สมาชิก

ปีกมงกุฎ

ตอนที่ 15

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "ปีกมงกุฎ"

ภารดีถือไมโครโฟนจ้องหน้ามุกตาภาอย่างท้าทาย พร้อมกับประกาศลั่น

“เป็นเรื่องสนุกที่สะใจ ดราม่า น้ำเน่ายิ่งกว่าละครที่ฉันแสดงอีก ใช่ไหมคุณมุกตาภา อืม...จะให้เล่าเรื่องไหนก่อนดีล่ะ รู้เห็นเป็นใจกับเรื่องชุดราตรีที่ขาดกระจุยแล้วก็อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนมีดปลอมเข้าฉากเป็นมีดจริงใช่ไหมวุฒิ ช่วยตอบทุกคนแทนคุณมุกตาภาหน่อยสิ”

ทั้งคุณพี ทีมงานและเหล่านางแบบนายแบบมองวุฒิเป็นตาเดียวกัน ชญานนท์เห็นท่าไม่ดี เข้ามาเชิญภารดีออกไปคุยกันข้างนอก ศรศรีรู้งานรีบดึงไมโครโฟนคืน ส่วนมุกตาภากลัวภารดีจะพูดอะไรที่ไม่ควรพูดเร่งฝีเท้า ตามไปติดๆ คุณรัตน์เห็นคุณพีมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างงงๆ รีบบอกให้ถ่ายแบบต่อไป ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เขาพยักหน้ารับรู้ หันไปจัดท่าทางให้นายแบบกับนางแบบ...

ครู่ต่อมาชญานนท์ ภารดีและมุกตาภามาที่ห้องประชุมเล็ก ยัยตัวแสบโวยวายไม่เลิกว่าทางช่องไม่ยุติธรรมโปรโมตแต่อรสินีกับตรีอัปสร ชญานนท์อธิบายอย่างใจเย็นว่า คุณพีบรรณาธิการนิตยสารบีลีฟ เป็นคนวางคอนเซปต์ ต้องการผู้ชาย 2 คน ผู้หญิง 2 คน ทางเรา ก็ต้องเลือกนางเอกกับพระเอก และนางร้ายกับมาเฟีย

“ถ่ายกันหลายเซต ก็ควรสลับให้หนูดีบ้างนะคะ”

จังหวะนั้นคุณรัตน์ตามมาสมทบเผื่อเจ้านายจะเรียกใช้ ชญานนท์ขอให้ภารดีใจเย็นๆก่อน ยังมีหนังสือบันเทิงอีกหลายเล่มที่ทางเราจะให้เธอไปลง แต่เธอยืนกรานจะขอลงนิตยสารบีลีฟเท่านั้น แล้วกล่าวหาเขาว่าที่ไม่โปรโมตเธอก็เพราะเธอไม่ใช่คู่ควงของเขาเหมือนอรสินีกับตรีอัปสร มุกตาภาตวาดอย่างเหลืออดว่าอย่ามาก้าวร้าวพี่ชายของเธอ ภารดีเถียงคำไม่ตกฟาก

“พูดเรื่องจริง เธอก็เหมือนกันมุกตาภา ทำเรื่องเลวร้ายสารพัด นึกว่าฉันจะไม่กล้าแฉหรือ”

“พอเถอะครับ ผมว่าคุณกลับไปก่อนดีกว่า ผมจะถือว่าวันนี้คุณไม่ได้มาที่นี่ เราไม่ได้เจอกัน” ชญานนท์ตัดบท คุณรัตน์เห็นภารดีไม่ขยับ ขู่ถ้าไม่ยอมกลับแต่โดยดีจะโทร.ตามทิปปี้ให้มารับ เธอยอมกลับ แต่ไม่วายทิ้งท้ายว่าเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่นอนแล้วสะบัดหน้าเดินออกจากห้อง คุณรัตน์เกรงจะไปก่อเรื่องอีกรีบตามประกบ

ooooooo

ระหว่างที่ตรีอัปสรกับอรสินีเดินมายังห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนชุด เจอภารดีเดินมากับคุณรัตน์ อรสินีเป็นห่วงปรี่เข้าไปหา ยัยตัวแสบพาลใส่ผลักเธอออกจนเซ ตรีอัปสรประคองไว้ทัน แล้วหันไปด่าภารดีที่กัดไม่เลือกหน้า เธอโกรธเงื้อมือจะตบ คุณรัตน์คว้าแขนไว้ สั่งให้หยุดอาละวาดได้แล้ว ภารดีฮึดฮัดจะเล่นงานตรีอัปสร

“จับไปใส่กรงไว้สักพักเถอะค่ะคุณรัตน์ พอหายบ้าแล้วค่อยปล่อยออกมา...ไปค่ะคุณอรไปเปลี่ยนชุดกัน อย่ามาเสียเวลากับพวกหางแถวเลยค่ะ” ตรีอัปสรว่าแล้วดึงอรสินีเข้าห้องแต่งตัว ภารดีปรี๊ดแตก พยายามสลัดคุณรัตน์ให้หลุด จะตามไปเอาเรื่องตรีอัปสรแต่สู้แรง อีกฝ่ายไม่ได้...

เพื่อตัดปัญหาชญานนท์จึงสั่งให้มุกตาภาพาศรศรีกลับไปเช็กงานที่สถานีฯ และให้ลบคลิปที่ภารดีพูดออกให้หมด เขาหวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะก่อเรื่องอีก แล้วลุกออกไป มุกตาภาพูดไล่หลังอย่างไม่สำนึก

“ถ้าไม่ใช่เพราะนังตรีอัปสรมันมายุ่งกับคุณนะ เรื่องมันก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอกค่ะ”

ชญานนท์หยุดกึก ก่อนจะเดินต่อไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้มุกตาภานั่งแค้นใจอยู่เพียงลำพัง...

ไม่นานนัก คุณรัตน์มาที่ห้องแต่งตัว เตือนตรีอัปสรที่เพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จให้ระวังตัวดีๆ เพราะภารดีโวยวายจะทำร้ายเธอให้ได้ ตรีอัปสรไม่กลัว มั่นใจว่าดูแลตัวเองได้

“แต่เราก็ต้องระวังตัวนะตรี บางทีเราระวังยังไงก็สู้คนที่จ้องจะทำร้ายไม่ได้หรอก”

“ค่ะ ขอบคุณคุณอรมากนะคะที่ห่วงตรี”

คุณติ๊น่าเร่งให้สองสาวรีบไปถ่ายแบบให้เสร็จไวๆจะได้ไม่เลิกคํ่ามาก อรสินีกับตรีอัปสรรับคำ ก่อนจะพากันกลับไปที่ห้องสตูดิโอ...

ทางฝ่ายภารดีไม่ยอมรามือง่ายๆโทร.นัดแนะให้ทิปปี้มาเจอที่หน้าตึกสถานีฯ Thai 10 แล้วบอกให้เตรียมเก็บภาพไว้ให้ดี ก่อนจะพากันเข้าไปข้างใน ครู่ต่อมา ภารดีมานั่งอยู่ตรงหน้าคุณดิษฐ์บีบนํ้าตาร้องไห้กระซิกๆ พร้อมกับฟ้องเรื่องที่ตัวเองถูกกลั่นแกล้งและกีดกันไม่ให้ถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารบีลีฟ

“เท่าที่ฟังก็ไม่เห็นว่าจะมีใครกลั่นแกล้งคุณนะเรื่องถ่ายปกนิตยสารบีลีฟ ทางเราคุยกับคุณพี ตกลงกันจะถ่ายเฉพาะนักแสดงนำเท่านั้น ส่วนคุณกับคุณวรัญญาแล้วก็คุณกัลยาณี เราจะดูหนังสือบันเทิงให้”

“หนูดีไม่ทราบเลยค่ะ ไม่มีใครบอกหนูดีเลย คุณมุกก็ไม่บอกทั้งๆที่ปกติคุณมุกจะบอกหนูดีทุกเรื่อง ขนาดว่าเรื่องสำคัญอย่างเปลี่ยนมีดจริง...อุ๊ย!” ภารดีทำทีเอามือปิดปาก คุณดิษฐ์สั่งให้เล่าความจริงมาให้หมด เธอทำเหมือนไม่อยากพูดถึง แต่กลับเล่าฉอดๆ เรื่องที่มุกตาภาอยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนมีดจริงแทนมีดปลอมในฉาก แล้วขอร้องเขาห้ามบอกมุกตาภาเด็ดขาดว่าได้ยินเรื่องนี้มาจากเธอ คุณดิษฐ์พยักหน้ารับรู้

“ถ้าอย่างนั้นหนูดีขอตัวกลับก่อนนะคะ เย็นมากแล้ว หนูดีไม่อยากกลับบ้านคํ่ามาก” ภารดีพูดจบเดินไปเปิดประตูห้องทำงานของคุณดิษฐ์ค้างไว้ แล้วหันไปไหว้เขาที่ตามมาส่ง จังหวะที่หันกลับเธอแกล้งเซจะล้ม คุณดิษฐ์ประคองเอาไว้ ยัยตัวแสบอ้อยอิ่งอยู่ในอ้อมกอดเขา มองเผินๆคล้ายนัวเนียกัน ทิปปี้ซึ่งหลบมุมรอท่าอยู่ใช้มือถือถ่ายภาพเอาไว้ โดยที่คุณดิษฐ์ไม่ล่วงรู้เลยว่ากำลังตกเป็นเครื่องมือให้ภารดีเอาไปใช้สร้างกระแสให้ตัวเอง

ooooooo

คํ่าวันเดียวกัน หลังเสร็จจากการถ่ายแบบ

ชญานนท์มารับอรสินีจะพาไปส่งบ้าน เธอเห็นตรีอัปสรออกมาจากห้องแต่งตัว จึงชวนให้กลับด้วยกัน ตรีอัปสรบอกให้เธอกับเขากลับกันไปได้เลยไม่ต้องเป็นห่วง ตนกลับเองได้ จังหวะนั้นมีเสียงมือถือของตรีอัปสรดังขึ้น เธอขอตัวไปรับสาย แล้วเดินแยกออกมา

“อรเป็นห่วงตรีจริงๆนะคะพี่นนท์ หนูดีโกรธตรีมากขู่จะทำร้ายตรี”

“เอาเถอะค่ะเดี๋ยวพี่จัดการให้รับรองว่าตรีถึงบ้านโดยสวัสดิภาพแน่นอนไปค่ะ” ชญานนท์ว่าแล้วจูงมืออรสินีออกไป...

ณเดชย์โทร.มาถามตรีอัปสรว่าจะให้มารับกลับบ้านไหม เธอห้ามไม่ให้มาเพราะไม่อยากให้เขามีปัญหากับคู่หมั้น เขาขอร้องให้เธออดทนอีกสักระยะหนึ่ง ตอนนี้กำลังหาจังหวะจะถอนหมั้นมุกตาภาอยู่

“อะไรนะคะ คุณนะจะถอนหมั้นกับคุณมุกหรือคะ ไม่นะคะคุณนะ อย่าทำอย่างนั้นนะคะ”

“ผมรักตรีนะ รักมากด้วย”

“ตรีรู้ค่ะ แต่เราทำอย่างนั้นไม่ได้นะคะคุณนะ แค่นี้ก่อนนะคะ เอาไว้ตรีถึงบ้านแล้วตรีจะโทร.หา บายค่ะ” ตรีอัปสรวางสายแล้วเดินกลับไปที่ห้องแต่งตัว ไม่ทันสังเกตเห็นวุฒิแอบฟังอยู่...

ตรีอัปสรคว้ากระเป๋าถือกำลังจะออกจากห้องแต่งตัว ไฟในนั้นเกิดดับขึ้นมาดื้อๆ ระหว่างที่เธอพยายามคลำหาทางออกได้ยินเสียงรองเท้าของใครบางคนกระทบพื้นเข้ามาหา เธอใจคอไม่ดีเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นจนมาถึงประตูห้อง พุ่งพรวดออกไปชนกับใครบางคนเข้าก็ตกใจร้องลั่น พยายามดิ้นหนีให้พ้นอ้อมแขนของคนคนนั้น

“ตรี...ตรีนี่ผมเอง”

เสียงคุ้นหูทำให้หญิงสาวชะงัก “คุณรุจ...มาที่นี่ได้อย่างไรคะ”

“นายนนท์โทร.ให้ผมมารับคุณ”

ตรีอัปสรเพิ่งรู้ตัวว่าอยู่ในอ้อมแขนของอติรุจ ค่อยๆขยับตัวออกห่างอย่างเขินๆ...

จากนั้นไม่นาน อติรุจพาตรีอัปสรมากินมื้อค่ำที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขาแสดงความยินดีกับเธอย้อนหลังทั้งเรื่องที่ได้ตำแหน่งนางสาว ณ สยาม รวมทั้งที่เธอได้ เป็นนางเอกละคร และเรื่องพ่อบังเกิดเกล้าของเธอด้วย

“ยืนยันว่าผมเป็นแฟนคลับ ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของคุณตรีอัปสรจริงๆ”

“คุณรุจไม่ได้เป็นแค่แฟนคลับนะคะ แต่เป็นคนที่หวังดีกับตรี จริงใจกับตรี แล้วก็เป็นห่วงตรีมากที่สุดด้วย”

“ตอนนี้คงไม่ใช่ผมคนเดียวแล้วล่ะที่ห่วงตรี

นายนนท์กับอรก็ห่วงตรีนะ ไม่งั้นคงไม่โทร.ให้ผมมารับตรีหรอก ผมว่าตอนนี้ชีวิตตรีสมบูรณ์แล้วนะ ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว ไม่มีอะไรต้องกังวล ทุกคนยอมรับและก็ชื่นชมในตัวตรี ภาพที่ตรีก้มลงกราบพ่อ เป็นภาพที่ได้ใจคนทั้งประเทศเลยนะ คนไทยอ่อนไหวกับเรื่องความกตัญญู”
คำพูดของอติรุจทำให้ตรีอัปสรคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้

ooooooo

ดารินทร์อดถามไม่ได้ว่าตรีอัปสรคิดอย่างไรถึงจะชวนกล้ามากินข้าวเที่ยงที่บ้านของเรา เธออ้างว่าตั้งแต่พ่อย้ายมาอยู่บ้านใหม่ เธอยังไม่เคยเจอหน้าท่านเลย ดารินทร์แนะให้ไปหาเขาที่บ้านเช่าแทนที่

“แม่ลองนึกภาพตรีอัปสร พัชรกานต์กุล นางงาม นางเอก ไปนั่งกินข้าวกับพ่อในบ้านเช่าเล็กๆ ทั้งๆที่บ้านหลังใหญ่ ดูสิ แค่คิดก็หดหู่แล้ว”

“แล้วนังเมียของพ่อแกล่ะ”

“ก็ต้องให้มาด้วยสิ เกาะติดกันขนาดนั้น อีกอย่าง ตรีก็อยากให้มันมาด้วย เอาคืนช้าไป 10 ปีก็ยังไม่สายนะแม่” ตรีอัปสรยิ้มอย่างมีเลศนัย ขณะที่ดารินทร์มองสงสัยว่าลูกมีแผนการอะไรกันแน่...

ชบาเห็นบ้านของดารินทร์แล้วถึงกับอ้าปากค้าง ตะลึงในความใหญ่โตโอ่อ่า หันไปบอกตรีอัปสรว่ามีบ้านใหญ่โตขนาดนี้ทำไมถึงไม่ให้ตนกับกล้ามาอยู่ด้วยกันที่นี่ จะไปเช่าบ้านทำไมให้สิ้นเปลืองเงินทอง

“ชบา ฉันว่าแกพูดให้มันน้อยๆหน่อยจะดีกว่า” กล้าปรามเสียงเครียด

ดารินทร์ช่วยด่าซ้ำว่าทีหน้าทีหลังชบาจะพูดอะไรหัดให้คำพูดผ่านสมองก่อนจะลงมาถึงปาก ไม่มีใครที่ไหนจะให้ผัวเก่ากับเมียใหม่ของผัวมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ชบายังไม่ทันจะอ้าปากเถียง กล้าชิงขู่เสียก่อน

“จะอยู่กินข้าว หรืออยากจะกลับตอนนี้เลย”

ชบาเห็นกล้าเอาจริง รีบเก็บปากเก็บคำ ตรีอัปสรชวนพ่อเข้าบ้าน แล้วเดินนำเข้าข้างในโดยมีดารินทร์ตามไปติดๆ ชบามัวแต่ชื่นชมความอลังการของบ้าน พอหันมองอีกทีไม่เจอใครรีบวิ่งตาม...

ครู่ต่อมาทั้งตรีอัปสร กล้า ชบาและดารินทร์นั่งพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหาร ปิ๋มถือโถใส่ข้าวเข้ามาจะตักให้ ตรีอัปสรบอกให้วางไว้ เดี๋ยวตนจะจัดการเอง

“ค่ะ ถ้างั้นปิ๋มขอถ่ายรูปคุณตรีกับคุณกล้าไปลง ไอจีนะคะ”

ตรีอัปสรพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต กล้าหันมาถามลูกว่า ไอจีคืออะไร ดารินทร์มองเขาอย่างสมเพชก่อนจะบอกว่าอธิบายไปเขาก็ไม่รู้จัก เอาเป็นว่าถ่ายรูปกับลูกไปก็แล้วกัน ตรีอัปสรเอียงตัวเข้าหาพ่อที่นั่งหน้านิ่ง

จนเธอต้องขอให้ยิ้มเขาถึงฉีกยิ้มได้ ถ่ายรูปเสร็จตรีอัปสรบอกปิ๋มว่ามีอะไรจะทำก็ให้ไปทำ ปล่อยตรงนี้ให้เป็นหน้าที่เธอเอง แล้วลุกขึ้นตักข้าวให้แม่กับพ่อ ขณะจะตักข้าวให้ชบา พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในสมองของเธอ

ตอนนั้นตรีอัปสรยังเป็นแค่เด็กตัวน้อย ถูกชบาผลักจนข้าวในจานหกกระจาย หนำซ้ำยังสั่งให้เธอเก็บข้าวที่พื้นขึ้นมากิน เสียงชบาโวยวายปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์

“เอ้า จะคิดอีกนานไหมเนี่ย ฉันหิวแล้วนะ”

ตรีอัปสรเทข้าวในทัพพีลงบนโต๊ะข้างจานของชบา “หิวนักใช่ไหม หิวนักก็เก็บขึ้นมาใส่จาน จะได้กินไง”

ทั้งดารินทร์ กล้าและชบาต่างตะลึงไม่คิดว่าตรีอัปสรจะกล้าทำขนาดนี้...

เสร็จจากมื้อกลางวันแสนกร่อย กล้าก็ขอตัวกลับ ตรีอัปสรอาสาจะขับรถไปส่ง เขาปฏิเสธว่าไม่ต้อง กลับเองได้ แต่ถ้าเธออยากจะถ่ายรูปตอนที่เขานั่งรถของเธอก็ได้ ถ่ายเสร็จเขาจะได้กลับ ตรีอัปสรชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะบอกว่าแค่รูปตอนกินข้าวก็พอแล้ว กล้าพยักหน้ารับรู้ ถ้าไม่มีอะไรแล้วเขาจะได้กลับสักที

“พ่อโกรธตรีที่ทำแบบนั้นกับชบาใช่ไหม”

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจใช่ แต่วันนี้ตรีทำให้พ่อคิดอะไรได้หลายอย่าง ที่ผ่านมาพ่อเป็นพ่อที่แย่มาก ไม่เคยปกป้องคุ้มครองตรีได้เลย พอตรีมีความเป็นอยู่ดี สุขสบาย พ่อก็เข้ามาขอส่วนแบ่งความสุขสบายจากตรี ถ้าวันนี้สิ่งที่ตรีได้จากพ่อ มันจะช่วยสร้างภาพให้ตรีเป็นลูกกตัญญู เป็นคนดี เป็นที่รักของคนอื่นพ่อก็ยินดี พ่อไม่ต้องการอะไรจากตรีอีกแล้ว ถือว่าตอนนี้พ่อชดใช้ในสิ่งที่พ่อไม่เคยทำหน้าที่พ่อที่ดีกับตรีเลยก็แล้วกัน” กล้าพูดจบลุกออกไปเงียบๆ ทิ้งให้ตรีอัปสรยืนครุ่นคิดอยู่ตรงนั้นคนเดียว...

หลังจากกล้ากับชบากลับไปแล้ว ดารินทร์เข้ามาถามตรีอัปสรว่ารู้สึกดีขึ้นไหมกับการกระทำของตัวเอง เธอยักไหล่อย่างไม่ยี่หระว่ารู้สึกดีมากเลย ดารินทร์ดูจากสีหน้าของลูกแล้วไม่เห็นเป็นอย่างที่พูด

“ตรีคงเก็บความรู้สึกเก่งมั้ง” ตรีอัปสรว่าแล้วเดินเข้าบ้าน ดารินทร์ระอาใจที่ลูกไม่ยอมรับความจริง

ooooooo

คลิปฉาวที่ภารดีจัดฉากให้เหมือนคุณดิษฐ์กำลังกอดตระกองเธอเป็นข่าวว่อนเน็ตในทำนองว่าคุณดิษฐ์เป็นสมภารกินไก่วัด พนักงานของสถานีฯ Thai 10 พากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ข่าวนี้กันให้แซ่ด ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าคุณดิษฐ์จะเป็นคนแบบนั้น คุณรัตน์เห็นข้าวตูกับข้าวตังสุมหัวกันอยู่เข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

“คุณรัตน์ ดูนี่สิคะ” ข้าวตังส่งแท็บเล็ตให้เธอดู คุณรัตน์ตกใจกับภาพข่าวที่ได้เห็น...

ในเวลาเดียวกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง วรัญญาอดขำเจ๊หนึ่งไม่ได้ที่อุตส่าห์วางแผนดิบดีจะให้เธอเป็นข่าวกับคุณดิษฐ์ แต่ถูกภารดีกับทิปปี้ชิงตัดหน้าไปเสียก่อน เขาตวาดลั่น

“เจ๊โดนนังทิปปี้กับนังภารดีตัดหน้าจมูกแทบขาด แทนที่จะช่วยกันโกรธมัน กลับมาหัวเราะขำกันเอง”

ทันใดนั้นมีเสียงภารดีดังขึ้นด้านหลัง “นินทาอะไรฉันยะ”

วรัญญากับเจ๊หนึ่งหันมองตามเสียงเห็นภารดีเดินมากับทิปปี้สีหน้าเยาะเย้ยเต็มที่ เจ๊หนึ่งทนไม่ไหวด่ากลับอย่างเจ็บแสบ ทิปปี้ไม่ยอมให้ถูกด่าข้างเดียวด่าคืนบ้าง ด่ากันไปด่ากันมา เรื่องเลยเถิดถึงกับลงไม้ลงมือ วรัญญาต้องเข้าไปดึงเจ๊หนึ่งออกมาพร้อมกับเตือนว่ามาตบตีกันกลางร้านอาหารแบบนี้เดี๋ยวได้ไปจบที่โรงพักกันแน่ ภารดีไม่วายปากเสียขู่ทั้งคู่ว่าถ้ากล้าหือกับตนเองอีก ระวังจะไม่มีสังกัดอยู่

“พอเถอะหนูดี เลิกสร้างสถานการณ์ได้แล้ว ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณดิษฐ์จะหน้ามืดตามัวมาคว้าเธอ คนอย่างคุณดิษฐ์คงไม่คิดอะไรสั้นๆมากินเด็กในค่ายตัวเองให้เสียการปกครองหรอก โดยเฉพาะเด็กเน่าๆเก่ามาจากที่อื่นอย่างเธอ” วรัญญาไม่พูดเปล่า มองภารดีหัวจดเท้าอย่างดูแคลน ยัยตัวแสบถึงกับปรี๊ดแตกตบเธอหน้าหัน สองสาวตบตีกันอุตลุดชนิดไม่มีใครยอมใคร แทนที่จะห้ามปราม ทิปปี้กลับหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเก็บไว้

“นังทิปปี้ แกจะถ่ายรูปทำไม มาช่วยกันแยกนังหนูดีของแกออกไปเร็ว”

“ฉันจะแยกทำไม ปล่อยให้ตบกันไปเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้แกก็รู้ว่าฉันถ่ายไปทำอะไร” ทิปปี้ยังคงถ่ายคลิปต่อไป ขณะที่เจ๊หนึ่งรีบเข้าไปห้าม บริกรของร้านอาหารเข้ามาช่วยอีกแรงหนึ่ง พร้อมกับเตือนว่าถ้าพวกเธอยังไม่หยุดตีกัน ผู้จัดการร้านจะโทร.แจ้งตำรวจ สองฝ่ายถึงกับหยุดกึก ก่อนจะแยกย้ายกันออกจากร้าน

ooooooo

เช้าวันถัดมา ขณะอรสินีกับตรีอัปสรกำลังต่อบทอยู่ในกองถ่ายละคร วุฒิเดินเข้ามาหา ตรีอัปสรเหม็นขี้หน้าเขาจัดแจงฉุดอรสินีจะลุกหนี วุฒิชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“ผมขอโทษ ผมรู้ว่าเรื่องที่ผมทำมันไม่สมควรที่คุณจะให้อภัย แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมเสียใจจริงๆ”

“ถ้าวันนั้นคุณอรเล่นสมบทบาทโดยไม่เทก รู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณอรจะกลายเป็นฆาตกร ในขณะที่ฉันอาการสาหัสหรือไม่ก็อาจจะตายไปเลย คำว่าเสียใจของนายก็คงไม่มีประโยชน์อะไร ทำกันขนาดนี้ยังหวังจะได้รับการอภัยอีกหรือ ไปค่ะคุณอร” ตรีอัปสรดึงอรสินีให้เดินหนี แต่เธอขืนตัวไว้

นอกจากอรสินีจะไม่โกรธแค้นกับการกระทำของวุฒิยังอภัยให้เขาอีกด้วย สร้างความขุ่นเคืองใจให้ตรีอัปสรอย่างมากที่เธอเป็นคุณหนูแสนดีได้ตลอดเวลา...

อีกมุมหนึ่งในกองถ่าย แค่คลิปสร้างภาพที่ว่อนในเน็ตก็ทำให้ภารดีกร่างใส่คนในกองถ่ายละครตั้งแต่แม่บ้านยันทีมงานไม่เว้นแม้แต่คุณติ๊น่า จนเธอต้องถามยัยตัวแสบว่าวันนี้กินยาไม่ได้เขย่าขวดมาหรือเปล่า

“พี่ติ๊น่า เอาเวลาที่บ่นหนูดีไปเปิดหูเปิดตาดูข่าวสารบ้างนะ จะได้ไม่เป็นกบมุดหัวอยู่ในกะลา”

คุณติ๊น่าของขึ้นทันที ยังไม่ทันจะด่ากลับ แม่บ้านกองถ่ายมาดึงแขนเอาไว้ พยักพเยิดให้มาดูอะไรด้านนี้ก่อน แล้วรีบลากเธอออกมาทันที...

ที่ห้องแต่งตัวของกองถ่ายละคร กัลยาณีเปิดแท็บเล็ตดูข่าว ถึงกับตาโตด้วยความตื่นเต้น หันไปบอกวรัญญาที่นั่งแต่งหน้าอยู่ใกล้ๆว่ามีคลิปเธอกับภารดีตบตีกันลงให้ว่อนเน็ต

“ริษยาตาร้อนเมื่อรู้ความสัมพันธ์ของภารดีกับคุณดิษฐ์ วรัญญาถึงกับหน้ามืดทนไม่ไหวใช้กำลัง...”

วรัญญาเห็นข่าวแล้วถึงกับขบกรามแน่นด้วยความแค้น พุ่งออกจากห้องแต่งตัวโดยมีกัลยาณีตามติด...

ทันทีที่เจอหน้าภารดี วรัญญาชี้หน้าอย่างเอาเรื่องว่าเอาคลิปที่ตบตีกันเมื่อวานไปลงในเน็ตหรือ อยากเป็นข่าวตัวสั่น จนลืมใช้สมองกลั่นกรองเลยหรือว่าข่าวแบบนี้มันดังในทางเสื่อมเสีย

“อย่ามาดัดจริตทำเป็นคนดีหน่อยเลย แกลองส่งข่าวไปทำบุญทอดผ้าป่าช่วยชาวนากับข่าวที่เราตบกัน ดูสิว่าข่าวไหนจะลงกรอบใหญ่กว่ากัน” ภารดีเถียงอย่างหน้าด้านๆ คุณติ๊น่าเข้ามาเตือนว่าเถียงกันเสร็จแล้วให้ช่วยกรุณาไปแต่งหน้าแต่งตัวด้วยจะได้ทำมาหากินกันสักที ภารดีมองตามเธอที่เดินจากไปอย่างหมั่นไส้

“รอให้จบละครเรื่องนี้ก่อนเถอะ ฉันจะบอกคุณดิษฐ์ให้เอานังป้ากะบังลมตีโป่งนี่ออกไปจาก Thai 10 ไม่รู้เสียแล้วว่าใครใหญ่ ใครเล็ก”...

ครู่ต่อมาคุณติ๊น่าลากคุณรัตน์มายังมุมปลอดคน ซักเป็นการใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงได้มีรูปมีข่าวคุณดิษฐ์ออกมาแบบนั้น จะทำให้เสียงานเสียการปกครอง วันนี้ภารดีก็กร่างใส่ทุกคนไปหมดไม่เว้นแม้แต่ตนเอง คุณรัตน์เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร แต่มั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นหลังวันที่ถ่ายปกบีลีฟแน่ๆ

“ทำไมคะ”

“ก็ถ้ายัยหนูดีนั่นเป็นกิ๊กกับคุณดิษฐ์ ก่อนหน้านั้น มันคงขี่คอเราตั้งแต่วันนั้นแล้วล่ะค่ะ”

“ขืนปล่อยไว้อย่างนี้งานเสียแน่ค่ะ เร่งก็ไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ ละครก็ออนแอร์แล้วด้วย นี่พี่ติ๊น่าก็เตรียมแยก 2 กองแล้วนะคะ คงต้องรบกวนให้คุณรัตน์ช่วยดูอีกกองหนึ่งให้ พี่ติ๊น่าก็จะไปอีกกองหนึ่ง...สงสัยพี่ติ๊น่าต้องคุยกับคุณดิษฐ์แล้วล่ะค่ะ” คุณติ๊น่าถอนใจหนักใจ คุณรัตน์แนะให้ปรึกษากับชญานนท์ก่อนน่าจะดีกว่า

ooooooo

หลังจากเห็นข่าวพ่อตัวเองว่อนเน็ต มุกตาภาเข้ามาถามพี่ชายถึงห้องทำงานว่าดูข่าวนี้หรือยัง ทำไมพ่อของเราถึงเป็นแบบนั้นไปได้ ชญานนท์ต่อว่าน้องสาวที่ทำเหมือนไม่รู้จักพ่อตัวเอง

“ถ้าคุณพ่อทำแบบนั้นจริงๆ มุกก็คิดว่ามุกไม่รู้จักคุณพ่อค่ะ”

มีเสียงมือถือของชญานนท์ดังขึ้น คุณดิษฐ์โทร.มาเรียกให้มุกตาภากับเขาไปพบที่ห้องทำงาน...

ไม่ได้มีแต่มุกตาภาที่เชื่อข่าวลวงเกี่ยวกับคุณดิษฐ์ที่ภารดีกับทิปปี้รวมหัวกันสร้างขึ้น สลิลทิพย์เองก็หลงเชื่อไปด้วย ตำหนิเขาที่กินไม่เลือก น่าจะหาให้ดีกว่านางงามหางแถวอย่างภารดี

“แล้วไปยุ่งอะไรกับเขาล่ะ” อาชัญทักท้วง สลิลทิพย์มองเขาหมั่นไส้

“ผู้ชายเหมือนกันก็เข้าข้างกัน ถ้าเขาเป็นคนอื่น ฉันก็ไม่อยากยุ่งหรอก แต่นี่เป็นว่าที่พ่อสามีของยัยอร ฉันก็ต้องดูหน่อย”

“ถึงจะเกี่ยวดองกับเราก็ไม่เกี่ยวกันนี่ครับคุณแม่”

“ไม่เกี่ยวยังไง เกิดตานนท์เชื้อไม่ทิ้งแถว นิสัยเหมือนพ่อขึ้นมา น้องสาวเราจะเป็นอย่างไรห๊ะ” สลิลทิพย์ว่าแล้วหันมองอรสินี ซึ่งแวบหนึ่งอดนึกถึงตอนที่ชญานนท์มีข่าวไปกินข้าวและเต้นรำกับตรีอัปสรไม่ได้...

ฝ่ายคุณดิษฐ์เล่นงานมุกตาภายกใหญ่ที่บงการให้วุฒิเอามีดจริงไปเปลี่ยนแทนมีดปลอมในฉากละครแทนที่เธอจะสำนึกผิด กลับเถียงคำไม่ตกฟาก เขาโกรธจัดตวาดลั่น

“มุกตาภา ฉันไม่ได้เรียกแกมาด่าเพื่อให้แกเถียงฉัน สิ่งที่แกควรจะทำคือสำนึกผิด ขอโทษแล้วก็สัญญาว่าจะไม่ทำอีก แกเป็นลูกสาวผู้บริหารใหญ่ของ Thai 10 หน้าที่ของแกคือทำทุกอย่างเพื่อให้ Thai 10 เจริญก้าวหน้ามีเรตติ้งเป็นที่นิยม แต่นี่...นอกจากแกจะไม่ทำแล้ว แกยังทำลายชื่อเสียงของ Thai 10 อีก เพราะอะไร”

“เพราะมุกเกลียดนังตรีอัปสรไงคะ มันมายุ่งกับคู่หมั้นมุก...มุกเกลียดมัน”

คุณดิษฐ์ตำหนิลูกที่เอาเรื่องส่วนตัวมาพัวพันกับงาน เธอกลับยอกย้อนว่าตัวเองก็ทำเหมือนที่ท่านทำ ชญานนท์นั่งฟังอยู่นานทนไม่ไหว ขยับจะปรามน้อง แต่คุณดิษฐ์ห้ามไว้

“ไม่ต้องนนท์...ไหนพูดมาสิมุกตาภาว่าเราเหมือนกันตรงไหน”

“คุณพ่อทำอะไรไว้มั่งล่ะคะ ข่าวลงทุกเว็บ พนักงาน Thai 10 เม้าท์กันมันปาก เรื่องคุณดิษฐ์กับนังภารดีแถมยังมีภาพยืนยันแบบไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นข่าวโคมลอย”

ชญานนท์สั่งให้มุกตาภาพอได้แล้ว เธอกล่าวหาว่าเขาก็คิดแบบนี้เหมือนกันแต่เพียงไม่กล้าพูด ชญานนท์ขอร้องอย่าลากตนไปเป็นพวก เราสองคนรู้แก่ใจดีว่าพ่อไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด

“แล้วภาพที่นังนั่นอยู่ในอ้อมกอดคุณพ่อล่ะคะ คุณพ่ออธิบายได้ไหมคะ”

“ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไร แต่พ่อขอสั่งห้าม

ไม่ให้มุกเข้าไปในกองถ่ายละครอีก” คุณดิษฐ์สั่งเสียงเฉียบ ชญานนท์ขอร้องพ่อให้น้องทำงานละครต่อไป เขาอาสาจะดูแลเธอเอง คุณดิษฐ์ไม่ยอม เพราะที่ผ่านมาเขาก็ดูแลมุกตาภามาตลอด แต่ไม่เห็นเอาอยู่

“ถ้าคุณพ่อไม่ให้มุกไปกองถ่ายแล้วคุณพ่อจะให้มุกทำอะไรคะ”

“ลองอยู่นิ่งๆ แล้วคิดทบทวนการกระทำของตัวเองดีไหม ถ้าสำนึกผิดได้เราค่อยมาคุยกัน”

มุกตาภาทั้งโกรธทั้งเจ็บใจ ลุกออกไปทั้งน้ำตานองหน้า ชญานนท์สงสารน้อง จะตามไปปลอบ แต่คุณดิษฐ์ห้ามไว้ เขาจำต้องทรุดตัวลงนั่งอย่างเดิม...

ทางด้านณเดชย์นั่งคิดนอนคิดทบทวนอยู่หลายตลบ ในที่สุดก็ตัดสินใจบอกแม่ว่าจะไม่แต่งงานกับ

มุกตาภา คุณหญิงสุดสวาทร้อนใจมาก รีบไปหาตรีอัปสรถึงบ้านเพื่อเคลียร์กันให้รู้เรื่อง กลับเจอแต่ดารินทร์จึงฝากให้ช่วยไปบอกเธอด้วยว่าให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับณเดชย์ซึ่งกำลังจะแต่งงานกับมุกตาภา อย่าทำให้ครอบครัวลูกชายของตนแตกแยกเหมือนที่ดารินทร์เคยทำกับตนเอาไว้

“ยัยตรีไม่เคยรักคุณนะ” ดารินทร์แก้ตัวแทนลูก

“ให้ลูกสาวเธอไปบอกลูกชายฉันด้วย ตานะจะได้เลิกคิดเรื่องถอนหมั้นกับหนูมุกตาภาเพื่อมาแต่งงานกับตรีอัปสร หนูมุกรักตานะมาก แล้วฉันก็ไม่อยากให้หนูมุกรู้เรื่องนี้ ทำบาปมาทั้งชีวิตแล้ว ลองหัดทำบุญดูบ้างนะเผื่อชาติหน้าจะดีขึ้น ไม่ต้องกินน้ำใต้ศอกเหมือนชาตินี้” คุณหญิงสุดสวาทแดกดันจบ เดินหน้าเชิดจากไป ทิ้งให้ดารินทร์เจ็บปวดใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ปีกมงกุฎ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด