นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เนตรนาคราช

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ค่ำแล้ว กองไฟถูกก่อขึ้นตรงกลางลาน ทีมงานแบ่งกำลังกันเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆเพื่อความไม่ประมาท ส่วนที่เหลือชุมนุมกันอยู่รอบกองไฟ

    พวกทีมงานมีการเล่นขว้างมีดปักเสาส่งเสียงเฮฮา ชาติกับอิทธิเป็นตัวตั้งตัวตี หมอนพดลรวมกลุ่ม

    อยู่ด้วย รัตนากรเดินเข้ามาเมียงมอง พอรู้ว่ามีกิจกรรม

    สนุกๆก็สนใจ เธอขอยืนดูแต่อิทธิไม่ยอม อยากดวลขว้างมีดกับสาวสวย นพดลเชียร์รัตนากรให้โชว์ฝีมือ ชาติก็ร่วมด้วยช่วยกันยุ ถามอิทธิว่าถ้าเธอชนะเขาจะว่ายังไง

    “ผมยอมเป็นทาสรับใช้ของคุณรัตนากรเป็นเวลาสองวัน”

    เสียงเฮดังลั่น อยากดูฝีมือรัตนากรจนเธอไม่กล้าขัดใจ ก้าวออกมาถามอิทธิว่าถ้าตนแพ้ต้องเป็นทาสของเขากี่วัน

    “ถ้าคุณรัตนากรแพ้ แค่หอมแก้มผมฟอดเดียวพอครับ”

    เสียงเฮและเสียงปรบมือดังเกรียวกราว ชาติถามยิ้มๆ “ว่าไงครับคุณรัตนากร จะทำให้หัวใจของพวกเราชุ่มชื่นกันได้ไหมครับ”

    “ด้วยความยินดี”

    เสียงพวกทีมงานเฮฮายกใหญ่ ได้ยินไปถึงกาญจนาที่อยู่กับวีรกิจและอัศวิน เธอสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นทางโน้น อัศวินคาดว่าทีมงานคงสนุกกันนิดหน่อย วีรกิจได้ทีบ่นว่า เสียงดังแบบนี้ทำไมไม่มีใครว่า

    “เพราะสายของเรารายงานพวกมันตั้งแคมป์ห่างออกไปอย่างน้อยห้ากิโลและไม่จำเป็นต้องตามหาพวกเราจนกว่าจะเช้า”

    วีรกิจเงียบลงได้ ในที่สุดเดินกลับเข้าไปในบ้าน กาญจนาถอนใจก่อนขอโทษอัศวินที่ตนตัดสินใจผิดให้วีรกิจมาด้วย

    “แล้วไปแล้ว อย่าคิดมาก...เราเดินไปดูกันหน่อยดีไหม จะได้ไม่เบื่อ”

    “พี่อัศวินไปเถอะค่ะ กาญจะอยู่เป็นเพื่อนคุณวีรกิจสักหน่อย จะได้คุยกันให้รู้เรื่องด้วย”

    “เบาๆมือหน่อยนะ” อัศวินกระเซ้ายิ้มๆแล้วแยกตัวไป

    ที่ลานรอบกองไฟ ชาติบอกกล่าวกติกาง่ายๆว่าผู้แข่งขันต้องขว้างมีดให้ตรงผ้าที่มัดไว้กับต้นไม้ รัตนากรเข้าใจแต่อยากรู้ว่าการเป็นทาสต้องทำอะไรบ้าง

    “สารพัดครับ เช่น เอาเสื้อผ้าไปซัก เอาปืนไปทำความสะอาด บริการอาหารการกิน ทาสสุดๆครับ”

    รัตนากรยิ้มบางๆ แล้วแกล้งขว้างมีดไม่โดนเป้า อิทธิจึงเป็นฝ่ายชนะ แต่จู่ๆก็มีมีดสั้นอีกเล่มพุ่งเข้ามาปักกลางบริเวณผ้าอย่างแม่นยำ

    ฝีมืออัศวินนั่นเอง ทุกคนหันขวับไปมอง...ชาติพูดยิ้มๆว่า “รู้สึกว่าเราจะมีผู้ชนะคนใหม่ซะแล้ว”

    อัศวินไม่ทำอย่างนั้นแน่ เพราะไม่ได้อยู่ในกติกาตั้งแต่แรก ดังนั้นชาติจึงสรุปว่าอิทธิเป็นผู้ชนะ เสียงเชียร์ให้รัตนากรหอมแก้มอิทธิเลยดังระงม

    รัตนากรชำเลืองมองอัศวินเล็กน้อย เห็นเขาพยักหน้าอนุญาตจึงหอมแก้มอิทธิหนึ่งฟอดแล้วถอยออกมาเดินควงแขนอัศวินออกจากกลุ่มไปทางบ้านพัก

    “รัตน์ทำได้ดี ที่ออมมือให้อิทธิ”

    “คุณอิทธิออมมือให้รัตน์ก่อนต่างหาก”

    “อืมใช่...อิทธิมันไม่ใช้ฝีมือหลอกให้สาวหอมแก้มหรอก”

    “แต่ก็ขอบใจพี่อัศวินที่อุตส่าห์โชว์ฝีมือหวงน้องสาว คงไม่ว่าที่รัตน์ไปหอมชายหนุ่ม”

    “พี่จะมีสิทธิ์ไปว่าอะไร”

    “พี่มีสิทธิ์อยู่แล้ว อยู่ที่ว่าพี่จะใช้สิทธิ์หรือเปล่า”

    อัศวินจ้องสบตารัตนากร คิดว่าสิทธิ์คือความเป็นพี่...รัตนากรเลยแกล้งทำหน้าล้อ ควงแขนเขาเดินต่อไปยังบ้านพัก แต่อัศวินเปลี่ยนใจไม่เข้าบ้านขอออกไป ตรวจดูความเรียบร้อย ให้เธอไปพักผ่อนก่อนได้เลย

    รัตนากรอิดออดเล็กน้อยก่อนบอกกู๊ดไนต์แต่ยังไม่ขยับไปไหน บ่นอุบอิบในคอว่า “มัวแต่ใช้สิทธิ์ของความเป็นพี่ ไม่รู้จักใช้สิทธิ์อย่างอื่นก็ช่วยไม่ได้”

    อัศวินเดินห่างออกมาแล้วหันไปเห็น “อ้าวยังไม่ไปนอนอีก”

    “ไปแล้วค่ะ”

    อัศวินยิ้มขำ ยังไม่รู้เรื่องว่ารัตนากรรู้ความในใจของตนแล้ว...ขณะเดินตรวจตรากราดสายตาไปรอบๆ อัศวินเห็นกาญจนาเดินวนเวียนอยู่ไม่ไกล เขาเดินเข้าไปทักถามคิดว่านอนไม่หลับ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจให้บอกมา

    “ทุกอย่างค่ะ อยู่ๆกระบอกทองเหลืองใส่แผนที่ก็เปิดออกได้เองโดยไม่มีสาเหตุ การเดินทางครั้งนี้ดูลึกลับไปหมด”

    “อืม...คิดว่าคุณพ่อช่วยก็แล้วกัน”

    “หวังว่าเป็นอย่างนั้น แต่กาญไม่ชอบเลย ก้าวไปข้างหน้าโดยยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน”

    อัศวินยิ้มให้กำลังใจพลางเอามือเข้ามาโอบไหล่กาญจนาไว้ “พี่เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาคำตอบต่างๆก็จะเฉลยออกมาเอง สู้ๆ”

    “มีพี่อัศวินอยู่นี่ทั้งคนกาญสู้อยู่แล้วค่ะ”

    อัศวินย้ำเตือนว่าเธอยังมีพี่รัตน์อีกคน กาญจนาชะงักแล้วฝืนยิ้ม ไม่พูดอะไรอีกนอกจากกู๊ดไนต์แล้วเดินกลับไป

    ชาติโผล่มาเงียบๆ อัศวินตกใจเกือบสาดกระสุนออกไป ดีที่ยั้งไว้ทัน ชาติแสดงความเห็นเรื่องสองพี่น้องว่า

    “คุณกาญโกรธคุณรัตน์ก็ไม่ถูก เป็นเรื่องสุดวิสัย แต่ก็น่าเห็นใจคุณกาญ”

    “พูดถึงเรื่องยัยกาญ ฉันมีเรื่องจะขอร้องนาย”

    “ว่ามาเพื่อน”

    “ฉันอยากให้นายคอยจับตาดู อย่าให้อะไรเกิดขึ้นกับยัยกาญ”

    “ฉันก็ดูแลทุกคนอยู่แล้ว นายไม่ต้องห่วง”

    “ฉันรู้ แต่ฉันหมายถึงยัยกาญเป็นพิเศษ”

    ชาติอึกอักนึกว่าอัศวินจับไต๋ได้ว่าตนสนใจกาญจนา

    “ฉันกับคุณรัตน์ห่วงยัยกาญ พวกมันแต่ละคนมีฝีมือร้ายกาจ กลัวว่าถ้าติดพันนัวเนียแล้วจะไม่ทันการณ์ถ้าแกกับซามูคอยประกบยัยกาญเป็นพิเศษฉันจะ ขอบใจมาก”

    “อ๋อ...ได้เลยเพื่อน”

    อัศวินยิ้มสบายใจ ตบไหล่ชาติแล้วเดินออกไป

    ชาติโล่งอก แต่แล้วมีอาการชะงัก สีหน้าระแวดระวังก่อน ร้องบอก

    “แกไม่รีบโผล่มาฉันยิงหัวแน่”

    อิทธิยิ้มแหะๆปรากฏตัวออกมาแซวว่า “อย่างนี้เค้าเรียกว่าสวรรค์เป็นใจ”

    “แอบฟังคนอื่นเสียมารยาท”

    “ฉันกลับเข้ามาจากลาดตระเวน ได้ยินโดยบังเอิญน่ะเพื่อน จะโผล่มาตอนนั้นกลัวว่านายจะเขินหนักถูกอัศวินมันอ่านใจออก นายต้องขอบใจฉันถึงจะถูก”

    “เออๆ ข้างนอกเป็นไง”

    “ข้างนอกเรียบร้อยดี แล้วข้างใน...ของแกเป็นยังไง” อิทธิตบตรงหัวใจ แกล้งแหย่ชาติอีกจนได้

    ooooooo

    คืนนั้นรัตนากรฝันเรื่องราวเกี่ยวกับเนตรนาคราชแต่เช้ามาไม่ยอมเล่าให้ใครฟังแม้แต่อัศวิน

    พระอาทิตย์สาดแสง ขบวนรถวิ่งเรียงกันไปตามเส้นทางในป่า จนกระทั่งออกมาถึงเส้นทางถนน ชาติยกมือส่งสัญญาณให้ขบวนหยุด

    ซามูยืนอยู่ตรงหน้าวิ่งเข้ามาทำมือทำไม้รายงานก่อนหันกลับเข้าป่าไปอีกด้วยความเร็ว ชาติลงจากรถเดินมาที่รถอัศวิน ถ่ายทอดการบอกเล่าของซามูว่า

    “พวกมันตั้งขบวนรอเราแต่เช้า อยู่ข้างหลังประมาณสามกิโล”

    “โอเค ให้พวกมันตามมา”

    “ซามูคอยดูอยู่ ถ้าใกล้มากกว่านี้มันจะเข้ามารายงาน”

    “ผมสงสัย คนของคุณจะวิ่งตามรถมารายงานได้ทันหรือเปล่า”

    ชาติเหล่มองวีรกิจ แต่พอเห็นสีหน้ากาญจนาเลยตอบดีๆว่า

    “ซามูไม่ได้วิ่งตามรถครับ รถเราต้องวิ่งตามทาง ซามูวิ่งตัดเข้าป่าร่นระยะทาง ทันแน่นอนครับ”

    “ขอบคุณค่ะคุณชาติ กาญก็สงสัยเหมือนกัน”

    ชาติยิ้มให้กาญจนาแล้วมองเลยไปยังอัศวินกับรัตนากรที่พยักหน้าเป็นเชิงขอบใจที่รักษาความรู้สึกของกาญจนา...

    คณะของโจซิงรู้เห็นแล้วว่าคณะของอัศวินกำลังออกเดินทาง พอดีเฮนรี่ติดต่อเข้ามาด้วยเครื่องมือล้ำสมัย พูดคุยกับโจซิงติดตามความเคลื่อนไหว

    “เราตามขบวนของมันห่างๆ ตอนนี้ให้มันนำทางไปก่อน”

    “ฉันได้พรานชำนาญทางมาแล้ว จะมาเจอกับนายที่จุดเชื่อมต่อ ตอนนี้ถ้ามีโอกาสชิงแผนที่ได้เลย อยากได้อะไรเพิ่มเติมแจ้งมา กำลังคน อาวุธ ได้ทั้งนั้น”

    “กำลังของผมแค่นี้เหลือเฟือ จัดการกับพวกมันได้”

    “อย่าประมาท พวกนั้นก็มีฝีมือ แล้วก็ไม่ใช่มีเราพวกเดียวที่จ้องตะครุบเนตรนาคราช”

    “ไม่ต้องห่วงน่า”

    “จำไว้ ลูกสาวสองคนของ ดร.มานพต้องไม่ได้รับอันตราย สองคนนั่นรู้คำตอบเกี่ยวกับเนตรนาคราชมากกว่าทุกคน”

    โจซิงวางสายยักไหล่ไม่สนคำเตือนของเฮนรี่ ส่งวิทยุคืนให้ทีมงานแล้วสั่งเวจางให้เคลื่อนขบวน

    ooooooo

    บนเนินดิน อัศวินส่องกล้องกราดดูขบวนศัตรู โดยมีชาติกับอิทธิยืนอยู่ใกล้ๆ ขบวนของโจซิงวิ่งตะบึงเข้ามาแต่ไกล

    “พวกมันเข้าใกล้ผิดปกติ แบบนี้ท่าทางมันจะเล่นงาน พวกเรา”

    “เราเดินทางเร็วที่สุดแล้วเร่งยังไงก็คงไม่พ้น”

    “ฉันว่าหาที่เหมาะๆรอคุยกับพวกมันเลยดีกว่า” อิทธิเสนอขึ้นมา อัศวินตกลงตามนั้น เตรียมรับมือพวกมันกันให้ดี

    จากนั้นไม่นานสามสหายเดินออกจากแนวป่า ขบวนรถและทุกคนจอดพักกินข้าวกลางวัน

    “บอกแค่ทีมงานของเราให้เตรียมตัว คนอื่นยังไม่ต้อง” อัศวินกำชับเพื่อนๆแล้วเดินไปยังกลุ่มรัตนากร บอกทุกคนว่าพวกมันยังตามอยู่ แต่ยังอยู่ในระยะปลอดภัย

    รัตนากรจับพิรุธอัศวินได้ คาดคั้นเขาเป็นการใหญ่ขณะอยู่กันเพียงสองคน อัศวินจนมุมต้องยอมบอกว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี พวกมันคงเปลี่ยนแผนใหม่ใกล้เข้ามาผิดปกติ เราต้องเตรียมพร้อมตั้งรับกับพวกมัน

    “พวกมันคิดจะชิงแผนที่”

    อัศวินพยักหน้า รัตนากรสีหน้าเคร่งเครียด มือจับสายสะพายกระบอกแผนที่ขยับให้เข้าที่แน่นหนา...

    ทางด้านโรสกับวรชัย สองพี่น้องเดินทางมาพบกันแล้วที่สามเหลี่ยมทองคำ วรชัยมีข้อมูลเกี่ยวกับเคนเล่าสู่ให้น้องสาวฟัง

    “สายบอกว่ามันกลับมาแล้ว แต่พี่ไม่เชื่อว่ามันจะบอกอะไรตอนนี้ ไอ้นี่มันฉลาด มันแค่รอ พอได้จังหวะก็ฉวยโอกาส”

    “ตอนนี้ขบวนของ ดร.กาญจนาถึงไหนแล้วคะ”

    “ยังไม่ถึงครึ่งทาง ยังไงก็ตามทุกขบวนต้องมาเริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อตรงชายแดนหมู่บ้านชุมโจร”

    “จุดเริ่มต้นของตำนานเนตรนาคราช”

    “พรุ่งนี้พี่จะส่งโรสไปดักขบวนเดินทาง คอยดูช่วยเหลือ ดร.กาญจนา”

    “ได้ค่ะ”

    “ตอนนี้กำลังของเรากระจายรออยู่ทุกจุดคอยช่วยขบวนของ ดร.กาญจนาอยู่แล้ว แต่ไม่มีการปะทะกับศัตรู โรสไปทางไหนก็จะเจอคนของเรา ส่วนพี่จะไปดักรอที่หมู่บ้านชุมโจร”

    “งั้นตกลงตามนี้ โรสว่าจะออกไปทักทายกับไอ้เคนแก้เซ็งซะหน่อย”

    “ระวังตัวด้วย”

    “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ไอ้เคนมันไม่กล้าทำอะไรโรสหรอก” โรสกล่าวทิ้งท้าย ท่าทางอยากยืดเส้นยืดสายตามสไตล์สาวนักบู๊

    ooooooo

    เคนปลื้มโรสมานานแต่ไม่สมหวังสักที ด้วยฝีมือเก่งกาจเหนือชายของเธอทำให้เขาเข้าไม่ถึง เจอกันทีไรมีแต่จะทะเลาะและต่อยตีเพราะเคนนิสัยไม่ดี ชอบกร่างและซ่องสุมสมุนทำแต่เรื่องแย่ๆอยู่ร่ำไป

    บ่ายนี้เจอโรสที่บาร์ เคนทำท่าจะแทะโลมแต่โรสไม่เล่นด้วย แถมยังโชว์ฝีมือเตะต่อยใส่สมุนเคนจนปากคอแตกก่อนจากมาอย่างสบายใจ เคนไม่โกรธ ซ้ำยังเตือนสมุนให้ทำตัวดีๆ เผื่อน้องโรสจะเห็นใจตนบ้าง

    ด้านคณะของอัศวินในป่า ยามนี้พวกโจซิงติดตามใกล้เข้ามาทุกที...ที่สุดอัศวินกับรัตนากรก็ยอมเผชิญหน้า โดยให้คนอื่นๆแยกไปอีกทาง กำชับให้ชาติดูแลกาญจนาดีๆ แล้วไปเจอกันยังจุดนัดพบ ฝ่ายโจซิงก็กำชับสมุนให้จับเป็นผู้หญิงสองคนลูกสาวของ ดร.มานพ โดยแบ่งสมุนเป็นสองทีมแยกย้ายกันทำงาน

    การปะทะกันเริ่มขึ้นในเวลาถัดมา พวกชาติต่อสู้กับสมุนโจซิงและมีลูกทีมของชาติถูกยิงตาย วีรกิจกลัวเป็นบ้าตำหนิชาติยกใหญ่ทั้งที่เขาไม่ผิด กาญจนาเลยต้องปรามแฟนหนุ่มแล้วแสดงความเสียใจกับชาติที่สูญเสียลูกน้องไปหนึ่งคน

    อีกด้านหนึ่ง อัศวินกับรัตนากรเผชิญหน้ากับโจซิงและอังโซะ รัตนากรเพิ่งเล่าให้อัศวินฟังว่าตนกับอังโซะเคยร่วมฝึกภารกิจในอเมริกาด้วยกัน โจซิงต้องการแผนที่ที่อยู่กับรัตนากร แต่ไม่ง่ายอย่างใจคิด เธอและอัศวินต่อสู้เพื่อปกป้องแผนที่ พร้อมกันนี้ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์เกือบสิบคนซึ่งมีอาวุธครบมือให้ความช่วยเหลือ พวกโจซิงเลยต้องล่าถอยไปด้วยความเจ็บใจ

    ชายฉกรรจ์ไม่เผยตัว ช่วยเหลือแล้วหนีหายไปทันที รัตนากรเบาใจ เชื่อว่าอย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ใช่ศัตรู!

    ooooooo

    ตกเย็น ทีมของชาติเลือกจุดหยุดพักในทำเลที่เหมาะสมให้ทุกคนพักผ่อนตามอัธยาศัยแต่ไม่ลืมย้ำให้ระวังตัว อยู่จุดไหนต้องไม่ประมาท อย่าออกนอกเขตทีมงานเป็นดีที่สุด

    วีรกิจไม่พอใจ ทราบดีว่าชาติแขวะตน แต่เห็นแก่กาญจนาก็เลยยอมสงบปาก แต่พอตกดึกเห็นชาติคุยกับกาญจนาสองต่อสอง วีรกิจไม่เก็บอาการ เดินเข้ามาแทรกและเขม่นชาติอย่างเปิดเผย

    ชาติไม่อยากพูดมาก บอกให้ทั้งคู่ไปนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางกันอีกไกล ที่สำคัญเป็นการเดินเท้าเพราะเส้นทางที่จะไปรถเข้าไม่ถึง

    เช้าขึ้น ทุกคนเตรียมตัวเดินทางต่อ ยกเว้นหมอนพดลที่ยังนอนตัวแข็งใต้ผ่าห่มเพราะมีงูตัวเขื่องอยู่ด้วยจนไม่กล้าขยับเขยื้อน ชาติตัดสินใจกระชากผ้าห่มออกแล้วให้กาญจนายิงงู แต่วีรกิจใจร้อนจนเสียเรื่อง ชิงยิงงูแต่ไม่ถูก งูเลยฉกแขนหมอนพดลเข้าเต็มๆ ก่อนมันจะโดนกาญจนายิงกระเด็นไป

    กาญจนารีบเอาเข็มขัดรัดเหนือแขนให้หมอ ส่วนชาติรีบไปหาซามูเพื่อหาพรานงูสักคนมารักษาหมอนพดล

    ซามูซุ่มจับตาพวกเวจางอยู่ห่างๆ ชาติตามมาเจอแล้วส่งซิกให้ซามูถอยออกมาก่อนจะบอกเล่าเรื่องหมอนพดลโดนงูกัด แล้วให้ซามูไปตามคนมารักษา ส่วนตนจะหาทางขโมยรถจี๊ปของพวกเวจางมาใช้แทนรถของตนที่โดนยิงจนสตาร์ตไม่ติด

    อิทธิกับลูกทีมซึ่งแยกไปอีกกลุ่มเดินทางมาเจอชาติ สงสัยทำไมยังวนเวียนอยู่แถวนี้แต่ไม่ได้เข้าไปทักทาย ต่างคนต่างแยกกันตามแผนเดิม ชาติจับตาฝ่ายตรงข้ามที่กำลังรวมพลยังจุดนัดพบของพวกมัน โจซิงกับอังโซะมาถึงกวาดตามองสมุนของตนที่เหลือน้อยกว่าเดิมเกือบครึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

    “พวกมันมีฝีมือใช้ได้ แต่ปัญหาก็คือมีกำลังคนลึกลับโผล่มา ข้าจึงตัดสินใจหยุดตามพวกมัน” เวจางรายงาน

    “ข้าก็เจอเหมือนกัน เจ้าตัดสินใจถูกต้องแล้ว เรายังไม่รู้ว่าศัตรูคือใคร มีคนรู้เรื่องการเดินทางครั้งนี้มากเกินคาด”

    “คนของเราสูญเสียไปมาก”

    “เชื่อมต่อการสื่อสาร” โจซิงออกคำสั่ง...หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้คุยกับเฮนรี่ ขอให้เขาส่งกำลังเสริมมาโดยเร็ว

    “เราบอกท่านแล้วว่าอย่าประมาท”

    “ท่านจะส่งคนมาได้เมื่อไหร่”

    “ภายใน 24 ชั่วโมง ฮ.จะพาหน่วยเสริมไปโรยตัวพร้อมสัมภาระที่นั่น”

    “เราจะส่งพิกัดตำแหน่งไปให้ท่าน”

    “แบ่งกำลังออกเป็นสองขบวน ขบวนใหญ่ตามไปเรื่อยๆไม่ต้องลงมือให้เสียกำลังคน ขบวนเล็กคอยจู่โจมยามเผลอชิงแผนที่มาให้ได้”

    “รับทราบ”

    “อย่าให้พลาดอีก” เฮนรี่สำทับเสียงแข็ง พอวางสายก็บ่นอุบว่าพวกนี้ไว้ใจไม่ได้ เอะอะก็ขอเพิ่มลูกเดียว...

    ส่วนเวจางหายไปครู่หนึ่งก็กลับมารายงานโจซิงกับอังโซะว่า

    “หน่วยของเรากลับมารายงานว่าพวกมันกลุ่มหนึ่งยังไม่เคลื่อนย้ายออกไป มีผู้หญิงเป้าหมายอยู่ด้วยหนึ่งคน จะส่งคนไปดูไหมครับ”

    “แปลก พวกมันจะอยู่ทำไม”

    “บาดเจ็บ รถเสีย หรือหลอกให้เราเขว ทุกอย่างเป็นไปได้”

    “รอกำลังคนเพิ่มก่อนดีกว่า ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องตามพวกมันตอนนี้”

    เวจางพยักหน้าแล้วถอยกลับออกไป...ชาติสังเกตการณ์อยู่ เห็นเวจางคุยกับลูกทีมก่อนแยกย้ายกันพักผ่อน ทำให้คาดเดาได้ว่าพวกมันคงรอกำลังเสริม ซึ่งชาติหวังว่าซามูคงจะพาคนไปถึงหมอนพดลได้ก่อนที่พวกมันจะพร้อมเดินทาง

    ซามูมาถึงแล้วจริงๆ เขามาพร้อมพรานโก๊ะพอรู้ว่านพดลถูกงูเห่าดงกัด พรานบอกทันทีว่าพิษมันร้ายมาก ใครถูกกัดตายทุกราย กาญจนาตกใจถามพรานว่าช่วยได้ไหม

    “ได้...แต่ก็ต้องทำใจ”

    คำตอบพรานโก๊ะทำให้หลายคนไม่สบายใจ พรานหยิบอะไรในย่ามมาเคี้ยวเล่นหน้าตาเฉยแล้วถุยสิ่งที่เคี้ยวใส่มือโปะไปบนแผลของนพดล พลางกราดสายตาไปมา สั่งให้กาญจนาเอามือกดไว้ ตนจะไปฉี่

    กาญจนากระอักกระอ่วนและขยะแขยงแต่หมดทางเลี่ยง หมอนพดลบาดเจ็บแต่ก็อดขำไม่ได้

    “เฮ้อ...ก่อนจะตายได้หัวเราะนี่ถือว่าสุดยอด คนหนึ่งก็ใบ้ อีกคนก็โก๊ะ”

    “ผมว่าบ้ากันทั้งนั้น” วีรกิจโพล่งขึ้นมาอย่างหงุดหงิด

    พรานโก๊ะกลับมาพร้อมกล้วยหนึ่งเครือและใบตอง ลงนั่งแล้วบอกให้กาญจนาเอามือออกจากแผล เขาใช้ใบตองพันรอบแผล กาญจนาพอจะเข้าใจรีบไปที่เป้ของตนรื้อเอาผ้าพันแผลออกมาม้วนหนึ่ง

    “เอ้า...มัดเลย”

    กาญจนาเอาผ้าพันแผลพันใบตองอย่างรวดเร็ว แล้วขอยืมมีดจากวีรกิจมาตัดผ้าเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

    “จะได้ผลไหมพี่พราน”

    “ถ้าอีกครึ่งชั่วโมงยังไม่ตายก็รอด”

    ตอบแล้วพรานโก๊ะลุกออกไป นพดลยิ้มขำ กาญจนาเบาใจ อย่างน้อยพี่หมอของตนก็ยังหัวเราะได้ ต่างจากวีรกิจดูจะอารมณ์เสีย หน้าตาบูดบึ้งบอกบุญไม่รับ

    ooooooo

    ชาติยังคงเฝ้าจับตาพวกโจซิง สักครู่ได้ยินเสียงนกร้องที่ซามูส่งสัญญาณ ชาติถอยออกมาพบซามู ซักถามว่าเขาพาใครไปรักษาหมอนพดล

    “พรานสารพัด” ชาติตีความได้อย่างนั้น แล้วก็ทำหน้างงๆ “แปลว่าอะไรวะ พรานสารพัด”

    ซามูยักไหล่แบมือ ประมาณว่าหาได้แค่นี้ ชาติหน้ายุ่งบ่นอุบ

    “ป่านนี้คุณกาญคงคิดว่าข้าบ้าที่พาเอ็งมา”

    ซามูยิ้มทะเล้น ทำมือประกบกันเป็นรูปหัวใจอย่างรู้ทันความรู้สึกนึกคิดของชาติ

    “เอ็งอย่าทะลึ่ง”

    ซามูยิ้มย่องและตบมือชอบใจ ชาติชี้หน้าคาดโทษ แต่แล้วรีบส่งสัญญาณให้ซามูนิ่งเงียบเพราะมีกำลังคนเคลื่อนตัวโอบล้อมพื้นที่ด้านหน้า

    เวจางนั่นเอง! เขานำลูกทีมเข้ามาเผชิญหน้าและต่อสู้กับชาติและซามู...ที่สุดเวจางมีกำลังคนมากกว่าจึงควบคุมตัวชาติและซามูไว้ได้ แต่อีกไม่นานอิทธิก็ตะบึงรถมาช่วยทั้งคู่หนีไปได้อย่างง่ายดาย

    เวจางเดินหน้าเสียเข้ามาหาโจซิงกับอังโซะรายงานว่ามีคนมาช่วยพวกมันไป โจซิงไม่ว่าอะไรเวจางสักคำให้ถือว่าเป็นการออกกำลังกาย เราต้องรอหน่วยเสริมอยู่ดียังไงพวกมันก็หนีไม่พ้นมือเรา

    ด้านอิทธิที่ช่วยชาติกับซามูหนีมาได้ สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเขายังอยู่แถวนี้

    “พี่หมอถูกงูกัด เป้ของพี่หมออยู่ในรถแก แถมรถฉันถูกยิงถังน้ำมันรั่วอีกเลยติดแหง็ก”

    “นายโชคดีที่ฉันเห็นนายโผล่มา เลยตามมาลุย ไม่ยังงั้นนายกับซามูดับไปแล้ว”

    “เออ ติดไว้ก่อน” ว่าแล้วชาติและซามูแยกจากอิทธิกลับไปดูพรานโก๊ะรักษาหมอนพดล

    วีรกิจแสดงอาการรังเกียจและพูดจาดูถูกพรานโก๊ะที่ซามูพามารักษาหมอนพดลที่โดนงูกัด เขาไม่เชื่อว่าการรักษาด้วยสมุนไพรจะได้ผล แต่ปรากฏว่าผ่านไปสองชั่วโมงหมอนพดลอาการดีขึ้นและหายเป็นปกติอย่างเหลือเชื่อ วีรกิจหน้าเจื่อนแต่ก็ตะแบงไปอีกว่าคงฟลุกมากกว่า แต่หมอนพดลคิดว่าสมุนไพรบางอย่างอาจทำลายพิษงูได้

    ชาติกลับมาพร้อมอิทธิที่เปลี่ยนใจเดินทางมาด้วย ส่วนซามูออกไปคอยจับตาดูพวกศัตรูไว้อย่างเดิม หากมีความเคลื่อนไหวจะมารายงานชาติโดยเร็ว

    คณะของชาติเดินทางกันต่อด้วยรถจี๊ป มุ่งหน้าสู่จุดนัดพบที่เวลานี้อัศวินกับรัตนากรน่าจะไปรออยู่ก่อนแล้ว โรสกับลูกน้องห้าคนคอยจับตาพวกชาติด้วยกล้อง ส่องทางไกล พอเห็นพวกเขาเคลื่อนขบวนก็ติดตามไปห่างๆ ไม่ให้รู้ตัว ส่วนพวกโจซิงยังไม่ออกเดินทางเพราะต้องรอกำลังเสริมที่เฮนรี่จะส่งมาซึ่งคาดว่าอีกไม่ต่ำกว่าสิบชั่วโมง

    อัศวินกับรัตนากรถึงจุดนัดพบแล้ว อัศวินบ่นเป็นห่วงผู้ร่วมทีมทุกคนที่เย็นป่านนี้ยังมาไม่ถึง

    “ใจเย็นค่ะ เดี๋ยวคงมากัน ทั้งคุณชาติ คุณอิทธิ ต่างมีฝีมือ พี่บอกเองไม่ใช่เหรอ”

    อัศวินหยุดบ่นแต่จ้องหน้ารัตนากรอยู่อึดใจก่อนพูดเบาๆ “นึกไม่ถึงว่ารัตน์จะมาตามเนตรนาคราช”

    “โน...พี่วินกับยัยกาญต่างหาก รัตน์ถูกชวนให้มา”

    “นี่รัตน์ยังไม่คิดอีกเหรอว่าเนตรนาคราชมีจริง”

    “แต่ดูนี่” เธอยกกระบอกแผนที่ขึ้นมา “รัตน์กลายเป็นคนคอยระวังแผนที่ไปซะอีก”

    “รัตน์อาจจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับเนตรนาคราชอย่างที่ไม่คาดคิดก็ได้”

    “เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ รัตน์ไม่เคยเชื่อ”

    พูดไปแล้วเธอชะงักกึก จ้องไปทางด้านหลังของอัศวินเห็นพระอาทิตย์กำลังจะตกเป็นดวงกลมสีแดง แต่ที่ไม่น่าเชื่อก็คือก้อนเมฆรวมตัวกันมีลักษณะคล้ายศีรษะพญานาค และพระอาทิตย์กลมสีแดงอยู่ตรงตำแหน่งของดวงตาพอดี อัศวินหันมองตาม แล้วอุทานออกมาพร้อมกัน

    “เนตรนาคราช!!”

    “พี่บอกแล้วรัตน์มีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเนตร-นาคราช”

    “เป็นไปได้ยังไง ไม่น่าเชื่อ”

    “รัตน์เกิดปีมะโรงนี่”

    “ใช่ค่ะ อย่าบอกนะว่าพี่ลืม”

    “ปีมะโรงงูใหญ่ ไม่เข้าใจเหรอ งู...พญานาค”

    “โน...อย่าพยายาม รัตน์ไม่เกี่ยวหรอก เมื่อกี้รัตน์คงคิดมากไปเองจนเกิดภาพหลอน”

    “พี่ว่าเกี่ยว แค่ยังไม่รู้ว่าเกี่ยวยังไงเท่านั้นเอง” อัศวินมั่นใจ...รัตนากรยังสับสน เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 09:11 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์