ็บอยู่หรือเปล่าตรีอัปสรยกมือลูบแก้มข้างที่โดนภารดีตบซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้เจ็บอะไรนักแต่พอเวลาผ่านก็เริ่มออกอาการบวมและแดง
“ก็นิดหน่อยแต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณนนท์ไม่ต้องกังวลตรีไม่ใช่คุณหนูลูกเศรษฐีผู้ดีเก่าเด็กที่มาจากสลัมความอดทนสูงอยู่แล้วค่ะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตรีโดนรังแกทั้งๆที่ตรีไม่ผิดขอตัวก่อนนะคะไม่อยากให้พี่เลี้ยงดุ” ตรีอัปสรประชดประชันจบผละจากไปชญานนท์มองตามอย่างรู้สึกผิดเมื่อฉุกคิดถึงสมัยยังเป็นเด็กตอนที่เขาผลักเธอล้มก้นกระแทกเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเธอขโมยตุ๊กตาของอรสินี...
ครู่ต่อมาตรีอัปสรเดินถือจานใส่อาหารมานั่งข้างๆอรสินีซึ่งเงยหน้าจากกินมื้อค่ำขึ้นมาถามว่าไปไหนมาพี่เลี้ยงถามหาเมื่อครู่แต่เธอตอบไม่ถูก
“พอดีตรีเจอคุณนนท์ค่ะคุณนนท์ถามเรื่องที่ภารดีตบหน้าตรี”
อรสินีพยักหน้ารับรู้แล้วก้มหน้าก้มตากินอาหารของตัวเองต่อไปภารดีลอบมองตรีอัปสรอยู่ก็ค้อนขวับด้วยความหมั่นไส้วรัญญาซึ่งนั่งติดกันเตือนว่าอารมณ์เสียตอนกินข้าวระวังจะท้องอืดภารดีหันมาค้อนเธอแทนวรัญญาไม่สนใจตักข้าวกินอย่างเอร็ดอร่อยที่โต๊ะอาหารฝั่งตรงข้ามดาราวรรณเห็นกัลยาณีนั่งเขี่ยผักสลัดในจานไปมากระซิบถามว่ากินไม่ลงหรือกำลังคิดว่าจะกลัวผักอะไรดีคนถูกถามมองงงๆไม่เข้าใจ
“ก็ฉันคิดว่าเธอเขี่ยผักเตรียมสร้างกระแสว่ากลัวผักกลัวมะเขือเทศน่ะสินักข่าวอยู่ในห้องพอดี”
“อืมใช่ลืมไปเลยเอาซะหน่อยนะ” กัลยาณีพูดจบก็ทำหน้าตาตื่นกลัวแต่ยังไม่ทันจะอ้าปากร้องภารดีชิงร้องกรี๊ดๆตัดหน้าเสียก่อนทุกคนหันมองเธอเป็นตา
เดียวกันทั้งนักข่าวพี่เลี้ยงและกรรมการต่างลุกขึ้นดู
“เอาออกไปๆ...เอาสตรอเบอร์รี่ออกไป” ภารดีผลักจานผลไม้ไปไกลๆแล้วทำท่ากลัวสุดขีดนักข่าวกรูกันเข้ามาถ่ายรูปตรีอัปสรมองอย่างรู้ทันขณะที่กัลยาณีถึงกับเซ็งที่ถูกภารดีขโมยซีนตัดหน้า...
กองประกวดไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะในห้องอาหารได้คุณรัตน์จึงต้องทำหน้าที่พาดารินทร์และสลิลทิพย์มากินอาหารที่คอฟฟี่ช็อปของโรงแรมแทนที่ทั้งสองคนคอยจิกกัดกันมาตลอดทางจนกระทั่งถึงที่หมายคุณรัตน์จัดให้ทั้งคู่นั่งคนละโต๊ะแล้วรีบชิ่งออกมาทันที...
ไม่นานนักณเดชย์มาถึงโรงแรมซึ่งใช้เป็นสถานที่เก็บตัวสาวงามโดยมีมุกตาภามารอต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทักทายอย่างอารมณ์ดีว่านึกอย่างไรถึงได้ทิ้งงานตามมาที่เชียงรายหรือว่าคิดถึงเธอ
“ถ้าผมคิดถึงคุณจริงๆล่ะ”
“มุกจะลองเชื่อแล้วกันค่ะคุณนะจะขึ้นห้องก่อนหรือจะแวะไปห้องอาหารก่อนคะคุณลุงก็อยู่ค่ะ”
ณเดชย์เจ้าเล่ห์ทำทีขอแวะไปทักทายพ่อก่อนแต่ความจริงแล้วเขาอยากไปเสนอหน้าให้ตรีอัปสรเห็น ไม่กี่นาทีถัดมามุกตาภาเดินนำณเดชย์เข้ามาในห้องอาหารวรัญญาสะกิดถามอรสินีว่าผู้ชายที่เดินมากับมุกตาภาใช่คู่หมั้นของเธอไหมอรสินีพยักหน้าแล้วบอกเพิ่มเติมว่าเขาเป็นลูกชายของนายพลอัศวินภารดีหูผึ่งทันทีหันมาถามวรัญญาว่าภรรยาของท่านนายพลคือคุณหญิงสุดสวาทใช่หรือเปล่า
“ใช่แต่ไม่ได้มาด้วย”
ภารดีหวังจะเอาเรื่องที่แม่ของตรีอัปสรเป็นเมียน้อยนายพลอัศวินมาประจานให้อับอายแต่กลับถูกตรีอัปสรตอกหน้าหงายยิ่งทำภารดีแค้นฝังหุ่นคิดหาทางจะเล่นงานเธอคืน...
เสร็จจากทักทายพ่อและเหล่าคณะกรรมการตัดสินการประกวดครั้งนี้ณเดชย์ขอตัวไปล้างหน้าล้างตาก่อนมุกตาภาจะตามไปส่งที่ห้องพักแต่เขาไม่ยอมอ้างว่าไปเองได้แล้วผละจากไปก่อนจะออกจากห้องอาหารณเดชย์ปรายตามองไปยังตรีอัปสรซึ่งมองมาพอดีต่างสบตาอย่างรู้กัน
ooooooo
หลังกินมื้อค่ำกันอิ่มหนำสำราญพี่เลี้ยงปล่อยให้สาวงามกลับไปพักผ่อนที่ห้องได้สาวๆแยกย้ายกันขึ้นลิฟต์โดยมีตรีอัปสรอรสินีกับวรัญญาภารดีและดาราวรรณรวมทั้งกัลยาณีเดินปิดท้ายพอลิฟต์เปิดทุกคนเข้าไปข้างในจนเต็มตรีอัปสรยืนอยู่นอกลิฟต์คนเดียวแกล้งตามเข้าไปไม่ทันภารดีได้ทีเอื้อมมือไปกดปิดประตูลิฟต์
“เดี๋ยวสิภารดีตรีอัปสรยังไม่ได้เข้ามาเลย”
“ก็ลิฟต์เต็มขนาดนี้จะให้เข้ามาขี่คอใครคะอรสินี” ภารดีแดกดันอรสินีว่าถ้าเราขยับกันเข้ามาอีกนิดตรีอัปสรก็คงเข้ามาด้วยได้ภารดีหันขวับถามอย่างยียวนว่าจะลงไปรับนังนั่นใหม่ไหม
“หาเพื่อนมั่งเหอะภารดีฉันว่าเธอมีศัตรูมากพอแล้ว” วรัญญาจ้องหน้าภารดีอย่างไม่เกรงกลัว...
ทางด้านตรีอัปสรทำทีเป็นเดินชมสวนสวยของโรงแรมที่พักณเดชย์ย่องมาทางด้านหลังเอามือปิดปากเธอไว้ไม่ให้ร้องก่อนจะจับตัวให้หันมาเผชิญหน้าพอเธอเห็นว่าเป็นใครก็หยุดดิ้นเขารวบตัวเธอมากอด
“คิดถึงตรีที่สุดเลย”
“เดี๋ยวใครมาเห็นปล่อยตรีค่ะคุณนะ” หญิงสาวรีบดันตัวออกห่างณเดชย์ออดอ้อนว่าไม่คิดถึงกันบ้างหรือเขาอุตส่าห์ตามมาถึงนี่เธอเตือนว่าตอนนี้สถานะของเราไม่เหมือนเดิมแล้วณเดชย์ไม่ลืมว่าตัวเองมีคู่หมั้นส่วนเธอก็กำลังประกวดนางงามตรีอัปสรตำหนิว่ารู้แล้วแต่ยังทำอีก
“ตรีก็ทำเหมือนกันไม่อย่างนั้นจะแอบมาหาผมหรือ”
“ใครบอกคะตรีแค่ออกมาเดินเล่นสูดอากาศดีๆบ้างแล้วตรีก็กำลังจะกลับห้องแล้วค่ะก่อนที่พี่เลี้ยงจะรู้ว่าตรีหายไป” ตรีอัปสรพูดจบขยับจะไปณเดชย์คว้าข้อมือไว้ไม่ยอมให้ไป...
ฝ่ายมุกตาภาขอแยกกับพี่ชายเพื่อจะไปดูคู่หมั้นที่ห้องพักเพราะเขายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่มาถึงชญานนท์พยักหน้ารับรู้แล้วเดินเตร่มาที่สวนเห็นณเดชย์ยืนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งหันหลังให้ก็ชะงักจังหวะนั้นผู้หญิงหันหน้ามาพอดีชญานนท์รีบหลบวูบเมื่อเห็นว่าเธอคือตรีอัปสรนั่นเอง...
ด้านมุกตาภาเดินมาถึงหน้าห้องพักของณเดชย์เคาะประตูเรียกอยู่นานสองนานแต่เขาไม่เปิดรับขณะกำลังจะกลับมีเสียงมือถือของตัวเองดังขึ้นทันทีที่เธอรับสายแพรวต่อว่าว่าหายไปไหนมาโทร.หาก็ไม่รับสาย
“วันนี้ยุ่งมากตอนค่ำคุณนะก็มาหามุกก็เลยต้องแยกร่างไหนจะงานไหนจะดูแลคู่หมั้น”
“คุณนะไปหามุกหรือ”
“ใช่อยู่ดีๆก็มาบอกว่าคิดถึงแพรวมีอะไรด่วนหรือเปล่า” น้ำเสียงสดใสมีความสุขของมุกตาภาทำให้แพรวไม่กล้าบอกเรื่องที่รู้มาจากวุฒิเฉไฉพูดเรื่องอื่นแทนที่...
ชญานนท์เจอณเดชย์ตรงโถงหน้าลิฟต์ลังเลว่าจะพูดเรื่องที่เห็นเขาอยู่กับตรีอัปสรดีหรือไม่มุกตาภาออกมาจากลิฟต์เสียก่อนเห็นคู่หมั้นยืนอยู่หน้าตาสดชื่นขึ้นมาทันทีถามว่าหิวหรือเปล่าเขาไม่หิวแต่ง่วงนอนมากกว่าขอตัวไปพักผ่อนแล้วก้าวเข้าลิฟต์มุกตาภารีบก้าวตามขณะที่ชญานนท์มองตามสีหน้าเป็นกังวล...
ในเมื่อพูดกับณเดชย์ไม่ได้ชญานนท์จึงไปขอร้องอติรุจให้ช่วยดูตรีอัปสรให้เขาสงสัยว่ามีเรื่องอะไร
“ตอนนี้ยังไม่มีอะไรแต่ต่อไปฉันไม่รู้ผู้หญิงหน้าตาดีก็มักจะมีผู้ชายมาห้อมล้อมนายก็ดูๆไว้หน่อยแล้วกัน”
“นายพูดยังกับฉันเป็นผู้ปกครองตรีงั้นล่ะเอาเป็นว่านายพร้อมจะพูดตรงๆกับฉันเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน”...
ooooooo
กองประกวดปั่นป่วนแต่เช้าเมื่อผู้จัดการของน้องแซนนายแบบที่จะมาถ่าย VTR กับผู้เข้าประกวดนางสาวณสยามประสบอุบัติเหตุแขนหักตอนนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลทีมงานยังไม่รู้จะหาใครมาแทนที่เพราะฉุกละหุกอติรุจเสนอให้ชญานนท์รับหน้าที่นายแบบจำเป็นเขาโยนคืนให้คนเสนอความเห็นทำเอง
“ฉันต้องคุมงานอื่นอีกนายนั่นแหละดีแล้ว”
“ฉันว่าหานายแบบใหม่จะง่ายกว่าน่ะ”
“มันก็ไม่ยากหรอกแต่ทุกอย่างต้องเลื่อนไปหมดรวมทั้งวันตัดสินนางสาวณสยามด้วย” อติรุจขู่กลายๆชญานนท์คิดทบทวนดูแล้วขืนรอนายแบบคนใหม่งานใหญ่จะเสียหายได้จึงจำต้องรับบทนายแบบจำเป็น...
สายวันเดียวกันการถ่าย VTR ก็เริ่มขึ้นคู่แรกเป็นตรีอัปสรกับอรสินีชญานนท์ทำหน้าที่นายแบบจำเป็นได้ดีมากเข้าฉากได้โดยไม่ขัดเขินผิดกับตรีอัปสรที่เห็นเขาหล่อเหลาในชุดสีทองแปลกตาถึงกับตะลึงลืมบทมอลลี่ต้องสั่งคัตและให้เริ่มถ่ายทำใหม่ในที่สุดก็ผ่านไปได้อย่างราบรื่น...
เมื่อได้อยู่กันตามลำพังอรสินีอดถามตรีอัปสรไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นวันนี้ถึงเข้าฉากได้ไม่ไหลลื่นเหมือนที่เคยเป็นไม่สบายหรือเปล่าเธอว่าน่าจะเป็นเพราะต้องถ่ายกับชญานนท์ก็เลยทำอะไรไม่ค่อยถูกอรสินีกระเซ้าเป็นถึงนางแบบขึ้นปกบีลิฟจะมาเสียทีให้กับงานง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไรตรีอัปสรแซวกลับว่าใครจะเก่งเหมือนเธอกับชญานนท์ที่แสดงได้เนียนจนใครก็จับไม่ได้ว่าเป็นคนรักกัน
“ทำไงได้ล่ะก็คุณแม่อยากให้ปิดข่าวก่อนอีกอย่างอรก็พยายามคิดว่าพี่นนท์เป็นนายแบบทั่วๆไปที่มาถ่ายกับเรา” โดนอรสินีสอนมวยให้บ้างตรีอัปสรถึงกับอึ้ง...
นายแบบจำเป็นของกองประกวดเป็นที่ฮือฮามากเหล่าสาวงามต่างพากันเทใจให้กับความหล่อโอโม่ของเขาโดยเฉพาะภารดีถึงกับเพ้อว่าเขาเป็นผู้ชายครบสูตรทั้งหล่อรวยฉลาดและเก่งยิ่งได้อยู่ใกล้ชิดก็ยิ่งหลงใหล
“สมบูรณ์แบบอย่างนี้ไม่มีทางโสดหรอก” ดาราวรรณตั้งข้อสังเกตภารดีแว้ดใส่ทันทีว่าใครขอความเห็น ทุกคนเหลียวมองเธอเป็นตาเดียวกันเพราะเสียงแผดแปดหลอดของเธอวรัญญาส่ายหน้าเอือมระอา
“ฉันว่าเธอควรจะฝึกระงับอารมณ์ให้ได้ก่อนนะภารดีหรือเธอคิดว่าตกรอบเพราะโดนปลดมันดูดีกว่าตกรอบปกติใช่ไหม” คำแดกดันของวรัญญาทำให้ภารดีโกรธจัดแต่ต้องระงับอารมณ์เอาไว้...
ข่าวการประกวดนางสาวณสยามมีผู้คนให้ความสนใจกันมากไม่เว้นแม้แต่เจ๊คิ้มและป้าเมี้ยนเจ้าของร้านขายของชำในสลัมที่ตรีอัปสรเคยอยู่ตอนเป็นเด็กทั้งคู่นั่งดูข่าวการประกวดกันไปวิพากษ์วิจารณ์กันมาอย่างสนุกปากชบามาซื้อของใช้พอดีพลอยดูทีวีไปด้วยแต่แล้วต้องชะงักเมื่อรู้ว่าตรีอัปสรเป็นหนึ่งในตัวเก็งที่จะได้ตำแหน่งเธอรีบจ้ำพรวดๆกลับบ้านเล่าเรื่องนี้ให้กล้าฟังเขากลับเอาแต่ดื่มเหล้าไม่สนใจ
ชบาเคืองจัดคว้ากระจาดเหวี่ยงใส่ “ฉันอุตส่าห์รีบกลับมาเล่าเรื่องลูกสาวแกแทนที่แกจะกระตือรือร้นคิดอะไรทำอะไรที่มันเป็นประโยชน์กลับนั่งบื้อกินเหล้าอยู่นั่น”
“แกจะให้ฉันทำอะไรหาชบาเรื่องมันจบไปเป็นสิบปีแล้วฉันไม่เกี่ยวข้องกับดารินทร์และลูกแล้ว”
ชบาต้องการให้กล้าไปทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อเผื่อจะได้เงินมาใช้บ้างแต่เขาไม่ยอมในเมื่อให้สัญญากับดารินทร์ไปแล้วก็ควรจะมีสัจจะแล้วหนีบขวดเหล้าเดินหนีไปดื่มที่อื่นชบามองตามอย่างขัดอกขัดใจ...
ooooooo
สักพักกล้ามาทรุดตัวนั่งกับพื้นกระดกเหล้าเข้าปากแล้วมองไปที่ทางเข้าออกสลัมพลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเขาตอนนั้นตรีอัปสรยังเป็นแค่เด็กหญิงตัวน้อยสวมชุดนักเรียนเก่ามอซอนั่งอยู่ตรงปากทางเข้าสลัมรอแม่มารับกล้าซึ่งยังหนุ่มแน่นเดินหนีบขวดเหล้าเข้ามาเห็นลูกก็หงุดหงิดใส่
“ตรีมานั่งทำอะไรแถวนี้หาแม่แกมันไปอยู่กับผัวใหม่แล้วไม่ต้องไปคอยมันหรอกไป...เข้าบ้าน”
ด.ญ.ตรีอัปสรยื้อจะนั่งรอแม่ต่อไปกล้าไม่ยอมให้รอไล่กลับไปช่วยชบากวาดบ้านถูบ้านมัวแต่มานั่งรอแม่ชบาถึงได้บ่นว่าลูกชอบอู้งานเด็กน้อยมองพ่อด้วยสายตาเจ็บช้ำใจก่อนจะเดินคอตกกลับบ้าน...
แต่แล้วบ่ายวันนั้นดารินทร์ก็มารับลูกอย่างที่ให้สัญญาไว้หยิบเงิน 3 แสนบาทให้กล้าเพื่อขอซื้อความเป็นพ่อจากเขาทีแรกกล้าไม่ยอมรับเงินแต่ทนเสียงรบเร้าของชบาไม่ได้จำต้องทำตามที่ดารินทร์ต้องการเธอหวังว่าเขาคงจะเป็นลูกผู้ชายพอที่จะจำไว้ว่าเธอกับลูกจะไม่เกี่ยวข้องหรือรู้จักเขาอีกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นับแต่นั้นมากล้าไม่ได้เจอหรือได้ยินข่าวของลูกอีกเลยยิ่งคิดถึงความหลังเขาก็ยิ่งดื่มเหล้าหนักขึ้นขวดในมือหมดเดินไปซื้อเหล้าขวดใหม่ที่ร้านขายของชำของป้าเมี้ยนระหว่างรอซื้อเหล้ากล้าเห็นในจอทีวีเป็นภาพของตรีอัปสรกำลังแนะนำตัวเองเพื่อให้คนดูโหวตเลือกเป็นขวัญใจประชาชนเมื่อจ้องมองอย่างพิจารณาก็จำได้ว่าเธอมาที่บ้านเมื่อหลายวันก่อนใจหนึ่งก็เป็นปลื้มที่เธอมาหาแต่อีกใจหนึ่งนึกเสียใจที่เธอไม่บอกว่าเป็นลูก...
เย็นวันเดียวกันชบากลับถึงบ้านเห็นกล้านั่งจมอยู่กับกองขวดเหล้าแล้วหงุดหงิดขึ้นมาทันทีแต่พยายามระงับความขุ่นเคืองไว้ยุยงให้เขาไปทวงสิทธิ์ความเป็นพ่ออีกครั้งคราวนี้กล้าชักจะคล้อยตาม
ooooooo
ในเวลาเดียวกันณโรงแรมที่พักของสาวงามทางกองประกวดนางสาวณสยามและการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายร่วมกันจัดงานเลี้ยงส่งผู้เข้าประกวดรอบสุดท้ายกลับกรุงเทพฯในงานนี้จะมีการประกาศรางวัลขวัญใจชาวเชียงรายซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้จากการโหวตของคนเชียงรายโดยเฉพาะ
ดารินทร์เดินเข้างานเพียงลำพังไม่ได้มาพร้อมนายพลอัศวินเพื่อกันข้อครหาส่วนสลิลทิพย์ควงคู่มากับอติรุจทีมงานรู้ดีว่าทั้งคู่กินเกาเหลากันจึงแยกให้นั่งโต๊ะสำหรับแขกผู้มีเกียรติคนละโต๊ะ...
ด้านหลังเวทีการประกวดบรรดาสาวงามซึ่งอยู่ในชุดสาวชาวเหนือกำลังตรวจดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมเป็นครั้งสุดท้ายอรสินีเห็นชุดของภารดีรั้งทางด้านหลังจัดแจงเดินเข้าไปช่วยดึงให้ยัยตัวแสบหันมาแหวเสียงลั่นว่าคิดจะทำอะไรเธอแค่จะมาช่วยจัดชุดซึ่งรั้งด้านหลังแล้วดึงชุดลงมาให้เข้าที่ภารดีเห็นความจริงใจของอีกฝ่ายก็มีท่าทีอ่อนลงขอบใจที่เธอช่วยเหลืออรสินียิ้มรับแล้วเดินกลับมาหาตรีอัปสร
“ไปช่วยมันทำไมน่ะคุณอรปล่อยให้มันออกไปทั้งอย่างนั้นน่ะดีแล้ว”
“ภารดีก็จะขายหน้าแล้วพี่เลี้ยงคนดูแลเสื้อผ้าก็จะโดนอาจารย์ดรีมดุเอา”
ตรีอัปสรส่ายหน้าเซ็งไม่เข้าใจว่าอรสินีจะห่วงคนอื่นไปทำไมน่าจะดูแลตัวเองก่อนดีกว่าเธอดูตัวเองแล้วว่าเรียบร้อยดีถึงได้ช่วยดูคนอื่นและที่สำคัญไม่ได้ลำบากลำบนอะไรแล้วเทศน์ให้ฟังว่าคนเราอยู่ด้วยกันในโลกใบเดียวกันก็ควรจะช่วยเหลือกันมีเมตตาให้กันตรีอัปสรยิ้มให้เหมือนจะเห็นด้วยแต่ในใจกลับด่าเธอว่าคิดจะสร้างภาพไปถึงไหนจังหวะนั้นพี่เลี้ยงเข้ามาตามสาวๆให้เตรียมขึ้นเวทีทุกคนรีบไปยืนประจำที่ของตัว
ooooooo
ไม่นานนักสาวงามทั้ง 20 คนก็ขึ้นมายืนอวดโฉมพร้อมกันบนเวทีพิธีกรรับซองใส่ผลโหวตจากทีมงานแล้วประกาศว่าขณะนี้ผลโหวตอยู่ในมือของเขาแล้วจากนั้นเขาเปิดซองขึ้นมาอ่าน
“สาวงามผู้เป็นขวัญใจชาวเชียงรายคือ...สาวงามหมายเลข...9 นางสาวอรสินีวัณณุวรรธน์ครับและขอเรียนเชิญพ่อเมืองเชียงรายของเราท่านผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นมามอบรางวัลและเรียนเชิญภริยาท่านผู้ว่าฯขึ้นมามอบสายสะพายให้ขวัญใจชาวเชียงรายด้วยครับ”
วรัญญาปรายตามองตรีอัปสรที่ยืนนิ่งอย่างสะใจภารดีเองก็มองคู่อริด้วยแววตาแบบนั้นเช่นกัน...
ด้านสลิลทิพย์ยืนตบมือให้ลูกสาวดังสนั่นจนกระทั่งภริยาผู้ว่าฯสวมสายสะพายให้ผู้ได้ตำแหน่งเสร็จเธอจึงนั่งลงได้แล้วหันไปคุยอวดทุกคนในโต๊ะว่าอรสินีเป็นลูกสาวเธอเองทุกคนแสดงความยินดีด้วยตามมารยาท
สลิลทิพย์หันมองดารินทร์ที่นั่งโต๊ะติดกันอย่างเย้ยหยัน “เสียใจด้วยนะที่ลูกสาวเธอปิ๋วไม่ได้รับตำแหน่ง”
“เข้าใจผิดแล้วค่ะคุณสลิลทิพย์ฉันไม่เสียใจเลยค่ะอย่าคิดว่าคนอื่นจะเหมือนตัวเองสิคะฉันว่าแทนที่คุณจะหันมางับฉันคุณควรหันไปชื่นชมลูกคุณให้สุดๆดีกว่าไหมคะเวลาไปเล่าให้ใครฟังจะได้ไม่ตกหล่น” ดารินทร์ยิ้มเชือดเฉือนก่อนจะหันไปทางเวทีเห็นนักข่าวรุมถ่ายรูปอรสินีที่ยิ้มโบกมือไปรอบๆห้องจัดเลี้ยง...
จากนั้นไม่นานสาวงามทุกคนต่างทยอยมาที่หลังเวทีตรีอัปสรเข้าไปกอดอรสินีแสดงความยินดีด้วยคนอื่นรุมล้อมจับมือยินดีกับเธอเช่นกันวรัญญาเข้ามาพูดเหน็บตรีอัปสรว่าเสียดายไหมแค่ตำแหน่งแรกก็พลาดเสียแล้วเธอหันขวับมองคนพูดหัวจดเท้าก่อนจะตอบด้วยนํ้าเสียงเย็นชาว่าทำไมต้องเสียดายภารดีได้ทีเข้ามาช่วยวรัญญารุมแดกดันคู่อริว่าพลาดตำแหน่งแค่นี้ถึงกับพูดไม่ออกเลยหรือ
“เปล่าแต่ฉันขี้เกียจต่อปากต่อคำกับพวกนางงามเดินสายปลายแถว” ตรีอัปสรด่าเสร็จเดินสะบัดออกไปวรัญญากับภารดีถึงกับอ้าปากค้างคิดคำด่าโต้ตอบไม่ทัน...
ในเวลาต่อมาขณะตรีอัปสรรออรสินีอาบนํ้าอยู่ในห้องพักดารินทร์แอบมาหาเพื่อฟ้องลูกว่าเมื่อครู่นี้สลิลทิพย์เยาะเย้ยเธอสารพัดที่ลูกของมันได้รางวัล
ตรีอัปสรบอกแม่ว่าไม่ต้องไปสนใจตำแหน่งเล็กๆอย่างนั้นแล้วรับรองว่านั่นจะเป็นรางวัลเดียวที่อรสินีจะได้พลันมีเสียงเหมือนประตูห้องนํ้าเปิดตรีอัปสรรีบบอกให้แม่กลับไปก่อนเธอไม่อยากให้อรสินีเห็นดารินทร์สลายตัวทันทีเป็นจังหวะเดียวกับอรสินีออกจากห้องนํ้า
“ตรีพูดกับใครหรือได้ยินเสียงแว่วๆ”
“พี่เลี้ยงค่ะตรีไปอาบนํ้าก่อนนะคะ” ทันทีที่ตรีอัปสรเข้าห้องนํ้าปิดประตูตามหลังมีเสียงข้อความเข้ายังมือถือของอรสินีเธออ่านข้อความเสร็จรีบแต่งตัวทันทีครู่ต่อมาอรสินีมาถึงสวนสวยของโรงแรมชญานนท์รอท่าอยู่ก่อนแล้วดึงเธอมากอดด้วยความคิดถึงหญิงสาวรีบดันตัวออกห่างด้วยกลัวจะมีใครมาเห็น
“ไม่มีหรอกครับพี่บอกให้ทีมงานไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯแต่เช้า”
“อรเพิ่งรู้นะคะว่าพี่นนท์ก็เจ้าเล่ห์เหมือนกัน”
อรสินีว่าแล้วหัวเราะเสียงใส...
ฝ่ายตรีอัปสรออกจากห้องนํ้าพบว่าอรสินีหายตัวไปเห็นมือถือของเธอวางอยู่บนโต๊ะรีบหยิบขึ้นมาเปิดดูมีข้อความจากชญานนท์ส่งมาว่า “รอที่สวนนะครับ...คิดถึงใจจะขาด” เธอเบ้ปากหมั่นไส้แต่แล้วแผนร้ายบางอย่างผุดขึ้นมาในสมองตรีอัปสรวางมือถือของอรสินีไว้ที่เดิมก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์
ooooooo










