ไลฟ์สไตล์
100 year

“พิงกี้ สาวิกา” ยิ้มรับกระแส “ผีมาลัย” ฟีเวอร์ เปิดหัวใจหมดเปลือก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
15 พ.ค. 2564 07:01 น.
SHARE


เป็นอีกหนึ่งนักแสดงสาวมากความสามารถ สำหรับนางเอกสาว พิงกี้ สาวิกา ไชยเดช ที่โลดเล่นอยู่ในวงการบันเทิงนาน ไม่ว่าจะเป็นแนวไหน โรแมนติก คอมเมดี้ หรือดราม่าเข้มๆ ชีพิงกี้สามารถตีบทแตกกระจุย อย่างบทบาทล่าสุด คุณมาลัย บทบาทล่าสุดในละคร “เรือนร่มงิ้ว” ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ที่สาวพิงกี้กล้าการันตีว่าเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ท้าทายความสามารถ ต้องเล่นเป็นวิญญาณผีสุดอาฆาต ซึ่งเรื่องราวกำลังเข้มข้น สุดสะพรึง เลยต้องชวนสาวพิงกี้มาเล่าถึงเบื้องหลังการทำงาน พร้อมล้วงลึกอัปเดตชีวิตและมุมมองความรัก ใน “คนดังนั่งคุย”

กระแสละครเป็นยังไง

“ดีมากๆเลยค่ะ เพราะมีแฟนๆแท็กแซวหรือเวลาเค้าอินอะไรก็จะมีส่งข้อความมาทางไอจีตลอด แล้วเหมือนคนจะคอยลุ้นคอยตามว่าสรุปเรื่องราวเป็นยังไง แล้วเราเองทีมนักแสดง อาทิตย์นึงเราก็จะชวนกันมาไลฟ์ไอจีทักทายแฟนละครเช็กกระแสตอบรับกันอยู่ตลอด ใครว่างก็ผลัดเปลี่ยนกันมา อีกอย่างช่วงนี้โควิดเหงากันด้วย เก็บตัวอยู่บ้าน ก็ถือว่ามาเช็กกระแสและทำให้เราหายคิดถึงเพื่อนๆในกองนี้ เพราะกองนี้สนุกมาก”

เรื่องนี้บทหนักขนาดไหน

“มีความรู้สึกว่าเป็นบทที่ไล่ตามอารมณ์ของชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง ตั้งแต่โลกสวยงามจนกระทั่งมีความหมองหม่นจนกลายเป็นสีดำคือเริ่มตั้งแต่ฉากแรกก็ร้องไห้แล้วนะ ชีวิตโดนกระทำมาตลอด ยิ้มข้างนอกแต่ข้างในมีแต่ความเจ็บช้ำ จะเบาสุดในเรื่องของอีโรติก ถ้าถามในมุมของอารมณ์ก็หนักหนาไม่แพ้ตัวของพี่อั๋น—วิทยา คือมาลัยเป็นตัวที่ไม่ได้ใช้อารมณ์แบบกระแทกออกมา แต่เป็นคนที่ต้องดิ้นรน ซึ่งความยากก็คือต้องมีความต่อเนื่องทางอารมณ์สูงมาก การใช้สมาธิ ก็จะคุยกับพี่หนึ่ง ผู้กำกับ ตลอด ว่าอารมณ์ฉากนี้ๆต้องสุดประมาณไหน ละครเรื่องนี้ต้องใช้สัญชาตญาณของความเป็นมาลัย ไม่ใช่สัญชาตญาณของตัวเรานะ คิดว่าควรจะเป็นแบบไหน ยังไง เท่านั้นเอง”

บทค่อนข้างยากมีความกังวลบ้างไหม

“ไม่กังวลเลย ทุกพาร์ตสำหรับเรามันสนุก มันท้าทาย อย่างเช่นผี เราเป็นคนครีเอตให้เขานะ บางทีก็จะแบบว่าเป็นผีสวย ในเรื่องนี้ผีจะมีหลายระดับ คิดซะว่ามี 5 ระดับ เห็นไหม คือขนาดผีมันจะยังมีความหลากหลายของมันเลย เราก็เสนอไป บางอันพี่หนึ่งผู้กำกับเขาก็บอกว่าชอบ ซึ่งมันก็จะเป็นการดีไซน์ของเรา พี่ไม่กังวลเลย เพราะพี่รู้สึกว่ามันสนุกมาก ในกองสนุก เราเอนจอยกับเพื่อนๆ พี่ๆทุกคนเป็นทีมเวิร์ก บางทีที่เราไม่ได้เล่นจริง พี่หนึ่งเขาก็จะดุ จะคอยสอน อย่างฉากตบ ถ้าเราไม่ตบจริง ไม่ทำเขาจริงๆก็จะโดนถ่ายอยู่เรื่อยๆ นะ อย่างพี่อั๋น—วิทยา เขาต้องเสียสละให้เรามากๆ ก็ต้องขอบคุณพี่เขามาก ฉากตบพี่อั๋นนั่นแหละที่ถือว่ายากสุดกำลัง มันเป็นการร้องไห้ที่แบบ ชีวิตฉันทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แล้วก็ระบายด้วยการทุบเขา เสียงในฉากก็คือดังมาก แบบอึก อึก ในใจลึกๆเราไม่อยากทำเลย แต่มันต้องทำ พอคัตเราก็แบบ โห เป็นซีนที่เรารู้สึกผิดมาก นั่นแหละคือซีนที่ยากที่สุด”

อย่างบทในเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของชายรักชายแล้วเราเป็นภรรยา ซึ่งเรื่องนี้ในสังคมมีอยู่จริง พิงกี้มองตรงนี้ยังไง

“จริงๆ มันมีแบบนี้ตั้งแต่ยุคสมัยโบราณแล้วนะ เพียงแต่ว่าการถ่ายทอดสายวายต่างๆมันยังไม่มีในสมัยก่อน ถามกี้ ชอบมากเลยนะ เพราะรู้สึกว่าเรื่องของสายวายที่เป็นแบบวินเทจ ดราม่า มันยังไม่เคยเห็นที่ไหน เวลาผู้ชายเขามองตากัน เขาเล่นด้วยกัน เราก็จะตื่นเต้น เหมือนเราเป็นคนดู เราก็ตื่นเต้นไปด้วย ในฐานะนักแสดง เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายและตื่นเต้น เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของคนปกติทั่วไป ระหว่างความถูกต้องกับความหลง ความรัก แล้วก็เรื่องนี้น่าจะสอนได้ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของเมียน้อยเมียหลวง หรือการแย่งชิง มันเป็นเรื่องชีวิตของคนในสมัยก่อน มันก็ไม่ต่างกับคนในสมัยนี้ มันก็จะเป็นวงจรของครอบครัวในชนชั้นสมัยก่อน ที่ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ แต่ทุกคนในเรื่องนี้ มีสีเทาแล้วมันมีพัฒนาการที่เหมือนหุ้น มีขึ้นมีลง คนนี้จากต่ำไปสูง หรือสูงไปต่ำอะไรแบบนี้”

ในพาร์ตเล่นเป็นผี มีการแต่ง หน้าจัดเต็ม เป็นอย่างไรบ้าง

“ชอบมากเลย ไม่มีแพ้ด้วยนะ ถึงจะแต่งหน้าหนักขนาดไหน มันเหมือนลอกสิวเสี้ยน ชอบมาก เราเป็นฟีลแบบทำเลยเรา เต็มที่ไม่ต้องกลัวหน้ากี้แหก ตรงไหนยังไม่ดำพอ เอาให้ดำๆไปเลย เลือดมาอีก ซึ่งใช้เวลาการแต่งหน้าประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วล้างอีกประมาณชั่วโมงนึง แต่ก็สนุกมาก ชอบมาก เพราะเราเป็นคนชอบดูหนัง หรือละครเยอะ เราก็อยากทำให้มันแตกต่าง เราเบื่ออะไรจำเจ แบบผีเดิมๆ คนดูก็เบื่อ มีห้อย มีโหนสลิงลงมา ซึ่งในพาร์ตผี เราว่าน่ากลัวเลยแหละ อันนี้แหละมันก็จะเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้แตกต่าง องค์ประกอบรวมของการเลือกนักแสดงทั้งหมด พอมันมาอยู่รวมกัน มันทำให้ทุกอย่างส่งเสริมกัน นี่ยังไม่รวมถึงต้นงิ้วนะ ซึ่งละครเรื่องนี้ทำให้คนรู้จักต้นงิ้วมากขึ้น อันนี้ก็เลยสื่อได้ว่าต้นงิ้วที่นำเสนอออกมาในความหมายของความเป็นชู้ เรื่องนี้ก็จะเสนอในมิติที่ต่างออกไป โดยมีต้นงิ้วเนี่ยแหละเป็นสื่อกลาง”

ในไอจีพิงกี้จะชอบลงคำคมแนวให้กำลังใจ

“ใช่ค่ะกี้ชอบลง เพราะกี้มองว่าเหมือนเป็นการให้กำลังใจคน เหมือนเราตื่นเช้ามาเราได้กำลังใจดีๆ เรารู้สึกท้อ และพอเราเห็นข้อความแล้วสามารถทำให้เรามีกำลังใจได้ หรือบางทีมุมมองคำคมที่เราเอามาเราเลือกแล้วว่าเราจะส่งต่อให้คนเหล่านั้นอย่างไรมันมีหลาก หลายมากและเรารู้สึกว่ามันไปโดนจุดของคนหลายคนที่เค้าส่งให้เราบอกว่าขอบคุณมากที่ทำให้เค้ารู้สึกมีกำลังใจขึ้น เราเป็นคนที่เลือกส่งข้อความไปให้คนอยู่แล้ว เราจะไม่เลือกส่งอะไรที่มันไม่ดีให้คน การจะลงรูปค่อนข้างพิถีพิถัน เรารู้สึกว่าเราจะแสดงความเป็นตัวเองผ่านคำพูดในคำคมนั้น ทุกอย่างเรากลั่นกรองมาแล้วว่าที่เราลงคืออะไร เป็นภาษาอังกฤษเป็นคำคมที่ทำให้เปลี่ยนชีวิตทำให้เรามีกำลังใจในแต่ละวันเกิดขึ้นด้วย”

ไปเอาคำคมต่างๆจากไหน

“กี้ติดตามคนหลายคน จริงๆเราชื่นชอบศึกษาเรื่องนี้ พอเราได้อ่านคำคมหลายๆ อันมันจะมีคำคมหลายๆ อย่างที่คนไม่รู้อีกเยอะที่จะทำให้เปลี่ยนชีวิตได้อย่างน้อยเราก็คือคนของสังคม เราก็อยากทำอะไรที่ทำให้คนเค้ามีกำลังใจขึ้น คำพูดเราบางทีพูดออกไปอาจไม่ดีพอ คำคมนี่แหละเป็นสิ่งที่อ่านแล้วส่งพลังให้ได้มากที่สุด” คำคมไหนที่ตรงกับชีวิตเราบ้างไหม “ตรงหลายอัน เช่น การที่คุณคิดว่าคุณยอมแพ้แล้วแต่จริงๆ การล้มหลายๆรอบไม่ได้แปลว่าคุณแพ้ คุณแค่ทำมันไม่มากพอ หรือจะเป็นการมองในอีกมุม ถ้าคุณลองมองอีกมุมทุกอย่างจะเป็นเรื่องง่ายมาก ทุกวันมันจะมีเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิตของแต่ละคน หรือในกระแสสังคมที่กำลังมีคนเหนื่อยท้อ ผิดหวัง เราก็ส่งข้อความแบบนี้เป็นกำลังใจดีๆให้เค้าไป”

เกี่ยวกับเรื่องความรักของเราด้วยหรือเปล่า

“มันก็เชื่อมโยงนะ กี้ว่าความรักมันอยู่ในทุกอณูอยู่แล้ว ความรักมันคือเวลาสิ่งที่กี้ลงไปทั้งหมด มันก็เกิดจากความเมตตา ความรักก็คือความเมตตา แต่ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนว่าจะตีความแบบไหน”

เรื่องหัวใจเป็นยังไงบ้าง

“ก็ชุ่มชื่นดีนะคะ เป็นหัวใจที่มีความสุข เป็นความสุขแบบไม่ต้องมีคู่เข้ามา เป็นความสุขที่เราเติมเต็มตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองทุกวัน ทุกวันนี้ตื่นเช้ามาเราก็จะยิ้มขอบคุณตัวเอง เรียกว่าตั้งสติกับตัวเอง มันเติมเต็มความรักให้กับตัวเอง ยังไม่รับที่จะไขว่คว้าออกไปข้างนอก กี้ว่าด้วยช่วงโควิดภาวะหลายๆ อย่างเราต้องดูแลจัดการทำให้ภาวะทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี มีหลายเรื่องที่ต้องโฟกัสเยอะ”

หรือเป็นเพราะว่าเราโสดนานไป

“นานมาก น่าจะประมาณ เกือบสามปีได้”

มีเข้ามาบ้างมั้ย

“ถามว่ามีเข้ามามั้ย เราไม่ได้เปิดรับใครเข้ามาในชีวิต และไม่ได้อยากจะเรียนรู้ใครด้วย ไม่จำเป็นสำหรับเรา เราไม่ต้องการอะไรแบบนั้น เรารักตัวเองแล้วเราก็รู้สึกว่ามันพอแล้วในความที่ไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามา แต่ถามว่ากัลยาณมิตรมีนะคะเช่นคนที่เรารู้จักหลายๆคนมันมีเพศตรงข้ามอยู่แล้วเวลาเราคุยเราต้องถามความเห็นหลายคนผู้หญิงผู้ชายได้หมด แล้วเราจะปรึกษาในเรื่องการทำงาน เรื่องธุรกิจ ก็จะมีแบบนั้น แต่ถ้าในการลงดีเทลเป็นคู่กันมั้ยอันนี้ยัง แต่วันนึงถ้ากี้ลงดีเทลเดี๋ยวจะบอก (หัวเราะ)”

มุมมองความรักเราเปลี่ยน

“กี้ว่ามุมมองความรักทุกคนเปลี่ยนอยู่แล้วตามอายุ ถามว่าวัยนี้เป็นวัยที่ อันนี้หมายถึงตัวตนของแต่ละคนดีกว่าว่าเค้าประสบมุมมองความรักในแบบไหนมา แต่ถามว่าในมุมมองความรักของเรามันค่อนข้างจะเรียบง่ายมาก ไม่ค่อยจะอะไรกับความรักมาก เป็นคนอบอุ่นได้ด้วยตัวเอง ไม่ได้โหยหาเพราะรู้สึกว่าเติมเต็มตัวเองได้แล้ว” ยังมีโมเมนต์อยากลูกบ้างมั้ย “มันเป็นเรื่องที่ไกลตัวมากเลยในชีวิต จากที่เคยอยู่ใกล้ กลายเป็นเรื่องแบบที่ไม่คิดเลยตอนนี้เรามองอีกมุมนึงแล้ว การมีลูกสำหรับคนบางคนเค้าเติมเต็มแต่การเติมเต็ม ของเราคือเรื่องอื่น ก็เลยมองเป็นเรื่องไกลตัวแล้วค่ะ”.

เม้าท์ชัด จัดทุกตอน ติดตามได้ที่ www.thairath.co.th/novel และ Facebook Fanpage : นิยายไทยรัฐ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พิงกี้ สาวิกาพิงกี้ สาวิกา ไชยเดชเรือนร่มงิ้วเรือนร่มงิ้ว เรื่องย่อช่อง 8คนดังนั่งคุยบันเทิงนิยายดารา

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564 เวลา 13:09 น.