สมาชิก

ปีกมงกุฎ

ตอนที่ 14

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "ปีกมงกุฎ"

สิ้นเสียงกล้า เกิดโกลาหลย่อยๆขึ้นทันที คุณติ๊น่ารู้งานสั่งให้ทีมงานส่วนหนึ่งต้อนนักข่าวกลับเข้าห้องแถลงข่าว เสียงแย่งกันถามคำถามเซ็งแซ่ไปหมดจนฟังไม่ได้ศัพท์ คุณติ๊น่าต้องแผดเสียงแปดหลอดสั่งให้ทุกคนเงียบกันก่อน ได้ผลในห้องเงียบกริบ

“ขอบคุณสื่อทุกคนนะคะที่ให้ความร่วมมือ ดิฉันขออนุญาตแจ้งให้ทราบว่าทุกสิ่งที่เห็นเป็นหนึ่งในแผนประชาสัมพันธ์ของละครเล่ห์ร้ายสายสวาทค่ะ Thai 10 อยากให้ทุกท่านประทับใจกับเล่ห์ร้ายสายสวาทแบบไม่มีวันลืมเลยค่ะ” คุณติ๊น่าโปรยยิ้มหวานกลบเกลื่อน

“เป็นแผนการประชาสัมพันธ์แบบใหม่หรือคะ” นักข่าวยังงุนงงไม่หาย

“ถูกต้องค่ะ ถ้ามีคำถามเรื่องละคร อ่านใน Press kits นะคะ มีคำถามเรื่องนักแสดงถามพี่ติ๊น่าได้”

“แล้วถ้ามีคำถามเรื่องตรีอัปสรล่ะคะ จะถามที่ไหนดี” นักข่าวซักไม่หยุด คุณติ๊น่าได้แต่ยิ้มเจื่อน...

อีกมุมหนึ่งในห้องประชุมเล็กของสถานีฯ ทีมงานอีกส่วนหนึ่งกันชบากับกล้าเอาไว้ในห้องแล้วส่งคนไปตามคุณดิษฐ์ ชญานนท์ และคุณรัตน์ แต่ท่านประธานกับท่านรองออกไปติดต่อลูกค้า คุณรัตน์จึงรับหน้าที่มาพูดคุยกับสองผัวเมียแทน พร้อมกับขอหลักฐานพิสูจน์คำพูดของกล้า เพราะอยู่ๆจะมาแอบอ้างลอยๆไม่ได้

“ฉันยืนยันว่าฉันเป็นพ่อของตรีอัปสร ถ้าไม่เชื่อก็ตรวจดีเอ็นเอได้เลย”

“แล้วทำไมเพิ่งมาหาลูกตอนนี้ เวลานี้” คุณรัตน์จ้องกล้าอย่างรอคำตอบ ฝ่ายถูกจ้องกลับเมินหน้าหนี...

ขณะที่คุณรัตน์หาทางกีดกันไม่ให้กล้าเจอลูก ทีมงานส่วนที่เหลือกันตัวตรีอัปสร อรสินี กับภารดี รวมทั้งวรัญญาและกัลยาณีเอาไว้ในห้องประชุมใหญ่ ภารดีปรายตามองตรีอัปสรที่นั่งหน้าเครียดอย่างไม่ค่อยพอใจ

“โอย จะให้ฉันอยู่ในห้องนี้อีกนานแค่ไหนเนี่ย น่าเบื่อจริงๆ...วันนี้สงบเงียบไม่มีใครต่อปากกับฉันเลยหรือไง หรือว่าปลื้มปริ่มดีใจกับตรีอัปสรที่ได้พบพ่อ ซึ่งพรากจากกันมานาน”

ตรีอัปสรมองภารดีตาขวาง อรสินีเกรงจะมีเรื่องกันรีบจับแขนเธอเอาไว้ ภารดีปากเสียไม่เลิกไม่แล้ว พยายามขุดเรื่องพ่อของตรีอัปสรมาพูดตลอดเวลา อรสินีทนไม่ไหว ปรามเสียงเข้มให้เธอเลิกยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่น ภารดีไม่เคยเห็นอรสินีหืออือกับใครมาก่อน ชักจะเกรงๆจึงสงบปากสงบคำได้...

ทางฝ่ายคุณรัตน์พยายามเกลี้ยกล่อมให้กล้ากลับไปก่อน ถ้าเรื่องที่เขาเล่ามาเป็นความจริง ก็น่าจะให้เวลาให้ตรีอัปสรสักสองสามวัน ในเมื่อเขารอมาได้ตั้งหลายปี จะรออีกไม่กี่วันไม่ได้หรือ กล้าเริ่มลังเล

“คุณเตรียมใจไว้แล้วว่าจะมาหาตรี แต่ตรียังไม่มีโอกาสเตรียมตัวเตรียมใจที่จะพบคุณเลยนะคะ ให้เวลาเธอสักนิด ดิฉันสัญญาว่าภายในอาทิตย์หน้า คุณได้เจอตรีแน่นอนค่ะ”

ชบายุส่งไม่ให้กล้าโอนอ่อนผ่อนตาม เขาเริ่มรำคาญตวาดลั่นให้เธอหุบปาก คุณรัตน์ถึงกับโล่งอกที่กล้าไม่ยอมทำตามคำยุยงของชบา...

มุกตาภาแอบดูอยู่แถวหน้าห้องประชุมเล็ก เห็นคุณรัตน์กับทีมงานเดินประกบกล้ากับชบาหลบออกไปทางด้านข้างสถานีฯ ขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจที่คุณรัตน์ทำให้แผนเล่นงานตรีอัปสรพังไม่เป็นท่า

ooooooo

หลังจากส่งนักข่าวกลับไปหมดแล้ว คุณติ๊น่ามาที่ห้องประชุมใหญ่ ยิ้มหวานให้กับพวกสาวๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วถามว่าคุยอะไรกันอยู่ ภารดีได้ทีแดกดันว่ากำลังคุยกันว่าเมื่อไหร่พวกเราจะถูกปล่อยตัวสักที คุณติ๊น่าเดินไปเปิดประตูให้ แล้วเชิญทุกคนออกไปได้ ภารดีกับกัลยาณีมองหน้ากัน

“พี่ติ๊น่าไม่มีอะไรจะบอกพวกเราก่อนปล่อยตัวหรือคะ”

“ขอบใจทุกคนที่ให้ความร่วมมือ เชิญจ้ะ” คุณติ๊น่าฉีกยิ้มหวานให้อีกครั้ง สาวๆทยอยกันออกจากห้องยกเว้นตรีอัปสรคนเดียวที่คุณติ๊น่ารั้งตัวไว้...

ทันทีที่ถูกปล่อยตัว ภารดีกับกัลยาณีเข้าไปรวมกลุ่มกับเจ๊หนึ่งและทิปปี้ เม้าท์แตกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ภารดีจอมปากเสียสรุปว่าผู้ชายที่โผล่มาเมื่อครู่ต้องเป็นพ่อแท้ๆของตรีอัปสรแน่นอน เจ๊หนึ่งสงสัยว่าเธอรู้ได้อย่างไร

“ปกตินังนั่นมันต้องฉอดๆไม่ยอมใคร นี่เงียบอึ้งไม่พูดไม่จา หนูดีว่าเรื่องจริงอยู่แล้ว มีพ่ออยู่สลัม ตกอันดับจากไฮโซแน่งานนี้” ภารดียิ้มสะใจ วรัญญาไม่อยากยุ่งเรื่องของคนอื่นชวนเจ๊หนึ่งกลับแล้วดึงให้ลุกตาม เขาอิดออดเพราะยังอยากจะเม้าท์เรื่องนี้ต่อ แต่เธอไม่ยอมให้อยู่ ลากตัวออกไปจนได้

“พี่ทิปปี้ว่าเราไปช่วยเสริมเติมข่าวให้สื่อกันดีกว่าไป” ทิปปี้พูดจบเดินนำภารดีแยกไปอีกทางหนึ่ง...

ฝ่ายคุณรัตน์กับคุณติ๊น่าอยากให้ตรีอัปสรลองกลับไปปรึกษาแม่ของเธอดูว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ ถ้าได้ ความอย่างไรก็ให้บอกมา ตรีอัปสรกังวลใจมากไม่รู้ว่า คุณดิษฐ์กับชญานนท์ทราบเรื่องนี้แล้วหรือยัง

“ตอนนี้ยัง แต่อีกสักพักคงรู้ เราคงห้ามนักข่าวไม่ได้หรอก ป่านนี้คงทวิตหรือไม่ก็ลงข่าวในเว็บกันไปแล้ว”

“คุณรัตน์จะให้ตรีไปคุยกับคุณดิษฐ์คุณนนท์ไหมคะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ตรีกลับไปปรึกษาแม่ก่อน แล้วเย็นนี้พี่ติ๊น่ากับคุณรัตน์คุยกับคุณดิษฐ์คุณนนท์เอง”

ตรีอัปสรมองคุณติ๊น่า ก่อนจะผ่อนลมหายใจช้าๆ สีหน้าครุ่นคิดเป็นกังวล...

เรื่องของกล้ากลายเป็นข่าวฮอตประเด็นร้อน ทีวีทุกช่องรายงานข่าวนี้กันอย่างครึกโครม ในโลกออนไลน์ก็เช่นกัน หัวข้อข่าวเป็นทำนองว่าพ่อของตรีอัปสรโผล่กลางงานเปิดตัวละครเล่ห์ร้ายสายสวาท เป็นของจริงหรือแค่โปรโมตละคร คุณดิษฐ์เงยหน้าจากข่าวที่อ่าน มองคุณรัตน์กับคุณติ๊น่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ขนาดว่าคุณสองคนช่วยกันดักหน้าดักหลังไว้แล้วนะนี่ นักข่าวนี่สุดยอดจริงๆ”

“แล้วเราจะทำอย่างไรต่อคะ” คุณรัตน์สีหน้าเป็นกังวลไม่แพ้กัน

“ทางตรีอัปสรบอกมาหรือยังครับว่าคุยกับคุณดารินทร์ว่าอย่างไร”

“ยังไม่ได้บอกมาค่ะคุณนนท์...เราต้องรอตรีอัปสรบอกมาก่อนไหมคะ”

คุณดิษฐ์กับชญานนท์มองหน้ากันไม่ตอบอะไร...

ดารินทร์เองตกใจแทบช็อกเมื่อรู้ข่าวนี้ ตรีอัปสรโทษว่าเป็นเพราะแม่เอาแต่ผัดวันประกันพรุ่ง มัวแต่คร่ำครวญถึงผู้ชายห่วยแตกอย่างนายพลอัศวินจนไม่มีเวลาไปคุยกับพ่อ ถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ดารินทร์อยากรู้ว่ากล้าพูดอะไรบ้าง ตรีอัปสรเองก็ตอบไม่ได้เพราะคุณรัตน์กันพ่อออกไปก่อน เธอก็เลยไม่ได้คุยด้วย

“แล้วคุณดิษฐ์กับคุณนนท์ล่ะ ว่าอย่างไรบ้าง”

ตรีอัปสรยังไม่ทันตอบ มีเสียงสัญญาณจากมือถือว่ามีข้อความเข้า เธอรีบกดดูด้วยสีหน้าเป็นกังวล ก่อนจะบอกแม่ว่าคุณรัตน์ไลน์มาแจ้งว่าพรุ่งนี้ให้เข้าไปหาคุณดิษฐ์ ดารินทร์พลอยไม่สบายใจไปด้วย กลัวทางนั้นจะปลดลูกกลางอากาศ ตรีอัปสรเองก็ใจไม่ดีเช่นกัน ถ้าข่าวนี้ทำให้กระแสละครตก เธออาจจะหมดอนาคตก็ได้

“ฉันจะไปกับแก ฉันจะไปอธิบายให้คุณดิษฐ์เข้าใจ”

“ตรีไปคนเดียวดีกว่า ตรีมีวิธีทำให้เขาสงสาร และเห็นใจตรีได้”

ooooooo

สายวันถัดมา ตรีอัปสรมาพบคุณดิษฐ์ตามนัด เขาอ่านกระทู้ในเว็บไซต์ให้เธอฟังว่ากระแสละครตอนนี้ค่อนข้างดี เพราะบังเอิญชีวิตของพัชราพรกับของตรีอัปสรตรงกันอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งคู่เป็นเด็กสลัมเหมือนกันเพียงแต่ชีวิตจริงของตรีอัปสรมีตัวละคร พ่อกับแม่เลี้ยงเพิ่มเข้ามา หญิงสาวยกมือไหว้คุณดิษฐ์อย่างอ่อนช้อย

“ตรีต้องขอโทษด้วยนะคะ เรื่องที่เคยเขียนในใบสมัครว่าพ่อตายแล้ว”

“ผมเข้าใจ เรื่องราวในอดีตบางเรื่องก็ไม่น่าจดจำ ถ้าลบทิ้งแล้วเขียนใหม่แบบในละครได้ ผมว่าคงมีคนอยากทำเยอะเหมือนกัน ไม่ใช่เฉพาะคุณหรอก ตรีอัปสร”

“ขอบพระคุณคุณดิษฐ์ที่เข้าใจตรีกับแม่ แล้วเราจะทำอย่างไรต่อคะ”

ชญานนท์ปรึกษากับคุณดิษฐ์แล้วว่าจะจัดแถลงข่าวเปิดตัวพ่อของตรีอัปสรกับสื่อ ภาพลูกสาวที่ก้มกราบเท้าพ่อจะทำให้ประชาชนลืมเรื่องแย่ๆที่ผ่านมา จากนั้นเราจะให้พ่อของเธอย้ายออกจากสลัมไปอยู่บ้านหลังใหม่

“ต้องทำขนาดนั้นเลยหรือคะ คือตรียังไม่ทราบว่าค่าใช้จ่ายมันจะประมาณเท่าไหร่น่ะค่ะ ตอนนี้ตรีกับแม่ค่อนข้างลำบาก” ตรีอัปสรรีบอธิบายเกรงสองพ่อลูกจะเข้าใจผิด ชญานนท์ปลอบว่าอย่าเป็นกังวลไป เรื่องค่าใช้จ่ายส่วนนั้นทางช่องจะดูแลให้ก่อน และทางเราจะรีบดำเนินการจัดแถลงข่าวเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ตรีอัปสรถอนใจโล่งอกที่ทุกอย่างไม่เลวร้ายอย่างที่คิด...

ครู่ต่อมา ระหว่างที่ชญานนท์กับตรีอัปสรมาตามทางเดินในตัวตึกของสถานีฯ เธอขอบคุณเขามากที่คอยอยู่เคียงข้างทำให้เธอรู้ว่าไม่ได้ยืนเพียงลำพัง ยังมีเขาคอยดูแลให้กำลังใจ จังหวะนั้นอรสินีเดินเลี้ยวหัวมุมมาพอดี ชญานนท์เลิกสนใจตรีอัปสร หันไปทักทายเธออย่างสนิทสนม ตรีอัปสรรู้สึกเป็นส่วนเกิน จนทนอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ได้ ขอตัวกลับ อ้างจะรีบไปดูแลแม่ที่ไม่ค่อยสบาย กล่าวลาอรสินีแล้วหันไปทางชญานนท์

“ขอบคุณนะคะคุณนนท์ สำหรับทุกเรื่อง” ตรีอัปสรพูดจบ ผละจากไป พอคล้อยหลังทั้งคู่ ก็พึมพำอย่างเคียดแค้น “ฉันจะไม่ออมมือแล้วนะยัยอรสินี คุณนนท์ควรจะรู้ได้แล้วว่าใจของคุณอยู่กับตรี”...

ทางด้านชญานนท์ไม่ค่อยชอบใจนักเมื่อรู้จากอรสินีว่าทางฝ่ายประชาสัมพันธ์กองละครมีแผนจะจับคู่นางร้ายกับพระเอกลงนิตยสารฉบับเดียวกัน เธอปลอบว่าไม่มีอะไรต้องห่วงแค่แผนโปรโมตละครเท่านั้น เขาทั้งรักทั้งหวงเธอจะไม่ให้เป็นกังวลได้อย่างไร อรสินีกระเซ้าว่าเดี๋ยวนี้เขากล้าบอกรักเธอกลางที่ทำงานเลยหรือ

“ก็พี่รักน้องอรนี่คะ รักทุกที่ เพราะฉะนั้น พี่บอกรักได้ทุกที่ทุกเวลาเหมือนกันค่ะ”

อรสินีหัวเราะชอบใจ “ค่ะ...อรแยกไปหาพี่ติ๊น่าก่อนนะคะ”

ชญานนท์ตะโกนไล่หลังว่าตอนเย็นจะไปส่งบ้าน อรสินีหันมาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเร่งฝีเท้าจากไป

ooooooo

ดารินทร์โล่งใจเมื่อรู้จากลูกว่าทาง Thai 10 ไม่ได้ติดใจอะไรอีก แล้วถามลูกว่าคุณดิษฐ์จะแถลงข่าวเปิดตัวกล้าเมื่อไหร่ ตรีอัปสรเองก็ยังไม่รู้วันเวลาที่แน่นอน รู้แค่ว่าทางช่องจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ดารินทร์หนักใจไม่น้อยที่ต้องเจอกับกล้าต่อหน้าสื่อ ตรีอัปสรไม่ได้บังคับ ถ้าแม่ไม่สบายใจ ไม่ต้องไปก็ได้

“ไหนๆเรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว จะหลบจะเลี่ยงก็ไม่มีประโยชน์ ฉันจะไปแถลงข่าวกับแกด้วย แต่ฉันสงสัยจริงๆว่าใครที่มันอยู่เบื้องหลัง ชักใยให้พ่อแกไป Thai 10”...

คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องกล้า พยายามจะหลบหน้าพี่ชายตัวเองโดยอ้างจะไปช่วยงานศพนายพลอัศวิน แต่เขาไม่ยอมปล่อยให้เธอลอยนวล จะขอคุยด้วยก่อน

“เอาไว้คุยกันตอนมุกกลับมาไม่ดีกว่าหรือคะ พี่นนท์จะได้อยู่กับอรก่อน”

ชญานนท์ยืนยันจะคุยกับเธอให้ได้ แล้วบอกให้อรสินีไปรอในห้องรับแขกก่อน พอได้อยู่กันลำพังพี่น้องเขาต่อว่ามุกตาภาว่าทำไมถึงทำแบบนี้ เอาพ่อของตรีอัปสรมาที่งานเปิดตัวละครเพื่ออะไร เราสองคนเคยคุยกันหลายครั้งแล้ว ให้เธอหยุดระรานตรีอัปสรแล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขา มุกตาภากลับโทษว่าเป็นเพราะเขาเข้ามายุ่ง เรื่องถึงได้ยืดเยื้อไม่จบสักที ชญานนท์โกรธที่เธอก่อเรื่องแต่กลับโยนความผิดให้คนอื่น

“ที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ก็เพราะนังตรีอัปสรคนเดียว...”

“มุก เรื่องพ่อของตรีอัปสร ไม่ได้ทำให้ตรีอัปสรตกต่ำหรือแย่ในสายตาคนดูนะ แต่มันทำให้เธอดูดีขึ้น”

มุกตาภาไม่เชื่อว่าจะเป็นอย่างที่ชญานนท์พูด ขอรอดูวันเปิดตัวพ่อของนังนั่นอย่างเป็นทางการก่อนดีกว่า แล้วขอตัวไปงานศพถ้าเขาไม่มีอะไรกับเธออีก ชญานนท์เตือนว่าอย่าทำให้เรื่องวุ่นวายมากไปกว่านี้ เพราะถ้าพ่อรู้ว่าเธอทำให้งานของท่านเสียหาย เขาคงช่วยอะไรไม่ได้...

ครู่ต่อมา ชญานนท์เดินมาหาอรสินีที่นั่งรออยู่ในห้องรับแขกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เธอถามด้วยความเป็นห่วงว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า จะเล่าให้เธอฟังก็ได้ รับรองปิดปากเงียบไม่บอกใคร เขาอ้างว่าไม่มีอะไร แค่มุกตาภางอแงก็เลยต้องอบรมกันหน่อย อรสินีอยากรู้ว่าเรื่องของตรีอัปสรเป็นอย่างไรบ้าง

“ไม่ต้องห่วงแล้วล่ะค่ะ อีก 2-3 วัน ก็น่าจะเคลียร์กันเรียบร้อย วันนี้น้องอรอยากกินอะไร พี่จะแสดงฝีมือ” จากนั้นสองหนุ่มสาวชวนกันเข้าครัวช่วยกันปรุงอาหาร ทำให้บรรยากาศในครัวอบอวลไปด้วยความรัก...

ระหว่างที่ตรีอัปสรนั่งกินข้าวเพียงลำพัง ดารินทร์เข้ามาแจ้งว่าทางสถานีฯ โทร.มาบอกว่าเช็คค่าตัวของลูกออกแล้ว เธอขอให้แม่ช่วยเข้าไปรับให้ด้วย ดารินทร์รับเช็คแล้วจะเลยไปซื้อของ เธออยากได้อะไรไหม ตรีอัปสรอยากได้ความรัก ดารินทร์มีความรักให้เธอหมดทั้งหัวใจแล้ว ยังไม่พออีกหรือ

“ตรีอยากได้ความรักอีก ความรักจากคนอื่น”

“คนอื่นของแกคือใคร คุณนนท์ คุณนะ หรือว่าคุณรุจลูกชายยัยสลิล”

“ตรีอยากได้หมดเลยได้ไหมแม่ ตรีเป็นคนโลภอยากให้คนรักเยอะๆ อยากให้คนสนใจมากๆ”

“อย่าเน้นปริมาณยัยตรี ความรักจากคนคนเดียวอาจจะมีคุณภาพมากกว่าความรักจากคนหลายคนก็ได้ แกได้ความรักที่มีคุณภาพจากฉันแล้ว แกควรจะพิจารณาความรักจากคนอื่นให้ดีก่อนว่าเป็นความรักจริงๆหรือเปล่า แกจะได้ไม่เสียใจ” ดารินทร์ตักเตือน แต่ดูเหมือนตรี–อัปสรมั่นใจในตัวเองเกินกว่าจะเชื่อฟัง...

ooooooo

ดารินทร์แวะไปรับเช็คค่าตัวเล่นละครให้ลูกที่สถานีฯ Thai 10 เจอสลิลทิพย์มารับค่าตัวให้อรสินีเช่นกันเมื่อคู่อริโคจรมาพบกัน สลิลทิพย์ไม่ปล่อยให้ประเด็นร้อนเรื่องกล้าไปโผล่กลางงานเปิดตัวละครผ่านเลยไป

“แสดงความยินดีด้วยนะ เรื่องที่ลูกสาวเธอเจอพ่อบังเกิดเกล้า วงในเขาปิดกันให้แซ่ด ข่าวในเน็ตเม้าท์กันสนุกไปเลย ชีวิตเธอนี่มันน้ำเน่าเคล้าน้ำตาจริงๆนะ พลาดเผลอไปมีผัว มีลูกโดยไม่เจตนา แล้วก็ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดคว้าผัวชาวบ้านไปโดยไม่สนใจศีลธรรม”

“ไม่มีอะไรในชีวิตฉันจะซวยไปกว่าการได้เจอเธอจริงๆ สลิลทิพย์ ฉันไปรอข้างนอกดีกว่า” ดารินทร์ว่าแล้วลุกหนี สลิลทิพย์มองตามแปลกใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่นังคู่อริเป็นฝ่ายเดินหนี...

ในเวลาเดียวกัน คุณดิษฐ์และชญานนท์เรียกตรีอัปสรมาปรึกษาหารือถึงเรื่องที่ทางช่องจะจัดแถลงข่าวให้เธอกับพ่อบังเกิดเกล้าในวันพรุ่งนี้ เธออยากรู้ว่าตัวเองจะต้องทำอะไรบ้าง

“ก็ต้องทำให้ทุกคนให้อภัยคุณ เห็นใจคุณ คนที่ยอมรับผิดมักจะได้รับการอภัยเสมอ”

“ผมเชื่อว่าผู้หญิงฉลาดอย่างคุณต้องมีวิธีเอาชนะใจประชาชนคนดูได้แน่นอน” คุณดิษฐ์เสริม

“ตรีจะพยายามค่ะ ตรีขอบพระคุณคุณดิษฐ์คุณนนท์มากนะคะที่ช่วยตรี ดูแลตรี” ตรีอัปสรยกมือไหว้สองพ่อลูกด้วยความซาบซึ้งใจ

ooooooo

ข่าวตรีอัปสรเปิดตัวพ่อบังเกิดเกล้าต่อหน้าสื่อประสบความสำเร็จเกินคาด ภาพเธอก้มกราบแทบเท้าพ่อสร้างความประทับใจให้ผู้คนไปทั่ว คุณดิษฐ์นั่งดูข่าวนี้อยู่กับชญานนท์ถึงกับยิ้มพอใจ

“ตรีอัปสรมีส่วนช่วยเพิ่มเรตติ้ง สร้างกระแสให้ Thai 10 หลายครั้งโดยไม่เจตนาแล้วนะ นนท์ว่าไหม”

“ผมว่าเพราะ Thai 10 มีผู้บริหารแบบคุณดิษฐ์ด้วยครับ คุณพ่อสามารถเอาวิกฤติทุกอย่างมาเป็นโอกาสทางการประชาสัมพันธ์ แล้วก็ทางการตลาดได้ทุกครั้งเหมือนกันครับ”

“มันอาจจะเป็นจังหวะดีของเราด้วย ทุกเรื่องจะเป็นประสบการณ์ให้นนท์เป็นผู้บริหารที่รอบรู้รอบคอบขึ้นหลังจากนี้ไปนักข่าวต้องตามเรื่องตรีอัปสรอีกพักใหญ่ เราต้องวางแผนให้เรื่องจริงของตรีอัปสรกับในละครโยงกันไปมาให้คนติดตาม ให้เป็นเรื่องพูดถึงว่าเรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นละคร ปิดกล้องเรื่องนี้ เตรียมเรื่องต่อไปได้เลย Thai 10 จะต้องเป็นสถานีโทรทัศน์อันดับต้นๆของเมืองไทยให้ได้” คุณดิษฐ์สีหน้ามุ่งมั่น...

ที่บ้านวัณณุวรรธน์ สลิลทิพย์นั่งดูข่าวนี้อยู่กับอาชัญ อติรุจและอรสินีเช่นกัน ดูไปก็กระแนะกระแหนไปด้วย อาชัญเห็นข่าวจบแล้วขยับจะลุกขึ้น เธอแว้ดใส่ทันทีว่าทนเห็นดารินทร์ยืนเคียงคู่ผัวคนแรกไม่ได้ใช่ไหม ถึงต้องลุกหนี เขาถึงกับถอนใจเซ็ง ตัดพ้อว่าเขากับลูกทนดูข่าวจนจบตามที่เธอต้องการแล้ว จะเอาอะไรอีก หรือจะต้องให้นั่งฟังเธอบรรยายต่อ สลิลทิพย์ถลึงตาใส่อย่างเอาเรื่อง อาชัญจำต้องทรุดตัวลงนั่งอย่างเดิม

“ที่แม่ให้ทุกคนนั่งดูข่าวมันพร้อมๆกันเพราะแม่อยากให้รู้ว่าเทือกเถาเหล่ากอของมันเป็นยังไง โดยเฉพาะรุจ แม่เองก็มัวแต่ยุ่งเรื่องงาน ไหนจะประชุม ไหนจะต้องบินไปดูเสื้อผ้า ไม่มีเวลาดูแลลูกสองคน”

“คุณแม่ก็พูดเหมือนเราสองคนเป็นเด็ก ผมกับน้องอรโตแล้วนะครับ”

“ยิ่งโตยิ่งต้องระวัง...อร แม่ว่าตอนนี้กระแสข่าวของมันดังกลบนักแสดงคนอื่นหมด แม่ต้องหาทางทำให้โดดเด่นขึ้นมาอีกครั้งให้ได้” คำพูดของสลิลทิพย์ทำให้อติรุจและอาชัญอดเป็นห่วงอรสินีไม่ได้...

หลังแถลงข่าวเสร็จ ชญานนท์สั่งให้คุณรัตน์พากล้า ชบา ตรีอัปสร และดารินทร์มาพบที่ห้องประชุมเล็ก เพื่อแจ้งให้ทราบว่าพรุ่งนี้เขาจะให้คนของสถานีฯไปช่วยชบากับกล้าย้ายข้าวของไปอยู่ที่บ้านเช่าหลังใหม่ กล้าปฏิเสธทันทีว่าไม่ต้อง ให้เป็นเงินมาดีกว่า ตนอยู่ที่เก่าก็ดีอยู่แล้ว ชญานนท์ขอให้เขาลองอยู่ที่ใหม่สักสองสามเดือนก่อน ถ้าไม่ชอบค่อยย้ายกลับก็ได้

“จะให้ย้ายบ้านสร้างภาพว่างั้นเถอะ” กล้าแดกดัน

“ไม่มีใครสร้างภาพอะไรหรอก ถ้าพ่อไม่อยากอยู่ก็ไม่เป็นไร ตรีแค่อยากให้พ่ออยู่สบายขึ้น”

กล้าเห็นท่าทางจริงใจของลูกก็ใจอ่อน ตกลงทำตามที่ลูกต้องการ ตรีอัปสรถอนใจโล่งอกที่ทุกอย่างเรียบร้อยตามแผนการที่วางไว้กับชญานนท์และคุณดิษฐ์...

เมื่อได้อยู่ตามลำพังแม่ลูก ดารินทร์ถึงกับออกปาก ถ้ารู้ว่าเปิดตัวกล้าและตรีอัปสรจะได้ภาพลูกกตัญญูขนาดนี้ เธอปล่อยให้เปิดตัวไปตั้งแต่ตอนประกวดนางสาว ณสยามแล้ว ตรีอัปสรว่าของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับจังหวะและเวลาไม่ใช่จะทำเมื่อไหร่ก็ทำได้

“แล้วแกต้องสร้างภาพกับพ่อแกไปอีกนานแค่ไหนเนี่ย”

“ก็น่าจะสักพัก เพราะมันมีผลกับงานของตรีด้วย ถ้าละครเรื่องนี้ เรตติ้งดี มีคนพูดถึงตรีเยอะ ทั้งงานทั้งเงินมันก็ไหลมาเทมา”

ooooooo

เช้าวันต่อมา ภายในห้องแต่งตัวของกองถ่ายละคร ข้าวตูเห็นตรีอัปสรแต่งหน้าทำผมเรียบร้อยก็หันไปหยิบชุดสำหรับใส่เข้าฉากให้ แล้วแจ้งว่าคิวแรกวันนี้เป็นฉากเปิดเผยความจริงของพัชราพร

ตรีอัปสรรับชุดแล้วขยับจะไปเปลี่ยน แต่ต้องชะงักเมื่อภารดีเข้ามาขวางไว้ กระแนะกระแหนเรื่องที่พ่อบังเกิดเกล้าของเธออยู่ในสลัม แล้วบอกให้เธอพาพ่อมาที่กองถ่ายละครบ้าง เผื่อตนจะได้ซักถามสภาพความเป็นอยู่ในสลัมว่าเป็นอย่างไร เพราะเขาน่าจะรู้ดี เนื่องจากอยู่มาตั้งแต่หนุ่มจนแก่

“ความจริงเธอก็น่าจะพอรู้อยู่บ้างไม่ใช่หรือ ฉันได้ยินมาว่าแม่เธอก็ขายของอยู่ในสลัมเหมือนกันนี่ อย่าลืมกำพืดเดิมสิ ฮวง” ตรีอัปสรยอกย้อนอย่างเจ็บแสบแล้วเดินไปเปลี่ยนเสื้อ ภารดีตกใจไม่คิดว่าเธอจะรู้อดีตของตนเอง ทำท่าจะร้องกรี๊ดๆ แต่พอเห็นทุกคนในห้องแต่งตัวมองมาเป็นตาเดียวกัน จำต้องเก็บอาการเอาไว้...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ดารินทร์มีแขกไม่ได้รับเชิญมาที่บ้าน คุณหญิงสุดสวาทอ้างเหตุผลที่ต้องบุกมาที่นี่ เนื่องจากมีเรื่องจะพูดคุยกับเธอถึงสองเรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือครบเวลา 10 วันตามกำหนดแล้ว ทำไมถึงยังย้ายข้าวของออกจากร้านเสื้อไม่เสร็จ ดารินทร์ขอเวลาอีกสามวัน รับรองเรียบร้อยแน่นอน

“เรื่องที่สอง...ขอบใจนะที่ไม่ไปงานเผาศพคุณอัศ ถึงคนเขาจะรู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่าเธอเป็นเมียน้อยคุณอัศ แต่ฉันก็ไม่อยากเป็นขี้ปากใคร แค่เธอไปเคารพศพคุณอัศวันเดียว ฉันก็ไม่รู้จะเอาหน้าไว้ที่ไหนแล้ว”

ดารินทร์อ้างว่าที่ต้องไปเคารพศพนายพลอัศวินก็เพราะต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเขา คุณหญิงสุดสวาทว่าทำแค่นี้ไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้

“ดิฉันทราบค่ะ เพราะคนที่ทำความผิดอาจจะทำตัวเนียนจนจับไม่ติดเลยก็ได้”

“อย่ามาตีฝีปากกับฉัน เรื่องมันจบไปพร้อมกับคุณอัศแล้ว อย่ารื้อฟื้นเพราะคนที่เดือดร้อนที่สุดคือเธอ ฉันว่าความจริง เธอน่าจะขอบใจฉันมากกว่านะที่เรื่องมันจบแบบนี้ จัดการเรื่องร้านให้จบ เพราะถ้าไม่เรียบร้อยคราวนี้ ฉันไม่กรุณาเธอแน่” คุณหญิงสุดสวาทขู่เสร็จ เดินเชิดหน้าคอตั้งกลับไป...

ที่กองถ่ายละครเล่ห์ร้ายสายสวาท ระหว่างรอตัวประกอบเข้าฉาก ภารดีเห็นจานใส่ผลไม้ที่วางอยู่ในฉาก เผลอตัวหยิบสตรอเบอรี่ใส่ปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งอรสินี วรัญญา ตรีอัปสรและกัลยาณีซึ่งนั่งรออยู่ใกล้ๆต่างมองเธอเป็นตาเดียวกัน ภารดียังคงกินสตรอเบอรี่ต่อไปไม่รู้สึกรู้สม กัลยาณีอดถามไม่ได้ว่ากินอะไรอยู่

“ก็สตรอเบอรี่ไง ไม่รู้จักหรือ” ภารดีมองกัลยาณีอย่างดูแคลน ทุกคนยังจ้องเธอไม่วางตา ภารดีชักเอะใจแล้วก็นึกได้ว่าเคยโกหกเรื่องกลัวสตรอเบอรี่เอาไว้ ร้องกรี๊ดทันที “สตรอเบอรี่ ว้าย...หนูดีกลัว เอามันออกไป”

วรัญญาส่ายหน้าเอือมระอาที่ภารดีโกหกไว้มากจนตัวเองก็จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไรบ้าง...

ตั้งแต่เสร็จงานเผาศพนายพลอัศวิน ณเดชย์เอาแต่นั่งเหม่อใจลอย ไม่พูดไม่จากับใคร คุณหญิงสุดสวาทอดเป็นห่วงไม่ได้ ขอร้องให้มุกตาภามาช่วยดูแลเขาให้หน่อย เธอพยายามตื๊อให้เขาออกไปขับรถเล่นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ แล้วหาอะไรอร่อยๆกินกัน เขาเห็นความห่วงใยในแววตาของเธอแล้ว ยอมทำตามที่เธอร้องขอ

“เย้...ไปค่ะ มุกจะเป็นสารถีให้คุณนะเอง” มุกตาภาพูดจบ ควงแขนณเดชย์ไปขึ้นรถ...

ร้านอาหารเงียบสงบ บรรยากาศร่มรื่นและอาหารรสเลิศ บวกกับการเอาอกเอาใจของมุกตาภา ช่วยทำให้ณเดชย์ รู้สึกผ่อนคลาย เธอเองก็มีความสุขที่ได้อยู่ลำพังกับเขาสองต่อสอง

ooooooo

เสร็จจากกินมื้อค่ำ คุณดิษฐ์นั่งปรึกษาหารือกับชญานนท์ถึงโปรเจกต์ละครเรื่องใหม่ว่าไปถึงไหนแล้ว เตือนให้เขาเร่งมือเพราะช่องอื่นกว้านซื้อนิยายดีๆไปเก็บไว้เป็นสิบๆเรื่องแล้ว ขืนโอ้เอ้จะไม่ทันกาล

“แล้วนี่ยายมุกหายไปไหน พ่อไม่เห็นหน้าเลย หรือว่าไปอยู่กองถ่าย ดูๆน้องมั่งนะนนท์”

ยังไม่ทันขาดคำ มุกตาภาเดินยิ้มหน้าตาสดใสเข้ามา “นินทาอะไรมุกอยู่คะ ได้ยินแว่วๆ”

“ก็นินทาว่าลูกสาวของพ่อหายไปไหน อยู่บ้านเดียวกัน ทำงานที่เดียวกัน แต่ไม่ค่อยเห็นหน้าเลย”

มุกตาภาเล่าให้ฟังว่าวันนี้เธอไปอยู่กับณเดชย์มา เขายังเศร้าใจไม่หายกับการจากไปของนายพลอัศวิน ชญานนท์อดทักไม่ได้ว่าวันนี้เธอดูมีความสุข มุกตาภายิ้มรับ ก่อนจะบอกว่าถ้าทุกวันของเธอเป็นเหมือนวันนี้เธอจะไม่ยุ่งกับใครอีกเลย แล้วขอตัวไปอาบน้ำ คุณดิษฐ์ไม่เข้าใจที่เธอบอกว่าจะไม่ยุ่งกับใครอีก หมายความว่าอย่างไร ชญานนท์รู้แก่ใจดีว่าน้องสาวหมายถึงอะไร แต่จำต้องโกหกพ่อ

“คงหมายถึง จะอยู่กันตามลำพังกับนายนะ มั้งครับ”

“ขนาดนั้นเลยหรือ ลูกสาวฉัน” คุณดิษฐ์หัวเราะขำ...

ทางด้านตรีอัปสรไม่พอใจมากเมื่อรู้จากปิ๋มว่าวันนี้คุณหญิงสุดสวาทบุกมาหาดารินทร์ถึงที่นี่ มาเร่งให้เธอรีบขนของออกจากร้าน

“นังคุณหญิงนี่มันจองล้างจองผลาญไม่เลิกจริงๆ” ตรีอัปสรว่าแล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาณเดชย์...

ตรีอัปสรต้องการแก้เผ็ดคุณหญิงสุดสวาท จึงนัดณเดชย์ออกมาพบ ออดอ้อนว่าที่หายหน้าไปไม่ใช่ไม่คิดถึงเขา แต่เป็นเพราะตอนนี้ยุ่งมาก ไหนละครจะเร่งถ่ายทำ ไหนจะต้องช่วยแม่ย้ายร้าน เขานิ่วหน้าแปลกใจย้ายร้านไปไหน ทำไมเขาไม่รู้เรื่อง

“คุณหญิงสุดสวาทคงไม่อยากบอกให้คุณนะรู้มั้งคะ”

“ทำไม คุณแม่ทำอะไร...มีอะไรหรือตรี”

“ตรีเข้าใจนะคะว่าแม่ของตรีอยู่ในสถานะเมียน้อย ไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงอะไร เมื่อร่มโพธิ์ร่มไทรที่พักพิงล้มลง เราก็ต้องไปหาที่อยู่ใหม่ เพียงแต่ไม่คิดว่าทุกอย่างมันจะเร็วขนาดนี้”

ณเดชย์เดือดร้อนแทน อาสาจะไปพูดกับแม่ของเขาให้ ตรีอัปสรไม่ต้องการให้เขาทำแบบนั้น ที่เล่าให้ฟังก็แค่จะระบาย และที่สำคัญแม่ของเธอได้ที่ใหม่แล้ว เขาฝากขอโทษแทนแม่ของเขาด้วย ขอร้องเธออย่าโกรธท่าน

“ตรีไม่โกรธหรอกค่ะ ดีเสียอีกที่คุณหญิงทำให้ตรีตัดสินใจได้ว่าตรีจะไม่มีวันเป็นเมียน้อยใครเด็ดขาด ตรีจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้ใคร เรื่องระหว่างเรา ตรีขอให้จบนะคะ คุณนะต้องแต่งงานกับคู่หมั้นของคุณ ตรีก็จะไปตามทางของตรี ลาก่อนค่ะ” ตรีอัปสรพูดจบ ผละจากไป ณเดชย์วิ่งตามไปกอดเอวเธอไว้ทางด้านหลัง

“ตรี...ผมไม่ยอมจบ ยังไงก็ไม่จบ”

หญิงสาวแอบยิ้มพอใจที่ถือไพ่เหนือกว่า ค่อยๆหันกลับมา “แล้วจะทำอย่างไรกันดีคะ ตรีไม่ยอมเป็นเมียน้อยคุณแน่ และคุณแม่คุณนะก็คงไม่ยอมให้คุณนะถอนหมั้น เราจะจบเรื่องนี้อย่างไรดีคะ”

ooooooo

คุณหญิงสุดสวาทเห็นณเดชย์นั่งกินมื้อเช้าอยู่เพียงลำพัง ก็ร้องทัก เมื่อคืนหายไปไหนมาดึกดื่นค่อนคืน เธอโทร.ไปถามมุกตาภาได้ความว่าแยกกันตั้งแต่หัวค่ำ

“ไปหาเพื่อนมาครับ”

“ไปหาเพื่อนก็แล้วไป อย่าไปหาผู้หญิงคนอื่นแล้วกัน อย่าทำนิสัยเหมือนพ่อ อย่าให้หนูมุกต้องมีสภาพเหมือนแม่...ทำไมเงียบไปล่ะ หรือว่าแม่พูดถูก นะอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับใครนะลูก หนูมุกคือผู้หญิงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูก” คุณหญิงสุดสวาทเสียงเฉียบ ณเดชย์โพล่งขึ้นอย่างอัดอั้นว่าอยากแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักมากกว่าผู้หญิงที่เหมาะสมกับเขา เธอถึงกับชะงัก ถามเสียงเขียวพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร

“เอาไว้ถึงเวลาแล้วผมจะบอกแม่ครับ ผมไปทำงานก่อนนะครับ” ณเดชย์พูดจบลุกออกไป คุณหญิงสุดสวาทมองตามสีหน้าเป็นกังวล...

ทางฝ่ายเจ๊หนึ่งเห็นเรตติ้งของตรีอัปสรพุ่งกระฉูดเพราะข่าวฉาว วางแผนจะให้วรัญญาเป็นข่าวแบบนั้นบ้าง เพราะยิ่งฉาวยิ่งแรง ก็ยิ่งเป็นประเด็นให้ผู้คนพูดถึง

“แล้วเจ๊จะให้รัญเป็นข่าวกับใคร แล้วใครจะยอมเป็นข่าวกับรัญ”

เจ๊หนึ่งไม่ยอมตอบคำถาม ได้แต่อมยิ้มอย่างมีเลศนัย...

ไม่ได้มีแต่เจ๊หนึ่งที่อยากให้เด็กในสังกัดเป็นข่าว ทิปปี้ก็อยากให้ภารดีเป็นข่าวเช่นกัน ว่างเมื่อไหร่ก็จะพาเธอไปสถานที่ดีๆ เผื่อจะเจอผู้ชายรวยๆมาติดเบ็ดจะได้มีข่าวฉาวบ้าง แต่ก็แห้ว ภารดีต้องขอร้องให้เขาเลิกทำแบบนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่เธอเอง ทิปปี้ถึงกับตาโต ถามอย่างตื่นเต้นว่าเล็งใครไว้แล้วหรือ

“เล็งไว้แล้ว พี่ทิปปี้คอยดูก็แล้วกัน รับรองว่าข่าวของยัยอรสินีกับนังตรีอัปสร อับแสง สลดจ๋อยไปเลย พี่ทิปปี้จัดนักข่าวรอไว้เลยดีกว่า งานนี้กระฉ่อนแน่ๆ” ภารดีสีหน้ามุ่งมั่น...

ชญานนท์ต้องการโปรโมตละครหลายๆทาง จึงเรียกคุณรัตน์และคุณติ๊น่ามาคุยกันนอกรอบว่าอยากจะให้นักแสดงเรื่องเล่ห์ร้ายสายสวาทขึ้นปกนิตยสารที่ดูดีมีระดับ คุณติ๊น่าแนะว่านิตยสารบีลีฟเหมาะที่สุด เพราะตรีอัปสรก็เคยขึ้นปกมาแล้ว ก่อนจะได้ตำแหน่งนางสาว ณ สยาม เขาเห็นดีด้วยบอกให้เธอติดต่อได้เลย

“ได้ค่ะ ดิฉันจะลองโทร.เกริ่นๆกับคุณพีก่อน”

“ถ้าวันนี้คุณพีว่าง ให้มาเจอกันที่นี่ก็ได้ครับ ผมอยากให้มีการถ่ายแบบเร็วที่สุด ใช้คอนเซปต์ละครเล่ห์ร้ายสายสวาทเป็นธีม ถ้านิตยสารวางแผงพร้อมละครได้จะดีมากเลยครับ”

“ไม่มีปัญหาค่ะ งานเร็ว งานเร่ง เราถนัดค่ะ” คุณติ๊น่าว่าแล้วหันไปพยักพเยิดกับคุณรัตน์

ooooooo

คุณติ๊น่ากับคุณรัตน์ทำงานได้รวดเร็วทันใจอย่างที่คุยไว้จริงๆ เพียงไม่กี่วันก็พาคุณพีมาพบชญานนท์ พร้อมทำงานได้ทันที โดยวันนี้คุณพีจะถ่ายเซตที่เป็นเรื่องราวของพระนาง 2 คู่ เพื่อนำไปขึ้นปกนิตยสารบีลีฟ ส่วนนักแสดงรองลงมา เขาจะเอาไปลงในหนังสือดารา เพราะต้องการเน้นเฉพาะตัวเอกของเรื่อง

นอกจากนี้คุณพีจะสัมภาษณ์ชญานนท์ในฐานะผู้บริหารหนุ่มไฟแรงอีกด้วย แต่ขอตัวไปดูนายแบบกับนางแบบที่ห้องแต่งตัวก่อน อีกสักครู่ถึงจะกลับมาสัมภาษณ์เขา...

เพชร อรสินี และวุฒิจะถ่ายแบบเป็นเซตแรก ดังนั้น คุณติ๊น่าจึงบอกให้ตรีอัปสรมาช้ากว่าคนอื่นจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอ คุณพีเห็นนางแบบและนายแบบก็ถูกใจมาก ชมไม่หยุดปากว่าทั้งสวยทั้งหล่อ

“เดี๋ยวแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จแล้ว เข้าไปในสตูดิโอเลยนะฮะ เดี๋ยวพี่ขอตัวไปสัมภาษณ์คุณชญานนท์ก่อนนะฮะ...ฝากด้วยนะฮะ ป้าติ๊” คุณพีพูดจบเดินนวยนาดออกไป...

เสร็จจากการสัมภาษณ์ คุณพีชวนชญานนท์ไปที่สตูดิโอเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของฉากเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับอธิบายให้ฟังว่า เขาจะถ่ายคอนเซปต์เล่ห์ร้ายสายสวาทในแบบจินตนาการของตัวเอง

“เราจะถ่ายแบบหญิง 2 ชาย 2 นางเอกกับนางร้ายของเราก็จะโป๊นิดๆ เซ็กซี่หน่อยๆ ส่วนพระเอกกับผู้ร้ายเกือบเปลือย”

“เกือบเปลือยหรือครับ”

“ใช่ฮ่ะ ผู้ชายรูปร่างดีๆใส่เสื้อปิดไว้ก็เสียของหมดสิฮะ พี่ยังติดตาภาพคุณนนท์ตอนถ่ายเซตแฟชั่น เจ้าล้านนากับผู้เข้ารอบนางสาว ณ สยามได้เลยฮ่ะ โดยเฉพาะเซตที่ถอดเสื้อ อูย...เพื่อนฝูงเก้งกวางฮือฮากันทั่วสารทิศเลยฮ่ะ” คุณพีไม่พูดเปล่า มองชญานนท์หูตาแพรวพราวจนเขาต้องถอยห่างออกมา

สักครู่ อรสินี เพชร และวุฒิก็เข้ามา คุณพีจัดท่าทางให้โดยจับอรสินีโพสท่าใกล้ชิดกับเพชรและวุฒิ ชญานนท์ ที่ยืนมองอยู่พยายามเก็บอาการหึงหวงไว้สุดฤทธิ์

ooooooo

ไม่นานนัก ตรีอัปสรมาถึงห้องแต่งตัว คุณติ๊น่าสั่งให้ช่างแต่งหน้าแสดงฝีมือเต็มที่เอาให้เธอสวยเริ่ดไปเลย แต่งเสร็จแล้วจะได้ถ่ายเซตใหญ่ร่วมกับอรสินี เพชรและวุฒิที่กำลังถ่ายเซตย่อยกันอยู่ ตรีอัปสรยังไม่ทันจะพูดอะไร เสียงภารดีทักทายทุกคนดังขึ้นเสียก่อน คุณติ๊น่าทักกลับว่ามาได้อย่างไรในเมื่อวันนี้เธอไม่มีคิวถ่าย

“หนูดีมาก็เพราะหนูดีคิดรอบคอบแล้วว่า บีลีฟ เล่มนี้ควรจะมีหนูดีด้วยเพราะในเรื่อง หนูดีเป็นเพื่อนทักษิกา จะให้ทักษิกาถ่ายตามลำพังได้ยังไงคะ”

“แต่เราไม่ได้นัดเธอมานะ”

“ไม่นัดก็มาได้ค่ะ ถ้าเห็นสมควร” ภารดีถือคติด้านได้ อายอด ตรีอัปสรหัวร่อคิก เธอหันขวับถามเสียงเขียวว่าขำอะไร ไม่ได้พูดเรื่องตลกสักหน่อย ตรีอัปสรขำภารดีที่ไม่มีใครโทร.นัด ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารมา

“ฉันว่าเธอกลับไปดีกว่า เสียเวลาเปล่าๆ ยังไงเธอก็ไม่ได้ถ่ายแน่นอน”

ภารดีไม่ยอมกลับเด็ดขาด โวยวายจะขอถ่ายแบบพร้อมกับอรสินีให้ได้ เสียงแปดหลอดของเธอดังไปถึงหูคุณพีจนต้องเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น พอเขาเห็นตรีอัปสรก็ดีใจ ลืมเรื่องเสียงเอะอะไปเลย

“ต๊าย น้องตรี สวยงามที่สุด ดีใจย้อนหลังกับตำแหน่งนางสาว ณ สยาม นะฮะ แต่งหน้าเสร็จแล้ว เปลี่ยนชุดแล้วไปที่สตูดิโอเลยนะฮะ” คุณพีว่าแล้วขยับจะไป ภารดีถลาเข้าไปไหว้อย่างนอบน้อม เขามองเธองงๆ

“หวัดดีฮ่ะ ใครฮะเนี่ย เสียงเธอหรือเปล่าที่เอะอะโวยวาย ว่าแต่เรารู้จักกันหรือ”

ยัยตัวแสบถึงกับหน้าเหลอ ขณะที่ตรีอัปสรยิ้มสะใจ...

ครู่ต่อมา คุณติ๊น่ากับทีมงานช่วยกันดึงภารดีที่ดิ้นรนพร้อมกับร้องโวยวายออกมาจากห้องแต่งตัว คุณติ๊น่าทนไม่ไหวสั่งให้หยุดส่งเสียงได้แล้ว เธอไม่ยอมหยุดยืนกรานจะไปถ่ายแบบให้ได้ ตรีอัปสรซึ่งแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จแล้วออกมาเห็นภารดียังโวยวายไม่เลิก มองอย่างเหยียดหยาม เธอไม่พอใจปราดเข้าไปจะเอาเรื่อง

ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย มุกตาภาเข้ามาห้ามเสียก่อน แล้วดึงตัวภารดีไปยังมุมปลอดคน ภารดีได้ทีขอให้เธอช่วยให้ได้ขึ้นปกนิตยสารบีลีฟ

“ฉันจะช่วยได้ยังไง เรื่องนี้คุณพ่อกับพี่นนท์เป็นคนจัดการคุยกับคุณพี แล้วเขาก็วางคอนเซปต์ไปแล้ว”

“โอ๊ย วางได้ก็เปลี่ยนได้ ถ้าคุณมุกทำให้หนูดีถ่ายแฟชั่นไม่ได้ หนูดีก็จะแฉทุกเรื่องที่คุณมุกมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ ชักใยอยู่เบื้องหลัง”

“เธอพูดเรื่องอะไรเนี่ย ฉันว่าเธอกลับไปสงบสติอารมณ์ดีกว่า เธอเล่นละครเรื่องนี้ ยังไงเธอก็ติดสอยห้อยตามดังกันไปทั้งกลุ่มอยู่แล้ว เธอจะอยากถ่ายอะไรนักหนา”

ภารดียืนกราน ถ้าไม่ได้ถ่ายแฟชั่น รับรองมีเรื่องแน่ มุกตาภาไม่พอใจที่ถูกแบล็กเมล์ เตือนว่าอย่ามาขู่กันดีกว่า เธอเป็นแค่นักแสดงที่เพิ่งจะมีผลงาน อย่ามาอวดดีกับตน แล้วไล่เธอกลับ ภารดีโกรธจัด เดินหน้าเครียดเข้าไปในสตูดิโอ เห็นศรศรีกำลังรายงานข่าวเบื้องหลังการถ่ายแฟชั่น ปราดเข้าไปแย่งไมโครโฟนจากมือ

“เดี๋ยวค่ะ ฉันมีรายงานข่าวเด็ดมาฝากทุกคน”

ทุกคนในสตูดิโอมองภารดีเป็นตาเดียวกัน มุกตาภา ที่ตามมาสมทบถึงกับตะลึง

ooooooo

ปีกมงกุฎ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด