ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ปีกมงกุฎ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    การออดิชั่นเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ตรีอัปสรยังคงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย คุณพีรีบตามมาสมทบกับดารินทร์และนายพลอัศวินที่สถานีโทรทัศน์ ช่อง Thai 10 เพื่อปรึกษาหารือจะทำอย่างไรกันต่อไปดี ดารินทร์เชื่อว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของตรีอัปสรครั้งนี้ คงต้องการให้เธอมาออดิชั่นไม่ทัน

    “มันเป็นใครฮะคุณดา ท่านอัศวิน ทำแบบนี้ได้อย่างไร น่ากลัว ชั่วร้ายจริงๆ”

    “พี่รู้ว่ามันเป็นใครค่ะคุณพี แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐาน ให้พี่หาหลักฐานให้ได้ก่อนเถอะ”

    นายพลอัศวินขอให้หาตัวตรีอัปสรให้เจอก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ดารินทร์ขออีกอย่างหนึ่งคือทำอย่างไรก็ได้ อย่าให้ตรีอัปสรถูกตัดสิทธิ์ เขารับรองว่าจัดการเรื่องนี้ให้ได้ไม่มีปัญหา แต่ขอให้เจอเจ้าตัวก่อนก็แล้วกัน ดารินทร์รบกวนคุณพีช่วยโทร.เช็กกับทางโรงแรมที่ตรีอัปสรไปพัก เผื่อจะมีเบาะแสอะไรบ้าง...

    เมื่อคุณดิษฐ์ทราบจากนายพลอัศวินว่าตรีอัปสรหายตัวไป รีบตามตัวชญานนท์มาพบที่ห้องทำงานเพื่อให้เขาหาทางทำอย่างไรก็ได้ให้ตรีอัปสรได้ออดิชั่น ก่อนที่ทางกองประกวดจะประกาศผู้เข้ารอบ 20 คน

    “อะไรนะครับ” ชญานนท์ร้องเอะอะไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

    “พ่อว่านนท์ได้ยินชัดแล้วนะ ไปคุยกับคณะกรรมการให้ยื้อไปก่อน แล้วเรียกทีมทำข่าวเจาะลึกนางสาว ณ สยามมาประชุมด้วย นนท์รู้ใช่ไหมว่าเราควรพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ถ้าเจอตัวตรีอัปสรแล้ว พ่อจะบอกไป”

    “แล้วถ้าวันนี้ยังไม่เจอล่ะครับ”

    “ถ้าวันนี้ยังไม่เจอจริงๆก็คงต้องแจ้งความแล้วล่ะ” สองพ่อลูกสีหน้าเป็นกังวลไม่แพ้กัน...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ห้องพักของโรงแรมริมชายหาด เสียงโทรศัพท์ของห้องพักดังรัวไม่หยุด ทำให้ตรีอัปสรซึ่งนอนหลับอยู่ ค่อยๆพลิกตัวตื่นขึ้น เธอสะบัดหัวไล่ความมึนงง ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาพูด...

    การที่ตรีอัปสรไม่โผล่มาออดิชั่น เริ่มเป็นที่ วิพากษ์วิจารณ์ของผู้เข้าประกวด ทิปปี้คุยอวดทุกคนว่าตนเองรู้เบื้องหลังเบื้องลึกการหายตัวไปครั้งนี้ของเธอ ทุกคนหูผึ่งรอฟังอย่างตั้งใจ

    “ยัยตรีอัปสรไปถ่ายแฟชั่นให้หนังสือบีลิฟของคุณพี เซตนี้ถ่ายที่ชายทะเล แล้วก็ตามประสาสาวหัวนอกทายได้เลยว่ายัยนั่นน่าจะหนีบผู้ชายไปนอนด้วย คงจะเริงสราญกันมากไปหน่อยก็เลยกลับมาไม่ทัน”

    “โอ้โห นังทิปปี้ เม้าท์เป็นเรื่องเป็นราวเลยนะยะ ทำยังกะไปอยู่ใต้เตียงเขามางั้นแหละ ฉันไม่เชื่อหรอก” เจ๊หนึ่งเบ้ปาก หมั่นไส้ ทิปปี้ยังไม่ทันจะโต้ตอบ เจ้าหน้าที่กองประกวดเดินเข้ามาเสียก่อน

    “สวัสดีค่ะ คุณสุภาพสตรีทุกท่าน สาวงามที่ผ่านการสัมภาษณ์และแสดงความสามารถแล้วนะคะ ถ้ามีธุระหรืออยากจะออกไปช็อปปิ้งยืดเส้นยืดสาย หรือจะกลับไปพักผ่อนก็ไปได้เลยนะคะ”

    เจ๊หนึ่งร้องถามแล้วไม่ประกาศผลก่อนหรือ เจ้าหน้าที่ยืนยันต้องประกาศผลแน่นอน แต่บังเอิญปีนี้มีผู้เข้าประกวดที่มีความสามารถและมีความสวยใกล้เคียงกันหลายคน คณะกรรมการจึงต้องขอใช้เวลาพิจารณาอย่างละเอียด ผลออกมาจะได้ถูกต้อง บริสุทธิ์และยุติธรรม ดังนั้นรายชื่อผู้เข้ารอบ 20 คน จะประกาศในวันพรุ่งนี้

    “พรุ่งนี้! บ้าหรือเปล่าเนี่ย ฉันไม่เคยเห็นการประกวดที่ไหนใช้เวลาคัดเลือกสาวงามเข้ารอบข้ามคืนแบบนี้ ขนาดคนมาสมัครเป็นพันเขายังประกาศภายในวันเดียวเลย จะดึกดื่นยังไงก็ประกาศ” สลิลทิพย์โวยลั่น

    อรสินีขอร้องแม่ใจเย็นๆ ก่อน สลิลทิพย์เย็นไม่ไหว เพราะรู้แก่ใจดีว่าการยื้อเวลาครั้งนี้ก็เพราะตรีอัปสรหายตัวไป แล้วลุกขึ้นจะไปเอาเรื่อง อรสินีพยายามห้าม

    แต่แม่ไม่ฟัง เดินลิ่วออกไปทันที

    ooooooo

    อีกมุมหนึ่งในห้องประชุมของสถานี ชญานนท์กำลังหารืออยู่กับมุกตาภา คุณรัตน์ และศรศรีนักข่าวของช่อง รวมทั้งทีมข่าว ว่าอยากให้รายการเกาะติดนางสาว ณ สยาม เจาะลึกเรื่องการคัดเลือกรอบแรกในวันนี้ รวมไปถึงตัวเก็งอีกคนคือตรีอัปสร คุณรัตน์เสนอให้รายงานข่าวว่าเธอถูกจับตัวไป เพื่อให้หลุดจากการประกวด

    “จะดีหรือคะ คุณรัตน์” มุกตาภาทักท้วง

    “ถ้าคิดจะสร้างกระแสก็ต้องออกข่าวแบบนี้ค่ะ โลกทุกวันนี้ต้องเติมสีสันให้ฉูดฉาด  ไม่งั้นไม่มีใครสนใจ”

    ศรศรีแนะว่าต่อหน้าก็ให้ทำข่าวอย่างสร้างสรรค์ แต่ลับหลังให้ปั่นกระแสในโลกออนไลน์ว่าตรีอัปสรโดนจับตัวไปหรือไม่ก็ถูกวางยา เพื่อให้กระแสกลบเรื่องที่กองประกวดตัดสินผู้เข้ารอบล่าช้าเพราะช่วยตรีอัปสร ชญานนท์เห็นดีด้วย สั่งให้เธอทำแบบร่างข่าวนี้มาให้ดูก่อนที่จะโพสต์ลงในเน็ต

    “แล้วถ้ายัย...เอ่อ ตรีอัปสรไม่กลับมาล่ะคะ พี่นนท์”

    “เมื่อครู่นี้คุณพ่อบอกพี่มาแล้วว่าเจอตัวตรีอัปสรแล้ว เธอกำลังมา”...

    ในเมื่อไม่เป็นไปตามแผนการที่วางไว้ สลิลทิพย์สั่งให้นายชาติหายหน้าไปสักพักหนึ่งก่อน จังหวะนั้นเธอเห็นชญานนท์ออกมาจากห้องประชุม รีบวางสายจากนายชาติ แล้วเข้าไปขอคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว ครู่ต่อมาชายหนุ่มพาสลิลทิพย์ไปที่ห้องทำงานของเขา ทันทีที่ประตูห้องปิด เธอใส่ไม่ยั้งเรื่องที่การประกาศผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้ายยืดเยื้อไปจนถึงพรุ่งนี้ ก็เพราะกองประกวดต้องการรอตรีอัปสร แดกดันว่าทำไมไม่ยกมงกุฎให้ไปเลย คนอื่นจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาร่วมประกวด ชญานนท์พยายามพูดกับเธออย่างใจเย็นที่สุด

    “เท่าที่ผมรู้ ตรีอัปสรโดนรั้งตัวไว้ให้มาคัดเลือกตัววันนี้ไม่ได้นะครับ”

    “ถ้าน้าเอาเรื่องนี้ไปพูดกับสื่อ นนท์รู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความน่าเชื่อถือของการประกวดนางสาว ณ สยาม จะเป็นอย่างไร” สลิลทิพย์ขู่ ชญานนท์เข้าใจความรู้สึกของเธอ และที่สำคัญเขาไม่มีสิทธิ์ห้ามถ้าเธอจะทำอย่างนั้น เสียงศรศรีจากทีวีในห้องดังขึ้น ทั้งคู่หันไปมอง เห็นเธอแจ้งข่าวด่วนให้ทราบว่า การประกาศผลต้องล่าช้าเพราะผู้เข้าประกวดมีความสวยและความสามารถสูสีกัน  ทำให้คณะกรรมการต้องใช้เวลาตัดสินนาน 

    “และทันทีที่ผลการคัดเลือกออกมาแล้ว เราจะ รายงานให้คุณผู้ชมทราบทันทีค่ะ”...

    ข่าวชิ้นนี้ ผู้เข้าประกวดก็ได้ยินเช่นกัน ต่างชวนกันกลับ วรัญญาเห็นอรสินีนั่งอยู่คนเดียว ถามว่าจะกลับด้วยหรือเปล่า เธอต้องรอถามแม่ก่อน ตอนนี้ท่านออกไปข้างนอก ภารดีต่อว่าวรัญญาว่าซักราวกับเป็นนักข่าว อยากจะรู้เรื่องของอรสินีไปทำไม เจ้าตัวยอมให้ซัก โดยมีข้อแม้ว่าวรัญญาก็ต้องให้เธอถามคำถามได้เช่นกัน เพื่อความเท่าเทียม วรัญญายินดีตอบทุกคำถาม แล้วแนะนำตัวเองว่าชื่อวรัญญาจะเรียกว่ารัญเฉยๆก็ได้

    “ฉันชื่ออรสินีค่ะ เรียกอรก็ได้ ดีใจนะคะที่ได้มีเพื่อนใหม่” อรสินีพูดจบก็ยิ้มให้

    ภารดีขัดขึ้นทันที มาประกวดแข่งขันกันเป็นที่หนึ่ง ต้องชิงดีชิงเด่น จะให้เป็นเพื่อนกันได้อย่างไร 

    อรสินีไม่เกี่ยงจะชิงดีชิงเด่นกันอย่างไรก็ได้ แต่อย่าทำร้ายกันก็เป็นเพื่อนกันได้

    ooooooo

    สลิลทิพย์เดินหน้าหงิกจะกลับไปห้องพักนางงาม เจอดารินทร์ปรี่เข้าหาอย่างเอาเรื่อง เธอจะเดินหนี แต่ดารินทร์ขวางไว้ สลิลทิพย์ไม่พอใจสั่งให้หลีกไป

    “นึกว่าแก่แล้วความเลวจะจางลง ที่ไหนได้...ยังไงลูกฉันก็ได้เข้ารอบ นางสาว ณ สยาม แน่นอน ต่อให้แกคิดแผนการชั่วร้าย หาทางสกัดลูกฉันยังไง ก็ไม่มีทางสำเร็จหรอก”

    “แกพล่ามอะไรเนี่ย ฉันไม่รู้เรื่อง” สลิลทิพย์ตีหน้าตาย

    “ดีนะที่ลูกสาวฉันไม่เป็นอะไร แต่ก็อย่านึกว่าฉันจะปล่อยให้แกลอยนวลนะ นังสลิลทิพย์ ฉันจะหาหลักฐานมาจัดการกับแกเอาให้ดิ้นไม่หลุด”

    สลิลทิพย์ถึงกับหน้าเสีย แต่ไม่วายปากดี ขู่กลับจะเอาเรื่องที่การคัดเลือกสาวงามรอบแรกต้องล่าช้าเพราะกรรมการรู้เห็นเป็นใจรอลูกสาวของดารินทร์ โดยมีนายพลอัศวินหนุนหลัง เธอท้าทายให้ไปฟ้องได้เลย

    “เรื่องของฉันอย่างมากก็เป็นขี้ปากชาวบ้าน เม้าท์กันไปมา 3 วัน 7 วันก็ลืม มีเรื่องใหม่มาให้เม้าท์แล้วแต่เรื่องที่ไฮโซแร้งทึ้งให้คนเอาน้ำส้มใส่ยานอนหลับอย่างแรงไปให้ลูกฉันดื่ม แล้วโทร.หลอกล่อฉันกับคุณพี นี่สิเรื่องยาวแน่ ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงขั้นเข้าคุกเลย” ดารินทร์เอาจริง สลิลทิพย์ยังคงปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

    “ดีแต่เรื่องปากแข็ง แต่เรื่องโกหกสอบตก ถ้ามีปัญญาโกหกได้แค่นี้ ฉันว่าไปฝึกมาใหม่ดีกว่า” ดารินทร์มองคู่อริอย่างดูแคลน ก่อนจะเดินกระแทกไหล่จากไป...

    ตกค่ำ ศรศรีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า พรุ่งนี้บ่ายโมงถึงจะประกาศผลสาวงามผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย...

    แผนพลิกวิกฤติเป็นโอกาสของชญานนท์ได้ผลดีเกินคาด มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นผ่านทางโลกออนไลน์จนเว็บแทบล่ม มุกตาภามั่นใจว่าตอนที่เราประกาศผู้เข้ารอบวันพรุ่งนี้จะต้องมีคนสนใจตามดูกันล้นหลาม เรตติ้งของช่องเราต้องพุ่งกระฉูดแน่นอน คุณดิษฐ์ยิ้มพอใจถ้าเรตติ้งดีก็มีผลถึงสปอนเซอร์ด้วย

    “ฝ่ายขายแจ้งมาว่าลูกค้าติดต่อเข้ามาตั้งแต่ตอนบ่ายแล้วครับ”

    “สปอนเซอร์หลักเรามีครบแล้ว ก็ขายเป็นสปอตโฆษณาไป มุกปรึกษากับคุณรัตน์แล้วก็ฝ่ายครีเอทีฟด้วย พ่ออยากให้มีรายการพิเศษช่วงนางสาว ณ สยามเก็บตัววันละ 1 ชั่วโมง สัก 10 วัน”

    “ได้ค่ะ...แล้วยัยตรีอัปสรนั่น หายตัวไปจริงๆ หรือว่าแกล้งหายตัวเรียกร้องความสนใจกันแน่คะ”

    คุณดิษฐ์ไม่สนว่าตรีอัปสรจะหายตัวไปด้วยเหตุผลอะไร ขอให้พวกเราได้ประโยชน์ก็แล้วกัน...

    ทันทีที่อติรุจรู้เรื่องตรีอัปสรจากน้องสาว จัดแจงหยิบมือถือจะโทร.หา สลิลทิพย์เอ็ดเสียงเขียวจะโทร.หานังนั่นทำไม เขาเป็นห่วง อยากรู้ว่าตรีอัปสรเป็นอย่างไรบ้าง สลิลทิพย์บอกหน้าตาเฉยว่าไม่เป็นอะไร

    “คุณแม่ทราบได้ยังไงครับ”

    “ก็ถ้ามันเป็นอะไรไปจริงๆมันคงไม่เงียบแบบนี้หรอก แม่มันต้องออกมาโวยวายแล้วล่ะ แล้วนี่ตานนท์โทร.มาหาหรือเปล่าอร ถ้าเขาไม่โทร.มา แกก็ไม่ต้องโทร.ไป เข้าใจไหม”

    อรสินีรับคำเสียงอ่อย อติรุจเซ็งจัดที่แม่บังคับน้องทุกเรื่อง แถมน้องยอมอีกต่างหาก ขยับลุกขึ้นขอตัวไปอาบน้ำ สลิลทิพย์ดักคอ ไปอาบน้ำหรือไปแอบโทร.หานังนั่นกันแน่ เขาไม่ตอบ เดินหนีไปดื้อๆ

    ooooooo

    ระหว่างคุณดิษฐ์ ชญานนท์และมุกตาภากำลังเดินไปที่จอดรถของสถานีโทรทัศน์ ช่อง Thai 10 คุณดิษฐ์นึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้น่าจะมีนักข่าวมาตามทำข่าวตรีอัปสรกันมากมาย และเพื่อป้องกันการให้ข่าวที่ไม่ตรงกัน เขาจึงสั่งให้ชญานนท์ไปคุยกับตรีอัปสรว่าพรุ่งนี้ควรจะให้สัมภาษณ์อย่างไรบ้าง

    “คืนนี้เลยหรือครับพ่อ”

    “แล้วจะรอพรุ่งนี้ทำไมล่ะ พ่อว่ามันจะฉุกละหุกเกินไปนะ”

    ชญานนท์ทำตามที่พ่อสั่ง โทร.นัดตรีอัปสรมาพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งค่อนข้างเป็นส่วนตัว จะได้ไม่ตกเป็นเป้าสายตาของใคร หญิงสาวถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าเขาเรียกให้มาพบมีเรื่องด่วนอะไร

    “ผมอยากซักซ้อมเรื่องวันพรุ่งนี้กับคุณ เพราะนักข่าวต้องสัมภาษณ์คุณเรื่องที่คุณหายตัวไปแน่ๆ ข่าวมันออกมาหลายกระแสเหลือเกิน”

    “คุณจะให้ตรีบอกนักข่าวว่ายังไงคะ”

    ชายหนุ่มยังไม่ยอมตอบคำถาม กลับขอให้เธอเล่ามาก่อนว่าวันนี้หายไปไหนมา...

    หลังจากได้ฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยละเอียดจากปากของตรีอัปสร ชญานนท์อยากให้เธอเล่าไปตามเหตุการณ์จริงที่เจอมาถ้าถูกนักข่าวซัก แต่ตอนจบอาจต้องบิดเรื่องสักนิดว่าโชคดีมีคนมาช่วยทำให้กลับมารายงานตัวทันเป็นคนสุดท้ายพอดี เพราะบังเอิญคณะกรรมการอยู่ปรึกษาเรื่องคัดเลือกตัว เธอก็เลยได้ออดิชั่น

    “ได้ค่ะ แล้วถ้านักข่าวถามว่าใครวางยาตรีล่ะคะ”

    “ในความเป็นจริง ถึงคุณรู้ว่าคนๆนั้นเป็นใคร คุณก็จะเจาะจงว่าเป็นเขาไม่ได้จนกว่าคุณจะมีหลักฐานที่แน่นหนา ถ้าคุณไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ คุณก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึง แต่ถ้าคุณติดใจอยากจับคนผิดมาลงโทษ ผมก็แนะนำให้แจ้งความ”

    “ตรีไม่ติดใจหรอกค่ะ แค่ตรีรอดปลอดภัยกลับมาประกวดนางสาว ณ สยามได้ ตรีก็โอเคแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่สละเวลามาให้คำปรึกษา ถึงแม้ว่าที่คุณทำจะเป็นเพราะต้องการไม่ให้งานของคุณเสียหาย” ตรีอัปสรแอบตัดพ้อ ก่อนจะยกนาฬิกาขึ้นดู “ดึกแล้ว ตรีว่าเรากลับกันเถอะค่ะ”...

    ด้านอติรุจเพิ่งวางสายจากดารินทร์ ตอนที่อรสินีเข้ามาถามว่าโทร.หาตรีอัปสรหรือยัง เขาโทร.แล้ว แต่เธอไม่ได้เอามือถือไป ดารินทร์เป็นคนรับสายบอกว่าชญานนท์โทร.ไปหาให้ตรีอัปสรออกไปคุยงานด้วย อรสินีเลิกคิ้วด้วยความฉงน อติรุจเองก็แปลกใจไม่แพ้เธอเช่นกัน เพราะปกติชญานนท์แทบจะไม่มองหน้าตรีอัปสรด้วยซ้ำ แล้วทำไมถึงนัดออกไปคุยกันได้

    “ก็คงจะเป็นเรื่องงานพรุ่งนี้มั้งคะ เกิดเรื่องแบบนี้ นักข่าวต้องอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งเรื่องตรีไม่มา ทั้งเรื่องเลื่อนการประกาศผล”

    “ก็น่าจะใช่ แล้วนี่ไม่คิดจะโทร.ไปหานายนนท์จริงๆหรือ”

    อรสินีไม่อยากขัดใจแม่ อติรุจยุส่ง ถ้าไม่บอกท่านก็คงไม่รู้ เธอกลับอ้างว่ากำลังฝึกความซื่อสัตย์ทั้งต่อหน้าและลับหลังอยู่ อติรุจถึงกับเซ็งที่น้องยอมทำตามแม่สั่งไปเสียทุกเรื่อง...

    ตรีอัปสรกลับถึงบ้านด้วยอารมณ์เบิกบาน แม้จะดึกมากแล้ว แต่ยังมีแก่ใจเดินดูต้นไม้ดอกไม้ ยิ่งคิดถึง เหตุการณ์ขณะเดินออกจากร้านอาหารกับชญานนท์ไปยังที่จอดรถแล้วอดยิ้มไม่ได้ ตอนนั้นเธอเดินเซเสียหลักจะล้ม เขาคว้าตัวไว้ทัน ทั้งคู่มองสบตากันนิ่งงัน เขาตั้งสติได้ก่อน รีบขยับตัวออกห่าง

    “พรุ่งนี้เจอกันนะครับ”

    “ค่ะ พรุ่งนี้เจอกัน อันที่จริงตรีควรจะขอบคุณคนที่วางยาตรีนะคะ อย่างน้อยเขาก็ทำให้คุณชญานนท์ที่เคยเฉยชากับตรี เปลี่ยนมาเป็นพูดกับตรีดีๆบ้าง”

    เสียงนายพลอัศวินร้องทักว่าคิดอะไรอยู่หรือ ทำให้ตรีอัปสรตื่นจากภวังค์ ย้อนถามว่ายังไม่นอนอีกหรือเธอกับแม่รบกวนเขาทั้งวันไม่เหนื่อยหรือ เขาคุยอวดแค่นี้เล็กน้อย เขาไม่เหนื่อยง่ายๆ ยังแข็งแรงเกินร้อย ถ้าไม่เชื่อให้ไปถามแม่ของเธอดูก็ได้ ตรีอัปสรตีหน้าซื่อตาใสเหมือนไม่เข้าใจความนัยของเขา ก่อนจะแกล้งหาว

    “ตรีง่วงแทนคุณลุงซะแล้วค่ะ ตรีขอตัวไปนอนก่อนนะคะ”

    ooooooo

    เป็นอย่างที่ชญานนท์คาดไว้ไม่มีผิด นักข่าวมารอทำข่าวตรีอัปสรกันแน่นสถานีโทรทัศน์ ช่อง Thai 10 ทันทีที่เธอก้าวลงจากรถ เสียงตะโกนถามว่ามีข่าวแว่วว่าเธอโดนวางยาทำให้มารายงานตัวไม่ทัน จริงหรือเปล่า

    “ถูกแค่ครึ่งเดียวค่ะ” ตรีอัปสรยิ้มสดใสเหมือนไม่ได้ผ่านเรื่องเลวร้ายมา

    ขาดคำ นักข่าวต่างแย่งกันถามเสียงเซ็งแซ่จนฟังไม่ได้ศัพท์ ตรีอัปสรต้องขอร้องให้เงียบกันก่อนแล้วฟังเธอพูดจะดีกว่า ทุกคนพากันตั้งใจฟัง

    “ที่ตรีบอกว่าถูกต้องครึ่งเดียวก็คือ เรื่องที่ตรีถูกวางยาค่ะ มีคนเอาน้ำส้มใส่ยานอนหลับอย่างแรงมาให้ตรี แล้วบอกว่าคุณพี บก.หนังสือบีลิฟสั่งมาให้ค่ะ หลังจากนั้นตรีก็หลับไป มารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อวานตอนกลางวัน แต่ตรีกลับมาทันได้สัมภาษณ์และก็แสดงความสามารถนะคะ นาทีสุดท้ายเลยค่ะ”

    ข่าวการให้สัมภาษณ์สื่อของตรีอัปสรครั้งนี้ปรากฏบนจอทีวีที่อยู่ในห้องพักนางงาม สลิลทิพย์ซึ่งยืนดูอยู่ทำปากขมุบขมิบด่าไม่ออกเสียงว่าสตรอ วรัญญาซึ่งนั่งอยู่กับเจ๊หนึ่ง ภารดีและทิปปี้ก็ด่าตรีอัปสรเช่นกัน

    “เจ๊...นังสตรอเบอรี่นี่มันกลับมาตอนไหน ทำไมเราไม่เห็น”

    “ก็คงกลับมาตอนเราคล้อยหลังไปแล้วน่ะสิ” เจ๊หนึ่งว่าประชด ภารดียอมไม่ได้ ชวนวรัญญาไปช่วยกันประท้วงกองประกวดเพื่อให้ตรีอัปสรถูกตัดสิทธิ์ เพราะไม่เชื่อว่าเธอมาที่นี่เมื่อคืน เจ๊หนึ่งโพล่งขึ้นทันที

    “ฉันนึกออกแล้ว ฉันมีเรื่องเด็ดจะประท้วง แรงกว่านั้นเยอะ”

    ครู่ต่อมา เจ๊หนึ่ง วรัญญา ภารดี ทิปปี้ รวมทั้งสลิลทิพย์กับอรสินีและผู้เข้าประกวดอีกจำนวนหนึ่ง พากันมาพบคุณดิษฐ์และชญานนท์ เนื่องจากไม่เชื่อว่าตรีอัปสรจะกลับมาทันการคัดเลือกตัว คุณดิษฐ์ขอให้ตั้งตัวแทนมาหนึ่งคนเพื่อจะได้คุยกันได้สะดวก ด้วยความที่มีอาวุโสสูงสุด ทุกคนเห็นพ้องต้องกันยกให้สลิลทิพย์เป็นตัวแทน

    ชญานนท์เห็นว่าได้ตัวแทนแล้ว ก็ไม่ควรให้ผู้เข้าประกวดร่วมพูดคุยด้วย เกรงมากคนจะมากความจึงเชิญพวกเธอออกไปรอนอกห้องประชุม ทิปปี้กับเจ๊หนึ่งไม่ยอมออกจะขออยู่ฟังในฐานะพี่เลี้ยงนางงาม...

    มุกตาภาและคุณรัตน์เห็นกลุ่มนางงามที่ทยอยออกจากห้องประชุมเล็กของสถานีฯ อดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกสาวๆถึงมาออกันเต็มไปหมด หรือจะมาประท้วง คุณรัตน์เห็นตรีอัปสรกับดารินทร์เดินมากับ

    กลุ่มนักข่าวจากอีกด้านหนึ่ง รีบสะกิดมุกตาภา ก่อนจะพยักพเยิดให้ช่วยกันคอยกันนักข่าวเอาไว้...

    ภายในห้องประชุมเล็กของสถานีฯ สลิลทิพย์ต้องการให้คุณดิษฐ์เอาหลักฐานที่แสดงว่าตรีอัปสรมาทันการออดิชั่นมาให้ดู เขายินดีจะให้ดูหลักฐานตามที่สลิลทิพย์ร้องขอ

    “ถึงมีหลักฐานมาให้ดู แต่เราก็มีอีกเรื่องค่ะที่คลางแคลงใจ เรื่องคุณดารินทร์แม่ของตรีอัปสรกับท่านอัศวิน กรรมการตัดสินค่ะ” เจ๊หนึ่งยังป่วนไม่เลิก

    “พูดตรงๆแบบไม่อ้อมค้อมเลยนะคะ พวกเราทุกคนพอจะทราบมาว่าดารินทร์มีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างลึกซึ้งกับท่านอัศวิน ซึ่งมันอาจจะทำให้การตัดสินครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม” สลิลทิพย์ช่วยเสริม

    ทันใดนั้นมีเสียงดารินทร์ดังขึ้น “พูดแบบนี้ก็เหมือนดูถูกท่านนะคะ”

    สลิลทิพย์โวยวายว่าเข้ามาในนี้ได้อย่างไร ใครอนุญาต ดารินทร์จำเป็นต้องเข้ามารับฟังด้วย ในเมื่อเธอกับลูกตกเป็นจำเลย และถ้านี่ไม่ใช่เรื่องจริง สลิลทิพย์กับพวกอาจจะโดนฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทได้

    “แล้วถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะ”

    “ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยตอบคำถามฉันหน่อย ถ้าคนใหญ่คนโตในสถานีโทรทัศน์ ช่อง Thai 10 เป็นคนรักของผู้เข้าประกวดล่ะ เราก็ไม่ควรมองข้ามเหมือนกันใช่ไหมคะ คุณชญานนท์...ใช่ไหม สลิลทิพย์”

    เจ๊หนึ่งกับทิปปี้ถึงกับอ้าปากค้างเพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน คุณดิษฐ์ยืนยันว่าการประกวดครั้งนี้ บริสุทธิ์ยุติธรรม ดารินทร์ชักไม่แน่ใจ จะเป็นอย่างที่เขาว่าหรือเปล่า ขนาดลูกของเธอโดนสกัดจนแทบจะมาคัดเลือกตัวไม่ทัน แล้วยังมาเจอพวกเจ๊หนึ่งกับทิปปี้ชักแถวมาประท้วงหาว่าลูกของเธอเข้ามาได้เพราะเล่นเส้น

    “ยังไงดิฉันก็สู้ยิบตาค่ะ ถ้าแฉมาก็ต้องแฉกลับค่ะ” ดารินทร์มองทุกคนอย่างท้าทาย คุณดิษฐ์หันไปสบตาลูกชายเป็นทำนองต้องจัดการเรื่องนี้ให้เคลียร์โดยเร็วที่สุด...

    เนื่องจากแฉกันไปแฉกันมา กลายเป็นข้อพิพาทสองฝ่ายระหว่างดารินทร์และสลิลทิพย์ ชญานนท์จึงเชิญเจ๊หนึ่งกับทิปปี้ให้ออกไปรอข้างนอกเพื่อสะดวกในการเจรจากับคู่กรณี แต่ดูเหมือนจะคุยกันไม่รู้เรื่อง ขิงก็ราข่าก็แรงด้วยกันทั้งคู่ คุณดิษฐ์ตัดรำคาญในเมื่อต่างยังคิดว่าอีกฝ่ายหนึ่งใช้เส้นสาย แนะให้ลูกสาวของทั้งสองคนถอนตัวออกจากการประกวด ทั้งคู่ถึงกับใบ้กิน

    ooooooo

    เมื่อคุณดิษฐ์เดินนำคู่กรณีออกจากห้องประชุม ทุกสายตาพากันจับจ้องเป็นตาเดียวกัน ภารดีกับเจ๊หนึ่งไม่วายปากเสีย เยาะเย้ยถากถางดารินทร์กับตรีอัปสรต่างๆนานา เพราะมั่นใจว่าตรีอัปสรต้องถูกตัดสิทธิ์ อรสินีทนไม่ไหว ประกาศลั่นถ้าตรีอัปสรถูกตัดสิทธิ์ เธอจะขอถอนตัว

    “อรไม่เห็นด้วยกับการประท้วงตั้งแต่แรก ถ้าการประท้วงทำให้ตรีถูกตัดสิทธิ์ อรยืนยันว่าอรขอถอนตัวค่ะ”

    วรัญญาคิดว่าอรสินีสร้างภาพก็เอาบ้าง “ถ้าอรถอนตัว รัญก็ถอนตัวด้วย”

    ดาราวรรณกับกัลยาณีดีใจที่จะหมดคู่แข่งในคราวเดียวกันถึงสามคน ภารดีด่าวรัญญาว่าผีนางเอกเข้าสิงหรือ แล้วเชียร์ให้ถอนตัวกันให้หมด ใครไม่มีใจให้กับการประกวดก็ควรจะกลับบ้านไป ก่อนเหตุการณ์จะบานปลายใหญ่โต ชญานนท์ประกาศให้ทราบทั่วกันว่าจะไม่มีการตัดสิทธิ์ผู้เข้าประกวดคนไหนทั้งนั้น

    “ทำไมล่ะคะ เรามีทั้งหลักฐานทั้งคนอ้างอิง” ภารดีโวยไม่เลิก

    “คุณเข้าใจผิดแล้วครับคุณภารดี ทุกคนที่ร่วมประท้วงรวมทั้งคุณหนึ่งและคุณทิปปี้ด้วย ไม่มีใครมีหลักฐานอะไรทั้งนั้น นอกจากคำพูดลอยๆ”

    ภารดีอ้าปากจะโวยอีก ทิปปี้ต้องรีบมาดึงตัวออกไปเพราะเกรงจะโดนตัดสิทธิ์เสียเอง ชญานนท์ประกาศเชิญผู้เข้าประกวดทุกคนที่ห้องประชุมใหญ่ได้แล้ว อีกหนึ่งชั่วโมงจะประกาศผลผู้เข้ารอบ...

    ในที่สุดรายชื่อสาวงามที่ผ่านการเข้ารอบคัดเลือก 20 คนสุดท้ายก็ประกาศผล วรัญญา อรสินี ตรีอัปสร ภารดี ดาราวรรณและกัลยาณีผ่านเข้ารอบหมด โดยผู้เข้ารอบจะต้องจับสลากหมายเลขของตัวเองในวันนี้เลย ศรศรีรายงานข่าวเพิ่มเติมอีกว่า รอบต่อไปจะให้ผู้ชมส่งคะแนนเชียร์สาวงามที่ตัวเองชื่นชอบ และหลังจากนี้อีก 2 สัปดาห์ สาวงามทั้ง 20 คนจะเดินทางไปเชียงรายเพื่อเก็บตัวและทำกิจกรรมร่วมกันเป็นเวลา 1 สัปดาห์

    “และที่สุดหนึ่งในสาวงามที่ยืนเรียงรายอยู่ด้านหลังดิฉันนี้ก็จะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดที่ได้ครองมงกุฎนางสาว ณ สยาม ค่ะ ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของการประกวดนางสาว ณ สยาม ทางช่อง Thai 10 นะคะ ศรศรี มณีศิลป์ รายงาน”

    คุณดิษฐ์ดูข่าวนี้แล้วถึงกับถอนใจโล่งอกที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ชญานนท์แจ้งว่าตอนนี้กระแสการประกวดแรงมาก คุณดิษฐ์อยากให้ลูกชายปล่อยข่าวเรื่องผู้เข้าประกวดประท้วงไม่พอใจตรีอัปสร แต่ให้ลงในเว็บอย่างเดียวเพื่อสร้างกระแสต่อไปเรื่อยๆ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องของตรีอัปสรจะกลายเป็นประโยชน์มหาศาลสำหรับเรา และเขาอยากให้ชญานนท์ไปคุมเรื่องการประกวดด้วยตัวเอง

    “โดยเฉพาะช่วงเก็บตัวที่เชียงราย หาทีมงานมืออาชีพมาเสริมทีมงานของเรา จัดกิจกรรมให้น่าสนใจที่สุด สรุปให้พ่อด่วนเลย พ่ออยากนำเสนอให้ลูกค้าฟัง” คุณดิษฐ์สั่งการเสร็จ ยิ้มพอใจ...

    หลังจากจับหมายเลขประจำตัวเรียบร้อย ผู้เข้าประกวดทยอยกันกลับ ตรีอัปสรเดินออกมากับอรสินี เจอสลิลทิพย์ยืนรอลูกตัวเองอยู่หน้าตึกทำการของสถานีฯ ทำทีเข้าไปไหว้ทักทายและบอกให้เธอรู้ว่าตนเองรู้เรื่องที่เธอทำอะไรไว้กับแม่ของตนเองบ้าง สลิลทิพย์ไม่พอใจรีบพาอรสินีกลับทันที...

    ทางด้านเจ๊หนึ่งยังหงุดหงิดไม่หายที่อุตส่าห์ไปขุดเรื่องฉาวโฉ่ไปแฉหวังจะให้กระฉ่อนการประกวด ที่ไหนได้กลายเป็นว่าเรื่องจบสั้นๆง่ายๆ เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าดารินทร์กับสลิลทิพย์ต้องมีลับลมคมในอะไรกันแน่ๆ

    ooooooo

    ทันทีที่กลับถึงบ้าน สลิลทิพย์เล่นงานอรสินีที่ประกาศจะถอนตัวถ้าตรีอัปสรถูกตัดสิทธิ์ เธอขี้เกียจฟังแม่บ่น ขอตัวไปดูน้อยว่าทำกับข้าวอะไรเตรียมไว้บ้าง สลิลทิพย์ต่อว่าลูกสาวว่ารู้ทั้งรู้ว่าตนเกลียดนังนั่นก็ยังจะไปเข้าข้าง แถมยังยิ้มหัวกับมันอีก อรสินีทักท้วงว่าสิ่งที่ดารินทร์ทำไม่เกี่ยวกับตรีอัปสรแม้แต่น้อย

    “อีกอย่างหนึ่ง เราสองคนก็เข้ารอบ 20 คนมาด้วยกัน แม่จะไม่ให้อรคุยกับตรีเลยมันคงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ถึงอรกับตรีจะไม่ได้สนิทกันมากแต่เราก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กนะคะ”

    สลิลทิพย์จะต่อว่าลูกอีก แต่อาชัญเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เธอเลยพาลหงุดหงิดใส่เขาด้วย อาชัญเห็นท่าไม่ดี ชวนอรสินีไปดูกล้วยไม้ที่เขาเพิ่งซื้อมาใหม่ แล้วจูงมือลูกออกไป ทิ้งให้สลิลทิพย์อยู่ตรงนั้นคนเดียว...

    เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับลูก อาชัญขอโทษเธอด้วยที่ทำให้ต้องผิดหวัง โทษตัวเองที่เป็นสาเหตุให้ลูกต้องกลายเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นของแม่ อรสินีพยายามพูดติดตลกเพื่อพ่อจะได้ไม่เครียด

    “อย่าคิดมากสิคะพ่อ บางทีแม่อาจจะมีสัญชาตญาณในเรื่องการแข่งขันสูงก็เลยดึงอรเข้ามาด้วย”

    “ดารินทร์ก็คงมีสัญชาตญาณเอาชนะสูงสินะ ถึงได้ดึงลูกตัวเองเข้ามาเหมือนกัน”...

    บ่ายนั้น ดารินทร์ชวนคุณพีมาร่วมฉลองความสำเร็จขั้นแรกของตรีอัปสรที่ได้ผ่านเข้ารอบสาวงาม 20 คนสุดท้ายของการประกวด และรอดจากถูกตัดสิทธิ์มาได้ เขายังคาใจไม่หายว่าใครกันที่คิดจะสกัดจุดดาวรุ่งของตรีอัปสร หรือว่าเธอไปเหยียบถูกตาปลาใครเข้า ดารินทร์ชี้แจงว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลูก แต่เป็นเรื่องเก่าที่แค้นฝังหุ่นมานาน ฝ่ายนั้นก็เลยมาเอาคืนกับลูกของเธอ คุณพีถึงกับตบอกผาง

    “อุ๊ยตาย เรื่องมันเป็นยังไงมายังไงฮะ เล่าให้พีฟังได้ไหมฮะ พีสัญญานะฮะว่าจะปิดปากสนิทไม่แพร่งพรายให้ใครฟังแน่นอน”...

    รถของดารินทร์เพิ่งแล่นเข้ามาจอดหน้าตัวบ้าน ตอนที่มีสายเรียกเข้ามือถือของตรีอัปสรดังขึ้น ดารินทร์อยากรู้ว่าใครโทร.หา ลูกไม่ยอมบอกแล้วขยับจะกดรับสาย เธอรีบดักคอไว้ก่อนว่าคืนนี้เธอมีงานเลี้ยง รถไม่ว่างให้ลูกยืมใช้ ตรีอัปสรไม่คิดจะเอารถแม่ไปใช้อยู่แล้ว...

    ฝ่ายมุกตาภาไม่ละความพยายามจะให้พี่ชายช่วยสืบดูทีว่าณเดชย์แอบคบหาใครอยู่หรือเปล่า เขารับปากจะช่วยดูให้ แล้วแนะให้น้องลองโทร.ชวนณเดชย์ไปกินข้าว

    “เป็นคู่หมั้นกันแล้วไม่ต้องมีฟอร์ม ใครชวนใครก่อนก็เหมือนกัน”

    มุกตาภาทำท่าครุ่นคิด แล้วค่อยๆยิ้มออกมาเหมือนจะเห็นด้วยกับคำแนะนำของพี่ชาย...

    ในเวลาต่อมา ชญานนท์มาถึงบ้านวัณณุวรรธน์ไม่พูดพล่ามตรงเข้ากอดอรสินีด้วยความคิดถึง เธอเตือนว่าถ้าแม่มาเห็นเข้ารับรองเป็นเรื่องแน่ เขารู้อยู่แล้วว่าเย็นนี้ท่านไม่อยู่ แล้วออดอ้อนว่าตอนอยู่ที่สถานีโทรทัศน์เขาต้องทำเป็นไม่รู้จักเธอ ซึ่งทรมานจิตใจเขามาก...

    ค่ำวันเดียวกัน ตรีอัปสรลงจากรถแท็กซี่ เดินไปหารถสปอร์ตหรูที่จอดรออยู่ริมแม่น้ำบริเวณปลอดคน เปิดประตูด้านข้างคนขับเข้าไปนั่ง แล้วถามณเดชย์ว่ารอนานไหม เขาหยอดคำหวาน นานแค่ไหนก็รอได้ เธอขอโทษที่ให้เขารอ วันนี้แม่ต้องใช้รถ เธอก็เลยนั่งแท็กซี่มา เขาไม่อยากให้เธอใช้บริการแท็กซี่เพราะมันอันตราย

    “ก็ตรีไม่มีรถส่วนตัวนี่คะ คุณนะจะให้ตรีนั่งรถหนุ่มที่ไหนล่ะคะ”

    “หนุ่มที่ไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น ผมหึง...ตรีอยากได้รถรุ่นไหน บอกผมมา ผมซื้อให้เอง”

    ตรีอัปสรดีใจจนเนื้อเต้นแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ แสร้งปฏิเสธว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ เธอไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะรับของแพงๆจากเขา และที่สำคัญเธอกลัวแม่กับท่านนายพลรู้เรื่องของเรา

    “ให้รู้ไปเลย ผมจะได้ถอนหมั้นกับมุก”

    “คุณนะทำอย่างนั้นไม่ได้นะคะ คุณมุกเธอไม่ได้ทำอะไรผิด คุณจะทำอย่างนั้นกับเธอได้ยังไง และที่สำคัญ ตรีมาทีหลังนะคะ” ตรีอัปสรสบตาเขาน้ำตาคลอ ณเดชย์หลงกลดึงเธอมากอดอย่างเห็นใจ

    ooooooo

    เมื่อเห็นสมควรแก่เวลา ชญานนท์ก็ขอตัวกลับ อรสินีเดินมาส่งที่รถ เป็นจังหวะเดียวกับอติรุจกลับมาพอดี เขากระเซ้าว่าที่น้องเขยว่ามาแสดงความยินดีที่น้องสาวของเขาติด 1 ใน 20 คนหรือ

    “ใช่ แล้วก็มีเรื่องจะให้นายช่วยด้วย พรุ่งนี้บ่ายนายว่างหรือเปล่าไปคุยกันที่ช่องได้ไหม”

    “ได้สิ เอ่อ...แล้วตรีเป็นอย่างไรบ้าง”

    ชญานนท์ให้โทร.ถามกันเอาเอง อติรุจโทร.

    แล้วเมื่อคืน แต่แม่ของเธอบอกว่าออกไปเจอเขา คนถูกซัดทอดหยุดกึกเหลือบมองอรสินีแวบหนึ่ง แต่เธอ

    ไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ เขาจึงมีท่าทีผ่อนคลาย

    “ใช่ ซักซ้อมกันเรื่องตอบคำถามนักข่าว”

    “อรก็บอกเหมือนกัน รู้ใจกันจริงๆนะคู่นี้” อติรุจ

    กระเซ้า อรสินีเห็นว่าพรุ่งนี้ชญานนท์มีงานต้องทำอีกมาก จึงบอกให้กลับไปพักผ่อนได้แล้ว...

    ฝ่ายตรีอัปสรอยู่ออเซาะณเดชย์จนเห็นว่าเลยเวลาไปมากแล้วก็ขอตัวกลับ แล้วทำท่าจะเดินไปที่ถนนเพื่อเรียกแท็กซี่ เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ อาสาจะไปส่งบ้านให้ แล้วกำชับให้เลือกรถไว้ได้เลย ที่เหลือเขาจัดการเอง ตรีอัปสรไม่ต้องการอะไรจากเขา แค่เขาดีกับเธออย่างที่เป็นอยู่ เธอก็พอใจแล้ว

    “ยิ่งตรีไม่เรียกร้องไม่ต้องการอะไร ผมยิ่งอยากให้ อยากตอบแทนสิ่งดีๆที่ตรีให้ผม” ณเดชย์ดึงตรีอัปสรมากอดแล้วพากลับไปที่รถ...

    ขณะที่ตรีอัปสรใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนหลอกล่อจนณเดชย์รับปากจะซื้อรถให้ ชญานนท์อดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นพ่อยังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่นไม่ยอมเข้านอน ถามว่ารอมุกตาภากลับบ้านหรือ ท่านจะรอทำไมในเมื่อเธอไม่ได้ไปไหน กลับจากทำงานก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องไม่ยอมลงมากินข้าวกินปลา

    “ผมขึ้นไปดูน้องก่อนนะครับ”

    “นนท์ลองคุยกับมุกดูนะ พ่อว่าถ้างอนกันไปงอนกันมาแบบนี้แต่งๆกันไปเลยดีกว่า อยู่ด้วยกันอาจจะดีขึ้น”

    ชญานนท์พยักหน้ารับคำ แล้วตรงไปที่ห้องนอนของน้อง พอเห็นหน้าตาบวมช้ำเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เดาได้ไม่ยากว่าต้องมีปัญหากับณเดชย์ เป็นอย่างที่เขาคาดไม่มีผิด มุกตาภาเล่าทั้งน้ำตาว่าทำตามที่พี่ชายแนะนำ เป็นฝ่ายโทร.ไปหาณเดชย์ก่อน พอเขารับสาย ก็รีบบอกเลยว่าถ้าจะนัดกินข้าว เอาไว้วันหลังวันนี้เขาไม่ว่าง มีนัดสำคัญ ชญานนท์พยายามจะปลอบน้องสาว แต่เธอขัดขึ้นอย่างเหลืออด

    “พี่นนท์เลิกปลอบใจมุกเสียทีเถอะ พี่นนท์พูดให้มุกทำใจยอมรับสภาพที่เขามีคนอื่น หรือไม่ก็พูดให้มุกตัดใจจากคุณนะให้ได้ไปเลยจะดีกว่าค่ะ”

    ชญานนท์ขอร้องอย่าเพิ่งตีโพยตีพาย ร้องไห้ดักไว้ก่อน ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่าณเดชย์ไปไหน มุกตาภาเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองว่าเขาต้องมีคนอื่นแน่นอน ชญานนท์ครุ่นคิดหนัก ผู้หญิงคนนั้นของณเดชย์เป็นใคร

    ooooooo

    ตรีอัปสรเดินเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดีเพราะก่อนจะลงจากรถ ณเดชย์รับปากจะโอนเงินเข้าบัญชีให้เป็นค่าซื้อรถคันใหม่ ดารินทร์ดักรอลูกอยู่ ถามเสียงเข้มว่าใครมาส่ง พอรู้ว่าเป็นณเดชย์ก็โวยวายใส่

    “คุณณเดชย์จริงๆหรือนี่ ถ้างั้นเรื่องที่เขาพูดกันถึงแกกับคุณนะก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ”

    ตรีอัปสรอยากรู้ว่าเขาที่แม่ว่าเป็นใคร  และพูดถึงเธอกับณเดชย์ว่าอย่างไรไม่เห็นแม่เล่าให้ฟังที่ดารินทร์ไม่เล่าก็เพราะไม่คิดว่าคนอย่างลูกจะแย่งแฟนคนอื่นตรีอัปสรของขึ้นทันทีโวยกลับว่าถึงจะเป็นลูกของแม่แต่ไม่เคยคิดจะทำอะไรแบบที่ท่านทำดารินทร์ทั้งน้อยใจเสียใจที่ลูกต่อว่าถึงกับน้ำตาซึมตรีอัปสรรู้ตัวว่าพูดว่าแม่แรงไปยกมือไหว้ขอโทษไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายจิตใจท่านแค่อยากจะบอกว่าเธอกับณเดชย์ไม่ได้มีอะไรกัน

    ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆก็ดีแล้วเพราะฉันไม่อยากให้แกได้ชื่อว่าเป็นเมียน้อยเหมือนที่ฉันเป็นฉันไม่อยากให้ใครมาชี้หน้าแกว่าแม่มันเป็นเมียน้อยแล้วลูกมันก็ไม่ต่างกับแม่มันแกเข้าใจฉันใช่ไหมตรีอัปสร

    ตรีเข้าใจแล้วตรีก็สัญญาว่าตรีจะไม่มีวันเป็นเมียน้อยใครเด็ดขาดตรีอัปสรยืนยันหนักแน่น...

    ในเวลาต่อมาขณะดารินทร์กำลังจะเข้านอนตรีอัปสรมาปรึกษาเรื่องจะซื้อรถเธอไม่เห็นด้วยอีกไม่นานลูกก็จะได้ตำแหน่งซึ่งมีรถฟรีมาให้ใช้อยู่แล้วจะซื้อทำไมให้เสียเงินตรีอัปสรขี้เกียจรอและที่สำคัญเธออยากได้รถยุโรปดารินทร์ไม่มีเงินถุงเงินถังจะไปซื้อรถแพงๆให้เพราะต้องเก็บไว้เป็นเงินหมุนเวียนในร้าน

    แม่ก็ให้มาพอดาวน์รถกับผ่อนสัก 2-3 เดือนละกันพอตรีมีงานทำตรีก็ผ่อนเองได้นะแม่นะคำออดอ้อนของตรีอัปสรได้ผลดารินทร์ใจอ่อนยอมทำตามที่เธอร้องขอ

    ooooooo

    การถ่าย VTR แนะนำตัวผู้เข้าประกวดนางสาวณสยามถูกเซตฉากขึ้นที่ริมสระว่ายน้ำภายในโรงแรมหรูแห่งหนึ่งกลางกรุงเมื่อทีมงานจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยมอลลี่ผู้กำกับการถ่ายทำและครีเอทีฟสั่งให้ข้าวตังและข้าวตูผู้ช่วยของตนไปตามสาวงามผู้เข้ารอบซึ่งรออยู่ในห้องพักนางงาม

    โดยให้เรียงตามลำดับหมายเลขเข้ามาชุดละ 5 คนเริ่มจากหมายเลข 1 ถึงหมายเลข 5 วรัญญาได้เบอร์ 1 จึงได้ถ่าย VTR เป็นคนแรก...

    ระหว่างที่รอเข้าฉากอรสินีตื่นเต้นมือไม้เย็นไปหมดผิดกับตรีอัปสรซึ่งดูสบายๆผ่อนคลายเธอถึงกับออกปากชมอีกฝ่ายว่าเก่งมากไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร

    ตรีก็ไม่เก่งอะไรหรอกค่ะเพียงแต่ตรีพยายามบอกตัวเองว่าที่เราทำกันอยู่มันเป็นเรื่องปกติไม่มีอะไรตื่นเต้นแล้วก็หายใจลึกๆไว้ค่ะคุณอรทำใจให้สบายขาดคำข้าวตังเข้ามาเรียกผู้เข้าประกวดหมายเลข 6 ถึงหมายเลข 10 ให้ไปเข้าฉากอรสินีหันมองตรีอัปสรราวกับจะขอกำลังใจ

    หายใจลึกๆค่ะคุณอรหายใจลึกๆตรีอัปสรแนะนำเสร็จจูงมืออรสินีซึ่งได้หมายเลข 9 หลังตนเองหนึ่งหมายเลขตามข้าวตังไปที่สระว่ายน้ำพร้อมกับผู้เข้ารอบอีกสามคน...

    ตรีอัปสรแนะนำตัวเองต่อหน้ากล้องได้อย่างคล่องแคล่วก่อนจะมาหยุดโพสท่าให้ถ่ายภาพนิ่งได้อย่างสวยงามจนมอลลี่อดชื่นชมไม่ได้อรสินีซึ่งทำตามคำแนะนำของตรีอัปสรทำให้สามารถระงับความตื่นเต้นไว้ได้และโพสท่าได้อย่างสวยงามไม่แพ้กันตรีอัปสรมองอย่างหมั่นไส้คาดไม่ถึงว่าเธอจะหัวไวขนาดนี้ชญานนท์ซึ่งยืนอยู่กับทีมงานมองอรสินีด้วยความชื่นชม...

    อีกมุมหนึ่งตรงทางเดินมาที่สระว่ายน้ำดารินทร์กับสลิลทิพย์เดินนำขบวนนักข่าวเข้ามาพอดีเห็นอรสินียืนโพสท่าอยู่หน้ากล้องพากันชมไม่หยุดปากสลิลทิพย์ยิ้มปลื้ม

    เดี๋ยวพอน้องอรถ่ายเสร็จก็สัมภาษณ์เลยนะคะ

    ตรีอัปสรรู้งานชิงเข้ามาหากลุ่มนักข่าวตัดหน้าก่อนจะยกมือไหว้สวัสดีทุกคนอย่างอ่อนช้อยพวกนั้นละความสนใจจากอรสินีหันมารุมสัมภาษณ์เธอกันหมดดารินทร์มองสลิลทิพย์อย่างสะใจที่สามารถดึงนักข่าวมาสัมภาษณ์ลูกของตัวเองได้ก่อน...

    วรัญญาเห็นนักข่าวกำลังรุมสัมภาษณ์อรสินีกับตรีอัปสรอยู่อีกมุมหนึ่งของสระว่ายน้ำแกล้งเดินเฉียดเข้าไปใกล้ภารดีไม่ยอมพลาดเช่นกันรีบตามไปติดๆนักข่าวหันมาเห็นสองสาวก็เลยชวนมาถ่ายรูปร่วมกันผู้เข้ารอบคนอื่นๆเข้าไปขอแจมด้วยดารินทร์กับสลิลทิพย์ไม่ค่อยพอใจนักแต่จำต้องเก็บอาการเอาไว้...

    เสร็จจากถ่าย VTR กองประกวดปล่อยให้สาวงามผู้เข้ารอบกลับบ้านได้อรสินีเดินมากับกลุ่มของดาราวรรณกับกัลยาณีเจอชญานนท์มากับทีมงานกองประกวดพวกสาวงามพากันยกมือไหว้เขาทำให้อรสินีจำเป็นต้องทำตามเขาทักว่าเหนื่อยกันไหมอรสินียังไม่ทันจะตอบสาวงามคนอื่นๆชิงตอบก่อนว่าไม่เหนื่อยเธอได้แต่ยิ้มให้ชญานนท์อยากจะพูดคุยกับคนรักใจแทบขาดแต่ทำไม่ได้อรสินีเหลือบเห็นแม่ตรงทางออกหันไปบอกทุกคนว่าขอตัวกลับก่อนแล้วเดินแยกออกมาเขาถูกกลุ่มสาวงามชวนคุยได้แต่ใช้สายตาส่งเธอเท่านั้น...

    ทางด้านดารินทร์สั่งให้ลูกไปรอหน้าโรงแรมส่วนเธอจะไปเอารถมารับตรีอัปสรขอไปเอารถพร้อมแม่ด้วยเลยแต่ท่านไม่ยอมไล่ให้ลูกไปเดินออกสื่อแถวล็อบบี้เผื่อผู้คนจะได้คุ้นตา

    โอ้โฮแม่เก็บทุกเม็ดเลยนะตรีอัปสรกระเซ้า

    ก็ใช่น่ะสิทุกชั่วโมงนาทีมีค่าต้องใช้ให้คุ้มที่สุดแม่ไปเอารถก่อนดารินทร์พูดจบก็เดินแยกไป...

    ทีมงานต่างทยอยกลับกันหมดแล้วเหลือแต่ชญานนท์ที่มีนัดกับออแกไนเซอร์ของกองประกวดซึ่ง

    ก็คืออติรุจให้มาคุยงานกันต่อที่นี่เขามองไปตรงจุดที่รถจอดรับส่งคนหน้าทางเข้าโรงแรมเห็นตรีอัปสรเดินเตร่อยู่จังหวะนั้นมีรถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอดใกล้ๆเธอตกใจขยับถอยหลังกระจกด้านข้างคนนั่งเลื่อนลง

    ณเดชย์ซึ่งเป็นคนขับเร่งให้เธอขึ้นรถตรีอัปสรตะลึงคาดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าหาญชาญชัยมาถึงที่นี่

    ขึ้นมาเร็วๆสิตรี

    ตรีอัปสรเหลียวซ้ายมองขวาเห็นปลอดคนรีบขึ้นไปนั่งณเดชย์เร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็วชญานนท์ซึ่งยืนอยู่อีกมุมหนึ่งเดินออกมามองตามรถสปอร์ตคันนั้นสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...

    ทางฝ่ายดารินทร์ออกอาการหงุดหงิดเมื่อตรีอัปสรโทร.มาบอกว่าไม่ต้องมารับแล้วจะกลับกับเพื่อนเธอพยายามซักว่าไปกับใครลูกกลับรีบวางสาย

    อะไรของเขาเนี่ยไปกับใครก็ไม่บอก”...

    ooooooo

    ตรีอัปสรต่อว่าณเดชย์ยกใหญ่ถ้าเกิดใครมาเห็นเข้าแล้วเอาไปฟ้องคุณมุกตาภาจะทำอย่างไรกันเขาปลอบว่าไม่มีใครเห็นแน่นอนรถคันนี้เขาไม่เคยใช้ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเขาตรีอัปสรถอนใจเหนื่อยใจแล้วถามว่าจะพาเธอไปไหนณเดชย์ไม่ยอมตอบคำถามได้แต่ยิ้มอย่างมีเลศนัย

    ครู่ต่อมาเขาขับรถมาจอดหน้าโชว์รูมรถหรูแล้วบอกให้เธอเข้าไปเลือกรถไว้ใช้หนึ่งคันส่วนเขาจะรออยู่ที่นี่ตรีอัปสรมองเขาอย่างซาบซึ้งใจ

    ถ้าคุณนะไปเลือกรถกับตรีต้องเป็นข่าวแน่ๆ

    ผมรู้ผมเสียหายยังไม่เท่าตรีเสียผมไม่ยอมให้ตรีเสียหรอกน่ะ

    ขอบคุณค่ะงั้นตรีขอไปดูรถก่อนนะคะ”...

    ขณะที่ณเดชย์ลงทุนซื้อใจตรีอัปสรด้วยรถหรู

    คันโก้มุกตาภากำลังกินข้าวอยู่กับพี่ชายและอติรุจพร้อมกับคุยเรื่องงานไปด้วยชญานนท์กลับใจลอยไม่ได้ยินที่เธอพูดจนอติรุจต้องสะกิดเขาถึงได้ตื่นจากภวังค์

    อะไรน่ะนายว่าอะไรน่ะรุจ

    พี่นนท์เป็นอะไรคะไม่สบายหรือเปล่าหรือว่ามีอะไร

    ชญานนท์โกหกว่าไม่มีอะไรแล้วหันไปบอกให้อติรุจทำรายละเอียดของกิจกรรมที่จะให้สาวงามที่เข้ารอบสุดท้ายทำระหว่างเก็บตัวที่เชียงรายมาดูก่อนจะได้รู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง...

    นอกจากจะไม่ต้องการตอบคำถามของแม่ว่าใครขับรถมาส่งอีกทั้งอยากจะเช็กเรตติ้งตัวเองว่ามีใครรู้จักและสนใจเธอมากน้อยแค่ไหนจึงขอให้ณเดชย์ส่งเธอลงที่หน้าห้างสรรพสินค้า

    ขอบคุณมากนะคะสำหรับรถตรีไม่รู้จะตอบแทนคุณนะอย่างไรตรีอัปสรมองเขาอย่างซาบซึ้งใจณเดชย์ดึงมือเธอมาจูบพร้อมกับมองตอบด้วยสายกรุ้มกริ่มเขาไม่ต้องการอะไรตอบแทนขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆเธอเหมือนตอนที่เราเคยอยู่ด้วยกันที่ลอนดอนเขาก็มีความสุขแล้ว

    รอให้ผ่านการประกวดนางสาวณสยามไปก่อนนะคะคุณนะรอได้ใช่ไหมคะตรีอัปสรหอมแก้มเขา

    อย่างรวดเร็วรักคุณนะคะแล้วลงจากรถณเดชย์ยิ้มมี

    ความสุขก่อนจะขับรถจากไป...

    การเช็กเรตติ้งของตรีอัปสรไม่ประสบความสำเร็จผู้คนที่เดินอยู่ในห้างฯไม่มีใครสนใจเธอสักคนกลับไปให้ความสนใจอรสินีที่กำลังช็อปปิ้งอยู่กับสลิลทิพย์ขอถ่ายรูปกันใหญ่เธอพึมพำด้วยความเจ็บใจ

    ทำไมฉันต้องมาเจอมันด้วยนะ”...

    ตรีอัปสรพกความหงุดหงิดกลับบ้านไปด้วยบอกแม่ด้วยแววตามุ่งมั่นว่าจะต้องเป็นนางสาวณสยามให้ได้จะต้องเป็นที่หนึ่งทุกคนจะต้องรักเธอสนใจเธอและให้ความสำคัญกับเธอมากกว่าคนอื่นดารินทร์กอดลูกไว้อย่างให้กำลังใจเชื่อมั่นว่าลูกต้องทำได้อย่างที่ตั้งใจ

    ตรีจะทำทุกวิถีทางไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”...

    ดึกแล้วตรีอัปสรยังนอนไม่หลับลงมาที่สนามหญ้าหน้าบ้านแล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้านายพลอัศวินเข้ามาถามว่ามายืนทำอะไรมืดๆคนเดียวเธอตั้งใจจะมาขอพรจากดวงจันทร์ให้ได้ตำแหน่งนางสาวณสยาม

    ถ้าขอเรื่องนี้ขอที่ลุงก็ได้นะไม่ต้องถึงดวงจันทร์หรอกหนูตรีรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าลุงเป็นประธานคณะกรรมการการตัดสินการประกวดครั้งนี้ลุงช่วยหนูได้นะเพียงแต่ว่า...ลุงอยากให้หนูตรีเป็นของลุงถ้าหนูตรีให้ลุง...ลุงก็พร้อมจะช่วยให้ความฝันของหนูเป็นจริงนายพลอัศวินขอหน้าด้านๆ

    ตรีอัปสรถึงกับอึ้งคาดไม่ถึงว่าเขาจะกล้ายื่นข้อเสนอเช่นนี้

    ooooooo

     

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:20 น.