ตอนที่ 4
ดึกมากแล้ว ดารินทร์เห็นนายพลอัศวินหายไป ลงมาดูที่ห้องนั่งเล่นก็ไม่เจอ เปิดประตูบ้านออกไปดู เห็นตรีอัปสรเดินมาจากมุมมืดก็ร้องทักไปไหนมา ยังไม่นอนอีกหรือ
“ตรีไปเดินเล่นที่สนาม ตรีไปนอนนะ” ตรีอัปสรไม่กล้าสบตาแม่ เดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ดารินทร์ได้แต่มองตาม สงสัยกับท่าทางแปลกๆของลูก หันไปมองที่ประตูบ้านอีกทีเห็นนายพลอัศวินเดินเข้ามา
“คุณอัศ...คุณไปไหนมาคะ”
นายพลอัศวินไม่ตอบคำถาม เข้ามากอดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะพาดารินทร์ขึ้นห้อง...ทางฝ่ายตรีอัปสรคว้าตุ๊กตาหมีเป็นหนึ่งขึ้นมากอด นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ตอนที่นายพลอัศวินขยับเข้ามาใกล้ ถามซ้ำว่าจะให้เขาได้ไหม
“คุณลุงต้องการคำตอบตอนนี้เลยหรือคะ”
“การประกวดกำลังจะเริ่มแล้วนะหนูตรี ถึงลุงจะมีตำแหน่งสำคัญแต่ลุงก็ต้องล็อบบี้กรรมการคนอื่นด้วย” นายพลอัศวินยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหูหญิงสาว “คำตอบของหนูตรี จะเป็นแรงผลักดันให้ลุงทำให้หนูตรีสมปรารถนาได้นะ” นายพลอัศวินหัวงูจอมหื่นมองตรีอัปสรอย่างรอคำตอบ หญิงสาวนิ่งคิดไปอึดใจ
“ถ้าคุณลุงช่วยให้ตรีได้ตำแหน่งนางสาว ณ สยามจริงๆ ตรีก็พร้อมจะเป็นของคุณลุงค่ะ”
“หนูตรี...” นายพลอัศวินย่ามใจจะเข้ามากอด ตรีอัปสรรีบเบี่ยงตัวหลบ ร้องห้ามไว้ ไม่อยากให้แม่มาเห็น และขอให้เขาสัญญาจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับห้ามบอกใครเด็ดขาด นายพลอัศวินรับปากแข็งขันจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับของเราสองคน
ตรีอัปสรนึกถึงข้อตกลงที่ทำกับนายพลอัศวินแล้วเป็นกังวลและทุกข์ใจอย่างมาก ลุกขึ้นไปยืนหน้ากระจกเงา ก่อนจะพึมพำเบาๆเหมือนจะปลอบใจตัวเอง
“จำไว้นะ ตรีอัปสร ไม่มีใครได้อะไรมาโดยที่ไม่เสียอะไรไป ถ้าเธออยากได้ เธอก็ต้องยอม” ความรู้สึกของตรีอัปสรตอนนี้ ผิดกับของนายพลอัศวินลิบลับที่นอนหลับฝันดี เพราะเธอตกลงรับข้อเสนอของเขา
ooooooo
สายวันถัดมา ทันทีที่ตรีอัปสรเข้ามาในร้านทำผม เอมม่ารีบเข้ามาต้อนรับพร้อมกับบอกว่าเมื่อสักครู่ คุณดารินทร์โทร.มาสั่งเธอไว้เรียบร้อย ให้ทำผมทรงรับมงกุฎให้ตรีอัปสร หญิงสาวนิ่วหน้าสงสัย ทรงรับมงกุฎคืออะไร เอมม่าหยิบรูปให้ดู อธิบายว่าเป็นทรงผมที่สาวๆซึ่งเข้าประกวดนางงามชอบทำกัน
“ทำเหมือนกันทุกคนน่ะหรือคะ กองประกวดเขาบังคับหรือคะ”
“ก็คงไม่ได้บังคับหรอกมั้งคะ แต่ในฐานะที่พี่ทำผมให้นางงามมา ก็จะทำทรงรับมงกุฎกันทั้งนั้นค่ะ เชิญข้างในเลยค่ะ” เอมม่าเดินนำตรีอัปสรเข้าไปด้านใน เป็นจังหวะเดียวกันอรสินีเพิ่งสระผมเสร็จเดินออกมาเจอกันพอดี เธอร้องทักทายด้วยความดีใจ
“กำลังคิดอยู่เชียวว่าต้องเจอเพื่อนๆที่เข้ารอบ
ที่นี่แน่ แล้วก็โชคดีได้เจอตรี เดี๋ยวทำผมเสร็จ ค่อยคุยกันดีกว่า ตรีไปสระผมก่อนเถอะ” อรสินีว่าแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้รอทำผม ขณะที่ตรีอัปสรเข้าไปห้องด้านใน...
เพื่อกันข้อครหาจากผู้เข้าประกวดสาวงามคนอื่นๆ ชญานนท์จึงไปกินข้าวตามลำพังกับอรสินีไม่ได้ต้องขอร้องให้มุกตาภาไปด้วย เธอทั้งขำทั้งสงสารพี่ชายตัวเองจะกินข้าวกับแฟนทั้งทีต้องเอาน้องไปเป็นก้าง
“ทำอย่างไรได้ล่ะ หน้าที่ก็ต้องทำไป แต่เรื่องหัวใจก็ไม่ควรละเลยใช่ไหม”
“ค่ะ ไม่มีปัญหา มุกยินดีช่วย แต่มุกช่วยพี่นนท์แล้ว พี่นนท์ก็อย่าลืมเรื่องของมุกก็แล้วกัน”
ชญานนท์บ่นอุบ ยังไม่ทันไร ก็ทวงเรื่องของตัวเองเสียแล้ว...
ตรีอัปสรไม่ยอมทำผมทรงรับมงกุฎอย่างที่แม่ต้องการ กลับสั่งให้เอมม่าเซตผมทรงสมัยใหม่ได้ ซึ่งสวย ถูกใจกว่า อรสินีเพิ่งทำผมเสร็จ ร้องทักว่าผมทรงนี้เข้ากับใบหน้าของเธอมาก ตรีอัปสรเห็นทรงผมสุดเชยของอรสินีแล้ว หันไปถามเอมม่าว่านี่คือทรงผมรับมงกุฎใช่ไหม เธอพยักหน้าแทนคำตอบ
“พี่เอมม่าบอกว่าทรงนี้พวกที่เข้าประกวดนิยมทำกันค่ะ คุณอร”
“ใช่ เวลาอรดูประกวดก็เห็นนางงามทำทรงนี้กันทั้งนั้น” อรสินีเออออไปด้วยไม่มีท่าทีไม่พอใจที่โดนแซวแม้แต่น้อย แถมยังมองผมของตรีอัปสรอย่างชื่นชม “ทรงผมของตรีจะต้องเด่นที่สุดใน 20 คนแน่ๆเลย”
ตรีอัปสรยังไม่ทันจะว่าอะไร ชญานนท์โทร.เข้ามือถือของอรสินีเสียก่อน ถามว่าทำผมเสร็จหรือยัง เขากับมุกตาภามาถึงร้านอาหารแล้ว...
อรสินีมีน้ำใจชวนตรีอัปสรไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน มุกตาภาไม่ค่อยชอบขี้หน้าเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงคอยจ้องจับผิดอยู่ตลอด อรสินีเอาเมนูให้ตรีอัปสรสั่งอาหาร ชญานนท์รีบบอกว่าเขาสั่งสปาเกตตีให้อรสินีแล้ว ตรีอัปสรแอบหมั่นไส้ในความเอาใจใส่คนรักของเขา มุกตาภาเห็นท่าทางของเธอแล้วแกล้งพูดตอกย้ำ
“พี่นนท์น่ะรู้ใจอรมากกว่ารู้ใจน้องสาวตัวเองอีก”
“ก็มุกมีคุณนะรู้ใจอยู่แล้วนี่ พี่จะไปรู้ใจมุกซ้ำซ้อนอีกทำไม จริงไหมน้องอร”
สามคนหัวเราะกันสนุกสนาน ขณะที่ตรีอัปสรรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน...
ทางฝ่ายณเดชย์เห็นรูปตรีอัปสรในข่าวจากเวทีการประกวดแล้ว อดคิดถึงไม่ได้ คว้าโทรศัพท์มาถือไว้สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ภาพของเธอในจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า...
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างอึดอัดเพราะชญานนท์กับมุกตาภาเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอาหารโดยไม่พูดคุยกับตรีอัปสรแม้แต่คำเดียว อรสินีพยายามคุยโน่นพูดนี่เพื่อทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย
“อันที่จริงมุกน่าจะชวนคุณณเดชย์มาด้วยนะ”
“ชวนแล้ว แต่คุณนะติดกินข้าวกับลูกค้า”
ขาดคำ เสียงมือถือของตรีอัปสรดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูเห็นชื่อณเดชย์โชว์ที่หน้าจอ เหลือบมองมุกตาภาแล้วยิ้มเหยียด ก่อนจะขอตัวรับสายตรงนั้นเลย ณเดชย์ออดอ้อนว่าคิดถึงตรีอัปสรมาก
“ตรีก็คิดเหมือนกันค่ะ” ตรีอัปสรมองสบตามุกตาภาที่มองมา
“ชื่นใจที่สุด งั้นมากินข้าวด้วยกันนะ ตรีอยู่ที่ไหนเดี๋ยวผมไปรับ”
ตรีอัปสรย้อนถามว่าว่างหรือ เขาว่างเสมอสำหรับเธอ หญิงสาวรีบตัดบท ตอนนี้กำลังกินข้าวอยู่ ไว้ค่อยคุยกันใหม่ แล้ววางสายทันที ณเดชย์ถึงกับเซ็ง
ooooooo
หลังกินอาหารเสร็จทั้งชญานนท์อรสินีตรีอัปสรและมุกตาภาเดินเล่นในห้างฯเพื่อย่อยอาหารมุกตาภาขอบคุณพี่ชายตัวเองมากที่เลี้ยงข้าวแล้วขอตัวกลับก่อนชญานนท์กระเซ้าว่ามีนัดกับคู่หมั้นหรือ
“ก็ทำนองนั้นล่ะค่ะ”
ตรีอัปสรแอบยิ้มเยาะแกมสมเพชชญานนท์เห็นพอดีถึงกับชะงักแต่ไม่พูดอะไรชวนอรสินีกลับแล้วหันไปชวนตรีอัปสรกลับด้วยกันตามมารยาทเธอรู้ตัวดีว่า
เขาไม่ค่อยชอบขี้หน้าขอกลับแท็กซี่เองเขาจะได้ไม่ต้อง
เสียเวลาทำงานจังหวะนั้นมีข้อความส่งมาทางมือถือของอรสินีซึ่งเจ้าตัวรีบหยิบขึ้นมาดู
“พี่นนท์ไม่ต้องไปส่งอรหรอกค่ะคุณแม่ไลน์มาบอกว่ามารับอรที่นี่แล้วไปส่งตรีเถอะค่ะ”
ตรีอัปสรทนเสียงรบเร้าของอรสินีไม่ไหวสุดท้ายก็ยอมให้ชญานนท์ไปส่ง...
สลิลทิพย์เห็นอรสินีเดินมาที่รถเพียงลำพังร้องทักว่าทำไมชญานนท์ไม่เดินมาส่งในเมื่อมุกตาภามาด้วยก็น่าจะมาส่งได้เธออ้างว่ามุกตาภาแยกไปทำธุระก็เลยไม่อยากให้เขาทำแบบนั้นอรสินีไม่อยากให้แม่ซักอะไรอีกรีบเปลี่ยนเรื่องคุยถามว่าทรงผมของเธอเป็นอย่างไรบ้างถูกใจท่านหรือเปล่า
“สวย...ถึงจะพูดมากไปหน่อยแต่ฝีมือไม่ตกจริงๆ
ยัยเอมม่า” สลิลทิพย์ว่าแล้วเคลื่อนรถออกจากที่จอดโชคไม่ดีชญานนท์กับตรีอัปสรเดินมาขึ้นรถของเขาพอดีสลิลทิพย์เห็นเข้าก็โวยวายลั่น
“นังตรีอัปสรมันไปเดินกับตานนท์ได้ยังไงหายัยอรแล้วไปเจอมันที่ไหนทำไมถึงไปเดินคลอคู่กับตานนท์นี่...
แกรู้ใช่ไหมว่าแฟนแกกับนังนั่นไปด้วยกันแกรู้เห็นเป็นใจกับมันหรือยัยอร”
“ก็แค่พี่นนท์ไปส่งตรีตรีเขาไม่มีรถก็แค่นั้นเองค่ะ”
สลิลทิพย์ด่าลูกตัวเองว่าโง่หรือว่าไร้เดียงสากันแน่รู้ทั้งรู้ว่าแม่ของตรีอัปสรเป็นคนอย่างไรเคยฉกพ่อของเธอไปแล้วเธอจะปล่อยให้ลูกของมันมาฉกชญานนท์ไปอีกคนหรืออรสินีก้มหน้าไม่กล้าพูดอะไรอีก
“แล้วอย่าคิดเถียงฉันในใจว่าพี่นนท์ของแกไม่ใช่คนแบบนั้นเพราะฉันก็เคยคิดว่าพ่อแกไม่มีวันมีเมียน้อยเหมือนกันแกอาจไว้ใจตานนท์แต่ก็ไม่ควรชี้โพรงให้กระรอกอย่าให้โอกาสผู้หญิงคนนี้เข้าใกล้คนรักของแกอีก”...
จากนั้นไม่นานขณะที่อติรุจกำลังนั่งทำงานอยู่เห็นแม่เดินหน้าหงิกเข้ามากับน้องสาวกระเซ้าว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมวันนี้คุณแม่นางงามถึงมาหาเขาถึงที่ทำงานได้สลิลทิพย์ค้อนลูกชายขวับ
“เมื่อไหร่แกจะเลิกแขวะกัดจิกแม่สักทีนะตารุจปากจัดเป็นผู้หญิงไปได้”
อติรุจหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วหันไปทางน้องสาวเห็นหน้าจ๋อยๆของเธอแล้วอดถามไม่ได้ว่ามีอะไรหรือเปล่าเธอปฏิเสธว่าไม่มีอะไรสลิลทิพย์แหวใส่ทันทีไม่มีอะไรได้อย่างไรอรสินีเพิ่งจะใจดีใจกว้างปล่อยให้ตรีอัปสรนังงูพิษกิ๊กของอติรุจไปกับชญานนท์สองต่อสอง
“ไปด้วยกันก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ครับคุณแม่เขาไม่ได้ไปทำอะไรกันสักหน่อย”
“แกจะรู้ได้อย่างไรว่าทำหรือไม่ทำใครมันจะมาบอก...พูดไปก็เท่านั้นนี่พ่อแกอยู่ที่ห้องหรือเปล่าตารุจ” พอสลิลทิพย์รู้ว่าอาชัญอยู่ที่ห้องทำงานรีบไปหาทันที
อติรุจเห็นสีหน้าน้องยังไม่ดีขึ้นปลอบว่าอย่าเครียดอย่าคิดมากอรสินีไม่ได้คิดมากแค่เป็นห่วงเขาเพราะเธอเป็นคนบอกให้ชญานนท์ไปส่งตรีอัปสรเองแล้วเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พี่ชายฟัง
ooooooo
ไม่นานนักชญานนท์ขับรถมาจอดหน้าบ้าน
ดารินทร์ด้วยสีหน้าเฉยชาตรีอัปสรทนไม่ไหวตัดสินใจพูดตรงๆว่าถ้าเขาไม่ชอบหน้าเธอก็ไม่เห็นต้องฝืนใจมาส่ง
“ผมไม่อยากขัดใจน้องอรแล้วอีกอย่างคุณก็เป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดที่ผมต้องดูแลอยู่แล้ว”
“อ๋อทำตามหน้าที่” ตรีอัปสรแดกดัน
“ผมคงห้ามความคิดของคุณไม่ได้แล้วแต่คุณจะคิดเถอะ...สวัสดี” ชญานนท์ก้มหัวลงเล็กน้อยตรีอัปสรหน้าตึงเมื่อถูกเขาตัดบทรีบลงจากรถเดินลิ่วขึ้นห้องหยิบตุ๊กตาหมีเป็นหนึ่งขึ้นมาพูดด้วย
“นึกว่าจะญาติดีกันแต่ก็งี่เง่าเหมือนเดิมตรีทำอะไรผิดหรือเป็นหนึ่งทำไมเขาถึงไม่ชอบหน้าตรี”
ทันใดนั้นภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเธอตอนนั้นเธอเป็นแค่เด็กหญิงตัวเล็กๆกำลังเดินผ่านหน้ากำแพงบ้านวัณณุวรรธน์พลันมีตุ๊กตาตัวหนึ่งลอยข้ามกำแพงมาตกเบื้องหน้าเด็กน้อยก้มไปเก็บเพื่อจะเอาไปคืนเจ้าของมองผ่านประตูรั้วเห็นอรสินีในวัยเด็กนั่งเล่นขายของอยู่
ยังไม่ทันจะตะโกนเรียกด.ช.ชญานนท์กระชากตุ๊กตาไปจากมือโวยวายว่าคิดจะขโมยตุ๊กตาของน้องอรหรือแล้วผลักด.ญ.ตรีอัปสรล้มก้นจ้ำเบ้าเธอพยายามอธิบายว่าไม่ได้ขโมยแต่จะเอามาคืนเขาก็ไม่เชื่อก่อนที่เธอจะถูกเขาเล่นงานอีกครั้งด.ช.อติรุจกับด.ญ.อรสินีออกมาห้ามไว้เสียก่อนขอร้องให้เขาพอได้แล้วจากนั้นหยิบตุ๊กตาจากในมือเขาคืนให้ด.ญ.อรสินีก่อนจะบอกให้ทั้งคู่เข้าบ้านแล้วหันไปทางด.ญ.ตรีอัปสร
“เธออย่าเพิ่งไปไหนนะรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อน” ด.ช.อติรุจพูดจบเดินหายเข้าไปในบ้านสักพักออกมาพร้อมกับตุ๊กตาหมีเป็นหนึ่งซึ่งยังใหม่เอี่ยมยื่นให้ด.ญ.ตรีอัปสรส่ายหน้าไม่รับเขาคะยั้นคะยอให้รับไว้อธิบายว่าเด็กทุกคนต้องมีตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์เป็นของตัวเองคนละหนึ่งตัวเขามีหลายตัวแล้วก็เลยเอามาแบ่งให้เธอหนึ่งตัวด.ญ.ตรีอัปสรรับมากอดไว้แนบอกต่างแนะนำตัวเองให้อีกฝ่ายรู้จักทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันนับแต่นั้นมา
เสียงปิ๋มเคาะประตูห้องเรียกทำให้ตรีอัปสรตื่นจากภวังค์ร้องถามว่ามีอะไร
“คุณตรีคะคุณผู้หญิงให้ลงไปหาค่ะ”...
ดารินทร์หงุดหงิดขึ้นมาทันทีที่เห็นทรงผมของตรีอัปสรที่ไม่ใช่ทรงผมอย่างที่ตัวเองต้องการบ่นเป็น
หมีกินผึ้งว่าสั่งให้ทำอีกทรงหนึ่งทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ตรีอัปสรชอบผมทรงนี้ก็เลยให้เอมม่าจัดการให้เพราะไม่ต้องการให้เหมือนใครคนอื่นอยากทำทรงผมรับมงกุฎก็เชิญทำตามสบาย
“ใครจะรู้ถ้าตรีได้เป็นนางสาวณสยามบางทีผมทรงนี้ของตรีอาจจะเป็นทรงฮิตอินเทรนด์ไปเลยก็ได้เอ่อแล้ววันนี้คุณลุงอัศวินจะมาที่นี่หรือเปล่าแม่”
ดารินทร์สงสัยจะถามไปทำไมมีอะไรกับเขาหรือตรีอัปสรโวยให้บ้างว่าทำไมแม่ถึงถามแปลกๆเธอเห็นทุกทีลูกไม่เคยถามถึงหญิงสาวจงใจถอนหายใจเสียงดังเฮือก
“ถามถึงก็สงสัยไม่ถามก็บ่นว่าไม่สำนึกบุญคุณเอาใจยากจริงๆนะแม่” ตรีอัปสรพูดจบกลับขึ้นห้อง
ooooooo
ณเดชย์นิ่วหน้าแปลกใจเมื่อกลับจากทำงานเห็นพ่อนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องนั่งเล่นร้องทักว่าเป็นไปได้อย่างไรที่วันนี้ท่านอยู่บ้านเขามองลูกชายสีหน้ายิ้มแย้ม
“คนเรามันก็ต้องมีช่วงเว้นวรรคกันบ้าง”
“เว้นวรรคเพื่ออะไรครับพักผ่อนหรือครับ”
ขณะที่สองพ่อลูกคุยกันอย่างออกรสคุณหญิงสุดสวาทในชุดสวยงามทันสมัยขัดกับวัยเข้ามาทักทายณเดชย์เห็นเป็นโอกาสดีที่พ่อกับแม่อยู่กันพร้อมหน้าชวนให้กินข้าวเย็นด้วยกันคุณหญิงสุดสวาทติดนัดกินด้วยไม่ได้นายพลอัศวินบอกให้เธอเลื่อนนัดไปก่อนเด็กหนุ่มๆพวกนั้นไม่กล้าหือแน่นอนเธอหน้าตึงทันทีเสียงเขียวใส่ใครบอกเขาว่าเธอนัดเด็กแล้วหันไปถามลูกชายว่าทำไมถึงกลับเร็วนักไม่ไปหามุกตาภาหรือเขาอยากพักมากกว่าวันนี้ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันนายพลอัศวินอยากรู้ว่าคืนนี้ศรีภรรยาจะกลับมานอนบ้านหรือเปล่า
“คุณจะถามทำไมคะทำยังกับคุณจะนอนบ้านงั้นล่ะ” คุณหญิงสุดสวาทพูดจบออกจากบ้าน...
เป็นอย่างที่นายพลอัศวินพูดดักไว้ไม่มีผิดคุณหญิงสุดสวาทมีนัดพาแมนชายหนุ่มหล่อล่ำอายุน้อยกว่าลูกชายตัวเองไปเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าข้าวของในห้างฯหรูกลางกรุงชนิดทุ่มให้ไม่อั้น...
เสร็จจากกินมื้อค่ำกับลูกชายนายพลอัศวินเตรียมตัวจะไปหาดารินทร์ณเดชย์ตั้งข้อสังเกตว่าท่าทางคนนี้พ่อจะรักจริงเขาตอบอย่างไม่อายปากว่ารักผู้หญิงของเขาทุกคนจริงๆเหมือนกันหมดณเดชย์ไม่เข้าใจทำไมพวกเธอถึงเต็มใจแบ่งผู้ชายกันใช้นายพลอัศวินคุยอวดว่าเรื่องแบบนี้เป็นความสามารถเฉพาะตัวหากคุมเกมได้จะมีกี่คนก็ไม่มีปัญหาแล้วถามลูกว่าคิดจะมีคนอื่นนอกจากมุกตาภาหรือ
“เปล่าครับถ้าผมรักใครผมรักทีละคน”
“ไม่ได้เลือดพ่อเลยนี่หว่าแต่ก็ดีแล้วล่ะท่าทางหนูมุกคงไม่ใจกว้างให้แกมีคนอื่นหรอก”
ณเดชย์กระเซ้าใครจะไปใจกว้างเหมือนพ่อกับแม่ของเขาที่ต่างยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งมีคนอื่นได้นายพลอัศวินอุปมาว่าคุณหญิงสุดสวาทเป็นเหมือนข้าวต้องมีไว้ติดบ้านแต่ไม่ต้องกินทุกมื้อก็ได้เพราะบางทีเขาก็ยังอยากกินก๋วยเตี๋ยวสปาเกตตีสเต๊กหรือสลัดและเขาเชื่อว่าเธอเองก็คิดแบบเดียวกับเขา
ooooooo
ในเวลาไล่เลี่ยกันหลังจากเดินช็อปปิ้งจนขาเริ่มล้าคุณหญิงสุดสวาทชวนแมนเข้าไปหาอะไรกินที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งเธอยังไม่ทันจะสั่งอาหารคุณพีบก.นิตยสารบีลิฟเดินนวยนาดเข้ามาไหว้ทักทายเธอถึงกับเซ็งที่ต้องมาเจอคนรู้จักถามอย่างเสียไม่ได้ว่าเขามาทำอะไรแถวนี้ได้ความว่าเขานัดแหล่งข่าวไว้แต่ไม่ได้นัดที่ร้านนี้
“อ๋องั้นก็รีบไปเถอะประเดี๋ยวแหล่งข่าวจะรอ...อ้อหวังว่าคอลัมน์ซุบซิบในหนังสือบีลิฟฉบับหน้าคงไม่มีเรื่องฉันมากินอาหารที่นี่นะคุณพีคงไม่อยากหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวใช่ไหม”
คุณพีรับคำเสียงอ่อยครู่ต่อมาเขามาถึงร้านอาหารซึ่งนัดเมย์กับริสาแหล่งข่าวของตัวเองไว้พอหย่อนก้นลงนั่งเท่านั้นก็เม้าท์กระจายเรื่องที่เจอคุณหญิงสุดสวาทกับกิ๊กละอ่อนของเธอคุณพีย้ำกับทั้งคู่ว่าห้ามให้เรื่องนี้หลุดออกสื่อเด็ดขาดไม่อย่างนั้นเขาถูกยัยคุณหญิงนั่นเล่นงานยับแน่
เมย์กับริสาเม้าท์กันสนุกปากเลยเถิดไปถึงนายพลอัศวินสามีของคุณหญิงสุดสวาทว่าอาจจะได้ควบตำแหน่งพระยาเทครัวอีกหนึ่งตำแหน่งเพราะได้ข่าวมาว่าลูกสาวของดารินทร์กิ๊กของเขาสวยมาก
“ใช่ฮ่ะสวยมากพีว่าหนูตรีเป็นตัวเก็งนางสาวณสยามลำดับต้นๆเลยล่ะฮ่ะ”
“แล้วที่หายตัวไปล่ะมีคนเม้าท์ว่าไปนอนกับผู้ชายเลยตื่นไม่ทัน” ริสาซัก
คุณพียืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริงงานนี้เป็นเรื่องแค้นฝังหุ่นของรุ่นใหญ่แล้วบานปลายมาถึงรุ่นเล็กเท่าที่เขารู้มาดารินทร์กินเกาเหลากับสลิลทิพย์ทั้งเมย์และริสารู้ทันทีว่าจะเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้นอกจากเรื่องที่ดารินทร์เคยฉกผัวของสลิลทิพย์ไปคุณพีเห็นท่าจะเม้าท์กันสนุกปากมากเกินไปรีบดึงให้สองสาวกลับมาคุยเรื่องของพวกเรากันดีกว่าว่าตอนนี้มีข่าวอะไรเด็ดๆที่จะให้เขาเอาไปลงหนังสือได้บ้าง...
ฝ่ายนายพลอัศวินไม่ยอมหลับยอมนอนทำทีลงมาอ่านหนังสือพิมพ์ที่ห้องรับแขกเพื่อรอพบตรีอัปสรซึ่งออกมาจากในครัวพอดีพอเธอเห็นเขาก็รีบหลบและต้องหลบอีกครั้งเมื่อเห็นดารินทร์เดินลงมาตามเขากลับห้องตรีอัปสรรอจนทั้งคู่ลับสายตาจึงย่องออกจากที่ซ่อนโดยไม่รู้ว่ามีสายตาของปิ๋มคอยจ้องจับผิดอยู่ตลอด...
ปิ๋มนำเรื่องนี้ไปเล่าให้แป๋วแม่ของตัวเองฟังว่าเมื่อครู่นี้ตอนไปปิดบ้านเห็นคุณตรีเหมือนจะหลบหน้าท่านอัศวินกับคุณผู้หญิงแป๋วหาว่าปิ๋มมั่วนิ่มมีเหตุผลอะไรที่ตรีอัปสรจะต้องหลบหน้าแม่หลบหน้าพ่อเลี้ยงตัวเอง
“นั่นน่ะสิฉันก็สงสัยเหมือนกันฉันว่าต้องมีอะไรแน่ๆเลยแม่”
นอกจากแป๋วจะไม่สนใจแล้วยังสั่งลูกไม่ให้ไปยุ่งเรื่องของเจ้านายปิ๋มถึงกับเซ็ง
ooooooo
เช้าวันถัดมาตรีอัปสรพยายามจะหลบหน้านายพลหัวงูอีกครั้งแต่ไม่พ้นเขามาดักรออยู่ที่สนามหน้าบ้านชวนเธอไปพักผ่อนด้วยกันที่บ้านพักของเขาที่เขาใหญ่ซึ่งเงียบสงบอากาศดีและเป็นส่วนตัว
“พรุ่งนี้ลุงว่างหนูขับรถไปก่อนแล้วลุงตามไปเราจะได้อยู่ด้วยกัน”
“แล้วตรีจะบอกแม่ว่ายังไงล่ะคะอีกไม่กี่วันตรีก็ต้องไปเก็บตัวกับกองประกวดแล้วคุณลุงอย่าเพิ่งใจร้อนสิคะรอให้ตรีได้ตำแหน่งก่อนตรีสัญญาว่าตรีจะไม่หนีไปไหนตรีพร้อมจะเป็นของคุณลุงแน่นอนค่ะ”
นายพลอัศวินขยับเข้ามาจะกอดตรีอัปสรผงะถอยหลังขอร้องอย่าทำแบบนี้เขาชะงักมองเธอที่มีสีหน้าวิตกกังวลด้วยความเป็นห่วงถามว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า
“ตรีกังวลเรื่องแม่ค่ะถ้าแม่รู้เรื่องตรีตอบตกลงกับคุณลุง...”
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นลุงรับผิดชอบเอง...ลุงเพิ่งรู้ตัวนะว่าลุงรักหนูตรีมาก” นายพลอัศวินมองเธออย่างหลงใหลเธอยิ้มรับแล้วเดินหนีเข้าบ้านไม่ทันเห็นดารินทร์ยืนมองจากหน้าต่างชั้นบนสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...
ขณะที่นายพลอัศวินร้อนใจอยากจะรวบหัวรวบหางตรีอัปสรให้เร็วที่สุดมุกตาภาทำทีซื้อขนมเค้กเจ้าอร่อยไปฝากคุณหญิงสุดสวาทพอสบช่องก็ฟ้องว่าณเดชย์หายหน้าไปถ้าเธอไม่เป็นฝ่ายโทร.ไปเขาก็จะไม่โทร.หาเธอสงสัยว่าเขาอาจจะมีผู้หญิงคนอื่นคุณหญิงสุดสวาทปลอบว่าถ้ามีผู้หญิงพวกนั้นเป็นแค่ทางผ่านของเขา
“แต่หนูมุกคือจุดหมายปลายทางของตานะน่ะลูกตานะไม่มีทางเห็นใครดีกว่าหนูมุกหรอกแม่รับรองได้” น้ำเสียงหนักแน่นของคุณหญิงสุดสวาททำให้มุกตาภาเบาใจยิ้มออก...
ดารินทร์เห็นตรีอัปสรยืนลูบๆคลำๆรถสปอร์ตป้ายแดงของตัวเองด้วยสีหน้าพึงพอใจเข้าไปซักว่าตนให้เงินไปไม่ถึงล้านบาทแต่ทำไมถึงซื้อรถสปอร์ตราคาแพงระยิบคันนี้มาได้เธอโกหกว่าเอาเงินที่แม่ให้ไปวางดาวน์ส่วนที่เหลือเธอจะผ่อนเอาเองดารินทร์สงสัยลูกจะไปเอาเงินค่าผ่อนรถมาจากไหน
“เอาเถอะน่าเดี๋ยวตรีจัดการเอง”
“ไม่ใช่ว่าแกไปขอคุณอัศเขานะพักนี้ฉันเห็นแกคุยกับคุณอัศบ่อยๆ” ดารินทร์ดักคอตรีอัปสรถึงกับของขึ้นต่อว่าแม่ว่าคิดแบบนี้ได้อย่างไรหรือว่าหึงลูกตัวเอง
“ตรีอัปสรนี่ฉันเป็นแม่แกนะ” ดารินทร์แหวลั่น
“ตรีไม่ลืมหรอกค่ะว่าแม่เป็นแม่แต่ที่แม่พูดแม่คิดหรือเปล่าว่าตรีเป็นลูกแม่ถ้าตรีคิดจะขอเงินจากคุณลุงตรีจะมาขอเงินแม่ทำไมแล้วถ้ากลัวจะต้องเดือดร้อนผ่อนรถให้ตรีก็ไม่ต้องกลัวนะตรีจัดการเองได้” ตรีอัปสรพูดจบขึ้นรถเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็วดารินทร์มองตามไม่พอใจ...
สาวงามผู้เข้ารอบสุดท้ายพากันมองรถสปอร์ตป้ายแดงที่แล่นมาจอดหน้าทางเข้าตัวตึกสถานีโทรทัศน์ช่อง Thai 10 อย่างสนใจพอเห็นตรีอัปสรลงจากรถทั้งวรัญญาภารดีเจ๊หนึ่งและทิปปี้ถึงกับตะลึงคาดไม่ถึง...
เมื่อสาวงามมากันครบทั้ง 20 คนอาจารย์ดรีมผู้จัดการกองประกวดกล่าวต้อนรับสาวๆทุกคนและให้ถือว่าวันนี้เป็นการเก็บตัววันแรกแต่จะเป็นแบบไปกลับรวม 2 วันการเก็บตัวช่วงแรกนี้ผู้เข้ารอบจะได้เรียนคอร์สการแต่งหน้าทำผมเพื่อจะได้มีพื้นฐานสามารถดูแลตัวเองได้โดยมีคุณกุ๊กไก่เมกอัพอาร์ติสชื่อดังมาแนะนำเรื่องการแต่งหน้าส่วนเรื่องทำผมเป็นหน้าที่ของคุณป็อกกี้แฮร์สไตลิสต์...
คุณดิษฐ์ไม่ชอบใจนักเมื่อได้รับรายงานจากชญานนท์ว่ากระแสเรื่องตรีอัปสรซาลงไปมากสั่งให้เพิ่มเรตติ้งด้วยการหาอะไรก็ได้ที่จะเป็นข่าวโดยให้ใช้รายการ “ต้องขยาย” ซึ่งเป็นรายการเจาะลึกสาวงามผู้เข้าประกวดเป็นตัวช่วยชญานนท์คุณรัตน์และมุกตาภาต่างพยักหน้ารับคำ
ooooooo
ภารดีตั้งตัวเป็นศัตรูกับตรีอัปสรอย่างเปิดเผยระหว่างที่คุณกุ๊กไก่กำลังสอนวิธีกรีดอายไลเนอร์ภารดีรอจังหวะที่ตรีอัปสรจดปลายดินสออายไลเนอร์ที่เปลือกตาทำทีถืออายไลเนอร์เข้าไปหาคุณกุ๊กไก่แล้วแกล้งสะดุดเซเข้าหาตรีอัปสรซึ่งก้มไปหยิบสำลีพอดีทำให้ไม่โดนกระแทกแต่ฝ่ายคิดร้ายกลับล้มก้นจ้ำเบ้าเสียเอง
ตรีอัปสรไม่เข้าไปช่วยได้แต่ยืนมองภารดีขำๆแกมสมเพชเธอเห็นแล้วยิ่งแค้นใจจึงเก็บความแค้นนี้ไปแฉในรายการ “ต้องขยาย” ซึ่งผู้ดำเนินรายการเข้ามาสอบถามเธอถึงเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
“หนูดีกำลังจะเดินไปหาอาจารย์กุ๊กไก่แล้วพอเดินผ่านโต๊ะของเพื่อนหนูดีก็สะดุดล้มค่ะหนูไม่แน่ใจว่าเป็นขาใครหรือว่าอาจจะเป็นอย่างอื่น”
ผู้ดำเนินรายการซักว่าพูดแบบนี้เท่ากับกล่าวหาว่ามีคนผลักภารดีอย่างนั้นหรือเธอทำเป็นตอบแบ่งรับแบ่งสู้ว่าไม่แน่ใจผู้ดำเนินรายการซักเพิ่มเติมอีกว่าไปหกล้มที่โต๊ะไหน
“โต๊ะของคุณตรีอัปสรค่ะแต่หนูดีไม่คิดว่าจะเป็นคุณตรีอัปสรนะคะที่ขัดขาหนูดีล้ม”
การสัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นข่าวออกทีวีไปทั่วดารินทร์กำลังดูอย่างสนใจตอนที่ตรีอัปสรกดรีโมตฯปิดทีวีแล้วขอร้องแม่อย่าไปสนใจให้เปลืองสมองเปล่าๆเธอไม่โง่ลดตัวลงไปทำอย่างที่ภารดีพยายามกล่าวหายัยนั่นไม่ได้อยู่ในสายตาเธอแม้แต่น้อยและที่สำคัญเธอไม่เห็นมันเป็นคู่แข่งดารินทร์เตือนให้ลูกระวังตัวให้ดีตอนไปเก็บตัวที่เชียงรายตรีอัปสรจะระวังตัวแต่ภารดีเองก็ต้องระวังตัวด้วยเหมือนกันเพราะเธอไม่ยอมถูกกระทำฝ่ายเดียวแล้วขยับจะออกจากบ้านดารินทร์ถามว่าจะไปไหนอีกพอมีรถสวยก็อยู่บ้านไม่ติดเลยหรือ
“ก็นิดหนึ่งนะแม่ออกไปช่วยเพิ่มรถติดกลับไม่ดึกหรอก”...
ทางด้านสลิลทิพย์เห็น VTR ของลูกสาวในทีวีแล้วมั่นใจเกินร้อยว่าลูกจะต้องได้ตำแหน่งรวมทั้งได้เป็นขวัญใจประชาชนอีกด้วยอรสินีรับคำเสียงอ่อยสลิลทิพย์เอ็ดเสียงลั่นว่าลูกจะต้องกระตือรือร้นให้มากกว่านี้ตนขอร้องให้เธอเข้าประกวดไม่ได้บังคับสักหน่อยทั้งอติรุจและอาชัญกลับจากทำงานได้ยินพอดีอติรุจเห็นน้องหน้าเจื่อนๆรีบดึงแขนให้ไปกับตนเองอ้างมีอะไรจะให้สลิลทิพย์มองตามอย่างรู้ทัน
“ตารุจนี่แผนสูงขึ้นทุกวันกลัวฉันจะบ่นยัยอรต่อรีบแยกไปเชียว”...
เป็นอย่างที่สลิลทิพย์ว่าอติรุจไม่ได้มีอะไรจะให้อรสินีแค่อยากดึงน้องมาให้พ้นหน้าแม่แล้วถามว่าท่านบ่นอะไรเอาอีกอรสินีเล่าว่าแม่ไม่ได้บ่นเรื่องเธอแต่บ่นเรื่องที่ตรีอัปสรมีปัญหากับผู้เข้ารอบรายหนึ่งจึงอยากให้เขาช่วยเตือนๆตรีอัปสรบ้าง
“นี่เขาประกวดนางงามหรือทำสงครามกันแน่” อติรุจบ่นสีหน้าเป็นกังวล...
ฝ่ายตรีอัปสรนัดณเดชย์มาพบเพื่อขอบคุณเขาด้วยตัวเองที่ซื้อรถให้เขาดึงเธอมากอดพลางก้มจูบผมแล้วชวนไปหาที่เงียบๆคุยกันเธอสวมบทนางเอกผู้แสนดีปฏิเสธว่าทำแบบนั้นไม่ได้
“ตรีไม่อยากทำร้ายจิตใจคุณมุกคุณเองก็เหมือนกันวันนี้คุณต้องทำหน้าที่คู่หมั้นของคุณมุกให้สมบูรณ์ที่สุดอย่าให้ใครตำหนิได้และที่สำคัญอย่าให้ใครรู้เรื่องของเราเด็ดขาด”
ณเดชย์ตัดพ้อทำไมความรักของเขาถึงได้มีอุปสรรคมากแบบนี้ตรีอัปสรขอให้เขาใจเย็นๆก่อนเธอเชื่อว่าสักวันหนึ่งเราต้องผ่านอุปสรรคพวกนี้ไปได้แล้วซุกหน้ากับอกของเขาเพื่อซ่อนสีหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังเอือมเขาสุดๆ
ooooooo
คุณดิษฐ์พอใจมากที่ข่าวการสัมภาษณ์ภารดีที่ออกอากาศเมื่อคืนทำให้เว็บแทบล่มเพราะมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันมากมายชญานนท์ตั้งข้อสังเกตว่าการที่มีเรื่องแบบนี้บ่อยเกินไปจะทำให้น่าเบื่อ
“ก็ต้องดูจังหวะสิแล้วที่สำคัญเราก็ไม่ได้เต้าข่าวขึ้นมาเองเรื่องที่เกิดมันจริงทั้งนั้นเราแค่ขยายให้คนรู้”
คุณรัตน์เห็นด้วยกับนายใหญ่เราต้องจับตาดูสาวๆทั้ง 20 คนไว้แล้วเลือกว่าจะเอาเรื่องของใครมาเป็นประเด็นออกสื่อคุณดิษฐ์ให้เน้นที่ตัวเก็งดีที่สุดแล้วหันไปทางมุกตาภาที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา
“ว่าไงมุกเก็บข้อมูลอย่างเดียวเลยหรือไง”
“ค่ะมุกจะช่วยคุณรัตน์ดูสาวๆตอนอยู่เชียงรายเองค่ะเอ่อมุกขอตัวก่อนนะคะมุกมีนัด”...
ครู่ต่อมาชญานนท์ออกมาที่หน้าตึกของสถานีฯเห็นมุกตาภาขึ้นรถสปอร์ตหรูแพงระยับคันหนึ่งที่จอดรออยู่รู้สึกคุ้นๆเหมือนรถที่เขาเห็นมารับตรีอัปสร
วันที่ไปถ่ายทำ VTR ที่โรงแรมคุณรัตน์เห็นเขายืนมองอยู่ก็เข้ามาถามว่ามีอะไรหรือเปล่าคงไม่ใช่เป็นห่วงน้องสาวที่ไปกับคู่หมั้นชญานนท์นิ่วหน้าก่อนจะร้องเอะอะ
“คู่หมั้น!...นั่นรถนายนะหรือครับ”
“ค่ะรถแพงขนาดนั้นต้องระดับคุณณเดชย์ลูกชายท่านนายพลอัศวินเท่านั้นล่ะคะ”...
การพบกันระหว่างณเดชย์กับมุกตาภาคราวนี้ฝ่ายชายมีท่าทีเปลี่ยนไปมากใจเย็นขึ้นและดูจะเก็บอารมณ์ได้ดีแม้จะเป็นคำสั่งของคุณหญิงสุดสวาทที่ให้
มาหามุกตาภาแต่ที่เขาทำดีกับเธอกลับเป็นเพราะคำขอร้องของตรีอัปสรที่บอกให้เขาทำหน้าที่คู่หมั้นของมุกตาภาให้ดีที่สุดส่วนมุกตาภาเองก็งอนได้ไม่กี่น้ำพอเจอลูกอ้อนของณเดชย์เข้าหน่อยก็ลืมเรื่องขุ่นข้องหมองใจไปสิ้น...
ฝ่ายตรีอัปสรมาแผนสูงพอได้รับแจ้งจากคุณพีว่านิตยสารบีลิฟที่เธอเป็นปกวางแผงแล้วก็รีบโทร.หาอติรุจทำทีอยากจะเจอเขาก่อนที่จะต้องไปเก็บตัวแต่ความจริงแล้วเธอหวังจะยืมมือเขาช่วยโปรโมตนิตยสารฉบับนี้ให้อติรุจหลงกลนัดให้ตรีอัปสรมาหาที่ทำงานเมื่อเธอมาถึงก็พบว่าเขากำลังคุยงานอยู่กับชญานนท์รีบออกตัวว่ามา
รบกวนเวลาทำงานของเขาหรือเปล่าถ้าเป็นอย่างนั้นเธอจะรู้สึกผิดมาก
“เรื่องแค่นี้ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกครับเอาไว้รู้สึกผิดกับเรื่องใหญ่ๆดีกว่า” คำพูดเป็นนัยๆของชญานนท์ทำเอาตรีอัปสรถึงกับชะงักถามเสียงเข้มพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไรเขาตอบสีหน้าเรียบเฉยว่าหมายความอย่างที่พูดไม่มีอะไรซับซ้อนอติรุจซึ่งไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยช่วยพูดแก้ให้
“นนท์เขาไม่อยากให้คุณตรีรู้สึกผิดที่มาหาผมไงใช่ไหมนนท์”
“ก็ทำนองนั้นฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่าพอดีมีนัด” ชญานนท์พูดจบลุกออกไปทันทีไม่นานนักเขามาถึงบ้านวัณณุวรรธน์อรสินีร้องทักด้วยความแปลกใจทำไมวันนี้ถึงมาหาเธอได้เขาทนคิดถึงเธอไม่ไหวและที่สำคัญพรุ่งนี้เธอจะต้องเข้าค่ายเก็บตัวแล้วอรสินีอยากรู้ว่าตัวเองจะได้อยู่ห้องเดียวกับตรีอัปสรหรือเปล่าเขาพยักหน้ารับเธอยิ้มดีใจที่จะได้มีเพื่อนเขาเป็นกังวลในความใสซื่อของเธอเตือนว่าอีกฝ่ายอาจคิดว่าเธอเป็นคู่แข่งก็ได้
“ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะใช่ค่ะแต่กับตรีเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆแล้วนะคะ”
“พี่ก็พูดเผื่อๆไว้ระวังสักนิดก็ดี” ชญานนท์พูดจบรับจานใส่ของว่างที่อรสินีส่งให้จับไว้ทั้งมือคนให้ทั้งจานของว่างแล้วบอกว่ารักเธอมากหญิงสาวยิ้มหวานบอกรักเขาตอบเช่นกัน
ooooooo
ตรีอัปสรเดินนำอติรุจเข้าไปในร้านหนังสือทำทีสอดส่ายสายตาหาหนังสือเล่มอื่นที่ไม่ใช่บีลิฟ
อติรุจเห็นบีลิฟหน้าปกตรีอัปสรก็ตื่นเต้นหยิบขึ้นมาให้เธอดูตรีอัปสรทำเนียนเหมือนไม่รู้มาก่อน
“อุ๊ยวางแผงแล้วหรือคะนี่”
อติรุจชมไม่หยุดปากว่าเธอสวยมากจนคนถูกชมอายม้วนระหว่างที่ทั้งคู่พูดคุยกันเริ่มมีคนสนใจมองปกบีลิฟแล้วมองตรีอัปสรพอเห็นเป็นคนเดียวกันร้องทักอย่างตื่นเต้นพร้อมกับขอถ่ายรูปผู้คนเริ่มเข้ามามุงและขอถ่ายรูปกับเธอไม่ขาดสายตรีอัปสรยิ้มปลื้มที่มีคนให้ความสนใจอติรุจพลอยดีใจไปกับเธอด้วย...
ค่ำวันเดียวกันระหว่างที่ตรีอัปสรกำลังตรวจดูว่าปิ๋มจัดข้าวของใส่กระเป๋าเดินทางครบถ้วนหรือเปล่าดารินทร์เข้ามาพร้อมกับชูนิตยสารบีลิฟในมือตรีอัปสรหยิบเล่มของตัวเองที่คุยว่าอติรุจซื้อให้ขึ้นมาโชว์เช่นกันดารินทร์รีบไล่ปิ๋มลงไปช่วยแป๋วข้างล่างแล้วหันไปทางลูกสาว
“นี่แกยังไปคบค้าเกี่ยวข้องกับลูกชายนังสลิลทิพย์อยู่อีกหรือหาเรื่องให้แม่มันมาฉีกอกจริงๆ”
“คุณรุจเขายังไม่สนใจแม่ของเขาเลยแล้วตรีจะไปเดือดร้อนทำไม...แม่คงไม่ได้เข้ามาเทศน์ตรีเรื่องคุณรุจใช่ไหมคะ” ตรีอัปสรมองแม่อย่างรู้ทันดารินทร์ต้องการให้เธอสร้างกระแสเพื่อให้ผู้คนสนใจและโหวตให้เธอได้ตำแหน่งขวัญใจประชาชน เพราะเป็นตำแหน่งที่พิสูจน์ว่าเธอเป็นที่รักของทุกคนในประเทศนี้แล้วแนะว่าช่วงเก็บตัวที่เชียงรายให้เธอทำตัวเหมือนนางเอกในละครน่ารักแสนดีมองโลกในแง่ดีพูดเพราะและคิดบวก
“ตรีจะพยายามแล้วกัน...แต่วันนี้ตอนตรีไปกับคุณรุจมีคนมาขอถ่ายรูปกับตรีเต็มเลย”
“นั่นไงขนาดแกยังไม่ทำอะไรให้เขาประทับใจยังมีคนปลื้มแก แล้วคิดดูสิถ้าแกสร้างภาพสวยหวานเรียบร้อยน่ารักแกจะได้คะแนนนิยมมากแค่ไหน ลูกสาวนังสลิลทิพย์จะต้องไม่ได้ตำแหน่งอะไรเลยนังสลิลทิพย์จะต้องพ่ายแพ้ย่อยยับแกต้องช่วยแม่ทำให้สำเร็จนะยัยตรี” ดารินทร์มองลูกด้วยสายตามุ่งมั่นเอาจริง...
ไม่ได้มีแต่ดารินทร์เท่านั้นที่ทุ่มทุนสร้างเพื่อให้ตรีอัปสรไปถึงจุดหมายปลายทาง เจ๊หนึ่งเองก็ทุ่มสุดตัวหวังให้วรัญญาคว้าตำแหน่งขวัญใจประชาชนติดมือกลับบ้านถึงขนาดลงทุนซื้อซิมมือถือแจกให้คนมาลงคะแนนให้
ooooooo
ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง Thai 10 สาวงามผู้เข้ารอบต่างมารอขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางไปสนามบินยกเว้นตรีอัปสรที่ยังมาไม่ถึงระหว่างนั้นสาวงามส่วนใหญ่ที่เห็นนิตยสารบีลิฟต่างชมตรีอัปสรไม่หยุดปากว่าสวยมาก
ภารดีเส้นริษยาแตกลุกพรวดโวยวาย “โอ๊ยจะชมชะเลียอะไรกันหนักหนาเนี่ยน่ารำคาญ”
เท่านั้นยังไม่พอยัยตัวแสบประจำกองประกวดปรี่เข้าไปหาเรื่องอรสินีที่นั่งดูรูปตรีอัปสรว่าเพื่อนของเธอทำไมยังไม่มาอีกทำไมคนเป็นสิบๆคนต้องมารอคนคนเดียว
วรัญญาทนไม่ได้เข้ามากันไว้
“แล้วเธอจะมาบ่นอะไรกับอรสินีเธอเป็นแค่เพื่อนไม่ใช่แม่ยัยตรีอัปสรสักหน่อย”
“แล้วเธอล่ะเป็นอะไรกับอรสินีถึงได้เอาตัวเข้ามากันซะขนาดนี้”
“ก็เป็นเพื่อนไงรู้จักไหม” วรัญญาจ้องภารดีอย่างท้าทายฝ่ายหลังถึงหยุดหาเรื่องได้...
สักพักพี่เลี้ยงนางงามของกองประกวดเข้ามาเรียกสาวๆให้เตรียมขึ้นรถได้แล้วตรีอัปสรมาแล้วภารดีก้าวฉับๆเดินนำคนอื่นๆลิ่วพอมาถึงหน้าตึกสถานีฯเห็นตรีอัปสรยืนอยู่กับดารินทร์โดยมีนักข่าวห้อมล้อมอยู่ภารดีมองหมั่นไส้เดินสะบัดขึ้นรถบัสตรีอัปสรเห็นทุกคนกำลังทยอยขึ้นรถรีบเดินแกมวิ่งมาสมทบยกมือไหว้ขอโทษพี่เลี้ยงที่มาช้าตอนออกมาเธอลืมกระเป๋าเงินก็เลยต้องกลับไปเอาแล้วหันไปทางอรสินีที่กำลังจะขึ้นรถบัส
“คุณอรเรานั่งด้วยกันนะคะ”...
ระหว่างทางไปสนามบินตรีอัปสรเห็นบีลิฟที่วางอยู่บนตักอรสินีร้องทักว่ามีนิตยสารฉบับนี้ด้วยหรือเธอเล่าว่าได้หนังสือมาจากพี่รุจซึ่งซื้อแจกคนในกองประกวดจนทั่วพี่นนท์เองก็ซื้อเหมือนกันสงสัยจะเอาไปแจก
ทีมงานที่เชียงรายแล้วชมตรีอัปสรว่าถ่ายแบบได้สวยมากบีลิฟได้วางแผงอย่างนี้รับรองเธอต้องเป็นที่รู้จักของผู้คนถ้าไม่เชื่อก็ให้รอดูตอนไปถึงเชียงรายจะต้องมีแฟนคลับของเธอแห่มาต้อนรับกันแน่น...
เป็นอย่างที่อรสินีว่าไว้ไม่มีผิดมีผู้คนมารอถ่ายรูปกับตรีอัปสรกันแน่นโรงแรมที่พักอรสินีก็มีคนมาขอถ่ายรูปไม่น้อยหน้าเช่นกันวรัญญาพยายามตามประกบสองสาวขอเกาะชายเสื้อดังไปด้วยโดยมีภารดีจ้องมองด้วยความริษยา...
อรสินีได้พักห้องเดียวกับตรีอัปสรอย่างที่คาดหวังเอาไว้ขณะที่ภารดีได้นอนห้องเดียวกับวรัญญาแต่เกิดปัญหานิดหน่อยทำให้คู่นี้ได้กุญแจห้องล่าช้ากว่าคนอื่นไปกว่า 10 นาทียิ่งทำให้ภารดีหงุดหงิดบ่นไม่เลิกจนวรัญญารำคาญที่เพื่อนร่วมห้องของตัวเองดีแต่สร้างปัญหาหวังดังทางฉาว...
หลังจากเอาข้าวของไปเก็บในห้องพักเหล่าผู้เข้าประกวดมารวมตัวกันที่ห้องประชุมภายในโรงแรมอาจารย์ดรีมแจ้งให้ทุกคนทราบว่าอีกสักครู่จะมีการเก็บภาพผู้เข้าประกวดทุกคนที่สวนสวยของที่นี่
“หลังจากนั้นเราก็จะไปสักการะพ่อขุนเม็งราย
ที่อนุสาวรีย์ของท่านขอให้สาวๆฟังพี่เลี้ยงของตัวเองนะคะเพื่อจะได้สะดวกในการทำงานเอาล่ะค่ะเชิญไปที่สวนได้แล้วค่ะเดินตามอาจารย์มาได้เลยค่ะ”...
ที่สวนสวยของโรงแรมชญานนท์ยืนดูความเรียบร้อยอยู่กับมุกตาภาอติรุจและคุณรัตน์เห็นอาจารย์ดรีมเดินนำตรีอัปสรกับอรสินีเข้ามาโดยมีสาวงามคนอื่นๆตามมาด้านหลังตรีอัปสรมองชญานนท์ที่ยืนคู่อยู่กับอติรุจอย่างเผลอใจเขาเห็นสายตาปลื้มของเธอแล้วรีบเมินหน้าหนีอรสินีเข้าใจผิดคิดว่าเธอตะลึงที่เห็นอติรุจ
“เซอร์ไพรส์ใช่ไหมตรีที่เจอพี่รุจที่นี่”
“ค่ะ...คุณรุจมาได้ยังไงคะตรีไม่ทราบเลย” ตรีอัปสรเออออกลบเกลื่อนอรสินีอธิบายว่าเขามาช่วยเรื่องกิจกรรมของนางงามแล้วก็สั่งไม่ให้บอกเธอ...
มอลลี่ผู้กำกับการถ่ายภาพแจ้งให้สาวงามทุกคนทราบว่าวันนี้ตนจะสุ่มเลือกสาวงามมาจับคู่กันถ่ายภาพคู่แรกที่มอลลี่เรียกคือตรีอัปสรกับภารดีแม้ทั้งคู่จะยิ้มหวานให้กันแต่สายตาที่จ้องมองกันและกันกลับบ่งบอกความเป็นศัตรูอย่างเห็นได้ชัดดาราวรรณแอบนินทาว่าจะมีตบกันให้ดูไหม
“ตอนนี้คงไม่หรอกเพราะออกสื่อแต่ถ้าเจอกันตัวๆลับหลังล่ะก็...” วรัญญาหัวเราะเมื่อนึกภาพตาม
“หัวเราะแบบนี้เหมือนมีแผนการเลยนะรัญ” ดาราวรรณดักคอ
“ฉันก็แค่คิดว่าถ้าปั่นให้สองคนนี่มีเรื่องกันอะไรจะเกิดขึ้น”
“แค่คิดก็น่ากลัวแล้วแต่อยากเห็นน่ะ” กัลยาณีพูดจบหันไปหัวเราะคิกคักกับดาราวรรณ...
มอลลี่อธิบายคิวให้ภารดีกับตรีอัปสรฟังว่าต้องเดินมาคู่กันแล้วโพสท่าจากนั้นต้องพูดคำขวัญของจังหวัดเชียงรายโดยแบ่งคนละ 2 ประโยคแล้วบอกให้ทั้งคู่ลองทบทวนกันก่อนตรีอัปสรพูดประโยคของตัวเองได้ถูกต้องครบถ้วนภารดีกลับจำส่วนที่ตัวเองต้องพูดไม่ได้ตรีอัปสรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“นึกไม่ออกหรือคะภารดีต้องพูดว่าถิ่นวัฒนธรรมล้านนาล้ำค่าพระธาตุดอยตุง...ค่ะ”
“ใช่จ้ะไปท่องก่อนไหมหนูดี...ข้าวตูเอาคำขวัญมาให้น้องหนูดีดูหน่อยจ้ะ” มอลลี่สั่งการภารดีอ้างว่าจำได้แล้วไม่ต้องการดูมอลลี่จึงสั่งให้เริ่มถ่ายทำได้ตรีอัปสรกับภารดีหมุนตัวเดินกลับไปยังจุดเริ่มต้น
ยัยตัวแสบประจำกองประกวดลืมตัวว่าใส่ไวร์เลสอยู่ “นังตรีอัปสรฉันเอาคืนแน่นังตัวแสบ”
“ภารดีตรีขอโทษตรีคิดว่าภารดีจำไม่ได้ก็เลยจะช่วย” ตรีอัปสรยิ้มหวานแต่สายตากลับเย้ยหยันเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ทั้งคู่พูดทุกคนที่ดูอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ได้ยินกันหมดรวมทั้งนักข่าวด้วยพอทั้งคู่หมุนตัวกลับมายืนตรงจุดเริ่มต้นภารดีต้องแปลกใจที่ทุกคนมองมาที่ตนเองเป็นตาเดียวแต่แล้วก็ถึงบางอ้อเมื่อได้ยินตรีอัปสรพูดว่า
“ฮัลโหล 1 2 3 ได้ยินเสียงตรีชัดไหมคะ”
ooooooo










