นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    พญาโศก

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ภัทราป่วยพูดไม่ได้แต่สมองรับรู้ทุกอย่างเป็นปกติ เธออยากบอกเรื่องคลิประหว่างเฉิดเฉลากับยศพงษ์ที่ถ่ายไว้ในโทรศัพท์มือถือให้บริพัตรรู้ แต่พยายามแค่ไหนก็ไม่สำเร็จสักที แถมเฉิดเฉลายังจ้องจะฉกมันอยู่ทุกวัน

    แล้ววันนี้ที่ภัทราออกจากโรงพยาบาลเฉิดเฉลาก็ทำสำเร็จ เธอได้ซิมการ์ดในเครื่องไปให้ยศพงษ์แล้วจัดการทำลายมันทิ้ง โดยไม่รู้ว่าชาตรีที่นั่งดื่มอยู่ในร้านอาหารเดียวกันแอบมองอยู่เงียบๆ

    ด้านรามแค้นใจลำหับกับชายไร้ชื่อที่ทำให้เขายุ่งยากต้องหาที่ตั้งค่ายใหม่ จึงสั่งสนไปตามจับตัวทั้งสองคนรวมทั้งเด็กคนังมาให้ได้ ถ้าใครขัดขวางไม่ต้องเอาไว้ ฆ่ามันให้หมด!

    คืนที่พวกสนพากันบุกไปบ้านไร่ของลำหับ ชาตรีไม่อยู่ แต่บริพัตรดั้นด้นมาถึงหลังรู้เบาะแสจากที่เห็น

    ลำหับที่โรงพยาบาล เขายังตัดใจจากเธอไม่ได้ มาแอบดูความเคลื่อนไหวก่อนจะโดนพวกสนจับตัวเอาไว้ต่อรองกับลำหับ เพราะจำได้ว่าเขาคือผู้มีพระคุณของเธอ

    เมื่อมีผู้บุกรุกเสียงสัญญาณกันขโมยดังลั่น ลำหับรีบเอาคนังไปซ่อนในที่ปลอดภัยแล้วหนีออกไปรวมตัวกับคนงานเพื่อตั้งรับ ขณะเดียวกัน ชาตรีอยู่ที่อื่นแต่รับรู้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมสัญญาณกันขโมยเอาไว้ เขาเป็นห่วงสองแม่ลูก เดินทางมาที่ไร่อย่างเร่งรีบ

    สนใช้บริพัตรต่อรองกับลำหับเพื่อให้เธอปรากฏตัวและเอาคนังออกมา ลำหับตกใจมาก แอบมองไปยังบริพัตรที่ถูกมัดมือและปากพูดอู้อี้ไม่มีเสียง

    “ออกมาเถอะลำหับ หมายเลขหนึ่งต้องการพบเธอกับลูก เขาอยากคุยกับเธอ”

    บริพัตรได้ยินแล้วเริ่มคิดตาม...สงสัยว่าหมายเลขหนึ่งที่มันพูดถึงต้องสำคัญที่สุด

    “เอาล่ะ นับหนึ่งถึงสาม ถ้าเธอยังไม่ยอมพาลูกออกมาฉันจะแสดงให้ดู”

    พูดขาดคำ สนยิงเฉี่ยวขาบริพัตรจนกางเกงขาดเป็นรู ลำหับเผลอกรีดร้องด้วยความตกใจและทำท่าจะวิ่งออกไปเพราะทนดูไม่ได้ที่สมุนของสนรุมซ้อมบริพัตรที่ไม่มีทางสู้

    “นายหญิงอย่าออกไป” คนงานร้องเตือนลำหับ

    “ขอบใจที่พยายามปกป้องฉัน ทุกคนรอตำรวจมาช่วยที่นี่ ฉันจำเป็นต้องไป ถ้าฉันยังกลับมาไม่ได้ บอกคุณเขาว่าฝากดูแลลูกฉันด้วย”

    คนงานจำใจรับคำทั้งที่เป็นห่วง ลำหับตัดสินใจเด็ดเดี่ยวก้าวออกไปพร้อมปืนในมือ

    “หยุดนะ ฉันออกมาแล้ว”

    “พวกเราหยุด...ลำหับทิ้งปืน”

    สมุนหยุดทำร้ายบริพัตร ลำหับทิ้งปืนแล้วผวาไปประคองบริพัตรให้ลุกขึ้น

    “คุณบริพัตร...คุณไม่น่ามาที่นี่เลย”

    “ขอบใจมาก ส.ส.บริพัตรสำหรับการมาที่นี่ ช่างมีประโยชน์ต่อพวกเรามากมายนัก ทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายๆในทันที ขอโทษด้วยที่ทำให้เจ็บตัว เราไม่ต้องการตัว ส.ส.หรอก แต่เราต้องการเธอกับลูก...ไปเอาลูกเธอมา ถ้าไม่ไปไอ้หมอนี่ตายแน่นอน”

    บริพัตรส่ายหน้าพยายามจะห้ามลำหับไม่ให้ทำตาม เขายอมตายดีกว่าถ้าเธอกับลูกตกอยู่ในอันตราย ลำหับสบตาเขารับรู้ได้ สนไม่พอใจยิงเฉียดขาบริพัตรอีกเปรี้ยง ถึงกับเลือดสาดร่างทรุดลงในอ้อมแขนของลำหับ

    “คนใจโหด! ฉันก็ใจเหี้ยมพอที่จะเห็นเขาตายตรงหน้า ฉันจะไม่ให้แกได้ลูกฉันไปแน่”

    “ดี! ถ้าเธอขัดขืน ฆ่าเขา แล้วก็ฆ่าเธอซะ นี่คือคำสั่งจากหมายเลขหนึ่ง”

    “คุณพ่อ...” ลำหับอุทานอย่างเจ็บปวด บริพัตรได้ยินชัด แน่ใจว่าหมายเลขหนึ่งคือพ่อของเธอ “เชิญ ฉันไม่กลัวตาย ฆ่าเขา ฆ่าฉัน แต่พวกแกไม่มีวันได้ลูกฉันไปแน่นอน”

    สนโกรธเล็งปืนใส่บริพัตร ทันใดมีเสียงปืนดังนำมาพร้อมกับเสียงตวาดของชาตรีฝ่าความมืด เขายิงข้อมือสนจนปืนหล่น สมุนคนหนึ่งของสนพุ่งเข้าจับตัวลำหับเอาปืนจ่อทันที

    ชาตรีปรากฏตัวยิงกราดใส่สมุนสามคนที่โดดหลบเข้าที่กำบัง สนใช้ลำหับเป็นโล่บังตัว ส่วนบริพัตรยังคงนอนกลิ้งอยู่กับพื้น

    “ยิงสิ ถ้าแกอยากเห็นลูกของเธอไม่มีแม่” สนท้าทาย

    “ช่วยคุณบริพัตร...ฝากลูกหนูด้วย หนูจะไปกับพวกเขา ไปพบคุณพ่อ เขาไม่ทำร้ายหนูหรอกค่ะ”

    ลำหับร้องบอกชาตรีที่ยังคงนิ่งชั่งใจ แต่ทันใดมีเสียงปืนดังหลายนัด ชาตรีพูดโพล่งว่า “ตำรวจมา”

    พวกสนตื่นตัวรีบตัดสินใจ ไม่ได้คนังแต่ได้ลำหับไปคนเดียวก็ยังดี

    “บอกตำรวจให้กลับไป อย่าตามมา ไม่งั้นนังนี่ตาย” สนตะโกนขู่

    “เชื่อเขาเถอะค่ะ คุณสัญญาแล้วนี่คะว่าจะดูแลแกถ้าหนูตาย คุณจะเป็นพ่อที่ดีที่สุดของลูกหนู”

    คำพูดของลำหับทำให้บริพัตรชะงัก พึมพำทั้งที่ถูกมัดปากว่าเด็กไม่ใช่ลูกของผู้ชายคนนี้...

    “เอาล่ะ ฉันจะทำตามสัญญา พวกแกพาเธอไปซะ” ชาตรีตอบออกไป

    “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมาก ฝากลูกนะคะ ฝากลูกด้วย” ลำหับเอ่ยทั้งน้ำตาไหลพราก ถอยหลังหายเข้าไปในราวป่ากับพวกสน

    ชาตรีเดินมาที่บริพัตร ดึงผ้าผูกปากออก บริพัตรตะโกนก้องอย่างรู้สึกผิด

    “ลำหับ...ฉันขอโทษที่มาทำให้เธอเดือดร้อนแสนสาหัส ฉันขอโทษ”

    ชาตรีไม่พูดอะไร ประคองเขากลับไปที่บ้านไร่แล้วเอาตัวคนังออกจากที่ซ่อนก่อนจะปฐมพยาบาลบาดแผลเบื้องต้นให้บริพัตร

    “ขอบคุณมากที่ช่วยดูแลลำหับและลูกของเธอ”

    “ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ นี่คือหน้าที่ของผม”

    บริพัตรมองเด็กน้อยอย่างตื่นเต้นสงสัย ชาตรีโอบอุ้มคนังมาใส่อกผูกติดไว้กับตัว

    “เด็กเป็นลูกของใคร”

    “คุณคิดว่าแกเป็นลูกของใคร ถามลำหับดูสิ”

    บริพัตรอึกอักแล้วฟุบหมดสติไปต่อหน้าต่อตา เมื่อตำรวจพากันเข้ามา จึงฝากฝังให้ช่วยเหลือบริพัตร ส่วนตัวเขาจะกลับมาให้ปากคำหลังจากปลอบใจเด็กให้หายตกใจก่อน

    ชาตรีอ้างกับตำรวจอย่างนั้น ความจริงเขาแอบ ติดตามไปช่วยลำหับจากพวกสนที่กำลังมุ่งหน้ากลับค่ายใหม่

    ลำหับโดนมัดมือให้เดินตาม สมุนของสนคนหนึ่งบาดเจ็บหนักทำท่าจะไม่ไหวแต่ไม่มีใครสนใจเขาสักคน

    “หมายเลขหนึ่งแค้นใจเธอมาก...เธอก็รู้ว่าเขาต้องการให้เธอและลูกมาอยู่มาร่วมอุดมการณ์ ทำไมต้องขัดขืนดื้อดึง” สนถามลำหับ

    “ฉันไม่มีวันร่วมอุดมการณ์เลวร้ายนี่ ต่อให้ตายก็ไม่มีวัน”

    “ไปพบเขาครั้งนี้ ถ้าเธอไม่ยอม เขาอาจทำร้ายจูเนียร์ก็ได้”

    “เธอจะยอมให้จูเนียร์เจ็บเพราะเธอซ้ำสองอีกหรือ เขาโดนหนักมากนะ เฆี่ยนด้วยเข็มขัดตั้งสามสิบที”

    สนกับสมุนช่วยกันหว่านล้อมแต่ลำหับไม่ยอมพูดอะไรต่อ สนเลยห้ามสมุนตอแยเธออีก

    “โอเค...แต่คนของเราบาดเจ็บ หยุดพักกันก่อนดีไหม แล้วค่อยออกเดินทางต่อตอนใกล้รุ่งพรุ่งนี้”

    สนมองสภาพสมุนที่สะบักสะบอมเพราะโดนปืนจากชาตรีแล้วก้มลงมองมือตัวเองที่เลือดยังไหลซึมจึงยินยอม

    ooooooo

    ที่โรงพยาบาล บริพัตรถึงมือหมอแต่ยังหมดสติมีพยาบาลเฝ้าอยู่ข้างเตียง ผ่านไปสักพักเขารู้สึกตัว พึมพำเรียกลำหับก่อนลืมตา

    “ท่าน ส.ส.ฟื้นแล้ว” พยาบาลตื่นเต้นดีใจ

    “ผมลาออกแล้วกรุณาอย่าเรียกผมว่า ส.ส. และใช้คำแทนตัวผมว่าท่าน ถ้าผมคือท่าน คุณก็ใช่ท่านพยาบาลเหมือนกัน ในระหว่างที่ผมเป็น ส.ส. ผมคือ

    ผู้รับใช้ประชาชน ผมต้องระลึกบุญคุณประชาชนที่เอาภาษีมาจ่ายเงินเดือนให้ผม”

    “ซึ้งมากเลยค่ะท่าน เอ๊ย คุณบริพัตร...รบกวนขอเบอร์ภรรยาจะโทร.แจ้งเธอนะคะ”

    “ขอบคุณมาก แต่ไม่ต้อง”

    พยาบาลชะงัก นิ่งไปอย่างงุนงง...

    เวลาเดียวกันนั้น วิเวกกับตึ๋งหนืดคนรับใช้บ้านบริพัตรกำลังดูแลภัทราและตาหนูจักริน ภัทราพูดไม่ได้ สอดส่ายสายตามองหาลูกชาย สองคนรับใช้เดาออกบอกแค่ว่าบริพัตรไปธุระนอกเมือง แต่ไม่ยอมบอกว่าเขาอยู่โรงพยาบาลทั้งที่รู้ข่าวมาแล้ว

    “เวรกรรม...แม่ก็ป่วย ตัวก็เจ็บ เมียไปมั่วกับชู้ ลูกรับกรรมไปเต็มๆ” ตึ๋งหนืดกระซิบวิเวกได้ยินกันสองคน แล้วเม้าท์กันต่อเบาๆ สงสัยว่าจักรินไม่น่าใช่ลูกของเจ้านายเรา

    เฉิดเฉลาเพิ่งกลับบ้าน กวาดตามองแล้วถามเสียงแหลมว่าบริพัตรไปไหน

    “ไม่ทราบ” สองคนรับใช้ตอบพร้อมเพรียงราวกับนัดหมาย

    “โกหกได้ก็โกหกไป อ้อ นายแม่ฟังนะคะ เฉิดไม่ยอมหย่ากับบริพัตรเด็ดขาด จะอยู่ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร เข็ดเขี้ยวทรมานกันจนตาย”

    ภัทราสีหน้าขมขื่น มองลูกสะใภ้ตัวแสบอย่างเจ็บปวด ตึ๋งหนืดหมั่นไส้ ชวนวิเวกอุ้มเด็กน้อยจักรินออกไป พลางบ่นว่าคนอะไรไม่สนใจมองลูกตัวเอง

    เฉิดเฉลาได้ยินแว่วๆ ถลึงตาตามหลังแล้วหันมาจ้องภัทรา พึมพำอย่างอาฆาตมาดร้าย

    “นั่งแก่นี่ต้องหมดโอกาสประจานเรื่องตกบันได”

    ooooooo

    บริพัตรที่ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล ครุ่นคิดทบทวนเรื่องที่ได้ยินชาตรีและลำหับพูดกับพวกคนร้าย เกิดความสงสัยหลายอย่าง พูดกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา

    “ถ้าลำหับต้องการขายชาติเหมือนพ่อ ทำไมเขาจึงส่งคนมาจับตัว หรือว่าลำหับเอามาเป็นข้ออ้าง เพื่อให้เราเลิกรากับเธอเพราะผู้ชายคนนั้น”

    บริพัตรลุกนั่งอย่างเร็วจนพยาบาลตกใจ ถามเขาว่าจะทำอะไร

    “ผมต้องการออก เอ๊ย ต้องการเคลียร์เงินถึงวันนี้”

    “รอให้ถึงวันที่จะกลับบ้านก็ได้ค่ะ”

    บริพัตรนิ่งไป...บอกตัวเองอยู่ในใจว่า “เราทำตัวปวกเปียกให้ลำหับเสียสละเพื่อเราแล้วโดนจับตัวไป มันไม่แมน”

    พอพยาบาลออกจากห้อง บริพัตรดึงสายน้ำเกลือออกเองแล้วลงจากเตียงทันที ก่อนออกเดินทางไปช่วยลำหับ เขาไม่ลืมส่งข่าวไปที่บ้านให้คนรับใช้บอกภัทราด้วยว่าเขาไปทำธุระสำคัญนอกเมือง เขาจัดส่งพยาบาลพิเศษไปดูแลท่านแล้ว เฉิดเฉลาแอบล่วงรู้ สงสัยว่าบริพัตรน่าจะไปหาลำหับ ความแค้นยิ่งทวีคูณ พาลมาลงที่ภัทราเฉิดเฉลาก้าวเข้ามาในห้องขณะภัทรากำลังหลับสนิท ยืนจ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เหมือนมีอะไรดลใจให้ภัทราลืมตาขึ้นมา พอเห็นลูกสะใภ้ก็ตกใจอ้าปากร้องแต่ไม่มีเสียง

    “ยัยแก่ตัวร้าย ทำไมต้องเกลียดชังฉันนักหนา อยากมีสะใภ้ขายชาติมากนักรึไง”

    เฉิดเฉลาบีบคอภัทราจนตาเหลือก แล้วทุบซ้ำเข้าที่ท้องอีกหลายที

    “วันนี้ไม่ทำอะไรมากไปกว่าขอระบายอารมณ์สักสองสามทีเท่านั้น”

    เฉิดตบปากตบหน้าภัทราด้วยความสะใจ พลันมีเสียงประตูห้องเปิด เธอรีบปล่อยมือจากแม่ผัวแล้วทำทีเหมือนดูแล ตึ๋งหนืดพาพยาบาลพิเศษเข้ามาเห็นน้ำตาภัทราก็สงสัย

    “คุณนายแม่ร้องไห้ คุณเฉิดมาทำอะไรที่นี่คะ”

    “ถามโง่ๆ ฉันมีสิทธิ์ไปได้ทุกที่ในบ้านหลังนี้อ้อ นั่นพยาบาลสินะ”

    พยาบาลยกมือไหว้เฉิดเฉลาแล้วมองไปที่ภัทราเห็นเลือดที่มุมปากจางๆ

    “เอ๊ะ มีเลือดที่มุมปากท่านค่ะ”

    “ตายแล้ว ใครทำร้ายคุณนายแม่คะ” ตึ๋งหนืดโวยวาย ภัทราเบนสายตาไปที่เฉิดเฉลา แต่เธอรีบออกตัว

    “ใครทำร้ายคนแก่พิการมันก็เลวสามโลก นายแม่กัดลิ้นตัวเองต่างหาก”

    “ท่านไม่กัดลิ้นแน่ แต่อาจโดนคนใจบาปมาลอบทำร้าย”

    เฉิดเฉลาไม่ยอมรับและเอาตัวรอดน้ำขุ่นๆ ภัทราขัดใจมาก พยายามจะเอามือทุบข้างลำตัว

    “ไปก่อนนะคะนายแม่ อย่ากัดลิ้นตัวเองอีกนะคะ มันเจ็บใจตัวเองค่ะ” ว่าแล้วเฉิดเฉลาก็นวยนาดออกไป ภัทรามองตามน้ำตาไหล

    ตึ๋งหนืดขยับเข้ามาใกล้ภัทรา สำรวจตามใบหน้าอย่างละเอียดแล้วอุทาน “เอ๊ะ แก้มกับปากของคุณนายแม่ทำไมเป็นผื่นแดงอย่างนั้นคะ”

    “เหมือนโดนอะไรฟาด” พยาบาลพูดโพล่งภัทราพยักหน้าน้อยๆ พยาบาลกับตึ๋งหนืดสบตากันแล้วถอนใจ

    “คนใจสัตว์...ช่างทำกันได้” ตึ๋งหนืดพึมพำด่าเฉิดเฉลาแล้วเข้าไปโอบกอดภัทราด้วยความสงสาร

    ooooooo

    ในป่า พวกสนกำลังจะเดินทางต่อ ลำหับคิดถ่วงเวลาและวางแผนเพื่อให้ชาตรีมาช่วย เธอแกล้งบ่นหิว สนจึงปอกกล้วยส่งให้ลูกหนึ่งแล้วเดินนำไป โดยไม่รู้ว่าลำหับแอบคายกล้วยทิ้งเอาไว้เป็นระยะ

    ชาตรีออกติดตามลำหับพร้อมกับเอาคนังผูกติดกับอกตัวเอง เขาเตรียมนมไว้ให้คนังในยามหิว ในที่สุดชาตรีก็มาถูกทาง เจอเศษกล้วยที่ลำหับคายทิ้งไว้...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน บริพัตรในชุดทะมัดทะแมงแม้ยังเดินไม่ค่อยถนัดเพราะเจ็บขา แต่ก็ดั้นด้นมาอย่างไม่ย่อท้อเพราะสำนึกผิดต่อลำหับ บริพัตรเจอเศษกล้วยด้วยเช่นกัน และคิดเหมือนชาตรีว่าลำหับน่าจะทิ้งเอาไว้เพื่อบอกทาง

    พวกสนเร่งฝีเท้าเพื่อกลับค่าย แต่สมุนคนหนึ่งอักเสบแผลที่ขาจนไปไม่ไหว บ่นว่าตนก้าวขาไม่ออก เจ็บเหลือเกิน เพื่อนอีกสองคนที่บาดเจ็บพยายามพยุงแต่ได้ครู่เดียวก็ไม่ไหวเหมือนกัน

    “แข็งใจกันอีกนิด ค่ำนี้เราก็ถึงค่ายแล้ว ช่วยเขาหน่อย”

    “ตัวเองยังเอาไม่รอด จะให้ช่วยก็คงไม่ไหวหรอก”

    สองคนบ่นกันไปมา อีกคนตัดสินใจว่า “ทิ้งมันไว้ที่นี่ แล้วค่อยส่งพวกเราย้อนกลับมารับ”

    สนค้านขึ้นทันที “กว่าจะย้อนมารับ พวกที่ตามมาเจอมัน มันก็ต้องบอกว่าค่ายเราอยู่ที่ไหน” ว่าแล้วสนพยักหน้ากับสมุนมือขวา คนที่เจ็บหนักเข้าใจร้องลั่นอย่างหวาดกลัว

    “ไม่นะ อย่าทิ้งผม อย่าทำกับผมแบบนั้น อย่า!”

    “อุดมการณ์ของเราคนอ่อนแออยู่ไม่ได้จะไปถ่วงคนแข็งแรงให้อ่อนล้า” สนเอ่ยเสียงแข็ง ลำหับตกใจช่วยขอร้อง หากเขาทำเท่ากับอำมหิตผิดมนุษย์เกินไปแล้ว สนโต้อย่างไม่ยี่หระว่า “พวกเราไม่ใช่มนุษย์ เราเหนือกว่ามนุษย์อย่างพวกเธอ...จัดการ นี่คือคำสั่ง”

    ในที่สุดสมุนคนนั้นก็ถูกยิงโดยใช้กระเป๋าบังเก็บเสียงท่ามกลางความตกใจสุดขีดของลำหับที่เข่าอ่อนแทบยืนไม่อยู่

    ooooooo

    พวกสนออกเดินไปได้ไม่นาน ชาตรีก็พาคนังมาถึงยังจุดเกิดเหตุ เจอสมุนของสนที่โดนยิงนอนหายใจรวยริน พยายามบุ้ยใบ้เพื่อบอกทิศทาง

    “พวกเขาไปทางโน้นใช่ไหม” ชาตรีชี้มือไปทางหนึ่ง สมุนของสนพยักหน้ารับแล้วร่างกระตุกหมดลมหายใจไปอย่างน่าเวทนา...

    สนกับสมุนสามคนที่เหลือควบคุมตัวลำหับใกล้ถึงค่ายใหม่เข้าไปทุกที ลำหับรับไม่ได้กับอุดมการณ์ป่าเถื่อนของพวกเขา ก่นด่าตลอดทางจนสนทนไม่ไหวตวาดใส่อย่างฉุนเฉียว

    “หุบปาก! เธอควรคิดคำขอโทษหมายเลขหนึ่งดีกว่ามาด่าทอกัน”

    “ไม่มีคำขอโทษ ที่ฉันยอมมาง่ายๆเพราะอยากถามเขาหลายเรื่อง”

    “ไม่กลัวโดนเขาฆ่าเอาเหมือนอย่างที่ขู่หรือไง”

    “ไม่มีพ่อคนไหนใจอำมหิตคิดฆ่าลูกในไส้ได้ลงคอ มีแต่จะยอมตายแทน”

    “อย่ามั่นใจมากเกินไปนัก ที่ที่พวกเราอยู่ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีลูก เคยเห็นตัวอย่างแม่เธอมาแล้วนี่นา เราผูกพันกันที่อุดมการณ์ไม่ใช่สายเลือดหรือจิตใจ”

    สนกล่าวดุดันจริงจัง ลำหับเมินหน้าหนีน้ำตาคลอ ในขณะเดียวกันรามรับรู้การมาของลำหับจากสนแล้ว เขารอคอยและวางแผนทำให้ลำหับเชื่องเหมือนแมวด้วยวิธีสุดโหดที่จูเนียร์รับไม่ได้ พยายามทักท้วงแต่ไม่เกิดผล แถมยังโดนรามดุด่าจนหน้าจ๋อย

    ชาตรีจัดการกับคนังให้หลับสนิทคาอกของตนแล้วดั้นด้นตามพวกสนไปจนทัน ปรากฏตัวโจมตีอย่างหาญกล้า ตรงข้ามกับบริพัตรที่ซุ่มยิงเข้ามาช่วยเพราะไม่ต้องการให้ลำหับเดือดร้อนอีก

    สนเข้าใจว่านอกจากชายไม่มีชื่อแล้วยังมีตำรวจมาด้วยจึงสั่งสมุนของตนถอยหนี ส่วนลำหับวิ่งกลับมาหาลูกน้อยและชาตรีได้สำเร็จ แต่สงสัยว่าชายผู้หวังดีเรียกตำรวจมาใช่ไหม

    “ไม่ได้เรียก ใครไม่รู้ จากเสียงปืนมาคนเดียวแน่นอน”

    “มาคนเดียว” ลำหับทวนคำแล้วเริ่มเอะใจ

    “เธอคิดว่าเป็นเขา เขาบาดเจ็บมาไม่ได้หรอก พวกนั้นล่าถอยแล้วเราควรรีบกลับให้เร็วที่สุด”

    “ค่ะ หนูอยากพบคนที่มาช่วยเรา”

    “ผู้หวังดีที่ไม่อยากปรากฏตัวมั้ง อย่าไว้ใจใครง่ายๆ”

    “ทำไมคะ”

    “อาจเป็นกลลวงก็ได้ คนตามล่าเธอมีหลายฝ่าย”

    “หนูอยากขอบคุณเขาที่ทำให้พวกนั้นตัดสินใจล่าถอยไปทันที”

    “ถ้าอยากเจอเขามาก ฉันจะเชิญเขามาปรากฏให้เห็นตัวเป็นๆ”

    ชาตรีประชดกลายๆ ขณะพากันถอยหาที่มั่น ฝ่ายบริพัตรซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้แอบมองมาด้วยความโล่งใจ แม้เขาจะช่วยลำหับไม่ได้มากเท่าผู้ชายคนนั้นก็ยังดีกว่าทำเฉยเมย

    “คุณที่มาช่วยเราโปรดแสดงตัวด้วย” เสียงชาตรีดังขึ้น บริพัตรไม่ขานและไม่ปรากฏตัว บ่นเบาๆกับตัวเองว่า

    “ทำไมต้องไปแสดงตัว เราก็แค่คนนอกไม่สมควรทำให้เขามีปัญหาแคลงใจไม่สบายใจกัน”

    บริพัตรตัดใจถอยออกไปจากตรงนั้น...ชาตรีมองหน้าลำหับ บอกว่าเขาขี้อายไม่ยอมออกมาแสดงตัว เดี๋ยวตนจะออกไปแสดงตัวขอบคุณเขาเอง

    “คุณประชด” ลำหับรั้งเขาไว้

    “เปล่า แค่ต้องการทำให้เธอสบายใจว่าใช่เขามั้ย อยู่ตรงนี้อย่าตามออกมานะ” พูดจบชาตรีเดินออกไปยังที่โล่งอย่างระมัดระวัง ตะโกนร้องขออีกครั้ง “คุณครับ ได้โปรดรับคำขอบคุณจากลำหับด้วย ออกมาได้ไหม เธออยากพบคุณ”

    เงียบกริบ! บริพัตรน้ำตาซึมแต่ไม่เหลียวหลังกลับมา ยึดมั่นว่าทำไมเขาต้องออกไปทำลายความสุขของลำหับให้สั่นคลอน...

    ในที่สุดชาตรีก็พาลำหับกับคนังกลับบ้านไร่ ระหว่างเดินทางต่างครุ่นคิดถึงคนที่แอบช่วยเหลือ ลึกๆแล้วเชื่อว่าต้องเป็นบริพัตร

    “ถ้าใช่เขา ทำไมเขาไม่ยอมออกมา แล้วใครกันนะ” ชาตรีบ่นพึมพำ...ลำหับได้ยินแว่วๆบ่นออกมาอย่างเชื่อมั่นความคิดของตนเองว่าคนทำดีอย่างนี้ต้องเป็นบริพัตร แต่เขามาได้ยังไงเขาบาดเจ็บมาก

    “ความรักทำให้คนทำได้ทุกอย่าง” ชาตรีโพล่งขึ้น

    “คุณจะบอกว่าเป็นเขาจริงๆหรือคะ”

    “ฉันสงสัยตามความรู้สึก”

    คนังตื่นแล้วร้องไห้จ้า ทำให้ทั้งสองหันมาสนใจเด็กน้อย เร่งฝีเท้าเพื่อให้ถึงบ้านไร่โดยเร็วที่สุด

    ฝ่ายบริพัตรอาการป่วยเริ่มกำเริบ เขาหยุดพักและพยายามสื่อสารกับตึ๋งหนืดทางโทรศัพท์ด้วยการส่งข้อความก่อนที่เขาจะกลิ้งหล่นจากเนินดินลงมาแน่นิ่งหมดสติ

    “ช่วยด้วย จะเปิดมือถือไว้ หาพิกัดแล้วรีบส่งคนมาช่วยด่วน”

    ตึ๋งหนืดอยู่ที่บ้านอ่านข้อความนั้นแล้วตกใจมากวิ่งออกไปทันที เฉิดเฉลาแอบเห็นคาดว่าคนรับใช้ต้องรับข่าวจากบริพัตรถึงรีบไป เธอตาลุกวาว สบโอกาสจัดการภัทราแล้ว!

    ooooooo

    เมื่อสนกลับถึงค่ายมือเปล่าทำให้รามโกรธมาก อาฆาตแค้นลำหับและชายไร้ชื่อ ซึ่งเขาต้องจับทั้งคู่มาให้ได้ และวิธีเดียวที่จะได้ตัวลำหับง่ายขึ้น ก็คือต้องจับ ส.ส.บริพัตรมาต่อรอง...

    ทางด้านเฉิดเฉลาที่คิดจัดการภัทราขั้นเด็ดขาด เธอแอบใส่ยาพิษในน้ำดื่มของภัทราแล้วยังร่วมมือกับยศพงษ์ ขโมยตาหนูจักรินออกไปจากบ้าน ยศพงษ์เข้าใจว่าจักริน คือลูกของเฉิดเฉลากับบริพัตรจึงเกลียดชังเด็กคนนี้ถึงขนาดมีแผนร้ายให้สมุนเอาไปทิ้งไว้ที่สถานเลี้ยงเด็ก ทั้งที่เฉิดเฉลาตั้งใจจะเอาไปให้ญาติเลี้ยงโดยไม่บอกว่าแท้จริงแล้วจักรินคือสายเลือดของยศพงษ์ที่เกิดกับเธอ

    ภัทรามีอาการปวดท้องทุรนทุรายหลังกินน้ำผสมยาพิษเข้าไป ตึ๋งหนืดกับพยาบาลตกใจจะพาส่งโรงพยาบาลแต่พลาดพลั้งภัทราตกบันไดลงมาคอหักตาย เฉิดเฉลา ถือโอกาสโยนความผิดให้พยาบาลหน้าตาเฉย ชาตรีทราบข่าวนี้จากตึ๋งหนืดที่เคยให้เบอร์โทรศัพท์ไว้จึงรีบบอกลำหับและขอให้เธอช่วยไปดูแลจัดงานศพแทนบริพัตรที่บาดเจ็บมากต้องผ่าตัดด่วนหลังหนีออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันก่อน แล้วตาหนูจักรินก็โดนคนขโมยตัวไปด้วย

    ลำหับเสียใจกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวบริพัตรและเชื่อแน่ว่าคนที่ตามไปช่วยเหลือเธอในป่าโดยไม่ปรากฏตัวคือบริพัตร ลำหับคร่ำครวญโทษตัวเองทำให้เขาเจ็บหนัก ชาตรีย้ำว่าบริพัตรทำไปเพราะรักเธอ สุดชีวิตสุดหัวใจ เขายอมตายเพื่อเธอได้ นั่นยิ่งทำให้ลำหับสะท้อนใจร้องไห้น้ำตานองหน้า

    “อย่าเอาแต่โทษตัวเองว่าทำครอบครัวเขาย่ำแย่ เธอควรตอบแทนความรักและความดีงามของเขาและนายแม่ที่มีต่อเธอด้วยการไปจัดงานศพให้นายแม่แทนเขา”

    “หนูอยากไปใจจะขาด แต่มันเป็นหน้าที่ของภรรยาเขา”

    “นังแม่มดนั่นบอกวิเวกกับตึ๋งหนืดว่าจะไม่มาจัดงานศพ ให้สองคนนั่นทำกันไปเอง นังแม่มดใจแคบ เธอควรใจกว้างและเข้มแข็ง อย่าไปใส่ใจถ้าโดนถากถางเสียดสี”

    “หนูจะทำได้หรือคะ”

    “ขอเพียงเธอตัดสินใจไป รับรองว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย”

    “คุณจะจัดการให้หนูอีกแล้ว มันเป็นหน้าที่ใช่ไหมคะ”

    “มันยิ่งกว่าหน้าที่”

    ลำหับซาบซึ้งในบุญคุณของเขายกมือไหว้ขอบคุณ ชาตรีมองตอบด้วยความรักและสงสาร

    ooooooo

    เฉิดเฉลาตบหน้ายศพงษ์ด้วยความโมโหสุดขีดหลังรู้ว่าเขาไม่ได้ทำตามแผนเรื่องขโมยจักรินออกมาจากบ้านบริพัตรแล้วเอามาให้เธอเพื่อไปฝากญาติเลี้ยง แต่เด็กหายไป ถามเท่าไหร่เขาก็ไม่บอก อ้างว่า เขาเกลียดพ่อเด็ก เฉิดเฉลาเจ็บใจหันหลังจะกลับยศพงษ์เรียกไว้ เตือนเธอเรื่องการตายของภัทรา

    “เรื่องยัยแก่นั่นตายพิลึกพิลั่น ฉันขอเตือนนะว่าพยาบาลคนนั้นจะกลายเป็นพยานปากเอก เธอทำอะไรให้มันเห็นบ้างหรือเปล่า ระวังด้วย รู้นะว่าเธออยากได้มรดก บ้านนั้นมากที่สุด ถึงกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้ ฉันเตือนเพราะหวังดี มันอยู่กับตำรวจป่านนี้บอกอะไรไปบ้างก็ไม่รู้”

    เฉิดเฉลานิ่งคิดไตร่ตรองแล้วตัดสินใจสร้างภาพแสนดีไปประกันตัวพยาบาลที่สถานีตำรวจ ก่อนจะฆ่าปิดปากเธอในวันเดียวกันอย่างโหดเหี้ยม

    ในงานศพภัทรา ชาตรีมาส่งลำหับและกำชับเธอให้เล่นเพลงพญาโศกให้ภัทราฟัง แต่พอลำหับปรากฏตัว เฉิดเฉลาที่บอกจะไม่มางานก็โผล่มาไล่เลี่ยกันแล้วหาเรื่องลำหับจนเกิดความวุ่นวายตกเป็นเป้าสายตาของแขกเหรื่อ ยศพงษ์ที่มาด้วยต้องรีบดึงเฉิดเฉลาออกไปขึ้นรถแล้วตำหนิในความโง่เขลาของเธอที่จะไปฟ้องบริพัตรถึงโรงพยาบาลว่าคนรับใช้ของเขาช่วยลำหับรุมทำร้ายเธอ

    “เขาไม่เชื่อเธอหรอก ไปฟ้องเท่ากับจะเร่งให้เขารีบตะกายมาหาลำหับที่งานศพทั้งที่ยังเดินไม่ได้ นั่งยังแทบไม่ไหว”

    “ฉันทนไม่ได้ที่นังนั่นมาลอยหน้าในงานศพยัยแก่”

    “แล้วเธอล่ะ ฆาตกรฆ่ายัยแก่นี่มีสิทธิ์แค่ไหนที่จะไปลอยนวลดูเหยื่อในงานศพ เธออยากจะไปเย้ยหยันยัยแก่นั่นเพราะดีใจที่หมดเสี้ยนหนามหรือว่าไปแสดงตัวให้ดูชอบธรรมว่ารักแม่ผัวจะเป็นจะตาย”

    “คุณกำลังเข้าข้างนังลำหับ”

    “ฉันเตือนสติเธอต่างหาก ความริษยาของเธอร้อนแรงแทงทะลุใจจนจะมาเผาตัวเองมอดไหม้เข้า

    สักวัน หยุดพล่านเป็นหมาบ้าแล้วอยู่นิ่งๆทำตัวให้ผัวเห็นว่าน่ารัก รอการเปิดพินัยกรรมของยัยแก่และวางแผนฆ่าผัวทิ้งเอามรดกมาให้หมดจะดีกว่า”

    “คุณยุให้ฉันฆ่าเขา?”

    “ฉันไม่ยุเธอก็ฆ่า ฆ่ามากี่คนแล้วล่ะ อย่านึกว่าไม่รู้นะว่าเธอแอบจัดการยัยพยาบาลนั่นแล้ว บริพัตรน่ะใจอ่อน หลอกให้ตายใจแล้วเชือดซะ เขาไม่ได้รักเธอ ไม่เคยรักและไม่มีวันรัก ยัยแก่ตายสมบัติมากมายเป็นของเขา เธอจะยอมให้หลุดมือหรือตัดใจเลิกรักเขา แล้วเอาประโยชน์จากเขามาให้มากที่สุด จากนั้นจัดการเขาซะ”

    เฉิดเฉลาลังเลในตอนแรก แต่เพราะความโลภอยากได้สมบัติมากมายก็คล้อยตามแรงยุของยศพงษ์

    ooooooo

    ชาตรีทราบข้อมูลจากตึ๋งหนืดเรื่องพยาบาลที่ดูแลนายแม่ภัทรากินยานอนหลับฆ่าตัวตายแล้วนำมาบอกเล่าให้ลำหับฟังก่อนจะวิเคราะห์ถึงความไม่ชอบมาพากล

    “เหลือเชื่อนะ ยัยแม่มดไปแจ้งความให้จับพยาบาลคนนั้นโดยตั้งข้อหาว่าพยายามฆ่านายแม่ แต่แล้วยัยแม่มดกลับไปประกันตัวพยาบาลออกมา แล้วพยาบาลก็ฆ่าตัวตายทำให้ดูคล้ายว่าหนีความผิด บ้าแถมโง่มากไปหรือเปล่า”

    “น่ากลัวจริงๆค่ะ หนูชักเป็นห่วงคุณบริพัตรแล้วค่ะ”

    “นายแม่ตาย ถ้าคุณบริพัตรตายอีกคนแล้วสมบัติจะตกอยู่กับใคร ในเมื่อพวกเขายังไม่ได้หย่าขาดจากกัน”

    “ก็ต้องเป็นคุณเฉิดเฉลากับลูก...คุณเฉิดเฉลาไม่ได้รักเขา แต่ต้องการครอบครองเพื่อเอาชนะและเพื่อผลประโยชน์ของเธอกับยศพงษ์ สองคนนี่จะกำจัดทุกคนที่กีดขวางทางเดินของพวกเขา” พูดแล้วลำหับเป็นห่วงบริพัตรขึ้นมาทันที เผลอตัวเกาะแขนชาตรีวิงวอน
    “ช่วยคุณบริพัตรด้วยนะคะ ช่วยให้เขารอดพ้นอันตรายจากคนพวกนั้น”

    ชาตรีแอบน้อยใจแต่ตอบตกลงว่าตนจะปกป้องเขาเท่าชีวิต

    “คุณประชด...หนูผิดเองที่ขอคุณมากเกินไป คุณทำให้หนูมาตลอด หนูไม่พอเพียงเองทั้งที่ตัวหนูไม่มีสิทธิ์ขอโน่นนี่จากคุณ หนูขอโทษค่ะ”

    “เธอขอโน่นนี่ที่ไหนกัน เธอขอชีวิตคนดีๆให้พ้นเงื้อมมือมาร มันคือสิ่งที่ถูกต้อง อย่าคิดมาก เตรียมรอวันไปเผาศพนายแม่ให้ผ่านไปด้วยดี”

    ชาตรีน้ำเสียงและแววตาอ่อนลงเพราะความรักและสงสาร กุมมือลำหับไว้ครู่หนึ่งก่อนจะปล่อยออกเพราะนึกได้ว่าไม่เหมาะสม...

    ที่โรงพยาบาล เฉิดเฉลาแสร้งบีบน้ำตาเป็นเผาเต่าต่อหน้าบริพัตร สัญญาว่าหลังเสร็จงานศพภัทราแล้วเธอจะตามหาตัวตาหนูกลับคืนมาให้ได้ ตอนนี้เธอจ้างคนสืบหาอยู่หลายทาง

    “เฉิดเป็นห่วงตาหนูด้วยหรือ” บริพัตรเอ่ยเสียงแผ่วอย่างขมขื่น

    “เชิญเหยียดหยามน้ำใจเฉิดตามแต่ต้องการเถอะค่ะ เฉิดยอมรับว่าบกพร่องในการดูแลลูกเพราะเห็นว่ามีคนดูแลแกอยู่แล้ว เฉิดเป็นคนนะคะไม่ใช่หมาแมวจะได้รักลูกแค่เพียงตอนที่ลูกยังกินนมอยู่แล้วเลิกผูกพัน ตาหนูแกคือลูกของเฉิด ลูกของบริพัตรผู้ชายที่เฉิดรักที่สุด แม้ว่าเฉิดจะไม่เคยได้รักตอบจากคุณเลย”

    “แต่เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ เป็นพ่อเป็นแม่ที่รักลูกร่วมกันได้นะเฉิด”

    “ขอบคุณมากค่ะ อ้อ เกือบลืมบอก ลำหับช่างมีน้ำใจไปร่วมงานศพนายแม่ด้วยนะคะ เขามาถามว่าจะให้ช่วยอะไรไหม แต่เฉิดจัดการเองไปหมดทุกอย่างแล้ว”

    บริพัตรตื่นเต้น ขอบใจเฉิดเฉลาและทำท่าว่าอยากเจอลำหับในงานศพภัทรา ปรากฏว่าเข้าทางเฉิดเฉลาที่วางแผนไว้อย่างจัง แกล้งถามเขาว่า

    “อยากไปงานศพนายแม่ใช่ไหมคะ เฉิดจัดการให้ค่ะ”

    “ขอบใจมากเฉิดเฉลา” บริพัตรหลงกลเธอเข้าจนได้

    หลังจากนั้นไม่นาน เฉิดเฉลาขับรถของตนนำหน้ารถโรงพยาบาลที่มีบริพัตรอยู่ข้างในออกไปตามถนนทำเหมือนจะไปวัดที่จัดงานศพภัทรา แต่ความจริงเธอแอบสื่อสารกับยศพงษ์ที่วางแผนร่วมกันกำจัดบริพัตร

    “ดีมาก ฉลาดที่สุด เหนือกว่าความรักคือเงิน...

    โอเค แค่นี้ก่อนนะ เสร็จงานแล้วฉันจะรอรับขวัญเธอ” ยศพงษ์วางสายอย่างเริงร่า ตรงข้ามกับเฉิดเฉลาที่น้ำตาซึม ลึกๆยังอาลัยอาวรณ์บริพัตรอยู่ไม่น้อย

    ooooooo

    เฉิดเฉลาลวงบริพัตรมายังจุดที่ยศพงษ์ส่งคนไปดักยิงระเบิดใส่รถแต่ไม่สำเร็จเพราะชาตรีบังเอิญผ่านมาเจอหลังจากไปส่งลำหับกับคนังในงานศพภัทรา แล้วกลับออกมา

    บริพัตรจำชายไร้ชื่อไม่ได้เพราะเขาอยู่ในชุดพรางตัวเป็นคนส่งดอกไม้ แต่รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเขามากมาย ฝ่ายเฉิดเฉลานั้นจำได้เพราะเห็นกันในระยะประชิดตอนชาตรีแกล้งเฉี่ยวรถเธอแล้วซิ่งหนีไป

    ชาตรีมาที่วัดอีกครั้งหลังจากสลัดคราบคนส่งดอกไม้กลับมาเป็นตัวเองเพราะเป็นห่วงลำหับกับลูกชาย ขณะที่บริพัตรซึ่งรอดตายก็มาพร้อมวิเวกและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอีกคน ลำหับเผชิญหน้าบริพัตรแต่ไม่ยอมให้เขาอุ้มคนัง ทั้งที่วิเวกกับตึ๋งหนืดพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคนังหน้าเหมือนบริพัตรเหลือเกิน

    ชาตรีอยู่ในเหตุการณ์เห็นใจบริพัตรแต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ทั้งที่รู้เต็มอกว่าเขาคือพ่อของคนัง ฝ่ายบริพัตรที่คลางแคลงใจก็เก็บคำพูดของสองคนรับใช้กลับมาขบคิดคล้อยตามว่าคนังคือลูกของตน แต่ลำหับใจร้ายไม่ยอมให้ลูกรู้จักพ่อ...

    เสร็จงานศพภัทรา ทนายเปิดพินัยกรรมต่อหน้าบริพัตรและเฉิดเฉลา บริพัตรน้อมรับโดยดี แต่เฉิดเฉลาไม่พอใจกระชากพินัยกรรมมาจะฉีกทิ้ง กล่าวหาภัทรา เขียนพินัยกรรมบ้าๆ ให้ค่าเลี้ยงดูตนสิบล้านจากการยอมหย่าและให้เอาลูกของตนไปตรวจหาดีเอ็นเอ ไม่เชื่อว่าเด็กเป็นลูกบริพัตร แต่กลับมโนเอาว่าลำหับมีลูกกับบริพัตร

    “นี่คือการกลั่นแกล้งฉันชัดๆ ทำไมต้องสั่งให้เอาลูกฉันไปตรวจหาดีเอ็นเอ”

    “หรือว่านี่คือสาเหตุให้มีการขโมยคุณหนูไป” ทนายหลุดปากออกมา เฉิดเฉลามองตาขวางถามเสียงแหลมว่า

    “หมายความว่ายังไง หาว่าฉันขโมยลูกตัวเองงั้นหรือ”

    “ไม่มีอะไรครับ ไม่ใช่เพียงคุณหนูเท่านั้นนะครับ ลูกชายของคุณลำหับก็ต้องพิสูจน์ดีเอ็นเอเช่นกัน ตามคำสั่ง ในพินัยกรรมสำหรับการรับมรดกครึ่งหนึ่งจากทั้งหมดนี่”

    “กรี๊ดดดด!! ลำเอียง เทใจไปให้นังลูกคนขายชาติ” เฉิดเฉลาแหกปากและเต้นเร่าๆ ทนายกับบริพัตรส่ายหน้า ระอา รวมทั้งวิเวิกกับตึ๋งหนืดที่อยู่ห่างออกมาก็พากันอ่อนอกอ่อนใจกับความร้ายกาจของหล่อน

    ยศพงษ์หงุดหงิดโมโหไม่แพ้เฉิดเฉลาหลังจากทราบเรื่อง แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามที่เธอเคี่ยวเข็ญให้บอกว่า เอาจักรินไปไว้ที่ไหน เพราะเธอรู้ว่าบริพัตรรักจักรินมาก เธอจะขอค่าจ้างตามหาลูกห้าสิบล้านคิดว่าเขาต้องยอม

    แน่นอนว่าบริพัตรยินดีให้เงินจำนวนนั้นเมื่อเฉิดเฉลา มาเจรจา เขารักและผูกพันกับจักรินเพราะเลี้ยงดูกันมาตั้งแต่แบเบาะ ต่อให้สมมติว่าจักรินไม่ใช่ลูกก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ชาตรีล่วงรู้เรื่องนี้จึงแอบติดตามยศพงษ์กับเฉิดเฉลามุ่งหน้าไปยังบ้านเด็กกำพร้าเพื่อเอาตัวจักริน

    ชาตรีสามารถแย่งจักรินมาได้อย่างฉิวเฉียดโดยที่ยศพงษ์กับเฉิดเฉลาไม่เห็นหน้าเขาแล้วนำมาส่งต่อให้ลำหับเลี้ยงดูแต่ไม่บอกว่าเด็กเป็นลูกของใคร บอกแค่ว่ามีคนขโมยเอาเด็กไปทิ้งไว้ ลำหับข้องใจถามว่าทำไมไม่เอาไปคืนพ่อแม่ของเด็ก

    “ก็แม่ของแกกับชู้นั่นแหละขโมยเองเพื่อจะแบล็ก-เมล์พ่อ ฉันถึงต้องเอามายกให้เธอไง แกอยู่กับพ่อหรือแม่ก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น รับไว้เถอะ คนังจะได้มีเพื่อน”

    “แล้วพ่อแม่แกไม่ตามหาลูกหรือคะ”

    “เอาไว้ค่อยพูดกัน พาเด็กไปนอนก่อนเถอะ ดึกแล้ว” ชาตรีตัดบท ลำหับนิ่งไปด้วยความสงสารเด็กน้อย

    ooooooo

    เพียงเช้าวันถัดมา เฉิดเฉลาก็มานั่งบีบน้ำตาต่อหน้าบริพัตร อ้างเวรอ้างกรรมว่าตามหาตาหนูไม่พบ เธอรักลูกและอยากได้ลูกคืนมาไม่ใช่เพื่อเงิน ที่ผ่านมาเธอยอมรับว่าบกพร่องหน้าที่แม่

    “เอาล่ะ เรื่องที่ผ่านมาช่างมันเถอะ เอาเรื่องอนาคต ดีกว่า เรามาหย่ากันง่ายๆ ถึงนายแม่จะให้เฉิดแค่สิบล้าน แต่ผมจะเอาส่วนของผมให้อีกห้าสิบล้าน ถ้าเฉิดพบตาหนูมาเอาอีกห้าสิบล้าน เราทำสัญญากันเป็นลายลักษณ์อักษร โอเคไหม”

    “ให้เฉิดร้อยล้านเลยไม่ได้หรือคะ อย่าลืมสิว่าคุณด่างพร้อยเรื่องลำหับ ถ้าเฉิดเจ็บใจมากๆ เฉิดจะบอกทุกคนว่าคุณเป็นชู้กับลูกคนขายชาติ”

    บริพัตรโมโห แต่แล้วเปลี่ยนใจไม่ต่อความยาว ตัดบทว่าตนขอคุยกับทนายก่อน เมื่อเฉิดเฉลาไปเล่าให้ยศพงษ์ฟัง เขายิ้มย่องกับยอดเงินร้อยล้าน ให้เธอพยายามตามตัวลูกชายกลับมาให้ได้

    วันเดียวกัน ชาตรีมาบอกบริพัตรว่าเจอจักริน บริพัตรดีใจมากอยากเจอลูกเร็วๆ

    “คุณได้พบแกแน่ แต่ขอให้คุณปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ตาหนูของคุณต้องการความปลอดภัย รวมทั้งตัวคุณด้วย รีบหย่าขาดให้เร็วที่สุด แล้วผมจะให้คุณได้พบตาหนู อ้อ! เรื่องหย่าขาดกัน คุณคงไม่จำเป็นต้องจ่ายให้คุณเฉิดถึงร้อยล้าน นอกจากว่าคุณจะเต็มใจให้เธอโดยเสน่หา แต่ผมว่าเธอไม่กล้าเรียกเงินร้อยล้านจากคุณแน่ ผมขอตัวก่อน”

    ชาตรีไปแล้ว ทิ้งให้บริพัตรสงสัยว่าทำไมเขาถึงรู้เรื่องราวของตนไปหมด...ชาตรีทำตามที่ทิ้งท้ายไว้กับบริพัตรด้วยการส่งคลิปเฉิดเฉลากับยศพงษ์กอดจูบกันไปที่มือถือของฝ่ายหญิง พร้อมคำขู่ว่า “ลำหับเป็นภรรยาบริพัตรก่อนเฉิดเฉลา แต่โดนเล่ห์กลจนมุม บริพัตรเลยต้องแต่งงาน เงินร้อยล้านที่เรียกร้อง ถ้าศาลเห็นคลิปนี้ ห้าสิบล้านก็คงชวด”

    สองคนเห็นภาพและข้อความนั้นแล้วหงุดหงิดร้อนใจ พอดีอาเดียวโทร.มาบอกยศพงษ์ว่าลูกสาวเขาไม่สบาย เฉิดเฉลายิ่งหงุดหงิดมากมาย ไม่อยากให้ยศพงษ์ ไป แต่ขัดเขาไม่ได้

    เฉิดเฉลากลับมาที่บ้านเจอทนายแต่ไม่มีบริพัตร ทนายบอกว่าตนกับบริพัตรปรึกษากันแล้วยืนยันให้เงินเธอห้าสิบล้าน รวมกับที่ภัทราให้สิบล้านเป็นหกสิบล้าน เฉิดเฉลาไม่พอใจแต่ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง ได้แต่กล่าวคำอาฆาตทนายให้จำไว้ ใครทำอะไรก็จะได้สิ่งนั้นตอบแทน

    ooooooo

    วิเวกพาบริพัตรไปบ้านไร่ของลำหับ บริพัตรขอเข้าไปคนเดียวให้วิเวกจอดรถรอหน้าไร่ โดยไม่รู้ ว่าชาตรีแอบมองอยู่มุมหนึ่ง และเฉิดเฉลาแอบตามมาพร้อมมือปืนบริพัตรในสภาพใช้ไม้ค้ำยันร่างกายเดินเข้ามาในบ้านเจอลำหับกับคนัง ด้วยความผูกพันทางสายเลือดทำให้คนังกอดหอมบริพัตรแล้วบอกรัก ลำหับแอบน้ำตาซึม

    แต่ไม่ยอมพูดความจริงว่าคนังคือลูกของบริพัตร อ้างชายไม่มีชื่อคือพ่อเด็กแล้วผลักไสเขากลับไป อย่ามาทำลายครอบครัวของตนอีก

    บริพัตรกลับออกมาด้วยความเสียใจ เจอชาตรีจึงคุกเข่าวิงวอนขอลำหับคืน เพราะเธอคือจิตวิญญาณ คือลมหายใจของตน ตนเชื่อว่าคนังคือลูก โปรดบอกความจริง กับตนว่าคนังคือลูกของตน ชาตรีสงสารแต่พูดไม่ออก ลำหับตามออกมาเห็น ยืนยันหนักแน่นว่าคนังไม่ใช่ลูกของบริพัตร ทำให้บริพัตรตัดใจจากไปแต่ไม่ได้กลับมาหาวิเวก ดั้นด้นไปยังบริเวณโขดหินสถานที่แรกที่พบเจอลำหับ

    วิเวกเป็นห่วงเจ้านายจึงโทร.หาชาตรีที่เคยให้เบอร์โทร.กันไว้ ชาตรีกำลังตำหนิลำหับทำกับบริพัตรเกินไป พอได้ยินวิเวกบอกว่าบริพัตรหายตัวก็เร่งรีบออกจากบ้านพร้อมลำหับเพื่อตามหา เฉิดเฉลาให้มือปืนขับรถตามทั้งคู่ไปห่างๆ แล้วต่อสายคุยกับยศพงษ์

    “เขามาหานังลำหับจริงๆ แต่ดูเหมือนว่าจะมีปัญหา ไอ้วิเวกมันดูแปลกๆ ร้อนรุ่มพล่านไปหมด ฉันอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วบริพัตรหายไปไหน”

    “ตามพวกมันไปแล้วรอจังหวะจัดการ อย่าลืมว่า เธอยังไม่ได้เซ็นใบหย่า ถ้าเขาตาย เธอจะได้ส่วนของเขา ในฐานะภรรยา มันมากกว่าห้าสิบล้านโดยไม่ต้องอาศัยไอ้ลูกชู้นรกนั่น”

    “ฉันรู้แล้วว่าพ่อของตาหนูมันนรกส่งมา หยุดด่ามันซักวัน ฉันจะได้ทำงานต่อโดยไม่ประสาทเสีย”

    เฉิดเฉลาแหวกลับยศพงษ์แล้วหันมากำชับมือปืนให้ตามพวกมันไปเงียบๆ

    บริพัตรไปถึงบริเวณโขดหิน นั่งซึมเศร้าคิดทบทวนเรื่องราวระหว่างตนกับลำหับและลูกชาย เชื่อมั่นว่าคนังคือลูกของตน เกิดแรงฮึดจะกลับไปหาลำหับอีกครั้ง แต่เพราะลุกเดินไม่ถนัดทำไม้ค้ำยันหลุดมือ ตัวเองเลยกลิ้งตกจากโขดหินเคล็ดขัดยอก แต่ยังฝืนคว้าไม้ค้ำเดินโขยกเขยกหายไปในดงไม้

    ไม่กี่อึดใจ ชาตรีกับลำหับโผล่มาอีกทางไม่พบใคร ชาตรีเดินไปดูร่องรอยเชื่อว่าบริพัตรมาที่นี่แต่ไปแล้ว ลำหับถึงกับหน้าเสีย คร่ำครวญโทษตัวเองทั้งน้ำตา

    “โธ่! หนูขอโทษ...หนูทำอะไรโง่ๆกับคุณจนได้”

    ฝ่ายเฉิดเฉลากับมือปืนจอดรถลงเดินตามลำหับมาห่างๆ ในอดีตเธอเคยมาแถวนี้กับบริพัตร และการที่ลำหับกับชายคนนั้นมาที่นี่ แสดงว่าต้องมาตามหาบริพัตร เฉิดเฉลาจึงโทร.สั่งยศพงษ์ทันที

    “ส่งคนมาที่ป่าแถวโขดหิน บริพัตรน่าจะอยู่แถวนี้ มาล้อมจัดการเขาให้ได้!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    ดวงตาที่ 3 ตอนจบ เคราะห์ร้ายมาถึง "ปุ้ม" แทบขาดใจ "ตรีกาล" หมดสติไม่ฟื้นกลับมา

    ดวงตาที่ 3 ตอนจบ เคราะห์ร้ายมาถึง "ปุ้ม" แทบขาดใจ "ตรีกาล" หมดสติไม่ฟื้นกลับมา
    17 ต.ค. 2564

    06:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 เวลา 01:19 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์