ข่าว

วิดีโอ



ปีกมงกุฎ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: น้องนุช ชวาลา

กำกับการแสดงโดย: มารุต สาโรวาท

ผลิตโดย: บริษัท มาสเคอเรด จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: วงศกร ปรมัตถากร,กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า,เขมนิจ จามิกรณ์

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "ปีกมงกุฎ"



ตรีอัปสรเสียใจมาก ร้องไห้ทั้งคืนแทบไม่ได้หลับได้นอน ดารินทร์เห็นหน้าตาบวมช้ำของลูกแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอโผกอดแม่ร้องไห้โฮ ดารินทร์ตกใจ

“ยัยตรี แกเป็นอะไร ใครทำอะไรแก ยัยตรี”

หญิงสาวเล่าถึงเรื่องที่ถูกชญานนท์หลอกให้รัก ดารินทร์สงสารลูกจับใจ แต่ไม่วายตำหนิว่าเคยเตือนเธอแล้ว อย่าไปยุ่งกับคนมีเจ้าของก็ไม่ฟัง ตรีอัปสรตัดพ้อว่าแม่น่าจะเห็นใจสงสารตนแล้วด่าชญานนท์ถึงจะถูก ดารินทร์รักตรีอัปสรถึงได้พูดแบบนั้น และที่จริงเธอก็ไม่ได้ถูกกระทำฝ่ายเดียว เธอไปยุ่งกับณเดชย์ทั้งๆที่เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จากอังกฤษยังสานต่อมาที่กรุงเทพฯ ให้เขาซื้อรถให้ราคาตั้งหลายล้าน ลงทุนขนาดนั้นเป็นใครก็ต้องหวังผลเป็นธรรมดา และที่ชญานนท์ทำไปทั้งหมดก็เพราะต้องการแยกตรีอัปสรออกจากณเดชย์

“พอเถอะนะลูก จบทุกเรื่องได้แล้ว ผู้หญิงสวยฉลาด มีคุณสมบัติครบถ้วนอย่างแก ยังมีผู้ชายดีๆรออยู่ข้างหน้าอีกเยอะ หรือถ้าแกไม่อยากมีใคร แกก็อยู่คนเดียวได้สบายๆ” ดารินทร์ลูบหัวลูกอย่างรักใคร่...

ในเวลาเดียวกัน ชญานนท์แวะไปเยี่ยมมุกตาภาที่บ้านนายพลอัศวิน เห็นน้องมีความสุขก็พลอยสุขใจไปด้วย แล้วระบายให้ฟังว่าตนเองเลิกกับอรสินีแล้ว มุกตาภาจับมือพี่ชายไว้ด้วยความซาบซึ้งใจที่ยอมลำบากเพื่อให้เธอสมหวังในความรัก อาสาจะไปบอกความจริงให้อรสินีรู้ เขาปฏิเสธทันทีว่าไม่ต้อง เพราะบอกไปอรสินีก็คงไม่ให้อภัย เพราะสิ่งที่เขาทำมันไม่ถูกต้อง

“แต่พี่นนท์ทำเพราะช่วยมุกนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอก มุกมีความสุขพี่ก็โอเคแล้ว พี่กลับก่อนนะ ต้องรีบเข้าออฟฟิศ”

มุกตาภาขอลางานอีกสองสามวันถึงจะกลับไปทำงาน เขาไม่ขัดข้อง จะได้ไปช่วยเขาเรื่องงานแถลงข่าวเปิดละครใหม่ 2 เรื่องในอาทิตย์หน้าพอดี มุกตาภารับคำ มองพี่ชายที่ผละจากไปสีหน้าครุ่นคิด...

เพื่อตอบแทนความดีที่พี่ชายคอยช่วยเหลือเรื่องความรักมาตลอด มุกตาภาจึงโทร.นัดอรสินีออกมาพบเล่าสาเหตุที่ชญานนท์ต้องไปข้องเกี่ยวกับตรีอัปสรว่าเป็นเพราะเขาต้องการช่วยเหลือตน ไม่ใช่เพราะรักผู้หญิงคนนั้น และที่สำคัญเขารักอรสินีคนเดียวไม่เคยเหลียวมองผู้หญิงอื่น ขอให้เธออภัยเขาด้วย

“เรื่องให้อภัยคงไม่สำคัญเท่าเรื่องที่พี่นนท์ต้องเคลียร์ตัวเองกับตรีก่อน”

“พี่นนท์เคลียร์กับตรีแล้ว เหลือแต่อรที่จะต้องเคลียร์กับพี่นนท์” มุกตาภาเป็นกังวลที่อรสินีเอาแต่นั่งนิ่ง...

ด้านดารินทร์กลัวตรีอัปสรจะเหงาก็เลยจะชวนไปเปลี่ยนบรรยากาศที่ภูเก็ต เธอขออยู่บ้านดีกว่าขี้เกียจไปดูแม่ทำงาน ดารินทร์เตือนว่าตอนตนไม่อยู่ อย่าหาเรื่องใส่ตัวอีกเพราะที่ผ่านมาก็เกินพอแล้ว

“ตรีรู้น่า ตรีเจ็บขนาดเนี้ยจะมีแรงไปทำอะไรใครได้” ตรีอัปสรทำท่าสงบเสงี่ยมแต่ในใจครุ่นคิดไม่ยอมแพ้ตั้งใจมั่นจะเอาชญานนท์มาเป็นของตัวให้ได้...

เสร็จจากทำงาน ชญานนท์ตามมาง้ออรสินีถึงบ้านเพื่อให้เธอยกโทษให้ เธอยังทำใจกับสิ่งที่เขาทำกับตรีอัปสรไม่ได้ เขายอมรับว่าตัวเองผิดและรู้ดีไม่ว่าจะพูดจะอธิบายอย่างไรมันก็เหมือนเขาแก้ตัว

“ใช่ค่ะ พี่นนท์กลับไปเถอะค่ะ ขอเวลาให้อร ให้เวลากับตัวพี่นนท์เองด้วยเวลาอาจจะช่วยทำให้อะไรๆ ชัดเจนขึ้นก็ได้ค่ะ” อรสินียืนกรานหนักแน่น

ooooooo

ตรีอัปสรถือโอกาสตอนที่ดารินทร์ไปต่างจังหวัดวางแผนหลอกล่อชญานนท์ให้มาติดกับ โดยเตรียมกล้องถ่ายวีดิโอวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งให้จับภาพไปที่เตียงนอนตัวเอง จากนั้นโทร.หาเขาด้วยเสียงแหบแห้ง แสร้งไม่สบาย ชญานนท์ถามด้วยความเป็นห่วงว่าไปหาหมอหรือยัง

“ยังค่ะ แม่ไม่อยู่ไปภูเก็ต ไม่มีใครอยู่ค่ะ” พูดจบทำเป็นไอแค้กๆ “ตรีจะพยายามหายให้ทันวันแถลงข่าวนะคะ ตรีโทร.มาบอกเท่านี้ล่ะค่ะ สวัสดีค่ะ” ตรีอัปสรวางสายสีหน้าเจ้าเล่ห์ สักพักปิ๋มเข้ามาพร้อมถาดใส่น้ำและยา เธอสั่งให้วางไว้ก่อน เดี๋ยวจะกินเอง

“ถ้าคุณนนท์มา แกก็ให้เขาขึ้นมาข้างบนแล้วกัน ฉันคงลงไปหาไม่ไหว” ตรีอัปสรค่อยๆเอนตัวลงนอนบนเตียง ปิ๋มเอาผ้ามาห่มให้ ก่อนจะเดินออกจากห้อง พอเธอคล้อยหลังตรีอัปสรลุกไปเปลี่ยนเป็นชุดเซ็กซี่ทันที...

ไม่นานนักชญานนท์มาหาตรีอัปสรตามแผน เธอลุกจากเตียงจะหยิบยาแล้วแสร้งเซจะล้ม เขาปราดมาประคองไว้ ตรีอัปสรกอดเขาไว้อย่างเนียนๆใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันมาก เธอมองเขาอย่างเร่าร้อน ก่อนจะจูบปาก เขาตะลึงไปชั่วขณะ พอได้สติรีบดันเธอออก แล้วหันหลังจะไป เธอรวบเอวเขาไว้จากด้านหลัง

“คุณนนท์ตรีพยายามแล้ว แต่ตรีตัดใจจากคุณนนท์ไม่ได้ ตรีรักคุณนนท์นะคะ ตรีรักคุณนนท์” ตรีอัปสรร้องไห้อย่างหมดความอดกลั้น ชญานนท์ค่อยๆหันมามอง เธอทั้งอ้อนวอน ขอร้องอย่าทิ้งเธอไป จะให้เป็นแค่เมียน้อยของเขา เธอก็ยอม ขอเพียงเขารักเธอบ้างเท่านั้น

“คุณก็รู้ว่าผมทำแบบนั้นไม่ได้ อย่าให้ผมต้องทำร้ายคุณเลย ผมยังยืนยันคำเดิม เรายังเป็นเพื่อนกันได้”

“ไม่ค่ะ ตรีไม่มีวันเป็นเพื่อนกับคุณได้ คุณกลับไปซะ กลับไปเถอะค่ะ” ตรีอัปสรมองตามชญานนท์ที่เดินออกห้อง ก่อนจะปาดน้ำตาทิ้ง ขบกรามแน่นแค้นใจ...

ที่สถานีฯ Thai 10 คุณดิษฐ์ถึงกับนั่งไม่ติดเมื่อเห็นคลิปของลูกชายทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตามมาถามลูกถึงห้องทำงานว่าเห็นคลิปตัวเองหรือยัง ชญานนท์งงว่าคลิปอะไร

“คลิปแกกับตรีอัปสรไง เลิฟซีนกันบนเตียงว่อนไปทั่วเน็ตเลย”

“อะไรนะครับ” ชญานนท์ร้องเอะอะ

“แถลงข่าวละคร 2 เรื่อง นักข่าวคงแห่กันมาเต็ม Thai 10 ฉันควรจะดีใจหรือเสียใจที่แกช่วย Thai 10 ขนาดนี้” คุณดิษฐ์เสียงเครียด ขณะที่ชญานนท์ถึงกับพูดไม่ออก...

นักข่าวเกือบทุกสำนักพยายามจะขอสัมภาษณ์ตรีอัปสรทางโทรศัพท์ แต่เธอขอตอบพร้อมๆกันตอนแถลงข่าวละครเรื่องใหม่ แล้วปิดมือถือสีหน้าร้ายกาจ

“ฉันอยากรู้จริงๆว่าคุณจะตอบนักข่าวว่าอย่างไร”

ooooooo

งานแถลงข่าวเปิดตัวละครเรื่องใหม่ของสถานีฯ Thai 10 กร่อยสนิท บรรดานักข่าวที่มาร่วมงานให้ความสนใจข่าวคลิปฉาวมากกว่า รุมสัมภาษณ์ตรีอัปสรอุตลุด เธอตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องเท็จเป็นฉากๆว่า

“คลิปที่หลุดออกมา ตรีไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าใครเป็นคนปล่อย จริงๆมันเป็นคลิปเก่านานมาแล้วก่อนที่ตรีจะประกวดนางสาว ณ สยาม ตรีกับคุณนนท์เราเคยคบกันมาก่อนค่ะ แต่เราก็แยกย้ายกันไป”

“แล้วคุณชญานนท์ล่ะคะ น้องตรีได้เจอคุณชญานนท์หรือยังคะ”

“ยังค่ะ ตรีก็คิดว่าวันนี้คุณนนท์คงจะออกมาช่วยตรี มาช่วยกันอธิบายกับพี่ๆนักข่าว แต่...” ตรีอัปสรทำเป็นพูดอะไรไม่ออก คุณดิษฐ์ อรสินี คุณรัตน์และคุณติ๊น่า ต่างมองเธอสีหน้าเคร่งเครียด...

งานแถลงข่าวเสร็จสิ้นแล้ว แต่นักข่าวยังไม่ยอมกลับ ชญานนท์ซึ่งหมกตัวอยู่แต่ในห้องทำงานกลุ้มใจไม่แพ้คุณดิษฐ์และมุกตาภา จัดแจงจะออกไปคุยกับพวกนั้นให้รู้แล้วรู้รอด มุกตาภาไม่เห็นด้วย ถ้าเขาอยากให้เรื่องนี้จบเร็วๆอยู่เฉยๆจะดีกว่า คุณดิษฐ์ยังสงสัยไม่หาย เรื่องที่ตรีอัปสรให้สัมภาษณ์นักข่าวเหมือนเธอกับชญานนท์เคยคบหากันมาก่อน มุกตาภาขอร้องพ่ออย่าไปเชื่อสิ่งที่นังนั่นพูดล้วนแต่เป็นเรื่องโกหก

“ผมขอโทษนะครับคุณพ่อ”

“เอาเถอะ ใจเย็นๆพ่อเคยบอกแล้วไง คนฉลาดจะต้องหาทางเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสให้ได้ ถ้านนท์มั่นใจว่าไม่รักตรีอัปสรจริงๆ คราวนี้ก็ตัดเสียให้ขาดแต่ถ้ารักก็ต่อให้จบสวยๆ”...

ชญานนท์ทำตามที่พ่อแนะนำ ตรงไปหาตรีอัปสรที่บ้าน ประกาศชัดเจนว่าจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ ต่อให้อรสินีโกรธ เกลียดเขาแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันรักตรีอัปสรเด็ดขาด หญิงสาวถึงกับอึ้ง

“คุณบังคับให้ผมพูดเองนะตรีอัปสร ผมเชื่อแล้วว่าคุณไม่อยากเป็นเพื่อนกับผมจริงๆ ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำจะผูกมัดผมได้ ผมบอกเลยว่าไม่มีทาง ความรักที่สมบูรณ์มันเป็นเรื่องของคนสองคนนะตรี ไม่ใช่คนเดียว ลาก่อน ตรีอัปสร” ชญานนท์พูดจบ หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ตรีอัปสรน้ำตาไหลพรากด้วยความช้ำใจ...

ครู่ต่อมา ชญานนท์แวะมาหาอรสินี เพื่ออธิบายเรื่องคลิปฉาวว่าเป็นแค่การจัดฉาก เธอมองเขาด้วยสายตานิ่งเฉย ก่อนจะบอกว่าถ้าอยากเล่นกับไฟ เล่นกับของร้อนก็เป็นธรรมดาที่ต้องโดนลวก เขาขอโทษเธอด้วยไม่คิดว่าเรื่องจะเกินเลยแบบนี้ อรสินีตำหนิที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเขาไม่รู้จักผู้หญิงดีพอ

“แล้วตรีล่ะคะ”

“พี่ยังยืนยันว่าพี่กับตรีไม่มีอะไรกัน ชีวิตพี่ตอนนี้อยู่ในมือของน้องอร พี่จะรอให้น้องอรอภัยให้พี่ค่ะ”...

สิ่งที่ตรีอัปสรทำคราวนี้ นอกจากจะไม่ได้ใจชญา–นนท์แล้ว ยังถูกดารินทร์เล่นงานอีกด้วยที่เตือนให้หยุดแล้วไม่รู้จักเชื่อฟัง สุดท้ายก็ได้เพียงเรื่องฉาวโฉ่เสียชื่อ ตรีอัปสรบ่นอุบทำไมต้องซ้ำเติมกันด้วย

“เผื่อแกจะสำนึกไง แกหยุดได้แล้วยัยตรี แกก็เห็นแล้วนี่ว่าแกทำขนาดนี้คุณนนท์เขาก็ยังมั่นคงกับคุณอร แกแพ้แล้วยัยตรี แพ้ราบคาบเลย หยุดดิ้นรนได้แล้ว พอเถอะ”

ตรีอัปสรทั้งปวดรวดร้าว ทั้งเสียใจและสับสนไปหมด จนต้องหลบลี้หนีหน้าผู้คนไปเลียแผลใจ...

ขณะที่ตรีอัปสรเจ็บช้ำใจอยู่เพียงเดียวดาย ชญา–นนท์พยายามง้อขอคืนดีอรสินี ทั้งส่งดอกไม้ ส่งของขวัญพร้อมด้วยข้อความเป็นทำนองยังรอเธออยู่อย่างมั่นคงและไม่หวั่นไหว แต่ฝ่ายหญิงยังใจแข็งไม่เลิก

ooooooo

หลังจากหายหน้าไปทำใจอยู่พักหนึ่ง ตรีอัปสรตัดสินใจมาหาอติรุจที่ออฟฟิศโดยไม่ได้โทร.นัดล่วงหน้า หวังจะให้เขาเซอร์ไพรส์ เธอกลับเซอร์ไพรส์เสียเองเมื่อเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาเจออติรุจกำลังโอบกอดกับชายรูปงามคนหนึ่ง ดูโน้ตบุ๊กด้วยกันอย่างมีความสุข เขาเงยหน้ามาเห็นเธอก็ตกใจรีบลุกขึ้นแทบ ไม่ทัน

ชายหนุ่มคนนั้นรู้งาน ขอตัวออกไปรอข้างนอก ตรีอัปสรมองอติรุจแล้วหลุบตาลงไม่กล้าสบตาด้วย เขาขยับเข้ามาหา จับมือเธอไว้ถามด้วยความห่วงใยว่าหายไปไหนมา ทุกคนตามหาเธอกันใหญ่

“ยังมีคนตามหาตรีอีกหรือคะ ละครก็ยังไม่เปิดนี่คะ จะตามกันทำไม”

“ทุกคนเป็นห่วงตรีไง ทั้งนนท์ น้องอร แล้วคนที่สำคัญที่สุดคือแม่ของตรี คุณดารินทร์ห่วงตรีมากนะ กลับบ้านเถอะนะ อย่าจมอยู่กับความเศร้า ความทุกข์เลย”

“ค่ะ ตรีถึงได้พยายามหาที่ยึดเหนี่ยวเพื่อไม่ให้จมลงไปไงคะ แต่ตรีก็ยังหาไม่ได้ ตรีคิดว่าคุณรุจคือผู้ชายคนเดียวที่ยังต้องการตรีอยู่” ตรีอัปสรตัดพ้อ อติรุจขอโทษเธอด้วยที่ไม่ได้บอกความจริงเรื่องนี้ให้รู้ เธอต่อว่าเขาว่าไม่ได้ดีไปกว่าชญานนท์ เขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ท่ามกลางคนหลอกลวง

“ตรี ผมบริสุทธิ์ใจกับตรีนะ ตรีคือคนที่เข้ามารับผิดแทนผม...ผมไม่มีวันหลอกลวงตรี เพียงแต่บางเรื่องมันก็พูดลำบาก” คราวนี้อติรุจเป็นฝ่ายหลบสายตาบ้าง ตรีอัปสรนิ่วหน้าไม่เข้าใจว่าเธอไปรับผิดอะไรแทนเขา

อติรุจเล่าให้ฟังว่าความจริงแล้ววันที่เธอเอาตุ๊กตามาคืนอรสินี แล้วถูกชญานนท์กล่าวหาว่าขโมยตุ๊กตา เขาต่างหากที่เป็นเจ้าของตุ๊กตา ตอนนั้นเขากำลังเล่นตุ๊กตาอยู่ พอได้ยินเสียงอรสินีเรียกหา ก็เลยโยนตุ๊กตาออกไปนอกกำแพงบ้านเพื่อกลบเกลื่อน ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาเป็นชายแค่ร่างกาย ตรีอัปสรถึงบางอ้อทันที ที่แท้ที่เขาดีกับเธอ เอาตุ๊กตาหมีมาให้เธอก็เพราะเห็นว่าเธอต้องมารับผิดแทน อติรุจขอโทษด้วยสำหรับเรื่องนั้น

“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ตรีกลับนะคะ” ตรีอัปสรพูดจบ ลุกออกไป...

ตรีอัปสรตัดสินใจกลับบ้านอย่างที่อติรุจแนะนำ กลับยิ่งรู้สึกเดียวดาย เพราะแม่พาผู้ชายคนใหม่มาที่บ้าน เขาชื่อคุณเวชเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่ดารินทร์ จะไปเปิดห้องเสื้อที่นั่น และจะใช้ชื่อตรีอัปสรตั้งเป็นชื่อร้าน ระหว่างกินมื้อกลางวันด้วยกัน คุณเวชพยายามเอาใจตักอาหารให้ตรีอัปสร แต่เธอไม่ปลื้ม จัดแจงรวบช้อนส้อม แล้วขอตัวลุกออกไปทันที คุณเวชถึงกับหน้าเจื่อน

ดารินทร์ยิ้มให้เขาอย่างให้กำลังใจ

“คุณกินไปก่อนนะคะ เดี๋ยวดามา” ดารินทร์รีบเดินตามตรีอัปสรจนทันกันตรงหน้าบ้าน ถามว่าจะไปไหน เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ทีแรกตั้งใจจะกลับมาอยู่กับแม่ แต่ท่านมีคนอื่นแล้ว เธอก็เลยไม่รู้จะอยู่ทำไม

“คุณเวชช่วยเรานะตรี ฉันจะได้กลับไปมีห้องเสื้อในห้างฯที่ใหญ่กว่าตอนอยู่กับคุณอัศอีก แกควรจะดีใจที่ฉันกลับมาเชิดหน้าชูตาได้อย่างสง่างามอีกครั้ง ที่สำคัญคุณเวชเป็นพ่อม่าย ฉันไม่ได้เป็นเมียน้อยใครอีกแล้ว”

“ตรีดีใจด้วยค่ะแม่...แม่กลับไปกินข้าวกับคุณเวชเถอะ เดี๋ยวเขาจะรอ ตรีไปนะคะ”

ooooooo

ตรีอัปสรเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงหน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง เจอกัลยาณีซึ่งอยู่ในชุดเสื้อผ้าหรูแพงระยับ ร้องทักว่าสบายดีหรือ เธอดีใจมากรีบถอดแว่นกันแดดแบรนด์เนมออก ลืมสนิทว่ารอบดวงตาตัวเองมีรอยช้ำ

“สบายดี สบายมากเลยล่ะ มีชีวิตหรูหรา มีข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนม ใครเห็นก็เกรงใจ ไม่มีใครดูถูกเหมือนสมัยก่อน เงินน่ะมันสำคัญที่สุดนะตรี เหมือนที่ณีเคยตอบคำถามไว้ตอนประกวดนางสาว ณ สยาม ว่าเงินสำคัญกว่าสุขภาพ มีเงินไว้ก่อน อย่างอื่นก็ไม่ยากหรอก”

“แม้แต่ความเจ็บปวดเงินก็รักษาได้หรือ”

กัลยาณีรู้สึกตัวรีบสวมแว่น ขอตัวไปทำธุระก่อนแล้วเดินแยกไป จากนั้นตรีอัปสรเดินทอดอารมณ์มาถึงริมน้ำเจอกับวรัญญาพอดี ถึงกับออกปากว่าวันนี้เป็นวันเจอเพื่อนเก่าหรืออย่างไร เมื่อครู่นี้ก็เจอกัลยาณี

“น่วมไปทั้งตัว โดนผัวซ้อมทุกวัน แต่ทนเพราะอยากได้เงิน ติดแบรนด์เนม ไม่มีใครได้อะไรมาฟรีๆจริงๆ”

สองสาวถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันตามมารยาท ก่อนที่วรัญญาจะถามตรีอัปสรว่ามาทำอะไรแถวนี้ เธอแค่เดินมาเรื่อยๆไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่ บังเอิญจริงๆ วรัญญาไม่เชื่อเรื่องความบังเอิญ แต่เชื่อว่าทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้ว ก่อนจะยื่นมือให้ตรีอัปสร “ส่งมือมาแล้วไปด้วยกัน...ไม่พาไปขายหรอก”

ไม่นานนัก วรัญญาพาตรีอัปสรเข้าไปในโบสถ์ของวัดแห่งหนึ่ง เธอต้องแปลกใจปนตกใจเมื่อได้เจอกล้าซึ่งอยู่ในสมณเพศ สองสาวก้มกราบด้วยอาการสงบสำรวม

“ตรีคิดว่าพ่อ...เอ่อ หลวงพ่อกลับไปอยู่บ้านเดิมกับน้าชบา”

“อาตมาแยกกับโยมชบาตั้งแต่วันที่กลับจาก

บ้านโยม เหตุการณ์วันนั้นทำให้อาตมามองเห็นความเลวร้ายของตัวเอง พยายามหาทางออก อาตมาเดินมาถึงวัดนี้ แล้วเจอหลวงพ่อ ท่านเล่านิทานให้ฟังว่ามีคนคนหนึ่งไม่อยากเห็นเงาตัวเอง ไม่อยากเห็นรอยเท้าตัวเองก็เลยพยายามวิ่งหนี แต่ยิ่งวิ่งหนีเท่าไหร่ก็ไม่เคยพ้น วิ่งจนเหนื่อยอ่อน วิ่งจนไม่มีแรงก็ยังหนีไม่พ้นเงา ยังเห็นรอยเท้าตัวเองอยู่” หลวงพ่อหยุดไปอึดใจก่อนจะเล่าเพิ่มเติม

“จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีพระรูปหนึ่งมาบอกว่า ถ้าไม่อยากเห็นเงา ไม่อยากเห็นรอยเท้าตัวเองก็แค่นั่งเฉยๆ ใต้ต้นไม้ เพียงแค่นั้นเอง อาตมาจึงตัดสินใจบวชเพื่อจะเรียนรู้ ศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ปล่อยวางก็บางเบา ถือเอาก็หนักไปเองนะโยม”

“หลวงพ่อสอนรัญว่าที่สุดของความรักคือรักโดยไม่ครอบครอง ที่สุดของการให้คือให้โดยไม่หวังผล”

“มันไม่สำคัญหรอกนะ โยมตรีอัปสรว่าเมื่อวาน เราทำอะไรมาบ้าง ผ่านอะไรมาบ้าง แต่ความสำคัญมันอยู่ที่ว่า พรุ่งนี้เราจะก้าวเดินต่อไปอย่างไร อาตมาเองก็มีส่วนผิด คนเป็นพ่อแม่ควรจะอบรมสั่งสอนลูกให้คิดดีทำดี เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก แต่ที่ผ่านมาอาตมาไม่เคยทำเลย”

“แต่วันนี้หลวงพ่อได้สอนตรีแล้วค่ะ” ตรีอัปสรก้มกราบหลวงพ่อน้ำตาไหลตื้นตันใจ จากนั้นสองสาวกราบลาท่าน แล้วพากันออกจากโบสถ์ ตรีอัปสรขอบใจวรัญญามากที่ทำให้ตนได้เจอหลวงพ่อ รู้สึกใจสงบอย่างบอกไม่ถูก วรัญญาดีใจด้วยที่เธอเริ่มคิดได้ แล้วถามว่าอาทิตย์หน้าจะมีแถลงข่าวการประกวดนางสาว ณ สยามประจำปี พ.ศ.2558 จะไปไหม ตรีอัปสรไปแน่นอนขอบใจเธออีกครั้ง ก่อนจะแยกย้ายกันไป

ooooooo

ภารดีรู้จากสื่อว่าวันนี้จะมีแถลงข่าวการประ-กวดนาวสาว ณ สยาม จึงตามไปยังสถานที่จัดงาน ด้วยความที่สติไม่อยู่กับร่องกับรอยเพราะฤทธิ์ยา จินตนาการไปว่าตัวเองเข้าไปป่วนงานจนงานพังพินาศ แถมเอาปืนไล่ยิงตรีอัปสร อรสินี วรัญญา รวมทั้งชญานนท์ล้มคว่ำ แล้วหันมาทางนักข่าวที่ยืนตกตะลึง

“แล้วก็มาถึงคนสำคัญ ถ่ายรูปเก็บไว้แล้วลงข่าวให้ครบ” ภารดีพูดจบยิงตัวตายต่อหน้าสื่อ

รปภ.ของโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานสองคน เข้ามาหิ้วปีกภารดีคนละข้าง ทำให้เธอตื่นจากฝันกลางวันร้องเอะอะลั่นให้ปล่อย

“ฉันจะเข้าไปงานแถลงข่าว ปล่อย ฉันจะไปยิงมัน ยิงให้ตายให้หมด ปล่อยสิโว้ย ปล่อย”

“จับส่งตำรวจเลย เมายาจนคลั่ง หมดสภาพเลย เฮ้อเวรกรรม” รปภ.พูดจบลากเธอออกไป...

ภายในห้องบอลรูม ชญานนท์ขึ้นกล่าวเปิดงานบนเวที แต่ยังไม่เห็นตรีอัปสรแม้เงา อรสินีกับวรัญญาเริ่มเป็นกังวล อึดใจตรีอัปสรในชุดสวยงามสวมมงกุฎเข้ามาในงาน อรสินีดีใจเข้าไปจับมือ เธอเบี่ยงตัวหนี

“ขอดูสคริปต์ก่อนนะคะ ว่าต้องทำอะไรบ้าง” ตรีอัปสรหันไปอ่านสคริปต์ที่ทีมงานเอามาให้ ขณะที่อรสินีหันไปยิ้มเจื่อนๆกับวรัญญา หลังจากชญานนท์กล่าวเปิดงานเสร็จ นางสาว ณ สยามพร้อมรองทั้งสองคน ถูกเชิญให้ขึ้นไปบนเวที พิธีกรของงานขอให้ตรีอัปสรพูดอะไรสักนิด

ทั้งคุณดิษฐ์ ชญานนท์ มุกตาภาและอรสินีต่างลุ้นระทึกว่าเธอจะพูดอะไร ที่กลัวกันว่าตรีอัปสรจะฉีกหน้าใครกลางงาน กลับกลายเป็นว่าเธอขึ้นไปกล่าวชื่นชมอรสินีว่าเป็นคนสวยพร้อมทั้งภายในและภายนอก ผิดจากตนเองลิบลับ ดังนั้นตำแหน่งนางสาว ณ สยาม จึงสมควรจะเป็นของอรสินี แล้วถอดมงกุฎตัวเองไปวางบนศีรษะให้ อรสินีขยับจะหยิบคืน แต่ตรีอัปสรจับมือไว้ หันไปยิ้มให้ชญานนท์ที่เข้ามายืนอีกด้านหนึ่งของอรสินี

“ขอให้คุณทั้งสองคนมีความสุขนะคะ ตรีเชื่อแล้วค่ะว่าความดีจะเอาชนะทุกอย่างได้ แม้แต่ความรัก” ตรีอัปสรว่าแล้วลงจากเวทีไปอย่างสง่างาม ผ่านหน้า

มุกตาภาที่ยืนอยู่ข้างคุณดิษฐ์ เธอหยุดมองก่อนจะยิ้มให้อย่างจริงใจ แล้วเดินต่อไป

ooooooo

หลายวันต่อมา...

ขณะที่คุณหญิงสุดสวาทเข้ามากราบพระประธานในโบสถ์แห่งหนึ่งตามลำพัง ตรีอัปสรในชุดนุ่งขาวห่มขาวรวบผมไว้ด้านหลังเข้ามาทักทาย เธอตกใจไม่คิดว่าจะเจออีกฝ่ายในสภาพนี้

“ค่ะ ไม่มีใครคิดหรอกค่ะว่าดิฉันจะพบทางสว่าง ทางสงบ”

“คิดว่านุ่งขาวห่มขาวอยู่วัดแล้วจะสร้างภาพทำให้คนอื่นคิดว่าเธอเป็นคนดีสะอาดบริสุทธิ์งั้นหรือ”

ตรีอัปสรอธิบายว่าคนจะดีจะเลวไม่ได้อยู่ที่ภาพภายนอก หากอยู่ที่จิตใจ ถ้าใจสงบไม่อาฆาต ไม่มัวเมาในกิเลสตัณหา จิตใจก็จะสะอาดขึ้น คุณหญิงสุดสวาทดีใจด้วย ถ้าเธอทำได้อย่างที่พูด เพราะเธอกับดารินทร์สร้างกรรมทำชั่วเอาไว้มาก ตรีอัปสรเชื่อว่าใครทำกรรมอะไรไว้ต้องได้รับกรรมอย่างนั้นไม่ช้าก็เร็ว กรรมจะติดตามตัวเราไปทุกแห่งแม้จะไม่มีใครเห็นว่าเราทำกรรมชั่วอะไรไว้บ้าง แต่เรารู้แก่ใจดี แล้วถามเธอว่าจริงไหม

คุณหญิงสุดสวาทถึงกับหน้าเสีย ยังไม่ทันจะโต้ตอบอะไรเสียงณเดชย์เรียกแม่ดังขึ้นเสียก่อน เธอรีบออกจากโบสถ์ก่อนที่ลูกชายจะเข้ามาตาม มุกตาภาที่ตามมาสมทบกับแมนเห็นคุณหญิงสุดสวาทหน้าซีดๆ

ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอปฏิเสธว่าไม่มีอะไร รีบชวนให้ไปพบท่านเจ้าอาวาสแล้วพากันเดินจากไป

ตรีอัปสรออกมายืนตรงประตูโบสถ์มองตามด้วยสีหน้าสงบ

ooooooo

–อวสาน–


ละครปีกมงกุฎ ตอนที่ 18(ตอนจบ) อ่านปีกมงกุฎ ติดตามปีกมงกุฎ ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย วงศกร ปรมัตถากร,กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า,เขมนิจ จามิกรณ์ 16 ก.ค. 2557 08:15 2014-07-18T00:48:09+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ