นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เนตรนาคราช

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เฮนรี่และสมุนยังคอยจับตาการเดินทางของพวกอัศวิน พอรู้เห็นว่าทางชุมโจรจะเอาเรื่องคนในทีมงานอัศวินที่ไปยิงโจรตายทั้งที่มีกฎห้ามเอาไว้ เฮนรี่ครุ่นคิดกังวลบางอย่าง แต่โจซิงกลับบอกว่า

    “ความจริงก็ดี ปล่อยให้พวกโจรฆ่าพวกมันแล้วเราก็เข้าไปสวมรอย ฝังพวกมัน ยึดเอาแผนที่มาเดินทางต่ออย่างสบายใจ”

    “มันคงไม่ง่ายแบบนั้น พวกมันต้องมีแผนสองรองรับ” เฮนรี่ท้วง แต่เวจางบอกว่าพวกโจรเยอะมาก พวกอัศวินไม่มีทางแหวกวงล้อมออกไปได้ เฮนรี่ไม่เชื่ออย่างนั้น เพราะทราบดีว่าอัศวินเก่งกาจแค่ไหน

    “หรือไม่เราก็ไปดักเล่นงานพวกมันตอนมันฝ่าพวกโจรออกมา”

    “ปัญหาก็คือ ถ้าเราหาแผนที่ไม่พบ เท่ากับว่าทุกอย่างจบสิ้น” เฮนรี่สรุป...แล้วให้เวจางไปคอยจับตาดูไว้อีก หากมีอะไรให้รีบกลับมารายงาน...

    ที่ลานกว้างบริเวณค่ายพัก สองฝ่ายพร้อมแล้วสำหรับการต่อสู้กันตามข้อตกลง หัวหน้าชุมโจรมาพร้อมสมุนจำนวนมาก ขณะที่ฝ่ายอัศวินก็อยู่กันครบทีม โดยแบ่งแยกกันยืนตามแผนที่วางไว้

    พอจะเริ่มดวลกัน ฝ่ายโจรก้าวออกมาสามคนเพื่อต่อสู้กับชาติเป็นคิวแรก ทั้งที่ตามข้อตกลงต้องดวลกันตัวต่อตัว

    “ไหนว่าเป็นการดวลมีดตัวต่อตัว” อัศวินเสียงดัง สีหน้าไม่พอใจ

    “พี่ชายคนตายมีสามคน ต่างก็ต้องการแก้แค้น พวกเอ็งออกมาสามคนก็แล้วกัน”

    ขาดคำของหัวหน้าโจร อัศวินกับอิทธิก้าวออกไปยืนคู่กับชาติ...สองฝ่ายต่างแยกกันจับคู่ แล้วเริ่มต่อสู้ อัศวินฝีมือเหนือกว่าล้มมันได้ในชั่วพริบตา

    อิทธิก็เช่นกันเจอคนฝีมืออ่อนหัดจัดการมันอย่างง่ายดาย แต่ชาติกว่าจะชนะถึงกับได้เหงื่อ แถมด้วยได้เลือดเพราะโดนคมมีดของมันเฉี่ยวเข้าที่ท้อง

    “กฎคือห้ามฆ่ากัน พวกเรารู้จึงไม่ได้คิดแหกกฎ ไม่ยังงั้นไอ้สามคนนี้ดับไปแล้ว” อัศวินประกาศหลังได้รับชัยชนะครบทั้งสามคน

    หัวหน้าโจรพยักหน้ายอมรับ ทันใดนั้นคนที่สู้กับชาติคว้ามีดที่พื้นขึ้นมาหมายเอาชีวิตชาติ แต่ไม่สำเร็จเพราะมีลูกปืนปริศนาพุ่งเข้าใส่ร่างมันเสียก่อน

    อัศวินหันขวับไปตามแสงสะท้อนจากเลนส์กล้องปืนกระทบแดด

    “ไอ้เฮนรี่” อัศวินอุทานชื่อนั้นขึ้นมาอย่างแน่ใจ ทุกคนในทีมอัศวินตกใจ หันมองรอบทิศ แต่พวกโจรกลับคิดว่าพวกอัศวินเล่นไม่ซื่อ “ไม่ใช่พวกของข้า...พวกข้าอยู่ที่นี่ครบทุกคน”

    “พวกเอ็งต้องตายหมด!” หัวหน้าโจรประกาศกร้าว สมุนทุกคนเตรียมพร้อม...แต่โรสกับรัตนากรไวกว่า พุ่งเข้าใส่พวกมันก่อน แล้วห้ำหั่นกันดุเดือด

    โดยที่หลินแห่งแก๊งมังกรทองแอบส่องกล้องมองอยู่ห่างๆ ยอมรับว่าฝีมือของสองสาวร้ายกาจไม่เบา

    ในที่สุดฝ่ายอัศวินก็ควบคุมตัวพวกโจรได้ทุกคน โดยเฉพาะหัวหน้าที่ถูกโรสเอาปืนจ่อหัวตลอดเวลา พวกสมุนเลยไม่กล้าหือ

    “พวกเรายืนรออะไรอยู่”

    สิ้นเสียงอัศวิน หมอนพดลและทุกคนเริ่มเคลื่อนตัวถอยออกไปที่ราวป่าอย่างรวดเร็ว โดยมีทีมงานคอยระวังหลังตามที่วางแผนไว้

    “นี่มันถิ่นข้า พวกเอ็ง...” หัวหน้าโจรพูดไม่ทันจบ ร่างสะดุ้งเฮือกเนื่องจากกระสุนปืนของโรสเฉี่ยวใบหูจนเลือดซิบ...เคนยืนส่องกล้องทางไกลอยู่บนเนินเขาถึงกับหัวเราะชอบใจ ชื่นชมน้องโรสของตนเก่งจริงๆ

    อัศวินมองตามทุกคนลับตาหายเข้าไปในราวป่า แต่ยังไม่วางใจฝ่ายโจรเสียทีเดียว จึงเอาตัวหัวหน้ามันขึ้นรถไปพร้อมกลุ่มเพื่อนของตนห่างไปจากจุดนั้นพอสมควร

    “ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ไม่ใช่พวกเราที่ยิงคนของท่าน ท่านส่งคนไปดูบนเนินด้านหลังจากลานพักของพวกเราท่านก็จะรู้” อัศวินย้ำหนักแน่น

    อิทธิรู้งานยิงยางรถจนแบนแต๋ หัวหน้าโจรเจ็บใจคำรามอาฆาตแค้นว่า ถ้าพวกเขาผ่านมาทางนี้อีก พวกตนจะรอคิดบัญชี

    “อย่ารอเลยพี่ พวกเราอาจจะไม่รอดกลับมาก็ได้ ถ้ารอดกลับมาพวกเราขอเลี้ยงเหล้าทุกคน หลังจากนั้นค่อยว่ากัน”

    อัศวินกล่าวทิ้งท้ายแล้วเดินหายเข้าไปในป่าพร้อมพรรคพวกของตน

    ooooooo

    พรานเมิงนำทางกลุ่มของหมอนพดลเข้าไปในป่า วีรกิจเริ่มเหนื่อยรบเร้าอยากหยุดพักแต่นายองไม่ยอม เพราะอัศวินบอกว่าต้องรีบไปให้ไกลที่สุด

    “อะไรกัน ทำไมจะพักไม่ได้ คนเหนื่อย จะไม่ให้พักได้ยังไง”

    “คุณวี เราไม่ได้มาทัวร์ เหนื่อยแล้วจะได้หยุด

    มีคนกำลังตามล่าเรา ที่สำคัญมีคนเสี่ยงชีวิตเพื่อให้เรารอด อยู่ๆคุณจะมาหยุดได้ยังไง”

    “แต่ผม...”

    “งั้นคุณพักได้ หายเหนื่อยแล้วค่อยตามไป...เราเดินทางกันต่อ”

    “ถ้าคิดจะพักจริงๆ ผมแนะนำให้หลบเข้าไปในแนวป่าลึกเข้าไปอีกหน่อยจะดีกว่า ผมคิดว่าอีกสักพักพวก ของคุณอัศวินคงตามมาทัน พรานเมิงทำเครื่องหมายไว้แล้ว”

    หมอนพดลพูดจบก็เดินตามหลังพรานเมิงและพวกกาญจนา วีรกิจฮึดฮัดไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินตามพวกเขาต่อไป

    ฝ่ายเฮนรี่อยากติดตามพวกอัศวิน แต่พรานอองข่านทัดทานว่าไม่ต้องตามให้เสียเวลา อีกไม่นานมีพายุอย่างแน่นอน ยังไงพวกนั้นก็ไปไม่ได้ไกล หรืออาจตายกันหมด... เฮนรี่ตกลงตามนั้น แต่ถ้าไม่มีพายุ พรานอองข่านต้องรับผิดชอบ

    ooooooo

    ขณะเดียวกันนั้น พรานเมิงนำทางเรื่อยไปในป่าลึก แหงนมองท้องฟ้าแล้วบอกทุกคนว่าพายุมาแน่นอน เราช้าไม่ได้ กาญจนาต้องตัดสินใจว่าจะรอวีรกิจหรือไม่ แต่เธอไม่ทันพูดอะไร วีรกิจเดินโซเซเข้ามาโวยวาย

    “ผมยังเหนื่อยอยู่ ไม่ไปไหนทั้งนั้น”

    ทีมงานคนหนึ่งไม่รีรอ ยิงหมัดเข้าใส่ปลายคางวีรกิจจนสลบเหมือด แล้วอีกสองคนเข้ามาช่วยกันหิ้วปีกลากเขาเดินทางต่อ ส่วนพวกอัศวินก็แกะรอยตามที่พรานเมิงทำสัญลักษณ์ไว้ตามต้นไม้ แล้วอีกสักพักก็ได้ยินเสียงปืน เชื่อว่าเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ตำแหน่ง

    พรานเมิงนำทางเข้าไปในถ้ำเชิงเขา เป็นเวลาที่ฝนตั้งเค้า ฟ้าแลบแปลบปลาบท้องฟ้ามืดครึ้ม

    “ผมเข้าไปตรวจเรียบร้อยแล้ว กว้างพอที่จะพักหลบได้สบาย นายองเอ็งนำทุกคนไป”

    “มาพี่กาญ” นายองนำหน้าเข้าไป หมอนพดลโบกมือให้ทีมงานสองคนพาร่างหมดสติของวีรกิจก้าวตาม กาญจนาตามหลัง สีหน้าเคร่งเครียดอดห่วงแฟนหนุ่มไม่ได้ หมอนพดลมองตามอย่างเข้าใจแล้วหันกลับมาที่พรานเมิง

    “พรานเมิงเข้าไปก่อน ผม...พรานโก๊ะกับทีมงานจะแยกกันออกไปดักคอยพวกเรา”

    “ก็ได้ แต่อย่าไกลนัก ถ้าพายุมาฟ้ามืด แค่ห้าก้าวสิบก้าวก็หลงได้ ผมจะลองย้อนกลับไปดูพวกนั้นเอง”

    “เวลาพายุมา...ผมยิงปืนเป็นสัญญาณจะได้ไหม”

    “ก็ได้...พายุทำท่าแบบนี้ ไอ้พวกนั้นคงไม่กล้าตามมา”

    พรานเมิงพูดจบก็เดินย้อนกลับไป หมอนพดลหันมาสั่งการ

    “พวกทีมงานลองแยกออกไปคอยพวกเรา อย่าไกลมาก ทำเครื่องหมายไว้ด้วยจะได้กลับถูก”

    ทีมงานสามคนพยักหน้ารับแล้วแยกกันออกไป หมอนพดลกำชับพรานโก๊ะให้อยู่กับตนที่นี่ พอดีทีมงานสองคนที่เข้าไปส่งวีรกิจกลับออกมา หมอถามพวกเขาว่าเรียบร้อยดีใช่ไหม

    “ครับ”

    “คุณสองคนแยกออกไปรอพวกเรา อย่าให้ไกล เดี๋ยวจะหลง”

    สองคนพากันออกไปท่ามกลางเสียงฟ้าร้องหนักขึ้น ฟ้ามืด ลมเริ่มพัดแรง...

    ภายในถ้ำ กาญจนาเช็ดตัวให้วีรกิจอย่างห่วงใย นายองนั่งมองพลางวิจารณ์ถึงความไม่ดีของวีรกิจ แต่แล้วนึกได้ว่าไม่ควรจึงหยุดพูด

    แต่ผ่านไปไม่กี่อึดใจ นายองแทบเป็นใบ้ เห็นงูจงอางตัวใหญ่ชูคอสูงอยู่ตรงหน้า สาวน้อยนั่งนิ่งตัวเย็นเฉียบ ขณะที่กาญจนาพอหันมาเห็นก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน เธอจ้องงูตาเป๋ง นิ่งงันทำอะไรไม่ถูก!

    เสียงฟ้าฝนและพายุกระหน่ำแล้ว พวกอัศวินยังเดินทางอยู่ในป่า จำเป็นต้องหาที่หลบ เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง รัตนากรสีหน้าตื่นตระหนกเหมือนสัมผัสอะไรบางอย่างได้ อุทานเรียกชื่อน้องสาวดังลั่น “ยัยกาญ!”

    อัศวิน ชาติ อิทธิ และโรสพรวดเข้ามาถึงรัตนากรด้วยความตกใจ

    “รัตน์เป็นอะไร ทำไมหน้าซีด”

    “ยัยกาญ...”

    “ยัยกาญทำไม” อัศวินถามพรวด

    “ไม่ทราบค่ะ รู้ว่าบางอย่างไม่ดีเกิดขึ้น” รัตนากรร้อนรนเป็นห่วงน้องสาว

    ooooooo

    ภายในถ้ำทุกคนผงะเมื่องูจงอางตัวเขื่องชูหัวส่ายไปมา ตาจ้องเขม็ง กาญจนาตามองงู แต่มือค่อยๆเลื่อนมาจับปืนที่เอว เหงื่อผุดเต็มใบหน้า มือที่ดึงปืนออกมาก็สั่นระริก กลัวจนแทบไม่กล้าหายใจ

    แต่แล้ววีรกิจก็ครางออกมาเบาๆ กาญจนารีบเอามือตะปบปากไว้ไม่ให้ส่งเสียง นายองตกใจตาโต จนวีรกิจค่อยๆลืมตาขึ้น พอเห็นงูจงอางก็ตาเหลือกจะขยับตัว กาญจนาพูดลอดไรฟันเบาๆ

    “อย่าขยับ”

    กาญจนาสอดนิ้วเข้าโกร่งไกจะยิง แต่มือนั่นระริก จนนายองงึมงำว่า

    “โอย...สั่นแบบนี้จะโดนหรือเนี่ย...สาธุ”

    กาญจนาค่อยๆเหนี่ยวไกทั้งที่อีกมือยังปิดปาก

    วีรกิจอยู่ พลันก็มีเสียงร้องบอก

    “ทุกคนอยู่นิ่งๆครับ อย่าดุกดิก” แล้วพรานโก๊ะ

    ก็เข้ามาพร้อมเครือกล้วยบนบ่า

    พอเห็นพรานโก๊ะ กาญจนาก็ถอนใจโล่งอก เพราะเห็นฝีมือรักษาพิษงูของพรานโก๊ะมาแล้ว พรานโก๊ะเข้ามายืนบังนายองไว้ พนมมือสวดมนต์งึมงำ อึดใจเดียวงูจงอางก็ค่อยๆลดหัวลงแล้วเลื้อยหายไปในถ้ำ วีรกิจ

    ลุกพรวดหน้าซีดเผือด

    “ไม่มีอะไรครับท่าน หนีพายุหลบเข้ามาเหมือนกันน่ะครับ แบ่งๆกันอยู่” พรานโก๊ะยิ้มระรื่น แบกเครือกล้วยเข้าไปนั่งพิงผนังถ้ำ ปลิดกล้วยกินสบายอารมณ์ กาญจนาเองก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

    ooooooo

    เย็นแล้ว หมอนพดลยืนอยู่หน้าถ้ำท่ามกลางเสียงฟ้าแลบฟ้าร้อง ทีมงานทั้งห้าคนต่างพากันกลับมา คนหนึ่งรายงานว่า

    “ยังไม่เห็นมีใครเลยครับ จะออกไปไกล กลัวว่าจะกลับไม่ถูก”

    “ไม่เป็นไร เรารออยู่ที่นี่ พรานเมิงอาจจะเจอพวกนั้นก็ได้” หมอนพดลบอก

    แต่ภายในถ้ำ เมื่องูจงอางเลื้อยหนีไปแล้ว วีรกิจที่ลุกพรวดขึ้นก็ต่อว่ากาญจนา

    “คนของคุณทำร้ายผม”

    “คุณทำให้การเดินทางล่าช้า และทำให้ทุกคนตกอยู่ในอันตราย” กาญจนาโต้

    “คุณก็ห่วงแต่เรื่องเดินทาง นี่ถ้าเกิดผมบาดเจ็บเดินไม่ไหว คุณคงยิงผมทิ้ง”

    นายองที่นั่งพิงผนังถ้ำใกล้พรานโก๊ะเหล่มอง

    วีรกิจ พึมพำว่าน่าจะทิ้งไว้ในป่า พรานโก๊ะได้ยินยิ้มชอบใจ แต่กาญจนาโต้วีรกิจว่าถ้าตนคิดแบบนั้นเขาไม่ได้มายืนพูดตรงนี้หรอก แล้วเดินเลี่ยงไปที่เป้ตัวเอง ตบเป้เบาๆ วางลงแล้วเอนหลังหลับตาอย่างไม่สนใจ วีรกิจเถียงไม่ออกได้แต่ฮึดฮัด นายองเหล่อย่างไม่พอใจ

    “กล้วยไหมคุณ” พรานโก๊ะปลิดกล้วยส่งให้ วีรกิจเลยยิ่งหงุดหงิด เหล่ไปทางกาญจนาเห็นนั่งตรวจเส้นทางการเดินทางไม่สนใจตนก็ยิ่งฮึดฮัดๆ

    นายองที่สังเกตอยู่มองวีรกิจอย่างไม่พอใจ

    ooooooo

    เวลาเดียวกันนั้น อิทธินำทุกคนมาถึงราวป่า เขาหยุดมองกราด เห็นรอยกากบาทที่ต้นไม้และเหนือขึ้นไปก็มีรอยกระสุน เขาชี้ให้ทุกคนดู

    “คนยิงปืนจริงๆ... มีนายได้ยินอยู่คนเดียว” อัศวินเอ่ย รัตนากรเสนอว่างั้นเราลองยิงดู พวกนั้นอาจได้ยิน

    “ถ้ามีพวกโจรตามมา มันก็คงได้ยินเหมือนกัน” โรสพูดแทรกขึ้น ชาติมองภูมิประเทศแล้วเสนอว่า

    “เราลองหาเครื่องหมายกากบาทดูก่อนดีกว่า ถ้าไม่เจอจริงๆแล้วค่อยยิงปืน”

    อัศวินเห็นด้วยเร่งให้รีบหน่อยก็ดีเดี๋ยวฝนตกลงมาจะยุ่งกันแน่ พลางมองเมฆที่เริ่มจะมืดและหนาขึ้นทุกที เสียงฟ้าแลบและฟ้าร้องก็ถี่ขึ้น อิทธิจึงนำทุกคนเดินไปอย่างเร่งรีบ 

    อึดใจเดียว อิทธิชูกำปั้นขึ้นเป็นสัญญาณ ทุกคนหยุดกึก ต่างเคลื่อนตัวเข้าหาที่กำบัง อิทธิส่งสัญญาณบอกว่ามีความเคลื่อนไหว

    ทุกคนมองกราดไป เห็นหัวหน้าชุมโจรกับลูกน้องนับสิบซุ่มเรียงรายอยู่ที่ราวป่าด้านหน้า รัตนากรถามเบาๆว่าพวกมันมาดักหน้าเราได้ยังไง โรสบอกว่าที่นี่เป็นถิ่นของพวกมัน อัศวินพูดเสียงลอดไรฟันว่า

    “กัดไม่ยอมปล่อยจริงๆ อุตส่าห์ปล่อยให้รอด” ชาติเสนอว่าแบบนี้ต้องปล่อยไป “อืม...ใช่ ไปแล้วไปลับ” พูดแล้วหันตัวขวับ ปืนตวัดไปข้างหน้า ทุกคนปฏิบัติพร้อมกันหมด จ้องไปที่กลุ่มโจรสีหน้าเครียด มือกำปืนพร้อมจะลั่นไก

    ซามูยกมือเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบแล้วนำไป อัศวินส่งสัญญาณให้ทุกคนตามซามูไป ส่วนตัวเองรั้งท้ายระวังพวกโจร จนทุกคนเคลื่อนตัวออกไปหมดแล้วจึงตามไป

    ซามูนำมาถึงจุดหนึ่ง เขาชี้มือไปข้างหน้า ชาติบอกทุกคนว่า ตรงไปอีกครึ่งชั่วโมง ถ้ำอยู่ข้างหน้า ทันใดนั้น รัตนากรวิ่งพรวดออกไป ทุกคนมองตามสงสัย อัศวินบอกว่ารัตนากรเป็นห่วงกาญจนา แล้วเขาก็รีบตามรัตนากรไป ทุกคนจึงเดินตาม ชาติอยู่รั้งท้าย พอทุกคนไปกันหมดแล้วเขาหันบอกซามู

    “ขอบใจเพื่อน” ซามูพยักหน้าแล้วทำมือเหมือนกินน้ำ ชาติอ่านความหมายออก “เออ...ข้าติดเหล้าเอ็งขวดนึง” ซามูยิ้มแล้วหันหลังวิ่งกลับไปทางแนวป่า ชาติมองตามยิ้มๆ พลันก็เห็นเงาร่างออกจากแนวป่าอีกด้านหนึ่งเดินดุ่มเข้ามา ชาติตวัดปืนไปทันที จนร่างนั้นใกล้เข้ามาส่งเสียงบอก “ผมเองครับ”

    ที่แท้คือพรานเมิงนั่นเอง พอมาถึงก็บอกชาติว่า “รีบไปเถอะครับ ฝนกำลังมา”

    ooooooo

    นพดลกับทีมงานยังเฝ้าระวังอยู่หน้าถ้ำ ทีมงานคนหนึ่งบอกว่ามีคนมา ทุกคนกระจายกำลังกันระวังพร้อม อีกคนบอกว่ามีมาคนเดียว นพดลเขม้นมอง แล้วพึมพำ

    “ยัยรัตน์...ทุกคน...พวกเราเอง คุณรัตนากร” แล้วร้องบอกโบกมือไหวๆ “ทางนี้ ยัยรัตน์”

    พอรัตนากรมาถึงถามทั้งที่ยังเหนื่อยหอบว่า

    กาญจนาล่ะ นพดลบอกว่าอยู่ข้างใน เธอพรวดเข้าไปทันที ทุกคนมองอย่างแปลกใจ นพดลสั่งทีมงาน “สองคนตามเข้าไปดู” แต่พอทีมงานสองคนพรวดตามไป ทีมงานที่เหลือบอกว่ามีคนมาอีกแล้ว นพดลมองขวับ เห็นพรานเมิงเดินออกจากราวป่า ตามด้วยอัศวิน อิทธิ ชาติและโรส เขายิ้มออกอย่างโล่งใจ

    รัตนากรวิ่งเข้าไปในถ้ำ เห็นกาญจนานอนอยู่ก็เข้าไปจับตัวเรียก กาญจนาลุกพรวด ต่างจ้องหน้ากันนิ่งไปอึดใจ แล้วกาญจนาก็ถามขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้น รัตนากรมองน้องอย่างสำรวจอึกอักไม่ทันพูดอะไร กาญจนาหันไปทางหน้าถ้ำเห็นอัศวินเธอวิ่งผละไปกอดอัศวิน ส่วนนายองก็พรวดเข้ามากอดรัตนากร

    แม้รัตนากรจะคิดนิดๆว่าน้องไม่สนใจเราเลย

    นายองที่เป็นคนอื่นยังดีใจกว่าที่ได้เจอเรา แต่ก็ไม่ติดใจ

    อัศวินกับกาญจนาเดินออกไปนอกถ้ำ เขาพูดอย่างนึกออกว่า ที่แท้เพราะกาญจนาเจองูนี่เอง พี่สาวถึงหน้าซีดพึมพำ แต่ว่ายัยกาญ...ยัยกาญ พอถามก็บอกแต่ว่าไม่รู้...ต้องรีบไป อัศวินปรารภขึ้นว่า

    “ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องเป็นสิ่งที่พิเศษ กาญควรจะหายโกรธพี่รัตน์ได้แล้ว”

    “กาญจะพยายามค่ะ ขอเวลากาญอีกหน่อย”

    กาญจนาพยักหน้าอย่างรับฟัง อัศวินยิ้มให้อย่างพอใจ

    ค่ำแล้ว... ในถ้ำก่อกองไฟให้แสงสว่างและความอบอุ่น ทุกคนแยกย้ายกันนั่งพักตามอัธยาศัย

    ooooooo

    เฮนรี่บอกกับโจซิง เวจาง อังโซะและทีมงานว่า

    “ทีนี้ทุกคนคงเชื่อฝีมือพรานอองข่านแล้ว พายุมาจริงๆ” พูดพลางกวาดตามองทุกคนทำนองว่าพวกเอ็งต้องหัดฟังบ้าง โจซิงเอ่ยขึ้นว่า หวังว่าพวกกันคงไม่ตายด้วยพายุเสียก่อน

    “พรุ่งนี้ก็หยุด” พรานอองข่านพูดลอยๆ ทุกคนหันมองหน้ากัน

    “งั้นเราก็ตามพวกมันได้” โจซิงโพล่งขึ้น พูดแล้วเดินไปเดินมาอย่างหงุดหงิด พรานอองข่านพยักหน้า ยกแก้วกาแฟจิบอย่างไม่สนใจใคร โจซิงกับเฮนรี่สบตากัน โจซิงเดินออกไปอย่างเสียอารมณ์ พอเฮนรี่เดินตามมาเขาก็ระเบิดอารมณ์

    “ผมชักรำคาญให้พรานนั่นแล้วนะบอส น่าจะบอกเรื่องพายุว่าวันเดียวหยุด เล่นกั๊กแบบนี้เท่ากับพวกเราเหมือนอยู่ในกำมือ” เฮนรี่บอกว่าจะทำไงได้ พวกเราไม่มีใครรู้เส้นทาง “ไอ้เวจางแกะรอยเก่งอยู่แล้ว ยังไงก็ตามพวกมันได้ไม่ต้องใช้พราน”

    “เกิดพวกมันเป็นไข้ป่าตายกันหมด แล้วทิ้งแผนที่ไว้ให้เรา หรือว่าเราบังเอิญแย่งแผนที่ได้ ใครจะเป็นคนนำทาง?”

    ถูกเฮนนี่ถามแบบนี้ โจซิงก็เงียบไปอย่างจำนน

    ooooooo

    ค่ำวันเดียวกัน ภายในถ้ำที่พวกอัศวินพักแรมอยู่ อัศวินเดินเข้ามานั่งข้างๆ พรานเมิงเอ่ยขึ้นว่า

    “นับว่าเราหลบได้ทันท่วงที ต้องขอบใจพรานเมิง”

    “ผมดูแล้วคืนนี้น่าจะผ่านไปหมด น่าเสียดาย” พรานเมิงเอ่ย ทุกคนมองหน้าสงสัย นายองถามพ่อว่าเสียดายอะไร “ถ้าพายุมาสักสองสามวัน ไอ้พวกที่ตามเรามาคงถอย” รัตนากรถามว่าถ้าพายุหยุดพวกมันก็มาถึงที่นี่ได้? “ครับ หรือบางทีถ้าพวกมันบ้าพอ มันอาจฝ่าพายุมาก็ได้ เผลอๆพวกมันรู้ว่ามีถ้ำอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำไป”

    ทุกคนมองหน้ากันเครียด อัศวินบอกทุกคนว่า

    “ทุกคนพักผ่อนให้พอ พรุ่งนี้ต้องมีเรื่องให้ลุ้นกันอีก อิทธิคืนนี้นายอยู่ช่วยฉัน เปลี่ยนให้ทีมงานได้พัก”

    “ฉันอยู่ด้วย” โรสอาสา อิทธิมองปราด โรสยักไหล่อย่างไม่แยแส นายองก็มองโรสทำนองว่า...ยัยป้านี่ทำซ่า แต่อัศวินเอ่ยขอบคุณ

    โรสยักไหล่ทำท่าโอเค เธอมองอิทธิ ต่างสบตากันด้วยสายตาว่างเปล่า รัตนากรมองกาญจนากับวีรกิจ เห็นทั้งคู่ยังทำหน้าตุ่ยใส่กันอยู่

    ooooooo

    นายองบ่นโรสกับพรานเมิงผู้เป็นพ่อว่ายัยป้าทำซ่าอีกแล้ว ถูกพรานเมิงดุว่าชอบยุ่งกับคุณโรสเสียจริง

    “โธ่เอ๊ย...ทำเก่ง นายองก็เฝ้าได้...ใครๆก็เฝ้าได้”

    อัศวินเดินมาได้ยินแว่วๆถามนายองว่าบ่นอะไร นายองปดว่าบ่นพ่อแล้วลุกไป อัศวินเข้ามานั่งคุยกับพรานเมิง

    “เราต้องมีแผนรองรับ เผื่อพวกมันรู้จักถ้ำนี้อย่างที่พรานเมิงคาดการณ์” พรานเมิงบอกว่าตนจะเข้าไปดูด้านในเผื่อมีทางออกอีกด้าน “ดี...เนียนๆ อย่าให้คนอื่นตื่นเต้น” อัศวินย้ำ

    พอพรานเมิงลุกไป รัตนากรก็เดินเข้ามานั่งข้างๆ พูดเชิงถาม “แพลนบี?” อัศวินบอกว่ากำลังคิดอยู่แล้วเสนอว่า

    “พี่คิดว่า ขบวนเดินทางของเราใหญ่เกินไป ชักช้า ยากต่อการป้องกัน เราควรจะแยกขบวนออก” รัตนากรจะติง ถูกอัศวินขัดขึ้นว่า “พี่รู้ว่ารัตน์ห่วงยัยกาญ แต่แยกกันอาจทำให้ยัยกาญและทุกคนปลอดภัยขึ้น”

    รัตนากรคิดอึดใจเดียวก็พูดอย่างเข้าใจว่า แบ่งทีมออกเป็นสองทีม ทีมหนึ่งล่อให้หลงทางและอีกทีมหนึ่งก่อกวน บอกว่าน่าจะเวิร์ก จากนั้นอัศวินแจ้งแก่ทุกคนว่า

    “ผมกับคุณรัตนากรหนึ่งขบวน เพื่อคอยสกัดกั้นและล่อให้พวกมันออกนอกเส้นทาง คุณโรสกับคุณอิทธิหนึ่งขบวนเพื่อคอยก่อกวน สืบข่าว และประสานงานระหว่างทุกกลุ่มเนื่องจากชำนาญในการแกะรอย เดินทางได้คล่องตัวกว่าทุกคน ที่เหลือนำทางโดยพรานเมิงจนกว่าจะถึงจุดหมายที่หนึ่งตามกำหนดในแผนที่ มีคุณชาติเป็นผู้นำขบวน”

    ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย กาญจนาเสริมว่า หลังจากนั้นต้องมีแผนที่เพื่อกำหนดเส้นทางต่อไป อัศวินแจงว่า

    “เป็นหน้าที่ของคุณอิทธิและคุณโรสที่ต้องหาเราให้พบและนำคุณรัตนากรมาให้ถึงจุดนัดหมาย”

    ชาติเห็นด้วยว่าเป็นแผนที่ดีเพราะจะทำให้ขบวนใหญ่เดินทางได้สบายและปลอดภัยขึ้น ส่วนขบวนย่อยสองขบวนก็จะคล่องตัวขึ้นทั้งรับและรุก อัศวินสรุปแล้วประกาศให้ทำตามแผนนับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

    ooooooo

    อิทธิเดินมาหาโรสแสดงความเสียใจที่เธอต้องติดแหง็กอยู่กับตน โรสตอบอย่างไม่แยแสว่าหน้าที่ก็คือหน้าที่ไม่มีอะไรที่ต้องดีใจหรือเสียใจ

    โรสลุกเดินไปอย่างไม่ยี่หระ อิทธิมองไป เจอนายองเดินมาพอดี “ว่าไงนายอง”

    นายองบอกว่าตนแค่มาลาเผื่อหลงทางไม่ได้เจอกันอีก อิทธิเอามือยีหัวปลอบว่า “คิดมากน่า ต้องเจอสิ ถึงหลงพี่ก็ต้องหานายองให้เจอ” นายองยิ้มแป้น แต่พอหันมองไปทางโรสก็ทำหน้าหงิกใส่

    อิทธิกับโรสเดินมาหน้าถ้ำที่ทีมงานห้าคนแยกย้ายกันตามจุด บอกพวกเขาว่าให้ไปพักผ่อนกัน คืนนี้จะมีคนรับช่วงต่อถึงเช้า พอทีมงานแยกย้ายกันไป

    อิทธิกับโรสมองหน้ากัน โรสบงการ “ฉันระวังทางซ้าย คุณขวา” อิทธิโอเคทันที แต่พอแยกกัน อิทธิก็ทำเสียงล้อคำสั่งนั้นทำท่ามันเขี้ยวใส่

    ooooooo

    ชาติบาดเจ็บจากการดวลแต่ไม่อยากให้ใครรู้จะเป็นกังวล หมอนพดลขอดูแผลเห็นรอยมีดบาดตรงครึ่งหน้าท้องยาวมาทางสะโพก นพดลบอกว่าเดี๋ยวจะให้ยาแก้ปวดกินก่อน รอทุกคนหลับแล้วค่อยทำแผล

    แต่ระหว่างเอายาให้นั่นเอง รัตนากรเหลือบเห็น เธอคาดการณ์ออกแต่ทำเป็นไม่รู้เพื่อรักษาหน้าชาติไว้

    กาญจนาตรวจเส้นทางเดินต่อไป พอเสร็จลุกไปหาวีรกิจถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถูกตอบกวนๆว่าจะมาเลกเชอร์ตนอีกหรือ กาญจนายิ้มบอกว่าตนเป็นห่วง ยิ่งต่อจากนี้ไปทุกอย่างจะเริ่มเข้มข้นขึ้น

    “ผมว่าคุณกับพวกคุณทำให้ตัวเองอยู่ในอันตรายมากกว่า ผมเลยพลอยซวยไปด้วย แถมคุณรวมหัวกับพวกนั้นมาโกรธผม” วีรกิจพูดอย่างคับข้องใจ มองหน้ากาญจนาถามด้วยสายตาว่าตนพูดถูกไหม

    “โกรธน่ะมีบ้าง แต่กาญยังอยู่ข้างคุณเสมอ แต่คุณก็ทราบแล้วว่าเราไม่ได้มาท่องป่าปิกนิกกัน จากนี้ไปถ้าคุณก่อเรื่องให้คนอื่นเดือดร้อนอีก กาญจะเล่นงานคุณ”

    วีรกิจทำหน้าคาดไม่ถึง กาญจนายิ้มให้เครียดๆ แล้วลุกไป

    ooooooo

    อัศวินกับรัตนากรเดินมาหน้าถ้ำ อัศวินถามอิทธิว่าโรสล่ะ เขาบอกเห็นไม่มีอะไรเลยให้ไปพัก อัศวินบอกให้รัตนากรไปพักเสียตนอยู่เอง อิทธิบอกให้ไปทั้งสองคนนั่นแหละตนคอยระวังเอง ทั้งสองจึงกลับเข้าไปในถ้ำ

    อัศวินถามรัตนากรว่าอยู่ๆทำไมถึงเป็นคนมีญาณพิเศษรู้ว่ากาญจนามีอันตรายขึ้นมา รันตนากรเองก็ไม่รู้ เพราะเริ่มรู้สึกขึ้นมาทีละนิดแต่ไม่ได้คิดอะไร มาคราวนี้แรงมาก แปลกจริงๆ

    “คงเป็นเพราะที่นี่อันตรายรอบตัว รัตน์เป็นห่วงยัยกาญมากก็ได้” รัตนากรบอกว่าก็อาจเป็นได้ อัศวินจึงขอไปทักทายทีมงาน รัตนากรมองอัศวินที่ไปพูดคุยกับทีมงานอย่างชื่นชมในความมีน้ำใจของเขา

    ooooooo

    กาญจนาเดินไปหารัตนากรขอดูแผนที่ตรวจเส้นทางเพื่อความมั่นใจ รัตนากรปลดกระบอกแผนที่ส่งให้ ถามกาญจนาว่าทำไมไม่ลอกแผนที่ทั้งหมดเลยจะได้ไม่ต้องดูบ่อยๆไม่ต้องกลัวว่าจะขาดหรือเสียหาย

    “แผนที่ไม่ยอมค่ะ” กาญจนาบอก ชี้แจงว่า “คือกาญลองแล้ว แต่แผนที่เหมือนถูกอากาศนานไม่ได้เริ่มเปลี่ยนสี กาญเลยต้องรีบเก็บ ครั้งหนึ่งดูได้อย่างมาก 15 นาที ลอกได้ทีละส่วน เพิ่งได้แค่จุดหมายแรกเอง”

    รัตนากรติงว่าเกิดแผนที่หายก็ไปไม่ถึงสิ กาญจนาย้ำว่าเราไม่ควรให้ใครรู้ แต่อยู่กับรัตนากรไม่หายแน่ รัตนากรบอกกาญจนาว่า รู้สึกชาติจะได้แผลจากการดวลแทนคนของเรา กาญจนาจะไปดู รัตนากรเรียกไว้บอกว่าชาติคงไม่อยากให้ใครรู้ กาญจนาจึงเดินไปทางอื่น

    รัตนากรเอากระบอกแผนที่สะพายเก็บอย่างเดิม ไม่ทันสังเกตว่ากระบอกแผนที่มีแสงขึ้นมาวาบหนึ่งแล้วดับลง

    ooooooo

    คืนนี้ พรานเมิงกับพรานโก๊ะนั่งคุยกันอยู่ข้างกองไฟ เมื่อไฟใกล้มอดก็ใส่เพิ่มเข้าไปจนลุกโชนขึ้น พรานเมิงบอกว่าฟืนนี้น่าจะถึงเช้า ชวนไปนอนพักเอาแรงดีกว่า

    พรานโก๊ะสังหรณ์ใจว่าอาจะต้องตื่นก่อน พรานเมิงยิ้มให้บอกว่า “เอ็งคาดการณ์ได้ใกล้เคียงกับข้า”

    พอพรานเมิงกับพรานโก๊ะลุกไป กาญจนาก็ลุกขึ้น กองไฟสว่างทำให้เห็นทุกคนกำลังหลับอยู่ กาญจนาลุกไปหาชาติที่กินยาแล้วหลับอยู่ ชาตินึกว่าหมอนพดล พูดเสียงงัวเงียว่าตนไม่เป็นอะไรมาก

    “ดูก่อนดีกว่าค่ะ เพื่อความมั่นใจ” กาญจนาพูดเบาๆ ชาติลืมตาตกใจ กาญจนายิ้มให้ แล้วค่อยๆตรวจบาดแผลอย่างเบามือ ชาติจ้องหน้ากาญจนาจนเธอตรวจเสร็จเอามือแตะหน้าผากก็ไม่มีไข้ ยิ้มให้กำลังใจบอกให้นอนพักเสีย

    โรสออกไปหาอิทธิที่หน้าถ้ำบอกว่าถ้าเขาง่วงตนรับช่วงต่อได้ ทั้งสองพูดกันไม่กี่คำก็มีเสียงปืนดังขึ้น พอหันมองก็รู้ว่าเป็นฝีมือของอัศวิน ต่างรู้ว่าถูกบุกแล้ว และจากแสงฟ้าแลบเห็นพวกนั้นมากันนับสิบกระจายกำลังเต็มพื้นที่

    “คุณโรสบอกทุกคนให้ทำตามแผน” อัศวินบอก อิทธิโผล่มาสมทบ “มันรู้ว่าเราอยู่ที่นี่อย่างพรานเมิงว่าจริงๆ”

    รัตนากรเข้าไปในถ้ำบอกทุกคนให้ทำตามแผน พรานเมิงบอกให้ตามตนไป

    โรสไปคว้าเป้ของอิทธิมาวางไว้ตรงกองไฟรวมกับของตนตรวจความเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว

    อัศวิน รัตนากรและอิทธิยิงต้านพลางหลบเข้าไปในถ้ำ โรสกับอิทธิส่องไฟฉายเดินลึกเข้าไปในถ้ำ ส่วนอัศวินกับรัตนากรยิงต้านพวกมัน จนเสียงปืนเงียบไป ทั้งสองพักเอาแรงจนเช้าถูกมันบุกเข้ามาอีกแต่กระสุนของทั้งสองใกล้หมดจึงยิงออมมือ ช่วยกันเสิร์ฟระเบิดให้มันเป็นอาหารเช้าชุดพิเศษแทน

    ooooooo

    ที่เนินเขา เวจางคุยกับเฮนรี่ว่าพวกโจรไล่ต้อนพวกนั้นเข้าไปในถ้ำแล้ว เฮนรี่บอกว่าปล่อยให้พวกมันฆ่ากันไปก่อน

    “ข้าว่าถ้ำต้องมีทางออกด้านหลัง ป่านนี้พวกมันไปกันลิบแล้ว” พรานอองข่านบอก โจซิงฉุนกึกบ่นว่า

    บอกตอนนี้อย่าบอกดีกว่า “ข้าเพียงแต่เดา ถ้ำส่วนมาก มีทางเข้ากับทางออก พวกเอ็งอยากรอให้พวกมันฆ่ากันตายเองจะมาโทษข้าทำไม”

    เฮนรี่บอกให้พรานอองข่านนำทางไปหาพวกนั้น พอพรานอองข่านเดินนำไป โจซิงก็ชักปืนออกมา เฮนรี่บอกให้ใจเย็นๆเรามีพรานคนเดียว โจซิงจึงได้แต่จ้องจิกใส่พรานอองข่านระบายอารมณ์แทน

    ภายในถ้ำ อัศวินกับรัตนากรซุ่มยิงพวกโจรอยู่ อัศวินบอกว่าเอาแค่เจ็บก็พอ แต่เขาก็หวังว่าจะหยุดมันได้พักหนึ่ง

    พวกโจรรายงานหัวหน้ามันว่าทางเข้าด้านหน้าคือนรก มีแต่ตายกับตาย อีกคนเสนอให้ล้อมไว้ให้พวกมันตายในถ้ำ

    “เอาไฟสุมไล่พวกมันออกมา” หัวหน้าโจรสั่ง พวกสมุนต่างแยกย้ายกันไปปฏิบัติทันที

    ไม่นานควันไฟก็ลอยเข้าไปในถ้ำ อัศวินบอกรัตนากรว่ารออยู่ว่าเมื่อไหร่มันจะใช้วิธีนี้ แล้วทั้งสองก็ชวนกันเดินลึกเข้าไปในถ้ำ

    พวกโจรสุมไฟไล่ควันเข้าไปในถ้ำพักใหญ่ก็คาดว่าพวกในถ้ำคงตายกันหมดแล้ว หัวหน้าโจรสั่ง

    “ดับไฟก่อนเว้ย” พอสมุนช่วยกันดับไฟมันสั่ง “เข้าไปลากศพพวกมันออกมา!” แล้วมันก็เดินไปที่หน้าถ้ำ ครู่ใหญ่ลูกน้องออกมารายงานว่าพวกมันหนีเข้าไปตายกันข้างใน

    “ไอ้โง่! พวกมันออกไปกันตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เหลือไอ้สองตัวนี่ถ่วงเวลาพวกเรา” พวกสมุนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ถูกหัวหน้าตวาด “พวกเอ็งรออะไร” พวกสมุนจึงต่างบุกลึกเข้าไปในถ้ำ

    ooooooo

    รุ่งเช้า อัศวินกับรัตนากรก็ทะลุถ้ำออกไปถึงราวป่าแล้ว รัตนากรเห็นเครื่องหมายที่บากไว้ตามต้นไม้ อัศวินบอกว่าเราตามเครื่องหมายไป รัตนากรติงว่าไหนว่าเราจะล่อให้พวกมันห่างจากขบวนไง

    “ถูกต้อง พี่ให้พรานเมิงทำเครื่องหมายทิศตรงข้าม เรารู้กันแค่สองคน” รัตนากรถามว่าแล้วโรสกับอิทธิล่ะ? “คุณโรสกับคุณอิทธิแกะรอยเก่งทั้งคู่ จะเดินทางแยกกันหรือด้วยกันทิ้งรอยให้พวกที่ตามขบวนสับสน” รัตนากรถามว่ารู้กันแค่สามคนอีกแล้วใช่ไหม อัศวินยิ้มบอกว่า “บางอย่างไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนรู้”

    ที่เนินเขา เฮนรี่อ่านเกมออกบอกว่าพวกนั้นแยกออกเป็นสามกลุ่มนับว่ายังมีเชิง แล้วสั่งเวจางให้จัดคนตามแผนที่ไปชิงมาให้ได้ ตนกับคนที่เหลือจะตามขบวนใหญ่ไปเอง โจซิงถามว่าแล้วอีกสองคนล่ะ มันหมายถึงอัศวินกับรัตนากร

    “คงเป็นตัวล่อตัวชน เราไม่ต้องไปสนใจ ทำตามที่ผมบอก”

    โจซิงบอกให้จัดการพวกมันให้ได้แล้วรีบตามขบวนไป

    โจซิงกับเวจางจับมือกัน อังโซะเข้ามาจับด้วย เวจางเอ่ยขึ้นว่า

    “ระวังไอ้เฮนรี่ให้ดี ตอนแรกให้เราจัดการทุกอย่าง ตอนนี้ตามมาประกบ เอาโน่นเอานี่อ้างโน้นอ้างนี่”

    “ไม่ต้องห่วง ข้ารู้...เรื่องมากก็เชือดซะ เอ็งไปเอาแผนที่มาให้ได้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”

    ทั้งสามยิ้มให้กัน เวจางพยักหน้าให้ทีมงานสองคนแล้วมุ่งเข้าไปในป่า ทีมงานสองคนรีบตาม

    ooooooo

    พวกโจรมาเห็นต้นไม้ที่ทำเครื่องหมายไว้เป็นต้นเดียวกับที่อัศวินกับรัตนากรเห็น มันบอกลูกน้องว่าเป็นเครื่องหมายให้สองคนที่สกัดเราตามไป สมุนมันชี้ให้ดูอีกต้น หัวหน้าโจรพรวดไปดู แล้วสั่ง

    “รอยจางมาก...ใครจะคิดบัญชีกับไอ้สองคนมาทางนี้ ใครจะคิดบัญชีกับคนอื่นไปทางโน้น”

    พรานเมิงพาพวกชาติไปถึงราวป่าบอกว่าตรงนี้ทำเลดี ชาติให้หยุดพักสักครึ่งชั่วโมง วีรกิจตีรวนตามเคยบอกว่าพักครึ่งชั่วโมงหายใจยังไม่ทั่วท้องเลย

    แยกกันเดินแบบนี้พวกคนเก่งๆแยกไปหมดเหลือแต่พรานแก่สองคน กับเด็กผู้หญิงกับทีมงาน ถูกกาญจนาโต้และปรามว่า

    “พี่อัศวินมีประสบการณ์ทางด้านภารกิจมานักต่อนัก คุณไม่ต้องห่วงเรื่องอื่น แค่พยายามอย่าให้เกิดเรื่องก็พอ”

    วีรกิจเงียบไปอย่างไม่พอใจ

    รัตนากรกับอัศวินเดินมาที่ราวป่า อัศวินเอามีดกวัดแกว่งลิดกิ่งไม้ทิ้งร่องรอยหลอกล่อพวกเฮนรี่ พลันอัศวินก็กอดคอรัตนากรบอกว่ามีคนแอบตามดูเราอยู่ เจอตำแหน่งได้เปรียบค่อยลงมือ แล้วทำเป็นกอดคอกันเดินไปเป็นปกติ

    ชายสามคนลักษณะคล้ายพราน คนหนึ่งสูงวัยกว่าคนอื่นมีผ้าคาดปิดตาข้างหนึ่งเป็นข้างเดียวกับไอ้เคนพอดี ชายที่สูงอายุกว่ายกมือเป็นสัญญาณให้อีกสองคนตาม แล้วทั้งสามก็พรวดเข้าเอาปืนจ่ออัศวินถามว่าอีกคนอยู่ไหน

    “อยู่นี่” รัตนากรก้าวออกมาพร้อมปืนสองกระบอกสั่งพวกนั้นให้เอาปืนลงแล้วเธอก็โยนปืนให้อัศวินกระบอกหนึ่ง อัศวินกับรัตนากรจ้องชายสูงอายุ

    อัศวินอุทาน “เนตรนาคราช” ชายสูงอายุถามว่ารู้จักเนตรนาคราชได้ยังไง

    ชายคนนั้นแนะนำตัวเองว่าชื่อหิน บรรพบุรุษของตนติดตามหาเนตรนาคราชมาชั่วอายุคนแล้ว อัศวินถามว่าบรรพบุรุษของเขาเป็นฝ่ายที่เอามาครอบครองใช่ไหม หินรับว่าใช่ ขโมยมา ถามอัศวินว่าเปิดกระบอกแผนที่ได้ยังไง ทั้งสองบอกว่าไม่รู้อยู่ๆก็เปิดออกมาเอง

    “กระบอกแผนที่ถือว่าใช้เลือดของสองพี่น้องซึ่งเกิดวันเดือนเดียวกันแต่คนละปี ทั้งสองใช้เลือดผสานกันลงวิชาปลุกเสกไว้อย่างซับซ้อน อย่าคิดแม้แต่จะเปิดได้ ใครไม่คู่ควรครอบครองย่อมมีอันเป็นไป พวกเอ็งใครคนใดคนหนึ่งต้องมีบางอย่างที่ทำให้กระบอกแผนที่เปิดออก แต่พวกเอ็งจงระวังลือกันว่ากระบอกนี้เปิดได้เองแล้วก็ปิดได้เองเหมือนกัน”

    “เป็นไปได้ยังไง” รัตนากรมองหน้าอัศวินพึมพำ

    “ตำนานบอกว่าสองพี่น้องลงคาถาเหยียบดาวโจรไว้ ถ้าอยู่ในมือพวกโจรกระบอกจะปิดทันที กระบอกเปิดอยู่ในมือพวกเอ็ง อย่างน้อยพวกเอ็งไม่ใช่โจร” หินบอกว่า ถ้าไม่เอาเนตรนาคราชไปคืน ครบ 500 ปีพญานาคตื่นจากจำศีลจะมาทวงคืน ภัยพิบัติจะตกอยู่กับมวลมนุษย์ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของปีนี้พอดี”

    รัตนากรบอกว่ามีคนเคยบอกตนเช่นนี้เหมือนกัน หินฝากความหวังว่าพวกเธอจะทำสำเร็จ ชายฉกรรจ์สองคนเข้ามากระซิบอะไรบางอย่าง หินลุกพลางบอก

    “พวกที่ตามเอ็งสองคนมา ตั้งค่ายอยู่หลังเนินห่างจากที่นี่ไปห้ากิโล” อัศวินคาดว่าเป็นพวกชุมโจร หินแย้งว่า “ไม่น่าใช่ มันมีแค่สามคน”

    ooooooo

    อิทธิกับโรสถูกพวกโจรตามมา อิทธิบอกว่าให้พวกมันผ่านไม่ได้ แล้วแยกกันสกัด แต่ปรากฏว่า พวกโจรเดินเลี้ยวไปอีกทาง โรสสงสัยว่าพวกมันจะไปไหนกัน?

    โรสเดินแยกไปทันที อิทธิเดินตาม พลันก็ได้ยิน เสียงปืนหลายนัด ทั้งสองหยุดฟัง โรสชวนลองไปดูซิแล้วพรวดไปเลย อิทธิต้องรีบตาม

    เดินไปจนเจอหมู่บ้านป่าที่ถูกโจรปล้นและยิงชาวบ้านตาย พอชาวบ้านเห็นทั้งสองก็ร้องไห้อ้อนวอนว่าอย่าทำพวกตนเลย ชาวบ้านชายบอกว่าพวกโจรมาปล้นข้าวปลาอาหารและฆ่าพวกเรา

    “แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้” โรสแค้นพุ่งพรวดไปทันที อิทธิบอกชาวบ้านว่าพวกมันจะไม่กลับมาอีก แล้วรีบตามโรสไป

    โรสไปยืนขวางพวกโจรที่ราวป่าตะโกนด่าด้วยความแค้น

    “พวกแกมันเลว เก่งกับคนไม่มีทางสู้ นรกรอพวกแกอยู่”

    พวกโจรหัวเราะสาดปืนใส่โรสทันทีแต่โรสพุ่งหลบทัน อิทธิโผล่มาอีกด้าน ทั้งสองช่วยกันยิงจนโจรตายหมด

    ที่ราวป่าอีกด้าน พรานอองข่านบอกพวกเฮนรี่ว่าเสียงปืนมาจากทิศเหนือ แต่ก็เดินนำทางต่อไป เฮนรี่สั่งลูกน้องให้ทำเครื่องหมายไว้ด้วย โจซิงมองตามเฮนรี่แล้วสบตากับอังโซะพยักหน้าอย่างรู้กัน

    ขบวนที่พรานเมิงนำมาพักที่ราวป่าในตอนเย็น กาญจนาถามชาติว่าแผลเป็นอย่างไรบ้าง ชาติหวานกับเธอว่าไม่รู้สึกอะไรเลยสงสัยหายสนิทเพราะฝีมือเธอแน่ๆ

    นายองมาบอกชาติกับกาญจนาว่าพ่อให้มาตามทุกคนไปทางโน้น ชาติเชิญวีรกิจไปตามที่นายองบอก วีรกิจลุกพรวดไปอย่างไม่พอใจที่เห็นชาติกับกาญจนาคุยกัน จนกาญจนาต้องขอโทษชาติแทน

    ฝ่ายอัศวินกับรัตนากรพักอยู่ที่บ้านลุงหิน ลุงหินบอกให้พักให้สบายพรุ่งนี้จะส่งให้ไปอีกเส้นทางหนึ่ง ทั้งสองขอบคุณลุงหิน ลุงหินบอกว่าตนต้องขอบใจทั้งสองที่อาจจะทำให้ลูกหลานของตนพ้นจากคำสาปเคราะห์กรรม

    คืนเดียวกัน เฮนรี่เดินมาหาพรานอองข่านขณะหยุดพัก พรานอองข่านบอกว่า “พวกเอ็งกำลังค้นหาสิ่งที่มีอานุภาพยิ่งใหญ่” เฮนรี่หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นก็ไม่คุ้มเพราะตนลงทุนไปเยอะ พรานอองข่านพูดหน้าเครียดว่า

    “พวกเอ็งกำลังเดินเข้าสู่ไฟนรก”

    เฮนรี่ถามว่าถ้าคิดว่ากำลังเดินไปสู่ไฟนรกทำไมพรานถึงไป ไม่กลัวหรือ พรานอองข่านตอบทันทีว่า

    “ข้าแค่ต้องการเห็นให้เป็นบุญตา ไม่ได้มาขโมยเหมือนพวกเอ็ง” พูดแล้วลุกเดินออกไปไม่สนใจ

    ooooooo

    ลุงหินพาอัศวินและรัตนากรไปยังหุบเหวแห่งหนึ่งที่มีเชือกโยงยอดไม้สำหรับข้ามหุบเหวไปอีกฝั่ง ลุงหินบอกว่า

    “ข้ามเหวนี่ไปแล้วตัดขึ้นทางทิศตะวันออกจะเข้าใกล้ทิศทางของขบวนเดินทางตามที่เอ็งบอกข้า นี่คือหุบผาไปไม่กลับ คนที่เดินทางไปจะไม่ย้อนกลับมาทางนี้ แต่จะอ้อมกลับมายังหมู่บ้านอีกด้านหนึ่ง โหนไปแล้วจะส่งเชือกกลับมาให้คนที่มาส่งเพื่อให้คนต่อไปใช้ข้ามอีก”

    “พี่จะไปก่อนจะได้คอยรับ” อัศวินบอก รัตนากรถาม “เหรอคะ” แล้วคว้าเชือกโหนไปเลย ลุงหินชมว่านางนี่มันเก่ง รับเชือกที่รัตนากรส่งคืนมาบอกอัศวินว่า ระวังอย่าให้ขายหน้าล่ะ

    อัศวินโหนเชือกไป ทันใดเสียงปืนก็ดังขึ้น พวกเวจางพรวดเข้ามาเอาปืนจ่อ ลุงหินสั่งอัศวินกับรัตนากรให้ส่งแผนที่มาไม่งั้นไอ้แก่นี่ตาย! ลุงหินตะโกน “อย่า!!” เมื่อเวจางทวงแผนที่อีก ลุงหินตะโกน “ฆ่ามัน!!” แล้วลุงหินก็คว้าแขนคนที่คุมอยู่พาพุ่งลงเหวไปด้วยกัน อัศวินบอกรัตนากรให้ไปตามทางที่ลุงหินบอกก่อน ตนจะตามเวจางไป

    อัศวินยิงเวจางเข้าเต็มอก มันล้มดิ้นร้องครวญคราง บอกให้ช่วยจบด้วย อัศวินจึงเอาปืนของมันไปไว้ข้างตัว แล้วผละไป จึงรู้ว่าตัวเองก็ถูกยิง โชคดีที่กระสุนทะลุร่างไป

    หัวหน้าโจรได้ยินเสียงปืน มันนำลูกน้องมาเจอเวจางยิงหัวตัวเองหน้าเละจนจำไม่ได้ มันเห็นรอยเลือดหยด สั่งลูกน้องให้ตามไปจนถึงราวป่าหน้าหุบเหว

    อัศวินวิ่งไปจนถึงต้นไม้ที่ผูกเชือกไว้ แต่โจรตามมายิงใส่กิ่งไม้ใบไม้กระจุย อัศวินตัดสินใจพุ่งไปคว้าเชือกโหนไปกลายเป็นเป้านิ่งกลางอากาศให้พวกโจรที่วิ่งตามมาทัน มันเล็งปืนไปยังร่างอัศวินที่กลายเป็นเป้านิ่งอย่างเลือดเย็น

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:26 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์