ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ปีกมงกุฎ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    วันสุดท้ายของการรับสมัครผู้เข้าประกวดนางสาว ณ สยาม ขณะที่ดาราวรรณและกัลยาณีกำลังกรอกใบสมัครผู้เข้าประกวดอยู่ในห้องรับสมัคร เห็นตรีอัปสรเดินเข้ามากับดารินทร์โดยมีกองทัพนักข่าวรุมถ่ายภาพไม่ยั้ง สองสาวพากันแปลกใจ ทำไมพวกนั้นถึงตามผู้เข้าประกวดรายนี้มากนัก ทั้งๆที่เป็นหน้าใหม่

    สักพักตรีอัปสรนำใบสมัครมานั่งเก้าอี้ไม่ห่าง

    จากทั้งคู่มากนักก่อนจะปรายตามองแวบหนึ่งแล้วเมินไปทางอื่น ทำให้สองสาวที่กำลังยิ้มให้ถึงกับยิ้มค้าง ต่างพยักพเยิดให้กันเป็นทำนองยัยนี่ร้ายไม่ใช่เล่น...

    อีกมุมหนึ่งในห้องประชุมของสถานีโทรทัศน์ ช่อง Thai 10 ระหว่างที่มุกตาภากับชญานนท์และเจ้าหน้าที่กองประกวดกำลังประชุมกันอยู่ คุณรัตน์เข้ามารายงานว่าแม้วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายและมีผู้มาสมัครไม่มาก แต่นักข่าวกลับมากันมากมายผิดปกติ เนื่องจากลูกสาวของคุณดารินทร์มาสมัครด้วย

    “นี่แค่มาสมัคร คุณดารินทร์ยังเกณฑ์นักข่าวมาได้ขนาดนี้ วันคัดตัวรอบแรก ช่วงเก็บตัวจนถึงตัดสินรับรองว่ามีข่าวตลอดแน่ๆ นี่รัตน์ก็ให้นักข่าวของเราเตรียมสัมภาษณ์เธอด้วยนะคะ”

    “สัมภาษณ์คนอื่นด้วยนะคะ มุกไม่อยากให้พี่เลี้ยงของสาวๆที่มาสมัครพูดว่าเราไม่ยุติธรรม”...

    ตรีอัปสรยื่นใบสมัครเสร็จ นักข่าวกรูกันเข้าไปขอสัมภาษณ์ เป็นจังหวะเดียวกับดาราวรรณและกัลยาณีเอาใบสมัครมายื่นให้เจ้าหน้าที่ ดาราวรรณมาแผนสูงแกล้งชวนตรีอัปสรถ่ายรูปด้วยกัน หวังจะให้เธอหน้าหงิกออกสื่อ แต่เธออ่านเกมออกรีบฉีกยิ้มรับคำเชิญชวน แล้วหันไปบอกพวกนักข่าวว่าขอตัวสักครู่

    จากนั้นดาราวรรณกับกัลยาณีผลัดกันใช้มือถือตัวเองถ่ายรูปคู่กับตรีอัปสรที่ตลอดเวลามีสีหน้ายิ้มแย้ม พอถ่ายรูปเสร็จสองสาวขยับจะไป ตรีอัปสรเรียกไว้

    “ถ่ายด้วยกันอีกรูปได้ไหมคะ แม่ขา ถ่ายรูปให้หน่อยนะคะ”

    ดารินทร์เองก็สวมบทคุณแม่ผู้อารี ถ่ายรูปให้สองสาวอย่างเป็นกันเอง หลังจากตรีอัปสรแยกไปให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ดาราวรรณอดนินทาให้กัลยาณีฟังไม่ได้ว่าท่าทางยัยนี่จะแรงไม่ใช่เล่น...

    คำให้สัมภาษณ์ของตรีอัปสรฟังรื่นหูไม่ต่างจากของอรสินี แถมยังหยอดคำหวานให้พวกนักข่าวที่พากันมาทำข่าวด้วย สร้างความประทับใจให้ถ้วนหน้า มุกตาภาซึ่งยืนฟังอยู่กับชญานนท์ถึงกับออกปากว่า

    ตรีอัปสรคนนี้ไม่ธรรมดา เขาต้องเตือนน้องให้เบาเสียงลงหน่อยใครได้ยินเข้าจะไม่ดี

    “มุกเพิ่งพูดกับพี่นนท์ไปวันก่อนว่าถ้ายายนี่ได้ตำแหน่งอะไรสักอย่าง รับรองว่าอัพค่าตัวพุ่งปรี๊ดแน่ ผิดปากมุกมั้ยละคะ” มุกตาภามองตรีอัปสรด้วยสายตาเหยียดๆ...

    ระหว่างเดินไปที่รถ ดารินทร์เห็นตรีอัปสรสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข กระเซ้าว่านี่แค่ก้าวแรกของการเข้าประกวด ทำไมลูกถึงดูปลื้มขนาดนี้ เธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองชอบบรรยากาศแบบนี้ เมื่อก่อนเวลาใครมาสนใจหรือชื่นชมรูปร่างหน้าตาของเธอ เธอจะทั้งเบื่อและรำคาญ

    “วันนี้ตรีรู้สึกดี...ดีกว่าที่คิดเยอะ เป็นที่ยอมรับของผู้คน ทุกคนให้ความสนใจ ตรีมีตัวตนในสายตาของพวกเขา มันมีความสุขนะแม่”

    “เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย ต่อไปจะต้องมีคนสนใจให้ความสำคัญกับแก มากกว่าวันนี้ร้อยเท่าพันเท่า”

    ooooooo

    วรัญญาถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นข่าวตรีอัปสรมาสมัครเข้าประกวดนางสาว ณ สยามครั้งนี้ด้วย ตะโกนเรียกเจ๊หนึ่งให้มาดู เขาเบ้ปากหมั่นไส้ใส่ทีวีราวกับสอง แม่ลูกมาอยู่ตรงหน้า

    “ฮึ ร้ายทั้งแม่ทั้งลูก ทำเป็นนิ่งเชิดหน้าวางท่าไฮโซ ที่แท้ก็อยากได้เงินรางวัลสิบกว่าล้านเหมือนกันล่ะวะ”

    “เจ๊ ตอนรัญเจอยัยอรสินีวันสมัคร รัญก็ทำใจไว้ แล้วนะว่ารัญคงได้รองอันดับหนึ่ง แล้วนี่อะไรเนี่ย มาเจอ ตัวเก็งเข้าไปอีกตัว รัญไหลลงไปรองอันดับสองแน่ๆเลย แล้วเงินรางวัลจะเหลือเท่าไหร่ล่ะ” วรัญญาชักท้อใจ

    “เอาเถอะ มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงก็สู้ไม่ถอย เจ๊ไม่ ยอมกลับบ้านมือเปล่าแน่นอน” แม้น้ำเสียงจะแข็งขัน แต่ในใจของเจ๊หนึ่งแอบเป็นกังวล...

    สลิลทิพย์ถึงกับเต้นผางเมื่อรู้ว่าดารินทร์ส่งลูกสาว เข้าประกวดเช่นกัน บ่นให้อรสินีฟังว่านังคนนี้ตั้งใจจะประกาศสงครามกับตน และคิดว่าคงจะเอาชนะตนได้ อรสินีเห็นท่าทางเกรี้ยวกราดของแม่แล้ว เดาได้ทันทีว่า ท่านต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังบางอย่างกับดารินทร์

    “มีสิ มีมากด้วย นังนี่มันจองล้างจองผลาญแม่มานานแล้ว ตั้งแต่มันคิดจะฉกคุณพ่อไป ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน แม่จะไม่มีวันให้อภัยคนไร้ยางอายอย่างนังดารินทร์เด็ดขาด อร ลูกต้องได้ตำแหน่งนางสาว ณ สยาม นะ ลูกต้องได้สวมมงกุฎ เข้าใจไหม” สลิลทิพย์เสียงเข้มสีหน้าเอาจริง...

    อรสินีทนเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวไม่ไหว เล่าให้พี่ชายฟังอีกทอดหนึ่ง เขาไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

    ว่าพ่อของพวกเรากับแม่ของตรีอัปสรจะทำอย่างนั้น เธอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงเพราะได้ยินจากปากแม่เอง เพียงแต่เรื่องนี้ผ่านมาเป็นสิบๆปีแล้ว อติรุจตั้งข้อสังเกตว่าแม่คิดไปเองหรือเปล่าที่คุณดารินทร์จะทำสงครามกับท่าน

    “อรก็ไม่ทราบค่ะ แต่คุณแม่โกรธมากเลยนะคะ”

    “พี่สงสารอรจริงๆ พี่ว่าตอนนี้อรกำลังกลายมาเป็น เครื่องมือแก้แค้นให้คุณแม่นะ”

    “แต่เรื่องที่คุณแม่มุ่งมั่นว่าอรต้องได้ตำแหน่งนี่สิคะ อรไม่อยากให้คุณแม่คาดหวังขนาดนั้น ก่อนหน้านี้ อรก็ไม่เคยมั่นใจว่าจะได้ตำแหน่ง ยิ่งตอนนี้รู้ว่าตรีมาประกวด ด้วย อรยิ่งไม่มั่นใจใหญ่เลย ตรีเขาทั้งสวยทั้งเก่ง”

    “พี่กลัวว่าคุณแม่จะหาทางทำทุกอย่างให้อรได้ตำแหน่งน่ะสิ” อติรุจอดหวั่นใจไม่ได้

    ooooooo

    เป็นอย่างที่อติรุจคาดไว้ไม่มีผิด สลิลทิพย์บุกไปหาเรื่องดารินทร์ถึงห้องเสื้อของเธอ เจ้าของสถานที่ แดกดันว่ากลัวลูกสาวเธอจะได้ตำแหน่งขนาดต้องตาม มาขู่กันเลยหรือ สลิลทิพย์ไม่เคยขู่ใคร เธอน่าจะรู้ดีเพราะ เคยเจอกับตัวเองมาแล้ว ถึงขั้นต้องไปทำหนังหน้าใหม่ ดารินทร์โกรธจัดที่ถูกจี้ใจดำ ปราดจะเข้าไปตบ

    “คิดจะโชว์ความไพร่อวดลูกน้องหรือไง แน่จริงก็เข้ามาสิ” สลิลทิพย์หยิบปืนออกมาจากกระเป๋าถือ

    “แกไม่กล้ายิงฉันหรอก”

    “จะลองดูไหมล่ะ จะว่าไปร้านนี้ก็สวยดีนะ แต่ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ทำอะไรซ้ำซากหรอก แล้วฉันก็ไม่กลัวลูกสาวแกด้วย เพราะฉันรู้ว่าลูกสาวฉันจะได้ครอง มงกุฎนี้แน่นอน แต่ที่ฉันมาที่นี่จะมาถามว่าคิดดีแล้วใช่ไหม ที่จะเสนอหน้ามาประกาศสงครามกับฉัน”

    “คิดดีแล้ว และก็เป็นสงครามที่ลูกสาวฉันจะชนะอย่างขาวสะอาด”

    สลิลทิพย์แดกดัน แม่สกปรกโสโครกแล้วลูกจะขาวสะอาดได้อย่างไร ดารินทร์ยังไม่ทันจะด่ากลับ ตรีอัปสรผลักประตูร้านเข้ามาเสียก่อน พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่าตอนเดินช็อปปิ้งมีคนมาขอลายเซ็นตนด้วย แต่พอเห็นสลิลทิพย์อยู่กับแม่ถึงกับชะงัก รีบขอโทษที่ไม่ทันดูว่าแม่มีแขก อีกฝ่ายกลับมองด้วยสายตาเหยียดตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะสะบัดหน้าออกไป ตรีอัปสรจะไหว้ก็ไม่ทัน มองหน้าแม่เป็นทำนองว่าเกิดอะไรขึ้น...

    กว่าดารินทร์จะยอมเปิดปากพูดถึงสาเหตุที่ บาดหมางกับสลิลทิพย์ให้ฟัง ตรีอัปสรต้องตื๊อแล้วตื๊ออีก เธอถอนใจก่อนจะเริ่มเรื่องว่าตนเองเกือบตายเพราะนัง สลิลทิพย์ หญิงสาวตกใจไม่คิดว่าเรื่องจะเลวร้ายขนาดนั้น

    “แม่รู้จักกับคุณอาชัญในวันที่แม่เดินแบบชุดที่แม่ออกแบบเองในวันจบการศึกษาจากสถาบันออกแบบเสื้อผ้า เขาเป็นประธานกรรมการตัดสินการประกวดในคืนนั้น แม่ได้รางวัลชนะเลิศ คุณอาชัญชอบแม่มาก แม่เองก็ปลื้มเขาจนลืมคิดไปว่าเขามีพันธะกับใครอยู่หรือเปล่า”

    ดารินทร์นิ่งไปอึดใจ ก่อนจะเล่าให้ลูกฟังอีกว่า หลังคบหากันได้สักพัก อาชัญยื่นข้อเสนอขอเลี้ยงดูเธอในฐานะภรรยา แล้วออกเงินทุนให้เปิดร้านออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้า โอกาสดีแบบนี้เธอจึงรีบคว้าไว้

    “แม่ไม่รู้ว่ายัยสลิลทิพย์เป็นเมียของคุณอาชัญใช่ไหม”

    “ใช่ จนกระทั่งวันนั้น วันก่อนที่แม่จะเปิดห้องเสื้อของแม่อย่างเป็นทางการ”

    พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของดารินทร์ ตอนนั้นเธอกำลังเดินดูความเรียบร้อยอยู่ในร้าน โดยมีพนักงาน 2 คนคอยช่วยตกแต่งร้าน สลิลทิพย์เข้ามายืนจ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่อง

    “นี่หรือดารินทร์ ที่คุณอาชัญทุ่มทุนให้เงินมาเปิดร้าน...ร้านใหญ่โตเหมือนกันนี่ สูบเงินเก่งเหมือนกันนะ”

    “คุณเป็นใคร”

    “หัดเปิดหูเปิดตาให้กว้างหน่อย จะได้รู้ว่าผู้ชายที่แกเอามากกกอด เขาโสดหรือว่ามีเมียแล้ว ฟังให้ดีนะฉันชื่อสลิลทิพย์ วัณณุวรรธน์ เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณอาชัญ วัณณุวรรธน์” สลิลทิพย์เห็นดารินทร์ยืนตะลึง มองอย่างเหยียดหยัน “ถึงกับอึ้งพูดไม่ออกเลยหรือ คราวหน้าถ้าจะหาผัวช่วยตรวจดูให้ถี่ถ้วนก่อน อย่าผลีผลามอยากมีผัวรวยจนตัวสั่นหน้ามืด” สลิลทิพย์ใช้สองนิ้วคีบชุดที่แขวนอยู่บนราวอย่างรังเกียจ

    “ชุดสวยดีน่ะ ออกแบบเองใช่ไหม อืม หวังว่าพรุ่งนี้ลูกค้าจะมีโอกาสเห็นชุดสวยๆของเธอนะ” พูดจบสลิลทิพย์นวยนาดออกจากร้าน ทีแรกดารินทร์ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร แต่ดึกคืนนั้นเธอก็ได้รู้คำตอบ ห้องเสื้อของเธอถูกวางเพลิง เธอนอนหลับอยู่ชั้นบนกว่าจะรู้ว่าร้านไฟไหม้ เพลิงโหมกระหน่ำจนหาทางออกไม่ได้ กว่าพนักงานดับเพลิงจะฝ่าเปลวไฟเข้าไปช่วย ดารินทร์สำลักควันหมดสติไปแล้ว

    ooooooo

    ดารินทร์ไปฟื้นตัวอีกทีที่โรงพยาบาลในหลายวันถัดมา ในสภาพมีผ้าพันแผลพันรอบหัว ตามเนื้อตัวมีร่องรอยถูกไฟไหม้

    “แม่เกือบเอาชีวิตไม่รอด หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง เสื้อผ้าเป็นร้อยชุดที่เตรียมไว้สำหรับเปิดร้านมอดไหม้ไม่เหลือ แม่นอนอยู่โรงพยาบาลเกือบเดือน กว่าอาการจะดีขึ้น แต่เรื่องมันก็ยังไม่จบ”

    วันหนึ่งพยาบาลเข็นรถเข็นพาดารินทร์มาที่สวนหย่อม บอกว่าอีกสักพักจะมาพากลับห้อง แล้วเดินแยกขณะเธอกำลังนั่งชมสวนเพลินๆ มีชายฉกรรจ์คนหนึ่งมาเข็นรถที่นั่งเธอออกไปอย่างรวดเร็ว ดารินทร์อ้าปากจะร้องขอความช่วยเหลือ เขาชักปืนจ่อหัว สั่งให้อยู่เงียบๆถ้าไม่อยากตาย แล้วทำทีทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าเก้าอี้เข็นเหมือนเป็นญาติกำลังคุยกับคนป่วย ดารินทร์ละล่ำละลักถามว่าเขาเป็นใคร

    “ฉันเป็นใครไม่สำคัญ แต่ฉันมีเรื่องสำคัญมา

    บอกให้แกทำ...เลิกยุ่งกับคุณอาชัญ  ถ้าแกยังอยากหายใจ”

    เล่ามาถึงตรงนี้ ดวงตาของดารินทร์ฉายแววเคียดแค้นอย่างเห็นได้ชัด ตรีอัปสรเองก็มีความรู้สึกร่วมกับแม่ไปด้วย ถามว่าท่านทำอย่างไรต่อ ได้บอกคุณอาชัญหรือเปล่าว่าเมียของเขาร้ายกาจขนาดไหน

    “บอกสิ ถึงแม่จะกลัวว่านังสลิลทิพย์มันจะรู้ว่าแม่ยังแอบติดต่อกับคุณอาชัญ แต่แม่ก็ต้องบอกเขาว่าเมียของเขาพยายามจะฆ่าแม่ ทำร้ายทำลายแม่จนไม่มีอะไรเหลือ”

    “แล้วคุณอาชัญเขาว่าอย่างไรบ้างคะ”

    ดารินทร์ยังแค้นใจไม่หายที่อาชัญไม่เชื่อว่าเมียตัวเองจะร้ายกาจได้เพียงนั้น แต่ก็รับปากจะลองคุยกับเธอดู ดารินทร์โพล่งขึ้นทันที

    “คุณจะถามเมียคุณว่าอย่างไรคะ เธอไปอาละวาดเมียน้อยฉันมาหรือเปล่า อย่างนั้นหรือคะ”

    อาชัญตัดพ้อว่าเดี๋ยวนี้เธอเปลี่ยนไป ไม่น่ารักเหมือนเดิม ดารินทร์คงเหมือนเดิมไม่ไหว ในเมื่อเกือบโดนไฟคลอกตาย แถมยังมีคนเอาปืนมาจ่อหัว ถ้าเขาไม่เชื่อคำพูดของเธอ คิดว่าเมียตัวเองไม่มีพิษสง หรือรู้สึกผิดที่ทรยศลูกเมียมายุ่งกับเธอก็เลิกคบกันไปเลยจะดีกว่า

    “ดาจะไม่โทษคุณหรอกนะคะ ว่าคุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน ตบมือข้างเดียวยังไงก็ไม่ดัง ดาเองก็ผิดด้วย คุณรู้สึกผิด ดาเองก็ยังไม่อยากตาย เราแยกย้ายกันดีกว่าค่ะ”

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ตรีอัปสรนั่งใจลอยอยู่ที่โต๊ะสนามหน้าบ้าน นึกถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อครั้งยังเป็นเด็กตัวน้อยอุ้มตุ๊กตาหมีมานั่งรอแม่บนโต๊ะไม้โยกเยก

    ใกล้พังที่หน้าปากทางเข้า–ออกสลัม ป้าแก่ๆคนหนึ่ง ร้องถามว่ามานั่งคอยแม่หรือ ด.ญ.ตรีอัปสรพยักหน้าแทนคำตอบ

    “ถ้าแม่เอ็งมา เขาก็ไปรับที่บ้านได้ ไม่ต้องมานั่งคอยืดคอยาวตรงนี้หรอก”

    ด.ญ.ตรีอัปสรไม่พูดอะไร ยังคงจ้องไปที่ถนนอย่างใจจดใจจ่อ เสียงดารินทร์ร้องถามว่าคิดอะไรอยู่ ทำให้ตรีอัปสรตื่นจากภวังค์

    “ตรีกำลังคิดถึงตัวเอง คิดถึงวันที่ตรีนั่งรอแม่อยู่ที่หน้าสลัม แล้วแม่ก็ไม่มาสักที ตรีไปนั่งรอทุกวัน รอแม่ทุกวันอย่างมีความหวัง” ตรีอัปสรน้ำตาคลอเบ้าสะเทือนใจ สุดๆ ดารินทร์ดึงลูกมากอด

    “แม่เห็นลูก แม่ไปดูลูกทุกวัน ร้องไห้ทุกวัน แต่เข้าไปหาลูกไม่ได้ แม่หมดตัว ไม่มีอะไรเหลือ ทั้งๆที่ตั้งใจว่าเปิดร้านแล้วจะรีบมารับลูก” ดารินทร์พลอยร้องไห้ไปกับลูกด้วย

    “ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ทำลายแม่คนเดียว แต่มันทำร้ายตรีด้วย เพราะมัน ตรีถึงต้องอยู่ในขุมนรกสลัมนั่นนานกว่าที่ควรจะเป็น ตรีจะช่วยแม่ ัมนจะต้องเจ็บกว่าที่เราเจ็บ ตรีจะทำทุกอย่าง มงกุฎนางสาว ณ สยามจะต้องเป็นของตรี” ตรีอัปสรสีหน้ามุ่งมั่นทั้งที่น้ำตายังนองหน้า...

    แม้จะยุ่งกับการจัดงานประกวดนางงาม แต่

    ชญานนท์ก็ปลีกตัวมาหาอรสินีที่บ้านจนได้ ดึงเธอมากอดแนบอก หญิงสาวปล่อยให้เขากอดอยู่อึดใจก่อนจะดันตัวเองออก

    “ทำไมวันนี้มาหาอรได้ล่ะคะ ช่วงนี้เห็นว่างานยุ่ง”

    ชญานนท์ทนคิดถึงเธอไม่ไหวก็เลยต้องมาหา

    อรสินีกระเซ้าว่ามีอะไรมากกว่าคิดถึงอีกไหม เขาตอบ

    นํ้าเสียงจริงจังว่ามีความรัก เธอถึงกับหน้าแดง ไม่คิดว่าเขาจะใช้มุกนี้บอกรัก แก้เขินด้วยการขอตัวไปเตรียมกาแฟกับขนมให้เขา แล้วรีบลุกออกไป ชญานนท์มองตามด้วยความเอ็นดู

    ooooooo

    ครู่ต่อมา สลิลทิพย์เดินผ่านห้องครัว เห็น

    อรสินีกับน้อยกำลังเตรียมเครื่องดื่มและขนมอยู่ รีบเดินเลี่ยงไปหาชญานนท์ที่นั่งรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง ทำทีซักถามเรื่องวันประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบ 20 คนของการประกวดนางสาว ณ สยาม ว่าทุกคนที่สมัครต้องอยู่ครบใช่ไหม

    “ใช่ครับ เพราะต้องมีการสัมภาษณ์ออดิชั่นก่อนครับ หลังจากนั้นก็จะประกาศผลสาวงามที่เข้ารอบ 20 คนวันนั้นเลยครับ ถ้าเกิดใครไม่ได้มาวันนั้นก็เท่ากับไม่ได้สัมภาษณ์ก็ถือว่าจบไป”

    “แล้วถ้าคนสมัครมา มีเรื่องอะไรอีกไหมที่จะโดนตัดสิทธิ์”

    “ก็อาจจะเอกสารไม่ครบ ส่วนสูงไม่ถึง อายุเกิน อะไรพวกนี้ล่ะครับ คุณน้าไม่ต้องห่วงหรอกครับ น้องอรไม่โดนตัดสิทธิ์แน่นอน” ชญานนท์มองสลิลทิพย์อย่างให้กำลังใจ

    “น้าก็ไม่ได้คิดถึงยายอรหรอกจ้ะ น้าแค่อยากรู้น่ะ ไม่มีอะไรหรอก”

    จังหวะนั้น อรสินีเดินนำน้อยที่ยกถาดใส่กาแฟกับขนมเข้ามา สลิลทิพย์รีบออกตัวกับลูกสาวว่ามาคุยกับชญานนท์เรื่องการประกาศผลผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ก่อนจะลุกออกไปอย่างอารมณ์ดี...

    ไม่ใช่อารมณ์ดีอย่างเดียว สลิลทิพย์ยังใจดี อนุญาตให้ชญานนท์พาอรสินีออกไปนั่งรถกินลมชมวิว ทั้งคู่อดแปลกใจไม่ได้ เมื่อวันก่อนท่านยังบอกให้เราสองคนเจอกันเฉพาะที่บ้าน อรสินีถอนใจหนักใจ

    “จากที่เราเคยใช้ชีวิตปกติ กลายเป็นว่าเราต้องระวังทุกอย่าง”

    “แล้วถ้าอรได้เป็นนางสาว ณ สยาม ยิ่งต้องระวังมากกว่านี้”

    อรสินีไม่คิดว่าตัวเองจะได้ตำแหน่ง ที่เข้าประกวดครั้งนี้ก็แค่ไม่อยากทำให้แม่โกรธ ชญานนท์วางแผนไว้ว่าหลังจากการประกวดเสร็จสิ้น เราสองคนจะแต่งงานกัน เธอตกใจ คาดไม่ถึงที่อยู่ๆเขาพูดเรื่องนี้ขึ้นมา

    “วันนี้พี่เกริ่นไว้ก่อนน่ะ รอจนผ่านงานประกวดไปก่อน พี่จะมาขออย่างเป็นทางการ”...

    ขณะที่ชญานนท์กับอรสินีวางแผนจะแต่งงานกัน สลิลทิพย์นัดนายชาตินักสืบเอกชนให้มาพบที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง  เพื่อให้สะกดรอยตามตรีอัปสร และให้รายงานเธอทุกวันว่านังนั่นไปไหน ทำอะไรกับใครบ้าง

    “ขอโทษนะครับ กิ๊กคุณอาชัญหรือเปล่าครับ”

    “นายชาติ ถึงฉันจะใช้บริการนายมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันกับนายจะสนิทกันนะ เอาเวลาที่อยากรู้เรื่องคนอื่นไปจัดการเรื่องที่ฉันสั่งดีกว่า” สลิลทิพย์พูดจบลุกออกจากร้านอย่างไม่สบอารมณ์...

    หลังจากอยู่ด้วยกันพอให้คลายความคิดถึง ชญา-นนท์พาอรสินีมาส่งบ้าน เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอรู้เรื่อง

    ตรีอัปสรเข้าประกวดครั้งนี้แล้วหรือยัง  อรสินีรู้แล้ว ดีเหมือนกันที่จะได้มีเพื่อน ชญานนท์อดขำคำพูดของเธอไม่ได้ เพราะถ้าเป็นคนอื่นต้องคิดว่าตรีอัปสรเข้ามาเป็นคู่แข่ง ไม่ใช่ดีใจจะได้เพื่อน

    “อรไม่เคยคิดว่าใครจะมาเป็นคู่แข่งอรเลยนะคะ อรพูดจริงๆ ไม่ได้แอ๊บเป็นนางเอก”

    ชญานนท์รู้ว่าอรสินีไม่ได้แอ๊บ แต่เป็นคนมองโลกในแง่ดี และมีจิตใจดีงาม  แต่เธอต้องระวังตัวไว้บ้าง หญิงสาวเชื่อมั่นว่าถ้าคนเราคิดดี ทำดี ก็จะได้สิ่งดีๆกลับมา เขาได้แต่ภาวนาให้เป็นอย่างนั้น

    ooooooo

    ดารินทร์พยายามทุกวิถีทางให้ตรีอัปสรได้ตำแหน่งนางสาว ณ สยาม ใช้เส้นสายนัดพีรวัชร์หรือคุณพี บก.นิตยสารบีลิฟมาพบที่ร้านอาหารกลางห้างฯหรูเพื่อให้ช่วยเหลือ เขาชมตรีอัปสรไม่หยุดปากว่าตัวจริงสวยกว่าในทีวี ไม่น่าเข้าประกวดให้เสียเวลา ขึ้นปกบีลิฟแค่ครั้งเดียว รับรองดังกระหึ่มวงการนางแบบแน่นอน

    “พี่อยากให้ลูกตรีมีประสบการณ์น่ะค่ะ อีกอย่างถ้าเกิดลูกตรีโชคดีได้ตำแหน่งขึ้นมาจริงๆล่ะก็ ถือว่าเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลของพี่เลยนะคะ”

    ตรีอัปสรยิ้มหวาน ปั้นท่าเป็นผู้ดี “คุณแม่ไม่ต้องการให้ตรีได้อะไรมาง่ายๆค่ะพี่พี แต่ก็ดีนะคะชีวิตต้องต่อสู้ ต้องแข่งขัน อีกอย่างตรีก็อยากรู้เหมือนกันค่ะว่ารูปร่างหน้าตาของตรี พอจะสู้กับคนอื่นได้หรือเปล่า”

    “สู้ได้สบายมากฮ่ะ แล้วยังมีคุณแม่ทำหน้าที่เจ๊ดันขนาดนี้ รับรองว่าดังแน่ๆ” พีรวัชร์เชียร์สุดลิ่มทิ่มประตู ดารินทร์คิดแผนไว้คร่าวๆแล้ว ขอแค่เขาช่วยสานต่อให้ก็พอ เขายินดีและพร้อมจะช่วยตั้งแต่เห็นตรีอัปสรแล้ว...

    หลังจากระดมสมองวางแผนโปรโมตตรีอัปสรเรียบร้อย พีรวัชร์จะส่งกำหนดการทั้งหมดมาให้ดารินทร์ดูอีกครั้งว่าจะเดินทางวันไหน ส่วนเรื่องชุดให้เธอเตรียมไว้ได้เลย ดารินทร์อยากให้นิตยสารบีลิฟเล่มนี้ ออกมาก่อนที่ลูกสาวของเธอจะเก็บตัวรอบสุดท้าย

    “ได้แน่นอนอยู่แล้วฮ่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้พีเนรมิตให้ได้”

    “น่ารักมากเลยคุณพี สมแล้วที่เป็น บก.ชื่อดังของเมืองไทย” ดารินทร์ไม่วายหยอดคำหวาน

    ตรีอัปสรรู้งานไหว้ขอบคุณเขาอย่างอ่อนช้อย จากนั้น พีรวัชร์ขอตัวกลับก่อน ดารินทร์หันไปบอกลูกว่า วันนี้ให้เดินช็อปปิ้งได้อย่างหนำใจ อีกไม่นานจะไม่มีทางเดินไปไหนแบบนี้ได้อีก เพราะต่อไปเธอจะโด่งดังเป็นที่รู้จักของผู้คน  ไปไหนมาไหนจะมีแต่คนรุมล้อมขอถ่ายรูปจนไม่มีความเป็นส่วนตัว แล้วบอกให้เธอเตรียมตัวดังไว้ได้เลย ตรีอัปสรยิ้มมั่นใจพร้อมรับทุกสถานการณ์...

    เสร็จจากช็อปปิ้ง ตรีอัปสรขับรถพาแม่กลับบ้าน แทนที่จะลงจากรถ กลับขออนุญาตแม่ยืมรถไปขับเล่นส่งท้ายก่อนที่ชีวิตจะเปลี่ยนไป ดารินทร์อยากให้ลูกเก็บเนื้อเก็บตัวมากกว่า

    “อ้าว เมื่อครู่นี้แม่ยังบอกหยกๆว่าอยากไปไหนก็ให้รีบไป เพราะอีกหน่อยไปลำบากไม่ใช่หรือคะ”

    “เกิดจะว่านอนสอนง่ายทำตามคำแม่บอกเอาตอนนี้นี่นะ” ดารินทร์ไม่วายเหน็บแนม ตรีอัปสรหัวร่อคิกโบกมือบ๊ายบายแม่ แล้วเร่งเครื่องออกไป...

    ไม่นานนัก ตรีอัปสรขับรถมาจอดริมถนนไม่ห่างจากบ้านวัณณุวรรธน์ ลงจากรถแล้วมองไปที่บ้านหลังนั้น พลันภาพในอดีตผ่านเข้ามาในความทรงจำของเธอ

    ตอนนั้นตรีอัปสรยังเป็นแค่ ด.ญ.ตัวเล็กๆหน้าตาเนื้อตัวมอมแมม ยืนมอง ด.ช.อติรุจกับ ด.ญ.อรสินีที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานที่สนามหน้าบ้าน น้อยคนรับใช้ของที่นั่นถือถาดใส่ขนมกับเครื่องดื่มมาวางให้ที่โต๊ะสนาม

    “คุณรุจ คุณอร มารับประทานของว่างก่อนค่ะ มีพายไส้กรอกกับพายไก่ค่ะ”

    สองพี่น้องวิ่งไปนั่งที่เก้าอี้สนามโดยมี ด.ญ.ตรีอัปสรยืนเกาะรั้วมองด้วยความอิจฉา และเศร้าใจกับสภาพของตัวเองที่ไม่มีวันมีความสุขเหมือนพวกนั้น

    ooooooo

    ตรีอัปสรยืนมองบ้านวัณณุวรรธน์อีกอึดใจ ก่อนจะเดินทอดน่องไปเรื่อยๆจนถึงสลัมที่ตัวเองเคยอยู่ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในสมองของเธออีกครั้ง ด.ญ.ตรีอัปสรในสภาพมอมแมมและหิวโซ รีบคดข้าวใส่จานแล้วหยิบปลาเค็มชิ้นเล็กๆวางข้างบน ยังไม่ทันจะตักกิน เสียงชบาแม่เลี้ยงของเธอโวยวายดังขึ้นก่อนตัวจะตามมา

    “นังตรี ฉันบอกให้แกไปช่วยฉันขายของที่ตลาด ทำไมแกไม่ไป”

    “หนูปวดหัว”

    “ปวดหัวแต่ออกไปแรดๆๆอยู่ข้างนอก อย่านึกว่าฉันไม่รู้นะ แล้วนี่อะไร ปวดหัวไม่สบายแต่ตักข้าวซะเต็มจาน แกจะกินเข้าไปหมดหรือ นังตรี”

    “ก็หนูหิว...” ด.ญ.ตรีอัปสรพูดยังไม่ทันขาดคำ ชบาปัดจานข้าวในมือเธอกระเด็น ข้าวหกเกลื่อนพื้น เด็กน้อยทำท่าจะร้องไห้ ชบากลับยิ้มสะใจ ตะคอกใส่ในเมื่อไม่ช่วยทำมาหากินก็ไม่ควรจะกินข้าว เด็กน้อย

    ปล่อยโฮด้วยความแค้นใจ เหลียวมองกล้าผู้เป็นพ่อที่เอาแต่นั่งดื่มเหล้าเมามาย ไม่สนใจว่าตนเองจะถูกกลั่นแกล้ง ชบาเอานิ้วจิ้มหัวเด็กน้อย ห้ามทำสำออย บีบน้ำตาที่นี่ไม่มีใครสนใจเธอหรอก

    “นี่ถ้าฉันไม่เห็นแก่พี่กล้า ฉันไล่แกออกจากบ้านไปนานแล้ว” ชบาพูดจบผลัก ด.ญ.ตรีอัปสรล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับข้าวที่หก เด็กน้อยร้องไห้จ้า ทั้งตกใจและเจ็บ แม่เลี้ยงใจทรามยังไม่หยุดด่าว่า “ร้องเข้าไปร้องให้ดังไปถึงแม่แกเลย มันจะได้มารับแกไปให้พ้นๆหน้าฉันสักที”

    เสียงร้องเรียก “คุณๆ” ดังขึ้นทางด้านหลังปลุกตรีอัปสรตื่นจากภวังค์ ตกใจที่หันไปเห็นกล้าพ่อตัวเองซึ่งตอนนี้แก่ทรุดโทรมลงไปมาก ใบหน้าตายังคงฉ่ำเหล้า แขนข้างหนึ่งหนีบขวดเหล้าขาวไว้แน่น ยืนโงนเงน

    “มาหาใครหรือครับ มาหาผมหรือมาหาชบา...

    นังชบา...” กล้าตะโกนลั่น ตรีอัปสรกลัวแม่เลี้ยงจะออกมาและจำตัวเองได้ รีบบอกว่าไม่ได้มาหาใคร แค่หลงทาง ผ่านมา เขาบอกเส้นทางที่จะออกจากสลัมให้ แล้วยก

    ขวดเหล้าขึ้นกระดก เธอมองเขาอย่างสลดใจ เตือนว่า

    เมามากแล้ว ยังจะดื่มอีกหรือ

    “เมาที่ไหนล่ะคุณ ผมม่ายมาววว...” กล้าอ้อแอ้ เสียงชบาร้องทักเขา ทำให้ตรีอัปสรรีบสาวเท้าหนีชบาออกมาเห็นแค่หลังเธอไวๆ ถามกล้าว่าคุยกับใคร แต่งตัวดีแบบนั้นหลุดมาแถวนี้ได้อย่างไร

    “คุยกะผู้หญิง หลงทางมา”...

    ฝ่ายตรีอัปสรเร่งฝีเท้าจนเกือบจะวิ่ง กระทั่งมาถึงถนนใหญ่จึงหยุดถอนหายใจโล่งอกที่พ้นออกมาจาก

    ที่นั่นได้ เธอหลับตา ตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าเหมือนจะรวบรวมกำลังแล้วเดินต่อ ทิ้งสลัมแห่งนั้นไว้เบื้องหลัง โดยไม่หันกลับไปมองอีก...

    ครู่ต่อมา ตรีอัปสรกลับมาที่รถ ขณะจะเข้าไปนั่งมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น เธอค้นในกระเป๋าหยิบมือถือขึ้นมา นามบัตรของอติรุจติดออกมาด้วย เธอเห็นชื่อณเดชย์โชว์ที่หน้าจอ ทำหน้าเซ็งจัดปล่อยให้เสียงเรียกเข้าดังต่อไปจนเงียบไปเอง แล้วหยิบนามบัตรของอติรุจขึ้นมาดู...

    ไม่นานนัก อติรุจมาถึงร้านกาแฟตามนัด เห็นตรีอัปสรนั่งรออยู่ก่อนแล้ว กระเซ้าว่าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม เธอรับมุกเอื้อมมือไปหยิกมือเขา ถามว่าเจ็บหรือเปล่า ถ้าเจ็บแสดงว่าเรื่องจริงไม่ใช่ความฝัน อติรุจหัวเราะ

    “เจ็บครับ เจ็บ ผมไม่คิดว่าตรีจะโทร.มาหา”

    “ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะคะ ตรีจะลืมคุณรุจได้อย่างไร อาจจะมาช้าแต่ก็มานะคะ”

    บริกรยกเครื่องดื่มกับขนมมาวางที่โต๊ะ อติรุจมองเค้กตรงหน้า อดทักไม่ได้ว่าตรีอัปสรจะประกวดนางงามต้องระวังรูปร่างไม่ใช่หรือ เธอแปลกใจที่เขารู้เรื่องนี้ เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรในเมื่อข่าวดังขนาดนั้น

    “พูดตรงๆนะ ผมไม่เคยเห็นดีเห็นงามกับการประกวดนางงามอะไรพวกนี้เลย แล้วดูสิ ยิ่งไม่ชอบยิ่งเจอ”

    “ทั้งคุณอรทั้งตรี สองคนเลยนะคะ”

    แม้จะไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่อติรุจคงต้องเชียร์ทั้งคู่ ตรีอัปสรขอบคุณเขามาก ที่ดีกับเธอเสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่แรกเจอจนถึงวันนี้ เขาหยอดคำหวานไม่ใช่แค่วันนี้เท่านั้น วันต่อๆไปก็ยังคงเป็นแบบนี้ เธอยิ้มปลื้มยังไม่ทันจะว่าอะไร ดารินทร์โทร.มาตามเสียก่อน

    “ตรีต้องกลับแล้วค่ะ แม่จะใช้รถ ตรียืมรถแม่มาน่ะค่ะ”...

    เมื่อตรีอัปสรกลับถึงบ้าน เห็นแม่แต่งตัวสวยรอท่าอยู่แล้ว ทั้งๆที่ต้องรีบไปให้ทันนัด ดารินทร์ไม่วายสั่งให้ลูกให้ไปอาบน้ำโปะครีม มาส์กหน้า อย่าปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ อีก 2-3 วัน น่าจะรู้เรื่องการถ่ายแฟชั่น

    ooooooo

    สลิลทิพย์ไม่พอใจมากเมื่อได้รับรายงานจากนายชาติว่าอติรุจไปดื่มกาแฟกินขนมเค้กกับตรีอัปสร

    “ท่าทางสนิทสนมคุ้นเคยมากเลยนะครับ คุณสลิลเป็นห่วงคุณอติรุจหรือครับ แต่ผมว่าทั้งสองคนก็ดูดี

    นะครับ เหมือนจะเข้ากันได้”

    “เลิกสู่รู้เสียทีเถอะนายชาติ แล้วก่อนหน้านั้นล่ะยัยตรีอัปสรไปไหนมาบ้าง”

    ได้ความว่าตรีอัปสรไปกินอาหารเช้ากับแม่และมีคนอื่นไปกินด้วยแต่ไม่รู้เป็นใคร นอกนั้นไม่มีอะไรสลิลทิพย์สั่งให้ตามดูต่อไปอย่าให้คลาดสายตา แล้ววางสาย นายชาติถึงกับบ่นอุบ

    “จ่ายร้อยแต่ให้ทำงานพันใครจะไปตามได้ทั้งวันนะ แค่เช้าเย็นก็คุ้มแล้วยัยสลิลเอ๊ย”...

    ทันทีที่สลิลทิพย์เห็นหน้าลูกชายเล่นงานยกใหญ่ที่รู้ทั้งรู้ว่าตนไม่ชอบตรีอัปสรกับนังแม่ของมัน ยังมีหน้าไปจิบกาแฟกินขนมเค้กกับมันอีก เขาทักท้วงว่าเรื่องนั้นจบไปตั้งนานแล้ว และที่สำคัญตรีอัปสรก็ไม่รู้ไม่เห็นกับสิ่งที่แม่ของเธอทำไว้ สลิลทิพย์หาว่าแม่ลูกกันสายเลือดเดียวกัน ดีเอ็นเอเมียน้อยย่อมตกทอดถึงกัน

    “คุณแม่ครับ ถ้าคุณแม่จะให้ผมเลิกคบกับตรีผมคงทำไม่ได้หรอกครับ”

    “นี่แกใช้คำว่าคบหรือ แกเป็นแฟนกับมันแล้วเหรอตารุจ”

    “ผมขอไม่ตอบนะครับรอให้ผมแน่ใจก่อนแล้วจะบอก ผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ” อติรุจตัดบทเดินหนีขึ้นห้อง สลิลทิพย์มองตามไม่พอใจ แล้วหันไปโวยกับอรสินีที่นั่งฟังตาปริบๆ

    “ตารุจมันกลายเป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ โอยฉันจะบ้าตาย ผู้ชายบ้านนี้มันเป็นอะไรกันไปหมดเนี่ย”...

    พอได้อยู่กันตามลำพังพี่น้อง อติรุจอดบ่นให้อรสินี ฟังไม่ได้ว่าแม่รู้ได้อย่างไรว่าเขานัดเจอกับตรีอัปสร เธอตั้งข้อสังเกต หรือท่านจะให้คนสะกดรอยตามเขา อติรุจ กลับไม่คิดอย่างนั้น ถ้าท่านจะให้คนตามก็น่าจะตามตรีอัปสร มากกว่า เพราะท่านอาจอยากรู้ว่าคู่แข่งของลูกสาว วันๆ ทำอะไรบ้าง

    “เมื่อไหร่จะจบๆสักทีคะพี่รุจ” อรสินีถอนใจเซ็ง

    “ยังไม่เริ่มเลย ร้องหาตอนจบเสียแล้ว” อติรุจยิ้มให้กำลังใจน้องสาวที่ยิ้มไม่ค่อยจะออก

    ooooooo

    ดารินทร์ฉีกยิ้มปากเกือบถึงรูหูเมื่อได้รับข่าวดี จากพีรวัชร์ หรือคุณพีว่าได้คิวถ่ายแฟชั่นแล้ว จะเริ่มวันพรุ่งนี้เลย ตรีอัปสรถึงกับบ่นอุบไหนแม่ว่าอีกสองสามวันถึงจะได้คิว

    “คุณพีเปลี่ยนนางแบบให้แกขึ้นปกก่อน จะได้ทัน หนังสือวางแผงตอนเก็บตัว 20 คน อย่างที่แม่ขอไว้”

    “โอ้โห แม่ของตรีใหญ่โต กว้างขวางสั่งได้จริงๆนะเนี่ย”

    “ก็ใช่น่ะสิ พรุ่งนี้แกไปถ่ายปกหนังสือ พอแกถ่ายเสร็จวันรุ่งขึ้นก็ประกาศผลสาวงาม 20 คน ซึ่งแกติดแน่นอน” ดารินทร์พอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ตรีอัปสรอยากรู้ จะต้องเตรียมตัวอย่างไร เธอสั่งให้ลูกไปที่ร้านกับเธอจะ ได้ลองชุดที่จะถ่ายขึ้นปกนิตยสาร...

    ในเวลาต่อมา ที่ห้องเสื้อ Enchant ของดารินทร์ ขณะตรีอัปสรกำลังจะลองขุด ณเดชย์โทร.เข้ามือถือพอดี เธอหันไปบอกนุชผู้ช่วยของแม่ว่าขอตัวสักครู่ แล้วออกไปรับสายข้างนอก ณเดชย์ตัดพ้อที่ตรีอัปสรหายหน้า โทร. หาก็ไม่รับสาย แถมไม่โทร.กลับอีกต่างหาก เธออ้างว่า ช่วงนี้ยุ่งมาก สัญญาถ้าว่างเมื่อไหร่ จะไปหาทันที

    “จริงๆนะ”

    “จริงสิคะ แค่นี้ก่อนนะคะ ตรีกำลังลองชุดเตรียมไปถ่ายแฟชั่นน่ะค่ะ”

    “โอเคครับ ผมรออยู่นะ” ณเดชย์จูบมือถือก่อนจะวางสาย จ้องรูปตรีอัปสรจากข่าวออนไลน์ในจอคอมพิวเตอร์ ตรงหน้า แล้วเอื้อมมือไปลูบด้วยความคิดถึง เสียงประตูห้องทำงานเปิด ทำให้เขาละสายตาไปมองถึงกับสะดุ้งเพราะ ไม่คิดว่าจะเป็นมุกตาภา รีบคลิกปิดภาพของตรีอัปสร พร้อม กับร้องทักว่ามาได้อย่างไร

    “ทักทายคู่หมั้นได้น่าประทับใจจริงๆนะคะ คุณนะ” มุกตาภาแดกดัน ณเดชย์รีบลุกไปหา ขอร้องอย่าคิดมาก เขาแค่แปลกใจ เพราะปกติเธอไม่เคยมาหาเขาที่ที่ทำงาน เธอมาที่นี่ก็เพราะเขาหายเงียบไป ก็เลยจะมาดูว่าเขาทำอะไรหนักหนาถึงไม่มีเวลาแม้แต่จะโทร.หาคู่หมั้น

    “ดีเหมือนกัน มุกจะได้เห็นว่าผมทำงานจริงๆ ยุ่งจริงๆ” ณเดชย์โกหกหน้าตาย

    มุกตาภาไม่มีปัญหาหากเขามีงานรัดตัวอย่างที่พูด กลัวจะหนีไปดื่มไวน์ ดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับสาวที่ไหนมากกว่า เห็นวันก่อนอัพรูปขึ้นอินสตาแกรม ณเดชย์ดักคอ จะมาถามเรื่องนี้หรือ

    “จะมาถามว่าไปกินข้าวกับลูกค้าหรือเพื่อนคะ ทาลิปสติกซะแดงจัดเลย”

    ณเดชย์หัวเราะกลบเกลื่อน ไม่ยอมตอบคำถาม เดินกลับไปนั่งทำงานต่อ มุกตาภาพยายามข่มอารมณ์

    ไว้ไม่เซ้าซี้ให้เขาไหวตัวทัน เพราะจำคำเตือนของแพรวที่ว่า หากโวยวายใจร้อนจะสืบไม่ได้ว่าเขาแอบคบใครอยู่

    “วันก่อนมุกไปกินข้าวกับพี่นนท์ เจอคุณลุงอัศวินไปกินข้าวกับยัยดารินทร์แล้วก็ลูกสาวยัยนั่น เพิ่งจะรู้นะคะ ว่าลูกสาวยัยนั่นเรียนที่ลอนดอนเหมือนคุณ เคยเจอกันบ้างไหมคะ”

    “ก็เคยเจอบ้าง มุก คุณช่วยออกไปบอกเลขาฯผมให้ช่วยไปซื้ออาหารมากินหน่อยสิครับ คุณจะกินกับผมไหม หรือว่าต้องกลับไปกินที่บ้าน แต่คงคุยอะไรกันไม่ได้มากนะ ผมต้องทำงาน”

    มุกตาภาจะไปบอกเลขาฯของเขาให้ แล้วจะกลับเลย จะได้ไม่รบกวนเวลาทำงานของเขา ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ แล้วทำเป็นสนใจงานตรงหน้า พอเธอคล้อยหลัง เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ถอนใจโล่งอก...

    เมื่ออยู่ต่อหน้าณเดชย์ มุกตาภาทำเหมือนไม่ใส่ใจรูปแก้วไวน์นั่นนัก แต่พอกลับถึงบ้าน เธอรีบเข้าไปดูในอินสตาแกรมของเขา เห็นมีเพื่อนๆเข้าไปคอมเมนต์ประมาณว่า “โรแมนติกจริงนะ” “ลิปสติกที่แก้วยังแดงขนาดนี้ แล้วที่ปากจะขนาดไหน” ยิ่งอ่านเธอก็ยิ่งขุ่นเคืองด้วยความหึงหวง มัวแต่จ้องภาพในจอมือถือไม่ได้ยินเสียงชญานนท์ร้องทักว่าทำอะไรอยู่ จนเขาต้องเข้ามาสะกิด เธอถึงได้เงยหน้าขึ้นมอง ชญานนท์เห็นสีหน้าอมทุกข์ของเธอ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า มุกตาภายื่นมือถือของตัวเองที่มีรูปแก้วไวน์ให้เขาดู

    “สองต่อสอง...ใคร? มุกกับคุณนะหรือ” ชญานนท์เห็นแววตาของน้องสาวก็รู้แล้วว่าไม่ใช่เธอ

    “พี่นนท์ต้องช่วยมุกนะคะ ช่วยสืบให้มุกหน่อยว่านังผู้หญิงหน้าด้านที่มายุ่งกับคู่หมั้นของมุกมันเป็นใคร”

    ชญานนท์ปลอบน้องให้ใจเย็นๆ บางทีอาจจะไม่มีอะไรมากไปกว่ารูปถ่าย มุกตาภาสวนทันที จะรอให้ผู้หญิงปริศนาปากแดงคนนั้นมาฉกณเดชย์ไปจากเธอก่อนใช่ไหม เขาถึงจะเรียกว่ามีอะไร แค่เห็นรูปนี้เธอก็รู้แล้วว่านี่คือสัญญาณอันตรายของชีวิตคู่ของเธอ

    ooooooo

    การถ่ายปกนิตยสารบีลิฟครั้งนี้ คุณพีใช้หาดสวยทะเลใสเป็นโลเกชั่น ดารินทร์อยู่เป็นเพื่อนลูกไม่ได้ เพราะต้องไปเตรียมเสื้อผ้าให้เธอสำหรับใส่วันไปออดิชั่นการประกวดนางสาว ณ สยาม จึงฝากคุณพีช่วยดูแลตรีอัปสรแทน ถ้ามีอะไรก็แนะนำได้เลย เพราะเธอไม่เคยถ่ายแบบมาก่อน

    “คุณพี่ไม่ต้องห่วงฮ่ะ พีขอเอาชื่อเสียงเป็นประกันเลยฮ่ะ รับรองว่าบีลิฟเล่มนี้ จะต้องเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ แน่ๆฮ่ะ”

    ดารินทร์ขอบคุณคุณพีมาก แล้วขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้ฝากเขาพาตรีอัปสรมาส่งบ้านด้วย...

    ทันทีที่รู้จากนายชาติว่าตรีอัปสรไปถ่ายแฟชั่นไกลถึงต่างจังหวัด สลิลทิพย์วางแผนชั่วร้ายจะทำให้คู่แข่งของลูกสาวตัวเองไปออดิชั่นเพื่อคัดตัวผู้เข้าประกวด 20 คนสุดท้ายไม่ทัน...

    หลังจากถ่ายแฟชั่นมาตั้งแต่สายยันเย็น คุณพีสั่งให้เลิกกองถ่ายได้ และนัดตรีอัปสรใหม่อีกครั้ง 8 โมงเช้าพรุ่งนี้  และคาดว่างานจะเสร็จประมาณบ่ายสองโมง จากนั้น เขาจะพาตรีอัปสรไปส่งบ้าน...

    ระหว่างที่ตรีอัปสรกำลังอยู่ในโหมดพักผ่อน ดารินทร์มุ่งมั่นจะโปรโมตลูกสาวให้ดังกระฉ่อนตั้งแต่เริ่มต้น จึงโทร.นัดแนะนักข่าวจากทุกสำนักให้มาทำข่าวลูกวันมะรืนนี้ และรับปากหลังจากออดิชั่นเข้ารอบ 20 คนแล้ว ตนจะเคลียร์คิวลูกให้สัมภาษณ์กันเต็มที่...

    ทางฝ่ายสลิลทิพย์ยังคงทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกสาวตัวเองคว้าตำแหน่งนางสาว ณ สยาม รวมทั้งหาชุดสวยที่สุดเตรียมไว้ให้เธอใส่ไปออดิชั่น

    “เราต้องสวยโดดเด่นตั้งแต่วันแรก ให้คณะกรรมการประทับใจที่สุด พวกนักข่าวสื่อมวลชนเห็นก็จะตีข่าวให้เราดังกระฉ่อน ช่วยเราอีกแรง”

    อาชัญว่าประชด ถ้าจบงานนี้ สลิลทิพย์น่าจะยึดอาชีพส่งนางงามเข้าประกวดให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลย อติรุจเห็นด้วยกับพ่อ ถ้าเกิดอรสินีได้ตำแหน่งขึ้นมาจริงๆ ก็ถือว่าเป็นผลงานการปั้นนางงามของท่าน สลิลทิพย์ยิ้มรับว่าแน่นอนอยู่แล้ว อรสินีเห็นท่าทางมุ่งมั่นของแม่แล้วไม่ค่อยสบายใจนัก ขณะที่อาชัญมองลูกสาวอย่างเห็นใจ ปลอบว่าทำใจให้สบาย อย่ากดดันตัวเอง จะทำอะไรก็ต้องทำอย่างมีความสุขแล้วทุกอย่างจะออกมาดี

    “แม่ก็ไม่ได้กดดันอรนะ ที่แม่พูดทุกวันว่าอรจะต้องได้เป็นนางสาว ณ สยามเพราะแม่เชื่อมั่น แล้วที่สำคัญ ตอนนี้แม่ยิ่งเชื่อมั่นที่สุด” สลิลทิพย์ยิ้มมีเลศนัย

    ooooooo

    การถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารบีลิฟในวันที่สองผ่านไปอย่างราบรื่น คุณพีสั่งเลิกกองถ่ายแล้วบอกให้ตรีอัปสรขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สดชื่นก่อน อีก 2 ชั่วโมง เขาจะโทร.ไปตาม

    “รับรองว่าถึงกรุงเทพฯไม่ค่ำแน่ มีเวลานอนเต็มอิ่ม พรุ่งนี้จะได้หน้าเด้ง” คุณพีพูดจบหันไปสั่งการงานของตัวเองต่อไป ขณะที่ตรีอัปสรเดินกลับโรงแรมที่พัก...

    หลังจากตรีอัปสรอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยมี เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เธอเดินไปดูทางช่องตาแมวก่อนจะเปิดประตูให้พนักงานของโรงแรมที่ถือถาดใส่แก้วน้ำส้มเข้ามา

    “คุณพีสั่งเครื่องดื่มมาให้คุณตรีอัปสรครับ”

    หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ เบี่ยงตัวให้พนักงานฯเอาถาดใส่เครื่องดื่มไปวาง โดยไม่เฉลียวใจเลยว่าในแก้วน้ำส้มใบนั้นมียานอนหลับอย่างแรงผสมอยู่...

    ขณะที่แผนการขั้นแรกสำเร็จด้วยดี นายชาติไม่รอช้าเดินตามแผนขั้นต่อไปทันที ปลอมตัวเป็นคนของคุณพี โทร.ไปแจ้งดารินทร์ที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมเสื้อผ้าให้ลูกสำหรับใส่ไปออดิชั่นว่าการถ่ายแบบยังไม่เสร็จ พรุ่งนี้คุณพีจะพาตรีอัปสรไปที่ ช่อง Thai 10เอง เหน่งซึ่งช่วยดารินทร์เตรียมเสื้อผ้า ถึงกับร้องอ้าว

    “แล้วเสื้อผ้าหน้าผมล่ะคะ”

    “คุณพีจะแต่งหน้า ทำผมไปให้เลย เสื้อผ้าไปเปลี่ยนเอาที่โน่น เหน่งเอาเสื้อไปใส่รถเลยนะ เดี๋ยวฉันจะไปทำผมก่อน พรุ่งนี้จะได้ดูดีไม่เสียชื่อคุณแม่นางงาม” ดารินทร์ยิ้มแย้มอารมณ์ดี...

    สองชั่วโมงผ่านไป ทีมงานของบีลิฟทุกคนมารวมตัวกันที่ล็อบบี้ของโรงแรม เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ คุณพีพยายามโทร.หาตรีอัปสร แต่ไม่มีใครรับสาย เขาหันไปสั่งทีมงานให้ขนของขึ้นรถตู้ได้เลย แล้วจะโทร.หาตรีอัปสรอีกครั้ง แต่มีสายเรียกเข้าเสียก่อน

    “ฮัลโหล ฮ่ะ อะไรนะฮะ...ถึงว่าสิ โทร.หาน้องตรีไม่รับสาย ไม่เป็นไรฮ่ะ ถ้ากลับไปแล้วก็โอเค พี่จะได้ไม่กังวล สวัสดีฮ่ะ” คุณพีวางสายสีหน้าแปลกใจ มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้นอีกครั้ง

    “ฮัลโหล กำลังกลับแล้ว ใช่...ขึ้นปกเล่มนี้เลย เออๆ ใช่ๆ” สายด่วนจากกอง บก.นิตยสารบีลิฟดึงความสนใจจากคุณพีไปหมด ทำให้ลืมเรื่องตรีอัปสรไปเลย

    ooooooo

    บรรยากาศภายในห้องออดิชั่นเพื่อคัดตัวสาวงามเข้ารอบ 20 คนสุดท้ายเป็นไปอย่างคึกคัก นักข่าวทุกสำนักต่างมารอทำข่าวกันแน่นสถานีโทรทัศน์ช่อง Thai 10 ส่วนผู้เข้าประกวดทยอยกันเข้ามาไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นวรัญญากับเจ๊หนึ่งพี่เลี้ยง ภารดีเคียงคู่มากับทิปปี้ ดาราวรรณ กัลยาณี รวมทั้งอรสินีที่มีแม่ตามมาคุม

    ดารินทร์เห็นใกล้เวลาจะออดิชั่นแล้ว แต่ตรีอัปสรยังไม่โผล่มาสักที โทร.ไปก็ไม่รับสาย ลองโทร.เข้าเครื่อง

    คุณพี ก็มีแต่เสียงสัญญาณให้ฝากข้อความ เธอเริ่มกระวน กระวายใจ

    “นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ไอ้คุณพีก็หายหัวไป ลูกฉันก็หาย ต้องมีอะไรแน่ๆ ยายตรี...ลูกอยู่ไหน” ดารินทร์หน้าเครียดนั่งไม่ติด...

    มุกตาภาเองก็แปลกใจที่ตรีอัปสรยังไม่มารายงานตัว รีบแจ้งเรื่องนี้ให้ชญานนท์ทราบ เขากลับคิดว่าเธออาจถือฤกษ์ยามมาเป็นคนสุดท้ายของการออดิชั่นก็ได้

    “อีก 10 นาทีจะเริ่มออดิชั่นเนี่ยนะคะ มุกว่าแปลกๆ นะคะ แล้วคนของมุกก็บอกว่าเห็นรถของดารินทร์จอดอยู่ เห็นดารินทร์อยู่ในรถคนเดียว แต่ไม่เห็นตรีอัปสร”

    “แปลก ตรีอัปสรจะสละสิทธิ์เหรอ หรือว่าเกิดอะไรขึ้น” ชญานนท์สังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี...

    ขณะที่ดารินทร์เดินงุ่นง่านอยู่หน้าทางเข้าตึกสถานีโทรทัศน์ ช่อง Thai 10 เห็นรถของนายพลอัศวินแล่นเข้ามา เธอวิ่งไปขวางไว้ ละล่ำละลักว่าตรีอัปสรหายตัวไป

    “เฮ้ย หายไปได้อย่างไร แล้วหายไปไหน” นายพลอัศวินสีหน้าเป็นกังวลไม่แพ้เธอเช่นกัน เมื่อพิจารณาจากคำบอกเล่าของดารินทร์แล้ว นายพลอัศวินสรุปว่าต้องมีใครบางคนคิดสกัดตรีอัปสรไม่ให้มาทันสัมภาษณ์คัดเลือกตัวแน่ๆ

    “แต่ตอนนี้ ดาเป็นห่วงลูกนะคะ ไม่รู้ว่าอยู่ไหน หรือจะถูกจับตัว กักตัวไว้ โอย...ติดต่อคุณพีก็ไม่ได้ หรือจะเป็นนังคุณพีที่กักตัวยายตรีไว้คะคุณอัศวิน...ดาโทร.หาเท่าไหร่คุณพีก็ไม่รับสาย” ขาดคำเสียงมือถือของดารินทร์ดังขึ้น หน้าจอโชว์เบอร์คุณพี หันไปบอกท่านนายพลด้วยสีหน้ามีความหวัง

    “คุณพีค่ะ คุณพีโทร.มาแล้ว”...

    อีกมุมหนึ่งภายในห้องพักของผู้เข้าประกวด สาวงามทั้งหลายต่างซ้อมการแสดงของตัวเองอย่างขะมักเขม้น อรสินีไม่เห็นตรีอัปสรอยู่ในห้องนั้นด้วยก็แปลกใจ

    “แม่คะ ตรีอัปสรยังไม่มาเลยค่ะ”

    “ไม่มาก็ดีแล้ว ยัยนั่นมันคงรู้ตัวว่าถ้ามา ยังไงก็แพ้ลูกแม่แน่นอน”

    อรสินีกลัวจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นกับตรีอัปสรมากกว่า สลิลทิพย์ชักรำคาญบอกลูกว่าจะไป

    สนใจคนอื่นทำไม ใครจะมาหรือไม่มาก็เรื่องของคนนั้น เธอน่าจะเตรียมตัวเตรียมใจกับเรื่องตัวเองจะดีกว่า

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 18:21 น.