สมาชิก

ปีกมงกุฎ

ตอนที่ 16

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "ปีกมงกุฎ"

แพรวตกใจมากเมื่อรู้เรื่องที่ณเดชย์จะถอนหมั้นมุกตาภา ถามย้ำกับวุฒิว่าฟังมาไม่ผิดแน่หรือ เขายืนยันไม่ผิดแน่นอน ได้ยินเต็มสองหูแล้วถามเธอว่าจะบอกเรื่องนี้กับมุกตาภาไหม แพรวจำเป็นต้องบอกให้เจ้าตัวรู้

“แล้วถ้าเกิดมุกโกรธจนไปฆ่าตรีล่ะ ครั้งที่แล้ว ถ้าอรเล่นไม่พลาดตรีเจ็บหนักแน่ นั่นขนาดว่านายนะไม่ได้พูดว่าจะถอนหมั้นนะ” วุฒิอดเป็นกังวลไม่ได้ แพรวยืนยันถึงอย่างไรก็ต้องบอก...

ครู่ต่อมา มุกตาภามาถึงร้านอาหารตามนัด หลังจากได้ฟังเรื่องที่แพรวกับวุฒิเล่าแล้ว มุกตาภาเอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา แพรวอยากรู้ว่าเพื่อนรักจะทำอย่างไรต่อไป เธอตั้งใจจะไปถามให้แน่ก่อน

“ถามคุณนะน่ะหรือ ถามแค่นั้นใช่ไหมมุก” แพรวมองเพื่อนรักอย่างรอคำตอบ

มุกตาภาได้แต่ยิ้มเหี้ยมก่อนจะหันไปทางวุฒิ “พรุ่งนี้มีถ่ายละครหรือเปล่าวุฒิ”

“มีครับ ฉากบ้านฤทธิ์ที่เดิมครับ”

มุกตาภาขอบใจทั้งวุฒิและแพรวแล้วขอตัว

กลับก่อน แพรวมองตามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง...

จากนั้น มุกตาภาแวะไปหาณเดชย์ที่บ้าน ยังไม่ทันจะซักเรื่องที่เขาจะถอนหมั้นตนเอง คุณหญิงสุดสวาทเหมือนจะรู้ทัน เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ถามว่าวันนี้ว่างหรือถึงได้มาที่นี่

“มุกมีธุระกับคุณนะค่ะ”

“ด่วนไหมลูก ถ้าไม่ด่วนไปช็อปปิ้งเป็นเพื่อนแม่หน่อยได้ไหม ตานะ แม่ขอยืมคู่หมั้นหน่อยนะ” คุณหญิงสุดสวาทจงใจเน้นคำว่าคู่หมั้นเพื่อเตือนสติลูกชาย ก่อนจะจูงมือมุกตาภาออกไป...

ค่ำวันเดียวกัน ทันทีที่ชญานนท์เห็นมุกตาภาเดินเข้าบ้าน ซักเป็นการใหญ่ทำไมเมื่อคืนไม่กลับบ้าน แถมวันนี้ยังหายหน้าไปทั้งวันไปไหนมา มุกตาภารีบตัดบท ถ้าเขามีอะไรจะพูดกับเธอก็ให้พูดมาได้เลย

“มุก พี่ไม่อยากให้มุกโกรธคุณพ่อนะ”

“มุกว่าพี่นนท์ไปบอกคุณพ่อดีกว่าค่ะ มุกง่วงนอนแล้ว มุกขอตัวนะคะ” มุกตาภาพูดจบเดินขึ้นห้อง ชญานนท์มองตามแปลกใจปนไม่สบายใจกับท่าทางสงบนิ่งเกินไปของน้องสาว

ooooooo

ภารดียังทำตัวกร่างไม่เลิก เดินวางมาดมาที่หลังจอมอนิเตอร์ซึ่งผู้กำกับละครกับทีมงานนั่งคุยกันอยู่ แล้วสั่งภูมินทร์หนึ่งในทีมงานว่าเธอจะไปนั่งอ่านบททางโน้น ถ้าจะถ่ายฉากที่มีเธอก็ให้คนไปตามด้วย

“ฉากต่อไปก็ถ่ายแล้ว ไปเปลี่ยนชุดอ่านบทเลยครับ จะได้ไม่เสียเวลา” ผู้กำกับสั่งการ

“นี่ถ้าไม่ใช่ผู้กำกับล่ะก็ อย่าหวังว่าจะสั่งหนูดีได้นะคะ” ภารดีปรายตามองผู้กำกับอย่างเชิดๆ ก่อนจะเดินนวยนาดไปยังห้องแต่งตัว ทุกคนพากันส่ายหน้าระอาใจ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชญานนท์เดินมาขึ้นรถตัวเองเตรียมจะไปทำงาน ต้องแปลกใจที่ช่องเก็บของด้านหน้ามีร่องรอยเหมือนถูกเปิด เขารีบตรวจดู เห็นปืนหายไปเหลือแต่ซองทิ้งไว้ถึงกับหน้าเครียด มั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือมุกตาภา รีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว...

อรสินีกำลังนั่งต่อบทอยู่กับวรัญญาและกัลยาณีตอนที่ภารดีในชุดสวยเริ่ดเดินเข้ามาหา วรัญญาทักท้วงว่าชุดของเธอสวยล้ำบทละครไปหรือเปล่า คุณรัตน์เข้ามากับฝ่ายเสื้อผ้าพอดี ไล่ภารดีไปเปลี่ยนชุด เธอยืนกรานจะใส่ชุดนี้ให้ได้แม้จะไม่ใช่ของตัวละครที่เธอสวมบท คุณรัตน์ของขึ้นทันที

“ถ้าอยากจะใหญ่โตก็ไปใหญ่เวลาอื่นนะ แต่เวลาที่ต้องถ่ายละคร เธอต้องทำตามบท...ไปเปลี่ยนชุด”

ท่าทางเอาเรื่องของคุณรัตน์ทำให้ภารดีไม่กล้าหือ เดินกระแทกเท้าปังๆกลับไปที่ห้องแต่งตัว วรัญญามองคุณรัตน์อย่างชื่นชมที่สามารถจัดการยัยคางคกขึ้นวออยู่หมัด...

สักพักมุกตาภามาถึงกองถ่ายละครด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พอเห็นวุฒิเข้ามาหาก็ถามว่าตรีอัปสรอยู่ไหน เขาเห็นท่าทางของเธอไม่ค่อยน่าไว้ใจ ย้อนถามว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ มุกตาภายิ้มเหี้ยม

“ฮึ...ทำอะไรน่ะหรือ มุกก็จะฆ่ามันน่ะสิ” มุกตาภา เห็นสีหน้าตื่นตระหนกของวุฒิ ตวาดใส่ทันที “ทำไม จะตกใจอะไรนักหนา ถ้าวุฒิไม่อยากให้มุกทำ วุฒิก็จัดการมันให้มุกสิ” พูดจบ เธอหยิบปืนออกจากกระเป๋าถือ

วุฒิแทบช็อก “คุณมุกเอาปืนมาให้ผมเถอะครับ ฆ่าเธอเราติดคุกนะครับ ผมว่าพอเถอะครับ”

“อย่ามาทำเป็นคนดีหน่อยเลย ถ้าวุฒิไม่ทำ มุกจัดการเองก็ได้” มุกตาภาพูดจบเอาปืนใส่ไว้ที่เดิมแล้วผละจากไป วุฒิตะโกนไล่หลังว่าตรีอัปสรไม่ได้อยู่ที่นี่ เธอถึงกับชะงัก...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ชญานนท์มาถึงกองถ่ายอย่างเร่งรีบ เจอคุณรัตน์เดินสวนมาพอดี ถามเสียงเครียดว่ามุกตาภาอยู่ไหน คุณรัตน์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอมา

“ผมเห็นรถมุกจอดอยู่ข้างนอก แล้วตรีล่ะครับ ถ่ายละครอยู่หรือเปล่า”

“ถ่ายค่ะ แต่ไม่ได้อยู่ที่นี่อยู่ที่พัทยาค่ะ วันนี้เราแยก 2 กองค่ะ กลัวละครจะไม่ทัน”

ชญานนท์พยักหน้ารับรู้ คุณรัตน์มองข้ามไหล่ไปเห็นหลังมุกตาภาไวๆก็ชี้ให้ดู เขาวิ่งตามเธอจนทันแล้วคว้ากระเป๋าถือของเธอมาเปิดดู เจอปืนตัวเองอยู่ในนั้น

“พี่ไม่อยากใช้คำว่าขโมยนะ แต่มุกเอาปืนของพี่มาทำไม” ชญานนท์เอาปืนใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง “ถ้าคุณพ่อรู้ว่ามุกมาที่นี่แล้วเอาปืนมาด้วย พี่

ไม่อยากคิดเลยว่าคุณพ่อจะจัดการยังไงกับมุก กลับไป Thai 10 กับพี่”

“ไม่ค่ะ มุกไปเองได้” มุกตาภาพูดจบกระชากกระเป๋าถือคืนแล้วจ้ำพรวดๆจากไป ชญานนท์มัวแต่เป็นกังวลเรื่องน้องสาวไม่ทันสังเกตเห็นภารดีแอบฟังอยู่

ooooooo

ณ กองถ่ายละครที่พัทยา หลังจากถ่ายทำฉากสุดท้ายเสร็จ คุณติ๊น่าเข้ามาบอกให้ตรีอัปสรกลับรถตู้คันเดียวกัน เธอพยักหน้ารับคำ แต่ขอตัวไปเปลี่ยนชุดสักครู่หนึ่งก่อน แล้วหยิบกระเป๋าใส่เสื้อผ้าขยับจะไป แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินคุณติ๊น่าร้องทักชญานนท์ที่เพิ่งเดินเข้ามาว่ามาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่

“ผมมาประชุมกับลูกค้าที่นี่ครับ คุณรัตน์บอกว่ากองถ่ายอยู่แถวนี้ ผมก็เลยแวะมาหา”

“เพิ่งถ่ายเสร็จค่ะ กำลังจะยกกองกลับพอดี”

ตรีอัปสรยิ้มทักทายชญานนท์ ก่อนจะเดินแยกไป จากนั้นไม่นาน เธอมาที่จุดนัดพบในเสื้อผ้าชุดใหม่ ชญานนท์ กำลังจะเข้ามาหา แต่ต้องหยุดกึกเมื่อมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ตรีอัปสรรับสายโดยไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ด้านหลัง และได้ยินที่เธอพูดทุกคำ รู้ว่าณเดชย์โทร.มานัดแนะให้ไปเจอกันเย็นนี้

“ตรีถึงกรุงเทพฯ แล้วตรีจะ โทร.หาคุณนะเองคุณนะจะได้ไม่ต้องรอให้เสียเวลา แค่นี้ก่อนนะคะ บาย”

ชญานนท์มองหญิงสาวอย่างครุ่นคิด เห็นเหลียวซ้ายมองขวาเหมือนหาใครอยู่ ก็ร้องทักว่ากำลังมองหาเขาหรือเปล่า ตรีอัปสรจำเสียงเขาได้ หันมาบอกว่ามองหาคุณติ๊น่าอยู่

“กลับไปแล้วครับ เห็นบอกว่ามีธุระด่วนต้องรีบไป แล้วก็ฝากคุณให้กลับกับผม”

“คุณนนท์เสร็จธุระแล้วหรือคะ”

“ครับ แต่ผมขอหาอะไรกินรองท้องก่อนได้ไหมครับ ผมหิว คุณรีบหรือเปล่า” ชญานนท์ออดอ้อน ตรีอัปสรอยากอยู่กับเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงบอกว่าไม่รีบ เขายิ้มพอใจที่แผนรั้งตัวเธอขั้นแรกสำเร็จด้วยดี...

ระหว่างกินมื้อเที่ยงด้วยกัน ชญานนท์เอาอกเอาใจตรีอัปสรราวกับเป็นคู่รักกันก็ไม่ปาน อีกทั้งพยายามกินให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ลองประเมินเวลาดูแล้ว เธอยังสามารถไปหาณเดชย์ตามนัดได้ เขาจึงต้องหาทางถ่วงเวลา ขณะเดินไปยังลานจอดรถของร้านอาหาร เขาแกล้งปวดท้องร้องโอดโอยเดินไม่ไหว ตรีอัปสรต้องช่วย ประคองพาไปนั่งพัก เห็นชญานนท์เอามือกุมท้องท่าทางอาการหนัก ตัดสินใจไปเปิดห้องพักแถวริมทะเลให้เขาได้นอนพัก เวลาล่วงเลยจนเย็นย่ำ ตรีอัปสรเห็นว่าคงไปตามนัดไม่ทัน หยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความถึงณเดชย์

“มีเรื่องด่วน ตรีขอเลื่อนนัดไปก่อนนะคะ” ตรีอัปสรปิดมือถือเป็นจังหวะเดียวกันกับชญานนท์ค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้น เธอถามด้วยความห่วงใยว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ดีขึ้นมานิดหนึ่งครับ ขอโทษนะครับที่ทำให้คุณเสียเวลา ผมขอพักอีกนิดได้ไหมครับ” ชญานนท์พยายามทุกวิถีทางทำให้เธออยู่กับเขานานที่สุด ตรีอัปสรเองก็ดูจะพอใจที่เป็นเช่นนั้น...

ขณะพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ชญานนท์พาตรีอัปสรไปเดินเล่นริมหาดกันอย่างมีความสุข จากนั้นก็จูงมือกันไปนั่งชมวิวที่เก้าอี้ชายหาดของโรงแรมที่พัก

“ผมรู้สึกดีขึ้น ท่าจะขับรถไหวแล้ว เรากลับกันเลยก็ได้นะครับ”

“อย่าดีกว่าค่ะ เราค้างที่นี่สักคืนก็ได้ พรุ่งนี้ตรีมีถ่ายละครช่วงบ่าย ไม่มีปัญหา”

ชญานนท์เกรงใจตรีอัปสรมากที่ทำให้เสียเวลา เธอไม่อยากให้เขาพูดแบบนั้น ทุกนาทีที่ได้อยู่กับเขามีค่าสำหรับเธอเสมอ เขามองเมฆดำที่ลอยต่ำลงมาเหมือนฝนทำท่าจะตก จึงชวนเธอกลับที่พัก พูดทีเล่นทีจริงว่า

“ผมไม่อยากให้คุณติ๊น่าโวยผมว่าทำให้นางเอกไม่สบาย”

ตรีอัปสรลุกขึ้นยืน แต่เซเสียหลัก ชญานนท์รีบประคองเธอไว้ ทั้งคู่สบตากันหวานฉ่ำก่อนจะจูงมือกันกลับที่พัก ครู่ต่อมาชญานนท์พาตรีอัปสรมาส่งหน้าห้องพัก แล้วกล่าวราตรีสวัสดิ์ เธอทักท้วงว่านี่ห้องพักของเขาไม่ใช่หรือ ชญานนท์ยกห้องนี้ให้เธอ ส่วนเขาเปิดอีกห้องหนึ่งไว้แล้ว หวังว่าเธอคงจะนอนคนเดียวได้

“ถ้าตรีบอกว่าไม่ได้ล่ะคะ” ตรีอัปสรยิ้มยั่วยวน

“ผู้หญิงเก่งๆอย่างคุณไม่มีอะไรทำไม่ได้หรอกครับ...ฝันดีครับ” ชญานนท์พูดจบ ผละจากไป

ooooooo

ณเดชย์เป็นห่วงตรีอัปสรมาก ตั้งแต่เธอไลน์มาขอเลื่อนนัดเมื่อวานเขาไม่สามารถโทร.ติดต่อได้อีก จึงแวะมาหาเธอที่บ้านแต่เช้าก็ไม่เจอ ดารินทร์ก็รู้แค่ไปถ่ายละครที่พัทยายังไม่กลับ ดารินทร์ตัดสินใจบอกเขาตรงๆว่าเขาควรจะอยู่ห่างๆตรีอัปสรไว้ แม้จะเป็นเพื่อนกัน แต่ถ้ามุกตาภาเข้าใจผิด จะไม่เป็นผลดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย

“ที่พูดนี่เพราะไม่อยากให้ใครเสียชื่อนะคะ ทั้งคุณนะ ทั้งยัยตรี ก็เป็นที่รู้จักในวงสังคมทั้งคู่”

“ถ้าตรีกลับมา บอกให้โทร.หาผมด้วยนะครับ สวัสดีครับ” ณเดชย์พูดจบ ลุกออกไป ดารินทร์มองตามสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก...

ขณะที่ณเดชย์เลี้ยวรถออกจากบ้านดารินทร์ สวนกับรถของชญานนท์ที่พาตรีอัปสรมาส่งโดยไม่ทันสังเกตเห็น แต่ชญานนท์เห็นเขาเต็มสองตา หันไปบอกตรีอัปสรว่าณเดชย์มาหา เธอยิ้มหวานให้ ก่อนจะพูดทีเล่นทีจริงว่าหึงเธอหรือว่าหวงแทนน้องสาวตัวเอง ชญานนท์ฉลาดพอที่จะไม่ตอบตรงๆ

“คนเรามักจะคิดถึงตัวเองก่อนคนอื่นเสมอ”

“จะบอกว่าหึงตรีหรือคะ ตรีบอกแล้วไงคะว่าตรีกับคุณนะไม่มีอะไรกัน”

ชญานนท์เองก็เคยบอกเธอแล้วเช่นกันว่าต้องไปบอกณเดชย์ไม่ใช่มาบอกเขา ตรีอัปสรขอบคุณเขามากที่มาส่ง เขาก็ขอบคุณเธอเช่นกันที่อยู่เป็นเพื่อนเขา

“ยิ่งกว่าเพื่อนก็เป็นได้ค่ะ” ตรีอัปสรยิ้มยั่วยวน ก่อนจะลงจากรถ...

ตรีอัปสรวางแผนจะใช้เหตุการณ์ที่พัทยาป่วนความรักระหว่างอรสินีกับชญานนท์อีกครั้ง เมื่อมาถึงกองถ่ายละครในตอนบ่าย ตรีอัปสรทำเป็นง่วงเหงาหาวนอน แล้วเล่าให้อรสินีฟังว่าเจอชญานนท์ที่พัทยาเมื่อวาน เขาเกิดปวดท้องขึ้นมาเห็นว่าโรคเครียดลงกระเพาะ เธอเลยต้องคอยดูแลทั้งคืนไม่ได้หลับได้นอน อรสินีถึงกับตัวชาแทบจะเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ตรีอัปสรแอบมองสะใจ ก่อนจะเล่าเพิ่มเติมอีกว่า

“แต่เมื่อเช้าก็ดีขึ้นนะคะ ขับรถกลับกรุงเทพฯได้ นี่ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่น ตรีต้องคิดว่าเจ้าเล่ห์แกล้งไม่สบายเพื่อจะได้อยู่กับตรีตามลำพังแล้วล่ะค่ะ แต่นี่เป็นคุณนนท์ ตรีไม่กล้าคิด คุณนนท์คงไม่ทำแบบนั้นใช่ไหมคะ”

“อรก็ไม่ทราบเหมือนกัน คนเราเดาใจกันยาก” อรสินีพยายามข่มอารมณ์ไว้

“คุณอรก็ พูดเหมือนไม่ได้เป็นแฟนกับคุณนนท์อย่างนั้นแหละ” ตรีอัปสรรอฟังว่าคู่สนทนาจะว่าอย่างไรแต่ยังไม่ทันที่อรสินีจะพูดอะไร คุณติ๊น่าเข้ามาเตือนให้ตรีอัปสรไปเปลี่ยนชุดเตรียมเข้าฉากต่อไปเสียก่อน

ooooooo

คิวแรกที่ต้องถ่ายละครบ่ายนี้ เป็นฉากที่ทักษิกาหาเรื่องตบตีพัชราพรที่มาแย่งคนรักไปจากตัวเอง อรสินีในคราบทักษิกาด่าทอตรีอัปสรซึ่งรับบทเป็นพัชราพรหยาบๆคายๆก่อนจะลงมือตบตีจนล้มคว่ำ ตามขึ้นคร่อมแล้วตบซ้ำ ฝ่ายถูกตบได้แต่ปัดป้อง อรสินีตบไปด่าไปด้วย

“แกตายเสียเถอะ แกอย่าอยู่เป็นเสี้ยนหนามความรักของฉันเลย นังพัช นังชั่วร้าย คืนคุณฤทธิ์ของฉันมาคืนมาให้ฉัน เอาคุณฤทธิ์ของฉันคืนมา...เอาคืนมา”

ผู้กำกับสั่งคัต อรสินีอินกับบทหึงหวงจนหูบอดไม่ได้ยิน ยังคงตบตีตรีอัปสรไม่หยุด ทุกคนต่างตะลึง อาจารย์ดรีมตั้งสติได้ก่อนตะโกนสั่งคัตเสียงลั่น อรสินีรู้สึกตัวหยุดแสดง ลุกขึ้นยืนตัวสั่นไปหมด ทีมงานเข้าไปช่วยพยุงตรีอัปสรขึ้นมา อรสินีถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บหรือเปล่า เธอเจ็บนิดหน่อยแต่ยังโอเค อาจารย์ดรีมเข้ามาสอนอรสินีว่ามีอินเนอร์แบบนี้ดีแล้ว

“แต่ถ้าผู้กำกับสั่งคัต เราต้องถอยออกมาให้ได้ อย่าอินจนดึงตัวเองออกมาไม่ได้ เข้าใจไหม”

“เข้าใจค่ะ ขอโทษนะคะ” อรสินียิ้มเจื่อน ก่อนจะเดินแยกไป วรัญญาขยับจะตาม แต่คุณติ๊น่ารั้งไว้เตือน ว่าฉากต่อไปเป็นคิวของเธอ ตรีอัปสรมองตามอรสินีอย่างสาแก่ใจก่อนจะเดินตามไปป่วนอีก แต่คราวนี้อรสินีกลับมาเป็นคุณหนูน้ำแข็งคนเดิม สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ทำให้ตรีอัปสรเจ็บแค้นใจที่ทำอะไรเธอไม่ได้...

คิวต่อไปที่จะถ่ายทำ เป็นฉากที่วรัญญาแสดงร่วมกับกัลยาณี แต่ฝ่ายหลังเล่นแข็งไร้อารมณ์ก็เลยถูกผู้กำกับเล่นงาน อาจารย์ดรีมเห็นเทกแล้วเทกอีกอยู่หลายครั้งเกรงจะเครียดกันทั้งกองถ่าย บอกให้สองสาวไปพักก่อน แล้วให้ขยับคิวอื่นขึ้นมาถ่ายทำแทน กัลยาณีหันไปบ่นให้วรัญญาฟังว่าท่าทางตัวเองจะไม่รุ่งทางนี้

“แล้วจะไปทำอะไร ประกวดนางงามก็ไม่ไหวแล้วนะณี”

“ฉันก็มีทางไปของฉัน งานสบายไม่ต้องตื่นเช้า ออกกองถ่ายให้ผู้กำกับสับโขกแบบนี้”

“งานอะไร อย่าบอกนะว่าจะทำแบบยัยหนูดี” วรัญญามองกัลยาณีที่ยิ้มเจ้าเล่ห์ด้วยความสงสัย...

คนที่วรัญญาพูดถึง เดินวางมาดเข้าไปในสถานีฯ Thai 10 ตรงไปยังห้องทำงานของคุณดิษฐ์ ก่อนจะถือวิสาสะเปิดประตูห้องเข้าไป คุณดิษฐ์ไม่พอใจมาก ตำหนิว่าจะเข้าห้องคนอื่นควรจะเคาะประตูก่อน

“หนูดีขอโทษค่ะ คือหนูดีรีบก็เลยลืม แล้วเลขาฯ หน้าห้องคุณดิษฐ์ก็ไม่ทราบหายไปไหน”

คุณดิษฐ์ตัดบทว่ามีธุระอะไรให้ว่ามา ภารดีมีเรื่องลูกสาวของเขาจะมาแจ้งให้ทราบ เมื่อวานนี้เธอเห็นคุณมุกเอาปืนไปที่กองถ่าย แล้วคุณนนท์ก็เข้าไปแย่งปืนคืน คุณดิษฐ์ขอบใจที่เธอมาส่งข่าวให้ แล้วก้มหน้าอ่านเอกสารต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ ภารดีชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ๆ

“คุณดิษฐ์ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูดีจะไม่เอาเรื่องคุณมุก ไปบอกใครเด็ดขาด โดยเฉพาะนักข่าว”

“เธอต้องการอะไร” คุณดิษฐ์มองภารดีหน้าเครียด

“คุณดิษฐ์ได้อ่านข่าวบ้างหรือเปล่าคะ เขาลงกันทั่วว่าหนูดีมีอะไรกับคุณดิษฐ์...เอ่อไหนๆก็เป็นข่าวแล้วถ้าคุณดิษฐ์ต้องการ หนูดีก็ยินดีนะคะไม่รังเกียจ”

คุณดิษฐ์สวนทันทีว่ารังเกียจ ก่อนจะเตือนว่าเธอกับเขามันคนละรุ่นกัน อย่าพยายามลากเขาเข้าไปอยู่ในเกมของเธอ ถ้าเธออยากเล่นละครต่อจนจบก็ให้กลับไปกองถ่ายแต่ถ้าอยากเลิกเล่น เขาก็พร้อมจะฉีกสัญญาแล้วเชิญเธอออกจากห้อง ภารดีโกรธ ขู่ว่าถ้าเรื่องที่มุกตาภาคิดจะฆ่าตรีอัปสรรู้ถึงหูนักข่าว เขาคงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณดิษฐ์ยิ้มใจเย็น ก่อนจะบอกว่าเรตติ้งละครเล่ห์ร้ายสายสวาทคงจะพุ่งกระฉูดแน่นอน

“เป็นแผนโปรโมตละครที่น่าสนใจมากภารดี ขอบใจนะ คราวนี้คุณต้องออกไปจากห้องผมจริงๆแล้ว” คุณดิษฐ์เสียงกร้าว ภารดีแค้นใจที่ไม่สามารถข่มขู่เขาได้ จำต้องกลับไปมือเปล่า

ooooooo

ชญานนท์เพิ่งมาถึงกองถ่ายตอนที่คุณดิษฐ์โทร.มาสั่งให้เขาพามุกตาภากลับไปเจอท่านที่บ้านเย็นนี้ แล้ววางสายทันที น้ำเสียงเครียดของพ่อทำให้เขาไม่สบายใจนัก จังหวะนั้น อรสินีเดินมากับตรีอัปสรซึ่งร้องทักเขาว่ายังปวดท้องอยู่อีกไหม ชญานนท์มองอรสินีที่สีหน้านิ่ง ก่อนจะหันไปตอบตรีอัปสรว่าไม่ปวดแล้ว

“โล่งอกไป ตรีเพิ่งเล่าให้คุณอรฟังค่ะว่าคุณนนท์ปวดท้องจนขับรถกลับกรุงเทพฯไม่ไหว”

อรสินีทนฟังไม่ไหว ขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนยังมีถ่ายอีกฉากหนึ่ง แล้วเดินลิ่วไปเลย ตรีอัปสรมองตามสะใจ ก่อนจะตีสีหน้าเป็นกังวลหันมาบอกชญานนท์ว่าท่าทางอรสินีจะหึงเธอ เขาแกล้งกระเซ้าว่าเหมือนที่เธอคิดว่าเขาหึงณเดชย์ใช่ไหม มีเสียงสัญญาณเตือนว่ามีข้อความ ส่งเข้ามือถือของตรีอัปสร เธอจึงหยิบขึ้นมาดูแล้วบอกว่า ณเดชย์ไลน์มาขอพบ เธอจะไปอธิบายให้เขาเข้าใจว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา

“ดีครับ บอกให้ชัดเจน อย่าให้นายนะเข้าใจผิดมโนผิดๆนะครับ”

“ค่ะ...พรุ่งนี้เจอกันนะคะ” ตรีอัปสรส่งตาหวานให้ แล้วเอื้อมไปแตะมือชญานนท์ ก่อนจะผละจากไป...

ด้านอรสินีแอบไปนั่งหลบมุมเพียงลำพัง พยายามระงับอารมณ์พลุ่งพล่านของตัวเอง แต่พอคิดถึงคำบอกเล่าของตรีอัปสรที่ว่าอยู่กับชญานนท์ทั้งคืน น้ำตาไม่รู้มาจากไหน ไหลนองหน้า...

ขณะที่อรสินีเจ็บช้ำใจที่คนรักปันใจให้หญิงอื่น มุกตาภาถูกคุณดิษฐ์เล่นงานเรื่องที่เอาปืนไปกองถ่ายละคร เธอถามเสียงเขียวว่าใครมาฟ้อง ชญานนท์หรือนังภารดีเมียเก็บของท่าน คุณดิษฐ์โกรธจัดจนลืมตัวตบมุกตาภาหน้าหัน ต่อว่าไม่คิดว่าเธอจะเลวได้ขนาดนี้ ทำผิดมาครั้งหนึ่งยังไม่ทันจะสำนึกตัว ก็ทำผิดซ้ำสองอีก โชคดีเท่าไหร่แล้วที่ชญานนท์ตามไปทัน ไม่อย่างนั้นเรื่องราวคงเลวร้ายเกินจะรับไหว

“เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะนังตรีอัปสรคนเดียว ถ้ามันไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณนะ มุกก็ไม่ยุ่งกับมันหรอกค่ะ”

สองพ่อลูกมีปากเสียงกันรุนแรง คุณดิษฐ์ทนไม่ไหวที่พูดอย่างไรลูกก็ไม่รู้สึกสำนึกผิดแถมยังเถียงคำไม่ตกฟาก จึงไล่ไปให้พ้นหน้าและห้ามเกี่ยวข้องกับสถานีฯ Thai 10 จนกว่าจะสำนึกตัวเสียก่อน

“ไม่ตัดขาดพ่อลูกกันซะเลยล่ะ” มุกตาภาตะโกนเสร็จวิ่งออกมาทั้งน้ำตา ชญานนท์ขับรถมาจอดพอดีเห็นน้องสาวออกจากบ้านด้วยน้ำตานองหน้า รีบตามไปคว้าตัวไว้ เธอดิ้นหนีพร้อมกับร้องโวยวายให้ปล่อย

“มุก...ไม่เอาน่า นี่พี่นนท์ พี่ของมุกนะ” ชญานนท์ดึงเธอไปที่โต๊ะสนามข้างบ้าน จับให้นั่งลงโดยที่ตัวเองนั่งข้างๆ มุกตาภาเล่าไปสะอื้นไปว่าพ่อรู้ว่าเธอเอาปืนไปกองถ่าย ชญานนท์ตกใจว่าท่านรู้ได้อย่างไร เธอสันนิษฐานว่าถ้าไม่ใช่เขาก็น่าจะเป็นภารดี เพราะวันนี้มีคนเห็นนังนั่นไปหาท่านที่สถานีฯ ชญานนท์ขอร้องให้เธอจบแค่นี้พอ มุกตาภาไม่ยอมจบฟ้องว่าพ่อตบหน้าเธอทั้งๆที่ไม่เคยทำมาก่อน

“มุกกับคุณพ่อขาดกันแล้วค่ะพี่นนท์ คุณพ่อไม่รักมุกแล้ว คุณพ่อตบหน้ามุก ไล่มุกออกจากบ้าน”

“คุณพ่อกำลังโกรธ เดี๋ยวพอหายโกรธก็ไม่มีอะไรหรอก” ชญานนท์ปลอบแต่ดูจะไร้ผล มุกตาภาเช็ดน้ำตา แล้วเดินหน้าเชิดคอตั้งออกไป เขาตะโกนถามไล่หลังว่าจะไปไหน เธอก็ไม่ตอบ

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ณเดชย์โทร.นัดให้ตรีอัปสรมาพบเพื่อแจ้งข่าวดีว่าเขาจะถอนหมั้นมุกตาภา เธอกลับนั่งนิ่งไม่ยินดียินร้าย จนเขาต้องออกปากว่าไม่ดีใจหรือที่เขาจะเป็นอิสระ ตรีอัปสรไม่อยากให้เขาทำอย่างนั้น

“ทำไมล่ะ ตรีไม่อยากแต่งงานกับผมหรือ ตรีไม่รักผมเหรอ หรือตรีมีคนอื่น”

หญิงสาวส่ายหน้า “ตรีไม่คู่ควรกับคุณนะหรอกค่ะ ตรีไม่อยากทำให้คุณผิดหวัง ตรีพยายามจะไม่คิดถึงมัน แต่ตรี...ตรีทำไม่ได้จริงๆ” ตรีอัปสรพูดจบ ร้องไห้โฮอย่างอัดอั้น ณเดชย์ตกใจรีบเข้าไปปลอบ ถามว่ามีเรื่องอะไรเล่าให้ฟังได้ไหม ใครทำอะไรให้ เธอแสร้งทำท่าละอายใจก่อนจะสารภาพว่าเงิน 10 ล้านบาทที่นายพลอัศวินโอนให้แม่ของเธอ ความจริงแล้วมันเป็นเงินค่าตัวเธอ ณเดชย์ตะลึงอ้าปากค้าง

“คุณนะเคยบอกตรีว่าคุณไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงของพ่อได้ ตอนแรกตรีตั้งใจจะเก็บเป็นความลับเพราะตรีไม่คิดว่าคุณนะจะถอนหมั้น แต่เมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ ตรีก็จำเป็นต้องพูด” ตรีอัปสรบีบน้ำตาคร่ำครวญ

“คุณทำได้อย่างไร คุณทำกับผมแบบนี้ได้อย่างไรตรี คุณก็รู้ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน คุณไปยุ่งกับพ่อผมทำไม” ณเดชย์ทั้งผิดหวังทั้งเสียใจ เมินหน้าหนีเหมือนตรีอัปสรเป็นตัวน่ารังเกียจ ขนาดเธอจะขอให้เราทั้งคู่เป็นเพื่อนที่ดีกันต่อไป เขายังไม่ยอมเป็นด้วย เดินจากไปอย่างเจ็บช้ำใจสุดๆที่โดนคนที่ตัวเองรักหักหลัง ตรีอัปสรมองตามก่อนจะยิ้มพอใจทั้งที่น้ำตายังนองหน้า...

ขณะที่แผนกำจัดณเดชย์ของตรีอัปสรลุล่วงไปด้วยดี คุณดิษฐ์เห็นข่าวของชญานนท์กับตรีอัปสรว่อนในเน็ต ถามเจ้าตัวว่าตกลงมันเป็นอย่างไรกันแน่ รักอรสินีแต่ชอบตรีอัปสรหรือ เขาปฏิเสธทันทีว่าเปล่า

“เป็นข่าวกับเธอขนาดนี้ยังบอกว่าเปล่าอีกหรือ แล้วไปไหนต่อไหนกับตรีอัปสรจนเป็นข่าวทำไม หรือเป็นวิธีสร้างกระแส สร้างเรตติ้งให้ละครเล่ห์ร้ายสายสวาทในแบบของนนท์”

ชญานนท์ถอนใจหนักใจ ไม่รู้เหมือนกันว่านักข่าวไปเอารูปเอาข่าวมาจากไหน คุณดิษฐ์ไม่สนจะได้ข่าวมาอย่างไร พอมีข่าวผู้บริหารหนุ่มกับนางเอกละคร ทำให้ผู้ชมสนใจตามดูละครกันมากขึ้น เท่ากับเป็นประโยชน์กับสถานีฯของเรา ถึงแม้จะมีเสียงบ่นว่าละครแซ่บน้อยไปหน่อย น่าจะมีฉากตบฉากด่ากันมากกว่านี้

“นี่ถ้านนท์ไม่ตัดฉากตบออกไป พ่อว่าเรตติ้งทะลุ 20 นำหน้าทุกช่องแน่นอน”

“คุณพ่อครับ ผมขอคุยเรื่องยัยมุกได้ไหมครับ”

สีหน้าที่ยิ้มแย้มของคุณดิษฐ์เปลี่ยนเป็นขรึมทันที บ่ายเบี่ยงที่จะพูดเรื่องนี้ แล้วขอตัวไปพักผ่อน...

ตรีอัปสรเดินสีหน้าเริงร่าเข้ามาในบ้าน ดารินทร์เห็นแล้วอดแดกดันไม่ได้ว่าท่าทางมีความสุขเหลือเกินหายไปทั้งคืนแล้วกลับมากับชญานนท์ ตกลงเธอตกข่าวอะไรไปหรือเปล่า ตรีอัปสรบอกอย่างอารมณ์ดีว่าแม่ตกข่าวหลายเรื่องเลย เป็นเรื่องดีๆเรื่องเป็นมงคลทั้งนั้น แต่เธอขอจัดการเรื่องณเดชย์ให้จบก่อน แล้วออกไปที่โต๊ะสนามข้างบ้านหยิบมือถือขึ้นมาโทร.บอกให้มุกตาภาช่วยไปดูแลณเดชย์ด้วย ตอนนี้เขาต้องการเธอมากที่สุด

“แกรู้ได้อย่างไร” มุกตาภาเสียงเขียว

“เอาเป็นว่าฉันรู้แล้วกัน คุณอย่ามาเสียเวลาหาเรื่องกับฉันเลย ไปตามหาคุณนะให้เจอ แล้วดูแลเขาให้ดีเถอะ แค่นี้นะ” ตรีอัปสรวางสาย สีหน้าพอใจ...

ระหว่างที่มุกตาภากำลังครุ่นคิดถึงคำพูดของตรีอัปสร มีสายเรียกเข้ามือถือของเธออีกครั้ง คุณหญิงสุดสวาทโทร.มาตามให้ช่วยไปดูณเดชย์ให้ด้วย ครู่ต่อมามุกตาภาถึงบ้านนายพลอัศวิน เห็นณเดชย์นั่งหน้าเศร้า

อยู่เพียงลำพังรีบเข้าไปหา เขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นเธอก็ดีใจเหมือนเจอหลักยึด โผกอดเธอปล่อยโฮทันที คร่ำครวญว่าไม่เหลือใครอีกแล้วนอกจากเธอเท่านั้น อย่าทิ้งเขาไปไหน

“มุกไม่ไปไหนค่ะ มุกจะอยู่กับคุณ มุกเองก็ไม่มีใครเหมือนกันค่ะ” มุกตาภากอดเขาตอบ ต่างคนต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน คุณหญิงสุดสวาทยืนดูอยู่อีกมุมหนึ่ง ถึงกับถอนใจโล่งอก

ooooooo

ปีกมงกุฎ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด