นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เนตรนาคราช

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เช้าวันใหม่ท้องฟ้าสดใส พวกเคนพาทุกคนออกจากเขตวิญญาณแล้วบอกลาน้องโรสด้วยวาจาแสนไพเราะ พร้อมกับอวยพรผู้กองอัศวินให้เดินทางปลอดภัย...จนกว่าจะได้พบกันอีก

    หลินกับสมุนไปกับกลุ่มของเคน ส่วนพวกอัศวินให้นายองแกะรอยตามพรานเมิง นายองชำนาญป่าไม่แพ้พ่อ ไม่นานก็นำพาทุกคนไปเจอกัน จากนั้นทั้งหมดออกเดินทางตามเส้นทางที่กาญจนาแกะได้จากแผนที่ แล้วหยุดลงที่เบื้องหน้าเป็นน้ำตกสูง ซึ่งกาญจนาบอกว่าคือจุดแรกปากพญานาค มีรูปพญานาคพ่นน้ำ ตนคิดว่าน้ำตกคือน้ำที่ออกมาจากปากพญานาค บนน้ำตกน่าจะมีถ้ำให้เราผ่านเข้าไปได้

    พรานเมิงเห็นด้วย และแน่ใจว่าต้องมีเส้นทางให้ขึ้นไปข้างบนน้ำตกได้ นายองเห็นสายน้ำแล้วดี๊ด๊าเอ่ยปากขอพ่อพักสักหน่อย

    “เอ็งอย่าพูดมาก” พรานเมิงปรามลูกสาว

    “แถวนี้โล่งเกินไป ไม่ว่าคนหรือสัตว์ป่าบุกเข้ามาเราจะเสียเปรียบ พรานพาทุกคนขึ้นไปด้านบนดีกว่า”

    อัศวินรอบคอบเสมอ พรานเมิงรับคำแล้วนำทุกคนผ่านน้ำตกอ้อมขึ้นไปข้างบนจนสำเร็จ พบลานเล็กมีต้นไม้ล้อมรอบเหมาะแก่การตั้งค่ายพัก

    ทุกคนหามุมเหมาะสมวางสัมภาระของตน กาญจนาเดินเข้ามาบอกอัศวินว่าตามแผนที่แล้วตรงนี้น่าจะมีถ้ำแต่ตนยังไม่เห็น

    “ใจเย็นๆ พักก่อน แล้วเราจะแบ่งกำลังออกไปสำรวจ อาจจะเจอถ้ำอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ก็ได้”

    “ค่ะ...กาญจะลองดูใกล้ๆแถวนี้ด้วย”

    “พี่เชื่อว่ากาญจะต้องพบไม่ช้าก็เร็ว” อัศวินให้กำลังใจจนกาญจนาที่กังวลในตอนแรกรู้สึกผ่อนคลายลง

    ตกเย็น ชาติกับอิทธิช่วยกันสำรวจรอบบริเวณที่พักแล้วพบรอยเท้าคนแต่เล็กกว่าคนปกติทั่วไป เหมือนพวกชนเผ่าที่มีในบางประเทศ ที่นี่เป็นป่าหลงสำรวจ อาจจะมีชนเผ่าอยู่ก็ได้ ดูจากรอยเท้าเยอะมากน่าจะหลายสิบคน

    เมื่ออัศวินรู้เรื่องนี้จากเพื่อนทั้งสองก็กำชับทุกคนต้องระวังตัว เราพบร่องรอยของมนุษย์เผ่าหนึ่งในบริเวณห่างจากที่นี่ไม่มาก ไม่ควรออกนอกรัศมีค่าย

    “แต่กาญต้องสำรวจหาถ้ำปากพญานาคนะพี่วิน”

    “ได้...แต่เราต้องรอบคอบ พรานเมิงจะนำทางคุณกาญ...อิทธิกับคุณโรสจะคอยระวัง ส่วนผม...ชาติและรัตน์จะคอยลาดตระเวนรอบๆ”

    “หนูล่ะ” นายองยกมือถาม อัศวินให้เธออยู่ค่ายคอยช่วยหมอนพดลกับพรานโก๊ะ นายองไม่ชอบเพราะไม่สนุก เลยโดนพรานเมิงดุว่ายุ่งจริง คราวหลังให้อยู่กับยายที่บ้านดีกว่า

    ค่ำแล้ว ทุกคนเกาะกลุ่มรอบกองไฟ กาญจนาหมกมุ่นเรื่องเส้นทางจนวิตกกังวล

    “แปลกมาก...กาญเช็กเส้นทางดูแล้ว เรามาถูกทางตามแผนที่ทุกอย่าง แต่ยังไม่พบถ้ำที่จะเป็นปากพญานาคเลยค่ะ”

    “ใจเย็นๆ ถ้าแผนที่บ่งไว้...เราต้องหาพบ ช้าหรือเร็วเท่านั้น พี่ว่ากาญไปพักดีกว่า พรุ่งนี้เช้าค่อยเริ่มกันใหม่”

    อัศวินปลอบและให้กำลังใจเธอเหมือนเดิมกาญจนารับฟังและยอมกลับไปพักผ่อน ชาติกับอิทธิเข้ามาส่งข่าวว่าให้ซามูคอยระวังอยู่ด้านนอก อัศวินพอใจ แต่ยังไงคืนนี้เราสามคนต้องระวังจนถึงเช้า ปล่อยให้พรานเมิงกับสาวๆ ได้พักกันเต็มที่

    ขณะที่อัศวินอยู่ยามกลางดึก รัตนากรแอบมาพบด้วยความคิดถึง สองคนหยอกเย้ากันครู่หนึ่งก่อนที่รัตนากรจะถามอัศวินตรงๆว่าหลินหลงใหลเขามากแค่ไหน ตนจะได้ระวังตัว

    “อันตรายมาก รัตน์ต้องระวังตัวให้ดี” อัศวินตอบไม่ตรงคำถามนัก แต่รัตนากรก็ตีความได้ไม่ยาก กระเซ้าเขาว่าเสน่ห์แรงน่าดู...

    กาญจนาหลับสนิทไปนาน ฝันเห็นบิดามาชื่นชมเธอทำได้ดีมาก ความสำเร็จรออยู่ข้างหน้า

    “แต่คุณพ่อคะ กาญกำลังหลงทาง กาญหาปากพญานาคตามที่แผนที่บ่งบอกไม่พบ”

    “บางอย่างก็ปรากฏให้เห็นชัดเจน บางอย่างก็ต้องมีหลายอย่างประกอบกัน ดูให้ดีๆ คิดให้ลึกซึ้ง พ่อเชื่อว่าลูกจะต้องหาพบ”

    “ค่ะ ลูกจะพยายามค่ะคุณพ่อ”

    ขาดคำ กาญจนาสะดุ้งตื่นลุกพรวดเห็นรัตนากรนั่งอยู่ตรงหน้า บอกเล่าความฝันด้วยความตื่นเต้น รัตนากรก็เคยฝันทำนองนี้ เชื่อว่าพ่อคอยช่วยเรา...

    ooooooo

    เช้าตรู่ ชาติกับอิทธิเดินสำรวจรอบที่พัก พบรอยเท้าเล็กๆตรงกับที่ซามูส่งสัญญาณบอกมาว่าพวกมันเข้าใกล้แล้วจริงๆ

    สองหนุ่มเห็นตรงกันว่าถึงเวลาต้องเผ่นแล้ว จึงกลับมาบอกทุกคน อัศวินให้พวกเขาคอยระวังถ่วงเวลาไว้ กาญจนาอาจเจอเส้นทางก่อนที่พวกมันจะมาถึง

    ชาติกับอิทธิตกลงโดยดี แต่เวลาผ่านไปกาญจนาก็ยังไม่เจอ ไม่มีถ้ำอยู่แถวนี้ที่จะบ่งบอกว่าเป็นปากพญานาค รัตนากรวิเคราะห์ว่ากาลเวลาผ่านไป สถานที่อาจ คลาดเคลื่อน เป็นไปได้ไหมที่จะเกี่ยวพันกับเวลา

    “กาญไม่แน่ใจ เดี๋ยวจะลองตรวจรอบๆดูอีกสักหน่อย”

    “เป็นความคิดที่ดี ลองเอาความฝันของคุณพ่อมาพิจารณาดูด้วยก็ดี”

    กาญจนาปฏิบัติตามอย่างมีความหวัง...ขณะเดียวกันนั้น พวกเฮนรี่ซุ่มอยู่ด้านหนึ่ง รู้ความเคลื่อนไหวแล้วว่าพวกอัศวินขึ้นไปบนน้ำตก แต่เฮนรี่ไม่ยกขบวนของตนตามขึ้นไปเพราะกลัวถูกยิงสวนลงมาจะตายกันหมดแค่ส่งทีมงานสองคนไปดูพวกมันก็พอ แล้วกลับมารายงาน

    กาญจนาใช้ความพยายามอย่างมากพินิจพิเคราะห์แผนที่หลายรอบ ในที่สุดเธอก็ประสบความสำเร็จ เห็นแสงอาทิตย์สาดลงมาที่ยอดเขาเหนือน้ำตก เธอมองลงไปยังแอ่งน้ำเบื้องล่าง บนผิวน้ำปรากฏเป็นเงาแสงสาดสะท้อนโขดหินเป็นหัวพญานาคอ้าปากตรงแอ่งน้ำพอดี

    เธอร้องเรียกทุกคนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทั้งหมดกรูมาหา เธอชี้มือลงไปข้างล่างบอกว่าปากพญานาคคือแอ่งน้ำ เราต้องลงไปที่แอ่งน้ำ รัตนากรซักว่าใต้น้ำใช่ไหม โรสตอบทันใดว่า “ดูเหมือนจะใช่”

    แต่แล้วกาญจนาตกใจ แสงอาทิตย์เริ่มเบี่ยง เงาของหัวพญานาคเริ่มเปลี่ยนรูป “แย่แล้ว เงาเปลี่ยน เราต้องลงไปเดี๋ยวนี้”

    อัศวินเร่งทุกคนเก็บข้าวของ กาญจนาย้ำว่าต้องเร็วที่สุดก่อนที่ประตูจะหายไป รัตนากรห่วงว่าจะไม่ทัน โรสพูดพรวดว่ามีทางเดียว แต่ยังไม่ได้ขยายความ อัศวินก็รู้ทันเสียก่อน

    อัศวินถอยหลังแล้ววิ่งกระโดดจากหน้าผา ร่างลอยลงไปสู่แอ่งน้ำตรงปากพญานาคอย่างแม่นยำ!

    ทั้งกลุ่มยืนตะลึงคาดไม่ถึง รัตนากรได้สติก่อนใครร้องบอกทุกคนเร็วเข้าโยนของไปก่อนแล้วค่อยโดดตามกันไป วีรกิจฮึดฮัดแต่ก็ขัดไม่ได้ ชาติกับซามูยืนรั้งท้าย ซามูทำมือทำไม้บอกชาติว่าพวกเฮนรี่ใกล้เข้ามา ชาติเลยยิงปืนขึ้นฟ้าหลายเปรี้ยงก่อนพุ่งตัวโดดลงไปยังแอ่งน้ำเบื้องล่างพร้อมๆซามู

    พวกเฮนรี่ตามเสียงปืนไปถึงบนลานน้ำตกแต่ไม่พบพวกอัศวินสักคน สงสัยว่าหายไปไหน โจซิงถามพราน อองข่านด้วยน้ำเสียงกระด้างว่า

    “พรานแน่ใจนะว่าเสียงปืนมาจากที่นี่”

    “เอ็งคิดว่ามาจากทางไหนก็ไปทางนั้น ไม่ต้องมาถามข้า”

    โจซิงชักสีหน้าแค้นใจ พรานอองข่านไม่สน เดินนำทุกคนสำรวจบนลานน้ำตก พบแต่ร่องรอยพวกชนเผ่า รอยขบวนเดินทางถูกลบจนหายไปหมด โจซิงหัวเสียแขวะพรานอองข่านอีกหลายคำ เฮนรี่พยายามแยกสองคนทำงาน พรานเดินไปเจอปลอกกระสุนตรงขอบหน้าผา เฮนรี่เดาทันทีว่าพวกนั้นอาจโดดน้ำตกหนีพวกชนเผ่า

    “ไม่น่าจะเป็นไปได้ ทางออกทางอื่นมีหลายทาง” พรานอองข่านวิเคราะห์แล้วกราดสายตารอบๆ ก่อนก้มลงสำรวจพื้นดินที่ร่วนเพราะถูกเหยียบยุบลงไป

    “ไม่น่าเชื่อจริงๆ พวกนั้นกระโดดลงไปจากที่นี่”

    “คงรีบหนีพวกชนเผ่า”

    “หรือไม่ก็เป็นเส้นทางเดียวที่จะไปสู่เนตรนาคราช”

    ฟังพรานอองข่านแล้วเฮนรี่สีหน้าเคร่งเครียด พอไปบอกพวกโจซิงก็เป็นเรื่องเพราะโจซิงไม่อยากเชื่อ ถ้าพวกนั้นโดดลงหน้าผาจริงคงบ้าไปแล้ว แต่พรานย้ำหนักแน่นว่า

    “รอยบ่งว่าพวกนั้นกระโดดลงไป”

    “พรานคิดว่ามีเส้นทางอยู่ใต้น้ำที่จะพาเราไปโผล่อีกที่หนึ่ง” เฮนรี่อธิบาย อังโซะเริ่มคล้อยตาม แนะนำว่าเราควรเดินลงข้างล่างลุยไปน่าจะดีกว่า เพราะเราไม่ต้องรีบ ไม่ต้องหนีใคร

    “น่าจะได้ใช่ไหมพราน” เฮนรี่ขอความเห็น

    “ข้าบอกว่าพวกนั้นกระโดด ส่วนพวกเอ็งจะเอายังไงก็ตามใจ” พรานตอบเสียงแข็งอย่างไม่แคร์ โจซิงเหล่แล้วเหล่อีกเซ็งสุดขีด เฮนรี่มองออกรีบตัดบทว่า

    “เอาล่ะๆ เรารีบไปได้แล้วก่อนที่ไอ้พวกชนเผ่านั่นจะโผล่มา”

    พรานอองข่านเดินผ่านพวกโจซิงกับทีมงานไป... ไม่นานทั้งหมดก็ชักแถวลงมายังแอ่งน้ำตก เฮนรี่ให้ส่งทีมงานไปดูว่ามีทางใต้น้ำโผล่ที่ไหนหรือเปล่า โจซิงรับคำสั่งแล้วจัดคนทันที

    ผ่านไปสักพักทีมงานสองคนที่ดำลงไปใต้น้ำก็โผล่ขึ้นมายกมือและส่ายหน้าว่าไม่มีเส้นทางที่จะไปโผล่ที่อื่น โจซิงกับอังโซะหัวเราะเยาะพรานอองข่านที่คาดเดาผิด แต่ทันใดนั้นมีลูกธนูพุ่งมาปักอกทีมงานคนหนึ่งทรุดลง

    “ทุกคนระวัง!” โจซิงตะโกนลั่น พร้อมๆกับเสียงโห่ร้องของชาวชนเผ่าตัวเล็กดังออกมาจากราวป่า พวกโจซิงไม่กลัวกราดยิงแล้วพุ่งเข้าต่อสู้ทั้งเตะต่อยจนพวกชนเผ่าเข้าไม่ติด ทีมงานกับเฮนรี่ตั้งตัวได้สาดกระสุนเข้าใส่พวกเขาจนกระจัดกระจายถอยไปในที่สุด

    “ยังไงต่อดีพราน” เฮนรี่ละล่ำละลัก

    พรานอองข่านกราดสายตามองแอ่งน้ำและน้ำตกเบื้องบนแล้วบอกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เราต้องกลับขึ้นไปข้างบน

    “หา!!” โจซิงอุทานอย่างหัวเสียสุดๆ แต่เฮนรี่เชื่อพรานอองข่าน สั่งทุกคนขึ้นไปข้างบนเดี๋ยวนี้!

    ooooooo

    ภายในถ้ำใต้น้ำ กลุ่มของอัศวินอยู่กันพร้อมหน้า ทุกคนปลอดภัยกำลังนั่งผิงไฟเพื่อให้เสื้อผ้าแห้ง

    “คนโบราณนี่ทำแผนที่เก่งนะ ลึกล้ำซับซ้อน” รัตนากรกล่าวชมจากใจ

    “แต่ถ้าคิดให้ดีก็ตรงจุดนะ ปากพญานาคซึ่งปกติที่เราเห็นก็คือพญานาคพ่นน้ำ เราก็เจอทางเข้าที่เป็นน้ำจนได้”

    “เหตุผลคุณกาญน่าฟัง แบบนี้จุดหมายต่อไป ผมคิดว่าคุณกาญคงหาพบได้ไม่ยาก” ชาติชมกึ่งให้กำลังใจจนอีกฝ่ายเขินๆ แก้เขินด้วยการถ่อมตัวว่า

    “ก็คงต้องเดาเอาด้วยน่ะค่ะ”

    ทุกคนต่างยิ้มแย้มให้กัน กาญจนาสบตากับชาติ วีรกิจเห็นพยายามฝืนยิ้มเช่นกัน ทุกคนอยู่ในสายตาของรัตนากร...

    เพื่อความปลอดภัย อัศวินชวนชาติและอิทธิออกไปตรวจรอบบริเวณ แล้วไปเจอรอยเท้าเล็กๆเหมือนพวกชนเผ่า และเจอทางเดินถึงสามทาง สามหนุ่มพากันวิเคราะห์ว่า

    “ดูเหมือนว่ารอยจะเข้าออกระหว่างสามช่องทางนี้”

    “แปลกมาก ทำไมไม่มีรอยพวกมันตรงบริเวณที่เราโผล่ขึ้นมาจากน้ำ”

    “ก็เพราะว่ามันไม่ต้องใช้วิธีโดดลงมาเหมือนเราน่ะสิ”

    อัศวินกราดสายตาไปมา สังเกตจากรอยเท้าแล้วเหมือนเป็นแค่ทางผ่านสำหรับคนบางกลุ่มเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด มีรอยเก่าด้วย...อิทธิเดาว่าเป็นเส้นทางขนเสบียงมากกว่า

    “เป็นไปได้ หวังว่าพวกมันยังมีเสบียงเหลือเฟือยังไม่ต้องผ่านมาทางนี้”

    “แสดงว่าหนึ่งในสามทางนี้ต้องมีทางหนึ่งที่ออกทะลุไปข้างนอก”

    อิทธิเห็นด้วยกับชาติ น่าจะเป็นทางไปล่าสัตว์หรือไม่ก็หาผลไม้ แต่อัศวินสุดจะคาดเดาว่าเป็นทางไหนในสามทางนี้...

    เวลาเดียวกันนั้น พวกเฮนรี่ขึ้นมาถึงลานน้ำตกอีกครั้ง ต่างโยนสัมภาระลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ โจซิงบ่นอุบว่าขึ้นๆลงๆเสียเวลาเสียแรง

    “อย่าบ่นเลยน่า ข้างบนนี้ตั้งรับดีกว่า เผื่อว่าไอ้พวกนั้นบุกอีก” เฮนรี่ปรามเสียงเรียบ โจซิงหน้าตูมเคืองพรานถามว่า “ตกลงจะขึ้นมาทำไม”

    “พรุ่งนี้ก็รู้เอง” พรานอองข่านตอบแล้วผละไปอยู่คนละมุม โจซิงกับอังโซะเซ็งจัด เฮนรี่วางเฉย พยักหน้าให้โจซิงจัดกำลังระวังภัยไว้รอบๆ เพราะเราจะพักกันที่นี่

    ooooooo

    บ่ายนั้น กาญจนาลอบสังเกตสีหน้าท่าทีของรัตนากรกับอัศวินด้วยความสงสัย พอสบโอกาสเหมาะพี่สาวอยู่คนเดียวจึงเข้ามาพูดคุยชื่นชมว่าพี่ของตนเก่ง ลุยเท่าไหร่ไม่มีเหนื่อย หน้าตาดูสดใสสดชื่นตลอดเวลา

    “อะไรกัน...อยู่ดีๆมาชม พี่โทรมจะตาย...ไปละ เราจะได้พัก”

    รัตนากรเลี่ยงออกไป กาญจนามองยิ้มๆ เอะใจว่าพี่สาวกับอัศวินชักจะยังไงเสียแล้ว...

    เมื่อรัตนากรทราบจากอัศวินว่าที่แถวนี้มีพวกชนเผ่าก็อดหวั่นหวาดไม่ได้ อัศวินเชื่อว่าเป็นพวกเดียวกับที่เจอข้างบน แต่คิดว่าเส้นทางนี้เป็นแค่ทางผ่านของพวกขนเสบียง

    “โอเค...รัตน์จะคอยระวัง แล้วจะไม่บอกพวกเราเหรอ”

    “รอยอยู่ลึกมาก ยังไงพี่หรือชาติต้องเจอก่อน ยังพอจะทัน ไม่อยากให้พวกเรากังวลจนนอนไม่หลับ หมดแรงกันพอดี”

    “ก็ดีค่ะ”

    อัศวินยิ้มส่งตาเชื่อม รัตนากรเลยเตือนให้เขาระวัง เมื่อสักครู่กาญจนาหาว่าตนหน้าตาสดใส

    “ยัยกาญร้ายน่าดู...ไปก่อนละ” อัศวินเดินอมยิ้มจากไป

    รัตนากรเหลียวไปมองกาญจนาเห็นจดจ่อตรวจสมุดบันทึกการเดินทางก็เบาใจ นึกว่าไม่ได้สนใจตน แต่ที่ไหนได้น้องสาวฟอร์มจัด แกล้งก้มหน้าก้มตาไปอย่างนั้นเอง

    ตกเย็นพวกอัศวินแบ่งคนจับคู่เฝ้าเวรยาม อัศวินกับรัตนากรเริ่มผลัดแรก ชาติกับซามูรับช่วงต่อ จากนั้นเป็นอิทธิต่อไปจนถึงเช้า

    “คนเดียวเหรอ” ชาติข้องใจ อิทธิตอบทันใดว่าแน่นอน สบายมาก แต่นายองอยากอยู่เป็นเพื่อนเขา อิทธิเลยเหลือบมองไปทางโรสแล้วเอ่ยว่า

    “อ๊ะ มีแต่นายองที่เป็นห่วงเรา แต่อย่าเลย นายองพักเถอะ พี่ไหว สบายมาก”

    “ไม่เป็นไรครับคุณอิทธิ ให้มันทำงานซะบ้างเดี๋ยวจะสบายเกินตัว” พรานเมิงสนับสนุน อิทธิจึงตกลงรับนายองไว้ด้วยความเต็มใจ

    วีรกิจทำทีมาพูดดีกับชาติ ขอโทษที่ตนก่อเรื่องไม่หยุดและขอบคุณที่เขาต่อสู้แทนตนทุกอย่าง พออีกฝ่ายตอบตามมารยาทว่าด้วยความยินดี วีรกิจถามหยั่งเชิงเพื่อจับพิรุธเขาว่า

    “ผมรู้ว่าคุณทำเพราะคุณกาญจนา”

    “อย่าคิดมากครับ เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องดูแลทุกคนให้ปลอดภัย คุณกาญจนาไม่เกี่ยว ระวังเธอจะเสียหาย”

    “ผมนี่พูดอะไรผิดหมด เอาเป็นว่าผมจะพยายามทำตัวใหม่ ไม่ก่อเรื่องนะครับ”

    วีรกิจเดินจากไป ชาติมองตามสงสัย เช่นเดียวกับกาญจนาที่ลอบมองมาแต่แรกอยากรู้ว่าวีรกิจคุยอะไรกับชาติ ส่วนหมอนพดลกับพรานโก๊ะก็เห็นซุบซิบกันว่าวีรกิจอาจปรับปรุงตัวใหม่

    แต่ละคนคิดไปต่างๆนานา แต่สุดท้ายพรานโก๊ะก็ฟันธงกับหมอนพดลว่าวีรกิจน่าจะคิดไม่ดี แต่บอกไม่ได้ว่าไม่ดียังไง

    ดึกแล้ว อิทธิขอไปสำรวจตรวจตราพวกชนเผ่าอีกรอบหลังจากเมื่อหัวค่ำชาติไปมาแล้วครั้งหนึ่ง อิทธิไม่ยอมให้นายองไปด้วยแต่สาวน้อยเป็นห่วงแอบตามเขาอยู่ห่างๆ ก่อนจะหยุดชะงักเพราะโรสโผล่มาอาสาตามอิทธิเสียเอง โดยให้นายองรออยู่ข้างนอก ถ้าอีกครึ่งชั่วโมงตนไม่ออกมาค่อยตามเข้าไป

    ผ่านไปสักพัก อิทธิกับโรสเกือบจะพลาดท่าให้พวกชนเผ่าเห็น ดีเสียว่านายองเข้ามาทันเวลา ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของพวกมันจนสามารถพากันหลบออกไปได้อย่างปลอดภัย

    นายองหน้าบานได้รับคำชมจากอิทธิผู้ชายที่ตัวเองปลื้ม อัศวินคิดว่าพวกชนเผ่าไม่น่าเป็นศัตรูกับพวกตนจึงกำชับทุกคนหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่ถ้าฉุกเฉินไม่เป็นอย่างที่คิดก็จำเป็นต้องสู้กันสักตั้ง

    หลังจากคนอื่นๆพากันนอนหลับพักผ่อน อัศวินคุยกันวงในเพื่อน เขาย้ำว่าพรุ่งนี้เช้าเราจะลุยออกไปเราจะปิดทางของพวกมันให้หมด เหลือแต่ทางออกซึ่งเป็นช่องทางที่แคบมาก ต้องนัดแนะการเคลื่อนตัวกันให้ดี โดยจัดคนนำและคนเฝ้าระวังอย่างรอบคอบ

    หลังจัดตำแหน่งกันเรียบร้อยแล้วทุกคนแยกย้ายกันไปนอน ยกเว้นอัศวินที่หาเรื่องใกล้ชิดรัตนากรที่เพิ่งตื่นด้วยการชวนเธอไปลาดตระเวนระวังภัย แต่ดูเหมือนอิทธิจะรู้ทันก็เลยแซวทั้งคู่ไปนิดหน่อย

    ooooooo

    ยามเช้าท้องฟ้าสดใส พวกเฮนรี่ยังปักหลักอยู่บนลานน้ำตกเพื่อรอดูว่าพรานอองข่านจะเอายังไงต่อไป ส่วนพวกอัศวินที่อยู่ในถ้ำใต้น้ำตกพยายามจะไปต่อยังจุดที่สองตามแผนที่บอก แต่ต้องผ่านกลุ่มคนตัวเล็กหรือที่เรียกว่าชนเผ่าไปให้ได้

    การเดินทางในที่แคบไม่เป็นไปตามที่วางแผน กลุ่มของอัศวินส่วนหนึ่งโดนพวกชนเผ่าจับตัว ซึ่งที่เหลือต้องรีบช่วยโดยเร็วก่อนจะมีการสูญเสียเกิดขึ้น

    การปะทะกันของสองฝ่ายทำให้อัศวินแน่ใจว่าพวกตนมาถูกทางแล้ว เจอจุดที่สองซึ่งก็คือเขี้ยวพญานาค ทุกคนต้องผ่านเส้นทางนี้ไปให้ได้ แต่ก่อนจะมีการต่อสู้กัน อัศวินและเพื่อนเจอกระสุนปืนและอาวุธมากมายคาดว่าน่าจะเป็นของคนที่พยายามติดตามเนตรนาคราชแล้วเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ ถึงได้มีโครงกระดูกกองระเกะระกะ

    เมื่อได้ทั้งอาวุธ กระสุนปืน และระเบิดมาเสริมทัพ พวกอัศวินจึงเอาชนะพวกชนเผ่าได้สำเร็จ พากันหลุดออกจากถ้ำอย่างปลอดภัย แต่ถึงยังไงก็วางใจไม่ได้เต็มร้อย ต้องคอยระวังพวกชนเผ่าจะตามมาเอาคืน ชาติจึงเร่งทุกคนให้เดินทางต่อ รวบรวมสัมภาระแล้วไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

    ด้านพรานอองข่านผู้นำทางของพวกเฮนรี่ เวลานี้เขาสำรวจรอบน้ำตกอย่างละเอียด จ้องมองลงไปเบื้องล่างแต่ไม่พบอะไร เฮนรี่กับพวกโจซิงนั่งพักอยู่ห่างออกไปอย่างรอคอย

    แต่รอนานเกินไปโจซิงก็เลยบ่นอย่างหงุดหงิด “หวังว่าพรานคงหาเจอก่อนที่เราจะถูกไอ้พวกชนเผ่าเล่นงานซะก่อน”

    “ของแบบนี้เขาห้ามพูดกัน รู้ไว้ด้วย”

    ขาดคำของเฮนรี่ ลูกธนูพุ่งเข้ามานับสิบ โดนหน้าอกของทีมงานคนหนึ่งร้องลั่นร่างทรุดลง

    “ทุกคนยิง!” โจซิงตะโกนสั่ง

    อังโซะและทีมงานกราดกระสุนออกไปดังสนั่น เฮนรี่ม้วนตัวหลบหลังต้นไม้อย่างว่องไว อึดใจร่างของชนเผ่านับสิบก็วิ่งออกจากแนวป่าบุกเข้าใส่อย่างรวดเร็ว

    “สกัดไว้อย่าให้พวกมันเข้ามาได้”

    โจซิงกับอังโซะพรวดออกไปพร้อมกราดยิง แต่พวกชนเผ่าบุกเข้าประชิดตัว ต่างสู้รบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายพวกเฮนรี่ถูกกลุ่มชนเผ่าล้อมไว้หมด เฮนรี่ถึงกับสบถไม่พอใจโจซิง

    “ผมบอกคุณแล้วว่าห้ามพูด”

    โจซิงหน้าเคร่งเครียดกราดปืนไปมา เช่นเดียวกับอังโซะและทีมงาน พวกชนเผ่าขยับดาบ หอก และธนูเตรียมพร้อมเพื่อปลิดชีวิตทุกคน
    ในยามสถานการณ์คับขัน เสียงปืนดังสนั่นถี่ยิบทางด้านหลังของพวกชนเผ่า พวกโจซิงฉวยโอกาสยิงซ้ำจนชาวชนเผ่าแตกตื่นวิ่งหนีตายหายเข้าไปในป่า

    “มีพวกไหนเข้ามาถึงนี่อีก” เฮนรี่เอ่ยแล้วเพ่งมองเงาที่เคลื่อนไหวออกจากแนวป่า พวกโจซิงถือปืนระแวดระวัง จนกระทั่งเงาหนึ่งนำใกล้เข้ามาและปรากฏตัวในที่สุด

    “ฮัลโหล มิสเตอร์เฮนรี่”

    ที่แท้เป็นเคน ในมือถือขวดเหล้า มันหัวเราะก้องอย่างสะใจ แต่แล้วเฮนรี่ยิ่งแปลกใจเมื่อเห็นหลินก้าวออกมายืนเคียงข้างเคนพร้อมปิงกับหยก

    “พวกมังกรทอง” เฮนรี่พึมพำจำหลินได้แม่น

    เคนกับสมุนนับสิบและพวกหลินเผชิญหน้ากับพวกเฮนรี่ เคนอารมณ์ดีพูดไปจิบเหล้าไป

    “อย่าคิดมากน่า...ทุกคนล้วนร่วมเดินทางกันได้ น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ปรองดองๆ ถ้าผมไม่โผล่มาพวกคุณก็อาจจะถูกพวกชนเผ่าจับไปเผาหมดแล้วก็ได้”

    เฮนรี่กับหลินเอาแต่จ้องมองกัน ไม่มีใครคำพูดใดๆ หลุดออกมาสักคำ เคนเลยพล่ามต่อไป

    “พวกคุณอาจจะคิดว่า...ถ้าได้เนตรนาคราชมาแล้วจะแบ่งกันยังไง ผมจะบอกให้ตอนนี้ผมมีคนมากที่สุด...คุณหลิน” เคนหันไปทางหลินซึ่งมีปิง หยกและนักฆ่าอีกสามคน ส่วนเฮนรี่มีโจซิง อังโซะ และทีมงานอีกสองคนกับพรานอองข่าน

    “ข้ามานำทางอย่างเดียว ถ้าพวกเอ็งทำให้ข้าเดือดร้อน ข้าก็กลับ” พรานรีบออกตัว

    “เห็นมั้ย ถ้าต่างคนต่างเดินทางอาจจะตายกันอยู่นี่”

    “ผมเรียกกำลังเสริมได้”

    “มิสเตอร์เฮนรี่...คุณคงไม่ได้สังเกตมั้งว่าผ่านเข้าดินแดนวิญญาณมาแล้ว ระบบสื่อสารไม่ทำงาน เขาถึงใช้พลุส่งสัญญาณกันไง”

    เคนหัวเราะชอบใจ เฮนรี่ส่งซิกให้ทีมงานหยิบโทรศัพท์ดาวเทียมขึ้นมา มันกดดูสองสามครั้งแล้ว ส่ายหน้าดิก

    “เอาไว้ขากลับดีกว่า...เอางี้ เดินทางร่วมกันไปก่อน พอเจอเนตรนาคราชแล้วค่อยฆ่ากัน”

    เคนสรุปแล้วหัวเราะฮึๆ เฮนรี่กับหลินจ้องหน้ากันอย่างดูเชิง

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:43 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์