ข่าว

วิดีโอ



มงกุฎดอกส้ม

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

ก้องเกียรติตัดสินใจเดินกลับตึกเล็กเข้าห้องนอนตัวเองทันที ตรงไปนั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงานครู่หนึ่งเรืองยศเปิดประตูเข้ามา ถามประชดว่า "คิดถึงเขามากหรือ ก้องเกียรติ"

ก้องเกียรติไม่ต่อล้อต่อเถียง ถามเรียบๆว่ามาตั้งแต่ เมื่อไหร่ เรืองยศเปิดฉากต่อว่าทันที

"จะอยากรู้ทำไม ในเมื่อนายจงใจไม่คอยฉัน ทั้งๆที่ตกลงกันแล้วว่าจะมาที่นี่พร้อมกัน แต่นายก็หนีมาก่อน" พอก้องเกียรติขอโทษ เรืองยศวกเข้าคำถามเดิมว่า "นายยังไม่ตอบฉันเลย คิดถึงเขามากใช่ไหม"

"ฉันไม่ตอบคำถามไร้สาระ" ก้องเกียรติตวัดเสียงอย่างไม่ชอบใจ เรืองยศซักอีกเลยถูกเขาปรามว่า "ยศ หยุดสักทีเถอะ อย่ามาหาเรื่องกันเลย"

เพราะก้องเกียรติใจเย็นและไม่เอาเรื่องกับคำถามที่รุนแรงของเรืองยศมาตลอด ทำให้เรืองยศย่ามใจคาดคั้นและ กล่าวหาอย่างรุนแรงว่าจะพูดจนกว่าเขาจะเลิกคิดเป็นชู้กับเมียพ่อ ทำให้ก้องเกียรติถึงกับอึ้งสนิท พยายามระงับอารมณ์ พูดกับเรืองยศอย่างใจเย็นว่า

"ยศ...ฟังนะ มีสองข้อที่ฉันอยากพูด ข้อแรกความรู้สึกของฉันต่อคำแก้ว ไม่ว่าจะชอบหรือจะรัก ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน ใครก็ไม่มีสิทธิ์มารู้ถ้าฉันไม่ให้รู้ เพราะฉะนั้น หยุดถามเรื่องนี้...ฉันไม่ตอบ"

"นายรักเขาใช่ไหม" เรืองยศถามด้วยแววตาเจ็บช้ำ

ก้องเกียรติไม่หวั่นไหวกับคำถามซ้ำซากของเรืองยศ ยังคงตอบอย่างหนักแน่นว่า "ข้อสอง เรื่องการกระทำ ฉันไม่เคยทำผิดล่วงเกินคำแก้วเลย ไม่ว่าฉันจะรู้สึกยังไงกับเขา นายรู้จักฉันดี นายรู้ว่าฉันพูดจริง"

เรืองยศยังจะยัดเยียดให้ก้องเกียรติรับในสิ่งที่ตนกล่าวหา จนก้องเกียรติไม่อยากพูดด้วยจะเดินออกจากห้อง เรืองยศขวางไว้ไม่ให้ไปบอกว่าเรายังคุยกันไม่หมด

"ยศ ฉันพูดหมดแล้ว ไม่มีอะไรจะพูดอีก"

"ก้องเกียรติ...ที่นายไม่พูดเพราะว่าถ้านายพูดมากกว่านี้ นายก็จะยอมรับใช่ไหมว่านายรักเขา  นายรักเมียพ่อ"  เสียงเรืองยศสะท้าน  ชี้หน้าก้องเกียรติอย่างคับแค้น  เสียใจ  "นายปล่อยใจให้เขาได้ยังไง ทั้งๆที่รู้ว่าผิด...ผิด แล้วก็บาปที่สุด นายทำให้ทุกคนเสียใจ อาม้าก็เสียใจ อาเตียรู้เข้าก็ต้องเสียใจ" ยิ่งพูดเรืองยศก็ยิ่งออกอาการเกินกว่าเหตุ

"พอที พอเสียที เมื่อไหร่นายจะเลิกพูดเรื่องนี้ ฉันบอกไปแล้วไงว่าฉันไม่ได้ทำอะไรที่ผิดศีลธรรม ไม่ได้ทำ หยุดคิด หยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ฉันจะไม่อยู่เมืองไทยอีกต่อไปแล้ว"

พูดแล้วก้องเกียรติเดินออกจากห้องไป เรืองยศหน้าเสียใจหายวาบ  โผเข้ากอดเขาจากข้างหลังไว้แน่น  พร่ำบอกว่าไม่ให้ไป  ตนไม่ให้ไปไหน  เสียงเครือสั่นสะท้านด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน

"ปล่อยฉันนะยศ..." ก้องเกียรติบอก แทนที่เรืองยศจะปล่อยกลับกอดแน่นและซุกไซ้อ้อนวอนไม่ให้เขาไปไหน พร้อมทั้งกล่าวขอโทษ อ้อนวอนว่าอย่าโกรธเลย ตนจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว

ก้องเกียรติยืนนิ่งสนิท จนเรืองยศรู้สึกตัวค่อยๆถอยไปนั่งที่เตียง ก้มหน้าเอาสองมือปิดหน้าร้องไห้อย่างสุดกลั้น ก้องเกียรติเดินไปตบไหล่เรืองยศเบาๆพูดเสียงนุ่มนวล

"ฟังฉันนะยศ" เรืองยศเงยขวับมองหน้าน้ำตาอาบแก้ม "มันเป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้"

เรืองยศพยายามย้ำถามว่าทำไม ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ก้องเกียรติบอกว่า เพราะเขาเป็นเพื่อนรักของตน เรืองยศเถียงเสียงสูงว่าไม่ใช่ ไม่ใช่เพื่อน แล้วเปลี่ยนเป็นครางเสียงโหยไห้... นายไม่ใช่เพื่อน...

ก้องเกียรติยืนนิ่งเงียบ แล้วเดินออกไปถึงประตูจึงหันมาพูดเสียงเรียบปกติว่า

"ฉันต้องไปคุยกับอาเตียเรื่องงาน เดี๋ยวนายตามไปกินข้าวที่ตึกใหญ่นะ"

ก้องเกียรติเดินจากไปแล้ว เรืองยศรู้สึกประหนึ่งหัวใจแตกสลาย น้ำตาไหลพราก...

ooooooo

ที่ตึกใหญ่ อาจิวเดินหน้าตาตื่นเข้าไปบอกเจ้าสัวที่ห้องส่วนตัวว่าคุณนายใหญ่กับคุณนายที่สี่ทะเลาะกันใหญ่แล้ว เจ้าสัวเดินออกไปจากห้องอย่างหงุดหงิด

ที่หน้าห้องคำแก้ว เม่งฮวยเดินมาด่าที่เปิดไฟในห้องไว้ทุกดวง สั่งให้ปิดเดี๋ยวนี้ คำแก้วในสภาพเมาหน้าแดงก่ำหัวเราะถามว่าปิดทำไมสวยออก พอเม่งฮวยตะคอกใส่ก็ถามว่าทำไมต้องเสียงดังด้วยจะไปปิดเดี๋ยวนี้แล้ว  แต่แกล้งทำเป็นคลำไม่เจอสวิตช์ ยั่วจนเม่งฮวยแทบจะเต้นผาง อาอึ้ม เลยอาสาจะไปปิดให้ คำแก้วบอกว่าอย่ายุ่งเดี๋ยวตนปิดเอง

เม่งฮวยฉุนขาดจะเข้าไปปิดเอง ถูกคำแก้วผลักจนเซถลาออกมา พูดประชดว่าเข้ามาทำไม ลูกชายไม่ได้อยู่ในนี้หรอก

เม่งฮวยยืนเท้าสะเอวด่าคำแก้วว่ากำเริบเสิบสานนักจะไปฟ้องเจ้าสัว พอคำแก้วท้า เม่งฮวยก็สะอึกจะเข้าไปตบ อาฮุ้งต้องรั้งตัวไว้ ส่วนอาอึ้มก็มายืนกันคำแก้วไว้

"หยุดเดี๋ยวนี้!" เสียงเจ้าสัวทำให้การทะเลาะด่าทอกันหยุดกึก เจ้าสัวถามว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร คำแก้วโผเข้ากอดเจ้าสัวอ้อนว่านายมาหาตนแล้วหรือ ถูกเจ้าสัวเบือนหน้าหนีถามอย่างไม่พอใจ "นี่ลื้อกินเหล้าเหรอเนี่ย เหม็นไปทั้งตัว อาอึ้ม อีกินเหล้าตั้งแต่เมื่อไหร่"

อาอึ้มบอกว่าคำแก้วกลุ้มใจเลยกิน ตนห้ามแล้ว ระหว่างนั้นเยนหลิงเดินอ้าวขึ้นบันไดมายืนฟังคำแก้วอ้อนเจ้าสัวให้อยู่ในห้องตนนอนกับตน เม่งฮวยกรี๊ดออกมาอย่างรับไม่ได้ ส่วนเจ้าสัวทำหน้ารังเกียจด่าคำแก้วว่า "ดูสารรูปตัวเองซะก่อน แบบนี้ให้อั๊วนอนกับหมายังดีเสียกว่า"

คำแก้วโผเข้ากอดจะลากตัวเจ้าสัวเข้าห้อง อ้อนว่าตนกลัวให้นายอยู่ด้วย เยนหลิงทนไม่ได้เข้าไปคว้าตัวเจ้าสัว พลันก็ตบหน้าคำแก้วฉาดใหญ่ คำแก้วถามว่าตบตนเรื่องอะไรสะอึกเข้าไปจะสู้ ถูกเยนหลิงจับเหวี่ยงไปกองกับพื้น ด่าคำแก้วว่าหน้าด้าน สิ้นคิดจนต้องอ้อนวอนเจ้าสัวให้นอนด้วย

"แถมยังกินเหล้าเมาหยำเป" เม่งฮวยช่วยด่า แล้วทั้งคุณนายที่หนึ่งและที่สองก็รุมกันด่าคำแก้ว

ระหว่างนั้น อาจูจ้ำอ้าวนำโรสขึ้นบันไดมาเร่งอย่างร้อนใจ "เร็วๆฮ่ะ อาคุงนาย..."

ooooooo

โรสมาถึงเห็นเยนหลิงกำลังเล่นงานคำแก้วอย่างหนัก แม้อาอึ้มพยายามห้ามปรามก็ไม่ได้ผล เม่งฮวยยืนเชียร์เอาเป็นเอาตาย โรสเสียงแหลมเข้ามาด่าเยนหลิงถามว่าตบคำแก้วทำไม

"ทำไมจะตบไม่ได้ ตบได้ เพราะมันทำตัวเลวทราม ไม่สมกับเป็นคุณนายที่สี่ของตระกูลเชง คุณนายใหญ่กับฉันจะพลอยเสื่อมเสียไปด้วย ที่เสื่อมเสียมากที่สุดก็คือนาย เพราะเท่ากับนายน่ะไม่มีความคิด ไปคว้าเอาผู้หญิงสิ้นคิดมาเป็นเมีย" เยนหลิงด่ากราดไปถึงเจ้าสัวด้วย

"นายสิ้นคิดเพราะไปเอานังแมงป่องอย่างลื้อนั่นแหละมาเป็นเมีย อั๊วจะคอยดูว่าวันไหนที่ลื้อหมดพิษแล้วลื้อจะทำยังไง"

เจ้าสัวหน้าเข้มลึกจ้องมองเมียแต่ละคน สุดท้ายไปจบที่คำแก้ว เจ้าสัวมองหน้าคำแก้วนิ่งอยู่อึดใจแล้วหันหลังกลับไป เป็นจังหวะที่ก้องเกียรติเดินเร็วๆขึ้นบันไดมาพอดี ก้องเกียรติถามอาเตียว่ามีเรื่องอะไรกัน เจ้าสัวมองหน้าเขานิ่ง เข้ม ทำเอาก้องเกียรติงง

"อาใหญ่...ลื้อไปคุยกะอั๊วที่ห้อง" เจ้าสัวสั่งแล้วลงไปชั้นล่าง ก้องเกียรติมองตามเจ้าสัวแล้วหันมองในห้องสบตาคำแก้วพอดี เขาจะไปหาเธอ ถูกอาจิวแตะแขนเบาๆบอกให้รีบตามเจ้าสัวลงไปเพราะท่านรอฟังเรื่องงานที่ไปเมืองจีนมา ก้องเกียรติพยักหน้ารับรู้ แต่เดินไปหาคำแก้ว ส่งมือให้

"ลุกขึ้นเถอะคำแก้ว"

เม่งฮวยปราดเข้าสับมือก้องเกียรติที่จับกันอยู่กับคำแก้ว ชี้หน้าด่าว่าทำมากไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องของตัวเองให้กลับไปเสีย

ก้องเกียรติยืนยันว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าไม่นับว่าเราเป็นคนในครอบครัวเดียวกันก็ขอให้คิดว่าเป็นเพื่อนมนุษย์ เหมือนกัน เขามองหน้าเยนหลิงพูดเหมือนจงใจต่อว่า "ควรจะเมตตากันบ้างจิตใจจะได้เป็นสุขขึ้น" แล้วยื่นมือให้คำแก้วอีกครั้ง พูดเสียงอ่อนโยน "คำแก้วลุกขึ้นเถอะ"

คำแก้วจับมือก้องเกียรติลุกขึ้นยืนโงนเงน อาอึ้มรีบตามมาประคองไว้

"คำแก้ว อย่าคิดมากนะ ทำใจให้สบาย เดี๋ยววันนี้ก็ผ่านไป พรุ่งนี้คอยดูแสงพระอาทิตย์นะจะสว่างกว่าวันนี้"

คำแก้วน้ำตาเต็มตามองชายหนุ่มอย่างลึกซึ้งซาบซึ้งที่ให้กำลังใจให้ความหวังแก่ตน จากนั้นก้องเกียรติหันไปชวนเม่งฮวยพากลับห้อง

ในห้องนั้นจึงเหลือเยนหลิง โรส อาเง็ก อาจู อาอึ้ม และคำแก้ว โรสจึงปะทะกับเยนหลิงอย่างเผ็ดร้อนต่างด่าสาดกันไปมา โรสหัวเราะเยาะเยนหลิงที่ไม่สามารถมีลูกชายให้เจ้าสัวได้

เยนหลิงจะพุ่งเข้าตบ โรสเบี่ยงตัวหลบทำให้เยนหลิงถลำไปชนโต๊ะน้ำชา พอลุกขึ้นได้โรสก็หัวเราะเดินออกไปแล้ว เยนหลิงตามไม่ทันเพราะโรสเข้าห้องปิดประตูเสียก่อน

เมื่อไม่มีโรส เยนหลิงก็หันมาหาเรื่องกับคำแก้ว อาอึ้มช่วยคำแก้วโต้เถียงเยนหลิงจนโดนด่าไปอีกคน สุดท้ายอาอึ้มชวนคำแก้วกลับห้องพัก เยนหลิงจึงพรวดพราดลงไปชั้นล่าง อาเง็กไม่ตามไป อาอึ้มถามว่าทำไมไม่ตามไป อาเง็กพูดอย่างสยองว่า

"อั๊วกลัวอี อีโมโหร้าย..."

เมื่อเล่นงานกันต่อหน้าสู้โรสไม่ได้ เยนหลิงใช้ให้โชคสะกดรอยตามโรสไปที่โรงงิ้วอีก  คราวนี้คาดโทษว่าถ้าไม่ได้เรื่องอีกก็จะให้นายใหญ่ไล่ออก

ooooooo

เมื่อก้องเกียรติไปหาเจ้าสัวที่ห้องคุยงานกันครู่หนึ่งเจ้าสัวถามว่าตกลงจะไปเปิดสาขาที่ไหน  ก้องเกียรติบอกว่าที่เมืองโอ๊กแลนด์  ประเทศนิวซีแลนด์  เจ้าสัวพูดเหมือนคาดโทษว่า

"ลื้อรับผิดชอบนะอาใหญ่ที่จะเปลี่ยนสาขาจากอเมริกามาที่นิวซีแลนด์ เพราะลื้อไม่ได้บอกอั๊วล่วงหน้า อยู่ๆมาบอกแล้วก็จะไปเลย ถ้าเจ๊ง...ลื้อต้องรับผิดชอบทั้งหมด" แล้วถามดักคอว่า "คิดยังไงถึงจะไปทำงานที่โน่น ลื้อหนีอะไร"

ก้องเกียรติยืนยันว่าไม่ได้หนีอะไรแต่คิดทำงานเพื่อครอบครัว ส่วนงานที่นี่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าไว้สามเดือนแล้วอาจิวจะเช็กงานตามแผนทุกอาทิตย์

"ดีแล้ว อาใหญ่ ลื้อเป็นลูกชายคนโตของอั๊ว อั๊วไว้ใจลื้อ ได้ทุกอย่างใช่ไหม" ถามและมองลึกเข้าไปในดวงตาของลูกชาย เมื่อก้องเกียรติยืนยันว่าชีวิตตนตั้งแต่เกิดมาเป็นของตระกูลเชงไม่เคยคิดอย่างอื่น เจ้าสัวลุกขึ้นวางมือบนไหล่ลูกชายนิ่งไปครู่หนึ่งจึงพูด "ถ้างั้นเรื่องที่ลื้อจะไปทำงานที่เมืองนอกลื้อก็ไปพูดให้อาม้าอีเข้าใจ ไม่งั้นอาม้าลื้ออีโวยวายแน่"

"ถ้าอาม้าไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งก็คงไม่โวยวายหรอกครับ" ก้องเกียรติสะกิด พอถูกเจ้าสัวมองขวับเขาก้มหัวด้วยสีหน้าอ่อนโยนแล้วเดินออกไป ทิ้งให้เจ้าสัวนิ่งคิดกับคำพูดของลูกชายอยู่คนเดียว

เมื่อเข้าไปพูดกับเม่งฮวย ถูกถามแบบเดียวกับเจ้าสัวว่าเขาหนีอะไร เมื่อก้องเกียรติยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่ได้หนี ทำไม  มีอะไรมาไล่ให้ตนต้องหนีหรือ  เม่งฮวยก็เชื่อ  ทำให้ ก้องเกียรติสบายใจขึ้นที่อาม้าเข้าใจตน


โรสตัดสินใจว่าคืนนี้หลังเล่นงิ้วแล้วจะหนีไปกับทรงชัย วางแผนเอาตี๋เล็กไปด้วย

แม้ตัวเองจะหนีไปแล้วแต่โรสก็ยังมีแก่ใจเดินไปหาคำแก้วที่บ่อเก่า บอกคำแก้วว่า

"อาคำแก้ว ลื้อไม่ควรทำตัวซึมเศร้าอย่างนี้ ถึงใครจะไม่รักเรา แต่เราต้องรักตัวเอง ลื้อยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปนะอาคำแก้ว"

คำแก้วเล่าถึงความฝันในวัยรุ่นที่จะได้สวมมงกุฎดอกส้มในวันแต่งงานให้โรสฟัง โรสหยอกว่าเธอได้เป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด แต่เป็นในฝันเท่านั้น ปลอบว่าอย่าเศร้าเลย แล้วบอกคำแก้วว่าตนจะไปแล้วกอดคำแก้วไว้ พูดอย่างมีความหวังว่า

"สักวันเราต้องได้พบกันอีก...เชื่ออั๊วนะอาคำแก้ว..."

ทั้งสองกอดกันด้วยความรัก...ห่วงใย ต่างน้ำตาซึม...

แต่พอเตรียมตัวจะไปจริงๆ เจ้าสัวมาทักว่าจะไปแล้วหรือ โรสทำใจดีสู้เสือชวนเจ้าสัวไปดูตนเล่นงิ้วด้วย เจ้าสัวตอบตกลงแต่ให้รอแต่งตัวสักครู่ แล้วชวนตี๋เล็กไปช่วยอาเตี่ยแต่งตัวด้วย

แต่ครู่ใหญ่อาจิวก็มาบอกว่าเจ้าสัวเปลี่ยนใจไม่ไปแล้วและไม่ให้ตี๋เล็กไปด้วย โรสจึงบอกอาจูว่าเรารีบไปกันเลย

เมื่อไปเจอทรงชัยที่โรงงิ้ว โรสบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องโซ้ยตี๋เพราะเราไปรับที่โรงเรียนภายหลังได้

"เฮียคอยที่เดิมนะยอดรักของเฮีย" ทรงชัยมองโรสด้วยสายตาลึกซึ้งก่อนผละไป

ระหว่างที่โรสเล่นงิ้วนั้นถึงบทโศกเธอร้องไห้อย่างหนักเสมือนหนึ่งเข้าถึงบทเต็มที่ แต่ที่แท้เธอคิดถึงคำสัญญานัดหมายที่ทรงชัยย้ำเมื่อครู่นี้แอบสบตาทรงชัยที่นั่งดูอยู่ข้างล่างต่างมองกันหวานซึ้ง

หารู้ไม่ว่าเจ้าสัวพาตี๋เล็กมานั่งดูอยู่ในหมู่ผู้ชมมีอาจิว ตามมานั่งอยู่ข้างๆด้วย

เมื่องิ้วแสดงจบ นายโรงออกมาพูดชื่นชมการแสดงของโรสว่าเล่นได้สมศักดิ์ศรีอดีตนางเอกชื่อดังจริงๆ เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมลั่นโรง จากนั้นทำเซอร์ไพรส์เชิญเจ้าสัวขึ้นเวที

แต่เพราะเจ้าสัวมัวแต่แอบมองทรงชัยอยู่จึงไม่รู้ตัว จนตี๋เล็กเรียกจึงรู้สึกตัวลุกเดินไปขึ้นเวทีอ้างว่ามาไม่ได้บอกก่อนเพราะต้องการมาเซอร์ไพรส์โรส เจ้าสัวขึ้นเวทีไปโอบไหล่โรสข้างหนึ่งอีกข้างโอบตี๋เล็กไว้เอ่ยแก่ผู้ที่มาในงานว่า

"ขอบคุณมากครับ ความรู้สึกของท่านเมื่อดูภรรยาของผมเล่นงิ้วเรื่องเมื่อกี้ เหมือนกับที่ผมดูเธอเล่นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เธอเล่นเรื่องนี้แหละครับ และหลังจากนั้นแค่เดือนเดียวเราก็แต่งงานกัน และนี่...เกียรติกร เจนพานิชสกุล ลูกชายคนเดียวของเรา"

"สวัสดีครับ" ตี๋เล็กยกมือไหว้ไปรอบๆ ผู้คนปรบมือเกรียวกราว โรสยิ้มแย้มซ่อนความผิดหวังไว้เต็มที่เหลือบสบตาทรงชัย เห็นเขาหันหลังเดินจากไป เท่านั้นเองโรสก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ น้ำตาพรูอาบแก้มด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรง...

ooooooo

โรสเสียใจมากที่หนีไปอยู่กับทรงชัยไม่ได้ คืนนี้นอนร้องไห้จนกระทั่งเช้า อาจูถือถ้วยน้ำชาเข้ามามีคำแก้วเดินตามมาอย่างเป็นห่วง อาจูขอร้องให้โรสลุกขึ้นมาเจียะเต๊สักหน่อย จะได้ดีขึ้น ส่วนคำแก้วหว่านล้อมว่าอย่าคิดมากเลย ให้อยู่ที่นี่ต่อไปเถิด

"อาคำแก้ว...ทำไมลื้อต้องห้ามอั๊วล่วย หือ...ห้ามอั๊ว ทำไม" โรสถามเสียงขุ่น คำแก้วบอกว่าตนกลัวนายจับได้ ถามโรสว่าไม่กลัวหรือ โรสตอบทันทีว่า "กลัว...แต่อั๊วต้องไป"

คำแก้วถามว่าแล้วจะพาลูกไปด้วยจริงๆหรือ โรสพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น ทั้งอาจูและคำแก้วต่างมองโรสด้วยสีหน้าหนักใจ และเป็นห่วง...

บ่ายวันนี้ เยนหลิงลงไปรับยี่หรงกับยี่ฮุยกลับจากโรงเรียนที่หน้าตึกตามปกติ แต่โรสไม่ได้ลงมารับตี๋เล็ก ถูกเยนหลิงถามเย้ยว่าอาม้าลื้อไม่ได้มารับกี่หนแล้ว ทำให้ตี๋เล็กโมโหผลักเยนหลิงสุดแรง ยี่ฮุยเข้ามาช่วยแม่เลยถูกตี๋เล็กผลักล้มก้นจ้ำเบ้า

"แกบังอาจมาทำลูกฉันเหรอ" เยนหลิงเงื้อมือจะเข้ามาตี อาจูวิ่งเข้ามาร้องห้ามเสียงหลง เยนหลิงจึงชะงัก ตี๋เล็กรีบวิ่งมาหาอาจูแล้วหันไปแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกเยนหลิงกับลูกๆ ยี่ฮุย จะเข้าไปตีอีก

"ยี่ฮุย ช่างมันเถอะ คอยดู...อีกหน่อยมันก็เป็นหมาหัวเน่า" เยนหลิงจิกตาใส่ตี๋เล็กแล้วพาลูกสาวทั้งสองเข้าตึกไป

พออาจูพาตี๋เล็กมาที่ห้องโรส โรสปรี่เข้ามาถามตี๋เล็ก ว่าพวกนั้นพูดว่าอะไรอาโซ้ยตี๋

"อีบอกว่าอีกหน่อยอั๊วจะเป็นหมาหัวเน่า แต่อั๊วว่ายี่ฮุย ยี่หรง มันเป็นหมาหัวเน่าเหมือนกัน เพราะบางวันหัวมันน่ะ เหม็นเน่าด้วยล่ะอาม้า" ตี๋เล็กพูดไปตามประสา

"ไม่เป็นไรหรอกอาโซ้ยตี๋...อีกหน่อยมันก็ว่าไม่ได้แล้ว" โรสกอดลูกชายไว้อย่างมุ่งมั่นที่จะพาหนีไปด้วยกัน

ส่วนเยนหลิงอาฆาตมาดร้ายหมายจะจับให้มั่นคั้นให้ ตายกับโรสให้ได้ เรียกโชคมาทำงานอีกคาดโทษว่าคราวนี้ถ้าพลาดอีกโดนเอาตายแน่ โชคเถียงว่าคราวที่แล้วเพราะเจ้าสัว ให้สร้อยไปรับไม่ใช่ความผิดของตนแล้วทวงค่าจ้างคราวนี้ เลยโดนเยนหลิงตบไปฉาดหนึ่ง โชคถามว่าตบตนทำไม

"งานยังไม่สำเร็จมีหน้ามาพูดเรื่องเงินอีกเหรอคนต่ำๆ อย่างแกฉันไม่ใช้ฟรีๆก็บุญแล้ว ทีหลังอย่ามาสะเออะกำเริบ เสิบสานทวงเงินกับฉัน" พูดแล้วเดินเชิดไปเลย

โชคเจ็บใจหาโอกาสพบอาจูหมายจะเอาความลับนี้มาอ่อยให้อาจูใจอ่อนกับตน แต่อาจูไม่ยอมคุยด้วย ทำให้โชคเปลี่ยนใจ หาว่าอาจูใจดำกับตน พูดอย่างมาดร้ายว่า นังคุณนาย ของแกตายแน่ๆ

ooooooo

เพราะก้องเกียรติจะเดินทางไปทำงานที่นิวซีแลนด์ แล้ว  ทำให้เม่งฮวยซึมเศร้าด้วยความคิดถึงลูก  ที่โต๊ะอาหารเย็นนี้ ทุกคนนั่งกินมื้อเย็นกันเงียบๆ

เยนหลิงนั่งหน้าสงบแต่ตาคอยชำเลืองมองคนอื่นๆ โรสพยายามทำหน้าปกติทั้งที่ในใจคิดหาทางหนีตลอดเวลา ส่วนคำแก้วยังไม่มา

ครู่ใหญ่คำแก้วเข้ามาหน้าตาแดงช้ำ ตรงเข้ามานั่งที่ประจำของตัวเอง เจ้าสัวกินข้าวเฉยไม่มอง จนกระทั่งเม่งฮวย

กระแทกตะเกียบแสดงความไม่พอใจที่คำแก้วมาไม่ตรงเวลา เยนหลิงแหยมทันทีถามว่าคุณนายใหญ่อิ่มแล้วหรือ เลยถูกชี้หน้าตวาดให้หุบปาก ไม่ได้พูดด้วยก็อย่ามาสะเออะ

เยนหลิงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้รับคำว่าได้ แล้วเฉไฉถามว่า ชายใหญ่ไม่มารับประทานข้าวด้วยหรือ เม่งฮวยตบโต๊ะปัง เจ้าสัวนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างรำคาญเต็มที จนเม่งฮวยบอกเจ้าสัวว่า

"เฮีย...บอกเมียเบอร์สองของเฮียด้วยว่าอย่ามายุ่งกะลูกชายอั๊ว ลูกชายอั๊วต้องเชื่อฟังอั๊ว อั๊วกำลังหาผู้หญิงลีๆมาให้ อีแต่งงาน อีจะได้ไม่ไปคว้าผู้หญิงหยำฉ่ามาเป็นเมีย"

"อาเม่งฮวย ลื้ออิ่มแล้วหรือยัง" เจ้าสัวถามอย่างรำคาญ เม่งฮวยหาว่าเจ้าสัวไล่ ย้ำว่าที่ตนพูดเพื่อให้ทุกคนจำไว้ว่าอย่ามายุ่งกับลูกชายตน เจ้าสัวตอบไปอย่างรำคาญเต็มทีว่า "เออ...ทุกคนจำไว้ว่าอย่าไปยุ่งกะลูกชายอี" พูดแล้วเจ้าสัวลุกไปเลย เม่งฮวยไม่รู้จะทำอย่างไรเลยลุกตามไปด้วย

เยนหลิงหางตามองเม่งฮวยพูดเย้ยว่าหวงลูกเหมือนหมาแม่ลูกอ่อน  โรสมองขวับอย่างไม่พอใจ  เยนหลิงหาเรื่องถามว่ามองทำไมตนไม่พูดเรื่องของตัวเองน่ะดีเท่าไหร่แล้ว

โรสฉุนขาดลุกคว้าแก้วน้ำสาดหน้าเยนหลิงเต็มๆ พอเยนหลิงกรี๊ดโรสจะเอาของคำแก้วสาดอีก เยนหลิงลุกพรวดจ้องหน้าโรสกับคำแก้วชี้หน้าด่ากราด

"คนที่เธอควรจะสาดน้ำใส่หน้าก็คือตัวเธอเองกับ...เธอ...

คำแก้ว จะได้สำนึกกะลาหัวว่าบาปกรรมน่ะมันกำลังคอยอยู่" พูดแล้วเดินออกไปอีกคน

"อาคำแก้ว ลื้ออย่าไปสนใจคำพูดของอีนังแมงป่องเลย มา...เจี๊ยะๆ" โรสปลอบใจคำแก้วคีบอาหารใส่จานให้ คำแก้วกินอย่างเศร้าซึม

ooooooo

คืนนี้ คำแก้วไปที่บ่อเก่า...ที่เรียกกันอย่างชวนสยองว่า "บ่อนรก" ขณะเธอยืนมองลงไปในบ่อนั้นเอง ก้องเกียรติเดินมาทักว่ามืดแล้วกลับขึ้นตึกเสียเถิด

คำแก้วไม่ตอบอะไร แต่มองหน้าก้องเกียรตินิ่งถามเสียงสะท้านว่า

"คุณชายใหญ่...คุณชายบอกแก้วหน่อยสิคะว่าคุณชายใหญ่รักแก้วรึเปล่า...แก้วไม่ขออะไรเลย แก้วขอให้คุณชายใหญ่ รักแก้วบ้าง สักนิดก็ยังดี ไม่ต้องมากเหมือนที่แก้วรักคุณชายใหญ่ ก็ได้"

ก้องเกียรติยืนอึ้ง นิ่งสนิท คิดไม่ถึงว่าคำแก้วจะถามเรื่องนี้ จนคำแก้วอ้อนวอนให้บอกตนอย่าให้ตนต้องทรมานอย่างนี้เลย ชายหนุ่มจึงมองหน้าเธอพูดอย่างเยือกเย็น สุขุม มีสติว่า

"คำแก้ว ฉันจะพูดให้เธอฟัง แต่เธอต้องสัญญานะว่า จะฟังอย่างมีสติ แล้วขอให้คิดตามคำพูดของฉันด้วย"

"ค่ะ...แก้วสัญญา แก้วเชื่อทุกคำที่คุณชายใหญ่พูด" เสียงคำแก้วปร่าแปร่งอย่างพยายามควบคุม มองหน้าก้องเกียรติรอคอยคำตอบจากเขา จนกระทั่งก้องเกียรติเอ่ยช้าๆว่า...

"ฉันเป็นคนมีกรรม เกิดมาในบ้านที่ผู้ชายทุกคนในบ้านตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีเมียหลายคน ฉันเก็บความเกลียดในพฤติกรรมเหล่านี้จนกลายเป็นคนกลัวผู้หญิง จนฉันพบเธอ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉันไม่กลัว พูดด้วยแล้วสบายใจ อาจเป็นเพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ตั้งหน้าตั้งตาจะเป็นเมียใคร"

"คุณชายใหญ่เกลียดผู้หญิง เพราะคิดว่าผู้หญิงตั้งหน้าตั้งตาจะเป็นเมียน้อยหรือคะ คุณชายใหญ่โทษผู้หญิงฝ่ายเดียวหรือคะ"

"ฉันโทษทั้งสองฝ่าย ฉันจึงเป็นทุกข์มากเพราะเห็นอยู่ทุกวัน" คำแก้วถามว่าเขาเกลียดตนด้วยหรือ ก้องเกียรติตอบอย่างตรึกตรองว่า "สำหรับเธอ...คำแก้ว ฉันชอบเธอมาก มากจนเกือบจะเรียกได้ว่า...เป็นความรัก"

คำแก้วตื้นตันจนชาวาบไปทั้งตัว มองหน้าเขาอย่างใจจดจ่อรอฟังอีก

"ฉันพูดถึงตรงนี้ เธอคงต่อได้นะว่ามันเป็นความรักที่เป็นไปไม่ได้ เพราะอะไรเธอรู้ดี ฉันอยากให้เธอคิดว่า เราจะไม่มีวันทำผิดประเพณี ผิดศีลธรรม กายของเราบริสุทธิ์ แต่ใจของเรา เราเก็บซ่อนไว้กับตัวของเราเท่านั้น"

คำแก้วน้ำตาพร่างพรายอย่างสุดที่จะกลั้นไว้ได้

"คำแก้ว...เธอเป็นผู้หญิงที่อยู่ในใจของฉันตลอดไป แม้ว่าฉันจะแต่งงาน ฉันก็ไม่ได้ทำผิดกับภรรยาของฉัน ส่วนเธอก็ไม่ได้ทำผิดกับอาเตียของฉัน...คำแก้ว...ที่เธออยากรู้ว่าฉันรักเธอบ้างหรือไม่ เธอก็รู้แล้ว เข้าใจที่ฉันพูดไหม"

"แก้วเข้าใจค่ะ เราสองคนไม่ผิด เพราะความรักเป็นความรู้สึกพิเศษ ที่ไม่มีใครห้ามใจได้ถ้าจะรัก..." ก้องเกียรติยิ้มอ่อนโยนขอบใจที่เธอเข้าใจ คำแก้วพูดต่อทั้งที่น้ำตาไหลพรากว่า "คนเราเกิดมาขอให้ได้รักสักครั้ง ครั้งเดียวในชีวิต... สำหรับแก้ว ก็พอแล้วค่ะ"

ทั้งสองจ้องมองกันอย่างเข้าใจลึกซึ้งต่อกัน แม้จะอยู่ ห่างกันแค่เอื้อม แต่ก็ไม่อาจก้าวล่วงล้ำถึงกันได้...

เมื่อกลับมาถึงห้องด้วยความรู้สึกว่าตัวเองมีความนึกคิดโตขึ้นอีกหลายปี เจออาอึ้มกางมุ้งเสร็จพอดี อาอึ้มถามว่าวันนี้เจี๊ยะปึ่งได้หรือเปล่า คำแก้วโผเข้ากอดอาอึ้มด้วยความซาบซึ้งใจที่นอกจากชายใหญ่แล้ว ยังมีอาอึ้มอีกคนหนึ่งที่รักและห่วงใยตนตลอดมา...

ส่วนชายใหญ่...หลังจากคืนนั้นก็เข้าผับหรู เขาไม่ได้ดื่มมาก แต่ดื่มด้วยความรู้สึกของคนที่สามารถเอาชนะใจตัวเองได้แล้ว

เวลาเดียวกัน เรืองยศนอนอยู่อย่างเดียวดายบนที่นอน สีหน้าระทมทุกข์เมื่อนึกถึงความจริงกับรักที่เป็นไปไม่ได้ของตัวเอง...

ooooooo

เช้าวันนี้ โรสตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะต้องไปจากที่นี่ให้ได้ อาจูพยายามที่จะรั้งไว้ แต่ไม่อาจเปลี่ยนใจโรสได้ โรสบอกอาจูต้องอยู่ที่นี่เพื่อดูแลโซ้ยตี๋ของตน อาจูถามว่าโรสจะไม่เอาลูกไปด้วยหรือ

"ใช่...อั๊วเปลี่ยนใจแล้ว อาโซ้ยตี๋อีเป็นคุณชายเล็กแซ่เชง ควรจะอยู่บ้านแซ่เชง วันไหนแซ่เชงไม่มีคุณชายใหญ่ อาโซ้ยตี๋อีต้องเป็นแทน อาจู...ลื้อรีบไปพาอาโซ้ยตี๋มารออั๊วที่หน้าตึกก่อน ก่อนไปอั๊วอยากเจออี"

ไม่ทันที่อาจูจะออกจากห้อง เจ้าสัวก็ผลักประตูเข้ามาพอดี ถามโรสว่าจะไปไหน โรสอึ้งไปจนเจ้าสัวถามอีกว่าจะไปไหน โรสจึงบอกว่าไปโรงงิ้ว เจ้าสัวถามว่ายังไม่หมดเรื่องอีกหรือ วันนี้ไม่ให้ไป

เจ้าสัวบอกให้อาจูออกไปก่อนแล้วสั่งให้โรสเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย โรสหงุดหงิดไม่พอใจยืนเฉย เจ้าสัวจะเข้ามาเปลี่ยนให้ พลางก็ปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ด ก้มจูบที่แก้มซุกไซ้อย่างปรารถนารุนแรง

โรสหงุดหงิดมากพยายามเบี่ยงตัวหลบแล้วก็ดันตัวออกมาเผชิญหน้ากับเจ้าสัวมองอย่างไม่พอใจ พยายามที่จะขัดขืน จนเจ้าสัวไม่พอใจถามว่าเป็นอะไร เล่นตัวเรื่องอะไร อยากได้อะไรถ้าขอก็ต้องได้อยู่แล้ว

"นาย...ทุกครั้งที่นายต้องการ อั๊วไม่เคยขัดใจนาย... แต่วันนี้นายต้องรู้ว่าจะเป็นผัวเมียกันมันต้องทั้งสองฝ่าย มันต้องถามเมียด้วยว่าเต็มใจเป็นเมียรึเปล่า ถ้าไม่เต็มใจเขาก็เรียกว่า...ข่มขืน"

เจ้าสัวชะงักรู้สึกตัวว่าเอาแต่ใจตัวเองมากไป เอ่ยขอโทษ บอกก่อนออกไปว่า

"อาเหม่เกว่ ลื้อเป็นเมียที่ดีของอั๊ว อั๊วรักลื้อนะ"

ooooooo

อาจูพาตี๋เล็กมายืนรอโรสที่หน้าตึก โชคเดินเข้ามาเลียบเคียงถามอาจูว่าจะพาตี๋เล็กไปไหนหรือ ถูกอาจูตอบตัดบทว่าบอกแล้วว่าอย่ามายุ่งกับตน โชคแค้นใจเลี่ยงไปทางข้างตึกห้องโทรศัพท์

ที่โถงชั้น 2 เยนหลิงเห็นโรสในชุดจะออกจากบ้านก็รีบตามลงบันไดมาอย่างเร็ว ลงมาเห็นโรสกอดตี๋เล็กอย่างอาลัยอาวรณ์ก็ยิ่งสงสัยว่าทำไมโรสจึงกอดลูกแบบนั้น

โรสหนีไปหาทรงชัยที่ห้องพักโรงแรมตามนัด แต่วันนี้โรสเศร้ามากเพราะคิดถึงลูก ทรงชัยพูดอย่างเห็นใจว่า อยากกลับไปหาลูกไหม โรสตอบอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

"ฉันเดินหน้าแล้วไม่เคยถอยหลัง ชีวิตฉันมันถูกสั่งมาแล้วว่าต้องเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่ใช่ฉันคงไม่ได้พบกับเฮียหรอก"

"โรส...เฮียรักโรสที่สุด ในชีวิตของเฮีย เฮียขอสาบานว่าจะไม่มีผู้หญิงอื่นอีกเลย" ทรงชัยกอดโรสไว้ด้วยความรัก

ส่วนเยนหลิงหลังจากปล่อยให้โรสออกจากบ้านแล้วก็ลิ่วไปฟ้องเจ้าสัวว่าตนมีหลักฐานแน่นอนแล้วว่าโรสมีชู้ จะมาขออนุญาตเจ้าสัวพาคนไปจับตัว เจ้าสัวจึงรู้ว่าโรสหนีไปแล้ว

เยนหลิงพาโชคกับน้อยบุกไปที่ห้องพักของทรงชัยกับโรส ทั้งคู่ถือไม้คมแฝกเป็นอาวุธ โรสกับทรงชัยยังนอนอยู่บนเตียงต่างตกใจ ทรงชัยลุกขึ้นไล่ให้ทั้งสองออกจากห้องไปเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นตนจะโทร.แจ้งตำรวจ

"โทร.เลยค่ะคุณหมอ" เยนหลิงยิ้มเยาะเข้ามา หันไปด่าโรส "อีนังหยำฉ่าคิดเหรอว่าจะหนีรอด" จากนั้นถามเย้ยทรงชัยว่าทำไมไม่โทร.แจ้งตำรวจล่ะ คนเขาจะได้รู้ว่าหมอเป็นชู้กับเมียเจ้าสัว

เยนหลิงสั่งโชคกับน้อยให้ลุยไปลากโรสออกมา ทรงชัยพยายามปกป้องถูกโชคฟาดด้วยคมแฝกจนหมดสติไป แล้วโรสก็ถูกโชคกับน้อยลากเอาตัวกลับไป

ooooooo

โรสถูกลากกลับบ้านเจออาจูที่กำลังจะพาตี๋เล็กไปกินขนมที่ห้องพอดี โรสร้องขอความช่วยเหลือจากอาจู ตี๋เล็กเห็นแม่ถูกลากถูลู่ถูกังมาเช่นนั้นก็เข้าไปช่วย แต่ถูกเยนหลิงกระชากออกมาอย่างแรงแล้วสั่งอาจูให้ดูไว้อย่าให้แผลงฤทธิ์อีก สั่งโชคให้ลากโรสไปไว้ที่ห้อง

ระหว่างนั้นโรสดิ้นสุดฤทธิ์จนรองเท้าหลุดข้างหนึ่ง ตี๋เล็กรีบไปหยิบรองเท้าจะไปให้แม่แต่ถูกกันไว้ ตี๋เล็กสะบัดหลุดวิ่งตามพลางร้องบอก

"อาม้า...รองเท้าหลุด...อาม้า...รองเท้าหลุด..."

โรสถูกลากไปโยนไว้บนเตียง พอลุกได้ก็ด่าเยนหลิง อาฆาตว่าถ้าไม่ตายตนจะฉีกเนื้อเอาเกลือทาเสียให้แสบ ถ้าตายก็จะเป็นผีมาบีบคอ เอาหัวใจมากิน เยนหลิงยิ้มเยาะแล้วเดินออกไป สั่งโชคกับน้อยเฝ้าโรสไว้ให้ดีถ้าปล่อยหนีไปได้เจ้าสัวเอาตายแน่

จากนั้นเยนหลิงเดินมาขู่อาจูว่าช่วยเจ้านายตัวเองไม่ ได้หรอก ตัวเองก็จะถูกเจ้าสัวเล่นงานด้วยข้อหารู้เห็นเป็นใจกับโรส อาจูตกใจรีบไปหาโชค ยอมให้โชคทุกอย่าง แต่โชคไม่กล้ากลัวถูกเจ้าสัวเล่นงาน

เมื่อเยนหลิงเข้าไปบอกเจ้าสัวว่าจับโรสมาได้แล้ว กำลังจะบอกว่าโรสหนีไปกับใคร ก็ถูกเจ้าสัวขัดขึ้นว่า "ไม่ต้องบอก อั๊วรู้" เยนหลิงจึงหยุด ยิ้มออกมาอย่างสะใจนัก!

ooooooo

อาอึ้มไปบอกคำแก้วที่บ่อเก่าว่าโรสถูกพวกเยนหลิงไปจับตัวมาแล้ว คำแก้วตกใจรีบวิ่งกลับตึกใหญ่ทันที อาอึ้มวิ่งย่องแย่งตามมาอย่างร้อนใจ

เมื่อมาเจอเยนหลิงที่โถงบันไดชั้นล่างหน้าห้องเจ้าสัว คำแก้วจ้องจิกเยนหลิงอย่างรังเกียจเหยียดหยาม ถูกเยนหลิง ด่าว่าอย่ามาจ้องตนอย่างนี้ นังสารเลว คำแก้วไม่ยอมสวนไปว่า ใครเลวกันแน่เลวทั้งตัวทั้งใจ แล้วเดินชนพร้อมกับผลักเยนหลิงพ้นทางแล้ววิ่งขึ้นไปที่ชั้นสามอย่างเร็ว

ที่โถงบันไดชั้น 3 ตี๋เล็กมือถือรองเท้าโรสยังดิ้นรนตะโกนว่าจะเอารองเท้าไปให้อาม้า โรสได้ยิน เดินมาที่ประตูตะโกนบอกโชคว่าถ้าไม่ปล่อยให้ตี๋เล็กเข้ามาตนจะฆ่าตัวตาย

ส่วนเม่งฮวยสวดมนต์อยู่ในห้อง ได้ยินเสียงร้องของตี๋เล็กเสียงตะโกนโหวกเหวกของโรสก็นับลูกประคำพึมพำ "เจ๊กอั้ก...เจ๊กอั้ก...บาปกรรม บาปกรรมจริงๆ" แล้วสั่งอาฮุ้งอย่าไปยุ่งกับพวกนั้น อาฮุ้งทำท่าจะแย้ง ถูกเม่งฮวยกระหนาบว่า

"หยุด...นังคุณนายที่สามอีเหมือนม้าป่า วิ่งไม่ดูทางจนเตะขาตัวเอง ทำตัวเอง ใครจะช่วยได้ล่ะ" แล้วก็นับลูกประคำพึมพำต่อ "เจ๊กอั้ก...เจ๊กอั้ก...บาปกรรม บาปกรรมจริงๆ"

ooooooo

เจ้าสัวอยู่ในห้อง นั่งนิ่ง แต่สีหน้าแววตาและจิตใจนั้นพลุ่งพล่านไปด้วยความแค้น...

ตี๋เล็กได้เข้าไปหาโรส ถูกแม่กอดไว้แน่นด้วยความรัก ตี๋เล็กหลับไปในอ้อมกอดของแม่ โรสจึงพาไปนอนที่เตียง ตี๋เล็ก ยังละเมอร้อง "อาม้า...รองเท้าหลุด...รองเท้าหลุดอาม้า..."

โรสห่มผ้าให้ลูก กอดลูกไว้ปลอบจนตี๋เล็กสงบและหลับต่อ พอโรสหันกลับมาอีกทีเจอเจ้าสัวเดินหน้านิ่งเข้ามา เจ้าสัวหยุดมองโรสด้วยสายตานิ่งสนิทแล้วหันกลับเดินออกไป โรสรีบตามไปจนถึงห้องโถงพยายามเรียกอย่างเว้าวอน เจ้าสัวหันมายิ้มเยาะชมด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบฟังแล้วสะท้านว่า

"อาเหม่เกว่ ลื้อเป็นเมียที่ดีของอั๊ว อั๊วรักลื้อนะ ลื้อจำได้ใช่ไหม อั๊วพูดกับลื้อตรงนี้" เจ้าสัวชี้ที่พื้นตรงที่ยืน "อั๊วพูดจากหัวใจของอั๊ว แต่ดูสิ่งที่ลื้อทำกับอั๊วสิ"

โรสนิ่ง หนาวเยือกไปทั้งตัวเมื่อเจ้าสัวหน้าเข้มขรึมเดินเข้ามาจับตัวโรสเขย่าอย่างแรง พูดเสียงสะท้านดังขึ้นเรื่อยๆ อย่างควบคุมอารมณ์ไม่อยู่...

"ตอนนี้ลื้อรู้ใช่ไหม เรื่องของลื้อจะจบลงยังไง"

"นาย...นายทำอย่างนั้นไม่ได้นะ นายทำไม่ได้...นายจะฆ่าอั๊วไม่ได้นะ...อั๊วทำผิด นายไล่อั๊วไปสิ ไม่ต้องเลี้ยงอั๊ว ไสหัวอั๊วไปให้พ้น อั๊วจะไม่เอาโซ้ยตี้ไปหรอก อั๊วให้นาย" โรสเสียงสั่นด้วยความตกใจ

เจ้าสัวมองนิ่ง เลือดเย็น เมื่อโรสอ้อนวอนอย่าฆ่าตนเลย เจ้าสัวตอบหน้าเครียดว่า

"จะให้อั๊วเก็บลื้อไว้ทำอะไร ลื้อเป็นถึงคุณนายที่สามของตระกูลเชง อยู่บ้านใหญ่โต มีเงินใช้เยอะแยะ แต่งตัวสวยทุกวัน อยากได้อะไรก็ได้ ลูกชายก็มี ลื้อขาดอะไรอีก ลื้อขาดรักเหรอ อยู่กับผัวที่มีเมียเยอะแล้วไม่รักลื้อเหรอ ลื้อถึงทิ้งไป ลื้อเป็นเมียที่อั๊วรักมากที่สุด อั๊วบอกลื้อกี่หนแล้ว อั๊วคิดว่าลื้อก็รักอั๊วเหมือนกันแต่ลื้อกลับหลอกอั๊ว"

เจ้าสัวยังบรรยายความเจ็บปวดที่ถูกโรสหลอกทำเสมือนหนึ่งว่าอยู่กับตนแล้วมีความสุข ถามอย่างแค้นใจว่า คนนั้นดีกว่าตนแค่ไหนหรือมันรักโรสมากกว่าตน โรสปฏิเสธแต่ไม่อาจชี้แจงได้เอาแต่ร้องไห้

"ผู้หญิงมีผัวสองคนในเวลาเดียวกันมันเลวแค่ไหนลื้อรู้ไหม ลื้อมันเป็นอีนังหยำฉ่า แต่ที่ลื้อเลวที่สุดจนอั๊วยกโทษให้ไม่ได้คือ ลื้อทิ้งอาโซ้ยตี๋ ลื้อเป็นแม่ที่เลวมาก อั๊วจะไม่ยอมให้คุณชายเล็กของตระกูลเชงมีแม่เป็นอีนังหยำฉ่า!"

ระหว่างนั้นตี๋เล็กละเมอ "อาม้า...อั๊วจะหาอาม้า ปล่อยอั๊ว...อั๊วจะหาอาม้า..." โรสผวาจะไปหาลูก ถูกเจ้าสัวกระชากคอเสื้อเหวี่ยงไปซบกับพื้น แล้วตัวเจ้าสัวเองก็เข้าไปกอดปลอบตี๋เล็กจนหลับ จากนั้นเดินออกจากห้องนอน โรสโผเข้ากอดเท้าเจ้าสัวอ้อนวอนน้ำตานองหน้าอย่าทำตนเลย สงสารตนด้วยเถิด แต่ถูกเจ้าสัวสะบัดหลุดแล้วเดินออกไปเลย

อาจูยืนอยู่ตรงประตูประสานมือมองเจ้าสัวอย่างอ้อนวอน เจ้าสัวมองแว่บเดียวแล้วเดินผ่านไปอาจูรีบเข้าประคองโรสขึ้นมา ทั้งสองสวมกอดกันร้องไห้อย่างหนัก

ooooooo

คำแก้วรีบเปิดประตูออกมาพบเจ้าสัวถามว่า นายจะทำอะไรโรสหรือ เจ้าสัวไม่ตอบ จนคำแก้วถามอีกครั้งจึงบอกว่า "อีรู้อยู่แล้วว่าอั๊วจะทำยังไง" คำแก้วตกใจอ้อนวอนเจ้าสัวว่าโรสเพิ่งทำผิดครั้งแรกให้ลงโทษอย่างอื่นได้ไหม เพราะโรสไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย

เจ้าสัวย้อนถามว่าตนเป็นทุกอย่างในชีวิตให้โรสเท่านั้นยังไม่พอหรือ

คำแก้วอ้อนวอนขอร้องเจ้าสัว กระทั่งเอ่ยปากว่าตนไม่เคยขอร้องอะไรเลย ขอครั้งนี้เท่านั้น แต่เจ้าสัวไม่ใจอ่อนแม้แต่น้อย สั่งให้หยุดพูดตนไม่อยากฟัง พูดทิ้งไว้อย่างไม่มีอะไรจะเปลี่ยนแปลงได้ว่า "อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด จำไว้!" แล้วเดินผ่านไปเลย

หลังจากนั้นครู่ใหญ่ตี๋เล็กตื่นขึ้นมาร้องเรียกหาอาม้า โรสโผเข้ากอดลูกน้ำตาอาบหน้าเมื่อรู้ตัวว่าจะได้กอดลูกเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ตี๋เล็กอ้อนคืนนี้ขอนอนกับแม่ โรสบอกว่าไม่ได้ สอนลูกว่า

"อาโซ้ยตี๋ ลื้ออย่างอแงสิ ลื้อเป็นถึงอาคุณชายเล็กของตระกูลเชง ลื้อต้องไม่ดื้อ ต้องทำตัวดีๆทุกคนจะได้รักลื้อ ลื้อต้องเข้มแข็ง จำที่อาม้าพูดไว้นะ ลื้อต้องยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง เข้าใจไหม"

"เข้าใจครับ อั๊วจะเชื่อฟังอาม้าทุกอย่าง"

ทั้งโรสและตี๋เล็กต่างกอดและบอกรักกันอย่างที่สุด จากนั้นโรสให้อาจูพาตี๋เล็กไปที่ตึกเล็ก เมื่ออาจูพาลูกไปแล้ว โรสก็ร้องไห้อย่างหนัก

เยนหลิงกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในห้องตัวเอง สั่งอาเง็กห้ามยุ่งกับเรื่องของคนอื่น ให้อยู่นิ่งๆและสงบปากสงบคำไว้

โรสร้องไห้ให้กับเวลาที่เหลืออีกไม่มาก ร้องจนหนำใจแล้วลุกไปมองตัวเองในกระจกด้วยสีหน้าที่พร้อมจะเผชิญกับชะตากรรมที่จะตามมา เริ่มลงมือแต่งหน้าอย่างพิถีพิถัน สีหน้าสงบนิ่งอย่างพร้อมแล้ว

เจ้าสัวนั่งนิ่งเหมือนหุ่นอยู่ในห้อง สีหน้าแววตาเจ็บช้ำ ทั้งรักทั้งแค้นโรสที่ทำกับตน

คำแก้วเก็บตัวอยู่ในห้องด้วยความว้าวุ่นใจ เป็นห่วงโรส ส่วนเม่งฮวยก็เอาแต่นับลูกประคำหลับตาพึมพำ "เจ๊กอั้ก... เจ๊กอั้ก..." ไม่ขาดปาก

หลังจากโรสแต่งหน้าเสร็จก็ร้องงิ้วเพลง "ลาตาย" อย่างเศร้าสร้อย เมื่อร้องและร่ายรำจนจบเพลงก็โถมตัวไปนอนฟุบที่เตียงน้ำตาไหลพรากบนใบหน้าที่สงบนิ่ง...

ส่วนที่โต๊ะกลมหน้าครัว บรรดาคนใช้ประจำตัวของคุณนายและคนครัว จับกลุ่มคุยกันอย่างเศร้าสร้อย สงสารอาจูที่นั่งกอดเข่าเศร้าซึม ทุกคนสงสารโรสจนพูดไม่ออก...

ooooooo

คำแก้วขวัญผวากับเรื่องเลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น อาอึ้มปลอบใจว่าไม่มีอะไรไม่ต้องกลัว คำแก้วหวังที่พึ่งสุดท้าย ถามอาอึ้มว่าก้องเกียรติรู้เรื่องนี้ไหม อาอึ้มไม่ตอบ

เป็นเวลาที่ก้องเกียรติเข้าไปขอเม่งฮวยให้ช่วยพูดกับเจ้าสัวเรื่องโรส เม่งฮวยพูดอย่างสิ้นหวังว่าไม่มีใครไปห้ามอาเตียเขาได้หรอก ทำให้ก้องเกียรติระเบิดความอัดอั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่กดดันจนใบหน้าสั่นระริกว่า

"ผม...ผมเกลียดที่นี่ ผมไม่น่าจะมาเกิดในบ้านนี้ ผมไม่เคยชอบอะไรในบ้านนี้เลย" ถูกเม่งฮวยปรามว่าทำไมพูดอย่างนี้ เขาสวนไปอย่างหมดความอดกลั้นว่า "ผมพูดในสิ่งที่อยากพูดมานาน ในเมื่อผมทำอะไรไม่ได้ ก็ขอให้ผมได้พูด" พูดแล้วหันเดินออกไปอย่างเร็ว เม่งฮวยนิ่งอึ้ง

มองตามลูกชายไปเงียบกริบ

คำแก้วเห็นก้องเกียรติเดินออกจากห้องเม่งฮวยอยากจะวิ่งไปหาให้ช่วยโรส ถูกอาอึ้มรั้งไว้จึงได้แต่ร้องไห้จนตัวโยน

ก้องเกียรติออกไปนั่งดื่มในไนต์คลับจนเมาแทบทรงตัวไม่อยู่ เมื่อจะกลับเขาเดินเซไปล้มนั่งบนตักของหญิงสาวที่มากับคนรัก ก้องเกียรติเกือบถูกหนุ่มคนนั้นเล่นงานดีที่เรืองยศเข้าไปขอร้องและประคองก้องเกียรติกลับบ้าน

ระหว่างที่คำแก้วพยายามข่มใจให้สงบอยู่ที่เตียงนั้น ได้ยิน เสียงรถของก้องเกียรติขับเข้ามา เธอลุกออกมาดูเห็นเรืองยศประคองก้องเกียรติในสภาพเมามากพาเข้าตึกไป เรืองยศไม่ได้ปิดประตูเพราะประคองก้องเกียรติอยู่  คำแก้วเห็นสภาพนั้นแล้วย้อนกลับมานอนที่เตียงใจยังร้อนรุ่มด้วยความเป็นห่วงโรส

ooooooo

04.30 น.แล้ว โรสในสภาพถูกห่อด้วยผ้าปูที่นอนและมัดด้วยเชือกเว้นไว้แต่หน้าและปลายเท้าแต่ถูกมัดปากด้วยผ้า ถูกโชคกับน้อยแบกออกจากห้องนอนไปอย่างเร็ว โดยเปิดทั้งไฟและประตูทิ้งไว้

คำแก้วในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น สะดุ้งขึ้นมานึกถึงโรสทันที เธอดูนาฬิกาเป็นเวลา 04.30 น.แล้ว คำแก้วรีบลุกเปิดประตูดู เห็นห้องโรสเปิดประตูไว้ทั้งสองบาน ไฟในห้องสว่าง แต่ไม่มีโชคและน้อยเฝ้าที่หน้าประตูแล้ว คำแก้ววิ่งเข้าไปดูในห้อง เห็นสภาพห้องแล้วรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เธอวิ่งเตลิดไปที่บ่อเก่า มองไปเห็นโชคกับน้อยแบกอะไรบางอย่างบ่ายหน้าไปทางนั้น

โชคกับน้อยแบกร่างโรสที่ถูกห่อมัดไว้ไปที่ปากบ่อ จับหย่อนส่วนเท้าลงไปแล้วปล่อยมือ มีเสียงดังตูมจากในบ่อ!

คำแก้วตาเบิกโพลง ช็อก! เอามือปิดปากไม่ให้หวีดร้องออกมา หันหลังได้ก็วิ่งอ้าวกลับตึก โชคกับน้อยโยนโรสลงบ่อแล้วหันกลับมาเห็นหลังคำแก้วไวๆ

เมื่อวิ่งมาถึงห้องก็พรวดเข้าไปปิดประตูยืนหอบตาแข็งไร้แววราวกับคนบ้า

เจ้าสัวเห็นคำแก้วตั้งแต่วิ่งเข้าตึกมาแล้วเดินตามเข้ามาในห้อง คำแก้วกระถดหนีอย่างขวัญเสีย จนเจ้าสัวเข้าไปหิ้วตัวให้ลุกขึ้นถามว่าไปเห็นอะไรมา กลัวอะไรหรือ คำแก้วกลัวจนพูดไม่ออก เมื่อถูกเจ้าสัวเค้นหนัก คำแก้วพูดเป็นห้วงๆว่าเห็นผู้ร้ายฆ่าคน...ทารุณ...โหดเหี้ยม...

เจ้าสัวทำเป็นปลอบว่าเหลวไหล ฝันร้ายไปเองมากกว่า คำแก้วยืนยันว่าตนเห็นกับตา เจ้าสัวเปลี่ยนเป็นเสียงเข้ม จ้องตาคำแก้วเขม็งราวกับกำลังสะกดจิต ประกาศิต

"คำแก้ว ฟังให้ดี ลื้อไม่เห็นอะไรเลย สติลื้อฟั่นเฟือน คิดไปเองทั้งนั้น" เมื่อคำแก้วยังพูดแต่ว่าอำมหิต! โหดร้าย! ฆ่าผู้หญิงที่ไม่มีทางต่อสู้! เจ้าสัวย้ำเสียงเข้มกว่าเก่า "ไม่จริงอาคำแก้ว ลื้อจำใส่หัวสมองไว้ให้ดีว่าลื้อไม่เห็นอะไรทั้งนั้น พูดตามอั๊วซิ คำแก้วไม่เห็น คำแก้วไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ลื้อคิดไปเองว่าเห็น เพราะลื้อสติไม่ดี"

เมื่อคำแก้วยังพร่ำแต่ว่าฆาตกร...ฆาตกร...ถูกเจ้าสัวด่าว่าเป็นบ้าไปแล้ว ลื้อเป็นบ้า...ผลักคำแก้วกระเด็น เดินออกจากห้องไปอย่างฉุนเฉียวสุดขีดแล้วเดินไปปิดประตูห้องโรส

คำแก้วยังคงพร่ำ ฆาตกร...ฆาตกร...พลันก็นึกถึงก้องเกียรติขึ้นมาหวังเป็นที่พึ่งสุดท้าย แต่แล้วคำแก้วก็ต้องกลับมาอย่างคนหัวใจสลาย เมื่อเข้าไปในห้องก้องเกียรติ เห็นเขากับเรืองยศนอนเปลือยใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน!

04.30 น. เศษ คำแก้ววิ่งเตลิดกลับมาที่ตึกใหญ่ในสภาพเหมือนคนสติแตก เธอกรีดร้องโหยหวน หน้าซีดเผือดตาเบิกโพลงไร้แวว...

ooooooo

เจ็ดวันต่อมา คำแก้วในชุดเจ้าสาวสีขาวเดินเหมือนเด็กหัดเดินจนต้องมีอาอึ้มคอยประคอง เธอยิ้มแย้มอย่างมีความสุขตลอดเวลา จนอาอึ้มพามานั่งที่เก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้ง ช่วยแต่งตัวให้เหมือนดูแลเด็กไร้เดียงสา

คำแก้วจับมืออาอึ้มขึ้นแนบหน้า ยิ้มอ่อนหวาน

อาอึ้มปล่อยให้คำแก้วเริงร่าตามความพอใจ แต่ตัวเองกลับน้ำตาคลอด้วยความสงสาร...สะเทือนใจ...

วันนี้ คำแก้วไปที่บ่อเก่า ซึ่งมันคือบ่อนรกตามที่เรียกขานโดยแท้! เธอชะโงกหน้าลงไปในบ่อ ยิ้มลงไปในบ่อ พูดเพ้อๆ

"ฉันไม่โดด...ฉันไม่โดดนะเง็กท้อ...ฉันไม่ไปหาเธอหรอก..."

อาอึ้มได้แต่คอยระวังอยู่ด้วยสีหน้าเศร้าหมอง เวทนา...

ooooooo

ที่โต๊ะกลมหน้าครัวไทย-จีน บรรดาคนรับใช้ และคนครัวนั่งคุยกันอยู่ อาจูนั่งห่างออกไปในสภาพซึมเศร้าน้ำตาเอ่อท้นตลอดเวลา

เป้าถามป้าพุ่มว่า ท่านเจ้าสัวไปเมืองฝรั่งทำไม? ทำไมคุณนายที่สี่ถึงอยู่ๆ ก็เป็นบ้า? แล้วคุณนายที่สามหนีไปกับ... ชู้....ป้าคิดว่าเป็นอย่างนั้นไหม? ทุกคำถามถูกป้าพุ่มตัดบทบางครั้งก็เอ็ดว่าจะถามทำไม จนสุดท้ายเป้าบอกว่าตนไม่อยากทำงานที่นี่แล้วกลัว จนป้าพุ่มต้องบอกว่าเราเป็นคนรับใช้ก็ทำงานของเราไป ต้องทำใจของเราให้เข้มแข็งไว้ เรามีหน้าที่ทำกับข้าวก็ทำไป ถึงชีวิตเจ้านายจะวุ่นวายอย่างไรเขาก็ต้องกิน

อาเง็กเดินไปหาอาจูบอกว่าอย่าโกรธตนเลยนะตนไม่รู้เรื่องด้วยจริงๆ

"อั๊วเกลียดคุณนายที่สอง เกลียดที่สุด ไปบอกอีด้วย" พูดแล้วสะอื้นฮัก

อาฮุ้งจะไปรับใช้คุณนายใหญ่ อาเง็กถามว่าไม่ได้ว่าอะไรตนนะ

"อั๊วไม่ว่าใครทั้งนั้น บ้านนี้มีคนว่ากันไปมาเยอะแล้ว" พูดแล้วเดินไปเลย อาเง็กเลยนั่งเศร้า

ooooooo

ตี๋เล็กได้รับการดูแลจากอาจูอย่างดี ทุกวันตี๋เล็กจะถามว่าอาม้าของตนกลับมาหรือยัง ทำให้อาจูยิ่งสะเทือนใจ สภาพจิตใจของตี๋เล็ก แม้แต่เยนหลิงคนใจหินก็ยังอดสงสารไม่ได้ แต่ก็เพียงแว่บเดียว

สามเดือนต่อมา ก้องเกียรติกลับจากนิวซีแลนด์แล้ว เรืองยศมายืนยิ้มคอยรับเขาที่หน้าตึก เข้าสวมกอดก้องเกียรติเยี่ยงการต้อนรับทั่วไป บอกเขาว่าคิดถึงมากงานที่นิวซีแลนด์ เป็นยังไงบ้าง

ก้องเกียรติตอบสั้นๆว่าราบรื่นดีแล้วขอตัวไปไหว้อาม้า เรืองยศขอตามไปด้วย

เม่งฮวยดีใจมากบอกว่าคิดถึงมากตอนที่เขาไม่อยู่ตนเหมือนอยู่คนเดียว ส่วนอาเตียไปอเมริกาไปรับหมวยใหญ่ที่เรียนจบเป็นด็อกเตอร์แล้ว ถามอย่างหวั่นใจว่าแล้วเขาต้องไปอีกไหม ก้องเกียรติบอกว่าต้องไปแต่คงอีกนาน

"ดีๆอยู่นานๆอยู่จนแต่งงานเลยนะ อาม้าดูลูกสะใภ้ ไว้แล้ว ลื้อเป็นตั่วเสี่ยแซ่เชง ต้องสืบแซ่เชงของเราให้ยาวไปอีกนานๆ ลื้อไม่อยากแต่งงานไม่ล่ายนะ ลื้อต้องแต่ง เป็นหน้าที่ เหมือนอาเรืองยศอีเป็นซาเสี่ยแซ่โห อีกหน่อยอีก็ต้องแต่งงานสืบแซ่โหเหมือนกัน"

ทีแรกเรืองยศเข้ามาก็ยิ้มแย้มมีความสุข แต่พอฟังเม่งฮวยพูดเรื่องแต่งงานแล้ว กลับหน้าหมองคล้ำลงไปด้วยความสะเทือนใจ และเมื่อออกจากห้องเม่งฮวยแล้ว ก้องเกียรติขอตัวไปเยี่ยมคำแก้วก่อน เรืองยศสะบัดหน้ากลับไปที่ตึกเล็กอย่างไม่พอใจ

ooooooo

อาอึ้มที่ดูแลคำแก้วอยู่ดีใจมากรีบเข้ามาหาก้องเกียรติ เขาจับมืออาอึ้มวางดอกส้ม 1 ช่อไว้ในมือบอกว่า "ดอกส้ม ฉันเอามาให้คำแก้ว"

ก้องเกียรติมองคำแก้วในชุดเจ้าสาวสีขาวที่เดินวนเวียนอยู่แถวนั้น ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปมาอย่างมีความสุข เขาสะเทือนใจจนน้ำตาคลอ ทนดูไม่ได้หันหลังเดินผละไปอย่างไม่อยากให้อาอึ้มเห็นน้ำตา แต่พอพ้นสายตาอาอึ้ม น้ำตาก็ไหลพรากลงอาบหน้าอย่างสุดที่จะกลั้นไว้ได้

คำแก้วรับดอกส้มจากอาอึ้มเดินวนไปเวียนมายิ้มหวานไปมาอยู่แถวนั้น แล้วโยนดอกส้มช่อนั้นขึ้นฟ้า...พอดอกส้มล่องลอยจากมือ เธอก็ตระหนก หน้าเศร้า พร่ำถาม

"มงกุฎดอกส้มของฉัน...หายไปไหน หามงกุฎดอกส้มให้ฉันที หามงกุฎดอกส้มให้ฉันที..."

วันแล้ววันเล่า คำแก้วก็พร่ำถามหามงกุฎดอกส้มของตน เดินวนอยู่ที่สนามหน้าตึกใหญ่ หัวเราะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สลับกันไป บางครั้งก็หมุนตัวเองจนกระโปรงเจ้าสาวสีขาวบานพลิ้ว... พร้อมเสียงหัวเราะร่าเริงของคำแก้ว...

ooooooo

-อวสาน-


ละครมงกุฎดอกส้ม ตอนที่ 18(ตอนจบ) อ่านมงกุฎดอกส้ม ติดตามมงกุฎดอกส้ม ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 18 ม.ค. 2554 09:00 2011-01-24T02:25:09+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ