ตอนที่ 13
ตรีอัปสรไม่รอช้าบุกเข้าไปหาคุณหญิงสุดสวาทถึงบ้านแต่เช้าด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร แจ้งความจำนงว่าที่มาที่นี่เพื่อมาทำความเข้าใจกับเธอเรื่องแม่ของตัวเอง คุณหญิงสุดสวาทยิ้มเย้ย
“กลัวฉันจะแจ้งตำรวจเรื่องแม่ของเธอหรือไง ถึงได้แล่นมาหาฉัน ถ้าจะมาขอร้องก็ทำท่าให้มันเจียมตัวหน่อย ไม่ใช่เชิดหน้าจองหองพองขนแบบนี้”
“ฉันจะมาเตือนคุณหญิงว่าอย่ายุ่งกับแม่ของฉัน อย่ายัดเยียดความผิดที่แม่ฉันไม่ได้ทำ ไม่มีคุณลุงอัศวินแล้ว ฉันว่าเราต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของคุณหญิงเอง” ตรีอัปสรพูดจบ เดินหน้าเชิดจากไป
“แกนึกว่าฉันจะกลัวแกหรือ” คุณหญิงสุดสวาทตะโกนไล่หลังด้วยความแค้นใจ...
ในเวลาเดียวกัน มุกตาภามาเจอกล้ากับชบาตามนัด แล้วมอบโทรศัพท์มือถือไว้ให้ เผื่อมีอะไรเร่งด่วนเธอจะได้ โทร.บอกกล้าสงสัยจะต้องให้ทำไมในเมื่อจะไปด้วยกันอยู่แล้ว มุกตาภาโกหกหน้าตาเฉย
“เรื่องไปเปิดตัวแถลงข่าว คงต้องเลื่อนไปก่อน ทางสถานีต้องการให้งานแถลงข่าวละครและก็เปิดตัว
พ่อแท้ๆของตรีอัปสรให้ประทับใจประชาชนคนดูมากที่สุด ก็เลยอยากเตรียมงานให้พร้อม ไม่น่าเกิน 2 สัปดาห์”
“ก็แล้วแต่ ถ้าเงินหมด ฉันไปเอาที่ดารินทร์ก็ได้”
มุกตาภาลืมตัว ร้องห้ามเสียงหลงว่าไม่ได้กล้ากับชบาแปลกใจ ทำไมเธอต้องตกใจขนาดนั้นด้วย มีอะไรหรือเปล่า เธอตั้งสติได้ บอกน้ำเสียงราบเรียบว่า
ไม่มีอะไร เพียงแต่เธอไม่อยากให้เสียแผนการโปรโมต ละครก็กำลังจะออนแอร์อยู่แล้ว ชบาไม่เข้าใจศัพท์ภาษาอังกฤษที่อีกฝ่ายพูด
“อ๋อ หมายถึงเรามีแผนการจะทำให้ละครดังก่อนจะออกอากาศ” มุกตาภาปรายตามองเธออย่างดูแคลน...
เนื่องจากมุกตาภาต้องไปช่วยคุณหญิงสุดสวาทจัดการงานศพนายพลอัศวิน จึงมาร่วมประชุมกับคุณรัตน์ คุณติ๊น่าและทีมงานเพื่อวางแผนโปรโมตละครเล่ห์ร้ายสายสวาทในช่วงบ่ายวันนี้ไม่ได้ ชญานนท์จึงรับหน้าที่ประธานที่ประชุมแทน แล้วขอให้คุณรัตน์รายงานให้ฟังทีว่าเตรียมงานแถลงข่าวเปิดตัวละครเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว
“เราเริ่มส่งข่าวไปทางสื่ออื่นๆแล้วค่ะ ส่วนนักแสดงของเราช่วงนี้คงยังเดินสายโปรโมตไม่ได้เพราะต้องถ่าย ละคร แต่เราเชิญนักข่าวมาถ่ายเบื้องหลังฉากสำคัญของเรื่องค่ะ”
“ส่วนของนักแสดง พี่ติ๊น่าเคลียร์คิวให้สำหรับวันงานแถลงข่าวแล้วนะคะ”
“ดีครับ แล้วสื่อที่มาวันนั้นล่ะครับ เชิญไปครบหรือยัง”
คุณรัตน์ไม่ทราบเรื่องนี้เลย เพราะมุกตาภาเป็นคนดูแล ทีมงานคนอื่นๆก็ไม่ทราบเช่นกัน ชญานนท์อาสาจะถามเธอเอง แล้วรบกวนคุณติ๊น่าช่วยจัดการเรื่องพานางสาว ณ สยามและรองทั้งสี่คนไปร่วมงานศพนายพลอัศวินเย็นวันนี้ด้วย
“ค่ะ ดิฉันจะให้พี่เลี้ยงพาไปค่ะ ทราบข่าวท่านอัศวินแล้วใจหายนะคะ ได้ยินข่าวตอนแรกเหมือนว่าจะดีขึ้นทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้”
ชญานนท์เองก็สงสัยเหมือนคุณติ๊น่าเช่นกัน แต่ไม่ได้แสดงความเห็นอะไร
ooooooo
เย็นวันเดียวกัน คุณดิษฐ์มาถึงศาลาตั้งศพนายพล อัศวินพร้อมกับคุณรัตน์และอาจารย์ดรีม โดยมีคุณหญิงสุดสวาทออกมาต้อนรับ
“เสียใจด้วยนะครับคุณหญิง ขอโทษด้วยที่ผมไม่ได้มารดน้ำศพ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเห็นคุณดิษฐ์มาก็ขอบพระคุณมากค่ะ” คุณหญิงสุดสวาทหันไปขอบใจคุณรัตน์และอาจารย์ดรีมเช่นกัน แล้วเชิญทั้งสามคนเข้าไปนั่งในศาลา มุกตาภาเห็นพ่อมาก็เข้าหา คุณหญิงสุดสวาทรีบออกตัวด้วยความเกรงใจ
“หนูมุกมาอยู่เป็นเพื่อนช่วยรับแขกให้ดิฉัน หวังว่าคงไม่ทำให้งานคุณดิษฐ์เสียนะคะ”
“อ๋อไม่ครับ ให้ยัยมุกมาอยู่ช่วยทางนี้ดีแล้วครับ คุณหญิงไม่ต้องกังวล...ผมขอเข้าไปเคารพศพก่อนนะครับ” คุณดิษฐ์พูดจบหันไปพยักหน้าให้คุณรัตน์และอาจารย์ดรีม แล้วเดินนำเข้าไปด้านใน ณเดชย์ที่นั่งเศร้าอยู่ที่เก้าอี้บนศาลาหันมาเห็นคุณดิษฐ์รีบลุกขึ้นยกมือไหว้ทักทาย เขาตบไหล่ณเดชย์เบาๆ
“คุณพ่อไปสบายแล้วนะ ตอนนี้นะต้องเป็นหลักให้กับคุณแม่ ดูแลคุณแม่”
ชายหนุ่มยกมือไหว้ขอบคุณคุณดิษฐ์ที่ยิ้มอย่างให้กำลังใจ ก่อนจะเดินไปเคารพศพนายพลอัศวิน...
ไม่นานนักกลุ่มของรองนางสาว ณ สยามทั้งสี่คน คุณติ๊น่าและพี่เลี้ยงนางงามจากช่อง Thai 10 ก็ตามมาสมทบที่งานศพ ณเดชย์พาอรสินีกับพวกเข้าไปในศาลา พลางถามว่านางสาว ณ สยามไม่ได้มาด้วยหรือ
“ตรีขอกลับบ้านก่อนน่ะคะ อีกสักครู่คงตามมามั้งคะ” อรสินีว่าแล้วขอตัวไปเคารพศพ...
คนที่ณเดชย์ถามถึงเพิ่งแต่งตัวเสร็จลงมาจากบนบ้าน เห็นดารินทร์ยังอยู่ในชุดอยู่บ้าน ก็ร้องทัก ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก เธอทำท่าจะไม่ยอมไปงานศพ ตรีอัปสรต้องอธิบายข้อเสียของการไม่ไปอยู่นานสองนาน ท่านจึงยอมขึ้นบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า...
ใกล้เวลาสวดอภิธรรมศพ แขกผู้มีเกียรติทยอยมาร่วมงานกันหนาตา ณเดชย์เห็นแม่ยืนรับแขกนานแล้ว จึงขอให้มุกตาภาพาเข้าไปนั่งพักข้างในก่อน เธอรีบบอกว่าไปเองได้ให้มุกตาภาอยู่เป็นเพื่อนณเดชย์จะดีกว่า
“ไม่เป็นไรค่ะ มุกพาคุณหญิงแม่ไปนั่งก่อนแล้วค่อยออกมาอยู่เป็นเพื่อนคุณนะก็ได้ค่ะ”
คุณหญิงสุดสวาทมองว่าที่ลูกสะใภ้อย่างเอ็นดูแล้วดึงตัวมากอด “เหนื่อยไหมลูก”
“ไม่หรอกค่ะ มากกว่านี้มุกก็ทำได้ ถ้าสิ่งที่มุกทำจะมีส่วนช่วยคนที่มุกรักทั้งสองคน” มุกตาภาพูดพลางมองสองแม่ลูกสลับกันไปมา คุณหญิงสุดสวาทยิ้มปลื้ม ขณะที่ณเดชย์รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
ooooooo
ระหว่างที่ณเดชย์ยืนต้อนรับแขกอยู่หน้าศาลาสวดศพเพียงลำพัง เห็นตรีอัปสรเดินเข้ามากับดารินทร์ ดีใจจนออกนอกหน้ารีบเข้าไปหา มุกตาภากำลังทักทายแขกอยู่บนศาลาหันมาเห็นพอดี ชักสีหน้าไม่พอใจ ตรีอัปสรเห็นเธอกำลังเดินหน้าบูดตรงมาทางนี้ แกล้งเอื้อมมือไปแตะมือณเดชย์ทำทีปลอบโยน
“เสียใจด้วยนะคะ คุณนะ”
“ขอบคุณครับ” ณเดชย์แตะมือเธอตอบ เป็นจังหวะเดียวกับมุกตาภามาถึงพอดี รีบคล้องแขนเขาไว้แสดงความเป็นเจ้าของ “เข้าไปเคารพศพด้านในเถอะตรีอัปสร อย่ามายืนกุมมือคู่หมั้นคนอื่นให้เป็นขี้ปากเลย”
“ขี้ปากใครหรือคะ” ตรีอัปสรยิ้มยั่ว ดารินทร์เห็นท่าไม่ดี ดึงมือลูกไว้แล้วชวนเข้าข้างในมุกตาภาโกรธจัดขยับเข้าหาตรีอัปสรอย่างเอาเรื่อง ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย ชญานนท์เข้ามาขวางไว้ทัน รีบพาดารินทร์กับตรีอัปสรเข้าไปนั่งในศาลา ณเดชย์แกะมือมุกตาภาออกจากแขนตัวเองอย่างห่างเหิน ก่อนจะเดินตามทั้งสามคน ทิ้งให้มุกตาภายืนมองด้วยความแค้นใจ...
ตรีอัปสรนั่งติดกับอาจารย์ดรีม ส่วนดารินทร์นั่งเยื้องไปด้านหลังกับพวกรองนางสาว ณ สยาม ขณะที่ชญานนท์แยกไปนั่งข้างคุณดิษฐ์ที่เก้าอี้โซฟาด้านหน้า อาจารย์ดรีมบอกให้ตรีอัปสรเข้าไปกราบเคารพศพนายพลอัศวินก่อนที่พระสงฆ์จะมา เธอขอผลัดเอาไว้ตอนเขากลับดีกว่า
“มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีค่ะ ใครจะไปกล้ามีอะไรกับคนที่เป็นทั้งพ่อเลี้ยงเป็นทั้งคนที่ทำให้ตรีได้เป็นนางสาว ณ สยามล่ะคะ” ตรีอัปสรเห็นอาจารย์ดรีมมองอึ้งๆ รีบออกตัว “ตรีกล้าพูดกับอาจารย์ดรีมเพราะอาจารย์เป็นครูสอนแอ็กติ้งตรีเข้าใจความรู้สึก เข้าใจความคิดของตรี”
อาจารย์ดรีมอธิบายให้ฟังว่าเธอกำลังเข้าใจผิดเรื่องที่คิดว่าได้ตำแหน่งเพราะท่านอัศวิน ถึงแม้เขาจะไม่ล็อบบี้คณะกรรมการตัดสินคนอื่นๆให้ช่วย คะแนนของตรีอัปสรนำห่างคะแนนของคู่แข่งอยู่แล้ว...
สวดอภิธรรมศพเสร็จ แขกเริ่มทยอยกลับ ตรีอัปสรยังคงจ้องไปที่โลงบรรจุศพของนายพลอัศวินไม่วางตา ดารินทร์ชวนให้เธอกลับกันได้แล้ว เธอขอเวลาสักครู่ไปกราบลาศพก่อน แล้วเดินไปทรุดตัวนั่งหน้าโลงศพนายพลอัศวิน ยกมือพนมพึมพำในใจด้วยความคั่งแค้น
“ตรีรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว ตรีควรจะอโหสิกรรมหรือสาปแช่งคุณลุงดี คุณลุงฉกฉวยผลประโยชน์ หน้าด้าน ขี้โกง สวมรอยหวังจะได้ตัวตรี ด้วยการกระทำที่ต่ำช้าที่สุด กรรมที่คุณลุงทำตอนมีชีวิตอยู่คงทำให้คุณลุงตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิด โดยที่ตรีไม่ต้องสาปแช่ง ชาติหน้าชาติไหนก็ขออย่าให้เจอกันอีกเลย”...
ฝ่ายคุณหญิงสุดสวาทยืนส่งคุณดิษฐ์กับชญานนท์ลงจากศาลาสวดศพเรียบร้อย เหลือบมาเห็นดารินทร์ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ปรี่เข้าไปมองเหยียดตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะแดกดันว่ายังกล้ามางานศพอีกหรือ ช่างหน้าด้านได้โล่จริงๆ ตรีอัปสรมาทันได้ยินพอดี มองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามเช่นกัน
“แต่คงสู้คุณหญิงไม่ได้หรอกค่ะ ที่บ้านน่าจะสะสมโล่เอาไว้เยอะ ด้านระดับตำนานแบบนี้”
“นังลูกเมียน้อย”
“ฉันไม่อยากมาทะเลาะกับคุณหญิงในวัดหรอกนะคะ ช่วยสำรวมแล้วเก็บปากเก็บคำให้สมกับเป็นคนมีชื่อเสียง มีหน้าตาในสังคมจะดีกว่าค่ะ...ไปค่ะแม่ กลับ” ตรีอัปสรจูงมือดารินทร์เดินไปได้สองก้าว นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หันมองคุณหญิงสุดสวาทอีกครั้ง “อ้อ แล้วก็รับทราบไว้ด้วยนะว่าฉันไม่ใช่ลูกเมียน้อย แม่ฉันเป็นเมียคนแรกของพ่อ ไม่ได้เป็นเมียน้อย เข้าใจตรงกันแล้วนะ”
ooooooo
ที่ทางเดินไปยังลานจอดรถภายในวัด คุณดิษฐ์กับชญานนท์มัวแต่ชวนอรสินีคุย ทำให้เธอกลับไปกับรถตู้ของสถานีฯ ช่อง Thai 10 ไม่ทัน คุณดิษฐ์ก็เลยบอกให้เธอกลับกับชญานนท์แทน แล้วเดินแยกไปที่รถตัวเอง
จังหวะนั้น อรสินีหันไปเห็นดารินทร์เดินมากับตรีอัปสรก็ยกมือไหว้ ดารินทร์รับไหว้แต่ไม่วายเหน็บแนม ถ้าแม่ของอรสินีมาด้วย คงไม่มีโอกาสได้ไหว้กันแบบนี้ เธอถึงกับยิ้มแหยๆ
“วันนี้คุณแม่ติดประชุมค่ะ เลยมาไม่ได้”
ตรีอัปสรทนเห็นชญานนท์ทำเฉยเมยไม่สนใจตนเองเมื่ออยู่ต่อหน้าอรสินีไม่ได้ รีบขอตัวกลับ...
ด้วยความริษยาและอยากจะเอาชนะ ตรีอัปสรตั้งใจมั่น จะต้องเป็นผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของชญานนท์ให้ได้...
ในเวลาต่อมา ขณะที่ชญานนท์เดินมาส่งอรสินีถึงตัวบ้าน เธอสังเกตเห็นเขาหน้านิ่วคิ้วขมวด ถามว่ามีเรื่องกังวลอะไรหรือเปล่า เขายอมรับว่าเครียดหลายเรื่อง ทั้งเรื่องงานและเรื่องตัวเอง
“มีอะไรให้อรช่วยไหมคะ บอกมาได้เลยค่ะถ้าอรช่วยได้อรยินดีค่ะ”
ชญานนท์จับมือเธอไว้ “อย่าหวั่นไหวกับสิ่งที่เห็น สิ่งที่รับรู้นะคะ ทุกเรื่องมีเหตุผลมีที่มาที่ไปทั้งนั้น”
“พี่นนท์จะบอกอะไรอรคะ”
“พี่อยากให้น้องอรรู้ว่า น้องอรคือผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตพี่” ชญานนท์พูดจบ ดึงอรสินีมากอด เธอกอดเขาตอบ พร้อมกับพึมพำว่าจะพยายาม
ooooooo
ตรีอัปสรอารมณ์ค้างตั้งแต่เมื่อคืนทั้งเรื่องที่รู้
ความจริงว่านายพลอัศวินไม่ได้เป็นคนช่วยให้เธอได้ตำแหน่ง และเรื่องที่ชญานนท์ทำเป็นไม่สนใจเธอ พอมาเจอแม่แต่งดำไว้ทุกข์ให้นายพลจอมหื่น ถึงกับโวยลั่น จะไว้ทุกข์ให้คนแบบนั้นทำไม แล้วเล่าเรื่องที่อาจารย์ดรีมบอกเธอที่งานศพให้แม่ฟัง ดารินทร์สลดใจสีหน้าเศร้าสร้อย
“คุณอัศทำแบบนี้ได้อย่างไร”
“ฉวยโอกาสไงแม่ ผู้ชายเลวเข้าสายเลือดแบบนั้น ตรีว่าคุณลุงก็เหมาะสมกับนังคุณหญิงแส่สวาทนั้น”
“แกรอดปลอดภัยมาได้ก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว”
ตรีอัปสรเห็นด้วย เพราะถ้าแผนการของนายพลอัศวินสำเร็จ เธอต้องกลายเป็นลูกเลวในสายตาแม่ เป็นผู้หญิงเลวในสายตาทุกคน ในขณะที่เขาลอยตัว ไม่มีใครเห็นว่าผิด ดารินทร์มองลูกแล้วถอนใจ เหนื่อยใจ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูด ถามว่าวันนี้มีถ่ายละครหรือเปล่าพอรู้ว่ามีถ่ายในสตูดิโอ เธออาสาจะขับรถไปส่ง
“ไหวหรือแม่ ตรีว่าอย่าดีกว่า ตรีไปเองได้”ตรีอัปสรมองแม่อย่างเป็นห่วงเป็นใย...
แม้จะอยู่ในชุดดำไว้ทุกข์ แต่พอคุณหญิงสุดสวาทลงมาเจอแมนนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก ถลาจะเข้าไปกอดให้หายคิดถึง เขาเบี่ยงตัวหนีทักท้วงว่าเธอยังไว้ทุกข์อยู่ไม่ควรทำแบบนี้ เธอไม่สนจะกอดเขาให้ได้ แมนขืนตัวไว้
“พี่ไม่เสียใจเลยหรือครับที่ท่านอัศวินเสียชีวิต”
“เสียใจสิ สามีตายทั้งคน แต่พี่ผ่านโลกผ่านเรื่องราวมาเยอะแล้ว แมนจะให้พี่คร่ำครวญร้องไห้ ไร้สติแบบเด็กสาวหรืออย่างไร” คุณหญิงสุดสวาทตัดพ้อ แมนมองเลยไปที่บันไดบ้านเห็นณเดชย์เดินลงมา รีบก้มหัวให้ เขามองตอบไม่ค่อยพอใจนัก ปรามว่าช่วงนี้แมนไม่ควรมาที่นี่ แล้วหันไปขอร้องแม่ให้หยุดทุกเรื่องไว้ก่อน พ่อยังอยู่ที่วัด แม่จึงควรจะให้เกียรติท่านเป็นครั้งสุดท้าย คุณหญิงสุดสวาทหน้าหงิกใส่ลูกชายทันที...
ทางด้านดารินทร์ในชุดดำไว้ทุกข์เดินมาส่งตรีอัปสรถึงหน้าสตูดิโอของสถานีฯ ช่อง Thai 10 หญิงสาวเห็นสีหน้าแม่ไม่ค่อยดี บอกให้กลับไปพักผ่อนไม่ต้องรอรับ ถ่ายละครเสร็จ เธอจะให้รถตู้ของสถานีฯไปส่งเอง ดารินทร์เสนอจะทิ้งรถไว้ให้ลูก แล้วตัวเองจะกลับแท็กซี่
“ก็ดีเหมือนกัน แล้วคืนนี้แม่จะไปงานศพคุณลุงไหมคะ”
“ไม่ล่ะ แม่ไม่อยากไป ตรีไปทำงานเถอะ แม่ลงไปเองได้” ดารินทร์รอจนลูกเข้าไปในสตูดิโอแล้ว จึงกลับไปยังโถงหน้าลิฟต์ ยังไม่ทันจะถึงที่หมาย เห็นสลิล–ทิพย์ออกมาจากลิฟต์เสียก่อน
“ต๊าย ใส่ชุดดำไว้ทุกข์ให้ท่านอัศวินหรือ ฉันนึกว่าเธอน่าจะดีใจมากกว่านะที่กำจัดท่านอัศวินสำเร็จ”
ดารินทร์ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าลิฟต์ สลิลทิพย์มองตามแปลกใจกับท่าทางสงบเงียบผิดปกติของอีกฝ่ายหนึ่ง...
อีกมุมหนึ่งไม่ไกลกันนัก ชญานนท์ตามหามุกตาภาจนเจอ ทวงถามรายละเอียดเกี่ยวกับสื่อที่เธอจะเชิญมาในงานวันแถลงข่าวเปิดตัวละครเรื่องแรกของช่อง เธอกระเซ้าว่าเรื่องแค่นี้ เขาน่าจะถามเธอที่บ้านก็ได้
“จริงหรือครับคุณมุกตาภา ผมนอนแล้ว คุณมุก– ตาภาก็ยังอยู่ดูแลคู่หมั้นไม่กลับบ้าน ตอนเช้าผมออกมาทำงาน คุณมุกตาภาก็ยังไม่ตื่น จะคุยกันตอนไหนดีครับ”
“แหม ก็ช่วงนี้มุกต้องไปอยู่กับคุณนะ คุณหญิงแม่นี่คะ คนเราจะเห็นใจกันก็ตอนนี้ล่ะค่ะ แล้วก็ตอนที่ไม่มีตรีอัปสรด้วยค่ะ” พอเอ่ยถึงผู้หญิงคนนี้ แววตาของมุกตาภาเปลี่ยนเป็นกร้าวทันที
“มุกอย่าทำตัวเป็นจิ้งหรีดให้ใครปั่นหัวเล่น ตรีอัปสรไม่ได้รักนายนะ แต่เธอเห็นมุกยั่วขึ้นก็เลยแกล้งทำเป็นใกล้ชิดนายนะ...เชื่อพี่แล้วดีเอง...ไปทำงานเถอะ” ชญานนท์พูดจบผละจากไป มุกตาภาพึมพำไล่หลัง
“นังตรีอัปสรแสบกว่าที่พี่นนท์คิดเยอะ มารยาล้านเล่มเกวียน พี่นนท์ตามมันไม่ทันหรอก”
ooooooo
สลิลทิพย์นำเรื่องที่ตัวเองเจอดารินทร์ท่าทางมีพิรุธเหมือนคนมีชนักปักหลังไปฟ้องคุณหญิงสุดสวาทซึ่งแกล้งตีหน้าฉงนไม่เข้าใจว่าเธอพูดเรื่องอะไร สลิลทิพย์จีบปากจีบคออธิบาย
“จำได้ไหมคะที่ดิฉันเคยเล่าให้คุณหญิงฟังเรื่องดิฉันเจอนังดารินทร์ทำท่าแปลกๆตอนไปเยี่ยมท่านอัศวิน”
“จำได้ แล้วไง เธอจะบอกฉันว่านังนั่นเป็นคนทำให้คุณอัศตายอย่างนั้นหรือ”
สลิลทิพย์ออกตัวว่าไม่ได้จะปรักปรำใคร แต่ดูจากหลักฐานรวมทั้งพยานแวดล้อมแล้ว น่าจะเป็นไปได้ ความจริงเธอไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่ถ้าเป็นเรื่องของยัยดารินทร์คงต้องยกเว้น และหากคุณหญิงสุดสวาทต้องการจะให้เธอช่วยอะไรก็บอกมาได้เลย
“เราคงเอาผิดนังนั่นด้วยกฎหมายไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐาน แต่ถ้าจะให้สังคมลงโทษก็พอจะมีทาง”
“คุณหญิงคิดว่าเราควรจะกระจายข่าวออกไปใช่ไหมคะ ได้เลยค่ะ เรื่องนี้ดิฉันถนัด” สลิลทิพย์ยิ้มร้าย ขณะที่คุณหญิงสุดสวาทพอใจที่แผนยืมมือเธอทำร้ายดารินทร์สำเร็จด้วยดี...
วันนี้คุณรัตน์และคุณติ๊น่าเชิญนักข่าวจากทุกสำนักมาที่กองถ่ายละครเล่ห์ร้ายสายสวาท ให้มาทำข่าวเบื้องหลังฉากสำคัญซึ่งจะเปิดเผยประวัตินางเอกของเรื่อง และช่วงบ่ายจะเปิดให้ทุกคนได้สัมภาษณ์นักแสดงแบบไม่มีเม้ม นักข่าวรู้ทันว่าเชิญมาแบบนี้แสดงว่าละครวางแผนจะลงจอในอีกไม่กี่วัน
“ถ่ายไปได้เยอะแล้วหรือคะ ถ้าละครออนแอร์แล้วจะถ่ายทันหรือคะ แบบนี้งานจะลวกๆไหมคะ”
“ละครอาจจะเร่ง แต่รับรองว่างานไม่ลวกแน่นอนค่ะ” คุณติ๊น่าอธิบายอย่างใจเย็น จากนั้นคุณรัตน์เชิญนักข่าวทุกคนไปนั่งด้านหลังจอมอนิเตอร์จะได้เห็นการถ่ายทำละครเรื่องนี้ได้สะดวก...
ไม่นานนัก ผู้กำกับเรียกนักแสดงนำของเรื่อง ทั้งเพชร อรสินี ตรีอัปสรกับภารดีและวรัญญามาเข้าฉาก เป็นตอนที่พัชราพรนางเอกของเรื่องเปิดเผยให้ทุกคนทราบว่าตัวเองเป็นเด็กยากจน ครอบครัวอยู่ในสลัม พ่อตายจากถูกวางเพลิงไล่ที่ ส่วนแม่ก็ถูกไฟคลอกปางตาย ในฉากยังมีการปะทะคารมกันระหว่างนางร้ายและนางเอก
ทันทีที่ผู้กำกับสั่งคัต นักข่าวรีบเข้ามาสัมภาษณ์ตรีอัปสรและอรสินีซึ่งแสดงได้ดีมาก โดยเฉพาะอรสินีที่รับบทตัวร้ายของเรื่องทั้งที่ตัวจริงเป็นคนเรียบร้อย ภารดียืนดูอย่างหมั่นไส้ที่นักข่าวสนใจแต่สองสาว ก่อนจะสะบัดหน้าเดินไปนั่งข้างๆวรัญญาอย่างหัวเสีย บ่นอุบว่านักข่าวเอาแต่สัมภาษณ์นางเอกกับนางร้าย ไม่เห็นหัวเราสองคนบ้างเลย วรัญญาปลอบว่า พอสัมภาษณ์พวกนั้นเสร็จนักข่าวก็จะมาสัมภาษณ์เราเอง
“ลองฉันมีเรื่องฉาวสิ รับรองพุ่งมาหาฉันก่อนแน่”
วรัญญาเตือน ขืนมีเรื่องฉาวโฉ่ ทางช่องคงสั่งแบนก่อนจะดัง เพราะไม่ต้องการนักแสดงฉาวมาร่วมงานด้วย ภารดีไม่เชื่อว่าจะเป็นอย่างนั้น ตั้งใจมั่นจะต้องทำให้พวกนักข่าวหันมาสนใจสัมภาษณ์ตัวเองให้ได้...
นักข่าวยังคงล้อมหน้าล้อมหลังตรีอัปสรกับอรสินีหนึ่งในนักข่าวหันไปสัมภาษณ์ตรีอัปสรว่าบทที่ได้รับถือว่าไกลตัวไหม เธอพูดติดตลกว่าหมายถึงบทผู้หญิงเรียบร้อยหรือเปล่า นักข่าวพากันหัวเราะชอบใจ
“ไม่ใช่ค่ะ หมายถึงบทเด็กสลัม มีชีวิตรันทด เก็บกดประมาณนี้น่ะค่ะ”
“ก็ ค่อนข้างไกลตัวค่ะ แต่ตรีอ่านบทแล้วตรีก็พยายามสร้างอินเนอร์จนรู้สึกว่าตัวเองเป็นเนื้อเดียวกับพัชราพรค่ะ” ตรีอัปสรพูดได้ไม่อายปาก
“สำหรับละครเรื่องแรก ทั้งน้องอร น้องตรีรับบทที่ไกลตัวทั้งคู่เลย พอใจกับผลงานไหมคะ”
“ก็พอใจในระดับหนึ่งค่ะ แต่อรจะรู้สึกดีมากถ้าผู้ชมพอใจค่ะ” อรสินีไม่วายหยอดคำหวาน
ooooooo
สลิลทิพย์โทร.แจ้งข่าวเรื่องที่ดารินทร์อาจเกี่ยวข้องกับการตายของนายพลอัศวินให้คอลัมนิสต์ ประเภทข่าวซุบซิบนินทาที่ตัวเองคุ้นเคยฟังอย่างสนุกปาก และรับรองเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าข่าวชิ้นนี้มีมูลแน่นอนไม่ใช่ข่าวโคมลอย ระหว่างที่กำลังเม้าท์เมามันอยู่นั้น อติรุจเดินเข้าบ้านมากับอรสินีพอดี
“ค่ะๆลงข่าวได้เลย ลงตอนนี้เลย แล้วอย่าลืมปิดแหล่งข่าวนะคะ สวัสดีค่ะ” สลิลทิพย์วางสายยิ้มสะใจไม่ทันเห็นว่าลูกชายและลูกสาวตัวเองยืนฟังอยู่ อติรุจ อดถามแม่ไม่ได้ว่าลงข่าวอะไร เธอถึงกับสะดุ้งโหยง ทำเฉไฉพูดเรื่องโน้นเรื่องนี้กลบเกลื่อน
“คุณแม่ยังไม่ได้บอกเลยนะครับว่าลงข่าวอะไร” อติรุจถามย้ำ
“เรื่องแค่นี้เดาไม่ออกหรือไงตารุจ ก็น่าจะรู้ละครลูกสาวแม่กำลังจะออนแอร์ คุณแม่ที่ดีก็ต้องช่วยส่งข่าวเป็นธรรมดาอีกครั้งว่าแม่จะให้ลงข่าวอะไร...แม่ไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวจะไปงานท่านอัศวิน เราสองคนก็ไปแต่งตัว
ด้วย เดี๋ยวคุณพ่อกลับมาจะได้ไปพร้อมกัน” สลิลทิพย์พูดจบเดินขึ้นบันได อรสินีหันมองพี่ชายซึ่งมีสีหน้าครุ่นคิดสงสัย ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า
“ไม่รู้สิ กะอีแค่ลงข่าวอรเล่นละคร ทำไมต้องปิดแหล่งข่าวด้วย”...
ทางด้านตรีอัปสรเป็นกังวลเรื่องพ่อไม่หาย เตือนแม่ให้หาเวลาไปคุยกับเขาให้จบๆโดยเร็ว ท่านกลับบอกว่ายังไม่มีอารมณ์จะคุย ตรีอัปสรชักสีหน้าใส่ จะรอให้พ่อไปขอเงินเธอผ่านสื่อก่อนหรืออย่างไร หรือจะให้เธอเป็นคนไปหาท่านเอง ดารินทร์ลุกพรวดไม่พอใจ
“แกอย่ามาบีบบังคับกดดันฉันหน่อยเลยยัยตรี ฉันพร้อมเมื่อไหร่ ฉันจะไปหาพ่อแกเอง”
ตรีอัปสรถึงกับส่ายหน้ามองตามแม่ที่เดินขึ้นบ้านไปอย่างเซ็งๆ...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่บ้านเบญจาบูรณี คุณดิษฐ์เห็นข่าวเกี่ยวกับการตายอย่างมีเงื่อนงำของนายพลอัศวินที่ลงในเน็ตแล้วไม่ค่อยสบายใจนัก บ่นให้ชญานนท์ฟัง ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านนายพลตายมาตั้งสองวันแล้ว ถึงเพิ่งมีข่าวออกมา หรือจะมีใครจงใจปล่อยข่าว
“มีชื่อใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้างไหมครับคุณพ่อ”
“ก็มีคุณดารินทร์นั่นแหละ เขียนข่าวให้รู้สึกเหมือนคุณดารินทร์รู้เห็น ไม่ได้กลัวถูกฟ้องกันเลย...พ่อไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวกินข้าวด้วยกันนะ นนท์สรุปเรื่องละครให้พ่อฟังด้วย” คุณดิษฐ์ว่าแล้วเดินขึ้นห้อง ทิ้งให้ชญานนท์ยืนครุ่นคิดสงสัยอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง...
ที่งานสวดอภิธรรมศพนายพลอัศวิน คุณหญิงสุดสวาทดึงสลิลทิพย์ไปยังมุมปลอดคน พร้อมกับชมว่าทำงานได้รวดเร็วถูกใจตนเองมาก ใครได้อ่านข่าวชิ้นนี้ต้องคิดว่าดารินทร์คือฆาตกร สลิลทิพย์อดสงสัยไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างที่เธอว่าทำไมถึงไม่จับนังอกตัญญูเลวได้โล่ที่ฆ่าได้แม้กระทั่งผัวผู้มีพระคุณของตัวเองส่งตำรวจ ปล่อยให้ลอยนวลแบบนี้ได้อย่างไร
“เอาล่ะพอแล้ว เรายังไม่มีหลักฐาน ฉันก็แค่สงสัย ด่าพอประมาณนะคุณสลิล ฉันว่ากลับเข้างานเถอะเดี๋ยวเขาจะสงสัยกันว่าเราหายไปไหน” คุณหญิงว่าแล้วเดินลิ่วกลับศาลาสวดศพ
ooooooo
เช้าวันถัดมา ตรีอัปสรเห็นข่าวในเน็ตที่พาดหัวว่า “ใจหายกับการตายของท่านอัศวินและยิ่งตกใจมากขึ้นเพราะการจากไปของท่านที่มีเงื่อนงำ อยากรู้ต้องไปถามดีไซเนอร์ชื่อดัง” ถึงกับปรี๊ดแตก มั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือคุณหญิงสุดสวาท จังหวะนั้นดารินทร์เข้ามาพอดี เธอจึงเอาข่าวชิ้นนี้ให้อ่าน และยุให้ฟ้องคนที่ให้ข่าว
“ตลกแล้วยัยตรี ใครเขาจะบอกว่าแหล่งข่าวของเขาเป็นใคร อีกอย่างถ้าเราฟ้อง ก็หมายความว่าเราร้อนตัว ตราบใดที่ไม่มีชื่อฉันออกสื่อว่าเป็นคนทำให้คุณอัศตาย ฉันก็จะอยู่ของฉันเงียบๆ”
“แต่ตรีไม่ยอมเงียบหรอกค่ะ ตรีรู้ว่างานนี้นังคุณหญิงแส่สวาทต้องจับมือกับนังสลิลแน่นอน นังสองคนนี่มันแค้นฝังหุ่นแม่ทั้งคู่”
ดารินทร์ไม่สนใจ ใครจะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน ถ้าเรานิ่งเรื่องก็เงียบ แต่ถ้าลูกไปโวยวายเรื่องก็จะไม่จบ ตรีอัปสรรับรองจะไม่โวยวายออกสื่อให้ฉาวโฉ่ แต่ต้องปรามนังสองคนนั่นให้สงบปากสงบคำไว้บ้าง...
ข่าวการตายอย่างมีเงื่อนงำของนายพลอัศวินเป็นที่โจษจันกันไปทั่วไม่ใช่แต่ในโลกออนไลน์ คุณดิษฐ์เองก็สนใจข่าวนี้เช่นกัน ซักมุกตาภาเป็นการใหญ่ว่าคุณหญิงสุดสวาทกับณเดชย์พูดอะไรถึงเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ ชญานนท์เชื่อว่าถ้าคนเสียหายยังเฉยๆ ไม่พูดอะไร ข่าวนี้น่าจะออกข่าวมาเพื่อดิสเครดิตดารินทร์มากกว่า มุกตาภาถึงกับเบ้ปาก
“ยัยดารินท์ไม่ได้มีชื่อเสียงดีๆให้ใครต้องมาทำลายหรอกค่ะพี่นนท์ ขึ้นชื่อว่าเมียน้อย มันก็แย่ตั้งแต่เริ่มแล้ว มุกว่ายัยนั่นต้องทำให้คุณลุงตายอย่างที่มีข่าวออกมาแน่ๆ”
ชญานนท์ไม่เห็นด้วยกับน้องสาว เตือนว่าเวลาเสพข่าวอะไรควรมีสติ เรื่องฆ่ากันตายเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเป็นจริงอย่างข่าวว่าป่านนี้คุณหญิงสุดสวาทกับณเดชย์ต้องส่งศพนายพลอัศวินไปชันสูตรหาสาเหตุการตายแล้ว คงไม่ปล่อยให้ผ่านไปแบบนี้ คุณดิษฐ์เห็นด้วยกับลูกชาย ข่าวที่ออกมาตั้งใจจะหาเรื่องสร้างกระแส มุกตาภาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก ขยับลุกขึ้น
“วันนี้มุกขอลางานนะคะคุณพ่อ จะเอาตัวอย่างของชำร่วยแจกวันเผาคุณลุงไปให้คุณหญิงแม่เลือก”
“พ่อคิดว่าคุณหญิงจะเก็บคุณอัศไว้ก่อนเสียอีก”
“คุณนะอยากเก็บไว้สัก 100 วันค่ะ แต่คุณหญิงแม่บอกว่าอยากให้จบเรียบร้อยไปเลย”
“อืม ก็คิดกันไปคนละแบบ...หรือไง นนท์” คุณดิษฐ์เห็นลูกชายเงียบไป ก็หันมามอง ชญานนท์นั่งใจลอยจมอยู่ในความคิดของตัวเองจนคุณดิษฐ์ต้องสะกิดถามว่าคิดอะไรอยู่ เขาถึงได้รู้สึกตัว
“เอ่อ...คิดถึงเรื่องละครน่ะครับ ผมไม่อยากให้มีข่าวเสียหายออกมาตัดหน้าละครของเรา”
“กลัวว่าคนจะโยงเรื่องคุณดารินทร์มาที่ตรีอัปสรน่ะหรือ...ใจเย็นๆ ค่อยๆคิด คนฉลาดจะต้องเอาวิกฤติมาทำเป็นโอกาสให้ได้”
ooooooo
ขณะที่คุณหญิงสุดสวาทนั่งจิบกาแฟอยู่กับณเดชย์ที่โต๊ะสนามข้างบ้าน ตรีอัปสรเดินหน้าเครียดมาขอพบ เธอไม่อยากให้ลูกชายได้ยินสิ่งที่จะพูดคุยกัน จึงพาแขกไม่ได้รับเชิญมาอีกมุมหนึ่งของบ้าน ทันทีที่อยู่กันลำพัง ตรีอัปสรต่อว่าคุณหญิงสุดสวาทที่ปล่อยข่าวทำให้แม่ของตนเสียหาย เคยเตือนไว้แล้วว่าอย่ามายุ่งกับท่าน
“ใครจะไปอยากยุ่งกับผู้หญิงอย่างแม่เธอ...ชั้นต่ำ” คุณหญิงสุดสวาทมองตรีอัปสรอย่างดูแคลน
“ชั้นต่ำ แต่จิตใจสูง น่าจะดีกว่าคนที่ทำตัวชั้นสูงแต่จิตใจต่ำ การกระทำต่ำน่ะ ฉันขอพูดเป็นครั้งสุดท้ายว่าถ้ายังยัดเยียดความผิดหรือปล่อยข่าวให้คนเข้าใจผิดแม่ฉันอีกล่ะก็ ฉันก็จะปล่อยข่าวเหมือนกัน...คุณหญิงลองเปรียบเทียบดูนะคะว่าระหว่างป้าแก่ๆที่หลงเด็กหนุ่มจนโงหัวไม่ขึ้น กับเมียน้อยที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี ใครน่าจะมีแรงจูงใจในการฆ่าผัวที่เป็นก้างขวางคอ หอกข้างแคร่มากกว่ากัน” ตรีอัปสรพูดจบเดินจากไป ทิ้งให้คุณหญิงสุดสวาทแค้นใจอกแทบแตกตายอยู่ตรงนั้น
ตรีอัปสรยังไม่ทันจะเดินถึงรถที่จอดอยู่ ณเดชย์มาดักหน้าไว้ ถามด้วยความเป็นห่วงว่ามีเรื่องอะไรกับแม่ของเขาหรือ เธออ้างว่าเป็นเรื่องของผู้หญิง ตอนนี้เคลียร์เรียบร้อยแล้ว ต้องขอตัวกลับก่อนเธอมีละครต้องเข้าฉาก เขาคว้าแขนเธอไว้รั้งให้อยู่ด้วยกันก่อน ตรีอัปสรเหลือบเห็นมุกตาภาบ่ายหน้ามาทางนี้รีบคว้ามือณเดชย์ข้างที่จับแขนตัวเองจงใจยั่วโมโห ได้ผลดีตามคาด เธอไม่พอใจก้าวเข้าหาอย่างเอาเรื่อง แต่คุณหญิงสุดสวาทเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ตรีอัปสรสบช่อง บอกลาณเดชย์แล้วยิ้มยั่วให้คู่อริก่อนจะเดินเชิดออกไป...
ระหว่างที่ณเดชย์กลับเข้าไปเอากระเป๋าเอกสารในบ้าน มุกตาภาตามมากระแนะกระแหนว่าเดี๋ยวนี้สนิทชิดเชื้อกับตรีอัปสรขนาดมาหากันถึงบ้านเลยหรือ
“ตรีไม่ได้มาหาผม ถ้ามุกอยากรู้ว่ามาหาใครก็ให้ไปถามคุณแม่เอาเอง ผมไปทำงานล่ะ มีนัดลูกค้า ไม่อยากให้เขารอ” ณเดชย์ว่าแล้วเดินออกจากบ้าน มุกตาภาไม่รอช้ารีบเข้าไปถามคุณหญิงสุดสวาทว่าตรีอัปสรมาหาท่านทำไม อ้างว่าที่ถามเพราะเธอเป็นคนของสถานีฯเกรงจะมาทำให้ไม่สบายใจ
คุณหญิงสุดสวาทตอบเลี่ยงๆว่าไม่มีอะไร ตรีอัปสรแค่มาพูดเรื่องดารินทร์เท่านั้น แล้วตัดบทว่าอย่าไปสนใจผู้หญิงริมทางแบบนั้นให้รกสมอง ถึงอย่างไรณเดชย์ก็รู้ว่าผู้หญิงที่เหมาะกับเขาที่สุดก็คือมุกตาภา
“รอให้ผ่านงานของคุณอัศไปสักพักก่อน แม่จะหาฤกษ์แต่งงานให้ลูกสองคน ตานะเป็นฝั่งเป็นฝาเมื่อไหร่แม่ก็สบายใจ ไหน หนูมุกเอาของชำร่วยมาให้แม่ดูสิลูก”...
ไม่ได้มีแต่คุณหญิงสุดสวาทเท่านั้นที่ตรีอัปสรตามมาเอาเรื่อง สลิลทิพย์เองก็โดนหมายหัวเช่นกัน เธอเตือนว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ยอมให้ใส่ร้ายแม่ของเธอ ถ้ามีข่าวทำนองนี้ออกมาอีกรับรองเจอดีแน่
ooooooo
มุกตาภาทำทีเข้ามาที่สถานีฯ Thai 10 เพื่อสืบว่าวันนี้พี่ชายจะแวะไปที่กองถ่ายละครเล่ห์ร้ายสายสวาทหรือเปล่า พอรู้ว่าเขาไม่ได้ไป เธอตรงไปที่นั่นทันที แล้วโทร.ตามวุฒิให้มาเจอกันตรงมุมลับตาคน
“มุกอยากเจอตรีอัปสร เจอแบบส่วนตัวไม่ให้ใครรู้ว่ามุกมา จัดให้ได้ไหม”
“ได้ครับ”
“อย่าให้ใครสงสัยจับได้ว่าวุฒิช่วยมุกอยู่ มุกจะไปรอด้านโน้น อย่าให้รอนานนะ”...
ตรีอัปสรหลงเชื่อคำโกหกของวุฒิว่ามีแฟนคลับมารอพบ แต่พอไปถึงจุดนัดหมายกลับเจอมุกตาภายืนรออยู่ ฝ่ายนั้นไม่พูดพล่ามสั่งให้เลิกยุ่งกับณเดชย์ ถ้าขืนตรีอัปสรเข้าไปใกล้เขาอีก คราวนี้ไม่ใช่จะโดนแค่ของมีคม แต่จะเอาถึงตายแน่นอน และนี่จะเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย
“ฉันว่าเธอน่าจะไปบอกคุณนะมากกว่านะ บอกคุณนะว่าให้อยู่ห่างๆฉันไว้ดีกว่าเพื่อความปลอดภัยโอเคไหม” ตรีอัปสรยิ้มเย้ยก่อนจะเดินจากไป มุกตาภามองตามเจ็บใจ...
บ่ายวันเดียวกัน ขณะดารินทร์กำลังต่อว่าปิ๋ม ที่ไม่รู้จักถามไถ่ว่าตรีอัปสรไปไหน หนำซ้ำยังปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียว ทั้งๆที่ควรจะติดตามไปเป็นเพื่อน ปิ๋มอ้างว่าขอไปด้วยแล้ว แต่ตรีอัปสรไม่ให้ไป
จังหวะนั้นมีเสียงรถแล่นเข้ามาจอด ดารินทร์สั่งให้ปิ๋มออกไปดูว่าใครมา กว่าเธอจะยุรยาตรออกไปดู คุณหญิงสุดสวาทพรวดพราดเข้ามาเสียก่อน พร้อมกับปาถุงเสื้อที่ดารินทร์ลืมไว้ในห้องพักฟื้นของนายพลอัศวินวันที่เขาเสียชีวิตใส่หน้าเจ้าของ“เอาของเธอคืนไป”
ดารินทร์ถึงกับผงะ ปิ๋มถลาจะเข้ามาเอาเรื่อง แต่เธอห้ามไว้ สั่งให้ออกไปก่อน คุณหญิงสุดสวาทต้องการแก้เผ็ดที่ตรีอัปสรไประรานเธอถึงบ้าน สั่งให้ดารินทร์ขนข้าวของออกจากห้องเสื้อภายใน 10 วัน เธอจะเอาร้านคืน ดารินทร์ตกใจไม่คิดว่าจะกะทันหันขนาดนี้
“คุณอัศตายแล้ว ห้างนั้นเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของฉัน ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ฉันจะเอาของของฉันคืน” แล้วมองไปรอบๆบ้าน “ความจริงบ้านหลังนี้ใหญ่ดี นี่คุณอัศจ่ายไปเยอะล่ะสิ”
“บ้านหลังนี้เป็นชื่อฉัน”
“ก็ดี อย่างน้อยก็ยังมีที่ซุกหัวนอน เก็บไว้สร้างภาพสำหรับจับผู้ชายคนใหม่ เขาจะได้ไม่ระแวงว่ามีแต่ตัว อ้อ แล้วยังมีเงินอีก 10 ล้านที่รีดผัวฉันไปนี่ พอใช้ไปพลางๆ ระหว่างหาที่เกาะใหม่นะ หลังจากนี้ 10 วัน ถ้าเธอยังไม่ขนข้าวของออกไปจากห้างฯฉันล่ะก็ ฉันจะให้คนไปขนทิ้งขยะให้หมด อย่าคิดจะมีเรื่องกับฉันถ้ายังอยากหายใจ” คุณหญิงสุดสวาทขู่เสร็จผละจากไป ดารินทร์ถึงกับเข่าอ่อนทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง...
ด้านตรีอัปสรใช้เหตุการณ์ที่มุกตาภาตามมาเล่นงานถึงกองถ่ายให้เป็นประโยชน์ โทร.นัดชญานนท์มาพบกันเย็นนี้ อ้างมีเรื่องจะปรึกษาหารือด้วย
ooooooo
ตรีอัปสรมาพบชญานนท์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งตามนัด เธอแสร้งลังเลพอเป็นพิธีก่อนจะเล่าให้ฟังว่าวันนี้มุกตาภาไปหาเธอที่กองถ่ายละคร บอกให้เธอเลิกยุ่งเกี่ยวกับณเดชย์ เธอจำได้ว่าเคยบอกชญานนท์ไว้แล้วว่าเธอกับณเดชย์ไม่มีอะไรกันมากกว่าความเป็นเพื่อน เขาไม่ได้บอกน้องตัวเองหรือ ชญานนท์ถอนใจหนักใจ
“เปล่าครับ ผมคิดว่าการกระทำมันน่าจะหนักแน่นแข็งแรงกว่าคำพูด”
“วันนี้ตรีไปหาคุณหญิงสุดสวาทที่บ้านแล้วคุณมุกก็ไป เธอเห็นคุณนะคุยกับตรี...คือเราก็ทักทายกันตามปกติ ไม่ได้มีอะไรเกินเลย แต่คุณมุกเธอก็หึง เธอตามไปด่าตรีในกองถ่าย ดีว่าไม่มีใครได้ยิน”
ชญานนท์ขอโทษตรีอัปสรแทนน้องสาวของเขาด้วย เธอไม่ได้อยากได้คำขอโทษจากเขา แต่อยากรู้ว่าตัวเองจะทำอย่างไรดีมุกตาภาถึงจะเข้าใจว่าเธอกับณเดชย์ไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ ชญานนท์แนะให้เธอบอกความรู้สึกของเธอให้ณเดชย์รู้ ตรีอัปสรทักท้วง ถ้าหากเขาไม่ได้คิดอะไรด้วย เธอมิหน้าแตกหรือ
“ไม่หรอก ผมเป็นผู้ชาย ผมดูออกว่านายนะมีใจให้คุณ”
ตรีอัปสรทำเป็นตกใจเอามือทาบอก ชญานนท์ถามว่าไม่รู้จริงๆหรือว่าใครคิดอย่างไรกับตัวเอง
“ค่ะ บางคนตรีไม่รู้จริงๆว่าเขาคิดอย่างไร โดยเฉพาะผู้ชายที่ชื่อ ชญานนท์” ตรีอัปสรมองชญานนท์ซึ่งมองตอบด้วยสายตาลึกซึ้งเช่นกัน...
ในขณะที่ตรีอัปสรนั่งสบตาหวานซึ้งอยู่กับชญานนท์ที่ร้านอาหาร เพชรขอแลกคำขอบคุณที่ขับรถมาส่งอรสินีที่บ้านเป็นข้าวมื้อเย็นแทน เธอยินดีให้อยู่กินข้าวด้วย แต่ไม่รู้ว่าอาหารจะถูกปากเขาหรือเปล่า
“ถ้ามีอรกินด้วย อะไรก็อร่อยทั้งนั้นล่ะครับ” เพชรไม่วายหยอดคำหวาน
“พูดแบบนี้เดี๋ยวอรก็ให้กินข้าวกับน้ำปลาซะเลย” อรสินียิ้มขำ พลอยทำให้เพชรหัวเราะไปด้วย...
ฝ่ายชญานนท์รับปากตรีอัปสรว่าจะพูดกับมุกตาภาไม่ให้มาระรานเธออีก เธอขอร้องเขาอย่าพูดให้อีกฝ่ายโกรธก็แล้วกัน เธอไม่อยากมีปัญหากับผู้บริหารของช่อง ชญานนท์เองก็ไม่อยากให้น้องสาวมีปัญหากับนางเอกของช่องเหมือนกัน แล้วถามว่าพรุ่งนี้มีมีตติ้งกับสื่อใช่ไหม
“ค่ะ อดตื่นเต้นไม่ได้ อีกไม่กี่วันจะได้ดูละครที่ตัวเองแสดงแล้ว ตรีว่าตรีตื่นเต้นกว่าตอนได้ตำแหน่งอีกค่ะ”
“พอคุณแสดงเรื่องที่ 2 ที่ 3 คุณก็จะชินไปเอง”
ตรีอัปสรยิ้มปลื้มที่ชญานนท์ยังจะจ้างตนเองให้แสดงละครต่อไป...
หลังจากแยกกับตรีอัปสร ชญานนท์แวะไปหาอรสินีที่บ้าน พอรู้ว่าเพชรมากินข้าวเย็นด้วย เขาพานงอนใส่ อรสินีอธิบายอย่างอารมณ์ดีว่าเพชรมาส่งเธอที่บ้านเนื่องจากเป็นทางผ่านและตามมารยาทของเจ้าของบ้านที่ดีที่เขามีน้ำใจมาส่ง เธอก็เลยเลี้ยงข้าวตอบแทน
“แล้วพี่นนท์ล่ะคะไปไหนมา ทำไมมาหาอรซะดึกเชียว”
ชญานนท์โกหกว่าติดงาน พอเสร็จก็รีบมาหาอรสินีทันที เธอดักคอว่าไม่มีอะไรจะเล่ามากกว่านี้หรือ เขาพยักหน้าเป็นทำนองว่ามี แล้วแกล้งนิ่งไปอึดใจก่อนจะบอกว่าเขารักเธอ
“พี่นนท์ทำให้น้องอรรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นบาทหลวงเลยค่ะ เวลาที่พี่นนท์ทำอะไรผิดก็จะต้องมาหาน้องอร มาบอกรักเหมือนมาล้างบาป” อรสินีมองเขาอย่างพิจารณา ชญานนท์หัวเราะกลบเกลื่อน
“คิดได้ยังไงคะเนี่ย ตั้งแต่แสดงละครนี่จินตนาการเหลือเฟือจริงๆ”...
ทางด้านตรีอัปสรโกรธจัดเมื่อรู้จากแม่ว่ายัยคุณหญิงตัวแสบบุกมาหาเรื่องถึงบ้าน แถมสั่งให้แม่ย้ายข้าวของออกจากร้านเสื้อภายใน 10 วัน ยุไม่ให้ท่านทำตามสั่ง ในเมื่อเรากุมความลับที่ยัยคุณหญิงนั่นฆ่านายพลอัศวินเอาไว้ ดารินทร์ไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะดื้อดึงและที่สำคัญเราไม่มีหลักฐานเอาผิดยัยนั่น
“อะไรกันเนี่ย ร้านนั่นเป็นชีวิตจิตใจของแม่เลยนะ”
“ฉันหาร้านใหม่ได้ เรายังมีเงิน 10 ล้านที่คุณอัศให้ไว้ ฉันมีฝีมือ แกมีชื่อเสียง แบรนด์เสื้อผ้าฉันใครๆก็รู้จัก ให้มันรู้ไปสิว่าเราจะเริ่มต้นใหม่ไม่ได้...ถ้าให้แม่เลือก แม่ยินดีกับเส้นทางนี้มากกว่าที่จะให้คุณอัศมีชีวิตอยู่แล้วแกต้องเป็นของเขา” สองแม่ลูกโผกอดกันอย่างเป็นกำลังใจให้กันและกัน
ooooooo
เช้าวันงานเปิดตัวละครเล่ห์ร้ายสายสวาท ห้องแถลงข่าวของสถานีฯ Thai 10 คลาคล่ำไปด้วยนักข่าวจากทุกสำนัก นักแสดงและทีมงานต่างมากันพร้อมหน้า การแถลงข่าวและการสัมภาษณ์นักแสดงผ่านไปด้วยดี
จากนั้นคุณดิษฐ์ ชญานนท์และคุณรัตน์เดินนำทีมนักแสดงออกจากห้องแถลงข่าวโดยมีสื่อรุมล้อม นักแสดงออกมาด้วย คุณดิษฐ์ ชญานนท์และคุณรัตน์ต่างมองภาพนั้นอย่างพึงพอใจก่อนจะพากันเดินออกมา อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ชบากับกล้ายืนมองนักข่าวที่รุมล้อมตรีอัปสรตาไม่กะพริบ ภารดีหันไปเห็นพอดีพยักพเยิดให้วรัญญากับกัลยาณีดูทีว่าพวกนั้นเป็นใคร สองสาวส่ายหน้าไม่รู้จัก ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้น
“หนูตรี...หนูตรี” เสียงของชบาทำให้ทุกคนหันมองเธอเป็นตาเดียวกัน ตรีอัปสรถึงกับหน้าซีดเมื่อเห็นพ่อกับแม่เลี้ยงของตัวเองบุกมาถึงที่นี่ แต่แล้วเธอแทบสติแตกเมื่อกล้าร้องเรียกเสียงลั่นว่า
“ตรีลูกพ่อ”
ooooooo










