สมาชิก

ปีกมงกุฎ

ตอนที่ 11

อรสินีกำลังนั่งอ่านบทละครอยู่ในห้องรับแขกเห็นอติรุจกลับมาจากทำงาน ก็ร้องทักทำไมวันนี้กลับเร็ว เพิ่งจะหัวค่ำเอง งานเยอะไม่ใช่หรือ ชายหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ

“ก็เลยไม่ได้เจอตรีสักที”

“อืม ใช่ วันก่อนตรีโทร.มาหาพี่ บอกว่าว่างๆจะนัดกินข้าวกัน”

จังหวะนั้นมีเสียงมือถือของอรสินีดังขึ้น อติรุจเห็นแววตาเป็นประกายของน้องสาว เดาได้ไม่ยากว่าชญานนท์โทร.มา กระเซ้าว่าไม่อยากเป็นส่วนเกินของใคร ขอตัวไปอาบน้ำก่อน อรสินียิ้มขำก่อนจะรีบกดรับสาย

“น้องอรคะ เดี๋ยวพี่แวะไปหานะคะ ขอคุยงานกับลูกค้าแป๊บ”

“มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“มีค่ะ คิดถึง อยากเห็นหน้าอยากคุยด้วย อยากดื่มกาแฟฝีมือน้องอร เหตุผลแค่นี้พอจะให้พี่เข้าบ้านได้ไหมคะ” ชญานนท์ออดอ้อนเป็นชุด อรสินีหัวเราะคิกๆ ก่อนจะบอกว่าได้ เขาเห็นลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน รีบบอกเธอว่าอีกสักพักเจอกัน วางสายแล้วลุกไปต้อนรับลูกค้า ส่วนอรสินีมองมือถือในมือ ยิ้มสุขใจ...

โชคชะตาเล่นตลกให้บังเอิญเหลือเกินที่ตรีอัปสรนัดณเดชย์มาเจอที่ร้านอาหารแห่งเดียวกับที่ชญานนท์ นัดคุยกับลูกค้า ระหว่างที่เขาเข้ามาในร้านกำลังจะหาที่นั่ง มีเสียงสัญญาณข้อความส่งมาทาง
ไลน์

“ถึงแล้วหาที่นั่ง สั่งอาหารเลยนะคะ ตรีกำลังไปค่ะ”

ชายหนุ่มตอบกลับว่าโอเค แล้วเดินไปหาที่นั่ง ผ่านโต๊ะที่ชญานนท์กำลังนั่งคุยอยู่กับลูกค้า โดยไม่ทันสังเกตเห็น ขณะที่อีกฝ่ายเห็นเขาชัดเจน แต่ไม่ทักทายอะไร...

ที่หน้าร้านอาหารแห่งนั้น มุกตาภามองเข้าไปในร้านสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์

“คุณนะอยู่ไหนคะ ทำอะไรอยู่ ว่างไหมคะ”

“โห ถามเป็นชุดเลยจะให้ตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ ผมนัดคุยกับลูกค้าไม่ว่างครับ มุกมีอะไรหรือเปล่า”

มุกตาภาคิดถึงและอยากเจอเขา คิดว่าอยู่ที่โรงพยาบาลจะได้แวะไปหา ณเดชย์ขอผัดเป็นวันพรุ่งนี้อ้างกำลังคุยงานติดพันกับลูกค้า แล้ววางสายทันที เธอโกรธที่เขาตัดสายทั้งที่ยังพูดกันไม่รู้เรื่อง มั่นใจต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล คิดจะจับโกหกให้ได้ว่าเขานัดกับใครกันแน่ จึงซุ่มดูอยู่แถวนั้น...

ดูเหมือนยมบาลยังอยากให้นายพลอัศวินอยู่ใช้กรรมต่อไป ขณะที่เขากำลังจะหมดลมหายใจ พยาบาลเข้ามาเห็นวาล์วออกซิเจนของเขาถูกปิดก็รีบเปิดให้ กดออดเรียกพยาบาลด้านนอกให้มาช่วยแล้ววิ่งไปตามหมอ

ooooooo

มุกตาภาแอบมองเข้าไปในร้านอาหารเห็น

ณเดชย์ยังคงนั่งอยู่คนเดียว บ่นพึมพำทำไมไม่เห็นมีลูกค้าสักคน พูดยังไม่ทันขาดคำ เห็นตรีอัปสรเดินมาที่หน้าร้าน เธอถึงกับปรี๊ดแตก ปรี่เข้าไปตบจนล้มคว่ำ

“นังตรี จำไว้อย่ามายุ่งกับคู่หมั้นฉัน” มุกตาภาตามเข้าไปจะซ้ำ ตรีอัปสรเอามือกันไว้แล้วผลักเธอเซถลา

“ปล่อยฉันนะ ปล่อย ถ้าไม่มีปัญญาผูกคู่หมั้นไว้ ก็อย่ามาหาเรื่องคนอื่น”

“ได้เลือดเมียน้อยของแม่แกมาเต็มตัวเลยนะ นังตรีอัปสร แม่ก็เมียน้อย ลูกก็เมียน้อย เจริญรอยตามกัน”

ตรีอัปสรโกรธจัดที่ถูกลามปามถึงบุพการี ตบมุกตาภาหน้าหัน เริ่มมีไทยมุงเข้ามารุมล้อม มุกตาภาจิกผมคู่อริ เงื้อมือจะตบ แต่ชญานนท์เข้ามาห้ามเสียก่อน มุกตาภาหันไปเห็นพี่ชายถึงกับหน้าเสีย เขารีบประคองตรีอัปสรไปที่ลานจอดรถเพราะไม่อยากให้เป็นเป้าสายตา มุกตาภามองตามอย่างแค้นใจ แล้วหันไปมองในร้านจะเข้าไปอาละวาดณเดชย์ให้สาแก่ใจ แต่เขาเดินสวนออกมาอย่างเร่งรีบ
ไม่ทันเห็นเธอด้วยซ้ำ

“คุณนะ...คุณนะจะไปไหนคะ จะตามไปโอ๋มันใช่ไหม”

“มันไหน...ใคร?...มุกพูดเรื่องอะไรเนี่ย ผมจะกลับไปดูคุณพ่อ โรงพยาบาลโทร.มาบอกว่าคุณพ่ออาการทรุด” ณเดชย์ว่าแล้วเร่งฝีเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว มุกตาภาตั้งสติได้รีบวิ่งตาม...

ในเวลาต่อมา ณเดชย์ คุณหญิงสุดสวาท และมุกตาภาอยู่กันพร้อมหน้าในห้องพักฟื้น นายพลอัศวินนอนอยู่บนเตียงในสภาพทรุดโทรม ณเดชย์รอจนหมอตรวจท่านเสร็จ ถามอย่างร้อนใจว่าทำไมเครื่องให้ออกซิเจนถึงไม่ทำงาน หมอมองพยาบาลก่อนจะพยักหน้าเป็นทำนองให้ออกไปก่อน แล้วหันมาทางณเดชย์

“เครื่องถูกปิดไปน่ะครับ”

“อะไรนะคะ มีคนมาปิดหรือคะ” คุณหญิงสุดสวาทร้องเอะอะ ณเดชย์โพล่งขึ้นทันที

“มีคนอยากให้คุณพ่อผมตายหรือครับ”

หมอสันนิษฐานอาจจะเป็นการเข้าใจผิดก็ได้ เข้าใจว่าเปิดเครื่องแต่กลายเป็นปิด มุกตาภาอดสงสัยไม่ได้ว่าใครจะกล้ายุ่งกับเครื่องช่วยหายใจ ถ้าไม่ใช่หมอหรือพยาบาล

“ยกเว้นจะเป็นคนที่จงใจทำให้สามีของดิฉันเสียชีวิต” คำพูดของคุณหญิงสุดสวาท ทำให้หมอ ณเดชย์ และมุกตาภามองเธอเป็นตาเดียวกัน...

ขณะที่เกิดเหตุร้ายขึ้นกับนายพลอัศวิน อรสินีเหลือบดูนาฬิกาบอกเวลา 4 ทุ่มแล้ว แต่ไม่เห็นชญานนท์แม้แต่เงา มองมือถือตัวเองอย่างลังเลจะโทร.ตามเขาดีหรือไม่ดี สุดท้ายตัดสินใจไม่โทร.ก้มอ่านบทละครต่อไป อติรุจลงมาเห็นเธอเข้าก็ร้องทัก ไหนว่ามีถ่ายละครแต่เช้า ทำไมยังไม่นอนอีก เธอรอชญานนท์อยู่ เขาโทร.มาบอกว่าคุยกับลูกค้าเสร็จก่อนแล้วจะมาหา

“ถ้างั้นคงยังติดลูกค้าอยู่ อรไม่ลองโทร.ถามดูล่ะ พรุ่งนี้ต้องทำงาน นอนดึกเดี๋ยวหน้าโทรมนะ”

“อรจะรออีกสักพักค่ะ แต่ปกติพี่นนท์ไม่เคยผิดนัดนะคะ ถ้ามีอะไรก็น่าจะโทร.มาหาอร”

ooooooo

ชญานนท์ไม่ได้ติดพันลูกค้าอย่างที่สองพี่น้องเข้าใจ แต่กำลังขับรถพาตรีอัปสรในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงเสื้อมีรอยขาดจากถูกมุกตาภาทึ้ง มาจอดใต้ถุนคอนโดฯที่พักหรูหราของตัวเอง เธอมองไปรอบๆถามอย่างแปลกใจว่าเขาพาเธอมาที่นี่ทำไม ชญานนท์ไม่ตอบแต่หยิบแว่นดำส่งให้

“หวังว่าคงพรางสายตาคนได้บ้างนะ...ไป”ชญานนท์พูดจบลงมาเปิดประตูรถ พร้อมกับยื่นมือให้จับ หญิงสาวมองสบตาเขาก่อนจะวางมือตัวเองบนมือเขาแล้วก้าวลงจากรถ ครู่ต่อมาทั้งคู่เข้ามาในห้องพักของเขา ตรีอัปสรมองไปรอบๆห้องอย่างสนใจ

“เพิ่งรู้ว่าคุณนนท์ก็มีคอนโดฯเอาไว้พักส่วนตัวเหมือนกันนะคะ”

ชญานนท์ไม่เคยมาพักที่นี่ เขาให้เพื่อนเช่าตั้งแต่ตกแต่งเสร็จใหม่ๆ แต่ตอนนี้เพื่อนของเขาไปทำงานที่เมืองนอก ห้องนี้ก็เลยว่าง ตรีอัปสรยังคาใจไม่หาย

เขาพาเธอมาที่นี่ทำไม ชญานนท์อธิบายว่าไม่อยากให้เธอกลับบ้านในสภาพนี้ ไม่อยากทำให้แม่ของเธอตกใจ ตรีอัปสรสวนขึ้นทันที ไม่ใช่เขากลัวแม่ของเธอจะไปเอาเรื่องมุกตาภาหรือ ชายหนุ่มไม่
ตอบ เดินไปหยิบผ้าขนหนูกับชุดคลุมอาบน้ำมาให้

“ผมว่าคุณไปล้างหน้าล้างตัวก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ”

ตรีอัปสรรับคำ คว้าผ้าขนหนูกับชุดมาถือไว้ มือต่อมือสัมผัสกันโดยบังเอิญ เธอเขินหน้าแดง รีบดึงมือออกแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ชญานนท์มองตามถอนใจ หนักใจ ทางด้านตรีอัปสรมองตัวเองในกระจกเงาเห็นผมเผ้ากระเซิงค่อยๆขยับให้เข้าที่ ก่อนจะยิ้มพอใจที่ได้มาอยู่กับชญานนท์ที่คอนโดฯที่พักของเขาตามลำพัง...

ชญานนท์ทำบะหมี่สำเร็จรูปเสร็จพอดี ตอนที่

ตรีอัปสรออกจากห้องน้ำในชุดเสื้อคลุม ถือชุดตัวเองที่ใส่เมื่อครู่ติดมือมาด้วย เขาเชิญชวนให้เธอกินบะหมี่สำเร็จรูปแก้หิวไปพลางก่อน แล้วหยิบชุดในมือของเธอ

“เดี๋ยวผมเอาลงไปให้แม่บ้านข้างล่างซักรีดให้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงน่าจะเรียบร้อย”

“ไม่เป็นไรค่ะ ตรีเอาลงไปเองดีกว่า” ตรีอัปสรยังคงยื้อชุดไว้ เขาขอร้องว่าอย่าทำแบบนั้นดีกว่า เพราะเขาไม่อยากให้เป็นข่าว บอกให้เธอรออยู่ที่นี่ เขาจัดการเรื่องเสื้อพวกนี้เอง...

ทางฝ่ายณเดชย์เห็นว่าดึกมากแล้ว จึงบอกแม่กับมุกตาภาให้กลับไปพักผ่อน คืนนี้เขาจะอยู่เฝ้าพ่อเอง มุกตาภาอาสาจะอยู่เป็นเพื่อน เขาไม่อยากให้เธอต้องมาอดหลับอดนอนไปด้วย พรุ่งนี้ยังต้องไปทำงานอีก

“เป็นผู้บริหารไม่ควรหน้าหมองไปทำงานนะ เดี๋ยวจะไม่สวย” ณเดชย์พูดติดตลก

“คุณพ่อปลอดภัยแล้ว หนูมุกไม่ต้องอยู่หรอกลูก ปล่อยให้พ่อลูกเขาอยู่กันเถอะ”

มุกตาภารับคำ แล้วหันไปมองณเดชย์ที่ยิ้มให้แทนคำขอบคุณ

ooooooo
ไม่นานนักชญานนท์กลับมาที่ห้องพัก เห็น

ตรีอัปสรนั่งเอนหลังหลับตาอยู่ที่โซฟา ใบหน้าใสสะอาดไร้เครื่องสำอางของเธอ ทำให้เขาเผลอยิ้มออกมา เป็นจังหวะเดียวกับเธอลืมตาพอดี ชายหนุ่มถึงกับทำหน้าไม่ถูก เสมองไปบนโต๊ะอาหาร เห็นบะหมี่สำเร็จรูปยังไม่ถูกแตะ ร้องทักกลบเกลื่อนว่าทำไมยังไม่กิน เดี๋ยวก็อืดหมด

“ตรีรอคุณนนท์ค่ะ กินด้วยกันนะคะ” ตรีอัปสรลุกเร็วไปหน่อย หน้ามืด เซจะล้ม ชญานนท์คว้าเธอไว้ทัน ถามว่ายืนไหวไหม เธอมองสบตาเขาเห็นแววตาห่วงใยแล้วใจแทบละลาย รีบขยับตัวยืนให้มั่นคง

“ไหวค่ะ ไม่เป็นไร สงสัยตรีคงลุกขึ้นเร็วไป”

ชญานนท์คลายมือจากที่ประคองเธอไว้ ปล่อยให้เธอเดินไปที่โต๊ะอาหารเอง ก่อนจะเดินตามไปนั่งกินบะหมี่ด้วยกัน แม้จะเป็นแค่บะหมี่สำเร็จรูป แต่ตรีอัปสรรู้สึกเหมือนได้กินอาหารแสนอร่อยจากเหลา...

ณเดชย์เห็นพ่อหลับสนิทแล้ว จึงเดินไปนั่งที่โซฟา แล้วนึกขึ้นได้ว่านัดตรีอัปสรไว้แต่ไม่ได้เจอกัน เขารีบหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาเธอ...

ตรีอัปสรเพิ่งจะกินบะหมี่เสร็จตอนที่มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ชญานนท์เหลือบเห็นชื่อณเดชย์อยู่บนหน้าจอ ก็ร้องทักว่าน่าจะรับสาย เผื่อจะเป็นเรื่องด่วน ตรีอัปสรพอจะมองออกว่าเขารู้ว่าใครโทร.มา

“ขอไม่รับดีกว่าค่ะ ตรีไม่อยากฟังคุณนะโวยวายว่าตรีไปมีเรื่องกับคู่หมั้นเขา”

“คุณคิดว่ายัยมุกไปบอกนายนะหรือ”

“ตรีก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ” ตรีอัปสรโกหกได้โล่ ชญานนท์อยากรู้ว่าตกลงเธอนัดกินข้าวกับณเดชย์หรือเปล่า เธอมองเขาอย่างตัดพ้อ ทำไมเขาไม่คิดบ้างว่าณเดชย์อาจจะนัดกินข้าวกับมุกตาภาก็ได้

“ถ้ายัยมุกนัดกับนายนะแล้ว ยัยมุกจะไปหาเรื่องคุณทำไม”

ตรีอัปสรหาว่าชญานนท์เข้าข้างน้องสาวตัวเอง ถึงเธอจะพูดอะไรไปเขาก็คงไม่เชื่อ ชายหนุ่มโต้ไม่ยอมแพ้ หากเขาเข้าข้างน้องตัวเองจริงอย่างเธอว่า เราจะมาอยู่ด้วยกันที่นี่ทำไม

“คุณอาจจะไม่อยากให้เป็นข่าว ผู้บริหาร Thai10 ตบกับนางเอกละคร”

“ผู้หญิงนี่คิดมาก คิดเยอะ คิดซับซ้อนจริงๆ”ชญานนท์ส่ายหน้าอย่างระอาใจ

“คุณอรไม่เป็นแบบนี้หรือคะ” ตรีอัปสรยอกย้อน เขาไม่ยอมตอบคำถาม รีบเปลี่ยนเรื่องพูดเพราะเสียงมือถือของเธอดังไม่หยุด เตือนให้เธอรับสายไม่อย่างนั้นญเดชย์อาจจะโทร.หาทั้งคืนก็ได้

ตรีอัปสรทำเฉยจนสายตัดไปเอง ชญานนท์ขยับลุกขึ้นจะหยิบชามบะหมี่ไปล้าง เธอดึงชามไว้อาสาจัดการให้ แล้วหยิบชามกับตะเกียบไปล้างอย่างคล่องแคล่ว

“ผมจะลงไปเร่งเสื้อผ้าคุณก่อนนะจะได้ไม่กลับบ้านดึก”ทันทีที่เขาคล้อยหลัง ตรีอัปสรรีบเช็ดมือ คว้ามือถือ โทร.หาณเดชย์ซึ่งรีบรับสายด้วยความดีใจ ออดอ้อนว่าโกรธเขาหรือเปล่าที่ผิดนัด เธอเข้าใจว่าเขาคงมีเรื่องสำคัญแล้วรอฟังเรื่องนายพลอัศวินอย่างลุ้นระทึก แต่ต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่านายพลหื่นกามนั่นยังไม่ตาย

“พรุ่งนี้เย็นผมขอแก้ตัวใหม่ได้ไหม” ณเดชย์อ้อน

“อาจจะได้ค่ะ ตรีมีเรื่องจะบอกคุณนะเหมือนกัน บายค่ะ”ตรีอัปสรรีบวางสาย ก่อนจะพึมพำอย่างเจ็บใจ “ตายยากตายเย็นเหลือเกิน”แล้ววางมือถือไว้ที่เดิม ก่อน

จะพุ่งไปคว่ำจานที่ล้างไว้เป็นจังหวะเดียวกับชญานนท์กลับมาพร้อมด้วยเสื้อผ้าของเธอพอดี

ooooooo

จากนั้นไม่นาน ชญานนท์ขับรถมาจอดหน้าบ้านดารินทร์ ตรีอัปสรหันไปขอบคุณเขาที่มาส่ง ชายหนุ่มออกตัวว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องดูแลนางงามในสังกัดอยู่แล้ว ก่อนจะนิ่งไปอึดใจ

“ผมขอโทษแทนยัยมุกด้วยนะครับ ยัยมุกรักนายนะมากก็เลยทำอะไรไม่ถูกไปบ้าง”

“ไม่เป็นไรค่ะ ตรีเข้าใจ ฝากบอกคุณมุกด้วยนะคะว่าตรีกับคุณนะเป็นเพื่อนกันไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น...แล้วกับคุณอรล่ะคะ ตรีต้องไปอธิบายให้คุณอรฟังด้วยหรือเปล่าว่าตรีกับคุณนนท์เป็นเพื่อนกัน”

“ผมกับน้องอรยังไม่ได้เป็นคู่หมั้นกันเหมือนยัยมุกกับนายนะคงไม่ต้องอธิบายอะไรหรอกครับ”

“ค่ะ ตรีก็ว่าอย่างนั้นเพราะยังไงคุณนนท์ก็น่าจะคุมเกมอยู่ใช่ไหมคะ”

ชญานนท์ไม่ตอบ รีบตัดบทกล่าวราตรีสวัสดิ์ ตรี–อัปสรพยักหน้ารับ แล้วเดินเข้าบ้าน เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านัดอรสินีไว้ รีบเร่งเครื่องรถออกไปอย่างรวดเร็ว...

ในเวลาต่อมา ขณะชญานนท์ยืนลังเลอยู่หน้าบ้านวัณณุวรรธน์ มีเสียงอรสินีดังฝ่าความเงียบสงัดขึ้นมา

“ตัดสินใจได้หรือยังคะ...ว่าจะเข้ามาหรือจะกลับ”

ชญานนท์มองเข้าไปในบริเวณบ้านเห็นอรสินีเดินมาจากสวนข้างๆ...

ครู่ต่อมา อรสินียกกาแฟกับของว่างมาวางบนโต๊ะ ชญานนท์ขอโทษเธอด้วยที่มาดึก บังเอิญมีเรื่องวุ่นๆเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ก็เลยต้องอยู่เคลียร์ กว่าจะเสร็จก็เลยเวลาไปมาก เกรงใจเธอก็เลยลังเลว่าจะเอาอย่างไรดีอีกอย่างหนึ่งเขาก็ยุ่งจนลืมโทร.มาบอก

“อรก็คิดว่าพี่นนท์จะไม่มาแล้ว ก็เลยจะออกมาล็อกประตูถึงได้เห็นพี่นนท์ยืนลังเลอยู่”

ชญานนท์อ้างว่าลังเลเพราะรู้สึกผิด อรสินีพูดทีเล่นทีจริง ถ้าเขารู้สึกผิดเพราะมาช้าก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้ารู้สึกผิดเพราะเรื่องอื่น ก็ให้เขารู้สึกผิดต่อไป ชายหนุ่มถูกจี้ใจดำถึงกับสะอึก รีบตัดบท

“พี่ว่าพี่รีบกินแล้วรีบกลับดีกว่า ดึกแล้วน้องอรจะได้พัก...”

หลังจากชญานนท์กลับไปไม่นาน ตรีอัปสรจงใจจะป่วนอรสินี จึงโทร.ไปโกหกว่าทำใบคิวถ่ายละครหายไม่รู้ว่าพรุ่งนี้กองละครนัดกันที่ไหนเมื่อไหร่ อรสินีพาซื่อ บอกว่าอีกสักครู่จะส่งคิวไปให้ทางไลน์

“ดีค่ะดี ขอบคุณคุณอรมากนะคะ ตรีหาใบคิวถ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ไม่รู้ว่าตกอยู่ในรถคุณนนท์หรือเปล่า งั้นตรีไม่รบกวนคุณอรแล้วค่ะ ขอบคุณคุณอรมากนะคะ กู๊ดไนต์ค่ะ” ตรีอัปสรวางสาย ยิ้มสะใจ

ooooooo

ทันทีที่เจอหน้าลูก ดารินทร์ต่อว่าว่าเมื่อคืนหายไปไหนมาดึกดื่นเที่ยงคืนก็ยังไม่กลับ ตนรอคุยด้วยก็ดันเผลอหลับไปเสียก่อน อยากรู้ว่าเมื่อวานไปเยี่ยมนายพลอัศวินมาหรือเปล่า ตรีอัปสรไม่ตอบแต่หันไปมองปิ๋ม

“ปิ๋ม เอาของขึ้นรถแล้วไปรอฉันที่รถ เดี๋ยวฉันตามไป”

ตรีอัปสรรอจนสาวใช้คนสนิทลับสายตา จึงเล่าให้แม่ฟังว่าเมื่อวานเธอปิดวาล์วออกซิเจนของนายพลอัศวิน โชคไม่ดีพยาบาลไปพบเสียก่อน เขาก็เลยรอดตายดารินทร์ถึงกับหน้าเครียด

“ยัยตรี แม่ว่าพอเถอะ ถ้าถูกจับได้หมดอนาคตเลย นะลูก”

“แล้วถ้าคุณลุงกลับมาหายดีล่ะคะ แม่คิดว่าเราจะมีอนาคตอยู่อีกหรือคะ...เอาเถอะแม่ ตรียังไม่ทำอะไรตอนนี้หรอก รอให้เรื่องเมื่อคืนมันเงียบไปก่อน ยังไงคุณลุงก็ยังอยู่ในสภาพนี้ไปอีกพักนั่นล่ะ”

ในเวลาเดียวกัน ขณะณเดชย์ยืนมองพ่อที่นอนอยู่บนเตียงอย่างทุกข์ใจกับสภาพทรุดโทรมของท่าน คุณหญิงสุดสวาทเข้ามาถามว่าได้เรื่องอะไรคืบหน้าจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลบ้าง

“ไม่ได้เลยครับ โรงพยาบาลกำลังวางระบบเปลี่ยนกล้องวงจรปิดทั้งโรงพยาบาลครับ ก็เลยไม่รู้ว่ามีใครเข้าออกบ้าง ส่วนพยาบาลประจำวอร์ดก็ไม่มีใครเห็นอะไรเพราะเป็นช่วงเปลี่ยนเวรพอดี”

“แหม ยามปลอดจริงๆนี่ถ้ามันทำสำเร็จ คุณพ่อลูกก็ตายฟรี ส่วนไอ้ฆาตกรมันก็ลอยนวลไปเลย”

“คุณแม่ครับ...บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้นะครับ คงไม่มีใครคิดจะทำร้ายคุณพ่อหรอกครับ”

“ต้องรอให้พ่อลูกตายก่อนใช่ไหม ลูกถึงจะรู้สึก” คุณหญิงสุดสวาทสะบัดหน้าเดินออกจากห้อง พอพ้นสายตาของลูกเท่านั้นก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที แมนซึ่งนั่งรออยู่ที่หน้าห้องพักฟื้นเห็นเธอเปิดประตูออกมา รีบเข้ามาถาม

“พี่จะกลับเลยหรือเปล่าครับ”

“พี่จะไปธุระต่อ” คุณหญิงพูดจบก็เดินนำแมนออกไป...

คิวละครคิวแรกที่ถ่ายทำกันในตอนเช้า อรสินีและตรีอัปสรต้องแสดงร่วมกัน เป็นฉากที่นางร้ายของเรื่องด่าทอนางเอกต่างๆนานา ก่อนจะลงมือตบตี ทันทีที่ผู้กำกับสั่งคัต เพชรเอาน้ำมาเสิร์ฟให้อรสินี ปิ๋มใช้มือถือตัวเองเก็บภาพนั้นไว้พอดี แล้วหันไปเก็บภาพอื่นๆต่อไป...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ภารดี วรัญญาและวุฒิกำลังนั่งต่อบทกันอยู่ คุณติ๊น่าเข้ามาตามทั้งสามคนให้เข้าฉากต่อไปได้แล้ว วรัญญากับวุฒิรีบลุกขึ้น ขณะที่ภารดียังเอ้อระเหย

“เร็วเลยค่ะ ตอนนี้ต้องทำงานแข่งกับเวลาแล้วนะคะ” คุณติ๊น่าเร่งรัด จังหวะนั้นข้าวตูเข้ามาแจ้งเธอว่า คุณดิษฐ์เชิญไปพบที่สถานีฯ คุณติ๊น่าพยักหน้ารับรู้ แล้วผลุนผลันออกไป ภารดีมองตามสีหน้าครุ่นคิดสงสัย

ooooooo

คุณดิษฐ์และชญานนท์ เรียกมุกตาภา คุณรัตน์กับคุณติ๊น่ามาพบเพื่อแจ้งให้ทราบว่า ละครเรื่องเล่ห์-ร้ายสายสวาท ต้องเร่งถ่ายทำให้เสร็จในเร็ววัน และถ้าถ่ายทำได้ 50% เมื่อไหร่ จะเอาลงผังออกอากาศทันที คุณติ๊น่าทักท้วงว่าน่าจะรอให้ถ่ายทำได้สัก 80% หรือไม่ก็ปิดกล้องไปก่อนจะดีกว่า

“ผมไม่อยากให้กระแสนางสาว ณ สยาม ซาลงก่อนละครจะออกอากาศครับ” ชญานนท์อธิบาย

“กระแสข่าวละครตอนนี้ก็เงียบๆไปนะ คุณรัตน์ผมอยากให้คุณช่วยมาเสริมทัพให้มุกด้วย”

“มุกทำได้ค่ะคุณพ่อ มุกดูเองค่ะ”

“เอาเถอะช่วยๆกัน งานออกมาจะได้ดี ทำรายการเจาะลึกกองถ่ายที่คุยกันไว้ ให้เป็นรูปธรรมนะคุณรัตน์ ผมอยากเห็นรายการนี้ให้เร็วที่สุด”

คุณรัตน์รับคำแข็งขัน สร้างความไม่พอใจให้มุกตาภา เป็นอย่างมาก...

มุกตาภารีบร้อนออกจากห้องทันทีที่ประชุมเสร็จ ชญานนท์ไม่ปล่อยให้เธอลอยนวลไปง่ายๆ ตามไปขวางไว้ พูดดักคอว่าคิดจะหลบหน้าตนเองหรือ เธอไม่ได้หลบ แต่มีงานต้องไปสะสางหลายอย่าง

“แต่พี่มีเรื่องสำคัญต้องคุยกับมุก หรือจะให้พี่คุยต่อหน้าคุณพ่อ...เรื่องเมื่อคืน ถ้ามีนักข่าวอยู่แถวนั้น มุกรู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณพ่อคงไม่ดีใจหรอกถ้าเรตติ้งของช่องจะขึ้นเพราะข่าวลูกสาวไปมีเรื่องตบตีกับนางสาว ณ สยามที่กำลังจะเป็นนางเอกของช่อง พี่ว่ามุกก็รู้ทุกอย่างนะ แล้วเราพูดเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว”

“พี่นนท์ทนได้หรือคะ ถ้าอรไปมีอะไรกับเพชร”

“คนละเรื่องแล้วมุก”

มุกตาภาเถียงคอเป็นเอ็นว่าเรื่องเดียวกัน เธอเห็นกับตาว่าณเดชย์นัดเจอกับตรีอัปสร แล้วเขาจะให้เธอทำอย่างไร ให้เข้าไปร่วมวงกินข้าวด้วยหรือจะให้กลับไปร้องไห้ที่บ้าน ชญานนท์ถึงกับส่ายหน้า ถ้าเธอพูดแบบนี้เราคงพูดกันไม่รู้เรื่อง มุกตาภาเห็นด้วย รีบตัดบทขอตัวไปทำงาน แล้วสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างหัวเสีย เขาได้แต่มองตามหนักใจ...

ขณะที่มุกตาภายังคงดื้อดึงจะเล่นงานตรีอัปสรให้ได้ คุณหญิงสุดสวาทนัดให้ดารินทร์มาพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แมนเห็นเธอมาก็รู้งาน ลุกออกไปรอหน้าร้าน ปล่อยให้ทั้งคู่คุยกันตามลำพัง คุณหญิงสุดสวาทถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าเมื่อวานดารินทร์ไปหานายพลอัศวินมาใช่ไหม เธอปฏิเสธทันทีว่าเปล่า คุณหญิงสุดสวาทมองอย่างจ้องจับผิดก่อนจะถามย้ำว่าไม่ได้ไปแน่หรือ ดารินทร์ยืนยันว่าไม่ได้ไป ถ้าไปก็ต้องบอก จะโกหกทำไม

“เพราะเธอไปทำร้ายคุณอัศไง เธอก็เลยต้องโกหก”

ดารินทร์ขอร้องอย่ามาปรักปรำทำให้เสียหายแบบนี้ คุณหญิงสุดสวาทอ้างว่ามีหลักฐาน มีพยานรู้เห็น เธอรู้แก่ใจดีว่าอีกฝ่ายลักไก่ก็เลยว่ากระทบพวกคนใหญ่คนโตชอบเป็นโรคหูเบากันทุกคน

“ฉันไม่ได้เรียกเธอมาชวนทะเลาะ ฉันเรียกเธอมาเพื่อจะบอกว่า ถ้าคุณอัศเป็นอะไรไป ฉันเอาเรื่องเธอแน่” คุณหญิงสุดสวาทพูดจบลุกออกไป ดารินทร์มองตามสีหน้าเคร่งเครียด

พอพ้นประตูร้านอาหาร คุณหญิงสุดสวาทยิ้มสะใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่วางไว้ แมนซึ่งรออยู่หน้าร้านเข้ามาถามว่าจะไปไหนต่อ เธออารมณ์ดีขึ้นมาในบัดดล ชวนเขาไปหาอะไรอร่อยๆกินกัน

“ก็ดีครับ จะได้เลี้ยงอำลากันด้วย”

คุณหญิงสุดสวาทถึงกับชะงัก ขอร้องแมนอย่าใจร้ายทิ้งเธอไป เขาก็รู้ว่าเธอรักและหลงเขามากขนาดไหนขอเวลาอีกนิด เธอจะให้เขาในสิ่งที่เขาต้องการทุกอย่าง แมนมองแปลกใจ

“พี่จะเลิกกับท่านในขณะที่ท่านยังอยู่ในสภาพนี้หรือครับ แมนว่ามันจะไม่ดีนะครับ”

“เอาเถอะถึงเวลาแมนก็รู้เอง เอาเป็นว่าพี่จะทำในสิ่งที่แมนต้องการ” คุณหญิงสุดสวาทยิ้มมีเลศนัย

ooooooo

ด้วยความเป็นมืออาชีพ คุณรัตน์จัดการให้ศรศรีนักข่าวมือหนึ่งของช่อง Thai 10 นำทีมมาทำข่าวเบื้องหลังละครเล่ห์ร้ายสายสวาทถึงกองถ่าย ชญานนท์

ซึ่งแวะไปที่นั่นพอดีถึงกับออกปากชมคุณรัตน์ซึ่งกำลังยืนดูศรศรีทำข่าวอยู่กับคุณติ๊น่าว่าทำงานได้รวดเร็วทันใจดีมาก คุณติ๊น่าหันมาเห็นเขาก็ทักว่ามาคนเดียวหรือ

“ครับ มีอะไรหรือครับ”

“ดิฉันนึกว่าคุณนนท์มากับคุณมุกตาภา” คุณติ๊น่าพูดจบมองไปยังบริเวณถ่ายละคร ชญานนท์มองตามเห็นกลุ่มนักแสดงทยอยออกไป เผยให้เห็นมุกตาภายืนมองตรีอัปสรที่กำลังให้สัมภาษณ์ศรศรีอยู่

พอสัมภาษณ์เสร็จ ศรศรีเดินไปหาอรสินีกับกลุ่มนักแสดงคนอื่นๆ ตรีอัปสรหันมาเห็นมุกตาภายืนมองตาขวางถึงกับหยุดกึก ชญานนท์เห็นท่าไม่ดีรีบเดินไปหาสองสาวทันที...

มุกตาภาปรี่เข้าหาตรีอัปสรอย่างเอาเรื่อง ทั้งคู่เกือบจะเปิดศึกกันกลางกองถ่ายถ้าชญานนท์ไม่เข้ามาขวางเสียก่อน ถามตรีอัปสรเสียงเครียดว่าวันนี้มีคิวถ่ายอีกหรือเปล่า พอรู้ว่าไม่มี เขาหันไปบอกน้องสาว

“พี่ขอตัวนางเอกละครไปก่อนนะ...ไปครับ” ชญา–นนท์พูดจบจูงมือตรีอัปสรเดินลิ่วออกไป อรสินีกำลังให้สัมภาษณ์ศรศรีคู่กับเพชร หันมาเห็นพอดีถึงกับชะงัก...

ไม่นานนักชญานนท์พาตรีอัปสรมานั่งกินอาหารอยู่ในร้านอาหารกลางห้างฯหรูแห่งหนึ่ง เธออดกระเซ้าไม่ได้ว่า เพิ่งรู้ว่าเขาเคยเป็นกรรมการห้ามมวยมาก่อน

เมื่อวานก็จับเธอกับมุกตาภาแยกกันครั้งหนึ่งแล้ว วันนี้ก็อีกครั้ง ชญานนท์ทึ่งที่เธอยังมีอารมณ์ขันได้อีก ทั้งๆที่เกือบจะมีเรื่องกับมุกตาภา

“แล้วจะให้ตรีทำอย่างไรล่ะคะ เครียดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ยิ้มสู้ดีกว่าค่ะ”

“คิดได้แบบนั้นก็ดีครับ”

“เอ่อ ตรีขอถามอะไรนิดนะคะ...ตรีอยากรู้ว่าคุณนนท์จะกันคุณมุกให้ตรีไปจนถึงเมื่อไหร่คะ”

“ตลอดไป” ชญานนท์พูดแล้วก็อึ้งเองที่หลุดปากไปแบบนั้น

“ตลอดไปแปลว่าอะไรคะ มันตีความได้หลายอย่างนะคะ คุณมุกจะหาเรื่องตรีตลอดไปหรือคุณจะดูแลตรีตลอดไป” ตรีอัปสรมองสบตาเขาอย่างท้าทาย

“แล้วคุณคิดว่าน่าจะเป็นข้อไหนล่ะ” ชญานนท์มองตอบด้วยสายตากรุ้มกริ่มจนคนถูกมองต้องหลบตาอย่างเขินอาย...

ให้บังเอิญเหลือเกินที่สลิลทิพย์กับริสามาที่ห้างฯนี้เช่นกัน เดินผ่านร้านอาหารที่ชญานนท์กับตรีอัปสรกำลังกินข้าวกันอยู่ พอสลิลทิพย์เห็นทั้งคู่เต็มตาถึงกับของขึ้นจะเข้าไปเอาเรื่องให้ได้ ริสาต้องลากไปนั่งสงบสติอารมณ์ในร้านกาแฟซึ่งอยู่ห่างไปพอสมควร

เธอโวยลั่นว่ามาห้ามทำไม ริสาเตือนสติว่าอย่าให้อารมณ์มาทำให้ทุกอย่างเสียหายโดยเฉพาะกับอรสินี สลิลทิพย์ไม่เข้าใจลูกของเธอจะเสียหายได้อย่างไร

“หยุดเหวี่ยงวีน แล้วฟังฉันนะสลิล...สมมติว่ามีนักข่าวป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้แล้วเธอเข้าไปโวยวายแทนยัยอร มันก็จะกลายเป็นว่าแม่ของนางร้ายในละครหาเรื่องนางเอกที่มากินข้าวกับผู้บริหารช่อง แล้วฉันถามหน่อยเถอะ มีสื่อสำนักไหนที่รู้ว่าหนูอรชอบพออยู่กับคุณนนท์ แล้วเธอจะเข้าไปต่อว่าสองคนนั้นในฐานะอะไร”

สลิลทิพย์ครุ่นคิดคล้อยตาม จึงสงบปากสงบคำลงได้

ooooooo

ในเมื่อเล่นงานตรีอัปสรกับชญานนท์ไม่ได้ สลิลทิพย์พกพาอารมณ์บูดไปลงกับอรสินีแทนโวยวายว่าไปเจอชญานนท์นั่งกินข้าวอย่างมีความสุขอยู่กับตรี-อัปสรกลางห้างฯหรู อรสินีไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่บอกว่า

“อ๋อ ค่ะ”

สลิลทิพย์ถึงกับปรี๊ดแตก “อ๋อ ค่ะ...อ๋อ ค่ะ แกพูดได้เท่านี้เหรอยัยอร ฉันว่าคราวนี้ถึงตอนจบชีวิตรักของแกกับตานนท์แน่ๆ ฉันดูท่าทางสองคนนั่นเหมือนคู่รักที่รักกันปานจะกลืนกิน ผิดปากฉันไหม ตั้งแต่แรกที่แกเห็นดีเห็นงามให้มันใกล้ชิดกัน แล้วเป็นไง ตอนนี้สมใจแกแล้วที่ส่งเสริมให้ตานนท์ไปติดกับนังมารนั่น”

“คุณแม่คะ พี่นนท์ไม่ใช่เด็กแล้วก็ไม่ได้โง่นะคะ ถ้าพี่นนท์จะรักตรีจริงๆก็ไม่ใช่เพราะมารยาของตรีหรือเพราะอรหรอกค่ะ แต่เป็นเพราะพี่นนท์คิดดีแล้วที่จะเลือกตรี และที่สำคัญพี่นนท์ยังไม่ได้แต่งงานกับอรนะคะ เรายังไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง พี่นนท์มีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่พี่นนท์พอใจ” อรสินีอธิบายอย่างใจเย็น

“พอเถอะยัยอร แกจะดีผิดมนุษย์มนาไปถึงไหนยะ” สลิลทิพย์แดกดัน

“อรไม่ได้ดีไปกว่าคนอื่นหรอกค่ะแม่ เพียงแต่อรพยายามคิดแบบที่จะทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนอื่นให้น้อยที่สุดเท่านั้นเองค่ะ อรขอตัวไปอ่านบทก่อนนะคะ” อรสินีพูดจบ เดินขึ้นบ้าน สลิลทิพย์มองตามอย่างเจ็บใจที่ลูกไม่ได้ดั่งใจ ทันทีที่พ้นสายตาแม่ อรสินีร้องไห้อย่างกลั้นไม่อยู่ ต้องเอามือปิดปากไว้ไม่ให้เสียงลอดออกมา...

ขณะที่อรสินีถูกแม่ตัวเองซ้ำเติมให้ยิ่งเจ็บช้ำใจ ตรีอัปสรกลับถึงบ้านด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อเห็นแม่นั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องรับแขก เข้าไปถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่า

“นังคุณหญิงมันกำลังสงสัยเรา มันนัดเจอฉัน แล้วมันก็บอกว่ามันสงสัยว่าฉันทำร้ายคุณอัศ”

ตรีอัปสรตกใจ คุณหญิงสุดสวาทรู้ได้อย่างไร ดารินทร์เชื่อว่าสลิลทิพย์ต้องเป็นคนคาบเรื่องนี้ไปบอก เธอปลอบแม่ว่าคุณหญิงนั่นคงแค่จะขู่เราเท่านั้น อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ รับรองไม่มีใครรู้เรื่องนั้นแน่นอน

“นี่แกจะใจเย็นไปถึงไหนนะ ถ้าคุณอัศเกิดพูดได้ขึ้นมา แกกับฉันจบข่าวแน่”

“เอาเถอะแม่ ยังไงมันก็ไม่ใช่วันสองวันนี้แน่นอน”

“มีแต่เรื่อง ฉันจะบ้าตาย...โอย”

“ก็เรื่องผู้ชายของแม่ทั้งนั้น” ตรีอัปสรพูดจบ เดินหนีขึ้นบ้าน ดารินทร์ถึงกับอ้าปากค้าง ตะโกนไล่หลัง พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร เธอเดินต่อไปไม่สนใจ...

ค่ำวันเดียวกัน ชบาเห็นผัวตัวเองวันๆเอาแต่แบมือขอเงินซื้อเหล้าไม่คิดจะช่วยทำมาหากิน จึงยุส่งให้ไปขอเงินจากลูกสาวเป็นค่าเลี้ยงดู โดยให้จ่ายเป็นรายเดือน ไม่ใช่รับเงินมาแค่ก้อนเดียวแล้วจบ กล้าโวยลั่น ขอเงินกินเหล้าแค่นี้จะบ่นให้ได้อะไรขึ้นมา ให้เงินมาก็สิ้นเรื่อง ชบาไม่มีให้ ด่าสาดเสียเทเสียว่าเป็นผู้ชายแบบไหน ไม่ช่วยหาเงินแล้วยังมารีดไถเมียตัวเองอีก เป็นคนหรือเป็นแมงดากันแน่ กล้าโกรธจัดฮึดฮัดจะเอาเรื่อง

“ทำไมไอ้กล้า ฉันว่าแกเอาเวลาทะเลาะกับฉันไปหาลูกหาเมียเก่าแกจะดีกว่า แล้วก็เอาสมองไปด้วย อย่าไปตัวเปล่า หัวกลวงไปมันจะไม่ได้อะไรกลับมา” ชบาพูดจบสะบัดหน้าเข้าบ้าน กล้ามองตามสีหน้าครุ่นคิด
ooooooo

กล้าเห็นดีด้วยกับคำยุยงส่งเสริมของชบา บุกไปหาดารินทร์ที่ห้องเสื้อของเธอตั้งแต่เพิ่งเปิดร้าน บอกอย่างไม่อ้อมค้อมว่าต้องการให้ลูกจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูเป็นรายเดือน หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาเงินหมด

“ไม่เคยเลี้ยงลูก ไม่เคยส่งเสีย แต่ก็กล้ามาตักตวง รีดไถลูกนะ” ดารินทร์เบ้ปากอย่างรังเกียจ

“พูดอยู่นั่นแหละว่าฉันไม่เคยเลี้ยงมัน ตอนที่เธอทิ้งลูกไว้กับฉันแล้วออกไปเร่หาผัวใหม่น่ะ ลืมไปแล้วหรือไง...ฉันเลี้ยงมันอยู่ตั้งหลายปี มันก็ควรจะตอบแทนพระคุณพ่อมันบ้าง”

ดารินทร์จำต้องรับปากจะจ่ายเงินให้ แต่จำนวนเท่าไหร่ต้องขอคุยกับลูกก่อน กล้าเตือนจะจำนวนเท่าไหร่ อย่าให้น่าเกลียดก็แล้วกัน อย่าให้พ่อต้องฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูจากลูกให้มันฉาวโฉ่ เธอมองเขาด้วยความแค้นใจ

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของดารินทร์ ตอนนั้นเธอยังเป็นแค่เด็กสาวบ้านนอก เจอกล้าซึ่งยังหนุ่มแน่นหน้าตาหล่อเหลา เนื้อตัวสะอาดสะอ้านในร้านข้าวแกงริมถนนในแถวบ้านเกิดของตัวเอง ก็หลงรักเขาในทันที ด้วยความที่ยังอ่อนต่อโลก เธอยอมตกเป็นของเขาโดยหวังว่าเขาจะพาไปอยู่กรุงเทพฯเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น แต่ต้องผิดหวังอย่างแรงเมื่อดารินทร์ในสภาพท้องโย้มาถึงกรุงเทพฯ กลับพบว่าบ้านของกล้าอยู่ในสลัม

เสียงกล้าร้องเรียกทำให้ดารินทร์ตื่นจากภวังค์ เขาสั่งให้เธอเอาเงินมาให้จำนวนหนึ่งก่อนจะได้เอาไปซื้อเหล้า เธอรีบหยิบเงินให้ เขากระชากเงินมานับด้วยมืออันสั่นเทาเพราะอยากเหล้า

“รีบไปคุยกับตรีแล้วเอาเงินเดือนไปให้ฉันด้วย...ไม่เกี่ยวกับอันนี้” กล้าชูเงินปึกนั้นให้ดู ก่อนจะออกจากร้าน ดารินทร์มองตามเจ็บใจ...

ในเวลาเดียวกันที่กองถ่ายละคร “เล่ห์ร้ายสายสวาท” ฉากแรกของการถ่ายทำเป็นคิวที่นางร้ายกับผู้ช่วยนางร้ายของเรื่องกำลังรุมเล่นงานนางเอก ก่อนที่นางร้ายจะตบเธอล้มคว่ำ

ชญานนท์ยืนดูการแสดงฉากนี้อยู่กับคุณติ๊น่าและคุณรัตน์ ถามว่าตอนนี้บทเขียนจบหรือยัง พอรู้ว่าจบแล้วเขาขอคุยกับทั้งคู่ที่สถานีฯตอนช่วงบ่าย แล้วหันไปสนใจ การถ่ายทำต่อไป เห็นเพชรกำลังกอดเอวอรสินีในบทตัวร้ายไว้เพื่อกันไม่ให้ตามเข้าไปทำร้ายนางเอก ชญานนท์มองอย่างไม่พอใจ แต่พยายามเก็บอาการไว้

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน ชญานนท์เรียกคุณติ๊น่าและคุณรัตน์มาพบที่สถานีโทรทัศน์ช่อง Thai 10 เพื่อจะทักท้วงเรื่องที่บทโทรทัศน์ของละคร “เล่ห์ร้าย-สายสวาท” มีฉากตบตีกันมากเกินไป ทั้งคู่กลับเห็นตรงข้าม การมีฉากตบตีกันทำให้คนดูชอบ เรตติ้งก็จะสูงตามไปด้วย ทำให้เราขายโฆษณาได้มากขึ้น

“ทุกอย่างมีผลทั้งนั้นล่ะครับ ผลด้านดี ด้านร้าย ผมว่าเราควรจะตั้งอยู่ในความพอดี ไม่มากไปไม่น้อยไป”

“ละครเรื่องอื่นที่ดิฉันเคยทำมา มีตบกันมากกว่านี้อีกนะคะ ตบกันแย่งผู้ชาย ด่าทอเชือดเฉือน ก็เหมือนชีวิตจริงที่เกิดขึ้นนะคะ ละครก็ไม่ได้ต่างกับเรื่องจริง” คุณติ๊น่าอธิบาย

“คนอื่นเขาก็ทำกันนะคะ คุณนนท์” คุณรัตน์ช่วยเสริมอีกแรงหนึ่ง

“ผมก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้มีฉากนี้นะครับ แต่รบกวนคุณติ๊น่ากับคุณรัตน์อ่านบทให้ละเอียดแล้วก็ปรึกษากับผู้กำกับด้วย คนเราจะลงไม้ลงมือถึงขั้นตบตีก็น่าจะมีเหตุจูงใจให้มันแน่นหนาหน่อย ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ตบ ผมฝากด้วยนะครับ” ขาดคำมีเสียงเคาะประตูห้องประชุมดังขึ้น ทุกคนหันไปมองเห็นมุกตาภาเดินเข้ามา

“มุกมาช้าไปหรือเปล่าคะ รบกวนพี่นนท์ช่วยให้คุณรัตน์เล่าเรื่องที่ประชุมกันให้มุกฟังใหม่ได้ไหมคะ”

ชญานนท์มองคุณรัตน์เป็นเชิงขอร้อง เธอยิ้มให้อย่างเข้าใจ...

หลังจากเคลียร์งานเรียบร้อย ชญานนท์แวะไปหา อรสินีที่บ้านเพื่อชดเชยที่เมื่อคืนปล่อยให้เธอรอจนดึกดื่นกว่าจะมาหา เจออติรุจที่เพิ่งลงบันไดมาพอดี ร้องถามว่าอรสินียังไม่กลับหรือ คุณน้าสลิลทิพย์ไปรับหรือเปล่า

“ยังไม่กลับ คุณแม่ไม่ได้ไปรับหรอกติดประชุม”

“แล้วใครไปรับล่ะ คุณน้าริสาหรือเปล่า”

อติรุจยังไม่ทันตอบคำถาม ได้ยินเสียงรถแล่นมาจอด “พูดถึงก็มาพอดีเลย”

ชญานนท์ดีใจรีบออกไปหา แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นอรสินีเดินมากับเพชรซึ่งเห็นเขาเข้าร้องทักไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่ ชญานนท์ทักตอบไม่คิดว่าจะเจอเพชรเช่นกัน

“ผมกับอรแสดงละครด้วยกันนะครับ แล้วผมกับอรรู้จักกันมาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เราสนิทกันมานานแล้วครับ” เพชรเล่าอย่างอารมณ์ดี อรสินีรีบตัดบทถามชญานนท์ว่ามีธุระอะไรกับเธอหรือเปล่า คนถูกถามถึงกับชะงักพยายามข่มความน้อยใจเอาไว้

“วันนี้พี่ว่างก็เลยตั้งใจจะมาคุยกับน้องอรน่ะค่ะ”

อติรุจออกมาบอกว่าอาหารพร้อมแล้ว จะได้คุยกันไปกินข้าวกันไปด้วย แล้วหันมาเห็นเพชร “อ้าว เพชรมาส่งน้องอรหรือ ขอบใจมากนะ”

“ไม่เป็นไรครับ ให้ผมรับส่งทุกวันก็ได้นะครับ เพราะอย่างไรก็ต้องไปถ่ายละครด้วยกันอยู่แล้ว”

“ยังไงก็ต้องขอบใจล่ะ จะกลับเลยหรือเปล่า” อติรุจพยายามไล่ทางอ้อม อรสินีรีบบอกว่าเธอชวนเพชรกินข้าวด้วย แล้วเดินนำเขาไปที่โต๊ะอาหาร อติรุจตบไหล่ชญานนท์ที่ยืนอึ้งอย่างปลอบใจ แล้วดึงเขาตามไป...

ตรีอัปสรทุกข์ใจมากเมื่อรู้จากแม่ว่าพ่อมาทวงค่าเลี้ยงดู เป็นกังวลไปหมด ถ้าเกิดพ่อไม่พอใจกับจำนวนเงินที่เราให้ แล้วเอาเรื่องที่เธอเป็นลูกไปแฉ เธอคงหมดอนาคตแน่นอน ดารินทร์เครียดจัดถึงกับกุมขมับ

“มีแต่เรื่อง โอย มันอะไรกันนักหนาเนี่ย เรื่องคุณอัศก็ยังไม่จบ เรื่องพ่อแกก็โผล่เข้ามาอีก”

“แล้วเราต้องให้คำตอบพ่อเมื่อไหร่แม่”

“ก็ 2-3 วันนี้แหละ”

ตรีอัปสรพยักหน้ารับรู้ จังหวะนั้นปิ๋มเข้ามารายงานตรีอัปสรว่าพรุ่งนี้กองถ่ายนัดเที่ยง ดารินทร์มองเธออย่างหมั่นไส้ แล้วแดกดันว่าขยันขันแข็งยิ่งกว่าตอนทำงานบ้านเสียอีก

“ค่ะ ปิ๋มชอบ ปิ๋มรู้เลยนะคะว่าปิ๋มเกิดมาเพื่อเป็นผู้จัดการคุณตรี” ปิ๋มยิ้มภูมิใจ...

ที่บ้านวัณณุวรรธน์ หลังจากกินมื้อค่ำเสร็จ อรสินีนำกาแฟกับขนมเค้กมาเสิร์ฟโดยมีเพชรเสนอหน้าเป็นตัวช่วย อติรุจหาทางแยกเพชรที่ตามติดอรสินีแจ เพื่อเปิดทางให้ชญานนท์ได้อยู่กับเธอตามลำพัง จึงแต่งเรื่องว่าเมื่อตอนเย็นเห็นชญานนท์บอกว่าจะชวนน้องอรไปดูของไม่ใช่หรือ ทีแรกคนถูกถามยังงงๆ สักพักสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเข้าใจ แต่ยังงอนอรสินีที่มีเพชรตามติดเป็นเงา

“น้องอรมีแขกแบบนี้ เอาไว้ก่อนดีกว่า”

“ใช่ครับผมเห็นด้วย วันนี้ถ่ายละครมาทั้งวันแล้ว พรุ่งนี้ก็มีถ่ายแต่เช้า” เพชรเสนอหน้าอีกครั้ง

ชญานนท์ทนต่อไม่ไหว ขอตัวกลับก่อน อติรุจบอกให้อรสินีไปส่งเขาที่รถ แล้วอาสาจะนั่งเป็นเพื่อนเพชรให้เอง ชญานนท์เดินพ้นห้องอาหารได้ไม่กี่ก้าว ก็หันไปบอกอรสินีด้วยความน้อยใจว่าส่งแค่นี้ก็พอ เดี๋ยวพระเอกจะรอนาน เธอไม่เข้าใจว่าเขาโกรธเธอทำไมในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิด

“น้องอรไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกค่ะ พี่นนท์ผิดเอง ผิดที่ทำใจเห็นน้องอรสนิทสนมกับนายเพชรนั่นไม่ได้”

“ถ้าพี่นนท์เชื่อใจอร พี่นนท์ก็จะทำใจได้ค่ะ เหมือนที่อรเชื่อใจพี่นนท์ ไม่ว่าจะมีอะไรอรก็เชื่อใจพี่นนท์”

ชญานนท์ถึงกับอึ้งมองสบตาอรสินีนิ่ง ในที่สุดก็อดใจไม่ไหวดึงเธอมากอด กระซิบเบาๆว่ารักเธอมาก อรสินีขยับตัวออกห่าง ก่อนจะตัดบทกล่าวราตรีสวัสดิ์ เขามองเธออย่างอาวรณ์แล้วตัดใจเดินจากไป...

ขณะที่ความรักระหว่างอรสินีกับชญานนท์เริ่มปรากฏรอยร้าว ตรีอัปสรเห็นรูปถ่ายในมือถือของปิ๋ม มีภาพของเพชรกับอรสินีอยู่หลายภาพที่ออกแนวหวานแหวว ราวกับเป็นคู่รักกัน รีบยุส่ง

“เอาไปโพสต์ไว้เลย ถ่ายรูปดีๆแบบนี้ต้องโชว์ เผื่อมีคนเห็นแวว แกรวยแน่”

ooooooo

ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง มุกตาภาบ่นให้แพรวกับวุฒิฟังด้วยความอึดอัดใจว่าทำอะไรตรีอัปสรไม่ได้เลย เพราะพี่ชายคอยคุมคอยกันนังนั่นอยู่ตลอดเวลา

“พี่นนท์เขาพยายามจะแยกยัยตรีนั่นให้มุกไง”

มุกตาภาไม่เห็นว่าแผนการนี้ของพี่ชายจะได้ผล เธอยังเห็นตรีอัปสรแอบไปหาณเดชย์อยู่ เธอจะสบายใจ

ได้ก็ต่อเมื่อเขาเลิกยุ่งเกี่ยวกับนังนั่นแล้วแต่งงานกับเธอ วุฒิอาสาจะไปถามณเดชย์เรื่องงานแต่งงานให้

“มุกอุตส่าห์ยอมโดนด่าให้แก้บทคุณวุฒิ ช่วยทำอะไรให้มันคุ้มกับที่มุกเสี่ยงช่วยหน่อยได้ไหมคะ”

“ตามสืบเรื่องของตรีอัปสรไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับ ตรีอัปสรแทบจะไม่สนิทกับใครเลยในกองถ่าย...เอ่อ คุณมุกเคยบอกผมว่าเก็บความลับสำคัญของตรีอัปสรไว้เรื่องหนึ่งไม่ใช่หรือครับ”

“เรื่องนั้นเอาไว้ขยี้ตอนจบ หลังจากมุกจัดการให้มันเจ็บตัวก่อนแล้วค่อยให้มันเจ็บใจจนกระอักเลือด... คุณวุฒิ พรุ่งนี้มีถ่ายละครหรือเปล่าคะ มุกขอดูคิวแล้วก็ขอดูบทที่จะถ่ายหน่อยสิ แล้วพรุ่งนี้มุกเอาไปให้ที่กองถ่าย” มุกตาภายิ้มร้าย ขณะที่แพรวกับวุฒิมองสงสัยว่าเธอคิดจะทำอะไรกันแน่...

จากนั้น มุกตาภาเอาบทที่ได้จากวุฒิกลับมาอ่านที่บ้านอย่างละเอียด พลันเหตุการณ์ตอนที่คุณรัตน์สรุปเรื่องที่ชญานนท์เรียกเธอและคุณติ๊น่ามาประชุมให้ฟังคร่าวๆว่า

“คุณนนท์ให้เราไปทบทวนบทโทรทัศน์ค่ะ ถ้ามีฉากตบตี ทำร้ายร่างกายกันแบบไม่มีเหตุผลก็ให้ตัดออก”

มุกตาภายิ้มสะใจเมื่อนึกถึงคำพูดนี้ “ในละครมันอาจจะไม่มีเหตุผล แต่ฉันมีเหตุผลแน่” แล้วตั้งใจอ่านบทต่อไป ในที่สุดเธอก็เจอว่ามีอยู่ฉากหนึ่งที่จะต้องถ่ายทำในวันพรุ่งนี้ เป็นฉากที่ทักษิกานางร้ายของเรื่องใช้มีดแทงนางเอกด้วยความแค้นใจ มุกตาภามัวแต่สะใจกับแผนร้ายที่เตรียมไว้ให้ตรีอัปสร ไม่ทันเห็นชญานนท์เข้ามาดูเธอที่กำลังสนใจบทด้วยท่าทางร้ายๆก่อนจะสะกิดเรียก มุกตาภาถึงกับสะดุ้งโหยง

“พี่นนท์ มุกตกใจหมดเลยค่ะ”

“ก็มุกใจลอยไปไหนล่ะ คิดอะไรอยู่ แล้วนึกอย่างไรถึงได้เอาบทมาอ่าน”

หญิงสาวอ้างว่าเห็นคุณรัตน์บอกว่าเขาอยากให้ตัดฉากรุนแรงเกินเหตุออกไปก็เลยจะช่วยเช็กให้ ชญานนท์มองอย่างจับผิด ถ้าเป็นแบบที่เธอว่าจริงๆก็ดี เธอทำไก๋ ถ้าไม่ใช่แบบนั้นแล้วจะให้เป็นแบบไหน

“พี่ว่ามุกน่ะรู้ดีที่สุด พักนี้มุกหาเรื่องตรีอัปสรโดยไม่แคร์ว่าจะเป็นข่าว พี่เหนื่อยกับการไล่จับมุกแล้วนะ”

มุกตาภารับรองจะไม่ทำอย่างนั้นอีก ชญานนท์มองเธอไม่ค่อยวางใจนัก ก่อนจะผละจากไป

ooooooo

สายวันรุ่งขึ้น มุกตาภาแอบไปที่กองถ่ายละครแล้วโทร.ตามวุฒิมายังมุมปลอดคน ก่อนจะยื่นซองยาวๆ ซองหนึ่งให้ เขาหยิบของในซองขึ้นมาดู เห็นมีดปอกผลไม้คมกริบ

“เอาไปวางเข้าฉากแทนของที่ฝ่ายฉากทำให้ด้วยค่ะ” มุกตาภายิ้มเหี้ยม...

ครู่ต่อมา วุฒิแอบเข้าไปในฉากที่เซตเป็นห้องครัว เห็นมีดปลอมที่วางเข้าฉากอยู่ เขาเปลี่ยนเอามีดจริงวางไว้แทนแล้วรีบหลบออกไป เป็นจังหวะเดียวกับตรีอัปสร อรสินีเข้ามาพร้อมกับผู้กำกับและทีมงาน หลังจากซ้อมบล็อกกิ้งกันเรียบร้อย ผู้กำกับหันมาทางอรสินี

“แทงให้เหมือนจริงเลยนะหนูอร มีดมันงอได้ ยังไงหนูตรีก็ไม่เจ็บหรอก”

“ค่ะ”

“เล่นเต็มที่เลยค่ะคุณอร ไม่ต้องห่วงตรี” สิ้นเสียงตรีอัปสร ผู้กำกับสั่งให้แอ็กชั่น

ooooooo

ปีกมงกุฎ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด