ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ปีกมงกุฎ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ณ ห้องแถลงข่าวของสถานีโทรทัศน์ ช่อง Thai 10 คุณดิษฐ์ เบญจาบูรณี กรรมการผู้จัดการของทางช่องจัดงานแถลงข่าวการประกวดนางสาว ณ สยาม ประจำปี 2557 งานครั้งนี้ สื่อทุกสำนักให้ความสนใจมาทำข่าวกันอย่างหนาตา ด้วยเงินรางวัลที่มากมายถึง 15 ล้านบาท การประกวดครั้งนี้จึงเป็นที่กล่าวขานกันไปทั่ว

    สลิลทิพย์ซึ่งกำลังทำผมอยู่ในร้านทำผมหรูเจ้าประจำ เงยหน้ามองข่าวชิ้นนี้ในทีวีอย่างไม่ใคร่จะสนใจนัก ผิดกับเอมม่าเจ้าของร้านทำผมที่ดูจะสนใจเป็นพิเศษ ถามเธอว่าไม่คิดจะส่งน้องอร  หรืออรสินีลูกสาวของเธอเข้าประกวดกับเขาบ้างหรือ ตำแหน่งชนะเลิศจะนำมาซึ่งชื่อเสียง เงินทอง และอาจทำให้ธุรกิจของเธอรั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่กันเลยทีเดียว สลิลทิพย์คงต้องกลับไปถามเจ้าตัวดูก่อนว่าสนใจหรือเปล่า

    เอมม่านำเครื่องอบผมมาครอบผมให้สลิลทิพย์ เป็นจังหวะเดียวกับดารินทร์เปิดประตูร้านเข้ามา เจ้าของร้านทักทายอย่างคุ้นเคยว่าทำไมหายไปนาน สบายดีหรือ ดารินทร์เหลือบเห็นสลิลทิพย์ซึ่งเงยหน้าจากนิตยสารมองมาพอดี ต่างฝ่ายต่างตกใจคาดไม่ถึง ดารินทร์ตั้งสติได้ก่อน มือที่ถือแก้วกาแฟเย็นเกร็งแน่น

    “วันนี้คงไม่ค่อยสบาย สงสัยจะก้าวเท้าผิดก่อนออกจากบ้าน เลยทำให้เจออะไรซวยๆ” ดารินทร์ทำทีจะไปนั่งเก้าอี้ข้างสลิลทิพย์ แต่แกล้งสะดุดขาตัวเอง ทำแก้วกาแฟเย็นหกรดคู่อริซึ่งลุกพรวดจะเอาเรื่อง แต่หัวโขกกับเครื่องอบผม ทรุดลงไปนั่งอย่างเดิม เอมม่ารีบยกเครื่องอบผมออกให้

    “อีบ้า เลอะเทอะหมดเลย แก...แกแกล้งฉันใช่ไหม” สลิลทิพย์จะเล่นงานดารินทร์ แต่เอมม่าขวางไว้ขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย แล้วพาเธอไปล้างตัวในห้องน้ำ ดารินทร์มองตามสะใจ...

    แค่โดนกาแฟเย็นราดยังไม่ทำให้ความแค้นที่

    ดารินทร์มีต่อสลิลทิพย์ลดน้อยลง เธอจึงตามไปที่ลานจอดรถของร้านทำผม ว่ากระแนะกระแหนสลิลทิพย์ต่างๆ นานา คนถูกว่าหมดความอดทนจะเข้าไปเล่นงาน ดารินทร์

    หยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าขึ้นมาขู่ ถ้าอยากขึ้นหน้าหนึ่งเพราะ ทำร้ายตนก็เข้ามาได้เลย สลิลทิพย์ไม่อยากให้เป็นข่าวฉาวจัดแจงเดินหนี ดารินทร์ขวางไว้ชวนให้อยู่คุยรื้อฟื้นความ หลังกันก่อนเนื่องจากไม่ได้เจอกันนาน

    “ฉันไม่มีความหลังกับแก นังเมียน้อย”

    “เมียน้อยหรือ แหม เรียกแบบนี้ทำเอาฉันคิดถึงผัวหล่อนขึ้นมาตงิดๆเลย” ดารินทร์ลอยหน้ายั่วโมโหสลิลทิพย์ปรี๊ดแตก ชี้หน้าด่าว่าหน้าด้าน แล้วขู่ซ้ำ ถ้า มายุ่งกับผัวของตนอีก รับรองคราวนี้ไม่รอด

    “เหรอ ฉันกลัวมากนะนี่ ที่ผ่านมาฉันอาจจะไม่ทันความร้ายกาจของแก แต่คราวนี้ ฉันเอาคืนแน่” ดารินทร์มองข้ามไหล่สลิลทิพย์ เห็นอาชัญสามีของคู่อริเดินเข้ามา รีบพุ่งไปเกาะแขน ทักทายอย่างสนิทสนม เขาได้แต่นิ่งอึ้งไม่คาดคิดว่าจะเจอเธอ

    “ดีใจจังเลยค่ะ ที่ได้เจอคุณ คิดถึงคุณนะคะ เสียดายจัง วันนี้ไม่สะดวก ไม่อย่างนั้นจะชวนคุณไปรำลึกความหลังเสียหน่อย เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกัน ดาไปก่อนนะคะ บาย” ดารินทร์พูดจบปรายตามองสลิลทิพย์แล้วผละจากไป อาชัญมองตามงงๆ สลิลทิพย์กระชากแขนสามีอย่างขุ่นเคืองพร้อมกับตวาดลั่นจะมองมันทำไม...

    สลิลทิพย์หงุดหงิดไม่เลิกไม่แล้ว ตั้งแต่ออกจากร้านทำผมยันถึงบ้าน ถามอาชัญเสียงเขียวว่ายังติดต่อกับดารินทร์อยู่หรือเปล่า เขาจะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร เธอก็รู้ว่าตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นไปอยู่กับใคร

    ooooooo

    ตกค่ำ งานเลี้ยงขอบคุณผู้สนับสนุนการประกวดนางสาว ณ สยาม จัดขึ้นที่สถานีโทรทัศน์ ช่อง Thai 10 แขกผู้มีเกียรติต่างมาร่วมงานกันคับคั่ง ทันทีที่นายพลอัศวินเดินควงคู่มากับดารินทร์ ดิษฐ์กระเซ้ามุกตาภาลูกสาวตัวเองว่าอย่าลืมให้คนไปตามเก็บภาพท่านด้วย อย่าให้เสียชื่อคู่หมั้นลูกชายของท่าน

    “ค่ะ แต่ขอถ่ายเฉพาะคุณพ่อกับคุณลุงอัศวินนะคะ”

    “ไม่เอาน่า ใจกว้างหน่อย ความสุขของว่าที่พ่อสามีนะ” ดิษฐ์ว่าแล้วเดินเข้าไปขอบคุณนายพลอัศวินที่ให้เกียรติมาร่วมงาน มุกตาภาตามเข้ามาไหว้ทักทายท่านเช่นกัน ท่านรีบออกตัว ในเมื่อเป็นงานของคู่หมั้นลูกชายของท่าน จะไม่มาได้อย่างไร และที่สำคัญท่านเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินการประกวดครั้งนี้ด้วย

    มุกตาภาเหลือบเห็นอาชัญเข้ามาในงาน รีบกระซิบพ่อให้ไปต้อนรับ ดิษฐ์เชิญนายพลอัศวินกับดารินทร์

    ตามสบาย เขาขอตัวไปรับแขกก่อน แล้วเดินออกไปกับ ลูกสาว...

    ไม่นานนัก สลิลทิพย์กับอรสินีปรากฏตัวขึ้นในงาน ทุกคนต่างเหลียวมองอรสินีเป็นตาเดียวกัน ตะลึงในความงดงามของเธอ แขกร่วมงานคนหนึ่งอดทักไม่ได้ หนูอรสวยขนาดนี้ สลิลทิพย์น่าจะส่งประกวด รับรองชนะแน่นอน อรสินีถ่อมตัวว่าตัวเองสวยไม่พอกับตำแหน่งนางสาว ณ สยาม สลิลทิพย์ขอตัวพาลูกสาวไปทักทายเจ้าของงานก่อน แขกคนนั้นมองตามสองแม่ลูก ก่อนจะหันไปเม้าท์กับเพื่อนที่มาด้วยกัน

    “เห็นวงในเขาซุบซิบกันว่าลูกชายคุณดิษฐ์เทียวไล้เทียวขื่อหนูอรอยู่น่ะ จริงหรือเปล่า”

    “ก็คงจะจริงล่ะมั้ง ลูกเศรษฐีพวกนี้ เขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เรือล่มในหนองทองจะไปไหน”

    เสียงพิธีกรของงานประกาศเชิญ ชญานนท์ เบญจา–บูรณี ทายาทของดิษฐ์ ผอ.กองประกวดนางสาว ณ สยาม ขึ้นมาบนเวที สองขาเม้าท์จึงหยุดนินทา หันไปสนใจบนเวทีแทนที่...

    หลังจากชญานนท์กล่าวขอบคุณพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนการประกวดครั้งนี้เรียบร้อย รีบลงจากเวทีไปหาอรสินีที่หลบออกมาเดินเตร่อยู่นอกห้องจัดเลี้ยง กระเซ้าว่าเบื่องานเลี้ยง เบื่อคนมากๆ ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยเปลี่ยน เธอยอมรับว่าเป็นอย่างที่เขาว่า งานหนักขนาดไหนเธอรับได้หมด แต่ถ้าให้ออกงานรับไม่ไหวจริงๆ

    “พี่นนท์กลับเข้าไปในงานก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวน้องอรตามเข้าไป”

    ชญานนท์คะยั้นคะยอให้อรสินีเข้างานพร้อมกัน เธอเถียงไม่ออกจำต้องพยักหน้ารับคำ...

    ด้านสลิลทิพย์เดินหน้าบูดเข้ามาหาอาชัญ บ่นเป็นหมีกินผึ้ง วันนี้เป็นวันซวยอะไรกันหนักหนา ถึงหนีดารินทร์ไม่พ้น เขาท้วงว่าเธอน่าจะสบายใจด้วยซ้ำ สลิลทิพย์สวนขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

    “สบายใจเรื่องอะไรคะ เรื่องที่เห็นนังนั่นมากับท่านอัศวินน่ะหรือ ผู้หญิงสีทองทั้งตัวแบบนั้น มันพร้อมจะเป็นเมียน้อยให้ผู้ชายพร้อมๆกันหลายคนอยู่แล้ว คุณอยู่แถวนี้นะอย่าไปไหน เดี๋ยวฉันมา” สลิลทิพย์ผละจากไปโดยไม่รู้ดารินทร์คอยจับจ้องมองอยู่อย่างมีเลศนัย ครู่ต่อมา ขณะสลิลทิพย์เข้าไปสงบสติอารมณ์อยู่ในห้องน้ำดารินทร์ตามมาเยาะเย้ยว่าถึงขนาดต้องหลบเธอมาอยู่ในนี้เลยหรือ สลิลทิพย์ไม่ได้หลบ แค่ไม่อยากเห็นหน้าเธอให้เป็นเสนียดกับลูกตาตัวเอง ดารินทร์แดกดันถ้าคิดคำด่าได้แค่นี้ ควรกลับไปยืนเฝ้าสามีน่าจะดีกว่า

    “อ้อ...แล้วฉันจะบอกอะไรให้นะ เสนียดในตัวฉัน มันเทียบกับความเลวทรามต่ำช้าของผู้หญิงที่ฉาบหน้าว่าเป็นไฮโซ ผู้ดี แต่การกระทำโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างแกไม่ได้เลย ถ้าวันนั้นฉันตายไป แกก็คือฆาตกร”

    “แกพูดเรื่องอะไร อย่ามาใส่ร้ายป้ายสีฉันนะ”

    “ฉันจะใส่ร้ายแกทำไม วันนี้แกมีอะไรมั่ง ผู้ชายข้างตัวก็เทียบกันไม่ติด ธุรกิจก็เทียบกันไม่ได้ รูปร่างหน้าตาก็...หมดสภาพ ไหน ลองคิดสิว่าแกมีอะไรที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้บ้าง”

    สลิลทิพย์โกรธควันแทบออกหู ไม่ทันจะอ้าปากด่า อรสินีเข้ามาตามเสียก่อน ดารินทร์รีบเดินเลี่ยงออกมาเธอมองตามแค้นใจมาก

    ooooooo

    สลิลทิพย์นึกถึงคำเย้ยหยันของดารินทร์ในงานเลี้ยงเมื่อคืนแล้วทนไม่ได้ ตัดสินใจจะส่งอรสินีเข้าประกวดนางสาว ณ สยาม อติรุจลูกชายคนโตไม่เห็นด้วยที่แม่จะทำอย่างนั้น

    “แม่ไม่ได้ให้รุจไปประกวดสักหน่อย คนที่จะปฏิเสธหรือเห็นด้วยกับแม่ คือยายอรคนเดียว...อร แม่ไม่เคยขอให้อรทำอะไรที่ฝืนใจอรเลยใช่ไหมลูก ทุกอย่างที่แม่ให้อรทำ ก็เพราะว่าแม่หวังดีกับลูก”

    อติรุจดักคอถ้าแม่พูดขนาดนี้ น้องคงปฏิเสธไม่ลง เป็นอย่างที่เขาว่าไม่มีผิด อรสินีตอบตกลงจะทำตามที่แม่ต้องการโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่น้อย อติรุจไม่เข้าใจทำไมอยู่ดีๆ แม่ถึงอยากเป็นแม่นางงามขึ้นมา

    “เพราะแม่ต้องการให้ทุกคนรู้ว่าชีวิตแม่สมบูรณ์แบบแค่ไหนไง มีครอบครัวที่ดี มีลูกชายเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ แล้วก็มีลูกสาวที่มีคุณสมบัติครบถ้วน”

    “แล้วถ้าอรไม่ได้เป็นนางสาว ณ สยามล่ะคะ”

    สลิลทิพย์มั่นใจว่าลูกต้องได้เป็น เพราะเธอสวย ธรรมชาติไม่ใช่ด้วยมือหมอ และที่สำคัญ งานนี้ ช่อง Thai 10 เป็นคนจัด ชญานนท์ต้องช่วยพวกเราอยู่แล้ว...

    เพื่อไม่ให้น้องสาวต้องเคร่งเครียดกับการจัดงานประกวดนางงามครั้งนี้มากเกินไป และที่สำคัญน้องจะได้มีเวลาให้ณเดชย์คู่หมั้นของเธอ ชญานนท์จึงตกลงใจจะให้คุณรัตน์มาช่วยดูแลเรื่องแผนการประชาสัมพันธ์ ดิษฐ์เห็นด้วยกับลูกชาย มุกตาภาเจอสองรุมหนึ่งเข้าไปถึงกับค้านไม่ออก

    “แบบนี้มุกก็ต้องยอมค่ะ มุกไปก่อนนะคะ มีนัดสำคัญค่ะ” มุกตาภาพูดจบ รีบออกจากห้องประชุม ดิษฐ์และชญานนท์มองตามยิ้มๆ...

    จากนั้นไม่นาน มุกตาภามาถึงร้านอาหารตามนัด เธอดูกระตือรือร้นที่ได้เจอณเดชย์คู่หมั้นของตัวเอง แต่อีกฝ่ายกลับไม่ค่อยจะใส่ใจเธอนัก ถามคำตอบคำ แถมชิงสั่งอาหารก่อนเธอเสียอีก...

    ชญานนท์แปลกใจเมื่อรู้ว่าอรสินีจะเข้าประกวดนางงามครั้งนี้ด้วย ทั้งๆที่เธอเป็นคนไม่ชอบออกงานสังคมและไม่ชอบการแข่งขัน แต่แล้วความจริงก็เปิดเผยที่เธอเข้าประกวดก็เพื่อสนองความต้องการของแม่เธอเอง

    ooooooo

    หลายวันต่อมา...

    ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะตรีอัปสรกำลังเข็นรถใส่กระเป๋าเดินทางออกมาจากประตูผู้โดยสายขาออก เจอ

    อติรุจ อรสินีและชญานนท์มารอรับอาชัญกลับจากต่างประเทศ อติรุจตื่นเต้นดีใจที่ได้เจอเธอ เช่นเดียวกับอร–

    สินีผู้เป็นน้องสาว เพราะไม่ได้เจอกันนานมากนับตั้งแต่ตรีอัปสรไปเรียนต่อเมืองนอก ผิดกับชญานนท์ที่ดูเย็นชาและหมางเมิน อติรุจอาสาจะไปส่งเธอให้ ถ้าไม่มีใครมารับ

    “ขอบคุณค่ะ ตรีไม่รบกวนคุณรุจหรอกค่ะ แม่มารับตรีค่ะ”

    อติรุจแสดงออกชัดเจนว่าเสียดายที่ไม่ได้อยู่คุยกับเธอนานๆ ชญานนท์บอกให้เขาอยู่คุยก่อนก็ได้ ตนกับน้องอรจะไปรอคุณน้าเอง อติรุจยังไม่ทันจะพูดอะไร แม่ของตรีอัปสรโทร.มาตาม เธอขอตัวก่อน อติรุจรีบหยิบนามบัตรให้ บอกให้โทร.หาจะได้นัดไปกินข้าวกัน เธอยิ้มรับ บอกลาทุกคนแล้วรีบลากรถเข็นออกไป...

    ดารินทร์ซึ่งรออยู่อีกมุมหนึ่งของทางออกอาคารผู้โดยสาร เห็นตรีอัปสร รีบโผเข้าไปหาด้วยความดีใจ แต่เธอกลับไหว้สวัสดีแม่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ยินดียินร้าย ดารินทร์ตัดพ้อว่าทำหน้าดีใจหน่อยไม่ได้หรือ

    “ไปเถอะแม่ ตรีเหนื่อยจะแย่แล้ว”  ตรีอัปสรตัดบท...

    ฝ่ายอรสินีอดกระเซ้าพี่ชายตัวเองไม่ได้ ที่สีหน้าเปื้อนยิ้มมีความสุขที่ได้เจอตรีอัปสร แล้วหันไปถามชญานนท์ว่าเมื่อไหร่จะคุยกับเธอดีๆสักที เขาทำเฉไฉ คุยไม่ดีตรงไหน

    “ก็ไม่ถึงกับไม่ดีหรอกค่ะ เพียงแต่หน้าพี่นนท์เฉยเมยไร้ความรู้สึกไปนิดน่ะค่ะ จริงไหมคะพี่รุจ”

    อติรุจยังไม่ทันจะตอบ เห็นพ่อเดินออกมาจากด้านใน รีบชวนกันไปรอรับ...

    ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน ดารินทร์เห็นลูกเอาแต่นั่งหลับตา ถามว่าเหนื่อยจริงๆ หรือว่าไปเจอใครที่สนามบินตรีอัปสรลืมตามองแม่ ก่อนจะบอกว่าเจอเพื่อนเก่า

    ตั้งแต่ตอนที่เธออยู่สลัม ดารินทร์ชักสีหน้าไม่พอใจ เอ็ดเสียงเขียว จะพูดถึงที่นั่นให้ได้อะไรขึ้นมา หญิงสาวไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย

    “ช่างมันเถอะแม่ ว่าแต่แม่เถอะ ให้ตรีดร็อปเรียนแล้วเรียกกลับมาด่วนขนาดนี้ แม่จะให้ตรีทำอะไร”

    ดารินทร์ยังไม่อยากจะพูดอะไรตอนนี้ เพราะไม่ต้องการให้คนขับรถได้ยิน รอจนกระทั่งถึงบ้านเรียบร้อย จึงยอมเฉลยสาเหตุที่ต้องเรียกตัวลูกกลับกะทันหัน เพราะต้องการจะให้มาประกวดนางสาว ณ สยาม หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ จังหวะนั้น ปิ๋มสาวใช้เข้ามาถามตรีอัปสรว่าจะให้เธอจัดเสื้อผ้าเข้าตู้เลยไหม

    “ให้ฉันรื้อของออกมาก่อนแล้วกัน แล้วแกค่อยขึ้นไปจัด แม่ ตรีไปอาบน้ำก่อนนะ”

    “แล้วลงมากินข้าวด้วยกันนะ วันนี้คุณอัศวินมา”

    ตรีอัปสรชักสีหน้าทันที ดารินทร์ไม่พอใจท่าทางของลูกสาว สั่งห้ามทำหน้าแบบนี้กับเธออีก ถ้าเราสองแม่ลูกไม่ได้ท่านอัศวิน ป่านนี้ไม่รู้ไปซุกอยู่รูไหน ไม่ได้มาชูคอเป็นไฮโซ เซเลบ แบบนี้หรอก

    “ใครบอกแม่ว่าเราเป็นไฮโซ เซเลบ แม่คิดไปเองหรือเปล่า” ตรีอัปสรส่ายหน้าอย่างระอาใจ ก่อนจะลุกออกไป ดารินทร์มองตามหงุดหงิดใจ ไม่รู้ว่าเธอเป็นลูกหรือเป็นศัตรูของตนกันแน่...

    ในเวลาต่อมา ตรีอัปสรอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ออกจากห้องน้ำเห็นปิ๋มเอาเสื้อตัวสุดท้ายแขวนในตู้เสื้อผ้า คุยว่ามีของฝากให้ปิ๋มกับแป๋วแม่ของปิ๋มด้วย แต่อยู่ในกระเป๋าอีกใบ ว่างๆเธอจะรื้อให้ ปิ๋มขอตัวลงไปช่วยแม่จัดสำรับก่อน ตรีอัปสรพยักหน้ารับรู้ เดินไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบหยิบกระเป๋าสะพายมาเปิดเอาตุ๊กตาหมีสีซีดตามกาลเวลาขึ้นมาพูดด้วย

    “ขอโทษนะเป็นหนึ่ง ที่เอาออกมาช้า อึดอัดไหมหายใจออกหรือเปล่า” ตรีอัปสรนึกถึงสีหน้าเย็นชาของชญานนท์ “นายนั่นเกลียดตรี...ตรีก็ไม่ชอบหน้าเขาเหมือนที่เขาไม่ชอบหน้าตรีนั่นแหละ”

    ooooooo

    ตกเย็น นายพลอัศวินมาที่บ้านดารินทร์  ไม่เห็นตรีอัปสรอยู่ด้วยก็ถามหา ได้ความว่าจัดข้าวของอยู่ในห้อง ดารินทร์สั่งให้ปิ๋มไปบอกเธอว่าท่านนายพลมาแล้ว ปิ๋มรีบขึ้นไปตาม ตรีอัปสรกำลังส่องกระจกดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผม บอกให้เธอลงไปก่อนไม่ต้องรอ พูดยังไม่ทันขาดคำ ณเดชย์โทร.เข้ามือถือของตรีอัปสร

    “ตรี คิดถึงตรีใจจะขาด” ณเดชย์ออดอ้อน

    “ขนาดนั้นเลยหรือคะคุณนะ”

    “ผมนับเวลาทุกวินาทีเลยนะ ตั้งแต่ตรีลงจากเครื่อง กะเวลาให้ตรีถึงบ้าน อาบน้ำก่อน นี่ถ้ามีเหตุให้ผมต้องโทร.หาตรีช้ากว่านี้อีกสัก 10 นาที ผมใจขาดจริงๆด้วย”

    ตรีอัปสรยิ้มพอใจที่มีผู้ชายมาสยบ ก่อนจะหันมาโบกมือให้ปิ๋มออกไป แล้วคุยโทรศัพท์ต่อ “คุณนะอย่าพูดให้ตรีรู้สึกว่าตรีเป็นคนสำคัญเลยค่ะ ยังไงตรีก็ไม่สำคัญเท่าคุณมุกคู่หมั้นของคุณหรอก”

    “ตรีอย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นสิครับ ผมอยากเจอตรี กินข้าวกับผมนะ”

    ตรีอัปสรยิ้มเจ้าเล่ห์ สบโอกาสเหมาะไม่ต้องกินข้าวร่วมโต๊ะกับนายพลอัศวิน...

    ฝ่ายปิ๋มลงมารายงานดารินทร์ว่าตรีอัปสรกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ อีกสักครู่คงจะลงมา ดารินทร์ชวนนายพลอัศวินให้ลงมือกินอาหารกันไปพลางก่อน แล้วสั่งให้แป๋วตักข้าวให้ ท่านนายพลยกมือห้าม

    “ไหนๆเราก็รอแล้ว รออีกสักนิดแล้วกัน” สิ้นเสียงนายพลอัศวิน ตรีอัปสรเดินมายกมือไหว้ทักทายเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาทักทายตอบด้วยสีหน้าแบบเดียวกัน เธอขอโทษที่วันนี้อยู่กินข้าวด้วยไม่ได้ พอดีเพื่อนโทร.มามีเรื่องด่วน แล้วขอยืมรถของแม่ไปใช้ นายพลอัศวินจะให้คนรถขับไปส่ง เธอก็ไม่ยอม

    “ตรีอยากขับรถในกรุงเทพฯบ้าง คิดถึงรถติดจะแย่แล้วค่ะ ตรีขอตัวก่อนนะคะ”

    นายพลอัศวินมองตามตรีอัปสรที่เดินออกจากบ้านด้วยสีหน้าพึงพอใจ...

    ไม่นานนัก ตรีอัปสรมาถึงร้านอาหารตามนัด ณเดชย์ซึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้วกุลีกุจอลุกไปต้อนรับ แถมทำท่าจะกอดอีกต่างหาก หญิงสาวเอามือกันไว้ เตือนว่าที่นี่กรุงเทพฯไม่ใช่ลอนดอน แล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามเขา

    “จะที่ไหนก็เหมือนกัน จะกรุงเทพฯหรือที่ไหน ผมก็รักตรีไม่เคยเปลี่ยน” ณเดชย์เลี่ยนได้ใจ ตรีอัปสรรีบตัดบท ขอสั่งอาหารมากินก่อน ตอนนี้หิวไส้กิ่วแล้ว...

    ขณะที่ณเดชย์ออกมาดินเนอร์กับหญิงอื่นอย่างมีความสุข มุกตาภานั่งกินข้าวอยู่กับพี่ชายตัวเองคิดถึงคู่หมั้นขึ้นมา ฉวยมือถือขึ้นมาโทร.หา ณเดชย์สวีตหวานชนแก้วไวน์อยู่กับตรีอัปสร เห็นชื่อมุกตาภาโชว์บนหน้าจอรีบคว่ำมือถือไม่รับสาย เธอเตือนให้เขารับ เขากลับปล่อยให้สายตัดไปเอง

    มุกตาภาโทร.หาณเดชย์อีกครั้ง เขาไม่ใส่ใจเหมือนเดิมจนตรีอัปสรต้องติง ถ้าเป็นคนเดิมโทร.มา เขาควรจะรับสาย เพราะอาจเป็นเรื่องด่วน เรื่องสำคัญก็ได้

    “จะมีอะไรสำคัญไปกว่าตรีอีกล่ะครับ” ณเดชย์ไม่วายหยอดคำหวานชวนเลี่ยนอีก

    ooooooo

    มุกตาภาวางมือถือด้วยสีหน้าเป็นกังวลปนหงุดหงิด ชญานนท์บอกให้เธอกินข้าวก่อน แล้วค่อยโทร.ใหม่อีกครั้ง เธอบ่นอุบ ปกติณเดชย์ไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน ต้องมีอะไรแน่ๆ เขาปลอบน้องสาวว่าไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล ณเดชย์อาจจะคุยติดพันเรื่องงานก็เลยรับสายไม่ได้

    “ติดพันเรื่องงานก็แล้วไปค่ะ แต่ถ้าติดพันเรื่องผู้หญิงล่ะก็ มีเรื่องแน่” มุกตาภาสีหน้าเอาจริง...

    ณเดชย์ยังคงออดอ้อนจะขออยู่กับตรีอัปสรตาม ลำพังเพื่อรื้อฟื้นความหลังเมื่อครั้งอยู่ลอนดอนด้วยกัน เธอทำอย่างนั้นไม่ได้อีก เพราะเขามีคู่หมั้นแล้ว ณเดชย์น้อยใจ ที่เธอพูดไปพูดมาวกกลับมาเรื่องนี้อีก ตรีอัปสรจึงเปลี่ยนเรื่องคุย บอกว่าที่เธอกลับเมืองไทยคราวนี้เพื่อมาประกวดนางสาว ณ สยาม ตามคำสั่งของแม่

    จังหวะนั้น ชาติกับวุฒิเพื่อนของณเดชย์ซึ่งมาเลี้ยงรุ่นกลุ่มย่อยกันที่นี่เดินเข้ามาทักทาย คิดว่าตรีอัปสรเป็นคู่หมั้นของณเดชย์ ขออนุญาตเธอยืมตัวเขาไปเจอพวกเพื่อนๆสักครู่

    “เชิญตามสบายค่ะ”

    ณเดชย์เดินกอดคอไปกับเพื่อนได้อึดใจ มีเสียงมือถือเขาดังขึ้นอีก ตรีอัปสรหยิบมือถือที่เจ้าของคว่ำเอาไว้ขึ้นมาดู เห็นชื่อมุกตาภาโชว์บนหน้าจอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยนั้น เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ทิ้งรอยลิปสติกสีแดงติดที่ขอบแก้วชัดเจน แล้วเอาแก้วใบนั้นวางคู่กับแก้วของณเดชย์ หยิบมือถือของเขามาถ่ายรูป พิมพ์ข้อความว่า “สองต่อสอง” ก่อนจะอัพรูปลงในอินสตาแกรมของเขา...

    เมื่อเห็นสมควรแก่เวลา ตรีอัปสรชวนณเดชย์กลับ ระหว่างที่ทั้งคู่เดินมายังที่จอดรถของร้านอาหาร เขาไม่วายออดอ้อนพรุ่งนี้จะขอเจอเธออีก เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้ เธอไม่อยากเป็นมือที่สามของใคร

    “คุณไม่ใช่มือที่สามนะตรี”

    “คุณนะ อย่าหลอกให้ตรีสบายใจเลยค่ะ เรื่องระหว่างเราที่ลอนดอน ถ้าตรีรู้ว่าคุณนะมีคู่หมั้นแล้ว ตรีจะไม่มีวันยุ่งกับคุณนะเด็ดขาด ตรีไม่อยากเป็นนางมารร้าย สร้างความร้าวฉานให้กับความรักของคุณกับคู่หมั้น”

    “ตรี ระหว่างผมกับมุก มันไม่ใช่ความรักนะ ผมรักตรีคนเดียว”

    “ตรีก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดีค่ะ” เธอแสร้งตีหน้าเศร้า

    ณเดชย์ขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียวที่ไม่เด็ดขาด ผิดที่ยังไม่สามารถเคลียร์เรื่องนี้ได้ หญิงสาวไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด บอกราตรีสวัสดิ์เขาแล้วขึ้นรถขับออกไป ณเดชย์มองตามตาละห้อย หยิบมือถือขึ้นมาดู เห็น หมายเลขที่ไม่ได้รับสายของมุกตาภา 5 ครั้ง ถึงกับส่ายหน้าอย่างเอือมระอา...

    หลังจากขับรถกลับถึงบ้าน ตรีอัปสรเดินเตร่ดูต้นไม้ ดอกไม้ที่สนามหญ้า นายพลอัศวินออกจากมุมมืดเข้ามาทัก เธอไม่สะดุ้งตกใจเพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาอยู่ตรงนั้น นายพลอัศวินนิ่วหน้าแปลกใจ รู้ได้อย่างไร

    “กลิ่นโคโลญจน์ของคุณลุงไงคะ”

    “ทั้งสวย ทั้งฉลาด ถูกใจลุงจริงๆ” ท่านนายพลหัวเราะชอบใจ เธอพูดทีเล่นทีจริงว่าสวยและฉลาดแบบนี้ พอจะเป็นนางสาว ณ สยามได้ไหม เขายังไม่ทันตอบคำถาม ดารินทร์เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ไล่ลูกสาวไปอาบน้ำนอน พรุ่งนี้เธอจะพาไปขัดสีฉวีวรรณ ตรีอัปสรกล่าวราตรีสวัสดิ์นายพลอัศวิน แล้วเดินเข้าตึกใหญ่...

    ฝ่ายณเดชย์เดินฮัมเพลงเข้าบ้านสีหน้าเบิกบานจนคุณหญิงสุดสวาทอดถามไม่ได้ว่าไปอารมณ์ดีมาจากไหน ท่าทางมีความสุขเหลือเกิน เขาแปลกใจที่เจอแม่ ไม่คิดว่าวันนี้จะอยู่บ้าน เธอต่อว่าว่าพูดแบบนี้หากใครได้ยินเข้าจะคิดว่าเธอชอบไปนอนค้างอ้างแรมนอกบ้าน

    “ไม่มีใครได้ยินหรอกครับคุณแม่ เอ๊ะ หรือกลัวคุณพ่อจะได้ยินครับ”

    “โอ๊ย คงจะอยู่ให้ได้ยินหรอกรายนั้น ออกไปตั้งแต่ยังไม่มืด จะรีบไปต้อนรับยายลูกสาวของนังนั่นกลับจากเมืองนอก นึกว่าแม่จะรู้ไม่ทันหรือว่าคิดอะไรอยู่ กะจะรวบทั้งแม่ทั้งลูก นังแม่มันก็คงเห็นดีเห็นงามด้วยนั่นแหละ คนสมัยนี้มันไม่ถือสากันแล้ว แม่ลูกใช้ผู้ชายคนเดียวกัน ลูกเองก็เหมือนกันระวังจะไปใช้ผู้หญิงคนเดียวกับพ่อโดยไม่เจตนา” คำพูดดักคอของแม่ทำเอาณเดชย์แอบสะดุ้ง

    ooooooo

    เจ๊หนึ่งกะเทยจอมเว่อร์ ตามมาแซะวรัญญาถึงห้องพักแต่ไก่โห่จะเอาตัวไปฟื้นฟูสภาพเพื่อลงประกวดนางสาว ณ สยามที่จะเปิดรับสมัครในวันพรุ่งนี้ เธออิดออดไม่อยากประกวด อ้างว่าเวทีนี้ใหญ่เกินไปสำหรับเธอ เจ๊หนึ่งขอร้องอย่าดราม่า ตนจะส่งประกวดนางงาม ไม่ได้ให้ไปสมัครเล่นละครเป็นนางเอก

    “จะพูดดีๆแบบไม่กัดจิกไม่ได้เลยใช่ไหมเจ๊” วรัญญาพูดไปหัวเราะไปด้วย

    “เอ้า มัวแต่ขำ ไปอาบน้ำอาบท่าแล้วออกไปนวดตัว นวดหน้าทำผมกัน พรุ่งนี้เรามีงานใหญ่ต้องทำ”...

    ดารินทร์พาตรีอัปสรไปซื้อคอร์สเสริมความงามชุดใหญ่ที่สถานเสริมความงามของคุณนภา และวานให้เธอช่วยดูทีว่าจะต้องทำอะไรอีกบ้าง แล้วตอนบ่ายตนจะมารับ ดารินทร์ยังไม่ทันจะขยับไปไหน เจ๊หนึ่งพาวรัญญาเข้ามาพอดี เขาปรี่เข้าไปไหว้เธออย่างนอบน้อม แล้วหันไปแนะนำวรัญญาให้รู้จัก

    หญิงสาวผู้อ่อนวัยกว่าไหว้ดารินทร์แล้วมองเลยไปที่ตรีอัปสรซึ่งปรายตามองตอบแวบหนึ่ง ก่อนจะเมินไม่สนใจ วรัญญามองตามเธอที่เดินเข้าไปกับพนักงานของร้านอย่างหมั่นไส้ เจ๊หนึ่งอดชมตรีอัปสรไม่ได้ว่าสวยมาก หน่วยก้านก็ดีน่าจะส่งประกวดนางสาว ณ สยาม ดารินทร์ได้แต่ยิ้มรับไม่พูดอะไร วรัญญามีงอน

    “จะเปลี่ยนใจไหมเจ๊ รัญจะได้กลับ”

    “แหมๆๆๆใจเย็นๆค่ะน้องรัญ...ขอโปรแกรมนางงามนะฮะคุณนภา” เจ๊หนึ่งดุนหลังวรัญญาให้เข้าไปด้านใน แล้วหันไปเสนอตัวกับดารินทร์ถ้าให้โอกาสตนดูแลตรีอัปสรรับรองมงกุฎไม่หนีไปไหน...

    ดิษฐ์เห็นว่าได้เวลาอาหารเที่ยง ชวนมุกตาภาไปกินข้าวด้วยกัน เธอไปไม่ได้มีนัดกับเพื่อนไว้ แล้วเดินหน้าบอกบุญไม่รับออกไป เขาหันไปถามลูกชายว่ามีเรื่องอะไรกันอีกหรือเปล่า ชญานนท์ไม่ตอบอะไรขอตัวไปคุยกับน้องก่อน แล้ววิ่งตามเธอจนทัน ซักว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าณเดชย์ยังไม่โทร.กลับตั้งแต่เมื่อคืน มิสคอลของเธอไม่ทำให้เขากระตือรือร้นพอที่จะโทร.กลับมาหา ชญานนท์ปลอบว่าเขาอาจกำลังยุ่งอยู่

    “พอเถอะค่ะพี่นนท์ เลิกปลอบใจมุกได้แล้วค่ะ ถ้าพี่นนท์อยากจะช่วยมุกจริงๆล่ะก็ ช่วยไปบอก

    คุณนะให้มุกดีกว่าค่ะว่าช่วยทำตัวให้ดีๆหน่อย อย่าทำให้มุกโกรธ” มุกตาภาพูดจบผละจากไป ชญานนท์มองตามด้วยความเป็นห่วง...

    ในเวลาต่อมา มุกตาภามาถึงร้านอาหารหรูตามนัด พอแพรวเห็นหน้าเพื่อนรักเท่านั้นกระเซ้าทันที นึกว่าเธอจะมาไม่ไหวเสียอีก เห็นเมื่อคืนไปฉลองกับณเดชย์สองต่อสองไม่ใช่หรือ มุกตาภาสงสัยว่ารู้ได้อย่างไร

    “แหม ก็คุณนะอัพขึ้นอินสตาแกรมซะขนาดนั้น ประกาศให้โลกรู้เลยนะว่าพาคู่หมั้นไปฉลองสองต่อสอง”

    มุกตาภาหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูอินสตาแกรมทันที...

    เมื่อณเดชย์เห็นรูปที่ตรีอัปสรอัพลงอินสตาแกรมของเขาก็โทร.หาเธอทันที ตรีอัปสรทำเสียงอ้อนว่าโกรธหรือเปล่าที่เธอทำแบบนั้น เขาไม่โกรธและไม่มีวันโกรธ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรเขารับได้หมด

    “แต่สิ่งที่ตรีทำเพราะตรีรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นี่ถ้าคุณมุกเห็นแล้วเกิดเข้าใจผิด คุณนะจะลำบากใจนะคะ”

    “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมจัดการได้ อืม แต่ถ้าตรีอยากให้ผมสบายใจก็มาเจอกันเย็นนี้อีกสักครั้งได้ไหม”

    ตรีอัปสรบอกปัดว่าไปไม่ได้ คงต้องเป็นโอกาสหน้า แล้วขอตัววางสายก่อน แม่เรียกแล้ว เธอตัดสายทิ้งสีหน้าเบื่อหน่าย หยิบนิตยสารที่วางไว้ในสถานเสริมความงามซึ่งมีเรื่องราวของอรสินีขึ้นมาอ่าน

    “อรสินี วัณณุวรรธน์ ทายาทนักธุรกิจนำเข้า

    เสื้อผ้าแบรนด์เนม สวย รวย เก่ง...จะครบเครื่องไป

    ไหมยะ” ตรีอัปสรเบ้ปากอย่างหมั่นไส้...

    ทางด้านแพรวเห็นอาการโมโหหึงของเพื่อนรักแล้ว พยายามปลอบให้ใจเย็นๆ มุกตาภาเย็นไม่ไหวจะไปพูดกับณเดชย์ให้รู้เรื่อง แพรวเตือนขืนเอะอะโวยวาย เขาอาจไหวตัวทัน จะทำให้ตามสืบยากว่าเขาคบหาใครอยู่ และที่สำคัญถ้าจับไม่ได้คาหนังคาเขา เขาไม่มีทางยอมรับ มุกตาภาครุ่นคิดคล้อยตาม

    ooooooo

    ในเวลาต่อมา ขณะที่เจ๊หนึ่งถือถุงใส่เสื้อผ้ากำลังจะกลับมาที่สถานเสริมความงามของนภา เห็นตรีอัปสรเปิดประตูร้านออกมา รีบวิ่งไปดักหน้า จะทาบทามเธอไปประกวดนางสาว ณ สยาม เธอย้อนถามแล้วคนที่เขาพามาด้วยเมื่อเช้าจะทำอย่างไร จะส่งพร้อมกันสองคนเลยหรือ

    “อุ๊ย เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ เดี๋ยวเจ๊จัดการได้”

    “งั้นก็ไปจัดการก่อนไหม เดินมาโน่นแล้ว” 

    ตรีอัปสรพยักพเยิดไปด้านหลังเจ๊หนึ่ง แล้วผละจากไป เขายังไม่ทันจะอ้าปากเรียก วรัญญาวิ่งมาถึงตัวเสียก่อน ต่อว่าว่ามัวแต่ไปคุยกับยายนั่นอยู่ได้ แทนที่จะมาช่วยดูแลตนเองให้เต็มที่ เจ๊หนึ่งด่าสวน ก่อนที่จะว่าอะไรช่วยเบิ่งตาดูเสียก่อนว่าระหว่างที่วรัญญานอนให้คนบำรุงบำเรอความงาม ตนไปช็อปปิ้งชุดสวยสีถูกโฉลกมาเตรียมให้ใส่ไปสมัครเข้าประกวดวันพรุ่งนี้ วรัญญาใจร้อนจะขอดูชุด

    “ไม่ได้ ค่อยดูพรุ่งนี้ ใส่แล้วไปสมัครเลย รีบไปทำตัวให้เสร็จเร็วๆเถอะ”...

    ระหว่างที่ตรีอัปสรจะเดินไปยังลานจอดรถของห้างฯหรูซึ่งสถานเสริมความงามตั้งอยู่ ชนเข้ากับชญานนท์อย่างจังจนกล่องขนมเค้กในมือเขาหล่นพื้น เธอเสีย

    หลักจะล้ม เขาต้องคว้าตัวไว้ พอเห็นหน้าผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมแขนชัดๆ ชญานนท์รีบปล่อยมือ แล้วก้มลงไปเปิดกล่องขนมดู เค้กหน้าเละดูไม่จืด

    “ตรีขอโทษนะคะ ตรีไปซื้อให้ใหม่ดีกว่า”

    “เธอ...เอ่อ คุณไม่ได้ตั้งใจจะชนผมนี่ มันเป็นอุบัติเหตุ” ชญานนท์พูดจบหันหลังจะกลับเข้าห้างฯ 

    ตรีอัปสรร้องเรียกไว้ ถามว่าจะซื้อไปฝากคุณอรใช่ไหม ถ้าใช่ เธอจะฝากซื้อไปให้คุณอรกับคุณรุจด้วยได้ไหม

    “ผมว่าคุณซื้อเองแล้วเอาไปฝากเองจะดีกว่า” ชญานนท์ก้มหัวให้เล็กน้อย แล้วเดินจากไป ตรีอัปสรมองตามเจ็บใจ จากนั้นไม่นาน ชญานนท์มาถึงบ้านวัณณุวรรธน์ พร้อมกับขนมเค้กกล่องใหม่ อรสินีขอบคุณเขามากกำลังอยากจะกินขนมเค้กเจ้านี้อยู่พอดี เขายังไม่ให้กินตอนนี้ ต้องหลังจากไปกินมื้อค่ำกับเขาก่อน 

    อรสินีตอบรับคำเชิญด้วยความยินดี ทั้งคู่ยังไม่ทัน

    จะขยับไปไหน สลิลทิพย์เข้ามาห้ามไว้สั่งให้กินข้าว

    ที่บ้านดีกว่า

    “ช่วงนี้น้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าอรกับนนท์เป็นแฟนกัน นนท์เองเป็นผู้บริหารของ Thai 10 ถ้าสื่อรู้ว่ามีคู่รักเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดนางสาว ณ สยาม เป็นทอล์กออฟ เดอะ ทาวน์ แน่ มันจะเสียหายกันไปหมด เพราะฉะนั้นถ้านนท์อยากเจออร น้าขอให้มาเจอกันที่นี่เท่านั้น หยุดออกไปไหนมาไหนด้วยกันสักพัก”

    อรสินีพูดติดตลกว่าจนกว่าเธอจะตกรอบใช่ไหม สลิลทิพย์ไม่ตลกด้วย สั่งห้ามพูดแบบนี้ให้ได้ยินอีก แล้วปรายตามองขนมเค้ก กึ่งเตือนกึ่งบังคับไม่ให้กินของพวกนี้เยอะ ตอนนี้อรสินีต้องระวังทั้งรูปร่างและผิวพรรณ พรุ่งนี้เช้าเราจะไปสมัครเข้าประกวดกัน ถือฤกษ์ดีออกจากบ้าน 9 โมงเช้า...

    ไม่ได้มีแต่สลิลทิพย์ที่ถือฤกษ์ถือยาม ดารินทร์เองก็เชื่อเรื่องนี้เช่นกัน พยายามจะให้ตรีอัปสรไปสมัครเข้าประกวดวันพรุ่งนี้ อ้างท่านอาจารย์ที่นับถือกันดูแล้วว่าพรุ่งนี้เป็นวันดี ตรีอัปสรยืนกรานไม่ไปสมัครพรุ่งนี้เด็ดขาด เธออยากเห็นก่อนว่าจะมีใครเป็นคู่แข่งตัวเองบ้าง ดารินทร์ขี้เกียจเซ้าซี้ ยอมตามที่ลูกต้องการ

    ooooooo

    วันแรกของการรับสมัครผู้เข้าประกวดนางสาว ณ สยาม สถานีโทรทัศน์ช่อง Thai 10 สถานที่รับสมัครคลาคล่ำไปด้วยสาวงามซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวกขาประจำที่เดินสายประกวดตามเวทีต่างๆมาแล้ว ภารดีหนึ่งในขาประจำผู้เข้าประกวดนางงามพร้อมด้วยทิปปี้พี่เลี้ยงนางงามไม่พลาดงานนี้เช่นกัน

    ทันทีที่เจ๊หนึ่งและวรัญญาเจอภารดีกับทิปปี้ก็เปิดศึกน้ำลายเชือดเฉือนคารมกันไปมา ราวกับเป็นคู่แข่งกันมาแต่ชาติปางก่อน แต่แล้วทั้งสองฝ่ายต้องหยุดกึกเมื่อพวกนักข่าวเข้าไปรุมถ่ายภาพอรสินีที่เดินเข้ามากับสลิล–ทิพย์ ความสวยสดใสของเธอทำเอาวรัญญาชักจะท้อเจ๊หนึ่งต้องกระตุ้นให้สู้ต่ออย่าเพิ่งถอดใจ แล้วชวนกันไปกรอกใบสมัคร ภารดีเองก็รีบควงแขนทิปปี้ตามไป...

    ขณะอรสินีกำลังหาที่นั่งกรอกใบสมัคร สลิลทิพย์บอกให้ลูกเขียนใบสมัครไปคนเดียวก่อน ตนจะไปตามนักข่าวมาสัมภาษณ์ เธอยังไม่ทันจะอ้าปากห้าม แม่เดินลิ่วๆออกไปแล้ว สวนกับวรัญญาและเจ๊หนึ่งที่เดินหาที่นั่งกรอกใบสมัครเหมือนกัน อรสินียิ้มให้อย่างเป็นมิตรวรัญญายิ้มตอบ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ ส่วนเจ๊หนึ่งรีบตามสลิลทิพย์ไปหน้าห้องรับสมัคร เห็นเธอปรี่เข้าไปหาพวกนักข่าว เชิญชวนให้ไปสัมภาษณ์ลูกสาวตัวเอง

    “ไฮโซมาแรงนะยะ” เจ๊หนึ่งแอบนินทา แล้วเดินนวยนาดเข้าไปทักทายพวกนักข่าวให้อีกฝ่ายเห็นว่ารู้จักกันมาก่อน “วันนี้พาน้องรัญมาจ้ะ ถ้ายังไงอย่าลืมไปถ่ายรูปเก็บไว้หน่อยนะ”

    ศึกชิงตัวนักข่าวเปิดฉากขึ้น ทั้งสลิลทิพย์และเจ๊หนึ่งพยายามดึงตัวพวกนั้นไปสัมภาษณ์เด็กของตัวเองก่อน ต่างแย่งกันเดินนำนักข่าวเข้าไปในห้องรับสมัคร ภารดีเห็นนักข่าวตามสลิลทิพย์กับเจ๊หนึ่งแจ พยายามเรียกร้องความสนใจ ทำทีสะดุดหกล้มร้องวี้ดว้าย แต่ดูเหมือนจะไร้ผล...

    การให้สัมภาษณ์ของอรสินีบ่งบอกถึงความเฉลียว–

    ฉลาดและมีไหวพริบ ผู้ร่วมประกวดคนอื่นๆตระหนักดีว่าสาวไฮโซคนนี้ไม่ได้มีแต่ความสวย ยังมีสมองอีกด้วย สลิลทิพย์ยิ้มปลื้มกับคำให้สัมภาษณ์ของลูกสาวตัวเอง...

    การรับสมัครสาวงามเข้าประกวดนางสาว ณ สยาม วันแรก เป็นข่าวออกทีวีทุกช่อง ตรีอัปสรนั่ง

    ดูอยู่ เห็นอรสินีร่วมประกวดด้วย จ้องมองอย่างสนใจ ไม่ทันเห็นดารินทร์ยืนดูอยู่ด้านหลัง

    “นังสลิลทิพย์มันส่งลูกสาวลงประกวดจริงๆด้วย นึกแล้วไม่มีผิด”

    “แม่รู้จักคุณสลิลทิพย์ด้วยหรือ”

    “ฉันรู้จักมันดีเลยล่ะ  รู้เช่นเห็นชาติเลยว่ามันเป็นคนอย่างไร ตรี...การประกวดคราวนี้  แกต้องได้เป็นนางสาว ณ สยาม เท่านั้น” ดารินทร์สีหน้าจริงจัง ตรี–

    อัปสรทักท้วงว่าอรสินีทั้งสวยทั้งการศึกษาดี  แถมยังเป็นไฮโซอีกต่างหากตนจะสู้ได้หรือ  ดารินทร์ไม่เห็นว่าลูกจะด้อยกว่านังนั่นตรงไหน เป็นทั้งไฮโซ ทั้งนักเรียนนอก สวย รวย เป็นลูกสาวดีไซเนอร์ชื่อดัง หากเทียบกันแล้วลูกมีคุณสมบัติมากกว่าเสียอีก

    “แล้วที่เคยอยู่ในสลัมนี่  ถือเป็นคุณสมบัติด้วยหรือเปล่า”

     “ฉันจะพลิกวิกฤติเป็นโอกาส  แกคอยดูแล้วกัน คราวนี้นังสลิลทิพย์จะต้องเจ็บมากกว่าที่มันเคยทำฉันไว้”

    ตรีอัปสรมองแม่อย่างสงสัยว่ามีเรื่องบาดหมางอะไรกับสลิลทิพย์ถึงได้จงเกลียดจงชังขนาดนี้...

    ทางด้านอติรุจไม่ชอบใจนักที่แม่บังคับน้องเข้าประกวดนางงาม จึงมักจะพูดแหย่ตลอดเวลาจนท่านเริ่มเคือง สะบัดหน้าเดินหนี อรสินีต้องขอร้องพี่ชายให้เลิกทำแบบนี้ เขาจับมือน้องสาวไว้

    “พี่ไม่เคยเห็นด้วยกับเรื่องประกวดนางงามอะไรนี่ แล้วพี่ก็รู้ว่าอรต้องฝืนใจตัวเองแค่ไหน”

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ  คิดเสียว่าได้ประสบการณ์ใหม่ ได้รู้จักคนมากขึ้น” อรสินีพูดคล้ายนางงามเข้าไปทุกทีแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้  ถามเขาว่าได้เจอตรีอัปสรหรือยังตั้งแต่พบกันที่สนามบินคราวก่อน  เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ พูดปลอบใจตัวเองว่าเธอคงงานยุ่ง ถ้าหากว่างเธอคงโทร.มาเอง อรสินีได้แต่มองพี่ชายอย่างเห็นใจ...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ห้องเสื้อ Enchant ของดารินทร์  หลังจากตรีอัปสรรอให้แม่โทร.นัดแนะนักข่าวไปรอสัมภาษณ์และเก็บภาพเธอในวันสุดท้ายของการรับสมัครชิงตำแหน่งนางสาว  ณ  สยามเรียบร้อย  จึงตัดสินใจถามแม่ว่าสลิลทิพย์เคยทำอะไรให้เจ็บช้ำน้ำใจหรือ  ท่านกลับย้อนถามว่าอยากจะรู้ไปทำไม

    “แม่ดึงตรีมาเป็นหมากตัวหนึ่งในการแก้แค้นของแม่นะคะ  แล้วแม่จะไม่บอกตรีหน่อยหรือว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร ตรีจะได้ช่วยแม่ให้เต็มที่ไง”

    ดารินทร์ได้แต่บอกคร่าวๆว่า ตนกับสลิลทิพย์เป็นคู่แข่งกันทางธุรกิจและยังมาเป็นคู่แข่งกันเรื่องลูกอีก ตรีอัปสรไม่ค่อยจะเชื่อเท่าใดนัก  เพราะเห็นท่าทางที่แม่มองสลิลทิพย์ในทีวีเหมือนโกรธแค้นมากกว่าเรื่องคู่แข่งทางการงาน  ดารินทร์ว่าเรื่องขัดขาทางธุรกิจก็สมควรให้โกรธแค้นแรงพอแล้ว ก่อนจะรีบตัดบท

    “ไปลองชุดที่จะใส่ไปสมัครเข้าประกวดได้แล้ว เดี๋ยวคุณอัศวินจะมารับไปกินข้าว”...

    ครู่ต่อมา  นายพลอัศวินพาดารินทร์และตรีอัปสรเข้ามาในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง  เห็นมุกตาภานั่งกินข้าวอยู่กับชญานนท์  เดินเข้ามาทัก  ทำไมพักนี้ไม่เห็นไปที่บ้าน เธอมัวแต่ยุ่งกับการประกวดก็เลยไม่มีเวลา  เขาพยักหน้ารับรู้ แล้วแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกับดารินทร์และตรีอัปสร จากนั้นก็พากันไปนั่งโต๊ะอาหารด้านในสุดของร้าน

    มุกตาภาไม่ชอบขี้หน้าดารินทร์  นินทาให้พี่ชายฟังว่าเกลียดพวกเมียน้อยที่ไม่รู้จัดผิดชอบชั่วดี และ

    ยัยลูกสาวของนังนั่นคงไม่แคล้วเดินตามรอยแม่ อยากจะรู้นักใครจะได้ตรีอัปสรเป็นเมียน้อย

    “แต่ที่แน่ๆ ต้องเงินหนาประมาณคุณลุงอัศวินเลยนะคะ  เพราะถ้ายัยนี่ได้ตำแหน่งอะไรสักอย่างพ่วงท้ายมาด้วย งานนี้ค่าตัวเมียน้อยพุ่งแน่” มุกตาภานินทาฉอดๆ ขณะที่ชญานนท์ต้องคอยปรามให้เธอเบาเสียง

    ooooooo

     

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:20 น.