ตอนที่ 10
มุกตาภาเปิดประตูห้องพักฟื้นของนายพลอัศวินเข้ามาโดยไม่เคาะก่อน พยาบาลพิเศษที่เฝ้าอยู่หันขวับมามอง พอเห็นว่าเป็นใครก็คลายความตกใจ มุกตาภากวาดตาไปรอบห้องก่อนจะถามเธอว่าณเดชย์อยู่ไหน
“กลับไปแล้วค่ะ เพิ่งกลับไปสักครู่นี่เอง”
“โทษนะคะ คุณนะออกไปกับคุณตรีใช่ไหมคะ” มุกตาภาจำใจเรียกศัตรูว่าคุณ ทั้งที่อยากเรียกจิกหัว
“ใช่ค่ะ คุณตรีอัปสรที่เป็นนางสาว ณ สยามค่ะ ดิฉันเพิ่งเคยเห็นตัวจริง สวยนะคะ คุณตรีอัปสรเธอเป็นเพื่อนคุณณเดชย์หรือคะ...” พยาบาลยังพูดไม่ทันจบ มุกตาภาจ้ำอ้าวออกไปเสียก่อน...
ไม่นานนัก มุกตาภาก็กลับถึงบ้าน ทนความเสียใจไม่ไหวทรุดตัวลงนั่งน้ำตาร่วงอยู่ตรงบันไดทางเข้าตึกใหญ่ ชญานนท์ได้ยินเสียงเธอร้องไห้สะอึกสะอื้น เข้ามากอด
ปลอบใจ ก่อนจะประคองไปนั่งในห้องรับแขก
“พี่นนท์ มุกเจ็บ...เจ็บใจ พี่นนท์ มุกได้ยินเสียงนังตรีมันอยู่กับคุณนะที่โรงพยาบาลค่ะพี่นนท์ แล้ว...คุณนะก็พูดว่าผมดีใจนะที่ตรียืนอยู่ข้างๆผม ในวันที่ผมต้องการกำลังใจ...แล้วมุกล่ะ มุกยืนอยู่ตรงไหน มุกก็ยืนอยู่ข้างคุณนะตลอด แต่คุณนะไม่เคยเห็นมุกเลย ไม่เคยมองมุกเลยค่ะ” มุกตาภาคร่ำครวญน้ำตานองหน้า ชญานนท์ดึงน้องสาวมากอดไว้แนบอกด้วยความสงสาร
“มุกอยากถอนหมั้นมุกอยากถอนหมั้นแล้วค่ะพี่นนท์มุกทนอยู่ในสภาพนี้ไม่ไหวแล้วถ้าไม่มีนัง
ตรีอัปสรมุกก็คงไม่มีสภาพแบบนี้...มุกอยากถอนหมั้นแต่มุกตัดใจจากคุณนะไม่ได้” มุกตาภาร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจชญานนท์สีหน้าเคร่งเครียดต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือน้องสาว
ooooooo
ดารินทร์ต่อว่าลูกยกใหญ่ที่เพิ่งมาบอกว่านายพลอัศวินอาการดีขึ้นทำท่าจะพูดได้ทั้งๆที่ควรบอกตั้งแต่เมื่อคืนตรีอัปสรไม่เห็นว่าจะต่างกันตรงไหนจะบอกเมื่อคืนหรือบอกตอนนี้เพราะแม่คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
“แล้วนี่แกก็ยังนิ่งเฉยอยู่ได้ยังไงเนี่ยถ้าคุณอัศดีขึ้นต้องทวงสัญญากับแกแน่ยัยตรีคุณหญิงมันก็ต้องจี้ถามเรื่องเงิน 10 ล้านแล้วถ้าคุณอัศบอกคราวนี้ล่ะยัยตรีเอ๊ยนังคุณหญิงมันกระจายข่าวรู้กันทั้งประเทศแน่”
ตรีอัปสรชักจะใจคอไม่ดีถ้าเกิดมีข่าวแย่ๆออกมาตอนตัวเองกำลังเล่นละครมีหวังหมดอนาคตแน่ดารินทร์ปลอบใจลูกให้ใจเย็นๆตนเคยบอกแล้วว่านายพลอัศวินจะไม่มีวันพูดเรื่องนี้เด็ดขาด
“แม่จะทำอย่างไร”
ดารินทร์ยังไม่ทันจะตอบคำถามปิ๋มเข้ามารายงานเสียก่อนว่ามีแขกมาขอพบตรีอัปสร...
ตรีอัปสรดูจะไม่แปลกใจเมื่อมาถึงห้องรับแขกแล้วพบชญานนท์รออยู่เธอแอ๊บแบ๊วเอียงคอถามว่าวันนี้จะมาคุมเธออีกหรือเขาปฏิเสธว่าไม่ได้มาคุมเธอมองเขาเขม็ง
“ขอพูดอะไรแบบตรงๆได้ไหมคะ”
“ได้ครับแต่ขอกาแฟกับขนมปังสักชิ้นก่อนได้ไหมผมยังไม่ได้กินอะไรมาเลย” ชญานนท์ออดอ้อนตรีอัปสรยิ้มปลื้มที่เขาทำราวกับเธอเป็นคนคุ้นเคย...
ครู่ต่อมากาแฟพร้อมด้วยแซนด์วิชถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะสนามหน้าบ้านตรีอัปสรหยิบแก้วกาแฟยื่นให้ชญานนท์ซึ่งรับทั้งถ้วยกาแฟทั้งมือคนส่งไว้อย่างเจตนาสองคนสบตากันนิ่งงันหญิงสาวยิ้มเขินก่อนจะดึงมือกลับเขาเสยกแก้วกาแฟขึ้นจิบเพื่อเช็กความรู้สึกของอีกฝ่ายพอจะมองออกว่าเธอเองก็มีใจให้
“เมื่อครู่นี้คุณบอกว่ามีอะไรจะพูดกับผมตรงๆ”
“คุณมาคุมตรีเพราะคิดว่าตรีจะไปยุ่งเกี่ยวกับคุณนะคู่หมั้นน้องสาวคุณใช่ไหมคะ”
“ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นล่ะ”
ตรีอัปสรอธิบายว่าเพราะทุกครั้งที่ชญานนท์มาหามักจะเกิดขึ้นหลังจากที่เธอไปเยี่ยมนายพลอัศวินแล้วได้เจอมุกตาภาเขาถามว่าเมื่อวานเธอไปเยี่ยมนายพลอัศวินแล้วได้เจอมุกตาภาหรือเปล่าเธอส่ายหน้า
“ถ้างั้นสมมติฐานของคุณก็ผิดแล้วและที่สำคัญผมจะบอกคุณว่าผมจะเลิกใช้สูตรของคุณแล้วมาใช้สูตรของผม” ชญานนท์ยิ้มเจ้าเล่ห์ตรีอัปสรอยากรู้ว่าสูตรอะไรเขาส่ายหน้าไม่ยอมบอกขอให้เธอรู้แค่ว่าเป็นสูตรที่ทำด้วยใจก็พอตรีอัปสรขอร้องเขาอย่าพูดอะไรที่ทำให้เธอคิดเข้าข้างตัวเองเธอไม่อยากเข้าใจอะไรผิดๆ
“ไหนบอกผมสิว่าคุณเข้าใจอะไรผมจะได้บอกว่าผิดหรือถูก” ชญานนท์มองกรุ้มกริ่ม
“ไม่ล่ะค่ะคุณบอกตรีมาเลยดีกว่าว่าคุณคิดอะไรอยู่”
“เย็นนี้ผมจะบอกโอเคไหม” ชญานนท์เห็นหญิงสาวส่งสายตาหวานฉ่ำแทนคำตอบก็พอใจ “ตอนบ่ายผมจะไลน์มาบอกว่าเราจะเจอกันที่ไหนนะครับเดทแรกของเราแบบไม่รับไม่ส่งนะครับ”
“ไม่มีปัญหาค่ะตรีขับรถไปเองได้”
ชญานนท์ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูตรีอัปสรว่าให้ขับรถดีๆ...
การพบกันครั้งนี้สร้างความปลาบปลื้มใจให้ตรีอัปสรมากกลับถึงห้องตัวเองคว้าตุ๊กตาหมีเป็นหนึ่งขึ้นมากอดพลางถามว่าชญานนท์กำลังคิดอะไรกับเธอกันแน่นี่จะเป็นเดทแรกของเธอกับเขาจริงๆหรือรีบไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดที่คิดว่าสวยที่สุดมาทาบกับตัวดารินทร์เข้ามายืนมองลูกสาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะว่าประชดว่าร่าเริงเกินไปหรือเปล่าแล้วเตือนว่าชญานนท์มีอรสินีอยู่แล้วลูกก็น่าจะเห็นตรีอัปสรขอให้แม่ลองคิดในทางกลับกันดูบ้างถ้าชญานนท์มีอรสินีอยู่แล้วทำไมถึงยังมาหาเธออีก
“คุณนนท์กับคุณอรยังไม่ได้หมั้นยังไม่ได้แต่งงานกันเขามีสิทธิ์เลือกมีสิทธิ์เปลี่ยนใจนะคะแม่”
“แกรักคุณนนท์หรือยัยตรี”
หญิงสาวไม่ยอมตอบคำถามขอตัวไปอาบน้ำอ้างว่ามีคิวถ่ายละครแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเดินลิ่วเข้าห้องน้ำ
ooooooo
บ่ายนี้มีคิวที่นางเอกกับนางร้ายต้องเข้าฉากด้วยกันโดยมีวรัญญาสวมบทเป็นผู้ช่วยนางเอกส่วนภารดีรับบทเป็นผู้ช่วยนางร้ายการแสดงของสาวๆพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแค่เทกเดียวก็ผ่านฉลุย
หลังจากผู้กำกับสั่งคัตสาวๆต่างแยกย้ายกันไปนั่งพักอึดใจโอเข้ามาแจ้งคิวแสดงในฉากต่อไปให้ทุกคนทราบอรสินีภารดีและวรัญญารีบหยิบบทขึ้นมาดูปิ๋มเห็นตรีอัปสรเพิ่งตามเข้ามากุลีกุจอหยิบบทให้แล้วเปิดสมุดโน้ตเพื่อดูรายละเอียดก่อนจะแจ้งเจ้านายสาวว่าฉากนี้ต้องเปลี่ยนชุดภารดีหันมาแขวะทันที
“ต๊ายเก่งนะยะจากคนใช้ขยับขึ้นมาเป็นผู้ติดตามตอนนี้พัฒนาขึ้นมาเป็นดูรายละเอียดของเจ้านายในเวลาอันรวดเร็ว”
“อีกหน่อยก็จะเป็นผู้จัดการส่วนตัวค่ะ” ปิ๋มพาซื่อไม่รู้ว่าถูกแดกดันตรีอัปสรแขวะภารดีกลับว่าคงอยู่ไม่ทันเห็นปิ๋มเป็นผู้จัดการของตนยัยตัวแสบถามอย่างเอาเรื่องพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไรเธอปรายตามองเชิดๆแต่ยังไม่ทันจะตอบอะไรทีมงานเข้ามาเร่งให้ตรีอัปสรกับอรสินีเปลี่ยนเสื้อเตรียมเข้าฉากต่อไป...
ชญานนท์แวะมาเยี่ยมกองถ่ายทันได้ดูการถ่ายทำพอดีอรสินีผู้สวมบทเป็นนางร้ายของเรื่องต้องเข้าฉากกับเพชรในฐานะพระเอกพร้อมกับตรีอัปสรฉากนี้นางร้ายต้องออดอ้อนพระเอกมีจับมือถือแขนกันด้วยเมื่อถ่ายทำได้ตามต้องการมีนก็สั่งคัตแต่เพชรยังคงจับมืออรสินีไว้ไม่ยอมปล่อยชญานนท์มองอย่างไม่พอใจ
“พักกองกินข้าวเที่ยงก่อนให้เวลา 1 ชั่วโมงค่ะ” สิ้นเสียงโอทุกคนต่างวางมือจากสิ่งที่ทำตรงไปยังโต๊ะอาหารที่แม่บ้านกองถ่ายจัดเตรียมไว้ชญานนท์เห็นอรสินีเดินไปทางห้องน้ำตามลำพังแอบเดินตามเธอหันมาเห็นเขาเข้าก็ยิ้มให้ด้วยความดีใจเขาหงุดหงิดจากที่เห็นเธอจับมือถือแขนกับเพชรตอนถ่ายละครพาลงอนใส่
“พี่ไม่พอใจพี่ไม่อยากให้อรเล่นละครกับนายเพชร”
“แล้วพี่นนท์ให้อรเซ็นสัญญาเล่นละครทำไมล่ะคะ”
ถ้าชญานนท์รู้ว่าเพชรจะมาเป็นพระเอกคงไม่ชวนเธอเซ็นสัญญาเล่นละครเรื่องนี้อรสินีอธิบายอย่างใจเย็นว่าเธอไม่ใช่นางเอกถึงอย่างไรตอนจบก็ไม่ได้คู่กับพระเอกชญานนท์ดูจะคลายความกังวลลงไป
“ความเชื่อใจความไว้ใจจะทำหน้าที่ประคองความรักให้แข็งแรงและเป็นภูมิคุ้มกันให้ความรักยั่งยืนค่ะ”
“ให้กำลังใจพี่หรือคะ”
“ให้กำลังใจตัวเองด้วยค่ะ” อรสินีมองสบตาชายคนรักก่อนจะยิ้มให้กันอย่างเข้าอกเข้าใจ
ooooooo
ระหว่างที่ทุกคนนั่งกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตาเพชรไม่เห็นอรสินีอยู่ด้วยก็ถามหาภารดีแซวว่าพระเอกเป็นห่วงนางร้ายด้วยหรือเขาแก้ตัวว่าเห็นทุกคนมาครบหมดแล้วขาดอรสินีเพียงคนเดียวก็เลยถามถึงไม่มีอะไรเป็นพิเศษอรสินีเดินเข้ามาในห้องอาหารกับชญานนท์พอดีภารดีเหลือบไปเห็นไม่วายปากเสีย
“ไปซุ่มอยู่กับผู้บริหารสถานีฯนี่เอง”
“พูดถึงคนอื่นให้มันดีๆหน่อยยัยหนูดีกะอีแค่เขาเดินมาด้วยกันไม่ได้ซุ่มไม่ได้ซ่อนอะไรสักนิด”
“เดือดร้อนแทนขึ้นมาทันทีเลยนะยะยัยรัญ”
ตรีอัปสรหมดอารมณ์จะกินรวบช้อนส้อมทันทีเป็นจังหวะเดียวกับอรสินีและชญานนท์มาถึงโต๊ะอาหารแม่บ้านกองถ่ายเข้ามาถามเจ้านายว่าจะกินข้าวที่นี่เลยไหมแล้วชี้ไปที่โต๊ะของเหล่านางงาม
“ไม่ล่ะครับผมต้องรีบเข้าสถานี...ขอตัวก่อนนะครับทุกคน” ชญานนท์โปรยยิ้มให้
“แหมนึกว่าจะได้มีโอกาสร่วมโต๊ะกับผู้บริหารสักมื้อเสียอีกสงสัยหนูดีจะไม่มีบุญเหมือนคนอื่น”
“กินข้าวกับผมไม่ถึงกับต้องมีบุญหรอกครับวันเลี้ยงปิดกล้องเราก็ได้กินข้าวด้วยกันแล้วครับกลับแล้วครับแล้วเจอกันครับ” ชญานนท์มองเลยไปยังตรีอัปสรแต่ทำเหมือนบอกลาทุกคนก่อนจะเดินจากไป...
ในเวลาต่อมาขณะที่ชญานนท์เดินคุยกับคุณติ๊น่ามาตามทางเดินจะออกจากสถานที่ถ่ายทำละครเจอคุณรัตน์เดินสวนเข้าร้องทักว่ามีอะไรหรือเปล่าถึงมาที่นี่เธอรายงานว่าวันนี้มุกตาภามีงานต้องคุยกับฝ่ายประชาสัมพันธ์แต่กลับเงียบหายโทร.ติดต่อก็ไม่ได้ชญานนท์นิ่งไปอึดใจก่อนจะแก้ตัวให้น้องสาวว่าเมื่อคืนเธอไม่ค่อยสบายสงสัยจะลืมโทร.เลื่อนนัดแถมลืมเปิดมือถืออีกด้วยฝาก
คุณรัตน์ขอโทษทุกคนที่เข้าประชุมด้วย
“คืนนี้ผมจะบอกให้มุกให้โทร.หาคุณรัตน์จะได้นัดกันใหม่...ผมไปก่อนนะครับพี่ติ๊น่า”
“ค่ะไม่ต้องห่วงทางนี้นะคะพี่ติ๊น่าทำให้เต็มที่ค่ะ”
คุณรัตน์รอจนชญานนท์ลับสายตาจึงหันไปถามคุณติ๊น่าว่าวันนี้ถ่ายได้ตามคิวไหมเธอพยักหน้าแทนคำตอบและรับรองเป็นมั่นเป็นเหมาะละครเรื่องนี้จะต้องปิดกล้องได้ตามกำหนดแน่นอน...
คนที่คุณรัตน์ถามถึงกำลังเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้แพรวฟังด้วยสีหน้าเซ็งสุดๆแพรวขอร้องเพื่อนอย่ายอมให้ณเดชย์หรือใครมาทำให้เธอเสียหายทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว
“คอยดูนะถ้าพี่นนท์ยังไม่ทำอะไรให้นังตรีอัปสรแยกจากคุณนะล่ะก็มุกจะอาละวาดให้มันฉาวโฉ่ไปเลยเอ่อ...แล้วนี่วุฒิล่ะไปเข้าฉากบ้างหรือยัง”
“ยังเลยเห็นว่าบทยังเขียนไม่ถึงตอนที่มีวุฒิเลย”
“อะไรกันเนี่ยแล้วเมื่อไหร่จะไปสอดส่องสืบให้มุกได้ล่ะเดี๋ยวมุกจัดการเอง”...
หมดคิวแสดงของอรสินีและตรีอัปสรแล้วโอจึงบอกให้ทั้งคู่กลับบ้านได้ตรีอัปสรสั่งให้ปิ๋มเก็บข้าวของแล้วพากันออกไปภารดีมองตามหมั่นไส้ด่าไล่หลังว่าทำเป็นเชิดหน้าคอตั้งไม่รู้จักบอกลาใครสักคนอรสินีเก็บของเสร็จพอดีหันมาบอกลาทุกคนแล้วผละจากไปเพชรรีบลุกตามขณะที่ภารดีไม่วายเม้าท์
“กลัวจะโดนด่าลับหลังรีบบอกลาเชียว”
“ลาหรือไม่ลาก็โดนหมดนั่นล่ะ” วรัญญาเบ้ปากใส่ยัยตัวแสบยังไม่ทันจะขยับปากด่าโอเข้ามาเสียก่อน
“เปลี่ยนชุดทบทวนบทแล้วไปที่หน้าฉากเลยค่ะอย่าช้าเดี๋ยวจะโดนพี่ติ๊น่าเหวี่ยงและโดนคุณมีนด่าค่ะ”...
ด้านเพชรตามอรสินีทันที่หน้าสถานที่ถ่ายละครขอให้เธอรอเขาถ่ายฉากนี้เสร็จก่อนเขาจะได้ไปส่งเธอที่บ้านอรสินีกลับด้วยไม่ได้วันนี้นัดคุณแม่มารับขาดคำมีเสียงริสาดังสวนขึ้นว่าวันนี้สลิลทิพย์ไม่ว่างก็เลยให้ตนมารับแทนแล้วชวนอรสินีกลับกันเลย
“คุณแม่ไปไหนหรือคะคุณป้า”
“ติดคุยงานกับลูกค้าจ้ะแล้วเห็นบอกว่าจะไปโรงพยาบาลต่อ”
ooooooo
ในเวลาเดียวกันที่ห้องพักฟื้นไข้ของนายพลอัศวินดารินทร์รอให้พยาบาลซึ่งมาเช็ดตัวคนป่วยออกไปเสียก่อนจึงเดินเข้ามาหานายพลอัศวินที่นอนมองตาแป๋วอยู่บนเตียงซึ่งส่งเสียงอยู่ในลำคอเหมือนจะเรียกชื่อเธอดารินทร์มองตอบด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะต่อว่าเป็นชุด
“ยัยตรีเล่าเรื่องคุณให้ฉันฟังแล้วคุณทำแบบนี้กับฉันกับลูกฉันได้อย่างไรถ้าวันนั้นรถคุณไม่คว่ำคุณก็ทำลายลูกฉันทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่ฉันมีให้คุณใช่ไหมถึงฉันจะเป็นเมียน้อยไม่มีค่าไม่มีราคาในสายตาใครแต่ฉันไม่เคยคิดจะทรยศหักหลังหรือสวมเขาให้คุณแบบที่คุณหญิงสุดสวาททำ”
สายตาของนายพลอัศวินที่มองดารินทร์ไม่มีแววสำนึกผิดแม้แต่น้อยยิ่งทำให้เธอขุ่นเคืองใจมาก
“ดูท่าทางคุณไม่ได้สำนึกผิดเลยนะคุณอัศฉันอยากรู้จริงๆว่าถ้าคุณหายดีแล้วคุณจะบอกคนที่บ้านคุณว่าอย่างไรเรื่องที่คุณขับรถไปคว่ำ” ดารินทร์ไม่พูดเปล่าหยิบหมอนที่เขาวางขาอยู่ขึ้นมาถือไว้
“ฉันเคยคิดว่าคุณจะเป็นชายคนสุดท้ายในชีวิตฉัน... ฉันจะอยู่กับคุณรักคุณซื่อสัตย์กับคุณแต่ฉันลืมคิดไปว่าสันดานผู้ชายให้เจอผู้หญิงดีสมบูรณ์แบบแค่ไหนมันก็ไม่มีวันหยุดโดยเฉพาะผู้ชายแบบคุณสันดานมักมากไม่รู้จักอิ่มไม่รู้จักพอไม่มีความยับยั้งชั่งใจถึงยัยตรีจะไม่ใช่ลูกคุณแต่มันก็เป็นลูกของเมียคุณฉันควรจะตอบแทนการทรยศหักหลังทำลายลูกฉันด้วยอะไรดีฉันว่าไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการที่คุณไม่มีโอกาสได้พูดอีกต่อไปคุณว่าไหม” พูดจบดารินทร์เอาหมอนกดหน้านายพลอัศวินแต่แค่อึดใจเดียวก็ทนไม่ไหวต้องเอาออก
นายพลหื่นกามรีบสูดลมหายใจเข้าสีหน้าหวาดกลัวดารินทร์เองก็กลัวเกิดมาไม่เคยต้องทำอะไรแบบนี้มาก่อนทันใดนั้นประตูห้องพักฟื้นเปิดเธอหันขวับไปมองเห็นสลิลทิพย์ถือกระเช้าของเยี่ยมเข้ามาก็ตกใจฝ่ายคนมาเยี่ยมเห็นท่าทางมีพิรุธของเธอแถมมีหมอนอยู่ในมือถามว่ากำลังจะทำอะไรดารินทร์รีบโกหกกลบเกลื่อน
“ฉันก็จะเอาหมอนเพิ่มให้คุณอัศน่ะสิพยาบาลเขาแนะนำให้ลองหนุนหมอนสูงบ้างขยับตัวให้คุณอัศบ้างจะได้ไม่อบไม่มีแผลกดทับ” เธอเห็นสายตาจ้องจับผิดของสลิลทิพย์แหวใส่ว่ามองอะไรคิดอะไร
“ฉันจะคิดอะไรมันก็เรื่องของฉัน”
“ก็ช่วยคิดเรื่องดีๆไว้ก็แล้วกันอย่าคิดว่าคนอื่นจะชั่วร้ายเหมือนตัวเอง”
สลิลทิพย์แผดเสียงใส่จะเอาเรื่องดารินทร์ด่าสวนทันทีว่านี่ห้องคนไข้อย่ามาทำกิริยาไพร่ๆเธอมองคู่อริอย่างแค้นใจก่อนจะไปนั่งที่โซฟาดารินทร์ผ่อนลมหายใจโล่งอกมองนายพลอัศวินที่มองตอบด้วยแววตาหวาดๆ
ooooooo
ตรีอัปสรวางแผนป่วนความสัมพันธ์ของชญา-นนท์และอรสินีหลังจากได้รับไลน์แจ้งสถานที่และเวลานัดหมายจากชญานนท์แล้วเธอส่งต่อให้ปิ๋มและกำชับให้โทร.บอกนักข่าวด้วยว่าคืนนี้เธอจะไปไหน
“ได้ค่ะแล้วคุณตรีไปกับใครคะ”
“แกไม่ต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้มั้งบอกไปตามที่ฉันสั่งเท่านั้นอ้อถ้าแม่กลับมา แกก็บอกแค่ว่าฉันออกไปข้างนอกไม่ต้องใส่รายละเอียด”...
ฝ่ายสลิลทิพย์นั่งเฝ้านายพลอัศวินตั้งแต่เย็นยันค่ำไม่ยอมขยับไปไหนดารินทร์ชักจะไม่พอใจถามเสียงเขียวว่าตกลงมาเยี่ยมท่านนายพลหรือนัดคุณหญิงสุดสวาทไว้สลิลทิพย์ย้อนถามแล้วมันเรื่องอะไรของเธอด้วย
“เรื่องของฉันโดยตรงเลยล่ะเพราะถ้าเธอไม่ชอบให้ฉันไปเฝ้าผัวเธอฉันก็ไม่ชอบให้เธอมาเฝ้าผัวฉันเหมือนกันหรือลืมไปแล้วว่ากำลังนั่งเฝ้าผัวคนอื่นอยู่”
“ไม่ใช่เพราะอยากอยู่กับท่านอัศวินตามลำพังเพื่อจะทำอะไรท่านหรือ” สลิลทิพย์มองอย่างจับผิด
“คิดว่าคนอื่นจะเหมือนตัวเองหรือไงคนอย่างฉันใจคอโหดเหี้ยมไม่ได้เศษเสี้ยวของเธอหรอกสลิลทิพย์กลับไปซะวันนี้ไม่มีใครมาหรอกนอกจากฉัน”
สลิลทิพย์เห็นสายตาเย็นชาแฝงไปด้วยความเลือดเย็นของดารินทร์แล้วจำใจลุกออกจากห้อง...
ระหว่างที่ชญานนท์นั่งกินดินเนอร์อยู่ในร้านอาหารหรูกับตรีอัปสรอรสินีได้พูดคุยกับอาชัญตามประสาพ่อลูกเขาฟังจากน้ำเสียงของลูกเมื่อพูดถึงชญานนท์แล้วรู้สึกเหมือนทั้งคู่จะมีปัญหาคาใจกันบางอย่างดึงลูกมากอดแล้วปลอบว่าความรักไม่ใช่เรื่องซับซ้อนคนเราต่างหากที่ทำให้เป็นอย่างนั้น
“มันมีเรื่องราวมากมายในความรักจริงๆนะคะ”
“เรื่องอะไรล่ะไหนเล่าให้พ่อฟังสิ”
“อรหมายถึงความรักทั่วๆไปของคนอื่นน่ะค่ะส่วนของอร...อรยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยค่ะคุณพ่อ”
“อรกับนนท์รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กถึงจะห่างกันไปตอนเรียนมหาวิทยาลัยแต่ก็กลับมารักกันพ่อว่าความผูกพันมันก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งของความรักน่ะ...ถ้ามีอะไรก็คุยกับพ่อได้นะลูกพ่อเป็นนักฟังที่ดีนะ”
อรสินีได้แต่ยิ้มให้ไม่ยอมเปิดปากเล่าอะไรให้พ่อฟังอยู่ดี...
หลังอิ่มอร่อยกับดินเนอร์สุดหรูเสียงเพลงหวานซึ้งที่ทางร้านเปิดทำให้ชญานนท์ชวนตรีอัปสรเต้นรำด้วยกันเขาดีใจที่นัดครั้งนี้ทำให้เธอมีความสุข
“ใครบอกคุณคะว่าตรีมีความสุข”
“ไม่ต้องบอกผมก็รู้ผมเห็นความสุขในแววตาของคุณ” ชญานนท์มองสบตาเธอหวานซึ้งจนคนถูกมองต้องหลบสายตาด้วยความเขินเขาขยับเข้าไปกระซิบข้างหู “กระจายอยู่ทั่วใบหน้าของคุณรอยยิ้มของคุณ”
“แล้วคุณนนท์ล่ะคะมีความสุขหรือเปล่า”
“คุณจับความสุขสุดๆจากผมไม่ได้เลยหรือ” ชญานนท์พาตรีอัปสรเต้นรำไปตามเสียงเพลงอย่างมีความสุขโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าที่พุ่มไม้หน้าร้านมีนักข่าวกลุ่มหนึ่งหยิบกล้องขึ้นมาเก็บช็อตเด็ดเอาไว้...
ในขณะที่ชญานนท์กำลังมีความสุขอยู่กับตรีอัปสรอรสินีนอนไม่หลับคว้ามือถือจะโทร.หาชายคนรักแต่พอนึกถึงคำพูดของตัวเองที่บอกกับเขาไว้ว่า “ความเชื่อใจความไว้ใจจะทำหน้าที่ประคองความรักให้แข็งแรงและเป็นภูมิคุ้มกันให้ความรักยั่งยืน” ก็เลยเปลี่ยนใจวางมือถือไว้อย่างเดิม
“คิดฟุ้งซ่านอะไรนี่อรสินี” เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะล้มตัวลงนอน
ooooooo
นอกจากจะเลี้ยงดินเนอร์แสนอร่อยแล้ว ชญานนท์ยังมีของขวัญเล็กๆน้อยๆมอบให้ตรีอัปสรเป็นสร้อยคอมีจี้เป็นโบเล็กๆพร้อมกับสวมให้เธอเสร็จสรรพ
“โบผูกไว้ให้อยู่ใกล้ๆกัน”
“ขอบคุณนะคะ” ตรีอัปสรยิ้มปลื้ม
“ผมก็ต้องขอบคุณตรีเหมือนกัน” ชญานนท์ยิ้มตอบบรรยากาศหวานอบอวลไปทั่ว...
ในเวลาไล่เลี่ยกันสลิลทิพย์เดินหน้าเครียดเข้ามาในบ้านแปลกใจที่เห็นอาชัญนั่งอ่านหนังสือรอตนเองอยู่ในห้องรับแขกเขาถามว่าไปเยี่ยมนายพลอัศวินมาเป็นอย่างไรบ้างเธอเล่าว่าเจอดารินทร์ที่นั่นด้วยท่าทางลับๆล่อๆไม่น่าไว้ใจทำท่าเหมือนจะทำร้ายนายพลอัศวิน
“เฮ้ยดารินทร์จะทำอย่างนั้นทำไมก็คุณบอกผมว่าท่านอัศวินโอนเงินให้ดารินทร์ตั้ง 10 ล้าน”
“นั่นสิฉันว่ามันต้องมีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่าที่เรารู้แน่ๆ”
“จะซ้อนจะซ่อนแค่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องของเราอย่าไปสนใจเลยไปนอนเถอะผมง่วงแล้ว”
สลิลทิพย์ตั้งใจมั่นจะต้องสืบให้ได้ว่าดารินทร์มีแผนการอะไรถึงกับต้องฆ่าท่านนายพลอาชัญทักท้วงเมื่อสักครู่ยังบอกว่าทำร้ายอยู่หยกๆไม่ถึง 2 นาทีเปลี่ยนเป็นฆ่าแล้วหรือ
“เลิกคิดถึงเรื่องคนอื่นเถอะไปอาบน้ำนอนดีกว่านะ...ไป” อาชัญพูดจบดึงแขนสลิลทิพย์ขึ้นข้างบนเธอมองเขาอย่างหมั่นไส้แต่ก็สุขใจที่เขาเอาใจใส่และห่วงใย...
ฝ่ายดารินทร์กลับถึงบ้านไม่เห็นรถตรีอัปสรจอดอยู่ก็ถามหาปิ๋มทำตามที่เจ้านายสาวสั่งไว้ไม่มีตกหล่นตอบว่าไม่ทราบคุณตรีไม่ได้บอกไว้ดารินทร์ไล่ปิ๋มไปนอนตนอาบน้ำเสร็จจะลงมารอตรีอัปสรเอง...
ระหว่างเดินไปที่จอดรถของร้านอาหารตรีอัปสรขอบคุณชญานนท์มากสำหรับอาหารบรรยากาศดีๆและของขวัญพูดพลางเอามือแตะจี้ที่คอไปด้วยเขาเอื้อมมือมาแตะที่จี้เช่นกันหยอดคำหวานว่าเขาผูกเธอไว้แล้ว
“เปลี่ยนเป็นเราผูกกันไว้ได้ไหมคะ...เอ่อแล้ว...คุณอรล่ะคะ”
“น้องอรทำไมครับ”
“อย่าเฉไฉสิคะใครๆก็รู้ว่าคุณนนท์กับคุณอร...” ตรีอัปสรยังพูดไม่จบชญานนท์เอานิ้วแตะปากเธอไว้เป็นทำนองไม่ให้พูดอะไรอีกตอนนี้เขาขอให้เป็นเวลาของชญานนท์กับตรีอัปสรเท่านั้นแล้วจูงมือเธอไปที่รถ
ooooooo
ในเวลาต่อมาดารินทร์อาบน้ำเรียบร้อยลงมาถึงโถงบันไดชั้นล่างเป็นจังหวะเดียวกับตรีอัปสรเปิดประตูบ้านเข้ามาด้วยสีหน้าอิ่มเอิบดารินทร์ไม่วายแดกดัน
“หน้าตามีความสุขเหลือเกินนะยัยตรี”
“ออกนอกหน้าเลยหรือคะแม่” ตรีอัปสรจับหน้าตัวเองพลางยิ้มอารมณ์ดีดารินทร์ถึงกับปรี๊ดแตกเอ็ดลั่นว่ายังมีแก่ใจร่าเริงบันเทิงใจอยู่อีกถ้าคุณอัศหายดีพูดได้แล้วเอาเรื่องของเธอไปแฉให้คุณหญิงสุดสวาทกับลูกชายฟังอยากรู้นักเธอจะยังหน้าระรื่นได้อีกไหมตรีอัปสรนึกขึ้นได้ปรี่เข้ามาเกาะแขนแม่ถามว่าไปเยี่ยมคุณลุงมาเป็นอย่างไรบ้างดารินทร์ปล่อยโฮอย่างอัดอั้นตันใจเธอถึงกับตกใจที่เห็นแม่สติแตก
“แม่...แม่เป็นอะไรเกิดอะไรขึ้นมีอะไรคะแม่”
ดารินทร์พยายามตั้งสติระงับอารมณ์ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ที่ตัวเองเอาหมอนปิดปากปิดจมูกนายพลอัศวินหวังจะให้ขาดอากาศตายแต่เธอใจไม่แข็งพอก็เลยจัดการเขาไม่ได้แต่ก็โชคดีอยู่บ้างตอนที่สลิลทิพย์เข้ามาในห้องเธอไม่ได้ทำอะไรเขาแล้วตรีอัปสรใจไม่ดีเพราะถ้านังนั่นรู้เข้าต้องป่าวประกาศไปทั่วแน่
“เลิกสนใจเรื่องนังสลิลทิพย์เถอะยัยตรีเรื่องคุณอัศสำคัญกว่าเยอะแม่กลัวว่าถ้าคุณอัศพูดได้คราวเนี้ยไม่ใช่แค่เรื่องแกแต่เขาต้องพูดเรื่องที่แม่คิดฆ่าเขาแน่ๆแล้วที่สำคัญคุณอัศอาจจะลากแม่เข้าคุก”
ตรีอัปสรไม่มีวันยอมให้ใครทำอย่างนั้นกับแม่คุณลุงคงไม่ดีขึ้นวันนี้พรุ่งนี้ดังนั้นเรายังมีเวลาเธออาสาจะจัดการเรื่องนี้เองดารินทร์ตกใจร้องห้ามเสียงหลงลูกกำลังเจริญก้าวหน้ามีชื่อเสียงถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาแล้วโดนจับได้ต้องหมดอนาคตแน่นอน
“ตรีต้องเลือกค่ะแม่ถ้าตรีไม่ทำเราก็ต้องโดนแฉแต่ถ้าเราจัดการคุณลุงสำเร็จเรื่องทุกอย่างก็จะจบไปพร้อมกับคุณลุงแม่คิดว่าตรีควรเลือกทำอย่างไรคะ”
ดารินทร์สีหน้าครุ่นคิดคล้อยตามสองแม่ลูกไม่ล่วงรู้เลยว่าขณะที่กำลังวางแผนจะจัดการเสี้ยนหนามกันอยู่นายพลอัศวินเริ่มขยับปลายนิ้วตัวเองได้เล็กน้อย
ooooooo
เช้าวันใหม่ณสตูดิโอของสถานีโทรทัศน์ช่อง Thai 10 ขณะชญานนท์กำลังยืนรอลิฟต์อรสินีเดินมาจากด้านหลังเพื่อรอลิฟต์เช่นกันเขาหันมาเห็นเธอก็ร้องทักด้วยความดีใจ
“น้องอร...พี่กำลังจะแวะไปหาพอดีเย็นนี้กินข้าวกันนะคะ”
“พี่นนท์ว่างหรือคะ”
“ว่างค่ะน้องอรโทร.บอกคุณน้าสลิลนะคะว่าเย็นนี้พี่พาไปส่งบ้านเองไม่ต้องมารับ”
อรสินีรับคำเป็นจังหวะเดียวกับประตูลิฟต์เปิดทั้งคู่ก้าวเข้าไปข้างในชญานนท์กดปุ่มชั้นที่จะไปขณะประตูลิฟต์เลื่อนปิดเขาเห็นตรีอัปสรเดินเลี้ยวมุมมาพอดีแทนที่จะกดลิฟต์รอกลับปล่อยเลยตามเลย...
ภายในห้องแต่งตัวของสตูดิโอวรัญญาภารดีและกัลยาณีนั่งจับกลุ่มดูภาพข่าวของตรีอัปสรกำลังเต้นรำกับชญานนท์แต่ภาพของเขาเห็นไม่ค่อยชัดนัก
“สมภารแอบชิมไก่วัดแหมเข้าใจพาดหัวข่าวนะยะ” ภารดีหัวเราะชอบใจ
“ยัยตรีนี่มันไวไฟยิ่งกว่าเบนซินอีกนะทำเป็นนิ่งๆเฉยๆที่ไหนได้” กัลยาณีร่วมวงเม้าท์ด้วย
“นั่นสิแต่คุณนนท์ก็มิใช่น้อยน่ะเห็นเดินอยู่กับยัยอรหยกๆเผลอแป๊บเดียวไปเต้นรำกับยัยตรีซะนี่” ภารดีเห็นวรัญญาเอาแต่นั่งเงียบไม่วายจิกกัดเอาบ้างเธอขี้เกียจมีเรื่องด้วยขยับจะลุกหนีแต่ต้องชะงักเมื่อมองไปที่หน้าห้องเห็นชญานนท์เดินเคียงคู่มากับอรสินีก่อนจะเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง
ทั้งภารดีและกัลยาณีต่างงงเป็นไก่ตาแตกที่ชญานนท์มีข่าวกับอีกคนแต่ดันมากับอีกคนหนึ่งอรสินีเห็นตัวเองตกเป็นเป้าสายตายังไม่ทันอ้าปากจะถามวรัญญาว่าเกิดอะไรขึ้นคุณติ๊น่ากับโอเดินเข้ามาเสียก่อนผู้จัดละครไฟแรงเร่งให้ทุกคนเปลี่ยนชุดและเอาบทมาท่องกันได้แล้วอย่ามัวแต่จับกลุ่มเม้าท์
“ให้เวลา 10 นาทีนะคะวันนี้ถ่ายในสตูดิโอสบายๆค่ะจะได้เลิกเร็วๆ” โอเสริม
คุณติ๊น่าไม่เห็นตรีอัปสรอยู่แถวนั้นก็ถามหาเป็นจังหวะที่คนถูกถามถึงเดินเข้ามาพอดีทุกคนมองเธอเป็นตาเดียวกันยกเว้นอรสินีที่ยังไม่เห็นหรือรู้ข่าวของตรีอัปสรกับชญานนท์...
ด้านคุณดิษฐ์อดถามชญานนท์ไม่ได้ว่าข่าวของเขากับตรีอัปสรในหน้าหนังสือพิมพ์วันนี้เป็นหนึ่งในแผนโปรโมตละครด้วยหรือเปล่าเขาปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะเป็นข่าวคุณดิษฐ์อยากรู้ว่าลูกคิดอย่างไรถึงได้ไปเต้นรำกับนางเอกของช่องเขาแค่อยากจะผูกมิตรไว้เพื่อที่เธอจะได้ทำงานกับเราอย่างสบายใจ
“แล้วหนูอรรู้หรือยังล่ะว่านนท์ใช้สูตรนี้ทำเพื่องาน” คุณดิษฐ์เห็นลูกชายนั่งนิ่งไม่ตอบ “อย่าให้ผิดใจกันนะพ่อไม่อยากมีปัญหากับคุณสลิลแล้วพ่อก็ไม่อยากให้หนูอรเข้าใจนนท์ผิด”
“ครับเย็นนี้ผมนัดกินข้าวกับน้องอร”
“ก็คุยกันซะให้เข้าใจแล้วจะทำอะไรก็ระวังไว้หน่อยอย่าให้มีข่าวแบบนี้บ่อยๆนนท์เป็นผู้บริหารสถานีไม่ใช่นักแสดงพ่ออยากให้นางเอกนางร้ายมีข่าวกับพระเอกมากกว่า
“ขอโทษครับพ่อ” ชญานนท์เห็นพ่อไม่สนใจจะซักถามอะไรอีกถึงกับถอนใจโล่งอก
ooooooo
การเปลี่ยนแปลงบทโดยพลการของมุกตาภาทำให้กองละครวุ่นวายพอสมควรชญานนท์รู้เรื่องนี้จากคุณรัตน์จึงเรียกน้องมาพบที่ห้องประชุมพร้อมด้วยคุณรัตน์และคุณติ๊น่าพอโดนพี่ชายต่อว่าแทนที่จะสำนึกผิดมุกตาภากลับเถียงฉอดๆว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตกับแค่จะแก้บทนิดหน่อย
“มุกไม่เคยทำละครไม่เคยรู้เรื่องขั้นตอนวิธีการผลิตแล้วมุกจะรู้ได้อย่างไรว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่”
“บทโทรทัศน์ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำละครนะคะถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มบทก็ต้องมีการประชุมกันระหว่างผู้กำกับกับคนเขียนบทค่ะไม่ใช่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ไปขอให้เพิ่มบท” คุณติ๊น่าอธิบายมุกตาภาถึงกับคอแข็งไม่คิดว่าเธอจะกล้าพูดตรงๆขณะที่คุณรัตน์แอบสะใจ
“แล้วจะให้มุกทำอย่างไรคะจะบอกให้คนเขียนบทแก้อีกครั้งก็ได้นะคะ”
คุณติ๊น่าไม่เห็นด้วยที่ต้องแก้บทไปแก้บทมาแค่อยากจะบอกมุกตาภาว่าถ้าช่อง Thai 10 จะทำละครเรื่องต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกมุกตาภาถึงกับอึ้งที่โดนสั่งสอนกลางที่ประชุม...
วุฒิได้รับบทเพิ่มขึ้นสมใจอยากแต่กลับแสดงได้ไม่ดีจนถูกมีนแดกดันว่าคนเขียนบทอุตส่าห์ปรับให้เขาได้บทเด่นขึ้นก็ช่วยแสดงให้ถึงบทบาทหน่อย...
ทางฝ่ายวรัญญาเห็นอรสินีนั่งอ่านบทอยู่คนเดียวตัดสินใจเข้าไปถามว่าไม่โกรธชญานนท์ใช่ไหมเรื่องที่มีข่าวกับตรีอัปสรเธอส่ายหน้ายิ้มๆวรัญญาอดแปลกใจไม่ได้ทำไมถึงไม่โกรธเพราะถ้าเป็นแฟนของตนทำอย่างนั้นตนจะอาละวาดก่อนแล้วค่อยคุยทีหลังแล้วถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าเธอเป็นแฟนกับชญานนท์ใช่ไหม
อรสินียังไม่ทันจะว่าอะไรตรีอัปสรเข้ามาขอคุยด้วยตามลำพังแล้วชวนไปยังมุมปลอดคนพยายามยุแหย่ให้เธอโกรธและหึงหวงชญานนท์แต่ฝ่ายยุกลับโกรธเสียเองเพราะอรสินีไม่แม้แต่จะเก็บมาใส่ใจ...
เมื่อได้อยู่กันตามลำพังพี่น้องมุกตาภาสารภาพกับพี่ชายว่าที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อต้องการกำจัดตรีอัปสรออกไปจากชีวิตของณเดชย์ชญานนท์ไม่เข้าใจว่าการไปยุ่งกับบทละครมันจะช่วยอะไรได้มุกตาภาเอาแต่นั่งก้มหน้าไม่ยอมเปิดปากเล่าเรื่องที่ตัวเองส่งวุฒิไปเป็นสายสืบในกองถ่าย
“อยู่นิ่งๆทำงานของตัวเองให้ดีได้ไหมถ้าคุณพ่อรู้เรื่องมุกอาจจะโดนพักงานได้นะ”
มุกตาภาถึงกับหน้าเครียด “พี่นนท์อย่าให้ใครไปฟ้องคุณพ่อนะคะ”...
ด้านสลิลทิพย์นำเรื่องที่เห็นดารินทร์มีทีท่าเหมือนจะทำร้ายนายพลอัศวินไปเล่าให้คุณหญิงสุดสวาทฟังเธอกลับหาว่าสลิลทิพย์เข้าใจผิดไปเองดารินทร์จะทำอย่างนั้นทำไมในเมื่อท่านนายพลเป็นตู้เซฟเคลื่อนที่ของมันสลิลทิพย์ตั้งข้อสังเกตว่านังเมียน้อยอาจคิดจะฆ่าปิดปากเพื่อที่ความลับบางอย่างจะได้ตายไปพร้อมกับเขาคุณหญิงมองเธออย่างไม่ค่อยพอใจนักที่พูดถึงเรื่องตายคนพูดรู้ตัวรีบขอโทษอ้างว่าพูดเพื่อจะได้เห็นภาพชัดๆ
“เอาเถอะถึงอย่างไรฉันก็ขอบใจนะที่คุณสลิลเป็นหูเป็นตาช่วยดูให้”
“ด้วยความยินดีค่ะคุณหญิงจะไปโรงพยาบาลหรือเปล่าคะดิฉันจะได้ตามไปเยี่ยมท่านอัศวินด้วยค่ะ”
“วันนี้ฉันคงไม่ได้เข้าไปมีงานต้องจัดการหลายเรื่องประชุมด้วย” คุณหญิงสุดสวาทพูดจบก็ลุกออกไป...
คุณหญิงสุดสวาทไม่ได้เข้าประชุมอย่างที่บอกกับสลิลทิพย์แต่มีนัดกับแมนที่รังรักของตัวเองเธอเข้าไปกอดนัวเนียจะลากเขาขึ้นเตียงแมนกลับดึงเธอมานั่งที่โซฟาบอกเสียงเครียดว่าขอลาออกจากเป็นเลขาฯส่วนตัวของเธอคุณหญิงสุดสวาทตกใจไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดแบบนั้นถามเสียงสั่นว่าเกิดอะไรขึ้นเธอทำอะไรไม่ถูกใจหรือถ้าเขาไม่สบายเรื่องอะไรก็ขอให้บอกเธอยินดีเปลี่ยนแปลงแก้ไข
“พี่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรหรอกครับเพียงแต่ผมไม่อยากเป็นผู้ชายขายตัวต่อให้พี่สร้างภาพให้ผมหาตำแหน่งหน้าที่ให้ผมแต่มันก็ไม่ทำให้ผมมีศักดิ์ศรีขึ้นมาหรอกครับยังไงผมมันก็เป็นผู้ชายขายตัวอยู่ดี”
“แมนจะให้พี่ทำอย่างไรแมนบอกพี่มาเลยพี่ยอมทำทุกอย่างขอให้แมนสบายใจขอให้แมนอยู่กับพี่”
“พี่ให้ผมไม่ได้หรอกครับ” แมนมองคุณหญิงสุดสวาทที่มองตอบด้วยความอยากรู้ว่าเขาจะขออะไร
ooooooo
ในเวลาต่อมาคุณหญิงสุดสวาทเดินหน้าเครียดเข้ามาในห้องพักฟื้นของนายพลอัศวินเห็นณเดชย์นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างเตียงคนป่วยซึ่งนอนหลับอยู่เขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นแม่ก็ร้องทักว่าทำไมวันนี้มาค่ำนัก
“แม่มีประชุม...คุณพ่อเป็นอย่างไรบ้าง”
“ก็ส่งเสียงได้นิดหน่อยครับแต่ก็ถือว่าดีขึ้น”
คุณหญิงสุดสวาทอยากอยู่ตามลำพังกับสามีจึงบอกให้ลูกไปหาอะไรกินรองท้องก่อนเธอจะอยู่เฝ้าเขาให้เองพอลูกลับสายตาเธอเดินไปที่เตียงคนไข้พลันคำพูดของแมนเมื่อตอนเย็นผุดขึ้นมาในสมองของเธอ
“ผมเป็นผู้ชายที่คุณหญิงเลี้ยงไว้ไม่มีวันได้ออกหน้าออกตาไม่ใช่เพราะอายุเราต่างกันแต่เพราะความเป็นอยู่ต่างกันฐานะทางสังคมที่ต่างกันและที่สำคัญที่สุดพี่มีสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว”
คุณหญิงสุดสวาทตื่นจากภวังค์เอื้อมมือไปลูบผมนายพลอัศวินอย่างเบามือ
“ฉันไม่เคยลืมนะคะว่าเราแต่งงานกันเพราะเรารักกันเราเคยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแต่เพราะความมักมากของคุณแท้ๆทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปบิดเบี้ยวเละเทะคุณนอกใจฉันฉันนอกใจคุณฉันอยากให้คุณเจ็บเวลาที่เห็นฉันอยู่กับผู้ชายคนอื่นเหมือนที่ฉันเจ็บเวลาที่เห็นคุณอยู่กับผู้หญิงคนอื่นเหมือนกัน...ความรักนี่มันเป็นแค่ความรู้สึกจริงๆนะคุณว่าไหมเคยรู้สึกรักแล้วก็รู้สึกเฉยๆรู้สึกเกลียดรังเกียจไม่มีอะไรมั่นคงแน่นอนเลย” คุณหญิงมองเขาก่อนจะผละจากไปนายพลอัศวินค่อยๆลืมตาขึ้นแววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น...
ระหว่างที่ชญานนท์กับอรสินีกินมื้อค่ำด้วยกันเธอยังคงนิ่งเฉยไม่แสดงอาการหึงหวงใดๆที่เมื่อวานเขาไปกินข้าวกับตรีอัปสรจนเป็นข่าวไปทั่วประเทศชญานนท์ถึงกับออกปากอยากให้เธอหึงหวงบ้างจะได้เป็นสีสันของความรักอรสินีไม่คิดอย่างนั้นถ้าเธอหึงก็แสดงว่าเธอไม่เชื่อใจไม่ไว้ใจเขา
“พี่เชื่อใจไว้ใจน้องอรแต่พี่ก็หึงน้องอรกับนายเพชร”
“ไม่เห็นมีอะไรน่าหึงเลยค่ะอรไม่เคยไปกินข้าวกับเพชรตามลำพังไม่เคยเต้นรำกับเพชรออกสื่อ”
ชญานนท์รับรู้ได้ว่าเธอแอบตัดพ้อรีบวางช้อนส้อมแล้วจับมือเธอให้ลุกขึ้นเต้นรำด้วยกัน “เชื่อมั่นในตัวพี่นนท์นะคะน้องอรไม่ว่าจะมีข่าวอะไรออกมาขอให้เชื่อมั่นในตัวพี่พี่มีเหตุผลของสิ่งที่ทำลงไปแล้วสักวันหนึ่งพี่สัญญาว่าจะบอกน้องอร”
“ไม่เป็นไรค่ะไม่ต้องสัญญาหรอกค่ะจะได้ไม่รู้สึกผิดเวลาที่ไม่ได้ทำตามสัญญา”
ชญานนท์ดึงอรสินีเข้ามาใกล้ๆ ก้มลงหอมหน้าผากจากนั้นขยับจะหอมแก้มแต่เธอเอียงหน้าหลบอย่างเขินอายชวนเขาไปกินอาหารกันต่อแล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข...
ฝ่ายตรีอัปสรอยากรู้ว่าอรสินีเป็นอย่างไรบ้างแกล้งโทร.หาอติรุจเผื่อจะหลุดเรื่องน้องสาวตัวเองออกมาบ้างได้ความว่าเธอไม่อยู่ไปกินข้าวกับชญานนท์เขากำลังนั่งอ่านหนังสือรอเธอกลับตรีอัปสรหน้าบูดทันที
“งั้นตรีไม่กวนคุณรุจแล้วค่ะเอาไว้นัดกินข้าวกันนะคะกู๊ดไนต์ค่ะ” ตรีอัปสรวางสายเจ็บใจที่ป่วนอรสินีกับชญานนท์ไม่สำเร็จตั้งใจมั่นจะทำให้นังนี่น้ำตาตกให้ได้
ooooooo
หลังจากผู้กำกับสั่งคัตตรีอัปสรซึ่งสวมบทนางเอกของเรื่องที่เพิ่งถูกอรสินีในบทนางร้ายตบคว่ำหันไปบ่นกับคุณติ๊น่าว่าถ่ายละคร 10 คิวนางเอกโดนตบ 9 คิวเข้าไปแล้วทำไมละครไทยถึงขยันตบกันจริงๆ
“ก็ไม่ขยันหรอกค่ะเพียงแต่เจาะถ่ายฉากที่บ้านทั้งหมดเหตุการณ์พวกนี้มันก็เลยเหมือนถี่แต่พอไปตัดต่ออยู่ในละครก็จะกำลังดีค่ะ” คุณติ๊น่าพูดจบเดินไปดูรายละเอียดของฉากต่อไปตรีอัปสรหันมาบ่นกับอรสินี
“ซีรีส์ฝรั่งไม่เห็นจะมีฉากแบบนี้เลย”
“ก็จริงของตรีนะแต่ความเป็นอยู่วิถีชีวิตแต่ละประเทศมันไม่เหมือนกันนะตรี”
ภารดีสวนขึ้นทันทีถ้าตรีอัปสรไม่อยากโดนตบก็ให้ไปเล่นหนังฝรั่งละครไทยก็ต้องมีฉากตบกันด่ากันจะได้ครบรสตรีอัปสรแค่แสดงความคิดเห็นไม่ได้ชวนเธอทะเลาะด้วยสักหน่อยวรัญญากระเซ้าว่าขนาดชีวิตจริงยังทะเลาะกันเลยแล้วจะไปเอาอะไรกับละครกัลยาณีเห็นด้วย
“ถ้าปล่อยให้ตรีกับหนูดีคุยกันเองไม่เกิน 5 นาทีณีว่าต้องมีตบกันเหมือนในละครนั่นล่ะ”
“ฉันไม่ลดตัวลงไปตบกับใครให้เสียเกียรติหรอกย่ะ” ภารดีปรายตามองตรีอัปสร ก่อนจะเดินเชิดออกไป...
ในเวลาไล่เลี่ยกันขณะดารินทร์กำลังร่างแบบเสื้อผ้าให้ลูกค้าอยู่ในห้องเสื้อตัวเองคุณหญิงสุดสวาทตามมาโวยใส่ว่าเธอไปทำอะไรนายพลอัศวินดารินทร์ตกใจแต่แสร้งไม่เข้าใจว่าคุณหญิงพูดเรื่องอะไร
“ฉันว่าเธอเข้าใจดีนะว่าฉันหมายถึงอะไรมีคนบอกฉันว่าเธอไปทำร้ายคุณอัศแต่เขามาเห็นเสียก่อน”
“แล้วคุณหญิงก็เชื่อหรือคะ”
“ถ้าฉันเชื่อฉันคงแจ้งตำรวจไปแล้ว”
ดารินทร์งงถ้าไม่เชื่อแล้วมาพูดเรื่องนี้ทำไมคุณหญิงสุดสวาทไม่เชื่อแต่ก็ไม่ควรไว้ใจถึงต้องมาพูดดักคอไว้ก่อนดารินทร์ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอยากจะคิดอะไรก็ตามใจเธอส่วนตนเองขอทำงานต่อแล้วก้มหน้าก้มตาร่างแบบไม่สนใจอะไรอีกคุณหญิง
สุดสวาทมองหมั่นไส้
“อย่าอวดดีจองหองแบบไม่เข้าท่าเพราะเธออาจจะเดือดร้อนได้ร้านนี้ก็ยังไม่ได้เป็นชื่อเธอไม่ใช่หรือ”
ดารินทร์เงยหน้ามองคุณหญิงสุดสวาทซึ่งมองตอบด้วยสายตาเย้ยหยันก่อนจะเดินจากไปดารินทร์คว้า
มือถือโทร.หาตรีอัปสรเพื่อเตือนให้ระวังตัวแต่เธอปิดเสียงมือถือเอาไว้เนื่องจากต้องท่องบทเตรียมเข้าฉาก
ดารินทร์วางสายอย่างหงุดหงิดบ่นอุบว่า ทำอะไรกันอยู่ทั้งปิ๋มทั้งตรีอัปสรไม่มีใครรับสายสักคนแล้วคว้ากระเป๋าถือจะออกจากร้านแต่พนักงานของร้านเข้ามาแจ้งเสียก่อนว่าคุณพริตตี้ลูกค้ารายใหญ่มา
“ตายจริงเดี๋ยวฉันตามไปเชิญคุณพริตตี้ดูคอล-เลกชั่นใหม่ของเราไปก่อน” ดารินทร์วางกระเป๋าถือไว้ที่เดิมแล้วรีบตามพนักงานออกไปลืมเรื่องคุณหญิงสุดสวาทไปสนิทใจ
ooooooo
ค่ำวันเดียวกันณเดชย์รอจนพยาบาลที่เข้ามาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้พ่อออกจากห้องจึงเดินเข้าไปจับมือท่านไว้อย่างให้กำลังใจ
“วันนี้คุณพ่อหน้าตาสดใสขึ้นนะครับผมว่าคุณพ่อต้องหายเร็วๆนี้แน่นอนครับ”
นายพลอัศวินมองลูกชายอย่างซาบซึ้งใจแล้วค่อยๆหลับตามีเสียงมือถือของณเดชย์ดังขึ้นเขาดูที่หน้าจอเห็นเบอร์ตรีอัปสรเดินเลี่ยงออกไปรับสายเธอหยอดคำหวานว่าคิดถึงเขามาก
“ผมคิดถึงตรีมากกว่า”
“คุณลุงเป็นอย่างไรบ้างคะ”
พอตรีอัปสรรู้ว่านายพลอัศวินอาการดีขึ้นรีบออกอุบายให้ณเดชย์มาเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งอ้างว่าหิวมากกำลังอยากได้คนเลี้ยงข้าวเขาเห็นว่าพ่อหลับไปแล้วจึงตกลงไปตามนัดวางสายแล้วเดินไปดูพ่ออีกครั้งหนึ่งก่อนจะออกจากห้อง...
ที่มุมลับตาคนไม่ห่างกันนัก ตรีอัปสรในชุดรัดกุมอำพรางใบหน้ายิ้มเหี้ยม ก่อนจะปิดเสียงมือถือตัวเองแล้วเก็บใส่กระเป๋าถือ มองไปที่โถงทางเดินไกลๆเห็นณเดชย์เดินผ่าน รีบหลบมุมแอบมอง รอจนเขาลับสายตาจึงออกจากที่ซ่อน เหลียวซ้ายแลขวาเห็นปลอดคนรีบตรงไปยังห้องพักฟื้นของนายพลอัศวิน...
อีกมุมหนึ่งในโรงพยาบาล ขณะมุกตาภากำลังเลือกซื้อดอกไม้จะเอาไปเยี่ยมนายพลอัศวินเหลือบเห็นณเดชย์เดินผ่านไปโดยที่ไม่ทันเห็นเธอ สีหน้าของเขาดูมีความสุขมาก มุกตาภามองตามอย่างแปลกใจสงสัยก่อนจะเปลี่ยนใจไม่ซื้อดอกไม้รีบเดินตามเขาไปทันที...
ในระหว่างที่ณเดชย์ไม่รู้ตัวว่าถูกมุกตาภาสะกดรอยตาม ดารินทร์เห็นปิ๋มเดินเข้าบ้านมาคนเดียว ไม่เห็นตรีอัปสรกลับมาด้วยก็ถามหา ได้ความว่าลูกมีธุระต้องไปทำก็เลยให้ปิ๋มกลับมาก่อน
“ธุระที่ไหน แล้ววันนี้ฉันโทร.ไปทำไมไม่รับ ไม่โทร.กลับ”
“หนูไม่ทันได้ดูค่ะ” ปิ๋มหน้าจ๋อย ดารินทร์หยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาตรีอัปสร มีเสียงสัญญาณเรียกเข้า แต่ไม่มีคนรับสาย ถึงกับหน้าเครียด...
ทางฝ่ายตรีอัปสรค่อยๆเปิดประตูห้องพักฟื้นเข้ามา เห็นนายพลอัศวินนอนหลับอยู่ เดินหน้าเครียดไปปิดวาล์วออกซิเจนที่หัวเตียงคนไข้ ทำให้ไม่มีอากาศไหลเข้าสายออกซิเจนที่ครอบหน้าเขา เธอมองอย่างสะใจ ก่อนจะเดินออกจากห้อง อึดใจเดียวนายพลอัศวินรู้สึกตัวว่าขาดอากาศหายใจ เริ่มทุรนทุราย
ooooooo










